รู้เรื่องยากับเภสัชจุฬาฯ : กินไม่ดี เสี่ยงมะเร็ง

รู้เรื่องยากับเภสัชจุฬาฯ : กินไม่ดี เสี่ยงมะเร็ง

รู้เรื่องยากับเภสัชจุฬาฯ : กินไม่ดี เสี่ยงมะเร็ง

วันจันทร์ ที่ 14 เมษายน พ.ศ. 2568, 06.00 น.

สัปดาห์ที่แล้วพูดถึงคนไข้มะเร็งที่กำลังรักษาด้วยยาเคมีบำบัด ว่ามีอาการข้างเคียงมากมาย และต้องพบกับความลำบากเรื่องอาหารการกินอย่างไรบ้าง สัปดาห์นี้อยากชวนคุยต่อว่า แล้วถ้าไม่อยากเป็นมะเร็ง อาหารแบบไหนควรละเว้น เผื่อทราบแล้วจะได้ปรับเปลี่ยนการกินในอนาคต

กลุ่มแรกที่แนะนำให้งดหรือลดมากที่สุดเท่าที่ทำได้ คือเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ของพวกนี้สนุกตอนดื่ม แต่ลำบากตอนป่วย เพราะเมื่อเราดื่มเหล้าเข้าไปแล้ว ร่างกายจะเปลี่ยนแอลกอฮอล์เป็น อะเซตัลดีไฮด์ เป็นสารพิษทำลายดีเอ็นเอของเซลล์ และถ้ากระบวนการการซ่อมแซมดีเอ็นเอที่เสียหายเกิดทำงานไม่ดี ทำให้เซลล์กลายพันธุ์เป็นมะเร็งได้ และแอลกอฮอล์ยังทำให้เนื้อเยื่อตับและทางเดินอาหารอักเสบซ้ำ ๆ เพิ่มโอกาสกลายเป็นมะเร็ง และรบกวนการทำงานของระบบภูมิคุ้มกัน ทำให้ร่างกายกำจัดเซลล์มะเร็งได้ไม่ดี ผลโดยรวมคือ ถ้าเราดื่มเหล้าเป็นประจำ ก็ย่อมต้องเสี่ยงต่อการเป็นมะเร็งค่อนข้างมาก โดยเฉพาะอย่างยิ่งมะเร็งตับ

นอกจากเหล้าแล้ว อาหารที่ควรงดโดยเด็ดขาดคืออาหารที่ปนเปื้อนยาฆ่าแมลงและโลหะหนัก ที่มักพบในผักผลไม้ แม้ว่าไฟเบอร์ในผักผลไม้จะมีส่วนลดความเสี่ยงมะเร็งได้ก็จริง แต่ถ้าผักผลไม้นั้นปนเปื้อนยาฆ่าแมลง ก็ทำให้เสี่ยงเกิดโรคมะเร็งได้ ดังนั้นถ้าเลือกได้ ต้องเลือกบริโภคผักที่มั่นใจว่าเป็นออร์แกนิค แต่ผักออร์แกนิคมักมีราคาแพง แล้วก็ยังไม่แน่ใจอีกว่าออร์แกนิคแท้หรือไม่ ฉะนั้น เราต้องมั่นใจจริง ๆ และต้องล้างผักให้สะอาดมากที่สุดด้วย

นอกจากยาฆ่าแมลงแล้ว อาหารแห้งบางชนิดถ้าเก็บไม่ดี หรือเก็บนานเกินไป ก็เสี่ยงเกิดเชื้อราและปนเปื้อนสารอะฟลาท็อกซิน ซึ่งนำไปสู่การเกิดมะเร็งตับ ตัวอย่างของอาหารหมวดนี้ที่ทุกคนคุ้นเคยดีคือ ถั่วลิสงป่นและพริกป่น รวมถึงพวกธัญพืช หรือเครื่องเทศแห้ง ที่เก็บไม่ดี เพราะฉะนั้น ต้องเลือกกินแต่ของที่ทำใหม่ ๆ ถ้าเก่าหรือมีกลิ่นหืน ก็ต้องทิ้งทันที เนื่องจากเสี่ยงทำให้เกิดมะเร็งตับ

สำหรับอาหารอีกกลุ่มหนึ่งที่เพิ่มความเสี่ยงมะเร็งมาก ๆ ได้แก่อาหารปนเปื้อนพยาธิ เช่น การกินปลาร้าดิบ หรือปลาดิบ เพราะมีโอกาสพบพยาธิใบไม้ปนเปื้อน จึงเน้นย้ำว่าอาหารจำพวกนี้ทำให้เสี่ยงเป็นมะเร็งตับ และท่อน้ำดีได้ จึงไม่ควรกินอย่างเด็ดขาด แต่ถ้าจะกิน ก็ต้องทำให้สุกก่อน จึงจะไม่เสี่ยงมะเร็ง

กลุ่มถัดมาคือ เนื้อสัตว์แปรรูป เช่น ไส้กรอก แฮม เบคอน หรือเนื้อรมควัน กระบวนผลิตอาหารเหล่านี้ ทำให้เกิดสารไนโตรซามีน ซึ่งมีโอกาสทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงที่สายดีเอ็นเอ และทำให้เพิ่มความเสี่ยงต่อมะเร็ง เช่น มะเร็งลำใส้ เป็นต้น 

นอกจากนี้การปรุงอาหาร โดยเฉพาะอย่างยิ่งอาหารจำพวกเนื้อสัตว์ที่อุณหภูมิสูง เช่น ปิ้ง ย่าง หรือทอดจนเกรียม ทำให้เกิดสารก่อมะเร็ง เช่น เฮเทอโรไซคลิกเอมีน และโพลีไซคลิกอะโรมาติกไฮโดรคาร์บอน ซึ่งกระตุ้นให้เซลล์กลายพันธุ์ และเพิ่มความเสี่ยงของมะเร็งหลายชนิด ถ้าจะกินก็ควรกินแต่พอดี และกินพร้อมผักสดสะอาดเพื่อเพิ่มไฟเบอร์

อีกอย่างที่ต้องระวังคืออาหารทอดด้วยน้ำมันทอดซ้ำ หลายคนพอทราบแล้วว่าของทอดนอกจากเสี่ยงอ้วนแล้วยังมีสารก่อมะเร็ง เมื่อน้ำมันถูกใช้ซ้ำ ๆ ที่อุณหภูมิสูงจะเกิดการเปลี่ยนแปลงโครงสร้าง กลายเป็นสารที่อันตราย และเกิดอนุมูลอิสระ กระตุ้นให้เซลล์กลายพันธุ์เพิ่มความเสี่ยงของโรคเรื้อรัง เช่น หลอดเลือด หัวใจ เบาหวาน รวมถึงมะเร็งด้วย จึงควรหลีกเลี่ยงการใช้น้ำมันทอดซ้ำ

