เซ็นทารา ลาดพร้าว จัดกิจกรรมเฉลิมฉลองประเพณีสงกรานต์’68

เซ็นทารา ลาดพร้าว จัดกิจกรรมเฉลิมฉลองประเพณีสงกรานต์’68

เซ็นทารา ลาดพร้าว จัดกิจกรรมเฉลิมฉลองประเพณีสงกรานต์’68

วันพุธ ที่ 16 เมษายน พ.ศ. 2568, 14.54 น.

โรงแรมเซ็นทารา แกรนด์ เซ็นทรัลพลาซา ลาดพร้าว กรุงเทพฯ จัดกิจกรรมเฉลิมฉลองประเพณีสงกรานต์ ประจำปี 2568 โดยเริ่มต้นด้วยการทำบุญและขอพรพระแม่ลักษณมี และกิจกรรมรดน้ำดำหัวผู้ใหญ่ ณ บริเวณห้องอาหารสวนบัว ซึ่งในเพื่อเสริมสิริมงคลและความเจริญรุ่งเรืองในปีใหม่ไทย โดยมี สุพัตรา จิราธิวัฒน์ รองประธานอาวุโสฝ่ายองค์กรสัมพันธ์และภาพลักษณ์ โรงแรมและรีสอร์ทในเครือเซ็นทารา และ กันย์ ศรีสมพงษ์ ประธานเจ้าหน้าที่การเงิน บริษัท โรงแรมเซ็นทรัลพลาซา จำกัด (มหาชน) เข้าร่วมกิจกรรม พร้อมด้วย วุฒิศักดิ์ พิชญกานต์ ผู้จัดการทั่วไป โรงแรมเซ็นทาราลาดพร้าว ซึ่งเป็นผู้นำในกิจกรรมดังกล่าว

กิจกรรมในครั้งนี้ทางโรงแรมฯ ยังคงสืบสานประเพณีอันดีงามของไทย โดยได้มีการจัดกิจกรรมรดน้ำดำหัวผู้ ใหญ่ ซึ่งเป็นการแสดงออกถึงความเคารพและการขอพรจากผู้สูงอายุ และเป็นส่วนหนึ่งของประเพณีสงกรานต์ที่ถูกส่งต่อกันมาอย่างยาวนาน นอกจากนี้ ยังมีขบวนแห่กลองยาวเพื่อสร้างบรรยากาศครื้นเครงและสนุกสนานในช่วงเทศกาลนี้

ทั้งนี้ กิจกรรมดังกล่าวได้รับความสนใจจากแขกผู้เข้าพักและพนักงานของโรงแรม ที่ได้เข้าร่วมอย่างอบอุ่นและเป็นกันเอง โดยกิจกรรมดำเนินไปอย่างราบรื่น พร้อมบรรยากาศที่เต็มไปด้วยเสียงหัวเราะแห่งความสุขและรอยยิ้มของทุกคน โรงแรมเซ็นทารา แกรนด์ เซ็นทรัลพลาซา ลาดพร้าว กรุงเทพฯ ยังคงมุ่งมั่นในการจัดกิจกรรมเพื่อส่งเสริมและอนุรักษ์ประเพณีไทย พร้อมทั้งสร้างประสบการณ์ที่ดีให้กับผู้เข้าพักทุกท่านในโอกาสสำคัญต่าง ๆ เช่นนี้ต่อไป

‘มูลนิธิเจริญโภคภัณฑ์พัฒนาชีวิตชนบท’ ร่วมยกย่องและแสดงความกตัญญูผู้สูงอายุทั่วประเทศ

‘มูลนิธิเจริญโภคภัณฑ์พัฒนาชีวิตชนบท’ ร่วมยกย่องและแสดงความกตัญญูผู้สูงอายุทั่วประเทศ

‘มูลนิธิเจริญโภคภัณฑ์พัฒนาชีวิตชนบท’ ร่วมยกย่องและแสดงความกตัญญูผู้สูงอายุทั่วประเทศ

วันพุธ ที่ 16 เมษายน พ.ศ. 2568, 13.58 น.

มูลนิธิเจริญโภคภัณฑ์พัฒนาชีวิตชนบท (ซีพี) จัดกิจกรรม “ซีพี เติมสุขผู้สูงวัย ด้วยใจบริบาล” นำร่องที่ จ.เชียงราย เนื่องในโอกาส “วันผู้สูงอายุแห่งชาติ” และสืบสานประเพณีสงกรานต์ ปีใหม่เมือง ประจำปี 2568 โดยได้รับเกียรติจาก สุรเชษฐ์ พุ้ยน้อย นายอำเภอพาน ร่วมเป็นประธานในพิธี พร้อมด้วย วินัย เครื่องไชย นายกองค์การบริหารส่วนตำบลหัวง้ม กฤตยรัฐ ปารมี ผู้ช่วยเลขาธิการมูลนิธิเจริญโภคภัณฑ์พัฒนาชีวิตชนบท และผู้แทนจากกลุ่มธุรกิจในเครือซีพี ได้แก่ บมจ.ซีพี แอ็กซ์ตร้า (CP AXTRA) แม็คโคร -โลตัส และชุมชนกว่า 400 คน เพื่อยกย่องและแสดงความกตัญญูต่อผู้สูงอายุ ให้มีความรู้พื้นฐานในการดูแลสุขภาพอย่างเหมาะสมสามารถดำรงชีวิตมีสุขภาวะที่ดีเพื่อส่งเสริมและสนับสนุนคุณภาพชีวิตของผู้สูงอายุในชุมชน รวมถึงร่วมสืบสานและอนุรักษ์ประเพณีสงกรานต์อันเป็นเอกลักษณ์ของชาติ โดยมีกิจกรรมที่มุ่งเน้นการมอบความสุขและเสริมสร้างคุณภาพชีวิตที่ดีแก่ผู้สูงอายุ ณ องค์การบริหารส่วนตำบลหัวง้ม อ.พาน จ.เชียงราย

กฤตยรัฐ ปารมี ผู้ช่วยเลขาธิการมูลนิธิเจริญโภคภัณฑ์พัฒนาชีวิตชนบท เปิดเผยว่า การจัดงานในครั้งนี้ มูลนิธิฯ มุ่งเน้นการมอบความสุขและเสริมสร้างคุณภาพชีวิตที่ดีแก่ผู้สูงอายุมากมาย ได้แก่ การตรวจสุขภาพเบื้องต้นแก่ผู้สูงอายุ โดยทีมนักบริบาลและหมอน้อยในพื้นที่ โดยไม่เสียค่าใช้จ่าย ภายใต้อีกหนึ่งโครงการของมูลนิธิฯ โครงการพัฒนาอาชีพด้านการบริบาล เพื่อช่วยให้ผู้สูงอายุได้ทราบถึงสภาวะสุขภาพของตนเอง และได้รับการแนะนำด้านสุขภาพที่ถูกต้อง มีการจัดเสวนา ในหัวข้อ “สุขใจวัยเก๋า ก้าวทันโลกยุกใหม่ 2025” ร่วมกับวิทยากรผู้ทรงคุณวุฒิ ได้แก่ สุรเชษฐ์ พุ้ยน้อย นายอำเภอพาน ,รศ.ดร.รุ่งนภา เทพภาพ รองคณบดีฝ่ายวิชาการ วิทยาลัยสหวิทยาการ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ,สมพงค์ ชําหา อดีตผู้อํานวยการโรงพยาบาลส่งเสริม สุขภาพตําบลหัวง้ม ,วินัย เครื่องไชย นายกองค์การบริหารส่วนตําบล หัวง้ม และ กฤตยรัฐ ปารมี ผู้ช่วยเลขาธิการมูลนิธิเจริญโภคภัณฑ์พัฒนาชีวิตชนบท และครูจิตอาสา พร้อมทั้ง ยังมีพิธีมอบเกียรติบัตรเชิดชูเกียรติผู้สูงอายุดีเด่น ประจําปี 2568 จํานวน 13 คน มีการแสดงรําวงประยุคของผู้สูงอายุ ต.หัวง้ม และสืบสานประเพณีสงกรานต์ ขนบธรรมเนียมและประเพณี โดยจัดพิธีสรงน้ำพระและรดน้ำดําหัวผู้สูงอายุ

