รูสเวลต์มาแล้ว

รูสเวลต์มาแล้ว

15 เม.ย. 2568 05:42 น.

รูสเวลต์มาแล้ว

เมื่อวานผมรับใช้ถึงตอนที่ประธานาธิบดีฮูเวอร์เงอะงะเฟอะฟะทำอะไรไม่ถูก สร้างเขื่อนโบลเดอร์ก็ไม่ได้ผล นโยบายจำกัดผลผลิตเพื่อให้สินค้าเกษตรมีราคาสูงขึ้นก็แป้ก อุตส่าห์ไปตั้ง Federal Farm Marketing Board หรือคณะกรรมการตลาดการเกษตรกลางเพื่อหาตลาดให้เกษตรกรอเมริกันก็ไปไม่รอด

ขณะที่กำลังมืดมนอนธการลนลาน ก็มีไม้ขีดก้านหนึ่งถูกจุดขึ้นมาในสมองของประธานาธิบดีฮูเวอร์ ฮูเวอร์ตะโกนว่า อ้า เราพบทางออกแล้ว ต่อไปนี้วิกฤติเศรษฐกิจของสหรัฐฯจะดีขึ้น เราจะตั้ง Reconstruction Finance Corporation ที่แปลว่าบรรษัทฟื้นฟูการเงินเพื่อปล่อยเงินกู้ฉุกเฉินให้กับธนาคาร บริษัทรถไฟ และอุตสาหกรรมอื่นๆ เพื่อให้มีเงินหมุนเวียน

ทว่า บรรษัทฟื้นฟูฯก็แป้กอีกครับ ประธานาธิบดีฮูเวอร์โกรธจัด วิ่งเอาหัวพุ่งข้างฝาสามที ก็มีทางออกใหม่ผุดออกมาจากสมอง อา ประชาชนคนอเมริกันถูกยึดบ้านและที่ดินบานเบอะเยอะแยะ อา เราต้องไปขอให้สภาออก Home Loan Bank Act หรือรัฐบัญญัติธนาคารอาคารสงเคราะห์ เพื่อช่วยเหลือประชาชนที่จะถูกยึดบ้านและที่ทำกิน

ฮูเวอร์กับทรัมป์น่าจะมีบรรพบุรุษเดียวกัน เพราะว่านิสัยใจคอเหมือนกันแทบทุกประการ ใจร้อน เชื่อมั่นในตัวเอง ทะเลาะ เบาะแว้งกับคนทั่วไป ค.ศ.1932 ฮูเวอร์โมโหโกรธามหาหงุดหงิด พอมีสมาชิกสภาคองเกรสตำหนิว่าโครงการของแกเชื่องช้า แก้ไขปัญหาไม่ได้ แกก็ตะโกนฟ้องประชาชนว่า อา ท่านประชาชนคนอเมริกันที่เคารพ เพราะข้าพเจ้ามาจากพรรครีพับลิกัน แต่สมาชิกสภาส่วนใหญ่เป็นพวกเด็มโมแครต พวกนี้ขัดขวางโครงการต่างๆนานาของข้าพเจ้า เพื่อต้องการให้เศรษฐกิจตกต่ำ หวังผลในการเลือกตั้งครั้งหน้า จะให้ประชาชนคนทั่วไปมาเทคะแนนให้เด็มโมแครต

ช่วงนั้นคนอเมริกันไม่มีกิน ประชาชนจำนวนไม่น้อยอยู่ในภาวะ malnutrition อาหารไม่พอ หน้ามืด วิงเวียน เพราะระดับน้ำตาลในเลือดต่ำ สมองสับสน ตอบสนองช้า ไม่ว่าฮูเวอร์จะพูดว่ายังไงก็ไม่มีใครคิดตามได้ดอกครับ

เศรษฐกิจอเมริกันตกต่ำดำมืด จนถึงการเลือกตั้งครั้งต่อไป ประชาชนก็ไปทุ่มคะแนนให้แฟรงคลิน เดลาโน รูสเวลต์ จากพรรคเด็มโมแครต ทันทีที่สาบานตนเข้ารับตำแหน่งประธานาธิบดี รูสเวลต์ก็บอกว่า อา ข้าพเจ้านึกออกแล้ว หลังจากปิดสวิตช์ฮูเวอร์ เราจะต้องทำให้คนอเมริกันมี 3 ป. เอ๊ย 4 R มีกิน มีใช้ มีเกียรติ มีศักดิ์ศรี เอ๊ย ไม่ใช่ นั่นมันคำพูดของท่านนายกฯแพทองธาร

ข้าพเจ้าจะทำให้ประชาชนมี 3 Rs คือ Relief การบรรเทาทุกข์ Recovery การฟื้นฟู และ Reform การปฏิรูป คนอเมริกันสมัยนั้น รองเท้าขาดเพราะใช้เดินไปที่ธนาคารเพื่อถอนเงินทุกวัน แต่ไปแล้วก็ถอนไม่ได้ กลับมาก็แช่งด่าธนาคารและรัฐบาล รูสเวลต์ผู้ปราดเปรื่องเรืองปัญญา หลังจากรับตำแหน่งได้เพียง 2 วันก็ลงนามในคำสั่งผู้บริหาร เพื่อให้ธนาคารทั่วประเทศหยุดทำการเป็นเวลา 2 สัปดาห์

หลังจากนั้นอีก 3 วัน รูสเวลต์ก็ขอให้สภามีประชุมสมัยวิสามัญเพื่อผ่าน Emergency Banking Relief Act ค.ศ.1933 รัฐบัญญัติฉุกเฉินเพื่อการฟื้นฟูธนาคาร คัดกรองธนาคารที่มีฐานะมั่นคงให้ยังดำเนินกิจการได้ต่อไป ไอ้ที่กำลังเดินเซๆ ก็ให้ไปรับเงินกู้ฟื้นฟูกิจการ ธนาคารที่มีหนี้สินล้นพ้นตัวก็ให้ปิดกิจการอย่างถาวร

ธนาคาร 1 ใน 10 ถูกปิดกิจการถาวร หลังจากนั้นรูสเวลต์ ก็ไลน์กลุ่ม เอ๊ย สมัยนั้นยังไม่มีโซเชียลมีเดีย ก็สร้างรายการวิทยุ Fire Side Chat แปลเป็นไทยก็คือคุยกันข้างเตาผิง เพื่อสร้างความเชื่อมั่นกับประชาชนคนอเมริกันในเรื่องต่างๆ

รูสเวลต์สั่งให้ขึ้นราคาทองคำจากออนซ์ละ 20.67 ดอลลาร์สหรัฐฯ มาเป็นออนซ์ละ 35 ดอลลาร์สหรัฐฯ ทำให้ค่าเงินดอลลาร์สหรัฐฯอ่อนลงมาเกือบร้อยละ 70 ช่วยในการส่งออก (ค่าเงินอ่อน ราคาสินค้าถูก ส่งออกได้มากขึ้น) หลังจากนั้นแกก็ขอให้ออก Federal Securities Act ค.ศ.1933 หรือรัฐบัญญัติหลักทรัพย์แห่งชาติ ให้คณะกรรมการการค้าแห่งชาติกำกับดูแลให้ผู้ค้ำประกันราคาหุ้นเปิดเผยข้อมูลที่จำเป็นทั้งหมดของหลักทรัพย์ตัวใหม่ๆที่จะนำไปซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์

หลังจากนั้นก็ออก Banking Act ค.ศ.1933 ที่เรียกว่ารัฐบัญญัติการธนาคาร แยกธนาคารเพื่อการลงทุนออกจากธนาคารพาณิชย์ และก่อตั้งบริษัทค้ำประกันเงินฝากแห่งชาติ เรื่องจะเป็นยังไงต่อไป มาว่ากันต่อครับ.

