สี จิ้นผิง เริ่มการเยือนมาเลเซีย เพิ่มความร่วมมือท่ามกลางภาษีทรัมป์

สี จิ้นผิง เริ่มการเยือนมาเลเซีย เพิ่มความร่วมมือท่ามกลางภาษีทรัมป์

16 เม.ย. 2568 05:12 น.

สี จิ้นผิง เริ่มการเยือนมาเลเซีย เพิ่มความร่วมมือท่ามกลางภาษีทรัมป์

สี จิ้นผิง ประธานาธิบดีจีน เริ่มการเยือนมาเลเซียแล้ว เตรียมหารือกษัตริย์อิบราฮิม กับนายกฯ มาเลเซีย เรื่องความร่วมมือท่ามกลางกำแพงภาษีของโดนัลด์ ทรัมป์

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า ประธานาธิบดี สี จิ้นผิง แห่งประเทศจีน เริ่มการเดินทางเยือนประเทศมาเลเซียแล้ว เมื่อวันอังคารที่ 15 เม.ย. 2568 ที่ผ่านมา ท่ามกลางการจับจ้องจากทั่วโลก เนื่องจากจีนกำลังต่อสู้ในสงครามการค้ากับสหรัฐฯ ซึ่งมีทีท่าว่าจะรุนแรงขึ้นเรื่อยๆ

หลังจากสหรัฐฯ ตั้งกำแพงภาษีสินค้านำเข้าจากจีนที่อัตรา 145% จนทำให้ฝ่ายจีนตั้งกำแพงภาษีตอบโต้ที่ 125% เมื่อสัปดาห์ก่อน นายสี จิ้นผิง ก็เริ่มการทัวร์เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เพื่อผลักดันให้จีนเป็นอีกทางเลือกหนึ่งที่มั่นคงกว่า สำหรับประเทศที่กำลังเผชิญมาตรการภาษีของโดนัลด์ ทรัมป์

ผู้นำจีนเดินทางถึงสนามบินในกรุงกัวลาลัมเปอร์เมื่อวันอังคาร โดยมีนาย อันวาร์ อิบราฮิม นายกรัฐมนตรีมาเลเซียรอต้อนรับ โดยนายสีมีกำหนดการร่วมงานเลี้ยงรับรองที่พระราชวังหลวงในช่วงเช้าวันพุธ ก่อนจะเริ่มการหารือกับนายอันวาร์ ที่กรุงปุตราจายา อันเป็นศูนย์กลางการปกครองแห่งใหม่ของมาเลเซีย

กระทรวงต่างประเทศมาเลเซียเผยว่า นายสีกับนายอันวาร์เป็นสักขีพยานการลงนามข้อตกลงระดับทวิภาคีหลายฉบับ

ขณะที่นายสี จิ้นผิง บอกกับผู้สื่อข่าวว่า เขาตั้งตารอที่จะสานสัมพันธ์ฉันมิตรระหว่างจีนกับมาเลเซียให้ลึกล้ำขึ้นไปอีก และเขาจะมีการแลกเปลี่ยนมุมมองเชิงลึกในการหารือกับสมเด็จพระราชาธิบดี สุลต่าน อิบราฮิม และนายอันวาร์ ในวันพุธนี้ ซึ่ง “ด้วยความพยายามร่วมกันของทั้งสองฝ่าย การเยือนครั้งนี้จะบรรลุผลลัพธ์มากมายแน่นอน”

นอกจากนั้น นายสียังระบุในบทความของหนังสือพิมพ์ “เดอะ สตาร์” ของมาเลเซีย ด้วยว่า “จีนจะทำงานร่วมกับมาเลเซีย เพื่อต่อสู้กับความไม่แน่นอนของภูมิรัฐศาสตร์โลกและการเผชิญหน้ากันด้วยอาวุธ รวมถึงทวนกระแสแนวคิดเอกภาคนิยม (unilateralism) และการคุ้มครองทางการค้า (protectionism)”

“เราต้องค้ำจุนระบบกับระเบียบระหว่างประเทศที่มีสหประชาชาติเป็นศูนย์กลาง และส่งเสริมการบริหารโลกอย่างเป็นธรรมและเท่าเทียมมากขึ้น”

อนึ่ง การเยือนเวียดนามของนายสีก่อนหน้านี้กลายเป็นประเด็นร้อนขึ้นมา เมื่อเขาระบุในแถลงการณ์ร่วมว่าทั้งสองประเทศจะร่วมมือกันต่อต้านนโยบายการใช้อิทธิพลครอบงำ และจะร่วมกันต่อต้านลัทธิเอกภาคนิยมในทุกรูปแบบ ทั้งสองประเทศยังตกลงที่จะรักษาการค้าแบบเปิดกว้าง โปร่งใส และไม่แบ่งแยกโดยมีองค์การการค้าโลกเป็นแกนกลาง

แถลงการณ์ร่วมระหว่างผู้นำจีนกับเวียดนามดังกล่าว ไม่ได้ระบุชื่อของสหรัฐฯ หรือโดนัลด์ ทรัมป์ แต่อย่างใด

นอกจากแถลงการณ์ดังกล่าวแล้ว จีนกับเวียดนามยังลงนามข้อตกลงความร่วมมือถึง 45 ฉบับ รวมถึงความร่วมมือด้านห่วงโซ่อุปทาน, ปัญญาประดิษฐ์ (AI), การลาดตระเวนทางทะเลร่วมกัน และการพัฒนาทางรถไฟ

ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign

ที่มา : cna

ฮามาสปฏิเสธข้อเสนออิสราเอล ให้ปลดอาวุธ แลกหยุดยิง 6 สัปดาห์

ฮามาสปฏิเสธข้อเสนออิสราเอล ให้ปลดอาวุธ แลกหยุดยิง 6 สัปดาห์

16 เม.ย. 2568 04:01 น.

