รัสเซียโจมตีเมืองซูมีดับ 30 ศพ เซเลนสกีโวย ปูตินเมินข้อเสนอหยุดยิง

รัสเซียโจมตีเมืองซูมีดับ 30 ศพ เซเลนสกีโวย ปูตินเมินข้อเสนอหยุดยิง

13 เม.ย. 2568 22:06 น.

รัสเซียโจมตีเมืองซูมีดับ 30 ศพ เซเลนสกีโวย ปูตินเมินข้อเสนอหยุดยิง

รัสเซียยิงมิสไซล์ 2 ลูกโจมตีเมืองซูมีทางตะวันออกเฉียงเหนือของยูเครน ล่าสุดมีผู้เสียชีวิตแล้ว 32 ศพ บาดเจ็บอีกหลายสิบคน ขณะที่เซเลนสกีเรียกร้องให้นานาชาติกดดันรัสเซีย

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า มิสไซล์ของรัสเซียตกใส่ย่านใจกลางเมืองซูมี ทางตะวันออกเฉียงเหนือของประเทศยูเครน เมื่อวันอาทิตย์ที่ 13 เม.ย. 2568 ซึ่งตรงกับวันอาทิตย์ทางตาล (Palm Sunday) ทำให้มีผู้คนพลุกพล่านกว่าปกติ เป็นเหตุให้มีผู้เสียชีวิตแล้วอย่างน้อย 32 ศพ และมีผู้ได้รับบาดเจ็บอีกอย่างน้อย 99 คน

ตามการเปิดเผยของสำนักงานข่าวกรองยูเครน เมืองซูมีถูกโจมตีเมื่อเวลาประมาณ 10.15 น. วันอาทิตย์ตามเวลาท้องถิ่น ด้วยขีปนาวุธ “อิสกันเดอร์-เอ็ม” (Iskander-M) จำนวน 2 ลูก ซึ่งถูกยิงมาจากแคว้นโวโรเนช และแคว้นคูสค์ ของรัสเซีย โดยจรวดตกใกล้กับมหาวิทยาลัยแคว้นซูมี

รัสเซียโจมตีเมืองซูมีดับ 30 ศพ เซเลนสกีโวย ปูตินเมินข้อเสนอหยุดยิง

ด้านเจ้าหน้าที่ของเมืองซูมีเผยว่า ขีปนาวุธของรัสเซียบรรจุด้วยกระสุนลูกปรายที่ออกแบบมาเพื่อสังหารคนให้มากที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ ทำให้จุดเกิดเหตุอยู่ในสภาพยับเยิน รถยนต์หลายคันถูกไฟลุกไหม้, ต้นไม้หลายต้นหักโค่น และรถราง 1 คันได้รับความเสียหาย

ต่อมานาย โวโลดีเมียร์ เซเลนสกี ประธานาธิบดียูเครน กล่าวหานาย วลาดิเมียร์ ปูติน ประธานาธิบดีรัสเซีย ว่าเพิกเฉยต่อข้อเสนอเรื่องการหยุดยิงของสหรัฐฯ และเรียกร้องให้นานาชาติช่วยกันกดดันรัสเซียมากขึ้น

“เป็นเรื่องสำคัญที่โลกจะต้องไม่ปิดปากเงียบหรือทำเป็นไม่ใส่ใจ” นายเซเลนสกีระบุในแถลงการณ์ซึ่งเผยแพร่ผ่าน X “การโจมตีของรัสเซียสมควรถูกประณาม จะต้องมีการกดดันรัสเซียเพื่อยุติสงครามและรับประกันความปลอดภัยให้แก่ผู้คน”

รัสเซียโจมตีเมืองซูมีดับ 30 ศพ เซเลนสกีโวย ปูตินเมินข้อเสนอหยุดยิง

“รัสเซียจะทำให้สงครามนี้ยืดเยื้อออกไปอีกหากปราศจากแรงกดดัน” เซเลนสกีระบุต่อ “ตอนนี้เป็นเดือนที่ 2 แล้วที่ปูตินเพิกเฉยต่อข้อเสนอของสหรัฐฯ ที่ให้หยุดยิงอย่างเต็มรูปแบบและไม่มีเงื่อนไข” “น่าเสียดายที่ในมอสโกพวกเขาเชื่อว่า พวกเขาสามารถทำการเข่นฆ่าต่อไปได้โดยไม่ต้องรับโทษ จำเป็นต้องมีมาตรการเพื่อเปลี่ยนแปลงสถานการณ์นี้”

ขณะที่นาย ไอฮอร์ คลีเมนโก รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยของยูเครนบอกกับสื่อท้องถิ่นว่า จำนวนผู้เสียชีวิตอาจเพิ่มสูงขึ้นอีก พร้อมกล่าวหารัสเซียด้วยว่า โจมตีเข้ามาโดยที่ตระหนักดีว่า มิสไซล์จะโดนพลเรือน

ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign

ที่มา : bbc

ร่วมสมทบทุนสร้าง ‘สวนอนุสรณ์ ศ. คุณหญิงนงเยาว์ ชัยเสรี’ อธิการบดีผู้ก่อตั้ง รพ.ธรรมศาสตร์ฯ

ร่วมสมทบทุนสร้าง ‘สวนอนุสรณ์ ศ. คุณหญิงนงเยาว์ ชัยเสรี’ อธิการบดีผู้ก่อตั้ง รพ.ธรรมศาสตร์ฯ

ร่วมสมทบทุนสร้าง ‘สวนอนุสรณ์ ศ. คุณหญิงนงเยาว์ ชัยเสรี’ อธิการบดีผู้ก่อตั้ง รพ.ธรรมศาสตร์ฯ

วันจันทร์ ที่ 14 เมษายน พ.ศ. 2568, 06.00 น.

โรงพยาบาลธรรมศาสตร์เฉลิมพระเกียรติ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ เชิญชวนร่วมสมทบทุนสร้าง “สวนอนุสรณ์ ศ. คุณหญิงนงเยาว์ ชัยเสรี”  เพื่อระลึกถึงอธิการบดีผู้ก่อตั้งโรงพยาบาลธรรมศาสตร์ฯ และสนับสนุนการพัฒนาพื้นที่สีเขียวภายในโรงพยาบาล  ทั้งนี้ จะมีพิธีเปิด “สวนอนุสรณ์ ศาสตราจารย์ คุณหญิงนงเยาว์ ชัยเสรี” อย่างเป็นทางการ ในวันอังคารที่ 29 เมษายน 2568 เวลา 13.00. ที่หน้า ER ของโรงพยาบาลธรรมศาสตร์

โรงพยาบาลธรรมศาสตร์เฉลิมพระเกียรติ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ร่วมระลึกถึงคุณงามความดี และเป็นการแสดงความกตัญญูกตเวทิตาแก่ ศาสตราจารย์ คุณหญิงนงเยาว์ ชัยเสรี ซึ่งท่านได้รักษาการ ในตำแหน่งอธิการบดี หลังเหตุการณ์ 6 ตุลาคม 2519 ซึ่งเป็นสถานการณ์ที่ยากลำบากที่สุดของมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ โดยได้ตั้งปณิธานไว้ว่า “จะไม่มีวันยอมให้ธรรมศาสตร์อยู่ในสภาพอย่างนี้ พวกเราต้องมาร่วมมือกันเพื่อสร้างมหาวิทยาลัยของเราขึ้นมาอีกครั้งหนึ่ง”

ต่อมาในปี 2525 ศาสตราจารย์ คุณหญิงนงเยาว์ ได้รับการโปรดเกล้าฯ ให้ดำรงตำแหน่งเป็นอธิการบดีมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ และได้ผลักดันการพัฒนาธรรมศาสตร์ใน 3 เรื่อง ได้แก่  เรื่องที่ 1 การขยายมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ไปศูนย์รังสิต ตามเป้าหมายที่ศาสตราจารย์ป๋วย อึ๊งภากรณ์ ได้ตั้งไว้  เรื่องที่ 2 การขยายจัดการเรียนการสอนในสาขาวิชาวิทยาศาสตร์สุขภาพ วิศวกรรมศาสตร์ วิทยาศาสตร์เทคโนโลยี และมนุษยศาสตร์ ทำให้ธรรมศาสตร์ผลิตบุคลากรครอบคลุมทุกสาขา เพื่อพัฒนาประเทศได้อย่างสมบูรณ์  เรื่องที่ 3 การสร้างโรงพยาบาลธรรมศาสตร์เฉลิมพระเกียรติ ซึ่งเปิดให้บริการในปี 2530 และปัจจุบันเป็นโรงพยาบาลที่มีมาตรฐานการรักษาทัดเทียมกับโรงพยาบาลมหาวิทยาลัยชั้นนำของประเทศ สามารถเป็นที่พึ่งทางด้านการสาธารณสุขของประชาชนในประเทศ