นิติการุณย์ มิ่งรุจิราลัย
songlok1997@gmail.com

คลิกอ่านคอลัมน์ “เปิดฟ้าส่องโลก” เพิ่มเติม

สภาฮังการีลงมติ จำกัดสิทธิ์คน 2 สัญชาติ-ชาว LGBTQ+

สภาฮังการีลงมติ จำกัดสิทธิ์คน 2 สัญชาติ-ชาว LGBTQ+

15 เม.ย. 2568 05:21 น.

สภาฮังการีลงมติ จำกัดสิทธิ์คน 2 สัญชาติ-ชาว LGBTQ+

รัฐสภาฮังการี ลงมติสนับสนุนการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ซึ่งจะจำกัดสิทธิของผู้ที่ถือ 2 สัญชาติ กับกลุ่มผู้มีรสนิยมทางเพศหลากหลาย หรือ LGBTQ+

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า รัฐสภาของประเทศฮังการีลงมติในวันจันทร์ที่ 14 เม.ย. 2568 ด้วยคะแนนเสียง 140 ต่อ 21 เสียง สนับสนุนการแก้ไขรัฐธรรมนูญ เพื่อจำกัดสิทธิ์กลุ่มผู้ที่มีรสนิยมทางเพศหลากหลาย และทำให้สามารถห้ามการรวมตัวในที่สาธารณะของกลุ่มชาว LGBTQ+ ได้

รัฐบาลอ้างว่า การแก้รัฐธรรมนูญดังกล่าวมีเป้าหมายเพื่อปกป้องพัฒนาการทางกายภาพและทางศีลธรรมของเด็กๆ ขณะที่มีชาวฮังการีจำนวนหลายร้อยคนออกมารวมตัวกันที่หน้าอาคารรัฐสภา เพื่อประท้วงการแก้ไขรัฐธรรมนูญ โดยกลุ่มสิทธิกล่าวว่า “นี่คือช่วงเวลาสำคัญที่ฮังการีจะเปลี่ยนไป”

นอกจากนั้น การแก้รัฐธรรมนูญยังจะให้อำนาจรัฐบาลในการระงับความเป็นพลเมืองชั่วคราว ของชาวฮังการีผู้ถือ 2 สัญชาติ ที่ถูกระบุว่าเป็นภัยต่อความมั่นคง หรืออธิปไตยของประเทศ

พรรค ฟีเดสซ์ ของนาย วิกตอร์ ออร์บาน นายกรัฐมนตรีคนปัจจุบันของฮังการี ระบุว่า ความเคลื่อนไหวล่าสุดของพวกเขา มุ่งไปยังผู้ที่จัดหาเงินทุนให้แก่องค์กรไม่แสวงกำไรปลอม แต่ดูเหมือนว่า มาตรการเล่นงานคน 2 สัญชาติจะมีเป้าหมายไปที่นาย จอร์จ โซรอส มหาเศรษฐีชาวอเมริกัน ซึ่งออกมาวิพากษ์วิจารณ์นายออร์บาน

ด้านนาย เดวิด เบโด สส.จากพรรคฝ่ายค้านกล่าวว่า การประท้วงที่เกิดขึ้นเป็นเพียงขั้นแรกในแคมเปญยาว 1 ปีนี้ และเชื่อว่าเราจะได้เห็นการออกกฎหมาย และการผ่านร่างกฎหมายในสภา ที่ต่อต้านประชาธิปไตยและกฎหมายใดๆ

ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign

ที่มา : bbc

สงครามยังเดินหน้า

สงครามยังเดินหน้า

15 เม.ย. 2568 05:17 น.

สงครามยังเดินหน้า

สงครามยูเครน–รัสเซียยังคงดำเนินไปอย่างเงียบๆ ในขณะที่ทั่วโลกกำลังปั่นป่วนจากสถานการณ์สหรัฐฯตั้งกำแพงภาษีสินค้านำเข้าจากประเทศจีน

โดยตลอดสัปดาห์ที่ผ่านมา กองทัพรัสเซียยังคงปฏิบัติการเชิงรุกอย่างต่อเนื่องตลอดแนวรบ เริ่มจากภาคเหนือของยูเครน และจังหวัดคูร์สก์ของรัสเซียที่อยู่ติดกัน มีรายงานยืนยันว่ากองทัพยูเครนกำลังอยู่ในสภาพถอยร่นออกจากดินแดนของรัสเซีย และเริ่มกลับไปตั้งมั่นตามเส้นพรมแดนดั้งเดิม มิหนำซ้ำกองทัพรัสเซียยังเคลื่อนกำลังเข้าไปในจังหวัดซูมีของยูเครน และยึดหมู่บ้านไปอีก 2 แห่งคือบาซอฟกาและซูราฟกา

โยกมายังสมรภูมิภาคตะวันออก ในจังหวัดโดเนตสก์และลูกานสก์ กองทัพรัสเซียอยู่ระหว่างคืบคลานรุกกินแดนและประสบความสำเร็จในการยึดหมู่บ้านแคเทอรินอฟกา ทางตอนเหนือสุดของจังหวัดโดเนตสก์ แต่สำหรับการรุกในภาคกลางของจังหวัดโดเนตสก์ กองทัพรัสเซียที่มีเป้าหมายเข้ายึดเมืองโปครอฟสก์ ที่มีทางหลวง 2 เส้นตัดผ่าน กำลังอยู่ในสภาพชะงักงัน

เนื่องด้วยกองทัพยูเครนได้ระดมกำลังพลสำรองเติมเข้าไปตามฐานที่มั่นต่างๆรอบเมือง และทำให้รัสเซียเลือกที่จะใช้ “กลยุทธ์นวด” ฝูงบินกองทัพอากาศและโดรนปฏิบัติการทิ้งระเบิด ลดจำนวนทหารฝ่ายยูเครน