นอกจากนี้ มูลนิธิฯ ยังได้ร่วมกับภาคีเครือข่ายภาครัฐ จัดกิจกรรมเชิดชูผู้สูงอายุต่อเนื่องในอีก 2 จังหวัด ได้แก่ ร่วมกับกับองค์การบริหารส่วนตำบลบุโพธิ์ อ.ลำปลายมาศ จ.บุรีรัมย์ ซึ่งเป็นอีกหนึ่งในพื้นที่ที่มูลนิธิฯ ดำเนินโครงการ “ครอบครัวอุปการะในชุมชนวัฒนธรรม” จัดกิจกรรมรดน้ำดำหัวผู้สูงอายุ เนื่องในวันผู้สูงอายุแห่งชาติ และสืบสานประ เพณีวันสงกราต์ ประจำปี 2568 โดยสนับสนุนให้เด็กอุปการะในโครงการร่วมแสดงความเคารพและกตัญญูต่อพ่อแม่อุปการะ ซึ่งผู้สูงอายุในชุมชนตำบลบุโพธิ์ส่วนใหญ่มีบทบาทสำคัญในท้องถิ่น และมีบทบาทในการเลี้ยงดูหลานหรือเด็กอุปการะ ด้วยความรักและความเมตตาอย่างต่อเนื่อง กิจกรรมเหล่านี้จึงนับเป็นการสะท้อนถึงความสำคัญของผู้สูงวัยในฐานะผู้ถ่ายทอดวัฒนธรรม ประสบการณ์ และคุณค่าทางสังคมให้แก่คนรุ่นหลังอย่างแท้จริง

พร้อมกันนี้ ยังร่วมกับองค์การบริหารส่วนตำบลยางเปียง อ.อมก๋อย จ.เชียงใหม่ ภายใต้การดำเนินโครงการ “อมก๋อยโมเดล” จัดกิจกรรมโครงการส่งเสริมและอนุรักษ์ประเพณีรดน้ำดำหัวผู้สูงอายุตำบลยางเปียง เพื่อยกย่องเชิดชูเกียรติผู้สูงอายุในชุมชน เป็นเวทีแสดงออกถึงความกตัญญูกตเวที โดยบรรยากาศการภายในเป็นไปอย่างอบอุ่น และสนุกสนาน

ทั้งนี้ มูลนิธิเจริญโภคภัณฑ์พัฒนาชีวิตชนบท (ซีพี) ให้ความสำคัญอย่างยิ่งกับผู้สูงอายุ และตระหนักถึงสถาน การณ์ของสังคมผู้สูงอายุในประเทศไทย จึงได้ขับเคลื่อน “โครงการบ้านชื่นสุข” จ.เชียงราย และโครงการพัฒนาอาชีพด้านการบริบาล อย่างต่อเนื่อง เพื่อสนับสนุนและเสริมสร้างพลังกายและพลังใจให้กับผู้สูงอายุ พร้อมสร้างคุณภาพชีวิตที่ดี มีคนดูแลที่ผ่านการอบรมอย่างถูกต้อง ให้ผู้สูงอายุมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นทั้งกายและใจ เกิดความตระหนักและเห็นคุณค่าในตนเอง สามารถใช้ชีวิตในสังคมได้อย่างมีความสุข โดยมีแผนจะจัดกิจกรรมทั่วประเทศต่อไป

พาราไดซ์ พาร์ค ผนึกพันธมิตร ‘ร้านปันกัน’ ร่วมสร้างสังคมแห่งการแบ่งปัน

พาราไดซ์ พาร์ค ผนึกพันธมิตร ‘ร้านปันกัน’ ร่วมสร้างสังคมแห่งการแบ่งปัน

พาราไดซ์ พาร์ค ผนึกพันธมิตร ‘ร้านปันกัน’ ร่วมสร้างสังคมแห่งการแบ่งปัน

วันพุธ ที่ 16 เมษายน พ.ศ. 2568, 13.52 น.

เมื่อ “การศึกษา” เป็นรากฐานของการเติบโตเป็นคนที่มีคุณภาพ แต่คุณรู้หรือไม่ว่าในบางพื้นของประเทศไทย โดยเฉพาะพื้นที่ห่างไกล พบว่ายังมีเด็กจำนวนไม่น้อยที่ยังเข้าไม่ถึงการศึกษา ซึ่งสาเหตุหลักมาจากการขาดแคลนทุนทรัพย์ในการเรียนต่อ

พาราไดซ์ พาร์ค ศูนย์การค้าในเครือเอ็ม บี เค ร่วมเป็นส่วนหนึ่งกับการสร้างสรรค์สังคมที่ดีขึ้น กับการมอบโอ กาสให้น้องๆ ได้เข้าถึงการศึกษาอย่างมีประสิทธิภาพ เพื่อเติบโตเป็นคนที่มีคุณภาพต่อไป โดยร่วมกับพันธมิตร “ร้านปันกัน” โดย มูลนิธิยุวพัฒน์ จัด งานปล่อยของส่งน้องเรียน 2568 ครั้งที่ 5 เนรมิตพื้นที่ ลานกิจกรรม ชั้น 1 ศูนย์การค้าพาราไดซ์ เพลส ให้เป็นสังคมแห่งการแบ่งปัน เพื่อสร้าง “โอกาส” สร้างการเปลี่ยนแปลงสังคมที่ดีขึ้นอย่างยั่งยืน โดยมี จรูญรัตน์ สาลี กรรมการผู้จัดการ และ เอกกร อัมบัส ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ บริษัท พาราไดซ์ พาร์ค จำกัด ร่วมต้อนรับ สุวิชญา ประมวญรัตน ผู้จัดการฝ่ายงานพัฒนาธุรกิจและสร้างการมีส่วนร่วมร้านปันกัน วิทยา ธรรมานันท์ ผู้จัดการระดมทุนและพัฒนาการมีส่วนร่วม และ วีนัสนันท์ เจริญตะคุ ผู้จัดการแผนกคลังสินค้าปันกัน มูลนิธิยุวพัฒน์ พร้อมกับร่วมเยี่ยมชมและซื้อสินค้าในงาน ซึ่งในงานพบกับสินค้าสภาพดี ที่ไม่ได้ใช้ประโยชน์แล้ว จากผู้ใหญ่ใจดีที่นำมาบริจาค โดยทุกชิ้นได้ผ่านการตรวจสอบคุณภาพมาแล้วทั้งสิ้น และนำมาจำหน่ายในราคาย่อมเยา อาทิ โต๊ะ เก้าอี้สำนักงาน ชั้นวางของ โต๊ะทำงาน ของตกแต่งบ้าน เครื่องใช้ไฟฟ้า ฯลฯ นอกจากจะได้เลือกช้อปสินค้าดี ในราคาคุ้มค่าแล้ว แถมยังได้ส่งน้อง ๆ เรียนต่ออีกด้วย

ตลอดการจัดงานทั้ง 4 วัน ได้รับการตอบรับที่ดีจากลูกค้าภายในศูนย์การค้าฯ พนักงาน และผู้ประกอบการร้านค้า นอกจากมาร่วมอุดหนุนสินค้าอย่างต่อเนื่อง บางคนยังนำของสภาพดีมาร่วมบริจาคอีกเช่นกัน โดยรายได้จากการจำหน่ายสินค้ารวมเป็นเงินทั้งสิ้น 506,630 บาท ซึ่งเงินทั้งหมดนี้นำไปมอบเป็นทุนการศึกษาให้แก่เด็กขาดโอกาสและสนับสนุนโครงการพัฒนาเยาวชนไทย โดย มูลนิธิยุวพัฒน์ ต่อไป 

“การแบ่งปัน” ในครั้งนี้ ไม่เพียงแค่สร้างโอกาสในการเปลี่ยนชีวิตของเด็ก ๆ อีกหลายต่อหลายคนจากหลายพื้นที่ ได้เข้าถึงการศึกษาอย่างมีประสิทธิภาพ แต่ยังเป็นจุดเริ่มต้นของการสร้างรากฐานชีวิตที่มั่นคง ช่วยให้พวกเขาได้เติบโตเป็นคนที่มีคุณภาพ ร่วมสร้างสังคมที่ดีและยั่งยืนต่อไปในอนาคต

รพ.จุฬาฯ ปลื้ม ยอดใช้แอป ‘CheckPD’ ทะลุ 50% ชูวาระวันพาร์กินสันโลก ย้ำให้ผู้คนตระหนักรู้จักโรคพาร์กินสัน

รพ.จุฬาฯ ปลื้ม ยอดใช้แอป ‘CheckPD’ ทะลุ 50% ชูวาระวันพาร์กินสันโลก ย้ำให้ผู้คนตระหนักรู้จักโรคพาร์กินสัน

รพ.จุฬาฯ ปลื้ม ยอดใช้แอป ‘CheckPD’ ทะลุ 50% ชูวาระวันพาร์กินสันโลก ย้ำให้ผู้คนตระหนักรู้จักโรคพาร์กินสัน

วันพุธ ที่ 16 เมษายน พ.ศ. 2568, 13.31 น.

