‘เจิมศักดิ์’เล่าให้ฟัง! สงกรานต์ให้ข้อคิด…คนต้องก้าวหน้า

'เจิมศักดิ์'เล่าให้ฟัง! สงกรานต์ให้ข้อคิด...คนต้องก้าวหน้า

‘เจิมศักดิ์’เล่าให้ฟัง! สงกรานต์ให้ข้อคิด…คนต้องก้าวหน้า

วันอาทิตย์ ที่ 13 เมษายน พ.ศ. 2568, 21.51 น.

เมื่อวันที่ 13 เมษายน 2568 รศ.ดร.เจิมศักดิ์ ปิ่นทอง นักวิชาการด้านเศรษฐศาสตร์ ได้สะท้อนมุมมองผ่านช่องยูทูบ WATCHDOG CHANNEL ในหัวข้อ ข้อคิดข้อห่วงต่อสงกรานต์ คนต้องก้าวหน้า จึงจะชนะเวลาได้ (ชมคลิปด้านล่าง)

– 006

ฟังธรรมจาก‘พระอาจารย์อารยวังโส’ ใช้‘ธรรมะถอนพิษกาสิโน’

ฟังธรรมจาก‘พระอาจารย์อารยวังโส’ ใช้‘ธรรมะถอนพิษกาสิโน’

ฟังธรรมจาก‘พระอาจารย์อารยวังโส’ ใช้‘ธรรมะถอนพิษกาสิโน’

วันอาทิตย์ ที่ 13 เมษายน พ.ศ. 2568, 21.27 น.

เมื่อวันที่ 13 เมษายน 2568 รายการ “ถอนพิษ” ทางช่องยูทูบ WATCHDOG CHANNEL ได้เผยแพร่การสนทนาธรรม ของ พระราชวัชรสุทธิวงศ์ (พระอาจารย์อารยวังโส) กับ รศ.ดร.เจิมศักดิ์ ปิ่นทอง นักวิชาการด้านเศรษฐศาสตร์ ในหัวข้อ “อ้างเปิดกาสิโนได้ เพราะโลกเปลี่ยน?” (ชมคลิปด้านล่าง)

– 006

ยึดจรรยาบรรณสื่อ ‘วาสนา’โต้‘เจ๊จุก’ ลั่นใช้สิทธิตามกฎหมาย

ยึดจรรยาบรรณสื่อ ‘วาสนา’โต้‘เจ๊จุก’ ลั่นใช้สิทธิตามกฎหมาย

ยึดจรรยาบรรณสื่อ ‘วาสนา’โต้‘เจ๊จุก’ ลั่นใช้สิทธิตามกฎหมาย

วันอาทิตย์ ที่ 13 เมษายน พ.ศ. 2568, 21.01 น.

เมื่อวันที่ 13 เมษายน 2568 จากกรณี วาสนา นาน่วม ผู้สื่อข่าวสายทหารชื่อดัง ได้โพสต์ข้อความผ่านเฟชบุ๊ก Wassana Nanuam อ้างว่า นายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค รองนายกรัฐมนตรี และรมว.พลังงาน ออกมายืนยัน พรรครวมไทยสร้างชาติ (รทสช.) ยึดตามมติพรรคร่วมฯ หนุน พ.ร.บ.เอ็นเตอร์เทนเมนต์คอมเพล็กซ์ พร้อมทั้งโพสต์คลิปขณะสัมภาษณ์นายพีระพันธุ์ จนทำให้เกิดกระแสวิพากษ์วิจารณ์เป็นจำนวนมาก รวมถึงเกิดความขัดแย้งระหว่างกลุ่มผู้สนับสนุนนายพีระพันธุ์ และกลุ่มคัดค้านนายพีระพันธุ์ ตามที่เสนอข่าวไปแล้วนั้น (ข่าวที่เกี่ยวข้อง : ‘พีระพันธุ์’ย้ำจุดยืนรทสช.หนุน’เอนเตอร์เทนเมนต์คอมเพล็กซ์’ รับ’ทักษิณ’เป็นกุนซือด้านพลังงาน)

ขณะที่ น.ส.ศศิกานต์ วัฒนะจันทร์ รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ออกมาชี้แจงถึงเรื่องนี้ ว่า “สวัสดีค่ะ ดิฉัน จิ๊บ ศศิกานต์ วัฒนะจันทร์ (รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี) น้อมรับความคิดเห็นของทุกท่าน ด้วยความเคารพ ค่ะ แต่อยากให้ทุกท่านดูคลิปที่นักข่าวถ่ายไว้ก่อนค่ะ ว่าที่เค้าพาดหัวกับที่คุณพีระพันธุ์พูดตรงกันไหม ท่านพูดน้อยมากเลยค่ะ จนเราต้องตั้งคำถามว่า หรือจริงๆ แล้ว นักข่าวเอาคำถามตัวเองมาเขียน แล้วบอกว่าท่านพูด กันแน่?” https://www.facebook.com/share/v/163X2ZksxM/?mibextid=wwXIfr , https://vt.tiktok.com/ZSrmtmxxs/ (ข่าวที่เกี่ยวข้อง : งัดคลิปโต้! ‘ศศิกานต์’ถาม‘พีระพันธุ์’พูดตรงไหน หนุนเอ็นเตอร์เทนเมนต์คอมเพล็กซ์)

