STYLE Bangkok 2025 สร้างมูลค่าการค้ากว่า 1.4 พันล้านบาท ตอกย้ำศักยภาพไทยในฐานะศูนย์กลางงานดีไซน์และไลฟ์สไตล์ระดับโลก

STYLE Bangkok 2025 สร้างมูลค่าการค้ากว่า 1.4 พันล้านบาท ตอกย้ำศักยภาพไทยในฐานะศูนย์กลางงานดีไซน์และไลฟ์สไตล์ระดับโลก

STYLE Bangkok 2025 สร้างมูลค่าการค้ากว่า 1.4 พันล้านบาท ตอกย้ำศักยภาพไทยในฐานะศูนย์กลางงานดีไซน์และไลฟ์สไตล์ระดับโลก

วันอังคาร ที่ 15 เมษายน พ.ศ. 2568, 13.45 น.

STYLE Bangkok 2025 งานแสดงสินค้าไลฟ์สไตล์และแฟชั่นระดับนานาชาติของไทย จัดโดยกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ ร่วมกับสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย สร้างมูลค่าซื้อขายตลอดงานกว่า 1.4 พันล้านบาท ต้อนรับผู้ซื้อทั้งในและต่างประเทศเกือบ 25,000 ราย จากเอเชีย ยุโรป ตะวันออกกลาง และไทย รวมกว่า 60 ประเทศทั่วโลก ตอกย้ำศักยภาพประเทศไทยในฐานะศูนย์กลางงานดีไซน์และไลฟ์สไตล์ระดับโลก

พิชัย นริพทะพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ กล่าวถึงความสำเร็จของงานว่า “STYLE Bangkok 2025 ได้พิสูจน์ให้เห็นอีกครั้งว่าความคิดสร้างสรรค์ ฝีมือของนักออกแบบไทย และการผลิตสินค้าที่มีคุณภาพมาตร ฐานของผู้ผลิตไทย สามารถแข่งขันได้ในเวทีโลก แม้จะมีความท้าทายทางการค้าระหว่างประเทศ แต่ไทยยังคงมุ่งมั่นส่งเสริมการส่งออกผ่านสินค้าไลฟ์สไตล์และแฟชั่นที่มีมูลค่าเพิ่มสูง พัฒนาสินค้าให้มีฟังก์ชั่นการใช้งานใหม่ๆ และผลิตสินค้าที่ให้ความสำคัญกับความยั่งยืนเพื่อตอบโจทย์ความต้องการของตลาดโลก ความสำเร็จของงานนี้สะท้อนถึงศักยภาพของประเทศไทยในการปรับตัวและเติบโตท่ามกลางการเปลี่ยนแปลงของเศรษฐกิจการค้าโลก”

STYLE Bangkok 2025 ทำรายได้เป็นมูลค่าซื้อขายตลอดงานกว่า 1.4 พันล้านบาท ด้านผู้เข้าชมงานตลอดระยะเวลา 5 วัน เกือบ 25,000 ราย โดยประเทศ/ภูมิภาคที่เข้าชมงานสูงสุด 10 ลำดับแรก ได้แก่ จีน ไต้หวัน ญี่ปุ่น อินเดีย สหรัฐอเมริกา สิงคโปร์ ฮ่องกง เกาหลีใต้ มาเลเซีย และสหราชอาณาจักร ผู้แสดงสินค้าหลายรายเปิดเผยว่าประสบความสำเร็จในการเจรจาการค้า และสามารถปิดดีลส่งออกได้ภายในงาน ถือเป็นบทพิสูจน์ว่า STYLE Bangkok เป็นเวทีสำคัญของอุตสาหกรรมไลฟ์สไตล์และแฟชั่นที่ช่วยส่งเสริมผู้ประกอบการทุกระดับ ตั้งแต่บริษัทที่มีชื่อเสียงในเวทีโลก อย่าง ‘YOTHAKA’ แบรนด์เฟอร์นิเจอร์ไทยที่ปรากฏในฉากซีรีส์ดังและร่วมจัดแสดงในงาน Maison & Objet ประเทศฝรั่งเศส แบรนด์ ‘KORAKOT’ อีกหนึ่งเฟอร์นิเจอร์และของตกแต่งบ้านสัญชาติไทยที่มีผลงานการตกแต่งภายในให้กับ Global Brand มากมาย ขณะที่ Rati,Qualy, AmoArte และอีกหลายแบรนด์ ซึ่งใช้วัตถุดิบธรรมชาติจากท้องถิ่นของไทย และวัสดุที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม สามารถตอบโจทย์ความต้องการของผู้ซื้อและเทรนด์การค้าโลกในปัจจุบันได้เป็นอย่างดี นอกจากนี้ STYLE Bangkok ยังเป็นเวทีที่เปิดโอกาสให้ผู้ผลิต ผู้ส่งออก นักออกแบบและผู้ประกอบการรุ่นใหม่ รวมถึงผู้ประกอบการท้องถิ่น ได้มีโอกาสเจรจาการค้ากับผู้ซื้อจากนานาประเทศอีกด้วย

“ผมได้สั่งการให้สำนักงานพาณิชย์จังหวัด คัดเลือกผู้ประกอบการท้องถิ่นจากภูมิภาคต่างๆ ของไทยที่มีศักยภาพและความพร้อมในการก้าวสู่ตลาดสากลมาจัดแสดงในงานนี้ ซึ่งปรากฏว่ามีบริษัทและวิสาหกิจชุมชนที่เข้าร่วมงานหลายรายได้ผลตอบรับที่ดีเกินคาด ผมเชื่อมั่นว่าความร่วมมือระหว่างกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ กับสำนักงานพาณิชย์จังหวัด จะสามารถช่วยเชื่อมโยง ส่งเสริม และสร้างความเข้มแข็งให้ผู้ประกอบการท้องถิ่นของไทย ให้สามารถเติบโตและแข่งขันทางการค้าในระดับสากลได้อย่างมีประสิทธิภาพ” พิชัย กล่าวเสริม

ภายในงาน STYLE Bangkok 2025 ยังเป็นพื้นที่สร้างโอกาสให้ผู้ประกอบการในต่างจังหวัดได้ก้าวสู่ตลาดต่างประเทศ ผ่านการนำเสนอศักยภาพสินค้า โดยสำนักงานพาณิชย์จังหวัด ได้นำผู้ประกอบการมาร่วมจัดแสดงเกือบ 150 ราย หลายรายได้รับออร์เดอร์จำนวนมากจากลูกค้ากลุ่มโปรเจก ห้างค้าปลีก ห้างสรรพสินค้าชั้นนำ และผู้ซื้อจากต่างประเทศ เช่น ‘บริษัท ลีฟ ครีเอชั่น จำกัด’ แบรนด์ผลิตภัณฑ์ BCG ที่นำใบไม้มาใช้เป็นวัสดุทดแทนหนังสัตว์ ได้รับออร์เดอร์จากผู้ซื้อชาวรัสเซียและฝรั่งเศส ขณะที่ ‘วิสาหกิจชุมชนจักสานก้านจาก บ้านนายอดทอง’ จากจังหวัดตรัง ได้ออร์เดอร์จากผู้ซื้อฮ่องกง มีการสั่งซื้อสินค้าทันทีภายในงานถึง 18 ล้านบาท

พิชัย กล่าวเพิ่มเติมว่า “STYLE Bangkok ถือเป็นหนึ่งในแผนงานสำคัญของกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ เพื่อขับเคลื่อนนโยบายซอฟต์พาวเวอร์ ที่มุ่งเน้นส่งเสริมการสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับสินค้าด้วยนวัตกรรมและความคิดสร้างสรรค์ สร้างโอกาสทางการค้าใหม่ๆ บนพื้นฐานของความหลากหลายทางชีวภาพและวัฒนธรรม โดย STYLE Bangkok เป็นงานแสดงสินค้าที่ส่งเสริมผู้ประกอบการในทุกระดับ และมีเป้าหมายเพื่อผลักดันให้ประเทศไทยเป็นศูนย์กลางการค้าสินค้าไลฟ์สไตล์และแฟชั่นแนวดีไซน์ที่สำคัญของภูมิภาคอาเซียน”

