ศรีริต้า-กรณ์ ถ่ายภาพครอบครัววันสงกรานต์ น้องเรเน่ ยิ้มตาแป๋ว น่ารักมาก

ศรีริต้า-กรณ์ ถ่ายภาพครอบครัววันสงกรานต์ น้องเรเน่ ยิ้มตาแป๋ว น่ารักมาก

14 เม.ย. 2568 18:43 น.

ศรีริต้า-กรณ์ ถ่ายภาพครอบครัววันสงกรานต์ น้องเรเน่ ยิ้มตาแป๋ว น่ารักมาก

หลายคนยกให้เป็นอีกหนึ่งครอบครัวที่น่ารักและอบอุ่นมาก สำหรับครอบครัวของ ริต้า ศรีริต้า เจนเซ่น กับ กรณ์ ณรงค์เดช ที่มักจะโพสต์ภาพน่ารักๆ ของครอบครัวให้ได้เห็นอยู่เสมอ และต้องบอกเลยว่า บ้านนี้หน้าตาดีกันทั้งครอบครัว 

ล่าสุดในช่วงเทศกาลสงกรานต์ ศรีริต้าและกรณ์ พร้อมลูกๆ น้องกวินท์กับน้องเรเน่ ได้สวมชุดไทยถ่ายภาพครอบครัว และเขียนแคปชั่นว่า “สุขสันต์วันสงกรานต์นะคะ ขอให้มีความสุขสมปรารถนากันถ้วนหน้านะคะ”

ศรีริต้า-กรณ์ ถ่ายภาพครอบครัววันสงกรานต์ น้องเรเน่ ยิ้มตาแป๋ว น่ารักมาก

ด้าน กรณ์ ก็ได้โพสต์คลิปและเขียนว่า “สวัสดีวันปีใหม่ไทย และเป็นสงกรานต์ปีแรกของน้องเรเน่ ขอให้ปีนี้เป็นปีที่ดีของทุกๆคน สุขภาพแข็งแรง จิตใจแจ่มใส แวดล้อมไปด้วยกัลยาณมิตรที่ดี และขอบคุณที่เอ็นดูครอบครัวเรามาโดยตลอดนะครับ”

ศรีริต้า-กรณ์ ถ่ายภาพครอบครัววันสงกรานต์ น้องเรเน่ ยิ้มตาแป๋ว น่ารักมาก

หลายคนที่ติดตามต่างเข้ามาคอมเมนต์สวัสดีปีใหม่ไทยด้วยเช่นกัน และต่างก็โฟกัสไปที่ความน่ารักสาวน้อยเรเน่ ที่ยิ้มสดใส ส่งสายตาแป๋วแหววให้กับกล้อง น่ารักมากจริงๆ 

ศรีริต้า-กรณ์ ถ่ายภาพครอบครัววันสงกรานต์ น้องเรเน่ ยิ้มตาแป๋ว น่ารักมาก
ศรีริต้า-กรณ์ ถ่ายภาพครอบครัววันสงกรานต์ น้องเรเน่ ยิ้มตาแป๋ว น่ารักมาก
ศรีริต้า-กรณ์ ถ่ายภาพครอบครัววันสงกรานต์ น้องเรเน่ ยิ้มตาแป๋ว น่ารักมาก
ศรีริต้า-กรณ์ ถ่ายภาพครอบครัววันสงกรานต์ น้องเรเน่ ยิ้มตาแป๋ว น่ารักมาก
ศรีริต้า-กรณ์ ถ่ายภาพครอบครัววันสงกรานต์ น้องเรเน่ ยิ้มตาแป๋ว น่ารักมาก
ศรีริต้า-กรณ์ ถ่ายภาพครอบครัววันสงกรานต์ น้องเรเน่ ยิ้มตาแป๋ว น่ารักมาก
ศรีริต้า-กรณ์ ถ่ายภาพครอบครัววันสงกรานต์ น้องเรเน่ ยิ้มตาแป๋ว น่ารักมาก
ศรีริต้า-กรณ์ ถ่ายภาพครอบครัววันสงกรานต์ น้องเรเน่ ยิ้มตาแป๋ว น่ารักมาก
ศรีริต้า-กรณ์ ถ่ายภาพครอบครัววันสงกรานต์ น้องเรเน่ ยิ้มตาแป๋ว น่ารักมาก
ศรีริต้า-กรณ์ ถ่ายภาพครอบครัววันสงกรานต์ น้องเรเน่ ยิ้มตาแป๋ว น่ารักมาก
ศรีริต้า-กรณ์ ถ่ายภาพครอบครัววันสงกรานต์ น้องเรเน่ ยิ้มตาแป๋ว น่ารักมาก
ศรีริต้า-กรณ์ ถ่ายภาพครอบครัววันสงกรานต์ น้องเรเน่ ยิ้มตาแป๋ว น่ารักมาก

เซอร์ไพรส์ หนูแหม่ม-บ๊อบบี้ เปิดตัวน้องอลิส ลูกบุญธรรมอีกคน น่ารักน่าเอ็นดู

เซอร์ไพรส์ หนูแหม่ม-บ๊อบบี้ เปิดตัวน้องอลิส ลูกบุญธรรมอีกคน น่ารักน่าเอ็นดู

14 เม.ย. 2568 17:58 น.