รพ. จุฬาฯ เผยความคืบหน้าการใช้แอปพลิเคชัน CheckPD แอปพลิเคชันที่ใช้ตรวจหาความเสี่ยงการเป็นพาร์กินสัน สูงถึง 50% หลังเปิดตัวได้เพียงสองเดือนเศษ หวังช่วยลดความรุนแรงของโรคด้วยการสกรีนหาคนมีความเสี่ยงเพื่อเข้ารับการรักษาได้ทันท่วงที พร้อมเชิญชวนประชาชนร่วมตระหนักรู้ถึงภัยจากโรคพาร์กินสันเนื่องในวันพาร์กินสันโลก   

ศ.นพ. รุ่งโรจน์ พิทยศิริ หัวหน้าศูนย์ความเป็นเลิศทางการแพทย์โรคพาร์กินสันและกลุ่มโรคความเคลื่อนไหวผิดปกติ โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ สภากาชาดไทย

ศ.นพ. รุ่งโรจน์ พิทยศิริ หัวหน้าศูนย์ความเป็นเลิศทางการแพทย์โรคพาร์กินสันและกลุ่มโรคความเคลื่อนไหวผิดปกติ โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ สภากาชาดไทย เปิดเผยถึงความคืบหน้าของแอปพลิเคชัน CheckPD ที่ใช้ตรวจหาความเสี่ยงการเป็นโรคพาร์กินสัน หลังจากเปิดตัวไปเมื่อวันที่ 15 มกราคมที่ผ่านมา จนถึงปัจจุบัน พบว่ามีผู้ดาวน์โหลดเข้าใช้งานแล้วถึง 5,961 ราย จากเป้าหมายที่ตั้งไว้ 10,000 รายภายในปีนี้ โดยในจำนวนนี้เป็นผู้ใช้งานในกรุงเทพฯ 2,589 ราย ภาคกลาง 1,938 ราย ภาคเหนือ 216 ราย ภาคใต้ 237 ราย ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ 237 ราย ภาคตะวันตก 40 ราย ภาคตะวันออก 260 ราย และไม่ระบุพื้นที่ 444 ราย

แอปพลิเคชัน CheckPD เป็นแอปพลิเคชันที่ใช้เทคโนโลยีดิจิทัลและการวิเคราะห์ฐานข้อมูลขนาดใหญ่ร่วมกับปัญญาประดิษฐ์ พัฒนาขึ้นโดยศูนย์ความเป็นเลิศทางการแพทย์โรคพาร์กินสันและกลุ่มโรคความเคลื่อนไหวผิดปกติ โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ ร่วมกับสภากาชาดไทย เพื่อช่วยให้ประชาชนสามารถตรวจหาความเสี่ยงของการเป็นโรคพาร์กินสัน และเข้ารับการรักษาได้ทันท่วงที โดยไม่ต้องรอให้เกิดอาการชัดเจน เนื่องจากโรคพาร์กินสันเป็นหนึ่งในโรคความเสื่อมทางระบบประสาทที่ปัจจุบันยังไม่มีวิธีการป้องกันหรือรักษาให้หายขาด มีเพียงการรักษาเพื่อประคองอาการไม่ให้รุนแรง และเพื่อให้ผู้ป่วยยังคงใช้ชีวิตในสังคมได้ตามปกติ โดยความสำคัญของการรักษาโรคพาร์กินสันคือ หากตรวจพบได้เร็ว รับการรักษาเร็ว จะช่วยลดอาการรุนแรงของโรคได้

“อาการของโรคพาร์กินสันจะแสดงออกมาแบบค่อยเป็นค่อยไป มีระยะเวลาของอาการเตือนและการดำเนินโรคที่ค่อนข้างนาน 10-20 ปี ทำให้ผู้ที่เป็นในระยะแรกมักไม่รู้ตัวเพราะอาการที่มีไม่มาก กว่าจะมีอาการชัดเจนและได้รับการวินิจฉัยว่าเป็นพาร์กินสัน ก็เมื่อมีอาการในระดับรุนแรง ทำให้การรักษาเป็นไปค่อนข้างยาก ซึ่งนอกจากผู้สูงอายุที่มีความเสี่ยงในการเป็นโรคพาร์กินสันแล้ว ในผู้ที่อายุ 40 ปีขึ้นไปก็มีความเสี่ยงด้วยเช่นกัน หากมีการตรวจคัดกรองด้วยแอปพลิเคชัน CheckPD แล้วพบว่ามีความเสี่ยงที่จะเป็น สามารถนำผลการทดสอบที่ได้ไปพบแพทย์เพื่อรับการตรวจวินิจฉัยที่ละเอียดและเข้ารับการรักษาตั้งแต่ระยะแรกของการดำเนินโรค จะช่วยลดความรุนแรงของอาการลงได้ รวมถึงสามารถวางแผนการรักษาที่เหมาะสม เพื่อให้ผู้ป่วยยังคงมีคุณภาพชีวิตที่ดีและสามารถใช้ชีวิตอยู่ในสังคมได้ตามปกติ” ศ.นพ.รุ่งโรจน์ กล่าว

ทุกวันที่ 11 เมษายน ของทุกปี ได้ถูกกำหนดให้เป็นวันพาร์กินสันโลก (World Parkinson’s Disease Day) เพื่อให้ผู้คนตระหนักถึงโรคพาร์กินสัน ในโอกาสนี้ ศูนย์ความเป็นเลิศทางการแพทย์โรคพาร์กินสันและกลุ่มโรคความเคลื่อนไหวผิดปกติ โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ สภากาชาดไทย จึงขอเชิญชวนให้ผู้ที่มีความเสี่ยงหรือผู้ที่สนใจ ดาวน์โหลดแอปพลิเคชัน CheckPD เพื่อตรวจหาความเสี่ยงของตนเองและคนในครอบครัว เพราะการตรวจพบโรคตั้งแต่ระยะแรกของการดำเนินโรค จะช่วยให้ผู้ป่วยสามารถเข้ารับการรักษาได้เร็วขึ้น

ศ.นพ.รุ่งโรจน์กล่าวต่อไปอีกว่า นอกจากการประชาสัมพันธ์เชิญชวนให้ประชาชนชาวไทยดาวน์โหลดแอปพลิเคชัน CheckPD เพื่อทดสอบหาความเสี่ยงการเป็นพาร์กินสันแล้ว ทางศูนย์ฯ ยังได้ประสานขอความร่วมมือกับหน่วยงานหลายแห่ง อาทิ บริษัทผู้ผลิตและจำหน่ายยา หรือการอบรมให้ความรู้กับอสม. ในการร่วมประชาสัมพันธ์แอปพลิเคชันดังกล่าว รวมถึงการวางแผนในการลงพื้นที่ห่างไกล เพื่อนำแอปพลิเคชันไปตรวจหาความเสี่ยงให้กับประชาชนในพื้นที่หลายจังหวัด ในช่วงระหว่างเดือนพฤษภาคม – ตุลาคม นี้อีกด้วย

แอปพลิเคชัน CheckPD ใช้เวลาเพียง 25 นาทีในการทำแบบประเมินความเสี่ยง มีทั้งการทดสอบการขยับนิ้วมือ ทดสอบอาการสั่น ทดสอบการทรงตัว และทดสอบการออกเสียง ซึ่งผลที่ได้จากการทดสอบมีความแม่นยำสูงถึง 90% สามารถดาวน์โหลดแอปพลิเคชันเพื่อทดสอบความเสี่ยงการเป็นพาร์กินได้ที่แอปสโตร์และเพลย์สโตร์

Tod’s เฉลิมฉลองรองเท้าไอคอนิก Gommino ผ่านหนังสือ Italian Hands

Tod’s เฉลิมฉลองรองเท้าไอคอนิก Gommino ผ่านหนังสือ Italian Hands

Tod’s เฉลิมฉลองรองเท้าไอคอนิก Gommino ผ่านหนังสือ Italian Hands

วันพุธ ที่ 16 เมษายน พ.ศ. 2568, 06.10 น.

