‘พิชัย’สั่งเข้มคุมรับซื้อปาล์มน้ำมัน-ยางพาราใกล้ชิด

'พิชัย'สั่งเข้มคุมรับซื้อปาล์มน้ำมัน-ยางพาราใกล้ชิด

‘พิชัย’สั่งเข้มคุมรับซื้อปาล์มน้ำมัน-ยางพาราใกล้ชิด

วันอังคาร ที่ 22 เมษายน พ.ศ. 2568, 09.11 น.

‘พิชัย‘ สั่งเข้มคุมรับซื้อปาล์มน้ำมันและยางพาราใกล้ชิด ส่งทีมพาณิชย์มอนิเตอร์ ห้ามเอาเปรียบเกษตรกร เจรจาตลาดส่งออกใหม่ มั่นใจแนวโน้มต้องการใช้เพิ่ม

วันที่ 22 เม.ย.2568 นายพิชัย นริพทะพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยภายหลังประชุมติดตามสถานการณ์สินค้าปาล์มน้ำมัน และยางพารา เมื่อวันที่ 21 เม.ย. 2568 โดยสั่งการให้กรมการค้าภายในดำเนินการติดตามสถานการณ์การรับซื้อผลปาล์มน้ำมันและยางพาราในพื้นที่อย่างเข้มงวด โดยบังคับใช้กฎหมายอย่างเคร่งครัด เพื่อป้องกันการเอาเปรียบเกษตรกรและสร้างความเป็นธรรมในการรับซื้อ โดยเปิดเผยว่า “สถานการณ์ปัจจุบัน ปริมาณผลผลิตปาล์มน้ำมันที่ออกสู่ตลาดเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ประกอบกับโรงสกัดน้ำมันปาล์มในพื้นที่หยุดการรับซื้อในช่วงวันหยุดสงกรานต์ที่ผ่านมา ส่งผลให้ราคาผลปาล์มปรับตัวลดลง แต่ยังสูงกว่าช่วงเดียวกันของปีที่ผ่านมา ซึ่งปัจจุบัน ทั้ง โรงสกัด และลานเทได้เปิดรับซื้อตามปกติแล้ว แต่ด้วยผลผลิตที่ออกกระจุกตัวและมีปริมาณมากในช่วงนี้ จึงได้สั่งการให้กรมการค้าภายในติดตามการรับซื้ออย่างใกล้ชิด โดยเน้นการบังคับใช้กฎหมาย ได้แก่ ให้ผู้ประกอบการต้องปิดป้ายแสดงราคารับซื้อและเปอร์เซ็นน้ำมันให้ชัดเจน และมีการรับซื้อเป็นไปตามราคาที่แสดง  นอกจากนี้ยังมีการตรวจสอบเครื่องชั่งให้มีความเที่ยงตรง ซึ่งหากพบเห็นการดัดแปลง หรือพบความผิดปกติ จะดำเนินการ ตามกฎหมายอย่างเคร่งครัด

“ในส่วนของยางพารา กระทรวงพาณิชย์ ได้กำหนดให้ยางพาราเป็นสินค้าควบคุมตามกฎหมายว่าด้วยราคาสินค้าและบริการ โดยกำหนดให้ผู้ประกอบกิจการยางพาราที่รับซื้อยางพารา 5,000 กก.ขึ้นไปต้องแจ้งปริมาณซื้อ-ขาย-คงเหลือ และสถานที่เก็บ เพื่อให้สามารถประเมินอุปทานของสินค้าในตลาดภายในประเทศได้อย่างถูกต้อง นอกจากนี้ ยังมีการกำกับดูแลการรับซื้ออย่างเคร่งครัดให้เป็นไปตามกฎหมาย ทั้งในเรื่องการปิดป้ายแสดงราคาให้มีความชัดเจน และการใช้เครื่องชั่งที่ได้มาตรฐานตามที่กรมการค้าภายในกำหนด เพื่อดูแลเกษตรกรไม่ให้ตกเป็นเหยื่อกลโกงจากมิจฉาชีพในการรับซื้อยางพารา” นายพิชัย กล่าว

นายพิชัย กล่าวต่อว่า “อย่างไรก็ดี นอกจากการรับซื้อในประเทศ ปัจจัยบวกในเรื่องของการส่งออกที่มีมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ จะส่งผลให้ราคาในประเทศปรับเพิ่มสูงขึ้น โดยนอกจากตลาดส่งออกเดิมที่มีปริมาณเพิ่มขึ้น กระทรวงพาณิชย์ยังได้เร่งหาตลาดการส่งออกใหม่ เพื่อผลักดันการส่งออกน้ำมันปาล์มและผลิตภัณฑ์ ยางพาราและผลิตภัณฑ์ เพื่อเพิ่มปริมาณการส่งออกได้ ซึ่งจะช่วยสร้างความต้องการในตลาดต่างประเทศและทำให้ราคาผลผลิตสินค้าเกษตรในประเทศมีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้น ซึ่งจะเป็นผลดีต่อเกษตรกรและอุตสาหกรรมโดยรวม 

นอกจากนี้ ตนยังได้มอบให้สำนักงานนโยบายและยุทธศาสตร์การค้า (สนค.) ศึกษาแนวทางในการพัฒนาสินค้ายางพาราเพื่อปรับตัวเข้าสู่การค้ายุคใหม่ โดยให้ความรู้และข้อมูลเชิงลึกเกี่ยวกับการเปลี่ยนแปลงของอุตสาหกรรมยางพาราทั้งในระดับโลกและภายในประเทศ พร้อมแนวทางปรับตัวให้สอดรับกับยุคการค้าใหม่ ซึ่งทราบว่าอุตสาหกรรมยางพาราทั่วโลกยังคงเติบโต โดยมีความต้องการเนื้อยางและผลผลิตรวมเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง แต่ในขณะเดียวกันก็มีแนวโน้มที่ผลผลิตจะล้นตลาดและราคายางลดลง ซึ่งเป็นความท้าทายสำคัญของประเทศผู้ผลิต สำหรับประเทศไทย แม้จะเป็นผู้ผลิตยางพาราอันดับหนึ่งของโลก แต่ผลผลิตต่อไร่ของไทยยังอยู่ในอันดับที่ 11 เมื่อเทียบกับหลายประเทศ ส่งผลให้จำเป็นต้องเร่งปรับตัวและพัฒนาเพื่อรักษาความสามารถในการแข่งขัน ทั้งในแง่ของการเพิ่มผลผลิต การแปรรูปเพิ่มมูลค่า และการขยายตลาดส่งออกทั้งภายในและภายนอกประเทศ”

“หากเกษตรกรพบเห็นพฤติกรรมไม่โปร่งใสหรือสงสัยว่าถูกเอาเปรียบ สามารถแจ้งเบาะแสได้ที่ศูนย์ชั่งตวงวัดและสำนักงานสาขาชั่งตวงวัดทั่วประเทศ หรือสายด่วนกรมการค้าภายใน 1569 หรือ Line@MR.DIT” กระทรวงพาณิชย์จะใช้กลไกตามกฎหมายควบคู่กับการบริหารจัดการเชิงรุก เพื่อสร้างเสถียรภาพด้านราคา โดยจะเดินหน้าตรวจสอบ เฝ้าระวัง และบูรณาการความร่วมมือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้การดำเนินงานด้านราคาสินค้าสำคัญของประเทศเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ โปร่งใส และสร้างความเชื่อมั่นในการซื้อขายให้เกิดความเป็นธรรม” นายพิชัย กล่าว

จี้‘อิ๊งค์’ลาออก ปชน.เดินหน้าแผนโรยเกลือ ผ่า‘ตั๋วP/N-ชั้น14-เขาใหญ่’

จี้‘อิ๊งค์’ลาออก ปชน.เดินหน้าแผนโรยเกลือ ผ่า‘ตั๋วP/N-ชั้น14-เขาใหญ่’

จี้‘อิ๊งค์’ลาออก ปชน.เดินหน้าแผนโรยเกลือ ผ่า‘ตั๋วP/N-ชั้น14-เขาใหญ่’

วันอังคาร ที่ 22 เมษายน พ.ศ. 2568, 06.00 น.

จี้‘อิ๊งค์’ลาออก ปชน. เดินหน้าแผนโรยเกลือ ผ่า‘ตั๋วP/N-ชั้น14-เขาใหญ่’

“วิโรจน์ ลักขณาอดิศร”ขุนพล ปชน. เปิดแถลงใหญ่เรียกร้องให้ “นายกฯอิ๊งค์”ลาออกรับผิดชอบด้านจริยธรรม หลังเผชิญปัญหา กรณีตั๋ว P/N-เทมส์ วัลเลย์-ชั้น 14” เผยยุทธการโรยเกลือเพื่อต้องการทำให้บ้านเมืองสะอาด

เมื่อวันที่ 21 เมษายน 2568 ที่อาคารอนาคตใหม่ นายวิโรจน์ ลักขณาอดิศร สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน (ปชน.) แถลงข่าวความคืบหน้ายุทธการโรยเกลือ หรือกระบวนการเดินหน้าตรวจสอบข้อทุจริตและความผิดปกติหลังการอภิปรายไม่ไว้วางใจนายกรัฐมนตรีที่ผ่านมาว่าพรรคประชาชนจะมีการดำเนินการทางกฎหมายและกระบวนการต่างๆ ต่อ 3 กรณี ประกอบด้วย 1) กรณีนายกรัฐมนตรีใช้ตั๋วสัญญาใช้เงิน (PN) 9 ฉบับโดยไม่มีการกำหนดการชำระเงิน ไม่มีดอกเบี้ย สร้างกระบวนการให้ดูเสมือนว่าเป็นการซื้อหุ้นจากบุคคลในครอบครัวและเครือญาติ มูลค่ารวม 4,434.5 ล้านบาท ซึ่งถูกตั้งข้อสงสัยว่าเป็นเจตนาที่แท้จริงในการหลีกเลี่ยงชำระภาษีการรับให้มูลค่า 218.7 ล้านบาท