ฮามาสปฏิเสธข้อเสนออิสราเอล ให้ปลดอาวุธ แลกหยุดยิง 6 สัปดาห์

กลุ่มฮามาสปฏิเสธข้อเสนอหยุดยิงล่าสุดของฝ่ายอิสราเอล ซึ่งจะให้ฮามาสปลดอาวุธและปล่อยตัวประกันบางส่วน แลกกับการหยุดยิง 6 สัปดาห์

สำนักข่าวบีบีซีรายงานว่า กลุ่มฮามาสปฏิเสธข้อเสนอที่ยื่นโดยอิสราเอล ซึ่งต้องการให้กลุ่มติดอาวุธชาวปาเลสไตน์กลุ่มนี้ปลดอาวุธ แลกกับการหยุดยิงในฉนวนกาซานาน 6 สัปดาห์ หลังกองทัพยิวกลับมาโจมตีทางอากาศและภาคพื้นดินในพื้นที่เล็กๆ แห่งนี้อีกครั้ง หลังข้อตกลงหยุดยิงฉบับก่อนล่มไปเมื่อเดือนมีนาคม

เจ้าหน้าที่อาวุโสของปาเลสไตน์คนหนึ่งอ้างว่า ข้อเสนอของอิสราเอลไม่มีสัญญาว่าจะยุติสงครามหรือให้ทหารอิสราเอลถอนกำลังทั้งหมดออกจากฉนวนกาซา ซึ่งเป็นข้อเรียกร้องหลักของกลุ่มฮามาส โดยข้อเสนอยังต้องการให้ฮามาสปล่อยตัวประกันที่ถูกพวกเขาจับตัวเอาไว้และยังมีชีวิตอยู่จำนวนครึ่งหนึ่งด้วย

อนึ่ง ปัจจุบันยังมีตัวประกันที่ถูกกลุ่มฮามาสจับตัวไปตั้งแต่ 7 ต.ค. 2566 อยู่ในฉนวนกาซาอีก 59 คน แต่เชื่อกันว่าในจำนวนนี้เหลือผู้ที่ยังมีชีวิตอยู่เพียง 24 คนเท่านั้น

อิสราเอลยื่นข้อเสนอล่าสุดไปยังประเทศตัวกลางเมื่อปลายสัปดาห์ก่อน ไม่กี่วันหลังนายเบนจามิน เนทันยาฮู นายกรัฐมนตรีอิสราเอลเข้าพบโดนัลด์ ทรัมป์ จากนั้นคณะผู้แทนของกลุ่มฮามาสจึงเข้าพบเจ้าหน้าที่ของประเทศอียิปต์ เพื่อรับทราบข้อเสนอของอิสราเอล

ด้านองค์การสหประชาชาติออกมาเตือนว่า สถานการณ์ด้านมนุษยธรรมในกาซากำลังอยู่ในภาวะเลวร้ายที่สุดนับตั้งแต่สงครามเริ่มขึ้นเมื่อ 18 เดือนก่อน โดยอิสราเอลไม่อนุญาตให้ส่งเสบียงใดๆ เข้าสู่กาซาผ่านด่านต่างๆ มานาน 6 สัปดาห์แล้ว ซึ่งนับเป็นการหยุดชะงักที่ยาวนานที่สุดเท่าที่เคยเกิดขึ้น

UN ยังปฏิเสธคำกล่าวอ้างของรัฐบาลอิสราเอลที่ว่า ในฉนวนกาซามีอาหารเพียงพอให้ประชาชนอยู่ได้อีกนาน และเตือนว่าการปิดกั้นการส่งเสบียงเช่นนี้ อาจละเมิดกฎหมายมนุษยธรรมระหว่างประเทศ

อย่างไรก็ตาม นายเนทันยาฮูกล่าวว่า การปิดกั้นการส่งเสบียงนั้นมีเป้าหมายเพื่อกดดันกลุ่มฮามาสให้ปล่อยตัวประกัน และขยายเวลาหยุดยิงตามข้อตกลงฉบับล่าสุดที่หมดอายุไปเมื่อ 1 มี.ค.

ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign

ที่มา : bbc

ทรัมป์ขู่ยกเลิกสถานะงดเว้นภาษีของ ม.ฮาร์วาร์ด หลังระงับงบฯ 67,000 ล้าน

ทรัมป์ขู่ยกเลิกสถานะงดเว้นภาษีของ ม.ฮาร์วาร์ด หลังระงับงบฯ 67,000 ล้าน

16 เม.ย. 2568 02:59 น.

ทรัมป์ขู่ยกเลิกสถานะงดเว้นภาษีของ ม.ฮาร์วาร์ด หลังระงับงบฯ 67,000 ล้าน

โดนัลด์ ทรัมป์ ขู่ยกเลิกสถานะงดเว้นภาษีของมหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ด หลังประกาศตัดงบฯ ฐานปฏิเสธที่จะดำเนินการเปลี่ยนแปลงหลายอย่างตามที่รัฐบาลต้องการ

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า เมื่อวันอังคารที่ 15 เม.ย. 2568 ประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ แห่งสหรัฐฯ ขู่จะยกเลิกสถานะงดเว้นจากการเสียภาษีเงินได้ ของมหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ด เพียงไม่กี่ชั่วโมงหลังจากรัฐบาลประกาศระงับการจ่ายงบประมาณส่วนกลางจำนวนมากกว่า 2 พันล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ให้แก่สถาบันศึกษาขั้นสูงแห่งนี้

ความเคลื่อนไหวดังกล่าวมีสาเหตุจากทำเนียบขาวต้องการให้มหาวิทยาลัยที่เก่าแก่ที่สุดของสหรัฐฯ แห่งนี้ เปลี่ยนแปลงวิธีการจ้างงาน, รับสมัครนักเรียน และวิธีการเรียนการสอน โดยอ้างว่าเพื่อต่อสู้กับการต่อต้านชาวยิวภายในวิทยาลัย

นับตั้งแต่ โดนัลด์ ทรัมป์ รับตำแหน่งประธานาธิบดีสมัยที่ 2 เขาก็พยายามผลักดันการปฏิรูปมหาวิทยาลัยชั้นนำของประเทศ ด้วยการข่มขู่จะระงับการมอบงบประมาณจากส่วนกลาง ซึ่งเป็นสิ่งที่มหาวิทยาลัยต่างๆ ต้องการเพื่อใช้ในการค้นคว้าวิจัย โดยเขากล่าวหามหาวิทยาลัยชั้นนำของประเทศมานานแล้วว่า ล้มเหลวในการปกป้องนักศึกษาชาวยิว

