‘มนต์แคน’และศิลปิน ‘แกรมมี่ โกลด์’ชวนพี่น้องท่องเที่ยวสงกรานต์อย่างปลอดภัย

‘มนต์แคน’และศิลปิน ‘แกรมมี่ โกลด์’ชวนพี่น้องท่องเที่ยวสงกรานต์อย่างปลอดภัย

‘มนต์แคน’และศิลปิน ‘แกรมมี่ โกลด์’ชวนพี่น้องท่องเที่ยวสงกรานต์อย่างปลอดภัย

วันจันทร์ ที่ 14 เมษายน พ.ศ. 2568, 06.00 น.

วันสงกรานต์ หรือ วันขึ้นปีใหม่ไทย มักจะเป็นวันที่เหล่าบรรดาลูกหลานจะกลับไปรดน้ำดำหัวพ่อแม่พ่อน้องญาติผู้ใหญ่กัน วันนี้เรามีความห่วงใยจากศิลปิน แกรมมี่ โกลด์ มาให้แฟนเพลงทุกคนในวันสงกรานต์ปี 2568 นี้

มนต์แคน แก่นคูน กล่าวว่า “สวัสดีวันสงกรานต์หรือวันปีใหม่ไทยนะครับ ขอให้มีความสุขในการเดินทางไปท่องเที่ยว หรือกลับไปเยี่ยมพ่อแม่นะครับ อากาศร้อนก็ขอให้ใจเย็นๆ ถ้าเมาหรือง่วงก็อย่าขับรถนะครับ จอดพักก่อนหรือหาคนอื่นมาสลับกันขับ ขอให้เดินทางกันอย่างมีสวัสดิภาพทั้งขาไปและขากลับครับ สุขสันต์วันสงกรานต์นะครับทุกๆคน”

มีนตรา อินทิรา กล่าวว่า “สงกรานต์ปีนี้ มีนขอให้เป็นปีที่สนุกของทุกๆคนนะคะ แต่ขอฝากไว้เรื่องหนึ่ง เวลาเล่นน้ำวันสงกรานต์ก็ขอให้เล่นน้ำกันอย่างสุภาพ ก่อนจะประแป้งใครก็ขออนุญาตก่อน หรือจะสาดน้ำก็ดูก่อนว่าเขาแต่งตัวไปทำงานหรือว่าเล่นสงกรานต์ เพราะบางคนยังทำงานอยู่ในวันสงกรานต์ก็คงไม่อยากเปียก ฝากไว้ด้วยนะคะ”

ต่าย อรทัย กล่าวว่า “วันสงกรานต์ปีนี้ หลายคนไม่ได้กลับบ้าน เพราะต้องทำงาน หยุดงานไม่ได้ ต่ายก็ขอเป็นกำลังใจให้ผู้ใช้แรงงานทุกคนด้วยค่ะ ส่วนใครที่ได้กลับบ้านก็ขอให้สนุกสนานกันเต็มที่ และใครที่ไม่ได้กลับก็โทรศัพท์ไปรดน้ำดำหัวผู้หลักผู้ใหญ่แทนก็ได้ หลังสงกรานต์ค่อยหาเวลากลับบ้านกันนะคะ”

ไอซ์ ศรัณยู กล่าวว่า “วันที่ 14 เมษายน ถือเป็นวันครอบครัว ไอซ์อยากให้ทุกคนให้ความสำคัญกับครอบครัวมากๆ ถ้าใครได้กลับบ้านไปหาพ่อแม่ ก็ขอให้วันที่ 14 เมษายนนี้ ได้อยู่กับครอบครัว ทำอาหารทานกันหรือออกไปทานข้าวนอกบ้านด้วยกัน หากิจกรรมที่ทำร่วมกับครอบครัว อย่างน้อย 1 วัน ที่เหลือค่อยออกไปเล่นน้ำสงกรานต์กับเพื่อนๆนะครับ”

NEW COUNTRY กล่าวว่า “ในวันสงกรานต์ พวกเราวงนิวคันทรี่ อยากรณรงค์ให้ทุกคนหาผ้าไทย ผ้าลายดอก หรือผ้าฝ้าย ผ้าพื้นเมืองมาใส่กันเยอะๆนะครับ นอกจากจะใส่สบาย สวยงาม สดใส ไม่ร้อน แห้งไว แล้วยังช่วยอุดหนุนพ่อแม่พี่น้องบ้านเราที่ทอผ้า ตัดเสื้อผ้าเหล่านี้ด้วยนะครับ สงกรานต์มี 5 วันก็เตรียมไว้ 5 สี เลย เป็นการส่งเสริม SOFT POWER ของประเทศไทยอีกแรงหนึ่งด้วยนะครับ”

’เต้ยศรี รัศมีแรงกล้า’ ปล่อยซิงเกิลใหม่ ‘My Daddy’สะท้อนตัวตน

’เต้ยศรี รัศมีแรงกล้า’ ปล่อยซิงเกิลใหม่ ‘My Daddy’สะท้อนตัวตน

’เต้ยศรี รัศมีแรงกล้า’ ปล่อยซิงเกิลใหม่ ‘My Daddy’สะท้อนตัวตน

วันจันทร์ ที่ 14 เมษายน พ.ศ. 2568, 06.00 น.

เต้ยศรี รัศมีแรงกล้า ศิลปินลูกทุ่งป๊อปมากความสามารถ   จาก ค่ายมาฟิน เอนเตอร์เทนเม้นท์เตรียมเปิดตัวซิงเกิลใหม่ล่าสุด “My Daddy” เพลงจังหวะสนุกแนวลูกทุ่งป๊อปแดนซ์  ในวันที่ 10 เมษายน 2568 ผ่านช่องทาง YouTube : Mafin Entertainment รวมถึงแพลตฟอร์มสตรีมมิงชั้นนำ เช่น Spotify, Joox, Apple Music และ iTunes ในนามศิลปิน เต้ยศรีรัศมีแรงกล้าเต้ยศรี รัศมีแรงกล้า กล่าวถึงที่มาของผลงานว่า

สำหรับเพลง My Daddy ถือเป็นอีกก้าวสำคัญของเต้ย ในการแสดงศักยภาพทั้งด้านการร้อง เต้น และการเป็น Entertainer โดยเพลงนี้ได้รับแรงบันดาลใจจากเรื่องราวในจินตนาการ ที่ต้องการถ่ายทอดความรู้สึกของการมอบความรักอย่างสุดหัวใจให้กับคนสำคัญ ผ่านเนื้อหาที่เข้าถึงง่าย และท่วงทำนองสนุกสนานในสไตล์ลูกทุ่งป๊อปแดนซ์โดยแรงบันดาลใจหลักของเพลงนี้ มาจากความรู้สึกชื่นชมในตัวของ “อองรี” สมาชิกวง Proxie ซึ่งเป็นบุคคลที่เต้ยรู้สึกประทับใจเป็นพิเศษ และเป็นจุดเริ่มต้นของแนวคิดที่ว่า หากมีใครสักคนที่เรารักมากพอ ก็อยากมอบทุกสิ่งให้เขาอย่างไม่มีเงื่อนไขความรู้สึกเหล่านั้นจึงถูกถ่ายทอดออกมาเป็น.  บทเพลงนี้ และการสร้างสรรค์ผลงานเพลงนี้เต้ยได้ร่วมงานกับ ครูดิว อรุณพงศ์ ผู้เชี่ยวชาญด้านการร้องเพลง ซึ่งมีบทบาทสำคัญในการช่วยพัฒนาเทคนิคการร้อง และการตีความอารมณ์ของบทเพลงร่วมด้วยโปรดิวเซอร์ชนกันต์(กัปตัน) ศิลปินหมอลำที่มี  ความเชี่ยวชาญด้านการออกแบบเสียงร้องและทำนองในแนวลูกทุ่งที่เข้ามาช่วยเสริมความ ชัดเจนของอัตลักษณ์ทางดนตรีให้กับบทเพลงนี้เพลงนี้สะท้อนตัวตนของเต้ยในฐานะศิลปินที่อยากส่งต่อพลังบวกและความสุขให้กับผู้ฟัง เต้ยอยากฝาก My Daddy ไว้เป็นอีกหนึ่งบทเพลงที่สามารถแทนความรู้สึกดีๆ สำหรับผู้ที่มีใครบางคนอยู่ในใจ หากคุณมีใครที่พิเศษ เพลงนี้อาจเป็นตัวแทนความในใจที่อบอุ่นและจริงใจ

‘สายรักสายเลือด’ เปิดตอนแรกเดือด!! ‘อาเล็ก-จีน่า’ ฟาดอารมณ์ทำคนดูติดหนึบ

‘สายรักสายเลือด’ เปิดตอนแรกเดือด!! ‘อาเล็ก-จีน่า’ ฟาดอารมณ์ทำคนดูติดหนึบ

‘สายรักสายเลือด’ เปิดตอนแรกเดือด!! ‘อาเล็ก-จีน่า’ ฟาดอารมณ์ทำคนดูติดหนึบ

วันจันทร์ ที่ 14 เมษายน พ.ศ. 2568, 06.00 น.