จากพฤติการณ์ที่ปรากฏ หุ้นเปลี่ยนมือจากบุคคลในครอบครัวและเครือญาติมาอยู่ในมือของนายกรัฐมนตรีโดยสมบูรณ์แล้ว และนายกรัฐมนตรีก็ได้รับประโยชน์จากการถือหุ้นดังกล่าวในฐานะเจ้าของหุ้นอย่างเต็มรูปแบบ ในกรณีที่มีการปันผลนายกรัฐมนตรีก็ได้รับการปันผลเป็นที่เรียบร้อยแล้ว แต่ยังไม่เคยมีการชำระเงินค่าซื้อหุ้นมาก่อนแต่อย่างไร ไม่มีการระบุว่าจะชำระเงินค่าซื้อหุ้นกันเมื่อไหร่ ไม่มีกระทั่งภาระในการชำระดอกเบี้ยที่เกิดจากการค้างชำระในการซื้อหุ้น

นายวิโรจน์ กล่าวว่า พฤติการณ์ในลักษณะนี้ประชาชนย่อมเข้าใจได้ว่าน่าจะเป็นการทำนิติกรรมอำพราง เป็นเพียงการสร้างพฤติกรรมการซื้อขายแต่เพียงรูปแบบขึ้นมาเพื่อหลีกเลี่ยงการจ่ายภาษีการรับให้ ซึ่งเป็นพฤติกรรมที่ไม่สมควรอย่างยิ่งสำหรับนายกรัฐมนตรี ที่ยังเป็นประธานคณะกรรมการนโยบายการเงินการคลังของรัฐอีกด้วย

ทั้งนี้ หากเทียบกับกรณีที่ประเทศสหรัฐอเมริกาหลายกรณี ไม่ว่าจะเป็นคดี Estate of Maxwell หรือ Estate of Berkman ที่มีลักษณะการใช้ตั๋วสัญญาใช้เงินในการทำธุรกรรมเพื่อหลีกเลี่ยงภาษีแบบนี้ ศาลภาษีที่สหรัฐอเมริกาล้วนมีคำวินิจฉัยให้กรมสรรพากรชนะคดีทั้งสิ้น โดยวางหลักเกณฑ์ที่เป็นสากลไว้ว่าหากตั๋วสัญญาใช้เงินไม่มีเงื่อนไขการชำระหนี้ที่ชัดเจน ไม่มีหลักฐานว่าจะมีความตั้งใจในการชำระหนี้ และมีอัตราดอกเบี้ยเงื่อนไขการซื้อขายหุ้นที่เบี่ยงเบนไปจากธุรกรรมการค้าโดยทั่วไป ย่อมถือได้ว่าไม่ได้มีเจตนาที่จะเป็นการสร้างหนี้ที่แท้จริง แต่เป็นการหลีกเลี่ยงภาษีการรับให้

นายวิโรจน์ กล่าวว่า ในกรณีนี้ เมื่อวันที่ 28 มีนาคม 2568 พรรคประชาชนได้มีการยื่นหนังสือถึงอธิบดีกรมสรรพากรเพื่อให้ดำเนินการตามมาตรา13 สัตต (7) แห่งประมวลรัษฎากร เพื่อให้คณะกรรมการวินิจฉัยภาษีอากรได้วินิจฉัยกรณีนี้ว่าเป็นนิติกรรมอำพรางเพื่อหลีกเลี่ยงภาษีการรับให้หรือไม่ กรณีนี้ตรวจสอบได้ไม่ยาก ไม่ว่าจะเป็นการตรวจสอบสัญญาการซื้อขายว่ามีอยู่จริงหรือไม่ เงื่อนไขในสัญญาสอดคล้องกับการทำสัญญาซื้อหุ้นทั่วไปหรือไม่ ตั๋วสัญญาใช้เงินย้อนหลังของคนในครอบครัวที่เคยทำกันมาเคยมีการชำระหนี้กันจริงหรือไม่ และยังพิจารณาต่อได้อีกว่านายกรัฐมนตรีได้มีการนำเงินปันผลที่ได้จากบริษัทมาชำระค่าหุ้นบ้างหรือไม่

ทั้งหมดนี้จะเป็นพยานหลักฐานที่บ่งชี้ได้ว่านายกรัฐมนตรีมีเจตนาซื้อหุ้นจริงหรือเป็นเพียงการจัดฉากเพื่อหลีกเลี่ยงภาษีเท่านั้น หากคณะกรรมการวินิจฉัยภาษีอากรพิจารณาเรื่องนี้ด้วยความสุจริตและกล้าหาญที่จะปกป้องผลประโยชน์ของประชาชนโดยวินิจฉัยสอดคล้องกับหลักสากล พฤติกรรมดังกล่าวย่อมเป็นการทำนิติกรรมอำพรางเพื่อหลีกเลี่ยงภาษี ซึ่งจะต้องมีการติดตามให้มีการชำระภาษีย้อนหลัง พร้อมแจ้งต่อคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) เพื่อดำเนินการไต่สวนต่อไป ซึ่งทางพรรคประชาชนจะดำเนินการหลังจากที่คณะกรรมการวินิจฉัยภาษีอากรดำเนินการแล้วเสร็จ

2) กรณีโฉนด 4 แปลง ที่เป็นที่ตั้งของโรงแรม เทมส์ วัลเลย์ เขาใหญ่ แม้ที่ดินของนิคมสร้างตนเองลำตะคองตามประกาศคณะปฏิวัติ 2515 จะประกาศให้มีการใช้พื้นที่ดังกล่าวเป็นนิคมสร้างตนเองลำตะคอง แต่ประกาศคณะปฏิวัติดังกล่าวไม่ได้มีเนื้อหาในการยกเลิกหรือแก้ไขมติคณะรัฐมนตรี 2514 แต่อย่างไร ดังนั้นพื้นที่บริเวณดังกล่าวจึงยังคงมีสถานะเป็นที่ดินที่คณะรัฐมนตรีสงวนไว้เพื่อการรักษาทรัพยากรธรรมชาติ หรือพื้นที่ต้นน้ำลำธารซึ่งห้ามออกโฉนดโดยเด็ดขาด

นายวิโรจน์ กล่าวว่า ยิ่งไปกว่านั้นเมื่อพิจารณามติคณะกรรมการจัดที่ดินแห่งชาติ 2527 ที่กรมที่ดินได้นำมาอ้างว่ามีการเห็นชอบให้กรมประชาสงเคราะห์อนุญาตให้ราษฎรครอบครองเพื่อทำประโยชน์ตามมาตรา 15 แห่ง พ.ร.บ.การจัดที่ดินเพื่อการครองชีพ 2511 แต่มติดังกล่าวระบุชัดว่าเพียงอนุญาตให้ครอบครองเพื่อทำประโยชน์ แต่ไม่ใช่การให้กรรมสิทธิ์แต่อย่างใด และยังไม่มีหลักฐานใดที่แสดงว่ามติดังกล่าวจะมีการแก้ไขหรือยกเลิกมติคณะรัฐมนตรี 2514 จึงมีเหตุอันควรเชื่อได้ว่าการออกโฉนดทั้ง 4 ฉบับเป็นการออกโฉนดโดยคลาดเคลื่อนหรือไม่ชอบด้วยกฎหมาย ทั้งนี้ พรรคประชาชนเมื่อวันที่28 มีนาคม 2568 ได้มีการยื่นหนังสือกับอธิบดีกรมที่ดินเพื่อดำเนินการเพิกถอนโฉนดที่เป็นที่ตั้งของโรงแรม เทมส์ วัลเลย์ เขาใหญ่ โดยจะมีการติดตามการดำเนินการของอธิบดีกรมที่ดินอย่างต่อเนื่องต่อไป

3) กรณีข้อสงสัยว่า อดีตนายกรัฐมนตรี ทักษิณ ชินวัตร ได้รับอภิสิทธิ์เหนือผู้ต้องขังรายอื่นหรือไม่ ในฐานะนายกรัฐมนตรีซึ่งเป็นบุตรสาวจะต้องทราบถึงข้อเท็จจริงเกี่ยวกับอาการเจ็บป่วย รวมถึงการได้รับสิทธิหรืออภิสิทธิ์ใดอย่างชัดเจนตั้งแต่แรก และเมื่อสังคมได้มีการตั้งข้อสงสัยถึงความไม่สมเหตุสมผล นายกรัฐมนตรีแทนที่จะดำเนินการตรวจสอบข้อเท็จจริงและชี้แจงต่อสาธารณะ กลับบ่ายเบี่ยงซ่อนเร้นและอำพรางข้อเท็จจริง

พฤติการณ์ดังกล่าวเข้าข่ายการกระทำความผิดตามมาตรา172 ของพ.ร.ป.ว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต และยังเป็นการกระทำความผิดตามมาตรา 11 (1) ของ พ.ร.บ.ระเบียบบริหารราชการแผ่นดิน เนื่องจากนายกรัฐมนตรีไม่ได้มีการสั่งการให้มีการสอบสวนข้อเท็จจริงเกี่ยวกับการปฏิบัติของหน่วยงานราชการต่างๆ ที่เกี่ยวข้อง ในกรณีนี้พรรคประชาชนได้มอบหมายให้ รังสิมันต์ โรม สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ดำเนินการร้องต่อคณะกรรมการ ป.ป.ช. เพื่อให้มีการดำเนินการไต่สวนและชี้มูลความผิดต่อนายกรัฐมนตรีตามกฎหมายต่อไป