แบรนด์ดังจากอิตาลี Tod’s เฉลิมฉลองรองเท้า Gommino ที่เป็นไอคอนิคผ่านหนังสือ ITALIAN HANDS – ARTISANAL STORIES FROM ITALY ซึ่งเป็นหนังสือที่ถ่ายทอดเรื่องราวและสรรเสริญความยอดเยี่ยมของงานฝีมือแบบ Made in Italy และวิถีชีวิตอันงดงามในแบบของประเทศอิตาลี

รองเท้า Gommino เปรียบเสมือนสัญลักษณ์ของความสง่างามที่เหนือกาลเวลา เป็นหนึ่งในตัวแทนที่ล้ำค่าที่สุดของงานฝีมือของอิตาลี รองเท้าทุกคู่ของ Gommino เป็นการแสดงออกถึง Artisanal Intelligence หรือ ปัญญาของช่างฝีมือ และคุณภาพอันระดับสูงของ Tod’s ที่ส่งเสริมและเชิดชูขึ้นทั่วโลก รองเท้า Gommino คู่นี้ไม่ได้เป็นเพียงแค่สินค้าเท่านั้น แต่เป็นสัญลักษณ์ของวิถีชีวิตที่ให้ความสำคัญกับรายละเอียดและความหลงใหลในความงามซึ่งเป็นคุณค่าที่คู่ควรแก่ทุกคน

หนังสือ Italian Hands บอกเล่าเรื่องราวความเป็นมาของประเทศอิตาลีผ่านมือสองข้างของเหล่าช่างฝีมือ และไม่เพียงแค่นั้น ยังเป็นการสะท้อนถึงใบหน้าของบุคคลที่คอยตีแผ่ความสง่างามและรสนิยมอันดีเยี่ยม เป็นการรวบรวมเหล่าช่างฝีมือเพื่อรักษาประเพณีของงานฝีมือแห่งความงามนี้ให้คงอยู่ บุคคลเหล่านี้ได้แก่ Giberto Arrivabene และ Bianca di Savoia-Aosta ร่วมกับ Gianni Seguso ช่างเป่าแก้วจากเมืองมูราโน่ Lola Montes Schnabel กับ Rosario Spina ช่างฝีมือด้านเครื่องปั้นดินเผา Madina Visconti กับ Ernesto Carati ช่างฝีมือทองเหลืองและทองแดง Carlo Clavarino กับ Christian Belforte ผู้เชี่ยวชาญของซอสเพสโต้

หนังสือเล่มนี้ไม่ได้เป็นเพียงการสรรเสริญเชิดชูถึงอดีตเท่านั้น แต่เป็นอันคล้ายคลึงกับสะพานที่เชื่อมโยงระหว่างผู้คนรุ่นเก่าสู่รุ่นใหม่ เน้นย้ำถึงคุณค่าของงานฝีมืออันเป็นรากฐานสำคัญของอนาคต เหล่าช่างฝีมือรุ่นใหม่ยังต้องเรียนรู้จากปรมาจารย์ ตอกย้ำการสืบทอดมรดกของ Made in Italy พร้อมแนวคิดและวิสัยทัศน์ใหม่ต่อไป สือสานให้ อิตาลี ยังคงเป็นสัญลักษณ์ของคุณภาพและความประณีตตลอดไป

Diego Della Valle ประธานของ Tod’s Group กล่าวว่า “หนังสือเล่มนี้เป็นการสรรเสริญเหล่าผู้คนที่อุทิศตนด้วยความหลงใหลและมุ่งมั่นในทุกวัน เพื่อช่วยกันรักษาส่วนสำคัญของอัตลักษณ์ทางวัฒนธรรมของเราให้คงอยู่ต่อไปในวันข้างหน้า เป็นการยกย่องผู้ที่สามารถและรู้วิธีเสริมสร้างคุณค่าของงานฝีมือให้กลายเป็นสัญลักษณ์ของคุณภาพอย่างแท้จริง ต้านทานกาลเวลา มีความโปร่งใส่ความเอาใจใส่ คงทั้งหมดนี้ไว้สำหรับคนรุ่นใหม่ในวันพรุ่ง”

หนังสือ Italian Hands เล่มนี้ได้รับเกียรติอันล้ำค่าจาก Michelle Yeoh นักแสดงเจ้าของรางวัลออสการ์ ในการเขียนคำนำ ซึ่งเธอได้ถ่ายทอดมุมมองเกี่ยวกับคุณค่าของงานฝีมือซึ่งเป็นการเชื่อมโยงอันลึกซึ้งระหว่างอดีตและอนาคต บทความของเธอเป็นดั่งการยกย่องคุณภาพของ Made in Italy และวิถีชีวิตที่งดงามซึ่งเกิดขึ้นจากมรดกทางหัตถศิลป์นี้

หนังสือ Italian Hands ถือเป็นอีกก้าวสำคัญอีกหนึ่งในการเดินทางของ Tod’s เพื่อส่งเสริมงานฝีมือชาวอิตาลีที่เปี่ยมไปด้วยสไตล์และวัฒนธรรมเหล่านี้ หนังสือเล่มนี้จะได้รับการเปิดตัวที่บูติก Tod’s ในกรุงมิลาน ในช่วง Design Week พร้อมกับการเปิดตัว หนังสือ Italian Hands จะมีการเผยโฉม Gommini รุ่นลิมิเต็ดสุดพิเศษ ซึ่งวางจำหน่ายเฉพาะที่บูติก Tod’s ณ Via Montenapoleone และบนเว็บไซต์ tods.com เท่านั้น

MOO Bangkok เปิดตัวคอลเลกชัน Spring/Summer 2025 สปอร์ตแต่คลาสสิก

MOO Bangkok เปิดตัวคอลเลกชัน Spring/Summer 2025 สปอร์ตแต่คลาสสิก

MOO Bangkok เปิดตัวคอลเลกชัน Spring/Summer 2025 สปอร์ตแต่คลาสสิก

วันพุธ ที่ 16 เมษายน พ.ศ. 2568, 06.05 น.

MOO Bangkok (หมู แบงค็อก) แบรนด์เสื้อผ้าผู้ชายและไลฟ์สไตล์ โดย หมู – พลพัฒน์ อัศวะประภา ดีไซเนอร์และผู้ก่อตั้ง Asava Group เปิดตัวคอลเลกชันใหม่ล่าสุด ‘MOO Bangkok Spring/Summer 2025’ นำเสนอเอกลักษณ์อันโดดเด่นของแบรนด์ในสไตล์ Urban Casual และ Preppy พร้อมหยิบยกแรงบันดาลใจจาก 2 คอนเซ็ปต์หลัก ได้แก่ ‘Tennis Club’ ที่ได้แรงบันดาลใจจากการแข่งขันเทนนิสระดับตำนานอย่าง ‘Wimbledon’ ผ่านดีไซน์เสื้อผ้าที่ให้ความรู้สึกสปอร์ต แต่ยังคงความคลาสสิก และ ‘Sailing Club’ ที่นำเสนอเรื่องราวแห่งการเดินทางในฤดูร้อนอันเต็มไปด้วยบรรยากาศของท้องทะเล ผ่านชุดที่ได้รับอิทธิพลจากการออกแบบ Uniform ซึ่งเป็น DNA สำคัญของ MOO

