เปิดกำหนดการ‘นายกฯ’แอ่วเชียงใหม่ 13 – 14 เม.ย.

เปิดกำหนดการ‘นายกฯ’แอ่วเชียงใหม่ 13 - 14 เม.ย.

เปิดกำหนดการ‘นายกฯ’แอ่วเชียงใหม่ 13 – 14 เม.ย.

วันอาทิตย์ ที่ 13 เมษายน พ.ศ. 2568, 08.45 น.

เปิดกำหนดการ‘นายกฯ’แอ่วเชียงใหม่ 13 – 14 เม.ย.

13 เมษายน 2568 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า น.ส.แพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี มีกำหนดการเดินทางไปราชการที่ จ.เชียงใหม่ วันที่ 13 – 14 เมษายน 2568

ทั้งนี้ วันอาทิตย์ที่ 13 เมษายน 2568 เวลา 10.00 น. นายกรัฐมนตรีและคณะ ออกเดินทางจากกองบินตำรวจ (ดอนเมือง) กรุงเทพฯ ไปยังท่าอากาศยานทหาร กองบิน 41 ตำบลสุเทพ อำเภอเมืองเชียงใหม่ จังหวัดเชียงใหม่

เวลา 17.00 น. นายกรัฐมนตรี ร่วมพิธีสรงน้ำพระพุทธสิหิงค์ พระคู่บ้านคู่เมืองเชียงใหม่ ณ วัดพระสิงห์วรมหาวิหาร ตำบลพระสิงห์ อำเภอเมืองเชียงใหม่ จังหวัดเชียงใหม่

เวลา 18.00 น. นายกรัฐมนตรี เป็นประธานในพิธีเปิดงาน “Amazing Songkran Chiangmai x Boryeong Mud Festival 2025” จากสาธารณรัฐเกาหลี (เกาหลีใต้) ณ ข่วงประตูท่าแพ (ฝั่งถนนชัยภูมิ) ตำบลศรีภูมิ อำเภอเมืองเชียงใหม่ จังหวัดเชียงใหม่

เวลา 19.00 น. นายกรัฐมนตรี ร่วมกิจกรรม SF My Water World Songkran Festival 2025 ณ ลานเมญ่าสแควร์ ศูนย์การค้าเมญ่า ตำบลช้างเผือก อำเภอเมืองเชียงใหม่ จังหวัดเชียงใหม่

จากนั้นวันจันทร์ที่ 14 เมษายน 2568 เวลา 09.30 น. นายกรัฐมนตรี ร่วมงาน “ป๋าเวณีปี๋ใหม่เมืองสันกำแพง” ณ ชุมชนโหล่งฮิมคาว ตำบลสันกลาง อำเภอสันกำแพง จังหวัดเชียงใหม่ และเวลา 11.00 น. นายกรัฐมนตรีและคณะ เดินทางถึงกองบินตำรวจ (ดอนเมือง) กรุงเทพฯ

‘นายกฯ’อวยพร‘สงกรานต์68’ ขอให้ทุกคนมีความสุข กลับบ้านปลอดภัย

‘นายกฯ’อวยพร‘สงกรานต์68’ ขอให้ทุกคนมีความสุข กลับบ้านปลอดภัย

‘นายกฯ’อวยพร‘สงกรานต์68’ ขอให้ทุกคนมีความสุข กลับบ้านปลอดภัย

วันอาทิตย์ ที่ 13 เมษายน พ.ศ. 2568, 08.30 น.

นายกรัฐมนตรี กล่าวอวยพรเนื่องในโอกาสประเพณีสงกรานต์ ปี 2568 ขอให้ทุกคนมีความสุขสันต์ในวันสงกรานต์ กลับบ้านปลอดภัย เติมเต็มพลังใจ ใช้เวลากับครอบครัวตลอดช่วงวันหยุดยาวนี้อย่างอบอุ่น

