‘สมศักดิ์’ยัน‘ปรับ ครม.’อำนาจนายกฯ มองคงลือกันไปเอง หลังข่าวสะพัด

‘สมศักดิ์’ยัน‘ปรับ ครม.’อำนาจนายกฯ มองคงลือกันไปเอง หลังข่าวสะพัด

‘สมศักดิ์’ยัน‘ปรับ ครม.’อำนาจนายกฯ มองคงลือกันไปเอง หลังข่าวสะพัด

วันอังคาร ที่ 22 เมษายน พ.ศ. 2568, 10.33 น.

‘สมศักดิ์’ยัน‘ปรับ ครม.’อำนาจนายกฯ มองคงลือกันไปเอง หลังข่าวสะพัด

22 เมษายน 2568 ที่ทำเนียบรัฐบาล นายสมศักดิ์ เทพสุทิน รมว.สาธารณสุข ให้สัมภาษณ์ถึงกระแสข่าวการปรับ ครม.ที่อาจถูกสลับให้ไปอยู่กระทรวงมหาดไทย ว่า เป็นข่าวที่มีการพูดคุยกัน แต่เรื่องนี้เป็นอำนาจของทางนายกรัฐมนตรี ซึ่งได้ประกาศแล้วว่ายังไม่มีการปรับ ครม. ยังไม่ถึงเวลา ก็ต้องฟังนายกฯ ที่เป็นผู้กำหนดนโยบาย และความเหมาะสม ซึ่งตนเองไม่ทราบรายละเอียดลงลึก

ส่วนนายกรัฐมนตรีไม่เคยพูดกับ ครม. ใช่หรือไม่ นายสมศักดิ์ กล่าวว่า นายกฯ บอกไม่มี ยังไม่เคยพูดกับ ครม. ตนเองคิดว่าคงร่ำลือกันไปเอง ดูจากสถานการณ์อื่น ๆ คงสุดท้ายแล้วแต่จะวิพากษ์วิจารณ์สถานการณ์การเมือง

มั่นใจรัฐบาลจีนจุ้นคดีตึก สตง.ถล่มไม่ได้ ยันเงินเยียวยา 120 ล้านไม่ส่งผลต่อคดี-ลดโทษ

มั่นใจรัฐบาลจีนจุ้นคดีตึก สตง.ถล่มไม่ได้ ยันเงินเยียวยา 120 ล้านไม่ส่งผลต่อคดี-ลดโทษ

มั่นใจรัฐบาลจีนจุ้นคดีตึก สตง.ถล่มไม่ได้ ยันเงินเยียวยา 120 ล้านไม่ส่งผลต่อคดี-ลดโทษ

วันอังคาร ที่ 22 เมษายน พ.ศ. 2568, 10.27 น.

“ทวี”มั่นใจรัฐบาลจีนแทรกแซงคดีตึก สตง.ถล่ม ไม่ได้ หลัง “ชวนหลิง จาง” อ้างเป็นรัฐวิสาหกิจที่จีนส่งมาลงทุน ยันเงินเยียวยา 120 ล้านที่ช่วยเหลือ ไม่ส่งผลต่อคดี-ลดโทษ

เมื่อวันที่ 22 เมษายน ที่ทำเนียบรัฐบาล  พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง รมว.ยุติธรรม กล่าวถึงกรณีบริษัท ไชน่า เรลเวย์ นัมเบอร์ 10 (ประเทศไทย) จำกัด ซึ่งเป็นรัฐวิสาหกิจจีนอนุมัติเงิน 120 ล้านบาท เพื่อเยียวยาผู้เสียชีวิตและบาดเจ็บ จากเหตุตึก สตง. ถล่ม โดยจะประสานผ่านทางกระทรวงยุติธรรมว่า เป็นข้อมูลจากพนักงานสอบสวนในชั้นคำให้การ ไม่เกี่ยวกับคดีอาญา ก็ว่าไปตามกฏหมาย แต่เกี่ยวกับเรื่องมนุษยธรรมและความเสียหาย ซึ่งมีปรากฏไว้ในคำให้การว่าบริษัทจีนมีเจตนาช่วยเหลือผู้เสียชีวิตและผู้บาดเจ็บ รวมถึงผู้เกี่ยวข้อง ส่วนขั้นตอนกฎหมายถ้าเขาประสงค์จะช่วยเหลือ ก็อาจจะทำร่วมกับ บริษัท อิตาเลียนไทยได้ จะได้ไม่เป็นภาระกับรัฐบาล แต่ถ้าต้องการให้ฝ่ายรัฐเข้าไปดูแลก็ต้องไปดูระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรี หากรับเงินมาแล้วจะช่วยเหลืออย่างไร