ล่าสุด “เจ๊จุก คลองสาม” ก็ได้ออกมาทวีตข้อความตำหนิ “วาสนา นาน่วม” ในกรณีดังกล่าว ถึงการทำหน้าที่ของสื่อมวลชน จนทำให้ “วาสนา นาน่วม” ต้องเข้ามาคอมเมนต์ว่า “วาสนา รู้ดีว่า เจ๊จุกฯ เป็นใคร ทำอะไร ที่ไหน ยังไง การที่เจ๊ฯ มาดูถูกวิชาชีพนักข่าว คือสิ่งที่ยอมรับไม่ได้ ถ้าทำอย่างเจ๊ฯ ว่า คงรวยไปแล้ว และคงเลิกวิ่งทำข่าวไปแล้ว จรรยาบรรณยังคงมีอยู่เต็มเปี่ยม การดูถูกแบบนี้ขออนุญาตอาจต้องใช้สิทธิ์ทาง กม.และฝากบอกคนที่รู้จักเจ๊ฯ ไปแล้วด้วยค่ะ”

‘อิ๊งค์’ควง’พ่อ-สามี’ตระเวนเล่นน้ำสงกรานต์เชียงใหม่ (มีคลิป)

'อิ๊งค์'ควง'พ่อ-สามี'ตระเวนเล่นน้ำสงกรานต์เชียงใหม่ (มีคลิป)

‘อิ๊งค์’ควง’พ่อ-สามี’ตระเวนเล่นน้ำสงกรานต์เชียงใหม่ (มีคลิป)

วันอาทิตย์ ที่ 13 เมษายน พ.ศ. 2568, 19.23 น.

‘นายกฯอิ๊งค์’ควง’ทักษิณ’สรงน้ำพระพุทธสิหิงค์ ก่อนเปิดสงกรานต์นานาชาติ เล่นน้ำกับชาวเชียงใหม่ บอกใครคิดเลขกี่ตัวก็ขอให้ถูก รวยๆ ทุกคน พร้อมร่วมฉีดน้ำวัยรุ่นลานห้างเมญ่า

เมื่อวันที่ 13 เม.ย.2568 ที่วัดพระสิงห์วรมหาวิหาร ต.พระสิงห์ อ.เมืองเชียงใหม่ จ.เชียงใหม่ น.ส.แพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี พร้อมด้วย นายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี นายปิฎก สุขสวัสดิ์ สามีนายกฯ ร่วมพิธีสรงน้ำพระพุทธสิหิงค์ พระคู่บ้านคู่เมืองเชียงใหม่ โดยมี นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ รมช.คลัง  ร่วมคณะด้วย

เมื่อมาถึงนายกฯ พร้อมด้วยนายทักษิณ กราบพระประธานในพระอุโบสถ ก่อนสนทนาธรรมกับพระเทพสิงหวราจารย์ (โสภณ โสภโณ) รองเจ้าคณะจังหวัดเชียงใหม่ เจ้าอาวาสวัดพระสิงห์ วรมหาวิหาร ที่ให้พรพร้อมกล่าวสนทนาธรรมถามการทำงานของนายกฯ ว่าช่วงนี้งานเยอะ และที่ผ่านมามี นายสมชาย วงสวัสดิ์ และน.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกฯ เคยมาที่นี่ นายกฯ จึงตอบว่าเป็นบ้านเกิด 

พระเทพสิงหวราจารย์ ยังได้สอบถามนายทักษิณว่าแข็งแรงดี สบายดีนะ ซึ่งนายทักษิณ กล่าวว่าอายุ 76 ปีแล้ว จากนั้นพระเทพสิงหวราจารย์ มอบสมเด็จสิงหราชเนื้อทองเหลือง ขนาด 1 นิ้ว ให้นายกฯและนายทักษิณ 

จากนั้นนายกฯ ได้แขวนตุงสืบชะตาสะเดาะเคราะห์ บูชาองค์พระธาตุหลวง ตามประเพณีล้านนา โดยนายกฯ แขวนตุงบูชาสีส้มสีประจำวันเกิดวันพฤหัสบดี ขณะที่นายทักษิณแขวนตุงบูชาสีชมพูสีประจำวันเกิดวันอังคาร ต่อจากนั้นนายกฯ สรงน้ำพระพุทธสิหิงค์ พร้อมถวายเครื่องสักการะล้านนา ประกอบด้วย ต้นเทียน ต้นดอก ต้นผึ้ง หมากสุ่ม หมากเบ็ง

ต่อมาเวลา 17.20 น. ที่ข่วงประตูท่าแพ (ฝั่งถนนชัยภูมิ) ต.ศรีภูมิ อ.เมืองเชียงใหม่ จ.เชียงใหม่  นายกฯ เป็นประธานในพิธีเปิดงาน “Amazing Songkran Chiangmai x Boryeong Mud Festival 2025” จากสาธารณรัฐเกาหลี (เกาหลีใต้) โดยมีนายทักษิณ และนายปิฎก ร่วมกิจกรรมด้วย

