สมาชิกราชสกุลเกษมสันต์ จัดพิธีสดับปกรณ์ บำเพ็ญพระกุศล และบังสกุล ถวายองค์บรรพบุรุษและบรรพบุรุษ

สมาชิกราชสกุลเกษมสันต์ จัดพิธีสดับปกรณ์ บำเพ็ญพระกุศล และบังสกุล ถวายองค์บรรพบุรุษและบรรพบุรุษ

สมาชิกราชสกุลเกษมสันต์ จัดพิธีสดับปกรณ์ บำเพ็ญพระกุศล และบังสกุล ถวายองค์บรรพบุรุษและบรรพบุรุษ

วันพฤหัสบดี ที่ 17 เมษายน พ.ศ. 2568, 12.01 น.

ม.ร.ว.ทิพพาวดี ดุละลัมพะ เป็นประธานในการนำสมาชิกราชสกุลเกษมสันต์ ทำพิธีสดับปกรณ์  บำเพ็ญพระกุศล และบังสกุล ถวายแด่พระญาติพระวงค์ โดยมีสมาชิกราชสกุลเกษมสันต์ อาทิ  ม.ร.ว.ยงยุพลักษณ์  เกษมสันต์ , ม.ร.ว. ดำรงค์รักษ์ เกษมสันต์ , ม.ร.ว.รัชนี พู่มนตรี , ม.ร.ว.เปรมศิริ เกษมสันต์ , ม.ล.ประกิตติ เกษมสันต์ , ม.ล.ปุญยนุช เกษมสันต์  , ม.ล.สิริโสภา เกษมสันต์ , ม.ล.ณิศรา เกษมสันต์ , คุณศุภลักข์ โกมารกุล ณ นคร , คุณกุมารี โกมารกุล ณ นคร , คุณระเด่น เกษมสันต์ ณ อยุธยา ฯลฯ เข้าร่วมงาน  ณ วัดศรีประวัติยาราม ริมคลองมหาสวัสดิ์ จ.นนทบุรี ซึ่งเป็นอีกพระอารามหนึ่ง นอกเหนือจากวัดบวรนิเวศน์ราชวรวิหาร และวัดมกุฏกษัตริยารามราชวรวิหาร ที่มีการบรรจุพระอัฐิเจ้านายในราชสกุลเกษมสันต์

โดยพิธีที่วัดศรีประวัติยาราม เริ่มในเวลา 10.00 น. มีดังต่อไปนี้ – พิธีสดับปกรณ์ ถวายสมเด็จพระมหาสมณเจ้า กรมพระยาวชิรญานวโรรส สมเด็จพระสังฆราชสกลมหาสังฆปรินายก องค์ที่ 8 แห่งกรุงรัตนโกสินทร์  ณ ลานพระเจดีย์บรรจุพระอัฐิ

สมเด็จพระมหาสณเจ้าฯ ทรงมีคุณูปการมหาศาล ต่อวงการสงฆ์และวงการศึกษาไทย กล่าวคือ…“ทรงตั้งมหามกุฏราชวิทยาลัย” ตามพระราชโองการในพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว โดยมีการเรียนทั้งภาษาไทย บาลี สันสกฤต ภาษาอังกฤษ และคณิตศาสตร์ ทรงจัดให้มีการวัดผลการเรียนด้วยการเขียนและคิดคะแนนเป็นครั้งแรก  และทรงจัดส่งพระภิกษุที่ได้อบรมไปสอนตามโรงเรียนในหัวเมืองทั่วราชอาณาจักร  อีกทั้งทรงปรับปรุงการปกครองคณะสงฆ์ขึ้นใหม่ เกิดเป็นพระราชบัญญัติลักษณะการปกครองคณะสงฆ์ รศ. 121 ขึ้นเป็นฉบับแรก เพื่อความเป็นระเบียบเรียบร้อย และเอื้ออาทรต่อการพัฒนาวงการสงฆ์และบ้านเมืองให้เจริญก้าวหน้า ต่อมาเมื่อวันที่ 28 พฤศจิกายน 2562 ทรงได้รับการยกย่องจากองค์การยูเนสโก้ ให้เป็นบุคคลสำคัญของโลก สาขาสันติภาพ

– พิธีบำเพ็ญพระกุศลถวายมหาอำมาตย์โท พระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมหลวงพรหมวรานุรักษ์  พระองค์เจ้าเกษมสันต์โสภาคย์ องค์ต้นราชสกุลเกษมสันต์ ณ  พระอุโบสถ

ทรงเป็นพระราชโอรส ในพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว และเจ้าจอมมารดาแพ โดยในปี 2421 ทรงออกหนังสือพิมพ์ดรุโณวาท เป็นรายปักษ์ เป็นครั้งแรก ซึ่งเป็นสิ่งล้ำสมัยในเวลานั้น  ว่าด้วยการรายงานข่าวทั่วไป นิทานการเมือง  บทความแปลจากต่างประเทศ ฯลฯ  

ทรงรับราชการในกระทรวงยุติธรรมในตำแหน่งผู้ช่วยปลัดทูลฉลอง และอธิบดีศาลอุทธรณ์กรุงเทพ และรักษาการแทนเสนาบดีกระทรวงยุติธรรม และทรงได้นับการเชิญให้เป็นเนติบัณฑิตกิตติมศักดิ์ในปีแรกที่มีการตั้งสภาขึ้น

นอกจากนี้ยังทรงเข้าเป็นสมาชิกกองเสือป่าตามพระราชนิยมในสมัยรัชกาลที่ 6 จนได้พระราชทานยศเป็นมหาอำมาตย์โท

และในปี 2459 ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ สถาปนาเป็นเจ้าต่างกรมผู้ใหญ่ ทรงพระนามว่า กรมหลวงพรหมวรานุรักษ์” ด้วยทรงยกย่องในคุณความดีที่ทรงรับราชการมาด้วยพระปรีชาสามารถ เป็นที่วางพระราชหฤทัย

-พิธีบังสกุล คุณท้าวทรงกันดาล (ศรี) มารดาเจ้าจอมมารดาแพ ในรัชกาลที่ 4 และขรัวยายสมเด็จพระมหาสมณเจ้าฯ และองค์ต้นราชสกุลเกษมสันต์  ณ ศาลาการเปรียญ

ท้าวทรงกันดาล คือตำแหน่งคุณท้าวว่าการพระคลังฝ่ายใน ควบคุมการเบิกจ่ายต่างๆทั้งเรื่องการเงิน และสิ่งของเครื่องใช้ต่างๆ เมื่อครั้งคุณท้าวได้มาดูการขุดคลองมหาสวัสดิ์ และได้พบวัดช่องลม จึงได้บูรณะปฏิสังขรณ์ และได้ขอพระราชทานนามใหม่ว่าวัดศรีประวัติยาราม

-(016)

Donation HUB สภากาชาดไทย เปิดฟลอร์รอบการกุศล ‘Rhythm Dance by The BYD Ballroom Dance’ ครั้งแรกในไทย

Donation HUB สภากาชาดไทย เปิดฟลอร์รอบการกุศล ‘Rhythm Dance by The BYD Ballroom Dance’ ครั้งแรกในไทย

Donation HUB สภากาชาดไทย เปิดฟลอร์รอบการกุศล ‘Rhythm Dance by The BYD Ballroom Dance’ ครั้งแรกในไทย

วันพฤหัสบดี ที่ 17 เมษายน พ.ศ. 2568, 11.58 น.