ทั้งนี้ เบื้องต้นตนยังไม่ได้รับการประสานจากจีน เพียงแต่พนักงานสอบสวนขอบันทึกไว้ในคำให้การของผู้ต้องหา พร้อมยืนยันว่าเงินเยียวยาจะไม่มีผลในเรื่องการลดโทษ แต่เป็นเรื่องที่น่ายกย่องชื่นชม และรัฐบาลจีนคงได้มาปกป้องบริษัท แต่เขาก็ต้องให้ความเป็นธรรมกับเรื่องนี้ด้วย เพราะเสียภาพลักษณ์ของประเทศจีน อีกทั้ง ทราบว่ารัฐบาลจีนได้ส่งผู้เชี่ยวชาญมาร่วมตรวจสอบคนของเขาว่าทำถูกกฎหมายหรือไม่ รวมถึงสาเหตุของตึกถล่ม

ผู้สื่อข่าวถามว่า นายชวนหลิง จาง กรรมการบริษัท ไชน่าฯ อ้างเป็นเจ้าหน้าที่รัฐวิสาหกิจที่รัฐบาลจีนส่งมาลงทุนในไทย จะส่งผลอะไรหรือไม่ พ.ต.อ.ทวีกล่าวว่า ไม่เกี่ยวกับกฎหมายไทย กฎหมายของดีเอสไอ กรณีถือหุ้นแทนตาม พ.ร.บ.ประกอบธุรกิจบุคลต่างด้าว เราได้ผู้กระทำผิดที่เรากล่าวหาครบแล้ว  โดยมีคนไทย 3 คน และคนจีน 1 คน คดีนี้เนื่องจากอัตราโทษไม่สูง แต่ต้องเร่งสอบสวนให้เสร็จภายใน 4  ผัด ซึ่งในทางปฏิบัติควรจะเสร็จภายใน 3 ผัด เพื่อให้เวลาอัยการพิจารณาอีก 1 ผัด  ส่วนการค้นหาสาเหตุตึกถล่ม กรมสอบสวนคดีพิเศษและเจ้าหน้าที่ตำรวจ กำลังดำเนินการอยู่ ซึ่งทำคดีแยกออกจากกัน ระหว่างคดีตึกถล่ม และการจัดซื้อจัดจ้าง ฮั้วประมูลกับคดีนอมินี

พ.ต.อ.ทวีกล่าวว่า นอกจากนี้ ยังมีคดีที่เกี่ยวเนื่องคือ บริษัทเหล็ก ใช้ใบกำกับภาษีปลอม ซึ่งเกิดเหตุช่วงปี 59-60 ก็ต้องดูว่าหลังจากปี 60 มีการซื้อเหล็กจากบริษัทนี้หรือไม่ โดยเรื่องนี้ศาลฎีกาได้ตัดสินให้เป็นแนวทางไปแล้ว จึงได้กำชับพนักงานสอบสวน ทำงานให้รอบคอบ

ถามย้ำว่าการกล่าวอ้างถึงรัฐบาลจีน จะไม่สร้างความกดดันให้เจ้าหน้าที่ไทยใช่หรือไม่ พ.ต.อ.ทวี กล่าวว่า ไม่ว่าจะเป็นรัฐบาลจีนหรือคนไทย ก็ต้องอำนวยความยุติธรรม อีกทั้ง รัฐบาลจีนพูดอยู่เสมอว่าเคารพกฎหมายไทย

เมื่อถามว่า มั่นใจว่ารัฐบาลจีนจะไม่เข้ามาแทรกแซงคดีใช่หรือไม่ พ.ต.อ.ทวีกล่าวว่า สำหรับตนน่าจะแทรกแซงไม่ได้ เพราะเรายึดตามกฏหมาย และกระทรวงยุติธรรมเป็นกระทรวงเดียวที่ไม่มีอำนาจไปทำตามนโยบาย แต่เราทำภายใต้กรอบกฎหมาย

ถามอีกว่า 3 คนไทยที่เข้ามามอบตัว ถือว่าเป็นนอมินีชัดเจนแล้วหรือไม่ พ.ต.อ.ทวี กล่าวว่า ตามหลักยังถือเป็นผู้บริสุทธิ์ โดยก่อนออกหมายจับได้ตรวจสอบทุกประเด็นแล้ว แม้จะเป็นผู้ถือหุ้นก็จริง แต่ต้องดูที่มาของเงิน นอกจากนี้ ยังมีการโอนหุ้นด้วย ก็ต้องมีการตรวจสอบสถานะทางภาษีด้วย

‘ทวี’เผยยังไม่ได้รับสัญญาณ‘ปรับ ครม.’ ย้ำโควตา‘ประชาชาติ’ 1 รมต.

‘ทวี’เผยยังไม่ได้รับสัญญาณ‘ปรับ ครม.’ ย้ำโควตา‘ประชาชาติ’ 1 รมต.

‘ทวี’เผยยังไม่ได้รับสัญญาณ‘ปรับ ครม.’ ย้ำโควตา‘ประชาชาติ’ 1 รมต.

วันอังคาร ที่ 22 เมษายน พ.ศ. 2568, 10.25 น.