โดยนายกฯ ได้กล่าวทักทายเป็นภาษาเมืองว่าสวัสดีเจ้า ก่อนกล่าวว่า Welcome to Thailand , Chiang Mai Say Hello และกล่าวว่า เดินมาไม่ได้จะไม่ยอมเปียก ยอม แต่ขออนุญาตเปิดงานก่อนแล้วค่อยเล่น เทศกาลปีใหม่ปีนี้ขอต้อนรับทุกท่าน คิดว่าน่าจะมาจากหลายจังหวัดไม่ใช่แค่กรุงเทพมหานคร ปีนี้ส่งเสริมเรื่องการท่องเที่ยวให้การท่องเที่ยวของเราโดยเฉพาะประเพณีสงกรานต์โด่งดังไปทั่วโลก ไหนๆ ต่างชาติก็รู้จักเราอยู่แล้วในเรื่องของสงกรานต์ เราก็อยากทำให้สงกรานต์นั้นน่าสนใจสนุกมากยิ่งขึ้น เพราะไม่ว่าสงกรานต์นี้จะจัดที่จังหวัดไหนก็ตามจังหวัดนั้นก็จะมีสีสันมีความสนุกสนาน ฉะนั้นรัฐบาลให้การสนับสนุนสงกรานต์อย่างเต็มที่ และจังหวัดไหนมีเทศกาลที่น่าสนใจหรือมีวัฒนธรรมที่น่าศึกษาค้นหาก็ให้แต่ละจังหวัดเสนอของตัวเองรัฐบาลพร้อมที่จะสนับสนุน โดยปีนี้ขออนุญาตอวยพรให้พี่น้องทุกคนที่อยู่ในที่นี้ สิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่ท่านเคารพนับถือให้ชาวเชียงใหม่ และนักท่องเที่ยวทุกท่านมีความร่วมมือ มีสุขตลอดไป คิดอะไรขอให้สมปรารถนา คิดเงินให้ได้เงินคิดทองให้ได้ทอง คิดเลขกี่ตัวก็ขอให้ถูกตามนั้นเลย ขอให้รวยๆ กันทุกคนสวัสดีปีใหม่ทุกท่าน

จากนั้นนายกฯ เปิดอุโมงค์น้ำ ก่อนร่วมเล่นสงกรานต์กับชาวเชียงใหม่ อย่างสนุกสนาน โดยได้สวมแว่นตากันน้ำเล่น พร้อมกล่าวอย่างอารมณ์ดีว่า “มาเลย” 

ต่อมาเวลา 18.30 น. ที่ลานเมญ่าสแควร์ ศูนย์การค้าเมญ่า ต.ช้างเผือก อ.เมืองเชียงใหม่ นายกฯ และนายทักษิณ ร่วมกิจกรรม SF My Water World Songkran Festival 2025  โดยนายกฯ กล่าวเปิดงานทักทายอู้กำเมืองว่า สวัสดีเจ้า ยินดีมากๆ ที่ได้มาฉลองสงกรานต์กับพี่น้องที่เชียงใหม่ ขอเสียงคนกำลังสนุกหน่อย ถือโอกาสนี้มาอวยพรขอให้ทุกคน ใช้เวลาช่วงวันหยุดนี้ให้เต็มที่อยู่กับคนที่ตัวเองรัก จะไปไหนมาไหน ปลอดภัยทุกที่นะคะสวัสดีปีใหม่ไทยทุกคน

จากนั้นนายกฯ นายทักษิณ และนายปิฎกได้ฉีดน้ำด้วยปืนฉีดน้ำระยะไกลจากบนเวทีให้ประชาชน ที่ส่วนใหญ่เป็นวัยรุ่น และนักท่องเที่ยวต่างชาติด้านล่างเวทีได้ร่วมสนุกในวันสงกรานต์  โดยช่วงหนึ่งนายกฯ ได้เต้นตามจังหว่ะเพลงในงานอย่างสนุกสนาน

โอกาสในวิกฤต! ‘อลงกรณ์’วิเคราะห์ สงครามการค้าสหรัฐฯกับจีนยุคทรัมป์

โอกาสในวิกฤต! ‘อลงกรณ์’วิเคราะห์ สงครามการค้าสหรัฐฯกับจีนยุคทรัมป์

โอกาสในวิกฤต! ‘อลงกรณ์’วิเคราะห์ สงครามการค้าสหรัฐฯกับจีนยุคทรัมป์

วันอาทิตย์ ที่ 13 เมษายน พ.ศ. 2568, 18.41 น.

เมื่อวันที่ 13 เมษายน 2568 นายอลงกรณ์ พลบุตร ประธานสถาบันเอฟเคไอไอ ไทยแลนด์ ได้โพสต์ข้อความลงบนเฟซบุ๊ก ระบุว่า สงครามการค้าสหรัฐกับจีนยุคทรัมป์ 1.0-2.0 : โอกาสในวิกฤตของไทย (1) โดย นายอลงกรณ์ พลบุตร ประธานสถาบันเอฟเคไอไอ ไทยแลนด์ 13 เมษายน 2025

ก่อนจะวิเคราะห์ถึงปัญหาและโอกาสในวิกฤตของไทยในสงครามภาษีการค้าระหว่างสหรัฐกับจีนและประเทศต่างๆ ในปี 2025 ควรจะต้องทราบถึงสงครามครั้งแรกในยุคทรัมป์ 1.0 เมื่อ 7 ปีที่แล้วเป็นการปูพื้นฐานความเข้าใจก่อนที่จะวิเคราะห์โอกาสในวิกฤติที่จะเกิดขึ้นจากนโยบายทรัมป์ 2.0

เปิดศึกเทรดวอร์ (Trade War)

สงครามการค้าระหว่างสหรัฐฯ.และจีนที่เริ่มขึ้นในปี 2018 ภายใต้การนำของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ 1.0 สร้างความตึงเครียดทางเศรษฐกิจและการเมืองระหว่างสองมหาอำนาจ โดยมีเหตุการณ์และผลกระทบสำคัญดังนี้

1.การเริ่มต้นมาตรการภาษี (มีนาคม 2018)

สหรัฐฯ ใช้ มาตรา 301 ของกฎหมายการค้า เพื่อลงโทษจีนในประเด็นการขโมยทรัพย์สินทางปัญญาและบังคับถ่ายโอนเทคโนโลยี ทั้งยังประกาศเก็บภาษีนำเข้าสินค้าจีนมูลค่า 50,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เช่น พลังงานแสงอาทิตย์ เครื่องจักร ในขณะที่จีนตอบโต้ด้วยภาษีสินค้าสหรัฐฯ เช่น ถั่วเหลือง เนื้อสุกร และรถยนต์