เซอร์ไพรส์ หนูแหม่ม-บ๊อบบี้ เปิดตัวน้องอลิส ลูกบุญธรรมอีกคน น่ารักน่าเอ็นดู

ภาพประวัติศาสตร์ความน่ารักความอบอุ่นเกิดขึ้นอีกแล้ว ตำนานพิธีกรหญิงอันดับหนึ่งของเมืองไทย หนูแหม่ม สุริวิภา พิธีกรหน้าเด็กเนเวอร์วายเพิ่งกลับมาเป็นไวรัลข่าวใหญ่หน้าเด้งอมตะมาหมาดๆ

งานนี้ชีเสิร์ฟชีป้อนความอบอุ่นครั้งใหญ่ ฉลองวันครอบครัว เทศกาลสงกรานต์2568 รวมพลครอบครัวสุขสันต์เต็มที่ทุกกิจกรรมร่วมเฟรมความน่ารักกับสามี บ๊อบบี้ โรเบิร์ต พูนพิพัฒน์

งานนี้พิเศษใส่ไข่เพิ่มบิ๊กเซอร์ไพรส์เปิดตัวสมาชิกคนใหม่ แท่น..แทน..แท๊น..น้องอลิส ลูกสาวบุญธรรมป้ายแดง ทายาทแท้ๆ พี่น้องคลานตามกันมากับน้องแอลลี่ ลูกสาวโนหนึ่ง ที่เติมเต็มความน่ารักให้ พี่หนูแหม่ม-พี่บ๊อบบี้ มาโดยตลอด ยิ่งนับวันยังถอดความน่ารักพิมพ์นิยมโคลนนิ่งแม่แหม่มมาเป๊ะๆ

เซอร์ไพรส์ หนูแหม่ม-บ๊อบบี้ เปิดตัวน้องอลิส ลูกบุญธรรมอีกคน น่ารักน่าเอ็นดู
เซอร์ไพรส์ หนูแหม่ม-บ๊อบบี้ เปิดตัวน้องอลิส ลูกบุญธรรมอีกคน น่ารักน่าเอ็นดู

ซึ่งสมาชิกคนใหม่น้องอลิสคือทายาทกำเนิดเกิดจากลูกน้องสุดที่รักของพี่หนูแหม่มที่ดูแลกันมาอย่างยาวนานคนเดิมที่มีศักดิ์เป็นแม่แท้ๆ ของน้องแอลลี่

บอกเลยว่าความน่ารักสดใสครั้งนี้ก็ยิ่งมาเติมเต็มให้คำว่าครอบครัวยิ่งใหญ่และอบอุ่นมากยิ่งขึ้นไปอีก และแคมเปญนี้น้องอลิส เลยได้ร่วมเฟรมบันทึกความทรงจำเรื่องราวดีๆ ในช่วงเทศกาลที่พี่หนูแหม่ม-พี่บ๊อบบี้ถ่ายรูปเต็มที่ทุกประเพณี และในสงกรานต์ปีนี้ครอบครัวพี่หนูแหม่มก็จัดเต็มเช่นกัน

คลิกเพื่ออ่าน “ข่าวบันเทิงวันนี้”

เซอร์ไพรส์ หนูแหม่ม-บ๊อบบี้ เปิดตัวน้องอลิส ลูกบุญธรรมอีกคน น่ารักน่าเอ็นดู
เซอร์ไพรส์ หนูแหม่ม-บ๊อบบี้ เปิดตัวน้องอลิส ลูกบุญธรรมอีกคน น่ารักน่าเอ็นดู
เซอร์ไพรส์ หนูแหม่ม-บ๊อบบี้ เปิดตัวน้องอลิส ลูกบุญธรรมอีกคน น่ารักน่าเอ็นดู
เซอร์ไพรส์ หนูแหม่ม-บ๊อบบี้ เปิดตัวน้องอลิส ลูกบุญธรรมอีกคน น่ารักน่าเอ็นดู

โตโน่ ภาคิน กลั้นน้ำตา ตื้นตันใจ เจอแฟนๆ ส่งความห่วงใยกับคำพูดสุดซึ้ง

โตโน่ ภาคิน กลั้นน้ำตา ตื้นตันใจ เจอแฟนๆ ส่งความห่วงใยกับคำพูดสุดซึ้ง

14 เม.ย. 2568 17:26 น.

โตโน่ ภาคิน กลั้นน้ำตา ตื้นตันใจ เจอแฟนๆ ส่งความห่วงใยกับคำพูดสุดซึ้ง

หลังจากที่เมื่อวานนี้ โตโน่ ภาคิน ขึ้นเวทีคอนเสิร์ตที่ จ.สุโขทัย ในงานสงกรานต์ และหลังจากที่เจ้าตัวเล่นคอนเสิร์ตเสร็จและเตรียมตัวจะกลับที่พัก ก็มีแฟนๆ กลุ่มหนึ่งตามมาให้กำลังใจโตโน่ถึงรถตู้ 

ซึ่งโตโน่ก็ได้เปิดกระจกเพื่อพูดคุยกับแฟนๆ ที่มาให้กำลังใจ พร้อมกับยื่นมือไปจับกับแฟนๆ ทั้งชายและหญิงที่มายืนส่งหลายสิบคน พร้อมกับพูดว่า 

โตโน่ : ขอบคุณมากนะครับ 

แฟนคลับ : ไม่เป็นไรนะ รักโน่เหมือนเดิมนะ รักพี่โน่เหมือนเดิม 

โตโน่ : ระวังมือ รักนะครับ ขอบคุณมาก สวัสดีปีใหม่ไทยนะครับทุกคน กลับบ้านดี เช็ดหัวด้วยๆ 

ก่อนที่เจ้าตัวจะปิดกระจกรถและหันกลับมา ซึ่งโตโน่นั้นมีสีหน้าที่ดูเศร้า และเหมือนเจ้าตัวกำลังกลั้นน้ำตาเอาไว้

คลิกเพื่ออ่าน “ข่าวบันเทิงวันนี้”

โตโน่ ภาคิน กลั้นน้ำตา ตื้นตันใจ เจอแฟนๆ ส่งความห่วงใยกับคำพูดสุดซึ้ง
โตโน่ ภาคิน กลั้นน้ำตา ตื้นตันใจ เจอแฟนๆ ส่งความห่วงใยกับคำพูดสุดซึ้ง
โตโน่ ภาคิน กลั้นน้ำตา ตื้นตันใจ เจอแฟนๆ ส่งความห่วงใยกับคำพูดสุดซึ้ง
โตโน่ ภาคิน กลั้นน้ำตา ตื้นตันใจ เจอแฟนๆ ส่งความห่วงใยกับคำพูดสุดซึ้ง
โตโน่ ภาคิน กลั้นน้ำตา ตื้นตันใจ เจอแฟนๆ ส่งความห่วงใยกับคำพูดสุดซึ้ง

เป๊ก สัณณ์ชัย โพสต์รูปคู่ หนุ่ย อำพล แท็กถึง โตโน่ พร้อมแคปชั่นเด็ด

เป๊ก สัณณ์ชัย โพสต์รูปคู่ หนุ่ย อำพล แท็กถึง โตโน่ พร้อมแคปชั่นเด็ด

14 เม.ย. 2568 17:11 น.

