นายกฯบี้ตร.-DSIสางคดีตึกถล่ม 7วันลุ้นหมายจับ กระทุ้ง‘สตง.’ส่งเอกสารสำคัญ ลั่นสุดท้ายต้องมีคนรับผิดชอบ

นายกฯบี้ตร.-DSIสางคดีตึกถล่ม  7วันลุ้นหมายจับ  กระทุ้ง‘สตง.’ส่งเอกสารสำคัญ  ลั่นสุดท้ายต้องมีคนรับผิดชอบ

นายกฯบี้ตร.-DSIสางคดีตึกถล่ม 7วันลุ้นหมายจับ กระทุ้ง‘สตง.’ส่งเอกสารสำคัญ ลั่นสุดท้ายต้องมีคนรับผิดชอบ

วันเสาร์ ที่ 19 เมษายน พ.ศ. 2568, 06.00 น.

นายกฯบี้ตร.-DSIสางคดีตึกถล่ม 7วันลุ้นหมายจับ กระทุ้ง‘สตง.’ส่งเอกสารสำคัญ ลั่นสุดท้ายต้องมีคนรับผิดชอบ เรียกผู้ว่าฯ-ปลัดกทม.เข้าแจง ปมห้ามเข้าพื้นที่เก็บหลักฐาน

นายกฯอิ๊งค์ เรียกถกตำรวจ-ดีเอสไอติดตามความคืบหน้าคดีตึก สตง.ถล่ม กระทุ้งหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง โดยเฉพาะสตง.เร่งส่งหลักฐานให้ ตร.สอบสวนคดี หลังพบการส่งหลักฐานเอกสาร-ความร่วมมือช้า ยันขอให้มั่นใจรบ.ไม่ปล่อยมือ ลั่นต้องมีคนรับผิดชอบ แย้มเร็วๆนี้ออกหมายจับได้ ด้านผช.ผบ.ตร.เผยกรอบ 7วันเคาะหมายจับ ฮึ่มสอบถึงใครเอี่ยวดำเนินคดีหมด ด้าน‘ผู้ว่าฯชัชชาติ’เผยนายกฯเรียกพบถามถึงกระแสไม่ปล่อยให้หน่วยงานเก็บหลักฐานเข้าพื้นที่ ส่งผลทำงานยาก-คดีช้า ซึ่งชี้แจงไปว่าช่วงแรกมีปัญหาการสื่อสารบ้าง แต่ขณะนี้ทุกอย่างลงตัว เปิดให้เข้าไปนั่งดูหน้าไซต์งานได้เลย ส่วนDSIจ่อเรียกสอบปากคำ’51วิศวกร’กรณีมีชื่อคุมงานก่อสร้างตึก สตง.

เมื่อวันที่ 18 เมษายน 2568 ที่ทำเนียบรัฐบาล น.ส.แพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี เรียกประชุมติดตามความคืบหน้าผลการสอบสวนกรณีอาคารสำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.)ถล่ม หลังเกิดเหตุแผ่นดินไหววันที่ 28 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา

จี้ทุกหน่วยเร่งส่งหลักฐานให้ตำรวจ

น.ส.แพทองธารแถลงหลังประชุมว่า การประชุมวันนี้เพื่อติดตามความคืบหน้ากรณีตึก สตง. ถล่มเมื่อคุยรายละเอียดแล้ว ก็ต้องขอความร่วมมือจากทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้ความร่วมมือกับตำรวจเพิ่มเติมมากกว่านี้ เพราะยังมีเรื่องเอกสารหลักฐานสำคัญ ที่ขอความร่วมมือไป แต่ยังได้รับความร่วมมือ ค่อนข้างช้า เรื่องนี้รอไม่ได้ เราต้องหาหลักฐานและเหตุผลให้ครบ เพื่อจะได้มีข้อมูลที่รับผิดชอบต่อชีวิตที่เสียไปด้วย ต้องขอความร่วมมือ ทั้งเอกสารทั้งหมดจากสตง. การรายงานผลจากคณะกรรมการสืบสวนข้อเท็จจริงการก่อสร้างอาคาร สตง. ที่ตรวจพบมีการผิดสัญญาแต่ไม่มีการยกเลิกสัญญาในเวลาที่กำหนดตั้งแต่เดือนมกราคม 2568 ซึ่งมีการร้องขอยกเลิกสัญญา ฉะนั้น ต้องขอดูเรื่องของเอกสารเพิ่มเติมตรงนี้

ย้ำแยกคนเกี่ยวข้องออกจากการสอบสวน

นายกฯกล่าวต่อว่า นอกจากนี้ ยังมีการติดตามรายงานของกรมอุตุนิยมวิทยา และกรมทรัพยากรธรณี ถึงผลกระทบจากแผ่นดินไหวว่า กทม.ได้รับผลกระทบมากกว่าปกติหรือไม่ ที่ก่อให้เกิดเหตุตึกถล่ม เหล่านี้เป็นเอกสารที่อยากขอความร่วมมือ จากนี้จะขอความร่วมมือจากกรมบัญชีกลาง ซึ่งมีหน่วยงานในกำกับดูแลมาตรฐานจัดซื้อจัดจ้าง ดูคุณภาพวัสดุก่อสร้าง เพื่อชี้วัดและมีอำนาจบอกเลิกสัญญา ขณะที่กรมโยธาธิการและผังเมือง เป็นหน่วยงานที่ร่วมตรวจรับการออกแบบก่อสร้างและตรวจรับงาน ซึ่งเป็นผู้เกี่ยวข้องในความเสียหายนี้ต้องให้ความร่วมมือเต็มที่กับตำรวจ ซึ่งผู้ที่เกี่ยวข้องของกรมโยธาฯที่เกี่ยวข้องกับตึกสตง. ที่ผ่านมาควรแยกออกจากกระบวนการสืบสวนสอบสวนดังกล่าวด้วย และแต่ละหน่วยงานควรคัดกรองบุคคลที่เกี่ยวข้องโดยตรงกับเหตุดังกล่าวออกจากคณะกรรมการสืบสวนสอบสวน เพื่อไม่ให้มีส่วนกับการสืบสวนสอบสวนตรงนี้

DSIสอบเหล็ก-ปูน/แก้แบบเกิดความเสี่ยง

นายกฯกล่าวอีกว่า ดีเอสไอกำลังดำเนินคดีกับเรื่องมาตรฐานเหล็กที่ไม่ได้มาตรฐาน รวมถึงคุณภาพของปูนที่ไม่ได้มาตรฐานและการแก้แบบ ที่มีการแก้ไขแบบ Core Wall หรือผนังรับแรงเฉือนจากแรงลมในอาคารสูง และการแก้ไขแบบปล่องลิฟต์ ที่เป็นจุดศูนย์กลางของตึกโดยไม่เสริมเหล็ก ทำให้เกิดความเสี่ยงของอาคาร รวมถึงการประกอบธุรกิจของคนต่างด้าวและการฮั้วประมูล

“ขอให้ประชาชนมั่นใจรัฐบาลไม่ได้ปล่อยมือ และไม่มีแพลนว่าจะปล่อยด้วย ส่วนตัวดิฉันรับไม่ได้กับการที่มีคนเสียชีวิตด้วยเหตุผลที่มีตึกถล่ม 1 ตึก แต่เข้าใจได้อยู่แล้วถ้ามีแผ่นดินไหวเหมือนที่เมียนมา ที่แผ่นดินไหวกันทั้งหมดและรุนแรง ห้ามไม่ได้ แต่อันนี้มีแค่ 1 ตึก ดิฉันพูดมาตั้งแต่วันแรกมีแค่1 ตึก และดิฉันติดตามเรื่องนี้อยู่อย่างจริงจัง”นายกฯ กล่าว

ย้ำตร.หลักฐานพอออกหมายจับได้เลย

และว่า สำหรับเรื่องการทำโมเดลจำลองเหตุการณ์ตึกถล่มที่ 4 สถาบันการศึกษาบวกกรมโยธาฯใน 90 วัน เพื่อหาเหตุผลโดยละเอียดเชิงลึกว่าลมแรงสั่นสะเทือน ปูนหรือเหล็กหรืออะไรทำให้ตึกถล่มลงมา แต่ระหว่างนี้ก็ตรวจสอบการดำเนินการต่างๆถูกหมดหรือยัง ตั้งแต่เริ่มนับหนึ่ง หากจะสรุปอะไรในวันนี้ต้องรอตำรวจหรือดีเอสไอช่วยหาหลักฐานให้ชัดเจนก่อน ตนพูดไปก่อนจะโดนฟ้องร้องได้ ยืนยันอีกไม่นาน ไม่ว่าจะเป็นเรื่องการออกหมายจับ ซึ่งตนได้คุยกับตำรวจแล้วว่าเมื่อมีหลักฐานเพียงพอจะออกหมายจับให้ออกได้เลย ย้ำว่าไม่นานจะเริ่มออกหมายจับ

รอเอกสารจากสตง.-กรมอุตุฯ

ผู้สื่อข่าวถามว่าหลักคือ สตง.ที่ให้ข้อมูลไม่ครบถ้วนใช่หรือไม่ นายกฯกล่าวว่า ขณะนี้เรารอเอกสารจาก สตง. รวมถึงรายงานจากกรมอุตุนิยมวิทยา แต่ก็ทราบว่าทุกหน่วยงานคงมีหลายเรื่องที่ต้องทำ ส่วนที่มีการตั้งข้อสังเกตเหตุใดหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง จึงไม่ให้ความร่วมมือให้ข้อมูล ซึ่งถ้าหน่วยงานที่เกี่ยวข้องไม่ให้ข้อมูลเต็มที่ ต้องถูกตั้งข้อสังเกตอยู่แล้ว ตนจึงขอให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้ความร่วมมือเต็มที่ เพื่อจะได้ไม่เป็นข้อครหาของประชาชน ยืนยันเราทำทุกอย่างตามหลักฐานที่มี และย้ำตำรวจว่าให้ทำเต็มที่จริงจัง

ใกล้ออกหมายจับมากแล้ว

ถามย้ำว่า คนในสตง.ต้องรับผิดชอบมากน้อยแค่ไหน นายกฯกล่าวว่า ดูตามหลักฐาน เราจะไม่เหมารวม สมมุติหัวข้อแรกเรื่องการออกแบบผิด ต้องดูรายชื่อใครรับผิดชอบ หน่วยงานไหนดูแลเราจะดูเป็นหัวข้อๆไป โดยให้ตำรวจเป็นผู้ชี้หากหลักฐานเพียงพอก็ต้องเป็นไปตามนั้น ถามต่อว่า จากข้อมูลที่ได้รับใกล้จะออกหมายจับได้หรือยัง นายกฯ กล่าวว่า การออกหมายจับใกล้มากแล้ว

ลั่นต้องมีคนรับผิดชอบ

เมื่อถามว่า สังคมตั้งคำถามจากเหตุการณ์นี้อาจไม่มีใครรับผิดเลย นายกฯรับปากได้หรือไม่ว่าสุดท้ายจะมีผู้รับผิด นายกฯ กล่าวว่า “จริงๆแล้ว เป็นไปไม่ได้ที่จะไม่มีคนผิดเลยในเรื่องนี้ มันทราบอยู่แล้วว่าต้องมีบางจุดที่ผิดไปจากทุกตึก มันชัดเจน การที่จะมีศูนย์คนที่ไม่ต้องรับผิดชอบเลยเป็นไปได้ยากมาก”

ผู้สื่อข่าวถามถึงประเด็นเกี่ยวกับการปลอมแปลงลายเซ็นของผู้ออกแบบ นายกฯกล่าวว่า ได้รับรายงานว่าบางท่านแจ้งมาว่าลายเซ็นถูกปลอมแปลง ต้องตรวจสอบว่ามีการปลอมแปลงจริงหรือไม่ ลายเซ็นที่แท้จริงเป็นอย่างไร ส่วนที่มีการปรับแก้ core wall ความหมายคือ ผนังรับแรงเฉือน (จากแรงลมในอาคารสูง)ทำให้กำแพงบางลง นายกฯกล่าวว่า มีหลักฐานบางอย่างตามที่สื่อทราบ แต่ตนขอข้อมูลให้ครบกว่านี้ ซึ่งตามที่สื่อรายงานก็เป็นอย่างนั้น แต่ในส่วนผู้เซ็นรับนั้น ไม่แน่ใจว่าใครเซ็นบ้าง ต้องให้ตำรวจตรวจสอบว่าใครเกี่ยวข้องบ้าง