อย่างไรก็ตาม ฮาร์วาร์ด เป็นมหาวิทยาลัยขนาดใหญ่ของสหรัฐฯ แห่งแรกที่ปฏิเสธข้อเรียกร้องของรัฐบาลทรัมป์ โดยกล่าวหาว่า รัฐบาลกำลังพยายามควบคุมชุมชนของพวกเขา ส่งผลให้นายทรัมป์ประกาศระงับงบประมาณมูลค่ากว่า 2 พันล้านดอลลาร์สหรัฐฯ (ราว 6.7 หมื่นล้านบาท) ของ ม.ฮาร์วาร์ด ตามด้วยคำขู่ยกเลิกสถานะงดเว้นภาษีล่าสุด

อนึ่ง มหาวิทยาลัยต่างๆ รวมถึงองค์กรการกุศลและกลุ่มศาสนาต่างๆ ในสหรัฐฯ ได้รับการงดเว้นจากการเสียภาษีเงินได้ของรัฐบาลกลาง แต่สถานะนี้อาจถูกยกเลิกได้หากมหาวิทยาลัยหรือองค์กรเหล่านั้น เข้าไปเกี่ยวข้องกับกิจกรรมทางการเมือง หรือละจากการปฏิบัติตามเป้าหมายที่ระบุในการก่อตั้งองค์กร

“บางทีฮาร์วาร์ดควรเสียสถานะงดเว้นภาษีและถูกเก็บภาษีในฐานะองค์กรทางการเมือง หากพวกเขายังคงผลักดันอาการป่วยทางการเมือง, อุดมคติ และได้รับแรงบันดาลใจหรือสนับสนุนผู้ก่อการร้ายนี้?” นายทรัมป์ระบุผ่านข้อความบน Truth Social “จำไว้นะ สถานะงดเว้นภาษีนั้นเป็นสิ่งที่เกิดขึ้นเพื่อประโยชน์สาธารณะ”

การเสียสถานะงดเว้นภาษีอาจทำให้ฮาร์วาร์ดต้องมีค่าใช้จ่ายเพิ่มขึ้นปีละหลายล้านดอลลาร์สหรัฐฯ

ต่อมาในวันอังคาร น.ส.แคโรไลน์ เลวิตต์ โฆษกทำเนียบขาวออกแถลงการณ์ว่า นายทรัมป์ต้องการให้ฮาร์วาร์ดขอโทษต่อสิ่งที่รัฐบาลทรัมป์เรียกว่า การอดทนอดกลั้นต่อแนวคิดต่อต้านชาวยิว “ทรัมป์อยากเห็นฮาร์วาร์ดขอโทษ และฮาร์วาร์ดควรขอโทษ”

ทั้งนี้ ความเปลี่ยนแปลงที่ทำเนียบขาวต้องการให้เกิดขึ้นกับฮาร์วาร์ด จะทำให้มหาวิทยาลัยแห่งนี้ต้องสูญเสียการควบคุมองค์กรอย่างมากให้แก่รัฐบาล

การเปลี่ยนแปลงดังกล่าวรวมถึง ฮาร์วาร์ดต้องรายงานเรื่องนักศึกษาที่มีท่าทีเป็นศัตรูต่อค่านิยมอเมริกันให้รัฐบาลกลางรับรู้, ต้องรับรองว่าภาควิชาต่างๆ “มีมุมมองที่หลากหลาย” และต้องจ้างหน่วยงานภายนอกที่ได้รับการอนุมัติจากรัฐบาลเพื่อตรวจสอบโครงการและแผนกต่างๆ ที่ก่อให้เกิดการล่วงละเมิดต่อต้านชาวยิวมากที่สุด

ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign

ที่มา : bbc

ทรัมป์อัดเซเลนสกีเริ่มสงครามยูเครน ปูติน-ไบเดนผิดร่วม ทำคนตายนับล้าน

ทรัมป์อัดเซเลนสกีเริ่มสงครามยูเครน ปูติน-ไบเดนผิดร่วม ทำคนตายนับล้าน

15 เม.ย. 2568 23:38 น.

ทรัมป์อัดเซเลนสกีเริ่มสงครามยูเครน ปูติน-ไบเดนผิดร่วม ทำคนตายนับล้าน

โดนัลด์ ทรัมป์ กล่าวโทษ โวโลดีเมียร์ เซเลนสกี ว่าเป็นผู้เริ่มสงครามยูเครน และบอกว่า ปูตินกับโจ ไบเดน ก็มีความผิดร่วมกัน ที่ทำให้คนเสียชีวิตนับล้าน

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า โดนัลด์ ทรัมป์ อดีตประธานาธิบดีสหรัฐฯ บอกกับผู้สื่อข่าวที่ทำเนียบขาว เมื่อวันจันทร์ที่ 14 เม.ย. 2568 ว่า คนนับล้านต้องเสียชีวิตในสงครามยูเครนเพราะคน 3 คน คนแรกคือ วลาดิเมียร์ ปูติน ผู้นำรัสเซีย ขณะที่โจ ไบเดน ผู้ไม่รู้ว่าตัวเองกำลังทำอะไรอยู่คือคนที่ 2 และ โวโลดีเมียร์ เซเลนสกี คือคนที่ 3

เมื่อนักข่าวถามเรื่องความสามารถของนายเซเลนสกี นายทรัมป์ตอบว่า ผู้นำยูเครนคนนี้เอาแต่หาทางซื้อมิสไซล์อยู่ตลอดเวลา “ถ้าคุณจะเริ่มสงคราม คุณต้องแน่ใจว่าคุณสามารถชนะได้” นายทรัมป์กล่าว “คุณจะมาเริ่มสงครามกับคนที่ตัวใหญ่กว่าคุณ 20 เท่า แล้วหวังว่าคนอื่นๆ จะมอบมิสไซล์ให้คุณแบบนี้ไม่ได้”

นายทรัมป์บอกอีกว่า “ไบเดน สามารถหยุดสงครามได้ และเซเลนสกีก็อาจสามารถหยุดสงครามได้เช่นกัน และปูตินก็ไม่ควรที่จะเริ่มมัน ทุกคนมีส่วนผิดทั้งนั้น”

ทั้งนี้ หน่วยงานต่างๆ รวมถึงสหประชาชาติประเมินว่า สงครามในยูเครนซึ่งเข้าสู่ปีที่ 4 แล้วนั้น ทำให้ทั้งฝ่ายยูเครนและรัสเซียมีผู้เสียชีวิตหรือบาดเจ็บรวมหลายแสนคน แต่ไม่ถึงหลักล้านคนตามที่นายทรัมป์พูด

