‘ลอรี่’กระตุก‘รมว.ต่างประเทศสหรัฐ’ปม‘พอล แชมเบอร์ส’ ลั่นต้องเคารพกฎหมายไทย

‘ลอรี่’กระตุก‘รมว.ต่างประเทศสหรัฐ’ปม‘พอล แชมเบอร์ส’ ลั่นต้องเคารพกฎหมายไทย

‘ลอรี่’กระตุก‘รมว.ต่างประเทศสหรัฐ’ปม‘พอล แชมเบอร์ส’ ลั่นต้องเคารพกฎหมายไทย

วันอาทิตย์ ที่ 13 เมษายน พ.ศ. 2568, 13.02 น.

‘ลอรี่’กระตุก‘รมว.ต่างประเทศสหรัฐ’ปม‘พอล แชมเบอร์ส’ ลั่นต้องเคารพกฎหมายไทย

13 เมษายน 2568 นายพงศ์พล ยอดเมืองเจริญ หรือ “ลอรี่” เลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม โฆษกกระทรวงอุตสาหกรรม และรองโฆษกพรรครวมไทยสร้างชาติ โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก “ลอรี่ – พงศ์พล ยอดเมืองเจริญ” ระบุว่า..

“เข้าใจวัฒนธรรมสงกรานต์ไทยได้

ก็ต้องเคารพ กฎหมายหมิ่นประมุขเราได้เช่นกัน”

——

ตามที่รมว.ต่างประเทศ สหรัฐอเมริกา กล่าวสุขสันต์วันสงกรานต์ไทย แต่แสดงความเป็นห่วงการละเมิดสิทธิเสรีภาพในประเทศไทย กรณีมร.พอล แชมเบอร์ ทำผิด ม.112..

ผมขอส่งความหวังดีดังนี้

“Thank you, Secretary Marco Rubio,

for your kind Songkran message and your commitment to uplifting lives and fostering mutual respect between our two nations

I trust that the U.S. government will remain open-minded toward Thailand’s section 112 laws—just as we continue to respect laws and sovereignty of US

Wishing you a joyful Songkran Day—a time we make peace not with weapons, but with water

——

ขอบคุณรมว.รูบิโอ ที่ส่งผ่านความหวังดีช่วงสงกรานต์ ตลอดจนการให้คำมั่นเรื่องการยกระดับชีวิตพลเมือง และการให้เกียรติกันระหว่าง 2 ประเทศ

ผมหวังว่ากรณีการจับกุม พอล แชมเบอร์ส (Paul Chambers) พลเมืองอเมริกัน ที่กระทำผิดตามกฎหมายหมิ่นประมาทต่อพระมหากษัตริย์ไทย จะไม่กระทบความสัมพันธ์อันดีของเรา

เป็นการดีที่รัฐบาลสหรัฐจะเปิดกว้างและเคารพกฎหมายสำคัญที่ปกป้องhead of stateของเรา เหมือนที่เราก็เคารพกฎหมายในแดนอธิปไตยของอเมริกาแบบเดียวกัน

สุขสันต์วันทำสงครามด้วยน้ำเปล่า.. แฮปปี้สงกรานต์

ศึกอินฟลูฯระอุ! ‘รอยตุ๊’ยิง 4 คำถามจุกๆถึง‘ฟ้าคราม’ ขอชัดๆปมเคลื่อนไหววิพากษ์พีระพันธุ์

ศึกอินฟลูฯระอุ! ‘รอยตุ๊’ยิง 4 คำถามจุกๆถึง‘ฟ้าคราม’ ขอชัดๆปมเคลื่อนไหววิพากษ์พีระพันธุ์

ศึกอินฟลูฯระอุ! ‘รอยตุ๊’ยิง 4 คำถามจุกๆถึง‘ฟ้าคราม’ ขอชัดๆปมเคลื่อนไหววิพากษ์พีระพันธุ์

วันอาทิตย์ ที่ 13 เมษายน พ.ศ. 2568, 12.30 น.

ศึกอินฟลูฯระอุ! ‘รอยตุ๊’ยิง 4 คำถามจุกๆถึง‘ฟ้าคราม’ ขอชัดๆปมเคลื่อนไหววิพากษ์พีระพันธุ์    

13 เมษายน 2568 “รอยตุ๊” นพดล พรหมภาสิต อินฟลูเอนเซอร์การเมืองฝ่ายอนุรักษ์นิยม ออกมาตั้งคำถามหลายประการถึงท่าทีของ “ฟ้าคราม” ชวิศร์ ชูประทุม อินฟลูเอนเซอร์การเมืองและผู้ดำเนินรายการช่อง Top News

ภายหลังจากที่ฟ้าครามออกมาวิพากษ์นายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค และบอกให้ทุกคนควรหยุดเรียกนายพีระพันธุ์ว่าเป็น “DNA ลุงตู่” ได้แล้ว

เนื้อหามีการตั้งคำถามว่า ฟ้าคราม รับราชการทหารหรือไม่ และถ้ารับอยู่ ฟ้าครามสามารถออกวิพากษ์การเมืองได้หรือ? รวมถึงไม่ต้องไปทำงานที่ตัวเองสังกัดหรือ?