เปิดมาอีพี 1 ละคร “สายรักสายเลือด” ก็ดุเดือดเลือดพล่าน ชวนให้ลุ้นตามแบบละสายตาไม่ได้จริง ๆ งานนี้ต้องขอยกนิ้วให้กับผู้จัดฯ ต้น-ณฐนนท์ ชลลัมพี และผู้กำกับ ณัชชานิษฐ์ จิรรุ่งโรจน์ ที่จัดหนักจัดเต็มเสิร์ฟความสนุกครบรส แถมฝีมือการแสดงของพระเอก อาเล็ก-ธีรเดช เมธาวรายุทธ ก็ไม่ธรรมดา สวมบทมาเฟียสุดโหด ประกบคู่ครั้งแรกกับนางเอก จีน่า-ญีนา ซาลาส  บอกเลยว่าเป็นเคมีใหม่ที่ทุกคนการันตีว่าเหมาะจริงๆ จนส่งให้แฮชแท็ก #สายรักสายเลือดep1 ติดเทรนด์ X แถมยังเปิดตัวด้วยเรตติ้งไม่ธรรมดา  สำหรับเรตติ้งกรุงเทพฯ ได้ถึง 3.1  กลุ่มผู้ชมอายุ 15  ปี ขึ้นไป หรือ 15 BU+ (Bangkok and Urban) 2.9 เรตติ้งทั่วประเทศ (Nationwide)  2.7

เรียกว่าเป็นละครที่ชาวโซเชียลแห่อวยยศแรงตั้งแต่ตอนแรกเลยทีเดียว พร้อมชื่นชมฝีมือการแสดงของเหล่านักแสดงในเรื่องอย่าง อาเล็ก ธีรเดช ที่พลิกคาแรคเตอร์สวมบท “เมฆินทร์” ได้ดุเดือดแต่กร้าวใจ รวมถึงนักแสดงฝีมือคุณภาพอีกคับคั่ง อาทิ จ็อบ ธัชพล , อ่ำ อัมรินทร์ , เต๋า สโรชา , ต๊ะ วริษฐ์ , หญิง รฐา , พาเมล่า เบาว์เด้น , สต๊อป สหัสชัย , อาลีน่า ฯลฯ ที่รวมตัวกันมาเชือดเฉือนอารมณ์ จนคนดูลุ้นตามจนเหนื่อย ส่วนเรื่องโปรดักชั่น ภาพ แสง สี เสียง คอสตูม บอกได้คำเดียวว่าเริ่ดหรูสมแล้วที่เป็นทีมงานคุณภาพ

โดยเฉพาะฉากของเมฆินทร์ (อาเล็ก) เมื่อรู้ความจริงว่าไม่ใช่สายเลือดแท้ ๆ ของตระกูลเหมรัตน์ศิริ แต่ถูกเลี้ยงดูให้เป็นเพียงหมารับใช้นายเท่านั้น ทั้งอึ้ง ช็อก เสียใจ ที่โดนหลอกใช้มาโดยตลอด ทำให้เมฆินทร์ระเบิดอารมณ์ทำลายข้าวของแล้วหยิบรูปขึ้นมาฉีกเอาเข้าปากเคี้ยวด้วยความแค้นใจสุด ๆ  เห็นฉากนี้แล้วทำเอาขนลุกทีเดียว

อีพีแรกว่าแรงแล้ว บอกเลยว่าอีพี 2 แรงยิ่งกว่า จุดเริ่มต้นการแก้แค้นตระกูลเหมรัตน์ศิริของเมฆินทร์จะเป็นอย่างไร และที่สำคัญฆาตกรที่ฆ่าเจ้าสัวปรีดาเป็นใครกันแน่!! ติดตามชมได้ในละคร “สายรักสายเลือด” ออกอากาศทุกวันพุธ-พฤหัสบดี เวลา 20.30 น. ทางช่อง 3

หน้าร้อนใกล้มาถึงแล้ว! ซีซั่นสุดท้ายของ ‘The Summer I Turned Pretty’

หน้าร้อนใกล้มาถึงแล้ว! ซีซั่นสุดท้ายของ ‘The Summer I Turned Pretty’

หน้าร้อนใกล้มาถึงแล้ว! ซีซั่นสุดท้ายของ ‘The Summer I Turned Pretty’

วันจันทร์ ที่ 14 เมษายน พ.ศ. 2568, 06.00 น.

ซีรีส์ The Summer I Turned Pretty (หน้าร้อนนี้ที่รอคอย) ผลงาน Amazon Original ที่พร้อมจะพาผู้ชมกลับไปเยือน Cousins Beach อีกครั้งในเดือนกรกฎาคมนี้ กับซีรีส์ความยาว 11 ตอน โดยจะสตรีมพร้อมกันเฉพาะที่ Prime Video ในมากกว่า 240 ประเทศและเขตแดนทั่วโลก

เล่าเรื่องราวรักสามเส้าระหว่างหนึ่งสาวกับสองหนุ่มพี่น้อง ความสัมพันธ์ระหว่างแม่-ลูกที่เปลี่ยนแปลงตลอดเวลา และพลังแห่งมิตรภาพที่แข็งแกร่งของผู้หญิง เป็นเรื่องราวแนวการก้าวผ่านวัย (Coming of age) ที่พูดถึงการมีรักครั้งแรก การอกหักครั้งแรก และความมหัศจรรย์ของฤดูร้อนที่สมบูรณ์แบบ

ซีซั่นสามนี้ได้ Jenny Han และ Sarah Kucserka มารับหน้าที่โชว์รันเนอร์ โดยทั้งสองคนยังรับหน้าที่ผู้อำนวยการสร้างร่วมกับ Karen Rosenfelt พร้อมด้วย Pual Lee, Hope Hartman  Mads Hansen จาก wiip โดยซีรีส์เรื่องนี้เป็นผลงานการผลิตร่วมกันระหว่าง Amazon Studios และ wiip

ผลงานซีรีส์ของ Prime Video ที่ดัดแปลงจากนิยายไตรภาคที่ขายดีที่สุดของ Jenny Han เรื่องนี้ ได้กลายเป็นกระแสนิยมและครองใจแฟนๆ ทั่วโลก หลังการเปิดตัวซีซั่นแรกในช่วงฤดูร้อนปี 2565 ที่สามารถขึ้นเป็นซีรีส์อันดับ 1 บน Prime Video ในช่วงสัปดาห์แรกของการเปิดตัว และซีซั่นสองที่เปิดตัวในช่วงฤดูร้อนปี 2566 ก็สามารถทำสถิติมีผู้เข้าชมสูงกว่าซีรีส์ซีซั่นแรกมากกว่าสองเท่าภายในเวลาเพียงสามวันหลังจากการเปิดตัวเท่านั้น

Jenny Han เป็นนักเขียนหนังสือขายดีอันดับ 1 ของ The New York Times เจ้าของผลงาน To All the Boys I’ve Loved Before และ The Summer I Turned Pretty หนังสือของเธอได้รับการแปลไปแล้วกว่า 30 ภาษา สำหรับผลงานซีรีส์ เธอเป็นผู้สร้างซีรีส์สองเรื่องที่ดัดแปลงจากหนังสือของเธอ ได้แก่ The Summer I Turned Pretty บน Prime Video ที่เธอรับหน้าที่เป็นผู้อำนวยการสร้างและโชว์รันเนอร์ร่วม และ XO, Kitty บน Netflix ซีรีส์ภาคแยกจากจักรวาล To All the Boys ที่เธอได้เป็นผู้อำนวยการสร้างเช่นกัน ส่วนผลงานภาพยนตร์ เธอยังเคยเป็นผู้อำนวยการสร้างภาพยนตร์ทั้งสามภาคของ To All The Boys ที่ได้รับความนิยมทั่วโลกบน Netflix ในปัจจุบันเธออาศัยอยู่ที่บรูกลิน นิวยอร์ก

‘หลิวเสวียอี้’พระเอกหนุ่มสุดฮอตจากแดนมังกรกับลิสต์สุดยอดผลงาน

'หลิวเสวียอี้'พระเอกหนุ่มสุดฮอตจากแดนมังกรกับลิสต์สุดยอดผลงาน

‘หลิวเสวียอี้’พระเอกหนุ่มสุดฮอตจากแดนมังกรกับลิสต์สุดยอดผลงาน

วันจันทร์ ที่ 14 เมษายน พ.ศ. 2568, 06.00 น.