2.การขยายวงภาษี (2018-2019)

ทั้งสองฝ่ายทยอยเพิ่มภาษีสินค้ากว่า 3.6 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐ โดยสหรัฐฯ ขึ้นภาษีสินค้าอิเล็กทรอนิกส์ของจีนถึง 25% ในปี 2019 ส่วนจีนตอบโต้ด้วยการลดการนำเข้าสินค้าเกษตรจากสหรัฐฯ

3.เปิดศึกเทควอร์ (Tech War)

สหรัฐฯ เปิดสงครามเทคโนโลยี (Tech War) กับจีน (2019-2020) สหรัฐฯ ประกาศแบน Huawei และ ZTE จากตลาดสหรัฐฯ รวมถึงจำกัดการเข้าถึงชิปเซมิคอนดักเตอร์ ทำให้จีนเร่งพัฒนาเทคโนโลยีภายในประเทศ เช่น ชิป 5G

เจรจาหย่าศึกดีลแรก

ข้อตกลงระยะที่หนึ่ง (Phase One Deal มกราคม 2020)

จีนตกลงซื้อสินค้าสหรัฐฯ เพิ่มขึ้น 200,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ใน 2 ปี

สหรัฐฯ ยกเลิกภาษีบางส่วน แต่ยังคงภาษีส่วนใหญ่ไว้

ผลกระทบของคลื่นสงคราม

1.ผลกระทบต่อสหรัฐฯ

ผู้บริโภคและธุรกิจ

ต้นทุนสินค้านำเข้าเพิ่มขึ้น เช่น อิเล็กทรอนิกส์ เสื้อผ้า

เกษตรกร

สูญเสียตลาดส่งออกถั่วเหลืองและเนื้อสุกรหลักในจีน

อุตสาหกรรมบางส่วน ได้รับการปกป้อง เช่น เหล็ก แต่บริษัทที่พึ่งห่วงโซ่อุปทานจีนเสียหาย

2.ผลกระทบต่อจีน

เศรษฐกิจชะลอตัว

การส่งออกลดลง เร่งการพึ่งพาตลาดในประเทศ

การย้ายฐานการผลิต

บริษัทต่างชาติกระจายความเสี่ยงไปยังเวียดนาม อินเดีย เม็กซิโก

เร่งพัฒนานวัตกรรม

ลงทุนสูงในเทคโนโลยีหลัก (Semiconductor, AI) เพื่อลดพึ่งพาต่างชาติ

3.ผลกระทบระดับโลก

องค์การการค้าโลก (WTO) คาดการณ์การค้าโลกลดลง 0.5% ในปี 2019

ห่วงโซ่อุปทานหยุดชะงัก

หลายบริษัทปรับโครงสร้างการผลิตใหม่

4.ความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์

สงครามการค้าสะท้อนการแข่งขันด้านเทคโนโลยีและอำนาจระหว่างสหรัฐฯ-จีน ได้ส่งผลต่อประเด็นอื่น เช่น ความขัดแย้งในทะเลจีนใต้ สถานะของไต้หวัน

ไทยกับผลกระทบ

จากสงครามการค้าสหรัฐฯ-จีนครั้งแรก (2018-2020) ทำให้ไทยได้รับประโยชน์หลายด้านจากการปรับตัวของห่วงโซ่อุปทานโลกและการแสวงหาทางเลือกใหม่ของนักลงทุน

1.การขยายตัวของการลงทุนตรงจากต่างชาติ (FDI)

บริษัทที่ย้ายฐานการผลิตจากจีน หลายบริษัทข้ามชาติเลือกไทยเป็นฐานผลิตแทนจีนเพื่อเลี่ยงภาษีสหรัฐฯ โดยเฉพาะอุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์ (เช่น ฮาร์ดดิสก์ ชิปเซมิคอนดักเตอร์) และยานยนต์

ข้อมูลจาก BOI ระบุว่า ในปี 2019 การลงทุนต่างชาติในไทยเพิ่มขึ้น 68%จากปีก่อนโดยจีนและญี่ปุ่นเป็นนักลงทุนหลัก

ตัวอย่างเช่นบริษัทจีนเช่น BYD (รถยนต์ไฟฟ้า) และ Haier (เครื่องใช้ไฟฟ้า) ขยายการผลิตในไทย

2.การเติบโตของการส่งออก 2 เด้ง

สหรัฐฯ นำเข้าสินค้าไทยแทนจีน

สินค้าไทยที่ได้ประโยชน์ เช่น ฮาร์ดดิสก์ (ครองส่วนแบ่งตลาดโลก 40%) ยางพารา ผลิตภัณฑ์อาหารแปรรูป

จีนเพิ่มนำเข้าสินค้าเกษตรจากไทยหลังจีนลดซื้อสินค้าเกษตรจากสหรัฐฯ ไทยส่งออกข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ มันสำปะหลังและผลิตภัณฑ์ ยางพารา น้ำตาลและผลไม้ เช่น ทุเรียนเพิ่มขึ้น

การส่งออกไทยไปสหรัฐฯ เติบโต 4.5%ในปี 2019 ส่วนการส่งออกไปจีนเพิ่ม7%

3.การเป็นศูนย์กลางห่วงโซ่อุปทานใหม่ฐานผลิตในภูมิภาคอาเซียน

ไทยถูกมองเป็น “China +1” ของนักลงต่างประเทศ ช่วยลดความเสี่ยงจากการพึ่งพาการผลิตในประเทศเดียว

การลงทุนใน EEC (ระเบียงเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก)เช่นโครงการรถไฟความเร็วสูง และนิคมอุตสาหกรรมดิจิทัล เช่น EECdดึงดูดบริษัทเทคโนโลยีและโลจิสติกส์