STYLE Bangkok 2025 นอกจากจะจัดแสดงสินค้าของผู้ประกอบการแล้ว ยังมีนิทรรศการไฮไลต์ที่น่าสนใจมากมาย อาทิ นิทรรศการส่งเสริมผลิตภัณฑ์ผ้าไทย ภายใต้โครงการ “ผ้าไทยใส่ให้สนุก” ตามแนวพระดำริสม เด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา นิทรรศการ ‘DEmark และ G-Mark’ จัดแสดงผลงานออกแบบที่ได้รับรางวัลระดับประเทศและระดับนานาชาติ นิทรรศการ ‘ASEAN Furniture Design Award 2025’ จัดแสดงผลงานนักออกแบบเฟอร์นิเจอร์รุ่นใหม่ที่ชนะเลิศและผ่านเข้ารอบ การประกวดรางวัลออกแบบผลิตภัณฑ์เฟอร์นิเจอร์แห่งอาเซียน 2025 นิทรรศการ ‘Sustainable Gifts and Decorative Exhibition’ นำเสนอผลิตภัณฑ์ของขวัญและของตกแต่งบ้านที่สร้างสรรค์จากวัสดุ Zero Waste เพื่อลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม นิทรรศการ ‘Qurated Trend Spring/Summer 2026’ จัดแสดงแนวโน้มแฟชั่นของไทยและเทรนด์แฟชั่นสปริง/ซัมเมอร์ 2026, นิทรรศการ ‘Excellent Domestic Sustainable Supply Chain’ นำเสนอการจัดการห่วงโซ่อุปทานในอุตสาหกรรมแฟชั่นไทยร่วมสมัย, นิทรรศการ ‘Art Toy Thailand’ นำเสนอผลงานอาร์ตทอยสุดสร้างสรรค์จาก 30 ศิลปินอาร์ตทอยไทย, ‘STYLE Gallery’ จัดแสดงผลงานจากนิสิตคณะศิลปกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ‘Designers’ Room / Talent Thai / Creative Studio’ จัดแสดงผลงานนักออกแบบไทยรุ่นใหม่มาแรง นิทรรศ ‘The Niche Showcase’ นำเสนอสินค้าเจาะกลุ่มตลาดเฉพาะ เช่น สินค้าสำหรับสัตว์เลี้ยง สินค้าแม่และเด็ก สินค้ากลุ่ม Glamping และสินค้าผู้สูงอายุ 60+

ข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ http://www.stylebangkokfair.com Facebook/Instagram/TikTok: Style Bangkok Fair หรือโทรสายตรงกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ 1169

“MCM Beach Club” ต้อนรับซัมเมอร์ไวบ์สุดร้อนแรง มิกซ์แอนด์แมตช์ ใบโปรด เติมดีกรีความฮอต

“MCM Beach Club” ต้อนรับซัมเมอร์ไวบ์สุดร้อนแรง มิกซ์แอนด์แมตช์ ใบโปรด เติมดีกรีความฮอต

“MCM Beach Club” ต้อนรับซัมเมอร์ไวบ์สุดร้อนแรง มิกซ์แอนด์แมตช์ ใบโปรด เติมดีกรีความฮอต

วันอังคาร ที่ 15 เมษายน พ.ศ. 2568, 10.13 น.

MCM (Modern Creation München) แบรนด์เครื่องหนังลักซ์ชัวรี่จากประเทศเยอรมนี ต้อนรับซัมเมอร์สุดร้อนแรง เนรมิตร้านป๊อปอัพคอนเซ็ปต์ใหม่ “MCM Beach Club” ถ่ายทอดสีสันและความมีชีวิตชีวาของฤดูร้อนอันแสนสดใสในสไตล์เฉพาะตัวของ MCM พร้อมเปิดตัวกระเป๋าคอลเลคชันใหม่ ‘Lauretos Raffia Jacquard Collection’ ต้อนรับฤดูกาล Spring/Summer 2025

คอลเลคชัน ‘Lauretos Raffia Jacquard Collection’ สะท้อนเอกลักษณ์อันโดดเด่นของแบรนด์ได้อย่าสมบูรณ์แบบด้วยการนำมรดกของแบรนด์มาตีความใหม่ให้ทันสมัยยิ่งขึ้น โดดเด่นด้วยลายโมโนแกรม Lauretos ผสานดีไซน์เหนือกาลเวลาที่แฟนๆ MCM ทั่วโลกต่างชื่นชอบ ไม่ว่าจะเป็น Himmel Shopper, Himmel Crossbody, Ella Boston และ Himmel Ascending Moon Hobo พร้อมเติมเต็มคอลเลคชันให้สมบูรณ์แบบด้วยแอ็กเซสซอรีสุดชิคประจำซัมเมอร์ อย่าง Flat Sandals, Sandals Shoulder Strap และ Bucket Hat

พร้อมเติมดีกรีความฮอตให้ซัมเมอร์นี้ร้อนแรงยิ่งกว่าเคย ด้วยการชวนศิลปินรุ่นใหม่ คนดังสายแฟ และคู่จิ้นสุดฮอตสาย Boys Love & Girls Love มาร่วมค้นหาสไตล์ใหม่ๆ เพื่อถ่ายทอดความเป็น MCM ในสไตล์ที่สดใหม่และแตกต่าง เปิดประสบการณ์ใหม่ให้แฟนๆ ได้สัมผัสถึงแฟชั่นที่มีเอกลักษณ์ไม่เหมือนใคร นำโดยบอส ชัยกมล @boss.ckm, โฟร์ท คเชนทร์ @fforthpcs, เอมี่ ทสร @emiamily, บอนนี่ ภัทราภัสร์ @beonnnie, เมษ์ ญดา @maywyda และ เฟย์ กัญญาพัชร @fay_riezz ที่ทุกคนต่างก็ยกให้กระเป๋าจากคอลเลคชัน ‘Lauretos Raffia Jacquard Collection’ เป็น It Bag ใบใหม่ประจำซีซั่นนี้ 

ร่วมเปิดประสบการณ์ต้อนรับซัมเมอร์ไวบ์สุดร้อนแรงใหม่ได้แล้วที่ MCM Pop-up Store ตั้งแต่วันนี้จนถึง 30 มิถุนายน 2568 ที่ศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิลด์ ชั้น 1 โซนเอเทรียม

038

ประกันภัยไทยวิวัฒน์ ประกาศผลศิลปะเด็กและเยาวชน

ประกันภัยไทยวิวัฒน์ ประกาศผลศิลปะเด็กและเยาวชน

ประกันภัยไทยวิวัฒน์ ประกาศผลศิลปะเด็กและเยาวชน

วันอังคาร ที่ 15 เมษายน พ.ศ. 2568, 10.04 น.

ประกันภัยไทยวิวัฒน์ ประกาศผลรางวัลชนะเลิศ โครงการประกวดภาพศิลปะเด็กและเยาวชน “ดื่มไม่ขับ” มอบรางวัลทุนการศึกษารวมกว่า 50,000 บาท  โดยคัดเลือกจากผลงานผู้เข้าร่วมนักเรียนทุกระดับจากทั่วประเทศกว่า 457 ผลงาน ส่งเสริมเยาวชนด้านศิลปะและการมีส่วนร่วมรับผิดชอบต่อสังคม สร้างการตระหนักรู้การขับขี่อย่างปลอดภัย

