สาดความมันส์แบบคูณสอง!เมื่อฮาย Paper Planes เซอร์ไพรส์โดดร่วมเวทีกับ DJ WUKONG

สาดความมันส์แบบคูณสอง!เมื่อฮาย Paper Planes เซอร์ไพรส์โดดร่วมเวทีกับ DJ WUKONG

สาดความมันส์แบบคูณสอง!เมื่อฮาย Paper Planes เซอร์ไพรส์โดดร่วมเวทีกับ DJ WUKONG

วันศุกร์ ที่ 18 เมษายน พ.ศ. 2568, 15.45 น.

ถือเป็นอีกหนึ่งโมเมนต์ที่น่าจดจำในงานสาดน้ำสุดยิ่งใหญ่ประจำปีอย่าง S2O Songkarn Music Festival 2025 ที่จัดขึ้นที่ ราชมังคลากีฬาสถาน เมื่อวันที่ 14 เมษายนที่ผ่านมา เมื่อหัวหน้าแก๊งอย่าง ฮาย Paper Planes โดดร่วมเวทีกับ DJ WUKONG ศิลปินเฮดไลน์เนอร์ระดับโลก 

ในทันทีที่ ฮาย Paper Planes ปรากฏตัวขึ้น ก็เรียกเสียงกรี๊ดให้กับชาว S2O อย่างล้นหลาม ที่พวกเขาไม่คาดคิดว่าเจ้าของเพลงจะมาโผล่มาเซอร์ไพรส์ในจังหวะกระโดดๆ  ของเพลง ‘ทรงอย่างแบด (Bad Boy)’ เวอร์ชั่นรีมิกซ์ใหม่ของ DJ  WUKONG ที่กำลังเล่นอยู่อย่างเมามันส์  

DJ WUKONG (Alfy Ngor) เป็นทั้งดีเจและโปรดิวเซอร์ชาวสิงคโปร์ โดยเขาเป็นดีเจที่มีชื่อเสียงในการผสมผสานเสียงดนตรีซาวด์ EDM ที่มีกลิ่นของความเป็นเอเชียลงไป รวมถึงการรีมิกซ์เพลงฮิตของประเทศนั้นๆ ในทุกประเทศที่เขาแสดงโชว์ การร่วมงานกับ ฮาย Paper Planes ในครั้งนี้จึงเหมือนการผสมผสานดนตรีร็อกควบคู่ไปกับ EDM เสิร์ฟความมันส์ให้แฟนๆ ได้แบบคูณสอง

ติดตามข่าวสารได้ที่

+ Facebook : Paper Planes และ genie records

+ Instagram : paperplanesbandofficial และ genierecords

+  X : paperplanes_th และ genierecords

+  Tiktok : Paper Planes และ genierecords

#HYE #PaperPlanesband #DJWUKONG #genierecords #GMMMUSIC #GMMGrammy #s2ofestival #S2O #S2O2025 #Songkarn2025

‘เชลล์ดอน’ตอน ‘คู่แฝดตัวแสบ’ เจอกันวันอาทิตย์ที่ 20 เม.ย.นี้ ช่อง 7HD

'เชลล์ดอน'ตอน 'คู่แฝดตัวแสบ' เจอกันวันอาทิตย์ที่ 20 เม.ย.นี้ ช่อง 7HD

‘เชลล์ดอน’ตอน ‘คู่แฝดตัวแสบ’ เจอกันวันอาทิตย์ที่ 20 เม.ย.นี้ ช่อง 7HD

วันศุกร์ ที่ 18 เมษายน พ.ศ. 2568, 15.40 น.

“เชลล์ดอน ทรี ดี แอนิเมชัน ทีวีซีรี่ส” (Shelldon 3D Animated TV Series) เชลล์ดอนและผองเพื่อน ประจำสัปดาห์นี้ นำเสนอตอน “คู่แฝดตัวแสบ” ที่จะมามอบความสนุกให้น้องๆ หนูๆ ในเช้าวันอาทิตย์ที่ 20 เม.ย.นี้ เวลา 7 โมงเช้า ช่อง 7HD

โดยตอนนี้เป็นเรื่องราว เมื่อมิสซิสพริมเจ้าของร้านเสริมสวยชริมป์เดอซาลอน โดนโจรปล้นที่สวนสาธารณะของเมืองเชลล์แลนด์ และเมื่อเกิดเหตุร้ายขึ้น นายอําเภอเชอร์รีฟ และผู้ช่วยดิพพิดี จึงต้องช่วยออกตามหาโจรไอ้โม่ง แต่ด้วยหลักฐานบางอย่างถูกพบในชาร์มมิ่งแคลมอินน์ โรงแรมจึงถูกสั่งปิด ส่วนปาป้าแคลมตกเป็นผู้ต้องหา เชลล์ดอน คอนนี่และเฮอร์แมน จึงต้องช่วยกันตามหาโจรตัวจริงเพื่อช่วยปาป้าแคลม และปกปองโรงแรมชาร์มมิ่งแคลมอินน์ ให้รอดพ้นจากอันตรายในครั้งนี้

ติดตามชม “เชลล์ดอน ทรี ดี แอนิเมชัน ทีวีซีรี่ส” ได้ทุกวันอาทิตย์ 7 โมงเช้า ทางช่อง 7HDเชลล์ดอนช่องภาษาไทยได้ทาง https://www.youtube.com/@ShelldonThailandและเชลล์ดอนช่องภาษาอังกฤษได้ทาง https://www.youtube.com/@ShelldonEnglish

‘ช่อง 7HD’ชวนติดตามช็อตประทับใจ ศึกดวลวงสวิงอดีตนักเตะชื่อก้องโลก

'ช่อง 7HD'ชวนติดตามช็อตประทับใจ ศึกดวลวงสวิงอดีตนักเตะชื่อก้องโลก

‘ช่อง 7HD’ชวนติดตามช็อตประทับใจ ศึกดวลวงสวิงอดีตนักเตะชื่อก้องโลก

วันศุกร์ ที่ 18 เมษายน พ.ศ. 2568, 15.09 น.

ช่อง 7HD มัดรวมช็อตเด็ดความมันระดับโลกมาเสิร์ฟถึงหน้าจอ เพื่อคอกีฬากอล์ฟและแฟนลูกหนัง กับอีเวนต์ใหญ่ที่ยกทัพอดีตนักเตะดาวดังระดับโลก มาร่วมดวลวงสวิงสุดพิเศษในรายการ Highlight การแข่งขันกอล์ฟ Reignwood Icons of Football 2025 ที่จัดขึ้นเมื่อช่วงเดือนมีนาคมที่ผ่านมา ณ โรบินส์วูด กอล์ฟ คลับ จ.ปทุมธานี โดยเป็นศึกโฮลอินวันสุดเร้าใจ ที่ชิงเงินรางวัลมูลค่า 10 ล้านเหรียญสหรัฐ งานนี้ได้ตำนานลูกหนังระดับโลกคับคั่ง มาร่วมดวลวงสวิงทำการแข่งขันในรูปแบบทีมแมตช์เพลย์ โดยเป็นการดวลกันของ 2 ทีมหลักแบ่งเป็นผู้เล่นทีมละ 12 คน ประกอบด้วย ทีมอังกฤษ นำโดยลี เวสต์วูด อดีตนักกอล์ฟหมายเลข 1 ของโลก (กัปตันทีม) นำทัพนักฟุตบอลอดีตทีมชาติอังกฤษ ได้แก่ ร็อบบี้ ฟาวเลอร์จิมมี่ บลูลลาร์ด, พอล สโคลส์พอล อินซ์โจ ฮาร์ท, เท็ดดี้ เชอริงแฮม, จอห์น เทอร์รี่, ธีโอ วัลคอตต์และอีกมากมาย พบกับทีมเวิลด์ นำโดย เซอร์จิโอ การ์เซีย อดีตแชมป์เดอะมาสเตอร์ (กัปตันทีม) พร้อมกับนักเตะตำนานของโลก ไม่ว่าจะเป็น ปีเตอร์ ชไมเคิล, หลุยส์ ฟิโก้กาเบรียล บาติสตูต้าแพทริค แบร์เกอร์, โรนัลด์ เดอ บัวร์และเพื่อนนักเตะมาอย่างพร้อมหน้า โดยผลการแข่งขันทำให้แฟนกองเชียร์ทีมอังกฤษได้ฉลองชัยไปเรียบร้อยแล้วแต่อย่าพลาดมาพิสูจน์ช็อตเด็ดของนักบอลคนดัง ว่าจะมีฝีไม้ลายมือในการวาดวงสวิงจัดจ้านขนาดไหน จนทำให้คว้าชัยครองถ้วยไอคอนโทรฟี่ มาได้ในที่สุด