นายวิโรจน์ กล่าวว่า สำหรับข้อเรียกร้องที่ต้องการให้พรรคประชาชนใช้กลไกด้านจริยธรรมตามรัฐธรรมนูญในการจัดการนายกรัฐมนตรีไม่ว่าจะเป็นการเข้าชื่อเพื่อให้ประธานสภาผู้แทนราษฎรส่งคำร้องขอให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยเพื่อถอดถอนนายกรัฐมนตรี หรือแม้แต่ข้อเสนอให้พรรคประชาชนดำเนินการให้ ป.ป.ช. ไต่สวนกรณีฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามมาตรฐานจริยธรรมอย่างร้ายแรงเพื่อให้ศาลฎีกาวินิจฉัยนั้น

ทั้ง 2 กรณีพรรคประชาชน เห็นว่าในเรื่องของจริยธรรม บุคคลที่ดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีหากถูกสังคมและประชาชนตั้งคำถามอย่างต่อเนื่อง และไม่อาจชี้แจงข้อเท็จจริงได้จนสิ้นข้อสงสัย นายกรัฐมนตรีควรต้องมีความสำนึกในตนเองและแสดงความรับผิดชอบต่อสาธารณะด้วยการลาออกจากตำแหน่งโดยสมัครใจ ไม่จำเป็นต้องให้กลุ่มบุคคลใดบุคคลหนึ่งซึ่งเป็นมรดกบาปของการทำรัฐประหาร ขาดความชอบธรรมทางประชาธิปไตย และไม่มีการยึดโยงกับเจตจำนงของประชาชน มาเป็นผู้ชี้นิ้วไล่ให้ออกจากตำแหน่ง

“เรายืนยันว่าการใช้ผ้าที่สกปรกถูบ้านไม่อาจทำให้บ้านสะอาดขึ้นมาได้ การใช้น้ำเน่าไล่น้ำเสียไม่อาจทำให้น้ำในคูคลองใสสะอาด พรรคประชาชนยืนยันอีกครั้งว่าเราจะไม่ใช้กลไกที่เราไม่ยอมรับในความชอบธรรมในการจัดการกับสิ่งที่ไม่ชอบธรรมเด็ดขาดเพราะหากทำเช่นนั้นบ้านเมืองก็จะติดอยู่กับวังวนของนิติสงครามที่คณะรัฐประหารได้วางหลุมพรางเอาไว้และประเทศชาติก็จะไม่สามารถกลับคืนสู่ความเป็นนิติรัฐได้อีกเลย”นายวิโรจน์ กล่าวและว่า พรรคประชาชนขอเรียกร้องให้นายกรัฐมนตรีสำนึกในความดีความชั่วของตนและแสดงความรับผิดชอบด้วยการลาออกจากตำแหน่ง ในขณะที่ยังสามารถรักษาเกียรติภูมิของตำแหน่งผู้นำประเทศเอาไว้ได้ โดยไม่ต้องรอให้กลุ่มบุคคลใดมาชี้หน้ากล่าวหาว่าไม่ซื่อสัตย์สุจริต ไม่ปฏิบัติตามมาตรฐานจริยธรรมอย่างร้ายแรง จนต้องถูกไล่ออกจากตำแหน่งเหมือนทรชนที่ถูกจารึกไว้ในประวัติศาสตร์การเมืองไทย

‘ภูมิธรรม’โดดป้อง ‘นายใหญ่’ไม่เกี่ยว คดี‘ลูกนายกเบี้ยว’ ไม่มีการเมืองมายุ่ง

‘ภูมิธรรม’โดดป้อง ‘นายใหญ่’ไม่เกี่ยว คดี‘ลูกนายกเบี้ยว’ ไม่มีการเมืองมายุ่ง

‘ภูมิธรรม’โดดป้อง ‘นายใหญ่’ไม่เกี่ยว คดี‘ลูกนายกเบี้ยว’ ไม่มีการเมืองมายุ่ง

วันอังคาร ที่ 22 เมษายน พ.ศ. 2568, 06.00 น.

“ภูมิธรรม”ปัด“นายใหญ่”สั่งเบรก คดี“ลูกนายกเบี้ยว” การันตีการเมืองไม่เข้าไปยุ่ง ย้ำ ผบ.ตร. ว่ากันตามเนื้อผ้า ทำให้เกิดความโปร่งใส “กัน จอมพลัง” ร้องตำรวจไซเบอร์ตรวจสอบ“สป.สายไหม” เอี่ยวเว็บพนันออนไลน์หรือไม่ ยืนยันไม่กังวลถูกอีกฝ่ายร้องให้เช็คเส้นทางการเงินด้วยเช่นกัน มั่นใจตัวเองขาวสะอาด ในขณะที่ชาวปทุมรวมตัวร้อง“บิ๊กแจ๊ส” หนุ่มขับบีเอ็ม ทำคนปทุมฯ เสียชื่อเสียง จี้กำจัดมาเฟียในคราบนักการเมือง

เมื่อวันที่ 21 เมษายน 2568 ที่ทำเนียบรัฐบาล นายภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกรัฐมนตรี และรมว.กลาโหม ในฐานะแกนนำพรรคเพื่อไทย ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีมีข่าวว่านายใหญ่สั่งให้พี่ชายเบรก นายกัณฐัศว์ พงศ์ไพบูลย์เวชย์ หรือ “กัน จอมพลัง” ที่เข้าไปช่วยเหลือคู่กรณีของ นายสมิทธิพัฒน์ หลีนวรัตน์ หรือพีช ผู้สมัครรับเลือกตั้งสมาชิกสภาเทศบาล ต.ธัญบุรี ลูกชายของนายกฤษฎา หลีนวรัตน์ หรือนายกเบี้ยว นายกเทศมนตรีตำบลธัญบุรี จังหวัดปทุมธานี หลังขับรถยนต์หรู BMW ปาดหน้าชนรถกระบะลุงกับป้าจนได้รับบาดเจ็บสาหัส โดยให้ถอยกันคนละก้าวว่า ที่ว่าสั่งพี่ชายคือใคร แล้วนายใหญ่เป็นพี่ชายเขาอย่างไร ตอนนี้ท่านอายุ 70 กว่าแล้ว

ผู้สื่อข่าวถามว่า คดีนี้ประชาชนกังวลว่าจะไปโยงกับการเมือง นายภูมิธรรม กล่าวว่า ไม่ต้องกังวล รับประกันได้ ขอให้เจ้าหน้าที่ว่าไป เมื่อ 2 วันก่อนได้เจอผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ และผู้นำ 4 เหล่าทัพ ตนได้พูดไปว่าเรื่องนี้ว่าไปตามเนื้อผ้าเลย ยืนยันว่าเราไม่เข้าไปเกี่ยวข้อง ยิ่งพี่ชายเป็น สส. พรรคเพื่อไทย เราก็ต้องยิ่งทำให้เกิดความโปร่งใส เพื่อให้ประชาชนได้รับรู้ ดังนั้น ไม่มีใครมาสั่ง แล้วท่านอยู่ข้างนอก จะมาสั่งได้อย่างไร ขนาดตนควบคุมสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ยังสั่งไม่ได้เลย.

วันเดียวกัน นายกัณฐัศว์ พงศ์ไพบูลย์เวชย์ หรือ กัน จอมพลัง ได้เดินทางมายัง กองบัญชาการตำรวจสืบสวนสอบสวนอาชญากรรมทางเทคโนโลยี(บช.สอท.) โดยได้นำหลักฐานการทำเว็บพนันของ สป.สายไหม ให้ทาง พล.ต.ท.ไตรรงค์ ผิวพรรณ ผู้บัญชาการตำรวจสืบสวนสอบสวนอาชญากรรมทางเทคโนโลยี ตรวจสอบ พร้อมระบุว่า หลังจากที่ตนเข้ามาทำเคสในเรื่องของลุงกับป้า ที่ถูกลูกนักการเมืองท้องถิ่นขับรถเบียดจนเกิดอุบัติเหตุสาหัส ตั้งแต่ตอนนั้นก็ได้ดำเนินการมาเรื่อยๆ จนเริ่มมีคนที่เป็นทีมงานหรือพรรคพวกของทางผู้ก่อเหตุเริ่มออกมาแสดงความคิดเห็น ตนเลยเข้าไปดูว่าแต่ละคนเป็นใคร จังหวะที่เข้าไปดูได้เห็นเสื้อเขียนว่า “iSb888bet” เลยแคปภาพนั้นมามอบให้ทาง ผบช.สอท. ตรวจสอบและดำเนินการทางกฎหมาย นอกจากนี้ยังเจอคำว่า คาสิโน, สปอร์ต ไม่รู้ว่าความหมายว่าอะไร และหากประชาชนทางบ้าน ถ้ามีข้อมูลเพิ่มเติมก็สามารถส่งมาให้ตนได้ และตนจะนำข้อมูลไปส่งให้ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจต่อไป