เป๊ก สัณณ์ชัย โพสต์รูปคู่ หนุ่ย อำพล แท็กถึง โตโน่ พร้อมแคปชั่นเด็ด

เป็นประเด็นร้อนที่หลายคนให้ความใส่ใจกันอย่างต่อเนื่อง สำหรับเรื่องราวของ โตโน่ ภาคิน หลังเพจดังได้ออกมาเปิดคำใบ้ “พระเอกหนุ่มร้องเพลงได้นิดหน่อย แอบนอกใจแฟนสาวดีกรีนางเอกหน้าแบ๊วนิสัยน่ารัก” จากนั้นก็ได้มีคลิปเสียงถูกปล่อยออกมา เป็นเสียงของผู้ชายกับผู้หญิงที่อยู่ในรถคันเดียวกัน และอ้างว่าเป็นเสียงของนักร้องดังควงพริตตี้ขึ้นคอนโด

ด้าน เป๊ก สัณณ์ชัย สามีของ ธัญญ่า ธัญญาเรศ เองก็ติดตามข่าวนี้เช่นกัน ซึ่ง เป๊ก ได้ลงภาพคู่นักร้องดัง หนุ่ย อำพล พร้อมเขียนแคปชั่นและติดแท็กไปถึง โตโน่ ว่า “จูบลาก่อนไปเมกา มาคุยกับอาจารย์หน่อยมั้ยโตโน่ @mootono29”

เป๊ก สัณณ์ชัย โพสต์รูปคู่ หนุ่ย อำพล แท็กถึง โตโน่ พร้อมแคปชั่นเด็ด

แฟนๆ ที่ติดตามได้เข้ามาคอมเมนต์กันจำนวนมาก อาทิ ทำถึงมากกกก, Subscribe เลยฮะ, 55555 จัดเลยค่ะพี่เป๊ก, อย่าไปสอนมาเป็นศิษย์เลยเสียสถาบันคุณเป๊กค่ะ เป็นต้น

สิงคโปร์ยุบสภา เตรียมจัดเลือกตั้งใหม่ 3 พ.ค.

สิงคโปร์ยุบสภา เตรียมจัดเลือกตั้งใหม่ 3 พ.ค.

15 เม.ย. 2568 15:57 น.

สิงคโปร์ยุบสภา เตรียมจัดเลือกตั้งใหม่ 3 พ.ค.

ชาวสิงคโปร์เตรียมใช้สิทธิเลือกตั้งทั่วไปครั้งที่ 14 ของประเทศในวันที่ 3 พฤษภาคมนี้ หลังจากที่ประธานาธิบดีธาร์มาน ชานมุการัตนัม ประกาศยุบสภาวันนี้ โดยการเสนอชื่อผู้เข้าชิงตำแหน่งจะประกาศในวันที่ 23 เมษายน

ชาวสิงคโปร์เตรียมใช้สิทธิเลือกตั้งทั่วไปครั้งที่ 14 ของประเทศในวันที่ 3 พฤษภาคมนี้ หลังจากที่ประธานาธิบดีธาร์มาน ชานมุการัตนัม ประกาศยุบสภาวันนี้ โดยการเสนอชื่อผู้เข้าชิงตำแหน่งจะประกาศในวันที่ 23 เมษายน

การแข่งขันที่กำลังจะมีขึ้นนี้จะเป็นการแข่งขันครั้งแรกภายใต้การนำของนายกรัฐมนตรี ลอว์เรนซ์ หว่อง ซึ่งเข้ารับตำแหน่งเมื่อเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมา และทีมผู้นำรุ่นที่สี่หรือ 4G ของสิงคโปร์ โดยนายหว่องได้รับการแต่งตั้งให้เป็นเลขาธิการของพรรคกิจประชาชน (PAP) ซึ่งปกครองประเทศในเดือนธันวาคม 2024 สืบต่อจากนายลี เซียน ลุง

การเลือกตั้งทั่วไปครั้งนี้มีที่นั่งทั้งหมด 97 ที่นั่งจาก 33 เขตเลือกตั้ง ซึ่งประกอบด้วยเขตเลือกตั้งตัวแทนกลุ่ม (GRC) 18 เขต และเขตเลือกตั้งสมาชิกเดี่ยว (SMC) 15 เขต

ในการเลือกตั้งทั่วไปปี 2020 ซึ่งจัดขึ้นท่ามกลางการระบาดของโควิด-19 พรรค PAP ซึ่งเป็นพรรครัฐบาล ได้รับคะแนนเสียงร้อยละ 61.24 โดยชนะที่นั่งทั้งหมด 83 ที่นั่งจากทั้งหมด 93 ที่นั่ง อย่างไรก็ตาม พรรคแรงงาน (WP) สามารถก้าวเข้าสู่รัฐสภาได้สำเร็จด้วยการคว้าที่นั่ง GRC เป็นครั้งที่สอง นอกจากนี้ นายปริตัม ซิงห์ หัวหน้าพรรค WP ยังได้รับแต่งตั้งให้เป็นผู้นำฝ่ายค้านอย่างเป็นทางการอีกด้วย