คอกอล์ฟและแฟนบอลห้ามพลาด ร่วมชมช็อตเด็ดสุดประทับใจได้ในรายการ Highlight การแข่งขันกอล์ฟ Reignwood Icons of Football 2025 ได้ในวันศุกร์ที่ 25 เมษายนนี้ ทาง ช่อง 7HD กด 35 ตั้งแต่เวลา 00.40 น. เป็นต้นไป โดยมีสุดยอดผู้บรรยายแห่งวงการลูกหนัง แจ็คกี้-อดิสรณ์ พึ่งยา และกูรูกอล์ฟชื่อดัง โปรเจย์-วันปีย์ สัจจมาร์ค รับหน้าที่บรรยายเกมสุดเร้าใจและแฟนกีฬาสามารถติดตามข่าวสารต่าง ๆ ได้ทาง ช่อง 7HD ดูทีวีกด 35 สดออนไลน์ BUGABOO.TV ช่องทางออนไลน์ Ch7HD Sports (Facebook, IG, TikTok) และ Ch7HD (Facebook, IG, TikTok, X, YouTube) และ เว็บไซต์  www.ch7.com

เตือน! นักท่องเที่ยวต่างชาติเข้าไทย ต้องลงทะเบียนล่วงหน้า เริ่ม 1 พ.ค.นี้

เตือน! นักท่องเที่ยวต่างชาติเข้าไทย ต้องลงทะเบียนล่วงหน้า เริ่ม 1 พ.ค.นี้

เตือน! นักท่องเที่ยวต่างชาติเข้าไทย ต้องลงทะเบียนล่วงหน้า เริ่ม 1 พ.ค.นี้

วันเสาร์ ที่ 19 เมษายน พ.ศ. 2568, 09.39 น.

เริ่ม 1 พ.ค.นี้ นทท.ชาวต่างชาติเดินทางเข้าไทย ต้องลงทะเบียนบัตรตม.6 แบบดิจิทัล หรือ TDAC ล่วงหน้า อย่างน้อย 3 วันก่อนเดินทาง ตามกฎใหม่ ตม. 

วันที่ 19 เมษายน 2568 นายอนุกูล พฤกษานุศักดิ์ รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า  สำนักงานตรวจคนเข้าเมืองเตรียมเปิดบริการระบบแบบรายการของคนต่างด้าวซึ่งเดินทางเข้ามาในหรือออกไปนอกราชอาณาจักรไทย ในรูปแบบดิจิทัล (ตม.6) หรือ Thailand Digital Arrival Card (TDAC) สำหรับให้คนต่างด้าวทุกรายต้องลงทะเบียนเดินทางเข้ามาในราชอาณาจักรไทย โดยระบบดังกล่าว กำหนดให้ชาวต่างด้าวที่เดินทางเข้ามาประเทศไทยทุกช่องทาง ไม่ว่าจะเป็นทางบก ทางเรือ ทางอากาศ ต้องลงทะเบียนผ่านระบบออนไลน์ ที่เว็บไซต์ http://tdac.immigation.go.th/  และในอนาคตจะมีบริการในรูปแบบแอปพลิเคชัน 

นายอนุกูล กล่าวต่อว่า  ชาวต่างชาติสามารถกรอกข้อมูล TDAC ได้ล่วงหน้า 3 วันก่อนจะเดินทางเข้าประเทศไทย โดยจะต้องกรอกข้อมูลเอกสารเดินทาง หนังสือเดินทาง ข้อมูลส่วนบุคคล ข้อมูลการเดินทาง ที่พักในประเทศไทย สถานะทางสุขภาพตามประกาศกระทรวงสาธารณสุข ทั้งนี้ TDAC ไม่ใช่วีซ่า แต่เป็นระบบบัตรขาเข้าออนไลน์ ที่พัฒนาขึ้น เพื่ออำนวยความสะดวกและสอดคล้องกับกฎระเบียบและความจำเป็นในหลายประเทศ 

สำหรับวิธีการลงทะเบียน TDAC สำหรับนักท่องเที่ยวต่างชาติที่เดินทางเข้าไทย มีดังนี้ 1. เข้าไปที่ tdac.immigration.go.th หรือสแกน QR code  2.กรอกข้อมูลส่วนตัวและข้อมูลการเดินทาง 3. ส่งแบบฟอร์มและรับอีเมลยืนยัน 4. นำเอกสารยืนยันและเอกสารการเดินทางไปแสดงต่อเจ้าหน้าที่ตรวจคนเข้าเมืองเมื่อเดินทางถึงประเทศไทย

ทั้งนี้ เว็บไซต์ tdac.immigration ยังอำนวยความสะดวกให้ชาวต่างชาติ โดยจัดทำสื่อประชาสัมพันธ์ใน 5 ภาษา ได้แก่ อังกฤษ จีน เกาหลี รัสเซีย และญี่ปุ่น พร้อมแผ่นพับและคลิปวิดีโอแนะนำการใช้งาน TDAC นอกจากนี้ สำนักงานตรวจคนเข้าเมืองยังได้บูรณาการทำงานร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เช่น ระบบ E-Visa ของกรมการกงสุล  ระบบคัดกรองโรคของกรมควบคุมโรค และระบบจัดเก็บค่าธรรมเนียมนักท่องเที่ยวของกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา เพื่อให้การเดินทางเข้าประเทศไทยเป็นไปอย่างราบรื่นและมีประสิทธิภาพมากขึ้น

เตือนคุณครู! เปิดเทอมนี้ ครูทุกคนต้องมี ใบอนุญาตประกอบวิชาชีพครู

เตือนคุณครู! เปิดเทอมนี้ ครูทุกคนต้องมี ใบอนุญาตประกอบวิชาชีพครู

เตือนคุณครู! เปิดเทอมนี้ ครูทุกคนต้องมี ใบอนุญาตประกอบวิชาชีพครู

วันเสาร์ ที่ 19 เมษายน พ.ศ. 2568, 09.35 น.

เตือนคุณครู! เปิดเทอมนี้ ครูทุกคนต้องมี “ใบอนุญาตประกอบวิชาชีพครู” แนะ ครูรีบต่ออายุใบอนุญาตประกอบวิชาชีพ หลังคุรุสภาออกมาตรการ 5 ต. คุมเข้มทุกโรงเรียนทั่วไทย

วันที่ 19 เมษายน 2568 นายคารม พลพรกลาง รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า รัฐบาลโดยกระทรวงศึกษาธิการ และคุรุสภา เดินหน้าขับเคลื่อนนโยบายยกระดับคุณภาพการศึกษาอย่างเข้มข้น โดยเฉพาะเรื่องมาตรฐานวิชาชีพครู โดยกำหนดให้ครูผู้สอนทุกคนต้องมี “ใบอนุญาตประกอบวิชาชีพครู” ที่ถูกต้องตามกฎหมาย หากไม่มีใบอนุญาต จะไม่สามารถปฏิบัติหน้าที่สอนในสถานศึกษาได้ ข้อมูลล่าสุดจากคุรุสภาพบว่า ขณะนี้มีครูกว่า 25,000 รายทั่วประเทศที่ยังไม่ได้ดำเนินการต่ออายุใบอนุญาตประกอบวิชาชีพ และจำเป็นต้องดำเนินการต่ออายุให้ทันในภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2568 ที่จะถึงนี้

นายคารม กล่าวต่อว่า มาตรการที่ทุกโรงเรียนต้องปฏิบัติตาม ภายใต้การรณรงค์ของคุรุสภา “เปิดเทอมนี้ เด็กทุกคนต้องเรียนกับครูที่มีใบอนุญาตประกอบวิชาชีพ” โดยจะมีการพัฒนาฐานข้อมูลและเชื่อมโยงระหว่างหน่วยงานต้นสังกัด พร้อมระบบแจ้งเตือนแบบเรียลไทม์ นอกจากนี้ยังมีการอบรมพัฒนาสมรรถนะครูและการใช้มาตรการ 5 ต: ตระหนัก – ตื่นตัว – แจ้งเตือน – ติดตาม – ติดตรา ซึ่งมุ่งเน้นให้นักเรียนได้รับการเรียนการสอนจากครูที่มีคุณภาพและจรรยาบรรณวิชาชีพ รวมถึงการพัฒนาระบบการกำกับดูแลที่ทันสมัยและตรวจสอบได้ เพื่อสร้างความเชื่อมั่นในคุณภาพครูและการศึกษาของชาติ รวมถึงการพัฒนาระบบการกำกับดูแลที่ทันสมัยและตรวจสอบได้ สร้างความเชื่อมั่นให้แก่สังคมในคุณภาพครูและการศึกษาของชาติ