ส่วนปฏิบัติการโจมตีระยะไกลนั้น ยังคงเป็นไปตามที่ตกลงกับสหรัฐฯ คือยกเว้นการโจมตีโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงาน แต่ยังคงมีการโจมตีโครงสร้างทางอุตสาหกรรม คลังเก็บกระสุน และศูนย์ความมั่นคงของยูเครนในแนวหลัง ไม่รวมถึงการทิ้งระเบิดใส่อาคารที่ฝ่ายรัสเซียอ้างว่า มีทหารยูเครนและทหารต่างชาติเสียชีวิต 85 นาย

ที่สำคัญกองทัพรัสเซียมุ่งเน้นความสำคัญเรื่องการไล่ล่า “อาวุธหายาก” หรือหมายถึงอาวุธยุทโธปกรณ์ของชาติตะวันตก อย่างรถถังเอบรัมส์ของสหรัฐฯ รถยานเกราะของฝรั่งเศส ซึ่งเหลือน้อยลงทุกขณะ

ใช้โอกาสที่นานาชาติกำลังให้ความสนใจกับประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ เพิ่มความได้เปรียบในการ “ต่อรองสงบศึก” ที่ตอนนี้ทุกคนยังไม่มีเวลามาให้ความสนใจ.


ตุ๊ ปากเกร็ด

คลิกอ่านคอลัมน์ “หน้าต่างโลก” เพิ่มเติม

ผู้นำเอลซัลวาดอร์พบทรัมป์ อ้างไม่มีอำนาจส่งตัวอาเบรโก การ์เซีย กลับสหรัฐฯ

ผู้นำเอลซัลวาดอร์พบทรัมป์ อ้างไม่มีอำนาจส่งตัวอาเบรโก การ์เซีย กลับสหรัฐฯ

15 เม.ย. 2568 03:31 น.

ผู้นำเอลซัลวาดอร์พบทรัมป์ อ้างไม่มีอำนาจส่งตัวอาเบรโก การ์เซีย กลับสหรัฐฯ

ผู้นำเอลซัลวาดอร์กล่าวระหว่างพบโดนัลด์ ทรัมป์ ที่ทำเนียบขาวสหรัฐฯ ว่า เขาไม่มีอำนาจส่งตัวนายอาเบรโก การ์เซีย ที่ถูกเนรเทศจากสหรัฐฯ มายังเอลซัลวาดอร์เพราะความผิดพลาดได้

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า นายนายิบ บูเคเล ประธานาธิบดีของประเทศเอลซัลวาดอร์เดินทางเยือนสหรัฐฯ ในวันจันทร์ที่ 14 เม.ย. 2568 และได้เข้าพบปะหารือกับประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ที่ทำเนียบขาว ซึ่งในระหว่างนั้นเขาได้พูดถึงนายคิลมาร์ อาเบรโก การ์เซีย ซึ่งถูกส่งตัวไปยังเอลซัลวาดอร์ด้วยความผิดพลาด

นายบูเคเลกล่าวว่า “ผมจะคืนตัวอาชญากรกลับสหรัฐฯ ได้อย่างไร? ให้ลักลอบส่งผู้ก่อการร้ายกลับไปหรือ?” จากนั้นเขาก็โจมตีคำถามเกี่ยวกับนายการ์เซียว่าเป็นเรื่อง “ไร้สาระ” และว่าเขาจะไม่ปล่อยตัวนายการ์เซียเพราะเขาไม่ชอบปล่อยคนออกจากเรือนจำของเขา

“คำถามนี้มันไร้สาระมาก” นายบูเคเลกล่าว “ผมไม่มีอำนาจจะคืนตัวเขากลับสหรัฐฯ”

ทั้งนี้ นายอาเบรโก การ์เซีย เป็นชาวเอลซัลวาดอร์ผู้อพยพเข้าสู่สหรัฐฯ อย่างไม่ถูกต้องตามกฎหมายในปี 2554 ตั้งแต่มีอายุ 16 ปี ต่อมาในปี 2562 ผู้พิพากษาตัดสินใจมอบสถานะ “ระงับจากการเนรเทศ” (withholding of removal) ให้แก่เขา และนายการ์เซียก็ทำงานอย่างถูกกฎหมายในสหรัฐฯ มาตลอดนับแต่นั้น

อย่างไรก็ตามในวันที่ 12 มี.ค. 2567 นายอาเบรโก การ์เซีย ถูกจับกุมตัวโดยเจ้าหน้าที่อ้างว่าสถานะการอพยพของเขาเปลี่ยนไปแล้ว ก่อนที่เขาจะถูกเนรเทศออกจากสหรัฐฯ และส่งตัวไปเข้าเรือนจำความมั่นคงสูงสุดในประเทศเอลซัลวาดอร์ ในวันที่ 15 มี.ค. โดยที่เขาไม่เคยถูกตัดสินว่ามีความผิด หรือตั้งข้อหาใดๆ ในสหรัฐฯ เลย

เรื่องนี้ทำให้ภรรยาของนายการ์เซียยื่นฟ้องร้องรัฐบาลสหรัฐฯ ซึ่งในเวลาต่อมารัฐบาลได้ยอมรับต่อศาลว่า ถึงแม้สำนักงานตรวจคนเข้าเมืองสหรัฐฯ (ICE) จะรู้ว่านายการ์เซียได้รับความคุ้มครองจากการถูกเนรเทศ แต่เขาก็ถูกส่งตัวไปยังเอลซัลวาดอร์เนื่องจากความผิดพลาดด้านการดำเนินการ

ด้านนายทรัมป์กล่าวว่า เขาต้องการเนรเทศผู้อพยพเข้าเมืองผิดกฎหมายให้มากที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ เพื่อกำจัดอาชญากรอันตราย และเขายินดีอย่างยิ่งที่จะส่งพลเรือนสหรัฐฯ ที่เป็นอาชญากรรมไปยังเรือนจำต่างประเทศอย่างเช่นเรือนจำ “ซีคอต” (Cecot) ในเอลซัลวาดอร์

ในเวลาต่อมา นายมาร์โก รูบิโอ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงต่างประเทศของสหรัฐฯ พูดถึงเรื่องนายอาเบรโก การ์เซีย อีกครั้ง โดยระบุว่า “ผมไม่เข้าใจเลยว่ามีอะไรน่าสับสน” และย้ำว่า นายอาเบรโก การ์เซีย คือชาวเอลซัลวาดอร์ที่เข้าสู่สหรัฐฯ อย่างผิดกฎหมาย และถูกส่งตัวกลับประเทศของเขาไปแล้ว

นายรูบิโอยังพาดพิงศาลสูงสุดที่ตัดสินยืนตามศาลชั้นก่อนว่าให้นำตัวนายการ์เซียกลับมา ว่า ผู้ออกนโยบายต่างประเทศคือประธานาธิบดีสหรัฐฯ ไม่ใช่ศาล และว่า ศาลไม่มีสิทธิ์ทำเช่นนี้