การเลือกตั้งครั้งหน้าจะมีผู้สมัครจากพรรคการเมือง 11 พรรค รวมถึงพรรคฝ่ายค้าน 2 พรรค พรรคฝ่ายค้านได้เข้าชิงที่นั่งทั้งหมดนับตั้งแต่การเลือกตั้งในปี 2015

วันที่ 23 เมษายน ซึ่งเป็นวันเสนอชื่อ จะเป็นจุดเริ่มต้นของช่วงเวลาการหาเสียง 9 วัน ส่วนวันสุดท้ายของการหาเสียงคือวันที่ 1 พฤษภาคม ซึ่งเป็นวันที่จะมีการชุมนุมวันแรงงาน ซึ่งผู้นำขบวนการแรงงานและพันธมิตรไตรภาคีจะมารวมตัวกันเพื่อเข้าร่วมงานใหญ่ โดยมีนายกรัฐมนตรีเป็นผู้กล่าวสุนทรพจน์ วันถัดมาคือวันที่ 2 พฤษภาคม เป็นวันพักร้อนเพื่อให้ผู้มีสิทธิเลือกตั้งมีเวลาไตร่ตรองและพิจารณาประเด็นสำคัญก่อนตัดสินใจ

สำนักงานการเลือกตั้งสิงคโปร์ เปิดเผยว่า “ตามกฎหมาย วันลงคะแนนเสียงในการเลือกตั้งทั่วไปใดๆ ก็ตามจะต้องเป็นวันหยุดราชการ นายจ้างทุกคนจะต้องให้เวลาที่เหมาะสมแก่ผู้มีสิทธิเลือกตั้งทุกคนในบริษัทของตนในการลงคะแนนเสียงในวันลงคะแนนเสียง” 

รัฐสภาชุดที่ 14 ของสิงคโปร์ ซึ่งเริ่มประชุมเมื่อวันที่ 24 สิงหาคม 2020 ถือเป็นรัฐสภาชุดที่ 2 ที่มีวาระการดำรงตำแหน่งยาวนานที่สุดในประวัติศาสตร์ของสิงคโปร์ ประมาณ 4 ปี 8 เดือน รัฐสภาชุดนี้ยังสิ้นสุดวาระด้วยจำนวนที่นั่งว่างสูงสุดนับตั้งแต่ได้รับเอกราช หลังการออกจากตำแหน่งของสมาชิกรัฐสภา 6 คน ด้วยเหตุผลต่างๆ

ภายใต้ระบบของสิงคโปร์ รัฐมนตรีจะไม่ลาออกจากตำแหน่งหลังจากที่รัฐสภายุบสภา และยังคงปฏิบัติหน้าที่ต่อไปจนกว่าจะถึงการประชุมครั้งแรกของรัฐสภาชุดต่อไป.

ที่มา CNA

พายุทรายถล่มอิรัก ชาวบ้านล้มป่วย หายใจไม่ออกกว่า 700 คน

พายุทรายถล่มอิรัก ชาวบ้านล้มป่วย หายใจไม่ออกกว่า 700 คน

15 เม.ย. 2568 12:52 น.

พายุทรายถล่มอิรัก ชาวบ้านล้มป่วย หายใจไม่ออกกว่า 700 คน

เจ้าหน้าที่สาธารณสุขอิรักเปิดเผยว่า ประชาชนหลายร้อยคนประสบปัญหาเกี่ยวกับระบบทางเดินหายใจ หลังจากพายุทรายพัดถล่มพื้นที่ตอนกลางและตอนใต้ของประเทศ

เจ้าหน้าที่สาธารณสุขอิรักเปิดเผยว่าประชาชนหลายร้อยคนประสบปัญหาเกี่ยวกับระบบทางเดินหายใจ หลังจากพายุทรายพัดถล่มพื้นที่ตอนกลางและตอนใต้ของประเทศ เจ้าหน้าที่คนหนึ่งในจังหวัดมูธานนา กล่าวว่ามีผู้ป่วยอย่างน้อย 700 รายที่หายใจไม่ออก

ภาพที่ถูกแชร์ทางออนไลน์เผยให้เห็นพื้นที่ต่างๆ ปกคลุมไปด้วยหมอกควันสีส้มหนาทึบ โดยสื่อท้องถิ่นรายงานว่าไฟฟ้าดับและเที่ยวบินถูกระงับในหลายภูมิภาค

รายงานของเอเอฟพีระบุว่า คนเดินเท้าและตำรวจสวมหน้ากากเพื่อป้องกันฝุ่น และมีเจ้าหน้าที่พยาบาลฉุกเฉินอยู่ในสถานที่เพื่อช่วยเหลือผู้ที่หายใจลำบาก เจ้าหน้าที่สาธารณสุขกล่าวว่า โรงพยาบาลในจังหวัดมูธานนาทางตอนใต้ของอิรัก พบผู้ป่วยหายใจไม่ออกอย่างน้อย 700 ราย 

ส่วนประชาชนมากกว่า 250 คน ถูกนำส่งโรงพยาบาลในจังหวัดนาจาฟ และผู้ป่วยอย่างน้อย 322 คน รวมถึงเด็ก ถูกส่งไปโรงพยาบาลในจังหวัดดิวานียะห์ ประชาชนอีก 530 คนรายงานปัญหาเกี่ยวกับการหายใจในจังหวัดดีการ์และบาสรา

พายุทรายปกคลุมจังหวัดทางตอนใต้ของอิรักเป็นกลุ่มเมฆสีส้ม ทำให้ทัศนวิสัยลดลงเหลือเพียงไม่ถึง 1 กิโลเมตร ทางการจำเป็นต้องปิดให้บริการสนามบินในจังหวัดนาจาฟและบาสรา คาดว่าสภาพอากาศจะค่อยๆ ดีขึ้นภายในวันนี้ (15 เม.ย.) ตามรายงานของกรมอุตุนิยมวิทยาในพื้นที่

อิรักถูกสหประชาชาติจัดให้เป็นหนึ่งใน 5 ประเทศที่เสี่ยงต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศมากที่สุด เนื่องจากเผชิญกับพายุทราย อากาศร้อนจัด และขาดแคลนน้ำเป็นประจำ แม้พายุฝุ่นเป็นเรื่องปกติในอิรัก แต่ผู้เชี่ยวชาญบางคนเชื่อว่าพายุฝุ่นเกิดขึ้นบ่อยขึ้นเนื่องมาจากการเปลี่ยนแปลงของสภาพอากาศ

พายุทรายรุนแรงในปี 2022 ทำให้มีผู้เสียชีวิต 1 ราย และผู้ป่วยมากกว่า 5,000 ราย ต้องเข้ารับการรักษาเนื่องจากโรคทางเดินหายใจ โดยกระทรวงสิ่งแวดล้อมของอิรักระบุว่าอิรักจะต้องเผชิญกับ “วันที่มีฝุ่น” มากขึ้นในอนาคต.