ผู้นำสหรัฐฯ ยังถูกนักข่าวถามเรื่องการโจมตีของรัสเซียที่ถล่มเมืองซูมีของยูเครนจนมีผู้เสียชีวิต 35 ศพ บาดเจ็บอีก 117 ราย เมื่อช่วงสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา ซึ่งนายทรัมป์กล่าวว่า นี่เป็นเรื่องเลวร้าย แต่เขาได้รับรายงานว่า รัสเซียทำผิดพลาดจนเกิดเหตุการณ์นี้ขึ้น แต่นายทรัมป์ไม่ได้ขยายความเพิ่มเติม

ฝ่ายรัสเซียอ้างว่า พวกเขาโจมตีที่ประชุมทหารยูเครนในเมืองซูมี และทำให้มีเจ้าหน้าที่กองทัพยูเครนเสียชีวิต 60 ศพ แต่ไม่แสดงหลักฐานใดๆ เพื่อสนับสนุนคำกล่าวอ้างนี้

ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign

ที่มา : bbc

จีนสั่งสายการบินในประเทศหยุดรับมอบเครื่องบินโบอิ้ง ตอบโต้ภาษีทรัมป์

จีนสั่งสายการบินในประเทศหยุดรับมอบเครื่องบินโบอิ้ง ตอบโต้ภาษีทรัมป์

15 เม.ย. 2568 22:33 น.

จีนสั่งสายการบินในประเทศหยุดรับมอบเครื่องบินโบอิ้ง ตอบโต้ภาษีทรัมป์

ทางการจีนสั่งสายการบินในประเทศให้หยุดรับมอบเครื่องบินจากบริษัทโบอิ้งของสหรัฐฯ เพื่อตอบโต้มาตรการกำแพงภาษีของโดนัลด์ ทรัมป์

สำนักข่าวบลูมเบิร์กรายงานเมื่อวันอังคารที่ 15 เม.ย. 2568 ว่าทางการจีนออกคำสั่งให้สายการบินในประเทศหยุดรับมอบเครื่องบินที่สั่งซื้อมาจากบริษัทโบอิ้งของสหรัฐฯ เพื่อตอบโต้มาตรการกำแพงภาษีของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ซึ่งจะเก็บภาษีสินค้าที่นำเข้าสู่สหรัฐฯ จากประเทศจีนในอัตราสูงถึง 145%

อุตสาหกรรมการบินทั่วโลกกำลังอยู่ท่ามกลางสงครามภาษี ทั้งผู้ผลิตเครื่องบิน สายการบิน และซัพพลายเออร์ต่างๆ กำลังทบทวนสัญญามูลค่าหลายพันล้านดอลลาร์สหรัฐ หลังจากบริษัทฮาวเมท แอโรสเปซ (Howmet Aerospace) ผู้ผลิตเครื่องยนต์อากาศยานของสหรัฐฯ ออกมาจุดประเด็นว่าใครควรเป็นผู้แบกรับค่าใช้จ่ายที่เพิ่มขึ้นเพราะกำแพงภาษี

สายการบินหลัก 3 เจ้าของประเทศจีนได้แก่ แอร์ ไชน่า, ไชน่า อิสเทิร์น แอร์ไลน์ส และไชน่า เซาเทิร์น แอร์ไลน์ส มีแผนจะรับมอบเครื่องบินจากโบอิ้งจำนวน 45 เครื่อง, 53 เครื่อง และ 81 เครื่องตามลำดับ ระหว่างปี 2568-2570

บลูมเบิร์กรายงานอีกว่าทางการปักกิ่งยังขอให้สายการบินจีนหยุดซื้อชิ้นส่วนและอุปกรณ์ที่เกี่ยวข้องกับเครื่องบินจากบริษัทของสหรัฐฯ ด้วย โดยคาดกันว่าคำสั่งนี้ของจีนจะทำให้ค่าซ่อมบำรุงเครื่องบินในประเทศเพิ่มสูงขึ้น

นอกจากนั้น รัฐบาลจีนยังกำลังพิจารณาหนทางต่างๆ เพื่อให้ความช่วยเหลือสายการบินที่เช่าเครื่องบินเจ็ทของโบอิ้ง ซึ่งกำลังเผชิญกับค่าใช้จ่ายที่มากขึ้นด้วย

ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign

ที่มา : cna

ดันราคา ‘ไข่ไก่’ ปรับขึ้นแผงละ 6 บาท มีผล 17 เม.ย.นี้

ดันราคา ‘ไข่ไก่’ ปรับขึ้นแผงละ 6 บาท มีผล 17 เม.ย.นี้

ดันราคา ‘ไข่ไก่’ ปรับขึ้นแผงละ 6 บาท มีผล 17 เม.ย.นี้

วันพุธ ที่ 16 เมษายน พ.ศ. 2568, 14.41 น.

วันที่ 16 เมษายน 2568  เครือข่ายสหกรณ์ผู้เลี้ยงไก่ไข่ 4 แห่ง ได้แก่ สหกรณ์ผู้เลี้ยงไก่ไข่แปดริ้ว จำกัด, สหกรณ์ผู้เลี้ยงไก่ไข่เชียงใหม่-ลำพูน จำกัด, สหกรณ์ผู้เลี้ยงไก่ไข่ลุ่มแม่น้ำน้อย จำกัด และสหกรณ์ผู้เลี้ยงไก่ไข่ชลบุรี จำกัด

แจ้งราคาแนะนำไข่ไก่คละหน้าฟาร์มเกษตรกร น้ำหนัก 20.5 กิโลกรัมขึ้นไป อยู่ที่ฟองละ 3.40 บาท โดยเป็นการปรับขึ้น 20 สตางค์ต่อฟอง หรือแผงละ 6 บาท จากก่อนหน้าราคาอยู่ที่ 3.20 บาทต่อฟอง ซึ่งจะมีผลวันที่ 17 เม.ย.