ด้าน พล.ต.ท.ไตรรงค์ เปิดเผยว่า ได้ดูรูปภาพที่กัน จอมพลัง มามอบให้แล้ว เบื้องต้นตัวเลข 888 เป็นตัวเลขนำโชคของเจ้ามือกลุ่มพนันออนไลน์ โดยเชื่อว่าจะทำให้มีคนเข้ามาเล่นเยอะ และเลข 888 มีการดำเนินคดีบ่อย ไม่รู้ว่าเว็บนี้เคยถูกดำเนินคดีไปแล้วหรือไม่ เพราะส่วนมากจะมีการเปลี่ยนตัวอักษรไปเรื่อยๆ วันนี้ที่กัน จอมพลัง นำข้อมูลมา เพื่อเป็นการตรวจสอบเบื้องต้นก่อน นอกจากนี้ยังต้องตรวจสอบตัวบุคคลอย่างละเอียดด้วยว่าเคยกระทำการลักษณะนี้มาแล้วหรือไม่ รวมถึงกรณีที่ สป.สายไหม ได้โพสต์ข้อความว่า “เจ้าหน้าที่ตำรวจครับ เช็คประวัติผมได้เลยครับ แล้วก็เช็คประวัติมันด้วย ต้องมีความยุติธรรมด้วย คนอยู่รอบข้างมัน ก็ทำเว็บทั้งนั้น ฟอกเงินทั้งนั้น เงินมาจากไหน คนรักผมก็มี ก็ไม่น้อยกว่าคุณหรอก เช็คก็ต้องเช็คสองคน ต้องมีความยุติธรรมครับ เส้นทางการเงินมาจากไหนมันน่ะ”

ส่วน กัน จอมพลัง บอกว่า ตนไม่มีความกังวลใดๆ ที่ผ่านมาตนผ่านการตรวจสอบมาแล้วไม่รู้กี่ครั้ง ตนไปชี้แจงมาตลอด และที่ตนมายืนจุดนี้เพื่อช่วยเหลือสังคม ตนก็มั่นใจว่าตัวเองขาวสะอาด

สำหรับอาการของลุงกับป้าตอนนี้ ลุงยังอาการสาหัสยังคงรักษาตัวใน ICU หายใจไม่สะดวก พูดยังไม่ได้ ส่วนป้าอาการดีขึ้น วันนี้ทางผู้อำนวยการโรงพยาบาล จะเข้าเยี่ยมและประเมินอาการหากอาการของป้าดีขึ้นก็จะให้กลับบ้านได้ ส่วนที่มีกระแสว่า ลูกของลุงกับป้าไม่รับเงิน กัน จอมพลัง บอกว่า ทำไมถึงจะไม่รับ ถึงขั้นจะเอาโทรศัพท์และทรัพย์สินไปจำนำ หากทางพีชจะช่วยเรื่องค่ารักษาก็อยากให้ติดต่อกับทาง รพ.เลย และทางผู้เสียหายไม่ได้ปิดกั้นถ้าผู้ก่อเหตุจะเข้าเยี่ยม แต่อยากให้มาคุยด้วยความจริงใจ

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เวลา 10.30 น. ที่สำนักงานองค์การบริหารส่วนจังหวัดปทุมธานี อ.เมือง จ.ปทุมธานี มีชาวบ้านรวมตัวกันเรียกร้องขอความเป็นธรรม เกี่ยวกับคดี BMW ปาดหน้ารถกระบะที่เป็นข่าวดังอยู่ในตอนนี้ เนื่องจาก ทำให้ชื่อเสียงของชาวปทุมธานีเสียหาย นอกจากนี้ ผู้กระทำผิด ยังอ้างถึงของ พ่อ แม่ ของตนและ ผู้ใหญ่ในสำนักงานตำรวจแห่งชาติ จึงกลัวว่าผู้เสียหายจะไม่ได้รับความเป็นธรรม และอยากให้ นายก อบจ.ปทุมธานี กำจัดพวกมาเฟียในคราบของนักการเมืองให้หมดไปจาก จ.ปทุมธานี เพื่อที่จะได้ เดินหน้าต่อไปอย่างมีประสิทธิภาพ ไม่ต้องเกรงกลัวผู้มากบารมี เหมือนที่ผ่านมา

โดย พล.ต.ท.คำรณวิทย์ ธูปกระจ่าง หรือ บิ๊กแจ๊ส นายก อบจ.ปทุมธานี พร้อมคณะผู้บริหาร ส.อบจ.ปทุมธานี เข้ารับเรื่อง และเชิญตัวแทนชาวบ้าน 5 คนเข้ามาพูดคุย พล.ต.ท.คำรณวิทย์ ผยว่าพี่น้องประชาชนมารวมตัวกันเพราะไม่สบายใจในเหตุการณ์ที่มีคนทำให้ชาวปทุมธานีเสียชื่อ ด้วยการแสดงพฤติกรรม เหิมเกริม ก้าวร้าว ไร้จิตสำนึก ก็เลยรวมตัวกันมา ซึ่งตนก็ยืนยันยันไปว่า นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.มหาดไทย ได้บอกผ่านสื่อไปแล้วว่า ไม่มีใครใหญ่ไปกว่า กฎหมาย ลูกใครก็ไม่สน ถ้าทำผิดก็ต้องดำเนินคดีถึงที่สุด

‘เพื่อไทย’ขานรับเสียงโพลล์ยี้‘พาณิชย์’ ล็อกเป้าสอย‘พิชัย’ ‘อิ๊งค์’อุบไม่ตอบปรับครม.

‘เพื่อไทย’ขานรับเสียงโพลล์ยี้‘พาณิชย์’ ล็อกเป้าสอย‘พิชัย’ ‘อิ๊งค์’อุบไม่ตอบปรับครม.

‘เพื่อไทย’ขานรับเสียงโพลล์ยี้‘พาณิชย์’ ล็อกเป้าสอย‘พิชัย’ ‘อิ๊งค์’อุบไม่ตอบปรับครม.

วันอังคาร ที่ 22 เมษายน พ.ศ. 2568, 06.00 น.

‘เพื่อไทย’ขานรับเสียงโพลล์ยี้‘พาณิชย์’ ล็อกเป้าสอย‘พิชัย’ ‘อิ๊งค์’อุบไม่ตอบปรับครม. ‘บิ๊กอ้วน’กังวลหลุดคุมกห. ‘หนู’ขู่มท.1ข้าใครอย่าแตะ ‘ถ้าจะแย่งต้องใช้แรงเยอะ’

“อนุทิน”ดักคอเขย่า เปลี่ยนเก้าอี้“มท.1-ภูมิใจไทย”เป็นงงสัญญาณปรับครม.ส่งไปที่สื่อ ไม่มาถึงหัวหน้าพรรคร่วมรัฐบาล ยันนายกฯไม่เคยพูดเรื่องปรับครม.เผยกินข้าว“ทักษิณ”โชว์ปึ้กก่อนสงกรานต์ ไร้จ้อการเมือง โวเคลียร์“ลูกเนวิน” ผิดคิวกาสิโนแล้ว“ภูมิธรรม”ระบุไม่การันตีเก้าอี้“กลาโหม”ยังแข็งหรือไม่ แต่ทำงานเต็มที่ ทำงานแค่ 6 เดือนอย่าเพิ่งไล่กัน ยันไร้กระแสข่าวข้ามห้วยนั่ง มท.1 ด้าน“สมคิด”รับผลนิด้าโพล อยากให้ปรับ“รมว.พาณิชย์”ตรงเสียงสะท้อนสมาชิก พท.บ่นราคาพืชผลตกต่ำ ปรับหลังผ่านพรบ.งบประมาณ,69 เหมาะสม

เมื่อวันที่ 21 เมษายน 2568 น.ส.แพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรีปฏิเสธให้สัมภาษณ์กรณีที่นิด้าโพลเปิดเผยผลสำรวจประชาชน อยากให้ปรับคณะรัฐมนตรี (ครม.) โดยเฉพาะกระทรวงเศรษฐกิจ โดยนายกฯตอบว่า “ไว้พรุ่งนี้”ผู้สื่อข่าวถามว่า แต่มีกระแสข่าวพยายามเขย่าพรรคภูมิใจไทย (ภท.) น.ส.แพทองธาร หัวเราะและส่ายศีรษะ กล่าวย้ำว่า เดี๋ยวพรุ่งนี้จะให้สัมภาษณ์ เมื่อถามต่อว่าแต่มีความพยายามจะเขย่าพรรคภูมิใจไทย นายกรัฐมนตรี ยิ้ม ก่อนหัวเราะและส่ายศีรษะ ก่อนกล่าวย้ำว่า “เดี๋ยวพรุ่งนี้จะให้สัมภาษณ์”

โดยก่อนที่นายกฯจะเดินทางกลับ ได้กล่าวแซวนายประเสริฐ จันทรรวงทอง รองนายกรัฐมนตรีและรมว.งดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจ และสังคม พร้อมกับหัวเราะว่า“เมื่อกี้ท่านประเสริฐปรับให้เรียบร้อย แซว ๆเขาพูดผิด แกล้งแซว”ผู้สื่อข่าวรายงานว่าที่แซวนายประเสริฐ แบบนั้น มาจากระหว่างที่นายประเสริฐรายงานวัตถุประสงค์ของโครงการ SMLในตำแหน่งของนายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ จาก รมช.คลัง เป็น รมช.มหาดไทย

ด้าน นายพิชัย นริพทะพันธุ์ รมว.พาณิชย์ เปิดเผยถึงกระแสเป็นหนึ่งรายชื่อจะถูกปรับจาก ครม.และหลุดจากกระทรวงพาณิชย์ว่า “เป็นเรื่องของการเมือง อย่าได้คิดมาก ผมขอทำให้ดีทุกวัน”

‘หนู’ยันนายกฯยังไม่พูดปรับครม.