ทั้งนี้ ขอให้สถานศึกษาและหน่วยงานต้นสังกัดเร่งตรวจสอบรายชื่อครูที่ใบอนุญาตประกอบวิชาชีพใกล้หมดอายุ หรือยังไม่ได้ดำเนินการต่ออายุ โดยสามารถยื่นคำขอต่ออายุใบอนุญาตผ่านระบบออนไลน์ เพื่อให้ครูสามารถปฏิบัติหน้าที่สอนได้อย่างต่อเนื่องโดยไม่กระทบต่อการเรียนของนักเรียน 

นายคารม กล่าวว่า ขอความร่วมมือจากผู้ประกอบวิชาชีพทางการศึกษาในการตรวจสอบสถานะใบอนุญาตประกอบวิชาชีพให้ถูกต้องและเป็นปัจจุบัน รวมทั้งดำเนินการต่ออายุใบอนุญาตฯ ภายในระยะเวลาที่กำหนด โดยสามารถตรวจสอบสถานะใบอนุญาตได้ที่ https://www.ksp.or.th/service/license_search.php และดำเนินการต่ออายุใบอนุญาตผ่านระบบ KSP Self-Service ได้ที่ https://selfservice.ksp.or.th/ksp-esv/index.jbx และหากต้องการข้อมูลเพิ่มเติม สามารถดูรายละเอียดได้ที่เว็บไซต์คุรุสภา https://www.ksp.or.th/ksp-selfservice/

‘ดร.เสรี’ฟาดเจ็บจี๊ด! บอกทายาทการเมืองบางคน ‘โง่ได้โล่ ยังยโสโอหังไร้วุฒิภาวะ’

'ดร.เสรี'ฟาดเจ็บจี๊ด! บอกทายาทการเมืองบางคน 'โง่ได้โล่ ยังยโสโอหังไร้วุฒิภาวะ'

‘ดร.เสรี’ฟาดเจ็บจี๊ด! บอกทายาทการเมืองบางคน ‘โง่ได้โล่ ยังยโสโอหังไร้วุฒิภาวะ’

วันเสาร์ ที่ 19 เมษายน พ.ศ. 2568, 09.26 น.

วันที่ 19 เมษายน 2568 ดร.เสรี วงษ์มณฑา นักวิชาการด้านการตลาดและการสื่อสาร โพสต์เฟซบุ๊กเรื่อง “ทายาททางการเมือง” ระบุว่า บางคนเลี้ยงลูกยังไงให้โง่ได้โล่ และยังยโสโอหังไร้วุฒิภาวะ อวดดี จองหอง แล้วยังทะเยอทะยานอยากเป็นในสิ่งที่ตัวเองไม่ใช่

บางคนก็เลี้ยงลูกให้กร่าง ทำตัวเป็นผู้มีอิทธิผล ทำอะไรตามใจตน ไม่สนใจกฎหมาย คิดว่าตระกูลใหญ่ ใครทำอะไรไม่ได้

ลูกแบบนี้ คงโตมาแบบพ่อแม่รังแกฉัน คือตามใจลูกจนเสียคน และคอยปกป้องลูก ไม่ว่าลูกทำอะไรผิด อะไรแย่ พ่อแม่ก็มองว่าลูกเป็นคนดี

ลูกไม่ใช่คนเก่ง ไม่ใช่คนดี ไม่มีคุณสมบัติที่จะได้ตำแหน่งใดๆ แต่พ่อแม่ก็ใช้อำนาจ ใช้บารมีประเคนตำแหน่งให้ ไม่สนใจว่าจะส่งผลอย่างไร

ถ้าอยากให้ลูกสืบทอดอำนาจ สืบทอดตำแหน่งทางการเมือง เตรียมลูกให้ดีกว่านี้ ให้มั่นใจว่าลูกเป็นคนมีความรู้คู่คุณธรรมนะ

ถ้าพยายามแล้ว ลูกไม่ใช่ ก็อย่าเข็นเลยนะ

ประชาชนที่มีสิทธิ์ลงคะแนนเสียงก็พิจารณาหน่อยนะว่าควรเลือกทายาทที่พ่อแม่นำเสนอมาให้เลือกหรือไม่ อย่าเลือกเพราะบารมีพ่อแม่เลยนะ

ยิ่งถ้าพ่อแม่มี DNA ความชั่วและเป็นใหญด้วยเงิน ควรจะช่วยกันทำให้ตระกูลชั่วดังกล่าวหลุดออกจากการเมืองไทยเสียที

หยุดสนับสนุนคนชั่ว คนโกงกันเถอะนะคะ

แวดวงนักปกครอง : 19 เมษายน 2568

แวดวงนักปกครอง : 19 เมษายน 2568

แวดวงนักปกครอง : 19 เมษายน 2568

วันเสาร์ ที่ 19 เมษายน พ.ศ. 2568, 06.00 น.

นายชูสวัสดิ์ สวัสดี นายอำเภอพญาเม็งราย จ.เชียงราย พร้อมด้วยนางจารุมาศ สวัสดี นายกกิ่งกาชาดอำเภอพญาเม็งราย/ประธานแม่บ้านมหาดไทยอำเภอพญาเม็งราย ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมและให้กำลังใจ พร้อมมอบเงินและสิ่งของช่วยเหลือแก่ผู้ประสบเหตุอัคคีภัย ม.1 ต.เม็งราย อ.พญาเม็งราย จ.เชียงราย

ครั้งแรกกับงานไหล พัฒนานิคม เทศกาลสงกรานต์ประจำปี 2568 กินฟรี เที่ยวฟรี สนุกฟรี นำโดยนายธนณัฐ อาจิณกิจ (นอภ.กี้) นายอำเภอพัฒนานิคม จ.ลพบุรี ร่วมกับนายเทียนชัย สุขมั่น (สจ.ตี้) ผู้สนับสนุนและภาคส่วนราชการ ภาคเอกชน พร้อมภาคส่วนต่างๆ ร่วมกันจัดกิจกรรมสืบสานวัฒนธรรมไทย ณ โดมอเนกประสงค์ ที่ว่าการอำเภอพัฒนานิคม เช่น
การทำบุญตักบาตร สรงน้ำพระ รดน้ำดำหัวผู้ใหญ่สนุกกับคอนเสิร์ตฟรี อิ่มอร่อยกับอาหารฟรี ซึ่งได้รับเสียงตอบรับเป็นอย่างดีจากประชาชนในพื้นที่

นางละอองเพชร พุฒิพัฒน์พาณิชย์ นายอำเภอจตุรพักตรพิมาน จ.ร้อยเอ็ด เป็นประธานประชุมพิจารณาการขออนุญาตสร้างวัดและร่วมตรวจสอบสถานที่ขออนุญาตสร้างวัด โดยมีคณะกรรมการพิจารณาการขออนุญาตสร้างวัดจังหวัดร้อยเอ็ด ประชาชนในพื้นที่เข้าร่วมประชุม ณ ที่พักสงฆ์บ้านโนนขมิ้น ม.8 ต.เมืองหงส์ อ.จตุรพักตรพิมาน จ.ร้อยเอ็ด

นายศิวะเสก สินโทรัมย์ นายอำเภอพิมาย จ.นครราชสีมา เป็นประธานพิธีเปิดกิจกรรม Bigcleaning Day ทำความสะอาด หลังวันสงกรานต์ 2568 ในเขตพื้นที่ เทศบาลตำบลพิมาย โดยนายอำเภอพิมายได้กล่าวขอบคุณทุกภาคส่วนที่ร่วมแรงร่วมใจกันสร้างสิ่งดีงามให้กับชุมชน พร้อมเชิญชวนประชาชนร่วมดูแลรักษาความสะอาด เพื่อสุขภาพและสิ่งแวดล้อมที่ดีของทุกคนในพื้นที่ ณ หน้าลานเมรุพรหมทัต ต.ในเมือง อ.พิมาย จ.นครราชสีมา

ประชาชนสุดม่วนซื่น นายอำเภอป้ายแดงกับการส่งเสริมการท่องเที่ยว กระตุ้นเศรษฐกิจพร้อมชูอัตลักษณ์ท้องถิ่น ในการจัดงานประเพณีสงกรานต์ผีบุ้งเต้า…ภูเรือ ครั้งที่ 1 นำโดยนายสายสิทธิ์ ขุนศรี (นอภ.เอ้) นายอำเภอภูเรือ จ.เลย ซึ่งได้รับเกียรติจากนายธนยศทิมสุวรรณ (สส.อ๋อง) สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดเลย เขต 3 ให้การสนับสนุน พร้อมด้วยคณะทำงานชมรมแม่บ้านมหาดไทยจังหวัดเลย ภาคส่วนราชการ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ผู้ประกอบการอำเภอภูเรือ ภาครัฐ ภาคเอกชน ภาคีเครือข่าย ตลอดจนประชาชนชาวอำเภอภูเรือ ร่วมกันสนับสนุนการจัดงานในครั้งนี้สำหรับกิจกรรมประกอบไปด้วย ขบวนแห่ผีบุ้งเต้า พิธีสรงน้ำพระพุทธนาวาบรรพต พิธีสรงน้ำพระทศพลมงคลญาณ พิธีรดน้ำดำหัวผู้สูงอายุ การแข่งขันมวยทะเล การแสดงดนตรี กิจกรรม DIY และกิจกรรมไฮไลท์ คือ อุโมงค์น้ำดอกไม้และปาร์ตี้โฟม ณ สนามหน้าที่ว่าการอำเภอภูเรือ

นาย..อำเภอน้อย

แนวหน้าวาทะเด็ด

แนวหน้าวาทะเด็ด

แนวหน้าวาทะเด็ด

วันเสาร์ ที่ 19 เมษายน พ.ศ. 2568, 06.00 น.

