‘เบคกี้’ จะรอดหรือจะร่วง?

‘เบคกี้’ จะรอดหรือจะร่วง?

‘เบคกี้’ จะรอดหรือจะร่วง?

วันอังคาร ที่ 15 เมษายน พ.ศ. 2568, 06.00 น.

เบคกี้-รีเบคก้า แพทรีเชีย อาร์มสตรอง  ถึงกับอึ้งเมื่อรู้ว่าต้องเข้าไปถ่ายทำภาพยนตร์ในป่าช้าที่ดูวังเวงน่ากลัวๆ ยิ่งซีนที่ถ่ายตอนกลางคืนในป่าที่รอบข้างมืดสนิทเหมือนหลับตา แล้วยังต้องมาวิ่งหนีทั้งคนหนีทั้งผีแบบสปิริตแรงกล้า  แถมยังกรี๊ดจนหมดเสียงนับว่าเป็นการทุ่มสุดตัวที่แท้ทรูของสาวเบคกี้  ส่วนงานนี้ เบคกี้ จะรอดหรือจะร่วง?  ติดตามชมภาพยนตร์ 4 ป่าช้า ได้แล้ววันนี้ในโรงภาพยนตร์ทั่วประเทศ

Coachellaกระหึ่ม! ‘เจนนี่’ระเบิดพลังโชว์เดี่ยวครั้งแรก ‘โรเซ่-ลิซ่า’ให้กำลังใจติดขอบเวที

Coachellaกระหึ่ม! 'เจนนี่'ระเบิดพลังโชว์เดี่ยวครั้งแรก 'โรเซ่-ลิซ่า'ให้กำลังใจติดขอบเวที

Coachellaกระหึ่ม! ‘เจนนี่’ระเบิดพลังโชว์เดี่ยวครั้งแรก ‘โรเซ่-ลิซ่า’ให้กำลังใจติดขอบเวที

วันจันทร์ ที่ 14 เมษายน พ.ศ. 2568, 15.28 น.

14 เมษายน 2568 ทำเอาเวที  Outdoor Theatre ในเทศกาลดนตรีสุดยิ่งใหญ่ระดับโลก Coachella 2025 แทบลุกเป็นไฟ เมื่อศิลปินสาวสัญชาติเกาหลี ‘เจนนี่’ สมาชิกวง BLACKPINK จัดเต็มโชว์เดี่ยวครั้งแรกในฐานะศิลปินเดี่ยว งานนี้เจ้าตัวโชว์เพลงฮิตแบบจัดเต็ม สาดความมันส์แบบไม่มีกั๊ก ทั้งร้อง เต้น แร็พ ครบจบในคนเดียว ขนเพลงดังมาแบบจุกๆ  Mantra,ZEN, Love Hangover, with the IE (way up)พร้อมเพลงสุดไวรัลอย่าง like JENNIE เรียกได้ว่าสมการรอคอยของแฟนๆ ทั่วโลก 

ท่ามกลางแฟนเพลงทั่วโลกร้องเต้นกันกระหึ่ม นอกจากแฟนคลับก็ยังมีเพื่อนร่วมวงมาส่งกำลังใจมาทั้ง โรเซ่ และ ลิซ่า แดนซ์กระจายติดขอบเวที ทั้งนี้พอเจนนี่แสดงจบ 2 สาวก็วิ่งเข้าไปกอดให้กำลังใจถึงด้านหลังเวที เรียกได้ว่าเป็นโมเมนต์น่ารักมาก สำหรับใครที่พลาดดูโชว์ในวันนี้ หรืออยากส่งแรงเชียร์เพิ่มเติม สามารถรอชมเจนนี่ทำการแสดงอีกครั้งในวันจันทร์ที่ 21 เมษายน 2568 เวลา 09.45 – 10.40 น. (ตามเวลาประเทศไทย)

สโนว์ไวท์เมืองไทย! ‘โบว์ เมลดา’สวมชุดไทยประยุกต์ ได้รับแรงบันดาลใจจากเจ้าหญิงดิสนีย์

สโนว์ไวท์เมืองไทย! 'โบว์ เมลดา'สวมชุดไทยประยุกต์ ได้รับแรงบันดาลใจจากเจ้าหญิงดิสนีย์

สโนว์ไวท์เมืองไทย! ‘โบว์ เมลดา’สวมชุดไทยประยุกต์ ได้รับแรงบันดาลใจจากเจ้าหญิงดิสนีย์

วันจันทร์ ที่ 14 เมษายน พ.ศ. 2568, 14.29 น.