เนื่องในโอกาสที่สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี อุปนายิกาผู้อำนวยการสภากาชาดไทย ทรงเจริญพระชนมายุ 70 พรรษา ในวันที่ 2 เมษายน 2568 Donation HUB สภากาชาดไทย ร่วมกับ มูลนิธิศาสนจักรของพระเยซูคริสต์แห่งวิสุทธิชนยุคสุดท้าย และ มูลนิธิเซ็นต์โยเซฟ ผนึกกำลังเพื่อจัดการแสดงเต้นบอลรูมแดนซ์การกุศล Rhythm Dance by The BYU Ballroom Dance Company แห่งมหาวิทยาลัย Brigham Young เมือง Prove  รัฐ Utah ประเทศสหรัฐอเมริกา ซึ่งจัดขึ้นในประเทศไทยเป็นรอบพิเศษ ในวันอังคารที่ 29 เมษายน 2568 เวลา 18.00 น. ณ หอประชุมใหญ่ ศูนย์วัฒนธรรมแห่งประเทศไทย เพียงรอบเดียวเท่านั้น 

เปิดจำหน่ายบัตรชมการแสดงให้กับประชาชนผู้ชื่นชอบในการเต้น Ballroom Dance ในราคา 5,000 และ 10,000 บาท  เงินรายได้โดยเสด็จพระราชกุศลบำรุงสภากาชาดไทย สมทบทุนโครงการพัฒนาศูนย์มะเร็ง แบบบูรณาการ โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ สภากาชาดไทย ผู้สนใจสามารถจองบัตรชมการแสดงรอบพิเศษได้ที่ สำนักงานจัดหารายได้ สภากาชาดไทย คุณกมลวรรณ  080 234 4541 และ พลอยพญา  062 431 5564 หรือที่ E-mail : FR-Event@redcross.or.th 

040

กรุงเทพประกันภัย ทำบุญครบรอบ 78 ปี พร้อมรดน้ำดำหัวขอพรจากผู้บริหาร เพื่อสืบสานประเพณีไทย

กรุงเทพประกันภัย ทำบุญครบรอบ 78 ปี พร้อมรดน้ำดำหัวขอพรจากผู้บริหาร เพื่อสืบสานประเพณีไทย

กรุงเทพประกันภัย ทำบุญครบรอบ 78 ปี พร้อมรดน้ำดำหัวขอพรจากผู้บริหาร เพื่อสืบสานประเพณีไทย

วันพฤหัสบดี ที่ 17 เมษายน พ.ศ. 2568, 10.56 น.

บริษัท กรุงเทพประกันภัย จำกัด (มหาชน) จัดพิธีทำบุญบริษัทฯ เนื่องในโอกาสดำเนินกิจการครบรอบ 78 ปี  นำโดย ชัย โสภณพนิช ประธานกรรมการ ดร.อภิสิทธิ์ อนันตนาถรัตน กรรมการและประธานคณะผู้บริ หาร ชวาล โสภณพนิช ประธานคณะผู้บริหารฝ่ายปฏิบัติการ พร้อมด้วยคณะผู้บริหารและพนักงาน ร่วมกันทำบุญตักบาตรแด่พระสงฆ์จำนวน 29 รูป จากนั้นได้ถวายภัตตาหารและจตุปัจจัยไทยธรรมแด่พระสงฆ์ จำนวน 9 รูป พร้อมไหว้ศาลพระพรหมและองค์ครุฑที่ประดิษฐาน ณ สำนักงาน เพื่อความเป็นสิริมงคล นอกจากนี้ ยังได้จัดพิธีรดน้ำดำหัวขอพรจากผู้บริหาร พร้อมร่วมกันแต่งกายชุดไทยเพื่อร่วมสืบสานประเพณีสงกรานต์ของไทยในช่วงเทศกาลสงกรานต์ ณ อาคารกรุงเทพประกันภัย สำนักงานใหญ่ ถ.สาทรใต้ 

040

ลาลามูฟ เปิดตัวแคมเปญเพื่อสังคม ชวนส่งต่อน้ำใจสู่ผู้สูงอายุ ‘ElderCare on the MOVE มูฟน้ำใจ สู่ผู้สูงวัยกับลาลามูฟ’

ลาลามูฟ เปิดตัวแคมเปญเพื่อสังคม ชวนส่งต่อน้ำใจสู่ผู้สูงอายุ  ‘ElderCare on the MOVE มูฟน้ำใจ สู่ผู้สูงวัยกับลาลามูฟ’

ลาลามูฟ เปิดตัวแคมเปญเพื่อสังคม ชวนส่งต่อน้ำใจสู่ผู้สูงอายุ ‘ElderCare on the MOVE มูฟน้ำใจ สู่ผู้สูงวัยกับลาลามูฟ’

วันพฤหัสบดี ที่ 17 เมษายน พ.ศ. 2568, 06.00 น.

ลาลามูฟ แพลตฟอร์มให้บริการขนส่งแบบออนดีมานด์ชั้นนำ ประกาศเปิดตัวแคมเปญเพื่อสังคม “ElderCare on the MOVE มูฟน้ำใจ สู่ผู้สูงวัยกับลาลามูฟ” สำหรับแคมเปญในประเทศไทย มุ่งเน้นการส่งมอบความช่วยเหลือและสร้างความสุขให้กับผู้สูงอายุที่ต้องการความดูแลในกรุงเทพมหานคร

ภายใต้แคมเปญนี้ ลาลามูฟได้ร่วมมือกับ ร้านยากรุงเทพ พันธมิตรลูกค้าองค์กร ในการจัดเตรียมเวชภัณฑ์และสิ่งของจำเป็นต่างๆ อาทิ ยารักษาโรคพื้นฐาน รถเข็นผู้ป่วย และที่นอนป้องกันแผลกดทับ เพื่อนำไปมอบให้กับผู้สูงอายุที่ขาดแคลนภายใต้การดูแลของ มูลนิธิสายธารสุขใจ พร้อมมอบคูปองส่วนลดพิเศษในการจัดส่งให้กับบุคคลทั่วไปที่ต้องการร่วมบริจาคสิ่งของผ่านลาลามูฟ นอกจากนี้ แคมเปญ “ElderCare on the MOVE มูฟน้ำใจ สู่ผู้สูงวัยกับลาลามูฟ” ยังได้รับการสนับสนุนอย่างดียิ่งจากพาร์ทเนอร์คนขับของลาลามูฟ ที่พร้อมร่วมแรงร่วมใจในการจัดส่งสิ่งของและของขวัญด้วยความเต็มใจ

ขณะที่สังคมไทยกำลังก้าวเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุอย่างสมบูรณ์ และต้องเผชิญกับภาวะเศรษฐกิจที่ชะลอตัว ผู้สูงอายุจำนวนมากยังคงประสบปัญหาด้านรายได้ ไม่สามารถเข้าถึงอาหารและของใช้จำเป็นได้อย่างเพียงพอ มูลนิธิสายธารสุขใจ จึงมีบทบาทสำคัญในการช่วยเหลือกลุ่มคนเหล่านี้ โดยการแจกจ่ายอาหาร ผ้าอ้อมผู้ใหญ่ ยาพื้นฐาน และอุปกรณ์ทางการแพทย์ที่จำเป็นให้แก่ผู้สูงอายุที่ขาดแคลน เพื่อบรรเทาความลำบาก ส่งมอบรอยยิ้ม และสร้างกำลังใจให้พวกเขาสามารถดำรงชีวิตได้อย่างมีความสุข

ขณะที่สังคมไทยกำลังก้าวเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุอย่างสมบูรณ์ และต้องเผชิญกับภาวะเศรษฐกิจที่ชะลอตัว ผู้สูงอายุจำนวนมากยังคงประสบปัญหาด้านรายได้ ไม่สามารถเข้าถึงอาหารและของใช้จำเป็นได้อย่างเพียงพอ มูลนิธิสายธารสุขใจจึงมีบทบาทสำคัญในการช่วยเหลือกลุ่มคนเหล่านี้ โดยการแจกจ่ายอาหาร ผ้าอ้อมผู้ใหญ่ ยาพื้นฐาน และอุปกรณ์ทางการแพทย์ที่จำเป็นให้แก่ผู้สูงอายุที่ขาดแคลน เพื่อบรรเทาความลำบาก ส่งมอบรอยยิ้ม และสร้างกำลังใจให้พวกเขาสามารถดำรงชีวิตได้อย่างมีความสุข

นายเบน ลิน กรรมการผู้จัดการ ลาลามูฟ ประเทศไทย กล่าวว่า “ประเทศไทยมีประชากรผู้สูงอายุจำนวนมากที่ยังเข้าไม่ถึงโอกาสและสภาพความเป็นอยู่ที่เหมาะสม ลาลามูฟ ตระหนักถึงความสำคัญในการดูแลและยกระดับคุณภาพชีวิตของผู้สูงอายุที่ยังขาดแคลน และพร้อมเป็นสะพานเชื่อมในการส่งต่อความห่วงใยและรอยยิ้มไปยังพวกเขา แคมเปญ ElderCare on the MOVE มูฟน้ำใจ สู่ผู้สูงวัยกับลาลามูฟ นี้ได้นำจุดแข็งด้านการขนส่งของเรามาใช้ในการจัดส่งความช่วยเหลือที่จำเป็นให้ถึงมือผู้สูงอายุได้อย่างสะดวกและมีประสิทธิภาพ เราหวังว่าจะช่วยยกระดับคุณภาพชีวิตของพวกเขา พร้อมสร้างสังคมแห่งน้ำใจและการดูแลซึ่งกันและกัน”