ด้วยคุณูปการอันยิ่งใหญ่ โรงพยาบาลธรรมศาสตร์เฉลิมพระเกียรติ จึงร่วมกับ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ จัดสร้าง “90 ปี สวนอนุสรณ์ ศาสตราจารย์ คุณหญิงนงเยาว์ ชัยเสรี” บริเวณด้านหน้าอาคารกิตติวัฒนา โรงพยาบาลธรรมศาสตร์เฉลิมพระเกียรติ ออกแบบโดย ผู้ช่วยศาสตราจารย์ สุภณัฐ เดชนิรัติศัย ผู้อำนวยการศูนย์นวัตกรรมการออกแบบและวิจัย คณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ และการผังเมือง มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ เพื่อเป็นสิ่งยึดเหนี่ยวจิตใจ เป็นขวัญกำลังใจ และส่งเสริมแรงบันดาลใจ ให้แก่คณะผู้บริหาร บุคลากรผู้ปฏิบัติงาน ณ โรงพยาบาลธรรมศาสตร์เฉลิมพระเกียรติ และคณะผู้บริหาร บุคลากร นักศึกษา มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ตลอดจนส่งเสริมให้คณะผู้บริหาร บุคลากร ศิษย์เก่า และคณะผู้มีจิตศรัทธา ประชาชนทุกภาคส่วน ได้มีส่วนร่วมในกิจกรรมการบริจาค เพื่อสมทบทุนจัดสร้างอนุสาวรีย์ “สวนอนุสรณ์ ศาสตราจารย์ คุณหญิงนงเยาว์ ชัยเสรี”

ทั้งนี้ เมื่อวันที่ 10 เมษายน 2568 เวลา 10.59 น. ได้มีพิธีวางประติมากรรม ศาสตราจารย์ คุณหญิงนงเยาว์ ชัยเสรี  ผลงงานการปั้นและหล่อประติมากรรมโดย อาจารย์วัชระ ประยูรคำ ณ อนุสาวรีย์ “สวนอนุสรณ์ ศาสตราจารย์ คุณหญิงนงเยาว์ ชัยเสรี”

ร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการจัดสร้างอนุสาวรีย์ “สวนอนุสรณ์ ศาสตราจารย์ คุณหญิงนงเยาว์ ชัยเสรี” บริจาคผ่านกองทุนสวนอนุสรณ์ ศาสตราจารย์ คุณหญิงนงเยาว์ ชัยเสรี ชื่อบัญชี รพ.ธรรมศาสตร์เฉลิมพระเกียรติ 091-0-20188-8 ธนาคารกรุงเทพ สาขา มธ. ศูนย์รังสิต สามารถลดหย่อนภาษีได้ 2 เท่า

สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ หน่วยรับบริจาค โรงพยาบาลธรรมศาสตร์เฉลิมพระเกียรติ ID Line : @tuh_donation โทรศัพท์ 02 926 9432 ในวันและเวลาราชการ

เอส แอนด์ พี ชวนคลายร้อนด้วย “ข้าวแช่ เฟสติวัล” เสิร์ฟพร้อมเมนูอาหารว่าง ของหวานสุดพรีเมี่ยม

เอส แอนด์ พี ชวนคลายร้อนด้วย “ข้าวแช่ เฟสติวัล” เสิร์ฟพร้อมเมนูอาหารว่าง ของหวานสุดพรีเมี่ยม

เอส แอนด์ พี ชวนคลายร้อนด้วย “ข้าวแช่ เฟสติวัล” เสิร์ฟพร้อมเมนูอาหารว่าง ของหวานสุดพรีเมี่ยม

วันจันทร์ ที่ 14 เมษายน พ.ศ. 2568, 06.00 น.

เมื่อฤดูร้อนมาเยือน หนึ่งในเมนูอาหารว่างโบราณคลายร้อนหลายคนต้องนึกถึง “ข้าวแช่” กลิ่นหอมน้ำลอยดอกมะลิ เครื่องเคียงรสเลิศนานาชนิดมีขึ้นตอนการปรุงแต่งอย่างพิถีพิถันตามตำรับโบราณ เพื่อเป็นการสืบสานวัฒนธรรมอาหารไทย ร้นนี้ เอส แอนด์ พี จัดโปรโมชั่นเอาใจคนรักข้าวแช่ด้วย “ข้าวแช่ เฟสติวัล” ที่ไม่ได้มีแต่ข้าวแช่ตำรับโบราณ แต่ยังเสิร์ฟพร้อมเมนูอาหารว่างโบราณคลายร้อน ปลาแห้งแตงโม ข้าวเหนียวมะม่วง และเครื่องดื่มคลายร้อน  หนึ่งปีมีเพียงครั้งเดียว พร้อมเสิร์ฟแล้ววันนี้ที่ร้าน เอส แอนด์ พี ตั้งแต่วันนี้ – 31 พฤษภาคม ศกนี้

ชุดข้าวแช่พรีเมียม

แต่ละปี ข้าวแช่ เอส แอนด์ พี ก็มีอะไรใหม่ๆ มาให้เราได้ลิ้มรสอยู่เสมอ เริ่มจาก “ข้าว” ที่ใช้ข้าวพันธุ์ดี หุงจนได้เม็ดสวย ไม่แตกหัก มีให้เลือกใน 2 เฉดสี สีขาวธรรมชาติ หรือจะเป็นข้าวสีฟ้าที่หุงด้วยน้ำอัญชัญ “น้าลอยดอกมะลิ” ที่อบกลิ่นมะลิและควันเทียนจนหอมกรุ่นชื่นใจ ที่ผ่านการแช่เย็นเพิ่มความสดชื่น

ข้าวแช่ชุดพิเศษ

เครื่องเคียงข้าวแช่ เอส แอนด์ พี ก็คัดสรรวัตถุดิบชั้นเลิศ นำมาปรุงรสตามตำรับโบราณ เริ่มตั้งแต่ ลูกกะปิ ที่นำกะปิเคยชั้นยอด รสไม่เค็มจนเกินไปผสมกับกุ้งแห้งอย่างดี รวมถึงปลาเนื้ออ่อน นำไปปรุงจนได้รสกลมกล่อมหอมกลิ่นกะปิและเครื่องเทศสมุนไพร

ชุดข้าวแช่แบบกล่อง

เมนูข้าวแช่เป็นเมนูที่ต้องใช้ความละเมียดละไมในการทำ ตั้งแต่การหุงข้าว การทำเครื่องเคียง รวมไปถึงการคัดเลือกวัตถุดิบที่มีคุณภาพ ผ่านกระบวนการทำอย่างพิถีพิถัน หอมกรุ่นกลิ่นน้ำดอกมะลิ รับประทานคู่กับเครื่องเคียงหลากหลายรสชาติเข้มข้น อาทิ ได้คุณประโยชน์ทั้งโปรตีนจากเนื้อปลา แคลเซียมจากกะปิ ช่วยให้กระดูกและฟันแข็งแรง ตามมาด้วย พริกหยวกสอดไส้ ก็ไม่ธรรมดาเพราะเป็น พริกหยวกสอดไส้ปูจ๋า” ที่ ป้าใหญ่- ภัทรา ศิลาอ่อน คิดค้นขึ้นมาเป็นพิเศษ ด้วยเนื้อปูสดใหม่ผสมกับเนื้อไก่บด ให้รสสัมผัสเนียนนุ่ม ปรุงรสตามแบบฉบับปูจ๋า นำไปยัดไส้ในพริกหยวกที่นำเมล็ดออกจนหมด แล้วห่อด้วยไข่ทอดกรอบ ความอร่อยมาพร้อมประโยชน์เนื่องจาก ในพริกหยวกมีเบต้าแคโรทีนและวิตามินหลายชนิด ลดโอกาสเกิดโรคมะเร็ง

ข้าวเหนียวมะม่วงน้ำดอกไม้

ขาดไม่ได้ในเครื่องเคียงข้าวแช่ “หมูฝอยหวาน” หอมกลิ่นเครื่องเทศ ได้โปรตีนจากเนื้อหมู และหอมแดงยังช่วยให้เจริญอาหาร “ไชโป้วหวาน” ที่เพิ่มความอร่อยครบรสให้กับข้าวแช่ ในหัวไชเท้ามีฤทธิ์เป็นยาเย็น อุดมด้วยไฟเบอร์และวิตามินซี ช่วยเสริมการทำงานของระบบภูมิคุ้มกัน แกล้มด้วย ผักสดแกะสลักสวยงาม มีทั้ง กระชาย ช่วยต้านอักเสบและเพิ่มความสดชื่นให้ร่างกาย พริกชี้ฟ้าแดง ช่วยระบบย่อยอาหารและช่วยให้เจริญอาหาร มะม่วงเขียวเสวย เพิ่มภูมิต้านทานให้ร่างกาย เสริมการทำงานของระบบย่อยอาหาร