7วันลุ้นหมายจับ-ลั่นใครเกี่ยวโดนหมด

ด้านพล.ต.ท.สมประสงค์ เย็นท้วม ผู้ช่วยผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ กล่าวถึงการออกหมายจับผู้เกี่ยวข้องกรณีตึก สตง. ถล่ม จะมีจำนวนกี่คนว่า ยังไม่ทราบ พนักงานสอบสวนกำลังรวบรวมพยานหลักฐาน กำลังสอบผู้เกี่ยวข้องอยู่ ขอเวลาอีกสักนิดหนึ่ง รายละเอียดมาก ต้องใช้เวลาเยอะ อย่างไรก็ตาม กรอบเวลาที่วางไว้ขณะนี้ไม่เกิน 7 วัน แต่ถ้าไม่ทันขยายได้เรื่อยๆ มีหลายเรื่องที่ต้องรวบรวมพยานหลักฐาน ส่วนงหมายจับ จะออกเฉพาะคนออกแบบหรือเจ้าหน้าที่ สตง. ด้วยหรือไม่อย่างไรนั้น การรวบรวมพยานหลักฐานของพนักงานสอบสวน ถ้าเกี่ยวข้องพบทำผิดกฏหมาย ทุกคนที่ทำผิดต้องดำเนินคดีหมด พนักงานสอบสวนมีหน้าที่รวบรวมพยานหลักฐาน เพื่อพิสูจน์ทราบว่าเหตุการณ์นี้เกิดการทำผิดกฎหมายมาตราใด ใครเกี่ยวข้องบ้าง ต้องรวบรวมพยานหลักฐานก่อนจึงจะตอบได้ ตอนนี้ยังไม่สามารถให้ข้อมูลกับสื่อมวลชนได้ ต้องให้ชัดเจนมากกว่านี้ การออกหมายจับต้องไปเสนอศาล

เรียกผู้ว่าฯ-ปลัดกทม.แจงปมปิดกั้นพื้นที่

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หลังประชุมกรรมการตรวจสอบกรณีตึกสตง.ถล่มแล้ว นายกฯได้เรียกนายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร และพ.ญ.วันทนีย์ วัฒนะ ปลัดกรุงเทพมหานครเข้าหารือ เนื่องจากมีรายงานข่าวว่า กทม.ในฐานะผู้บัญชาการเหตุการณ์ ซึ่งเป็นเจ้าของพื้นที่ แต่ไม่ยอมให้หน่วยงานใดเข้าไปเก็บหลักฐาน โดยเฉพาะกองพิสูจน์หลักฐาน ไม่สามารถเข้าไปเก็บหลักฐานได้อย่างอิสระ ต้องขออนุญาตกทม.ก่อนทุกครั้ง ทำให้การเก็บหลักฐานล่าช้า หน่วยงานที่เกี่ยวข้องทำงานยาก

รับช่วงแรกมีปัญหาสื่อสารเรื่องเข้าพื้นที่

นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครเปิดเผยหลังเข้าพบนายกฯว่า นายกฯเรียกมาถามถึงหน้างานต้องการความช่วยเหลืออะไรเพิ่มเติมหรือไม่ ตนชี้แจงไปว่าทุกอย่างเรียบร้อยดี หน่วยงานราชการทุกหน่วย ทั้งภาครัฐเอกชน ให้ความร่วมมืออย่างดี ตั้งแต่ทางทหาร กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) และหน่วยงานอื่นที่เกี่ยวข้อง ภาคเอกชน มูลนิธิฯ ผู้ประกอบการรถแบ็กโฮ รถเครน และยืนยันเราพร้อมให้ความร่วมมือเก็บหลักฐาน ส่วนที่มีกระแสข่าวตำรวจไม่ได้รับความร่วมมือจากกทม.ในการลงพื้นที่เก็บหลักฐานนั้น จริงๆไม่มีอะไร เราให้ความร่วมมือตลอด แต่อาจเป็นสัปดาห์แรกที่มีเรื่องต้องแข่งกับเวลา เพราะเราคิดว่ายังมีคนรอดชีวิตอยู่ข้างใน อาจมีเรื่องการสื่อสาร แต่ตอนนี้ไม่มีปัญหา เรียบร้อย

ผู้ว่าฯกทม.กล่าวต่อว่า ตอนนี้มีหน่วยงานหลักคือ สำนักงานพิสูจน์หลักฐานตำรวจ กรมโยธาธิการและผังเมือง กรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) ที่เป็นคณะกรรมการที่นายกฯตั้งให้สอบสวน ตอนนี้มีการประสานงานที่ดี ในเรื่องนี้ นายกฯถามว่า มีปัญหาอะไรหรือไม่ ตนอธิบายให้ฟังว่าช่วงแรกมีปัญหาเรื่องการสื่อสารบ้าง ทุกคนอยากทำให้เต็มที่ เพราะมีเรื่องเวลาเข้ามา แต่ตอนนี้เข้าใจกันดี

เปิดให้มานั่งดูหน้าไซต์งานได้เลย

ผู้สื่อข่าวถามว่า จากนี้หากหน่วยงานตรวจสอบจะเข้าพื้นที่เก็บหลักฐาน ต้องใช้เวลาประสานกับ กทม.นานหรือไม่ นายชัชชาติกล่าวว่า ไม่นาน ตอนนี้ก็แจ้งเข้ามาได้ มีเจ้าหน้าที่และผู้อำนวยการที่อยู่หน้างานอยู่แล้ว พร้อมให้ความร่วมมือ แต่ตอนนี้หน้างานไม่รู้อะไรเป็นอะไร ตนแนะนำ ให้มานั่งดูหน้าไซต์งาน อาจดูจากโดรนว่าต้องการชิ้นไหนก็แจ้งแล้วไปเอาเลย เพราะกระบวนการรื้อซากหาผู้ติดค้างต้องทำต่อเนื่อง บางทีอาจมีชิ้นส่วนที่ต้องการโผล่ออกมา จะได้แจ้งให้หยุดและหยิบออกมาได้เลย ไม่มีปัญหา

เจอปล่องลิฟท์-ศพเป็นกลุ่มใหญ่

ถามถึงกรณีหลายคนโฟกัสจุดผนังปล่องลิฟท์ ตอนนี้พบปล่องลิฟท์แล้วหรือไม่ว่าอยู่จุดไหน นายชัชชาติ กล่าวว่า เจอเมื่อวันที่ 17 เมษายน เป็นจุดที่เราหามานานคือ จุด FT1 และ FT2 เป็นจุดปล่องซ้ายและปล่องขวา ที่เราเห็นและมั่นใจเพราะเราเห็นป้าย ที่บอกชั้น 18 เพราะป้ายยังติดอยู่ที่ปล่องบันได และพบร่างผู้เสียชีวิตหลายร่างเห็นกลุ่มใหญ่อยู่ตรง 2 จุดนี้ ที่เข้าใจว่าเป็นทางหนีลง ซึ่งชั้นบนส่วนใหญ่จะหนีไม่ทันเพราะตึกโยกมาก ชั้นล่างอาจเริ่มหนีเข้าบันไดหนีไฟได้ ก็เจอเป็นกลุ่ม ทำให้เราต้องโฟกัสจุดนี้มากขึ้น ทั้งนี้ โดยสภาพปล่องลิฟท์ที่พบไม่คงสภาพ เป็นคอนกรีตที่พังแล้ว

รับหลักฐานเสื่อมสภาพมาก

ผู้สื่อข่าวถามว่า ดีเอสไอได้ประสานเก็บข้อมูลเพิ่มเติม หรือเก็บหลักฐานตัวปล่องลิฟท์หรือไม่ ผู้ว่าฯกทม.กล่าวว่า เข้าใจว่าดีเอสไอไม่ได้ดู แต่คุยกับรมว.ยุติธรรมเรื่องสัญญามากกว่า แต่ตัวหลักฐานเข้าใจว่าเป็นของกรมโยธาธิการฯที่เข้ามาต่อเนื่อง ส่วนหลักฐานที่พบในพื้นที่เสื่อมสภาพแล้วหรือไม่ ดูยาก เพราะสภาพวิกฤติหรือพังไปแล้ว ประเด็นสำคัญคือ ไม่รู้ว่ามาจากชิ้นส่วนไหน ตรงไหน ลำบากในการวัดแต่จะเก็บข้อมูลก็เก็บไปก่อนได้ ดีแล้ว อาจใช้หรือไม่ใช้ก็ได้

ย้ำเดตไลน์สิ้นเมย.จบการรื้อถอน

ผู้ว่าฯกทม.ยังชี้แจงถึงกรณีผู้ที่จะเข้าพื้นที่ว่า แล้วแต่รายชื่อ ทุกคนที่เข้ามาในไซต์มีรายชื่อหมด ไม่สามารถเข้ามาโดยอิสระ มีหน่วยคัดกรองอยู่ด้านหน้า ถ้าไม่ให้ใครเข้าแจ้งมาและกันออกได้ แต่คนที่เข้ามาคือคนที่เกี่ยวข้องทั้งนั้น ส่วนใหญ่เป็นคณะกรรมการสอบสวน

ส่วนความคืบหน้าการรื้อซากอาคาร ผู้ว่าฯกทม.เผยว่า ก้าวหน้าไปได้ดี พยายามเอาทุกคนกลับบ้านให้เร็วที่สุด แต่มีหลายมิติเกี่ยวข้อง อย่างช่วงเช้าวันที่ 18 เมษายนเจอร่างเยอะ ทำให้เราต้องหยุดการทำงานของเครื่องจักรหนักไปประมาณ 5 ชั่วโมง จริงๆถ้ารื้ออย่างเดียวไม่กี่วันก็เสร็จ แต่ถ้ารื้อด้วยและค้นหาผู้ที่ติดอยู่ในอาคารด้วยอาจมีปัญหาเรื่องเวลา แต่เชื่อว่าเป้าหมายปลายเดือนเมษายน.ต้องเห็นความก้าวหน้าไปมาก

มท.1มอบ1แสนเยียวยาเหยื่อตึกถล่ม

วันเดียวกัน ที่กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย(ปภ.) นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและรมว.มหาดไทย ในฐานะผู้บัญชาการป้องกันและสาธารณภัยแห่งชาติ(บกปภ.ช.) เป็นประธานมอบเงินช่วยเหลือครอบครัวและญาติผู้ประสบภัยพิบัติกรณีฉุกเฉินจากเหตุแผ่นดินไหว ส่งผลให้อาคาร สตง. ย่านจตุจักร กทม. ถล่มลงมาทั้งหลัง มีผู้เสียชีวิตและบาดเจ็บจำนวนมาก

โดยนายภาสกร บุญญลักษณ์ อธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.)รายงานสถานการณ์แผ่นดินไหววันที่ 28 ที่ผ่านมา ก่อให้เกิดความเสียหายต่อชีวิตและทรัพย์สิน 18 จังหวัด 139 อำเภอ 436 ตำบล 836 หมู่บ้าน รวมถึงกรุงเทพมหานคร เป็นพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบรุนแรงมากที่สุด โดยเฉพาะกรณีอาคาร สตง.ถล่ม มีผู้เสียชีวิต 48 ราย เป็นผู้เสียชีวิตกลางอาคาร สตง. 41 ราย เป็นบุคคลสัญชาติไทย 6 ราย ต่างด้าว 3 ราย ไม่สามารถระบุตัวตนได้ 22 ราย และอาคารในเขตอื่น 7 ราย ทั้งนี้ กรมบัญชีกลางอนุมัติหลักเกณฑ์จ่ายเงินทดรองราชการช่วยผู้ประสบภัยพิบัติในกรณีฉุกเฉิน พ.ศ.2563 ช่วยเหลือเบื้องต้นรายละ 100,000 บาท 2.ค่าจัดการศพผู้เสียชีวิตรายละ100,000 บาท และ3.ค่ารักษาพยาบาลเท่าที่จ่ายจริงเฉพาะส่วนที่เบิกไม่ได้ ตามอัตราที่ทางราชการกำหนด

จากนั้นนายอนุทินมอบเงินช่วยเหลือให้น.ส.ชลิดา ทองพุฒ บุตรสาวนายชัชวาล ทองพุฒ ผู้เสียชีวิต ที่มีภูมิลำเนาอยู่ที่ จ.พิษณุโลก 100,000 บาท นอกจากนี้ ในส่วนผู้เสียชีวิตรายอื่น มีภูมิลำเนาอยู่ในพื้นที่ 11 จังหวัด ได้แก่ อุบลราชธานี หนองคายน่าน อุทัยธานี อุดรธานี นครพนม ชัยนาท ขอนแก่น สุพรรณบุรี ชัยภูมิ และหนองบัวลำภู ให้ผู้ว่าราชการจังหวัดทั้ง 11 จังหวัด ลงพื้นที่เพื่อมอบเงินค่าจัดการศพรายละ 100,000 บาทให้กับครอบครัวผู้เสียชีวิต ภายในวันนี้(18เม.ย.) ต่อไป

จ่อเรียก51วิศวกรมีชื่อคุมงานสอบ

ส่วนที่กรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) พ.ต.ต.วรณัน ศรีล้ำ ผู้อำนวยการกองคดีคุ้มครองผู้บริโภค ในฐานะโฆษกดีเอสไอ และในฐานะรองหัวหน้าคณะพนักงานสอบสวนคดีพิเศษที่ 32/2568 คดีนอมินี บริษัท ไชน่า เรลเวย์ นัมเบอร์ 10 (ประเทศไทย) จำกัด เปิดเผยความคืบหน้าการดำเนินคดีนอมินีบริษัท ไชน่า เรลเวย์ฯว่า จากการที่ดีเอสไอเข้าตรวจค้นพื้นที่เป้าหมาย 4 จุด เมื่อวันที่ 17 เมษายนที่ผ่านมา เราได้ตรวจยึดอุปกรณ์คอมพิวเตอร์ เพื่อหาข้อเท็จจริงในเครื่องคอมพิวเตอร์มีพยานหลักฐานใดบ้าง และยังยึดพยานเอกสารที่เกี่ยวข้องกับการดำเนินโครงการก่อสร้าง