13 เมษายน 2568 เวลา 06.30 น. นายจิรายุ ห่วงทรัพย์ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เผยว่านางสาวแพทองธาร  ชินวัตร  นายกรัฐมนตรี กล่าวปราศรัยเนื่องในประเพณีสงกรานต์ พุทธศักราช 2568 ว่าในโอกาสวันสงกรานต์พุทธศักราช 2568 ซึ่งเป็นวันขึ้นปีใหม่ไทย ขอส่งความรัก ความระลึกถึง และความสุขไปยังพี่น้องคนไทยทุกคน ทั้งที่อยู่ในประเทศไทยและต่างประเทศ ในปี 2568 นี้ประเทศไทยมีการจัดงานเทศกาลสงกรานต์หลายพื้นที่ ทั่วทุกภูมิภาค แต่ละพื้นที่ต่างมีเอกลักษณ์ มีความน่าสนใจแตกต่างกันออกไป โดยงานใหญ่ งานมหาสงกรานต์จะจัดอยู่ที่บริเวณท้องสนามหลวง เชิญชวนพี่น้องประชาชนทุกคนเข้าร่วมงานสงกรานต์ในปีนี้กันได้

นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า สงกรานต์เป็นช่วงเวลาที่พี่น้องคนไทยจะได้ใช้เวลากับบุคคลที่ท่านรัก ครอบครัว และเพื่อนฝูง ที่อาจจะไม่ได้พบเจอกันมานาน ท่านใด เดินทางกลับภูมิลำเนาของท่านขอให้เดินทางโดยสวัสดิภาพ  ท่านใด ใช้โอกาสนี้ในการพักผ่อนหรือท่องเที่ยว ขอให้เป็นช่วงเวลาแห่งความสุข และความทรงจำของทุกคน  ท่านใด เน้นสังสรรค์ สนุกสนานกับการเล่นน้ำเติมความสุข ก็ขอให้คำนึงถึงความปลอดภัยเป็นสำคัญ ตั้งแต่ ปี 2567 จนถึง ปี 2568 นี้ ประเทศไทยได้เผชิญกับเหตุการณ์ภัยพิบัติหลายครั้ง ซึ่งอาจจะทำให้พี่น้องรู้สึกหมดกำลังใจกันไปบ้าง ขอให้สงกรานต์นี้ เป็นช่วงเวลาที่ทุกท่านได้เติมพลังใจให้เต็มจากความเหนื่อยตลอดทั้งปี เพื่อเตรียมพร้อมรับเรื่องราวและโอกาสดีๆ ที่จะเกิดขึ้น

“เนื่องในโอกาสวันสงกรานต์ ขออำนาจสิ่งศักดิ์สิทธิ์ ทั้งหลายในสากลที่ทุกท่านเคารพนับถือ ตลอดจนพระบารมีแห่งองค์พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี โปรดดลบันดาลประทานพรให้พี่น้องคนไทยทุกคน พร้อมทั้งครอบครัว มีความสุข ความเจริญ และมีความร่มเย็นเป็นสุขตลอดไป สุดท้ายนี้ ขออวยพรให้ทุกคนมีความสุขสันต์ในวันสงกรานต์ กลับบ้านปลอดภัย เติมเต็มพลังใจ ใช้เวลากับครอบครัวตลอดช่วงวันหยุดยาวนี้อย่างอบอุ่น สวัสดีปีใหม่ไทยค่ะ” นายกรัฐมนตรี กล่าวอวยพร

ต่อมาเวลา 08.14 น.วันที่ 13 เม.ย.น.ส.แพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี  โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กและทวิตผ่าน X  ซึ่งเป็นวันสงกรานต์วันแรกว่า  ในโอกาสวันสงกรานต์ วันผู้สูงอายุ และวันครอบครัว ให้ทุกท่านมีความสุข สุขกาย สุขใจ เดินทางกลับบ้านอย่างปลอดภัย ใช้เวลากับครอบครัวและคนที่ท่านรักในวันหยุดปีใหม่ไทยอย่างเต็มที่ เมาไม่ขับ ง่วงไม่ขับ สวัสดีวันปีใหม่ไทยค่ะ

‘อนุทิน-ภราดร’ปัดส่งสัญญาณทิ้งทวน ประสานเสียงคอนเฟิร์ม ยังไม่มี‘ยุบสภา’

‘อนุทิน-ภราดร’ปัดส่งสัญญาณทิ้งทวน ประสานเสียงคอนเฟิร์ม ยังไม่มี‘ยุบสภา’

‘อนุทิน-ภราดร’ปัดส่งสัญญาณทิ้งทวน ประสานเสียงคอนเฟิร์ม ยังไม่มี‘ยุบสภา’

วันอาทิตย์ ที่ 13 เมษายน พ.ศ. 2568, 07.26 น.