นายจตุรงค์ ศรียุยงค์ Digital Health Service Manager บริษัท กรุงเทพดรักสโตร์ จำกัด กล่าวว่า “ความห่วงใยและสุขภาพที่ดีของผู้สูงอายุ คือสิ่งที่ร้านยากรุงเทพให้ความสำคัญเสมอ ด้วยความเชี่ยวชาญด้านสุขภาพของเรา จึงหวังเป็นอย่างยิ่งว่า เวชภัณฑ์และสิ่งของจำเป็นที่เราจัดเตรียมจะเป็นประโยชน์และช่วยบรรเทาความยากลำบากของผู้สูงอายุได้ ขอขอบคุณลาลามูฟที่เป็นสะพานเชื่อมให้ความช่วยเหลือของเราสามารถส่งถึงมือผู้สูงอายุได้อย่างมีประสิทธิภาพและหวังว่าความร่วมมือในครั้งนี้จะเป็นแรงผลักดันให้เกิดสิ่งดีๆ ต่อไปในสังคม”

นายสุรเดช เจตกรุณา ประธานมูลนิธิสายธารสุขใจ กล่าวเพิ่มเติมว่า “มูลนิธิฯ ขอขอบคุณลาลามูฟ และร้านยากรุงเทพเป็นอย่างยิ่งสำหรับการริเริ่มโครงการที่มีคุณค่าเช่นนี้ บริการขนส่งที่รวดเร็วและเชื่อถือได้ของลาลามูฟ จะช่วยให้เราสามารถส่งมอบความห่วงใยและสิ่งของจำเป็นไปยังผู้สูงอายุได้อย่างมีประสิทธิภาพ และสร้างความเปลี่ยนแปลงที่ดีให้กับชีวิตของพวกเขา”

ร่วมเป็นส่วนหนึ่งของการส่งต่อน้ำใจได้ง่ายๆ ดังนี้ บริจาคคะแนนสะสม LalaPoints: ผู้ใช้ลาลามูฟสามารถร่วมสนับสนุนมูลนิธิสายธารสุขใจได้ง่ายๆ ผ่านโปรแกรม Lalamove Rewards โดยบริจาคคะแนนสะสม 8,000 LalaPoints เพื่อร่วมสมทบทุน 40 บาท หรือ 4,000 LalaPoints เทียบเท่า 20 บาท เพียงเข้าไปที่เมนู Lalamove Rewards ในแอปพลิเคชันและเลือกตัวเลือกการบริจาค

รับส่วนลดค่าจัดส่งเมื่อบริจาคสิ่งของ: สำหรับผู้ที่ต้องการบริจาคสิ่งของจำเป็นโดยตรงให้กับมูลนิธิสายธารสุขใจ สามารถใช้บริการจัดส่งของลาลามูฟ พร้อมรับ ส่วนลดค่าจัดส่งสูงสุดถึง 50% เพียงใส่รหัสโปรโมชั่น “LALACARE”

แคมเปญ “ElderCare on the MOVE มูฟน้ำใจ สู่ผู้สูงวัยกับลาลามูฟ” จะดำเนินไปตั้งแต่วันนี้ ถึง 30 มิถุนายน 2568 เพื่อเปิดโอกาสให้ทุกคนได้ร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการส่งต่อกำลังใจและความช่วยเหลือไปยังผู้สูงอายุได้ง่ายยิ่งขึ้น

ติดตามข่าวสารจาก ลาลามูฟ ได้ที่เว็บไซต์ : https://www.lalamove.com/th-th/  Facebook : Lalamove

สมาคมการพูดภาษาอังกฤษ (ประเทศไทย) และ ศธ. จัดแข่งขันกล่าวสุนทรพจน์ภาษาอังกฤษ ปี’68

สมาคมการพูดภาษาอังกฤษ (ประเทศไทย) และ ศธ. จัดแข่งขันกล่าวสุนทรพจน์ภาษาอังกฤษ ปี’68

สมาคมการพูดภาษาอังกฤษ (ประเทศไทย) และ ศธ. จัดแข่งขันกล่าวสุนทรพจน์ภาษาอังกฤษ ปี’68

วันพฤหัสบดี ที่ 17 เมษายน พ.ศ. 2568, 06.00 น.

สมาคมการพูดภาษาอังกฤษ (ประเทศไทย) The English-Speaking Union Association (Thailand) หรือ ESU Thailand โดย ดร.ลาลีวรรณ กาญจนจารี ประธานสมาคมฯ ร่วมกับ กระทรวงศึกษาธิการ(ศธ.) จัดการแข่งขันกล่าวสุนทรพจน์ภาษาอัง กฤษต่อหน้าสาธารณชนระดับชาติ ประจาปี 2568 ขึ้นเพื่อเป็นการส่งเสริมการใช้ภาษาอังกฤษในการสื่อสารและส่งเสริมการพูดต่อหน้าสาธารณชน โดยจัดแข่งขันคัดเลือกเยาวชนไทยอายุระหว่าง 16-20 ปี ที่กำลังศึกษาอยู่ในระดับมัธยมปลายและอุดมศึกษาทั่วประเทศ เพื่อคัดเลือกตัวแทนประเทศไทยเข้าร่วมแข่งขันระดับนานาชาติกับเยาวชนกว่า 50 ประเทศทั่วโลกในเดือนพฤษภาคม 2568 ที่กรุงลอนดอน สหราชอาณาจักร

สิริพงศ์  อังคสกุลเกียรติ ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวงศึกษาธิการ มอบรางวัลและร่วมแสดงความยินดีกับผู้ชนะเลิศ รองชนะเลิศลำดับที่ 1 และรองชนะเลิศลำดับที่ 2 พร้อมทั้ง ดร.ลาลีวรรณ กาญจนจารี ประธานสมาคมการพูดภาษาอังกฤษ (ประเทศไทย) และ ดร.ฉวิวรรณ ปูรานิธี นายกสมาคมการพูดภาษาอังกฤษ (ประเทศไทย)

​สิริพงศ์  อังคสกุลเกียรติ ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวงศึกษาธิการ พร้อมด้วยคณะกรรมการสมาคมการพูดภาษาอังกฤษ (ประเทศไทย)  ถ่ายภาพร่วมเป็นเกียรติกับผู้ได้รับรางวัลการแข่งขันกล่าวสุนทรพจน์ภาษาอังกฤษ ประจำปี 2568รอบชิงชนะเลิศ

พรเสก กาญจนจารี ผู้ก่อตั้งสมาคมการพูดภาษาอังกฤษ (ประเทศไทย) ร่วมยินดีกับผู้ได้รับรางวัล

พรเสก กาญจนจารี ผู้ก่อตั้งสมาคมฯ,ดร.ลาลีวรรณ กาญจนจารี ประธานสมาคมฯ,ดร.ฉวิวรรณ ปูรานิธี นายกสมาคมฯ และคณะกรรมการต้อนรับ สิริพงศ์  อังคสกุลเกียรติ

สมาคมการพูดภาษาอังกฤษ (ประเทศไทย) จัดการแข่งขันกล่าวสุนทรพจน์ภาษาอังกฤษต่อหน้าสาธารณชนเป็นประจำทุกปีมาตั้งแต่ปี 2544 ต่อเนื่องมากว่า 22 ปีแล้ว เพื่อส่งเสริมและพัฒนาเยาวชนไทยให้มีความสามารถในการใช้ภาษาอังกฤษ ผู้ชนะเลิศการแข่งขันจะได้เป็นตัวแทนของประเทศไทยไปเข้าร่วมการแข่งขันกับเยาวชนทั่วโลก ณ สหราชอาณาจักร โดยตัวแทนประเทศไทยที่เคยเข้าร่วมการแข่งขันและได้รับตำแหน่งต่าง ๆ เช่น อรภา ช่วยประสิทธิ์ ติดอันดับ 1 ใน 4 รอบชิงชนะเลิศในปี 2544 ,ถนอมวงศ์ ภูริสัตย์ ติดอันดับ 1 ใน 8 รอบรองชนะเลิศในปี 2545 และ กัญญาณัฐ ปิติเจริญ รับรางวัลรองชนะเลิศลำดับ 2 ในปี 2551