ส่วนวันนี้มีเจ้าหน้าที่โยธาฯร่วมกับพนักงานสอบสวนคดีพิเศษตรวจสอบเอกสาร ทั้งนี้ จากการเข้าตรวจค้นพื้นที่เป้าหมาย ยังทำให้พนักงานสอบสวนพบข้อมูล 51 วิศวกร ดีเอสไอต้องทยอยเชิญเข้าให้ข้อมูลในฐานะพยาน โดยเฉพาะประเด็นควบคุมงาน

พ.ต.ต.วรณันกล่าวอีกว่า สำหรับวิศวกรทั้ง 51 รายที่ดีเอสไอพบอาจเกี่ยวข้องกับตึก สตง.นั้น ล่าสุดได้รับรายงานว่า มีวิศวกร 2 คนเข้าให้ข้อมูลก่อนหน้านี้แล้ว ได้แก่ 1.นายสมเกียรติ ชูแสงสุข ประธานคลินิกช่าง วิศวกรรมสถานแห่งประเทศไทย และ 2.นายชัยฤทธิ์ (สงวนนาม สกุล) ส่วนนายชัยฤทธิ์ เข้ามาให้ข้อมูลเพิ่มเติมอีกครั้ง ซึ่งยอมรับว่ามีรูปปรากฏในภาพจริง ทั้งนี้ ดีเอสไอต้องเชิญวิศวกรทั้ง 51 รายเข้าให้ปากคำพยานแน่นอน เพื่อให้ได้ข้อเท็จจริงว่ามีการคุมงานจริงหรือไม่ เพื่อทราบว่ามีใครเป็นวิศวกรในโครงการนี้จริงบ้าง แล้วจึงขยายผลไปได้ว่ามีการปลอมลายเซ็นหรือไม่ รวมทั้งกระบวนการทำงานถูกต้องหรือไม่

สัปดาห์หน้าเรียกอิตาเลียนไทยให้ปากคำ

พ.ต.ต.วรณัน ยืนยันว่า ผู้เกี่ยว ข้องทั้งหมด ไม่ว่าจะเป็นบริษัท อิตาเลียนไทย ดีเวลอปเมนต์ จำกัด (มหาชน) ที่แจ้งขอเลื่อนเข้าพบพนักงานสอบสวน หรือกรณีของนายปฏิวัติ ศิริไทย ผู้ถือหุ้นใหญ่ของบริษัทพี เอ็น ซิงค์โครไนซ์ จำกัด ก็ต้องเรียกมาสอบปากคำ โดยพนักงานสอบสวนได้ทำตารางนัดหมายพยานไว้เรียบร้อยแล้ว หรือหากตำรวจสน.บางซื่อเรียกสอบปากคำนายปฏิวัติวันที่ 21 เมษายน ดีเอสไอก็อาจไปร่วมสอบปากคำด้วยได้

คดีนอมินีคืบ50%-ลุยคดีฮั้ว/เหล็กคู่ขนาน

สำหรับภาพรวมคดีนอมินีขณะนี้ พ.ต.ต.วรณันเผยว่า คืบหน้าไปกว่า 50% แล้ว หลังจากนี้เป็นกระบวนการพิจารณาว่าหลักฐานเพียงพอจะแจ้งข้อกล่าวหาบุคคลใดหรือไม่ ส่วนคดีที่ทำคู่ขนานจะมีทั้งคดีการฮั้วประมูล (มาตรา 7 และมาตรา 8) ซึ่งขยายผลออกมา โดยองค์ประกอบความผิดคดีฮั้วประมูลมีหลายเรื่อง เช่น การที่ทำให้การแข่งขันราคาไม่เป็นธรรม ใช้กลอุบายไปฟันราคา เพื่อให้ได้มาซึ่งสัญญาแล้วไปลดค่างานหรือการดำเนินการอย่างอื่นเพื่อลดค่าใช้จ่าย ก็เข้าข้อกฎหมายนี้ได้เหมือนกัน

นอกจากนี้ ยังมีคดีเกี่ยวกับวัสดุอุปกรณ์ก่อสร้าง เหล็กเส้นที่ตกมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม ที่เจ้าหน้าที่ดีเอสไอร่วมกับเจ้าหน้าที่สำนักงานผลิตภัณฑ์มาตรฐานอุตสาหกรรม หรือ สมอ. หากพบความผิด เจ้าหน้าที่ สมอ. ก็จะมาร้องทุกข์กล่าวโทษเป็นอีก 1 คดี และคดีสุดท้ายที่ดีเอสไอตรวจสอบ คือ กรณีบริษัทที่ขายเหล็กให้โครงการก่อสร้างดำเนินการเกี่ยวกับเอกสารภาษีไม่ถูกต้อง

พ.ต.ต.วรณัน ยังยืนยันด้วยว่าไม่กังวล แม้จะมีกระแสข่าวว่าคนที่แก้ไขแบบอาคาร สตง. มีความเกี่ยวข้องกับผู้หลักผู้ใหญ่ใน สตง. โดยบอกว่าเรื่องนี้สปอร์ตไลท์ของสังคมค่อนข้างเยอะ ไม่น่าจะมีปัญหา และดีเอสไอรับคดีขนาดใหญ่ ทำงานเป็นรูปแบบคณะกรรมการ เรื่องนี้จึงไม่เป็นประเด็น

ขณะที่ พ.ต.ท.อมร หงษ์ศรีทอง ผอ.กองคดีความผิดเกี่ยวกับการเสนอราคาต่อหน่วยงานของรัฐ หรือกองคดีฮั้วประมูล เผยว่า วันนี้ตนได้ร่วมกับเจ้าหน้าที่กรมโยธาธิการและผังเมือง ตรวจสอบเอกสาร เพื่อพิสูจน์ข้อเท็จจริงภาพรวมทั้งหมด และดูว่าเอกสารที่ดีเอสไอได้ตรวจยึดมาจากพื้นที่เป้าหมายทั้ง 4 จุดนั้น เอกสารใดคือเอกสารสำคัญบ้าง เพื่อใช้ดำเนินการในส่วนต่อไปได้ ตอนนี้ยังอยู่ระหว่างกระบวนการตรวจสอบพยานเอกสาร ทั้งนี้ ตนเรียนว่ามันต้องดูรายละเอียดทุกอย่าง จึงจะรู้ว่าใครเกี่ยวข้องอย่างไรบ้าง

นอกจากนี้ ผู้สื่อข่าวได้รับรายงานเพิ่มเติมว่า ในวันที่ 21 เมษายน นี้ นายพงษ์นรา เย็นยิ่ง อธิบดีกรมโยธาธิการและผังเมือง อาจเดินทางมาร่วมประชุมหารือกับคณะพนักงานสอบสวนคดีพิเศษ โดยเฉพาะประเด็นพยานเอกสารที่เกี่ยวข้องกับงานวิศวกรรมก่อสร้างอาคารตึก สตง.

2วิศวกรเข้าให้ข้อมูลทางลับปัดเจอสื่อ

ขณะที่คณะพนักงานสอบสวนคดีพิเศษเปิดเผยสาเหตุที่รวบรวมพยานหลักฐานขอศาลอาญาออกหมายค้น 4 บริษัท ได้แก่ บริษัท คาร์ฮัพ จำกัด , กิจการร่วมค้า PKW , บริษัท ว.และสหายคอลซัลแตนตส์ จำกัด และบริษัท พี เอ็น ซิงค์โครไนซ์ จำกัด ซึ่งเป็นผู้ควบคุมงานก่อสร้างรวม 4 จุดว่า จากการสืบสวนสอบสวนพบนายบินลิง วู ถือเป็นเจ้าของและเป็นผู้บริหารบริษัทไชน่า เรลเวย์ฯตัวจริง แม้ไม่ปรากฏชื่อในโครงสร้างกรรมการในระบบของกรมพัฒนาธุรกิจการค้า แต่กลับปรากฏความเชื่อมโยงในบริษัทที่อยู่ในเครือข่ายของเขา โดยไปนั่งเป็นกรรมการและผู้ถือหุ้นในบริษัท ดังนี้ มีชื่อเป็นผู้ถือหุ้น ในบริษัทวีล มาร์ท (ประเทศ ไทย) จำกัด ,บริษัทเอวาน่า อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด, บริษัทสันติภาพ พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด และยังเป็นทั้งกรรมการ ผู้ถือหุ้นในบริษัท เอสทีพี อิมปอร์ต-เอ็กปอร์ต(ประเทศไทย) จำกัด นอกจากนี้ บริษัทเหล่านี้ยังใช้กลุ่มคนเดียวกัน อาทิ นายประจวบ ศิริเขตร , นายมานัส ศรีอนันท์ เป็นต้น ทั้งนี้ เป็นที่สังเกตว่าที่ตั้งของบริษัท ไชน่า เรลเวย์ฯ ซึ่งตั้งอยู่ในซอยพุทธบูชา 44 แขวงบางมด เขตทุ่งครุ กทม.เป็นที่อยู่เดียวกับของนายโรเจอร์ส ลูกชายนายบินลิง วู

คณะพนักงานสอบสวนคดีพิเศษ เผยต่อว่า จากการเข้าตรวจค้นพบใบเอกสารควบคุมงานรายวัน 12-13 ลัง มีรายชื่อวิศวกรควบคุมงานในนามกิจการร่วมค้า PKW (บริษัท พี เอ็น ซิงค์โครไนซ์ จำกัด , บริษัท ว และสหายคอลซัลแตนตส์ จำกัด , บริษัท เคพี คอนซัลแทนส์ จำกัด) 51 ราย ล่าสุดวันนี้ (18 เมษายน)มีวิศวกร 2 คน ประ สานขอเข้าพบพนักงานสอบสวนคดีพิเศษ กองคดีความผิดเสนอราคาต่อหน่วยงานของรัฐ (กองคดีฮั้วประมูล) โดยประสงค์ให้ข้อมูลเป็นการส่วนตัว ไม่ต้องการพบสื่อ ดีเอสไอจึงจัดประชุมลับ ไม่อนุญาตให้สื่อเข้าสังเกตการณ์ ส่วนกรณีนายพิมล เจริญยิ่ง อายุ 85 ปี ที่ปรากฏชื่อเป็นผู้ออกแบบอาคาร สตง.ได้แจ้งขอเลื่อนเข้าให้ปากคำ เนื่องจากป่วย คาดว่าจะเข้าให้ปากคำได้สัปดาห์หน้า

สะพัดปรับครม.ปลายเดือนเม.ย.นี้ บิ๊กอ้วน’โยนถาม‘อิ๊งค์’ ยันสัมพันธ์พรรคร่วมปกติ

สะพัดปรับครม.ปลายเดือนเม.ย.นี้ บิ๊กอ้วน’โยนถาม‘อิ๊งค์’  ยันสัมพันธ์พรรคร่วมปกติ

สะพัดปรับครม.ปลายเดือนเม.ย.นี้ บิ๊กอ้วน’โยนถาม‘อิ๊งค์’ ยันสัมพันธ์พรรคร่วมปกติ

วันเสาร์ ที่ 19 เมษายน พ.ศ. 2568, 06.00 น.

สะพัดปรับครม.ปลายเดือนเม.ย.นี้ บิ๊กอ้วน’โยนถาม‘อิ๊งค์’ ยันสัมพันธ์พรรคร่วมปกติ นัดดินเนอร์เดือนละ1ครั้ง ‘อันวาร์’โพสต์รูปคุย‘แม้ว’ มุ่งสร้างสันติภาพเมียนมา

“ภูมิธรรม” โยนถาม นายกฯ หลังสะพัด “ปรับครม.” ปลายเดือน เมษายนนี้ ยันสัมพันธ์พรรคร่วมปกติ ด้าน “เทพไท” เตือน “อุ๊งอิ๊งค์”ระวังประวัติศาสตร์ซ้ำรอย ย้อนรอย
รัฐบาล “4 นายกฯ” อดีตสว.วันชัยวิเคราะห์ภท.ไม่มีทางแข็งข้อกับพท.แม้ “ไชยชนก” ประกาศค้านเอนเทอร์เทนเมนท์ มองหากถูกเขี่ยพ้นรัฐบาล เลือกตั้งครั้งหน้าจะเหลืออะไร‘อันวาร์’โพสต์ภาพคุย’ทักษิณ’แลกเปลี่ยนการสร้างสันติภาพในเมียนมา ก่อนประชุมทางไกลหารือNUGเผยอาจมีการพบกันที่มาเลเซียอีกครั้ง ในช่วงเวลาที่เหมาะสม

เมื่อวันที่ 18เมษายน2568 นายภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกรัฐมนตรี และรมว.กลาโหม กล่าวถึงความคืบหน้าการปรับคณะรัฐมนตรี (ครม.) ที่มีกระแสข่าวว่าจะปรับช่วงปลายเดือน เม.ย.นี้ มีสัญญาณอะไรจากนายกรัฐมนตรีหรือไม่ ว่า ถ้านักข่าวเจอนายกฯ ก็สอบถามท่านได้เลย เรื่องนี้ต้องถามนายกฯ ไม่มีใครสามารถตอบได้ ไม่ว่าจะเป็นช่วงเวลาที่เหมาะสมหรือจะปรับใครหรือไม่ นายกฯไม่เคยพูดถึงเรื่องนี้ เมื่อถามว่า ขณะนี้พรรคร่วมรัฐบาลยังเหนียวแน่นดีใช่หรือไม่ นายภูมิธรรม กล่าวว่า ก็เป็นอย่างนี้มาตลอด เวลาเป็นข่าวก็ล้วนแต่เป็นมุมมองของผู้สื่อข่าวและคอลัมนิสต์เท่านั้น