‘ทวี’เผยยังไม่ได้รับสัญญาณ‘ปรับ ครม.’ ย้ำโควตา‘ประชาชาติ’ 1 รมต.

เมื่อเวลา 09.00 น.วันที่ 22 เมษายน 2568 ที่ทำเนียบรัฐบาล พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง รมว.ยุติธรรม ในฐานะหัวหน้าพรรคประชาชาติ (ปช.) ให้สัมภาษณ์ถึงกระแสการปรับคณะรัฐมนตรี (ครม.) หลังมีโพลแสดงความคิดเห็นไม่พอใจ และอยากให้ปรับ ครม. ซึ่งกระทรวงยุติธรรม เป็นหนึ่งในนั้นด้วย ว่า การปรับคณะรัฐมนตรีเป็นอำนาจของนายกรัฐมนตรี 100% แต่การอยู่ร่วมกันในพรรคร่วมรัฐบาลนั้นนายกรัฐมนตรีให้เกียรติทุกพรรค เมื่อมีเรื่องสำคัญเกี่ยวกับการปรับครม. ก็จะมีการพบปะหัวหน้าพรรคและเลขาฯพรรคร่วมรัฐบาล  ซึ่งเรื่องนี้ยังไม่ได้มีการพูดคุยกัน

พ.ต.อ.ทวี กล่าวว่า ในส่วนของประเด็นความคิดเห็นของประชาชนเราก็รับฟัง แต่ในเรื่องของโพลนั้น ปกติรัฐบาลเราจะยึดตามสำนักงานสถิติ แต่ถึงตัวอย่างในโพลจะน้อย จะกี่คนเราก็ต้องรับฟัง หากประชาชนมองว่ารัฐมนตรีท่านใดควรที่จะปรับปรุงเราก็ควรต้องปรับปรุง

เมื่อถามว่าในกระทรวงยุติธรรมนั้นมีจุดไหนบ้างที่อาจจะทำให้ประชาชนมองว่าควรปรับปรุงบ้างหรือไม่  พ.ต.อ.ทวี กล่าวว่า ตนไม่ทราบ แต่ทางการเมืองเราต้องมีเจตจำนงที่ชัดเจนนั่นคือทำบ้านเมืองให้เป็นประชาธิปไตย ในส่วนของกระทรวงยุติธรรมก็คือเราจะต้องมีการใช้ความยุติธรรมโดยมีประชาชนเป็นศูนย์กลาง รัฐบาลต้องโปร่งใส เราต้องแก้ไขปัญหาอาชญากรรมการกระทำผิดผู้ทรงอิทธิพลต่างๆ จะให้คนอยู่เหนือกฎหมายไม่ได้

เมื่อถามว่าส่วนตัวพร้อมหรือไม่หากมีการปรับครม.เกิดขึ้นจริง  พ.ต.อ.ทวี กล่าวว่า พรรคประชาชาติเราได้โควตารัฐมนตรี 1คน ซึ่งก็ยังไม่ได้คุยกันในพรรค

เมื่อถามว่า หากถูกปรับออกจากกระทรวงยุติธรรมงานที่ทำค้างอยู่จะเป็นอย่างไรบ้าง  พ.ต.อ.ทวี กล่าวว่า งานที่ทำมาก็มีความชัดเจน ทุกคดีจะมาเปลี่ยนแปลงไม่ได้ เพราะได้ข้อมูลมาโดยใช้วิทยาศาสตร์วิเคราะห์ มันก็แก้ไม่ได้ ทุกคดีก็ต้องทำด้วยความเชี่ยวชาญ ตนเองก็ไม่เข้าไปก้าวก่าย อย่าเข้าไปทำอะไรที่มิชอบด้วยกฎหมาย ต้องมีความสุจริตปราศจากอคติ และที่สำคัญต้องมีความกล้าหาญด้วย

‘ภูมิธรรม’สั่ง สส.ลงพื้นที่ตีปี๊บ ‘กม.กาสิโน’ หวังให้เข้าใจ ไม่ใช่กลัวเป็นชนวนม็อบ

'ภูมิธรรม'สั่ง สส.ลงพื้นที่ตีปี๊บ 'กม.กาสิโน' หวังให้เข้าใจ ไม่ใช่กลัวเป็นชนวนม็อบ

‘ภูมิธรรม’สั่ง สส.ลงพื้นที่ตีปี๊บ ‘กม.กาสิโน’ หวังให้เข้าใจ ไม่ใช่กลัวเป็นชนวนม็อบ

วันอังคาร ที่ 22 เมษายน พ.ศ. 2568, 10.21 น.