หากพูดถึงนักแสดงจีนที่มาแรงที่สุดในช่วงนี้ ชื่อของ “หลิวเสวียอี้” คงติดอันดับต้น ๆ อย่างแน่นอน ด้วยฝีมือการแสดงที่โดดเด่น คาแรกเตอร์ที่หลากหลาย ทำให้เขากลายเป็นขวัญใจแฟนซีรีส์ทั่วเอเชียอย่างรวดเร็ว ล่าสุดหลิวเสวียอี้ได้สร้างปรากฏการณ์อีกครั้งกับซีรีส์จีนแนวพีเรียด – แฟนตาซีกระแสแรงอย่าง “ขณะหนึ่งชั่วนิจนิรันดร์” (A Moment But Forever) ซึ่งได้มาประกบคู่กับนางเอกตัวแม่อย่าง “ถังเยียน” ด้วยพล็อตเรื่องสุดเข้มข้น งานภาพ แสง สี เสียง และโปรดักชันสุดตระการตา พร้อมด้วยทัพทีมงานทั้งเบื้องหน้าและเบื้องหลังคุณภาพ ส่งผลให้ซีรีส์ได้ทะยานขึ้นสู่ซีรีส์ที่มาแรงอันดับ 1 อย่างรวดเร็ว วันนี้เราขอพาทุกคนมาตามเก็บลิสต์ผลงานสุดฮอตของหลิวเสวียอี้บนแอป iQIYI (อ้ายฉีอี้) ที่แฟน ๆ ห้ามพลาด ใครที่ยังไม่เคยดู หรืออยากย้อนดูอีกครั้ง เตรียมกดเพิ่มเข้าลิสต์ได้เลย

ขณะหนึ่งชั่วนิจนิรันดร์ (A Moment But Forever)

เรื่องย่อ : บอกเล่าเรื่องราวเมื่อในโลกเกิดสงครามครั้งใหญ่ระหว่างเหล่าเทพและเหล่ามาร ท่ามกลางความวุ่นวาย ทำให้ของวิเศษบางอย่างจากสวรรค์สูญหายไปอย่างลึกลับ เทพธิดาอู๋ซวง (รับบทโดย ถังเยียน) ได้รับภารกิจในการตามหาของวิเศษที่หายไป โดยเชื่อว่าของที่หายไปอยู่กับ หยวนจ้ง (รับบทโดย หลิวเสวียอี้) มหาปุโรหิตเผ่าจิ้งจอก เรื่องราวที่ไม่คาดคิดก็เกิดขึ้น เมื่อทั้งสองกลับตกหลุมรักกัน เรื่องราวความรักของพวกเขาจึงเริ่มต้นขึ้น

นำแสดงโดย : หลิวเสวียอี้ และ ถังเยียน

ออกอากาศ : รับชมทั้งซับไทยและพากย์ไทยพร้อมกันทุกวัน เวลา 18.00 น. บนแอป iQIYI (อ้ายฉีอี้) และ http://www.iQ.com ที่เดียวเท่านั้น

สยบรักจอมเสเพล (Destined)

เรื่องย่อ : บอกเล่าเรื่องราวของ หลิ่วอวี้หรู (รับบทโดย ซ่งอี้) หญิงสาวผู้อาภัพในโชคชะตา และกู้จิ่วซือ (รับบทโดย ไป๋จิ้งถิง) หนุ่มเสเพลชื่อดังในเมืองหยางโจว เมื่อหลิ่วอวี้หรูที่ต้องทนทุกข์ทรมานจากแม่เลี้ยงใจร้าย เธอถูกครอบครัวหมายหมั้นแต่งงานกับกู้จิ่วซือ หนุ่มเสเพลที่ไม่เป็นการทำอะไร ใช้ชีวิตแบบวันต่อวันไร้จุดหมายปลายทาง ถึงแม้ว่าในตอนแรกทั้งสองเริ่มต้นไม่ค่อยดีนัก เจอปัญหาต่างๆ รายล้อม ไม่ว่าจะเป็นจากในครอบครัวและในสังคม แต่ท้ายที่สุดทั้งสองก็ได้จับมือเขียนเส้นเรื่องราวใหม่ของชีวิตให้กันและกัน

นำแสดงโดย : ซ่งอี้, ไป๋จิ้งถิง, หลิวเสวียอี้, จางฮ่าวเหวย ฯลฯ

ออกอากาศ : รับชมทั้งซับไทยและพากย์ไทยครบทุกตอนบนแอป iQIYI (อ้ายฉีอี้) และ http://www.iQ.com ที่เดียวเท่านั้น

รัตติกาลรัก (Love At Night)

เรื่องย่อ : บอกเล่าเรื่องราวของ สวีชิงโหย่ว (รับบทโดย จางอวี่ซี) หญิงสาวแกร่งที่ประสบความสำเร็จในหน้าที่การงาน แต่กลับต้องผิดหวังในความรักเมื่อพบว่าแฟนหนุ่มที่คบกันมานานนอกใจ ขณะหัวใจอ่อนล้า เธอได้พบกับโม่หลิงเจ๋อ (รับบทโดย หลิวเสวียอี้) ชายหนุ่มมาดนิ่ง ผู้บริหารหนุ่มไฟแรงที่ดูเหมือนไม่แยแสโลก แต่กลับค่อย ๆ ละลายกำแพงหัวใจของเธอ ความสัมพันธ์ที่เริ่มจากความไม่ตั้งใจ กลับกลายเป็นความรู้สึกจริงที่ทั้งสองไม่อาจปฏิเสธได้ เรื่องราวจะเป็นอย่างไรต่อไปต้องติดตามรับชม

นำแสดงโดย : หลิวเสวียอี้ และ จางอวี่ซี

ออกอากาศ : รับชมซับไทยครบทุกตอนบนแอป iQIYI (อ้ายฉีอี้) และ http://www.iQ.com

‘ใบเตย’คลอดแล้ว! ‘ปั๊บ โปเตโต้’ยิ้มแก้มปริ ตั้งชื่อลูกชาย’น้องฌาน’

'ใบเตย'คลอดแล้ว! 'ปั๊บ โปเตโต้'ยิ้มแก้มปริ ตั้งชื่อลูกชาย'น้องฌาน'

‘ใบเตย’คลอดแล้ว! ‘ปั๊บ โปเตโต้’ยิ้มแก้มปริ ตั้งชื่อลูกชาย’น้องฌาน’

วันอาทิตย์ ที่ 13 เมษายน พ.ศ. 2568, 17.08 น.

ขอแสดงความยินดีกับคุณพ่อคุณแม่ป้ายแดงอย่าง “ปั๊บ พัฒน์ชัย ภักดีสู่สุข” หรือ “ปั๊บ โปเตโต้” และ “ใบเตย สุวพิชญ์ ไตรพรวรกิจ” ที่ได้คลอดลูกชายแล้วในวันที่ 13 เม.ย.2568 ตั้งชื่อ “น้องฌาน” จิ้มลิ้มแข็งแรงมาก 

โดยเจ้าตัวโพสต์ภาพ พร้อมสามีและลูกในห้องคลอด พร้อมแคปชั่นว่า 13 April สวัสดีครับพี่ๆผมชื่อ ฌาน ฝากเนื้อฝากตัวด้วยครับผม

พี่ปั๊บกับเตยขอบคุณสำหรับทุก ๆ กำลังใจที่ส่งมาให้ ความรู้สึกมันท่วมท้นเขียนยังไงก็ไม่จบ ไว้มาอัพเดทให้เพื่อนๆอ่านเรื่อยๆ ฝากเอ็นดูเจ้าเด็กด้วยนะฮะ ขอบคุณครับ/ค่ะ

2 ‘พิชัย’นำทีมไทยแลนด์ เตรียมบินเจรจาสหรัฐฯ

2 'พิชัย'นำทีมไทยแลนด์ เตรียมบินเจรจาสหรัฐฯ

2 ‘พิชัย’นำทีมไทยแลนด์ เตรียมบินเจรจาสหรัฐฯ

วันจันทร์ ที่ 14 เมษายน พ.ศ. 2568, 09.26 น.