คอลเลกชันนี้มุ่งเน้นต่อยอดการออกแบบเพื่อนำเสนอเครื่องแต่งกายรูปแบบใหม่ที่ยังคงเอกลักษณ์ และสามารถ Mix & Match กับเสื้อผ้าชิ้นอื่นๆ ได้อย่างหลากหลาย เริ่มต้นด้วยเสื้อกึ่งนิตทอลายทาง (Striped Flat Knit) ในโทนสีต้อนรับฤดูร้อน ติดอาร์มลวดลายเฉพาะของ Tennis Club ที่ให้ความรู้สึกสปอร์ต โดยมาพร้อมกับกางเกงขาสั้นเข้าชุด นอกจากนั้นยังมีเสื้อเชิ้ตผ้าคอตตอน (Cotton Shirt) ตัดต่อเทคนิค Color Block ที่ให้ความเป็น Sportswear จับคู่กับกางเกงวอร์ม (Sweatpants) ที่สวมใส่สบาย พร้อมด้วยเสื้อโปโลที่ตัดเย็บจากผ้าเฟรนช์เทอร์รี่ (French Terry) อันเป็นไอเทมที่น่าจับตามองของซีซั่นนี้ และชุดวอร์ม (Track Suit) ที่โดดเด่นด้วยปกเสื้อกะลาสี ซึ่งเป็นหนึ่งในแนวคิดหลักของคอลเลกชัน และเชื่อมโยงกับความเป็น Uniform ของ MOO ด้วยดีเทล ตลอดจนการตัดเย็บที่พิถีพิถันในทุกชิ้นงาน ทำให้ภาพของ MOO ที่มีทั้งความสปอร์ตและคลาสสิกนั้นชัดเจนยิ่งขึ้น

ดีเทลจากคอนเซ็ปต์ Sailing Club ถูกนำมาหลอมรวมเข้ากับโครงเสื้อผ้าของ MOO ที่มีความร่วมสมัย อีกทั้งยังเลือกใช้เนื้อผ้าที่ตอบโจทย์กับช่วงฤดูร้อนได้อย่างสมบูรณ์แบบ อาทิ เสื้อเชิ้ตแขนยาวปกกว้างตัดเย็บจากผ้าเซียร์ซัคเกอร์ (Seersucker Shirt) แมทช์กับ กางเกงขาสั้นลายทาง (Striped Shorts) สี Tone-on-Tone ในสไตล์ของ MOO นอกจากนี้ยังมีเสื้อแจ็กเก็ตในรูปแบบใหม่ที่ตกแต่งด้วยคอปกซึ่งหยิบยกดีเทลมาจากเสื้อคลุมกะลาสี (U.S.N. Shawl  Collar) รวมถึงกางเกงขาสั้นทรงเบสิก (Basic Shorts) ที่สามารถใส่ได้กับทุกลุค โดย MOO ยังคงความสนุกในงานดีไซน์ด้วยการนำเสนอกางเกงขาสั้นลูกฟูกลายเพสลีย์ (Corduroy Paisley Shorts) เมื่อสวมคู่กับหมวกที่เข้ากันยิ่งขับให้สไตล์ Sailing Club ดูสมบูรณ์แบบยิ่งขึ้น และปิดท้ายคอลเลกชันด้วยไฮไลท์ไอเทมอย่าง เสื้อคิวบา (Cuban Guayabera) ที่ออกแบบมาให้สวมใส่ง่ายและเหมาะกับบรรยากาศช่วงซัมเมอร์ โดยมี ดีเทลตีเกล็ดทั้งด้านหน้าและด้านหลัง ถ่ายทอดเสน่ห์ของ Summer Casual ได้อย่างลงตัว

ภายในงานยังได้รับเกียรติจากเหล่าบรรดาดารานักแสดงชื่อดัง อาทิ มาร์ค-ภาคิน คุณาอนุวิทย์, ซี-ทวินันท์ อนุกูลประเสริฐ, มีน-พีรวิชญ์ อรรถชิตสถาพร, โชกุน-ปวริศร์ ศรีชัยชนะ, อองรี-ออสการ์ เอ็ดเวิร์ด วัตราเศรษฐ์ เฮนรี่,
วิคเตอร์-วรเมธ กอนุประพันธ์, จั๋ง-วิกร บูรณภิญโญ, เน-ณรัณ วิกัยรุ่งโรจน์, กฤต-กฤติน สอสูงเนิน, มิวอ้อน-ณณณ นามปีติ, เออร์วิน-ศุภกฤต เพนนอร์ส, เทศน์-เฮนรี ไมรอน, เบ็น-วราวุฒิ บราวน์, พิชญ์-พิชญ์ กาไชยและ เกรซ – บุศรินทร์ วงศ์ลีลนนท์ มาร่วมงาน

ตามไปอัพเดทคอลเลกชัน MOO Bangkok Spring/Summer 2025 ได้ที่ MOO Bangkok Flagship Store และช่องทางออนไลน์ที่ Website: http://www.moobangkok.com, Line Official: @moobangkok, Line Shopping: https://shop.line.me/@moobangkok, Lazada: https://www.lazada.co.th/shop/moobangkok และ Central Online: https://www.central.co.th/th/moo

‘กิฟฟารีน’ คว้ารางวัลต่อเนื่องปีที่ 3 บริษัทขายตรงที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

‘กิฟฟารีน’ คว้ารางวัลต่อเนื่องปีที่ 3 บริษัทขายตรงที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

‘กิฟฟารีน’ คว้ารางวัลต่อเนื่องปีที่ 3 บริษัทขายตรงที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

วันพุธ ที่ 16 เมษายน พ.ศ. 2568, 06.03 น.

กิฟฟารีน คว้ารางวัล Thailand’s Most Admired Company 2024-2025 ต่อเนื่องปีที่ 3 ขึ้นแท่นเป็นบริษัทที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด ในกลุ่มธุรกิจขายตรง จากผลสำรวจทั่วประเทศ เหมือนเป็นเสียงสะท้อนจากมหาชนในการเป็นบริษัทที่ยืนหนึ่งในใจผู้บริโภคคนไทยมาอย่างยาวนาน มอบรางวัลโดยนิตยสาร BrandAge

นายพงศ์พสุ อุณาพรหม รองกรรมการผู้จัดการ และประธานเจ้าหน้าที่เพื่อการเติบโตองค์กร บริษัท กิฟฟารีน สกายไลน์ ยูนิตี้ จำกัด กล่าวว่า “กิฟฟารีน มีความภูมิใจเป็นอย่างมากที่ได้รับรางวัล Thailand’s Most Admired Company 2024-2025 ในฐานะบริษัทที่น่าเชื่อถือสูงสุดในกลุ่มธุรกิจขายตรง ต่อเนื่องเป็นปีที่ 3 ในโอกาสนี้ขอขอบคุณนิตยสาร BrandAge และ ท่านคณาจารย์ผู้พัฒนางานวิจัย ช่วงเวลาที่ผ่านมาธุรกิจขายตรงเป็นธุรกิจที่ถูกจับตามองเป็นพิเศษและมีคำถามมากมายเกี่ยวกับธุรกิจนี้ กิฟฟารีนเพิ่งผ่านการเฉลิมฉลองครบรอบ 29 ปี เมื่อวันที่ 17 มีนาคม ที่ผ่านมา ผมขอเรียนว่ากิฟฟารีนได้เปิดโรงงานผลิตผลิตภัณฑ์ก่อนที่จะเปิดบริษัท เพราะเราเชื่อว่าหัวใจของธุรกิจนี้คือ ผลิตภัณฑ์ เราเปิดโรงงาน เป็นเจ้าของโรงงานเองตั้งแต่เดือนตุลาคม 2538 และเปิดบริษัทในเดือนมีนาคม 2539 เริ่มต้นด้วยการมีผลิตภัณฑ์ 111 รายการ ปัจจุบันมีกว่า 2000 รายการ  เราเชื่อว่าผลิตภัณฑ์ของเรา  ผู้บริโภคใช้แล้วจะมีความสุขและมีความพึงพอใจ  รางวัลนี้จะเป็นกำลังใจให้ผม คณะผู้บริหาร พนักงาน ตลอดจนผู้จำหน่ายหรือนักธุรกิจอิสระของกิฟฟารีน  ในการมุ่งมั่นดำเนินธุรกิจอย่างมีจรรยาบรรณ มีคุณธรรมและจริยธรรม ที่จะส่งมอบผลิตภัณฑ์ และบริการที่มีดีให้แก่ผู้บริโภค ขอขอบคุณทุกท่านอีกครั้ง และขอแสดงความยินดีกับทุกๆ แบรนด์ที่ได้รับรางวัลอันทรงเกียรติในครั้งนี้”