การกินที่ไม่ควบคุมแล้วทำให้เกิดภาวะน้ำหนักเกินหรืออ้วน ก็หนีความเสี่ยงมะเร็งไม่พ้น คนอ้วนมีความเสี่ยงเป็นมะเร็งสูงขึ้น 40 เปอร์เซ็นต์ (เทียบกับคนน้ำหนักปกติ) มะเร็ง หลายชนิดสัมพันธ์กับความอ้วน เช่น มะเร็งเต้านม (หลังวัยหมดประจำเดือน) มะเร็งลำไส้ใหญ่ สาเหตุอาจเกิดจาก ความอ้วนทำให้ฮอร์โมนผิดปกติ เกิดภาวะอักเสบเรื้อรัง รวมถึงมีการหลั่งอินซูลินสูง จึงเกิดภาวะดื้ออินซูลิน ช่วยกระตุ้นการแบ่งตัวเซลล์ผิดปกติ

โดยสรุป มีของหลายอย่างที่กินแล้วเสี่ยงมะเร็ง เช่น ของดิบปนเปื้อนพยาธิ ผักผลไม้ปนเปื้อนยาฆ่าแมลงและโลหะหนัก ของแห้งที่มีเชื้อราอะฟลาท็อกซิน ของปรุงด้วยน้ามันทอดซ้ำ เครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ขอย้ำว่าต้องเลี่ยงการกินสิ่งดังกล่าวให้ได้ และต้องกินอาหารให้หลากหลายครบหมู่ แล้วที่สำคัญคือต้องออกกำลังกายเพื่อรักษาน้ำหนักไม่ให้มากเกินไป และต้องคือหมั่นตรวจสุขภาพ และตรวจคัดกรองโรคมะเร็ง โดยเฉพาะอย่างยิ่งในกรณีที่หากมีญาติสายตรงมีประวัติเป็นมะเร็ง เพราะเมื่อเทียบกับคนอื่น ๆ แล้ว ก็นับว่าเสี่ยงสูงกว่าคนที่ไม่มีญาติเป็นมะเร็ง ทั้งนี้ การใช้ชีวิตอย่างระมัดระวังก็เป็นเรื่องดี แต่ต้องไม่เครียดจนเกินไป ก็จะช่วยลดความเสี่ยงการป่วยและตายจากมะเร็งได้

รศ. ภญ. ดร.ณัฏฐดา อารีเปี่ยม และ รศ. ภก. ดร. บดินทร์ ติวสุวรรณ 
คณะเภสัชศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

บอกลาออฟฟิศซินโดรมเรื้อรัง ฟื้นฟูกล้ามเนื้อด้วย Redcord

บอกลาออฟฟิศซินโดรมเรื้อรัง ฟื้นฟูกล้ามเนื้อด้วย Redcord

บอกลาออฟฟิศซินโดรมเรื้อรัง ฟื้นฟูกล้ามเนื้อด้วย Redcord

วันจันทร์ ที่ 14 เมษายน พ.ศ. 2568, 06.00 น.

หลายคนมองว่า “ออฟฟิศซินโดรม” เป็นแค่อาการปวดเมื่อยธรรมดา แต่แท้จริงแล้ว มันคือสัญญาณเตือนว่าร่างกายของคุณกำลังถูกใช้งานอย่างหนักเกินไป หากไม่ใส่ใจและปล่อยทิ้งไว้อาจนำไปสู่ปัญหาสุขภาพที่ร้ายแรงกว่าที่คิด

นายแพทย์ธนวัฒน์ เพชรรัชตะชาติ แพทย์เวชศาสตร์ฟื้นฟู โรงพยาบาลเวชธานี กล่าวว่า ออฟฟิศซินโดรม (Office Syndrome) เป็นปัญหาสุขภาพที่พบได้บ่อยในกลุ่มคนทำงาน โดยเฉพาะผู้ที่ต้องนั่งทำงานเป็นเวลานาน มีพฤติกรรมที่ส่งผลต่อโครงสร้างของร่างกาย เช่น การนั่งหลังค่อม การใช้คอมพิวเตอร์เป็นเวลานาน หรือการขาดความเคลื่อนไหวที่เหมาะสม ซึ่งนำไปสู่อาการปวดเรื้อรังได้ที่ บ่า ไหล่ หลัง และสะโพก แม้จะเป็นภาวะที่พบได้ทั่วไป แต่หากปล่อยให้เป็นเรื้อรังโดยไม่ได้รับการรักษา อาจส่งผลต่อคุณภาพชีวิตในระยะยาว

ปัจจุบันมีการบำบัดด้วย Redcord (Neurac method) ถือเป็นหนึ่งในแนวทางการรักษาออฟฟิศซินโดรมที่มีประสิทธิภาพ ผ่านระบบแขวนพยุงที่ช่วยให้ผู้ป่วยออกกำลังกายได้อย่างถูกต้องและปลอดภัย โดยเน้นฟื้นฟูกล้ามเนื้อให้กลับมาทำงานอย่างสมดุล ลดอาการปวดจากต้นเหตุ ทั้งยังช่วยป้องกันการบาดเจ็บซ้ำ การทำงานผิดปกติของระบบประสาทที่ส่งผลให้กล้ามเนื้อบางส่วนอ่อนแรงหรือเกร็งตัวจนเสียสมดุล ซึ่งเป็นต้นเหตุของอาการปวดเรื้อรัง ข้อต่อเสื่อม และกระดูกสันหลังบาดเจ็บ การบำบัดนี้ออกแบบเฉพาะบุคคล ไม่ก่อให้เกิดความเจ็บปวดระหว่างทำ ช่วยลดระยะเวลารักษาได้อย่างมีประสิทธิภาพ

Redcord (Neurac method) เป็นเทคนิคการออกกำลังกายที่ช่วยเพิ่มมุมการเคลื่อนไหวของร่างกาย พร้อมทั้งรองรับการฝึกได้ทั้งในรูปแบบที่ส่วนปลายของร่างกาย เช่น มือหรือเท้า ให้มีอิสระในการเคลื่อนไหว (Open kinetic chain exercise) และรูปแบบที่มีการจำกัดการเคลื่อนไหวของส่วนปลาย (Closed kinetic chain exercise) นอกจากนี้ยังมีส่วนช่วยในการเสริมการรับรู้ตำแหน่งของข้อต่อ (Proprioception) ส่งเสริมการทรงตัว และเพิ่มความทนทานของข้อต่อ รวมถึงกล้ามเนื้อบริเวณโดยรอบ

หนึ่งในจุดเด่นของ Redcord คือความสามารถในการลดอาการปวด และช่วยให้กล้ามเนื้อผ่อนคลาย โดยไม่กระตุ้นอาการปวดเพิ่มเติม จึงเหมาะอย่างยิ่งสำหรับผู้ที่อยู่ในช่วงฟื้นฟูร่างกาย

ทั้งนี้ ยังมีงานวิจัยสนับสนุนว่า การออกกำลังกายด้วยเทคนิค Redcord สามารถกระตุ้นการทำงานของกล้ามเนื้อได้มากกว่าการฝึกในท่าเดียวกันบนพื้น อีกทั้งยังสามารถเน้นกล้ามเนื้อเฉพาะส่วนได้อย่างมีประสิทธิภาพอีกด้วย