‘อนุทิน-ภราดร’ประสานเสียงคอนเฟิร์ม​ ยังมี‘ประชุมสภา’สมัยหน้า ปัดส่งสัญญาณ‘ยุบ​สภา’ทิ้งทวนก่อนปิดสมัยฯ ชี้แค่ผ่อนคลายบรรยากาศการเมือง​ เตือนสติต้องรักกันเอาไว้​  

12 เมษายน 2568 นายอนุทิน​ ชาญ​วีรกูล​ รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.มหาดไทย ในฐานะหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย​ (ภท.) เดินทางลงพื้นที่จังหวัดอ่างทอง​ เพื่อร่วมเปิดงานเทศกาลสงกรานต์ปี2568  และได้พบกับบ้านใหญ่ “ปริศนานันทกุล​”

นายอนุทิน กล่าวว่า นายภราดร​ ปริศนานันทกุล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร ได้เชิญให้ตนมาร่วมในงาน ถือว่าได้มาเที่ยว และร่วมงานประเพณีที่อ่างทอง  อ.วิเศษชัยชาญ ซึ่งระหว่างทางได้เห็นประชาชนทยอยเดินทางกลับภูมิลำเนา มีทั้งความสุข และรอยยิ้ม แม้ว่าการจราจรจะติดขัด​ และถ้าคนไทยท่องเที่ยวในประเทศ​ ไม่เดินทางไปที่เที่ยวต่างประเทศ ก็จะทำให้เศรษฐกิจของประเทศเกิดการกระจายตัว​

เมื่อถามถึง การเดินทางมายัง จ.อ่างทองและได้พบกับนายสมศักดิ์​ ปริศนานันทกุล​ ซึ่งก่อนหน้านี้ได้มีความเห็นเรื่องร่างพระราชบัญญัติ(พ.ร.บ.)การประกอบธุรกิจสถานบันเทิงครบวงจร​ หรือร่างกฎหมายเอ็นเตอร์เทนเมนต์คอมเพล็กซ์ วันนี้ได้มีการพูดคุยกันในเรื่องการเมืองหรือไม่​ นายอนุทิน ถึงกลับหันไปชี้ หานายสมศักดิ์​ นายภราดร และนายกรวีร์ ปริศนานันทกุล สส.อ่างทอง ว่า อยู่กับประชาชนตัวเล็กนิดเดียว  มีแต่จิตใจที่รับใช้ประชาชนทั้งนั้น ที่ทำให้พวกเขาได้รับการไว้วางใจ ให้เป็น สส. เมื่อเราทำงานการเมือง ประเทศชาติ และประชาชนเป็นสิ่งที่สำคัญที่สุด

เมื่อถามว่าแต่ก่อนปิดสมัยประชุมสภาฯ นายภราดร ได้กล่าวทิ้งท้ายเป็นนัยในลักษณะเหมือนว่าจะไม่มีการประชุมในสมัยหน้า นายภราดร ถึงกับเบรกว่า วันนี้วันสงกรานต์ การเมืองอย่าเพิ่งเลยดีกว่า วันนี้หัวหน้าพรรคมาเที่ยวงานสงกรานต์​

ก่อนที่นายอนุทิน จะกล่าวเสริมว่า บางทีอย่าไปซีเรียสอะไรมาก เพราะตอนที่ท่านพูด คนก็หัวเราะ ขำ ซึ่งเป็นเพียงการผ่อนคลายบรรยากาศเท่านั้น และเป็นการเตือนสติ ไม่ให้ซีเรียสอะไรมาก​ ขอให้รักกันเอาไว้

เมื่อถามย้ำว่า การประชุมสภาฯในสมัยหน้าจะยังมีอยู่ใช่หรือไม่ นายอนุทิน​ รีบตอบทันทีว่า​ “มีสิ”

รายงานพิเศษ : เมื่อประเทศกลายเป็นเกมต่อรองผลประโยชน์

รายงานพิเศษ : เมื่อประเทศกลายเป็นเกมต่อรองผลประโยชน์

รายงานพิเศษ : เมื่อประเทศกลายเป็นเกมต่อรองผลประโยชน์

วันอาทิตย์ ที่ 13 เมษายน พ.ศ. 2568, 06.15 น.