จดหมายเปิดผนึก พี่รอยตุ๊มีคำถามถึงน้องฟ้าคราม จะตอบหรือไม่ตอบก็ได้นะ คำถาม คือ

ข้อ 1. ฟ้าครามต้องการจะเป็นนักการเมืองใช่หรือไม่ ?

ข้อ 2 ฟ้าครามผิดหวัง ที่หวังว่าจะได้ตำแหน่งทางการเมืองสักตำแหน่งจากพรรครวมไทยสร้างชาติ แล้วไม่ได้ ใช่หรือไม่ ?

ข้อ 3. ตอนนี้ฟ้าครามยังรับราชการทหารในสังกัดทหารวิทยุ ที่ ททบ. 5 อยู่หรือไม่ ?

ข้อ 4. ถ้าข้อ 3. ตอบว่าใช่

4.1 ฟ้าครามใช้สิทธิอะไรที่ออกมาเคลื่อนไหวทางการเมือง ?  ซึ่งก็รู้อยู่ว่าระเบียบราชการทหารห้ามไม่ให้กำลังพลออกมาวิพากษ์วิจารณ์การเมืองไม่ใช่เหรอ !?

4.2  ฟ้าครามยังกินเงินเดือนข้าราชการทหารอยู่ไหม ?

4.3 และฟ้าครามไม่ต้องไปทำงานที่ตัวเองสังกัดอยู่เหรอ ?

หมายเหตุ: ทุกคำถาม ถามโดยสุจริต เนื่องจากจากการเคลื่อนไหวทางการเมืองของน้องผ่านทางสื่อสังคมออนไลน์อย่างสม่ำเสมอ น้องกลายเป็นบุคคลสาธารณะไปแล้ว และสิ่งที่พี่ถามก็มีประโยชน์ต่อสาธารณะ สังคมรับรู้มาว่าน้องเป็นทหาร อีกทั้งคนที่จะมาชี้นำความคิดอย่างน้องควรได้รับการตรวจสอบจากสังคม หรือสังคมมีสิทธิที่จะตรวจสอบตัวน้องได้”

‘ทักษิณ’เปิดงาน‘ป๋าเวณีปี๋ใหม่เมืองเจียงใหม่’ ลั่นฟื้นสิ่งดีๆคืนมา หลังโดนปฏิวัติ

‘ทักษิณ’เปิดงาน‘ป๋าเวณีปี๋ใหม่เมืองเจียงใหม่’ ลั่นฟื้นสิ่งดีๆคืนมา หลังโดนปฏิวัติ

‘ทักษิณ’เปิดงาน‘ป๋าเวณีปี๋ใหม่เมืองเจียงใหม่’ ลั่นฟื้นสิ่งดีๆคืนมา หลังโดนปฏิวัติ

วันอาทิตย์ ที่ 13 เมษายน พ.ศ. 2568, 12.12 น.

‘ทักษิณ’ใส่เสื้อลายดอกสงกรานต์ เปิดงาน‘ป๋าเวณีปี๋ใหม่เมืองเจียงใหม่’ พร้อมสรงน้ำพระ ดูคืบหน้าสร้างสวนสาธารณะแลนด์มาร์กแห่งใหม่อบจ.เชียงใหม่ ดันเป็น‘เมืองมรดกโลก’ เร่งฟื้นสิ่งดีๆคืนมา หลังโดนปฏิวัติสมัยนั่งนายกฯ

เมื่อเวลา 10.00 น.วันที่ 13 เม.ย.68 ที่บริเวณสวนสาธารณะรถไฟ อบจ. เชียงใหม่  นายทักษิณ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี สวมใส่เสื้อลายดอก เนื่องในเทศกาลสงกรานต์ ปี 68 เป็นประธานเปิดงานป๋าเวณีปี๋ใหม่เมืองเจียงใหม่  โดยมีนายพิชัย เลิศพงศ์อดิศร นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดเชียงใหม่ นายนิรัตน์ พงษ์สิทธิถาวร ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่และนายจตุพร บุรุษพัฒน์ ปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม รอต้อนรับ

เมื่อนายทักษิณเดินทางถึง ได้สรงน้ำพระและรวมปักตุงเจดีย์ทราย ก่อนรับฟังบรรยายสรุปความคืบหน้าโครงการสวนสาธารณะบนที่ดินของการรถไฟแห่งประเทศไทย

จากนั้น นายทักษิณกล่าวเปิดงานตอนหนึ่งเป็นภาษาเหนือว่า วันนี้นายก อบจ. เชียงใหม่เชิญตนมาดูสวนสาธารณะของสวนรถไฟที่ อบจ. บริหาร ซึ่งเป็นสถานที่พักผ่อนหย่อนใจแห่งใหม่ของคนเชียงใหม่ ซึ่งดูโครงสร้างของพื้นที่แล้วว่าดี สามารถนำมาทำบ้านเพื่อคนไทยแบบคอนโดในโอกาสต่อไป และวันนี้ได้พบกับคณะกรรมการที่อยากผลักดันให้เชียงใหม่เป็นมรดกโลก โดยจะมีการเพิ่มโครงสร้างพื้นฐานในจังหวัด ให้มีศักยภาพ ให้เชียงใหม่สวยงามทำให้คนเชียงใหม่มีความสุขตนก็ดีใจแล้ว