ปิยะบุตร ชลวิจารณ์ พร้อมด้วยคณะกรรมการสมาคมฯ

ดร.ฉวิวรรณ ปูรานิธี นายกสมาคมฯ กล่าวต้อนรับ

สิริพงศ์  อังคสกุลเกียรติ ผช.รมต.ประจำกระทรวงศึกษาธิการ กล่าวมอบโอวาท

ศ.ดร.สุชัชวีร์ สุวรรณสวัสดิ์ ประธานกรรมการของสภาวิศวกร มอบวิดีโอปาฐกถาพิเศษ

การแข่งขันกล่าวสุนทรพจน์ภาษาอังกฤษต่อหน้าสาธารณชนระดับชาติ ประจำปี 2568 รอบชิงชนะเลิศจัดขึ้นเมื่อวันจันทร์ที่ 31 มีนาคม 2568 ณ โรงแรมเดอะ เบอร์เคลีย์ ประตูน้ำ ในหัวข้อ “Unity, to be real, must stand the severest strain without breaking” โดย ดร.ฉวิวรรณ ปูรานิธี นายกสมาคมการพูดภาษาอังกฤษ (ประเทศไทย) กล่าวต้อนรับพร้อมทั้งเป็นประธานเปิดการแข่งขันฯ ในงานยังได้รับเกียรติจาก ศ.ดร.สุชัชวีร์ สุวรรณสวัสดิ์ ประธานกรรมการของสภาวิศวกร มอบวิดีโอปาฐกถาพิเศษในหัวข้อเกี่ยวกับการศึกษาของเด็กนักเรียน(ระดับมัธยมศึกษาตอนปลายถึงระดับอุดมศึกษาตอนต้น) สิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวงศึกษาธิการ มอบโอวาทแก่ผู้เข้าร่วมการแข่งขันฯ และ จัสมิน ซาร่า ดันแคน ผู้ชนะเลิศการแข่งขันฯ ระดับชาติ ประจำปี 2567 แบ่งปันประสบการณ์การเข้าแข่งขันฯ ระดับนานาชาติ เมื่อปีที่ผ่านมาอีกด้วย

คณะกรรมการตัดสิน

สำหรับรายชื่อผู้เข้าร่วมการแข่งขันรอบชิงชนะเลิศ ประจำปี 2568 จำนวน 8 คน ได้แก่ ชวัลวิชญ์ เชื้อผู้ดี โรงเรียนสวนกุหลาบวิทยาลัย ,สิริภูมิ ประไพสุวรรณ โรงเรียนสวนกุหลาบวิทยาลัย นนทบุรี ,ธัญชนก มีสัตย์ โรงเรียนพิษณุโลกพิทยาคม,สู่ขวัญ กาญจนกิจ โรงเรียนเตรียมอุดมศึกษา,ยามา ยอร์ต ร็อดนี่ย์ บอยเซ่น โรงเรียนวารีเชียงใหม่ ,รินรดา อัศวพรประดิษฐ์ โรงเรียนเซนต์โยเซฟคอนเวนต์ ,รัศม์ณัฐนรี ตันติวัฒน์ โรงเรียนนครสวรรค์  และ แพรวอินกานต์ พงษ์พัชราธรเทพ โรงเรียนเตรียมอุดมศึกษา

จัสมิน ซาร่า ดันแคน ผู้ชนะเลิศการแข่งขันฯ ระดับชาติ ประจำปี 2567

รินรดา อัศวพรประดิษฐ์ โรงเรียนเซ็นโยเซฟคอนแวนต์ รองอันดับ 1, ชวัลวิชญ์ เชื้อผู้ดี โรงเรียนสวนกุหลาบวิทยาลัย ชนะเลิศ และ สิริภูมิ ประไพสุวรรณ โรงเรียนสวนกุหลาบวิทยาลัยนนทบุรี รองอันดับ 2

ผู้ผ่านเข้ารอบชิงชนะเลิศการแข่งขันกล่าวสุนทรพจน์ภาษาอังกฤษ ประจำปี 2568 ทั้ง 7 คน

ผลการแข่งขันกล่าวสุนทรพจน์ภาษาอังกฤษต่อหน้าสาธารณชนระดับชาติ ประจำปี 2568 รอบชิงชนะเลิศ ผู้ได้รับรางวัลชนะเลิศ ได้แก่ ชวัลวิชญ์ เชื้อผู้ดี โรงเรียนสวนกุหลาบวิทยาลัย รองอันดับ 1 รินรดา อัศวพรประดิษฐ์ โรงเรียนเซ็นโยเซฟคอนแวนต์ และ รองอันดับ 2 สิริภูมิ ประไพสุวรรณ โรงเรียนสวนกุหลาบวิทยาลัย นนทบุรี โดยผู้ชนะเลิศจะได้รับโล่และเงินรางวัลพร้อมทุนการศึกษาจากทางสมาคมฯ  และเป็นผู้แทนประเทศไทยเข้าร่วมการแข่งขันกล่าวสุนทรพจน์ภาษาอังกฤษในที่ชุมชนระดับนานาชาติ ประจำปี 2568 ระหว่างวันที่ 12-17 พฤษภาคม 2568 ณ กรุงลอนดอน สหราชอาณาจักร

5 อาการ ควรเฝ้าระวังโรคต่างๆ ในช่วงฤดูร้อน

5 อาการ ควรเฝ้าระวังโรคต่างๆ ในช่วงฤดูร้อน

5 อาการ ควรเฝ้าระวังโรคต่างๆ ในช่วงฤดูร้อน

วันพฤหัสบดี ที่ 17 เมษายน พ.ศ. 2568, 06.00 น.

เข้าสู่ช่วงฤดูร้อน แต่บางวันช่วงนี้ “ฝนก็ตก แดดก็ออก” ไปพร้อม ๆ กัน เรียกได้ว่า อากาศแปรปรวนจนน่ากังวลว่าจะดูแลสุขภาพอย่างไร ให้แข็งแรงสู้แดดสู้ฝนได้  ยิ่งในช่วงเทศกาลสงกรานต์และวันหยุดยาว  อยู่ในช่วงที่อากาศร้อนถึงร้อนมากที่สุด อาจทำให้เกิดความไม่สบายเนื้อสบายตัว รวมทั้งอาการเจ็บป่วยที่ควรต้องเฝ้าระวัง           

พญ.สิริรักษ์ กาญจนธีระพงค์ (ว 34129) กุมารแพทย์เฉพาะทางโรคภูมิแพ้และภูมิคุ้มกันวิทยา ศูนย์สุขภาพเด็ก (Children’s Health Center) โรงพยาบาลนวเวช ได้อธิบายเกี่ยวกับการเฝ้าระวัง 5 อาการต่าง ๆ เหล่านี้ ไว้เป็นอย่างดีจะได้รับมือได้อย่างทันท่วงที ซึ่งหลาย ๆ บ้านอาจจะเตรียมตัวออกเดินทางไปต่างจังหวัด หรือเดินทางกลับภูมิลำเนา ไปจนถึงมีการรวมญาติสนิทมิตรสหายมากมาย ไม่ว่ากิจวัตรประจำวันหรือแผนการท่องเที่ยวได้อย่างมีความสุขในช่วงเทศกาลสงกรานต์ปีนี้

พญ.สิริรักษ์ กาญจนธีระพงค์

5 อาการที่ควรเฝ้าระวังโรค มีดังนี้

1.อาหารเป็นพิษ เกิดจากการรับประทานอาหาร หรือเครื่องดื่มที่มีการปนเปื้อนของเชื้อแบคทีเรีย พิษของเชื้อแบคทีเรีย ซึ่งในอากาศร้อนเช่นนี้ อาหารต่าง ๆ ถึงแม้จะทำสดใหม่ ทำอุ่นร้อน หรือเก็บถนอมอาหารอย่างดี ก็ยังมีโอกาสบูด เสียไว และปนเปื้อนได้ง่าย  อาการที่พบได้บ่อย คือเริ่มต้นจากคลื่นไส้ อาเจียนร่วมกับอาการปวดท้อง ปวดจุกเสียด บิดเกร็ง อาจมีถ่ายเหลว ท้องเสีย ร่วมด้วยได้

การดูแลป้องกัน ดื่มน้ำสะอาดที่อยู่ในภาชนะปิด รับประทานอาหารที่สะอาดและปรุงสุกทันที หลีกเลี่ยงอาหารค้างคืนหรือมีการเก็บถนอม ล้างมือให้สะอาดด้วยน้ำสบู่ก่อนการปรุงอาหาร ก่อนการรับประทานอาหารทุกครั้ง ควรแยกวัตถุ ดิบและสุกออกจากกัน เพื่อกันการปนเปื้อนของเชื้อโรค ร่วมกับการใช้ช้อนกลางในการรับประทานอาหารร่วมกัน หากเริ่มมีอาการผิดปกติของอาการอาหารเป็นพิษ ควรรับประทานน้ำเกลือแร่เพื่อรักษาระดับน้ำในร่างกาย

2.โรคอุจจาระร่วง เกิดจากติดเชื้อโรคในกลุ่มทางเดินอาหาร ไม่ว่าจะปนเปื้อนมากับอาหารเครื่องดื่ม ปนเปื้อนมากับสิ่งแวดล้อม ข้าวของเครื่องใช้ต่าง ๆ ที่สัมผัสเข้าปากตรง ๆ พบได้ทั้งเชื้อไวรัส แบคทีเรีย สารปนเปื้อนต่าง ๆ