ด้าน นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและรมว.มหาดไทย ในฐานะหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย (ภท.) กล่าวถึงกระแสข่าวพรรคเพื่อไทย จะดึงกระทรวงมหาดไทยกลับคืนว่า ก็เห็นตามข่าวหนังสือพิมพ์ แต่ไม่มีความกังวล เพราะเราเป็นพรรคร่วมรัฐบาล จัดตั้งรัฐบาลมาด้วยกัน พรรคภูมิใจไทย มี สส.71คนเ ราก็ยกมือสนับสนุนนายกฯ จากพรรคเพื่อไทย ที่เป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาลมาถึง2คนแล้ว คือนายกฯ เศรษฐา ทวีสินและนายกฯแพทองธาร ชินวัตร เรามาร่วมรัฐบาลจนทำงานร่วมกันก็ไม่เคยมีปัญหาอะไรตอบสนองข้อสั่งการของนายกฯทุกเรื่อง พร้อมยืนยันว่า นายกฯยังไม่เคยพูดเรื่องปรับ ครม.

“ผมยังงงอยู่เลยว่า สัญญาณปรับ ครม.ส่งไปที่สำนักข่าวหรือผู้วิพากษ์วิจารณ์ แต่ไม่มาถึงหัวหน้าพรรคร่วมรัฐบาลถามหัวหน้าพรรคร่วมคนไหนก็ไม่มีใครบอกว่าได้รับสัญญาณใดๆ ทุกคนยังมีความตั้งใจ เต็มใจในการปฏิบัติหน้าที่สนองนโยบายของนายกฯ ในฐานะผู้นำรัฐบาล”นายอนุทิน กล่าว

เมื่อถามว่า การปล่อยข่าวแบบนี้เป็นการเขย่าเก้าอี้กระทรวงมหาดไทยและพรรคภูมิใจไทย หรือไม่ นายอนุทิน กล่าวว่า “โอ้โห ต้องใช้แรงเยอะนะ ไม่น่าจะมีเรื่องพวกนี้ จะเขย่าทำไม ต่างคนต่างทำงาน ไม่เห็นมีปัญหาอะไรในการทำงาน ทำงานร่วมกันมาจะ2ปีอยู่แล้ว ทุกคนทำงานก็ได้รับเกียรติและนายกฯก็สั่งงานตลอดเวลา ส่วนผลนิด้าโพลที่ออกมาว่า ควรปรับ ครม.โดยกระทรวงมหาดไทยอยู่ลำดับที่ 6 นายอนุทิน บอกว่า โล่งอก เรื่องปรับ ครม.ขอเป็นบ๊วย

โชว์แน่นปึ๊กกินข้าวกับ’ทักษิณ’

เมื่อถามว่า มีกระแสข่าวตัดพรรคภูมิใจไทยออกจากพรรคร่วม นายอนุทิน กล่าวว่า อย่างที่บอกมาด้วยกันอย่างดี พรรคภูมิใจไทยให้การสนับสนุนนายกฯ จากพรรคเพื่อไทยมาโดยตลอด และเป็นพรรคที่ประกาศประกาศชัดเจนว่า ในการปฏิบัติราชการแผ่นดิน ถ้านายกฯไม่ทำผิดกฎหมายใด ไม่ทำผิดจริยธรรมหรือศีลธรรมใด ถ้าถูกอภิปรายไม่ไว้วางใจ หรือถูกวิพากษ์วิจารณ์ในสภาฯ พรรคภูมิใจไทยเป็นพรรคแรกที่ออกมาบอกว่าจะปกป้องและให้ความไว้วางใจ สนับสนุนการทำงานนายกฯโดยปราศจากเงื่อนไขใดๆ เราร่วมรัฐบาลและยั่งยืนมาจนถึงทุกวันนี้ ไม่เห็นเหตุผลที่จะต้องปรับเปลี่ยนอะไร เพราะการทำงานไม่มีปัญหา ยังว่าทำไมฝั่งสื่อถึงมีการให้ความสำคัญกับเรื่องนี้มาก ส่วนที่พรรคภูมิใจไทยถูกมองว่า มีอำนาจต่อรองมากนั้น ยืนยันไม่มีคำว่าต่อรองอะไรทั้งสิ้น ถ้าต่อรองก็คงไม่มีอยู่แค่นี้ ช่วงก่อนสงกรานต์ได้ไปรับประทานอาหารเย็นร่วมกับ นายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯและแขกต่างประเทศที่เคยรู้จักกัน นายทักษิณ จึงชวนตนไปทานอาหารด้วย ซึ่งการพูดคุยวันนั้นไม่ใช่เรื่องการเมือง เพราะตนเป็นรู้จักกับแขกของ นายทักษิณ ด้วย ไม่มีนักการเมือง ไม่มีรัฐมนตรี แต่เป็นเรื่องส่วนตัว เมื่อถามย้ำว่า แสดงความสัมพันธ์ยังแน่นปึ้กใช่หรือไม่ นายอนุทิน กล่าวว่า”ก็ยังไม่เข้าใจว่า ทำไมขยันวิเคราะห์กันจัง”

เคลียร์‘ลูกเนวิน’ผิดคิวกาสิโนแล้ว

นายอนุทิน กล่าวอีกว่า ช่วงสงกรานต์ได้พูดคุยกับ นายไชยชนก ชิดชอบ สส.บุรีรัมย์ เลขาธิการพรรคภูมิใจไทย จากประเด็นผิดคิวเรื่องความเห็นไม่เอากาสิโน ในระหว่างการประชุมสภาผู้แทนราษฎร เห็นว่า นายไชยชนก จะเข้ามารดน้ำดำหัว แต่ตนบอกว่า คงไม่สะดวก เพราะนายไชยชนก อยู่บุรีรัมย์ ส่วนตนอยู่ที่ชลบุรีและนายไชยชนก ก็เปรียบเสมือนลูกหลาน เช่นเดียวกับลูกตน ที่เสมือนลูกหลานของครอบครัวชิดชอบเช่นกัน เรามีความผูกพันกันลึกมากอยู่แล้ว ซึ่งเราได้พูดคุยกันไปหมดแล้วว่า พรรคภูมิใจไทยยังจะสนับสนุนนโยบายนายกรัฐมนตรี ตราบใดที่ยังเป็นพรรคร่วมรัฐบาล เมื่อถามว่า เรื่องดังกล่าวต้องมีการทำความเข้าใจเพิ่มเติมอีกหรือไม่ หรือถือว่า จบแล้ว นายอนุทิน กล่าวว่า นี่ไม่ใช่โรงเรียนใครทำผิดอะไรนิดหน่อยต้องมีบทลงโทษ ทุกคนสามารถแสดงความเห็นของตนเองได้ ซึ่งตนได้ยืนยันตั้งแต่วันแรกแล้วว่า สิ่งที่ นายไชยชนก พูด เป็นความคิดเห็นส่วนตัว ไม่ใช่มติพรรคและหากไปคัดลอกบันทึกการประชุมของพรรคภูมิใจไทยสองครั้งล่าสุด ไม่มีมติใดๆ ในเรื่องนี้

‘อ้วน’ชี้ไม่มีเหตุผลต้องปรับครม.

ขณะที่ นายภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกรัฐมนตรี และรมว.กลาโหม ให้สัมภาษณ์กรณีผลสำรวจความคิดเห็นนิด้าโพล สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ (นิด้า) อยากให้ปรับ รมว.พาณิชย์ และกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ว่า การปรับ ครม.เป็นเรื่องของนายกรัฐมนตรี โดยนายกฯได้ติดตามประเมินผลการทำงานของรัฐมนตรีทุกคน ถ้ายังไปกันได้ดีก็คงไม่มีเหตุผลอะไรที่จะปรับครม.ทั้งนี้ ต้องแล้วแต่นายกฯเป็นคนประเมิน เพราะถือเป็นเจ้านายสูงสุดของ ครม.ส่วนที่ผลโพลอยากให้ปรับรัฐมนตรีในส่วนของเศรษฐกิจยังทำงานไม่ตอบโจทย์นั้น ก็เป็นเรื่องของโพล เป็นความเห็นหนึ่งเท่านั้น ซึ่งนายกฯเองก็คงรับไปพิจารณา ทั้งนี้ ยังไม่เคยได้ยินนายกฯ เปรยเรื่องปรับ ครม.เพียงแต่ได้ยินท่านบอกว่า ทำงานกันไปให้เต็มที่

ส่วนผลโพลที่ระบุว่า ไม่จำเป็นต้องเปลี่ยนรมว.กลาโหมนั้น ก็ขอขอบคุณ เพราะตนเองทำงานเต็มที่ อยู่ที่ไหนก็รักที่นั่นและพยายามที่จะเข้าใจเรื่องราวต่างๆและพยายามปรับปรุงเปลี่ยนแปลงแก้ไขร่วมกันกับทุกๆส่วน เมื่อถามกระแสข่าวแลกโควตากระทรวงมหาดไทยกับกระทรวงกลาโหม นายภูมิธรรม กล่าวว่า ไม่เคยได้ยิน ตนได้ยินมาจากสื่อเท่านั้น เมื่อถามย้ำว่า มีข่าวจะไปนั่ง รมว. มหาดไทย นายภูมิธรรม กล่าวว่า “ผมเพิ่งอยู่ 6เดือนเอง จะไล่แล้วเหรอ”

คุยกับ’อนุทิน’ยังทำงานด้วยกันได้ดี

ผู้สื่อข่าวถามว่าในฐานะที่นาย ภูมิธรรม คร่ำหวอดในวงการด้านการเมืองมาอย่างยาวนาน มีความคิดเห็นอย่างไรว่าจะเอาพรรคภูมิใจไทย (ภท.) ออก หรือคิดว่าจะอยู่ต่อไป กล่าวว่า ตนจะวิพากษ์วิจารณ์ได้อย่างไร อยู่ที่พี่น้องประชาชน เป็นคนประเมินเพราะพวกเรายังสามารถทำงานร่วมกันได้ดี ซึ่งนายอนุทิน กับตนก็ยังคุยกันได้ดี คุยกันรู้เรื่องหากมีงานอะไรที่เป็นเกี่ยวพันกันหรือสนับสนุนกันเราก็ทำเต็มที่