น้ำมะม่วงสดปั่น และน้ำแตงโมปั่น

เคล็ดลับการทานข้าวแช่เพื่อเพิ่มความอร่อยนั้น เริ่มจากทานเครื่องเคียงก่อน แล้วค่อยรับประทานข้าวแช่ พร้อมกับน้ำลอยดอกมะลิตาม จะทำให้สดชื่น คลายร้อนได้ดี เคล็ดลับนี้จะทำให้ข้าวแช่ยังคงความหอมกลิ่นมะลิ น้ำข้าวแช่ไม่มัน และไม่เสียรสชาติ

ไอศกรีมข้าวเหนียวมะม่วงซันเดย์ ไอศกรีมปลาแห้งแตงโมซันเดย์

นอกจากเมนูข้าวแช่แล้ว เอส แอนด์ พี ยังมีสำรับเมนูคลายร้อนที่ทานแล้วอร่อย ชื่นใจ อย่างเมนู “ปลาแห้งแตงโม” เมนูของว่างชาววังโบราณ ทำมาจากปลาเนื้อปลาทูน่า นำมาผสมกับเครื่องเทศรสชาติกลมกล่อม ทานกับแตงโม สดชื่นตั้งแต่ คำแรก หวานฉ่ำแทรกความเค็มของปลาแห้ง และที่ขาดไม่ได้เมนูของหวานอย่าง “ข้าวเหนียวมะม่วงน้ำดอกไม้” ความพิเศษอยู่ที่น้ำมะม่วงน้ำดอกไม้หวานฉ่ำทานคู่กับข้าวเหนียวมูนสีชมพูที่ได้จากน้ำบีทรูท และสีเขียวจากใบเตย  รวมถึง ไอศกรีมข้าวเหนียวมะม่วงซันเดย์ ไอศกรีมปลาแห้งแตงโมซันเดย์ เครื่องดื่มก็เข้าธีมดับร้อนมีทั้ง น้ำมะม่วงสดปั่น น้ำแตงโมปั่น หรือใครที่เป็นสายเขียวต้องลอง “Uji Matcha” มัจฉะแท้จากญี่ปุ่น มีให้เลือก 4 เมนู “ไอซ์เพียวอูจิมัจฉะ” เข้มข้นความมัจฉะล้วนๆ “อูจิมัจฉะน้ำมะพร้าว” มัจฉะเข้มๆ หวานหอมด้วยน้ำมะพร้าวแท้ๆ ท็อปปิ้งด้วยเนื้อมะพร้าวอ่อนเข้ากันที่สุด หากใครชอบความนัวกลมกล่อมต้องสั่ง “อูจิมัจฉะสตรอเบอรี่ลาเต้”  ชั้นล่างเป็นน้ำเชื่อมสตรอเบอรี่หวานอมเปรี้ยว ชั้นกลางเป็นนม ชั้นบนเป็นอูจิมัจฉะเข้มๆ หลากหลายรสชาติในแก้วเดียว ปิดท้ายด้วย “โคลด์วิสค์อูจิมัจฉะลาเต้” เข้มข้นเหมือนได้ดื่มมัจฉะที่ญี่ปุ่น

เครื่องดื่มคลายร้อน “Uji Matcha” มัจฉะแท้จากญี่ปุ่น 4 เมนู

“ข้าวแช่เฟสติวัล” มีให้เลือกตามความต้องการ ชุดข้าวแช่พรีเมียม เสิร์ฟพร้อมข้าวเหนียวมะม่วงน้ำดอกไม้ และ ปลาแห้งแตงโม 395 บาท ข้าวแช่ชุดพิเศษ เสิร์ฟพร้อมข้าวเหนียวมะม่วงน้ำดอกไม้ 298 บาท ชุดข้าวแช่ทานที่ร้าน 198 บาท ชุดข้าวแช่แบบกล่อง 148 บาท ชุดข้าวเหนียวมะม่วงน้ำดอกไม้ 148 บาท

พบกับ “ข้าวแช่เฟสติวัล” อร่อย ชื่นใจ คลายร้อน ได้ตั้งแต่วันนี้ -31 พฤษภาคม 2568 ที่ร้าน เอส แอนด์ พี หรือ โทร. 1344 และ www.snp1344.com

โครงการสานฝัน ทำเพื่อน้อง ปีที่ 8’ ของกลุ่มเซ็นทรัล ได้รับการสนับสนุนจากงาน TTE

โครงการสานฝัน ทำเพื่อน้อง ปีที่ 8’ ของกลุ่มเซ็นทรัล ได้รับการสนับสนุนจากงาน TTE

โครงการสานฝัน ทำเพื่อน้อง ปีที่ 8’ ของกลุ่มเซ็นทรัล ได้รับการสนับสนุนจากงาน TTE

วันจันทร์ ที่ 14 เมษายน พ.ศ. 2568, 06.00 น.

“โครงการสานฝัน ทำเพื่อน้อง ปีที่ 8” ของกลุ่มเซ็นทรัล ได้รับการสนับสนุนจากงาน TTE (Thailand Toy Expo)ส่งต่อพลังแห่งความฝัน สู่โอกาสทางการศึกษาของเด็กยากจนพิเศษทั่วไทย

 “สานฝัน ทำเพื่อน้อง ปีที่ 8” เป็นอีกหนึ่งพันธกิจภายใต้ โครงการ “เซ็นทรัล ทำ” ของกลุ่มเซ็นทรัล ที่จัดทำโครงการขึ้นเพื่อมอบทุนการศึกษาให้เด็กกลุ่มยากจนพิเศษ ผ่านความร่วมมือกับมูลนิธิกองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา (กสศ.) เพื่อไม่ให้ความฝันของเด็กๆ ต้องหยุดลงเพียงเพราะขาดโอกาสทางการเงิน โดยทุนที่มอบให้นั้นครอบคลุมทั้งค่าเล่าเรียน ค่าเดินทาง อาหารกลางวัน อุปกรณ์การเรียน รวมถึงช่วยแบ่งเบาภาระครอบครัวในยามขาดรายได้

ม.ร.ว.สุทธิภาณี ยุคล ตัวแทนกลุ่มเซ็นทรัลมอบของที่ระลึกแก่ผู้จัดงาน

มอบเงินสมทบทุนผ่านโครงการสานฝัน ทำเพื่อน้อง ปีที่ 8

ในปีนี้ โครงการฯ ได้รับการสนับสนุนจาก TTE (Thailand Toy Expo) ซึ่งจัดกิจกรรมประมูลของเล่น และมอบเงินจำนวน 300,000 บาท เพื่อสมทบทุนการศึกษาแก่เด็กๆ ที่ต้องการความช่วยเหลือกลุ่มเซ็นทรัลขอขอบคุณ TTE และพันธมิตรทุกท่านที่ร่วมเป็นพลังสำคัญในการ “สานฝัน” ให้เยาวชนไทยได้มีโอกาสเรียนต่อและมีอนาคตที่มั่นคง  ร่วมสมทบทุนเพิ่มเติมได้ที่ Tham-dee.com/projects/sarn-fun-scholarship-2025 เพื่อเป็นส่วนหนึ่งในการสานฝันให้น้องๆ ต่อไป

สยามพารากอนอิมพอร์ตโชว์ระดับโลกจากเนเธอร์แลนด์ สาดความสนุกท่ามกลางสวนดอกไม้ยักษ์ใจกลางเมือง

สยามพารากอนอิมพอร์ตโชว์ระดับโลกจากเนเธอร์แลนด์ สาดความสนุกท่ามกลางสวนดอกไม้ยักษ์ใจกลางเมือง

สยามพารากอนอิมพอร์ตโชว์ระดับโลกจากเนเธอร์แลนด์ สาดความสนุกท่ามกลางสวนดอกไม้ยักษ์ใจกลางเมือง

วันจันทร์ ที่ 14 เมษายน พ.ศ. 2568, 06.00 น.