จากนั้นนายสตีเฟน มิลเลอร์ ที่ปรึกษาของนายทรัมป์ ก็พูดแทรกขึ้นมาว่า ศาลสูงสุดพูดถึงเรื่องนี้อย่างชัดเจน “เราชนะคดีด้วยคะแนน 9 ต่อ 0 แต่พวกอย่างซีเอ็นเอ็นกลับบอกว่าเป็นความพ่ายแพ้”

ความจริงแล้ว ผู้พิพากษาศาลสูงสุดของสหรัฐฯ ลงมติ 9 ต่อ 0 ปฏิเสธที่จะขัดขวางคำสั่งของศาลชั้นก่อนหน้า ที่บอกให้รัฐบาลสหรัฐฯ อำนวยความสะดวกในการพานายคิลมาร์ อาเบรโก การ์เซีย กลับสหรัฐฯ

ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign

ที่มา : bbc

ระทึก แผ่นดินไหว 5.2 เขย่าแคลิฟอร์เนีย เตือนประชาชนเข้าที่กำบัง

ระทึก แผ่นดินไหว 5.2 เขย่าแคลิฟอร์เนีย เตือนประชาชนเข้าที่กำบัง

15 เม.ย. 2568 01:55 น.

ระทึก แผ่นดินไหว 5.2 เขย่าแคลิฟอร์เนีย เตือนประชาชนเข้าที่กำบัง

เกิดแผ่นดินไหวที่รัฐแคลิฟอร์เนียของสหรัฐฯ เบื้องต้นยังไม่มีรายงานความเสียหายหรือผู้บาดเจ็บ แต่ประชาชนได้รับข้อความเตือนให้เข้าที่กำบัง และปกป้องตัวเอง

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า เกิดแผ่นดินไหวระดับ 5.2 แมกนิจูด ในสหรัฐฯ เมื่อเวลาประมาณ 10.08 น. วันจันทร์ที่ 14 เม.ย. 2568 ตามเวลาท้องถิ่น โดยจุดศูนย์กลางอยู่ที่เมืองจูเลียน รัฐแคลิฟอร์เนีย แรงสั่นสะเทือนรู้สึกได้ถึงเมืองซานดิเอโก เบื้องต้นยังไม่มีรายงานว่าเกิดความเสียหายใดๆ

นายเดวิน นิวซัม ผู้ว่าการรัฐแคลิฟอร์เนียโพสต์ข้อความผ่าน X หลังเกิดแผ่นดินไหวไม่นานว่า เขาได้รับรายงานสถานการณ์เบื้องต้นแล้ว และทางรัฐกำลังประสานงานกับเจ้าหน้าที่ท้องถิ่นเพื่อประเมินว่าเกิดความเสียหายใดๆ หรือจำเป็นต้องมีการตอบสนองฉุกเฉินหรือไม่

ประชาชนในหลายเมืองในรัฐแคลิฟอร์เนีย รวมถึงที่เมืองลอสแอนเจลิส ได้รับข้อความเตือนฉุกเฉิน ระบุให้เข้าที่กำบัง “หมอบ, เข้าที่กำบัง, อดทน, ปกป้องตัวเอง” ข้อความแจ้งเตือนระบุ ขณะที่สำนักงานสภาพอากาศแห่งชาติ (NWS) ยืนยันว่า แผ่นดินไหวครั้งนี้จะไม่ทำให้เกิดคลื่นสึนามิ

ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign

ที่มา : bbc

ภาพดาวเทียมชี้ เกาหลีเหนืออาจกำลังสร้างเรือรบขนาดใหญ่ที่สุดของประเทศ

ภาพดาวเทียมชี้ เกาหลีเหนืออาจกำลังสร้างเรือรบขนาดใหญ่ที่สุดของประเทศ

15 เม.ย. 2568 00:07 น.

ภาพดาวเทียมชี้ เกาหลีเหนืออาจกำลังสร้างเรือรบขนาดใหญ่ที่สุดของประเทศ

ภาพถ่ายจากดาวเทียมแสดงให้เห็นว่า เกาหลีเหนืออาจกำลังสร้างเรือรบลำใหม่ ซึ่งมีขนาดใหญ่ที่สุดที่พวกเขาเคยสร้างมา โดยอาจได้เทคโนโลยีจากรัสเซียด้วย

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานในวันที่ 14 เม.ย. 2568 ว่า ภาพซึ่งถ่ายโดยดาวเทียมอิสระของบริษัท แม็กซาร์ เทคโนโลยีส์ (Maxar Technologies) กับบริษัท แพลนเน็ท แล็บส์ (Planet Labs) เมื่อวันที่ 6 เม.ย.ที่ผ่านมา แสดงให้เห็นเรือลำหนึ่งซึ่งกำลังอยู่ระหว่างการก่อสร้าง ที่อู่ต่อเรือ “นัมโป” บริเวณชายฝั่งตะวันตกของประเทศเกาหลีเหนือ

นักวิเคราะห์ระบุว่า ภาพดังกล่าวแสดงให้เห็นการก่อสร้างอาวุธและระบบภายในของเรือลำนี้ ซึ่งคาดกันว่าเป็นเรือฟริเกต ชนิดติดตั้งขีปนาวุธนำวิถี (FFG) ซึ่งออกแบบมาเพื่อบรรทุกมิสไซล์แบบยิงขึ้นจากท่อแนวดิ่ง เพื่อโจมตีเป้าหมายบนบกและในทะเล

นายโจเซฟ เบอร์มูเดซ จูเนียร์ และน.ส. เจนนิเฟอร์ จุน จากศูนย์เพื่อการศึกษาระหว่างประเทศและยุทธศาสตร์ กล่าวว่า เรือลำนี้มีความยาวประมาณ 140 ม. ทำให้มันกลายเป็นเรือรบลำใหญ่ที่สุดที่ถูกสร้างในประเทศเกาหลีเหนือ

เรือลำนี้มีขนาดใกล้เคียงกับเรือพิฆาตชั้น อาร์เลห์ เบิร์ก ของกองทัพเรือสหรัฐฯ (153.9 ม.) กับเรือฟริเกตชั้น คอนสเตลเลชัน ซึ่งกำลังอยู่ระหว่างการก่อสร้าง (151.1 ม.)