อาการที่พบได้บ่อย คือ ไข้ เมื่อยเนื้อเมื่อยตัว ร่วมกับถ่ายเหลวท้องเสีย มากกว่า 3 ครั้งต่อวัน มักเป็นการถ่ายที่ผิดปกติได้ ตั้งแต่ถ่ายเหลวเป็นเนื้อเละ ๆ ถ่ายเป็นน้ำ ถ่ายปนมูกปนเลือด ปวดท้องบีบเกร็ง คลื่นไส้อาเจียน เบื่ออาหาร และอาการกระหายน้ำจะมากกว่าปกติ เนื่องจากภาวะการสูญเสียน้ำร่วมกับปัสสาวะได้ลดลง

การดูแลป้องกันที่ดีที่สุด คือการรักษาสุขอนามัยตั้งแต่ขั้นตอนการปรุงอาหาร รับประทานอาหาร และการเก็บอาหาร การติดต่อสู่กันเกิดขึ้นได้ง่ายและเร็วมาก จากการกินอาหารร่วมกัน หรือปนเปื้อนสารคัดหลั่งจากการอาเจียน การขับถ่าย โดยเฉพาะการใช้ภาชนะ จาน ช้อน แก้วน้ำ หรือการใช้ห้องน้ำร่วมกันกับผู้ป่วยที่มีเชื้อโรคที่มีอาการอยู่

การดูแลตนเองเบื้องต้น คือการแก้ไขภาวะขาดน้ำโดยการดื่มน้ำเกลือแร่ ORS การกินยาแก้ท้องเสีย ร่วมกับประคับประคองอาการ ปวดท้อง คลื่นไส้อาเจียนและลดไข้ หากมีการสูญเสียน้ำมากเกินไป จนเกิดอาการเพลีย ซึม กระสับกระส่าย ปากแห้ง ปัสสาวะออกน้อย ควรได้รับสารน้ำผ่านทางหลอดเลือดดำ

3.โรคลมแดด หรือฮีทสโตรก เป็นสภาวะของร่างกายที่สัมผัสกับความร้อนที่สูงเกินกว่าอุณหภูมิปกติของร่างกายมาก คือร้อนเกิน 40 องศาเซลเซียส เกิดจากการที่เราอยู่ในสถานที่อุณหภูมิร้อนมาก อบอ้าว ไม่ระบายอากาศ มีการออกกำลังกายอย่างหนัก สวมเสื้อผ้าหนาที่ไม่ระบายอากาศ ทำให้ร่างกายของเราไม่สามารถปรับตัวเพื่อลดอุณหภูมิได้ทัน  ส่งผลกระทบอย่างเฉียบพลันต่อระบบต่าง ๆ ของร่างกาย โดยเฉพาะระบบประสาท หัวใจและหลอดเลือด จนเกิดอันตราย อาจเป็นเหตุให้เสียชีวิตเฉียบพลันได้ 

อาการที่พบได้บ่อย คือตัวร้อนขึ้นมาทันที ร่วมกับอาการระบบประสาทจะกระสับกระส่าย พูดไม่รู้เรื่องสับสน เพ้อ ชัก หมดสติ อาการระบบหัวใจหลอดเลือด จะหน้าแดง ผิวตามตัวแดง แต่ไม่มีเหงื่อออก หายใจเร็ว ใจสั่น คลื่นไส้อาเจียน ร่วมกับ ปวดศีรษะ สัญญาณชีพผิดปกติ

การดูแลป้องกัน การปฐมพยาบาลทำได้โดย รีบพาผู้มีอาการหลบแดด ย้ายอยู่ในที่ร่ม อากาศถ่ายเทสะดวก ถอดเสื้อผ้าที่หนาอบออก ทำให้ร่างกายเย็นลงให้ไวที่สุด เช่น รดตัว เช็ดตัวด้วยน้ำเย็น เป่าพัดลมที่มีไอน้ำ เปิดแอร์ ให้ดื่มน้ำ น้ำเกลือแร่ให้มาก ๆ  สำหรับการป้องกันที่ดีที่สุด คือหลีกเลี่ยงอากาศร้อน ร้อนมาก ๆ ไม่ควรอยู่ในรถ หรือยานพาหนะที่ตากแดดนาน ๆ หลีกเลี่ยงการออกกำลังกายช่วงเวลากลางวัน ใส่เสื้อผ้าที่ระบายอากาศได้ดีเหมาะกับสภาพอากาศ

4.ผดร้อน ผื่นผิวหนังอักเสบ การสัมผัสโดดแดดจ้า รังสี UV ไม่ว่าจะทางตรง ทางอ้อม ย่อมทำให้เกิดการบาดเจ็บต่อรูขุมขน ผิวหนังชั้นกำพร้า ไปจนถึงการลดลงของระดับน้ำในชั้นใต้ผิวหนัง ดังนั้นการเกิดผดร้อนจึงเกิดได้บ่อยครั้ง เรียกได้ว่าเป็นของคู่กันกับหน้าร้อนเลยทีเดียว ผดร้อน เกิดจากการอุดตันของรูขุมขน ต่อมเหงื่อ จากอากาศร้อนแดด ร้อนอบอ้าว ภายหลังการออกกำลังกาย การอาศัยในที่ระบายอากาศไม่ดี การใส่เสื้อผ้าที่ไม่ระบายอากาศ กักเก็บเหงื่อ รวมถึงการใช้โลชั่นหรือครีมที่หนาหนัก ทำให้เกิดผื่นที่มีลักษณะเป็นเม็ดตุ่ม ๆ สีแดง คล้ายการอุดตัน ร่วมกันมีอาการคัน ไปจนถึงแสบร้อนได้ พบบ่อยบริเวณลำตัว แขนขา หรือ บริเวณอับชื้น อาจพัฒนาจนกลายเป็นผื่นผิวหนังที่อักเสบเรื้อรังได้

การดูแลป้องกัน ควรหลีกเลี่ยงสภาพอากาศร้อน อบอ้าว ควรอยู่ในที่อากาศถ่ายเท เย็นสบายในวันที่อากาศร้อนมาก ร่วมกับใส่เสื้อผ้าให้เหมาะกับสภาพอากาศ ผ้าเนื้อบาง แห้งไว ระบายอากาศดี เช่น ผ้าฝ้าย cotton  การอาบน้ำเย็นนั้น นอกจากจะช่วยคลายร้อน เพิ่มการฟอกสบู่ ทาโลชั่นเนื้อบางเบา จะช่วงลดอาการตึงผิว ผิวแห้งได้ดียิ่งขึ้น

5.เลือดกำเดาไหล โพรงจมูกอักเสบ นอกจากการโดนแรงกระแทกบริเวณใบหน้า ดั้งจมูกตรง ๆ การแคะแกะเกาภายในโพรงจมูกจนเกิดบาดแผล รอยถลอก เกิดการฉีกขาดของเส้นเลือดฝอยบริเวณโพรงจมูกแล้ว การอักเสบติดเชื้อภายในโพรงจมูก โพรงจมูกแห้งระคายเคืองจากอากาศร้อน หรือ การมีน้ำมูกไหลเรื้อรังจากภาวะภูมิแพ้นั้น สามารถทำให้หลอดเลือดในโพรงจมูกเกิดเลือดออกได้มากเฉียบพลัน จนกลายเป็นเลือดกำเดาไหลได้เช่นกัน

การดูแลป้องกันเลือดกำเดาไหลนั้น การปฐมพยาบาลเบื้องต้นทำได้โดยง่าย เพียงซับเลือดและห้ามเลือด โดยหลังตรง โน้มตัวมาด้านหน้า พร้อมกับการบีบปีกจมูกทั้งข้างให้แน่น นานประมาณ 5 นาที หรือจนกว่าเลือดจะหยุด ขณะนั้นหายใจทางปากแทน การประคบเย็นด้วยผ้าห่อน้ำแข็ง ช่วยให้การห้ามเลือดมีประสิทธิภาพมากขึ้น หากเลือดกำเดาที่ไหลเกิดจากอุบัติเหตุกระแทกรุนแรง หรือไหลเกินกว่า 20 นาที หรือมีอาการหน้ามืดวิงเวียน ชีพจรเต้นไวผิดปกติ จากการเสียเลือด ควรรีบพบแพทย์ทันที

หากมีข้อสงสัยสามารถสอบถามรายละเอียดและขอรับคำปรึกษาได้ที่ โรงพยาบาลนวเวช โทร. 1507 Line: @navavej

เทศกาลดอกทิวลิป เนเธอร์แลนด์ 2025 ณ สวนเคอเคนฮอฟ หนึ่งปีมีครั้งเดียว

เทศกาลดอกทิวลิป เนเธอร์แลนด์ 2025 ณ สวนเคอเคนฮอฟ หนึ่งปีมีครั้งเดียว

เทศกาลดอกทิวลิป เนเธอร์แลนด์ 2025 ณ สวนเคอเคนฮอฟ หนึ่งปีมีครั้งเดียว

วันพฤหัสบดี ที่ 17 เมษายน พ.ศ. 2568, 06.00 น.