ทั้งนี้ ตนเห็นแล้วว่าสามารถทำได้ก็จะเร่งให้คนเชียงใหม่ได้มีสิทธิ์ดีๆ เหมือนตอนสมัยที่ตนเป็นนายกฯ สิ่งดีๆกำลังเกิดขึ้นแต่ตนโดนปฏิวัติก็หายไปหมด แต่เราจะพยายามคิดฟื้นขึ้นมาเอากลับมา เอาความเจริญผลงาน ความมีระเบียบมีวัฒนธรรมของเชียงใหม่กลับมา เพื่อให้นักท่องเที่ยวกลับมา โดยเริ่มต้นทำสวนสาธารณะตรงนี้ให้สวยงามและเป็นที่พักผ่อนหย่อนใจ ให้คนเชียงใหม่ได้พักผ่อนอย่างสนุกสนาน

ผู้สื่อข่าวรายงานว่าภายหลังเปิดงาน นายทักษิณได้เดินไปยังบูธอาหารภายในงาน ชิมข้าวซอยไก่และผัดหมี่ พร้อมกล่าวว่า จะเอาไปฝากลูกสาวด้วย  จากนั้นนายทักษิณ เดินทักทายประชาชน โดยมีประชาชนร่วมขอถ่ายภาพอย่างคึกคัก

‘ทักษิณ’รับได้คุย‘มิน อ่อง หล่าย’ แนะคุยชนกลุ่มน้อย-ปล่อยนักโทษการเมืองก่อนเลือกตั้ง

‘ทักษิณ’รับได้คุย‘มิน อ่อง หล่าย’ แนะคุยชนกลุ่มน้อย-ปล่อยนักโทษการเมืองก่อนเลือกตั้ง

‘ทักษิณ’รับได้คุย‘มิน อ่อง หล่าย’ แนะคุยชนกลุ่มน้อย-ปล่อยนักโทษการเมืองก่อนเลือกตั้ง

วันอาทิตย์ ที่ 13 เมษายน พ.ศ. 2568, 11.51 น.

‘ทักษิณ’รับได้คุย‘มิน อ่อง หล่าย’ ปัดเข้าข้าง หวังเห็นเมียนมาเปิดเจรจาปูทางสันติสุข แนะคุยชนกลุ่มน้อย-ปล่อยนักโทษการเมืองก่อนเลือกตั้ง

เมื่อเวลา 09.50 น. วันที่ 13 เม.ย. 68 ที่สวนสาธารณะรถไฟ อบจ.เชียงใหม่ นายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี เปิดเผยถึงได้มีโอกาสการพูดคุยกับ พลเอกอาวุโส มิน อ่อง หล่าย ประธานสภาบริหารแห่งรัฐ นายกรัฐมนตรีสาธารณรัฐแห่งสหภาพเมียนมา ในห้วงการประชุมสุดยอดผู้นำ BIMSTEC เมื่อต้นเดือนเม.ย.ที่ผ่านมาหรือไม่ว่า ได้มีโอกาสพูดคุยกัน เพราะอยากเห็นความสันติสุขเกิดขึ้นในเมียนมา และตนก็ได้บอกกับทุกประเทศมหาอำนาจ ว่า ประเทศไทยอยากเห็นเมียนมายุติความขัดแย้ง และหากไม่มีการพูดคุยกันก็ไม่สามารถเปิดหนทางในการเจรจาได้ จึงได้อธิบายไปว่า เราจำเป็นต้องมีการพูดคุย เพื่อให้เกิดความสันติสุขได้ แต่เราไม่ได้บอกว่า เมื่อมีการพูดคุยแล้ว เราจะไปเข้าข้างใคร แต่จำเป็นต้องเปิดเวทีให้เขามีการพูดคุยกันและมีแนวโน้มสูงที่จะมีการเปิดเวทีพูดคุยกัน ซึ่งประเทศไทยพร้อมที่จะเปิดเวทีให้

เมื่อถามว่า ท่าทีของพลเอกอาวุโส มิน อ่อง หล่าย รับฟังหรือไม่ นายทักษิณ กล่าวว่า ยอมรับฟังมาก ซึ่งก็จะมีการพูดคุยกันอีกหลายรอบ

เมื่อถามว่าได้มีการพูดคุยกันถึงวันเลือกตั้งของเมียนมาหรือไม่นั้น นายทักษิณ กล่าวว่า ยัง เพราะกลุ่มประเทศอาเซียน อยากให้รัฐบาลเมียนมา ยอมถอยออกมาในระดับหนึ่ง เพื่อได้พูดคุยกับชนกลุ่มน้อย หรือปล่อยตัวผู้ต้องหาทางการเมืองบ้างจึงจะมีการเลือกตั้ง ซึ่งถือเป็นทางเลือกที่ดีที่สุด ตรงนี้ก็เป็นเรื่องที่เราพูดคุยกันได้บ่อย

‘ทักษิณ’อวยพรสงกรานต์ ชี้ถึงเวลาต้องรักกันรวมเป็นหนึ่ง เพื่อประเทศแข็งแรง

‘ทักษิณ’อวยพรสงกรานต์ ชี้ถึงเวลาต้องรักกันรวมเป็นหนึ่ง เพื่อประเทศแข็งแรง

‘ทักษิณ’อวยพรสงกรานต์ ชี้ถึงเวลาต้องรักกันรวมเป็นหนึ่ง เพื่อประเทศแข็งแรง

วันอาทิตย์ ที่ 13 เมษายน พ.ศ. 2568, 11.46 น.