 2 พิชัย เตรียมบินไปอเมริกา พูดคุยกับหน่วยงานราชการ ผู้ประกอบการและเกษตรกรสหรัฐ  ฯ ยึดหลักการ “ไทยเป็นพันธมิตรที่สร้างสรรค์” เชื่อปูทางสู่การเจรจาเชิงลึกขั้นต่อไปในทุกระดับ

วันที่ 14 เมษายน 2568 นายจิรายุ ห่วงทรัพย์ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า ภายหลังจากที่มีการสรุปประเด็นของคณะกรรมการติดตามมาตรการภาษีสหรัฐอเมริกา ทั้งในส่วนกระทรวงต่างๆ ที่เกี่ยวข้องและภาคเอกชน อาทิ สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย  สภาหอการค้าไทย และผู้บริหารระดับสูงของบริษัท ผู้ส่งออกและนำเข้าด้านการเกษตรและอุตสาหกรรม  เมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา

ในวันอังคารที่ 15 เมษายนนี้ คณะกรรมการฯจะสรุปผลทั้งหมด เพื่อวิเคราะห์ผลได้ ผลเสียและความเป็นไปได้ เพื่อเตรียมเป็นข้อมูลในการเจรจากับรัฐบาลสหรัฐฯ  โดยนายพิชัย ชุณหวชิร รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง  พร้อมคณะผู้เจรจาจะเดินทางล่วงหน้าไป ที่นครซีแอตเทิล สหรัฐฯ ในวันพฤหัสบดีที่ 17 เมษายน  นี้ โดยคณะล่วงหน้าจะเดินทางไปพบกับนักธุรกิจในกลุ่มต่างๆ ทั้ง ภาคเกษตรกรรม ภาคอุตสาหกรรมและการลงทุนด้านอื่นๆ   จากนั้นในวันอาทิตย์ที่ 20 เมษายน นี้ นายพิชัย นริพทะพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ จะเดินทางไปร่วมกับคณะของรองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เพื่อเป็น“ทีมไทยแลนด์ ”และทั้งคณะจะเดินทางถึงกรุงวอชิงตัน ดีซี เพื่อเตรียมเข้าพบกับผู้แทนของรัฐบาลสหรัฐ ฯ ซึ่งคาดว่าจะเป็นวันจันทร์ที่ 21 เมษายน นี้

นายจิรายุ กล่าวต่อไปว่ารัฐบาลไทยมีความพร้อมในการพูดคุยโดยข้อมูลทั้งหมดได้ถูกรวบรวมมาตั้งแต่เดือนมกราคมจนถึงปัจจุบัน  ผ่านการประชุมหารือ ทั้งในส่วนของรัฐบาลและทุกส่วนราชการที่เกี่ยวข้องรวมทั้งภาคเอกชน อาทิ ผู้แทนของสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย สภาหอการค้าไทย  ผู้แทนบริษัทธุรกิจที่เกี่ยวข้องทั้งภาคการเกษตร อุตสาหกรรมและสินค้าทั้งหมดที่มีการส่งออกไปยังประเทศสหรัฐอเมริกา ภายใต้ยุทธศาสตร์การเจรจาที่เน้น  “สร้างความสมดุลทางการค้าและเสริมสร้างความเป็นหุ้นส่วนทางเศรษฐกิจอย่างยั่งยืน”  ทั้งนี้เชื่อว่าจะ เป็นการปูทางสู่การเจรจาเชิงลึกระหว่างไทย-สหรัฐ ฯ ในระดับต่างๆ ในโอกาสต่อไป   

คณะเจรจายังมั่นใจว่าประเทศไทยจะมีทางออกที่ดีที่สุดในการค้าระหว่างประเทศครั้งนี้อย่างแน่นอน สำหรับแนวทางการดำเนินการของไทยต่อกรณีนโยบายการค้าและมาตรการด้านภาษีของสหรัฐฯ ภายใต้ 5 หลักการดังนี้

1.การเป็นพันธมิตรและหุ้นส่วนเศรษฐกิจในอุตสาหกรรมที่ไทยและสหรัฐฯ เกื้อหนุนกัน โดยรัฐบาลไทยเห็นว่าความร่วมมือในอุตสาหกรรมที่มีศักยภาพร่วมกัน เช่น เกษตร-อาหาร และเทคโนโลยี ถือเป็นโอกาสสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจสองประเทศ โดยเฉพาะในกลุ่มอุตสาหกรรมแปรรูปอาหารสัตว์เลี้ยง ซึ่งไทยมีศักยภาพในการผลิตพรีเมียมเกรดและสามารถเพิ่มส่วนแบ่งตลาดโลกได้มากขึ้น หากมีการเสริมวัตถุดิบจากสหรัฐฯ เช่น ข้าวโพด ที่มีต้นทุนต่ำและคุณภาพสูง

2.การเปิดตลาดและลดภาษี ลดอุปสรรคทางการค้าตาม National Trade Estimate  2025 ของสหรัฐฯ ซึ่งรัฐบาลพร้อมพิจารณาปรับโครงสร้างภาษีนำเข้า และบริหารโควตาสินค้าเกษตรที่สหรัฐฯ มีความสามารถในการแข่งขัน เช่น ข้าวโพด เพื่อเปิดตลาดในลักษณะที่ไม่กระทบต่อผู้ผลิตในประเทศ โดยจัดสรรการนำเข้าเฉพาะช่วงที่สินค้าในประเทศขาดแคลน สร้างระบบการค้าที่เป็นธรรมและยืดหยุ่นต่อทุกฝ่าย

3.การเพิ่มการนำเข้าจากสหรัฐฯ ในสินค้าที่ไทยจำเป็นต้องใช้ โดยไทยเตรียมพิจารณานำเข้าพลังงาน เช่น ก๊าซธรรมชาติ และวัตถุดิบที่ภาคอุตสาหกรรมต้องใช้แต่ผลิตไม่ได้เพียงพอ เช่น วัตถุดิบด้านปิโตรเคมี หรือเครื่องบินพาณิชย์ เพื่อเติมเต็ม supply chain ของประเทศ รวมถึงสินค้าที่ประเทศไทยเป็น Net Importer อาทิ ชีส ถั่ววอลนัท ผลไม้สดที่ไทยผลิตเองไม่ได้ เช่น เชอรี่ แอปเปิ้ลซึ่งจะเป็นการสร้างสมดุลด้านการค้าระหว่างไทยกับสหรัฐฯ ให้ลดการได้เปรียบดุลการค้า

4.การตรวจสอบเพิ่มความเข้มงวดสินค้าส่งออกไปสหรัฐฯ ป้องกันการสวมสิทธิ์จากประเทศที่สาม โดยรัฐบาลตระหนักถึงความกังวลของสหรัฐฯ เกี่ยวกับการนำเข้าสินค้าราคาต่ำจากประเทศที่สามผ่านไทย เพื่อหลีกเลี่ยงภาษี จึงจะมีมาตรการคัดกรองสินค้าต้นทาง ตรวจสอบแหล่งกำเนิดอย่างเข้มงวด และยกระดับมาตรฐานสินค้าไทยให้โปร่งใสและเป็นไปตามหลักสากล สร้างความเชื่อมั่นในฐานะคู่ค้าที่มีธรรมาภิบาล

 5.การส่งเสริมการลงทุนของไทยในสหรัฐฯ ซึ่งนอกจากนำเข้าสินค้าจากสหรัฐฯ แล้ว ไทยยังมีแผนผลักดันให้ภาคเอกชนไทยลงทุนในอุตสาหกรรมแปรรูปในสหรัฐฯ โดยใช้วัตถุดิบท้องถิ่น ผลิตสินค้าส่งออกจากฐานการผลิตในอเมริกาไปยังตลาดโลก ซึ่งไม่เพียงช่วยกระจายความเสี่ยง แต่ยังช่วยลดแรงต้านด้านการค้าและสร้าง value chain ใหม่ที่เข้มแข็ง

ทั้งนี้ ในการประชุมหารือและได้ข้อสรุปในทุกประเด็นดังกล่าวแล้วนั้น ได้รายงานให้นายกรัฐมนตรีรับทราบทุกระยะซึ่งนายกรัฐมนตรีได้กำชับให้คณะเจรจาดำเนินการให้เต็มที่ เพื่อให้เกิดความเป็นธรรมทั้งสองฝ่ายทั้งการค้าระหว่างประเทศและภาคธุรกิจเอกชนที่เป็นส่วนสำคัญในการนำผลิตภัณฑ์เมดอินไทยแลนด์ ไปสู่ตลาดสหรัฐและตลาดโลกต่อไป  นายจิรายุกล่าว

‘เทพไท’ ชี้ ‘พ่อนายกฯ’ พูดแบบไม่ให้ราคา ‘ภูมิใจไทย’ ท้าทายกระแสสังคม

'เทพไท' ชี้ 'พ่อนายกฯ' พูดแบบไม่ให้ราคา  'ภูมิใจไทย' ท้าทายกระแสสังคม

‘เทพไท’ ชี้ ‘พ่อนายกฯ’ พูดแบบไม่ให้ราคา ‘ภูมิใจไทย’ ท้าทายกระแสสังคม

วันจันทร์ ที่ 14 เมษายน พ.ศ. 2568, 08.10 น.