“ปัญหานอมินีมีความรุนแรงและขยายตัวอย่างรวดเร็ว คนทั้งประเทศเป็นห่วงกังวลและเป็นข่าวทุกวัน ล่าสุด กรณีตึกถล่ม จึงเห็นว่ามีความจำเป็นเร่งด่วนอย่างมาก หวังว่ารัฐบาลจะยกเป็นวาระแห่งชาติและดำเนินการอย่างเร่งด่วน”

นายทรงศัก สายเชื้อ

ผู้ตรวจการแผ่นดิน

(ขอบคุณภาพจาก Ombudsman Thailand)

ผบ.ตร.ไม่ปลื้มเรียก‘อาต่าย’ ‘พีช’โผล่ขอโทษ ซิ่งBMWปะทะกระบะ ตร.ฟันคดีไม่มีใบขับขี่

ผบ.ตร.ไม่ปลื้มเรียก‘อาต่าย’  ‘พีช’โผล่ขอโทษ  ซิ่งBMWปะทะกระบะ  ตร.ฟันคดีไม่มีใบขับขี่

ผบ.ตร.ไม่ปลื้มเรียก‘อาต่าย’ ‘พีช’โผล่ขอโทษ ซิ่งBMWปะทะกระบะ ตร.ฟันคดีไม่มีใบขับขี่

วันเสาร์ ที่ 19 เมษายน พ.ศ. 2568, 06.00 น.

ผบ.ตร.ไม่ปลื้มเรียก‘อาต่าย’ ‘พีช’โผล่ขอโทษ ซิ่งBMWปะทะกระบะ ตร.ฟันคดีไม่มีใบขับขี่ ปรับซ้ำอีกฝ่ายละ4พัน ขับรถประมาทกันทั้งคู่

“นายกเบี้ยว” ควง “พีช” ลูกชาย ออกโทรทัศน์ขอโทษ กรณีซิ่งBMW ป้ายแดง ปะทะกระบะจนลุงเจ็บสาหัส ตำรวจจัดเต็มแจ้งข้อหาไม่มีใบขับขี่ พร้อมทั้งปรับ 2 ฝ่ายรายละ 4 พัน ข้อหาขับรถประมาท ด้าน “บิ๊กต่าย” ผบ.ตร.ลมออกหูซัด “ลูกนายกเบี้ยว”โอ้อวดเรียก “อาต่าย” รู้จักคนในรัฐบาล ย้ำ ทุกอย่างเป็นไปตามกฎหมาย

ผู้สื่อข่าวรายงาน เมื่อวันที่ 18 เมษายน 2568 ความคืบหน้ากรณี นายสมิทธิพัฒน์ หลีนวรัตน์ หรือ พีช อายุ 28 ปี ลูกชายนักการเมืองดังปทุมธานี ขับรถยนต์หรู BMWป้ายแดง ปาดหน้ารถกระบะจนเกิดอุบัติเหตุ โดยนายกฤษฎา หลีนวรัตน์ หรือ นายกเบี้ยว อดีตนายกเทศมนตรีตำบลธัญบุรี พร้อมพีช มาออกรายการคนดังนั่งเคลียร์ ช่อง 8 โดยมี เมย์ ชนิตร์นันทน์ เป็นผู้ดำเนินรายการในช่วงแรก พีช เปิดใจว่าตอนแรกที่เกิดเรื่อง ตกใจ เลยหนีไปอยู่บ้านเพื่อน กลัวว่า พ่อจะว่า

ด้านนายกฤษฎากล่าวว่า เมื่อลูกผิดพลาดจะซ้ำเติมก็ไม่ได้ โดยตอนแรกพีช ก็ยังยืนยันว่าตัวเองโดนก่อน แต่เมื่อดูจากคลิปต่างๆ ได้พยายามอธิบายให้เข้าใจว่าเป็น 2 เรื่อง คือ สิ่งที่กระบะทำให้เกิดความเสียหาย และสิ่งที่พีช ได้ขับรถไป  ส่วนที่พูดว่า พีช ขับรถดี เพราะที่ผ่านมา ไม่เคยขับรถชน เพิ่งเกิดเรื่องในครั้งนี้ ผมเห็นใจคุณลุง คุณป้ามาก ผมเป็นตัวแทนประชาชน ดูแลประชาชนมาทั้งชีวิต ลูกเราทำเรื่องขนาดนี้แล้ว ไม่ว่าจะถูกหรือผิด ก็ยืนยันว่า จะดูแลทั้งคุณลุง คุณป้าอย่างดี

ต่อมา ทางรายการเปิดคลิปเหตุการณ์จากกล้องวงจรปิด ในช่วง กม.26+100 ที่รถกระบะของคุณลุงและคุณป้าขับเปลี่ยนช่องทางกะทันหัน ตัดหน้ารถ BMW ซึ่งวิ่งมาทางช่องขวาสุดเสียหลักไปชนขอบทาง

ด้าน พีช เผยว่า กำลังเก็บของที่ตกอยู่ที่นั่งข้างคนขับ จนมาถึงทางแยก รถกระบะเบียดซ้าย ทำให้รถขูดกับแบริเออร์ ยืนยันชะลอแล้ว โดยตอนนั้นขับความเร็วอยู่ที่ 80-100 กม/ชม. และกระบะขับเร็วกว่าตน ซึ่งไม่คิดมาก่อนว่ากระบะจะเข้ามาเลนส์ของตน ซึ่งขับผ่าเส้นปะเลย ส่วนเหตุผลที่ไม่เบรก คิดว่าหลบทัน และไม่ชนแน่นอน

เมื่อถามว่า เหตุการณ์ในคลิปที่เห็นว่าขับไล่กัน เกิดไรขึ้น พีชตอบว่า รถกระบะขับเบียดรถตนจนชนแบริเออร์ ตอนนั้นตกใจ อยากให้จอดและลงมาคุย จึงดักหน้า และขับตีคู่ เปิดกระจกให้เขาจอด จึงรู้ว่าเป็นคุณป้า กับคุณลุง ตนพูดย้ำว่า “จอดครับ จอดครับ” พร้อมกับขับมือเดียว หันมาอีกที รถชนกันพอดี

พีชกล่าวยอมรับว่า เป็นการกระทำไม่ดี และไม่มีเจตนา ทำให้รถชนกัน และให้คุณลุงคุณป้าได้รับบาดเจ็บ อยากให้หยุดมาคุยกันเฉยๆ เพราะรถตนเป็นรอย

“ถ้าตั้งใจชน พีชคงชนไปตั้งแต่แรกแล้ว ไม่มีเจตนา ให้เกิดอุบัติเหตุบนท้องถนน” พีชกล่าวและพอมาเห็นว่ากระบะบาดเจ็บหนัก จึงถอยรถมาดู ก็รู้สึกตกใจ ส่วนในตอนแรกใส่เสื้อสีเขียว ผู้สมัคร สท.ธัญบุรี จึงเปลี่ยนเสื้อเพราะ ไม่อยากให้ภาพรวมเสีย เปลี่ยนเสื้อเป็นสีดำ

เมื่อถามว่า ยอมรับไหมว่าหัวร้อน พีช กล่าวว่า ไม่ได้หัวร้อน แต่โกรธที่มาเบียดรถจนชนแบริเออร์ ส่วนตอนที่บอกว่า คุณป้ายกมือไหว้แล้ว ตนไม่เห็น มัวแต่โบกเรียก สลับกับมองทางขับรถ จนเกิดอุบัติเหตุ