‘ทักษิณ’อวยพรสงกรานต์ปีใหม่ไทย ขอทุกคนมีความสุข ชี้ถึงเวลาต้องรักกันรวมกันเป็นหนึ่ง เพื่อประเทศแข็งแรง

เมื่อเวลา 09.50 น. วันที่ 13 เม.ย.68 ที่สวนสาธารณะรถไฟ อบจ.เชียงใหม่ นายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี กล่าวอวยพรเนื่องในวันสงกรานต์วันปีใหม่ไทยว่า ทางเหนือ จ.เชียงใหม่เรียกว่าปี๋ใหม่เมือง อยากให้พี่น้องทุกคนมีแต่ความสุข มีสุขภาพที่แข็งแรง เพราะช่วงนี้เรื่องสุขภาพเป็นเรื่องที่สำคัญ อยากให้รักษาสุขภาพให้แข็งแรง โดยเฉพาะคนเฒ่าคนแก่ และคนที่อายุ 60 กว่า ขอให้มีความสุขทุกคน

“ถึงเวลาแล้วที่ประเทศไทยจะต้องรวมตัวกันเป็นหนึ่ง เพราะภัยภายนอกมากขึ้นทุกวันๆ เพราะฉะนั้นคนไทยต้องรักกัน ต้องช่วยกัน คนไทยต้องรักกัน คนไทยต้องช่วยกัน ทำให้ปีใหม่ปีนี้เป็นจุดเริ่มต้น ที่ว่าคนไทยจะต้องรักกัน ประเทศแข็งแรง ขอให้ทุกคนมีความสุข” นายทักษิณ กล่าว

เมื่อถามว่า จะมีการเปิดบ้านให้เข้ารดน้ำดำหัวขอพรหรือไม่ นายทักษิณ กล่าวว่า “ไม่ล่ะครับ เกรงใจคน ไม่อยากให้คนมีความรู้สึกว่าพอตนเปิดแล้วไม่มาก็จะดูไม่ดี มีอะไรก็อวยพรในใจก็ได้ เจอกันแล้วค่อยอวยพรก็ได้ ตนไม่อยากให้เป็นภาระใครทั้งสิ้น”

‘สทร.’โอ่คุยคนรอบตัว‘ทรัมป์’แล้วปม‘กำแพงภาษี’ ถ้ามีเวลาจะไปคุยสหรัฐฯเอง

‘สทร.’โอ่คุยคนรอบตัว‘ทรัมป์’แล้วปม‘กำแพงภาษี’ ถ้ามีเวลาจะไปคุยสหรัฐฯเอง

‘สทร.’โอ่คุยคนรอบตัว‘ทรัมป์’แล้วปม‘กำแพงภาษี’ ถ้ามีเวลาจะไปคุยสหรัฐฯเอง

วันอาทิตย์ ที่ 13 เมษายน พ.ศ. 2568, 11.38 น.

‘ทักษิณ’แนะใช้ ความสามัคคีคนในชาติ สู้‘สงครามการค้า’ ขออย่าระแวง-สงสัย‘นายกฯ’คนรุ่นใหม่ ตั้งใจอยากเห็นสังคมแข็งแรง เผยปมกำแพงภาษี คุยคนรอบตัว‘ทรัมป์’แล้ว วอนอย่ากีดกันการค้าประเทศกำลังพัฒนา ถ้ามีจังหวะ-เวลาจะไปคุยสหรัฐฯ เอง

เมื่อเวลา 09.50 น.วันที่ 13 เม.ย.68 ที่สวนสาธารณะรถไฟ อบจ.เชียงใหม่ นายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกมนตรี กล่าวถึงสถานการณ์เศรษฐกิจหลังจากนี้ ว่า วันนี้ลำพังเราสามัคคีกันก็ยากอยู่แล้ว เพราะปัจจัยภายนอกมากขึ้นทุกวัน โดยเฉพาะปัจจัยสงครามการค้าที่เปลี่ยนไปเปลี่ยนมา เราต้องปรับตัวเยอะพอสมควร เพราะฉะนั้นเราต้องเข้มแข็งด้วยตัวเราเอง การแก้ไขปัญหาด้วยตัวเราเอง เราต้องการความสามัคคีจากคนในชาติที่มองจะไปข้างหน้าอย่างสร้างสรรค์ด้วยกัน อย่าไปมองอะไรที่เป็นข้อระแวงข้อสงสัย รับรองว่าเราจะทำให้ดีที่สุด เพื่อให้ประเทศเราแข็งแรงขึ้นได้ เพราะนายกรัฐมนตรีตั้งใจมากที่จะทำ เขาเป็นคนรุ่นใหม่ที่อยากเห็นสังคมแข็งแรง  เพราะเขาต้องมีอายุอยู่อีกนาน เราต้องช่วยกันคิด ช่วยกันทำ เรารับฟังความคิดเห็นจากทุกฝ่าย แต่ไม่ได้แปลว่าความเห็นจากทุกฝ่ายจะต้องได้รับการยอมรับ แต่จะได้รับการพิจารณาทุกคน