14 เมษายน 2568 หลังจากสร้างความฮือฮาไปทั่วโลกสำหรับนักแสดงสาวไทย ‘โบว์’ เมลดา สุศรี ผู้ให้เสียงภาษาไทยในภาพยนต์  Disney’s Snow White ปรากฎตัวในชุดคอนเซปของการ์ตูนดัง ในชุดซิกเนเจอร์น้ำเงิน-เหลือง พร้อมทำผมสั้นติ่งหูผูกโบว์สีแดง จนชาวต่างชาติชื่นชมเธอว่าคือ สโนว์ไวท์ตัวจริง

ล่าสุด ‘โบว์ เมลดา’ โพสต์ภาพบนอินสตาแกรมส่วนตัว “@bow_maylada” มาสวัสดีวันสงกรานต์ 2568  ด้วยชุดไทยประยุกต์ที่ได้แรงบันดาลใจจาก การ์ตูนดิสนีย์อย่าง ‘Snowwhite’ ซึ่งชุดที่’โบว์ เมลดา’ใส่นั้นเป็นการผสมผสานระหว่างชุดไทยสมัยรัชกาลที่ 5 โดยใช้สีซิกเนเจอร์ของสโนว์ไวท์อย่างสี แดง น้ำเงิน และเหลือง นำมามิกซ์แอนด์แมทช์กับผ้าไทย ผสมผสานกันอย่างลงตัวซึ่งผลงานนี้ออกแบบและตัดเย็บโดย Wiset Raiment (ผ้าไทยแสนวิเสฏฐ์) เรียกว่าพอมาอยู่บนตัวของ ‘โบว์ เมลดา’ ยิ่งตอกย้ำภาพของ สโนว์ไวท์ตัวจริง สุดๆ 

อุ๊ยหมายถึงใคร! ‘หนุ่ม กรรชัย’โพสต์แซ่บชีวิตจริงไม่ได้อยู่ในละคร ชาวเน็ตคอมเมนต์สนั่น

อุ๊ยหมายถึงใคร! 'หนุ่ม กรรชัย'โพสต์แซ่บชีวิตจริงไม่ได้อยู่ในละคร ชาวเน็ตคอมเมนต์สนั่น

อุ๊ยหมายถึงใคร! ‘หนุ่ม กรรชัย’โพสต์แซ่บชีวิตจริงไม่ได้อยู่ในละคร ชาวเน็ตคอมเมนต์สนั่น

วันจันทร์ ที่ 14 เมษายน พ.ศ. 2568, 11.37 น.

14 เมษายน 2568 ทำเอาชาวเน็ตคอมเมนต์สนั่นหลังจากที่ผู้ประกาศข่าวคนดัง ‘หนุ่ม’ กรรชัย กำเนิดพลอย ได้โพสต์ข้อความผ่านทางเฟซบุ๊กส่วนตัว “หนุ่ม กรรชัย” ที่มีผู้ติดตามกว่า 4 ล้านคน

โดย หนุ่ม กรรชัย โพสต์ข้อความสั้นๆ ระบุว่า “ชีวิตจริงไม่ได้อยู่ในละคร จะพูดบางตอน ไม่ต้องมีไทม์มิ่งมาก กูอึดอัด!” นอกจากนี้ หนุ่ม กรรชัย ยังคอมเมนต์ต่อในโพสต์ดังกล่าวว่า “จะลุกไปฉี่ ต้องรอลุ้นเอ็งพูด กว่าจะจบ เยี่ยวเกือบแตก”

งานนี้ชาวเน็ตแห่คอมเมนต์กันสนั่น แสดงความคิดเห็นกันรัวๆ ว่า เชิญมาโหนกระแสหน่อย ,เว้นช่องประดิษฐ์คำอยู่ ,ขอบคุณที่พูดแทนความในใจครับพี่หน่วง

‘ซูเปอร์โพล’เปิดผลสำรวจการเปลี่ยนแปลงทางการเมือง หลังสงกรานต์

'ซูเปอร์โพล'เปิดผลสำรวจการเปลี่ยนแปลงทางการเมือง หลังสงกรานต์

‘ซูเปอร์โพล’เปิดผลสำรวจการเปลี่ยนแปลงทางการเมือง หลังสงกรานต์

วันอังคาร ที่ 15 เมษายน พ.ศ. 2568, 14.47 น.

หลังเทศกาลสงกรานต์ ซึ่งนับเป็นช่วงเวลาสำคัญของสังคมไทยที่ประชาชนใช้เวลาในการติดตามข่าวสารบ้านเมืองมากขึ้น ประเด็นทางการเมืองกลับกลายเป็นสิ่งที่ถูกจับตามองอย่างใกล้ชิด โดยเฉพาะภาวะเสถียรภาพของรัฐบาล ความสัมพันธ์ระหว่างพรรคร่วม และแรงกดดันจากสังคมในหลากหลายมิติ
ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.นพดล กรรณิกา ผู้อำนวยการสำนักวิจัย ซูเปอร์โพล จึงได้ทำการสำรวจความคิดเห็นของประชาชน เรื่อง การเปลี่ยนแปลงทางการเมือง หลังสงกรานต์ กรณีศึกษาตัวอย่างประชาชนทุกสาขาอาชีพทั่วประเทศ ดำเนินโครงการทั้งการวิจัยเชิงปริมาณ (Quantitative Research) และการวิจัยเชิงคุณภาพ (Qualitative Research) รวมจำนวนตัวอย่างในการวิเคราะห์ทางสถิติทั้งสิ้น 1,102 ราย ดำเนินโครงการระหว่างวันที่ 10 – 14 เมษายน 2568 พบว่า