เทศกาลทิวลิปสุดยิ่งใหญ่ เทศกาลดอกไม้ในสวนสวยในฝันแสนโรแมนติก ณ สวนเคอเคนฮอฟ  (Keukenhof) ตั้งอยู่ที่เมืองลิซเซ่ (Lisse) ประเทศเนเธอร์แลนด์ ที่ 1 ปี มีครั้งเดียว จัดขึ้นในช่วง มีนาคม – พฤษภาคม ซึ่งถือเป็นศูนย์กลางการค้าดอกไม้ที่ใหญ่ที่สุดในประเทศ

สุวิช สุทธิประภา พิธีกร “คุยโขมงบ่าย 3 โมง” ช่อง 9 Mcot HD30 นำชมความงามในเทศกาลดอกไม้ดอกทิวลิปสุดยิ่งใหญ่ บานสะพรั่งรอต้อนรับนักท่องเที่ยว

วันนี้ สุวิช สุทธิประภา พิธีกร “คุยโขมงบ่าย 3 โมง” ช่อง 9 Mcot HD หมายเลข 30 รายงานข้ามทวี เรื่องเทศกาลดอกทิวลิปสวนเคอเคนฮอฟ เนเธอร์แลนด์ ที่ 1 ปีมีหนึ่งครั้ง จัดขึ้น 3 เดือน ในช่วงเดือน มีนาคม – พฤษภาคม ถือเป็นศูนย์กลางการค้าดอกไม้ที่ใหญ่ที่สุดในประเทศเนเธอร์แลนด์ ภายในสวนจะมีดอกทิวลิปที่ออกดอกบานสะพรั่ง ปลูกกันเป็นทิวแถวมากกว่า 9 ล้านต้น บนพื้นที่ 2 ไร่ และมีมากถึง 800 สายพันธุ์ สลับสีเป็นแถวยาวจนมองเหมือนเป็นทุ่งดอกไม้สีลูก กวาดกันเลยทีเดียว จึงเป็นแรงดึงดูดนักท่องเที่ยวจากทั่วโลกตื่นตาตื่นใจ อย่างที่ผมมาทำข่าวและท่องเที่ยวด้วยวันนี้ มีคนเข้ามาดู 2 หมื่นกว่าคน แต่ที่เป็นข้อมูลที่ทำให้ผมทึ่งในความสำเร็จของสวนแห่งนี้ คือ เจ้าของสวน ในอดีตเมื่อประมาณ 400 ปี เป็นพื้นที่บ้านพักผ่อนตากอากาศของขุนนางเพื่อใช้ล่าสัตว์  ปัจจุบันได้กลายเป็นสวนโชว์ทิวลิป ดูแลโดยเทศบาล ส่วนที่เห็นในภาพตื่นตาตื่นใจนี้ เป็นฝีมือการปลูกและดูแลในช่วงนี้ของเกษตรกรผู้ปลูกทิวลิปจากชุมชน 9 เมืองเล็กรอบกรุงอัมสเตอร์ดัม ที่เทศบาลจัดสรรพื้นที่ให้เพื่อโชว์ความสำเร็จของผลิตผลของตัวเอง โดยมีการติดป้ายให้เห็นชัดเจน ซึ่งส่วนมากเป็นรูปบริษัทโดยหุ้นส่วนของบริษัทนั้นก็เป็นเกษตรกรผู้มั่งคั่งที่สุดในโลกนั่นเอง  นอกจากนี้ ภายในสวนยังมีการจัดพื้นที่เรือนกระจกเพื่อเปิดโอกาสให้ชาวบ้านผู้ปลูกคิดค้นวิจัย พัฒนาสายพันธุ์จนประสบผลสำเร็จ และความสำเร็จนี้ก็ไม่หยุดยั้งเกษตรกรประเทศนี้ได้ จนทำให้ทิวลิปพัฒนามาได้เกือบ 1 พันสายพันธุ์แล้ว จึงทำให้ได้เห็นดอกทิวลิปหน้าตาแปลกประหลาดและสวยงามมีเสน่ห์  ทำให้คนทั้งโลกหลงใหล ดูจากทุกคนมีแต่รอยยิ้มและอุทานคำว่า “ว้าวๆๆๆๆๆ”

ที่สำคัญที่สุด สวนแห่งนี้จากประมาณ 9 ล้านหัวที่ปลูกมาโชว์กันแล้ว ยังเป็นการต่อยอดเป็นธุรกิจส่งออกดอกและเหง้าทิวลิปไปทั่วโลก รายได้มหาศาล  และผลจากการรวมกลุ่มจนทำให้เกิดความเข้มแข็งจนสามารถมีอำนาจต่อรองจากพ่อค้าคนกลางและรัฐบาลด้วย  ที่สำคัญภาครัฐได้ให้การสนับสนุนด้านพัฒนาและงานวิจัยด้านวิชาการอีกด้วย และสวนแห่งนี้ยังเป็นศูนย์ประมูลดอกไม้สวยงามใหญ่ที่สุดของโลก  ได้เห็นกล้วยไม้ของไทย ซึ่งถือเป็นราชินีดอกไม้ไทยหลายสายพันธุ์มาอวดโฉมที่เนเธอร์แลนด์ด้วย โดยเป็นการจัดในกระถาง แจกัน ภาชนะที่หลากหลายจากการจินตนาการ ดังนั้นดอกไม้ที่สวยงามที่สุดของแต่ละประเทศในภิภพนี้จึงถูกนำมาแสดงในงานนี้อีกด้วย

เทศกาลดอกทิวลิป เนเธอร์แลนด์ จัดขึ้นครั้งแรกในปี ค.ศ. 1949 โดยการริเริ่มของนายกเทศมนตรีเมืองลิซเซ่ ร่วม กับสมาคมผู้ส่งเสริมการปลูกดอกไม้ประเภทไม้หัวแห่งเมืองลิซเซ่ ได้ปรึกษาหารือกัน จึงเกิดแนวคิดให้มีงานแสดงไม้ดอกประจำปีแบบกลางแจ้ง โดยจัดให้เหมือนกับการได้เดินชมสวนอย่างใกล้ชิด และได้เลือกสวนเคอเคนฮอฟแห่งนี้เป็นสถานที่จัดแสดง ในปีแรกมีผู้เข้าร่วมงานถึง 236,000 คน จากนั้นก็ได้รับการตอบรับอย่างดี จึงทำให้มีการจัดเทศกาลนี้มาอย่างต่อ เนื่องจนถึงปัจจุบัน

นับเป็นอีกหนึ่งเทศกาลที่ควรค่าแก่การไปชมให้ได้สักครั้งกับความสวยงามของดอกทิวลิปนับล้านต้น บานสะ พรั่งอยู่ทั่วบริเวณ ณ สวนเคอเคนฮอฟ รอต้อนรับนักท่องเที่ยวมาเนเธอร์แลนด์ ในช่วงนี้

มิลาน แฟชั่นวีค SAINT LAURENT และ Anthony Vaccarello อวดโฉมเฟอร์นิเจอร์ 4 ชิ้นพิเศษผลงาน Charlotte Perriand

มิลาน แฟชั่นวีค SAINT LAURENT และ Anthony Vaccarello  อวดโฉมเฟอร์นิเจอร์ 4 ชิ้นพิเศษผลงาน Charlotte Perriand

มิลาน แฟชั่นวีค SAINT LAURENT และ Anthony Vaccarello อวดโฉมเฟอร์นิเจอร์ 4 ชิ้นพิเศษผลงาน Charlotte Perriand

วันพฤหัสบดี ที่ 17 เมษายน พ.ศ. 2568, 06.00 น.