เมื่อถามว่า ได้มีการต่อสายพูดคุยกับนายโดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกา ถึงเรื่องมาตรการกำแพงภาษีโดยตรงแล้วหรือยัง นายทักษิณ กล่าวว่า ตอนนี้มีการพูดคุยกับคนรอบ ๆ ตัวนายโดนัลด์ ทรัมป์หลายคน ซึ่งตนคิดว่าก็อยู่ในภาวะที่พูดคุยกันได้ และเราก็ลดราในสิ่งที่ไม่จำเป็นออกไปบ้าง เช่น การกีดกันทางการค้าที่ไม่จำเป็น ซึ่งแต่ก่อนนี้เรามีระบบที่เรียกว่า WTO( องค์การการค้าโลก ) ที่เมื่อออกกฎอะไรออกมาก็ใช้เหมือนกันทุกประเทศ แต่วันนี้ในเมื่อสหรัฐอเมริกาเป็นเลือกว่าใช้กับประเทศนั้นหรือใช้กับประเทศนี้ได้ มันก็คงสามารถทำให้เราปรับตัวตามนี้ได้ เช่น กติกาบางอย่าง เราไปกีดกันรถมอเตอร์ไซค์  ซึ่งในสหรัฐอเมริการถมอเตอร์ไซค์เป็นสินค้าราคาแพง คนที่พอจะมีปัญญาซื้อมีไม่กี่คน และเราก็ไม่ได้แข่งขันกับอุตสาหกรรมในประเทศเลย แต่เราไปตั้งกำแพงภาษีไว้ ซึ่งมันก็ไม่จำเป็น

เมื่อถามว่า ในฐานะที่ปรึกษาประธานอาเซียนจะใช้ตรงนี้รวมพลังประเทศในอาเซียนเพื่อสร้างอำนาจต่อรอง กับสหรัฐอเมริกาอย่างไรบ้าง นายทักษิณ กล่าวว่า วันนี้กลุ่มสหภาพยุโรป(อียู)และอาเซียน พยายามที่จะพูดคุยกัน เพื่อให้เกิดการค้าเสรีระหว่างการกัน  เพราะวันนี้เมื่อมีการกีดกันทางการค้ามากเท่าไหร่ ก็จะทำให้กลุ่มประเทศที่กำลังพัฒนาเดือดร้อนมากยิ่งขึ้น เพราะประเทศเหล่านี้ต้องการการขยายตัวทางด้านเศรษฐกิจ ต้องการการจ้างงาน โดยเฉพาะประเทศในกลุ่มอาเซียนเราคุยกันว่า เราเป็นประเทศที่ต้องการความเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจ ฉะนั้นเราต้องรวมกันให้เป็นหนึ่ง ในการพูดคุยกับประเทศที่เจริญแล้วว่าเราจำเป็นจะต้องเติบโตเหมือนกันก็อย่ากีดกันทางการค้าเรา

เมื่อถามว่า ทีมไทยแลนด์ที่ส่งไปเจรจาสหรัฐ จะต้องมีภาคเอกชนร่วมด้วยหรือไม่ นายทักษิณ กล่าวว่า เราเตรียมการภายในประเทศ เวลาไปคุยก็ไม่ต้องไปเยอะ ต้องคุยกันในประเทศให้ตกผลึกก่อน และไปเจรจากันแค่ไม่กี่คนก็พอแล้ว

เมื่อถามต่อว่า นายทักษิณมีโอกาสจะไปร่วมเจรจาเอง หรือไม่ นายทักษิณ กล่าวว่า ให้เจ้าหน้าที่คุยกันไปก่อน แต่ถ้าตนมีจังหวะและเวลา ตนก็จะเดินทางไป

‘ทักษิณ’เผยยังไม่ได้คุยกัน ย้ำปรับครม.อำนาจนายกฯ

‘ทักษิณ’เผยยังไม่ได้คุยกัน ย้ำปรับครม.อำนาจนายกฯ

‘ทักษิณ’เผยยังไม่ได้คุยกัน ย้ำปรับครม.อำนาจนายกฯ

วันอาทิตย์ ที่ 13 เมษายน พ.ศ. 2568, 11.32 น.