เมื่อถามว่า ถ้ารู้ว่าเป็นคุณลุงคุณป้า จะเกิดเหตุการณ์ดังกล่าวหรือไม่ พีชกล่าวว่า คงไม่ทำอย่างนี้แน่นอน สมมติเสียชีวิตอีกตนก็เครียด ตอนนี้ตนก็เครียด เขาอายุเยอะ มาคิดว่า ถ้าเป็นพ่อแม่เราบ้าง ตนขอโทษคุณลุงคุณป้า

เวลา 13.30 น. ที่ สถานีตำรวจทางหลวง 2 กองกำกับการ 8 กองบังคับการตำรวจทางหลวง พ.ต.อ.กึกก้อง ดิศวัฒน์ ผกก.8 บก.ทล. พร้อมด้วย พ.ต.ท.ธิติ พันธ์สวัสดิ์ รอง ผกก.(สอบสวน) สทล.2 กก.8 บก.ทล. พ.ต.ท.จำเริญ หนูรัก สว.(สอบสวน) สทล.2 กก.8 บก.ทล. เข้าร่วมประชุมเพื่อติดตามความคืบหน้าในส่วนความผิดตามพรบ.จราจร กรณีขับรถเบียดกันบนทางด่วนมอเตอร์เวย์ ระหว่างนายสมิทธิพัฒน์ หลีนวรัตน์ หรือพีช ลูกนักการเมืองดังจังหวัดปทุมธานี กับ ชาวบ้าน

ภายหลังการประชุมพ.ต.อ.กึกก้อง เปิดเผยว่า กรณีดังกล่าว การทำคดีแบ่งออกเป็น 2 ส่วน โดยตำรวจทางหลวง จะรับผิดชอบในส่วนแรก คือช่วงที่รถทั้งสองคันได้ขับออกจากช่องทางจ่ายเงิน M – Flow จากนั้นรถกระบะได้เบี่ยงจากเลนซ้ายไปขวา โดยไม่เปิดสัญญาณไฟจราจร ส่วนรถ BMW อยู่ในเลนขวาไม่ได้มีการชะลอความเร็ว ทำให้เกิดเหตุปาดกันขึ้น เบื้องต้นพนักงานสอบสวนเตรียมจะแจ้งข้อหาขับรถโดยประมาทเป็นเหตุทำให้ทรัพย์สินของผู้อื่นเสียหาย ตามพ.ร.บ.จราจรทางบก กับทั้งสองฝ่าย มีโทษปรับไม่เกิน 4,000 บาท

พ.ต.อ.กึกก้อง กล่าวอีกว่า นอกจากนี้ในส่วนของนายพีช ก็จะมีการแจ้งข้อหาเพิ่มอีก คือ ขับรถโดยไม่มีใบอนุญาต เพราะตรวจสอบแล้วพบว่าใบขับขี่หมดอายุไปตั้งแต่ 27 มิถุนายน 2564 และในเรื่องของความเร็วที่ใช้ระหว่างเข้าด่านเก็บเงิน M-Flow ที่จะเกินกว่าที่กฎหมายกำหนดหรือไม่ ก็จะต้องทำการตรวจสอบอีกครั้ง เนื่องจากในวันดังกล่าวเป็นวันหยุดสงกรานต์ ซึ่งไม่เสียค่าบริการ อีกทั้งวันเกิดเหตุเจ้าหน้าที่ตำรวจทางหลวงได้ทำการตรวจวัดแอลกอฮอล์ของนายพีช ที่บริเวณหน่วยบริการทางหลวงมอเตอร์เวย์แล้ว แต่ไม่พบมีปริมาณแอลกอฮอล์ โดยทำการตรวจวัดปริมาณแอลกอฮอล์ ช่วงเวลา 10.56 น. ห่างจากเวลาที่เกิดเหตุประมาณ 2 ชั่วโมง

พ.ต.อ.กึกก้อง กล่าวว่าส่วนกรณีทะเบียนป้ายแดงของเก๋งบีเอ็มได้มีการตรวจสอบแล้วพบว่า มีตราปั๊มนูน แต่ตรวจสอบไม่พบในฐานข้อมูล จึงจะต้องส่งให้ทางกรมการขนส่งทางบกตรวจสอบอย่างละเอียด หลังจากนี้ก็จะให้ทางนายพีช นำเอกสารทะเบียนป้ายแดงมายืนยันว่าทางโชว์รูมเป็นผู้ออกให้หรือไม่ รวมถึงนำรถ BMW มาให้ตำรวจตรวจสอบด้วย หากพบความผิดจึงจะส่งทั้งเอกสารและรถให้พนักงานสอบสวนสภ.ลำลูกกา รับไปดำเนินคดีอาญา ความผิดฐานปลอมแปลงเอกสารทางราชการ ต่อไป ขณะที่คดีความผิดในช่วงที่ 2 ที่นายพีชชนลุงรถกระบะจนได้รับบาดเจ็บสาหัส นั้นเป็นคดีอาญา ก็เป็นความรับผิดชอบของสภ. ลำลูกกา ทั้งนี้ทราบว่าช่วงเย็นของวันนี้ทางผู้ใหญ่ที่ใกล้ชิดของนายพีช ได้ประสานมาทางตำรวจทางหลวงว่า จะพานายพีช เข้ามาให้ปากคำ ส่วนด้านลุงขับรถกระบะ คงต้องรอให้รักษาตัวหายก่อน ก็มีการเรียกมาแจ้งข้อกล่าวหาภายหลังต่อไป

ก่อนหน้านี้ ในเช้าวันเดียวกัน พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ(ผบ.ตร.) ชี้แจงกรณี นายสมิทธิพัฒน์ หลีนวรัตน์ หรือ นายพีช ผู้ขับรถ BMW คู่กรณีรถกระบะ อ้างว่ารู้จักโดยใช้คำเรียกขาน”อาต่าย”โดยพล.ต.อ.กิตติ์รัฐ หัวเราะพร้อมย้ำว่า ทุกคน สามารถเรียกตนว่าอาต่ายได้ ตนได้ดูคลิปเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นแล้ว และได้เน้นย้ำไปทาง ตำรวจทางหลวง ตำรวจภูธร ในเรื่องการดำเนินคดี และอยากให้แยก มิติของการรู้จัก กับความเป็นญาติ ซึ่งในความเป็นตำรวจ ก่อนที่ตนจะได้เป็น ผบ.ตร. รู้จักคนมาเป็นจำนวนมาก ฝนตกตัวไม่เคยปิดกั้นใคร ดังนั้นไม่ว่าจะเป็นนักการเมืองท้องถิ่น สส. ตนเป็นที่รู้จักอยู่แล้ว

“คุณพ่อ(นายกฤษฎา หลีนวรัตน์ หรือนายกเบี้ยวอดีตนายกเทศมนตรีตำบลธัญบุรี)ของผู้ก่อเหตุ ผมก็รู้จัก ยอมรับว่ามีคนอยากถ่ายรูปกับผม ซึ่งผมก็ถ่ายด้วย ยิ่งเมื่อผมก้าวขึ้นมาเป็น ผบ.ตร.มีคนอยากเป็นลูกเป็นหลานผมเยอะ และทุกคนก็เรียกผมว่า อาต่าย ซึ่งผมได้ย้ำกับตำรวจทุกคนว่าเราทำงานใกล้ชิดกับประชาชน ขอให้ทำตัวเหมือนญาติ ใครจะเรียกเราน้า หรือ อาเป็นเรื่องที่ดี ผมไม่ชอบให้ใครมาเรียกว่าท่าน ดังนั้น ความใกล้ชิดหรือรู้จักกันเป็นเรื่องปกติ แต่สิ่งที่เด็กคนนี้กระทำเราแยกออกไป และยืนยันว่าผมไม่มีญาติแบบนี้ ผมตระกูลพันธุ์เพ็ชร์ และไม่ได้เกี่ยวข้องกับทางพ่อ หรือแม่ของผม” พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ กล่าว

และว่าสิ่งที่เกิดขึ้นเป็นเรื่องขาดวุฒิภาวะและจิตสำนึก ขาดความเอื้ออาทรบนท้องถนน ขาดความรับผิดชอบต่อผู้อื่น อยากให้มองว่าหากรถกระบะมีเด็กอยู่ด้วยจะเป็นอย่างไร การขับรถต้องมีสติ และเมื่อเกิดเหตุ ไปอ้าง หรือเรียกนั่น คือนิสัย การโอ้อวดให้พ้นผิด เป็นสิ่งที่ไม่ถูกต้อง ยิ่งโอ้อวด ยิ่งทำเช่นนี้ ยิ่งโดน ตนได้กำชับไปยังกรมทางหลวงพิเศษ ในเรื่องของการจราจร ต้องดำเนินการในคดีอุบัติเหตุ ส่วนคดีอาญา เป็นเรื่องที่ผู้เสียหายต้องไปร้องทุกข์กล่าวโทษ สภ.ลำลูกกา ซึ่งตนได้เน้นย้ำไปทางคู่บัญชาการภาค 1ให้ทำคดีตรงไปตรงมา ไม่มีการช่วยเด็ดขาด ให้ผู้กระทำผิดได้รับบทเรียน และ โทษทัณฑ์ ที่เป็นกฎเกณฑ์ของสังคม ทุกคนต้องอยู่ภายใต้กฎหมาย เพื่อให้เกิดสำนึกว่าสิ่งที่ตัวเองทำ ต้องปรับปรุงอย่างไร สวนใครจะไปลงเล่นการเมืองอย่างไรตนไม่รู้ แต่ใครจะไปลงคะแนนเลือกก็จงมีวิจารณญาณ ว่าควรจะเลือกหรือไม่