เมื่อถามว่าสถานการณ์ขณะนี้ไม่มีอะไรหนักหนาจนต้องเปลี่ยนแปลงใช่หรือไม่ นายภูมิธรรม กล่าวว่า เรามาอยู่ในช่วงที่ประเทศเผชิญกับวิกฤตต่างๆ ในการที่จะเผชิญปัญหา เผชิญกับวิกฤตการณ์ต่างๆก็เป็นเรื่องธรรมดา งานวิกฤตก็คืองาน ซึ่งงานก็เป็นหน้าที่เราต้องทำ

‘สมคิด’รับโพลอยากให้ปรับพาณิชย์

นายสมคิด เชื้อคง รองเลขาธิการนายกรัฐมนตรี ฝ่ายการเมืองและสมาชิกพรรคเพื่อไทย ให้สัมภาษณ์ถึงผลโพลของนิด้าโพล ที่ประชาชนอยากให้ปรับ ครม.โดยเร็วที่สุด โดยเฉพาะกระทรวงพาณิชย์ควรถูกเปลี่ยนมากที่สุด ว่า ความจริงเป็นความเห็นของตัวอย่างประชากร1,300คน แต่อำนาจการปรับ ครม.เป็นของนายกฯวันนี้เท่าที่คุยนายกฯยังไม่มีการพูดจาอะไร ฉะนั้นเรื่องโพลเป็นเรื่อประชาชนให้ความเห็นไป ซึ่งมีการถามทุกกระทรวงว่า ควรปรับอะไรหรือไม่ ถ้าทำตามโพลก็ต้องปรับทุกกระทรวง ตนเชื่อว่า รัฐบาลยังไม่คิดอะไร ยังทำงานต่อไป ยืนยันอำนาจปรับ ครม.เป็นของนายกฯ

ตรงเสียงสะท้อนสมาชิกเพื่อไทย

เมื่อถามว่ากระทรวงพาณิชย์เป็นกระทรวงอันดับหนึ่งที่ประชาชนอยากให้เปลี่ยน ซึ่งตรงกับสมาชิกพรรคเพื่อไทยที่อยากให้เปลี่ยน นายสมคิด กล่าวว่า ในส่วนหนึ่งได้ยินสมาชิกพรรคเพื่อไทยพูดและหลายคนพูดถึงเรื่องราคาพืชผลการเกษตร พืชผลบางชนิดบางตัวตก บางตัวมันก็ได้อยู่ เช่น ยางพารา ปาล์ม แต่ข้าวนาปรังและมันสำปะหลัง จะมีปัญหา ฉะนั้นกระทรวงพาณิชย์ต้องไปปรับปรุงเร่งรัดในการทำงาน ตนเชื่อว่าหากมีเวลาสักหน่อยก็คงจะดีขึ้น ตนได้ยินและมองว่าเป็นเรื่องธรรมดา สส.ไปพบประชาชนก็อยากให้ราคาพืชผลดี ถูกพี่น้องประชาชนสะท้อนมาก็นำมาสะท้อนในพรรค เชื่อว่า รมว.พาณิชย์ท่านก็รับฟัง วิธีการต่างๆก็ค่อยไปว่ากันต่อไป

ปรับหลังผ่านพรบ.งบฯเหมาะสม

เมื่อถามว่า มองว่าช่วงเวลาใดเหมาะสมในการปรับ ครม. หรือควรผ่านการพิจารณาร่าง พ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ 2569 ไปก่อน นายสมคิด กล่าวว่า ตนไม่ทราบ จริงๆ เหมาะสมก็ยังไม่รู้ว่าเขาจะปรับอย่างไร แต่ปกติเวลาจะปรับ ครม.จริงๆ ในความคิดเห็นส่วนตัวของตน ถ้าจะปรับก็หลังกฎหมายงบประมาณ น่าจะเป็นช่วง มิ.ย.ซึ่งกฎหมายงบประมาณเข้าวาระแรกประมาณวันที่ 28 – 30 พ.ค. ซึ่งจะมีการเปิดประชุมสภาสมัยวิสามัญ ส่วนจะปรับก่อนหรือหลัง ตนไม่แน่ใจ แต่โดยหลักการปรับ ครม.เป็นเรื่องปกติ มีการปรับในทุกรัฐบาล เมื่อถามว่า นอกจากกระทรวงพาณิชย์ ในพรรคมีการพูดคุยเรื่องการสลับหรือโยกกระทรวงหรือไม่ นายสมคิด กล่าวว่า ไม่ได้พูดขนาดนั้น จริงๆ กระทรวงพาณิชย์เขาไม่ได้ระบุเจาะจง เขาสะท้อนเรื่องราคาพืชผลตกต่ำ อยากให้ราคาพืชผลดี ทางสส.ไปบ้านกลับมาก็มาบ่นเรื่องนี้ ซึ่งดันมาตรงกับผลโพลพอดี

เมื่อถามอีกว่า ในพรรคเพื่อไทยได้มีการพูดคุยกับนายพิชัย นริพทะพันธุ์ รมว.พาณิชย์ แล้วหรือยัง นายสมคิด กล่าวว่า ตนว่านายกฯพูดคุย แต่ไม่แน่ใจว่าพูดคุยเรื่องอะไร

ผู้สื่อข่าวถามว่า พรรคเพื่อไทยพอใจกับกระทรวงที่ดูแลอยู่หรือไม่ นายสมคิด กล่าวว่า ”ก็พอใจอยู่แหละที่ดูแลอยู่ ผลงานก็เริ่มจะมีออกมาบ้างแล้ว บางอันก็ไม่ได้ดั่งใจหรอก พี่น้องประชาชนก็เข้าใจอยู่ว่าใจร้อน แต่อย่าลืมว่าเรามาอยู่ในภาวะเศรษฐกิจมันถดถอย ตกต่ำ เลยกลายเป็นเรื่องที่เราต้องทำงานอย่างหนัก

หวั่นเกิดม็อบกำชับสส.แจงกาสิโน

นายดนุพร ปุณณกันต์ สส.บัญชีรายชื่อ ละโฆษกพรรคเพื่อไทย (พท.) ให้สัมภาษณ์ถึงกระแสข่าวปรับ ครม.ช่วงเดือนส.ค.ถึงก.ย.หลังผ่านการพิจารณาร่างพรบ.งบประมาณฯปี69 แล้ว นายดนุพร กล่าวว่า เรื่องกระแสการปรับครม.นั้นมีทุกครั้งอยู่แล้วหลังการอภิปรายไม่ไว้วางใจ แต่เท่าที่ ผมได้มีการพูดคุยผู้ใหญ่ในพรรคช่วงก่อนจะปิดสมัยประชุมสภาผู้แทนราษฎร ท่านก็บอกว่านายกฯอยากทำงานอีกสักระยะก่อน แล้วค่อยพิจารณาปรับ และนายกฯ ยังไม่อยากปรับครม.ตอนนี้

นายดนุพร ยังให้สัมภาษณ์กรณีกำชับ สส.ลงพื้นที่ช่วงปิดสมัยประชุมสภาผู้แทนราษฎรว่า น.ส.แพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ในฐานะหัวหน้าพรรค พท.กำชับกับสส.ว่า ให้กลับไปพบปะประชาชนให้เยอะที่สุดและไปทำความเข้าใจเรื่องร่างพรบ.การประกอบธุรกิจสถานบันเทิงครบวงจร พ.ศ… หรือเอ็นเตอร์เทนเมนต์คอมเพล็กซ์และพรบ.นิรโทษกรรม ซึ่งถือเป็นเรื่องละเอียดอ่อน เพราะเรื่องเอ็นเตอร์เทนเมนต์คอมเพล็กซ์ ซึ่งเป็นเรื่องกาสิโน คนจะกังวล ฉะนั้นต้องไปทำความเข้าใจให้ประชาชนรับทราบ เนื่องจากเราไม่อยากให้กฎหมายทั้งสองฉบับนี้ เป็นจุดทำให้เกิดการรวมตัวของมวลชนและเกิดปัญหาในเชิงโครงสร้างของประเทศอีก จึงต้องเน้นย้ำให้ สส.ไปทำความเข้าใจกับประชาชน

‘เอกราช’ย้ายซบ“กล้าธรรม”ต้นพ.ค.

นายเอกราช ช่างเหลา ส.ส.ขอนแก่น ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีพรรคภูมิใจไทยมีมติขับพ้นจากสมาชิกพรรค จะไปสมัครเข้าพรรคกล้าธรรมเมื่อไหร่ ว่า คาดว่าหลังเลือกตั้งซ่อมส.ส.นครศรีธรรมราช เขต 8 ช่วงต้นเดือนพฤษภาคม ทั้งนี้ จากที่ตรวจสอบกับคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ตนยังเป็นสมาชิกพรรคภูมิใจไทย อยู่ กกต.ยังไม่ตัดชื่อออกจากบัญชี แต่คิดว่าจะจบในสัปดาห์นี้ เมื่อถามถึงกรณีคดีความที่ปรากฏเป็นข่าว คิดว่าจะกระทบหรือไม่ นายเอกราช กล่าวว่า“ไม่มีปัญหา สบายๆไม่ซีเรียสอะไรเรื่องคดี”

‘ปลัดกระทรวงแรงงาน’ร่วมงาน’ส่งตรงโอกาสถึงชุมชน โดยชุมชน เพื่อชุมชน’

'ปลัดกระทรวงแรงงาน'ร่วมงาน'ส่งตรงโอกาสถึงชุมชน โดยชุมชน เพื่อชุมชน'

‘ปลัดกระทรวงแรงงาน’ร่วมงาน’ส่งตรงโอกาสถึงชุมชน โดยชุมชน เพื่อชุมชน’

วันจันทร์ ที่ 21 เมษายน พ.ศ. 2568, 20.59 น.