ที่มา BBC

อ่านข่าวเพิ่มเติม https://www.thairath.co.th/news/foreign

“ทรัมป์” เล็งขึ้นภาษียา สีจิ้นผิงเรียกร้อง จับมือต้านการกลั่นแกล้ง

"ทรัมป์" เล็งขึ้นภาษียา สีจิ้นผิงเรียกร้อง จับมือต้านการกลั่นแกล้ง

15 เม.ย. 2568 12:03 น.

“ทรัมป์” เล็งขึ้นภาษียา สีจิ้นผิงเรียกร้อง จับมือต้านการกลั่นแกล้ง

รัฐบาลโดนัลด์ ทรัมป์ กำลังดำเนินการสอบสวนที่อาจนำไปสู่การเก็บภาษีนำเข้าชิปคอมพิวเตอร์และผลิตภัณฑ์ยา ขณะที่ประธานาธิบดีสีจิ้นผิง เรียกร้องให้ทุกฝ่ายรวมตัวกันต่อต้าน “การกลั่นแกล้งฝ่ายเดียว” เพื่อรักษาระบบการค้าเสรีของโลก

รัฐบาลโดนัลด์ ทรัมป์ กำลังดำเนินการสอบสวนที่อาจนำไปสู่การเก็บภาษีนำเข้าชิปคอมพิวเตอร์และผลิตภัณฑ์ยา ขณะที่ประธานาธิบดีสีจิ้นผิง เรียกร้องให้ทุกฝ่ายรวมตัวกันต่อต้าน “การกลั่นแกล้งฝ่ายเดียว” เพื่อรักษาระบบการค้าเสรีของโลก

ข้อมูลจากระบบทะเบียนหลักเมื่อวันจันทร์ระบุว่า รัฐบาลโดนัลด์ ทรัมป์ กำลังดำเนินการสอบสวนการนำเข้าผลิตภัณฑ์ยาและเซมิคอนดักเตอร์ ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของความพยายามในการกำหนดภาษีนำเข้าสินค้าทั้งสองภาคส่วน โดยให้เหตุผลว่าการพึ่งพาการผลิตยาและชิปจากต่างประเทศเป็นจำนวนมากนั้นเป็นภัยคุกคามต่อความมั่นคงของชาติ

การยื่นเรื่องดังกล่าวประกาศให้ประชาชนแสดงความคิดเห็นเป็นเวลา 21 วัน และถือเป็นการใช้มาตรา 232 ของพระราชบัญญัติการขยายการค้า ปี 1962 ของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ เป็นข้ออ้างล่าสุดสำหรับการจัดเก็บภาษีนำเข้าสินค้าเฉพาะภาคส่วน ซึ่งมีเป้าหมายเพื่อกระตุ้นการผลิตสินค้าในประเทศ ซึ่งเขากล่าวว่ามีความสำคัญต่อความมั่นคงของชาติ

รัฐบาลทรัมป์ได้เริ่มดำเนินการสอบสวนการนำเข้าทองแดงและไม้แปรรูปโดยใช้มาตรา 232 และการสอบสวนที่เสร็จสิ้นในช่วงดำรงตำแหน่งวาระแรกของทรัมป์ได้วางรากฐานสำหรับการจัดเก็บภาษีนำเข้า 25% สำหรับเหล็กและอลูมิเนียมและอุตสาหกรรมรถยนต์ นับตั้งแต่ทรัมป์กลับเข้าทำเนียบขาวเมื่อเดือนมกราคม 

เอกสารที่ยื่นต่อรัฐบาลซึ่งระบุว่า รัฐบาลเริ่มดำเนินการสอบสวนเมื่อวันที่ 1 เมษายน สืบเนื่องจากข้อยกเว้นที่เปิดเผยเมื่อสุดสัปดาห์ที่ผ่านมาสำหรับสมาร์ทโฟน คอมพิวเตอร์ และอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์อื่นๆ ที่นำเข้าส่วนใหญ่จากจีนจากภาษีตอบโต้ 125% ของทรัมป์ เจ้าหน้าที่ทรัมป์กล่าวว่าผลิตภัณฑ์เหล่านี้จะถูกจัดเก็บภาษีภายใต้มาตรา 232 ในไม่ช้านี้

ประธานาธิบดีสี จิ้นผิง ของจีน ซึ่งอยู่ระหว่างเดินทางเยือนเวียดนามอย่างเป็นทางการระหว่างวันที่ 14-15 เมษายน ได้พบกับนายโต เลิม เลขาธิการพรรคคอมมิวนิสต์เวียดนาม เมื่อวันที่ 14 เมษายน พร้อมกับมีการลงนามความร่วมมือหลายสิบฉบับ โดยผู้นำจีนเรียกร้องให้จีนและเวียดนามร่วมกันต่อต้านลัทธิผูกขาด ลัทธิเอกภาคี และลัทธิคุ้มครองการค้า เพื่อรักษาระบบการค้าเสรีระดับโลก