เมื่อถามว่า การที่ผู้ก่อเหตุพยายามโอ้อวดว่ารู้จักคนใหญ่คนโต หวังต้องการให้คู่กรณีเกิดความยำเกรงหรือไม่ พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ กล่าวว่า เป็นเรื่องของนิสัยคน ตัวตนคน บางคนอาจจะไปกระทบกระทั่ง แต่เราต้องแยกแยะให้ดี ตนไม่ได้เข้าข้างใคร พ่อเขาจะเป็นอย่างไร ก็แยกแยะไป ลูกชายอีกคนเป็น สส. ก็แยกแยะ ส่วนตัวเด็กที่ก่อเหตุจะด้วยอุปนิสัย เราต้องแยก หากทำผิด ต้องได้รับโทษทัณฑ์

“การไปโอ้อวดแอบอ้าง หวังให้คู่กรณีหรือ เจ้าหน้าที่รัฐเกรงใจ ได้รู้ว่าผมรู้จักคนใหญ่คนโต แต่อย่าลืมว่าโลกเปลี่ยนไปแล้ว และมั่นใจว่าตำรวจยุคใหม่ ไม่ได้สนใจ ว่าคุณจะรู้จัก ผบ.ตร. รู้จักผู้หลักผู้ใหญ่ในรัฐบาลที่ไปงานบวชของคุณ คำว่าหลานอาต่ายผมฟังแล้วไม่ลื่นหูเท่าไหร่ แค่รู้สึกว่าทำไมทำเช่นนี้ ยืนยันผมมีลูกคนเดียว ย้ำเสมอ ว่าอย่าทำตัวเป็นขยะสังคม” พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ กล่าว

และว่าส่วนข้อกังวลว่าจะมีการวิ่งเต้นเรื่องคดีนั้น ตนย้ำไปแล้ว ให้ทำตรงไปตรงมา ไม่มีการช่วย พบใครช่วยเหลือ ตนก็จะเล่นตำรวจด้วย ใครจะปลูกฝังไม่ดีกันมาอย่างไร ไม่ใช่เรื่องของต้น เพราะตนไม่ใช่ญาติ คงไม่จำเป็นต้องไปสั่งสอนใคร ก็รับผิดชอบกันเองตามกฎหมาย

ด้าน นายภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกรัฐมนตรี และรมว.กลาโหมแกนนำพรรคเพื่อไทย ให้สัมภาษณ์กรณีโฆษกพรรคพลังประชารัฐแสดงความกังวลกรณีคดีนายสมิทธิพัฒน์ หลีนวรัตน์ หรือพีช ลูกชายนายกฤษฎา หลีนวรัตน์ หรือนายกเบี้ยว เนื่องจากปรากฏภาพมีความสนิทสนมกับ นายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯและน.ส.แพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรีว่า เรื่องนี้ต้องแยกออกจากกัน ความสัมพันธ์ส่วนบุคคลก็เรื่องหนึ่ง แต่เรื่องกฎหมายก็ต้องว่าไปตามกฎหมาย ในกรณีที่กฎหมายมีอยู่ และภาพลักษณ์ที่เกิดขึ้น วิดีโอ และข้อมูลที่เกิดขึ้นก็คงต้องให้เจ้าหน้าที่ว่าไปตามกฎหมาย และไม่ต้องกังวล เรื่องนี้เราไม่เข้าไปเกี่ยวข้องอยู่แล้ว

เมื่อถามว่าในแง่ของสังคมมีความเป็นห่วงในเรื่องการดำเนินคดี เพราะมองว่าเป็นผู้มีอิทธิพล นายภูมิธรรม กล่าวว่า“ผู้มีอิทธิพลสร้างเหตุการณ์ที่มีปัญหาต่อหน้าธารกำนัลแบบนี้ไม่ต้องกังวลหรอกครับ ไม่มีใครเข้าไปเกี่ยวข้อง ขอให้ว่าไปตามกระบวนการ จะไปบิดไปเบี้ยวก็อยู่ในสายตาของประชาชน พรรคการเมืองคงไม่ทำอย่างนั้น”

ทางด้านลูกชายของผู้เสียหาย เผยว่าได้มีการพูดคุยกันเล็กน้อยกับพ่อของคู่กรณี บอกว่าถ้าลูกชายของตนผิดก็ว่ากันไปตามผิดและยินดีที่จะเยียวยาชดใช้ให้ซึ่งก็เป็นเพียงแค่คำพูดเท่านั้น ยังไม่ได้มีการเซ็นสัญญาเป็นลายลักษณ์อักษรแต่อย่างใด

‘เสรี สุวรรณภานนท์’ ต้าน‘กาสิโน’สัญญาณเตือน รัฐบาล‘บริหารไม่ดี’เสี่ยงอยู่ยาก

‘เสรี สุวรรณภานนท์’ ต้าน‘กาสิโน’สัญญาณเตือน รัฐบาล‘บริหารไม่ดี’เสี่ยงอยู่ยาก

‘เสรี สุวรรณภานนท์’ ต้าน‘กาสิโน’สัญญาณเตือน รัฐบาล‘บริหารไม่ดี’เสี่ยงอยู่ยาก

วันเสาร์ ที่ 19 เมษายน พ.ศ. 2568, 06.00 น.

ช่วงไม่กี่สัปดาห์ก่อนถึงหยุดยาวเทศกาลสงกรานต์ประจำปี 2568 “สถานบันเทิงครบวงจร” หรือ “เอ็นเตอร์เทนเมนต์ คอมเพล็กซ์ (Entertainment Complex)” เป็นประเด็นร้อนของสังคมไทย เมื่อ “แรงต้าน” ขยายไปทั่วทุกสารทิศเพราะไม่ต้องการให้มี “กาสิโน” หรือสถานที่เล่นการพนันอย่างถูกกฎหมายเกิดขึ้นในประเทศไทย ไม่ว่าจะมีเนื้อที่มากหรือน้อยเท่าใดก็ตาม เพราะแม้รัฐบาลจะเชื่อเรื่องการกระตุ้นเศรษฐกิจ แต่ก็ไม่อาจคลายข้อสงสัยและความกังวลที่ว่าผลประโยชน์ทางเศรษฐกิจจะคุ้มค่าจริงหรือไม่? เมื่อเทียบกับผลกระทบทางสังคมมากมายที่จะตามมา

นอกจากภาคประชาชนและนักวิชาการกลุ่มต่างๆ จะแสดงจุดยืนคัดค้านตามที่ปรากฏเป็นข่าวทั้งในกรุงเทพฯ และต่าง จังหวัดแล้ว เอ็นเตอร์เทนเมนต์คอมเพล็กซ์ หรือกฎหมายไฟเขียวให้มีกาสิโนในไทย ยังตั้งข้อสังเกตเรื่อง “รอยร้าวทางการเมือง” ระหว่างพรรคร่วมรัฐบาล ที่บางพรรคมีท่าทีไม่อยากยกมือสนับสนุน กระทั่งวันที่ 8 เม.ย. 2568 รัฐบาลจึงขอ “เลื่อน” การนำร่างกฎหมายดังกล่าวเข้าสู่การพิจารณาของสภาผู้แทนราษฎรออกไปก่อน โดยอ้างว่ามีเรื่องอื่นสำคัญกว่า เช่น การเจรจากับสหรัฐอเมริกา หลังไทยถูกหมายหัวตั้งกำแพงภาษีสินค้านำเข้า เป็นต้น

รายการ “สีสันการเมือง แบบ เด้งเด้ง” ทางช่องยูทูบ “แนวหน้าออนไลน์” ในตอนที่เผยแพร่วันที่ 10 เม.ย. 2568 ชวนพูดคุยกับ นายเสรี สุวรรณภานนท์ อดีตสมาชิกวุฒิสภา (สว.) ในประเด็นร่างกฎหมายฉบับนี้ โดยเริ่มจากการที่รัฐบาลไม่อยากให้สื่อและประชาชนเรียกว่าเป็นกฎหมายกาสิโน ว่า เหตุที่เรียกกันว่ากฎหมายกาสิโน เพราะต้องการทำให้ชัดเจนว่าที่สังคมกำลังถกเถียงกันคือเรื่องอะไร เพราะจะใช้คำว่าสถานบริการหรือสถานบันเทิงครบวงจรก็ไม่ใช่ประเด็นหรือปัญหา แต่ร่างกฎหมายฉบับนี้มีเนื้อหาสาระมุ่งเน้นไปที่เรื่องของกาสิโน