4.ประโยชน์ต่อภาคเกษตรและอุตสาหกรรมเป้าหมาย

1.เกษตรกรรม

จีนเพิ่มการซื้อยางพารา มันสำปะหลัง และน้ำตาลจากไทยเพื่อทดแทนการนำเข้าจากสหรัฐฯ

2.อุตสาหกรรมยานยนต์ไฟฟ้า (EV)

การลงทุนจากจีนและญี่ปุ่นเพิ่มขึ้น เพื่อใช้ไทยเป็นฐานส่งออกไปอาเซียนและตลาดอื่น

5.การเสริมบทบาททางการค้าในภูมิภาค

1.ความเป็นกลางทางการเมือง

ไทยได้ประโยชน์จากการเป็นพันธมิตรทั้งสหรัฐฯ และจีน ส่งเสริมการเป็น “ฮับการค้า” ในอาเซียน

2.ข้อตกลงการค้า

ไทยใช้ประโยชน์จากเขตการค้าเสรีอาเซียน-จีน (ACFTA) เพื่อส่งออกสินค้าไปจีนโดยได้ภาษีพิเศษ

6.ผลกระทบทางอ้อม

1.ค่าเงินบาทที่อ่อนตัว

ช่วงสงครามการค้า ค่าเงินบาทอ่อนค่าสัมพัทธ์กับดอลลาร์สหรัฐฯ ส่งเสริมการส่งออก

2.การจ้างงาน

อุตสาหกรรมที่ขยายตัวช่วยดูดซับแรงงาน โดยเฉพาะในเขต EEC

สรุป

สงครามการค้าสหรัฐฯ-จีน ไม่เพียงส่งผลทางเศรษฐกิจโดยตรง แต่ยังเปลี่ยนโฉมภูมิทัศน์การค้าโลก กระตุ้นให้ประเทศต่างๆ ปรับกลยุทธ์การค้าและลดการพึ่งพาซัพพลายเชนจากแหล่งเดียว ขณะเดียวกัน ยังเป็นจุดเริ่มต้นของการแข่งขันด้านเทคโนโลยีและอิทธิพลระหว่างสองมหาอำนาจที่ยังคงดำเนินต่อเนื่องถึงปัจจุบัน

นอกจากนี้ สงครามการค้าสหรัฐฯ-จีน ยังส่งผลให้ไทยได้รับประโยชน์จากการย้ายฐานการผลิต การขยายการส่งออก และการลงทุนในอุตสาหกรรมเป้าหมาย แม้จะเผชิญความท้าทายจากเศรษฐกิจโลกชะลอตัว แต่ไทยสามารถใช้โอกาสนี้ปรับโครงสร้างเศรษฐกิจและเสริมตำแหน่งทางการค้าในภูมิภาคได้อย่างมีนัยสำคัญ

: เกี่ยวกับผู้เขียน

นายอลงกรณ์ พลบุตร
ประธานสถาบันเอฟเคไอไอ ไทยแลนด์
ประธานที่ปรึกษาของรัฐมนตรีทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม
รองประธานคณะกรรมการยุทธศาสตร์ พรรคประชาธิปัตย์
ประธานมูลนิธิเวิลด์วิว ไครเมต
อดีตรองประธานสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ
อดีตรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์ปฏิบัติราชการรัฐมนตรีเศรษฐกิจอาเซียน
อดีต ส.ส.6 สมัย

‘เศรษฐา’ก็จอย!! นั่งรถกะป๊อเล่นฉีดน้ำสงกรานต์กับชาวหัวหินชื่นมื่น

'เศรษฐา'ก็จอย!! นั่งรถกะป๊อเล่นฉีดน้ำสงกรานต์กับชาวหัวหินชื่นมื่น

‘เศรษฐา’ก็จอย!! นั่งรถกะป๊อเล่นฉีดน้ำสงกรานต์กับชาวหัวหินชื่นมื่น

วันอาทิตย์ ที่ 13 เมษายน พ.ศ. 2568, 18.06 น.

‘เศรษฐา’ก็จอย!! นั่งรถกะป๊อเล่นฉีดน้ำสงกรานต์กับชาวหัวหินชื่นมื่น

เมื่อวันที่ 13 เม.ย.2568 ผู้สื่อข่าวรายงานบรรยากาศการเล่นน้ำสงกรานต์ในพื้นที่เขตเทศบาลนครหัวหิน จ.ประจวบคีรีขันธ์ ในวันนี้ เป็นไปอย่างคึกคัก มีนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทย และต่างชาติ ท่ามกลางสภาพอากาศที่แจ่มใส ท้องฟ้าปลอดโปร่ง ขณะเดียวกันในช่วงบ่าย นายเศรษฐา ทวีสิน อดีตนายกรัฐมนตรี ซึ่งเดินทางมาพักผ่อนที่หัวหินในช่วงเทศกาลสงกรานต์ ได้ออกจากที่พักคอนโด “บ้านไข่มุก” หัวหิน ในชุดเสื้อพื้นเมืองสีแดงลายขาว กางเกงขาสั้นสีกรมท่า รองเท้าผ้าใบสีขาว นั่งรถกะป๊อพร้อมปืนฉีดน้ำ มาร่วมเล่นน้ำสงกรานต์กับประชาชนอย่างสนุกสนานเป็นกันเองที่หน้าศูนย์การค้าบลูพอร์ต หัวหิน, ศูนย์การค้ามาร์เก็ต วิลเลจ หัวหิน และสถานที่จัดงาน ‘Hua Hin Songkran Fest 2025 – หัวหิน สงกรานต์ เฟส 2025’ บริเวณหน้าสำนักงานเทศบาลนครหัวหิน และบริเวณถนนดำเนินเกษมติดสวนสาธารณโผน กิ่งเพชร