นิตยสาร BrandAge และ BrandAge Online ได้จัดงานมอบรางวัล Thailand’s Most Admired Company 2024-2025 ขึ้นในวันที่ 25 มี.ค.2568 นี้ ที่โรงแรมพูลแมน คิงพาวเวอร์ กรุงเทพฯ โดยใช้เกณฑ์การวัดผลสำรวจ จาก  ปัจจัย 6 ปัจจัย ประกอบด้วย 1.ความสามารถในการสร้างสรรค์นวัตกรรม (Innovation) 2.ความสามารถในการดำเนินธุรกิจ (Business Performance) 3.ภาพลักษณ์ (Corporate Image) 4.การบริหารการจัดการ (Management)  5.ความรับผิดชอบต่อสังคม (Sustainable Development) และ 6.การบริการ (Excellence Service)    ในปีนี้กิฟฟารีนได้คะแนนสูงสุดถึง 4 ปัจจัย

สำรวจโดยนิตยสาร BrandAge นิตยสารด้านธุรกิจและการตลาดชั้นนำของเมืองไทย ร่วมมือกับคณะเทคโนโลยีสื่อสารมวลชน มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลพระนคร ในการดำเนินการเก็บแบบสอบถามและประเมินผล เพื่อศึกษาเรื่องความน่าเชื่อถือขององค์กร ในเรื่องของการมีภาพลักษณ์ที่ดี  ซึ่งเป็นการสำรวจวิจัยที่ได้จัดมาอย่างต่อเนื่องเป็นปีที่ 17 และในส่วนของการศึกษาและวิจัย จะเป็นการศึกษาทัศนคติของกลุ่มเป้าหมายต่อ 24 กลุ่มธุรกิจ ที่เชื่อมโยงกับการดำเนินชีวิตของคนเมือง ต่อปัจจัยในการขับเคลื่อนธุรกิจสู่ความสำเร็จและสร้างภาพลักษณ์ที่ดีให้กับบริษัทหรือองค์กร จนเป็นที่ยอมรับว่าเป็นบริษัทหรือองค์กรที่น่าเชื่อถือที่สุด

กิฟฟารีน เป็นบริษัทขายตรงสัญชาติไทย ที่มุ่งมั่นดำเนินธุรกิจมาตลอด 29 ปี และกำลังจะก้าวเข้าสู่ปีที่ 30 เพื่อสร้างอาชีพ รายได้ และคุณภาพชีวิตที่ดีให้กับคนไทยหลายแสนคน รางวัล Thailand’s Most Admired Company 2024 -2025 ที่กิฟฟารีนคว้ารางวัลบริษัทที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด ในกลุ่มธุรกิจขายตรง ต่อเนื่องเป็นปีที่ 3  ครั้งนี้  เป็นรางวัลที่การันตีคุณภาพและความภูมิใจที่สุดของกิฟฟารีน  ที่สามารถคว้ามาได้สำเร็จอีกปี ด้วยคะแนนสูงสุด ถือเป็นสุดยอดองค์กรแห่งปี  ที่ครองแชมป์บริษัทขายตรงในใจผู้บริโภคคนไทยมายาวนาน ซึ่งรางวัลนี้เป็นการยืนยันถึงความแข็งแกร่งของกิฟฟารีน ในตลาดขายตรง ทั้งเมืองไทยและต่างประเทศเลยทีเดียว นอกจากนี้ ยังเป็นแรงบันดาลใจให้บริษัทฯ มุ่งมั่นที่จะพัฒนาผลิตภัณฑ์และบริการดีๆ ต่อเนื่องด้วย เพื่อตอบสนองทุกความต้องการของผู้บริโภคที่เปลี่ยนแปลงอยู่เสมอ

ช็อป แชร์ ชิล ‘The Good Market’ ตลาดนัดชุมชนจากวีโร่ แลกเปลี่ยนสินค้ามือสอง

ช็อป แชร์ ชิล ‘The Good Market’  ตลาดนัดชุมชนจากวีโร่ แลกเปลี่ยนสินค้ามือสอง

ช็อป แชร์ ชิล ‘The Good Market’ ตลาดนัดชุมชนจากวีโร่ แลกเปลี่ยนสินค้ามือสอง

วันพุธ ที่ 16 เมษายน พ.ศ. 2568, 06.02 น.

วีโร่ บริษัทที่ปรึกษาชั้นนำด้านการสื่อสาร ประชาสัมพันธ์ และการตลาดดิจิทัลในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เตรียมจัดงาน “The Good Market” ตลาดนัดชุมชนสร้างสรรค์ที่รวบรวมสินค้ามือสองคุณภาพดี พร้อมกิจกรรมมากมายที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ในวันที่ 26 เมษายน นี้ ณ 515 Victory กรุงเทพฯ ตั้งแต่เวลา 10.30 – 19.00 น.  เพื่อผลักดันให้แนวคิดเรื่องความยั่งยืนกลายเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตประจำวัน และส่งเสริมให้ผู้คนตระหนักถึงการเลือกซื้อและใช้สินค้าที่ใส่ใจต่อสิ่งแวดล้อมมากยิ่งขึ้น

The Good Market สานต่อความสำเร็จจาก The Good Shop ร้านป๊อปอัพแลกเปลี่ยนสินค้ามือสองภายในสำนักงานกรุงเทพฯ ของวีโร่ ซึ่งเปิดพื้นที่ให้พนักงานนำเสื้อผ้าและเครื่องประดับที่ไม่ได้ใช้แล้วมาซื้อขายหรือแลกเปลี่ยนกัน โดย The Good Shop ไม่เพียงเป็นการส่งเสริมแนวคิดแฟชั่นอย่างยั่งยืนภายในองค์กรเท่านั้น แต่ยังสะท้อนพฤติกรรมและรสนิยมทางแฟชั่นของคนวัยทำงานรุ่นใหม่ที่เปลี่ยนแปลงไปอีกด้วย

เพื่อยกระดับแนวคิดของ The Good Shop ไปอีกขั้น ภายในงาน The Good Market จะได้พบกับอินฟลูเอนเซอร์สายรักษ์โลก ร้านค้าแฟชั่นมือสอง และแบรนด์ที่มุ่งมั่นสร้างความยั่งยืน ซึ่งมาร่วมโปรโมทสินค้าและไลฟ์สไตล์ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม เปิดโอกาสให้ทุกคนได้มีส่วนร่วมในการขับเคลื่อนการเปลี่ยนแปลงในแบบที่เข้าถึงได้และสนุกสนาน

“The Good Shop ได้เปลี่ยนมุมเล็ก ๆ ในออฟฟิศของวีโร่ กรุงเทพฯ ให้กลายเป็นพื้นที่ที่มีชีวิตชีวา เปิดโอกาสให้พนักงานทุกคนนำเสื้อผ้า หนังสือ และของสะสมมาแลกเปลี่ยนกันและหมุนเวียนกันใช้ จนกลายเป็นจุดเริ่มต้นของวัฒนธรรมองค์กรที่ส่งเสริมการบริโภคอย่างยั่งยืนและมีความหมาย” นางสาวณัฐณิชา ชัยศิริลาภ ผู้อำนวยการฝ่ายบริหารลูกค้า IMC+ วีโร่ ประเทศไทย กล่าว “สำหรับ The Good Market เราต้องการต่อยอดแนวคิดนี้ออกไปสู่วงกว้าง เพื่อสะท้อนให้เห็นพลังของการเปลี่ยนแปลงเล็ก ๆ ที่เมื่อรวมกันแล้ว สามารถนำไปสู่การเปลี่ยนแปลงที่ยิ่งใหญ่ได้อย่างแท้จริง”

ภายในงาน The Good Market มีกิจกรรมที่น่าสนใจมากมาย ไม่ว่าจะเป็น ตลาดนัดการกุศล: รีเฟรชตู้เสื้อผ้าของคุณด้วยการนำเสื้อผ้า หรือของแฟชั่นที่ไม่ได้ใช้แล้วมาแลกเปลี่ยนกับไอเทมมือสองสุดชิคมากมาย นอกจากนี้ รายได้หลังหักค่าใช้จ่ายจะนำไปสนับสนุนมูลนิธิ Seven Clean Seas เพื่อการอนุรักษ์ท้องทะเล และเสื้อผ้าที่เหลือจากการแลกเปลี่ยนจะนำไปบริจาคให้กับร้านปันกัน โดย มูลนิธิยุวพัฒน์เพื่อสนับสนุนการศึกษาของเยาวชนผ่านโครงการมือสองของพวกเขา