ประชาชนส่วนใหญ่ (เกือบสามในสี่ หรือ 74.2%) มีแนวโน้มคาดหวัง หรืออย่างน้อย “เชื่อว่า” จะเกิดการเปลี่ยนแปลงทางการเมืองในช่วงหลังสงกรานต์ ซึ่งสะท้อนภาวะความไม่มั่นใจในเสถียรภาพของรัฐบาลปัจจุบัน ขณะที่มีเพียง 25.8% ที่เชื่อว่าจะไม่มีการเปลี่ยนแปลงใด ๆ แสดงให้เห็นถึงความรู้สึก “ไม่แน่นอน” ที่ปกคลุมบรรยากาศทางการเมือง
ที่น่าพิจารณา คือ เมื่อผู้ตอบเลือกได้มากกว่าหนึ่งสาเหตุของการเปลี่ยนแปลงทางการเมืองสะท้อนว่า ความขัดแย้งภายในรัฐบาล โดยเฉพาะพรรคร่วม (36.9%) เป็นสาเหตุสำคัญที่ประชาชนมองว่าอาจนำไปสู่การเปลี่ยนแปลง รองลงมาคือ แรงปลุกปั่นใกล้ตัวผู้นำ (30.6%) และกระแสโซเชียล (27.8%) ซึ่งเป็นปรากฏการณ์ใหม่ที่มีอิทธิพลต่อการรับรู้ของประชาชน นอกจากนี้ ประเด็น เศรษฐกิจ (20.5%) และ นโยบายที่ประชาชนไม่พอใจ (14.9%) ก็ถือเป็นแรงกดดันระดับรากฐานที่บั่นทอนความชอบธรรมของรัฐบาลอย่างต่อเนื่อง

เมื่อสอบถามถึง ตัวการเปลี่ยนแปลงทางการเมืองที่คาดว่าจะเกิดขึ้น หลังสงกรานต์ พบว่า ประชาชนส่วนใหญ่คาดการณ์ว่าจะเกิด การปรับคณะรัฐมนตรี (38.4%) และ ความแตกร้าวระหว่างพรรคร่วมรัฐบาล (37.6%) ซึ่งเป็นรูปแบบการเปลี่ยนแปลงที่ไม่ใช่การยุบสภาหรือเลือกตั้งใหม่ แต่สะท้อน “ความไม่พอใจต่อการบริหารงาน” ที่ต้องการแก้ปัญหาเฉพาะหน้า ร้อยละ 32.1 เชื่อว่าจะมี การชุมนุมเคลื่อนไหวทางการเมือง และ 27.5% คาดว่าจะมี การยุบสภา ซึ่งบ่งชี้ถึงความเป็นไปได้ที่สถานการณ์จะพัฒนาไปสู่ “การเปลี่ยนโครงสร้างระดับชาติ” หากรัฐบาลไม่สามารถจัดการกับแรงกดดันได้อย่างมีประสิทธิภาพ ในขณะที่ ร้อยละ 25.6 ที่ระบุว่า “ไม่มีการเปลี่ยนแปลงใด ๆ” นับว่าเป็นส่วนน้อยของผู้ตอบแบบสอบถาม สะท้อนให้เห็นความรู้สึกร่วมของประชาชนส่วนใหญ่ต่อความเปราะบางทางการเมืองในปัจจุบัน

ผอ.ซูเปอร์โพล กล่าวว่า ผลสำรวจครั้งนี้สะท้อน บรรยากาศของความไม่ไว้วางใจทางการเมือง ที่แฝงอยู่ในสังคมไทย ประชาชนส่วนใหญ่มีทัศนะว่ารัฐบาลอาจเผชิญกับแรงกดดันทั้งจากภายในพรรคร่วมและจากแรงขับเคลื่อนของประชาชนในระดับฐานราก ความขัดแย้ง การสื่อสารในโลกออนไลน์ และผลกระทบด้านเศรษฐกิจได้ผสานกันเป็นพลังทางสังคมที่อาจเร่งเร้าให้เกิดการเปลี่ยนแปลงทางการเมืองครั้งใหญ่ได้

ทางออกคือ เร่งเสริมเอกภาพและความร่วมมือในพรรคร่วมรัฐบาล ขอยกกรณีประเทศเยอรมันและประเทศญี่ปุ่นเป็นแนวทาง โดยประเทศเยอรมันจะมีข้อตกลงร่วมระหว่างพรรคร่วมรัฐบาลก่อนการจัดตั้งรัฐบาลอย่างเป็นทางการ เอกสารนี้มีสถานะเสมือน “คู่มือ” ที่ชัดเจนในทุกด้าน ทั้งนโยบายเศรษฐกิจ สังคม พลังงาน การคลัง และต่างประเทศ โดยแต่ละพรรคต้องยึดถือร่วมกัน และเป็นเกณฑ์ประเมินความรับผิดชอบระหว่างพรรค