กลุ่มที่ควรเข้ารับการรักษาด้วย Redcord  มีดังนี้  กลุ่มที่มีอาการปวดกล้ามเนื้อเรื้อรังทั้งบริเวณคอ บ่า ไหล่ หลังส่วนล่าง สะโพก กลุ่มที่ต้องการสร้างความแข็งแรงของกล้ามเนื้อแกนกลางลำตัว นักกีฬาที่มีอาการบาดเจ็บ กลุ่มที่สูญเสียการทรงตัว เคลื่อนไหวได้ไม่คล่อง ผู้ปวยกระดูกสันหลังคด (Scoliosis) ผู้ป่วยหลังการผ่าตัด เช่น ผ่าตัดกระดูกสันหลัง ผ่าตัดเปลี่ยนข้อเข่า ผ่าตัดเปลี่ยนข้อสะโพก เป็นต้น กลุ่มที่มีท่าทางไม่ดี จากการทำงานซ้ำๆ เช่น พนักงาน Office เป็นต้น

ข้อดีของการออกกำลังกายด้วยเทคนิคสลิง Neurac Technique คือ สามารถเริ่มฝึกได้ตั้งแต่ระยะเริ่มต้นของอาการ แม้ยังมีอาการปวดหลงเหลืออยู่บ้าง เนื่องจากระบบของสลิงในเทคนิคนี้ช่วยพยุงกล้ามเนื้อให้ผ่อนคลายขณะฝึกในท่าต่าง ๆ จึงไม่กระตุ้นอาการปวดเพิ่มเติม แต่การออกกำลังกายประเภทนี้ควรอยู่ภายใต้คำแนะนำของนักกายภาพเท่านั้น เพื่อให้สามารถฝึกได้อย่างถูกต้องและปลอดภัย

อย่างไรก็ตาม ใครที่มีอาการปวดบาดเจ็บเรื้อรังควรปรึกษาแพทย์ เพื่อเข้ารับการการรักษาที่เหมาะสมกับอาการบาดเจ็บของแต่ละบุคคล ก่อนจะลุกลามจนส่งผลกระทบต่อคุณภาพการใช้ชีวิต

เปิดตัวแล้ว !! Onitsuka Tiger ‘ULTI RS™ Series’ ผสานแฟชั่นชั้นสูงเข้ากับกีฬา

เปิดตัวแล้ว !! Onitsuka Tiger ‘ULTI RS™ Series’ ผสานแฟชั่นชั้นสูงเข้ากับกีฬา

เปิดตัวแล้ว !! Onitsuka Tiger ‘ULTI RS™ Series’ ผสานแฟชั่นชั้นสูงเข้ากับกีฬา

วันจันทร์ ที่ 14 เมษายน พ.ศ. 2568, 06.00 น.

Onitsuka Tiger เปิดตัวรองเท้า category ใหม่อย่าง ‘ULTI RS™ Series’ ที่ผสานแฟชั่นชั้นสูงเข้ากับกีฬา ซึ่งเป็นการพัฒนาขึ้นเพื่อเตรียมเข้าสู่วาระครบรอบ 100 ปีของแบรนด์ในอนาคต โดยซีรีส์นี้มุ่งยกระดับทั้งด้านสไตล์และประสิทธิภาพ พร้อมนำเสนอนวัตกรรมที่ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ยุคใหม่อย่างลงตัว โดยมีแขกรับเชิญสุดพิเศษ คริส หอวัง มาร่วมอวดลุครองเท้าคู่ล่าสุด พร้อมพูดคุยถึงความหลงใหลในสนีกเกอร์และการออกกำลังกาย

‘ULTI RS™ Series’ ก้าวข้ามขีดจำกัดของรองเท้ากีฬา เชื่อมต่อไลฟ์สไตล์ของคนเมืองและธรรมชาติ ทลายข้อจำกัดของการใช้ชีวิตประจำวันและการเล่นกีฬา ด้วยดีไซน์ที่มอบความกระชับสบายและปรับตัวเข้ากับทุกสภาพแวดล้อม เหมาะสำหรับผู้ที่มีไลฟ์สไตล์แอคทีฟ หลงใหลในธรรมชาติ และใช้ชีวิตในเมืองอย่างมีสไตล์ ด้วยการผสานงานออกแบบอันประณีตเข้ากับฟังก์ชันที่ล้ำสมัย รองเท้าซีรีส์นี้จึงเป็นมากกว่ารองเท้าไลฟ์สไตล์ แต่เป็นนิยามใหม่ของ ‘High Fashion x High Performance’ อย่างแท้จริง

ซีรีส์ ULTI RS™ นำเสนอรองเท้าทั้งหมด 3 รุ่น ได้แก่ ‘TIGTRAIL™’, ‘TIGRUN™’ และ‘TIGCOURT™ ซึ่งได้รับแรงบันดาลใจจากรองเท้าวิ่งเทรล รองเท้าวิ่ง และรองเท้าบาสเกตบอล เริ่มต้นเปิดตัวซีรีส์นี้ด้วยรุ่น TIGTRAIL™ ซึ่งมาพร้อมฟังก์ชั่นการใช้งานที่ได้รับแรงบันดาลใจมาจากรองเท้าวิ่งเทรล โดดเด่นมาพร้อมโทนสีที่ลงตัว ผสมผสานวัสดุและพื้นผิวอย่างชาญฉลาด สร้างมิติที่หลากหลายให้กับดีไซน์ ขณะที่ส่วนบนของรองเท้าใช้ตาข่ายกึ่งโปร่งแสงและตาข่ายแบบเปิด ถ่ายทอดความโปร่งแสงที่เป็นเอกลักษณ์ โลโก้ใหม่ที่ออกแบบมาสำหรับ ULTI RS™ Series โดยเฉพาะ ช่วยเพิ่มความโดดเด่นทั้งในแง่ของความประณีตและความสปอร์ต

สนีกเกอร์ ‘ULTI RS™ Series’ ในรุ่น TIGTRAIL™ พร้อมวางจำหน่ายอย่างเป็นทางการแล้วที่ร้าน โอนิซึกะ ไทเกอร์ โกลเบิลแฟล็กชิฟสโตร์ สยามสแควร์วัน, สาขาเซ็นทรัลเวิลด์, ไอคอนสยาม, เทอร์มินอล 21 อโศก,เมกาบางนา และช่องทางออนไลน์ ส่วนรุ่น TIGRUN™ และ TIGCOURT™ มีกำหนดวางจำหน่ายในช่วงฤดูใบไม้ร่วง ปี 2025

เทล ทู เทล คว้า 2 รางวัลธุรกิจและผู้บริหารยอดเยี่ยมแห่งปี

เทล ทู เทล คว้า 2 รางวัลธุรกิจและผู้บริหารยอดเยี่ยมแห่งปี

เทล ทู เทล คว้า 2 รางวัลธุรกิจและผู้บริหารยอดเยี่ยมแห่งปี

วันจันทร์ ที่ 14 เมษายน พ.ศ. 2568, 06.00 น.