โซนอาหารรักษ์โลก: อิ่มอร่อยกับเมนูจานโปรดที่เสิร์ฟด้วยภาชนะและบรรจุภัณฑ์ที่ทำจากวัสดุรีไซเคิลหรือย่อยสลายได้ ช่วยลดขยะและรักษาสิ่งแวดล้อมไปพร้อมกัน, เวทีทอล์กและดนตรีสด: พบกับเหล่า Changemakers ผู้ประกอบการ NGOs และอินฟลูเอนเซอร์ที่พร้อมแบ่งปันเคล็ดลับการใช้ชีวิตแบบรักษ์โลก พร้อมเพลิดเพลินกับดนตรีสดจากวง Rooftop จากค่าย LOVEiS และศิลปินอื่น ๆ ตลอดทั้งวัน และเวิร์กชอปงานฝีมือ: เพลิดเพลินกับเวิร์กชอปแบบ DIY เพื่อสร้างมีชีวิตใหม่ให้กับสิ่งของที่ไม่ได้ใช้แล้ว

The Good Market เกิดขึ้นจากความร่วมมือของหลากหลายพันธมิตรที่มีเป้าหมายร่วมกันในการขับเคลื่อนสังคมอย่างยั่งยืน ไม่ว่าจะเป็น ร้านปันกัน โดย มูลนิธิยุวพัฒน์ ที่จะมาร่วมแบ่งปันมุมมองเกี่ยวกับการสร้างตลาดสินค้ามือสองเพื่อสังคม, มูลนิธิ Seven Clean Seas ที่จะมารณรงค์เรื่องการลดขยะพลาสติกในท้องทะเล และ ยูนิลีเวอร์ อินเตอร์เนชั่นแนลธุรกิจระดับโลกและพันธมิตรของเครือยูนิลีเวอร์ในการพัฒนาและนำผลิตภัณฑ์ครอบคลุมสู่ตลาดโลก  ที่อยู่เบื้องหลังแบรนด์ผลิตภัณฑ์ความงามและผลิตภัณฑ์ดูแลช่องปากในเครืออย่าง Fluocaril, Closeup (ใกล้ชิด), Simple, Vaseline และ Hellmann’s ได้เข้าร่วมเป็นผู้สนับสนุนหลักอีกด้วย และที่ขาดไปไม่ได้คือ 515 Victory รีสอร์ทบูทีคระดับ 4 ดาวใจกลางกรุงเทพฯ ที่เอื้อเฟื้อสถานที่จัดงาน พร้อมให้บริการแบบครบวงจร เพื่อสนับสนุนอีเวนต์เพื่อชุมชนอย่าง The Good Market

สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมและติดตามข่าวสารได้ที่ Tiktok ของ Vero Thailand (https://www.tiktok.com/@verothailand) และ The Good Shop (https://www.instagram.com/thegoodshopbyvero/)

กรมส่งเสริมวัฒนธรรม จับมือ ศูนย์บริการวิชาการ มศว ประสานมิตร เปิดเค่ายเยาวชน/ช่างทอผ้ารุ่นใหม่ Cultural Textile the Weavers 2025

กรมส่งเสริมวัฒนธรรม จับมือ ศูนย์บริการวิชาการ มศว ประสานมิตร เปิดเค่ายเยาวชน/ช่างทอผ้ารุ่นใหม่ Cultural Textile the Weavers 2025

กรมส่งเสริมวัฒนธรรม จับมือ ศูนย์บริการวิชาการ มศว ประสานมิตร เปิดเค่ายเยาวชน/ช่างทอผ้ารุ่นใหม่ Cultural Textile the Weavers 2025

วันพุธ ที่ 16 เมษายน พ.ศ. 2568, 06.01 น.

กรม​ส่งเสริม​วัฒนธรรม​ โดย​กองมรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรม​ ร่วมกับศูนย์​บริการ​วิชาการ​ มหา​วิทยาลัย​ศรีนครินทร​วิโรฒ​ จัดกิจกรรม Cultural Textile the Weavers 2025 ค่ายเยาวชน/ช่างทอผ้ารุ่นใหม่ พัฒนาทักษะฝีมือ สร้างผู้สืบทอดมรดกภูมิปัญญาผ้าไทย ครั้งที่ ๑ ภายใต้โครงการส่งเสริมและพัฒนาภาพลักษณ์ผ้าไทยสู่สากล ประจำปี ๒๕๖๘

นางสาวลิปิการ์ กำลังชัย รองอธิบดีกรมส่งเสริมวัฒนธรรม (รักษาราชการแทนอธิบดีกรมส่งเสริมวัฒนธรรม) เป็นประธานเปิดกิจกรรมดังกล่าว พร้อมด้วยนางสาวกิตติพร ใจบุญ ผู้เชี่ยวชาญด้านภูมิปัญญา ปฏิบัติหน้าที่ผู้อำนวยการกองมรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรม และนางสาวศิวพร ฉันทไกรวัฒน์ ผู้อำนวยการกลุ่มเผยแพร่และต่อยอดมรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรม เข้าร่วมกิจกรรม โดยมี ดร.ปรารถนา คงสำราญ หัวหน้าโครงการพัฒนามรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรมผ้าไทยสู่สากล​ ประจำปี ๒๕๖๘ เป็นผู้กล่าวรายงาน และนางอารีย์ ป้องสีดา วัฒนธรรมจังหวัดสุรินทร์ พร้อมด้วยนายสุดใจ สะอาดยิ่ง ประธานสภาวัฒนธรรมจังหวัดสุรินทร์ นายหิรัญ ผู้ทรงเดช และนายฉัตรเอก หล้าล้ำ รองประธานสภาวัฒนธรรมจังหวัดสุรินทร์ เข้าร่วมเป็นเกียรติในงาน อีกทั้งยังได้รับเกียรติจากวิทยากรที่มีความเชี่ยวชาญด้านผ้าไทย สิ่งทอและการออกแบบแฟชั่น อาทิ ผศ.ดร.วุฒิไกร ศิริผล อ.ดร.แพรวา รุจิณรงค์ อ.ทัศนียา นิลฤทธิ์ นายวิชระวิชญ์ อัครสันติสุข และนายศักดิ์สิทธิ์ ภัทรประกฤต เข้าร่วมกิจกรรมในวันที่สอง โดยกิจกรรมจัดขึ้นเมื่อเร็วๆ นี้  ที่ โรงแรมบีลีฟ จังหวัดสุรินทร์

สภาสมาคมสตรีแห่งชาติฯ สืบสานวัฒนธรรมไทย ทำบุญและรดน้ำขอพรผู้อาวุโสเนื่องในวันสงกรานต์ 2568

สภาสมาคมสตรีแห่งชาติฯ สืบสานวัฒนธรรมไทย   ทำบุญและรดน้ำขอพรผู้อาวุโสเนื่องในวันสงกรานต์ 2568

สภาสมาคมสตรีแห่งชาติฯ สืบสานวัฒนธรรมไทย ทำบุญและรดน้ำขอพรผู้อาวุโสเนื่องในวันสงกรานต์ 2568

วันพุธ ที่ 16 เมษายน พ.ศ. 2568, 06.00 น.