วันที่ 14 เมษายน 2568 นายเทพไท เสนพงศ์ อดีต สส.นครศรีธรรมราช โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กในหัวเรื่อง “ทักษิณ หยาม ภูมิใจไทยคือภูมิใจไทย” โดยระบุว่า

นายทักษิณ ชินวัตร ได้ให้สัมภาษณ์ถึงร่างพระราชบัญญัติการประกอบธุรกิจสถานบันเทิงครบวงจร ว่าไม่มีปัญหาที่มีการชะลอออกไป และกล่าวว่า กาสิโนเป็นเพียงส่วนเล็กๆ ในเอนเตอร์เทนเมนต์คอมเพล็กซ์ ไม่ใช่มีกาสิโนเป็นหลัก คนที่ต่อต้านก็จะนำไปพูดว่าเป็นกาสิโนอย่างเดียว ซึ่งเป็นสิ่งที่บิดเบือน

ผมได้ยินการพูดถึงประเด็นนี้ ทั้งจากปากของนายทักษิณ และนางสาวแพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี มาแล้ว จึงขอตั้งคำถามกลับไปว่า ใครกันแน่ที่บิดเบือนเรื่องการเปิดกาสิโน แม้ว่าสถานบันเทิงครบวงจรหรือเอนเตอร์เทนเมนต์คอมเพล็กซ์ทั้งหมด มีกาสิโน 10% แต่ 10% นี้คือหัวใจ มีมูลค่ามากกว่า 90% ของเอนเตอร์เทนเมนต์คอมเพล็กซ์ นักลงทุนเห็นความสำคัญของกาสิโน จึงยอมลงทุน ถ้าไม่มีกาสิโนอยู่ในเอนเตอร์เทนเมนต์คอมเพล็กซ์ด้วย คงไม่มีนักลงทุนคนไหนมาลงทุนเมกะโปรเจกต์แบบนี้

เพราะเรื่องกาสิโน คือส่วนสำคัญของเอนเตอร์เทนเมนต์คอมเพล็กซ์ จึงทำให้พรรคร่วมรัฐบาลหลายพรรค มีท่าทีไม่เห็นด้วยกับร่างพ.ร.บ.การประกอบธุรกิจสถานบันเทิงครบวงจร หรือเอนเตอร์เทนเมนต์คอมเพล็กซ์ ที่มีบ่อนกาสิโนรวมอยู่ด้วย เมื่อถูกถามถึงท่าทีพรรคร่วมรัฐบาลอย่างภูมิใจไทย ที่ประกาศไม่สนับสนุนกฎหมายฉบับนี้ นายทักษิณได้แสดงท่าทีแบบดูถูก ไม่แคร์ไม่สนเลย และยังสบประมาทว่า พรรคภูมิใจไทยก็คือพรรคภูมิใจไทย พูดแบบไม่ให้ราคา หรือไม่ให้ความสำคัญใดๆ เพราะคิดว่าแม้พรรคภูมิใจไทยหรือพรรคประชาชาติ ไม่สนับสนุนกฎหมายฉบับนี้ ก็ไม่มีผลสะเทือนกับรัฐบาล และมีความมั่นใจว่า รัฐบาลมีเสียงมากเพียงพอ ที่จะทำให้กฎหมายผ่านไปได้ ซึ่งเป็นการท้าทายกระแสสังคม และดูถูกดูแคลนเสียงของพรรคร่วมรัฐบาลเป็นอย่างมาก

จะต้องรอดูว่ากาสิโน จะเดินหน้าไปต่ออย่างไร ถ้านายทักษิณยังมั่นใจและเดินหน้าต่อไป เชื่อว่าจะเกิดวิกฤตสังคมรอบใหม่อย่างแน่นอน.

‘แม้ว’โอ่ปมกำแพงภาษีโหดสหรัฐ คุยคนรอบตัว‘ทรัมป์’แล้ว ถ้ามีเวลาจะไปคุย‘มะกัน’เอง

‘แม้ว’โอ่ปมกำแพงภาษีโหดสหรัฐ คุยคนรอบตัว‘ทรัมป์’แล้ว  ถ้ามีเวลาจะไปคุย‘มะกัน’เอง

‘แม้ว’โอ่ปมกำแพงภาษีโหดสหรัฐ คุยคนรอบตัว‘ทรัมป์’แล้ว ถ้ามีเวลาจะไปคุย‘มะกัน’เอง

วันจันทร์ ที่ 14 เมษายน พ.ศ. 2568, 06.00 น.

‘แม้ว’โอ่ปมกำแพงภาษีโหดสหรัฐ คุยคนรอบตัว‘ทรัมป์’แล้ว ถ้ามีเวลาจะไปคุย‘มะกัน’เอง วอนคนไทยสามัคคีร่วมกันสู้

“ทักษิณ” แนะใช้ความสามัคคีคนในชาติสู้ “สงครามการค้า” ขออย่าระแวง-สงสัย “นายกฯ”คนรุ่นใหม่ ตั้งใจอยากเห็นสังคมแข็งแรง เผยปมกำแพงภาษี คุยคนรอบตัว “ทรัมป์”แล้ว วอนอย่ากีดกันการค้าประเทศกำลังพัฒนา ถ้ามีจังหวะ-เวลาจะไปคุยสหรัฐฯเอง

เมื่อเวลา 09.50น.วันที่ 13 เม.ย.68 ที่สวนสาธารณะรถไฟ อบจ.เชียงใหม่ นายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกมนตรี กล่าวถึงสถานการณ์เศรษฐกิจหลังจากนี้ ว่า วันนี้ลำพังเราสามัคคีกันก็ยากอยู่แล้ว เพราะปัจจัยภายนอกมากขึ้นทุกวัน โดยเฉพาะปัจจัยสงครามการค้าที่เปลี่ยนไปเปลี่ยนมา เราต้องปรับตัวเยอะพอสมควร เพราะฉะนั้นเราต้องเข้มแข็งด้วยตัวเราเอง การแก้ไขปัญหาด้วยตัวเราเอง เราต้องการความสามัคคีจากคนในชาติที่มองจะไปข้างหน้าอย่างสร้างสรรค์ด้วยกัน อย่าไปมองอะไรที่เป็นข้อระแวงข้อสงสัย รับรองว่าเราจะทำให้ดีที่สุด เพื่อให้ประเทศเราแข็งแรงขึ้นได้ เพราะนายกรัฐมนตรีตั้งใจมากที่จะทำ เขาเป็นคนรุ่นใหม่ที่อยากเห็นสังคมแข็งแรง เพราะเขาต้องมีอายุอยู่อีกนาน เราต้องช่วยกันคิด ช่วยกันทำ เรารับฟังความคิดเห็นจากทุกฝ่าย แต่ไม่ได้แปลว่าความเห็นจากทุกฝ่ายจะต้องได้รับการยอมรับ แต่จะได้รับการพิจารณาทุกคน

เมื่อถามว่า ได้มีการต่อสายพูดคุยกับนายโดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกา ถึงเรื่องมาตรการกำแพงภาษีโดยตรงแล้วหรือยัง นายทักษิณ กล่าวว่า ตอนนี้มีการพูดคุยกับคนรอบ ๆ ตัวนายโดนัลด์ ทรัมป์หลายคน ซึ่งตนคิดว่าก็อยู่ในภาวะที่พูดคุยกันได้ และเราก็ลดราในสิ่งที่ไม่จำเป็นออกไปบ้าง เช่น การกีดกันทางการค้าที่ไม่จำเป็น ซึ่งแต่ก่อนนี้เรามีระบบที่เรียกว่า WTO( องค์การการค้าโลก ) ที่เมื่อออกกฎอะไรออกมาก็ใช้เหมือนกันทุกประเทศ แต่วันนี้ในเมื่อสหรัฐอเมริกาเป็นเลือกว่าใช้กับประเทศนั้นหรือใช้กับประเทศนี้ได้ มันก็คงสามารถทำให้เราปรับตัวตามนี้ได้ เช่น กติกาบางอย่าง เราไปกีดกันรถมอเตอร์ไซค์ ซึ่งในสหรัฐอเมริการถมอเตอร์ไซค์เป็นสินค้าราคาแพง คนที่พอจะมีปัญญาซื้อมีไม่กี่คน และเราก็ไม่ได้แข่งขันกับอุตสาหกรรมในประเทศเลย แต่เราไปตั้งกำแพงภาษีไว้ ซึ่งมันก็ไม่จำเป็น