อย่างไรก็ตาม นักวิเคราะห์ประเมินว่า การมีอยู่ของเรือรบลำนี้ในเกาหลีเหนือนั้นไม่ใช่เรื่องน่าประหลาดใจ เนื่องจากรัฐบาลคิมพยายามพัฒนาแสนยานุภาพของกองทัพให้ทันสมัยอย่างรวดเร็วในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา โดยพัฒนาอาวุธใหม่หลายอย่าง และกำลังทดสอบขีปนาวุธข้ามทวีปซึ่งสามารถยิงถึงเกือบทุกพื้นที่ในสหรัฐอเมริกา

เกาหลีเหนือเดินหน้าพัฒนาอาวุธของตัวเองแม้ว่าจะถูกสหประชาชาติคว่ำบาตรอย่างหนัก ซึ่งจำกัดการเข้าถึงสิ่งของจำเป็นสำหรับการพัฒนาอาวุธดังกล่าว แต่ความสัมพันธ์กับรัสเซียที่แน่นแฟ้นยิ่งขึ้นหลังเกิดสงครามในยูเครน อาจช่วยให้พวกเขาก้าวข้ามการคว่ำบาตรของสหประชาชาติได้

นายคิม ดึก-กี พลเรือเอกเกษียณอายุของเกาหลีใต้คาดว่า รัสเซียอาจเป็นผู้มอบเทคโนโลยีการสร้างระบบมิสไซล์ให้แก่เรือฟริเกตของเกาหลีเหนือลำนี้ก็เป็นได้

ทั้งนี้ ปัจจุบันกองทัพเรือเกาหลีเหนือมีเรือรบประเภทต่างๆ รวมประมาณ 400 ลำ และมีเรือดำน้ำ 70 ลำ ตามข้อมูลจากรายงานของหน่วยข่าวกรองสหรัฐฯ ในปี 2564 แต่เรือส่วนใหญ่มีอายุมากและขนาดเล็ก โดยสร้างในช่วงยุค 70 และหากเกิดสงครามกับเกาหลีใต้หรือสหรัฐฯ เรือเหล่านี้อาจทำได้แค่ป้องกันชายฝั่งเท่านั้น

คิม จอง-อึน ผู้นำเกาหลีเหนือจึงผลักดันการพัฒนากองเรือรบให้เป็นปัจจุบัน และพัฒนาขีปนาวุธชนิดยิงจากเรือดำน้ำ เพื่อให้ใช้กับเรือดำน้ำที่พวกเขามีอยู่ด้วย

ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign

ที่มา : cnn

ฮือฮา 6 สาวคนดังกลับสู่โลกแล้ว หลังนั่งจรวด “บลู ออริจิน” ไปแตะอวกาศ (คลิป)

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2853105

14 เม.ย. 2568 22:39 น.

ฮือฮา 6 สาวคนดังกลับสู่โลกแล้ว หลังนั่งจรวด “บลู ออริจิน” ไปแตะอวกาศ (คลิป)

ลูกเรือหญิงล้วน 6 ชีวิต ซึ่งรวมถึงนักร้องชื่อดังอย่าง เคที เพร์รี เดินทางกลับสู่โลกแล้ว หลังนั่งจรวดท่องเที่ยวของบริษัท บลู ออริจิน ขึ้นไปสัมผัสอวกาศ

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า เคที เพร์รี นักร้องชื่อดังกับลูกเรือหญิงอีก 5 คน ถูกส่งขึ้นไปสัมผัสกับอวกาศด้วยจรวด “นิว เชพาร์ด” (New Shepard) ของบริษัท บลู ออริจิน ซึ่งยิงออกจากฐานปล่อยจรวด เวสต์ เท็กซัส เมื่อเวลาประมาณ 9.30 น. วันจันทร์ที่ 14 เม.ย. 2568 ตามเวลาท้องถิ่น

ลูกเรือหญิงล้วนทั้ง 6 คนประกอบด้วย เคที เพร์รี, เกย์ล คิง ผู้สื่อข่าวคนดัง, อแมนดา เหงียน นักชีววิทยาอวกาศ, ไอชา โบว์ อดีตนักวิทยาศาสตร์ของนาซา ปัจจุบันเป็นซีอีโอของบริษัท “สเตมบอร์ด” (STEMBoard), เครีแอนน์ ฟลินน์ ผู้อำนวยการสร้างภาพยนตร์ และลอเรน ซานเชซ รองประธานกองทุน “เบซอส เอิร์ธ ฟันด์” (Bezos Earth Fund) และเป็นคู่หมั้นของนาย เจฟฟ์ เบซอส เจ้าของบริษัท บลู ออริจิน ด้วย

(จากซ้าย)  เกย์ล คิง, ไอชา โบว์, ลอเรน ซานเชซ, อแมนดา เหงียน, เคที เพร์รี และ เครีแอนน์ ฟลีนน์ (ภาพจาก AFP PHOTO / BLUE ORIGIN / HANDOUT)
(จากซ้าย) เกย์ล คิง, ไอชา โบว์, ลอเรน ซานเชซ, อแมนดา เหงียน, เคที เพร์รี และ เครีแอนน์ ฟลีนน์ (ภาพจาก AFP PHOTO / BLUE ORIGIN / HANDOUT)

จรวดนิว เชพาร์ด ใช้เวลาเพียง 11 นาทีเท่านั้นในการพา 6 สาวข้าม “เส้นคาร์มัน” (Kármán line) ซึ่งอยู่สูงจากพื้นโลกราว 100 กม. และเป็นจุดที่ถูกยอมรับว่าเป็นจุดเริ่มต้นการเข้าสู่อวกาศชั้นนอก โดยที่จรวดส่วนล่างแยกตัวออกมาแล้วกลับไปลงจอดยังพื้นที่ได้สำเร็จ

ขณะเดียวกัน แคปซูลบริเวณปลายจรวดที่ 6 สาวโดยสารอยู่ ลอยอยู่ในอวกาศชั่วระยะเวลาหนึ่ง ก่อนที่มันจะกลับสู่โลก โดยใช้ร่มชูชีพช่วยชะลอความเร็วก่อนที่แคปซูลจะลงจอดอย่างปลอดภัย

ทั้งนี้หลังจากกลับสู่โลกแล้ว ลูกเรือสาวทั้ง 6 คนต่างรู้สึกตื้นตันและประทับใจกับประสบการณ์ที่ได้รับ โดยลอเรน ซานเชซ ออกจากแคปซูลเป็นคนแรก โดยมีนายเบซอสเป็นผู้มารับ ซึ่งเธอกล่าวในเวลาต่อมาว่า “ฉันมองออกไปนอกหน้าต่างแล้วเราก็เป็นดวงจันทร์” “โลกดูเงียบเหลือเกิน มันเงียบแต่มันมีชีวิตจริงๆ”

เกย์ล คิง ก้มลงจูบพื้นดิน ก่อนจะบอกกับผู้สื่อข่าวว่า เธออยากใช้เวลาชั่วขณะเพื่อขอบคุณพื้นโลก และว่านี่เป็นประสบการณ์ที่มหัศจรรย์ “มันเงียบแปลกๆ เมื่อคุณขึ้นไปอยู่บนนั้น มันเงียบสงบจริงๆ ยิ่งเมื่อคุณมองลงไปยังโลกแล้วคิดว่า นี่คือที่ที่เราจากมา” “สำหรับฉัน มันเป็นสิ่งย้ำเตือนว่า ทำไมเราต้องดีขึ้นเรื่อยๆ”

คิงยังเปิดเผยด้วยว่า ไฮไลต์ของการเดินทางครั้งนี้คือการได้ยิน เคที เพร์รี ร้องเพลง What a Wonderful World ของ หลุยส์ อาร์มสตรอง