รายงานระบุว่าเวียดนามและจีนได้ลงนามข้อตกลง 45 ฉบับ ซึ่งครอบคลุมถึงด้านต่างๆ เช่น ห่วงโซ่อุปทาน การก่อสร้างโครงสร้างพื้นฐาน และปัญญาประดิษฐ์ โดยนายสี จิ้นผิงจะเดินทางไปมาเลเซียเป็นจุดหมายต่อไป และจะเดินทางเยือนกัมพูชาในช่วงปลายสัปดาห์นี้

หลายประเทศในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้กำลังเผชิญกับการเก็บภาษีสูงถึง 24% ถึง 49% จากสินค้าส่งออกไปยังสหรัฐฯ ก่อนที่จะมีการประกาศระงับการเรียกเก็บภาษีเป็นเวลา 90 วันเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว ขณะเดียวกัน ได้มีการเรียกเก็บภาษี 145% จากสินค้าส่งออกส่วนใหญ่จากจีนไปยังสหรัฐฯ.

ที่มา  BBC

อ่านข่าวเพิ่มเติม https://www.thairath.co.th/news/foreign

ทรัมป์ระงับงบ 67,000 ล้าน ม.ฮาร์วาร์ด หลังปฏิเสธข้อเรียกร้อง

ทรัมป์ระงับงบ 67,000 ล้าน ม.ฮาร์วาร์ด หลังปฏิเสธข้อเรียกร้อง

15 เม.ย. 2568 10:47 น.

ทรัมป์ระงับงบ 67,000 ล้าน ม.ฮาร์วาร์ด หลังปฏิเสธข้อเรียกร้อง

รัฐบาลโดนัลด์ ทรัมป์ กล่าวว่าจะระงับเงินทุนของรัฐบาลกลางกว่า 2,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือราว 67,000 ล้านบาท สำหรับมหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ด เพียงไม่กี่ชั่วโมงหลังจากที่มหาวิทยาลัยปฏิเสธข้อเรียกร้องจากทำเนียบขาวหลายข้อ

รัฐบาลโดนัลด์ ทรัมป์ กล่าวว่าจะระงับเงินทุนของรัฐบาลกลางกว่า 2,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือราว 67,000 ล้านบาท สำหรับมหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ด เพียงไม่กี่ชั่วโมงหลังจากที่มหาวิทยาลัยปฏิเสธข้อเรียกร้องจากทำเนียบขาวหลายรายการ

กระทรวงศึกษาธิการกล่าวในแถลงการณ์ว่า “คำแถลงของมหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ดอกย้ำความคิดเรื่องสิทธิที่เป็นปัญหาซึ่งแพร่หลายในมหาวิทยาลัยและวิทยาลัยที่มีชื่อเสียงที่สุดของประเทศเรา” ทำเนียบขาวส่งข้อเรียกร้องไปยังมหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ดหลายรายการเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว โดยระบุว่ารายการเรียกร้องดังกล่าวมีเป้าหมายเพื่อต่อสู้กับลัทธิต่อต้านชาวยิวในมหาวิทยาลัย ซึ่งรวมถึงการเปลี่ยนแปลงการกำกับดูแล แนวทางการจ้างงาน และขั้นตอนการสมัครเข้าเรียน

เมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมา (14 เม.ย.) มหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ดปฏิเสธข้อเรียกร้องดังกล่าว และกล่าวว่าทำเนียบขาวกำลังพยายาม “ควบคุม” ชุมชนของตน

มหาวิทยาลัยแห่งนี้เป็นมหาวิทยาลัยใหญ่แห่งแรกของสหรัฐฯ ที่ท้าทายแรงกดดันจากรัฐบาลทรัมป์ให้เปลี่ยนนโยบาย การเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ที่ทำเนียบขาวเรียกร้องจะเปลี่ยนแปลงการดำเนินงานของมหาวิทยาลัยและยอมยกการควบคุมจำนวนมากให้กับรัฐบาล

ประธานาธิบดีทรัมป์กล่าวหามหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ดว่าล้มเหลวในการปกป้องนักศึกษาชาวยิว ในขณะที่มหาวิทยาลัยต่างๆ ทั่วประเทศกำลังเผชิญกับความวุ่นวายจากการประท้วงต่อต้านสงครามในฉนวนกาซาและการสนับสนุนอิสราเอลของสหรัฐฯ เมื่อปีที่แล้ว

ในจดหมายถึงชุมชนฮาร์วาร์ดเมื่อวันจันทร์ นายอลัน การ์เบอร์ ประธานมหาวิทยาลัย กล่าวว่าทำเนียบขาวได้ส่ง “รายการข้อเรียกร้องที่อัปเดตและขยายเพิ่มเติม” เมื่อวันศุกร์ พร้อมกับคำเตือนว่ามหาวิทยาลัยต้องปฏิบัติตาม เพื่อรักษาความสัมพันธ์ทางการเงินกับรัฐบาล

“เราได้แจ้งให้ฝ่ายบริหารทราบผ่านที่ปรึกษากฎหมายของเราแล้วว่าเราจะไม่ยอมรับข้อตกลงที่พวกเขาเสนอ” เขากล่าว “มหาวิทยาลัยจะไม่ยอมสละอิสรภาพหรือสละสิทธิตามรัฐธรรมนูญ” นายการ์เบอร์กล่าวเสริมว่ามหาวิทยาลัยไม่ได้ “มองข้าม” ภาระผูกพันในการต่อสู้กับลัทธิต่อต้านชาวยิว แต่กล่าวว่ารัฐบาลกำลังก้าวข้ามขีดจำกัด

เขากล่าวว่า “แม้ว่าข้อเรียกร้องบางส่วนที่รัฐบาลกำหนดขึ้นจะมุ่งเป้าไปที่การต่อสู้กับลัทธิต่อต้านชาวยิว แต่ข้อเรียกร้องส่วนใหญ่นั้นเป็นการควบคุมโดยตรงของรัฐบาลต่อ “เงื่อนไขทางปัญญา” ที่ฮาร์วาร์ด” 