“ภูมิธรรม” บอก สั่ง สส.ลงพื้นที่ ตีปี๊บ กม.กาสิโน หวัง ให้เข้าใจ ไม่ใช่กลัวเป็นชนวนม็อบ 

วันที่ 22 เมษายน 2568 เวลา 09.30 น. ที่ทำเนียบรัฐบาล นายภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกรัฐมนตรี และรมว.กลาโหม ให้สัมภาษณ์กรณีพรรคเพื่อไทยกำชับส.ส. ลงพื้นที่เพื่อทำความเข้าใจประชาชน เกี่ยวกับ ร่างพ.ร.บ. การประกอบธุรกิจสถานบันเทิงครบวงจรหรือเอนเตอร์เทนเมนท์คอมเพล็กซ์ ที่ต้องไปทำความเข้าใจกับประชาชน และเรื่องพ.ร.บ.เกี่ยวกับการนิรโทษกรรม เป็นเพราะหวั่นจะมีม็อบใช่หรือไม่ ว่าการลงพื้นที่ไม่ใช่ลงไปเนื่องจากกลัวประเด็นดังกล่าวจะเป็นการจุดกำเนิดม็อบ แต่เป็นปกติช่วงปิดสมัยประชุมเราก็จะให้สส.ลงพื้นที่พบประชาชนมีกฎหมายอะไรที่ค้างในสภาฯหรือมีปัญหา ยังไม่มีความเข้าใจจะได้ชี้แจง ร่างกฎหมายทั้งสองฉบับจ่ออยู่ในสภาฯ เมื่อจะนำมาพิจารณาก็ควรชี้แจง ยืนยันไม่เกี่ยวข้องกับความกังวลจะเป็นการจุดม็อบ

เมื่อถามว่ายังมีความกังวลต่อร่างกฎหมายทั้งสองฉบับหรือไม่ นายภูมิธรรม กล่าวว่าไม่ได้กังวลเราคิดว่ามีเหตุมีผล เรื่องนี้รัฐบาลทำตามกรอบ เป็นนโยบายที่รัฐบาลผลักดันก็สมควรที่พรรคการเมืองจะนำประเด็นในสภาฯไปพูดคุยกับประชาชน ทำความเข้าใจให้ชัดเจนและเรื่องนี้พรรคร่วมรัฐบาลไม่ได้มีความขัดแย้งเนื่องจากเป็นนโยบายที่ได้แถลงต่อรัฐสภา และยืนยันกาสิโนเป็นเรื่องเล็กนิดเดียว แต่ถูกหยิบยกขึ้นมาเป็นกฎหมายกาสิโนซึ่งมันไม่ใช่ เราอยากทำความเข้าใจกับนักการเมืองสส. พรรคร่วมรัฐบาลหรือแม้แต่ฝ่ายค้านให้เข้าใจประเด็นนี้อย่างถ่องแท้ ในแง่ของพรรคร่วมรัฐบาลก็ต้องเข้าใจต้องเคลียร์กัน เมื่อถามว่าเรื่องนี้เมื่อเปิดสมัยประชุมสภาฯจะราบรื่นใช่หรือไม่ นายภูมิธรรมกล่าวว่าอยู่ที่ความเข้าใจของประชาชนและพรรคการเมืองต่างๆ

คอนเฟิร์ม! ‘นายกฯ’รับเลื่อนเจรจาการค้าไทย-สหรัฐ ปม‘ภาษีทรัมป์’

คอนเฟิร์ม! ‘นายกฯ’รับเลื่อนเจรจาการค้าไทย-สหรัฐ ปม‘ภาษีทรัมป์’

คอนเฟิร์ม! ‘นายกฯ’รับเลื่อนเจรจาการค้าไทย-สหรัฐ ปม‘ภาษีทรัมป์’

วันอังคาร ที่ 22 เมษายน พ.ศ. 2568, 10.13 น.

คอนเฟิร์ม! ‘นายกฯ’รับเลื่อนเจรจาการค้าไทย-สหรัฐ ปม‘ภาษีทรัมป์’

เมื่อเวลา 10.00 น.วันที่ 22 เมษายน 2568. ที่ห้องประชุม 501 ตึกบัญชาการ 1 ทำเนียบรัฐบาล น.ส.แพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี เป็นประธานการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) โดยก่อนการประชุมผู้สื่อข่าวถามว่ามีการเลื่อนการเจรจาเรื่องการปรับขึ้นภาษีกับทางสหรัฐอเมริกาออกไปจากเดิมกำหนดในวันที่ 23 เม.ย.ใช่หรือไม่ นายกฯ กล่าวว่า มีการเลื่อนค่ะ เดี๋ยวไปรอฟังหลัง ครม.

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในการประชุมมี ครม.แจ้งลาการ 3 คน ได้แก่ พล.ต.อ.เพิ่มพูน ชิดชอบ รมว.ศึกษาธิการ นายสุชาติ ชมกลิ่น รมช.พาณิชย์ และ นายเผ่าภูมิ โรจนสกุล รมช.คลัง

‘อนุทิน’ ร้องโอ้ย​! ลา​ประชุมครม.​ถูกโยงเกาเหลาพรรคร่วม​ หลังสะพัดถูก ยึดเก้าอี้ ‘มท.​1’

‘อนุทิน’ ร้องโอ้ย​! ลา​ประชุมครม.​ถูกโยงเกาเหลาพรรคร่วม​ หลังสะพัดถูก ยึดเก้าอี้ ‘มท.​1’

‘อนุทิน’ ร้องโอ้ย​! ลา​ประชุมครม.​ถูกโยงเกาเหลาพรรคร่วม​ หลังสะพัดถูก ยึดเก้าอี้ ‘มท.​1’

วันอังคาร ที่ 22 เมษายน พ.ศ. 2568, 10.09 น.