ข่าวดี!จีนรับรอง10ห้องแล็บ ตรวจBY2รับส่งออกทุเรียน

ข่าวดี!จีนรับรอง10ห้องแล็บ  ตรวจBY2รับส่งออกทุเรียน

ข่าวดี!จีนรับรอง10ห้องแล็บ ตรวจBY2รับส่งออกทุเรียน

วันพุธ ที่ 16 เมษายน พ.ศ. 2568, 06.00 น.

“นฤมล”รมว.เกษตรฯแจ้งข่าวดี“จีน”รับรองห้อง Lab ตรวจ BY2 รวม10 แห่ง มั่นใจเพียงพอให้บริการรับช่วงฤดูกาลผลิตทุเรียนส่งออกไปจีน

เมื่อวันที่ 15 เมษายน 2568 ศ.ดร.นฤมล ภิญโญสินวัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยว่า ตามข้อสั่งการของ น.ส.แพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ในที่ประชุมคณะรัฐมนตรี(ครม.)เมื่อวันที่ 8 เมษายนที่สอบถามถึงสถานการณ์ห้องแลปตรวจวิเคราะห์หาสาร“Basic Yellow2”( BY2) และ แคดเมียม (Cd) ในทุเรียนสด ก่อนส่งออกไปยังสาธารณรัฐประชาชนจีนว่า กรมวิชาการเกษตร กระทรวงเกษตรฯได้ยื่นหนังสือขอเพิ่มจำนวน 5 แห่ง และ ขอกลับมามีคุณสมบัติอีกครั้ง (Resume) จำนวน 2 แห่ง

ศ.ดร.นฤมล กล่าวต่อว่า กระทรวงเกษตรได้พยายามติดตามความคืบหน้า โดยกรมวิชาการเกษตรได้มีการเจรจากับสำนักงานศุลกากรแห่งสาธารณรัฐประชาชนจีน (GACC)เมื่อวันที่ 10 เมษายน ที่ผ่านมา และล่าสุดทาง GACCได้แจ้งผลการพิจารณาห้องแลปทดสอบสาร BY2 ของไทย  โดยระบุว่า“คณะผู้เชี่ยวชาญจีนได้ดำเนินการวิเคราะห์ประเมินเอกสารห้องแลปที่เกี่ยวข้องเรียบร้อยแล้ว และได้เห็นชอบให้ห้องแลปที่ฝ่ายไทยเสนอ จำนวน 7 แห่ง สามารถดำเนินงานด้านการทดสอบสาร BY2 ในผลไม้ส่งออกจีนของไทยได้ ตั้งแต่วันที่ 14 เมษายน 2568 เป็นต้นไป”

“ผลการพิจารณาตอบกลับจากประเทศจีน ทำให้ปัจจุบันไทยมีห้องแลปทดสอบสาร BY2 จำนวน 10 ห้อง ซึ่งมั่นใจว่า จะเพียงพอรองรับปริมาณทุเรียนที่จะมีผลผลิตออกสู่ตลาดจำนวนมากในช่วงปลายเดือนเมษายน และ เดือนพฤษภาคมนี้อย่างแน่นอน“ศ.ดร.นฤมล กล่าว

ข้อมูลเพิ่มเติม ณ วันที่ 14 เมษายน 2568 รายชื่อแลปไทย ที่สามารถทดสอบสาร BY2 จำนวน 10 แห่ง ได้แก่ 1. Central Laboratory (Thailand) Co., Ltd. Chachoengsao branch 2. Central Laboratory (Thailand) Co., Ltd. Chiangmai branch 3. Asia Medical and Agricultural Laboratory and Research Center Co., Ltd. 4. Central Laboratory (Thailand) Co., Ltd. Songkhla Branch 5 Central Laboratory (Thailand) Co., Ltd. Bangkok branch 6. Bureau Veritas AQ Lab (Thailand) Limited 7. Central Laboratory (Thailand) Co., Ltd.(Khon Kaen Branch) 8. Intertek Testing Services (Thailand) Limited 9. Overseas Merchandise Inspection Co., Ltd. 10. ALS Laboratory Group (Thailand) Co., Ltd.

ฉลองครบ 68 ปี ดร.สายสม วงศาสุลักษณ์ ชวนร่วมงาน ‘ย้อนวันวาน สานใจรัก’ รายได้สมทบโรงเรียนเฉลิมพระเกียรติ ๔๘ พรรษา ในพระราชูปถัมภ์ฯ

ฉลองครบ 68 ปี ดร.สายสม วงศาสุลักษณ์ ชวนร่วมงาน ‘ย้อนวันวาน สานใจรัก’ รายได้สมทบโรงเรียนเฉลิมพระเกียรติ ๔๘ พรรษา ในพระราชูปถัมภ์ฯ

ฉลองครบ 68 ปี ดร.สายสม วงศาสุลักษณ์ ชวนร่วมงาน ‘ย้อนวันวาน สานใจรัก’ รายได้สมทบโรงเรียนเฉลิมพระเกียรติ ๔๘ พรรษา ในพระราชูปถัมภ์ฯ

วันพุธ ที่ 16 เมษายน พ.ศ. 2568, 16.23 น.

ในวาระครบรอบ 23 ปี โรงเรียนเฉลิมพระเกียรติ ๔๘ พรรษา ในพระราชูปถัมภ์ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี และ เนื่องในวันคล้ายวันเกิด ครบ 68 ปี ดร.สายสม วงศาสุลักษณ์ ผู้รับใบอนุญาต โรงเรียนเฉลิมพระเกียรติ ๔๘ พรรษา ในพระราชูปถัมภ์ฯ