ไม่นานหลังจากส่งจดหมาย กระทรวงศึกษาธิการก็ประกาศว่าจะระงับการให้เงินช่วยเหลือ 67,000 ล้านบาท และสัญญา 60 ล้านดอลลาร์แก่ฮาร์วาร์ดทันที กระทรวงฯ กล่าวว่า “การหยุดชะงักของการเรียนรู้ที่ก่อความเดือดร้อนให้กับวิทยาเขตในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมานั้นเป็นสิ่งที่ยอมรับไม่ได้” 

แถลงการณ์ระบุว่า “การคุกคามนักศึกษาชาวยิวเป็นสิ่งที่ยอมรับไม่ได้ ถึงเวลาแล้วที่มหาวิทยาลัยจะต้องเอาปัญหานี้มาพิจารณาอย่างจริงจังและมุ่งมั่นที่จะเปลี่ยนแปลงอย่างจริงจัง หากต้องการรับการสนับสนุนจากผู้เสียภาษีต่อไป”

ทำเนียบขาวระบุในจดหมายเมื่อวันศุกร์ว่าในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา ฮาร์วาร์ด “ล้มเหลวในการปฏิบัติตามเงื่อนไขทั้งด้านปัญญาและสิทธิพลเมืองซึ่งเป็นเหตุผลให้รัฐบาลลงทุน” จดหมายดังกล่าวมีเนื้อหา 10 หมวดหมู่ สำหรับข้อเสนอการเปลี่ยนแปลงที่ทำเนียบขาวกล่าวว่า มีความจำเป็นเพื่อให้ฮาร์วาร์ดสามารถรักษาความสัมพันธ์ทางการเงินกับรัฐบาลกลางได้

การเปลี่ยนแปลงบางส่วนได้แก่ การรายงานนักศึกษาที่มีท่าที “ที่ไม่เป็นมิตร” กับค่านิยมของอเมริกันต่อรัฐบาลกลาง การรับรองว่าภาควิชาต่างๆ “มีมุมมองที่หลากหลาย” และการจ้างหน่วยงานภายนอกที่ได้รับการอนุมัติจากรัฐบาลเพื่อตรวจสอบโครงการและแผนกต่างๆ ที่ก่อให้เกิดการล่วงละเมิดต่อต้านชาวยิวมากที่สุด

จดหมายดังกล่าวสั่งให้มหาวิทยาลัยดำเนินการทางวินัยสำหรับ “การละเมิด” ที่เกิดขึ้นระหว่างการประท้วงในมหาวิทยาลัยในช่วงสองปีที่ผ่านมา นอกจากนี้ยังเรียกร้องให้ยุตินโยบายและโครงการด้านความหลากหลาย ความเท่าเทียม และการมีส่วนร่วมของมหาวิทยาลัย

ตั้งแต่เข้ารับตำแหน่ง ประธานาธิบดีทรัมป์ได้กดดันมหาวิทยาลัยต่างๆ ให้จัดการกับการต่อต้านชาวยิวและยุติการปฏิบัติด้านความหลากหลาย

ในเดือนธันวาคม 2023 ประธานาธิบดีของมหาวิทยาลัยชั้นนำของสหรัฐฯ หลายแห่ง เข้ารับการไต่สวนของรัฐสภา ซึ่งพวกเขาถูกกล่าวหาว่าล้มเหลวในการปกป้องนักศึกษาชาวยิวหลังจากสงครามอิสราเอล-ฮามาสปะทุขึ้นเมื่อสองเดือนก่อน

คลอดีน เกย์ ซึ่งขณะนั้นดำรงตำแหน่งประธานมหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ด ได้กล่าวขอโทษในภายหลัง หลังจากบอกในระหว่างการไต่สวนว่าการเรียกร้องให้สังหารชาวยิวเป็นเรื่องน่ารังเกียจ แต่จะขึ้นอยู่กับบริบทว่าความคิดเห็นดังกล่าวจะถือเป็นการละเมิดจรรยาบรรณของมหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ดหรือไม่ ความคิดเห็นดังกล่าว รวมถึงข้อกล่าวหาเรื่องการลอกเลียนผลงาน ทำให้เธอลาออกจากตำแหน่งในอีกหนึ่งเดือนต่อมา

ในเดือนมีนาคม รัฐบาลทรัมป์กล่าวว่ากำลังพิจารณาทบทวนสัญญาและเงินช่วยเหลือจากรัฐบาลกลางมูลค่าประมาณ 256 ล้านดอลลาร์ของมหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ด และเงินช่วยเหลือสำหรับหลายปี อีก 8,700 ล้านดอลลาร์

ศาสตราจารย์จากมหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ดฟ้องร้องเพื่อตอบโต้ โดยกล่าวหาว่ารัฐบาลกำลังโจมตีเสรีภาพในการพูดและเสรีภาพทางวิชาการอย่างผิดกฎหมาย.

ที่มา BBC

อ่านข่าวเพิ่มเติม https://www.thairath.co.th/news/foreign

สี จิ้นผิง เยือนเวียดนามหารือกระชับความร่วมมือด้านเศรษฐกิจ

สี จิ้นผิง เยือนเวียดนามหารือกระชับความร่วมมือด้านเศรษฐกิจ

15 เม.ย. 2568 09:10 น.