‘อนุทิน’ ถึงกับร้องโอ้ย​! ลา​ประชุมครม.​ถูกโยงเกาเหลาพรรคร่วม​ ลามสะพัด ‘ปรับครม.’​ ยึดเก้าอี้ ‘มท.​1’ แจงมีภารกิจสำคัญ​ มอบ ‘ต้นศรีมหาโพธิ’ ให้ ‘ผู้ว่าฯทั่วไทย’

วันที่ 22 เมษายน 2568 เมื่อเวลา 09.20 น. ที่กระทรวงมหาดไทย(มท.) นายอนุทิน​ ชาญวีรกูล​ รองนายกรัฐมนตรี และรมว. มหาดไทย​  ในฐานะหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย กล่าวถึงกระแสข่าวปรับคณะรัฐมนตรี (ครม.) ที่ระบุ ต้องใช้แรงเยอะ ในการเขย่าเก้าอี้ มท.1 ข่าวออกไปเป็นอย่างไรบ้าง​  โดยนายอนุทิน  กล่าวยืนยันว่า “ไม่มี​ ไม่มี​ ”

เมื่อถามถึง การลาประชุม ครม. ในวันนี้ นายอนุทิน  กล่าวว่า เพราะต้องเป็นประธานในพิธีพระราชทาน พระศรีมหาโพธิทศมราชบพิตร​ โดยมอบกับผู้ว่าราชการทุกจังหวัด เวลา 10.00 น.

เมื่อถามย้ำว่า  การลา ครม.​ มีการนำไปโยงว่า เกี่ยวกับความสัมพันธ์กับพรรคร่วมรัฐบาล นายอนุทิน ร้องโอ้ย ก่อนจะกล่าวว่า พิธีนี้สำคัญ เพราะต้องนำต้นศรีมหาโพธิ ไปปลูก ในทุกจังหวัดทุกจังหวัดทั่วประเทศ

‘ทวี’ไม่กังวล ผู้ตรวจการฯรับลูก กสม.ให้ศาลเพิกถอนระเบียบส่งตัวทักษิณพักชั้น 14 โรงพยาบาลตำรวจเป็นโมฆะ

'ทวี'ไม่กังวล ผู้ตรวจการฯรับลูก กสม.ให้ศาลเพิกถอนระเบียบส่งตัวทักษิณพักชั้น 14 โรงพยาบาลตำรวจเป็นโมฆะ

‘ทวี’ไม่กังวล ผู้ตรวจการฯรับลูก กสม.ให้ศาลเพิกถอนระเบียบส่งตัวทักษิณพักชั้น 14 โรงพยาบาลตำรวจเป็นโมฆะ

วันอังคาร ที่ 22 เมษายน พ.ศ. 2568, 10.06 น.

“ทวี”ไม่กังวล ผู้ตรวจการฯรับลูก กสม.ให้ศาลเพิกถอนระเบียบส่งตัวทักษิณพักชั้น 14 โรงพยาบาลตำรวจเป็นโมฆะ ยันทำตามขั้นตอน กฎหมายมีมาก่อน

เมื่อวันที่ 22 เมษายน พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง  รมว.ยุติธรรม กล่าวถึงกรณีผู้ตรวจการแผ่นดิน รับเรื่องของกรรมการสิทธิมนุษยชน(กสม.) ที่ขอให้ศาลถอนระเบียบกรมราชทัณฑ์ คำสั่งการส่งตัวนายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ไปพักที่โรงพยาบาลตำรวจชั้น 14 เป็นโมฆะว่า ส่วนตัวไม่มีความกังวลเรื่องนี้ และขอชี้แจงว่ากระทรวงยุติธรรมรวมถึงหน่วยงานภายใต้กำกับ หากเป็นการสอบสวนขององค์กรอิสระ จะเคารพไม่เข้าไปก้าวก่าย ทั้งนี้ ผู้ตรวจการแผ่นดินเคยส่งคำวินิจฉัยมาแล้ว  3 เรื่องคือ 1.การส่งตัวนายทักษิณ ออกจากเรือนจำไปโรงพยาบาลตำรวจ ซึ่งทางกระทรวงยุติธรรม ได้ชี้แจงว่าเป็นการปฏิบัติโดยชอบ 2. เรื่องของการรักษา และ 3. เรื่องของการปฏิบัติตามระเบียบทั้งหมด ซึ่งสะท้อนเห็นว่าทางผู้ตรวจการแผ่นดินได้มีการตรวจสอบเรื่องนี้มาแล้ว แต่ประเด็นที่มาใหม่ ตนยังไม่แน่ใจว่าเป็นกฎหมายใหม่อะไรหรือไม่