หลังจากเมื่อปีที่แล้ว นายเศรษฐา ทวีสิน เคยเดินทางมาร่วมเล่นสงกรานต์ที่สวนสาธารณะ โผน กิ่งเพชร ในขณะดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี โดยมีประชาชนนักท่องเที่ยวจำนวนมากร่วมเล่นสาดน้ำคลายร้อนและปะแป้ง นายเศรษฐา ด้วยบรรยากาศชื่นมื่น พร้อมถ่ายรูปเซลฟี่ โดยมีเจ้าหน้าที่เทศบาลนครหัวหิน ตำรวจ สภ.หัวหิน  อปพร.คอยดูแลอำนวยความสะดวกให้กับผู้ร่วมงาน ก่อนที่ นายเศรษฐา ทวีสิน จะเดินทางกลับที่พัก

‘เท้ง’ทำบุญสงกรานต์ที่เชียงใหม่ ก่อนร่วม’พิธา-นายกเฮง’สู้แดดเล่นสงกรานต์ต่อที่ลำพูน

'เท้ง'ทำบุญสงกรานต์ที่เชียงใหม่ ก่อนร่วม'พิธา-นายกเฮง'สู้แดดเล่นสงกรานต์ต่อที่ลำพูน

‘เท้ง’ทำบุญสงกรานต์ที่เชียงใหม่ ก่อนร่วม’พิธา-นายกเฮง’สู้แดดเล่นสงกรานต์ต่อที่ลำพูน

วันอาทิตย์ ที่ 13 เมษายน พ.ศ. 2568, 17.51 น.

‘เท้ง’ควงสส. ทำบุญสงกรานต์ที่เชียงใหม่ เล่นน้ำประตูท่าแพ ก่อนร่วม’พิธา-นายกเฮง’สู้แดดเล่นสงกรานต์ต่อที่ลำพูน ประชาชนรุมสาดน้ำประแป้ง

เมื่อวันที่ 13 เม.ย.2568 นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ หัวหน้าพรรคประชาชน ร่วมเทศกาลสงกรานต์ที่ จ.เชียงใหม่ ร่วมกับ สส.เชียงใหม่ น.ส.เพชรรัตน์ ใหม่ชมภู เขต 1, น.ส.การณิก จันทดา เขต 2, นายณัฐพล โตวิจักษณ์ชัยกุล เขต 3, น.ส.พุธิตา ชัยอนันต์ เขต 4 และ น.ส.รักชนก ศรีนอก สส.กรุงเทพฯ เขต 28 โดยช่วงเช้าร่วมทำบุญเนื่องในวันสงกรานต์ที่วัดอุปคุต อ.เมืองเชียงใหม่ ก่อนเดินเล่นน้ำสงกรานต์ที่ประตูท่าแพ มีประชาชน และนักท่องเที่ยวเข้ามาทักทาย สาดน้ำประแป้งอย่างสนุกสนาน 

จากนั้นช่วงบ่ายนายณัฐพงษ์เดินทางไปเล่นน้ำสงกรานต์ตามถนนรอบคูเมือง จ.ลำพูน ร่วมกับ นายวีระเดช ภู่พิสิฐ นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดลำพูน, นายวิทวิสิทธิ์ ปันสวนปลูก สส.ลำพูน เขต 1 พรรคประชาชน, ยสบกรุณพล เทียนสุวรรณ รองโฆษกพรรค, นายศุภโชติ ไชยสัจ สส.บัญชีรายชื่อ และ นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ โดยทั้งหมดได้ร่วมขบวนประเพณีมหาสงกรานต์ของ อบจ.ลำพูน ให้ประชาชนสรงน้ำพระด้วยน้ำส้มป่อยเพื่อรับพรปีใหม่ไทย

นายณัฐพงษ์ให้สัมภาษณ์สื่อมวลชนช่วงหนึ่งว่า วันนี้พรรคประชาชนมีตัวแทนของพรรคกระจายเดินสายร่วมเทศกาลสงกรานต์ในหลายจังหวัด สำหรับลำพูนเป็นจังหวัดที่มีนิคมอุตสาหกรรม ผู้ประกอบการและแรงงานจำนวนมากเป็นกลุ่มที่จะได้รับผลกระทบจากมาตรการกำแพงภาษีของโดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกา ขณะนี้ทราบว่า นายก อบจ.ลำพูน ได้เตรียมพูดคุยกับผู้ประกอบการเพื่อจัดทำข้อเสนอให้ทีมเจรจาของรัฐบาลที่จะเดินทางไปสหรัฐฯ ด้วย

สำหรับบรรยากาศการเล่นน้ำที่ถนนรอบคูเมือง จ.ลำพูน แม้อากาศจะค่อนข้างร้อน แต่ประชาชนยังร่วมเทศกาลสงกรานต์อย่างคึกคัก นายณัฐพงษ์ได้ร่วมถ่ายภาพ และสาดน้ำกับพี่น้องชาวลำพูนตลอดสองข้างทางอย่างเป็นกันเอง

ว่าด้วยเรื่อง‘รดน้ำนายกฯ’ ‘นิพิฏฐ์’เตือน‘รมต.บางคน’ระวังหลุดโผครม.

ว่าด้วยเรื่อง‘รดน้ำนายกฯ’ ‘นิพิฏฐ์’เตือน‘รมต.บางคน’ระวังหลุดโผครม.

ว่าด้วยเรื่อง‘รดน้ำนายกฯ’ ‘นิพิฏฐ์’เตือน‘รมต.บางคน’ระวังหลุดโผครม.