ลองเทศกาลมหาสงกรานต์พร้อมร่วมขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทย สยามพารากอน ผนึกกำลังร่วมกับ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทยธนาคารกสิกรไทย, INGU  และ JOOX  จัดงาน “Siam Paragon Summersive : Happiness in Full Bloom”  ตื่นตากับสวนดอกไม้เหนือจินตนาการสุดตระการตา พร้อมโชว์พิเศษครั้งแรกในไทย THE COLORS การแสดง Street Theater ระดับโลกจากประเทศเนเธอร์แลนด์  รอบเวลา 18.00 และ 20.00 น. พบกับความสนุกกับ Water Cannon  สาดความชุ่มฉ่ำที่พาร์คพารากอน ไปจนถึงวันที่ 15 เมษายน 2568 ตลอดจนผลงานศิลปะที่ได้รับแรงบันดาลใจจากธรรมชาติและดอกไม้ในทุกแง่มุม พร้อมชมภาพยนตร์สารคดีที่จะมอบรอยยิ้มและความสุข

พิธีเปิดงานได้รับเกียรติจาก  ฯพณฯ นายแร็มโก ฟัน ไวน์คาร์เดิน เอกอัครราชทูตราชอาณาจักรเนเธอร์แลนด์ประจำประเทศไทย, นายฆาเบียร์ เด ซิกโก้ อุปทูตรักษาการ สถานเอกอัครราชทูตอาร์เจนตินาประจำประเทศไทย, สรัลธร อัศเวศน์ ผู้บริหารศูนย์การค้าสยามพารากอน, ชัชวาลย์ แสงปรีดีกรณ์  ผู้บริหารธนาคารกสิกรไทย, เอิบลาภ ศรีภิรมย์  ผู้บริหารการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย, ณัฐหทัย จึงทวีศิลป์ผู้บริหารแบรนด์ INGU และ คามิล เชิน ผู้บริหาร JOOX  มาร่วมงาน พร้อมร่วมชมโชว์พิเศษจากศิลปินสุดฮอต ต้าห์อู๋-ออฟโรด ที่มาสาดความสนุกภายในงานอย่างเต็มอิ่ม

ตื่นตาตื่นใจกับไฮไลท์ในทุกพื้นที่ของสยามพารากอน อาทิ สวนดอกไม้เหนือจินตนาการ จุดถ่ายภาพเช็คอินห้ามพลาด! ณ พาร์ค พารากอน ชั้น M Garden of Joy สัมผัสมนต์เสน่ห์ของดอกไม้ขนาดยักษ์ที่จัดแต่งเป็นสวนสุดอลังการ ณ โซนจีเวล และพาร์ค พารากอน ให้ทุกมุมเต็มไปด้วยความสดชื่น พร้อมจุดถ่ายภาพเช็คอินที่ไม่ควรพลาด

 Multi-Sensory เปิดรับมิติใหม่ของความสุขที่จะกระตุ้นทุกประสาทสัมผัส ไม่ว่าจะเป็น การสัมผัส : ความงดงามราวกับต้องมนต์ที่โอบล้อมด้วยมวลหมู่ดอกไม้ในทุกย่างก้าว กลิ่นหอม : ปลุกความสดชื่นในฤดูกาลอันร้อนแรงด้วยกลิ่นหอมในคอลเลคชั่นสปริง/ซัมเมอร์จากแบรนด์ Copenn. (โคเพนน์)  ตั้งแต่ก้าวย่างเข้าศูนย์การค้า เสียง: เพลิดเพลินไปกับเสียงดนตรีที่จะทำให้หัวใจคุณเต้นรัวด้วยจังหวะสนุกสนาน การมองเห็น: ตระการตาไปกับโชว์สุดอลังการและบันทึกภาพความงดงามเก็บเป็นความทรงจำอันประทับใจ และรสชาติ: เติมเต็มความสุขผ่านรสสัมผัสกับเครื่องดื่มและอาหารสุดสร้างสรรค์ที่จะทำให้บรรยากาศของซัมเมอร์สมบูรณ์แบบ

International Show พบกับโชว์พิเศษครั้งแรกในไทย!!  THE COLORS การแสดง Street Theater ระดับโลกจากประเทศเนเธอร์แลนด์ ที่ได้รับเสียงตอบรับอย่างล้มหลามจากเทศกาลศิลปะการแสดงทั่วโลก ร่วมเนรมิต พาร์ค พารากอนให้สว่างไสวด้วยฝูงผีเสื้อในอาภรณ์งดงามวิจิตรบรรจง เจิดจ้าเปล่งประกายเริงระบำบนรุ้งกินน้ำต้อนรับเทศกาลแห่งความสุขของซัมเมอร์นี้ วันละ 2 รอบ เวลา 18.00 น. และ 20.00 น. Special Artist Performance พลาดไม่ได้กับคอนเสิร์ตดจากศิลปินแถวหน้าของเมืองไทย อาทิ ATLAS, INK WARUNTORN, PROXIE, NexT1De, JAYLERR และ 4EVE

แฟชั่น ฮอลล์ ชั้น 1สัมผัสความงามและความสดใสของฤดูร้อนที่เต็มไปด้วยความสุข ผ่านการแสดงผลงานศิลปะที่ได้รับแรงบันดาลใจจากธรรมชาติและดอกไม้ในทุกแง่มุม โดยสยามพารากอน ร่วมกับ สารัตถะ (Saratta.space) นำทีมโดย พัทธมน นิศาบดี Chief Curator พร้อมพาคุณไปพบกับความงดงามที่แสดงออกผ่านผลงานศิลปะหลากหลาย ภายใต้คอนเซ็ปต์ “Happiness in full bloom” ที่เต็มไปด้วยสีสันจาก ดอกไม้ ธรรมชาติและแสงที่สดใส จัดแสดงผลงานจากหลากหลายศิลปิน อาทิ JCCHR, นพนันท์ ทันนารี, จารุวัฒน์ น้อมรับพร, ณัฏฐกรม์ ชุณหะวัณ, พิมพ์ เพิ่มพูลสมบัติ, Hongki Dongki, JATSdeYEHUA, Anxiety Storage และ อนุพันธุ์ พฤกษ์พันธ์ขจี

นอกจากนี้ ยังร่วมกับ สถานเอกอัครราชทูตอาร์เจนตินาประจำประเทศไทย  นำเสนอนิทรรศการศิลปะสุดพิเศษ “Songkran Water & Petals” ณ Living Hall ชั้น 3 สยามพารากอน  โดย Ingrid Haubrich (อินกริด เฮาบริช) ศิลปินชาวอาร์เจนตินาที่มีชื่อเสียงระดับนานาชาติ ผลงานของเธอก้าวข้ามพรมแดนเดิม ๆ ผ่านการเชื่อมโยงธรรมชาติ ความทรงจำ และตัวตนของเธอเข้ากันกับมุมมองที่มีเอกลักษณ์และร่วมสมัย

บทกวีแห่งสายน้ำและดอกไม้ในงานของอินกริด เฮาบริช สะท้อนถึง น้ำ ที่เป็นหัวใจสำคัญของเทศกาลสงกรานต์ น้ำเป็นดั่งพลังศักดิ์สิทธิ์ที่เชื่อมโยงอดีตและอนาคต เชื่อมโยงจารีตเข้ากับการเปลี่ยนแปลง ทั้งยังเป็นสัญลักษณ์ของความบริสุทธิ์ การเริ่มต้นใหม่ และวัฏจักรแห่งการเปลี่ยนแปลงอย่างต่อเนื่อง อินกริด ได้ถ่ายทอดจังหวะของธรรมชาติเหล่านี้ผ่านวัฏจักรสำคัญ 2  วัฏจักรด้วยกันในผลงานศิลปะของเธอ ได้แก่ สายน้ำและดอกไม้ในการปะทะสังสรรค์กันระหว่างสายน้ำและดอกไม้ ระหว่างการชำระล้างและการเฉลิมฉลอง ผลงานของอินกริด ได้แสดงให้เห็นถึงแก่นสารของงานเทศกาลสงกรานต์ ได้แก่ ความงดงามของความไม่จีรัง การเริ่มต้นใหม่ของชีวิตที่เกิดขึ้น และคำมั่นสัญญาแห่งการเริ่มต้นใหม่ในทุกหยดน้ำและทุกการผลิบานสู่โลกของดอกไม้

บอกลาหนังศีรษะมัน เผยผมสุขภาพดีด้วยการเลือกใช้แชมพูที่เหมาะสม

บอกลาหนังศีรษะมัน  เผยผมสุขภาพดีด้วยการเลือกใช้แชมพูที่เหมาะสม

บอกลาหนังศีรษะมัน เผยผมสุขภาพดีด้วยการเลือกใช้แชมพูที่เหมาะสม

วันจันทร์ ที่ 14 เมษายน พ.ศ. 2568, 06.00 น.