โรงเรียนเฉลิมพระเกียรติ ๔๘ พรรษา ในพระราชูปถัมภ์ฯ จึงร่วมกับ มูลนิธิร่วม น้ำใจต้านภัยเอดส์ และ โรงแรมอมารี  กรุงเทพ จัดงาน “ย้อนวันวาน สานใจรัก” ในวันเสาร์ที่ 10 พฤษภาคม 2568 เวลา 14.00 น. ณ ห้อง    แกรนด์บอลรูม โรงแรมอมารี กรุงเทพ เพื่อหารายได้เป็นค่าชุดนักเรียนและอุปกรณ์การเรียนแก่เด็กกำพร้าและด้อยโอกาสโรงเรียนเฉลิมพระเกียรติ ๔๘ พรรษา ในพระราชูปถัมภ์ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี โดยไม่หักค่าใช้จ่ายใดๆทั้งสิ้น ภายในงานมีการแสดงดนตรีของเหล่าศิลปินนักร้องชื่อดังจากรายการเดอะโกลเด้นซอง อาทิ ศิลปินแห่งชาติ เม้า -สุดา ชื่นบาน, เจี๊ยบ -นนทิยา จิวบางป่า ,ชมพู่ ภาพตะวัน,เมจิ  ภัทรานิษฐ์,ภู ภูริช,บิ๊ก จักริน,สิงห์ ดนุพงศ์  ,บูม วรากร และน้องมินมิน แพรไพลิน ชมการแสดงแฟชั่นโชว์ชุดไทยราชนิยมยุคสมัยต่างๆ ของไทยจาก 2 ห้องเสื้อชั้นนำ ลอร่า และ Dol 365 กว่า 20 ชุด พร้อมเครื่องประดับทองแท้โบราณจากร้านกรุช่าง แต่งหน้าโดยทีมงาน ฉัตรคอสเมติก สนับสนุนแสงสีเสียงและออแกนาไซอร์ โดย บริษัทเอกชัยไลท์ติ้ง แสดงแบบโดยนางแบบนายแบบกิตติมศักดิ์ อาทิ ชินดนัย มีชัย พิธีกรและผู้ประกาศข่าว ,อาลิซาเบธ แซ๊ดเลอร์ ลีนานุไชย พิธีกรและผู้ประกาศข่าว, วิลาสินี จันทรวุฒิวงศ์ นางสาวไทยปี 2557 ,ณัฐนันท์ นารี Miss Asean Friendship 2017,สโนว์ ไวท์ นักแสดงค่าย GYB Entertainment ,ชลิดา สุทธิทศธรรม, อรย ณัฎฐ์ อภิเจริญชัย ,ณัฐนนท์ เพชรรัตน์,อิทธิกร ทิพย์พญาชัย,ฮากีม ดลภาวิจิต ฯลฯ และ บุ๋ม ปนัดดา วงศ์ผู้ดี รับหน้าที่เป็นพิธีกร พร้อมเชิญชวนผู้มีจิตศรัทธาร่วมประมูลกระเป๋าหนังจระเข้ จากปัญญาฟาร์ม อำเภอกำแพง แสน จังหวัดนครปฐม เพื่อนำรายได้ทั้งหมดสมทบเป็นค่าชุดนักเรียนและอุปกรณ์การเรียนแก่เด็กกำพร้าและด้อยโอกาสโรงเรียนเฉลิมพระเกียรติ ๔๘ พรรษา ฯ อีกด้วย

ดร.สายสม วงศาสุลักษณ์ เผยว่า “โรงเรียนเฉลิมพระเกียรติ ๔๘ พรรษา เดิมชื่อ โรงเรียนร่วมน้ำใจ เป็นโรงเรียนประจำหญิงล้วน ก่อตั้ง ขึ้นเมื่อปี 2545 โดยมูลนิธิร่วมน้ำใจต้านภัยเอดส์ มีวัตถุประสงค์เพื่อรองรับเด็กหญิงกำพร้าที่บิดา มารดา เสียชีวิตจากโรคเอดส์ เด็กที่ขาดผู้อุปการะเลี้ยงดูรวมถึงเด็กด้อยโอกาสจากทุกจังหวัดทั่วประเทศ ที่จบชั้น ประถมศึกษาปีที่ 6 เพื่อให้ได้รับการศึกษาต่อในระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1-6 เป็นโรงเรียนประจำกินนอนโดยไม่เสียค่าใช้จ่ายใดๆ ทั้งสิ้นซึ่งต้องใช้งบประมาณปีละ 25  ล้านบาท ซึ่งงบประมาณดังกล่าวได้มาจากผู้มีจิตเมตตาบริจาคทั้งสิ้นและทางโรงเรียนยังได้รับพระเมตตาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อม จากสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี พระราชทานความช่วยเหลือแก่ เด็กที่น่าสงสารเหล่านี้มาโดยตลอด ปัจจุบันมีนักเรียนทั้งหมดเกือบ 300 คน

ผู้มีจิตศรัทธา สามารถร่วมงานได้เพียงร่วมบริจาคท่านละ 2,000 บาท หรือร่วมงานเป็นกลุ่ม โดยบริจาค 16,000 บาทต่อ 1 โต๊ะ (8 ที่นั่ง) ใบเสร็จนำไปลดหย่อนภาษีได้ ติดต่อซื้อบัตรได้ที่ คุณ ปวีณ์ธิดา พันธ์ดี โทร.088-757-3920

040

ม.เกษตรฯ เปิดหลักสูตรอบรมเพื่อสร้างพลเมืองเข้มแข็ง สำหรับผู้นำอาวุโส รุ่นที่ 1

ม.เกษตรฯ เปิดหลักสูตรอบรมเพื่อสร้างพลเมืองเข้มแข็ง สำหรับผู้นำอาวุโส รุ่นที่ 1

ม.เกษตรฯ เปิดหลักสูตรอบรมเพื่อสร้างพลเมืองเข้มแข็ง สำหรับผู้นำอาวุโส รุ่นที่ 1

วันพุธ ที่ 16 เมษายน พ.ศ. 2568, 15.51 น.

มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ เปิดหลักสูตรการอบรมพลเมืองที่ทันสมัยและมีบทบาทในการพัฒนาเครือข่ายสังคมผู้นำอาวุโสให้กับประเทศไทย เป็นครั้งแรก ภายใต้ชื่อ “โครงการประกาศนียบัตรเครือข่ายสิงห์เขียวเพื่อพลเมืองเข้มแข็งสำหรับผู้นำอาวุโส รุ่นที่ 1 (KU Singhakeaw Active Citizen for Senior Network 1st: KU SCN 1st)” จัดโดยภาควิชารัฐศาสตร์และรัฐประศาสนศาสตร์ คณะสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์  โดยประธานที่ปรึกษาผู้ทรงคุณวุฒิของหลักสูตร ได้แก่ พล.ต.อ.อดุลย์ แสงสิงแก้ว เกษตรศาสตร์ปราดเปรื่อง รุ่นที่ 9 และ ผู้อำนวยการโครงการ ได้แก่ ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.อรนันท์ กลันทปุระ หัวหน้าภาควิชารัฐศาสตร์และรัฐประศาสนศาสตร์ ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.อรนันท์ กลันทปุระ หัวหน้าภาควิชารัฐศาสตร์และรัฐประศาสนศาสตร์ ผู้อำนวยการโครงการ ฯ กล่าวว่า  ภาควิชารัฐศาสตร์และรัฐประศาสนศาสตร์ คณะสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัย เกษตรศาสตร์ ขอเชิญผู้สนใจที่มีอายุระหว่าง 45 – 75 ปี เข้าร่วม