ในขณะที่ประเทศญี่ปุ่นจะมีการประชุมหารือร่วมอย่างสม่ำเสมอ โดยมีคณะทำงานเจาะจงด้านนโยบาย เช่น ความมั่นคง ประชากรสูงวัย หรือภาษี เพื่อป้องกันความเห็นต่างไม่ให้ลุกลามกลายเป็นวิกฤต นอกจากนี้ยังตกลงแบ่งงานในคณะรัฐมนตรีอย่างชัดเจนตามจุดแข็งของแต่ละพรรคผลที่คาดว่าจะได้รับคือ การลดการวิจารณ์กันเองภายในรัฐบาล สร้างความมั่นใจแก่ประชาชนและนักลงทุนระหว่างการดำรงตำแหน่งรัฐบาลผสมและน่าจะสามารถรักษาเสถียรภาพรัฐบาลได้ยาวนาน แม้จะมีพรรคร่วมที่มีรากฐานอุดมการณ์ต่างกัน

หากพรรคร่วมรัฐบาลขาดกลไกการประสานนโยบายอย่างมีประสิทธิภาพย่อมทำให้เกิดการส่งสัญญาณขัดแย้งในที่สาธารณะ ลดความน่าเชื่อถือของรัฐบาล และสร้างแรงกดดันให้เกิดการเปลี่ยนแปลงทางการเมืองในไม่ช้านี้อย่างแน่นอน

.-008 
 

‘สุรเกียรติ์’ อาลัยต่อการจากไปของ’อับดุลลาห์ บาดาวี’อดีตนายกรัฐมนตรีมาเลเซีย

'สุรเกียรติ์' อาลัยต่อการจากไปของ'อับดุลลาห์ บาดาวี'อดีตนายกรัฐมนตรีมาเลเซีย

‘สุรเกียรติ์’ อาลัยต่อการจากไปของ’อับดุลลาห์ บาดาวี’อดีตนายกรัฐมนตรีมาเลเซีย

วันอังคาร ที่ 15 เมษายน พ.ศ. 2568, 13.22 น.

‘สุรเกียรติ์ เสถียรไทย’ อาลัยต่อการจากไปของ ‘อับดุลลาห์ บาดาวี’ อดีตนายกรัฐมนตรีมาเลเซีย

วันที่ 15 เม.ย.2568 ศาสตราจารย์พิเศษ ดร.สุรเกียรติ์ เสถียรไทย ประธานคณะมนตรีเพื่อสันติภาพและความปรองดองแห่งเอเชีย (APRC) อดีตรองนายกรัฐมนตรีและอดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ โพสต์เฟสบุ๊กแสดงความอาลัยต่อการจากไปของอดีตนายกรัฐมนตรีมาเลเซีย อับดุลลาห์ บาดาวี ระบุว่า ผมขอแสดงความเสียใจอย่างสุดซึ้ง ในการจากไปของท่านอดีตนายกรัฐมนตรี ตุน อับดุลลาห์ บาดาวีแห่งมาเลย์เซียและอดีตรองประธานคณะมนตรีเพื่อสันติภาพและความปรองดองแห่งเอเชีย (APRC)

ผมรู้จักท่านนายกบาดาวี ตั้งแต่ผมเป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังช่วงปี1995 และท่านเป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ และในช่วงที่ผมเป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ (2001-2004) และท่านเป็นรองนายกและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ต่อมาในปี 2003 ท่านเป็นนายกรัฐมนตรี ผมได้มีโอกาสพบท่านในหลายวาระเพื่อส่งเสริมความสัมพันธ์ระหว่างไทยและมาเลย์เซีย

เมื่อทั้งท่านนายกบาดาวีพ้นตำแหน่งนายก และผมก็พ้นจากตำแหน่งทางการเมือง ก็ได้พบท่านในการสัมมนาระหว่างประเทศต่างๆ และมีการหารือกับท่านสองต่อสองในหลายวาระ

ในที่สุดท่านนายกบาดาวีกับผม พร้อมกับอดีตรัฐมนตรีและอดีตผู้นำจำนวนหนึ่ง ตกลงตั้งคณะมนตรีเพื่อสันติภาพและความปรองดองแห่งเอเชียขึ้นมา (Asian Peace and Reconciliation Council(APRC)) เมื่อปี2012 ที่กรุงเทพมหานคร และสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา สยามบรมราชกุมารี (พระบรมราชอิสริยยศในขณะนั้น) ได้พระราชทานพระราชวโรกาสให้คณะมนตรีฯได้เข้าเฝ้าฯด้วย

APRC เป็นองค์กรระหว่างประเทศที่ไม่ได้เป็นรัฐ และท่านนายกบาดาวีกรุณารับเป็นรองประธานคณะมนตรีฯมาตลอด และได้สนับสนุนงานเพื่อสันติภาพอย่างไม่เป็นข่าวอย่างต่อเนื่อง เข่นท่านสนับสนุนความคิดริเริ่มในการสร้างความร่วมมือด้านเศรษฐกิจในทะเลจีนใต้เพื่อลดความขัดแย้งเรื่องการประกาศสิทธิเรียกร้องทับซ้อนกันในทะเลจีนใต้ ท่านสนับสนุนสันติภาพใน 3 จังหวัดชายแดนใต้ของไทย โดยเคารพอธิปไตยและรัฐธรรมนูญของไทย นอกจากนี้ท่านบาดาวีได้เป็นเจ้าภาพการจัดประชุมคณะมนตรีฯประจำปีที่มาเลย์เซีย ท่านได้ร่วมการประชุมประจำปีของคณะมนตรีฯ ในเมืองหลวงต่างๆของเอเชีย และได้เข้าพบผู้นำประเทศเหล่านั้นร่วมกันอยู่หลายครั้ง ท่านเชิญผมร่วมประชุมช่วงอาหารกลางวัน และอาหารค่ำที่บ้านท่านเพื่อแลกเปลี่ยนความคิดเห็นกันในเรื่องปัญหาต่างๆในภูมิภาคเอเชีย