เทล ทู เทล ตอกย้ำความสำเร็จอย่างต่อเนื่อง คว้า 2 รางวัลธุรกิจยอดเยี่ยมแห่งปีและผู้บริหารยอดเยี่ยมแห่งปี ในงาน THE VIRAL HITS AWARDS 2024 EMPOWER

งานมอบรางวัล THE VIRAL HITS AWARDS 2024 EMPOWER  จัดขึ้นเมื่อเร็วๆ นี้ โดย ดาเรศ พัฒนรัตน์เจริญ กรรมการผู้จัดการ เข้ารับรางวัลอันทรงเกียรติทั้งสองรางวัล พร้อมกล่าวว่า  บริษัท เทล ทู เทล จำกัด ดำเนินธุรกิจด้าน Outsourced contact center มายาวนานกว่า 14 ปี และในปี 2567 ได้รุกธุรกิจครอบคลุมด้านจำหน่ายสื่อรายการทีวี และให้บริการจำหน่ายสินค้าผ่านช่องทางทีวีรายการต่างๆ ภายใต้แบรนด์ Tel2Tell TV Shopping ในรูปแบบ High GP Free Airtime ซึ่งได้รับความสนใจจากแบรนด์ต่างๆเป็นจำนวนมาก ส่งผลให้ในปีที่ผ่านมามีรายได้เติบโตแบบก้าวกระโดด อีกทั้ง เทล ทู เทล ยังมีการจัดกิจกรรมเพื่อเป็นสาธารณประโยชน์และสาธารณกุศลมาอย่างต่อเนื่องเป็นประจำทุกปี

คุณแหน : 14 เมษายน 2568

คุณแหน : 14 เมษายน 2568

คุณแหน : 14 เมษายน 2568

วันจันทร์ ที่ 14 เมษายน พ.ศ. 2568, 02.00 น.

ll พระวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าเฉลิมศึกยุคล เสด็จไปในการบำเพ็ญพระกุศลอุทิศถวายพระนางเจ้าสุวัทนา พระวรราชเทวีในรัชกาลที่ 6 เนื่องในอภิลักขิตสมัย 10 รอบนักษัตร (120 ปี) 15 เม.ย.2568 ณ ท้องพระโรง วังรื่นฤดี โดยมี พระพรหมบัณฑิต เจ้าอาวาสวัดประยุรวงศาวาสเป็นประธานสงฆ โดยมีพระประยูรญาติ ข้าราชบริพารกรรมการและบุคลากรของมูลนิธิเพชรรัตน – สุวัทนาและมูลนิธิพระบรมราชานุสรณ์พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัวในพระบรมราชูปถัมภ์ เฝ้า เมื่อ 9 เม.ย…


ll จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย โดย ศ.พิเศษ ดร.สุรเกียรติ์ เสถียรไทย นายกสภาฯ, ศ.ดร.วิเลิศ ภูริวัชร อธิการบดี, รศ.นพ.ฉันชาย สิทธิพันธุ์ คณบดีคณะแพทยศาสตร์ฯ ,ศุภมาส อิศรภักดี รมว.กระทรวงการอุดมศึกษาฯ, วิฑูรย์ วงศ์หาญกุล ประธานกก.บ.ไอโอเนท-เอเซีย ร่วมแถลงข่าว “วัคซีนไอกรน(รุ่นใหม่) นวัตกรรมเพื่อคนไทยและตลาดโลก” 29 เม.ย.13.00 น. พร้อมฟังการเสวนาความสำเร็จในการร่วมมือพัฒนาและวิจัยทางคลินิกวัคซีนไอกรน(รุ่นใหม่) สำหรับหลายช่วงวัย ณ ห้องประชุม 302 ชั้น 3 อาคารรัตนวิทยาพัฒน์ รพ.จุฬาฯ สภากาชาดไทย..


ll ข้าวแช่บ้านวสีนนท์ ครัวสัญจร ณ บ้านพิชัยญาติ หัวหิน 12-15 เม.ย.ชุดละ 550บาท ไม่รวมค่าส่ง สั่งล่วงหน้า 097-2323636..


ll ครบ 74 ปี พรเสก กาญจนจารี เมื่อวันศุกร์ที่ผ่าน มีศรีภริยาคนสวยและเก่ง ดร.ลาลีวรรณ กาญจนจารี ต้อนรับแขกที่มาอวยพรด้วยความสดใส..


ll 90 ปี สวนอนุสรณ์ศาสตราจารย์คุณหญิงนงเยาว์ ชัยเสรีเพื่อรำลึกถึงอธิการบดีผู้ก่อตั้งโรงพยาบาลธรรมศาสตร์เฉลิมพระเกียรติและพัฒนาธรรมศาสตร์สู่ศูนย์รังสิตรวมทั้งเพื่อสนับสนุนการพัฒนาพื้นที่สีเขียวภายในโรงพยาบาลกำหนดเปิดวันที่ 29 เม.ย.13.00 น. ที่หน้า ER ของโรงพยาบาล โดย อ.วัชระ ประยูรคำ เป็นผู้ปั้น และหล่อประติมากรรมคุณหญิงนงเยาว์ได้สวยงามเสมือนจริง และมี อ.สุภณัฐ เดชนิรัติศัย คณะสถาปัตย์ มธ. เป็นผู้ออกแบบอนุสรณ์ฯ ..


ll มูลนิธิภูมิพโลภิกขุ จัดพิมพ์พระคัมภีร์เฉลิมพระเกียรติ สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้ากรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี องค์ประธานกรรมการมูลนิธิฯในโอกาสมหามงคลทรงเจริญพระชนมายุ 70 พรรษา 2 เมษายน 2568เพื่อถวายวัดและมอบแก่สถาบันการศึกษาทางพระพุทธศาสนาเพื่อใช้ประโยชน์ทางการศึกษาต่อไป สอบถาม มูลนิธิฯ ภายในบริเวณวัดสระเกศฯ ถ.จักรพรรดิพงษ์ โทร.02-2230316..

ll ชาญศิลป์ ตรีนุชกร นายกสมาคมธรรมศาสตร์ฯ เชิญกก.และสมาชิกร่วมประชุมใหญ่สามัญประจำปี 2567 วันที่ 28 เม.ย.17.00 น. ณ ห้องยูงทอง สมาคมธรรมศาสตร์ฯ ..

ll สุขสันต์เทศกาลมหาสงกรานต์ ขึ้นปีใหม่ไทยเริ่มต้นปีใหม่นักษัตรใหม่ตามปฎิทินไทยโบราณ หลายๆครอบครัวได้อยู่พร้อมหน้าพร้อมตาญาติพี่น้องอบอุ่น ร่วมทำบุญทำกุศลเล่นน้ำสงกรานต์เย็นชุ่มฉ่ำๆ ขอให้ผู้อ่านหนังสือพิมพ์แนวหน้าทุกท่านมีความสุขความเจริญรุ่งเรือง สุขภาพแข็งแรง ทรัพย์สินเงินทองเพิ่มพูนค่ะ..