เมื่อผู้นำประเทศคือนักธุรกิจ ผลประโยชน์ของประเทศก็ถูกลดทอนลง กลายเป็นเพียงเรื่องของการต่อรองและการจัดสรรผลประโยชน์ให้ “ลงตัว” กับฝ่ายที่เกี่ยวข้อง สิ่งที่เคยเป็นหลักการทางการทูต ความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ หรือแม้แต่ประโยชน์ส่วนรวมของประชาชน ก็อาจจะถูกมองข้ามไป

หนึ่งในตัวอย่างที่ชัดเจนที่สุดคือกรณีของโดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐฯ ที่นำหลักคิดแบบนักธุรกิจมาบริหารประเทศ ด้วยมุมมองว่าอเมริกา “ขาดทุน” จากการค้าระหว่างประเทศมานาน จึงเดินหน้าใช้มาตรการ “ภาษีศุลกากรตอบโต้” กับทุกประเทศคู่ค้า ไม่เว้นแม้แต่พันธมิตรเก่าแก่ อย่างสหภาพยุโรป หรือแม้แต่ประเทศเศรษฐกิจขนาดกลางอย่างไทยและประเทศในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้

ทรัมป์ประกาศขึ้นภาษีนำเข้าทั่วโลก โดยตั้งภาษีขั้นต่ำ 10% และในบางกรณีอาจสูงกว่านั้น โดยเฉพาะกับจีน เยอรมนี และประเทศที่เขามองว่าได้เปรียบทางการค้า ส่งผลให้ห่วงโซ่การผลิตระดับโลกเกิดการสะเทือน ค่าแรงและต้นทุนการผลิตเพิ่มขึ้น ราคาสินค้านำเข้าสูงขึ้น เงินเฟ้อเพิ่มสูงขึ้น และสุดท้าย ผู้บริโภคชาวอเมริกันต้องเป็นฝ่ายแบกรับต้นทุนเหล่านี้แทน จนเกิดภาพชาวอเมริกันนับล้านคนทั่วสหรัฐในกว่า 1,300 แห่งทั่วประเทศ รวมถึงเมืองใหญ่ เช่น นิวยอร์ก วอชิงตัน ดี.ซี. ลอสแองเจลิส และชิคาโก พร้อมใจกันลุกฮือขึ้นประท้วงต่อต้านแสดงความไม่พอใจกับนโยบายดังกล่าวของทรัมป์

แม้จะอ้างว่าเพื่อปกป้องผลประโยชน์ของประเทศ แต่แนวทางเช่นนี้กลับละเลยหลักการทางการทูต ความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ และผลกระทบระยะยาวต่อเศรษฐกิจโลก นักเศรษฐศาสตร์ทั่วโลกเตือนว่าอาจนำไปสู่ “สงครามการค้า” และเศรษฐกิจถดถอยโดยไม่จำเป็น

หันกลับมามองประเทศไทย ซึ่งกำลังมีการผลักดันกาสิโนถูกกฎหมาย แสดงให้เห็นอย่างชัดเจนถึงการนำบทบาทนักธุรกิจมากำหนดทิศทางของประเทศมากขึ้นเรื่อยๆ เพราะแม้ประเด็นนี้กำลังเป็นที่ถกเถียงและมีเสียงคัดค้านอย่างมากมาย แต่รัฐบาลกลับเร่งจะให้มีการพิจารณา “ร่างพ.ร.บ.การประกอบธุรกิจสถานบันเทิงครบวงจร” อย่างเร่งด่วน ท่ามกลางข้อกังขาของสังคมและหลายภาคส่วนที่ออกมาคัดค้านอย่างชัดเจน โดยระบุว่าการออกกฎหมายนี้อาจสร้างความเสียหายต่อโครงสร้างทางสังคมในระยะยาวมากกว่าผลดี