‘ทักษิณ’เผยยังไม่ได้คุยกัน ย้ำปรับครม.อำนาจนายกฯ

เมื่อเวลา 09.54 น. วันที่ 13 เม.ย.68 ที่บริเวณสวนสาธารณะรถไฟ อบจ. เชียงใหม่  นายทักษิณ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีปรับคณะรัฐมนตรี(ครม.)ในฐานะที่มีประสบการณ์ทำงาน ในเรื่องการปรับครม.ควรจะขยับได้ หรือยังเพราะว่าทำงานกันมานานแล้ว มีความเห็นอย่างไรบ้าง ว่า อันนั้นเป็นอำนาจของนายกฯ

เมื่อถามว่านายทักษิณมีความเห็นอย่างไรบ้างทักษิณ กล่าวว่า ไม่หรอก ยังไม่ได้คุยกันเลย เพิ่งจะมีเวลาเจอกันคืนวันนี้ และคืนวันพรุ่งนี้ (14 เม.ย.)เดี๋ยวค่อยคุยกันอีกที

‘ทักษิณ’ลั่นไม่มีปัญหาชะลอ‘กฎหมายกาสิโน’ โวรัฐบาลบริหารบนความขัดแย้งได้

‘ทักษิณ’ลั่นไม่มีปัญหาชะลอ‘กฎหมายกาสิโน’ โวรัฐบาลบริหารบนความขัดแย้งได้

‘ทักษิณ’ลั่นไม่มีปัญหาชะลอ‘กฎหมายกาสิโน’ โวรัฐบาลบริหารบนความขัดแย้งได้

วันอาทิตย์ ที่ 13 เมษายน พ.ศ. 2568, 11.26 น.

‘ทักษิณ’ลั่นไม่มีปัญหาชะลอ‘กฎหมายกาสิโน’ เมิน‘สว.’ตั้งด่านค้าน โวเสียง‘พรรคร่วมรัฐบาล’พออยู่แล้ว มองท่าที‘ภูมิใจไทย’การเมืองก็คือการเมือง รัฐบาลบริหารบนความขัดแย้งได้          

เมื่อเวลา 09.54 น.วันที่ 13 เม.ย.68 ที่บริเวณสวนสาธารณะรถไฟ อบจ. เชียงใหม่ นายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีที่น.ส.แพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรีสั่งชะลอร่าง พ.ร.บ.การประกอบธุรกิจสถานบันเทิงครบวงจร พ.ศ. …หรือเอ็นเตอร์เทนเมนต์คอมเพล็กซ์ จะมีปัญหาหรือไม่ ว่า ไม่มีปัญหาอะไร เพราะมันเป็นสิ่งที่เป็นประโยชน์กับบ้านเมืองโดยรวม เพราะฉะนั้นการไม่เห็นด้วยของคนบางคนที่ใช้คำว่ากาสิโน ซึ่งมันไม่ใช่กาสิโนเป็นส่วนเล็กๆของเอ็นเตอร์เทนเมนต์คอมเพล็กซ์ ไม่ใช่กาสิโนเป็นหลัก คนที่มาต่อต้านก็จะพูดแต่กาสิโนอย่างเดียว ซึ่งเป็นสิ่งที่บิดเบือน

เมื่อถามว่าจะสามารถผ่านเรื่องนี้ไปได้อย่างไรในเมื่อทางพรรคร่วมรัฐบาลบางพรรคมีท่าที ไม่เห็นด้วยขณะที่สว.ก็ตั้งด่านคัดค้าน นายทักษิณ กล่าวว่า ไม่เป็นอะไร เรื่องสว. เป็นเรื่องของสว. ส่วนเรื่องรัฐบาลมีเสียงพออยู่แล้ว แต่รัฐบาลต้องการฟังเสียงประชาชนเพื่อให้มั่นใจว่าประชาชนส่วนใหญ่ไม่ได้ขัดข้อง

เมื่อถามต่อว่าได้มีการพูดคุยกับนายเนวิน ชิดชอบ ประธานบริหารสโมสรฟุตบอลบุรีรัมย์ยูไนเต็ด ในฐานะแกนนำพรรคภูมิใจไทย ภายหลังจากลูกชายนายไชยชนก ชิดชอบ เลขาธิการพรรคภูมิใจไทย ลุกขึ้นอภิปรายเปิดใจในสภา นายทักษิณกล่าวว่าเข้าใจว่านายอนุทิน ในฐานะหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย ได้พูดคุยกับนายกฯแล้ว ซึ่งนายอนุทินบอกว่าพรรคภูมิใจไทยไม่มีปัญหา

เมื่อถามอีกว่า ฝ่ายค้านระบุรัฐบาลผลักดันเอ็นเตอร์เทนเมนต์คอมเพล็กซ์ไม่ถูกจังหวะ จะต้องรอจังหวะที่เหมาะสมก่อนหรือไม่ นายทักษิณ กล่าวว่า ไม่เป็นอะไร พอดีมีเรื่องของการขึ้นภาษีของสหรัฐอเมริกาเข้ามา แต่ไม่ได้เป็นปัญหาอะไร ไม่ต้องกังวล

เมื่อถามย้ำว่าเห็นถึงความจริงใจของพรรคภูมิใจไทยในการร่วมหัวจมท้ายมากน้อยแค่ไหน นายทักษิณ กล่าวว่า การเมืองก็คือการเมือง

เมื่อถามต่อว่ามองพฤติการณ์ของพรรคภูมิใจไทยอย่างไร นายทักษิณ กล่าวว่า พรรคภูมิใจไทยก็คือพรรคภูมิใจไทย