จีรพันธ์ อัศวะธนกุล ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ประกันภัยไทยวิวัฒน์ จำกัด (มหาชน) ผู้นำด้านนวัตกรรมประกันภัย กล่าวว่า “ประกันภัยไทยวิวัฒน์ ขอแสดงความยินดีกับน้องๆ นักเรียนจากทุกระดับชั้นจากโรงเรียนต่างๆ ทั่วประเทศที่ได้ร่วมส่งผลงานศิลปะที่เต็มไปด้วยความคิดสร้างสรรค์เข้าร่วมประกวดและได้รับรางวัลชนะเลิศในการประกวดศิลปะ ในโครงการประกวดภาพศิลปะเด็กและเยาวชน ประจำปี 2567 ภายใต้โจทย์และแนวคิด “ดื่มไม่ขับ” ซึ่งประกันภัยไทยวิวัฒน์จัดโครงการฯนี้ ขึ้นมีวัตถุประสงค์หลักเพื่อมุ่งส่งเสริมทักษะเยาวชนทางด้านศิลปะ และการส่งเสริมให้เด็กเยาวชนใช้งานศิลปะสร้างแรงบันดาลใจในการพัฒนาตัวเอง รวมทั้งส่งเสริมความรับผิดชอบต่อสังคม สร้างการตระหนักรู้ร่วมกันเรื่องความปลอดภัยบนท้องถนน และการลดอุบัติเหตุขณะขับขี่ ผ่านการสร้างสรรค์ผลงานภาพศิลปะ”

ประกันภัยไทยวิวัฒน์ ได้ริเริ่มโครงการประกวดภาพศิลปะเด็กและเยาวชน ตั้งแต่กลางปี 2567 โดยเชิญชวนนักเรียนและเยาวชนจากทั่วประเทศสมัครเข้าร่วมการประกวด ในช่วงเดือนกรกฎาคมถึงธันวาคม 2567 และเปิดรับผลงานภาพศิลปะ ภายใต้โจทย์และแนวคิด “ดื่มไม่ขับ” จนถึง 31 มกราคม 2568  โดยมีผลงานน้องๆส่งเข้าร่วมประกวดกว่า 457 ผลงาน ทั้งนี้ในการตัดสินรางวัลยังมีคณะกรรมผู้ทรงคุณวุฒิผู้คร่ำหวอดในวงการศิลปะและฝ่ายนักรณรงค์เพื่อสังคม มูลนิธิเมาไม่ขับ ร่วมตัดสินผลงาน ได้แก่ ดร.สังคม ทองมี  ผู้อำนวยการศูนย์ศิลป์สิรินธร นายแพทย์แท้จริง ศิริพานิช เลขาธิการมูลนิธิเมาไม่ขับ ครูสิทธิชัย จันทร์คล้าย  โรงเรียนบ้านไทยสามัคคี จังหวัดสระแก้ว และ รองศาสตราจารย์ ดร.สมบัติ ธีระตระกูลชัย กรรมการอิสระในคณะกรรมการบริษัท ประกันภัยไทยวิวัฒน์ จำกัด (มหาชน) 

ผลงานที่ได้รับรางวัลระดับอนุบาล

การประกวดแบ่งเป็น 5 ระดับ ได้แก่ ระดับชั้นอนุบาล ระดับชั้นประถมศึกษาตอนต้น ระดับชั้นประถมศึกษาตอนปลาย ระดับชั้นมัธยมศึกษาตอนต้น และระดับชั้นมัธยมศึกษาตอนปลาย โดยเกณฑ์การตัดสินผลงานเน้นความคิดสร้างสรรค์ เนื้อหาเรื่องราว องค์ประกอบศิลป์และทักษะทางศิลปะ ซึ่งพิจารณาตามความสามารถในแต่ละระดับชั้น

โดยทางประกันภัยไทยวิวัฒน์ได้มอบทุนการศึกษารวมมูลค่า 50,000 บาท สำหรับผู้ชนะการประกวดรางวัลชนะเลิศ ระดับละ 1 รางวัล รางวัลรองชนะเลิศ 2 รางวัล และทุกรางวัลได้รับใบประกาศนียบัตรจากโครงการฯ ด้วย

ผลงานที่ได้รับรางวัลระดับประถมศึกษาตอนต้น

“ทั้งนี้ ประกันภัยไทยวิวัฒน์ ในฐานะบริษัทประกันวินาศภัย เรามุ่งมั่นยกระดับคุณภาพชีวิตประชาชนคนไทยควบคู่ไปกับการดำเนินธุรกิจให้ดียิ่งขึ้นภายใต้แนวคิด “คิดเผื่อเพื่อทุกชีวิต” ในทุกมิติ รวมถึงด้านความรับผิดชอบต่อสังคม การรณรงค์และส่งเสริมสิ่งที่จะก่อให้เกิดการพัฒนาซึ่งนำไปสู่คุณภาพชีวิตที่ดีและลดความเสี่ยงต่อสังคมในอนาคต โครงการประกวดภาพศิลปะเด็กและเยาวชนครั้งถือนี้เป็นส่วนหนึ่งของการขับเคลื่อนสนับสนุนให้เกิดการสร้างพื้นที่แลกเปลี่ยนความคิดเห็น ความคิดสร้างสรรค์ และประสบการณ์ระหว่างเด็ก เยาวชน โรงเรียน ผู้ปกครอง และชุมชนด้วยครับ”จีรพันธ์ กล่าวปิดท้าย

ติดตามรายชื่อผู้ชนะและชมผลงานภาพศิลปะที่ได้รับรางวัล ในโครงการประกวดภาพศิลปะเด็กและเยาวชน ประจำปี 2567 ภายใต้โจทย์และแนวคิด “ดื่มไม่ขับ” ได้ทาง http://www.facebook.com/thaivivat  และ ติดตามข่าวสารประชาสัมพันธ์และโปรโมชันดี ๆ จากประกันภัยไทยวิวัฒน์ได้ที่ https://www.thaivivat.co.th/, https://www.facebook.com/thaivivat และ LINE Official Account “THAIVIVAT INSURANCE”

ผลงานที่ได้รับรางวัลประถมศึกษาตอนปลาย

038

ผลงานที่ได้รับรางวัลระดับมัธยมศึกษาตอนต้น

ผลงานที่ได้รับรางวัลระดับมัธยมศึกษาตอนต้น

ผลงานที่ได้รับรางวัลระดับมัธยมศึกษาตอนปลาย

ผลงานที่ได้รับรางวัลระดับมัธยมศึกษาตอนปลาย

กลับมาอีกครั้ง!! งาน Princess Honour Cup 2025 ประกวดพันธุ์สุนัขชิงถ้วยพระราชทาน ‘เจ้าฟ้าสิริวัณณวรีฯ’

กลับมาอีกครั้ง!! งาน Princess Honour Cup 2025 ประกวดพันธุ์สุนัขชิงถ้วยพระราชทาน ‘เจ้าฟ้าสิริวัณณวรีฯ’

กลับมาอีกครั้ง!! งาน Princess Honour Cup 2025 ประกวดพันธุ์สุนัขชิงถ้วยพระราชทาน ‘เจ้าฟ้าสิริวัณณวรีฯ’

วันอังคาร ที่ 15 เมษายน พ.ศ. 2568, 06.00 น.

สมเด็จพระเจ้าลูกเธอเจ้าฟ้าสิริวัณณวรีนารีรัตนราชกัญญา ที่ปรึกษากิตติมศักดิ์ชมรมยอร์คเชียร์เทอร์เรียประเทศไทย ทรงมีพระราชประสงค์ให้จัดงาน Princess Honour Cup 2025 ครั้งที่ เป็นงานประกวดพันธุ์สุนัขทุกสายพันธุ์ตามหลักมาตราฐานสากล เพื่อชิงถ้วยพระราชทานจากสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา ซึ่งจะมีขึ้นในวันที่ วันที่ 25-27 เมษายน 2568 เวลา 10.00-19.00 น.  ณ เวสต์เกต ฮอลล์ชั้น 4 ศูนย์การค้าเซ็นทรัลพลาซา เวสต์เกต

การจัดงานครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อเป็นการสร้างเสริมพัฒนาการที่ดีของสุนัข รักษาคุณภาพและมาตรฐานของสุนัขทุกสายพันธุ์ รวมถึงการแข่งขันและการประกวดประเภทต่างๆ ที่แสดงความสามารถและความสวยงามของสุนัข ตัดสินโดยคณะกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิจากเวทีประกวดนานาชาติ

งาน Princess Honour Cup 2025 ครั้งที่ 4 ได้รับการสนับสนุนการจัดงานโดย บริษัท บี.กริม เพาเวอร์ จำกัด (มหาชน), การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย, Smartheart, บริษัท เครือเจริญโภคภัณฑ์ จำกัด, บริษัท เบอร์ลี่ ยุคเกอร์ จำกัด (มหาชน), บริษัท เอสซีบี เอกซ์ จำกัด (มหาชน), ศูนย์การค้าเซ็นทรัล เวสต์เกต เป็นผู้สนับสนุนหลักอย่างเป็นทางการ

ชมรมยอร์คเชียร์เทอร์เรียประเทศไทย ขอเชิญชมและร่วมส่งสุนัขเข้าประกวดในงาน Princess Honour Cup 2025 ได้ที่ สุรัคร นกแก้ว 097-990-5551 พลกฤษณ์ ยะพรม 098-822-9799 หรือ Email:yorkshireclubth@gmail.com หรือ Line: @yorkieclubth

กรมส่งเสริมวัฒนธรรม จับมือ ศูนย์บริการวิชาการ มศว ประสานมิตร เปิดค่ายเยาวชน/ช่างทอผ้ารุ่นใหม่ Cultural Textile the Weavers 2025

กรมส่งเสริมวัฒนธรรม จับมือ ศูนย์บริการวิชาการ มศว ประสานมิตร เปิดค่ายเยาวชน/ช่างทอผ้ารุ่นใหม่ Cultural Textile the Weavers 2025

กรมส่งเสริมวัฒนธรรม จับมือ ศูนย์บริการวิชาการ มศว ประสานมิตร เปิดค่ายเยาวชน/ช่างทอผ้ารุ่นใหม่ Cultural Textile the Weavers 2025

วันอังคาร ที่ 15 เมษายน พ.ศ. 2568, 06.00 น.

กรม​ส่งเสริม​วัฒนธรรม​ โดย​กองมรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรม​ ร่วมกับศูนย์​บริการ​วิชาการ​ มหา​วิทยาลัย​ศรีนครินทร​วิโรฒ​ จัดกิจกรรม Cultural Textile the Weavers 2025 ค่ายเยาวชน/ช่างทอผ้ารุ่นใหม่ พัฒนาทักษะฝีมือ สร้างผู้สืบทอดมรดกภูมิปัญญาผ้าไทย ครั้งที่ ๑ ภายใต้โครงการส่งเสริมและพัฒนาภาพลักษณ์ผ้าไทยสู่สากล ประจำปี ๒๕๖๘

 นางสาวลิปิการ์ กำลังชัย รองอธิบดีกรมส่งเสริมวัฒนธรรม (รักษาราชการแทนอธิบดีกรมส่งเสริมวัฒนธรรม) เป็นประธานเปิดกิจกรรมดังกล่าว พร้อมด้วยนางสาวกิตติพร ใจบุญ ผู้เชี่ยวชาญด้านภูมิปัญญา ปฏิบัติหน้าที่ผู้อำนวยการกองมรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรม และนางสาวศิวพร ฉันทไกรวัฒน์ ผู้อำนวยการกลุ่มเผยแพร่และต่อยอดมรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรม เข้าร่วมกิจกรรม โดยมี ดร.ปรารถนา คงสำราญ หัวหน้าโครงการพัฒนามรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรมผ้าไทยสู่สากล​ ประจำปี ๒๕๖๘ เป็นผู้กล่าวรายงาน และนางอารีย์ ป้องสีดา วัฒนธรรมจังหวัดสุรินทร์ พร้อมด้วยนายสุดใจ สะอาดยิ่ง ประธานสภาวัฒนธรรมจังหวัดสุรินทร์ นายหิรัญ ผู้ทรงเดช และนายฉัตรเอก หล้าล้ำ รองประธานสภาวัฒนธรรมจังหวัดสุรินทร์ เข้าร่วมเป็นเกียรติในงาน อีกทั้งยังได้รับเกียรติจากวิทยากรที่มีความเชี่ยวชาญด้านผ้าไทย สิ่งทอและการออกแบบแฟชั่น อาทิ ผศ.ดร.วุฒิไกร ศิริผล อ.ดร.แพรวา รุจิณรงค์ อ.ทัศนียา นิลฤทธิ์ นายวิชระวิชญ์ อัครสันติสุข และนายศักดิ์สิทธิ์ ภัทรประกฤต เข้าร่วมกิจกรรมในวันที่สอง โดยกิจกรรมจัดขึ้นเมื่อเร็วๆ นี้  ที่ โรงแรมบีลีฟ จังหวัดสุรินทร์

ระวัง !! ปวดหลัง แค่ไม่ใช่ปวดหลัง อาจเสี่ยงเนื้องอกกระดูกสันหลัง

ระวัง !! ปวดหลัง แค่ไม่ใช่ปวดหลัง อาจเสี่ยงเนื้องอกกระดูกสันหลัง

ระวัง !! ปวดหลัง แค่ไม่ใช่ปวดหลัง อาจเสี่ยงเนื้องอกกระดูกสันหลัง

วันอังคาร ที่ 15 เมษายน พ.ศ. 2568, 06.00 น.

เนื้องอกกระดูกสันหลัง คือก้อนของเซลล์ที่ผิดปกติ ที่อยู่ภายในกระดูกสันหลัง หรือ รอบๆกระดูกสันหลัง เซลล์ที่ผิดปกตินี้แบ่งตัวอย่างเหนือการควบคุมของร่างกาย เนื้องอกกระดูกสันหลังแบ่งเป็นชนิดเนื้อดีและเนื้อร้าย สามารถแบ่งชนิดตามต้นกำเนิดได้เป็นเนื้องอกปฐมภูมิ คือเนื้องอกที่มีต้นกำเนิดจากกระดูกสันหลัง หรือไขสันหลัง และเนื้องอกทุติยภูมิคือเนื้องอกที่มีต้นกำเนิดจากมะเร็งที่ตำแหน่งอื่น แล้วแพร่กระจายมาที่กระดูกสันหลัง

ผศ.พญ. กัณฐิกา วศินพงศ์วณิช แพทย์ชำนาญการด้านกระดูกสันหลัง สถาบันกระดูกสันหลัง (Bumrungrad Spine Institute ให้ข้อมูลว่า เนื้องอกกระดูกสันหลังเป็นโรคที่พบได้น้อยมาก เมื่อเทียบกับโรคกระดูกสันหลังชนิดอื่นๆ โดยปกติแล้วเนื้องอกกระดูกสันหลังจะโตอย่างช้าๆ ทำให้ผู้ป่วยส่วนใหญ่มีอาการหลายอย่างรวมกัน และปวดหลัง คืออาการหนึ่งที่พบได้

อาการเนื้องอกกระดูกสันหลัง ผู้ป่วยสามารถแสดงอาการได้หลายแบบ ขึ้นกับขนาดและตำแหน่งของเนื้องอก ดังนี้  ปวดกลางหลังทั่วๆ ไป / ปวดมากตอนกลางคืน, เดินผิดปกติ / สูญเสียการทรงตัว หรือ หกล้มบ่อยๆ, ชา / อ่อนแรง / รู้สึกเสียวที่แขนหรือขา หรือบริเวณลำตัว, เดินลำบากในที่มืด, ควบคุมการอุจจาระ ปัสสาวะไม่ได้, กล้ามเนื้ออ่อนแรง,กระดูกสันหลังคด

อย่างไรก็ตาม เนื้องอกมีโอกาสเกิดได้ในคนทุกคน แต่อุบัติการณ์เกิดต่ำมาก นักวิจัยยังไม่ทราบสาเหตุที่แน่ชัดของการเกิดเนื้องอกกระดูกสันหลัง อาจจะเกิดจากไวรัส ยีนที่บกพร่อง การสัมผัสสารเคมี หรือสารพิษบางชนิด และภาวะบกพร่องของภูมิคุ้มกัน