วันอาทิตย์ ที่ 13 เมษายน พ.ศ. 2568, 16.40 น.

เมื่อวันที่ 13 เมษายน 2568 นายนิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ อดีต สส.พัทลุง ได้โพสตืข้อความลงบนเฟซบุ๊ก ระบุว่า รดน้ำนายกรัฐมนตรี

-เห็นข่าวมีคนวิจารณ์นายกรัฐมนตรี เรื่องให้ผู้ที่มีอายุมากกว่ารดน้ำ เนื่องในวันสงกรานต์ ผู้ที่วิจารณ์ก็ว่านายกรัฐมนตรีไม่รู้เรื่องประเพณีวัฒนธรรม เพราะปกติการรดน้ำเขาให้คนที่มีอายุน้อยเป็นผู้รดน้ำขอพรผู้สูงอายุ

-ผมว่าเรื่องนี้ไม่ควรเป็นเรื่องใหญ่โตให้วิจารณ์นายกรัฐมนตรีหรอก วัฒนธรรมก็ต้องอ่อนตัวปรับไปตามยุคตามสมัย วัฒนธรรมใดไม่ปรับตัวสุดท้ายวัฒนธรรมนั้นก็ต้องล้มหายตายจากไป

-การรดน้ำก็เช่นเดียวกัน ไปดูตามต่างจังหวัดเถอะ คนรดน้ำให้ผู้ว่าราชการจังหวัด ส่วนใหญ่ก็อายุมากกว่าผู้ว่าทั้งนั้น ถ้าให้ผู้มีอายุน้อยกว่ารดน้ำได้อย่างเดียว ข้าราชการที่กำลังจะเกษียณก็คงได้แต่นั่งทำตาปริบๆ เพราะอายุมากกว่ารดน้ำให้ผู้ว่าฯไม่ได้

-ความจริงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีถือเป็นผู้บังคับบัญชาสูงสุดของข้าราชการ การที่รัฐมนตรีหรือข้าราชการชั้นผู้ใหญ่ จะรดน้ำขอพรนายกรัฐมนตรีผู้มีตำแหน่งสูงกว่า ก็ไม่น่าผิดอะไร

-ว่าก็ว่าเถอะส่วนใหญ่ต้องการรดน้ำให้นายกรัฐมนตรีทั้งนั้น(ยกเว้นผม)

-เรื่องผู้มีอายุมาก รดน้ำขอพรผู้มีอายุน้อยกว่า แต่ผู้อายุน้อยกว่าเป็นผู้บังคับบัญชา จึงไม่เป็นประเด็นอันควรตำหนิ

-สิ่งที่ควรตำหนิ คือ การรดน้ำขอพร เขารดจากปลายนิ้วขึ้นไปข้างบนถึงหัวแม่มือ ต่างจากการรดน้ำศพเขารดจากข้างบนลงมาที่ปลายนิ้ว ผมเห็นรัฐมนตรีบางคนรดน้ำท่านนายกรัฐมนตรีจากข้างบนลงมาที่ปลายนิ้ว ผมว่ารัฐมนตรีคนไหนทำแบบนี้ เท่ากับแช่งนายกรัฐมนตรี ปรับครม.ครั้งต่อไป แม้จะออกมาเชียร์บ่อนคาสิโน ก็มีสิทธิหลุดโผสูง

ประมวลภาพสงกรานต์สีลมวันที่ 2 ไทย-เทศเล่นน้ำแน่นถนน

ประมวลภาพสงกรานต์สีลมวันที่ 2 ไทย-เทศเล่นน้ำแน่นถนน

ประมวลภาพสงกรานต์สีลมวันที่ 2 ไทย-เทศเล่นน้ำแน่นถนน

วันอาทิตย์ ที่ 13 เมษายน พ.ศ. 2568, 16.17 น.

ประมวลภาพสงกรานต์สีลมวันที่ 2 ไทย-เทศเล่นน้ำแน่นถนน ขณะที่จนท.กั้นเลนพิเศษเตรียมพร้อมสำหรับรถฉุกเฉิน

เมื่อวันที่ 13 เม.ย.2568 ผู้สื่อข่าวรายงานบรรยากาศเล่นน้ำวันสงกรานต์ในงาน “สงกรานต์บ้านฉัน สีสัน สีลม” จัดโดยสำนักงานเขตบางรัก ร่วมกับ กระทรวงวัฒนธรรม สภาวัฒนธรรมเขตบางรัก สมาคมเรารักสีลม และภาคีที่เกี่ยวข้อง จัดขึ้นระหว่างวันที่ 12-14 เม.ย.2568 ที่ถนนสีลม ซึ่งวันนี้ถือเป็นวันที่ 2 ว่า มีทั้งคนไทย และนักท่องเที่ยวชาวต่างประเทศ ร่วมเล่นน้ำอย่างสนุกสนาน โดยทางสำนักงานเขตบางรัก ได้จัดเตรียม Emergency Service Lanes หรือเลนพิเศษสำหรับรถฉุกเฉิน และเตรียมพร้อมเจ้าหน้าที่เพื่ออำนวยความสะดวก และดูแลเรื่องความปลอดภัยกว่า 1,200 คน ทั้งเจ้าหน้าที่ตำรวจในพื้นที่ จราจร เจ้าหน้าที่เทศกิจ และสุนัข K9 ที่คอยตรวจตราเป็นระยะๆ

ราชกิจจาฯประกาศ’พรก.ป้องกันและปราบปรามอาชญากรรมออนไลน์-พรก.สินทรัพย์ดิจิทัลฯ’

ราชกิจจาฯประกาศ'พรก.ป้องกันและปราบปรามอาชญากรรมออนไลน์-พรก.สินทรัพย์ดิจิทัลฯ'

ราชกิจจาฯประกาศ’พรก.ป้องกันและปราบปรามอาชญากรรมออนไลน์-พรก.สินทรัพย์ดิจิทัลฯ’

วันอาทิตย์ ที่ 13 เมษายน พ.ศ. 2568, 16.04 น.