เมื่อถามว่าหลังสงกรานต์นายกฯจะนัดรับประทานอาหารกับพรรคร่วมรัฐบาลอีกรอบหรือไม่ นายภูมิธรรม กล่าวว่า การนัดทานข้าวร่วมกันเป็นปกติอยู่แล้ว โดยเฉลี่ยเดือนละครั้งอยู่แล้ว เมื่อถามว่า ปกติเวลาจะปรับ ครม.นายกฯได้มาปรึกษาหรือไม่ว่ากระทรวงนี้กระทรวงนั้นทำงานเป็นอย่างไร นายภูมิธรรม กล่าวว่า ก็แล้วแต่นายกฯว่า จะสงสัยเรื่องไหน หรือมีข้อมูลเรื่องไหนก็จะคุยกับรัฐมนตรีกระทรวงนั้นๆเอง แต่สำหรับตนนายกฯยังไม่เคยมาปรึกษาอะไร

เตือน‘อิ๊งค์’ระวังประวัติศาสตร์ซ้ำรอย

นายเทพไท เสนพงศ์ อดีต สส.นครศรีธรรมราช โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก“เทพไท – คุยการเมือง” หัวข้อ “อุ๊งอิ๊ง:ระวังประวัติศาสตร์ซ้ำรอย” ระบุว่า ช่วงนี้มีแกนนำพรรคเพื่อไทยหลายคน ออกมาประเมินสถานการณ์ทางการเมืองของรัฐบาลชุดนี้ว่า หลังจากสงกรานต์ไปแล้วการเมืองจะดีขึ้น รัฐบาลเดินหน้าฟื้นฟูเศรษฐกิจอย่างเต็มที่ ซึ่งเป็นการประเมินสถานการณ์ที่โน้มเอียงเอาใจช่วยรัฐบาล ทั้งที่หลังจากสงกรานต์แล้ว รัฐบาลต้องเจอกับมรสุมทางการเมืองอีกหลายรูปแบบ ทำให้มีการวิเคราะห์ถึงผลการอภิปรายไม่ไว้วางใจนายกรัฐมนตรีคนเดียว จะซ้ำรอยประวัติศาสตร์หรือไม่ เพราะการอภิปรายไม่ไว้วางใจนายกรัฐมนตรีเพียงคนเดียวที่ผ่านมา 4 ครั้ง มีจุดจบที่แตกต่างกัน ดังนี้ 1.พลเอกเกรียงศักดิ์ ชมะนันท์ นายกรัฐมนตรี ถูกยื่นญัตติอภิปรายไม่ไว้วางใจนายกรัฐมนตรีเพียงคนเดียว ผลคือต้องประกาศลาออกกลางสภาผู้แทนราษฎร 2.พลเอกเปรม ติณสูลานนท์ นายกรัฐมนตรีที่ถูกยื่นญัตติอภิปรายไม่ไว้วางใจ แต่มีปัญหาความสมบูรณ์ของญัตติ จึงไม่สามารถเปิดอภิปรายได้

ลุ้นยุบสภา-ลาออก-ปรับครม.เม.ย.

3.นายบรรหาร ศิลปอาชา ถูกอภิปรายไม่ไว้วางใจ และมีแรงกดดันจากพรรคร่วมรัฐบาลให้ลาออกจากตำแหน่งนายกรัฐมนตรี โดยแลกกับการโหวตลงมติไว้วางใจ นายบรรหารต่อรองขอเวลาตัดสินใจ 7 วัน เมื่อลงมติไว้วางใจผ่านไป นายบรรหารเปลี่ยนใจประกาศยุบสภา 4.พลเอกชวลิต ยงใจยุทธ ถูกอภิปรายไม่ไว้วางใจ และผ่านการลงมติไปได้ หลังจากนั้น 2 เดือน เกิดวิกฤติต้มยำกุ้ง จนต้องลาออกจากตำแหน่งนายกรัฐมนตรีไป 5.น.ส.แพทองธาร ชินวัตร ถูกอภิปรายไม่ไว้วางใจคนเดียวเช่นกันและผ่านการลงมติไว้วางใจรอดูว่า หลังจากนี้จะเปลี่ยนแปลงทางการเมือง ภายในกี่เดือน จะล้างอาถรรพ์ได้หรือไม่ ขอให้จับตาปรากฏการณ์ทางการเมือง ที่เกิดขึ้นหลังจากนี้ไปว่า ประวัติศาสตร์ทางการเมืองจะซ้ำรอยหรือไม่ จะมีการเปลี่ยนแปลงทางการเมืองแบบใดยุบสภา ลาออก หรือปรับครม.

‘วันชัย’วิเคราะห์ภท.ไม่แข็งข้อ’พท.’

นายวันชัย สอนศิริอดีตสว. เผยผ่านช่องวันชัยคูณสองวิพากษ์การเมือง ตอนหนึ่งถึงสถานการณ์ทางการเมืองในปัจจุบันที่พรรคเพื่อไทย และพรรคภูมิใจไทย ฐานะพรรคร่วมรัฐบาลมีปัญหาต่อกันในประเด็นร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) การประกอบธุรกิจสถานบันเทิงครบวงจร พ.ศ…. (เอนเทอร์เทนเมนต์คอมเพล็กซ์) ว่า เรื่องดังกล่าวเกิดจากการอภิปรายของนายไชยชนก ชิดชอบ สส.บุรีรัมย์ และเลขาธิการพรรคภูมิใจไทย ต่อที่ประชุมสภาฯ เมื่อ 9 เม.ย. ซึ่งตนได้ติดตามรับฟังแล้วเห็นว่านายไชยชนกไม่รู้ตัวว่ากำลังพูดอะไร พูดกับใคร หรือพูดเพื่ออะไร ซึ่งจากภาษากายและภาษาพูดทั้งหมดเป็นการหลุด จึงไม่มีอะไร และตนมองว่าไม่มีประเด็น“เป็นเรื่องของเด็กเจนวาย คบเด็กสร้างบ้าน ไม่มีอะไรภูมิใจไทย ไม่ใช่เรื่องการลองของ หรือแข็งข้อ หรือแสดงความเหนือกว่า ที่พูดกันไปว่าหากพรรคภูมิใจไทยถอนตัวรัฐบาลจะพัง ทั้งที่การหลุดของนายไชยชนกนั้นไม่ได้ทำให้เกิดแรงกระเพื่อม เป็นเพียงเรื่องที่ทำให้ผูใหญ่ของพรรคภูมิใจไทย เนื้อเต้นเส้นกระตุกเบาๆ เท่านั้น” นายวันชัย กล่าว

เลือกตั้งครั้งหน้าจะเหลืออะไรไว้สู้

นายวันชัย ยังมองถึงประเด็นความสัมพันธ์ระหว่างนายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกฯและรมว.มหาดไทย ฐานะหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย กับนายเนวิน ว่า ไม่มีปัญหาระหว่างกัน ซึ่งเชื่อว่านายอนุทิน และนายเนวินเข้าใจว่าเป็นการพลาดของนายไชยชนก ขณะที่นายไชยชนกไม่รู้ว่าตัวเองทำพลาด ทำไปโดยไม่รู้ตัวและไม่มีใครเตือนมาก่อน ส่วนที่มีคนวิจารณ์ว่ารัฐบาลไปไม่รอด ตนมองว่าเป็นการวิเคราะห์ของคนที่มีอคติและเกลียดรัฐบาล โดยไม่มีฐานของข้อเท็จจริง เพราะหากดูตัวเลขทางการเมืองขณะนี้มีสส. 494 เสียง ครึ่งหนึ่ง คือ 247 เสียง ขณะนี้รัฐบาลมี 320 เสียง เป็นรัฐบาลที่แข็งแกรร่ง หากพรรคภูมิใจไทยแข็งข้อถอนตัวไป 70 เสียง รัฐบาลยังคงเหลือ 250 เสียง ถือว่าเกินกึ่งหนึ่งมา 3 เสียยง หากมองว่าจะไม่มีเสถียรภาพ ก็ดึงพรรคพลังประชารัฐ 20 เสียงเข้าร่วมรัฐบาลเป็นรัฐบาลที่มั่นคงมีเสถียรภาพ ทั้งนี้ตนเคยบอกว่าพรรคเพื่อไทยอยู่เหนือพรรคภูมิใจไทยก็บีบก็ตาย จะคลายก็รอด หากพรรคภูมิใจไทยแข็งข้อ ก็จะได้เป็นฝ่ายค้าน เพราะชาตินี้เสียงไม่ถึงเป็นรัฐบาลได้

“ผมมองว่าหากผมเป็นพรรคเพื่อไทย แล้วพบว่าในพรรคภูมิใจไทยมีท่าทีแบบเลขาธิการพรรค ผมจะเขี่ยออกจากรัฐบาล ริบเก้าอี้รัฐมนตรีทุกกระทรวง แล้วให้ไปเป็นฝ่ายค้าน รวมกับพรรคประชาชน ดูน้ำหน้าว่าจะเป็นฝ่ายค้านได้หรือไม่ ผมเชื่อว่าจะไม่มีบทบาทท และไม่ผสมกับพรรคสีส้มแน่นอน เพราะเขาประกาศว่าเป็นพรรคสีน้ำเงิน และหากไปเป็นฝ่ายค้านจริงก็จะไม่มีผลงาน เลือกตั้งครั้งหน้าจะเหลืออะไรดังนั้นพรรคภูมิใจไทยไม่โง่ ไม่มีทางหลุดจากเก้าอี้และต้องง้อพรรคเพื่อไทย” นายวันชัย กล่าว

‘อันวาร์’โพสต์คุย’แม้ว’พร้อมคณะ

นายดาโตะเซอรี อันวาร์อิบราฮิม (Dato’ Seri Anwar Ibrahim) นายกรัฐมนตรีมาเลเซีย ในฐานะประธานอาเซียน โพสต์ภาพ พร้อมข้อความว่า“เมื่อช่วงค่ำวานนี้ที่กรุงเทพฯตนเองได้ประชุมกับคณะที่ปรึกษาอย่างไม่เป็นทางการของประธานอาเซียน ซึ่งมีอดีตนายกรัฐมนตรีของไทย นายทักษิณ ชินวัตร เป็นประธาน การหารืออย่างกว้างขวางทำให้เรามีโอกาสแลกเปลี่ยนความคิดเห็นในประเด็นต่าง ๆ ในภูมิภาค รวมถึงการเสนอแนวคิดเพื่อสร้างสันติภาพที่ยั่งยืนในเมียนมา ซึ่งมีความสำคัญต่อการสร้างการเข้าถึงด้านมนุษยธรรมอย่างยั่งยืนให้กับประชาชนของประเทศ

จากนั้นในเช้าวันนี้ ตนเองได้ประชุมทางไกลกับอูมาน วิน ไข รัฐบาลเอกภาพแห่งชาติของเมียนมา (NUG) เป็นเวลา 40 นาที การหารือของเรามุ่งเน้นไปที่ความต้องการด้านมนุษยธรรมเร่งด่วนของประชาชนเมียนมา และความสำคัญของการรับรองว่าความช่วยเหลือจะไปถึงผู้ที่ต้องการมากที่สุด นอกจากนี้ เรายังแลกเปลี่ยนความคิดเห็นเกี่ยวกับความสำคัญของการเจรจาอย่างต่อเนื่อง เขาแสดงความเปิดกว้างต่อโอกาสที่จะได้พบกันเป็นการส่วนตัวในมาเลเซียในเวลาที่เหมาะสม เช่นเดียวกับการประชุมครั้งก่อนของตนเองกับสภาบริหารแห่งรัฐ การสนทนาเป็นไปในเชิงสร้างสรรค์ ไม่มีฝ่ายใดคัดค้านการมีส่วนร่วมของเรากับอีกฝ่าย การสร้างความไว้วางใจยังคงมีความสำคัญ และเป็นสิ่งสำคัญที่อาเซียนจะต้องดำเนินการต่อไป เราจะยังคงร่วมมือกับทุกฝ่ายในการสนับสนุนสันติภาพ ความปรองดอง และความเป็นอยู่ที่ดีของประชาชนชาวเมียนมา”

‘ภูมิธรรม’ลงใต้26-27เม.ย.คุยทุกฝ่าย

นายภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม ให้สัมภาษณ์ถึงการหารือระหว่าง น.ส.แพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรีและนายอันวาร์อิบราฮิม นายกรัฐมนตรีมาเลเซีย เมื่อวานนี้ (17 เม.ย.) ที่ยังคงให้มาเลเซียเป็นผู้อำนวยความสะดวกในการพูดคุยสันติสุข ในพื้นที่ 3จังหวัดชายแดนภาคใต้ว่า ความจริงแล้วมาเลเซียทำหน้าที่เป็นผู้อำนวยการในการประสานให้เกิดสันติสุขอยู่แล้ว โดยไทยไม่ได้ปฏิเสธ เพราะใครก็ตามที่สามารถมาช่วยประสานหรือทำให้เกิดสันติสุขได้ก็ยินดี เพราะไทยต้องการสร้างสันติสุขเช่นกัน ตนในฐานะรับผิดชอบโดยตรงจะลงพื้นที่วันที่ 26-27เม.ย.โดยจะลงไป3จังหวัดชายแดนภาคใต้เพื่อพูดคุยกับกลุ่มนักธุรกิจ, นายอำเภอ, ผู้กำกับสถานีตำรวจ, กอ.รมน.ภาค 4 ส่วนหน้า, หัวหน้าระดับผู้บังคับกองพัน จนถึงผู้การกรม โดยจะแยกการพูดคุยทีละกลุ่ม ตลอด2วันที่ลงพื้นที่ ซึ่งการพูดคุยครั้งนี้อาจจะเป็นการคุยครั้งสุดท้าย ก่อนจะประมวลสรุปสุดท้ายเพื่อนำมาพูดคุยกับงานยุทธศาสตร์และจะสรุปรายละเอียดต่างๆ ให้ทราบอีกครั้ง นอกจากนี้ ตนยังเตรียมประชุมการยกเลิกประกาศกฎอัยการศึกใน 4อำเภอพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนใต้ หลังจาก ครม.สัญจรที่ จ.สงขลา มีมติให้พิจารณามาก่อนหน้านี้ ดังนั้นขอย้ำว่า การแก้ไขปัญหา 3จังหวัดชายแดนภาคใต้ ทุกอย่างกำลังเดินหน้าไป

โปรดเกล้าฯแต่งตั้ง’วีระพล’นั่งนายกสภารามคำแหง ‘ไชยันต์’ ติดโผกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ

โปรดเกล้าฯแต่งตั้ง'วีระพล'นั่งนายกสภารามคำแหง 'ไชยันต์' ติดโผกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ

โปรดเกล้าฯแต่งตั้ง’วีระพล’นั่งนายกสภารามคำแหง ‘ไชยันต์’ ติดโผกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ

วันศุกร์ ที่ 18 เมษายน พ.ศ. 2568, 21.34 น.