ฮือฮา 6 สาวคนดังกลับสู่โลกแล้ว หลังนั่งจรวด “บลู ออริจิน” ไปแตะอวกาศ (คลิป)

อแมนดา เหงียน กล่าวว่า เธอขอบคุณทุกคนที่ทำให้ภารกิจนี้กลายเป็นความจริง ขณะที่ ไอชา โบว์ กล่าวว่า เธอคงไม่มีวันเหมือนเดิมอีกต่อไป และเสริมว่า โลกงดงามมากจากบนนั้น “มันไม่มีขอบเขต ไม่มีชายแดน มันมีแค่โลก”

ส่วนเคที เพร์รี กล่าวว่า เธอรู้สึกเชื่อมโยงกับชีวิตอย่างมากหลังกลับสู่โลก และเมื่อถูกถามเรื่องเพลง What a Wonderful World ที่เธอร้อง เพร์รีตอบว่า มันเป็นเรื่องเกี่ยวกับการรวบรวมพลังงาน, สร้างพื้นที่สำหรับผู้หญิงในอนาคต และมันเกี่ยวกับโลกอันแสนวิเศษที่เราเห็นอยู่ตรงนั้น

เมื่อถูกถามว่าเธอจะแต่งเพลงเกี่ยวกับประสบการณ์ไปอวกาศหรือไม่ เคที เพร์รี ตอบว่า “100%”

ด้านเครีแอนน์ ฟลินน์ ซึ่งเป็นคนสุดท้ายที่ออกจากแคปซูล บอกกับผู้สื่อข่าวว่า นี่เป็นประสบการณ์ที่น่าเหลือเชื่อที่สุดในชีวิตของเธอ ที่ได้ไปเห็นความมืดมิดอันกว้างใหญ่ไพศาลในอวกาศ เธอเล่าด้วยว่าเพื่อนของลูกชายเธอไม่เชื่อว่าเธอจะได้ไปอวกาศ ทำให้เธอขอย้ำตรงนี้ว่า “แม่คนนี้ได้ไปอวกาศมาแล้ว”

ฮือฮา 6 สาวคนดังกลับสู่โลกแล้ว หลังนั่งจรวด “บลู ออริจิน” ไปแตะอวกาศ (คลิป)

อนึ่ง ภารกิจครั้งนี้ถูกเรียกว่า NS-31 นับเป็นเที่ยวบินที่ 11 ของจรวด “นิว เชพาร์ด” ที่พามนุษย์บินผ่าน “เส้นคาร์มัน” โดยบริษัท บลู ออริจิน อ้างว่า จรวดลำนี้ถูกออกแบบมาสำหรับให้มนุษย์โดยสารโดยเฉพาะ และสามารถนำกลับมาใช้ใหม่ได้ 100% โดยการบินจะเป็นแบบอัตโนมัติทั้งหมด

ลูกเรือจะรวมตัวกันอยู่ในแคปซูลโดยสารบนยอดของจรวด สามารถจุผู้โดยสารได้มากที่สุด 6 คน ซึ่งแต่ละคนจะมีหน้าต่างและเก้าอี้ของตัวเอง เพื่อชมทิวทัศน์อวกาศภายนอกได้อย่างชัดเจน

ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign

ที่มา : bbc

เร่งแก้ราคายางดิง ‘ชวน’ต่อสายตรง‘นฤมล’

เร่งแก้ราคายางดิง ‘ชวน’ต่อสายตรง‘นฤมล’

เร่งแก้ราคายางดิง ‘ชวน’ต่อสายตรง‘นฤมล’

วันอังคาร ที่ 15 เมษายน พ.ศ. 2568, 06.00 น.

เร่งแก้ราคายางดิง ‘ชวน’ต่อสายตรง‘นฤมล’

ราคายางพาราดิ่งหนัก อดีตนายกฯชวน หลีกภัย ต่อสายตรงถึง “นฤมล-กยท.” ขอให้เร่งคลี่คลายวิกฤต ห่วงเกษตรกรรับภาระหนัก

จากสถานการณ์ราคายางพาราตกต่ำต่อเนื่องในช่วงที่ผ่านมา สืบเนื่องจากแรงกดดันจากมาตรการทางการค้าของสหรัฐอเมริกา ภายใต้การบริหารของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ที่มีแนวโน้มขึ้นภาษีศุลกากรต่อสินค้านำเข้าจากหลายประเทศ รวมถึงยางพาราของไทย แม้จะมีประกาศขยายเวลาการบังคับใช้ออกไปอีก 90 วัน แต่สถานการณ์กลับยังทรุดตัวลง ส่งผลให้เกษตรกรชาวสวนยางในหลายพื้นที่ต้องเผชิญกับภาวะขาดทุนสะสม และขาดเสถียรภาพด้านรายได้อย่างรุนแรง

ล่าสุด นายชวน หลีกภัย อดีตนายกรัฐมนตรี และอดีตประธานรัฐสภา ซึ่งได้รับเรื่องร้องเรียนจากชาวสวนยางจำนวนมาก โดยเฉพาะในพื้นที่ภาคใต้ที่พึ่งพายางพาราเป็นรายได้หลัก ได้แสดงความห่วงใยและความกังวลต่อภาระที่ตกอยู่กับเกษตรกร จึงได้ต่อสายตรงถึง ดร.นฤมล ภิญโญสินวัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ และนายเพิก เลิศวังพง ประธานคณะกรรมการการยางแห่งประเทศไทย (กยท.) เพื่อขอให้เร่งดำเนินการอย่างเป็นระบบในการคลี่คลายปัญหาราคายางตกต่ำโดยเร็ว

ด้านรายงานเบื้องต้นจาก กยท. ระบุว่า ปัจจัยสำคัญที่ทำให้ราคายางตกต่ำในขณะนี้ มาจากพฤติกรรมของผู้ประกอบการรายใหญ่บางรายที่กดราคารับซื้ออย่างไม่เป็นธรรม ทั้งยังได้รับแรงกระทบจากทิศทางตลาดโลกและมาตรการทางการค้าระหว่างประเทศ คณะกรรมการการยางฯ เตรียมเชิญผู้เกี่ยวข้องทุกฝ่ายเข้าหารืออย่างเร่งด่วน เพื่อกำหนดแนวทางรับมือ พร้อมจัดทำมาตรการรองรับทั้งในระยะสั้นและระยะยาว โดยหนึ่งในแนวทางเบื้องต้นที่ประธานบอร์ด กยท. เสนอ คือ การพิจารณาใช้กลไกตามพระราชบัญญัติยางพารา พ.ศ. 2542 เพื่อรักษาเสถียรภาพราคายางในตลาด

ทั้งนี้ นายชวนย้ำว่า จะติดตามความคืบหน้าอย่างใกล้ชิด พร้อมให้การสนับสนุนทุกมาตรการที่มุ่งช่วยเหลือเกษตรกรชาวสวนยางอย่างแท้จริง

ปลัดเกษตรฯ สางปมน้ำนมดิบล้นตลาด ประสาน’อสค.-ไทยมิลค์-หนองโพ’ รับซื้อผลิตเป็นนมโรงเรียน

ปลัดเกษตรฯ สางปมน้ำนมดิบล้นตลาด ประสาน'อสค.-ไทยมิลค์-หนองโพ' รับซื้อผลิตเป็นนมโรงเรียน

ปลัดเกษตรฯ สางปมน้ำนมดิบล้นตลาด ประสาน’อสค.-ไทยมิลค์-หนองโพ’ รับซื้อผลิตเป็นนมโรงเรียน

วันจันทร์ ที่ 14 เมษายน พ.ศ. 2568, 14.55 น.