“ปลัดกระทรวงแรงงาน”ร่วมงาน”ส่งตรงโอกาสถึงชุมชน โดยชุมชน เพื่อชุมชน” หนุนศักยภาพกองทุนหมู่บ้านและชุมชนเมืองอย่างมั่นคง

เวลา 13.30 น.วันที่ 21 เมษายน 2568 นายบุญสงค์ ทัพชัยยุทธ์ ปลัดกระทรวงแรงงาน ร่วมเป็นเกียรติในงาน “ส่งตรงโอกาสถึงชุมชน โดยชุมชน เพื่อชุมชน” ภายใต้โครงการสนับสนุน เสริมสร้าง ศักยภาพกองทุนหมู่บ้านและชุมชนเมืองอย่างมั่นคง ซึ่งจัดขึ้นโดยสำนักงานกองทุนหมู่บ้านและชุมชนเมืองแห่งชาติ (สทบ.) มีวัตถุประสงค์เพื่อประชาสัมพันธ์และสร้างการรับรู้ความเข้าใจที่ถูกต้องต่อการดำเนินโครงการสนับสนุน เสริมสร้างศักยภาพกองทุนหมู่บ้านและชุมชนเมืองอย่างมั่นคงให้กองทุนหมู่บ้านและชุมชนเมืองภาคีเครือข่ายที่เกี่ยวข้อง และประชาชนในวงกว้าง โดยมี น.ส.แพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี เป็นประธานในพิธีเปิดงานและมอบนโยบายการดำเนินงานกองทุนหมู่บ้านและชุมชนเมือง คณะกรรมการกองทุนหมู่บ้านและชุมชนเมืองแห่งชาติ ผู้บริหาร บุคลากร เครือข่ายกองทุนหมู่บ้านและชุมชนเมืองระดับอำเภอและจังหวัด สมาชิกกองทุนหมู่บ้านและชุมชนเมืองในพื้นที่ใกล้เคียง ผู้แทนหน่วยงานภาคีที่เกี่ยวข้องเข้าร่วม ณ อาคารแสดงสินค้าอิมแพ็ค ฮอลล์ 11 – 12 เมืองทองธานี อ.ปากเกร็ด จ.นนทบุรี

– 006

ชะงักซะแล้ว! เลื่อนเจรจาการค้าไทย-สหรัฐฯ รอเคาะวันใหม่

ชะงักซะแล้ว! เลื่อนเจรจาการค้าไทย-สหรัฐฯ รอเคาะวันใหม่

ชะงักซะแล้ว! เลื่อนเจรจาการค้าไทย-สหรัฐฯ รอเคาะวันใหม่

วันจันทร์ ที่ 21 เมษายน พ.ศ. 2568, 20.30 น.

ชะงักซะแล้ว! เลื่อนเจรจาการค้าไทย-สหรัฐฯ “พิชัย”ยกเลิกใบลา ครม. ยังไม่เดินทางไปสหรัฐฯ คาดรอคอนเฟิร์มวันอย่างเป็นทางการอีกครั้ง

เมื่อวันที่ 21 เมษายน 2568 นายพิชัย นริพทะพันธุ์ รมว.พาณิชย์ กล่าวถึงการเดินทางไปเจรจากับสหรัฐฯ ซึ่งกำหนดการเดิมจะต้องเดินทางไปวันที่ 17 เม.ย.ว่า ขณะนี้ขอรอการตอบรับ และกำหนดจากผู้แทนการค้าสหรัฐอเมริกา (ยูเอสทีอาร์) ก่อนว่าจะได้คิวเมื่อไหร่

อย่างไรก็ตาม มีรายงานข่าวว่า ทีมไทยแลนด์ ที่มี นายพิชัย ชุณหวชิร รองนายกรัฐมนตรี และรมว.คลัง ในฐานะหัวหน้าคณะเจรจาเกี่ยวกับนโยบายด้านเศรษฐกิจ และการปรับขึ้นภาษีกับรัฐบาลสหรัฐฯ ภายใต้ประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ จะยังไม่ได้หารือกับทางรัฐบาลสหรัฐฯ ในวันที่ 23 เม.ย.นี้ ตามที่ น.ส.แพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี เคยประกาศเอาไว้ก่อนหน้านี้

ทั้งนี้ มีรายงานว่า การเจรจาดังกล่าวได้ถูกเลื่อนออกไป และขณะนี้ทางสหรัฐฯ ก็ยังไม่ได้มีการยืนยันวันและเวลาในการนั่งโต๊ะเจรจาอย่างเป็นทางการแต่อย่างใด

โดยล่าสุด นายพิชัย ได้ยกเลิกใบลา ครม.แล้ว และจะเดินทางมาประชุม ครม.ในวันพรุ่งนี้ (22 เม.ย.68) ตามปกติ จากเดิมที่ยื่นใบลาประชุม ครม.ไว้ เพื่อจะเดินทางไปสหรัฐฯ ตั้งแต่วันที่ 17 เม.ย.68 เพื่อรอการหารือ และเจรจาการค้ากับสหรัฐฯ

มีรายงานว่า ในการเดินทางไปสหรัฐฯ ครั้งนี้ ที่ผ่านมาทางสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน หรือ บีโอไอ ได้เดินทางไปล่วงหน้าก่อนแล้ว ซึ่งเป็นการเดินทางไปโรดโชว์ และหารือกับภาคส่วนต่างๆ โดยส่วนหนึ่งจะมีการรวบรวมข้อมูลด้านนักลงทุน เพื่อใช้ประกอบการเจรจาด้วย

‘ชินวรณ์’แฉเลือกตั้งซ่อมเมืองคอนซื้อเสียงหนัก จี้’กกต.กลาง’ลงพื้นที่ อย่ารอแต่รายงาน

'ชินวรณ์'แฉเลือกตั้งซ่อมเมืองคอนซื้อเสียงหนัก จี้'กกต.กลาง'ลงพื้นที่ อย่ารอแต่รายงาน

‘ชินวรณ์’แฉเลือกตั้งซ่อมเมืองคอนซื้อเสียงหนัก จี้’กกต.กลาง’ลงพื้นที่ อย่ารอแต่รายงาน

วันจันทร์ ที่ 21 เมษายน พ.ศ. 2568, 18.39 น.

‘ชินวรณ์’แฉ 2 พรรคคู่แข่งซื้อเสียงหนักเลือกตั้งซ่อมสส.เขต8 เมืองคอน จี้’กกต.กลาง’ส่งสายตรงลงพื้นที่ ทำหน้าที่ อย่ารอแต่รายงาน เผย’นายหัวชวน’ควง’บัญญติ-ดร.เอ้’ช่วยปราศรัยโค้งสุดท้าย

เมื่อวันที่ 21 เม.ย.2568 นายชินวรณ์ บุญยเกียรติ ผู้สมัครลงเลือกตั้งซ่อม สส.เขต 8 นครศรีธรรมราช พรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) เบอร์ 2 เปิดเผยถึงความคืบหน้าในการซื้อสิทธิขายเสียงในสนามเลือกตั้งซ่อมสส.เขต 8 จ.นครศรีธรมราช หลังที่ตนเองโพสต์แฉว่า  มี 2 พรรคการเมืองที่ส่งคนลงสมัครเลือกตั้งซ่อมจัดตั้งหัวคะแนนในการซื้อเสียง ว่า ตนเป็นอดีตสส.เก่า 9 สมัยในพื้นที่ มีฐานคะแนนเสียงเดิมในเขตเลือกตั้งเขต 8 ทั้ง 4 อำเภอ คือ อ.ฉวาง อ.พิปูน อ.ช้างกลาง และอ.นาบอน  เมื่อมีพระราชกฤษฎีกาให้มีการเลือกตั้งซ่อมแทนตำแหน่งที่ว่างลง และมีการสมัครลงรับเลือกตั้งซ่อมสส.เขต 8 พอได้ตัวผู้สมัคร ก็มีชาวบ้านมาบอกข้อมูลกับตนว่า มี 2 พรรคการเมืองจัดตั้งเครือข่ายในการทุจริตเลือกตั้ง แต่ตนจะไม่ระบุพาดพิงว่าพรรคใด 