หลายปัญหาของหนังศีรษะและเส้นผม ที่มีความมันเป็นตัวร้ายค่อยทำลายความมั่นใจ จะเลือกสระผมบ่อยไปก็ไม่ดี นาน ๆ สระผมทีก็ไม่ได้ เพราะถ้าทำแบบนี้ความมันมาเช็คอินให้ต้องกุมขมับแน่นอน โดยปกติหนังศีรษะมีต่อมไขมันที่ทำหน้าที่ผลิตน้ำมัน (Sebum) ในปริมาณที่เหมาะสมเพื่อให้ผมและหนังศีรษะชุ่มชื้น ซึ่งมีความสำคัญต่อสุขภาพของหนังศีรษะและเส้นผมที่ดี แต่หากมีการผลิตมากไปอาจส่งผลเสียกับสุขภาพหนังศีรษะและกระทบไปด้านต่างๆ ได้ ดังนั้น การดูแลที่เหมาะสมจึงเป็นสิ่งสำคัญในการควบคุมความมัน

สาเหตุที่ทำให้หนังศีรษะมัน เช่น การเปลี่ยนแปลงของฮอร์โมนแอนโดรเจน ที่กระตุ้นต่อมไขมันให้ผลิตน้ำมันมากขึ้นอาหารที่มีไขมันสูง ความเครียด และการพักผ่อนไม่เพียงพออาจส่งผลต่อการผลิตน้ำมันบนหนังศีรษะ สภาพอากาศร้อนและชื้น ส่งผลให้เหงื่อออกมาก ผมมันเร็วกว่าปกติ  การสระผมบ่อยเกินไป อาจทำให้หนังศีรษะแห้ง กระตุ้นให้ต่อมไขมันผลิตน้ำมันเพิ่มขึ้นได้ การสระผมด้วยน้ำอุ่น จะล้างน้ำมันตามธรรมชาติบนหนังศีรษะออกมากเกินไป ทำให้หนังศีรษะแห้ง และกระตุ้นให้ต่อมไขมันผลิตน้ำมันมากขึ้น  รวมทั้งการใช้แชมพูที่ไม่เหมาะสม ต่อมไขมันจะทำงานหนักเกินไป

เพราะฉะนั้นควรดูแลหนังศีรษะอย่างถูกวิธี ปรับเปลี่ยนไลฟ์สไตล์และพฤติกรรมในการดูแลหนังศีรษะและเส้นผม รวมถึงเลือกใช้แชมพูที่อ่อนโยน เพื่อเสริมความมั่นใจ มอบสุขภาพหนังศีรษะที่ดี โดย กิฟฟารีน (Giffarine) ผู้นำแบรนด์สุขภาพและความงามสัญชาติไทย คิดค้นแชมพูที่ตอบโจทย์ผู้ที่มีหนังศีรษะและเส้นผมมัน ด้วย กิฟฟารีน ไบโอ เฮอร์เบิล ดีฟ คลีนส์ แชมพู (Giffarine Bio Herbal Deep Cleanse Shampoo) ที่เปิดมิติใหม่ให้หนังศีรษะสะอาดล้ำลึกโดยจัดการสิ่งสกปรก ฝุ่นละออง สารเคมีตกค้างบนหนังศีรษะและเส้นผมจากผลิตภัณฑ์จัดแต่งทรงผมได้อย่างหมดจด ด้วยความเข้มข้นของสารทำสะอาดที่อ่อนโยนพิเศษ ปราศจาก SLS หรือ Sodium Lauryl Sulfate มีคุณสมบัติเป็นสารทำความสะอาดชนิดหนึ่ง ช่วยทำให้เกิดฟอง แต่เป็นสารที่สามารถสร้างความระคายเคืองต่อผิวหนังได้ โดยเฉพาะผู้ที่มีปัญหาผิวแพ้ง่าย

Giffarine Bio Herbal Deep Cleanse Shampoo เป็นแชมพูสูตรใส จัดการสิ่งตกค้าง ช่วยดีท็อกซ์เส้นผมและหนังศีรษะได้อย่างล้ำลึก  ช่วยล้างเคมีออกง่าย ลดความมัน ลดความคัน ไม่ทำให้ผมแห้งเสีย

นอกจากนี้ ยังมีสารสำคัญที่เต็มไปด้วยคุณภาพ เพื่อมอบความเบาสบาย หนังศีรษะทุกครั้งที่ใช้ ด้วยความเข้าใจผู้ที่มีหนังศีรษะมัน อย่าง สะอาดล้ำลึกขั้นกว่า ด้วย 2X Bubble Cleansers การผสมผสาน 2 พลังขจัดสิ่งสกปรก ที่ออกแบบพิเศษสำหรับการ Deep Cleanse โดยเฉพาะ ได้แก่ Disodium Laureth Sulfosuccinate พลังการทำความสะอาดล้ำลึก อ่อนโยนต่อหนังศีรษะ Cocamidopropyl Betaine บูสต์ฟองโฟมนุ่มแน่น ช่วยล้างสิ่งสกปรกหมดจด  Tea Tree Oil ช่วยควบคุมความมันและลดกลิ่นไม่พึงประสงค์บริเวณเส้นผมและหนังศีรษะ Climbazole ช่วยขจัดรังแคอย่างมีประสิทธิภาพ Hydrolyzed Keratin & Pro-Vitamin B5 ช่วยบำรุงเส้นผมให้นุ่มสลวย เงางาม มีความชุ่มชื้น แลดูมีน้ำหนัก ไม่มีส่วนผสมของ Silicone 100% ทำให้ช่วยลดโอกาสการอุดตัน และลดโอกาสการเกิดสิวบนหนังศีรษะได้

หนึ่งในทางออกผมสวย ไม่มันเยิ้ม แต่เพิ่มความนุ่มสลวย เงางาม ดูมีน้ำหนัก สะบัดผมด้วยความมั่นใจ  ไปพร้อมกับการดูแลหนังศีรษะและเส้นผมอย่างถูกวิธี ทั้งนี้ ควรหลีกเลี่ยงพฤติกรรมที่ทำให้หนังศีรษะผลิตน้ำมันมากเกินไป รวมถึงใช้ผลิตภัณฑ์จัดแต่งทรงผมเท่าที่จำเป็น เพื่อลดการระคายเคืองหนังศีรษะ ควรหลีกเลี่ยงการสระผมด้วยน้ำอุ่นหรือน้ำร้อน และควรเป่าผมให้แห้งทุกครั้งหลังสระผม เพียงเท่านี้ก็มีสุขภาพผมที่ดีได้

‘In the Garden’ แรงบันดาลใจจากมื้อบรันช์สุดชิลล์สไตล์สแกนดิเนเวียน

‘In the Garden’ แรงบันดาลใจจากมื้อบรันช์สุดชิลล์สไตล์สแกนดิเนเวียน

‘In the Garden’ แรงบันดาลใจจากมื้อบรันช์สุดชิลล์สไตล์สแกนดิเนเวียน

วันจันทร์ ที่ 14 เมษายน พ.ศ. 2568, 06.00 น.

QUINN (ควินน์) แบรนด์แฟชั่นสะท้อนตัวตนของผู้หญิงยุคใหม่ที่แสดงออกถึงภาพลักษณ์อันทรงพลัง เหนือกาลเวลา กล้าที่จะแตกต่าง ต้อนรับแฟชั่นประจำฤดูกาลซัมเมอร์ 2025 ชวนทุกคนร่วมโต๊ะบรันช์สุดชิลล์ในแคมเปญ In the Garden พร้อมเสิร์ฟไอเทมแฟชั่นล่าสุดที่ได้แรงบันดาลใจจากของใช้นานาชนิดบนโต๊ะอาหารมื้อสาย ที่ถูกตกแต่งสไตล์สแกนดิเนเวียนในสวน มีไฮไลต์สุดพิเศษประจำคอลเลกชั่นคือ การร่วมงานกับ ซินดี้-สิรินยา บิชอพ นางแบบชื่อดังพ่วงด้วยดีกรีพิธีกร นักเขียนและนักเคลื่อนไหวด้านสิทธิสตรี มาพรีเซนต์ความแอลิแกนซ์ที่ให้ความรู้สึกแคชชวลสบายผ่านลวดลายเสื้อผ้าที่มีเอกลักษณ์ผสมผสานกับเทคนิคการตัดเย็บอันประณีตกลายเป็นเสื้อผ้าสไตล์ซัมเมอร์ที่สวมใส่สบายพร้อมกับมีกลิ่นอายความหรูหราสไตล์โอลด์ มันนี่

องค์ประกอบสำคัญของการออกแบบคือการหยิบนำลวดลายที่มักเห็นได้บนโต๊ะอาหาร อาทิ ลายพิมพ์ดอกไม้ ลายทางหลากหลายสีสัน ลายนูนที่อินสไปร์จากขอบจานที่ถูกนำมาขมวดขดเกิดเป็นลวดลายแอบแสตรก และลายพิมพ์ของผักผลไม้ ไม่ว่าจะเป็นต้นอาร์ติโชค มะเขือเทศ มะเขือม่วง และผลมะเดื่อฝรั่ง ถูกถักทอผ่านวัสดุเส้นใยธรรมชาติทั้งผ้าคอตตอน ผ้าลินิน รวมถึงผ้าลูกไม้ควินน์ แลซ (QUINN LACE)  โดดเด่นด้วยลวดลายพิเศษนำมาต่อกันเป็นแพทช์ผ้าที่มีเอกลักษณ์ เสริมด้วยกรรมวิธีตัดเย็บสุดยูนีคทั้งการจับเดรปและการถักโครเช่ต์คล้ายแผ่นรองแก้ว มาในพาแลตสีสันนูทรัลสบายตาไปจนถึงสีสันสดใสบ่งบอกถึงความเป็นซัมเมอร์ ตั้งแต่สีขาวไอวอรี สีเบจ สีน้ำตาลมะฮอกกานี ไปจนสีเหลืองเลม่อน สีส้มแทงเจอรีน สีเขียวมรกต และสีแดงอำพัน ออกมาให้เลือกสรรในหลายดีไซน์ตั้งแต่ เดรสเกาะอกปักลายขมวดแอบแสตรก จัมพ์สูทลายทางคละสี เดรสสายเดี่ยวกระโปรงสั้นแต่งโมทีฟรูปผักช่วงอก เดรสแขนยาวจับเดรปป้ายข้าง เดรสซาตินคล้องคอพิมพ์ลายพืชผัก เชิ้ตแขนสั้นเข้าเซ็ทกับกางเกงพิมพ์ลายดอกไม้และเบสิคไอเทมอย่างเสื้อแขนยาวพิมพ์ลายโลโก้แบรนด์ และกระโปรงพลีทสั้น แมตช์เข้าคู่กับกระเป๋าโท้ทพิมพ์ลายผลมะเดื่อ กระเป๋าสะพายไหล่สีแดงอำพันแต่งชาร์มทรงผลมะเขือเทศ หรือกระเป๋าสะพายไหล่สีส้มแทงเจอรีนที่มีลูกเล่นเป็นชาร์มรูปทรงแครอท