เมื่อถามว่า ในฐานะที่ปรึกษาประธานอาเซียนจะใช้ตรงนี้รวมพลังประเทศในอาเซียนเพื่อสร้างอำนาจต่อรอง กับสหรัฐอเมริกาอย่างไรบ้าง นายทักษิณ กล่าวว่า วันนี้กลุ่มสหภาพยุโรป(อียู)และอาเซียน พยายามที่จะพูดคุยกัน เพื่อให้เกิดการค้าเสรีระหว่างการกัน เพราะวันนี้เมื่อมีการกีดกันทางการค้ามากเท่าไหร่ ก็จะทำให้กลุ่มประเทศที่กำลังพัฒนาเดือดร้อนมากยิ่งขึ้น เพราะประเทศเหล่านี้ต้องการการขยายตัวทางด้านเศรษฐกิจ ต้องการการจ้างงาน โดยเฉพาะประเทศในกลุ่มอาเซียนเราคุยกันว่า เราเป็นประเทศที่ต้องการความเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจ ฉะนั้นเราต้องรวมกันให้เป็นหนึ่ง ในการพูดคุยกับประเทศที่เจริญแล้วว่าเราจำเป็นจะต้องเติบโตเหมือนกันก็อย่ากีดกันทางการค้าเรา

เมื่อถามว่า ทีมไทยแลนด์ที่ส่งไปเจรจาสหรัฐ จะต้องมีภาคเอกชนร่วมด้วยหรือไม่ นายทักษิณ กล่าวว่า เราเตรียมการภายในประเทศ เวลาไปคุยก็ไม่ต้องไปเยอะ ต้องคุยกันในประเทศให้ตกผลึกก่อน และไปเจรจากันแค่ไม่กี่คนก็พอแล้ว เมื่อถามต่อว่า นายทักษิณมีโอกาสจะไปร่วมเจรจาเอง หรือไม่ นายทักษิณ กล่าวว่า ให้เจ้าหน้าที่คุยกันไปก่อน แต่ถ้าตนมีจังหวะและเวลา ตนก็จะเดินทางไป

เมินสว.ก่อหวอดต้านเปิดกาสิโน ‘แม้ว’โวรบ.เสียงแน่น จวกมีคนจ้องบิดเบือนข้อมูล

เมินสว.ก่อหวอดต้านเปิดกาสิโน  ‘แม้ว’โวรบ.เสียงแน่น  จวกมีคนจ้องบิดเบือนข้อมูล

เมินสว.ก่อหวอดต้านเปิดกาสิโน ‘แม้ว’โวรบ.เสียงแน่น จวกมีคนจ้องบิดเบือนข้อมูล

วันจันทร์ ที่ 14 เมษายน พ.ศ. 2568, 06.00 น.

เมินสว.ก่อหวอดต้านเปิดกาสิโน ‘แม้ว’โวรบ.เสียงแน่น จวกมีคนจ้องบิดเบือนข้อมูล ย้ำเป็นประโยชน์ต่อบ้านเมือง ยืนกรานไม่มีปัญหากับ‘ภท.’ รบ.บริหารบนความขัดแย้งได้

“แม้ว” ผู้นำจิตวิญญาณพรรคเพื่อไทยบอกไม่มีปัญหาชะลอกฎหมายเอ็นเตอร์เทนเมนท์คอมเพล็กซ์ เปิดบ่อนกาสิโนออกไปก่อน เมินสว.ตั้งด่านค้านโวเสียงพรรคร่วมรัฐบาลพอ
อยู่แล้ว มองท่าที “ภูมิใจไทย” การเมืองก็คือการเมือง รัฐบาลบริหารบนความขัดแย้งได้ ย้ำปรับครม.อำนาจนายกฯ แต่ยังไม่ได้คุยกัน บอกถึงเวลาไทยต้องรวมเป็นหนึ่งเดียว

เมื่อเวลา 09.54น.วันที่ 13เม.ย.68 ที่บริเวณสวนสาธารณะรถไฟ อบจ. เชียงใหม่ นายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ผู้นำจิตวิญญาณพรรคเพื่อไทย ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีที่น.ส.แพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรีสั่งชะลอร่าง พ.ร.บ.การประกอบธุรกิจสถานบันเทิงครบวงจร พ.ศ.…หรือเอ็นเตอร์เทนเมนต์คอมเพล็กซ์ จะมีปัญหาหรือไม่ ว่า ไม่มีปัญหาอะไร เพราะมันเป็นสิ่งที่เป็นประโยชน์กับบ้านเมืองโดยรวม เพราะฉะนั้นการไม่เห็นด้วยของคนบางคนที่ใช้คำว่ากาสิโน ซึ่งมันไม่ใช่กาสิโนเป็นส่วนเล็กๆของเอ็นเตอร์เทนเมนต์คอมเพล็กซ์ ไม่ใช่กาสิโนเป็นหลัก คนที่มาต่อต้านก็จะพูดแต่กาสิโนอย่างเดียว ซึ่งเป็นสิ่งที่บิดเบือน

โวรัฐบาลมีเสียงเพียงพอ

เมื่อถามว่า จะสามารถผ่านเรื่องนี้ไปได้อย่างไรในเมื่อทางพรรคร่วมรัฐบาลบางพรรคมีท่าที ไม่เห็นด้วยขณะที่สว.ก็ตั้งด่านคัดค้าน นายทักษิณ กล่าวว่า ไม่เป็นอะไร เรื่องสว.เป็นเรื่องของสว.ส่วนเรื่องรัฐบาลมีเสียงพออยู่แล้ว แต่รัฐบาลต้องการฟังเสียงประชาชนเพื่อให้มั่นใจว่าประชาชนส่วนใหญ่ไม่ได้ขัดข้อง

เมื่อถามต่อว่าได้มีการพูดคุยกับนายเนวิน ชิดชอบ ประธานบริหารสโมสรฟุตบอลบุรีรัมย์ยูไนเต็ด ในฐานะแกนนำพรรคภูมิใจไทย ภายหลังจากลูกชายนายไชยชนก ชิดชอบ เลขาธิการพรรคภูมิใจไทย ลุกขึ้นอภิปรายเปิดใจในสภา นายทักษิณกล่าวว่าเข้าใจว่านายอนุทิน ในฐานะหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย ได้พูดคุยกับนายกฯแล้ว ซึ่งนายอนุทินบอกว่าพรรคภูมิใจไทยไม่มีปัญหา

เมื่อถามอีกว่า ฝ่ายค้านระบุรัฐบาลผลักดันเอ็นเตอร์เทนเมนต์คอมเพล็กซ์ไม่ถูกจังหวะ จะต้องรอจังหวะที่เหมาะสมก่อนหรือไม่ นายทักษิณ กล่าวว่า ไม่เป็นอะไร พอดีมีเรื่องของการขึ้นภาษีของสหรัฐอเมริกาเข้ามา แต่ไม่ได้เป็นปัญหาอะไร ไม่ต้องกังวล

การเมืองก็คือการเมือง

เมื่อถามย้ำว่าเห็นถึงความจริงใจของพรรคภูมิใจไทยในการร่วมหัวจมท้ายมากน้อยแค่ไหน นายทักษิณ กล่าวว่า การเมืองก็คือการเมือง เมื่อถามต่อว่ามองพฤติการณ์ของพรรคภูมิใจไทยอย่างไร นายทักษิณ กล่าวว่า พรรคภูมิใจไทยก็คือพรรคภูมิใจไทย เมื่อถามอีกว่า มองว่ารัฐบาลจะไปได้ครบเทอมหรือไม่ นายทักษิณ กล่าวว่า เรื่องครบมันไม่มีปัญหาหรอก ไม่มีปัญหา วันนี้ไม่ได้มีปัญหาอะไรพรรคภูมิใจไทยก็เป็นส่วนหนึ่งของพรรคร่วมรัฐบาล ซึ่งเป็นพรรคที่ใหญ่อันดับ 2 ของพรรคร่วมรัฐบาล แต่พรรคร่วมรัฐบาลก็มีจำนวนมากพอ ไม่ได้มีปัญหาอะไร ซึ่งพรรคภูมิใจไทยก็รู้ดีว่าไม่ได้มีปัญหาอะไร ถ้าหากจะมีการไม่เข้าใจกัน

บริหารบนความขัดแย้งได้

เมื่อถามย้ำว่าแต่พรรคภูมิใจไทยก็ทำแบบนี้มาตลอด นายทักษิณ กล่าวว่า ไม่เป็นอะไร เราเข้าใจ เราสามารถบริหารความขัดแย้งได้ เมื่อถามอีกว่าไม่เหนื่อยใช่หรือไม่กับปัญหาที่เกิดขึ้นจากพรรคภูมิใจไทย นายทักษิณ กล่าวว่า มันยังอยู่ในภาวะที่ไม่มีปัญหา ยังพูดคุยกันได้อยู่ เมื่อถามว่าเห็นนายกฯระบุว่าเหนื่อยกับการที่ต้องมาแลกกันคนละหมัด นายทักษิณ กล่าวว่า แน่นอน เพราะนายกฯเป็นคนรุ่นใหม่ เป็นคนชอบอะไรที่ตรงไปตรงมา ชอบก็บอกชอบไม่ชอบก็บอกไม่ชอบ นายกฯเป็นคนชอบสไตล์นั้น แต่การเมืองความรุ่นใหม่มันยากเหมือนกัน เพราะฉะนั้นต้องให้คนแก่อย่างตนคอยช่วยด้วย

ยังไม่ได้คุยเรื่องปรับครม.