การตรวจเพื่อวินิจฉัย แพทย์จะวินิจฉัยจาก ประวัติผู้ป่วยและอาการ การตรวจร่างกาย โดยประเมินกำลังของกล้ามเนื้อ การเคลื่อนไหวและการควบคุมการเคลื่อนไหว การทรงตัว การรับรู้ที่ผิวหนัง รีเฟล็กซ์  หรือ เอ็กซเรย์ จะมองเห็นโครงสร้างที่เป็นกระดูกชัด แต่ไม่สามารถเห็นโครงสร้างที่เป็นเนื้อเยื่ออื่น ดังนั้น จึงไม่เห็นเนื้องอกโดยตรง ขณะที่ เอ็กซเรย์คลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า หรือ MRI เป็นเครื่องมือสำคัญในการวินิจฉัย เนื้องอกกระดูกสันหลัง ในผู้ป่วยบางรายอาจจะต้องทำการฉีดสีเพื่อให้แยกชนิด หรือขอบเขตของเนื้องอกได้ชัดเจนมากขึ้น  ส่วนวิธี Positron emission tomography (PET SCAN) เป็นการตรวจการทำงานของเซลล์ทั้งร่างกาย ใช้สำหรับดูว่าเนื้องอกมีการกระจายไปที่ตำแหน่งใดบ้างในร่างกาย

เมื่อไหร่ควรมาพบแพทย์ เมื่อสูญเสียการทรงตัวหรือหกล้มบ่อยๆ สังเกตุว่าเดินลำบาก ก้าวขาลำบาก เนื่องจากเกร็งหรือปวด มีภาวะกล้ามเนื้อขาเกร็ง เสียวขา ชาขาหรือลำตัว ปวดหลัง โดยเฉพาะปวดมากเวลานอนหงาย หรือปวดมากตอนกลางคืน ควบคุมการอุจจาระ หรือปัสสาวะไม่ได้

อย่างไรก็ตาม หากมีอาการปวดหลังอย่าเพิ่งด่วนสรุปว่า เป็นเนื้องอกกระดูกสันหลัง แนะนำให้มาพบแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ เพื่อได้รับการตรวจวินิจฉัยและการรักษาที่ถูกต้องได้อย่างทันท่วงที เนื่องจากปวดหลังมีสาเหตุได้จากหลายอย่าง และโรคเนื้องอกกระดูกสันหลังกลับเป็นสาเหตุพบได้น้อย ปวดหลังทั่วๆ ไปอาจจะค่อยๆ ดีขึ้น ในขณะที่เนื้องอกกระดูกสันหลังมักปวดกลับมาเป็นซ้ำ ปวดตลอดเวลา หรืออาการปวดแย่ลงเรื่อยๆ

จุฬาฯ ผนึกกำลัง โนโว นอร์ดิสค์ ยกระดับการจัดการโรคอ้วนด้วยนวัตกรรม

จุฬาฯ ผนึกกำลัง โนโว นอร์ดิสค์ ยกระดับการจัดการโรคอ้วนด้วยนวัตกรรม

จุฬาฯ ผนึกกำลัง โนโว นอร์ดิสค์ ยกระดับการจัดการโรคอ้วนด้วยนวัตกรรม

วันอังคาร ที่ 15 เมษายน พ.ศ. 2568, 06.00 น.

จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย จับมือ บริษัท โนโว นอร์ดิสค์ ฟาร์มา (ประเทศไทย) จำกัด (โนโว นอร์ดิสค์) ประกาศความร่วมมือครั้งประวัติศาสตร์ในโครงการ “จุฬาลงกรณ์ โนโว นอร์ดิสค์: ยกระดับการจัดการโรคอ้วนด้วยนวัตกรรม ณ อาคารรัตนวิทยาพัฒน์ โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ ความร่วมมือครั้งสำคัญระหว่างภาครัฐและเอกชนนี้ มีเป้าหมายเพื่อยกระดับการดูแลผู้ป่วยโรคอ้วน ด้วยการนำเทคโนโลยีดิจิทัลมาปรับใช้และเสริมสร้างการสื่อสารอย่างมีประสิทธิภาพ เพื่อให้ผู้ที่มีภาวะโรคอ้วนสามารถเข้าถึงข้อมูลการป้องกันและการจัดการโรคอ้วนได้อย่างรวดเร็ว แม่นยำ และน่าเชื่อถือ

หัวใจสำคัญของความร่วมมือครั้งนี้คือ “Obesity Connects Line Official Account (“LineOA”)” ซึ่งถูกออกแบบมาเพื่ออำนวยความสะดวกในการสื่อสารสองทางเกี่ยวกับโรคอ้วน ช่วยให้ผู้ที่มีภาวะโรคอ้วนและประชาชนทั่วไปสามารถติดต่อกับบุคลากรทางการแพทย์ได้โดยตรง และเข้าถึงแหล่งข้อมูลที่เป็นประโยชน์ รวมถึงเว็บไซต์ Truth About Weight นอกจากนี้  ในงานเปิดตัวยังมีผู้ที่มีภาวะโรคอ้วนเข้าร่วมแบ่งปันประสบการณ์การใช้ Obesity Connects Line OA อีกด้วย

รศ.นพ.ฉันชาย สิทธิพันธุ์ ผู้อำนวยการ โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ สภากาชาดไทย และคณบดีคณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย กล่าวเปิดงานโดยเน้นว่าหัวใจสำคัญในการแก้ปัญหาโรคอ้วนในระยะยาว ประกอบด้วยการสร้างความรู้ความเข้าใจที่ถูกต้องเกี่ยวกับโรคอ้วน ควบคู่กับการใช้นวัตกรรมและเทคโนโลยีใหม่ ๆ เพื่อเพิ่มโอกาสในการดูแลรักษา พร้อมอาศัยความร่วมมือจากทุกภาคส่วนในการส่งเสริมให้ผู้ป่วยโรคอ้วนสามารถกลับมามีชีวิตได้ตามปกติ ขณะที่ .นพ.สุเทพ อุดมแสงทรัพย์ หัวหน้าคลินิกโรคอ้วน ภาควิชาศัลยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย สภากาชาดไทย อธิบายถึงแนวทางในการรักษาโรคอ้วนว่า ต้องเริ่มต้นจากการควบคุมอาหารและการออกกำลังกายก่อน โดยปัจจุบันมีนวัตกรรมใหม่ๆ ที่ช่วยในการดูแลรักษาเพิ่มมากขึ้น รวมถึง “ObesityConnects” ซึ่งเป็นแพลตฟอร์ม Line OA ที่รวบรวมข้อมูลต่าง ๆ  ไว้ในแหล่งเดียว ช่วยอำนวยความสะดวกให้ผู้ที่มีภาวะโรคอ้วนสามารถเข้าถึงข้อมูลที่ถูกต้อง น่าเชื่อถือ อีกทั้งยังสามารถรับคำปรึกษาจากบุคลากรทางการแพทย์ได้โดยตรงและรวดเร็ว ช่วยให้การใช้ชีวิตหลังการรักษาทำได้สะดวกยิ่งขึ้น

นายเอ็นริโก้ คานัล บรูแลนด์ ผู้จัดการทั่วไป บริษัท โนโว นอร์ดิสค์ ฟาร์มา (ประเทศไทย) จำกัด รู้สึกภาคภูมิใจต่อความร่วมมือในครั้งนี้ พร้อมกล่าวว่า “โนโว นอร์ดิสค์ รู้สึกเป็นเกียรติอย่างยิ่งที่ได้ร่วมมือกับสถาบันการศึกษาด้านการแพทย์ที่มีชื่อเสียงอย่างจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยในโครงการสำคัญนี้ ด้วยการผสานความเชี่ยวชาญ การเข้าถึงทรัพยากร และเครือข่ายของพวกเราทั้งสองหน่วยงาน เชื่อมั่นได้ว่าเราจะสามารถร่วมกันผลักดันการเปลี่ยนแปลงและสร้างผลกระทบอย่างมีนัยสำคัญต่อการป้องกันและการจัดการโรคอ้วนในประเทศไทย”