วันที่ 18 เมษายน 2568 เว็บไซต์ราชกิจจานุเบกษาได้เผยแพร่ประกาศสำนักนายกรัฐมนตรี 2 ฉบับสำคัญเกี่ยวกับการแต่งตั้งบุคลากรระดับสูงในมหาวิทยาลัยรามคำแหง ได้แก่ การแต่งตั้งนายกสภามหาวิทยาลัย และกรรมการสภาผู้ทรงคุณวุฒิ

ในประกาศฉบับแรก พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมแต่งตั้ง นายวีระพล ตั้งสุวรรณ อดีตประธานศาลฎีกา ดำรงตำแหน่ง นายกสภามหาวิทยาลัยรามคำแหง ต่ออีกวาระหนึ่ง ตามที่ประชุมสภามหาวิทยาลัยมีมติเห็นชอบเมื่อวันที่ 8 พฤศจิกายน 2566 โดยการแต่งตั้งครั้งนี้มีผลตั้งแต่วันที่ 20 มีนาคม 2568 เป็นต้นไป

ส่วนในประกาศฉบับที่สอง ได้มีพระบรมราชโองการแต่งตั้ง กรรมการสภามหาวิทยาลัยผู้ทรงคุณวุฒิ จำนวน 7 ราย ซึ่งหนึ่งในนั้นคือ “ศาสตราจารย์ ดร.ไชยันต์ ไชยพร” นักวิชาการด้านรัฐศาสตร์ชื่อดังจากจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ผู้เป็นที่รู้จักอย่างกว้างขวางในแวดวงวิชาการและสื่อสาธารณะ

รายชื่อกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิทั้ง 7 ราย ประกอบด้วย

1. นายไชยันต์ ไชยพร
2. นายปัญญา สุทธิบดี
3. นายพงษ์ อร่ามวัฒนานนท์
4. นายวิทวัส บุญญสถิตย์
5. นายสมบูรณ์ สุขสำราญ
6. นายสมศักดิ์ ลีสวัสดิ์ตระกูล
7. นายสุทธิเกียรติ จิราธิวัฒน์

ทั้งนี้ การแต่งตั้งมีผลตั้งแต่วันที่ 20 มีนาคม 2568 เป็นต้นไป เพื่อทดแทนกรรมการชุดเดิมที่ครบวาระตามกฎหมาย

ประกาศทั้งสองฉบับลงนามโดย นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรี ในฐานะผู้รับสนองพระบรมราชโองการ

ด่วน! ภูมิใจไทยมีมติให้ ‘เอกราช ช่างเหลา’ พ้นจากความเป็นสมาชิกพรรค

ด่วน! ภูมิใจไทยมีมติให้ 'เอกราช ช่างเหลา' พ้นจากความเป็นสมาชิกพรรค

ด่วน! ภูมิใจไทยมีมติให้ ‘เอกราช ช่างเหลา’ พ้นจากความเป็นสมาชิกพรรค

วันศุกร์ ที่ 18 เมษายน พ.ศ. 2568, 18.23 น.

‘ภูมิใจไทย’ มีมติขับ ‘เอกราช ช่างเหลา’ พ้นจากความเป็นสมาชิกพรรค 

วันที่ 18 เมษายน 2568 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จากกรณีที่ศาลจังหวัดขอนแก่น  มีคำพิพากษาเมื่อวันที่ 17 เมษายน 2568 จำคุกนายเอกราช ช่างเหลา  สส.ขอนแก่น เป็นเวลา 5 ปี 93 เดือน และให้ชดใช้เงินแก่สหกรณ์ออมทรัพย์ครูขอนแก่น ที่ยักยอกไปให้ครบเต็มจำนวน 405 ล้านบาท 

ล่าสุด พรรคภูมิใจไทย โดยมติที่ประชุมร่วมคณะกรรมการบริหารพรรคและ สส.พรรคภูมิใจไทย ได้มีมติเป็นเอกฉันท์ให้นายเอกราช ช่างเหลา พ้นจากความเป็นสมาชิกพรรคภูมิใจไทย ตามที่คณะกรรมการจริยธรรมพรรคภูมิใจไทยเสนอ ซึ่งเป็นไปตามรัฐธรรมนูญมาตรา 101 (9) ประกอบข้อบังคับพรรคภูมิใจไทย ข้อ 56 วรรคสาม และข้อ 88 

ก่อนหน้านี้  เมื่อวันที่ 31 มีนาคม 2568  สมาชิกพรรคภูมิใจไทยจังหวัดขอนแก่น 20 คน  ได้ยื่นหนังสือร้องเรียนต่อพรรคภูมิใจไทย ให้พิจารณากรณีที่นายเอกราช  ตกเป็นจำเลยในคดีที่ศาลมีคำพิพากษาดังกล่าว ซึ่งพรรคภูมิใจไทย ให้นายเอกราชชี้แจงข้อกล่าวหา  แต่นายเอกราชไม่ได้ชี้แจงแก้ข้อกล่าวหาภายในเวลาที่กำหนด  จนกระทั่งศาลจังหวัดขอนแก่นมีคำพิพากษาดังที่ปรากฏแล้ว

พรรคภูมิใจไทย จะได้แจ้งมติพรรคให้คณะกรรมการการเลือกตั้ง ทราบ ซึ่งเป็นไปตามขั้นตอนของกฎหมายต่อไป

‘นายกฯ’โพสต์ยันไม่ปล่อยมือ-ไม่ปกปิดทุกหลักฐาน ตึกสตง.ถล่ม แน่นอน

'นายกฯ'โพสต์ยันไม่ปล่อยมือ-ไม่ปกปิดทุกหลักฐาน ตึกสตง.ถล่ม แน่นอน

‘นายกฯ’โพสต์ยันไม่ปล่อยมือ-ไม่ปกปิดทุกหลักฐาน ตึกสตง.ถล่ม แน่นอน

วันศุกร์ ที่ 18 เมษายน พ.ศ. 2568, 16.24 น.

‘นายกฯ’โพสต์ยันไม่ปล่อยมือ-ไม่ปกปิดทุกหลักฐาน ตึกสตง.ถล่ม แน่นอน ขอตำรวจรอบคอบพิสูจน์ยืนยันตัวบุคคลก่อนส่งให้ครอบครัว พร้อมแสดงความเสียใจกับทุกครอบครัวที่สูญเสีย

เมื่อวันที่ 18 เม.ย.2568 ที่ทำเนียบรัฐบาล น.ส.แพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก และ X โดยระบุ ว่า   

“เรื่องตึก สตง. ยังเป็นวาระใหญ่ของคนไทยตอนนี้ค่ะ ซึ่งเรื่องนี้เป็นสิ่งที่รัฐบาลจะทำงานอย่างไม่ปล่อยมือเช่นกัน  ถึงแม้ดิฉันได้ให้เวลาสอบสวนอีก 90 วัน เพื่อให้ 4 สถาบัน และ กรมโยธาฯ ได้ทำโมเดล ซึ่งเป็นหนึ่งในกระบวนการสอบสวนเท่านั้น  

แต่ในระหว่างที่กระบวนการสืบสวนดำเนินไป ดิฉันได้เชิญทางสำนักงานตำรวจแห่งชาติ และ DSI เข้ามารายงานความคืบหน้า โดยเฉพาะหลักฐานที่แต่ละส่วนได้รวบรวมไว้ เพื่อเร่งดำเนินการให้คดีนี้มีความคืบหน้าในการหาผู้กระทำความผิด 

สำนักงานตำรวจแห่งชาติ – เป็นผู้รับผิดชอบตรวจสอบสาเหตุที่ตึกถล่ม ซึ่งเป็นความประมาททางอาญา เพื่อหาผู้ที่ต้องรับผิดชอบ โดยการตรวจสอบตั้งแต่การจัดซื้อจัดจ้าง เอกสาร/สัญญา การแก้ไขแบบงานโครงสร้าง กระบวนการตรวจรับงาน วัสดุอุปกรณ์ที่ใช้ และอื่นๆ 

DSI – เป็นผู้รับผิดชอบตรวจสอบ 3 เรื่องหลักๆ คือ การประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว , การเสนอราคาต่อหน่วยงานของรัฐ (การฮั้วประมูล) และ การควบคุมมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม 

ทั้งหมดนี้มีเอกสารที่ค่อนข้างชัดเจน คาดว่าน่าจะมีการดำเนินคดีได้ภายในเร็วๆ นี้  ดิฉันได้ขอให้หน่วยงานรัฐที่มีส่วนเกี่ยวข้อง ไม่ว่าจะจากทาง สตง. ,กรมโยธาฯ​ กรมอุตุฯ​ และหน่วยงานอื่นๆ เร่งรัดการส่งเอกสารที่ยังขาดอยู่ เข้ามาให้ทางสำนักงานตำรวจแห่งชาติตรวจสอบโดยเร็ว นอกจากนี้เจ้าหน้าที่จากกรมโยธาฯ ที่เกี่ยวข้องกับการตรวจรับงาน การตรวจแบบก่อสร้างของอาคารสตง. ขอให้แยกออกจากกระบวนการสืบสวนหาข้อเท็จจริงด้วย เพื่อให้เกิดความโปร่งใส

สำคัญที่สุด ที่ต้องตามต่อคือการเคลียร์ซากตึกในพื้นที่ประสบสาธารณภัย และ การพิสูจน์ทราบผู้เสียชีวิตที่ต้องดำเนินการด้วยความระมัดระวัง รวมทั้งการแจ้งรายงานกลับไปยังครอบครัวที่กำลังรอคอยอยู่ จึงได้เชิญทาง กทม. นำโดยผู้ว่าราชการกทม. เข้ามาอัพเดทการทำงาน และสอบถามการอำนวยความสะดวกเพิ่มเติมจากรัฐบาลให้ทางทีมทำงานได้เต็มกำลังและสะดวกขึ้น 

เหตุการณ์นี้นับเป็นการสูญเสียครั้งใหญ่ ดิฉันขอแสดงความเสียใจอย่างสุดซึ้งต่อทุกครอบครัวที่สูญเสียมา ณ ที่นี้อีกครั้งค่ะ และได้เน้นย้ำให้ทุกภาคส่วนร่วมกันทำงาน โดยที่ทางหน้างานที่รับผิดชอบจะต้องอำนวยความสะดวกให้แก่เจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง รวมถึงเจ้าหน้าที่ตำรวจที่จะต้องรวบรวมหลักฐาน เพื่อดำเนินคดีต่อไป

ดิฉันอยากให้พี่น้องประชาชนมั่นใจค่ะว่า เรื่องนี้จะไม่มีการปล่อยมือ ไม่มีการปกปิดใดๆ ทุกหลักฐานจะถูกพิจารณาอย่างละเอียด และนำไปใช้ดำเนินคดีอย่างยุติธรรมโปร่งใสแน่นอนค่ะ

สุดท้ายนี้ ดิฉันต้องขอขอบคุณเจ้าหน้าที่ทุกท่าน ทั้งเจ้าหน้าที่รัฐ ภาคเอกชน และอาสาสมัครจากทุกหน่วยงาน ที่เสียสละเข้ามาทำงานหน้าที่ครั้งนี้ ซึ่งเต็มไปด้วยความยากลำบากหลายประการ ขอขอบคุณทุกท่านจากหัวใจค่ะ 

และดิฉันขอยืนยันค่ะว่ารัฐบาลจะดำเนินงานทุกอย่างอย่างเต็มที่ โปร่งใส ยุติธรรม และผู้กระทำความผิดจะต้องถูกดำเนินคดีตามกฎหมายค่ะ”

‘วันนอร์’เตรียมจัด’รัฐสภาพบประชาชน’ สร้าง’ยะลาโมเดล’นำร่องแก้ปัญหาปชช.