ประธานสภาสมาคมสตรีแห่งชาติ ในพระบรมราชินูปถัมภ์  นำโดย สุกัญญา ประจวบเหมาะ ประธานสภาสมาคมสตรีแห่งชาติ ในพระบรมราชินูปถัมภ์   เป็นประธานพิธีบวงสรวงสิ่งศักดิ์สิทธิ์และพระภูมิเจ้าที่ ถวายภัตตาหารเพลแด่พระสงฆ์ 9 รูปเพื่อความเป็นสิริมงคล แก่คณะกรรมการ และ องค์กรสมาชิก สภาสมาคมสตรีแห่งชาติฯ และ จัดพิธีรดน้ำขอพรผู้อาวุโส การแสดงมุทิตาจิตและขอขมาต่อผู้อาวุโส เนื่องในประเพณีสงกรานต์ประจำปี พ.ศ. 2568 เพื่อสืบสานประเพณีไทยอันดีงาม  โดยมี เบญจมาศ  รุจิรวงศ์ ประธานสมาชิกสมทบสภาสมาคมสตรีแห่งชาติฯ ในฐานะประธานจัดงานเป็นผู้กล่าวรายงานวัตถุประสงค์ของการจัดงาน และมี  รัชนี วัชรีวงศ์ ณ อยุธยา ประธานคณะกรรมการบริหารสภาสมาคมสตรีแห่งชาติฯ วิภาศิริ มะกรสาร ประธานคณะกรรมการฝ่ายศาสนาคุณธรรมและจริยธรรม เป็นประธานร่วมจัดงาน ณ บ้านพระกรุณานิวาสน์ เมื่อวันศุกร์ที่ 4 เมษายน 2568

ในการนี้มี อดีตประธานสภาสมาคมสตรีแห่งชาติฯ อาทิ จรรย์สมร วัธนเวคิน, เยาวเรศ ชินวัตร พร้อมด้วยสตรีอาวุโส  คุณหญิงโรส บริบาลบุรีภัณฑ์, เพ็ญศรี เคียงศิริ, เดือนฉาย คอมันตร์, ศ.ดร.ศุลีมาศ สุทธิสัมพัทน์, เพ็ญพักตร์ ศรีทอง ประธานสมาคมสภาแม่ดีเด่นแห่งชาติ ในพระอุปถัมภ์ฯ, เดือนฉาย คอมันตร์, พรทิพย์ ศรีเพียร, รัตนา  นรพัลลภ, จรรยา  เฮงตระกูล, พัชนี  เธียรธวัช, วิไลวรรณ ลายถม และ ทรัพย์ทวี  เชื้อบุญมี มาเป็นเกียรติให้สมาชิกสภาสมาคมสตรีแห่งชาติ รดน้ำขอพร โดยคณะกรรมการอำนวยการ คณะกรรมการบริหาร สมาชิกสมทบ และผู้แทนองค์กรสมาชิก สภาสมาคมสตรีแห่งชาติฯ  ร่วมกันแต่งกายผ้าไทย เข้าร่วมงานอย่างพร้อมเพรียงกัน บรรยากาศเป็นไปด้วยความอบอุ่น

สุกัญญา ประจวบเหมาะ ประธานสภาสมาคมสตรีแห่งชาติฯ นำคณะกรรมการ และสมาชิก ถวายภัตตาหารเพลพระสงฆ์ เพื่อความเป็นสิริมงคลในโอกาสปีใหม่ไทย

ประธานสภาสมาคมสตรีแห่งชาติฯ ทำพิธีบวงสรวงสิ่งศักดิ์สิทธิ์และพระภูมิเจ้าที่ประจำบ้านพระกรุณานิวาสน์

สุกัญญา ประจวบเหมาะ รดน้ำขอพร จรรย์สมร วัธนเวคิน อดีตประธานสมาคมสภาสตรีแห่งชาติฯ

สุกัญญา ประจวบเหมาะ รดน้ำขอพร จรรย์สมร วัธนเวคิน อดีตประธานสมาคมสภาสตรีแห่งชาติฯ

ประธานสภาสมาคมสตรีแห่งชาติฯ รดน้ำขอพรจาก เยาวเรศ ชินวัตร อดีตประธานสมาคมสภาสตรีแห่งชาติฯ

ประธานสภาสมาคมสตรีแห่งชาติฯ รดน้ำขอพรจาก เยาวเรศ ชินวัตร อดีตประธานสมาคมสภาสตรีแห่งชาติฯ

ประธานสภาสมาคมสตรีแห่งชาติฯ รดน้ำขอพรจาก เพ็ญพักตร์ ศรีทอง ประธานสมาคมสภาแม่ดีเด่นแห่งชาติฯ

ประธานสภาสมาคมสตรีแห่งชาติฯ รดน้ำขอพรจาก เพ็ญพักตร์ ศรีทอง ประธานสมาคมสภาแม่ดีเด่นแห่งชาติฯ

ประธานสภาสมาคมสตรีแห่งชาติฯ รดน้ำขอพรจาก เพ็ญศรี เคียงศิริ สตรีอาวุโส

ประธานสภาสมาคมสตรีแห่งชาติฯ รดน้ำขอพรจาก เพ็ญศรี เคียงศิริ สตรีอาวุโส

เบญจมาศ  รุจิรวงศ์ รดน้ำสงกรานต์ สุกัญญา ประจวบเหมาะ ประธานสภาสมาคมสตรีแห่งชาติฯ

เบญจมาศ รุจิรวงศ์ รดน้ำสงกรานต์ สุกัญญา ประจวบเหมาะ ประธานสภาสมาคมสตรีแห่งชาติฯ

เบญจมาศ  รุจิรวงศ์ รดน้ำขอพรจาก ศ.ดร.ศุลีมาศ สุทธิสัมพัทน์

เบญจมาศ รุจิรวงศ์ รดน้ำขอพรจาก ศ.ดร.ศุลีมาศ สุทธิสัมพัทน์

คณะกรรมการอำนวยการ คณะกรรมการบริหาร สมาชิกสมทบ รดน้ำขอพรจาก ประธานสมาคมสภาสตรีแห่งชาติฯ

คณะกรรมการอำนวยการ คณะกรรมการบริหาร สมาชิกสมทบ รดน้ำขอพรจาก ประธานสมาคมสภาสตรีแห่งชาติฯ

เบญจมาศ  รุจิรวงศ์, วิภาศิริ มะกรสาร และศิริเพ็ญ วิจารณกุล สักการะสิ่งศักดิ์สิทธิ์ประจำบ้านพระกรุณานิวาสน์

เบญจมาศ รุจิรวงศ์, วิภาศิริ มะกรสาร และศิริเพ็ญ วิจารณกุล สักการะสิ่งศักดิ์สิทธิ์ประจำบ้านพระกรุณานิวาสน์

รัญชา บริบาลบุรีภัณฑ์, เยาวเรศ ชินวัตร, คุณหญิงโรส บริบาลบุรีภัณฑ์, ลาวัลย์ แซ่ตั้ง, ณัฏฐภัค อติเชษฐ์ธนิศ และ ดร.อรุณศรี จงเจียมจิตต์

รัญชา บริบาลบุรีภัณฑ์, เยาวเรศ ชินวัตร, คุณหญิงโรส บริบาลบุรีภัณฑ์, ลาวัลย์ แซ่ตั้ง, ณัฏฐภัค อติเชษฐ์ธนิศ และ ดร.อรุณศรี จงเจียมจิตต์

เพ็ญศรี เคียงศิริ, ดร.สุฑาทิพย์ วาทีทิพย์ และ รัชนี วัชรีวงศ์ ณ อยุธยา

เพ็ญศรี เคียงศิริ, ดร.สุฑาทิพย์ วาทีทิพย์ และ รัชนี วัชรีวงศ์ ณ อยุธยา

(นั่ง) กอบแก้ว คงน้อย, เพ็ญพักตร์ ศรีทอง, สุกัญญา ประจวบเหมาะ, เบญจมาศ ปริญญาพล, ดร.ธันยรัศมิ์ วงศ์กาสิทธิ์ (ยืน) ขวัญจิต ยั่งยืน, ดร. สุธาทิพ ไชยรัตนะ, ณัฏฐภัค อติเชษฐ์ธนิศ , ประภา กิจจะนะ, ดร. ฉันทนา เปียทอง, ทรัพย์ทวี เชื้อบุญมี , ดร.ชลิดา อนันตรัมพร

(นั่ง) กอบแก้ว คงน้อย, เพ็ญพักตร์ ศรีทอง, สุกัญญา ประจวบเหมาะ, เบญจมาศ ปริญญาพล, ดร.ธันยรัศมิ์ วงศ์กาสิทธิ์ (ยืน) ขวัญจิต ยั่งยืน, ดร. สุธาทิพ ไชยรัตนะ, ณัฏฐภัค อติเชษฐ์ธนิศ , ประภา กิจจะนะ, ดร. ฉันทนา เปียทอง, ทรัพย์ทวี เชื้อบุญมี , ดร.ชลิดา อนันตรัมพร