ท่านนายกบาดาวี หรือที่ท่านกรุณาให้ผมเรียกท่านว่า “Pak Lah”มาตลอดนั้น เป็นบุคคลสำคัญของภูมิภาค หรือของโลกก็ว่าได้ ท่านได้รับการยอมรับจากประเทศจีนให้เป็นกรรมการการประชุมโบอ่าว (Boao Forum for Asia) เต็ม 2 วาระ ท่านได้รับเชิญจากประเทศต่างๆและองค์กรต่างๆในโลกให้บรรยายเรื่องสำคัญๆต่างๆมากมาย และที่สำคัญมากอย่างหนึ่งก็คือ ท่านใช้การทูตที่ไม่เป็นข่าว (Quiet Diplomacy) เพื่อช่วยสร้างความเข้าใจให้เกิดขึ้นระหว่างคู่ขัดแย้งระหว่างประเทศมากมาย ท่านบาดาวีได้เข้าเฝ้ารับพระราชทานปริญญาดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์ด้านการจัดการของมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลอีสาน

ภูมิภาคและโลกได้สูญเสียบุคคลสำคัญของโลก ที่ได้ทุ่มเททำงานเพื่อสันติภาพ ความเข้าใจกันและกัน และการกินดีอยู่ดีในภูมิภาค ท่านนายกบาดาวีเป็นมิตรอันประเสริฐของประเทศไทย ท่านได้ช่วยเหลือหลายด้าน อย่างไม่เคยออกมาให้ข่าวหรือประกาศให้สาธารณะทราบ

ในส่วนตัวแล้ว ผมกล่าวได้ว่า ท่านเป็นผู้ใหญ่ที่มีความเมตตา ให้เกียรติคน แม้แต่ผู้ที่มีอาวุโสน้อยกว่าท่าน ท่านมีความรู้และภูมิปัญญาลึกซึ้ง แต่ก็รับฟังความเห็นผู้อื่นเสมอ ท่านมีเจตนาและความปรารถนาดีแก่คนทั่วไป เป็นที่เคารพ นับถือจากบุคคลต่างๆในสังคมระหว่างประเทศอย่างกว้างขวาง

ผมขอแสดงความเสียใจอย่างสุดซึ้งต่อครอบครัวของท่านอดีตนายกรัฐมนตรี ตุน อับดุลล่าห์ บาดาวี และขอจดจำคุณงามความดีของท่านไว้ตลอดไป
ศาสตราจารย์พิเศษ ดร.สุรเกียรติ์ เสถียรไทย 
ประธานคณะมนตรีเพื่อสันติภาพและความปรองดองแห่งเอเชีย (APRC)
อดีตรองนายกรัฐมนตรีและอดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ

‘น้าหงา’ร่ายกลอนซัดรัฐบาล รัฐมนตรีขี้กากก็มากเกิน ระบบกินโกยโกงโล่งสว่าง คนต่างมุ่งมั่นแย่งกันใหญ่

‘น้าหงา’ร่ายกลอนซัดรัฐบาล รัฐมนตรีขี้กากก็มากเกิน ระบบกินโกยโกงโล่งสว่าง คนต่างมุ่งมั่นแย่งกันใหญ่

‘น้าหงา’ร่ายกลอนซัดรัฐบาล รัฐมนตรีขี้กากก็มากเกิน ระบบกินโกยโกงโล่งสว่าง คนต่างมุ่งมั่นแย่งกันใหญ่

วันอังคาร ที่ 15 เมษายน พ.ศ. 2568, 13.16 น.

‘น้าหงา สุรชัย’สุดทน! ร่ายกลอนซัดรัฐบาล รัฐมนตรีขี้กากก็มากเกิน เงินสดเทินล้นห้องเป็นของใคร ระบบกินโกยโกงโล่งสว่าง คนก็ต่างมุ่งมั่นแย่งกันใหญ่ เป็นวนลูปธูปเทียนประเทศไทย

วันที่ 15 เมษายน 2568 น้าหงา สุรชัย จันทิมาธร นักร้องเพลงเพื่อชีวิต วงคาราวาน ศิลปินแห่งชาติ โพสต์กลอนวิจารณ์รัฐบาล ระบุว่า 