สี จิ้นผิง เยือนเวียดนามหารือกระชับความร่วมมือด้านเศรษฐกิจ

สี จิ้นผิง ประธานาธิบดีจีน ได้เดินทางถึงกรุงฮานอย ของเวียดนาม และได้พบหารือกับ นายกรัฐมนตรีฝ่าม มิงห์ จิ๋งห์ ของเวียดนาม โดยมีเป้าหมายเพื่อกระชับความร่วมมือเชิงยุทธศาสตร์ระหว่างสองประเทศ

วันที่ 14 เม.ย.2568 นายสี จิ้นผิง ประธานาธิบดีจีน ได้เดินทางถึงกรุงฮานอย ของเวียดนาม และได้พบหารือกับ นายกรัฐมนตรีฝ่าม มิงห์ จิ๋งห์ ของเวียดนาม โดยมีเป้าหมายเพื่อกระชับความร่วมมือเชิงยุทธศาสตร์ระหว่างสองประเทศ

ประธานาธิบดีสี กล่าวชื่นชมเวียดนามภายใต้การนำของพรรคคอมมิวนิสต์และรัฐบาลเวียดนาม ว่าสามารถรักษาเสถียรภาพทางการเมืองและสังคม พร้อมทั้งบรรลุผลสำเร็จในการปฏิรูปและยกระดับสถานะในเวทีนานาชาติอย่างโดดเด่น

โอกาสนี้ ผู้นำจีนยังได้แสดงความตั้งใจที่จะเฉลิมฉลองโอกาสครบรอบ 75 ปีความสัมพันธ์ทางการทูตจีน–เวียดนาม พร้อมกับปีแห่งการแลกเปลี่ยนประชาชนจีน–เวียดนาม โดยเน้นย้ำให้มีความร่วมมือและความเข้าใจที่แน่นแฟ้นยิ่งขึ้นระหว่างประชาชนของทั้งสองชาติ

ทางด้านนายกรัฐมนตรีฝ่าม มิงห์ จิ๋งห์ ยืนยันว่าจะเดินหน้าเป็นพันธมิตรเชิงยุทธศาสตร์กับจีน พร้อมกล่าวว่า เวียดนามให้ความสำคัญอย่างยิ่งต่อความสัมพันธ์กับจีน และพร้อมผลักดันความร่วมมือในด้านเศรษฐกิจ การลงทุน วิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และการเงิน รวมถึงการประสานงานด้านการต่างประเทศและภูมิภาค เพื่อรับมือกับความท้าทายของโลกยุคใหม่

ทั้งนี้ การเยือนของผู้นำจีนครั้งนี้ มีขึ้นตามคำเชิญของนายโต แลม เลขาธิการพรรคคอมมิวนิสต์เวียดนาม และประธานาธิบดีเลือง เกือง โดยมีกำหนดการเยือนอย่างเป็นทางการ 2 วัน นอกจากนี้ยังมีขึ้นในขณะที่ จีนและเวียดนามต้องร่วมกันต้านแนวคิดเผด็จการและการกีดกันทางการค้า โดยผู้นำจีนเรียกร้องให้ทั้งสองประเทศเสริมสร้างความร่วมมือด้านเศรษฐกิจ โครงสร้างพื้นฐาน การเชื่อมโยงทางบกและทางทะเล และอุตสาหกรรมใหม่ อย่าง ปัญญาประดิษฐ์ พลังงานสะอาด และเศรษฐกิจดิจิทัล เพื่อสนับสนุนการพัฒนาร่วมกันในระยะยาว.

อับดุลเลาะห์ อาหมัด บาดาวี อดีตนายกฯ มาเลเซีย ถึงแก่อสัญกรรมในวัย 85 ปี

อับดุลเลาะห์ อาหมัด บาดาวี อดีตนายกฯ มาเลเซีย ถึงแก่อสัญกรรมในวัย 85 ปี

15 เม.ย. 2568 08:40 น.

อับดุลเลาะห์ อาหมัด บาดาวี อดีตนายกฯ มาเลเซีย ถึงแก่อสัญกรรมในวัย 85 ปี

อับดุลเลาะห์ อาหมัด บาดาวี อดีตนายกรัฐมนตรีของมาเลเซีย ผู้เคยผลักดันเสรีภาพทางการเมือง เสียชีวิตด้วยโรคหัวใจในกรุงกัวลาลัมเปอร์

วันที่ 15 เมษายน 2568 สถาบันโรคหัวใจแห่งชาติ ของมาเลเซีย ออกแถลงการณ์ระบุว่า อับดุลเลาะห์ อาหมัด บาดาวี อดีตนายกรัฐมนตรีมาเลเซีย ได้ถึงแก่อสัญกรรมเมื่อวันที่ 14 เมษายน ขณะมีอายุ 85 ปี ด้วยโรคหัวใจ ขณะเข้ารับการรักษาที่โรงพยาบาลในกรุงกัวลาลัมเปอร์

โดยนายอับดุลเลาะห์ดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีคนที่ 5 ของมาเลเซีย ระหว่างปี 2003–2009 โดยสืบทอดตำแหน่งต่อจากนายกรัฐมนตรี มหาธีร์ โมฮัมหมัด ระหว่างดำรงตำแหน่งเขาเคยได้รับเสียงชื่นชมจากประชาชนในช่วงต้นของการบริหารประเทศ โดยเฉพาะนโยบายขยายเสรีภาพทางการเมืองและการปราบปรามการทุจริต แต่ต่อมาต้องเผชิญแรงกดดันให้ลาออก หลังพรรครัฐบาลประสบความพ่ายแพ้ในการเลือกตั้งทั่วไป

หลังลาออกจากตำแหน่ง อับดุลเลาะห์หันหลังให้การเมืองและใช้ชีวิตอย่างเรียบง่าย โดยในปี 2022 คายรี จามาลุดดิน บุตรเขย ได้เปิดเผยว่า อับดุลเลาะห์ป่วยเป็นโรคสมองเสื่อม (dementia) และอาการทรุดลงอย่างต่อเนื่อง ไม่สามารถพูดหรือจดจำสมาชิกในครอบครัวได้แล้ว

ทั้งนี้ การจากไปของอับดุลเลาะห์ บาดาวี นับเป็นการสูญเสียครั้งสำคัญของมาเลเซีย โดยหลายฝ่ายยกย่องเขาในฐานะผู้นำที่สุภาพ เรียบง่าย และพยายามสร้างความเปลี่ยนแปลงให้การเมืองมาเลเซียในช่วงเวลาสำคัญของประเทศ.