โดยชาวบ้านในพื้นที่เขตเลือกตั้งเขารู้กันดีว่า พรรคไหนที่ซื้อ และซื้อให้ใคร โดยมีการจ่ายหัวคะแนนใหญ่คนละ 30,000 บาท หัวคะแนนระดับหมู่บ้านคนละ 20,000 บาท เป็นหัวท่อ หรือหัวหน้าสายในการคุมเสียงในตำบล หมู่บ้าน และมีการจ่ายให้หัวคะแนนผู้ที่ทำหน้าที่จดบัญชีรายชื่อ ไม่ให้ซ้ำกัน โดยให้คนละ 10,000 บาท โดยแบ่งหน้าที่ให้คนทำบัญชี หรือรวมมัดซื้อเสียงเพื่อให้ไปจ่ายซื้อเสียงต่ออีกสาย 50 คน โดยจ่ายให้คนละ 1,000 บาท เป็นข้อมูลที่ชาวบ้านผู้ที่เอาเงินฟาดหัวเขาไม่ได้ในพื้นที่แจ้งมา ซึ่งเพิ่งจัดตั้งขบวนการทำในลักษณะนี้เมื่อต้นเดือนเมษายนนี่เอง ทำกันเป็นขบวนการแบ่งสาย แบ่งหน้าที่กันทำ และตนพอมีหลักฐานระดับหนึ่งแล้ว จึงได้แจ้งต่อกกต.จังหวัดว่า มีพฤติการณ์เช่นนี้ แต่ กกต.จังหวัดบอกว่า ไม่มีข้อมูลใดๆ เพราะไม่ได้ลงพื้นที่ในเชิงรุก วันนี้ก็ยังไม่มีการตั้งชุดเฉพาะกิจอะไร ทั้งที่เป็นการเลือกตั้งซ่อมสส.เพียงเขตเดียว  ถ้าส่งคนลงพื้นที่สอบถามชาวบ้านก็จะรู้ข้อมูลแน่นอน  ซึ่งตนมีหลักฐานในมือแล้ว แต่ยังไม่ได้ดำเนินการเพราะอยู่ในช่วงโค้งสุดท้ายของการรณรงค์หาเสียง ขอทำหน้าที่หาเสียงให้เต็มที่ก่อน

“ผมขอฝากถึง กกต.กลาง และเลขาฯ กกต. ว่า อย่านิ่งนอนใจรับฟังแต่รายงานจากพื้นที่ ทั้งที่ กกต.กลางสามารถควบคุมการเลือกตั้งซ่อมสส.เขต 8 นครศรีธรรมราชให้สุจริต และเที่ยงธรรมได้ เช่นในอดีต ขอให้กกต.กลาง จัดตั้งทีมเฉพาะกิจลงพื้นที่ทันที โดยประกาศว่าส่งใครลงมารับผิดชอบในหน่วยเลือกตั้งประจำเขต สามารถติดต่อได้ที่ไหน อย่างไร มีเบอร์โทรควบคู่กับการส่งทีมหาข่าวในทางลับ กกต.กลางก็จะทราบข้อมูลทันทีว่าเขาจัดตั้ง เขาซื้อสิทธิ ขายเสียงกันอย่างไร ที่ต้องเรียกร้องต่อ กกต.กลาง และเลขาฯ กกต. เช่นนี้เพราะไม่อยากให้ต้องมีการแจกใบแดงซ้ำ และต้องจัดการเลือกตั้งซ่อมซ้ำให้สูญเสียงบประมาณแผ่นดิน หากแต่ละหน่วยงานทำหน้าที่ของตนอย่างเต็มความสามารถ” นายชินวรณ์ กล่าว

นายชินวรณ์ กล่าวต่อว่า สำหรับตนยังยืนยันว่าจะเดินหาเสียงแบบเคาะประตูบ้านโดยยึดหลักสุจริต ไม่ซื้อเสียงตามแนวทางของนายชวน หลีกภัย สส.บัญชีรายชื่อพรรค และอดีตหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ จนถึงวินาทีสุดท้าย โดยวันนี้จะตั้งเวทีปราศรัยใหญ่ที่หน้าที่ว่าการอำเภอพิปูนในเวลา 16.30 น. มีนายชวน หลีกภัย  นายบัญญัติ บรรทัดฐาน สส.บัญชีรายชื่อ และอดีตหัวหน้าพรรคปชป. และนายสุขัชวีร์ สุวรรณสวัสดิ์  หรือดร.เอ้ รองหัวหน้าพรรค ภาค กทม. จะลงมาช่วยปราศรัยรณรงค์หาเสียงให้ ส่วนผลเลือกตั้งจะออกมาเป็นอย่างไร อยู่ที่พี่น้องประชาชนเขต 8 นครศรีธรรมราชเป็นผู้กำหนด

แนวหน้าวาทะเด็ด

แนวหน้าวาทะเด็ด

แนวหน้าวาทะเด็ด

วันจันทร์ ที่ 21 เมษายน พ.ศ. 2568, 17.59 น.

“หลักนิติรัฐและนิติธรรมจะมีอยู่จริง ผู้ใช้อำนาจต้องสุจริต ทุ่มเท และกล้าหาญเอาผิดคนทุจริตได้ ประชาชนต้องช่วยกันติดตาม มีส่วนร่วมวิพากษ์วิจารณ์ อย่าให้ใครทุจริต อืดอาด และหมกเม็ดช่วยเหลือผู้กระทำผิด”

ดร.ดิเรกฤทธิ์ เจนครองธรรม

ประธานสถาบันสุจริตไทย

อดีตสมาชิกวุฒิสภา (สว.)

‘เอกราช’เผยย้ายซบ​​‘กล้าธรรม’ต้นเดือนพ.ค. เชื่อคดีความไม่กระทบ

‘เอกราช’เผยย้ายซบ​​‘กล้าธรรม’ต้นเดือนพ.ค. เชื่อคดีความไม่กระทบ

‘เอกราช’เผยย้ายซบ​​‘กล้าธรรม’ต้นเดือนพ.ค. เชื่อคดีความไม่กระทบ

วันจันทร์ ที่ 21 เมษายน พ.ศ. 2568, 16.52 น.

‘เอกราช’เผยย้ายซบ​​‘กล้าธรรม’ต้นเดือนพ.ค. เชื่อคดีความไม่กระทบ

21 เมษายน 2568 นายเอกราช ช่างเหลา ส.ส.ขอนแก่น ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีพรรคภูมิใจไทยมีมติขับพ้นจากสมาชิกพรรค จะไปสมัครเข้าพรรคกล้าธรรมเมื่อไหร่ ว่า คาดว่าหลังการเลือกตั้งซ่อม สส.นครศรีธรรมราช เขต 8 ช่วงต้นเดือนพฤษภาคม ทั้งนี้ จากที่ตรวจสอบกับคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ตนยังเป็นสมาชิกพรรคภูมิใจไทย อยู่ กกต.ยังไม่ได้ตัดชื่อตนออกจากบัญชี แต่คิดว่าจะจบในสัปดาห์นี้

เมื่อถามถึงกรณีคดีความที่ปรากฏเป็นข่าว คิดว่าจะกระทบหรือไม่ นายเอกราช กล่าวว่า “ไม่มีปัญหา สบายๆ ไม่ซีเรียสอะไรเรื่องคดี”

‘หมอเปรมศักดิ์’เชื่อ‘พท.’ไม่ฝืนดัน‘กาสิโน’ อัดสว.ตั้ง‘กมธ.ฯศึกษาฯ’ต่อรองการเมือง

‘หมอเปรมศักดิ์’เชื่อ‘พท.’ไม่ฝืนดัน‘กาสิโน’ อัดสว.ตั้ง‘กมธ.ฯศึกษาฯ’ต่อรองการเมือง

‘หมอเปรมศักดิ์’เชื่อ‘พท.’ไม่ฝืนดัน‘กาสิโน’ อัดสว.ตั้ง‘กมธ.ฯศึกษาฯ’ต่อรองการเมือง

วันจันทร์ ที่ 21 เมษายน พ.ศ. 2568, 16.46 น.

‘หมอเปรมศักดิ์’เชื่อ‘พท.’ไม่ฝืนดัน‘กาสิโน’ถูกกฎหมายต่อ อัดตั้ง‘กมธ.ฯศึกษาฯ’ซีกสภาสูง เสียงบประมาณ ทำเพื่ออะไร เพราะขวางอยู่แล้ว ชี้เป็นการต่อรองการเมือง

21 เมษายน 2568 ที่รัฐสภา นพ.เปรมศักดิ์ เพียรยุระ สมาชิกวุฒิสภา(สว.) กล่าวถึงการเตรียมพิจารณาศึกษาสถานบันเทิงครบวงจร ของคณะ กรรมาธิการ(กมธ.)วิสามัญพิจารณาศึกษาการประกอบธุรกิจสถานบันเทิงครบวงจร วุฒิสภา ในวันที่ 23เม.ย.ว่า จะตั้งเพื่ออะไรให้เสียงบประมาณพิจารณา 6 เดือน  ดูหน้ากมธ.ฯรู้อยู่แล้วว่า ไม่เอา เป็นการตั้งกมธ.เพื่อต่อรองทางการเมืองมากกว่าเพื่อกฎหมาย เมื่อรัฐบาลถอยร่างพ.ร.บ.การประกอบธุรกิจสถานบันเทิงครบวงจรแล้ว ต่อไปต้องถอน จึงไม่ควรตั้งกมธ.ให้เสียงบ เสียเวลา

“เชื่อว่าพรรคเพื่อไทย จะไม่เสนอกลับมาอีก เพราะเห็นเงาทะมึนต่อต้านทั่วประเทศ กังวลว่าจะมีประวัติศาสตร์ซ้ำรอยเหมือนนิรโทษกรรมสุดซอย แต่ยังเหลือพนันออนไลน์ ที่ต้องจับตาไม่รู้ว่าการตั้งกมธ.ดังกล่าวมีใบสั่งหรือไม่ แต่สิ่งที่น่ากังวลกว่าสถานบันเทิงครบวงจรคือ ร่างพ.ร.บ.พนันออนไลน์ที่บางพรรคพยายามผลักดัน และเรื่องยังอยู่ในวาระ ถ้าให้ประชาชนเข้าถึงการพนันออนไลน์ได้  ก็เจ๊งราพณาสูร ไม่รู้ใครมีผลประโยชน์หรือไม่” นพ.เปรมศักดิ์ กล่าว