ราชกิจจานุเบกษา ประกาศ พ.ร.ก.ป้องกันและปราบปรามอาชญากรรมออนไลน์ – พ.ร.ก.สินทรัพย์ดิจิทัลฯ มีผลบังคับใช้ 13 เม.ย.68

เมื่อวันที่ 13 เมษายน 2568 นายประเสริฐ จันทรรวงทอง รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัล (ดีอี) เปิดเผยว่า เมื่อวันที่ 12 เมษายน 2568 เว็บไซต์ ราชกิจจานุเบกษา ประกาศ พระราชกำหนดมาตรการป้องกันและปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (ฉบับที่ 2) พ.ศ.2568 และพระราชกำหนดการประกอบธุรกิจสินทรัพย์ดิจิทัล (ฉบับที่ 2) พ.ศ.2568 โดยพระราชกำหนดทั้ง 2 ฉบับนี้ มีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษา เป็นต้นไป (13 เมษายน 2568)

1.พระราชกำหนดมาตรการป้องกันและปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (ฉบับที่ 2) พ.ศ.2568 ให้ไว้ ณ วันที่ 11 เมษายน พ.ศ.2568 ความว่า

พระบาทสมเด็จพระปรเมนทรรามาธิบดีศรีสินทรมหาวชิราลงกรณ พระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ ให้ประกาศว่า

โดยที่เป็นการสมควรแก้ไขเพิ่มเติมกฎหมายว่าด้วยมาตรการป้องกันและปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยี

พระราชกำหนดนี้มีบทบัญญัติบางประการเกี่ยวกับการจำกัดสิทธิและเสรีภาพของบุคคล ซึ่งมาตรา 26 ประกอบกับมาตรา 32 มาตรา 36 มาตรา 37 และมาตรา 40 ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย บัญญัติให้กระทำได้ โดยอาศัยอำนาจตามบทบัญญัติแห่งกฎหมาย

เหตุผลและความจำเป็นในการจำกัดสิทธิและเสรีภาพของบุคคลตามพระราชกำหนดนี้ เพื่อคุ้มครองประชาชนเพื่อสุจริตซึ่งถูกหลอกลวงจนสูญเสียไปซึ่งทรัพย์สิน โดยผ่านโทรศัพท์หรือวิธีการทางอิเล็กทรอนิกส์ซึ่งแต่ละวันมีผู้ถูกหลอกลวงเป็นจำนวนมาก และมีมูลค่าความเสียหายสูงมาก สมควรมีมาตรการเพื่อป้องกันและปราบปรามอาชญากรรมประเภทนี้ให้หมดไปโดยเร็ว อันเป็นกรณีฉุกเฉินที่มีความจำเป็นรีบด่วนอันมิอาจหลีกเลี่ยงได้ เพื่อรักษาความปลอดภัยของประเทศ ความปลอดภัยสาธารณะ และความมั่นคงในทางเศรษฐกิจของประเทศ ซึ่งการตราพระราชกำหนดนี้สอดคล้องกับเงื่อนไขที่บัญญัติไว้ในมาตรา 26 ของรัฐธรรมนูญในราชอาณาจักรไทยแล้ว

ทั้งนี้ มีรายละเอียดตามลิงก์แนบดังนี้ https://ratchakitcha.soc.go.th/documents/67320.pdf

2.พระราชกำหนดการประกอบธุรกิจสินทรัพย์ดิจิทัล (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2568 ให้ไว้ ณ วันที่ 11 เมษายน พ.ศ.2568 ความว่า

พระบาทสมเด็จพระปรเมนทรรามาธิบดีศรีสินทรมหาวชิราลงกรณ พระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ ให้ประกาศว่า

โดยที่เป็นการสมควรแก้ไขเพิ่มเติมกฎหมายว่าด้วยการประกอบธุรกิจสินทรัพย์ดิจิทัล

พระราชกำหนดนี้มีบทบัญญัติบางประการเกี่ยวกับการจำกัดสิทธิและเสรีภาพของบุคคล ซึ่งมาตรา 26 ประกอบกับมาตรา 40 ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย บัญญัติให้กระทำได้ โดยอาศัยอำนาจตามบทบัญญัติแห่งกฎหมาย

เหตุผลและความจำเป็นในการจำกัดสิทธิและเสรีภาพของบุคคลตามพระราชกำหนดนี้ เพื่อกำกับและควบคุมการประกอบธุรกิจเกี่ยวกับสินทรัพย์ดิจิทัลนอกราชอาณาจักรแต่ให้บริการแก่บุคคลซึ่งอยู่ในราชอาณาจักร ซึ่งจะเป็นประโยชน์แก่การป้องกันและปราบปรามการกระทำความผิดอาชญากรรมทางเทคโนโลยี อันเป็นกรณีฉุกเฉินที่มีความจำเป็นรีบด่วนอันมิอาจจะหลีกเลี่ยงได้ เพื่อรักษาความปลอดภัยของประเทศ ความปลอดภัยสาธารณะ และความมั่นคงในทางเศรษฐกิจของประเทศ ซึ่งการตราพระราชกำหนดนี้สอดคล้องกับเงื่อนไขที่บัญญัติไว้ในมาตรา 26 ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทยแล้ว

ทั้งนี้ มีรายละเอียดตามลิงก์แนบดังนี้ https://ratchakitcha.soc.go.th/documents/67321.pdf