SAINT LAURENT และ Anthony Vaccarello นำเสนอความร่วมมือสุดพิเศษกับ Charlotte Perriand  ในงาน Milan Design Week 2025

Saint Laurent-Charlotte Perriand จัดแสดงผลงานการออกแบบเฟอร์นิเจอร์สุดพิเศษ 4 ชิ้น ออกแบบโดย Perriand ในช่วงปีค.ศ. 1943 ถึง 1967 โดยผลงานการออกแบบของ Perriand ที่ Vaccarello เลือกมานั้นเป็นเพียงต้นแบบหรือภาพร่างเท่านั้น SAINT LAURENT ได้รังสรรค์อย่างพิถีพิถันและนำกลับมาวางจำหน่ายในจำนวนจำกัด

เดิมที Perriand สร้างสรรค์เฟอร์นิเจอร์ทั้ง 3 ชิ้นสำหรับบ้านของเธอเองในหลายประเทศทั่วโลก (‘Bibliotheque Rio de Janeiro’ และ ‘Fauteuil Visiteur lndochine’) และสำหรับบ้านพักนักการทูตในกรุงปารีส (‘Canape de la Residence de l’Ambassadeur du Japan’) ส่วน “Table Mille-Feuilles” ก่อนหน้านี้เป็นที่รู้จักจากแบบจำลองขนาดเล็กที่วางอยู่บนโต๊ะของ  Perriand และถูกนำมาผลิตในขนาดจริงเป็นครั้งแรกผ่านการร่วมมือในครั้งนี้ ซึ่งได้เปิดตัวเป็นครั้งแรกใน Milan Design Week 2025

การร่วมมือกันระหว่าง SAINT LAURENT และ Charlotte Perriand เป็นตัวอย่างล่าสุดที่แสดงถึงความมุ่งมั่นของแบรนด์อย่างต่อเนื่องในการสืบทอกมรดกทางวัฒนธรรม มุ่งหวังที่จะนำผลงานวัฒนธรรมการออกแบบอันทรงคุณค่า ที่เคยถูกซ่อนอยู่ในคอลเลคชั่นที่เข้าถึงยากมาเผยแพร่สู่ผู้คนในวงกว้างมากขึ้น และการร่วมมือในครั้งนี้ยังเป็นการแสดงถึงความเคารพต่อความชื่อชอบของ Yves Saint Laurent และต่อผลงานของ Perriand อีกด้วย ซึ่งความทันสมัยอันบริสุทธิ์ของเธอสะท้อนถึงแนวคิดการสร้างสรรค์ของเขา โดยเขาได้สะสมผลงานการออกแบบของเธอมาตลอดทั้งชีวิต ในขณะเดียวกัน Pierre Berge ก็ได้ให้การสนับสนุนงานนิทรรศการรำลึกผลงานของเธอในระดับโลก

“Saint Laurent-Charlotte Perriand” จัดแสดงเมื่อวันที่ 8 – 13 เมษายน ที่ผ่านมา  ณ Padiglione Visconti ในเมืองมิลาน โดยแต่ละผลงานเฟอร์นิเจอร์ที่มีจำนวนจำกัดจะสามารถสั่งผลิตได้ตามความต้องการเท่านั้น

กลับมาอีกครั้ง ‘Mango Art Festival 2025’ เทศกาลศิลปะที่ครบเครื่องที่สุดในเมืองไทย

กลับมาอีกครั้ง ‘Mango Art Festival 2025’ เทศกาลศิลปะที่ครบเครื่องที่สุดในเมืองไทย

กลับมาอีกครั้ง ‘Mango Art Festival 2025’ เทศกาลศิลปะที่ครบเครื่องที่สุดในเมืองไทย

วันพฤหัสบดี ที่ 17 เมษายน พ.ศ. 2568, 06.00 น.

สายอาร์ตปักหมุด !! การกลับมาอย่างยิ่งใหญ่ของ Mango Art Festival 2025 เทศกาลศิลปะที่ครบเครื่องที่สุดในไทย พร้อมพาคุณไปสำรวจโลกแห่งจินตนาการและศิลปะอันไร้ขีดจำกัดในธีม “Connected Worlds” สื่อถึงความเชื่อมโยงกันของ แนวคิด วัฒนธรรมจากศิลปิน แกลเลอรี่ ภัณฑารักษ์ นักสะสมและผู้เชี่ยวชาญในแวดวงศิลปะ หลอมรวมเป็นพื้นที่แห่งแรงบันดาลใจใหม่ๆ และเชื่อมโยงฉากทัศน์ทางศิลปะที่มีชีวิตชีวาของไทย เข้ากับมุมมองแปลกใหม่ในวงการศิลปะระดับโลก

มีอะไรใหม่ใน Mango Art Festival 2025: Connected Worlds

สิ่งที่ทำให้ Mango Art Festival ในปีนี้แตกต่างไปจากเดิม เกิดจากความมุ่งมั่นที่จะเชื่อมโยงโลกแห่งศิลปะในทุกมิติ ทั้งระหว่างศิลปินและผู้ชม ศิลปะร่วมสมัยและศิลปะดั้งเดิม เทคโนโลยีและงานศิลป์ รวมถึงการเชื่อมโยงวัฒนธรรมและมุมมองที่หลากหลายจากทั่วโลกเข้าด้วยกัน ผ่านการแสดงศิลปะ 3 แขนง ได้แก่ ศิลปะ (Art) การออกแบบ (Design) และการแสดง & ดนตรี (Performance & Music) พร้อมจัดแบ่งออกเป็น 5 โซนใหม่เอาใจคนรักงานศิลปะ

โซนแรก นิทรรศการของศิลปินมาแรงแห่งปี (Special Exhibition Zone): พบกับศิลปินที่กำลังมาแรงสุด ๆ อย่าง “Vayupad” พร้อมผลงานประติมากรรมแบบจัดเต็ม หลังประสบความ สำเร็จจากงาน Mango Art Festival 2024 และ Treasure Discovered 2024 พร้อมศิลปินที่คัดสรรมาเป็นพิเศษและเป็นที่รู้จักในแวดวงศิลปะไทย, โซนศิลปินรุ่นใหม่ไฟแรง (Newcomer Zone): พื้นที่จัดแสดงผลงานของศิลปินหน้าใหม่ไฟแรง ที่กําลังเริ่มต้นก้าวแรกสู่วงการศิลปะ

โซนศิลปินอิสระน่าจับตามอง (Independent Artist Zone): พื้นที่สร้างสรรค์ของเหล่าศิลปินอิสระกว่า 50 ชีวิต นําเสนอผลงานนับพันชิ้นที่สะท้อนตัวตนผ่านแนวทาง เทคนิค และสีสันอันเป็นเอกลักษณ์, โซนแกลเลอรีสุดปัง (Gallery Zone): รวมแกลเลอรีชั้นนำของไทยและต่างประเทศ เพื่อค้นพบ เชื่อมโยง และสร้างแรงบันดาลใจใหม่ ๆ ร่วมกัน และโซนศิลปะหัตถกรรม (Craft Zone): รวมงานคราฟต์ ดีไซน์ และศิลปะแฮนด์เมด หลากสไตล์ให้ช้อปกันแบบจุใจ

ไฮไลท์ของ Mango Art Festival 2025 ที่คุณไม่ควรพลาด!

พื้นที่เปิดกว้างสำหรับศิลปิน: ขยายพื้นที่เพิ่มโอกาสให้ศิลปินรุ่นใหม่และศิลปินอิสระของไทย เพื่อนำเสนอผลงานให้เป็นที่รู้จักแพร่หลายมากขึ้น หลังความสำเร็จของเทศกาลฯ ในปีที่ผ่านมา ส่งผลให้ศิลปินไทยได้รับโอกาสจัดแสดงนิทรรศการในหลายประเทศ เช่น เยอรมนี ญี่ปุ่น จีน เกาหลีใต้ สิงคโปร์ และฟิลิปปินส์

การจับคู่ทางศิลปะ: หนึ่งในกิจกรรมหลักของเทศกาล โดยสำนักงานส่งเสริมการจัดประชุมและนิทรรศการ (TCEB) คือการจับคู่ทางธุรกิจ (Business Matching) ระหว่างศิลปิน แกลเลอรี่ และ      แบรนด์ต่าง ๆ ทั้งไทยและเทศ เพื่อสร้างโอกาสในการทำงานร่วมกันในอนาคต

กิจกรรมและเวิร์คช็อปที่หลากหลาย: สัมผัสประสบการณ์ใหม่ผ่านการเข้าร่วมกิจกรรมและเวิร์ค.ช็อปมากมาย ที่เปิดโอกาสให้ผู้ชมได้เรียนรู้ ลงมือ และสร้างสรรค์ผลงานศิลปะด้วยตนเอง

ฟังเสวนาจากผู้เชี่ยวชาญในแวดวงศิลปะ: พบกับเสวนาจากศิลปิน ภัณฑารักษ์ นักสะสมและผู้เชี่ยวชาญในวงการศิลปะ ที่จะมาแบ่งปันความรู้และมุมมองที่น่าสนใจภายใต้ธีม “Connected Worlds”

การแสดงดนตรีและศิลปะการแสดง: เพลิดเพลินกับการแสดงศิลปะและดนตรีจากศิลปินหลากหลายแขนงตลอด 5 วันเต็ม ๆ ให้คุณดื่มด่ำกับประสบการณ์ศิลปะผ่านประสาทสัมผัสทั้ง 5 ได้อย่างสมบูรณ์แบบ!