เรื่องเสียหน้ารัฐบาลท่านกลัวนัก

เหมือนเสียศักดิ์หักศรีได้ที่ไหน

เพราะเครื่องแบบแยบยลจนเป็นใจ

ทำอะไรต้องระวังและยั้งคิด

จึงแอบกรรมทำบางอย่างเงียบๆ

จะได้เปรียบเสียเปรียบก็ปกปิด

ยศตำแหน่งมาเกยเลยโชว์ฤทธิ์

อภิสิทธิ์พิเศษเหตุวิจารณ์

รัฐมนตรีขี้จุ๊ยคุยอวดโอ้

มีผลงานใหญ่โตช่วยชาวบ้าน

ทั้งที่เป็นภาระของรัฐบาล

สร้างสะพานสร้างถนนชุมชนเจริญ

ขอข้าเพียงหน่อยเดียวในเสี้ยวงบ

เรื่องก็จบโดยดีมีสรรเสริญ

รัฐมนตรีขี้กากก็มากเกิน

เงินสดเทินล้นห้องเป็นของใคร

ระบบกินโกยโกงโล่งสว่าง

คนก็ต่างมุ่งมั่นแย่งกันใหญ่

เป็นวนลูปธูปเทียนประเทศไทย

ที่ไม่ได้เหี่ยวหดแทบหมดแรง

ถึงเวลาเอาคืนสักหมื่นล้าน

ถ้าพ้นผ่านด้วยดีมีตำแหน่ง

สวมเครื่องแบบโอ่อ่าหน้าก็แพง

นั่งเรืองแสงโซล่าบารมี

ใครวิจารณ์ต้านตีก็มีโกรธ

อยู่ในโหมดปฏิปักษ์ของยักษี

ยักษ์ร่ำรวยช่วยชาติอาจว่าดี

ยักษ์ตนนี้ที่เหลือเพื่อบ้านเมือง

การเมืองไทยไหลวนหล่นที่เก่า

น้ำจึงเลยต้องเน่าอย่างต่อเนื่อง

รัฐสภาแหวกว่ายน้ำลายเปลือง

ขอจบเรื่อง…

#หมายเหตุประเทศไทย.

‘ซูเปอร์โพล’ชี้หลังสงกรานต์ ‘การเมือง’ จะเปลี่ยนแปลง เพราะความขัดแย้งในพรรคร่วม

'ซูเปอร์โพล'ชี้หลังสงกรานต์ ‘การเมือง’ จะเปลี่ยนแปลง เพราะความขัดแย้งในพรรคร่วม

‘ซูเปอร์โพล’ชี้หลังสงกรานต์ ‘การเมือง’ จะเปลี่ยนแปลง เพราะความขัดแย้งในพรรคร่วม

วันอังคาร ที่ 15 เมษายน พ.ศ. 2568, 13.00 น.

วันที่ 15 เมษายน 2568 หลังเทศกาลสงกรานต์ ซึ่งนับเป็นช่วงเวลาสำคัญของสังคมไทยที่ประชาชนใช้เวลาในการติดตามข่าวสารบ้านเมืองมากขึ้น ประเด็นทางการเมืองกลับกลายเป็นสิ่งที่ถูกจับตามองอย่างใกล้ชิด โดยเฉพาะภาวะเสถียรภาพของรัฐบาล ความสัมพันธ์ระหว่างพรรคร่วม และแรงกดดันจากสังคมในหลากหลายมิติ

ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.นพดล กรรณิกา ผู้อำนวยการสำนักวิจัย ซูเปอร์โพล จึงได้ทำการสำรวจความคิดเห็นของประชาชน เรื่อง การเปลี่ยนแปลงทางการเมือง หลังสงกรานต์ กรณีศึกษาตัวอย่างประชาชนทุกสาขาอาชีพทั่วประเทศ ดำเนินโครงการทั้งการวิจัยเชิงปริมาณ (Quantitative Research) และการวิจัยเชิงคุณภาพ (Qualitative Research) รวมจำนวนตัวอย่างในการวิเคราะห์ทางสถิติทั้งสิ้น 1,102 ราย ดำเนินโครงการระหว่างวันที่ 10 – 14 เมษายน 2568 พบว่า

ประชาชนส่วนใหญ่ (เกือบสามในสี่ หรือ 74.2%) มีแนวโน้มคาดหวัง หรืออย่างน้อย “เชื่อว่า” จะเกิดการเปลี่ยนแปลงทางการเมืองในช่วงหลังสงกรานต์ ซึ่งสะท้อนภาวะความไม่มั่นใจในเสถียรภาพของรัฐบาลปัจจุบัน ขณะที่มีเพียง 25.8% ที่เชื่อว่าจะไม่มีการเปลี่ยนแปลงใด ๆ แสดงให้เห็นถึงความรู้สึก “ไม่แน่นอน” ที่ปกคลุมบรรยากาศทางการเมือง

ที่น่าพิจารณา คือ เมื่อผู้ตอบเลือกได้มากกว่าหนึ่งสาเหตุของการเปลี่ยนแปลงทางการเมืองสะท้อนว่า ความขัดแย้งภายในรัฐบาล โดยเฉพาะพรรคร่วม (36.9%) เป็นสาเหตุสำคัญที่ประชาชนมองว่าอาจนำไปสู่การเปลี่ยนแปลง รองลงมาคือ แรงปลุกปั่นใกล้ตัวผู้นำ (30.6%) และ กระแสโซเชียล (27.8%) ซึ่งเป็นปรากฏการณ์ใหม่ที่มีอิทธิพลต่อการรับรู้ของประชาชน นอกจากนี้ ประเด็น เศรษฐกิจ (20.5%) และ นโยบายที่ประชาชนไม่พอใจ (14.9%) ก็ถือเป็นแรงกดดันระดับรากฐานที่บั่นทอนความชอบธรรมของรัฐบาลอย่างต่อเนื่อง