พ.ต.อ.ทวียังกล่าวถึงเรื่องของป.วิอาญากับพ.ร.บ.ราชทัณฑ์ว่า มีศักดิ์ของกฎหมายเท่ากัน แต่ป.วิอาญาเกิดมาก่อน ส่วนกฎหมายราชทัณฑ์ฉบับเดิม เริ่มมาตั้งแต่พ.ศ 2479 ซึ่งก็มีการส่งตัวไปรักษา ทั้งนี้ ในกฎหมายเดิมและกฎหมายปัจจุบันมีความคล้ายคลึงกัน ก็ไม่เคยไปขออนุญาตต่อศาล และเรื่องนี้ศาลฎีกามีคำวินิจฉัยแล้วเป็นคนละอำนาจกัน การพูดเป็นส่วนหนึ่ง การทุเลาของศาลก็เป็นอีกส่วนหนึ่ง แต่ทางกระทรวงฯก็พร้อมที่จะชี้แจง

นายกฯ แสดงความเสียใจอย่างสุดซึ้ง ต่อการสิ้นพระชนม์ของสมเด็จพระสันตะปาปาฟรันซิส

นายกฯ แสดงความเสียใจอย่างสุดซึ้ง ต่อการสิ้นพระชนม์ของสมเด็จพระสันตะปาปาฟรันซิส

นายกฯ แสดงความเสียใจอย่างสุดซึ้ง ต่อการสิ้นพระชนม์ของสมเด็จพระสันตะปาปาฟรันซิส

วันอังคาร ที่ 22 เมษายน พ.ศ. 2568, 09.44 น.

นายกรัฐมนตรี  แสดงความเสียใจอย่างสุดซึ้ง ต่อการสิ้นพระชนม์ของสมเด็จพระสันตะปาปาฟรันซิส ขอพระองค์ทรงสถิตในสัมปรายภพอันสงบสุขตลอดนิจนิรันดร์

สืบเนื่องจากสำนักวาติกัน ออกแถลงการณ์ “พระสันตปาปาฟรานซิส” ประมุขคริสตจักรนิกายโรมันคาทอลิก สิ้นพระชนม์ เมื่อวานนี้ (21 เม.ย.68) ล่าสุด น.ส.แพทอง ธารชินวัตร นายกรัฐมนตรี แสดงความเสียใจต่อการสิ้นพระชนม์ของสมเด็จพระสันตะปาปาฟรานซิส ว่า โดยระบุ
On behalf of the people of Thailand, I extend my profound sorrow and deepest condolences on the passing of @Pontifex His Holiness Pope Francis. His unwavering compassion, moral courage, noble humility, and tireless pursuit of peace inspired millions of people across faiths and nations.

Thailand joins the world in mourning the loss of a true beacon of humanity.

May His Holiness rest in eternal peace.

ในนามของประชาชนชาวไทย ดิฉันขอแสดงความเสียใจอย่างสุดซึ้งต่อการสิ้นพระชนม์ของสมเด็จพระสันตะปาปาฟรานซิส @Pontifex ด้วยความโศกเศร้าอย่างยิ่ง พระองค์ทรงเป็นต้นแบบแห่งความเมตตา ความกล้าหาญทางศีลธรรม ความอ่อนน้อมถ่อมตน และความมุ่งมั่นในการสร้างสันติภาพ ซึ่งเป็นแรงบันดาลใจแก่ผู้คนจำนวนมากจากทุกศาสนาและทุกมุมโลก

ประเทศไทยขอร่วมกับประชาคมโลกในการไว้อาลัยต่อการจากไปของสมเด็จพระสันตะปาปาฟรานซิส ผู้เป็นดั่งแสงนำทางแห่งมวลมนุษยชาติ

ขอพระองค์ทรงสถิตในสัมปรายภพอันสงบสุขตลอดนิจนิรันดร์

ผมไม่ได้ท้อ แค่เห็นว่าไม่มีประโยชน์! ‘นักเขียนซีไรต์’ลั่นสู้กับระบอบทักษิณ-เสื้อส้ม เป็นโมฆะ สูญเปล่า

ผมไม่ได้ท้อ แค่เห็นว่าไม่มีประโยชน์! 'นักเขียนซีไรต์'ลั่นสู้กับระบอบทักษิณ-เสื้อส้ม เป็นโมฆะ สูญเปล่า

ผมไม่ได้ท้อ แค่เห็นว่าไม่มีประโยชน์! ‘นักเขียนซีไรต์’ลั่นสู้กับระบอบทักษิณ-เสื้อส้ม เป็นโมฆะ สูญเปล่า

วันอังคาร ที่ 22 เมษายน พ.ศ. 2568, 09.30 น.