ประสบการณ์ 5 วันที่มันกว่าเดิม!

ตลอด 5 วันของ Mango Art Festival 2025 คุณจะได้ตื่นตาตื่นใจไปกับโลกแห่งศิลปะไร้ขีดจำกัด ท็อป ไผทวัฒน์ จ่างตระกูล ผู้ร่วมก่อตั้งและอาร์ทิสติค ไดเรคเตอร์ของ Mango Art Festival พูดถึงความน่าสนใจจนต้องห้ามพลาดว่า “Mango Art Festival เป็นไลฟ์สไตล์อีเวนท์สำหรับคนไม่จำกัดเพศหรือวัย โดยเฉพาะคนที่ชอบงานสร้างสรรค์ เป็นงานซึ่งแสดงให้เห็นถึงความคิดสร้างสรรค์ของไทยและประเทศในภูมิภาคนี้ ผู้มาร่วมงานจะได้อัปเดทเทรนด์ศิลปะ การออกแบบ มาค้นหาแรงบันดาลใจใหม่ ๆ ที่สำคัญคือมาซื้องานศิลปะ ซึ่งเรารวมของดีมาไว้ที่งาน Mango Art Festival มากมาย สามารถซื้อผ่านแกลเลอรี่และจากศิลปินได้ในราคาที่ดีที่สุด”

บี สุชาย พรศิริกุล ผู้ร่วมก่อตั้ง Mango Art Festival พูดถึงความตั้งใจของทีมงานว่า “เราพยายามจัดงานให้ดีขึ้นและแปลกใหม่มากขึ้นในทุก ๆ ปี เพราะเราคาดหวังให้คนรักงานศิลปะทุกสาขามารวมตัวกัน จะเห็นได้จากความสำเร็จในปีก่อน ๆ ที่ศิลปินอิสระหรือศิลปินหน้าใหม่มาร่วมงานแล้วได้รับโอกาสดี ๆ มากมายในการไปแสดงงานที่ต่างประเทศ  ปีนี้จึงไม่อยากให้พลาด  นอกจาก Mango Art Festival ซึ่งเป็นงานหลักแล้ว เรายังมีงาน Urban Collectibles by Mango Art Festival  ปีนี้เราจัดที่ The StandardX กรุงเทพฯ พระอาทิตย์ ระหว่างวันที่ 1-3 สิงหาคม 2568 และปลายปีเรามี Treasure Discovered by Mango Art Festival ที่ De Siam Warehouse หางดง เชียงใหม่ ระหว่างวันที่ 5-10 ธันวาคม 2568 อีกด้วย

Mango Art Festival 2025  พบกันวันที่ 7-11 พฤษภาคม 2568 @ ริเวอร์ ซิตี้ แบงค็อก เจริญกรุง กรุงเทพฯ ติดตามความเคลื่อนไหวได้ที่ https://www.facebook.com/MangoArtFestival

‘PASSION FOR LIFE’ สมทบทุนโครงการ ‘หนึ่งคนให้ หลายคนรับ เพื่อชีวิตใหม่หัวใจเด็ก’

‘PASSION FOR LIFE’ สมทบทุนโครงการ  ‘หนึ่งคนให้ หลายคนรับ เพื่อชีวิตใหม่หัวใจเด็ก’

‘PASSION FOR LIFE’ สมทบทุนโครงการ ‘หนึ่งคนให้ หลายคนรับ เพื่อชีวิตใหม่หัวใจเด็ก’

วันพฤหัสบดี ที่ 17 เมษายน พ.ศ. 2568, 06.00 น.

บริษัท ไทยประกันชีวิต จำกัด (มหาชน) ร่วมกับ บริษัท ไทยดอทรัน จำกัด จัดแคมเปญวิ่ง “PASSION FOR LIFE” ให้รักดูแลชีวิต ให้การแบ่งปันดูแลหัวใจ จัดกิจกรรมการวิ่งใน 2 รูปแบบ คือ Virtual Run และ Running Activity เพื่อจัดหารายได้สมทบทุนโครงการ “หนึ่งคนให้ หลายคนรับ เพื่อชีวิตใหม่หัวใจเด็ก”

ฐิติมา เลี้ยงพาณิชย์ ผู้อำนวยการฝ่าย กลุ่มสื่อสารองค์กร บริษัท ไทยประกันชีวิต จำกัด (มหาชน) หรือ TLI เปิด เผยว่า ไทยประกันชีวิต ได้ร่วมมือกับ เพจไทยรัน จัดแคมเปญวิ่ง “PASSION FOR LIFE” ที่มีวัตถุประสงค์นอกจากการเสริมสร้างสุขภาพกายที่แข็งแรงให้กับผู้เข้าร่วมกิจกรรมแล้ว ยังสร้างความสุขใจของการเป็นผู้ให้ ด้วยการส่งต่อความรัก และเติมเต็มโอกาสให้กับผู้ป่วยเด็กโรคหัวใจได้กลับมามีชีวิตใหม่อีกครั้ง

ฐิติมา เลี้ยงพาณิชย์ ผอ.ฝ่าย กลุ่มสื่อสารองค์กร บมจ.ไทยประกันชีวิต

แคมเปญ “PASSION FOR LIFE” ให้รักดูแลชีวิต ให้การแบ่งปันดูแลหัวใจ จัดขึ้นภายใต้แนวคิด “ทำชีวิตให้มีคุณค่า” จัดกิจกรรมวิ่งเป็น 2 รูปแบบ คือ กิจกรรม Virtual Run: เชิญชวนนักวิ่ง วิ่งสะสมระยะทางขั้นต่ำคนละ 21 กิโล เมตร กำหนดเป้าหมายระยะการวิ่งรวมทั้งแคมเปญ 200,000 กิโลเมตร โดยในทุกการวิ่ง 1 กิโลเมตร ไทยประกันชีวิตและเพจไทยรัน จะบริจาคเงิน 5 บาท ให้แก่โครงการ “หนึ่งคนให้ หลายคนรับ เพื่อชีวิตใหม่หัวใจเด็ก” (สูงสุด 600,000 บาท) กำหนดระยะเวลาการเข้าร่วมกิจกรรม ตั้งแต่เดือนกุมภาพันธ์ – พฤศจิกายน 2568 ซึ่งกิจกรรมแบ่งออกเป็น 3 ซีรีส์ ได้แก่

ซีรีส์ 1: What you love ทำสิ่งที่รัก เพื่อตัวเองและคนที่เรารัก วันที่ 17 กุมภาพันธ์ – 31 พฤษภาคม 2568 ซีรีส์ 2: What the world need ทำสิ่งที่เป็นประโยชน์ต่อสังคมและโลก วันที่ 1 มิถุนายน – 31 สิงหาคม 2568 ซีรีส์ 3: What you are good at ทำสิ่งที่ถนัดเพื่อช่วยเหลือผู้อื่น โดยเสื้อวิ่งในซีรีส์นี้ ได้รับการออกแบบจากผลงานภาพวาดของน้องๆ ที่ได้รับโอกาส ในการผ่าตัดหัวใจตามโครงการหนึ่งคนให้ หลายคนรับ เพื่อชีวิตใหม่ หัวใจเด็ก จัดระหว่างวันที่ 1 กันยายน – 31 พฤศจิกายน 2568

กิจกรรม Running Activity จำนวน 2 ครั้ง ได้แก่ Mini Event กิจกรรมวิ่งเพื่อสุขภาพและรักษาสิ่งแวดล้อม ณ สนามกีฬาแห่งชาติ กรุงเทพฯ ในวันที่ 5 มิถุนายน 2568 Running Event จัดในวันที่ 29 พฤศจิกายน 2568 ณ สวนจตุจักร กรุงเทพฯ

“ไทยประกันชีวิต เชื่อมั่นว่าการสนับสนุนจากผู้เข้าร่วมกิจกรรม จะเป็นพลังที่ช่วยส่งต่อความรัก และเติมเต็มโอกาสให้กับผู้ป่วยเด็กโรคหัวใจได้กลับมามีชีวิตใหม่อีกครั้ง และอยากเชิญชวนให้ผู้ที่รักการวิ่งทุกท่าน สมัครเข้าร่วมกิจกรรม เพื่อเป็นส่วนหนึ่งในการส่งมอบโอกาสและคุณค่าให้กับเด็กโรคหัวใจพิการแต่กำเนิดที่ขาดแคลนทุนทรัพย์ต่อไป”  ฐิติมากล่าว