ด้วยตระหนักถึงความสำคัญของความร่วมมือระหว่างภาครัฐและเอกชนในการรับมือกับโรคอ้วนจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยและโนโว นอร์ดิสค์ ได้ร่วมดำเนินโครงการต่าง ๆ เพื่อจัดการปัญหาโรคอ้วนให้ดีขึ้น ตั้งแต่การสร้างความตระหนักรู้เกี่ยวกับโรคผ่านกิจกรรมเดิน-วิ่ง ร้อยโลรวมใจต้านภัยโรคอ้วน หรือ 100K Obesity Run ของโรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ รวมถึงการเข้าร่วมการอภิปรายในหัวข้อ “บทบาทเมืองและการร่วมมือขับเคลื่อนอนาคตที่ยั่งยืนเพื่อต่อสู้กับโรคอ้วน” ร่วมกับจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และกรุงเทพมหานคร

นอกจากนี้ ภายในงานยังได้ตอกย้ำถึงการดูแลรักษาโรคอ้วนอย่างยั่งยืน โดยจำเป็นต้องอาศัยความร่วมมือจากทุกภาคส่วน ไม่ว่าจะเป็นภาครัฐ ภาคเอกชน หรือภาควิชาการ เพื่อให้เกิดแนวทางการจัดการที่มีประสิทธิภาพและครอบคลุมทุกมิติ ปัจจุบัน โนโว นอร์ดิสค์ ได้พัฒนานวัตกรรมในการรักษาโรคอ้วน โดยประเทศไทยจะเป็นประเทศแรกในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ที่ได้รับการเข้าถึงนวัตกรรมนี้ ซึ่งมุ่งเน้นแนวทางการดูแลสุขภาพแบบองค์รวม ไม่เพียงแค่การควบคุมน้ำหนัก แต่ยังช่วยเสริมสร้างการทำงานของระบบสำคัญในร่างกาย เช่น หัวใจ ตับ และไต ให้ทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น

Obesity Connects Line OA เป็นแพลตฟอร์มที่ออกแบบมาเพื่อช่วยสนับสนุนผู้ที่มีภาวะโรคอ้วนและประชาชนทั่วไป โดยมีฟังก์ชันที่สำคัญ ได้แก่ การสื่อสารสองทาง : ผู้ที่มีภาวะโรคอ้วนที่รับการรักษาที่โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ สามารถติดต่อกับบุคลากรทางการแพทย์โดยตรง สอบถามข้อมูล และรับคำแนะนำเฉพาะบุคคลได้, ฟังก์ชันควบคุมน้ำหนักส่วนบุคคล: ผู้ที่มีภาวะโรคอ้วนและประชาชนทั่วไปสามารถเข้าถึงเครื่องมือช่วยจัดการน้ำหนัก เช่น เครื่องคำนวณแคลอรี และกราฟแสดงการลดน้ำหนัก, แหล่งข้อมูล: สามารถเข้าถึงข้อมูลที่น่าเชื่อถือเกี่ยวกับโรคอ้วน รวมถึงเว็บไซต์ Truth About Weight ซึ่งได้รับการสนับสนุนจากโนโว นอร์ดิสค์

บรรพชาสามเณรภาคฤดูร้อน เฉลิมพระเกียรติ กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี

บรรพชาสามเณรภาคฤดูร้อน  เฉลิมพระเกียรติ  กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี

บรรพชาสามเณรภาคฤดูร้อน เฉลิมพระเกียรติ กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี

วันอังคาร ที่ 15 เมษายน พ.ศ. 2568, 06.00 น.

พุทธสมาคมแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ ร่วมกับ วัดนาคปรก จัดพิธีบรรพชาสามเณรภาคฤดูร้อน ระหว่างวันที่ 2 – 20 เมษายน 2568 ณ วัดนาคปรก เขต ภาษีเจริญ กรุงเทพมหานคร  เพื่อเฉลิมพระเกียรติ สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี  เนื่องในโอกาสวันคล้ายวันพระราชสมภพ วันที่ 2 เมษายน 2568 โดย พระเดชพระคุณ พระกิตติโสภณวิเทศ (เศรษฐกิจ สมาหิโต) เป็นที่ปรึกษาวัดนาคปรก  

การนี้มีกุลบุตรเข้าร่วมบรรพชาจำนวน 103 คน โดยเมื่อวันที่ 6 เมษายน 2568 เป็นพิธีบรรพชาสามเณร มี พระพรหมวัชรวิมลมุนี วิ. (บุญชิต ญาณสํวรมหาเถร ป.ธ.๙)  เป็นประธานพระอุปัชฌาย์ ดร.ศุลีมาศ สุทธิสัมพัทน์ นายกพุทธสมาคมแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ ถวายเครื่องไทยธรรมแก่ประธานพระอุปัชฌาย์

การจัดบรรพชาสามเณรภาคฤดูร้อน โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อให้เยาวชนได้มีโอกาสศึกษาพระพุทธศาสนาตามสมควรแก่วัย ได้ใช้เวลาว่างในช่วงปิดภาคเรียนให้เป็นประโยชน์ ได้รู้จักการดำเนินชีวิตตามหลักพุทธธรรม เป็นผู้มีความกตัญญูรู้คุณของชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ และบุพการีให้เป็นผู้ห่างไกลจากสิ่งเสพติดให้โทษ  โดยบรรยากาศภายในงานเต็มไปด้วยความตื้นตัน ปิติ สุขใจของพ่อแม่ผู้ปกครองและแขกผู้มาร่วมงาน  ขณะที่คณะกรรมการพุทธสมาคมแห่งประเทศไทยฯ หลายท่านต่างก็ปลาบปลื้มอิ่มบุญ อุ่นจิต และได้กุศลผลบุญกลับไปด้วยกันทุกคน

‘กิฟฟารีน’ คว้ารางวัลต่อเนื่องปีที่ 3 บริษัทขายตรงที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

‘กิฟฟารีน’ คว้ารางวัลต่อเนื่องปีที่ 3 บริษัทขายตรงที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

‘กิฟฟารีน’ คว้ารางวัลต่อเนื่องปีที่ 3 บริษัทขายตรงที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

วันอังคาร ที่ 15 เมษายน พ.ศ. 2568, 06.00 น.

กิฟฟารีน คว้ารางวัล Thailand’s Most Admired Company 2024-2025 ต่อเนื่องปีที่ 3 ขึ้นแท่นเป็นบริษัทที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด ในกลุ่มธุรกิจขายตรง จากผลสำรวจทั่วประเทศ เหมือนเป็นเสียงสะท้อนจากมหาชนในการเป็นบริษัทที่ยืนหนึ่งในใจผู้บริโภคคนไทยมาอย่างยาวนาน มอบรางวัลโดยนิตยสาร BrandAge

นายพงศ์พสุ อุณาพรหม รองกรรมการผู้จัดการ และประธานเจ้าหน้าที่เพื่อการเติบโตองค์กร บริษัท กิฟฟารีน สกายไลน์ ยูนิตี้ จำกัด กล่าวว่า “กิฟฟารีน มีความภูมิใจเป็นอย่างมากที่ได้รับรางวัล Thailand’s Most Admired Company 2024-2025 ในฐานะบริษัทที่น่าเชื่อถือสูงสุดในกลุ่มธุรกิจขายตรง ต่อเนื่องเป็นปีที่ 3 ในโอกาสนี้ขอขอบคุณนิตยสาร BrandAge และ ท่านคณาจารย์ผู้พัฒนางานวิจัย ช่วงเวลาที่ผ่านมาธุรกิจขายตรงเป็นธุรกิจที่ถูกจับตามองเป็นพิเศษและมีคำถามมากมายเกี่ยวกับธุรกิจนี้ กิฟฟารีนเพิ่งผ่านการเฉลิมฉลองครบรอบ 29 ปี เมื่อวันที่ 17 มีนาคม ที่ผ่านมา ผมขอเรียนว่ากิฟฟารีนได้เปิดโรงงานผลิตผลิตภัณฑ์ก่อนที่จะเปิดบริษัท เพราะเราเชื่อว่าหัวใจของธุรกิจนี้คือ ผลิตภัณฑ์ เราเปิดโรงงาน เป็นเจ้าของโรงงานเองตั้งแต่เดือนตุลาคม 2538 และเปิดบริษัทในเดือนมีนาคม 2539 เริ่มต้นด้วยการมีผลิตภัณฑ์ 111 รายการ ปัจจุบันมีกว่า 2000 รายการ  เราเชื่อว่าผลิตภัณฑ์ของเรา  ผู้บริโภคใช้แล้วจะมีความสุขและมีความพึงพอใจ  รางวัลนี้จะเป็นกำลังใจให้ผม คณะผู้บริหาร พนักงาน ตลอดจนผู้จำหน่ายหรือนักธุรกิจอิสระของกิฟฟารีน  ในการมุ่งมั่นดำเนินธุรกิจอย่างมีจรรยาบรรณ มีคุณธรรมและจริยธรรม ที่จะส่งมอบผลิตภัณฑ์ และบริการที่มีดีให้แก่ผู้บริโภค ขอขอบคุณทุกท่านอีกครั้ง และขอแสดงความยินดีกับทุกๆ แบรนด์ที่ได้รับรางวัลอันทรงเกียรติในครั้งนี้”