ปลัดเกษตรฯ สางปมน้ำนมดิบล้นตลาด ประสานอสค.–ไทยมิลค์–หนองโพ รับซื้อผลิตเป็นนมโรงเรียน

ปลัดกระทรวงเกษตรฯ เร่งแก้ปัญหาน้ำนมดิบล้นตลาด ประสานอสค. บริษัทไทยมิลค์ และสหกรณ์โคนมหนองโพ รับซื้อน้ำนมส่วนเกินไปแปรรูปเป็นนมกล่อง เพื่อเตรียมแจกจ่ายนักเรียนในโครงการนมโรงเรียน พร้อมระบุสาเหตุหลักมาจากเทคโนโลยี​การ​เลี้ยง​โคนมส่งผลให้ผลผลิตน้ำนมต่อตัวเพิ่มขึ้น

นายประยูร อินสกุล ปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยว่า จากการตรวจสอบล่าสุดพบว่าปริมาณน้ำนมดิบในระบบมีการล้นตลาดเฉลี่ยวันละ 30–40 ตัน จากกว่า 10 สหกรณ์โคนมทั่วประเทศ กระทรวงเกษตรฯ จึงได้ประสานความร่วมมือกับองค์การ​ส่งเสริม​กิจการ​โคนม​แห่ง​ประเทศไทย​ (อสค.) บริษัทไทยมิลค์ และสหกรณ์โคนมหนองโพ เข้ารับซื้อน้ำนมส่วนเกินทั้งหมด เพื่อนำไปแปรรูปเป็นนมกล่องส่งมอบให้กับโครงการนมโรงเรียนในช่วงเปิดภาคเรียนที่จะถึงนี้

ทั้งนี้ สาเหตุของการเพิ่มขึ้นของปริมาณน้ำนมดิบมาจากการพัฒนาด้านเทคโนโลยีการเลี้ยงโคนม โดยกรมปศุสัตว์ได้ส่งเสริมการใช้อาหารสัตว์แบบหมัก​ (Corn silage) ที่ผลิตจากต้นข้าวโพดและฝักอ่อนข้าวโพด รวมถึงการดูแลสุขภาพโคด้วยวัคซีน ส่งผลให้เต้านมไม่อักเสบ แม่โคมีสุขภาพดี ผลิตน้ำนมได้มากขึ้น จากเดิมเฉลี่ย 12–13 กิโลกรัมต่อตัวต่อวัน เพิ่มเป็น 15–16 กิโลกรัม

นอกจากนี้ ยังมีความร่วมมือระหว่างกรมปศุสัตว์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และภาคเอกชน ในการพัฒนาสายพันธุ์โคที่สามารถรีดนมได้ในระยะเวลาเพียง 6 เดือนหลังคลอด จากเดิมที่ต้องใช้เวลาราว 12 เดือน ทำให้ผลผลิตน้ำนมรวมในระบบเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง

นายประยูรบอกด้วยว่า กระทรวงเกษตรฯ ไม่ได้นิ่งนอนใจ พร้อมเร่งบรรเทาผลกระทบแก่เกษตรกรผู้เลี้ยงโคนม โดยเฉพาะช่วงสงกรานต์นี้ ได้ประสานให้นำน้ำนมส่วนเกินไปแปรรูปเป็นนมกล่อง เพื่อเข้าสู่ระบบโครงการนมโรงเรียนทันทีที่เปิดภาคเรียนด้วย

STYLE Bangkok 2025” ชูความแข็งแกร่งสินค้าชุมชน-วิสาหกิจ หนุน Micro SMEs ไทยสู่ตลาดโลก

STYLE Bangkok 2025” ชูความแข็งแกร่งสินค้าชุมชน-วิสาหกิจ หนุน Micro SMEs ไทยสู่ตลาดโลก

STYLE Bangkok 2025” ชูความแข็งแกร่งสินค้าชุมชน-วิสาหกิจ หนุน Micro SMEs ไทยสู่ตลาดโลก

วันอังคาร ที่ 15 เมษายน พ.ศ. 2568, 16.01 น.

STYLE Bangkok 2025 งานแสดงสินค้าไลฟ์สไตล์และแฟชั่นระดับนานาชาติของไทย ซึ่งจัดขึ้นระหว่างวันที่ 2-6 เมษายน 2568 ที่ผ่านมา ณ ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ โดยกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ กระทรวงพาณิชย์ ร่วมกับสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย สร้างมูลค่าซื้อขายภายในงานกว่า 1.4 พันล้านบาท พร้อมโชว์ศักยภาพสินค้าไลฟ์สไตล์และแฟชั่นของไทย รวมถึงผลงานของวิสาหกิจชุมชนและ Micro SMEs
สู่สายตาผู้ซื้อทั่วโลก โดยในปีนี้ดึงดูดผู้เข้าชมงานทั้งในและต่างประเทศเกือบ 25,000 ราย ประเทศ/ภูมิภาคที่เข้าชมงานสูงสุด 10 ลำดับแรก ได้แก่ จีน ไต้หวัน ญี่ปุ่น อินเดีย สหรัฐอเมริกา สิงคโปร์ ฮ่องกง เกาหลีใต้ มาเลเซีย และสหราชอาณาจักร

STYLE Bangkok จัดขึ้นเป็นครั้งที่ 8 เป็นเวทีช่วยผลักดันผู้ประกอบการในระดับวิสาหกิจชุมชน และ Micro SMEs ผ่านการจัดแสดงสินค้าในโซน “Local Craft in STYLE Bangkok” ซึ่งรวบรวมสินค้าเด่นจากจังหวัดทั่วไทย อาทิ เชียงใหม่ ลำพูน ขอนแก่น พัทลุง และตรัง ฯลฯ ซึ่งเป็นการจับมือร่วมกับสำนักงานพาณิชย์จังหวัดในการทดสอบตลาดและเป็นโอกาสได้นำเสนอสินค้าต่อผู้ซื้อทั้งไทยและต่างชาติ โดยสามารถสร้างมูลค่าสั่งซื้อรวมกว่า 94 ล้านบาท