โครงการประกาศนียบัตรเครือข่ายสิงห์เขียวเพื่อพลเมืองเข้มแข็งสำหรับผู้นำอาวุโส รุ่นที่ 1 (KU SCN 1st) ซึ่งจัดขึ้นเป็นครั้งแรก โดยผู้อบรมจะได้ เรียนรู้และพัฒนาทักษะด้าน : Smart Health Smart Home Smart Society Smart Finance Smart Technology ผ่านกิจกรรมต่าง ๆ จากทีมวิทยากรมืออาชีพ และคณะผู้บริหารหลักสูตรจากภาควิชารัฐศาสตร์และรัฐประศาสนศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ เพื่อเตรียมตัวเป็นพลเมืองที่ทันสมัยและมีบทบาทในการพัฒนาเครือข่ายสังคมผู้นำอาวุโส นอกจากนี้ยังมีการเรียนรู้จากกรณีศึกษาต้นแบบ ณ นครแฟรงก์เฟิร์ต ประเทศเยอรมนี หรือ นครฟูกูโอกะ ประเทศญี่ปุ่น ด้วย

ทั้งนี้ วัตถุประสงค์หลักของหลักสูตร เพื่อเสริมสร้างผู้นำอาวุโสที่เข้มแข็งและสามารถมีส่วนร่วมในการพัฒนาสังคม การเมือง และนโยบายสาธารณะ พัฒนาจรณทักษะ (Soft Skills) และ ทักษะเพื่ออนาคต (Future Skills) ผ่านกิจกรรมการเรียนรู้แบบ Active Learning และกิจกรรมลงพื้นที่เพื่อพัฒนาชุมชนสร้างเครือข่ายผู้นำอาวุโส สร้างความสัมพันธ์ที่ดีระหว่างสังคมและมหาวิทยาลัย เพื่อร่วมกันขับเคลื่อนการพัฒนาและ ส่งเสริมการใช้เวลาให้เกิดประโยชน์ สำหรับผู้นำอาวุโสที่ยังทำงานในองค์กร ที่ก้าวย่างสู่การเกษียณ และที่เกษียณอายุแล้ว

หลักสูตรประกอบด้วย 3 โมดูล ดังนี้

Module 1: Active Workshops ที่จะให้คุณได้เรียนรู้ทักษะต่าง ๆ เช่น Smart Health, Smart Home, Smart Society, Smart Finance และ Smart Technology (1-2 และ 7-8 พฤษภาคม 2568)

Module 2: กิจกรรมลงพื้นที่พัฒนาชุมชน ณ จังหวัดพระนครศรีอยุธยา (28-30 พฤษภาคม 2568)

 Module 3: การศึกษาดูงานต่างประเทศ (เลือกญี่ปุ่นหรือเยอรมนี) เพื่อเรียนรู้แนวทางการดูแลผู้สูงอายุ

ญี่ปุ่น: 18-22 พฤษภาคม 2568 / เยอรมนี: 12-19 พฤษภาคม 2568)

ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.อรนันท์ กลันทปุระ หัวหน้าภาควิชารัฐศาสตร์และรัฐประศาสนศาสตร์ ผู้อำนวยการโครงการ ฯ กล่าวเพิ่มเติมอีกว่า  สิ่งที่ผู้เข้าอบรมจะได้รับ คือ ทักษะในการเป็นพลเมืองเข้มแข็ง

การสร้างเครือข่ายผู้นำอาวุโส การเพิ่มศักยภาพการพัฒนาสังคมและนโยบาย และโอกาสในการเรียนรู้จากประเทศที่มีระบบดูแลผู้สูงอายุที่ดีที่สุด

ผู้ใสนใจสามารถเลือกเข้าอบบรม ได้ดังนี้ เข้าร่วม Module 1 และ 2 ค่าสมัคร  30,000 บาท  เข้าร่วม Module 1, 2 และศึกษาดูงานที่ญี่ปุ่น ค่าสมัคร 110,000 บาท และเข้าร่วม Module 1, 2 และศึกษาดูงานที่เยอรมนี ค่าสมัคร 180,000 บาท 

มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ จึงขอเชิญผู้สนใจหรือบุคลากรของหน่วยงานเข้าร่วม “โครงการประกาศนียบัตรเครือข่ายสิงห์เขียวเพื่องสำหรับผู้นำอาวุโส รุ่นที่ 1 (KU SCN 1st)” ซึ่งค่าใช้จ่ายการเข้าร่วมโครงการฯ สามารถทำการเบิกจ่ายได้ตามระเบียบของกระทรวงการคลังว่าด้วยค่าใช้จ่ายในการฝึกอบรม การจัดงาน และการประชุมระหว่างประเทศ ผู้สนใจโครงการประกาศนียบัตรนี้ สามารถสมัครได้จนถึงวันที่ 25 เมษายน 2568

สนใจติดต่อสอบถาม  โทร: 085-022-8329 (อ.ดร.ยุทธศักดิ์ คนบุญ)  095-992-4549 (อ.ดร.กณิกนันต์ แสงมหาชัย) 081-152-9926 (อ.ดร.ณัฐภัทร รักวงศ์วาน) ดูรายละเอียดและลงทะเบียนผ่านเว็บไซต์ https://www.kuscn.net , เฟซบุ๊ก https://www.facebook.com/KUSCN

สภากาชาดไทย ผนึกกำลัง เครือซีพี – ทรู เดินหน้ารณรงค์บริจาคอวัยวะและดวงตา

สภากาชาดไทย ผนึกกำลัง เครือซีพี - ทรู เดินหน้ารณรงค์บริจาคอวัยวะและดวงตา

สภากาชาดไทย ผนึกกำลัง เครือซีพี – ทรู เดินหน้ารณรงค์บริจาคอวัยวะและดวงตา

วันพุธ ที่ 16 เมษายน พ.ศ. 2568, 15.02 น.