น้อง

สวยดั่งภาพวาด! ‘ชมพู่ อารยา’แปลงโฉมเป็นนางทุงสะเทวี สวมเครื่องประดับโบราณ125ล้าน

สวยดั่งภาพวาด! 'ชมพู่ อารยา'แปลงโฉมเป็นนางทุงสะเทวี สวมเครื่องประดับโบราณ125ล้าน

สวยดั่งภาพวาด! ‘ชมพู่ อารยา’แปลงโฉมเป็นนางทุงสะเทวี สวมเครื่องประดับโบราณ125ล้าน

วันจันทร์ ที่ 14 เมษายน พ.ศ. 2568, 09.46 น.

14 เมษายน 2568 ทำเอาห้างไอคอนสยามแทบแตกเมื่อซูเปอร์สตาร์เบอร์ 1 ของเมืองไทย ‘ชมพู่’ อารยา เอ ฮาร์เก็ต แปลงโฉมเป็น ‘นางสงกรานต์ทุงสะเทวี’ จูงมือลูกสาวสุดน่ารัก ‘น้องเกล’ แอบิเกล รังษีสิงห์พิพัฒน์ วัย 3 ขวบ ร่วมนำขบวนแห่สงกรานต์สุดตระการตาเป็นครั้งแรก ณ ริเวอร์ พาร์ค ไอคอนสยาม

การร่วมขบวนแห่สงกรานต์ของ แม่ชมพู่ และน้องแอบิเกล ในครั้งนี้ถือเป็นไฮไลต์พิเศษที่สร้างความตื่นตาตื่นใจให้กับผู้ร่วมงานและนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและต่างชาติที่มาร่วมงานที่ไอคอนสยามเป็นอย่างมาก

‘ชมพู่ อารยา’ สวยสง่าในชุดไทยร่วมสมัยผสมผสานการนุ่งผ้าแบบโบราณ ช่วงบนเป็นชุดเกาะอกสีทองแต่งด้วยคริสตัล ประดับใบและดอกทับทิมทำจากดิ้นทองและดิ้นสี งานช่างฝีมือของกลุ่มหัตถศิลป์ดิ้นโบราณ จังหวัดระนอง นุ่งผ้าจีบหน้านางด้วยผ้ายกทอง พร้อมทั้งสวมเครื่องประดับทองคำและทับทิมโบราณ มูลค่า 125 ล้านบาท ซึ่งเป็นของนักสะสมเครื่องเพชรทองโบราณ ‘พุทธพงษ์ เพียรเจริญ’ เสริมบุคลิกที่สวยสง่าให้ทรงพลังยิ่งขึ้นดุจนางพญา และฉายความอ่อนโยน

ประกบคู่ มากับลูกสาวสุดน่ารัก ‘น้องแอบิเกล’ ในชุดไทยร่วมสมัยสำหรับเด็ก น่ารักสดใสด้วยเสื้อแขนกุดสีทอง จับดอกทับทิมตรงไหล่ ปักระบายคริสตัลประดับลูกไม้และดอกไม้บนชุด นุ่งโจงกระเบนสีแดง พร้อมด้วยเครื่องประดับเป็นสร้อยคริสตัล มัดจุกกลางหัวประดับด้วยดอกทับทิม ดอกไม้สัญลักษณ์ประจำนางสงกรานต์ปีนี้ โดยการออกแบบชุดไทยโบราณเป็นผลงานของ ‘ผศ.ดร.สุรัตน์ จงดา’ สร้างสรรค์ร่วมกับ ‘อ.ภวัต จันทร์ดารักษ์’ ผู้เชี่ยวชาญด้านออกแบบเครื่องแต่งกายไทยประเพณีและไทยร่วมสมัย

ขอบคุณภาพ : ไอคอนสยาม , คุณพุทธพงษ์ เพียรเจริญ โจ๊ก

ครั้งแรกจากปาก’โตโน่’ ปรากฎตัวในงานสงกรานต์ ลั่นเราที่มันเลว-อย่าทำพลาดเหมือนผม (คลิป)

ครั้งแรกจากปาก'โตโน่' ปรากฎตัวในงานสงกรานต์ ลั่นเราที่มันเลว-อย่าทำพลาดเหมือนผม (คลิป)

ครั้งแรกจากปาก’โตโน่’ ปรากฎตัวในงานสงกรานต์ ลั่นเราที่มันเลว-อย่าทำพลาดเหมือนผม (คลิป)

วันจันทร์ ที่ 14 เมษายน พ.ศ. 2568, 08.10 น.

14 เมษายน 2568 จากกรณีที่ ‘เมษ์ นลินธรณ์’ ผู้จัดการส่วนตัวของนักแสดง-นักร้องชื่อดัง ‘โตโน่’ ภาคิน คำวิลัยศักดิ์ ออกมาเปิดเผยปมร้อนในวงการบันเทิง นักร้องภาพลักษณ์ดี นอกใจแฟน โดยระบุว่า จ้างผู้หญิงคนนี้มาเป็นผู้ช่วยรายวัน อยู่มาวันนึงแฟนของผู้หญิงคนนี้โทรมาหาว่า แฟนเขากับ’โตโน่’ไปมาหาสู่กัน ไม่รู้รึไงว่ามีแฟนแล้ว เลยบอกไปว่า ฝ่ายหญิงป่าวประกาศกับคนทั้งทีมว่าเขาโสด เขาเลิกกับแฟนมาจะเป็นปีแล้ว หลังจาก’โตโน่’รู้ว่าเขามีแฟนแล้วเลยบอกฝ่ายหญิงไปว่าผมไม่ยุ่ง และบอกให้ไปเคลียร์ปัญหาของคุณกันเอง ไม่เกี่ยวกับผม ‘โตโน่’ตัดเลย ถามว่าผู้หญิงคนนี้กับ’โตโน่’ได้คุยหรือคบกันมั้ย ยอมรับว่าเขาคุยกันจริง แต่ไม่ได้ถึงขั้นว่าเป็นแฟน เพราะเป็นแค่ช่วงเวลาสั้นๆ ประมาณ 2 อาทิตย์

ล่าสุด ‘โตโน่ ภาคิน’ ปรากฎตัวครั้งแรกหลังจากเกิดกระแสดราม่าในงานเล่นน้ำสงกรานต์จังหวัดสุโขทัย “งานสงกรานต์เสื้อลายดอก ถนนข้าวตอกสุโขทัย 2568” นอกจากจะมีกิจกรรมเล่นน้ำ ยังเปิดเวทีให้ศิลปินดังร่วมขึ้นมาร้องเพลงสร้างสีสันด้วย โดยไฮไลต์ของงานนี้อย่างนักร้องดัง ‘โตโน่ ภาคิน’ 