วิสาหกิจชุมชนกลุ่มทอผ้าย้อมสีธรรมชาติหนองบัวแดง จังหวัดชัยภูมิ จัดแสดงสินค้าผ้าฝ้ายและผ้าไหมทอมือย้อมสีธรรมชาติ ลวดลายจากภูมิปัญญาท้องถิ่น เช่น ลายเกล็ดเต่า ไข่มดแดง บายศรีสู่ขวัญ ได้รับความสนใจเป็นอย่างยิ่งจากผู้ซื้อทั้งไทยและต่างชาติ ด้วยสินค้าที่โดดเด่นได้ตราสัญลักษณ์ GI คุณอนัญญา เค้าโนนกอก ประธานวิสาหกิจฯ เล่าว่า จุดเริ่มต้นของกลุ่มฯ เกิดจากการรวบรวมสมาชิกชุมชนบ้านเกิดที่มีฝีมือ ใช้เวลาที่เหลือจากการทำนาปี รวมกันทอผ้าไหมจากหม่อนไหมที่เลี้ยงเอง โดยเห็นศักยภาพของผลกำไรที่เกิดจากการทุ่มเท
และยึดมั่นในการอนุรักษ์ภูมิปัญญาของบ้านเกิดไว้ เพื่อถ่ายทอดสู่สายตาคนรุ่นต่อๆ ไป จนได้รับมาตรฐานสินค้า OTOP ปัจจุบันมีสมาชิกกลุ่มอยู่ 62 ชีวิต และมีการขยายธุรกิจไปสู่การทำฟาร์มสเตย์ เป็นแหล่งเรียนรู้และท่องเที่ยวแบบครบวงจร โดยการได้เข้าร่วมงาน STYLE Bangkok ในครั้งนี้ สินค้าของกลุ่มฯ ได้รับความสนใจจากกลุ่มดีไซเนอร์ที่สนใจนำผ้าไปผลิตต่อเป็นงานตกแต่งต่างๆ

ส่วน สมหวัง ทองวิชิต ประธานวิสาหกิจชุมชนทอผ้าลายแคน บ้านสวนปอ จังหวัดร้อยเอ็ด ที่นำ “ผ้าขาวม้าไฉไล” 7 สี มงคล สีสันสดใส มาอวดโฉมในงาน สมหวัง เล่าว่า ผ้าขาวม้าไฉไลเป็นลวดลายผ้าขาวม้าที่มีเอกลักษณ์ของไทย นำมาตัดเย็บให้เป็นเสื้อผ้าแฟชั่นที่สวมใส่ได้ทั้งชายหญิง เป็นการต่อยอดผลิตภัณฑ์ท้องถิ่นให้มีมูลค่ามากยิ่งขึ้น จนได้รับรางวัลรองชนะเลิศความคิดสร้างสรรค์ ในปี 2560 และรางวัลรองชนะเลิศการออกแบบลายผ้า ในปี 2562 จากโครงการผ้าขาวม้าท้องถิ่นหัตถศิลป์ไทย

ในขณะที่ กลุ่มดีจริง อินเตอร์ อิมพอร์ต เอ็กซ์พอร์ต จังหวัดศรีสะเกษ ซึ่งจำหน่ายสินค้า GI ขึ้นชื่อจากศรีสะเกษ เป็นผลผลิตจากชุมชนครบวงจร ได้แก่ งานเครื่องจักสานพื้นถิ่น ทุเรียนภูเขาไฟ และหอมแดงศรีสะเกษ สามารถทำยอดขายจากการจัดแสดง 3 วันแรกไปกว่า 20 ล้านบาท

ด้านวิสาหกิจชุมชนโหนดศิลปบ้านทองลัง จังหวัดสงขลา แสดงศักยภาพและฝีมือการออกแบบและการบริหารจัดการของชุมชน นำผลิตภัณฑ์ตกแต่งบ้าน เช่น โคมระย้าอุบะ พวงมาลัย โคมไฟ กระจกตกแต่งด้วยใบลานและใบตาล ซึ่งเป็นต้นไม้ดั้งเดิมของชุมชนมาจัดจำหน่าย เด่นด้วยเทคนิคการอบด้วยเครื่องอบที่ผลิตเอง รวมทั้งกระบวนการที่ทำให้ผลิตภัณฑ์ไม่ขึ้นราและการสานด้วยลวดลายสวยงามของช่างฝีมือในชุมชน ได้รับผลตอบรับเป็นอย่างดี และได้รับออเดอร์ไปวางจำหน่ายในห้างสรรพสินค้าชั้นนำของไทยอีกด้วย

อีกกลุ่มจากภาคใต้ที่ได้รับการตอบรับอย่างดีเช่นเดียวกัน นั่นคือกลุ่มวิสาหกิจชุมชนจักสานก้านจาก บ้านนายอดทอง จังหวัดตรัง ด้วยสินค้าสร้างสรรค์จากวัสดุธรรมชาติท้องถิ่นอย่าง ‘ต้นจาก’ ซึ่งเป็นของเหลือใช้ในชุมชน นำมาแปรรูปเป็นกระจาด กระบุง ตะกร้า กระเป๋า กล่องเก็บของอเนกประสงค์ ที่มีความทนทาน
ผ่านกรรมวิธีการอบโดยใช้ตู้อบพลังงานแสงอาทิตย์ และอบโอโซนฆ่าเชื้อ ทำให้มีอายุการใช้งานยาวนานเป็น 10 ปี

สุจินต์ ไข่ริน ตัวแทนกลุ่มวิสาหกิจฯ เล่าว่า “งาน STYLE Bangkok 2025 เปิดโอกาสให้เราได้เจอลูกค้าแบบเห็นหน้ากันจริงๆ ลูกค้าได้สัมผัสสินค้าและได้เห็นคุณภาพสินค้าของเรา ในงานมีลูกค้าจากฮ่องกงให้ความสนใจสั่งทำกระจาด จำนวน 100,000 ชิ้น เป็นมูลค่ากว่า 18 ล้านบาท”

อธิบดีกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ นางสาวสุนันทา กังวาลกุลกิจ เปิดเผยว่า ปัจจุบันกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ กระทรวงพาณิชย์ มีหลากหลายโครงการเพื่อช่วยส่งเสริมและสนับสนุน SMEs ไทย ให้สามารถขยายช่องทางการค้าในรูปแบบต่างๆ ไปยังตลาดต่างประเทศได้ด้วยตนเองมากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นโครงการ OTOP Premium Go Inter การเข้าร่วมงานแสดงสินค้าในต่างประเทศ กิจกรรมจับคู่ธุรกิจในต่างประเทศ (Business Matching) รวมไปถึงการจำหน่ายสินค้าบนแพลตฟอร์มออนไลน์ (B2B) ชั้นนำ

ชมข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับงาน STYLE Bangkok ได้ที่ http://www.stylebangkokfair.com Facebook/Instagram/TikTok: Style Bangkok Fair หรือโทรสายตรงกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