สายแอคเซสเซอรี่ไม่ควรพลาดไอเทมรองเท้า หมวก และเครื่องประดับสุดไอคอนิคที่นำเอาเทคนิคการถัก การฉลุลาย แต่งด้วยกลิตเตอร์ ใช้วัสดุหินสี และโมทีฟดอกไม้มาดีไซน์เข้ากับสีสันเรียบหรู ทั้งสีน้ำตาลซินนามอน น้ำตาลเมเปิ้ล สีเขียวดีพฟอร์เรส และสีทองอร่ามสุดลักชูรี มีให้เลือกสรรมากมาย ทั้งรองเท้าแตะรัดข้อเท้าแต่งหินสี รองเท้าส้นสูงทรงสวมหัวรองเท้าหนังสาน รองเท้าเอสปาดริลล์แต่งคริสตัลที่สามารถมิกซ์แอนด์แมทช์เข้ากับหมวกโครเช่ต์ทรงถังสีเบจหรือหมวก

ถักทรงบักเก็ตสีเขียวดีพฟอร์เรสปักลายโลโก้แบรนด์ เพิ่มออร่าความสง่าด้วยเครื่องประดับต่างหู แหวน และสร้อยคอดีไซน์โมทีฟดอกไม้ในโทนสีทองเพิ่มบรรยากาศหรูหราชวนทุกคนมาสัมผัสไลน์สินค้าเสื้อผ้าและเครื่องประดับจากแคมเปญ In the Garden ที่ QUINN ทุกสาขา และเว็บไซต์ iamquinn.com

4 โซนไฮไลท์ฉลองสงกรานต์ฉ่ำ ‘One Bangkok, One Lagoon’

4 โซนไฮไลท์ฉลองสงกรานต์ฉ่ำ ‘One Bangkok, One Lagoon’

4 โซนไฮไลท์ฉลองสงกรานต์ฉ่ำ ‘One Bangkok, One Lagoon’

วันจันทร์ ที่ 14 เมษายน พ.ศ. 2568, 06.00 น.

ชุ่มฉ่ำกันแล้วอย่างสนุกสนานกับงาน One Bangkok, One Lagoon Splashing Songkran Rhythms” ซึ่ง วัน แบงค็อก ร่วมฉลองเทศกาลสงกรานต์ปี 2568 ภายใต้การสนับสนุนจากการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย เนรมิตโอเอซิสแห่งความสุขใจกลางกรุงเทพฯ ที่ผสมผสานความชุ่มฉ่ำของสายน้ำและศิลปะวัฒนธรรมไทยในรูปแบบร่วมสมัยอย่างกลมกลืนลงตัวและมีเอกลักษณ์ เพลิดเพลินกับกิจกรรมสนุกสนาน ชิมชอปพร้อมรับโปรโมชันสุดเร้าใจมากมาย และพลาดไม่ได้กับมหกรรมความบันเทิงเต็มพิกัดไปกับมินิคอนเสิร์ตจาก 16 ศิลปินไทยสุดฮอต จัดเต็มความต่อเนื่องตั้งแต่วันนี้  – 15 เมษายน 2568

4 โซนไฮไลต์ฉลองสงกรานต์ที่ วัน แบงค็อก

MISTICAL FOREST  ก้าวเข้าสู่เส้นทางแห่งความสนุกสนานในบรรยากาศของป่ากลางเมืองรายล้อมลากูนตลอดแนว One Bangkok Boulevard สัมผัสความชุ่มฉ่ำของละอองหมอกและสายน้ำที่แทรกผ่านใบบัวยักษ์ เพลิดเพลินกับแสงสีและความมหัศจรรย์ของฝูงผีเสื้อที่เริงระบำตลอดเส้นทาง พร้อมร่วมกิจกรรมที่ช่วยผ่อนคลายและฟื้นฟูพลังกายใจ อาทิ Sound Bath และเข้าร่วมบริการนวด คอ บ่า ไหล่ by RLAX ที่ Activity Pavilion

FLOW PARADISE  เนรมิต One Bangkok Park ให้กลายเป็นพื้นที่แห่งความสุข ด้วยแรงบันดาลใจจากสายน้ำของลากูนที่ไหลเวียน ผสานความสดใสของเกาะสวรรค์เขตร้อน สนุกสุดเหวี่ยงไปกับคอนเสิร์ตสุดมันส์จากจากศิลปินและดีเจชื่อดัง กับระบบแสง สี เสียง เต็มรูปแบบ บนเวทีสุดอลังการ 14 เมษายน 2568 พบกับ บุรินทร์ บุญวิสุทธิ์ (18.00 น.), เจ้าขุน เจ้านาย (19.00 น.) และ PROXIE (20.00 น.) 15 เมษายน 2568 พบกับ พีพี-กฤษฏ์ (18.00 น.), บิวกิ้น-พุฒิพงศ์ (19.00 น.) และ โจอี้บอย (20.00 น.) หรือจิบเครื่องดื่มเย็น ๆ คลายร้อนในบรรยากาศของสวนผลไม้เมืองร้อนจาก Tropical Bar หรือเพลิดเพลินไปกับความสดใสชุ่มฉ่ำของ Art Installation รูปทรงผลไม้ต่าง ๆ   

FLOATING VIBES  สัมผัสเสน่ห์ของ Tropical Market ในรูปแบบ Curated Craft & Art Community ตกแต่งพื้นที่ด้วยความงดงามของวัฒนธรรมไทยที่ถูกนำมาผสานกับดีไซน์ร่วมสมัยเพื่อสร้างพื้นที่ที่เต็มไปด้วยศิลปะ การแสดงออก และจังหวะของความคิดสร้างสรรค์ ตั้งวันนี้ – 15 เมษายน 2568 ที่ The Storeys Square ชั้น G The Storeys 

HARMONY VILLAGE – พบกับ “วิลเลจกลางน้ำ” ที่นำพาผู้คนมารวมตัวกันและเชื่อมโยงผ่านประเพณี วัฒนธรรม และกิจกรรมที่เปี่ยมไปด้วยความหมาย อาทิ สรงน้ำพระเพื่อความเป็นสิริมงคลตลอดปีที่ One Bangkok Buddha Pavilion โดยรวบรวมพระพุทธรูปเก่าแก่คู่บ้านคู่เมืองจากวัดต่าง ๆ ในจังหวัดพระนครศรีอยุธยารวมถึงพระพุทธรูปศิลปะเชียงแสน พร้อมร่วมกิจกรรมเวิร์กชอปเพื่อสัมผัสความเป็นไทยในรูปแบบร่วมสมัย และเพลิดเพลินกับ Pop-up Market ผลงานดีไซน์ไทยสุดเก๋กับสินค้าจาก “สารพัดไทย” ระหว่าง 5-15 เมษายน 2568 บริเวณ Parade Square ชั้น G Parade

‘คิน พลัส วัน’ ปักหมุดงานใหญ่ผลักดันบาร์เทนเดอร์และเครื่องดื่มไทย ก้าวสู่ระดับโลกในงาน ‘THAILAND COCKTAIL FESTIVAL 2025’

‘คิน พลัส วัน’ ปักหมุดงานใหญ่ผลักดันบาร์เทนเดอร์และเครื่องดื่มไทย ก้าวสู่ระดับโลกในงาน ‘THAILAND COCKTAIL FESTIVAL 2025’

‘คิน พลัส วัน’ ปักหมุดงานใหญ่ผลักดันบาร์เทนเดอร์และเครื่องดื่มไทย ก้าวสู่ระดับโลกในงาน ‘THAILAND COCKTAIL FESTIVAL 2025’

วันจันทร์ ที่ 14 เมษายน พ.ศ. 2568, 06.00 น.