เมื่อถึงเวลา 19.00 น. ‘โตโน่ ภาคิน’ ก็ปรากฎตัวขึ้นบนเวทีพร้อมกับเสื้อลายดอกสีเหลือง โดยร้องเพลงแรก ‘ไม่รักดี’ ของอุ๊ หฤทัย ซึ่งต่อมา ‘โตโน่’ ได้พูดคุยกับแฟนๆ ชาวสุโขทัยว่า  “สุโขทัย ขอโทษที่ทำให้มีแต่เรื่องเสีย ๆ เด้อ” โดยเพลงที่ 2 ที่โตโน่ร้อง คือเพลงของตนเอง อย่าง”ฅนกับควาย” โดย Tono N The Dust ft.บาส หลานยายอิ่ม และก่อนจะร้องเพลงที่ 3 โตโน่ พูดว่า “เพลงต่อไป ขอมอบให้คนที่กำลังเจอปัญหาในชีวิต ขอเสียงคนที่ไม่ได้มั่งไม่ได้มีมาตั้งแต่เกิดหน่อยได้ไหม” โดยเพลงที่ 3 คือเพลง สู้ (กูอาจจะล้มเป็นร้อยเป็นพันครั้ง) ของ คณะหลานยายอิ่ม

หลังจบเพลง ‘โตโน่’ พูดกับแฟนเพลงว่า “ทุกคน ขอเสียงคนที่เคยเจอกับความรักที่ดีๆ แต่เราที่มันเลว ขอเสียงคนที่เคยทำผิดพลาดในชีวิตหน่อยได้ไหม เพลงนี้ขอมอบให้กับทุกคนที่เคยทำให้คนที่เรารักเสียใจ วงของเราชื่อวงว่า The Dust ชื่อเพลงว่า เพิ่งรู้หัวใจตัวเอง” เพลงที่ 4 โตโน่ ร้องเพลง “เลือกได้ไหม” เพลงที่ 5 กับเพลง “ขอให้เธอใจดี (May she be kind)” ของ FREEHAND เพลงที่ 6 “พริกขี้หนู” ของ เบิร์ด ธงไชย เพลงที่ 7 “30 ยังแจ๋ว” โดย ยอดรัก สลักใจ เพลงที่ 7 “ชวนน้องแต่งงาน” เพลงที่ 8 หนีไม่พ้นเพลงที่ทุกๆ คนรอคอยอย่าง เพลงจิ๊จ๊ะ” ของ Silly Fools เพลงที่ 9 “ยักษ์ใหญ่ไล่ยักษ์เล็ก” ของ Big Ass

จากนั้นโชว์ยังดำเนินต่อไปเรื่อยๆ  ‘โตโน่’ ถอดเสื้อและพูดบนเวทีว่า “อย่าผิดหวัง เพราะว่าช่วงนี้ อย่าว่าแต่จะมีแรงไปเอาหุ่นเลย มีแรงเดินขึ้นมาบนเวทีได้ก็บุญแค่ไหนแล้ว วันนี้ผมได้มีโอกาสไปที่ที่หนึ่ง ได้ยินว่าเครื่องเงินของสุโขทัยสวยมาก และได้ไปเลือกดูสวยจริง ๆ ได้แหวนมาวงหนึ่ง ได้ต่างหูมาด้วย เดี๋ยววันนี้ถือว่าผมให้เป็นที่ระลึก เพราะไม่รู้ว่าจากนี้ไปจะโดนอะไรอีกบ้าง ให้เก็บไว้ว่าวันหนึ่งเราได้ร้องเพลงและมีความสุขด้วยกัน ขอโทษทุกๆ คนสำหรับเรื่องที่ไม่ดีทั้งหมด ขอโทษมาก ๆ รักนะครับ ผมก็เป็นแค่คน ๆ หนึ่งนี่ล่ะครับ” 

โตโน่ พูดต่อว่า “มีเพลงหนึ่งของวง ชื่อเพลง แหวนดอกหญ้า อันนี้จะไม่ใช่แหวนดอกหญ้าแต่เป็นแหวนเงินของสุโขทัย เดี๋ยวเราร้องเพลงนี้ไปพร้อม ๆ กัน” เมื่อร้องเพลงแหวนดอกหญ้าเสร็จแล้ว โตโน่ก็ร้องเพลง “ไม่รักดี” ต่อด้วยเพลง “ฤดูร้อน” ของ Paradox “ขอให้เจอรักที่ดีงาม อย่าทำผิดพลาดเหมือนผมเด้อ ตอนนี้เกินเวลาแล้ว ไม่มีอะไรจะเสียอยู่แล้ว คนเราที่ดี บางทีมันก็เลว บางทีก็เลว แหลกเละกันไปบ้าง เรามันก็คน ไม่ใช่พระเอกหนัง ต้องมีเผลอมีพลาดพลั้งกันอยู่แล้ว” โตโน่ พูดบนเวที ก่อนส่งท้ายด้วยเพลง “มือปืน” ของ ปู พงษ์สิทธิ์ คำภีร์

สุดท้ายของโชว์นั้น ‘โตโน่’ กล่าวขอบคุณสำหรับการต้อนรับของนายกฯ – รองนายกฯ อบจ. และแฟนเพลงทุกคน ก่อนทิ้งท้ายว่า “ก่อนจากกันสุดท้ายขอถ่ายรูปเป็นที่ระลึกหน่อยได้ไหม ไม่คิดเลย ตอนแรกคิดว่าจะไม่มีคน ทุกคนผมขอโทษจริงๆ” ก่อนเดินลงเวทีไป

‘อ๊อฟ’ รับบทหนักสปิริตสู้หนาวแช่น้ำบริกรรมคาถา ‘เหม่เหม่’ร่วมมือ’เข้ม’ทำลายพิธีฟื้นคืนอาคม

'อ๊อฟ' รับบทหนักสปิริตสู้หนาวแช่น้ำบริกรรมคาถา 'เหม่เหม่'ร่วมมือ'เข้ม'ทำลายพิธีฟื้นคืนอาคม

‘อ๊อฟ’ รับบทหนักสปิริตสู้หนาวแช่น้ำบริกรรมคาถา ‘เหม่เหม่’ร่วมมือ’เข้ม’ทำลายพิธีฟื้นคืนอาคม

วันจันทร์ ที่ 14 เมษายน พ.ศ. 2568, 08.00 น.

“ฟ้าพยับ” จัดฉากลุ้น ตื่นเต้น “เหม่เหม” ร่วมมือ “เข้ม” ลุยทำลายพิธีแช่ตัวอยู่ในน้ำว่าน พร้อมบริกรรมคาถา เพื่อฟื้นอาคม ในคืนเดือนดับ ของ “อ๊อฟ” จะสำเร็จหรือไม่ มาติดตามไปพร้อม ๆ กัน  

เข้มข้นขึ้นทุกตอน สำหรับละคร “ฟ้าพยับ”  ทาง ช่อง 7HD โดยค่าย มีเดีย สตูดิโอ ล่าสุดหลัง แสวง (อ๊อฟ ชนะพล) อาคมเสื่อม ธง (หัสวีร์ ภัคพงษ์ไพศาล) และพอตา (ธัญญวีร์ ชุณหสวัสดิกุล) ก็ไม่รอช้า เร่งเดินหน้ารวมตัวเพื่อหวังล้มแสวง โดยเริ่มจากการขัดขวาง ไม่ให้อ๊อฟทำพิธีเรียกอาคมคืนมาเป็นจอมขมังเวทย์ได้เหมือนเดิม