เมื่อสอบถามถึง ตัวการเปลี่ยนแปลงทางการเมืองที่คาดว่าจะเกิดขึ้น หลังสงกรานต์ พบว่า ประชาชนส่วนใหญ่คาดการณ์ว่าจะเกิด การปรับคณะรัฐมนตรี (38.4%) และ ความแตกร้าวระหว่างพรรคร่วมรัฐบาล (37.6%) ซึ่งเป็นรูปแบบการเปลี่ยนแปลงที่ไม่ใช่การยุบสภาหรือเลือกตั้งใหม่ แต่สะท้อน “ความไม่พอใจต่อการบริหารงาน” ที่ต้องการแก้ปัญหาเฉพาะหน้า ร้อยละ 32.1 เชื่อว่าจะมี การชุมนุมเคลื่อนไหวทางการเมือง และ 27.5% คาดว่าจะมี การยุบสภา ซึ่งบ่งชี้ถึงความเป็นไปได้ที่สถานการณ์จะพัฒนาไปสู่ “การเปลี่ยนโครงสร้างระดับชาติ” หากรัฐบาลไม่สามารถจัดการกับแรงกดดันได้อย่างมีประสิทธิภาพ ในขณะที่ ร้อยละ 25.6 ที่ระบุว่า “ไม่มีการเปลี่ยนแปลงใด ๆ” นับว่าเป็นส่วนน้อยของผู้ตอบแบบสอบถาม สะท้อนให้เห็นความรู้สึกร่วมของประชาชนส่วนใหญ่ต่อความเปราะบางทางการเมืองในปัจจุบัน

ผอ.ซูเปอร์โพล กล่าวว่า ผลสำรวจครั้งนี้สะท้อน บรรยากาศของความไม่ไว้วางใจทางการเมือง ที่แฝงอยู่ในสังคมไทย ประชาชนส่วนใหญ่มีทัศนะว่ารัฐบาลอาจเผชิญกับแรงกดดันทั้งจากภายในพรรคร่วมและจากแรง

สิ้น’อรรคพล สรสุชาติ’ นักการเมืองชื่อดัง อดีตโฆษกรัฐบาลยุครัฐบาลชวน

สิ้น'อรรคพล สรสุชาติ' นักการเมืองชื่อดัง อดีตโฆษกรัฐบาลยุครัฐบาลชวน

สิ้น’อรรคพล สรสุชาติ’ นักการเมืองชื่อดัง อดีตโฆษกรัฐบาลยุครัฐบาลชวน

วันอังคาร ที่ 15 เมษายน พ.ศ. 2568, 12.31 น.

วันที่ 15 เมษายน 2568 มีรายงานว่า นายอรรคพล สรสุชาติ อดีตโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ในรัฐบาลของนายชวน หลีกภัย ได้เสียชีวิตอย่างสงบในวัย 65 ปี

สำหรับกำหนดการพิธีรดน้ำศพ พิธีสวดพระอภิธรรมศพ และพิธีพระราชทานเพลิง จะจัดขึ้นที่ศาลาฟิชานนท์ วัดธาตุทอง ดังนี้

วันพุธที่ 16 เมษายน 2568

เวลา 16.00 น. พิธีรดน้ำศพ

เวลา 18.30 น. พิธีสวดพระอภิธรรมศพ

วันพฤหัสบดีที่ 17 เมษายน 2568

วันอังคารที่ 22 เมษายน 2568

เวลา 19.00 น. พิธีสวดพระอภิธรรมศพ

วันอาทิตย์ที่ 27 เมษายน 2568

เวลา 17.00 น. พิธีพระราชทานเพลิง

ขอกราบเรียนเชิญท่านผู้มีเกียรติร่วมพิธีดังกล่าว และขออภัยหากมิได้มาเรียนเชิญด้วยตนเอง

ขณะที่ นายเทพไท เสนพงษ์  อดีตส.ส.นครศรีธรรมราช พรรคประชาธิปัตย์ โพสต์ข้อความว่า อาลัย อรรคพล สรสุชาติ ผมทราบข่าวการเสียชีวิตของคุณอรรคพล สรสุชาติ จากคุณสามารถ มะลูลีม และข่าวในกลุ่มไลน์ วปอ.52ในตอนเช้าของวันนี้

ก่อนอื่นต้องขอแสดงความเสียใจต่อการจากไปของคุณอรรคพล สรสุชาติ ซึ่งเป็นอดีตส.ส.พรรคประชาธิปัตย์ และโฆษกรัฐบาลชวน2 หลังจากนั้นคุณอรรคพล ได้ดำรงตำแหน่ง ผอ.องค์การบริหารการพัฒนาพื้นที่พิเศษเพื่อการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน (องค์การมหาชน) หรือ อพท. และได้เข้าเรียนหลักสูตรวิทยาลัยป้องกันราชอาณาจักรรุ่น 2552ด้วยกัน จึงเป็นเพื่อนร่วมพรรคประชาธิปัตย์ และเพื่อนร่วมรุ่น วปอ.ด้วย