นิตยสาร BrandAge และ BrandAge Online ได้จัดงานมอบรางวัล Thailand’s Most Admired Company 2024-2025 ขึ้นในวันที่ 25 มี.ค.2568 นี้ ที่โรงแรมพูลแมน คิงพาวเวอร์ กรุงเทพฯ โดยใช้เกณฑ์การวัดผลสำรวจ จาก  ปัจจัย 6 ปัจจัย ประกอบด้วย 1.ความสามารถในการสร้างสรรค์นวัตกรรม (Innovation) 2.ความสามารถในการดำเนินธุรกิจ (Business Performance) 3.ภาพลักษณ์ (Corporate Image) 4.การบริหารการจัดการ (Management)  5.ความรับผิดชอบต่อสังคม (Sustainable Development) และ 6.การบริการ (Excellence Service)    ในปีนี้กิฟฟารีนได้คะแนนสูงสุดถึง 4 ปัจจัย

สำรวจโดยนิตยสาร BrandAge นิตยสารด้านธุรกิจและการตลาดชั้นนำของเมืองไทย ร่วมมือกับคณะเทคโนโลยีสื่อสารมวลชน มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลพระนคร ในการดำเนินการเก็บแบบสอบถามและประเมินผล เพื่อศึกษาเรื่องความน่าเชื่อถือขององค์กร ในเรื่องของการมีภาพลักษณ์ที่ดี  ซึ่งเป็นการสำรวจวิจัยที่ได้จัดมาอย่างต่อเนื่องเป็นปีที่ 17 และในส่วนของการศึกษาและวิจัย จะเป็นการศึกษาทัศนคติของกลุ่มเป้าหมายต่อ 24 กลุ่มธุรกิจ ที่เชื่อมโยงกับการดำเนินชีวิตของคนเมือง ต่อปัจจัยในการขับเคลื่อนธุรกิจสู่ความสำเร็จและสร้างภาพลักษณ์ที่ดีให้กับบริษัทหรือองค์กร จนเป็นที่ยอมรับว่าเป็นบริษัทหรือองค์กรที่น่าเชื่อถือที่สุด

กิฟฟารีน เป็นบริษัทขายตรงสัญชาติไทย ที่มุ่งมั่นดำเนินธุรกิจมาตลอด 29 ปี และกำลังจะก้าวเข้าสู่ปีที่ 30 เพื่อสร้างอาชีพ รายได้ และคุณภาพชีวิตที่ดีให้กับคนไทยหลายแสนคน รางวัล Thailand’s Most Admired Company 2024 -2025 ที่กิฟฟารีนคว้ารางวัลบริษัทที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด ในกลุ่มธุรกิจขายตรง ต่อเนื่องเป็นปีที่ 3  ครั้งนี้  เป็นรางวัลที่การันตีคุณภาพและความภูมิใจที่สุดของกิฟฟารีน  ที่สามารถคว้ามาได้สำเร็จอีกปี ด้วยคะแนนสูงสุด ถือเป็นสุดยอดองค์กรแห่งปี  ที่ครองแชมป์บริษัทขายตรงในใจผู้บริโภคคนไทยมายาวนาน ซึ่งรางวัลนี้เป็นการยืนยันถึงความแข็งแกร่งของกิฟฟารีน ในตลาดขายตรง ทั้งเมืองไทยและต่างประเทศเลยทีเดียว นอกจากนี้ ยังเป็นแรงบันดาลใจให้บริษัทฯ มุ่งมั่นที่จะพัฒนาผลิตภัณฑ์และบริการดีๆ ต่อเนื่องด้วย เพื่อตอบสนองทุกความต้องการของผู้บริโภคที่เปลี่ยนแปลงอยู่เสมอ

ฟิลิปส์ร่วมสนับสนุนการดูแลสุขภาพมารดาและทารก ผ่านนวัตกรรม AI ด้านสูตินรีเวช เนื่องในวันอนามัยโลก 2025

ฟิลิปส์ร่วมสนับสนุนการดูแลสุขภาพมารดาและทารก ผ่านนวัตกรรม AI ด้านสูตินรีเวช เนื่องในวันอนามัยโลก 2025

ฟิลิปส์ร่วมสนับสนุนการดูแลสุขภาพมารดาและทารก ผ่านนวัตกรรม AI ด้านสูตินรีเวช เนื่องในวันอนามัยโลก 2025

วันอังคาร ที่ 15 เมษายน พ.ศ. 2568, 06.00 น.

วันอนามัยโลก (World Health Day) ตรงกับวันที่ 7 เมษายนของทุกปี เป็นวันที่ประเทศสมาชิกขององค์การอนามัยโลกใช้เป็นโอกาสรณรงค์ให้ประชาชนและทุกภาคส่วนของสังคม ตระหนักถึงความสำคัญของสุขภาพ โดยแคมเปญหลักในปีค.ศ. 2025 นี้ “เริ่มต้นชีวิตด้วยสุขภาพที่ดี สู่อนาคตที่สดใสในวันหน้า (Healthy Beginnings, Hopeful Futures)” ทั้งนี้ เพื่อผลักดันให้ทั้งภาครัฐและองค์กรด้านสาธารณสุขร่วมรณรงค์เพื่อป้องกันและลดความเสี่ยงในการเสียชีวิตของมารดาและทารกแรกเกิด และ เพื่อให้เล็งเห็นถึงความสำคัญด้านสุขภาพและความเป็นอยู่ที่ดีของสตรีในระยะยาว

ฟิลิปส์ ร่วมรณรงค์ในวันอนามัยโลก ตอกย้ำความมุ่งมั่นในการดูแลสุขภาพของมารดาและทารก ด้วยการพัฒนาโซลูชันอัลตร้าซาวด์ที่ขับเคลื่อนด้วยเทคโนโลยี AI ซึ่งช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการวินิจฉัยโรคตั้งแต่ระยะเริ่มต้น การดูแลสุขภาพแบบเฉพาะบุคคล และการติดตามอาการจากระยะไกล ซึ่งจะช่วยเพิ่มโอกาสในการเข้าถึงระบบสาธารณสุขที่มากขึ้น เพื่อส่งเสริมอนาคตด้านการดูแลสุขภาพที่ดีสำหรับมารดาและทารกทั่วโลก

ในปีพ.ศ. 2566 รอยัล ฟิลิปส์ (NYSE: PHG, AEX: PHIA) ผู้นำด้านเทคโนโลยีเพื่อการดูแลสุขภาพระดับโลก ได้รับทุนสนับสนุนเป็นครั้งที่สองจากมูลนิธิเกตส์ (Gates Foundation) เป็นมูลนิธิเอกชนที่ใหญ่ที่สุดในโลก จัดตั้งโดยบิล เกตส์ และเมลินดา เกตส์ เพื่อเร่งขยายการพัฒนาแอปพลิเคชันด้านสูตินรีวชที่ขับเคลื่อนด้วยเทคโนโลยี AI ผ่านการใช้เครื่องอัลตราซาวด์แบบพกพา Philips Lumify โดยเทคโนโลยี AI นี้สามารถช่วยสนับสนุนบุคลากรทางการแพทย์ในการตรวจหาพารามิเตอร์ที่สำคัญ เพื่อระบุความเสี่ยงของการตั้งครรภ์ และช่วยให้พวกเขาสามารถแนะนำแนวทางการดูแลที่เหมาะสมได้