ศูนย์รับบริจาคอวัยวะ สภากาชาดไทย โดย นายแพทย์วิศิษฏ์ ฐิตวัฒน์ ผู้อำนวยการ พร้อมด้วย ศูนย์ดวงตา สภากาชาดไทย โดย ผู้ช่วยศาสตราจารย์แพทย์หญิงลลิดา ปริยกนก ผู้อำนวยการ ร่วมกับ เครือเจริญโภคภัณฑ์ และทรู คอร์ปอเรชั่น โดย รุ่งฟ้า เกียรติพจน์ ผู้บริหารด้านโครงการพิเศษ เครือเจริญโภคภัณฑ์ และ ผู้อำนวยการด้านแบรนด์ภาพลักษณ์องค์กร บมจ. ทรู คอร์ปอเรชั่น เดินหน้าสานต่อโครงการ “Let Them See Love 2025” พร้อมเปิดตัวภาพยนตร์โฆษณา ชุดใหม่ “ขอบคุณผู้ให้” กอดขอบคุณผู้ให้ ที่ได้เสียสละครั้งยิ่งใหญ่ เพื่อสื่อสารถึงความงดงามของการให้ โดยเฉพาะการตัดสินใจของ “ญาติ” ซึ่งเป็นบุคคลสำคัญที่จะยินยอมให้เกิดการบริจาคอวัยวะและดวงตา กรณีผู้เสียชีวิตจากภาวะสมองตาย อีกทั้งเชิญชวนผู้ที่สนใจร่วมบริจาคอวัยวะและดวงตา ทั้งขณะที่ยังมีชีวิตอยู่ และในช่วงเวลาสุดท้ายของชีวิต เพื่อช่วยต่อลมหายใจให้กับผู้ที่ยังรอคอยโอกาส ณ ทรู ดิจิทัล พาร์ค

ตลอด 19 ปีที่ผ่านมา เครือซีพี และทรู คอร์ปอเรชั่น ได้ร่วมมือกับสภากาชาดไทยอย่างต่อเนื่องในการดำเนินโครงการ “Let Them See Love” ขับเคลื่อนธุรกิจภายใต้แนวทางการพัฒนาที่ยั่งยืน ทั้งในด้านเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อม โดยเฉพาะการยกระดับคุณภาพชีวิตของผู้คนในสังคม ผ่านการส่งเสริมให้เกิดการบริจาคอวัยวะและดวงตาอย่างต่อเนื่อง ซึ่งในปีนี้ได้ร่วมงานกับ VML Thailand บริษัทโฆษณาชั้นนำในการสร้างสรรค์ภาพยนตร์โฆษณาชุด “ขอบคุณผู้ให้” ถ่ายทอดเรื่องราวของ “การให้” อย่างลึกซึ้งและจับใจ จากเรื่องจริงของคุณแม่ที่ตัดสินใจบริจาคอวัยวะและดวงตาของลูกสาวผู้จากไปด้วยภาวะสมองตาย แม้ผู้ให้และผู้รับจะไม่มีโอกาสได้รู้จักกัน แต่ความรู้สึกขอบคุณสามารถส่งถึงกันได้ผ่านการ “กอด” ที่เปี่ยมด้วยพลังและความหมาย

และในช่วงเทศกาลสงกรานต์ที่ผ่านมานี้ ถือเป็นโอกาสอันดีที่คนไทยจะได้เริ่มต้นปีใหม่ไทยด้วยการให้ จึงขอรณรงค์และเชิญชวนให้ประชาชนและครอบครัวร่วมเป็นส่วนหนึ่งของโครงการฯ โดยสามารถพิจารณาแจ้งความประสงค์ในการบริจาคอวัยวะและบริจาคดวงตา ซึ่งจะเป็นการทำบุญที่ยิ่งใหญ่ เพราะทุก “การให้” คือโอกาสในการต่อชีวิต และทุก “การตัดสินใจ” จากหัวใจคนข้างหลัง คือของขวัญล้ำค่าสำหรับใครอีกหลายคนที่ยังรอวันได้กลับมาใช้ชีวิตอย่างเต็มที่อีกครั้ง

ทั้งนี้ ประชาชนทั่วไปที่มีความประสงค์จะเป็นผู้ให้ สามารถแสดงความจำนงบริจาคดวงตาและอวัยวะกับสภากาชาดไทยได้ง่าย ๆ ผ่านแอปพลิเคชัน “บริจาคดวงตา-อวัยวะ” หรือทางเว็บไซต์ https://eyeorgandonate.redcross.or.th/ นอกจากนี้ ยังสามารถร่วมสมทบทุนเพื่อสนับสนุนค่าใช้จ่ายในกระบวนการปลูกถ่ายอวัยวะและกระจกตา เพื่อช่วยต่อชีวิตให้กับผู้ป่วยที่รอคอยโอกาสสำคัญนี้ โดยสามารถร่วม

บริจาคได้ผ่านช่องทางต่าง ๆ ดังนี้ บริจาคผ่านแอปพลิเคชัน ทรูมันนี่ วอลเล็ท สามารถร่วมบริจาคเงินผ่านแอปทรูมันนี่ วอลเล็ท เพียง 1 บาท ก็บริจาคได้

บริจาคให้ศูนย์รับบริจาคอวัยวะฯ โอนเงินเข้าบัญชีออมทรัพย์ ชื่อบัญชี “ศูนย์รับบริจาคอวัยวะ สภากาชาดไทย” เลขที่บัญชี 023-1-25888-7 ธนาคาร กรุงไทย สาขาสุรวงศ์

บริจาคให้ศูนย์ดวงตาฯ โอนเงินเข้าบัญชีออมทรัพย์ ชื่อบัญชี “ศูนย์ดวงตา สภากาชาดไทย” เลขที่บัญชี 045-231390-2 ธนาคาร ไทยพาณิชย์ สาขา สภากาชาดไทย

บริจาคผ่านระบบ e-Donation ลดหย่อนภาษีได้ 2 เท่า ผ่านระบบ e-donation โดยสแกน QR Code ด้วย Mobile Banking Application

ข้อมูลโครงการเพิ่มเติม :  เว็บไซต์ www.letthemseelove.com/donate