นายทักษิณ ยัง ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีปรับคณะรัฐมนตรี(ครม.)ในฐานะที่มีประสบการณ์ทำงาน ในเรื่องการปรับครม.ควรจะขยับได้ หรือยังเพราะว่าทำงานกันมานานแล้ว มีความเห็นอย่างไรบ้าง ว่า อันนั้นเป็นอำนาจของนายกฯเมื่อถามว่า นายทักษิณ มีความเห็นอย่างไรบ้างทักษิณ กล่าวว่า ไม่หรอก ยังไม่ได้คุยกันเลย เพิ่งจะมีเวลาเจอกันเดี๋ยวค่อยคุยกันอีกที

เปิดงาน‘ป๋าเวณีปี๋ใหม่เมืองเจียงใหม่’

ต่อมาเวลา 10.00น.นายทักษิณ เป็นประธานงานป๋าเวณีปี๋ใหม่เมืองเจียงใหม่ ที่บริเวณสวนสาธารณะรถไฟ อบจ.เชียงใหม่ องในเทศกาลสงกรานต์ ปี 68 เป็นประธานเปิดงานป๋าเวณีปี๋ใหม่เมืองเจียงใหม่ โดยมีนายพิชัย เลิศพงศ์อดิศร นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดเชียงใหม่ นายนิรัตน์ พงษ์สิทธิถาวร ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่และนายจตุพร บุรุษพัฒน์ ปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม รอต้อนรับ เมื่อนายทักษิณเดินทางถึง ได้สรงน้ำพระและรวมปักตุงเจดีย์ทราย ก่อนรับฟังบรรยายสรุปความคืบหน้าโครงการสวนสาธารณะบนที่ดินของการรถไฟแห่งประเทศไทย จากนั้น นายทักษิณ กล่าวเปิดงานตอนหนึ่งเป็นภาษาเหนือว่า วันนี้นายก อบจ. เชียงใหม่เชิญตนมาดูสวนสาธารณะของสวนรถไฟที่ อบจ. บริหาร ซึ่งเป็นสถานที่พักผ่อนหย่อนใจแห่งใหม่ของคนเชียงใหม่ ซึ่งดูโครงสร้างของพื้นที่แล้วว่าดี สามารถนำมาทำบ้านเพื่อคนไทยแบบคอนโดในโอกาสต่อไป และวันนี้ได้พบกับคณะกรรมการที่อยากผลักดันให้เชียงใหม่เป็นมรดกโลก โดยจะมีการเพิ่มโครงสร้างพื้นฐานในจังหวัด ให้มีศักยภาพ ให้เชียงใหม่สวยงามทำให้คนเชียงใหม่มีความสุขตนก็ดีใจแล้ว

ทั้งนี้ ตนเห็นแล้วว่าสามารถทำได้ก็จะเร่งให้คนเชียงใหม่ได้มีสิทธิ์ดีๆ เหมือนตอนสมัยที่ตนเป็นนายกฯ สิ่งดีๆกำลังเกิดขึ้นแต่ตนโดนปฏิวัติก็หายไปหมด แต่เราจะพยายามคิดฟื้นขึ้นมาเอากลับมา เอาความเจริญผลงาน ความมีระเบียบมีวัฒนธรรมของเชียงใหม่กลับมา เพื่อให้นักท่องเที่ยวกลับมา โดยเริ่มต้นทำสวนสาธารณะตรงนี้ให้สวยงามและเป็นที่พักผ่อนหย่อนใจ ให้คนเชียงใหม่ได้พักผ่อนอย่างสนุกสนาน

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หลังเปิดงาน นายทักษิณได้เดินไปยังบูธอาหารภายในงาน ชิมข้าวซอยไก่และผัดหมี่ พร้อมกล่าวว่า จะเอาไปฝากลูกสาวด้วย จากนั้นนายทักษิณ เดินทักทายประชาชน โดยมีประชาชนร่วมขอถ่ายภาพอย่างคึกคัก

รวมกันเป็นหนึ่วเพื่อปท.แข็งแรง

ทั้งนี้ นายทักษิณ ได้กล่าวอวยพรเนื่องในวันสงกรานต์วันปีใหม่ไทยว่า ทางเหนือ จ.เชียงใหม่เรียกว่าปี๋ใหม่เมือง อยากให้พี่น้องทุกคนมีแต่ความสุข มีสุขภาพที่แข็งแรง เพราะช่วงนี้เรื่องสุขภาพเป็นเรื่องที่สำคัญ อยากให้รักษาสุขภาพให้แข็งแรง โดยเฉพาะคนเฒ่าคนแก่ และคนที่อายุ 60 กว่า ขอให้มีความสุขทุกคน“ถึงเวลาแล้วที่ประเทศไทยจะต้องรวมตัวกันเป็นหนึ่ง เพราะภัยภายนอกมากขึ้นทุกวันๆ เพราะฉะนั้นคนไทยต้องรักกัน ต้องช่วยกัน คนไทยต้องรักกัน คนไทยต้องช่วยกัน ทำให้ปีใหม่ปีนี้เป็นจุดเริ่มต้น ที่ว่าคนไทยจะต้องรักกัน ประเทศแข็งแรง ขอให้ทุกคนมีความสุข” นายทักษิณ กล่าว

เมื่อถามว่า จะมีการเปิดบ้านให้เข้ารดน้ำดำหัวขอพรหรือไม่ นายทักษิณ กล่าวว่า “ไม่ล่ะครับ เกรงใจคน ไม่อยากให้คนมีความรู้สึกว่าพอตนเปิดแล้วไม่มาก็จะดูไม่ดี มีอะไรก็อวยพรในใจก็ได้ เจอกันแล้วค่อยอวยพรก็ได้ ตนไม่อยากให้เป็นภาระใครทั้งสิ้น”

หวังเมียนมาจรจาปูทางสันติสุข

นายทักษิณ ยังเปิดเผยถึงได้มีโอกาสการพูดคุยกับ พลเอกอาวุโส มิน อ่อง หล่าย ประธานสภาบริหารแห่งรัฐ นายกรัฐมนตรีสาธารณรัฐแห่งสหภาพเมียนมา ในห้วงการประชุมสุดยอดผู้นำ BIMSTEC เมื่อต้นเดือนเม.ย.ที่ผ่านมาหรือไม่ว่า ได้มีโอกาสพูดคุยกัน เพราะอยากเห็นความสันติสุขเกิดขึ้นในเมียนมา และตนก็ได้บอกกับทุกประเทศมหาอำนาจ ว่า ประเทศไทยอยากเห็นเมียนมายุติความขัดแย้ง และหากไม่มีการพูดคุยกันก็ไม่สามารถเปิดหนทางในการเจรจาได้ จึงได้อธิบายไปว่า เราจำเป็นต้องมีการพูดคุย เพื่อให้เกิดความสันติสุขได้ แต่เราไม่ได้บอกว่า เมื่อมีการพูดคุยแล้ว เราจะไปเข้าข้างใคร แต่จำเป็นต้องเปิดเวทีให้เขามีการพูดคุยกันและมีแนวโน้มสูงที่จะมีการเปิดเวทีพูดคุยกัน ซึ่งประเทศไทยพร้อมที่จะเปิดเวทีให้ เมื่อถามว่า ท่าทีของพลเอกอาวุโส มิน อ่อง หล่าย รับฟังหรือไม่ นายทักษิณ กล่าวว่า ยอมรับฟังมาก ซึ่งก็จะมีการพูดคุยกันอีกหลายรอบ เมื่อถามว่า ได้มีการพูดคุยกันถึงวันเลือกตั้งของเมียนมาหรือไม่นั้น นายทักษิณ กล่าวว่า ยัง เพราะกลุ่มประเทศอาเซียน อยากให้รัฐบาลเมียนมา ยอมถอยออกมาในระดับหนึ่ง เพื่อได้พูดคุยกับชนกลุ่มน้อย หรือปล่อยตัวผู้ต้องหาทางการเมืองบ้างจึงจะมีการเลือกตั้ง ซึ่งถือเป็นทางเลือกที่ดีที่สุด ตรงนี้ก็เป็นเรื่องที่เราพูดคุยกันได้บ่อย