‘วิมล ไทรนิ่มนวล’นักเขียนรางวัลซีไรต์เปิดใจสู้กับระบอบทักษิณ-เสื้อส้ม เป็นโมฆะ สูญเปล่า ลั่นไม่ได้ท้อ แค่เห็นว่าไม่มีประโยชน์อะไร ไปหาตังค์ดีกว่า

วันที่ 22 เมษายน 2568 วิมล ไทรนิ่มนวล นักเขียนรางวัลซีไรต์ โพสต์ข้อความระบุว่า สู้ด้วยความคิดกับระบอบทักษิณมาตั้งแต่ปี 2553 จนมาถึงวันที่ทักษิณกลับประเทศไทยอย่างเท่ จึงรู้ว่าทุกสิ่งทุกอย่างที่สู้มายาวนานนั้นเป็นโมฆะ สูญเปล่า

แต่กระนั้นก็ยังสู้กับขบวนการส้มต่อมาจนวันนี้ เพราะอยากเป็นกำลังใจให้เพื่อนที่ร่วมสู้ด้วยกันมา

ผมยังยึดหลักการเดิมเสมอ ไม่ว่าผมจะโง่หรือมีปัญญา คือ “สู้เพื่อประเทศชาติ” ไม่ใช่สู้เพื่อนักการเมือง เพราะนักการเมืองก็ต้องสู้เพื่อประเทศชาติเช่นกัน

ประเทศชาตินั้น “เป็นนิติรัฐ-นิติธรรม” และมีสถาบันพระกษัตริย์ นั่นคือผมสู้เพื่อสิ่งนี้เป็นหลัก

ในข่วง 2 ปีมานี้ผมต้องขัดแย้งกับสลิ่มทึ่ใช้ความรู้สึกมากกว่าหลักการและเหตุผลหลายประเด็น ล่าสุดนี้ก็เรื่องฮีโร่กับการอวย เพราะฮีโร่ล้ำเส้น

ผมจึงคิดอีกว่าสู้กับเสื้อส้มมาก็เป็นโมฆะเช่นกัน สูญเปล่า เพราะในฝ่ายเดียวกันก็มีบางส่วนไม่เคารพหลักการความเป็นนิติรัฐ – นิติธรรม

เขียนเห็นแย้งกับพวกเขามากไปก็กลายเป็นความขัดแย้ง เป็นการเอาชนะกัน และเสียความรู้สึกต่อกัน และเหมือนเถียงกับคนไม่มีวุฒิภาวะ ก็จึงถือโอกาสไปหากินสักพัก หลังจากผัดวันประกันพรุ่งเรื่อยมา

ผมไม่ได้ท้อ แค่เห็นว่าไม่มีประโยชน์อะไร ไปหาตังค์ดีกว่า มีตังค์ก็กลับมาเขียนอีก หรือมีเวลาช่วงสั้น ๆก็จะเขียน แต่ยังเขียนใน “นสพ.แนวหน้าออนไลน์” ทุกวันศุกร์ตามปรกติครับ.

‘ประวิตร’เสียใจกับผู้สูญเสียเหตุรถบัสชนท้ายรถพ่วง พปชร.การป้องกันไม่ให้เกิดโศกนาฏกรรม

'ประวิตร'เสียใจกับผู้สูญเสียเหตุรถบัสชนท้ายรถพ่วง พปชร.การป้องกันไม่ให้เกิดโศกนาฏกรรม

‘ประวิตร’เสียใจกับผู้สูญเสียเหตุรถบัสชนท้ายรถพ่วง พปชร.การป้องกันไม่ให้เกิดโศกนาฏกรรม

วันอังคาร ที่ 22 เมษายน พ.ศ. 2568, 09.19 น.

พล.ต.ท.ปิยะ ต๊ะวิชัย โฆษกพรรคพลังประชารัฐ  กล่าวว่า “พล.อ. ประวิตร  วงษ์สุวรรณ หัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ  กล่าวแสดงความเสียใจกับญาติผู้สูญเสียกับเหตุการณ์ รถโดยสารประจำทาง เส้นทางระยอง-หนองคาย ชนท้ายรถบรรทุกพ่วง เมื่อวันที่ 21 เม.ย.2568 เวลา01.40น. เหตุเกิดบริเวณเขาศาลปู่โทน ถนนสาย 304 ต.บุพราหมณ์ อ.นาดี จ.ปราจีนบุรี ซึ่งแรงชนทำให้เกิดเพลิงลุกไหม้รถโดยสารทั้งคัน