เมื่อถามอีกว่ามองว่ารัฐบาลจะไปได้ครบเทอมหรือไม่ นายทักษิณ กล่าวว่า เรื่องครบมันไม่มีปัญหาหรอก ไม่มีปัญหา วันนี้ไม่ได้มีปัญหาอะไรพรรคภูมิใจไทยก็เป็นส่วนหนึ่งของพรรคร่วมรัฐบาล ซึ่งเป็นพรรคที่ใหญ่อันดับ 2 ของพรรคร่วมรัฐบาล แต่พรรคร่วมรัฐบาลก็มีจำนวนมากพอ ไม่ได้มีปัญหาอะไร ซึ่งพรรคภูมิใจไทยก็รู้ดีว่าไม่ได้มีปัญหาอะไร ถ้าหากจะมีการไม่เข้าใจกัน

เมื่อถามย้ำว่าแต่พรรคภูมิใจไทยก็ทำแบบนี้มาตลอด นายทักษิณ กล่าวว่า ไม่เป็นอะไร เราเข้าใจ เราสามารถบริหารความขัดแย้งได้

เมื่อถามอีกว่าไม่เหนื่อยใช่หรือไม่กับปัญหาที่เกิดขึ้นจากพรรคภูมิใจไทย นายทักษิณ กล่าวว่า มันยังอยู่ในภาวะที่ไม่มีปัญหา ยังพูดคุยกันได้อยู่

เมื่อถามว่าเห็นนายกฯระบุว่าเหนื่อยกับการที่ต้องมาแลกกันคนละหมัด นายทักษิณ กล่าวว่า  แน่นอน เพราะนายกฯเป็นคนรุ่นใหม่ เป็นคนชอบอะไรที่ตรงไปตรงมา ชอบก็บอกชอบไม่ชอบก็บอกไม่ชอบ นายกฯเป็นคนชอบสไตล์นั้น แต่การเมืองความรุ่นใหม่มันยากเหมือนกัน เพราะฉะนั้นต้องให้คนแก่อย่างตนคอยช่วยด้วย

‘เจิมศักดิ์’ชี้พิรุธร่าง‘กฎหมายกาสิโน’ แม้ดีต่อเศรษฐกิจแต่เสียหายทางสังคม

‘เจิมศักดิ์’ชี้พิรุธร่าง‘กฎหมายกาสิโน’ แม้ดีต่อเศรษฐกิจแต่เสียหายทางสังคม

‘เจิมศักดิ์’ชี้พิรุธร่าง‘กฎหมายกาสิโน’ แม้ดีต่อเศรษฐกิจแต่เสียหายทางสังคม

วันอาทิตย์ ที่ 13 เมษายน พ.ศ. 2568, 10.30 น.

‘เจิมศักดิ์’ชี้พิรุธร่าง‘กฎหมายกาสิโน’ แม้ดีต่อเศรษฐกิจแต่เสียหายทางสังคม

13 เมษายน 2568 ช่องยูทูป the standard now เผยแพร่บทสัมภาษณ์ รศ.ดร.เจิมศักดิ์ ปิ่นทอง นักวิชาการอิสระด้านเศรษฐศาสตร์ กล่าวถึงการผลักดันร่างกฎหมาย Entertainment Complex

รศ.ดร.เจิมศักดิ์ ชี้ว่า การทำกาสิโนใน Entertainment Complex เขียนกฎหมายส่อพิรุธ แม้ดีต่อเศรษฐกิจ แต่เสียหายทางสังคม

(ชมคลิปต้นฉบับ คลิกที่นี่)

‘ทวี’เทียบ‘ชายแดนใต้-ซินเจียง’ จุดพลุถึงเวลายกเป็น‘เขตปกครองพิเศษ’

‘ทวี’เทียบ‘ชายแดนใต้-ซินเจียง’ จุดพลุถึงเวลายกเป็น‘เขตปกครองพิเศษ’

‘ทวี’เทียบ‘ชายแดนใต้-ซินเจียง’ จุดพลุถึงเวลายกเป็น‘เขตปกครองพิเศษ’

วันอาทิตย์ ที่ 13 เมษายน พ.ศ. 2568, 09.24 น.

‘ทวี’จุดพลุ‘เขตปกครองพิเศษ’ เทียบ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้กับ‘มณฑลซินเจียง’ของจีน พูดมลายูถิ่นเหมือนกัน เป็น‘เขตปกครองของตนเอง’ ด้านผวจ. ปัตตานี เผยเงินสะพัด50 กว่าล้านบาท ช่วงตรุษจีน ขอให้ผลักดันพัฒนาการท่องเที่ยวในพื้นที่

13 เมษายน 2568 พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง รัฐมนตรีกระทรวงยุติธรรม เดินทางลงพื้นที่บริเวณสนามกีฬาเมืองโบราณยะรัง จังหวัดปัตตานี เป็นประธานเปิดงานโครงการส่งเสริมการท่องเที่ยวโดยชุมชน Check in Halal @ เมืองโบราณยะรัง พร้อมด้วย นางพาตีเมาะ สะดียามู ผู้ว่าราชการจังหวัดปัตตานี และนายอำเภอ นายก อบต. ส.ส.และคณะผู้บริหารพรรคประชาชาติ รวมทั้งประชาชนในพื้นที่ร่วมให้การต้อนรับ 