“กฎหมายฉบับนี้ถ้าพูดกันไปแล้วเรื่องกาสิโนเป็นส่วนใหญ่ สถานบันเทิงเป็นส่วนย่อยทีเอามาประกอบ แต่เอาไปตั้งเป็นหลักเพื่อให้ดูดี เพราะฉะนั้นเจตนาหรือความต้องการ ถ้าบอกสถานบันเทิงเพื่อการท่องเที่ยวมันก็มีเยอะแยะอยู่แล้ว แต่ถ้าบอกกาสิโนมันไม่มีกฎหมายให้ แล้วก็มาตั้งต้นเพื่อให้น่าสนใจ ให้เป็นที่ยอมรับว่าต่อไปนี้รัฐบาลกำลังทำกฎหมายที่ผลทางด้านเศรษฐกิจก็คือเรื่องของสถานบันเทิงแล้วมาจัดระเบียบ จริงๆ ทุกอย่างมันมีกฎหมายของมันอยู่แล้ว

เขาเอาเป็นหลัก แต่มาพูดเพื่อให้มีจุดเริ่มต้นว่าไม่ได้เริ่มต้นจากกาสิโน มันเริ่มมาจากสถานบันเทิง ฉะนั้นถ้าหากว่าดูในเนื้อหาทั้งหมดมันไปด้วยกัน เขียนกฎหมายฉบับนี้ไปด้วยกันเลย สถานบันเทิงครบวงจร แล้วดูคำนิยาม ‘ธุรกิจสถานบันเทิงครบวงจร หมายความว่า การให้บริการเพื่อการท่องเที่ยว การพักผ่อนหย่อนใจ หรือการสันทนาการ รูปแบบของธุรกิจสถานบันเทิงตามบัญชีท้ายพระราชบัญญัตินี้หลายประเภทรวมกัน ร่วมกับกาสิโน’ ฉะนั้นคำว่าธุรกิจสถานบันเทิงครบวงจร มันมีกาสิโนติดไปตลอดเลยนะ มันก็คือไปด้วยกัน”

อดีต สว.เสรี ตั้งข้อสังเกตว่า เมื่อดูบัญชีแนบท้ายร่างกฎหมาย จะระบุประเภทธุรกิจสถานบันเทิงไว้ เช่น ห้างสรรพสินค้า โรงแรม สนามกีฬา ยอร์ชและครูซซิ่งคลับ สถานที่เล่นเกม ว่ายน้ำและสวนน้ำ สวนสนุก และอื่นๆ ตามที่คณะกรรมการนโยบายกำหนด ซึ่งหากร่างกฎหมายสถานบันเทิงครบวงจรฉบับนี้มีผลบังคับใช้ ก็เป็นไปได้ที่กาสิโนจะไปตั้งอยู่ในสถานที่ใดก็ได้อย่างกว้างขวาง อาทิ ห้างสรรพสินค้าหรือโรงแรมที่มีอยู่แล้วในปัจจุบัน ปัญหาจึงไม่ได้อยู่ที่การมีกาสิโนเพียงร้อยละ 10 ของพื้นที่ในสถานที่นั้น แต่อยู่ที่กาสิโนจะตั้งได้ในทุกพื้นที่ทั่วประเทศ         

ประการต่อมา ต้องย้ำว่า “การมีกาสิโนไม่ช่วยแก้ปัญหาบ่อนการพนันผิดกฎหมาย” เพราะการพนันที่เล่นกันอยู่ใต้ดิน มีข้อสังเกตว่ามีเจ้าหน้าที่รัฐเข้าไปเกี่ยวข้อง แต่เมื่อถูกจับได้ข่าวที่ปรากฏคือมีการสั่งย้ายไปที่อื่น รอให้เรื่องเงียบแล้วค่อยกลับมา แล้วจะแก้ไขปัญหาได้อย่างไร จึงอยากให้ชัดเจน หากเจ้าหน้าที่รัฐไปเกี่ยวข้องกับสิ่งผิดกฎหมายต้องลงโทษจำคุก 10 ปีและไล่ออก ส่วนการชะลอร่างกฎหมายไว้แล้วหาจังหวะและโอกาสนำเข้าสู่การพิจารณาของสภาผู้แทนราษฎร บอกได้เลยว่าวันใดเข้าสภาการประท้วงเกิดแน่นอนและรัฐบาลก็จะอยู่ต่อไปได้ยาก

ส่วนที่มีการตั้งข้อสังเกตว่า รัฐบาลเลื่อนการนำร่างกฎหมายนิรโทษกรรมเข้าสภาผู้แทนราษฎรด้วย เช่นเดียวกับที่เลื่อนร่างกฎหมายสถานบันเทิงครบวงจร ตนมองว่าเป็นความพยายามต่อรองทางการเมืองระหว่างพรรคการเมืองต่างๆ หรือระหว่างรัฐบาลกับฝ่ายค้าน อีกประการหนึ่ง ร่างกฎหมายสถานบันเทิงครบวงจรไม่ระบุเรื่องการเก็บภาษี ซึ่งอาจมองได้ว่าให้ไปใช้ประมวลรัษฎากร แต่หากจะให้ดีก็ควรเขียนในร่างกฎหมายฉบับนี้โดยตรง

อนึ่ง “คนที่จะมาลงทุนทำกาสิโน เป็นไปได้ที่จะเป็นผู้มีอิทธิพล คำถามคือการเสียภาษีที่กำหนดให้เสียตามรายได้แล้วจะแจ้งรายได้ตามความเป็นจริงหรือไม่? แล้วใครจะเข้าไปตรวจสอบ?” ดังนั้นที่บอกว่าการมีกาสิโนจะทำให้มีรายได้ผ่านการเก็บภาษีเอาเข้าจริงก็ไม่คุ้มกับผลเสียที่จะตามมา เช่น ประชาชนติดการพนัน นักธุรกิจเล่นการพนันจนล้มละลาย เมื่อเทียบกับการสร้างงานสร้างธุรกิจแบบทั่วๆ ไป ที่หากการขออนุญาตทำได้ง่ายและไม่มีเรื่องของการจ่ายใต้โต๊ะ เม็ดเงินที่ได้จะมากและยั่งยืนกว่า         

ทั้งนี้ เมื่อย้อนไปดูคำแถลงนโยบายของรัฐบาล ที่ตอนหนึ่งระบุว่า “รัฐบาลจะสร้างรายได้ใหม่ของรัฐด้วยการนำเศรษฐกิจนอกระบบภาษี (Informal Economy) และเศรษฐกิจใต้ดิน (Underground Economy) เข้าสู่ระบบภาษี ที่คาดว่าจะมีมูลค่าสูงกว่าร้อยละ 50 ของ GDP” แล้วมีคำถามว่าเหตุใดรัฐบาลไม่ระบุให้ชัดว่าจะสร้างกาสิโน ตนมองว่า  ถ้าเขียนไว้แต่แรกคงไม่มีใครเลือก และที่บอกว่าเป็นปัญหา เช่น บ่อนการพนันผิดกฎหมาย หรือคนไทยขนเงินออกไปเล่นการพนันในฝั่งประเทศเพื่อนบ้าน ต้องไปแก้ปัญหาที่ตรงนั้น

แต่ไม่ใช่การให้ตั้งกาสิโนในเมืองหลวงและยังเปิดได้ทุกที่ทั่วประเทศอย่างไม่มีข้อจำกัดเรื่องจำนวน ซึ่งการไปมอบหมายให้เป็นอำนาจหน้าที่ของคณะกรรมการชุดต่างๆ ที่อยู่ในร่างกฎหมายดังกล่าว เป็นเพียงการกำหนดไว้กว้างๆ แต่ไม่มีหลักประกันใดๆ เลย การเสนอให้มีกาสิโนขึ้นมาในลักษณะนี้จึงไม่ใช่การแก้ปัญหา โดยวิธีแก้ เช่น ลงโทษรุนแรงกับเจ้าหน้าที่รัฐที่เข้าไปเกี่ยวข้องกับสิ่งผิดกฎหมาย เก็บภาษีหรือค่าธรรมเนียมสำหรับคนที่ออกไปเล่นการพนันในต่างประเทศ เป็นต้น