โดยฉากนี้เป็นฉากที่ แสวง จะทำพิธีเรียกคืนอาคมในช่วงเพชฌฆาตฤกษ์ โดยพิธีต้องเกิดขึ้นในคืนเดือนดับ พอตา ธง และแกว่น (สุรจิต บุญญานนท์) ที่รู้เรื่องนี้ จึงร่วมมือกันในการหาวิธีทำลายพิธีของแสวง เพราะถ้าแสวงเรียกอาคมคืนมาได้ นั่นหมายความว่าหนทางกำจัดแสวงจะยากขึ้น โดยวิธีการจะทำลายพิธี คือต้องทำให้แสวงลุกขึ้นมาจากแอ่งน้ำก่อนที่แสวงจะซึมซับอาคมจากแสงในน้ำว่านจนหมด ซึ่งถ้าทำไม่สำเร็จ ก็ต้องฆ่าแสวงก่อนจะทำพิธีเสร็จ ซึ่งงานยากตกอยู่ที่พอตา เพราะเธอต้องใช้ปืนยิงแสวง พอตาจะตัดสินใจอย่างไร ต้องติดตาม

 โดยเบื้องหลังฉากนี้ ผู้กำกับ สโนวี่ สพัฒ ตั้งใจให้ออกมาดูเข้มขลังมีพลัง ๆ สุด  ในฉากจึงมีทั้งโต๊ะทำพิธี การเตรียมน้ำว่านที่ถูกจัดทำมาเสมือนจริงสุด ๆ  ซึ่งฉากนี้นอกจากจะมี 3 นักแสดงนำ เข้ม หัสวีร์, เหม่เหม ธัญญวีร์ และอ๊อฟ ชนะพล แล้ว ยังมี ป้อม สุรจิต และโต๋เต๋ เกียรติชัย ที่ร่วมมือกับเข้ม รวมถึงเหล่าลูกสมุนของแสวง ได้แก่ โตส อัครัช, เชษฐ์ ฮันเตอร์ เบิร์ก และชิน อชิระ เข้าฉากนี้ด้วย ความยากของการถ่ายทำฉากนี้ คนที่รับบทหนักคงไม่พ้น อ๊อฟ ชนะพล ที่จะต้องเข้าฉากลงไปแช่ตัวอยู่ในน้ำว่าน พร้อมบริกรรมคาถา ซึ่งฉากนี้ถ่ายในเวลากลางคืน ด้วยอากาศหนาว ทำให้อ๊อฟที่ลงไปแช่น้ำถึงกลับแอบสั่น แต่ด้วยสปิริตสุดแรง พอผู้กำกับสั่งเดินกล้องถ่ายทำ  ความหนาวก็ไม่สามารถทำอะไรอ๊อฟได้ เพราะแสดงออกมาแบบผ่านฉลุย ด้านเหม่เหม  ที่วันนี้จะต้องจับปืนอย่างจริงจัง ก่อนถ่ายทำ เหม่เหมได้ซักซ้อมให้เข้ามือ เพื่อความปลอดภัย และเมื่อถึงเวลาถ่ายทำ แต่ละคนก็ประจำจุดของตัวเอง

ท้ายที่สุดแล้วเข้มและเหมเหม่ จะทำลายพิธีของอ๊อฟสำเร็จหรือไม่ หรืออ๊อฟจะกลับมาเป็นจอมขมังเวทย์ได้เหมือนเดิม  ติดตามความสนุกฉากนี้ได้ ในละคร  “ฟ้าพยับ” วันจันทร์ที่ 14 เมษายนนี้  เวลา 20.40 น. รับชมสดทางช่อง 7HD กด 35  และรับชมย้อนหลัง บนแอป TrueVisions NOW

ติดตาม “ฟ้าพยับ” ได้ทุกวันจันทร์ อังคาร เวลา 20.40 น. รับชมสดทางช่อง 7HD กด 35  และรับชมย้อนหลัง บนแอป TrueVisions NOWและติดตามข่าวสารความเคลื่อนไหวต่าง ๆ ได้ทาง Facebook, IG, X, TikTok, YouTube : Ch7HD

‘SPORTS LIFE’ ตามหาของดีจังหวัดบึงกาฬ เปิดวาร์ปทีมตะกร้อ’รร.บ้านโคกก่องมิตรภาพที่ 86′

'SPORTS LIFE' ตามหาของดีจังหวัดบึงกาฬ เปิดวาร์ปทีมตะกร้อ'รร.บ้านโคกก่องมิตรภาพที่ 86'

‘SPORTS LIFE’ ตามหาของดีจังหวัดบึงกาฬ เปิดวาร์ปทีมตะกร้อ’รร.บ้านโคกก่องมิตรภาพที่ 86′

วันจันทร์ ที่ 14 เมษายน พ.ศ. 2568, 07.00 น.

เสิร์ฟความมันรับสงกรานต์ “SPORTS LIFE” เยือนจังหวัดบึงกาฬ ส่องฟอร์มเทพนักกีฬา “รร.บ้านโคกก่องมิตรภาพที่ 86” และ “รร.โซ่พิสัยพิทยาคม” พร้อมโชว์ฝีเท้าเดือด รับประกันมันแน่ วันอังคารที่ 15 เมษายนนี้

สัปดาห์นี้รายการ SPORTS LIFE เดินสายเฟ้นหาเหล่านักกีฬาตัวตึงภาคอีสาน ล่าสุดปักหมุดจังหวัดบึงกาฬ ส่องฟอร์มแกร่งน้อง ๆ นักตะกร้อและนักฟุตบอล งานนี้พิธีกรอารมณ์ดี เอก-พรรษนพ เศาณานนท์ บุกไปเช็กชื่อดาวเด่นถึง 2 โรงเรียน รร.บ้านโคกก่องมิตรภาพที่ 86 และ รร.โซ่พิสัยพิทยาคม ที่แว่วว่าประสบการณ์ไม่ธรรมดา และซุ่มเตรียมทีมเพื่อสู้ศึก 4 ซีรีส์ กีฬานักเรียน แชมป์กีฬา 7HD 2025 ที่พร้อมระเบิดความมันเร็ว ๆ นี้ออกสตาร์ทกันที่ทีมตะกร้อรุ่นจิ๋วแห่ง รร.บ้านโคกก่องมิตรภาพที่ 86 ที่มีดีกรีเป็นถึงแชมป์ภูมิภาค กว่าจะไล่ตามความฝันไม่ใช่เรื่องง่าย น้อง ๆ ต้องฝึกหนัก ซ้อมเต็มที่ ทุ่มเททั้งแรงกายและแรงใจเพื่อไปให้ถึงเป้าหมาย มาถึงถิ่นแชมป์ทั้งที ไม่พลาดเปิดตัวนักตะกร้อทั้งชายและหญิง อวดของดีบึงกาฬซะเลย นอกจากพูดคุยกันแล้วยังให้น้อง ๆ ได้โชว์สกิลการเสิร์ฟ รับ ฟาด ที่รับประกันเลยว่าอึ้งและทึ้งกับความสามารถที่เก่งเกินวัยแน่นอน