บริษัท คิน พลัส วัน จำกัด  ประกาศเตรียมจัดงานใหญ่ “THAILAND COCKTAIL FESTIVAL 2025” (ไทยแลนด์ ค็อกเทล เฟสติวัล 2025) ครั้งที่ ที่โรงแรม Kimpton Maa-Lai Bangkok  โดยผนึกกำลังพันธมิตรธุรกิจบาร์ และวงการอาหาร เครื่องดื่มทั่วประเทศไทยให้กลับมายิ่งใหญ่ ตอกย้ำครัวไทยสู่ครัวโลก พร้อมผลักดันบาร์เทนเดอร์และเครื่องดื่มไทย สู่มาตรฐานระดับเวิลด์คลาสเต็มกำลัง ปักหมุดจัดงานระหว่างวันที่ 30-31 พฤษภาคม และ มิถุนายน 2568 ที่ สเฟียร์ ฮอลล์ ชั้น ศูนย์การค้าเอ็มสเฟียร์

ปัจจุบันศิลปะการรังสรรค์เครื่องดื่มได้พัฒนาไปอย่างรวดเร็ว และประเทศไทย ก็ได้พัฒนาเครื่องดื่มค็อกเทลหลากหลายรูปแบบก้าวล้ำทัดเทียมนานาประเทศแล้ว จนได้รับการยอมรับจากนักดื่ม รวมถึงเหล่าคนในแวดวงเครื่องดื่มระดับโลกเป็นจำนวนมาก เห็นได้จากบาร์เทนเดอร์ไทย ได้รับรางวัลชนะเลิศจากการแข่งขันผสมเครื่องดื่มในหลากหลายเวทีระดับเวิลด์คลาสในทุกๆปี อีกทั้งยังได้รับเชิญให้เดินทางไปเป็นแขกกิตติมศักดิ์เพื่อผสมเครื่องดื่มให้กับร้านระดับชั้นนำของโลก

ศิลปะการรังสรรค์เครื่องดื่มสะท้อนถึงวัฒนธรรมของแต่ละชาติ เรื่องราวแต่ละท้องถิ่นได้เป็นอย่างดี ผ่านส่วนผสมและเทคนิคต่างๆ ที่ถ่ายทอดออกมาในแต่ละแก้ว ประเทศไทยถือเป็นหนึ่งในโลกที่มีส่วนผสมหลากหลายให้ได้รูป รส และกลิ่นที่เป็นเอกลักษณ์จากภูมิภาคต่างๆ ที่สามารถต่อยอดในเชิงธุรกิจ ก่อให้เกิดอาชีพและรายได้ที่มั่นคง

อโน ชุ่มอินทร์จักร์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร (CEO) บริษัท คิน พลัส วัน จำกัด ผู้จัดงาน “THAILAND COCKTAIL FESTIVAL 2025” (ไทยแลนด์ ค็อกเทล เฟสติวัล 2025เปิดเผยว่า การจัดงาน THAILAND COCKTAIL FESTIVAL 2025” ระหว่างวันที่ 30-31 พฤษภาคม และ 1 มิถุนายน 2568 ที่เอ็มสเฟียร์ ฮอลล์ ศูนย์การค้า เอ็มสเฟียร์ ครั้งนี้ ถือเป็นครั้งที่ 6 ที่บริษัทฯ ได้จัดมาต่อเนื่อง เราอยากเปิดประสบการณ์ให้กับคนไทยสายดื่ม และต้องการยกระดับวิชาชีพ “บาร์เทนเดอร์” ให้เป็นอาชีพที่มั่นคง พร้อมผลักดันศักยภาพบาร์เทนเดอร์และเครื่องดื่มไทย สู่มาตรฐานระดับเวิลด์คลาส แข่งขันกับนานาชาติทั่วโลก ตอกย้ำครัวไทยสู่ครัวโลก

“งาน THAILAND COCKTAIL FESTIVAL 2025 ถือเป็นงานใหญ่ ที่บริษัทฯ ได้ผนึกกำลังกับพันธมิตรธุรกิจบาร์ในประเทศไทยกว่า 45 บาร์ ซึ่งนอกจากต้องการยกระดับวิชาชีพบาร์เทนเดอร์ให้เป็นอาชีพที่มั่นคงแล้ว ยังต้องการสร้างพื้นที่และโอกาสให้อุตสาหกรรมค็อกเทลได้สนับสนุนซึ่งกันและกัน และเป็นที่ยอมรับในระดับสากล ซึ่งงาน THAILAND COCKTAIL FESTIVAL ปีนี้ มีกิจกรรมหลากหลาย อาทิ การจัดเสวนากลุ่ม พูดคุยแลกเปลี่ยนแนวคิดจากประสบการณ์ตรงในสายงานด้านการผสมเครื่องดื่ม จัดให้มีการเปิดอบรมหลักการความคิดเพื่อสร้างสรรค์เครื่องดื่ม รวมถึงการสร้างบุคลิกภาพที่ดีของตัวบาร์เทนเดอร์ เพื่อสร้างความประทับใจกับลูกค้า ซึ่งแน่นอนว่างานนี้จะเป็นการรวมตัวบาร์เทนเดอร์ฝีมือฉกาจมากประสบการณ์จากทั่วโลก มารังสรรค์เครื่องดื่มสุดพิเศษที่คนรักค็อกเทลจะหาดื่มได้เฉพาะงานนี้เท่านั้น”

นอกจากได้เพลิดเพลิน ดื่มด่ำกับค็อกเทลแบบ Exclusive แล้ว เหล่าคนรักค็อกเทล ยังได้ร่วมพูดคุยแลกเปลี่ยนความคิดในกิจกรรมมาสเตอร์คลาส เวิร์คช็อป และตลาดค็อกเทล จึงเป็นอีกหนึ่งช่องทาง ที่สามารถสร้างความแข็งแกร่งของอุตสาหกรรมธุรกิจท่องเที่ยว โรงแรม ตลอดจนผู้ประกอบการบาร์และธุรกิจงานบริการอีกด้วย

 “ขณะนี้มีผู้ประกอบการธุรกิจบาร์ชั้นนำจากทั่วประเทศได้ตอบรับเข้าร่วมงาน THAILAND COCKTAIL FESTIVAL 2025 กว่า 45 บาร์แล้ว คาดว่ามีอีกจำนวนมากที่ให้ความสนใจเข้าร่วมงานใหญ่ในครั้งนี้ เราจึงมีแผนต่อยอดความสำเร็จ โดยการนำตัวแทนบาร์เทนเดอร์ไทยที่มีชื่อเสียง 10 คน ร่วมเปิดประตูสู่ตลาดต่างประเทศผ่านการ Road show ให้ชาวโลกได้ลิ้มลองเครื่องดื่มที่ถูกรังสรรค์จากส่วนผสมที่มีเอกลักษณ์ของไทย ทั้งพืชผัก ผลไม้ สมุนไพรไทย และสุราไทย ไปเผยแพร่ความเป็นไทยสู่สายตาชาวโลก อีกทั้งยังเป็นการแลกเปลี่ยนศาสตร์ความรู้เกี่ยวกับการผสมเครื่องดื่ม กับบาร์ต่างๆ ในต่างประเทศ โดยการ Road show ครั้งนี้จะจัดในหลายประเทศ อาทิ พม่า, ฟิลิปปินส์, อินโดนีเซีย,ฮ่องกง,ไต้หวัน ,ไซบัส  เพื่อเพิ่มโอกาสให้บาร์เทนเดอร์รุ่นใหม่ๆ ที่กำลังเติบโตในสายงานได้มีโอกาสเดินทางไปเก็บเกี่ยวประสบการณ์สู่ระดับเวิลด์คลาส” อโน กล่าวเสริม

ร่วมสนุกสนาน เติมสีสัน และรับประสบการณ์ใหม่ๆ กับหลากหลายเมนูและการผสมผสานเครื่องดื่มหลากหลายรูปแบบได้ในงาน THAILAND COCKTAIL FESTIVAL 2025” ระหว่างวันที่ 30-31 พฤษภาคม และ มิถุนายน 2568 นี้ ตั้งแต่เวลา 11.00  20.00 น.  ที่ สเฟียร์ ฮอลล์ ชั้น ศูนย์การค้า เอ็มสเฟียร์

 สามารถติดตามข่าวสารและกิจกรรมจาก THAILAND COCKTAIL FESTIVAL 2025 ได้ทาง Facebook : Thailand Cocktail Festival และ Instagram : thailandcocktailfestival

เปิดแคมเปญ Beyond the Fighter ระดมทุนช่วยผู้ป่วยและผู้ที่ได้รับผลกระทบจากโรค NF1

เปิดแคมเปญ Beyond the Fighter ระดมทุนช่วยผู้ป่วยและผู้ที่ได้รับผลกระทบจากโรค NF1

เปิดแคมเปญ Beyond the Fighter ระดมทุนช่วยผู้ป่วยและผู้ที่ได้รับผลกระทบจากโรค NF1

วันจันทร์ ที่ 14 เมษายน พ.ศ. 2568, 06.00 น.