ทั้งนี้ในเบื้องต้นมีรายงานผู้ได้รับบาดเจ็บ 20 ราย และมีผู้เสียชีวิตในที่เกิดเหตุแล้วอย่างน้อย 7 ราย โดยรถทัวร์โดยสารดังกล่าว มีผู้โดยสารทั้งหมด 47 ราย รวมผู้ขับขี่  ซึ่งกรณีดังกล่าวเป็นการเกิดอุบัติเหตุกับรถบัสโดยสาร ที่มีการขนส่งพี่น้องประชาชนจำนวนมาก  และเกิดเพลิงไหม้รถโดยสารซ้ำรอย กรณี รถบัสโดยสารไม่ประจำทางซึ่งอยู่ระหว่างนำนักเรียนและครูเดินทางทำกิจกรรมทัศนศึกษา เกิดเหตุเพลิงไหม้ขณะวิ่งอยู่บนถนนวิภาวดีรังสิต ในเขตอำเภอลำลูกกา จังหวัดปทุมธานี  ทำให้มีผู้เสียชีวิตในที่เกิดเหตุ 23 ราย ในจำนวนนี้เป็นนักเรียนจำนวน 20 คนและเป็นครู 3 คน  มีผู้ได้รับบาดเจ็บสาหัส 4 ราย และบาดเจ็บเล็กน้อย 4 ราย เหตุเกิดเมื่อวันที่ 1 ตุลาคม พ.ศ. 2567  ซึ่ง เหตุเกิดในครั้งที่แล้วและครั้งนี้ห่างกันไม่ถึงหนึ่งปี   และเมื่อเดือนตุลาคม 2567 ทางพรรคพลังประชารัฐ  ได้เสนอแนวทางและวิธีการเพื่อความปลอดภัยในการใช้รถให้แก่ทางกระทรวงคมนาคมและทางรัฐบาลแต่ทางรัฐบาลไม่ได้สนใจความเดือดร้อนหรือความสูญเสียของพี่น้องประชาชน   เพิกเฉย หรือไม่ขับเคลื่อนมาตราการต่างๆ   ทำให้เกิดเหตุซ้ำซากและความสูญเสียบ่อยครั้ง“

ดร.ม.ล.กรกสิวัฒน์ เกษมศรี กรรมการบริหารพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.)  กล่าวว่า “พรรคพลังประชารัฐได้ติดตามประเด็นปัญหาของรถโดยสารที่ติดตั้งระบบก๊าซ NGV และเมื่อเกิดอุบัติเหตุจะเกิดไฟไหม้รุนแรงมีคนเสียชีวิตนั้น นอกจากเกิดขึ้นจากการติดตั้งที่ไม่ได้มาตรฐานแล้ว ภาครัฐยังกำหนดมาตรฐาน มอก.2333 ที่ต่ำกว่ามาตรฐานสากลในเรื่องลิ้นเปิดปิดการจ่ายก๊าซที่หัวถัง   ทั้งนี้ มาตรฐาน มอก.ผู้ใช้เลือกได้ว่าจะใช้ลิ้นปิด-เปิดด้วยมือหรือลิ้นปิด-เปิดอัตโนมัติก็ได้ แต่ตามมาตรฐานสากล ต้องมีทั้งลิ้นปิด-เปิดอัตโนมัติ และลิ้นปิด-เปิดด้วยมือ เพื่อความปลอดภัยสูงสุดเมื่อระบบก๊าซรั่ว จะตัดการจ่ายก๊าซจากถังทันที  ซึ่ง ตนได้เคยยื่นหนังสือถึงรัฐบาลให้ตรวจสอบและแก้ไขเมื่อวันที่ 24 ต.ค.2567 “

“พรรคพลังประชารัฐจึงเสนอแนวทางป้องกันไม่ให้เกิดโศกนาฏกรรมกับพี่น้องคนไทยขึ้นอีก ควรกำหนดให้รถโดยสารสาธารณะต้องติดตั้งลิ้นปิด-เปิดอัตโนมัติ (โซลินอยด์วาล์ว) เพิ่มเติมที่ถังทุกใบ ปัจจุบันมีค่าใช้จ่ายประมาณ 2,000-3,000 บาทต่อถัง ซึ่งคุ้มค่าต่อการรักษาชีวิตคน โดยทางพรรคพลังประชารัฐ จะหารือกับรัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรมโดยเร็ว  ย้ำว่า พรรคพลังประชารัฐยึดมั่นผลประโยชน์ของประชาชนเป็นที่ตั้ง แม้เป็นฝ่ายค้านก็ทำงานร่วมกับรัฐบาลเพื่อพี่น้องประชาชนได้“ ดร.ม.ล.กรกสิวัฒน์ กล่าว

พล.ต.ท.ปิยะฯ กล่าว “ ครั้งนี้นับว่าเป็นโชคดี ที่มีน้อง อายุ 15 ที่โดยสารมาด้วย  มีปฏิภาณไหวพริบ  สามารถช่วย เปิดประตูฉุกเฉิน  ทำให้ผู้โดยสารส่วนใหญ่ ออกมาได้ทันและ ปลอดภัย  ซึ่งความโชคดีเช่นนี้หากหากไม่เกิดขึ้นอาจจะก่อให้เกิดโศกก็กรรมใหญ่หลวงเหมือนที่ผ่านมา  รัฐบาลควรตระหนักถึงความปลอดภัยและสวัสดิภาพของพี่น้องประชาชนประชาชนโดยเฉพาะในระดับรากหญ้า และผู้มีรายได้น้อยมากกว่านี้“