ความเร่งรีบและท่าทีมุ่งมั่นของรัฐบาลต่อร่างกฎหมายฉบับนี้ สะท้อนถึงกลไก “การต่อรองทางการเมือง” ที่กำลังทำงานอย่างเข้มข้น กระทั่งมีรายงานข่าวว่าอดีตนายกรัฐมนตรี นายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ซึ่งถูกมองว่าเป็น “นายกฯเงา” ได้สั่งการให้พรรคร่วมรัฐบาลโหวตรับร่างกฎหมายฉบับนี้ในวาระแรก ถึงกับมีข่าวพาดหัวตามสื่อหลายฉบับว่าหากพรรคใดแตกแถว ไม่สนับสนุน อาจถึงขั้นถูกขับออกจากพรรคร่วมรัฐบาล

พรรคการเมืองที่เคยออกมาคัดค้านอย่างหนัก ก็กลับลำมาสนับสนุนในเวลาต่อมาอย่างน่าฉงน ยิ่งตอกย้ำความเชื่อของสาธารณชนว่า การเมืองไทยกำลังถูกควบคุมโดยผลประโยชน์เบื้องหลัง และดีลลับๆ ที่ประชาชนไม่มีสิทธิ์รับรู้

แม้ล่าสุด นางสาวแพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ได้ออกมาแถลงร่วมกับหัวหน้าพรรคร่วมรัฐบาลภายหลังการประชุมคณะรัฐมนตรีว่าจะเลื่อนการพิจารณาร่างพ.ร.บ.เอ็นเตอร์เทนเมนท์คอมเพล็กซ์ออกไปก่อน แต่ก็ยังคงเป็นประเด็นที่สังคมต้องจับตามองว่าเป็นเพียงการเลื่อนออกไปเพื่อลดแรงเสียดทานที่กำลังถาโถมเข้ามาในขณะนี้หรือไม่

การบริหารบ้านเมืองควรตั้งอยู่บนหลักคุณธรรม กฎหมาย และความโปร่งใส ไม่ใช่การเอาคืน หรือต่อรองเพื่อผลประโยชน์กลุ่มใดกลุ่มหนึ่ง สิ่งที่ถูกแลกเปลี่ยนกันไม่ควรเป็นข้อเสนอทางเศรษฐกิจ หรือการแบ่งผลประโยชน์ให้ลงตัว แต่เป็นชีวิต ความเป็นอยู่ และอนาคตของประชาชนทั้งประเทศ ถ้ากาสิโนถูกมองว่าเป็นแหล่งรายได้ รัฐบาลก็ควรเริ่มต้นจากการรับฟังเสียงของประชาชนอย่างแท้จริง ไม่ใช่แค่ต่อรองในห้องปิด

เพราะเมื่อประเทศถูกมองเป็นโต๊ะเจรจาธุรกิจ ผลลัพธ์สุดท้ายอาจไม่ใช่ “กำไร” สำหรับทุกคน แต่อาจเป็น “ต้นทุน” ที่ประชาชนทั้งประเทศต้องร่วมกันแบกรับโดยไม่เต็มใจ

บินถกมะกัน19เม.ย. ‘พิชัย’นำทัพปรับดุลการค้า แก้เกม‘ทรัมป์’ขึ้นภาษีโหด

บินถกมะกัน19เม.ย. ‘พิชัย’นำทัพปรับดุลการค้า แก้เกม‘ทรัมป์’ขึ้นภาษีโหด

บินถกมะกัน19เม.ย. ‘พิชัย’นำทัพปรับดุลการค้า แก้เกม‘ทรัมป์’ขึ้นภาษีโหด

วันอาทิตย์ ที่ 13 เมษายน พ.ศ. 2568, 06.00 น.