ในช่วงที่คุณอรรคเจ็บปวย สุขภาพไม่แข็งแรง ผมก็ได้มีโอกาสไปเยี่ยมคุณอรรคพลที่บ้านพัก เมื่อ 29 มิถุนายน 2565 ได้พูดคุยกันอย่างมีความสุข หลังจากนั้นก็ไม่ได้ติดต่อกันเลย เพิ่งได้ทราบข่าวเมื่อเช้าวันนี้ว่า คุณอรรคพลเสียชีวิตแล้ว ที่โรงพยาบาลบำรุงราษฎร์ ด้วยอาการป่วยเส้นโลหิตแตกในแกนสมอง และรักษาตัวอยู่ในห้องไอซียู ประมาณ1เดือน จึงจากพวกเราไปอย่างสงบ

ขอแสดงความเสียใจและแสดงความอาลัยต่อครอบครัวสรสุชาติ ญาติมิตร เพื่อนฝูงทุกคนด้วย

ขอให้ดวงวิญญาณของคุณอรรคพล จงไปสู่สุคติในสัมปรายภพ.

รัฐบาลเดินหน้าปราบบัญชีม้า!3เดือนแรกปี68 ปิดบัญชีแล้วกว่า1.3 แสน จับเจ้าของบัญชีกว่า 869 ราย

รัฐบาลเดินหน้าปราบบัญชีม้า!3เดือนแรกปี68 ปิดบัญชีแล้วกว่า1.3 แสน จับเจ้าของบัญชีกว่า 869 ราย

รัฐบาลเดินหน้าปราบบัญชีม้า!3เดือนแรกปี68 ปิดบัญชีแล้วกว่า1.3 แสน จับเจ้าของบัญชีกว่า 869 ราย

วันอังคาร ที่ 15 เมษายน พ.ศ. 2568, 11.27 น.

จัดการกับ“ม้า” รัฐบาลเดินหน้าปราบบัญชีม้า! 3 เดือนแรกปี 68 ปิดบัญชีแล้วกว่า 1.3 แสน จับเจ้าของบัญชีกว่า 869 รายย้ำเดินหน้าจับสถานเดียว

เมื่อวันที่  15 เมษายน  นางสาวศศิกานต์ วัฒนะจันทร์ รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า  รัฐบาลโดย ศูนย์ปฏิบัติการ AOC 1441 กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ได้เร่งรัดดำเนินการตัดวงจรการเงินของกลุ่มมิจฉาชีพอย่างจริงจัง ส่งผลให้ตั้งแต่เดือนพฤศจิกายน 2566 ถึง 31 มีนาคม 2568 มีการระงับบัญชีม้าแล้วรวม 582,548 บัญชี  เฉพาะในช่วง 3 เดือนแรกของปี 2568 (1 มกราคม – 31 มีนาคม) มีการระงับบัญชีม้าถึง 135,279 บัญชี ซึ่งยังไม่รวมกับบัญชีที่ถูกระงับโดยสำนักงาน ปปง. และธนาคารพาณิชย์ขณะเดียวกัน มีผลการจับกุมผู้ที่เกี่ยวข้องกับบัญชีม้าและซิมม้าแล้วถึง 869 รายภายใน 3 เดือนแรกของปีนี้ แยกเป็น มกราคม 219 ราย กุมภาพันธ์ 325 ราย และ มีนาคม 325 ราย  หากนับรวมตั้งแต่เดือนตุลาคม 2566 จนถึงมีนาคม 2568 มีผู้ต้องหาทั้งสิ้น 5,399 รายที่ถูกจับกุมจากความผิดตาม พ.ร.ก.มาตรการป้องกันและปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยี พ.ศ. 2566

ผู้ที่ยินยอมให้ผู้อื่นใช้บัญชีเงินฝาก หรือ “บัญชีม้า” จะถูกดำเนินคดีตามกฎหมาย โดยมีโทษจำคุกไม่เกิน 3 ปี ปรับไม่เกิน 300,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ และอาจถูกดำเนินคดีเพิ่มเติมในฐานะตัวการร่วม หรือผู้สนับสนุนการกระทำผิด รวมถึงอาจถูกฟ้องร้องเรียกค่าเสียหายทางแพ่งจากผู้เสียหายอีกด้วย

“รัฐบาลขอความร่วมมือจากประชาชนทุกคน ร่วมเป็นพลังในการต่อต้านอาชญากรรมทางเทคโนโลยี หากพบเบาะแสหรือถูกหลอกลวงออนไลน์ ให้รีบแจ้งศูนย์ AOC 1441 เพื่อดำเนินการระงับหรืออายัดบัญชีทันที และสามารถแจ้งข่าวปลอมหรืออาชญากรรมออนไลน์ทุกรูปแบบได้ที่สายด่วน 1111, Line ID: @antifakenewscenter หรือเว็บไซต์ http://www.antifakenewscenter.com” นางสาวศศิกานต์ ระบุ