'วันนอร์'เตรียมจัด'รัฐสภาพบประชาชน' สร้าง'ยะลาโมเดล'นำร่องแก้ปัญหาปชช.

‘วันนอร์’เตรียมจัด’รัฐสภาพบประชาชน’ สร้าง’ยะลาโมเดล’นำร่องแก้ปัญหาปชช.

วันศุกร์ ที่ 18 เมษายน พ.ศ. 2568, 16.13 น.

“วันนอร์”เตรียมจัด”รัฐสภาพบประชาชน” สร้าง”ยะลาโมเดล”นำร่องแก้ปัญหาประชาชนในพื้นที่ ก.ค.นี้

เมื่อวันที่ 18 เมษายน 2568 ที่รัฐสภา นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานรัฐสภา ให้การต้อนรับคณะกรรมการอิสลามประจำจังหวัดยะลา เจ้าหน้าที่สำนักงานคณะกรรมการฯ ผู้แทนผู้นำศาสนา อิหม่าม คอเต็บ บิหลั่นจังหวัดยะลา จำนวน 48 คน ในโอกาสเข้าเยี่ยมคารวะและศึกษาดูงานรัฐสภา พร้อมทั้งเยี่ยมชมห้องประชุมสภาผู้แทนราษฎร ภูมิทัศน์ และสถาปัตยกรรมโดยรอบอาคารรัฐสภา ในการนี้ นายซูการ์โน มะทา นายอับดุลอายี สาแม็ง นายสุไลมาน บือแนปีแน สส.พรรคประชาชาติ พร้อมด้วยคณะทำงานทางการเมืองของประธานสภาผู้แทนราษฎร และ นางจงเดือน สุทธิรัตน์ รองเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ร่วมให้การต้อนรับ

ประธานรัฐสภา ได้กล่าวต้อนรับใจความตอนหนึ่งว่า สภาผู้แทนราษฎรมีหน้าที่และอำนาจในการร่างกฎหมาย ตรวจสอบติดตามการทำหน้าที่ของฝ่ายบริหารให้เป็นไปด้วยความโปร่งและมีประสิทธิภาพ รวมถึงการนำปัญหาของประชาชนในพื้นที่เสนอต่อรัฐบาลหรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ทั้งนี้ ในช่วงเดือนก.ค.ที่จะถึงนี้ ได้กำหนดจัดโครงการรัฐสภาพบประชาชน จ.ยะลา โดยมุ่งเน้นให้มีกิจกรรมเพื่อแก้ไขปัญหาของประชาชนแบบบูรณาการ พร้อมทั้งส่งเสริมให้ประชาชนได้มีส่วนร่วมผ่านกิจกรรมเพื่อสังคมและสาธารณประโยชน์ เพื่อสร้างความศรัทธาต่อการปกครองในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข รวมทั้งให้โครงการฯดังกล่าวเป็นต้นแบบ สำหรับการแก้ไขปัญหาในพื้นที่จังหวัดอื่นๆ ต่อไป

– 006

‘ผบ.ทสส.’ประชุม’ผบ.เหล่าทัพ’ เช็คแถวหน่วยปฏิบัติการพิเศษร่วม

'ผบ.ทสส.'ประชุม'ผบ.เหล่าทัพ' เช็คแถวหน่วยปฏิบัติการพิเศษร่วม

‘ผบ.ทสส.’ประชุม’ผบ.เหล่าทัพ’ เช็คแถวหน่วยปฏิบัติการพิเศษร่วม

วันศุกร์ ที่ 18 เมษายน พ.ศ. 2568, 15.53 น.

“ผบ.ทสส.”ประชุม”ผบ.เหล่าทัพ” เช็คแถวหน่วยปฏิบัติการพิเศษร่วม เตรียมกำลังรบสามมิติ ต่อต้านก่อการร้าย

เมื่อวันที่ 18 เมษายน 2568 ที่หอประชุมกองทัพเรือ พล.อ.ทรงวิทย์ หนุนภักดี ผู้บัญชาการทหารสูงสุด (ผบ.ทสส.) เป็นประธานการประชุมผู้บัญชาการเหล่าทัพ โดยมี พล.อ.พนา แคล้วปลอดทุกข์ ผู้บัญชาการทหารบก (ผบ.ทบ.) , พล.ร.อ.จิรพล ว่องวิทย์ ผู้บัญชาการทหารเรือ (ผบ.ทร.) , พล.อ.อ.พันธ์ภักดี พัฒนกุล ผู้บัญชาการทหารอากาศ (ผบ.ทอ.) และ พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) เข้าร่วมประชุม

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ก่อนการประชุมผู้บัญชาการทหารสูงสุด ที่มาในชุดทหารเรือ และผู้บัญชาการทหารเรือ ได้นั่งเรือที่กองทัพเรือได้จัดเตรียมไว้ให้ จากกองทัพเรือ (พระราชวังเดิม) มายังหอประชุมกองทัพเรือ ระยะทางประมาณ 1 กิโลเมตร ก่อนที่จะเข้าห้องประชุม

ทั้งนี้ ผู้บัญชาการทหารสูงสุด ได้กล่าวขอบคุณเหล่าทัพ และสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ที่ร่วมปฏิบัติภารกิจในการสนับสนุนรัฐบาลเป็นอย่างดี โดยเฉพาะงานด้านความมั่นคงตลอดช่วงเทศกาลสงกรานต์ที่ผ่านมา ทั้งการดูแลความปลอดภัยประชาชนในพื้นที่ชุมชน การอำนวยความสะดวกในการสัญจร ตลอดจนเฝ้าระวังป้องกันยาเสพติด สิ่งผิดกฎหมาย และความสงบเรียบร้อยตามแนวชายแดน รวมถึงการช่วยเหลือประชาชนจากภัยพิบัติต่างๆทั้งในประเทศ และประเทศเพื่อนบ้าน เน้นย้ำให้เหล่าทัพ ปฏิบัติตามนโยบายของรัฐบาลและกระทรวงกลาโหม ด้วยความมุ่งมั่น ตั้งใจ ทุ่มเท และเสียสละ เพื่อประโยชน์ต่อประเทศชาติ ประชาชน และสถาบันพระมหากษัตริย์ ดำรงการสนับสนุนการปฏิบัติภารกิจการรักษาความมั่นคงตามแนวชายแดน อย่างเต็มที่ ตลอดจนพัฒนากำลังพลให้มีความรู้ความสามารถ เพื่อการปฏิบัติการพิเศษในอนาคตได้ทุกรูปแบบ

สำหรับการประชุมในวันนี้ ได้รับทราบแนวทางการพัฒนา การปฏิบัติการพิเศษร่วมของทุกเหล่าทัพ โดย กองบัญชาการกองทัพไทย ได้เสนอแนวทางการพัฒนาขีดความสามารถการปฏิบัติการพิเศษร่วม อาทิ การเตรียมกำลังในมิติการรบ ได้ขยายขีดความสามารถของกำลังพลศูนย์ปฏิบัติการต่อต้านการก่อการร้ายสากล ให้สามารถปฏิบัติการร่วมกับหน่วยปฏิบัติการพิเศษของเหล่าทัพในภารกิจป้องกันประเทศได้ ส่วนด้านการปฏิบัติการทางทหารนอกเหนือจากสงคราม ได้จัดทำบัญชีพร้อมเรียกปฏิบัติงาน (On Call List) ของกำลังพลหน่วยปฏิบัติการพิเศษของทั้งฝ่ายทหารและตำรวจ เพื่อให้สามารถรองรับสถานการณ์การก่อเหตุร้ายที่อาจเกิดขึ้นได้ตลอดเวลา รวมถึงพัฒนาหลักสูตรการบริหารวิกฤตการณ์ พัฒนาระบบสนับสนุนการฝึกอบรม ตลอดจนได้เตรียมการพัฒนาศูนย์ปฏิบัติการต่อต้านการก่อการร้ายสากลสู่การเป็นสถาบันป้องกันและตอบโต้สถานการณ์วิกฤตนานาชาติ

ส่วนกองทัพบก ได้เสนอเรื่อง “การปฏิบัติการพิเศษร่วมของกองทัพบก” มุ่งยกระดับการปฏิบัติการพิเศษร่วม ให้มีความพร้อม ครอบคลุมทุกมิติ และบูรณาการกำลัง การฝึก รวมถึงความร่วมมือทั้งภายใน และระหว่างประเทศ เพื่อปกป้องความมั่นคงและผลประโยชน์ของชาติอย่างรอบด้าน โดยมี หน่วยบัญชาการสงครามพิเศษ รับผิดชอบภารกิจปฏิบัติการพิเศษของกองทัพบก สำหรับการเตรียมกำลังและใช้กำลังนั้น เป็นไปตามแผนแม่บทพัฒนากำลังระยะ 6 ปี (พ.ศ.2565 – 2570) ภายใต้กระบวนการ “วงจรนักรบพิเศษ” ซึ่งครอบคลุมการฝึกในหน่วย และการปฏิบัติราชการสนามในวงรอบ 4 ปี เพื่อเสริมสร้างขีดความสามารถอย่างเป็นระบบ

ขณะที่กองทัพเรือ ได้เสนอ “การปฏิบัติการพิเศษของกองทัพเรือ” ว่าปัจจุบันมีหน่วยปฏิบัติการพิเศษที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการปฏิบัติการพิเศษร่วม คือ หน่วยบัญชาการสงครามพิเศษทางเรือ กองเรือยุทธการ หรือ นสร.กร.ทำหน้าที่จัด และเตรียมกำลังสำหรับปฏิบัติการสงครามพิเศษทางเรือ ปฏิบัติการทางทหารนอกเหนือจากสงคราม และปฏิบัติกิจพิเศษที่ได้รับมอบหมาย อีกทั้งยังได้กำหนดให้มีแนวทางพัฒนาขีดความสามารถของทัพเรือทั้งในด้านองค์บุคคล ด้านองค์วัตถุ ด้านองค์ยุทธวิธี เพื่อให้พร้อมเผชิญภัยคุกคามในทุกมิติ ทำให้กองทัพเรือสามารถติดตามสภาพสถานการณ์ทางทะเล ครอบคลุมพื้นที่ปฏิบัติการทั้งสองฝั่งทะเล ได้อย่างต่อเนื่อง

ด้านกองทัพอากาศ ได้นำเสนอการปฏิบัติการพิเศษร่วม ในการเตรียมกำลังและใช้กำลังหน่วยปฏิบัติการพิเศษ โดยมีกรมปฏิบัติการพิเศษ จำนวน 3 กองพัน ขึ้นตรงการปฏิบัติกับหน่วยบัญชาการอากาศโยธิน ภายใต้การบังคับบัญชาของ ผู้บังคับการกรมปฏิบัติการพิเศษ ได้แก่ กองพันปฏิบัติการพิเศษ 1 บรรจุเจ้าหน้าที่ปฏิบัติการพิเศษคอมมานโด เพื่อต่อต้านการก่อการร้าย การรักษาความปลอดภัยบุคคลสำคัญ การรักษาความปลอดภัยบนอากาศยานขณะทำการบิน , กองพันปฏิบัติการพิเศษ 2 บรรจุเจ้าหน้าที่ค้นหาและช่วยชีวิต หรือ PJ เพื่อค้นหาและช่วยเหลือผู้ประสบภัยจากอากาศยาน และกองพันปฏิบัติการพิเศษ 3 บรรจุเจ้าหน้าที่ควบคุมการรบ หรือ CCT เพื่อควบคุมการโจมตีทางอากาศในพื้นที่การรบ และสนับสนุนการปฏิบัติการลำเลียงทางอากาศยุทธวิธี

ส่วนสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ได้ดำเนินการพัฒนาขีดความสามารถในหัวข้อเรื่อง “การปฏิบัติการพิเศษร่วมของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ” โดยมี หน่วยปฏิบัติการพิเศษของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เช่น หน่วยคอมมานโด (Commando) หน่วยหนุมาน กองกำกับการต่อต้านการก่อการร้าย อรินทราช 26 ฯลฯ ทำหน้าที่หลักในการเป็นชุดจู่โจม ปิดล้อมตรวจค้น และการปฏิบัติการพิเศษร่วมในเหตุการณ์สำคัญต่างๆ โดยเฉพาะตำรวจพลร่มชุดกู้ภัย จากกองบัญชาการตำรวจตระเวนชายแดน ได้ร่วมกับหน่วยกู้ภัยจากทุกภาคส่วน ทั้งเจ้าหน้าที่ของหน่วยราชการและอาสาสมัคร เดินหน้าปฏิบัติการค้นหาและช่วยเหลือผู้ประสบเหตุอาคาร สตง.ถล่มด้วย

– 006

รบ.โวสงกรานต์ เงินสะพัดแสนล.

รบ.โวสงกรานต์  เงินสะพัดแสนล.

รบ.โวสงกรานต์ เงินสะพัดแสนล.

วันเสาร์ ที่ 19 เมษายน พ.ศ. 2568, 06.00 น.