ยังมีการประชุมสภาสมัยหน้า

นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.มหาดไทย ในฐานะหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย (ภท.) เดินทางลงพื้นที่จังหวัดอ่างทอง เพื่อร่วมเปิดงานเทศกาลสงกรานต์ปี2568 และได้พบกับบ้านใหญ่ “ปริศนานันทกุล”

นายอนุทิน กล่าวว่า นายภราดร ปริศนานันทกุล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร ได้เชิญให้ตนมาร่วมในงาน ถือว่าได้มาเที่ยว และร่วมงานประเพณีที่อ่างทอง อ.วิเศษชัยชาญ ซึ่งระหว่างทางได้เห็นประชาชนทยอยเดินทางกลับภูมิลำเนา มีทั้งความสุข และรอยยิ้ม แม้ว่าการจราจรจะติดขัด และถ้าคนไทยท่องเที่ยวในประเทศ ไม่เดินทางไปที่เที่ยวต่างประเทศ ก็จะทำให้เศรษฐกิจของประเทศเกิดการกระจายตัว

เมื่อถามถึง การเดินทางมายัง จ.อ่างทองและได้พบกับนายสมศักดิ์ ปริศนานันทกุล ซึ่งก่อนหน้านี้ได้มีความเห็นเรื่องร่างพระราชบัญญัติ(พ.ร.บ.)การประกอบธุรกิจสถานบันเทิงครบวงจร หรือร่างกฎหมายเอ็นเตอร์เทนเมนต์คอมเพล็กซ์ วันนี้ได้มีการพูดคุยกันในเรื่องการเมืองหรือไม่ นายอนุทิน ถึงกลับหันไปชี้ หานายสมศักดิ์ นายภราดร และนายกรวีร์ ปริศนานันทกุล สส.อ่างทอง ว่า อยู่กับประชาชนตัวเล็กนิดเดียว มีแต่จิตใจที่รับใช้ประชาชนทั้งนั้น ที่ทำให้พวกเขาได้รับการไว้วางใจ ให้เป็น สส. เมื่อเราทำงานการเมือง ประเทศชาติ และประชาชนเป็นสิ่งที่สำคัญที่สุด

บอกอย่าไปซีเรียส

เมื่อถามว่าแต่ก่อนปิดสมัยประชุมสภาฯ นายภราดร ได้กล่าวทิ้งท้ายเป็นนัยในลักษณะเหมือนว่าจะไม่มีการประชุมในสมัยหน้า นายภราดร ถึงกับเบรกว่า วันนี้วันสงกรานต์ การเมืองอย่าเพิ่งเลยดีกว่า วันนี้หัวหน้าพรรคมาเที่ยวงานสงกรานต์ ก่อนที่นายอนุทิน จะกล่าวเสริมว่า บางทีอย่าไปซีเรียสอะไรมาก เพราะตอนที่ท่านพูด คนก็หัวเราะ ขำ ซึ่งเป็นเพียงการผ่อนคลายบรรยากาศเท่านั้น และเป็นการเตือนสติ ไม่ให้ซีเรียสอะไรมาก ขอให้รักกันเอาไว้ เมื่อถามย้ำว่า การประชุมสภาฯในสมัยหน้าจะยังมีอยู่ใช่หรือไม่ นายอนุทิน รีบตอบทันทีว่า “มีสิ”

ทวีปัดพรรคร่วมรัรบ.ร้าว

พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง รมว.ยุติธรรมและหัวหน้าพรรคประชาชาติ (ปช.) กล่าวกรณี สส.พรรคเพื่อไทยยืนยันผลักดันร่าง พ.ร.บ.การประกอบธุรกิจสถานบันเทิงครบวงจร หรือเอนเตอร์เทนเมนต์คอมเพล็กซ์ว่า เรื่องนี้มีอยู่ในการแถลงนโยบายของรัฐบาล ซึ่งจะเน้นเรื่องของการแสดงต่างๆ เพื่อดึงดูดนักท่องเที่ยว ทั้งนี้ เรื่องนี้เราไม่ได้ถอนร่างออกเป็นเพียงการชะลอการพิจารณา ในส่วนที่คนกังวลเรื่องของกาสิโน เป็นเรื่องที่ต้องอธิบาย เพราะในตัวกฎหมายไม่ได้ลงลึกหรือเน้นเรื่องนี้ ตามนโยบายเน้นเรื่องของเอ็นเตอร์เทนเมนต์คอมเพล็กซ์ ส่งเสริมการท่องเที่ยวและไม่ได้ใช้กับคนไทย ดังนั้นจะต้องไปดูในรายละเอียด ซึ่งในระหว่างนี้ก็จะรับฟังความคิดเห็นของผู้ที่ไม่เห็นด้วย แต่ขณะเดียวกันก็ต้องพัฒนาเศรษฐกิจของประเทศด้วย

เมื่อถามว่าจะต้องถึงขั้นทำประชามติ เพื่อรับฟังความเห็นตามที่หลายฝ่ายเสนอหรือไม่ พ.ต.อ.ทวี กล่าวว่า พรรคร่วมยังไม่ได้คุยกัน ก็สามารถแก้ไขได้ เมื่อกฎหมายยังไม่ได้พิจารณาในสภาฯ ก็สามารถแก้ไขได้

เมื่อถามย้ำว่าจะเป็นรอยร้าวของพรรคร่วมรัฐบาลหรือไม่ เพราะในพรรคร่วมมีความเห็นต่าง พ.ต.อ.ทวี กล่าวว่า ไม่มีรอยร้าว แต่บางทีสื่อก็ไปเล่นข่าว ซึ่งคนที่อยู่ในรัฐบาลพูดจากันดีและทำความเข้าใจ ซึ่ง น.ส.แพทองธาร ชินวัตร นายกฯ ก็เปิดกว้าง ใครไม่สบายใจอะไรก็มาคุยกันได้ และขณะนี้เราเป็นห่วงเรื่องปากท้องของประชาชน และเศรษฐกิจที่จะต้องแก้ไขปัญหาให้กับประชาชน

บอกกาสิโนต้องเปิดกว้าง

เมื่อถามว่าหลังเทศกาลสงกรานต์ พรรคร่วมรัฐบาลจะมีการหารือในเรื่องนี้หรือไม่ พ.ต.อ.ทวี กล่าวว่า เราหารือกันทุกสัปดาห์อยู่แล้ว แต่ถ้าเป็นเรื่องใหญ่ๆ หรือประเด็นที่จะต้องตัดสินใจ นายกฯ จะเรียกคุย ซึ่งในการประชุมหัวหน้าพรรคร่วมรัฐบาลครั้งที่แล้ว นายกฯ ก็ย้ำว่าต่อไปนี้จะเปิดกว้าง คุยกับหัวหน้าพรรค เลขาธิการพรรคและพรรคการเมืองมากยิ่งขึ้น ซึ่งนายกฯ ก็ย้ำในที่ประชุมพรรคร่วมรัฐบาลแล้ว

เมื่อถามถึงกรณีที่ นายภราดร ปริศนานันทกุล สส.อ่างทอง พรรคภูมิใจไทย ฐานะรองประธานสภาฯ คนที่ 2 กล่าวทิ้งท้ายในวันสุดท้ายของการประชุมสภาฯ ว่า อาจจะไม่มีสมัยประชุมหน้า ถือเป็นการส่งสัญญาณว่าอาจจะมีการยุบสภาฯ หรือไม่ พ.ต.อ.ทวี กล่าวว่า ท่านคงไม่ได้หมายความอย่างนั้น มองว่ารัฐบาลมีหน้าที่รับใช้ประชาชน และทุกพรรคการเมืองก็หาเสียงอยากเป็นรัฐบาล ไม่มีพรรคไหนหาเสียงเป็นฝ่ายค้าน