 จากเรื่องราวของน้อง ๆ นักตะกร้อ เปลี่ยนโหมดมาเอาใจแฟนลูกหนังกันบ้าง เดินทางไปต่อที่ รร.โซ่พิสัยพิทยาคม เปิดวาร์ปทีมฟุตบอลคลื่นลูกใหม่ ที่แว่วว่าเหล่านักเตะทุกคนต่างใฝ่ฝันที่จะไปเล่น ฟุตบอลแชมป์กีฬา 7HD แชมเปียน  คัพ 2025 ที่จะจัดขึ้นช่วงปลายปี สำหรับทีม รร.โซ่พิสัยพิทยาคม เป็นทีมที่เน้นให้โอกาสลูกหลานในพื้นที่อำเภอโซ่พิสัย
ร่วมเป็นส่วนหนึ่งของทีม โดยมีตั้งแต่รุ่นอายุไม่เกิน 16 ปี และ อายุไม่เกิน 18 ปี ที่สำคัญคว้าแชมป์ในจังหวัดมาแล้วทุกสนามพร้อมประกาศชัด ว่าปีนี้พร้อมฉายแสงสู้ศึกที่สุดและเช่นเคย หลังพูดคุยจัดเต็มล้วงทีเด็ดของทีมแล้ว เอก-พรรษนพ ขอเสิร์ฟเกมสนุก ๆ ให้ได้ชิงความเป็นหนึ่งโดยครั้งนี้เลือกเกมสุดคลาสสิก เกมปั่นจิ่งหรีดยิงจุดโทษ พิเศษสุด ๆ เพราะสัปดาห์นี้ต้องมาแข่งขันกับพิธีกร กับกติกายิง5 ลูก ใครยิงได้มากกว่าแม่นกว่า ชนะไปเลยติดตามเรื่องราวทั้งหมดนี้ได้ในรายการ SPORTS LIFE  วันอังคารที่ 15 เมษายนนี้ เวลา 22.55 น.
ทาง ช่อง 7HD กด 35
และแฟนกีฬาสามารถติดตามข่าวสารต่าง ๆ ได้ทาง ช่อง 7HD ดูทีวีกด 35 สดออนไลน์ BUGABOO.TV ช่องทางออนไลน์ Ch7HD Sports (Facebook, IG, TikTok) และ Ch7HD (Facebook, IG, TikTok, X, YouTube) และเว็บไซต์ www.ch7.com

ละครเวที ‘โหมโรง เดอะมิวสิคัล ๒๕๖๘’ เด็กดนตรีไทยทั่วประเทศร่วมกิจกรรม WORKSHOP ระนาดเอก

ละครเวที ‘โหมโรง เดอะมิวสิคัล ๒๕๖๘’  เด็กดนตรีไทยทั่วประเทศร่วมกิจกรรม WORKSHOP ระนาดเอก

ละครเวที ‘โหมโรง เดอะมิวสิคัล ๒๕๖๘’ เด็กดนตรีไทยทั่วประเทศร่วมกิจกรรม WORKSHOP ระนาดเอก

วันจันทร์ ที่ 14 เมษายน พ.ศ. 2568, 06.00 น.

นับเป็นกิจกรรมที่ดีมากอีกหนึ่งงาน  สำหรับกิจกรรม WORKSHOP ระนาดเอก โหมโรง เดอะมิวสิคัล ที่ได้จัดขึ้นเมื่อวันอาทิตย์ที่ 30 มีนาคม 2568 ที่ผ่านมา ณ โรงละครเคแบงก์สยามพิฆเนศกิจกรรมนี้จัดขึ้นโดย ละครเวที “โหมโรง เดอะมิวสิคัล ๒๕๖๘” ร่วมด้วย “มูลนิธิหลวงประดิษฐไพเราะ” และ “โครงการเพื่อนดนตรี” ได้คัดเลือกน้องๆ เยาวชนอายุตั้งแต่ 6-15 ปี จากทั่วประเทศ ซึ่งได้รับความสำเร็จอย่างท่วมท้น โดยมีผู้สมัครส่งคลิปมากว่าร้อยคน แต่มีเพียง 30 คนเท่านั้นที่ได้มาเป็น “เยาวชนโหมโรง   เดอะมิวสิคัล”

และเนื่องในวาระครบรอบ 144 ปี ชาตกาล หลวงประดิษฐไพเราะ (ศร ศิลปบรรเลง) เพื่อเป็นการน้อมรำลึกถึงท่านครู บรมครูดนตรีไทย เปิดโอกาสให้น้องเยาวชนโหมโรงฯ ได้ขึ้นไปเล่นระนาดบนเวทีเดียวกันกับ “ครูเสนาะ หลวงสุนทร” (ลูกศิษย์หลวงประดิษฐไพเราะ)  ศิลปินแห่งชาติ สาขาศิลปะการแสดง (ดนตรีไทย) มาเล่นระนาดเอกเปิดโรงละครให้  นับเป็นการสร้างความภาคภูมิใจให้กับน้องๆเยาวชนโหมโรง เดอะมิวสิคัล เป็นอย่างมาก         ตลอดระยะเวลาของกิจกรรม นอกจากได้รับความสนุกสนานและเป็นกันเองจากทีมผู้สอนแล้ว  ยังได้รับความรู้อย่างมืออาชีพจาก “ครูเบิ่ง ทวีศักดิ์” มือระนาดอันดับต้นของไทย ผู้รับบท “ขุนอิน” ซึ่งครั้งนี้จัดโชว์สุดพิเศษ “ตีระนาด 4 ราง” ที่ไม่ได้เห็นกันง่ายๆ แต่ครูเบิ่ง ตั้งใจทำโชว์นี้เพื่อน้องๆ โดยเฉพาะ  และ “ครูแบ็งค์ เฉลิมรัฐ” แชมป์รายการเพลงเอกซีซั่น 2 ผู้รับบท “เทิด” พ่วงด้วยดีกรีเด็กเอกดนตรีไทย ศิษย์เก่าวิทยาลัยดุริยางคศิลป์ มหาวิทยาลัยมหิดล พร้อมด้วยพี่ๆ คณะนักดนตรีไทยผู้แสดงตัวจริงเสียงจริงอีกด้วย… ก่อนปิดท้าย ด้วยโชว์จากน้องๆ  ในเพลง “จีนตอกไม้” ที่ได้บรรเลงร่วมกันกับ ครูเบิ่ง ครูแบ็งค์ และพี่ๆ       นักดนตรีไทยจากละครเวทีโหมโรง เดอะมิวสิคัล ๒๕๖๘  ต่อหน้าผู้ปกครองและอาจารย์ที่มาเฝ้ารอชมนี้  ทุกคนต่างยิ้มปลื้มและปรบมือให้ไปกับความมุ่งมั่นพยายามของน้องๆ กับสุดยอดโชว์นี้ด้วยความไพเราะ พร้อมการมอบประกาศเกียรติคุณจบงานด้วยความประทับใจในการปลูกฝังให้น้องๆ เยาวชนโหมโรง เดอะมิวสิคัล ร่วมกันสืบสาน  รักษารากเหง้าและจิตวิญญาณของไทยไม่ให้จางหายไปตามการเปลี่ยนแปลงของยุคสมัยและกาลเวลา….