รบ.โวสงกรานต์ เงินสะพัดแสนล. เศรษฐกิจไทยฟื้น ขึ้นอันดับ2อาเซียน

รัฐบาลโวแหลก เทศกาลสงกรานต์ ดึงดูดนักท่องเที่ยวทั่วโลก “กรุงเทพฯ” ครองแชมป์จุดหมายปลายทางยอดนิยม เงินสะพัดประมาณ 1 แสนล้านบาท เศรษฐกิจไทยฟื้นตัวแข็งแกร่ง ขึ้นแท่นอันดับ 2 อาเซียน

เมื่อวันที่ 18 เมษายน 2568 นางสาวศศิกานต์ วัฒนะจันทร์ รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า เทศกาลสงกรานต์ปี 2568 ที่ผ่านมา ได้รับความสนใจจากนักท่องเที่ยวทั่วโลก ส่งผลให้การท่องเที่ยวของประเทศไทยกลับมาคึกคักอย่างเห็นได้ชัด ข้อมูลจากสายการบิน การจองที่พัก และการเดินทางของศิลปินชื่อดังที่มาพักผ่อนในประเทศไทย สะท้อนถึงการฟื้นตัวของอุตสาหกรรมท่องเที่ยวไทยอย่างเป็นรูปธรรม โดยมีเงินสะพัดไม่ต่ำกว่า 3.5 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือประมาณ 100,000 ล้านบาท ส่งผลให้ประเทศไทยกลับมาครองอันดับ 2 ของเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ในด้านเศรษฐกิจ คาดว่ารายได้จากการท่องเที่ยวจะเติบโตถึง 4% ตลอดทั้งปี

เทศกาลสงกรานต์ในปีนี้ ถือเป็นสัญญาณบวกที่สำคัญ โดยมีนักท่องเที่ยวต่างชาติเดินทางเข้าร่วมงานอย่างคึกคัก หลังจากผ่านพ้นข้อจำกัดจากสถานการณ์โควิด-19 ในไตรมาสแรกของปีนี้ มีนักท่องเที่ยวต่างชาติเข้ามากกว่า 6.15 ล้านคน และคาดว่าจะมีนักท่องเที่ยวรวมทั้งปีไม่ต่ำกว่า 30 ล้านคน โดยคาดว่าการใช้จ่ายของนักท่องเที่ยวตลอดปีจะสูงถึง 4.4 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือประมาณ 1.5 ล้านล้านบาท ซึ่งจะเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญในการฟื้นฟูเศรษฐกิจไทยให้กลับมาแข็งแกร่ง

ข้อมูลจากเว็บไซต์ Airbnb ระบุว่า การค้นหาที่พักในช่วงเทศกาลสงกรานต์เพิ่มขึ้นกว่า 310% โดยกรุงเทพฯ เป็นจุดหมายปลายทางยอดนิยมอันดับหนึ่งของนักท่องเที่ยวต่างชาติ ตามด้วยพัทยา เชียงใหม่ กระบี่ และภูเก็ต สำหรับนักท่องเที่ยวชาวไทย พัทยาเป็นจุดหมายปลายทางอันดับหนึ่งในการค้นหาที่พักบน Airbnb นอกจากนี้ Airbnb ยังได้เพิ่มการเข้าพักระยะยาวในประเทศไทยผ่านแคมเปญ “Live and Work Anywhere” เพื่อดึงดูดนักท่องเที่ยวมากขึ้น

“รัฐบาลพร้อมสนับสนุนและยกระดับการจัดงานสงกรานต์ให้ยิ่งใหญ่ในปีต่อไป เพื่อเสริมศักยภาพไทยในฐานะจุดหมายปลายทางยอดนิยมของนักท่องเที่ยว พร้อมผลักดันอัตลักษณ์ไทยผ่านหลากหลายแขนงวัฒนธรรม โดยเชื่อมั่นว่าแนวทางการขับเคลื่อนซอฟต์พาวเวอร์ไทย ไม่เพียงส่งเสริมวัฒนธรรมไทย แต่ยังเป็นกุญแจสำคัญในการสร้างรายได้ กระตุ้นเศรษฐกิจ และผลักดันประเทศไทยสู่การเป็นศูนย์กลางวัฒนธรรมระดับเอเชียในอนาคต” นางสาวศศิกานต์ ระบุ.

นายอนุกูล พฤกษานุศักดิ์ รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า การจัดงาน Maha Songkran World Water Festival 2025 นับเป็นความสำเร็จที่สร้างกระแสตอบรับอย่างล้นหลามจากทั้งนักท่องเที่ยวชาวไทยและชาวต่างชาติ ซึ่งเดินทางเข้ามาท่องเที่ยวยังประเทศไทย เป็นจำนวนมาก ความสำเร็จของการจัดงาน “มหกรรมสงกรานต์ระดับโลก” ซึ่งจัดขึ้น ณ ท้องสนามหลวง กรุงเทพมหานคร ระหว่างวันที่ 11-15 เมษายน 2568 ที่ผ่านมา มีผู้เข้าร่วมงานรวม 1,106,999 คน แสดงให้เห็นถึงความสนใจและกระแสตอบรับอย่างล้นหลามจากทั้งชาวไทยและนักท่องเที่ยวต่างชาติ จากจำนวนผู้ร่วมงานทั้งหมด พบว่าเป็นชาวไทยจำนวน 999,810 คน และนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติอีก 107,189 คน ซึ่งถือเป็นตัวเลขที่สะท้อนถึงการดึงดูดความสนใจจากทั่วทุกมุมโลกได้อย่างยอดเยี่ยม

“งาน Maha Songkran World Water Festival 2025 ถือเป็นต้นแบบของการจัดอีเวนต์ระดับโลกที่สามารถผสานอัตลักษณ์วัฒนธรรมไทยเข้ากับการส่งเสริมเศรษฐกิจและภาพลักษณ์ของประเทศได้อย่างลงตัว และยังเป็นจุดเริ่มต้นของโอกาสใหม่ ๆ ในการยกระดับอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวไทยให้ก้าวสู่เวทีโลกได้อย่างมั่นคงและยั่งยืนในระยะยาว” นายอนุกูล กล่าว

อธิบดีกรมฝนหลวงฯ ร่วมฝึกซ้อมริ้วขบวนอิสริยยศ ครั้งที่ 2 ในพระราชพิธีพืชมงคล ประจำปี 2568

อธิบดีกรมฝนหลวงฯ ร่วมฝึกซ้อมริ้วขบวนอิสริยยศ ครั้งที่ 2 ในพระราชพิธีพืชมงคล ประจำปี 2568

อธิบดีกรมฝนหลวงฯ ร่วมฝึกซ้อมริ้วขบวนอิสริยยศ ครั้งที่ 2 ในพระราชพิธีพืชมงคล ประจำปี 2568

วันศุกร์ ที่ 18 เมษายน พ.ศ. 2568, 20.29 น.

อธิบดีกรมฝนหลวงฯร่วมฝึกซ้อมริ้วขบวนอิสริยยศ ครั้งที่ 2 ในพระราชพิธีพืชมงคลจรดพระนังคัลแรกนาขวัญ ประจำปี 2568

18 เมษายน 2568 เมื่อเวลา 16.00 น. นายราเชน ศิลปะรายะ อธิบดีกรมฝนหลวงและการบินเกษตร พร้อมด้วยนายไพจิตร เค้ากล้า รองอธิบดีกรมฝนหลวงและการบินเกษตร ด้านวิชาการ เข้าร่วมฝึกซ้อมริ้วขบวนอิสริยยศ ครั้งที่ 2 ในพระราชพิธีพืชมงคลจรดพระนังคัลแรกนาขวัญ ประจำปี 2568 โดยมีนายประยูร อินสกุล ปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ผู้ทำหน้าที่พระยาแรกนา พร้อมด้วยเทพีคู่หาบทอง – หาบเงิน ผู้เชิญเครื่องอิสริยยศ และคู่เคียงพระยาแรกนา ร่วมฝึกซ้อมริ้วขบวนฯ ณ กรมชลประทาน สามเสน ซึ่งเป็นการเตรียมความพร้อมก่อนการปฏิบัติหน้าที่ในพระราชพิธีพืชมงคลจรดพระนังคัลแรกนาขวัญ ประจำปี 2568 ที่จะจัดขึ้นในวันที่ 9 พฤษภาคม 2568 ณ มณฑลพิธีท้องสนามหลวง

009

บุคคลในข่าว 18 เมษายน 2568

บุคคลในข่าว 18 เมษายน 2568

18 เม.ย. 2568 04:50 น.

บุคคลในข่าว 18 เมษายน 2568

ทำให้เห็นผลจริง ดีกว่าโอ้อวดด้วยคำพูด

หนังสือพิมพ์ ไทยรัฐ ยักษ์ใหญ่สารพัดสีจำหน่ายมากที่สุดของประเทศ ฉบับประจำวันศุกร์ที่ 18 เมษายน 2568

สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จฯไปทอดพระเนตรการดำเนินงาน การเรียนการสอนของวิทยาลัยวิจิตรศิลป์ส่วนกลาง ณ กรุงปักกิ่ง สาธารณรัฐประชาชนจีน เมื่อวันก่อน.
สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จฯไปทอดพระเนตรการดำเนินงาน การเรียนการสอนของวิทยาลัยวิจิตรศิลป์ส่วนกลาง ณ กรุงปักกิ่ง สาธารณรัฐประชาชนจีน เมื่อวันก่อน.

“ธนูเทพ” ประจำการรับใช้ท่านผู้อ่าน…ห้วงเวลาแห่งความสุขฉลอง เทศกาลสงกรานต์ ทั่วไทย ผ่านไปพร้อมๆกับการสิ้นสุดของช่วงวันหยุดยาว พี่น้องประชาชนส่วนใหญ่ ต่างก็ต้องกลับเข้าสู่ที่ตั้ง ใช้ชีวิตประจำวัน เพื่อ ประกอบอาชีพ ทำมาหากินเลี้ยงปากเลี้ยงท้อง ดิ้นรนต่อสู้เผชิญกับอุปสรรคต่างๆกันต่อไปตามปกติ ในภาวะที่ เศรษฐกิจของประเทศฝืดเคือง ต่อเนื่องกันมาหลายปี แถม เศรษฐกิจโลก กำลังผันผวนอย่างหนักจาก สงครามการค้า มาตรการกำแพงภาษีของ สหรัฐอเมริกา ที่ใช้เป็นเครื่องมือกดดัน ประเทศคู่ค้า ที่ได้เปรียบดุลการค้าสหรัฐฯ

ปี๋ใหม่เมือง นิรัตน์ พงษ์สิทธิถาวร ผวจ.เชียงใหม่ เปิดงาน “ป๋าเวณีปี๋ใหม่เมืองเจียงใหม่ประจำปี 2568” เทศกาลงานสงกรานต์เชียงใหม่ โดยมี ณิชรัตน์ ชำนาญกิจ, ศิริชัยคำลม และ นิรชา บุญจิตธรรม มาร่วมงานด้วย ที่ประตูท่าแพ จังหวัดเชียงใหม่ วันก่อน.
ปี๋ใหม่เมือง นิรัตน์ พงษ์สิทธิถาวร ผวจ.เชียงใหม่ เปิดงาน “ป๋าเวณีปี๋ใหม่เมืองเจียงใหม่ประจำปี 2568” เทศกาลงานสงกรานต์เชียงใหม่ โดยมี ณิชรัตน์ ชำนาญกิจ, ศิริชัยคำลม และ นิรชา บุญจิตธรรม มาร่วมงานด้วย ที่ประตูท่าแพ จังหวัดเชียงใหม่ วันก่อน.

อย่างไรก็ตาม ในห้วง เทศกาลสงกรานต์ ก็ยังพอมีข่าวดีสอดแทรกอยู่ โดย สรวงศ์ เทียนทอง รมว.การท่องเที่ยวและกีฬา ออกมาระบุถึงภาพรวม การท่องเที่ยวเทศกาลสงกรานต์ ในช่วงสามวันแรกของช่วงสงกรานต์ว่า จำนวนนักท่องเที่ยว เกินกว่าที่ตั้งเป้าไว้ โดยพื้นที่ กรุงเทพมหานคร กิจกรรมที่ ท้องสนามหลวง มีผู้เข้าร่วมงานกว่า 5.5 แสนคน ถนนสีลม 1.7 แสนคน ถนนข้าวสาร 1.97 แสนคน ที่ จ.เชียงใหม่ งานป๋าเวณี ปี๋ใหม่เมือง มีผู้เข้าร่วมงาน 1.32 แสนคน เพิ่มขึ้น 36% จากปีก่อน จ.ขอนแก่น เฉพาะวันแรก มีคนเข้าร่วมงาน 5 หมื่นคน ที่ จ.หนองคาย มีผู้เข้าร่วมงานกว่า 4.2 หมื่นคน ที่หาดใหญ่ จ.สงขลา มี นักท่องเที่ยวชาวมาเลเซีย มาร่วมงานแล้วกว่า 3 หมื่นคน สร้างตัวเลขการใช้จ่ายเป็นจำนวนมาก ถือว่าการจัดงานปีนี้ประสบความสำเร็จเป็นอย่างยิ่ง และเทศกาลสงกรานต์ไม่ได้มีแค่ 3 วัน ยังมี วันไหล ในจังหวัดทางภาคตะวันออกอีกหลายพื้นที่ ที่นักท่องเที่ยวจะได้ใช้เวลากับเทศกาลดีๆของไทย มั่นใจว่าเมื่อจบ เดือน เม.ย. แล้ว ตัวเลขการใช้จ่ายจะสูงกว่าที่คาดการณ์ไว้ มั่นใจว่า การท่องเที่ยว จะเป็นเครื่องจักรสำคัญ กระตุ้นเศรษฐกิจของประเทศ

การปรับตัว ดร.อัศวิน อิงคะกุล ให้การต้อนรับ ดร.วิจารย์ สิมาฉายา ผอ.สถาบันสิ่งแวดล้อมไทย ในโอกาสจัดประชุมการพัฒนาแนวคิดการปรับตัวต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศสำหรับประเทศไทย โดยมี ลักษมีกานต์ อิงคะกุล มาร่วมต้อนรับด้วย ที่โรงแรมอัศวิน แกรนด์ วันก่อน.
การปรับตัว ดร.อัศวิน อิงคะกุล ให้การต้อนรับ ดร.วิจารย์ สิมาฉายา ผอ.สถาบันสิ่งแวดล้อมไทย ในโอกาสจัดประชุมการพัฒนาแนวคิดการปรับตัวต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศสำหรับประเทศไทย โดยมี ลักษมีกานต์ อิงคะกุล มาร่วมต้อนรับด้วย ที่โรงแรมอัศวิน แกรนด์ วันก่อน.