ในโอกาสนี้ นางพาตีเมาะ สะดียามู ผู้ว่าราชการจังหวัดปัตตานีและนายอำเภอ ได้ยื่นหนังสือให้ พ.ต.อ.ทวี ผลักดันมิติของการแก้ปัญหาและการพัฒนาการท่องเที่ยวในพื้นที่อีกด้วย 

ต่อจากนั้น พ.ต.อ.ทวี เดินทางไปที่โรงเรียนบำรุงอิสลามปัตตานี เพื่อพบปะกับคณะครูและผู้บริหารของโรงเรียนอีกด้วย โดยมี ดร.อิสมาอีลลุตฟี จะปะกียา อธิการบดีมหาวิทยาลัยฟาฏอนี และอดีตผู้บริหารโรงเรียนบำรุงอิสลาม  ให้การต้อนรับ

พ.ต.อ.ทวี กล่าวถึงการลงพื้นที่ในครั้งด้วยว่า ตนได้เดินทางไปซินเจียง ตั้งอยู่ภาคตะวันตกเฉียงเหนือของประเทศจีน ซึ่งเป็นเขตปกครองตนเอง ตนเคยคิดเหมือนกันว่า 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ จะเดินไปถึงตรงนั้นหรือไม่ ต้องให้คนในพื้นที่คุย แต่เหนือสิ่งอื่นใดคือผู้บริหารที่ซินเจียงเขาเป็นมุสลิม คือ เขาใช้คนพื้นที่ คนที่ซินเจียงจะอยู่ในหุบเขาเป็นมุสลิมโดยส่วนใหญ่ ชีวิตความเป็นอยู่เขาพูดภาษาถิ่นเหมือนบ้านเราก็พูดภาษามลายู ที่สำคัญเราดูคนเขามีความสุขมาก เพราะคับที่อยู่ได้คับใจอยู่ยาก เพราะเขาได้ปกครองตนเอง ปกครองคนของเขาเอง เหมือนกัน

“น่าจะถึงเวลาคนที่คนจังหวัดชายแดนภาคใต้ ต้องเป็นผู้บริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ อย่างตอนนี้นายอำเภอก็เป็นมุสลิม แล้ววันนี้น่าจะเป็นยุคของปัตตานี เพราะผู้ว่าปัตตานีก็เป็นมลายูแล้วเป็นผู้หญิง ที่สำคัญ เคยรุ่งเรืองมาในอดีต 1,000 กว่าปีพบว่าที่นี้ กษัตริย์รายาก็เป็นผู้หญิง แล้วก็สร้างความเจริญทำให้คนรู้จักไปทั่ว” พ.ต.อ.ทวี กล่าว

พ.ต.อ.ทวี ยังได้กล่าวถึงประเด็นของการท่องเทียวด้วยว่า การท่องเที่ยวที่ยั่งยืนต้องเป็นการท่องเที่ยวเชิงธรรมชาติและประวัติศาสตร์ วันนี้ถ้าเราสามารถทำเรื่องของการท่องเที่ยวให้เกิดประโยชน์จะเกิดขึ้นกับชาวบ้านในพื้นที่อย่างมาก

พ.ต.อ.ทวี  กล่าวด้วยว่า ขอให้ ผบ.เรือนจำปัตตานี ทำโรงเรียนสารพัดช่างปัตตานี อย่างน้อยคนปัตตานีจะได้อนุรักษ์ เอาเรือนจำธนบุรีของโรงเรียนช่าง 10 หมู่ เดี๋ยวนี้ใครจะไปเมืองนอกต้องไป เรือนจำธนบุรี วันนี้ผบ.เอาคนออกจากเรือนจำ 300 คนต้องมีคุณภาพและมีเงินติดตัวสามารถกลับไปตั้งตัวได้ ไปฟื้นฟูได้ชีวิตใหม่

ขณะที่นางพาตีเมาะ สะดียามู ผู้ว่าราชการจังหวัดปัตตานี  กล่าวว่า การพัฒนาเมืองโบราณเราหวังไปถึงมรดกโลกด้วยซ้ำไป ปัจจุบันการท่องเที่ยวทั้งจังหวัดปัตตานี จะมีคน 1ล้านคนที่ข้ามมาจากนราธิวาสก็เข้ามาปัตตานี และ1ล้านคนของเบตง ก็มาที่นี่ และนักท่องเที่ยวที่ลงสนามบินที่หาดใหญ่ก็มานอนที่นี้ ซึ่งช่วงเฉพาะงานตรุษจีนที่ผ่านมา เรามีตัวเลขคนเข้ามา 30,000 กว่าคน แล้ว ส่งผลให้มีเงินสะพัดที่เป็นตัวเลขชัดเจนจำนวน 50 กว่าล้านบาท และอำเภอยะรังก็สามารถทำให้เกิดงานคล้ายๆเช่นงานตรุษจีนได้เหมือนกัน