NF Club Thailand หรือ ชมรมผู้ป่วยโรคท้าวแสนปมแห่งประเทศไทย (บ้านท้าวแสนปม)  จัดแคมเปญ ‘Beyond the Fighter’ เพื่อสร้างความตระหนักรู้และระดมทุนสนับสนุนผู้ป่วยโรคนิวโรไฟโบรมาโตซิสชนิดที่ 1 (Neurofibromatosis Type 1: NF1) หรือโรคท้าวแสนปม ซึ่งเป็นโรคหายากทางพันธุกรรมที่พบได้น้อยและยังไม่เป็นที่รู้จักอย่างแพร่หลายในประเทศไทย โดยงานเปิดตัวแคมเปญจัดขึ้นไปเมื่อเร็วๆ นี้ ที่ โรงแรมเรเนซองส์ กรุงเทพฯ โดยได้รับการสนับสนุนจากพันธมิตรสำคัญ ได้แก่ มูลนิธิเพื่อผู้ป่วยโรคหายาก สมาคมเวชพันธุศาสตร์และจีโนมิกส์ทางการแพทย์ (สวพจ.) สภาหอการค้าอังกฤษแห่งประเทศไทย หอการค้าไทย-สวีเดน สถานเอกอัครราชทูตอังกฤษ สถานเอกอัครราชทูตสวีเดน และภาคเอกชน

แคมเปญนี้มีเป้าหมายเพื่อสนับสนุนผู้ป่วยและครอบครัวที่ได้รับผลกระทบจากโรค NF1 ซึ่งเป็นโรคไม่ติดต่อเรื้อรังที่พบได้ยากและมักได้รับการเข้าใจผิด โดยเน้นถึงความท้าทายที่ผู้ป่วยต้องเผชิญ การเสริมสร้างการตระหนักรู้ การส่งเสริมการเข้าถึงการรักษาที่จำเป็น การลดช่องว่างทางสังคม และการระดมทุนเพื่อช่วยเหลือและยกระดับคุณภาพชีวิตของผู้ป่วยที่กำลังต้องการความช่วยเหลืออย่างเร่งด่วน โดยได้รับเกียรติจาก ศ.นพ.วรศักดิ์ โชติเลอศักดิ์ ผู้อำนวยการศูนย์ความเป็นเลิศทางการแพทย์ด้านจีโนมิกส์และการแพทย์แม่นยำ คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ที่ปรึกษาทางการแพทย์ NF Club เข้าร่วมเป็นประธานในการจัดงาน

โรค NF1 เป็นโรคทางพันธุกรรมที่พบได้ยาก โดยมีอัตราการเกิดประมาณ 1 ใน 3,000 คน อย่างไรก็ตาม คนไทยยังขาดความตระหนักรู้เกี่ยวกับโรคนี้ โดยประมาณ 50%  ของ NF1 เกิดจากการถ่ายทอดทางพันธุกรรม และอีกประมาณ 50% เกิดจากการกลายพันธุ์แบบสุ่ม และจะมีอาการทั้งประเภทที่เห็นเป็นก้อนตุ่มบนผิวหนัง และประเภทที่ไม่มีตุ่มปรากฏแต่จะเกิดเนื้องอกในระบบประสาทซึ่งสามารถส่งผลกระทบต่อการใช้ชีวิตประจำวัน โดยผู้ป่วยมักถูกเข้าใจผิดว่าเป็นโรคติดต่อ เนื่องจากอาการที่เห็นชัดได้ด้วยตาเปล่า ส่งผลให้ต้องเผชิญกับปัญหาต่างๆ เช่น การแยกตัวจากสังคม การถูกเลือกปฏิบัติ การวินิจฉัยที่คลาดเคลื่อน และการเข้าถึงการรักษาที่จำกัด ทั้งหมดนี้ส่งผลกระทบต่อทั้งสภาพร่างกายและจิตใจของผู้ป่วยเป็นอย่างยิ่ง

แคมเปญ ‘Beyond the Fighter’ มีเป้าหมายในการส่งเสริมความเข้าใจเกี่ยวกับโรค NF1 และเปิดโอกาสให้ผู้เข้าร่วมงาน รวมถึงประชาชนทั่วไปสามารถบริจาคเพื่อช่วยเหลือผู้ป่วยที่ได้รับผลกระทบจากโรคหายากนี้ รายได้ทั้งหมดจากการระดมทุนจะถูกนำไปช่วยเหลือผู้ป่วย NF1 โดยครอบคลุมตั้งแต่กระบวนการวินิจฉัยและการรักษา ไปจนถึงการสนับสนุนค่าใช้จ่ายและเพิ่มโอกาสในการเข้าถึงการรักษาที่จำเป็น เพื่อสร้างความเปลี่ยนแปลงในชีวิตของผู้ป่วยและลดช่องว่างในสังคม

ศ.นพ.ธันยชัย สุระ นายกสมาคมเวชพันธุศาสตร์และจีโนมิกส์ทางการแพทย์ (สวพจ) กล่าวว่า “ผู้ป่วย NF1 ต้องเผชิญกับอุปสรรคมากมายในชีวิตประจำวัน ทั้งทางร่างกาย จิตใจ และสังคม โอกาสนี้เป็นโอกาสสำคัญในการส่งเสริมสังคมที่เปิดกว้างและครอบคลุมมากขึ้นแก่ผู้ป่วยที่ต้องต่อสู้กับข้อจำกัดและความท้าทายจากโรคนี้ เพื่อให้ผู้ป่วยได้รับการสนับสนุนอย่างแท้จริง ด้วยความร่วมมือจากพันธมิตร เรามุ่งหวังที่จะเสริมสร้างความเข้าใจและความเห็นอกเห็นใจต่อผู้ที่ใช้ชีวิตร่วมกับโรคหายากนี้ และเติมเต็มความจำเป็นอย่างเร่งด่วน ทุกการสนับสนุนช่วยให้เราเข้าใกล้อนาคตที่ผู้ป่วย NF1 จะได้รับการสนับสนุนและการรักษาอย่างเหมาะสม เพื่อให้พวกเขามีชีวิตที่มั่นคงและเป็นส่วนหนึ่งของสังคมอย่างแท้จริง”

รศ.นพ.เชิดชัย นพมณีจำรัสเลิศ ประธานคณะทำงานโรคหายาก กล่าวเสริมว่า “คณะทำงานโรคหายากทุ่มเทในการทำงานอย่างต่อเนื่องเพื่อปรับเกณฑ์การพิจารณาการรักษาที่ครอบคลุมในชุดสิทธิประโยชน์ของรัฐบาล โดยเฉพาะอย่างยิ่งสำหรับโรคหายาก เช่น NF1 ซึ่งค่ารักษาสูงอาจทำให้การพิจารณาความคุ้มค่าแบบเดิมไม่เพียงพอต่อการรักษาโรคดังกล่าว เป้าหมายของเราคือการช่วยให้ผู้ป่วยโรคหายากสามารถเข้าถึงการรักษาที่เหมาะสม และเพื่อลดภาวะล้มละลายจากการเจ็บป่วยของผู้ป่วย โดยการปรับเกณฑ์การพิจารณาผลกระทบด้านงบประมาณทั้งหมด แทนการใช้เกณฑ์ที่คำนวณค่าใช้จ่ายต่อผู้ป่วย ซึ่งจะทำให้การเข้าถึงการรักษาที่สำคัญเหล่านี้สะดวกและมีประสิทธิภาพมากขึ้น”

ทั้งนี้ ผู้ที่สนใจสามารถร่วมบริจาคเพื่อสนับสนุนแคมเปญ “Beyond the Fighter” โดยทุกยอดบริจาคสามารถนำไปลดหย่อนภาษีได้ 1 เท่า  การสนับสนุนจากบุคคล องค์กร และชุมชน จะเป็นแรงสำคัญในการยกระดับคุณภาพชีวิตของผู้ป่วย NF1 และเสริมสร้างสังคมที่เท่าเทียม มารถทำการบริจาคได้ที่ ธนาคารกสิกรไทย เลขที่บัญชี 623-2-05906-9 (มูลนิธิสก. อาคารศูนย์การแพทย์จุฬาลงกรณ์ ภายใต้พระบรมราชูปถัมภ์) กรุณาส่งสำเนาใบโอนบริจาคเงินไปที่ beyondthefighter.nf1@gmail.com เพื่อขอรับสิทธิ์ในการลดหย่อนภาษี

สำหรับข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับ NF Club Thailand และแคมเปญ ‘Beyond the Fighter’ สามารถเยี่ยมชมได้ที่ facebook.com/barntawsaenpom