รมต.สรวงศ์ ยังสำทับด้วยว่าจากการที่หลายฝ่ายกังวลว่าตัวเลข นักท่องเที่ยวจีน ลดลงไปนั้น จากข้อมูลขณะนี้ มี นักท่องเที่ยวจากทวีปยุโรป เข้ามาเพิ่ม เช่นจาก ประเทศรัสเซีย ซึ่งเป็นกลุ่มที่เข้ามาแล้ว มีรายจ่ายต่อหัวสูงกว่าเดิม ตรงนี้คือสิ่งที่เราต้องการ แม้ จำนวนนักท่องเที่ยว เป็นเรื่องสำคัญ แต่สิ่งที่สำคัญกว่าคือ ยอดการใช้จ่ายในประเทศไทย มั่นใจว่าการท่องเที่ยวไทยจะเป็นกลไกสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจประเทศ…ส่วนการเรียก ความเชื่อมั่น ของ นักท่องเที่ยว หลังเหตุการณ์ แผ่นดินไหว ทาง กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ได้ส่งสารไปยังทุกประเทศแล้วว่า โรงแรม ใน ประเทศไทย ทุกแห่ง ถูกกฎหมาย มีการตรวจสภาพอาคารอย่างครบถ้วน ทำให้นักท่องเที่ยวมั่นใจได้ว่าหากมาท่องเที่ยวใน ประเทศไทย ปลอดภัยแน่นอน…งานนี้ก็ได้แต่หวังว่า การท่องเที่ยวไทย ที่เปรียบเสมือนเครื่องยนต์หลักตัวสำคัญในยามนี้จะจุดติดเดินเครื่องได้อย่างเต็มที่เต็มกำลัง เพื่อ ช่วยดึงดูดรายได้เข้าประเทศ ในขณะที่ เครื่องยนต์ด้านการส่งออก กำลังตกอยู่ในสภาพ เครื่องรวนอย่างหนัก จาก มาตรการภาษีสหรัฐฯ

จัดทำแผน วิจิตต์ แก้วไทรเทียม ผอ.ท่าอากาศยานดอนเมือง เปิดโครงการสัมมนาเพื่อพัฒนาเทคนิคการจัดทำแผนปฏิบัติตามเป้าหมายของแผนวิสาหกิจ โดยมี ลักษมีกานต์ อิงคะกุล, เทอดศักดิ์ ปวิธพาณิชย์ และ กัญจน์ เซี่ยงหยอง ให้การต้อนรับ ที่โรงแรมอัศวิน แกรนด์ วันก่อน.
จัดทำแผน วิจิตต์ แก้วไทรเทียม ผอ.ท่าอากาศยานดอนเมือง เปิดโครงการสัมมนาเพื่อพัฒนาเทคนิคการจัดทำแผนปฏิบัติตามเป้าหมายของแผนวิสาหกิจ โดยมี ลักษมีกานต์ อิงคะกุล, เทอดศักดิ์ ปวิธพาณิชย์ และ กัญจน์ เซี่ยงหยอง ให้การต้อนรับ ที่โรงแรมอัศวิน แกรนด์ วันก่อน.

อืม…ขณะเดียวกัน จิรายุ ห่วงทรัพย์ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ออกมาระบุถึงความคืบหน้าในการทำงานของ คณะกรรมการติดตามมาตรการภาษีสหรัฐอเมริกา ที่มี พิชัย ชุณหวชิร รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.คลัง เป็นประธาน ว่าในช่วงที่ผ่านมาได้มีการหารือทั้งในส่วน กระทรวงต่างๆ ที่เกี่ยวข้องและ ภาคเอกชน อาทิ สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย สภาหอการค้าไทย และ ผู้บริหารระดับสูงของบริษัท ผู้ส่งออกและนำเข้าด้านการเกษตรและอุตสาหกรรม โดยหลังจาก คณะกรรมการฯ สรุปผลข้อมูลการเจรจากับรัฐบาลสหรัฐอเมริกาแล้ว รองนายกฯพิชัย ในฐานะ หัวหน้าคณะผู้เจรจา จะเดินทางไปที่ นครซีแอตเติล สหรัฐฯ วันที่ 17 เม.ย. พบหากับนักธุรกิจในกลุ่มต่างๆและวันที่ 20 เม.ย. พิชัย นริพทะพันธุ์ รมว.พาณิชย์ จะเดินทางไปสมทบกับคณะและจะเดินทางเพื่อเตรียมเข้าพบกับ ผู้แทนของรัฐบาลสหรัฐฯ ที่กรุงวอชิงตัน ดี.ซี. คาดว่าจะเป็นวันที่ 21 เม.ย.นี้ ภายใต้ ยุทธศาสตร์การเจรจา ที่เน้นสร้างความ สมดุลทางการค้า และเสริมสร้างความเป็นหุ้นส่วนทางเศรษฐกิจอย่างยั่งยืน เชื่อว่าจะเป็นการปูทางสู่การเจรจาเชิงลึกระหว่าง ไทย–สหรัฐฯ ในระดับต่างๆต่อไป

ป้องกันได้ นพ.เสถียร ภู่ประเสริฐ จัดกิจกรรม “วันพาร์กินสันโลก 2025” เพื่อช่วยเพิ่มความรู้เกี่ยวกับภัยเงียบโรคสมองเสื่อมที่ต้องระวัง พร้อมแนะนำแนวทางการดูแลรักษาผู้ป่วย โดยมี นพ.วิทยา วันเพ็ญ และ นพ.สิทธิ เพชรรัชตะชาติ มาร่วมงานด้วย ที่โรงพยาบาลพระรามเก้า วันก่อน.
ป้องกันได้ นพ.เสถียร ภู่ประเสริฐ จัดกิจกรรม “วันพาร์กินสันโลก 2025” เพื่อช่วยเพิ่มความรู้เกี่ยวกับภัยเงียบโรคสมองเสื่อมที่ต้องระวัง พร้อมแนะนำแนวทางการดูแลรักษาผู้ป่วย โดยมี นพ.วิทยา วันเพ็ญ และ นพ.สิทธิ เพชรรัชตะชาติ มาร่วมงานด้วย ที่โรงพยาบาลพระรามเก้า วันก่อน.
ภาพดาวเทียม ดร.อัศวิน อิงคะกุล ให้การต้อนรับ ดร.ปกรณ์ อาภาพันธุ์ ผอ.สนง.พัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ ในโอกาสมาเป็นประธานพิธีลงนามความร่วมมือการสนับสนุนข้อมูลภาพถ่ายดาวเทียม เพื่อแก้ปัญหาการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ที่โรงแรมอัศวิน แกรนด์ วันก่อน.
ภาพดาวเทียม ดร.อัศวิน อิงคะกุล ให้การต้อนรับ ดร.ปกรณ์ อาภาพันธุ์ ผอ.สนง.พัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ ในโอกาสมาเป็นประธานพิธีลงนามความร่วมมือการสนับสนุนข้อมูลภาพถ่ายดาวเทียม เพื่อแก้ปัญหาการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ที่โรงแรมอัศวิน แกรนด์ วันก่อน.

ทั้งนี้ โฆษกรัฐบาล ยังระบุด้วยว่า คณะเจรจา มั่นใจว่า ประเทศไทย จะมีทางออกที่ดีที่สุดใน การค้าระหว่างประเทศ ครั้งนี้อย่างแน่นอน โดยแนวทางการดำเนินการของไทยต่อกรณี นโยบายการค้าและมาตรการด้านภาษีของสหรัฐฯ จะดำเนินการภายใต้ 5 หลักการ คือ 1.การเป็นพันธมิตรและหุ้นส่วนเศรษฐกิจ ในอุตสาหกรรมที่ไทยและสหรัฐฯ เกื้อหนุนกัน 2.การเปิดตลาดและลดภาษี ลดอุปสรรคทางการค้าตาม National Trade Estimate 2025 ของสหรัฐฯ 3.การเพิ่มการนำเข้าจากสหรัฐฯ ในสินค้าที่ไทยจำเป็นต้องใช้ โดยไทยเตรียมพิจารณานำเข้าพลังงาน เช่น ก๊าซธรรมชาติและวัตถุดิบที่ภาคอุตสาหกรรมต้องใช้แต่ผลิตไม่ได้เพียงพอ 4.การตรวจสอบเพิ่มความเข้มงวดสินค้าส่งออกไปสหรัฐฯ ป้องกันการสวมสิทธิ์จากประเทศที่สาม และ 5.การส่งเสริมการลงทุนของไทยในสหรัฐฯ ซึ่งนอกจากนำเข้าสินค้าจากสหรัฐฯแล้ว ไทยยังมีแผนผลักดันให้ ภาคเอกชนไทย ลงทุนใน อุตสาหกรรมแปรรูป ใน สหรัฐฯ โดยใช้วัตถุดิบท้องถิ่น ผลิตสินค้าส่งออกจากฐานการผลิตในอเมริกาไปยังตลาดโลก โดย แพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ได้กำชับให้ คณะเจรจาดำเนินการให้เต็มที่ เพื่อให้เกิดความเป็นธรรมทั้งสองฝ่าย…ผลการเจรจากับ สหรัฐอเมริกา ครั้งนี้ จะเป็นธรรม กับ ประเทศไทย แค่ไหน วิน–วิน จริงหรือไม่ ต้องตามลุ้นกันด้วยความระทึก จบข่าว

น่าเรียน บุญญาดา กฤติยะโชติกุล และ ผศ.ดร.อดุลย์ ศุภนัท เปิดการอบรมหลักสูตร ELM รุ่น 3เพื่อให้ความรู้ด้านการลงทุนในกลุ่มลักชัวรี โดยมี ยุพา ทวีวัฒนะกิจบวร, รศ.ดร.อาณัฐชัย รัตตกุล และ พล.ต.ท.นรวัฒน์ เจริญรัชต์ภาคย์ มาร่วมอบรมด้วย ที่เกษร เออร์เบิน รีสอร์ท วันก่อน.
น่าเรียน บุญญาดา กฤติยะโชติกุล และ ผศ.ดร.อดุลย์ ศุภนัท เปิดการอบรมหลักสูตร ELM รุ่น 3เพื่อให้ความรู้ด้านการลงทุนในกลุ่มลักชัวรี โดยมี ยุพา ทวีวัฒนะกิจบวร, รศ.ดร.อาณัฐชัย รัตตกุล และ พล.ต.ท.นรวัฒน์ เจริญรัชต์ภาคย์ มาร่วมอบรมด้วย ที่เกษร เออร์เบิน รีสอร์ท วันก่อน.
สมทบทุน สมศักดิ์ โกฎมณี จากบริษัทเอส เค ชัวร์ มอบเงินจำนวน 500,000 บาท เพื่อสมทบทุนมูลนิธิรามาธิบดี โครงการก่อสร้างอาคารโรงพยาบาลรามาธิบดีและย่านนวัตกรรมโยธี โดยมี มาลี สังวาลย์เล็ก รอง ผจก.มูลนิธิ เป็นผู้รับมอบ ที่บริษัทสุพรรณยนตรการ เทรดดิ้ง วันก่อน.
สมทบทุน สมศักดิ์ โกฎมณี จากบริษัทเอส เค ชัวร์ มอบเงินจำนวน 500,000 บาท เพื่อสมทบทุนมูลนิธิรามาธิบดี โครงการก่อสร้างอาคารโรงพยาบาลรามาธิบดีและย่านนวัตกรรมโยธี โดยมี มาลี สังวาลย์เล็ก รอง ผจก.มูลนิธิ เป็นผู้รับมอบ ที่บริษัทสุพรรณยนตรการ เทรดดิ้ง วันก่อน.

สังคมทั่วไป…สำนักงานคณะกรรมการพัฒนาระบบราชการ (ก.พ.ร.) จัดอบรมหลักสูตร “การบริหารกิจการบ้านเมืองที่ดี เพื่อการพัฒนาอย่างยั่งยืนสำหรับนักบริหารระดับสูง รุ่นที่ 10” ที่ห้องแมจิก 1 โรงแรมมิราเคิล แกรนด์ คอนเวนชั่น 18 เม.ย. 08.30 น. 

“ธนูเทพ”

คลิกอ่านคอลัมน์ “บุคคลในข่าว” เพิ่มเติม