เมื่อพร้อมใช้งาน โซลูชันอัลตร้าซาวด์ของฟิลิปส์ด้านสูตินรีเวชที่ขับเคลื่อนด้วย AI นี้ จะเข้ามาสนับสนุนการทำงานของเจ้าหน้าที่และพยาบาลผดุงครรภ์ในการเก็บข้อมูลสำคัญของมารดาและทารกในครรภ์ โดยต้นแบบปัจจุบันสามารถระบุพารามิเตอร์ที่สำคัญ อาทิเช่น อายุครรภ์และขนาดของถุงน้ำคร่ำ ซึ่งช่วยในการประเมินการตั้งครรภ์และสุขภาพของทั้งมารดาและทารกได้

ตั้งแต่ที่มูลนิธิเกตส์ให้ทุนสนับสนุนช่วงแรกในปีพ.ศ. 2564 มีการดำเนินการโครงการนำร่องในเคนยา ซึ่งส่งผลลัพธ์เชิงบวก โดยโซลูชันนี้ช่วยให้สามารถตัดสินใจด้านการดูแลสุขภาพของสตรีมีครรภ์ได้ดีขึ้นในชุมชนชนบทและพื้นที่ห่างไกล

นายวิโรจน์ วิทยาเวโรจน์ ประธานและกรรมการผู้จัดการ บริษัท ฟิลิปส์ (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า “ฟิลิปส์ เรามุ่งมั่นที่จะส่งมอบนวัตกรรมอันทรงคุณค่า เพื่อเพิ่มโอกาสในการเข้าถึงระบบสาธารณสุข โดยเฉพาะอย่างยิ่งในพื้นที่ห่างไกล เราได้ทำงานร่วมกับพันธมิตรมากมาย เพื่อจัดการทรัพยากรและนำความเชี่ยวชาญและวิสัยทัศน์มาช่วยกันแก้ปัญหาและสร้างการเปลี่ยนแปลงที่ดียิ่งขึ้น เรามีการพัฒนานวัตกรรมและโซลูชันที่ครอบคลุมการให้บริการทางการแพทย์ระยะไกล และการสนับสนุนการทำงานของบุคลากรทางการแพทย์อย่างเต็มที่ และสำหรับวันอนามัยโลก 2025 นี้ เราจึงขอเป็นส่วนหนึ่งในการร่วมรณรงค์เพื่อการดูแลสุขภาพของมารดาและทารก เพื่อให้ทุกคนได้ตระหนักถึงความสำคัญของการดูแลสุขภาพมารดาและลดอัตราการเสียชีวิตของหญิงตั้งครรภ์ได้ ซึ่งเป็นหนึ่งในประเด็นสุขภาพที่สำคัญในประเทศไทย รวมถึงในประเทศที่กำลังพัฒนาอื่น ๆ ด้วยเช่นกัน”

ผลลัพธ์เชิงบวกจากโครงการนำร่อง

ในช่วงที่ดำเนินโครงการนำร่องในประเทศเคนยา โซลูชันอัลตร้าซาวด์ที่ขับเคลื่อนด้วย AI นี้ ได้รับเสียงตอบรับเป็นอย่างดี ด้วยความก้าวหน้าของดิจิทัล เทคโนโลยีสารสนเทศ และเทคโนโลยี AI บุคลากรทางการแพทย์จึงไม่จำเป็นต้องประมวลและแปรผลภาพโดยตรงอีกต่อไป และยังช่วยลดระยะเวลาในการฝึกอบรมให้กับพยาบาลผดุงครรภ์จากหลายสัปดาห์เหลือเพียงไม่กี่ชั่วโมง โดยไม่ส่งผลกระทบต่อความมั่นใจในการคัดกรองผู้ป่วย ในขณะเดียวกัน มารดาที่ตั้งครรภ์เองก็สามารถติดตามพัฒนาการของทารกในครรภ์ได้ และหากพบความผิดปกติ ผู้ป่วยจะถูกส่งต่อไปยังผู้เชี่ยวชาญเฉพาะทางเพื่อทำการตรวจเพิ่มเติม

“หนึ่งชีวิตที่สูญเสีย คือความสูญเสียที่มากเกินแล้ว” ดร. เบียทริซ มูราเก ผู้อำนวยด้านความยั่งยืนและการเข้าถึงระบบสาธารณสุข ฟิลิปส์ โกลบอล ได้กล่าวในระหว่างการให้สัมภาษณ์นิตยสาร TIME ฉบับพิเศษเกี่ยวกับอนาคตของระบบสาธารณสุข เครื่องอัลตราซาวด์แบบพกพาที่ขับเคลื่อนด้วยโซลูชัน AI  ใหม่นี้มีศักยภาพที่จะปฏิวัติวงการอัลตราซาวด์ ช่วยลดช่องว่างด้านการดูแลสุขภาพของมารดาในประเทศเคนยาได้อย่างมีนัยสำคัญ ทั้งนี้ ดร. เบียทริซ มูราเก และ ดร. นิดี ลีคา นักรังสีวิทยาจากมหาวิทยาลัย Aga Khan University ในประเทศเคนยา ซึ่งเป็นพันธมิตรทางคลินิกคนสำคัญของฟิลิปส์มีบทบาทสำคัญในการผลักดันและเพิ่มโอกาสการเข้าถึงระบบสาธารณสุขให้กับผู้หญิงทั่วโลก

โซลูชันใหม่ที่ขับเคลื่อนด้วย AI ช่วยคัดกรองความเสี่ยง

องค์การอนามัยโลก แนะนำให้หญิงตั้งครรภ์เข้ารับการตรวจอัลตราซาวด์อย่างน้อยหนึ่งครั้งก่อนอายุครรภ์ครบ 24 สัปดาห์ เพื่อประเมินอายุครรภ์และตรวจหาความผิดปกติของทารกในครรภ์ ซึ่งจะช่วยเสริมสร้างความมั่นใจมากยิ่งขึ้น ด้วยความสามารถของเทคโนโลยี AI ที่พัฒนาขึ้นเพื่อแปลผลข้อมูลภาพจากเครื่องอัลตราซาวด์ Philips Lumify จะช่วยให้บุคลากรทางการแพทย์สามารถระบุการตั้งครรภ์ที่มีความเสี่ยงสูงได้ เพื่อสนับสนุนการตัดสินใจในการส่งต่อผู้ป่วยต่อไป และยังช่วยเสริมความมั่นใจให้แก่มารดาที่ตั้งครรภ์ในการตัดสินใจเลือกแนวทางการดูแลสุขภาพที่เหมาะสมกับตนเองด้วยเช่นกัน

เดนิลสัน ฮิรากิ คุราโทมิ ผู้อำนวยการฝ่ายธุรกิจอัลตราซาวด์ ฟิลิปส์ ประจำภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก กล่าวว่า “อัลตราซาวด์เป็นเครื่องมือสำคัญในการตรวจคัดกรองการตั้งครรภ์ แต่การฝึกอบรมการใช้งานเพื่อให้สามารถแปลผลได้อย่างถูกต้องก็เป็นสิ่งจำเป็นไม่แพ้กัน นอกจากโครงการนำร่องที่ฟิลิปส์ โกลบอลได้ดำเนินการแล้ว ฟิลิปส์ ในระดับภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกยังให้การสนับสนุนบุคลากรทางการแพทย์ในภูมิภาคในการตรวจคัดกรองความเสี่ยงการตั้งครรภ์ตั้งแต่ระยะเริ่มต้น โดยมีเป้าหมายเพื่อลดอัตราการเสียชีวิตของมารดา และการนำนวัตกรรมใหม่เข้าสู่ตลาด เรามั่นใจว่าจะมาช่วยยกระดับการเข้าถึงระบบสาธารณสุขของมารดา โดยเฉพาะอย่างยิ่งในชุมชนชนบทและพื้นที่ห่างไกลทั่วทั้งภูมิภาค”

สามารถเยี่ยมชมและติดตามข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับฟิลิปส์ อัลตร้าซาวด์ได้ที่เว็บไซต์ Philips Ultrasound