“ผมว่าเขาคัดค้านมีเหตุผลนะ เพราะมันเห็นอยู่แล้วว่าสร้างปัญหาให้กับบ้านเมืองให้กับประเทศ และนับวันถ้ากฎหมายฉบับนี้ไม่ถอนออกไป ผมว่าชาวบ้านที่เขาค่อยๆ เข้าใจมากขึ้นเรื่อยๆ เขาจะออกมาต่อต้านมากยิ่งขึ้นเรื่อยๆ ในที่สุดแล้วมันก็ไม่ต่างอะไรกับกฎหมายนิรโทษกรรมสุดซอยอย่างที่เคยผ่านมา แล้วบ้านเมืองก็จะมีปัญหา พอมีปัญหาก็ไปโทษทหารอีก ก็คุณไปสร้างปัญหาให้กันขนาดนี้ สร้างปัญหาจนบ้านเมืองลุกเป็นไฟ พอเขาออกมาดับไฟคุณก็ไปด่าเขาปฏิวัติอีกแล้ว คุณก็อย่าไปทำเรื่องพวกนี้

แล้วโดยเฉพาะยุคปัจจุบันมันเป็นยุคที่นักการเมืองต้องมีจริยธรรม อันนี้เป็นเรื่องสำคัญ คุณก็ต้องพิจารณา คิดดูว่ามันขัดจริยธรรมไหม? ทำให้คุณธรรม เรื่องความเป็นอยู่อะไรต่างๆ มันสร้างความเดือดร้อนให้บ้านเมืองให้สังคมหรือเปล่า? ให้กับประชาชนไหม? คุณต้องแยกให้ออก นี่คุณแยกไม่ออก เอาแต่ว่าได้ภาษี ได้รายได้ ทั้งๆ ที่วิธีหาเงินเข้าประเทศมันมีตั้งเยอะแยะ บ้านอื่นเมืองอื่นที่เขามีกาสิโนเขาอยากจะเลิกกันทั้งนั้นแต่ของเราอยากจะสร้าง อย่างนี้มันเห็นว่านักการเมืองหรือคนบริหารประเทศแบบนี้ จะไปโทษชาวบ้านเขาก็ไม่ได้ที่เขาออกมาไล่

อดีต สว.เสรี กล่าวต่อไปว่า ปัญหาของรัฐบาลไม่ได้อยู่ที่เฉพาะเรื่องกาสิโนหรือร่างกฎหมายสถานบันเทิงครบวงจร ยังมีเรื่องอื่นๆ เช่น ความสามารถในการบริหารประเทศ ทำให้ประชาชนอยู่ดีมีสุข การทำงานไม่ถูกรีดไถหรือเอารัดเอาเปรียบ แก้ปัญหาคอร์รัปชั่นในระบบราชการ สิ่งเหล่านี้รัฐบาลต้องทำ เมื่อไม่ทำชาวบ้านเขาก็อยากไล่อยู่แล้ว ยิ่งมาออกกฎหมายที่ไม่มีคุณธรรม – จริยธรรม จึงทำให้ออกมาไล่ ซึ่งกาสิโนเป็นส่วนหนึ่งแต่เป็นส่วนที่จุดติดง่าย และเมื่อจุดติดแล้วก็จะขยายวงไปสู่เรื่องที่รัฐบาลบริหารประเทศไม่ได้ ไม่มีความสามารถทำให้ประเทศเจริญก้าวหน้า

ส่วนที่รัฐบาลบอกว่า ในช่วงที่ร่างกฎหมายสถานบันเทิงครบวงจรถูกชะออกไปนี้จะพยายามใช้เวลาทำความเข้าใจกับประชาชน ตนมองว่าประชาชนสนใจว่าเรื่องนั้นส่งผลดี – ผลเสียอย่างไร หากมีข้อดีจริงๆ รัฐบาลก็อาจทำให้ประชาชนเข้าใจได้ แต่เท่าที่ดูจากร่างกฎหมายที่เผยแพร่ออกมานอกจากจะไม่ทำให้ดีขึ้นแล้วยังแย่ลงด้วย ดังนั้นการที่รัฐบาลจะอยู่ต่อไปได้นั้น ไม่เพียงแต่ต้องถอนร่างกฎหมายนี้ออกไป ยังต้องสร้างนโยบายที่มีประสิทธิภาพทำให้ความเป็นอยู่ของประชาชนเจริญรุ่งเรืองมีความผาสุกได้จริงด้วย

แต่เมื่อมองในมุมการเมือง ซึ่งจู่ๆ คนระดับเลขาธิการพรรคการเมืองที่เป็นพรรคร่วมรัฐบาล ลุกขึ้นประกาศกลางสภาว่าไม่เห็นด้วยกับกาสิโน และในเวลาต่อมาหัวหน้าพรรคต้องออกมาบอกว่าผิดคิว ตนมองความเคลื่อนไหวนี้ว่า ก็เป็นเรื่องการเมืองที่เลือกว่าสิ่งใดควรหรือไม่ควร และเมื่อเห็นว่าไม่ควรก็กล้าที่จะประกาศออกมาให้ประชาชนเห็นว่าไม่ได้ร่วมมือออกกฎหมายนี้ เป็นเรื่องการเมืองที่ทุกคน – ทุกพรรคต้องเลือกเส้นทางของตนเองในการสร้างประโยชน์อย่างแท้จริงให้กับบ้านเมือง

ซึ่งการประกาศกลางสภาแบบนี้ก็มีผล อย่างที่คนประกาศก็บอกว่าตนเองเป็นลูกใคร แสดงว่าต้องไปปรึกษาพ่อมาแล้ว เหมือนกับที่นายกฯ ก็ปรึกษาพ่อ ส่วนที่หัวหน้าพรรคออกมาบอกว่าผิดคิวและไม่ใช่มติพรรค แบบนี้เรียกเล่นไพ่ 2 หน้า ฝั่งหนึ่งคือไม่เสียภาคมวลชน อีกฝั่งก็ยังสามารถร่วมรัฐบาลต่อไปได้ ส่วนเรื่องการแถลงนโยบายอาจถูกผูกมัดได้ระดับหนึ่งเพราะเป็นสัญญาประชาคม แต่จริงๆ ก็มียุทธศาสตร์ชาติอยู่ อะไรที่ทำแล้วบ้านเมืองเสียหายจริงๆ ก็มีโทษ เพียงแต่เมื่อเป็นคนที่มีอำนาจแล้วกระบวนการเอาผิดจึงเกิดขึ้นได้ยาก

เมื่อมองถึงปัญหาของรัฐบาลปัจจุบันที่มีอายุมาแล้ว 7 เดือน อดีต สว.เสรี ให้ความเห็นว่า รัฐบาลอ่อนแอเพราะไม่มีเสถียรภาพ เพราะการตั้งรัฐบาลมาจากการรวมตัวของพรรคการเมืองหลายพรรค ร่วมหัวจมท้ายแถลงนโยบายร่วมกัน แต่วันดีคืนนี้ก็บอกว่าไม่เอาแล้วตามด้วยการถอนตัว ต้องตั้งหลักยึดมั่นให้ดี ทำรัฐบาลให้มั่นคง อะไรที่มีปัญหาก็อย่าไปแตะ แต่หากยังมุ่งผลประโยชน์ เอาแต่แย่งกันหรือต่อรองกัน ก็จะเกิดข้อตกลงที่ไม่ลงตัวและนำมาซึ่งความอ่อนแอ เกิดการเล่นตัว ไล่ออกก็ไปรวมกับอีกฝั่งหนึ่งได้

“มันสะดุดขาดตัวเอง! การเขียนนโยบายแบบนี้แล้วก็มาออกกฎหมายแบบนี้แสดงว่าเจตนาคิดมาตั้งนานแล้ว คิดมาก่อนหน้านี้แล้วถึงได้เขียนกว้างๆ ไว้ ซ่อนเอาไว้ แต่พอได้มีอำนาจแล้วก็แผลงฤทธิ์ หยิบกฎหมายสิ่งที่ตัวเองต้องการตั้งแต่แรกออกมาแล้วบอกอยู่ในนโยบายแล้วนะ เขียนไว้แล้วนะ แต่จริงๆ อันนั้นเขียนไว้แบบกว้างๆ คลุมเครือ หลอกชาวบ้านไว้ พอเสนอแบบนี้ขึ้นมามันก็เลยเกิดการต่อต้าน”

หมายเหตุ : สามารถรับชมรายการ “สีสันการเมือง แบบ เด้งเด้ง” ดำเนินรายการโดย บุญระดม จิตรดอน ทางช่องยูทูบ “แนวหน้าออนไลน์” ทุกวันอังคาร-พฤหัสบดี เวลา 11.00-12.00 น. โดยประมาณ