บินถกมะกัน19เม.ย. ‘พิชัย’นำทัพปรับดุลการค้า แก้เกม‘ทรัมป์’ขึ้นภาษีโหด เปิดข้อต่อรองบนโต๊ะเจรจา นำเข้า‘ข้าวโพด-ถั่วเหลือง’ แต่ปิดประตู‘หมูอเมริกา’

รัฐบาลเดินหน้าเต็มสูบ ส่ง “พิชัย” ไปเจรจาสหรัฐ 19-25 เมษายนนี้ เพื่อปรับดุลการค้าหลัง “ทรัมป์”ขึ้นภาษีมหาโหด แย้มเสนอเพิ่มนำเข้าข้าวโพด-ถั่วเหลืองเข้าไทย เป็นข้อแลกเปลี่ยน แต่ไม่เอา “หมูอเมริกา”

นายพิชัย ชุณหวชิร รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง แถลงภายหลังการหารือร่วมกับนายพิชัย นริพทะพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ และภาคเอกชนเกี่ยวกับแนวทางการกำหนดกรอบเจรจาการค้ากับสหรัฐอเมริกา เมื่อค่ำวันที่ 11 เมษายน โดยระบุ เป้าหมายหลักของการเจรจากับสหรัฐอเมริกาไม่ใช่การ “ต่อรอง” หรือ “เจรจา” แบบได้-เสีย แต่เพื่อหาทางออกร่วมกัน ให้ทั้งสองฝ่ายได้ประโยชน์และลดปัญหาการขาดดุลการค้าของสหรัฐฯ ที่มีต่อไทย

“สำนักข่าวไทย”ยืนยันคำพูดของนายพิชัย ว่าจะยึดกรอบการดำเนินการ 5 ข้อที่รัฐบาลกำหนดไว้ โดยยกตัวอย่างการเพิ่มการนำเข้า–ส่งออกสินค้าเพื่อขยายขนาดเศรษฐกิจของทั้งสองประเทศ เช่น ไทยมีจุดแข็งด้านการแปรรูปสินค้าเกษตร โดยเฉพาะการผลิตอาหารสัตว์เลี้ยง จึงมีแนวคิดนำเข้าข้าวโพดและถั่วเหลืองมาเป็นวัตถุดิบ เนื่องจากในประเทศผลิตไม่เพียงพอ แต่มีเงื่อนไขว่าต้องรับซื้อผลผลิตในประเทศให้หมดก่อน เพื่อไม่ให้กระทบต่อเกษตรกรผู้เพาะปลูก อาหารสัตว์เลี้ยงระดับพรีเมียมของไทยเป็นที่ต้องการของตลาดโลก โดยปัจจุบันมีส่วนแบ่งตลาดโลกเพียง 3% หากเพิ่มเป็น 6% ใน 5-7 ปี จะช่วยกระตุ้นการผลิตและการส่งออกมหาศาล เป็นการสร้างมูลค่าส่งออกให้สมดุลขึ้น

อย่างไรก็ตาม นายพิชัยย้ำว่า รัฐบาลยังไม่มีนโยบายเปิดนำเข้าเนื้อสุกรจากสหรัฐอเมริกา โดยจะเน้นพัฒนาศักยภาพผู้ผลิตในประเทศให้สามารถลดต้นทุนและยกระดับการแข่งขัน เพื่อรักษาความมั่นคงของห่วงโซ่อุปทานปศุสัตว์ไทย

สำหรับสินค้าอื่นที่จำเป็นต้องนำเข้า เช่น ก๊าซธรรมชาติ และอุปกรณ์ภาคอุตสาหกรรม ซึ่งเป็นความจำเป็นของการพัฒนาภาคการผลิต นอกจากนี้ สายการบินไทยมีแผนซื้อเครื่องบินอยู่แล้ว สามารถจัดซื้อจากสหรัฐอเมริกาได้ โดยจะพิจารณาจัดสรรการนำเข้าจากหลายประเทศในสัดส่วนที่เหมาะสม

อีกหนึ่งประเด็นสำคัญคือการเร่งแก้ปัญหาการสวมถิ่นกำเนิดสินค้าส่งออก ซึ่งเป็นเรื่องที่สหรัฐอเมริกากังวล ไทยจะตรวจสอบให้แน่ชัดว่าสินค้าที่ส่งออกเป็นสินค้าจากไทยจริง ตลอดจนเตรียมชี้แจงและขจัดอุปสรรคทางการค้าอื่นที่ไม่ใช่ภาษีตามที่สหรัฐฯ ร้องขอ

ในระหว่างนี้ คณะทำงานร่วมจากภาครัฐและเอกชนจะหารือเพิ่มเติมเพื่อเตรียมข้อมูลให้ครบถ้วนสำหรับคณะที่จะเดินทางไปสหรัฐอเมริกา โดยจะร่วมกับนายพิชัย นริพทะพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ เพื่อหารือในรายละเอียดทั้งระดับนโยบายและระดับปฏิบัติ

รัฐบาล ยืนยันว่าไม่ได้นิ่งนอนใจ และพยายามประสานงานกับสหรัฐฯ เพื่อขอทราบวันนัดหมายโดยเร็วที่สุด โดยนายพิชัยกล่าวว่า วิกฤตครั้งนี้ก็เป็นโอกาสในการปรับโครงสร้างเศรษฐกิจ พัฒนาศักยภาพ และสร้างพันธมิตรทางการค้าในระยะยาวเช่นกัน

แหล่งข่าวระบุว่าคณะของนายพิชัย มีกำหนดเดินทางไปเจรจากับสหรัฐ 19-25 เมษายนนี้

เริม7วันอันตรายสงกรานต์ ตาย27-เจ็บ201 ‘เมาแล้วขับ’คุมประพฤติ276ราย

เริม7วันอันตรายสงกรานต์ ตาย27-เจ็บ201 ‘เมาแล้วขับ’คุมประพฤติ276ราย

เริม7วันอันตรายสงกรานต์ ตาย27-เจ็บ201 ‘เมาแล้วขับ’คุมประพฤติ276ราย

วันอาทิตย์ ที่ 13 เมษายน พ.ศ. 2568, 06.00 น.

เริม 7 วันอันตรายสงกรานต์ ตาย27-เจ็บ201 ‘เมาแล้วขับ’คุมประพฤติ276ราย ‘อิ๊งค์’อวยพรให้มีความสุข ‘บิ๊กป้อม’ขอให้มีแต่สิ่งดีๆ ข้าวสารคึกคักต่างชาติแน่น จราจรอีสานติดหนักยันเช้า

เปิดฉาก 7 วันอันตรายสงกรานต์’68! ดับสังเวยบนท้องถนน 27 ศพ บาดเจ็บระนาว 201 คน เกิดอุบัติเหตุ 211 ครั้ง “กทม.-มุกดาหาร” ขึ้นนำยอดสูญเสียสะสม “ซิ่ง-เมาขับ” คุมประพฤติ 276 ราย ถนนข้าวสารคึกคักนักท่องเที่ยวเล่นน้ำชุ่มฉ่ำ “อิ๊งค์” อวยพรให้คนไทย มีความสุข ฝ่าย “บิ๊กป้อม” ขอให้มีแต่สิ่งดีๆ ตลอดไป

เมื่อวันที่ 12 เมษายน 2568 เวลา 10.30 น. ที่กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย(ปภ.) นายโอภาส การย์กวินพงศ์ ปลัดกระทรวงสาธารณสุข ประธานแถลงผลการดำเนินงานของศูนย์อำนวยการความปลอดภัยทางถนนช่วงเทศกาลสงกรานต์ พ.ศ. 2568 ประจำวันที่ 12เม.ย.2568 เปิดเผยว่า ข้อมูลอุบัติเหตุทางถนนช่วงเทศกาลสงกรานต์ พ.ศ. 2568 ประจำวันที่ 11 เม.ย. ซึ่งเป็นวันแรกของการรณรงค์ “ขับขี่ปลอดภัย เมืองไทยไร้อุบัติเหตุ” ศูนย์อำนวยการป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนนช่วงเทศกาลสงกรานต์ พ.ศ. 2568 โดยกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยและความหน่วยงานภาคีเครือข่าย ได้รวบรวมสถิติอุบัติเหตุทางถนนประจำวันที่ 11เม.ย.68 เกิดอุบัติเหตุ 211 ครั้ง ผู้บาดเจ็บ 201 คน ผู้เสียชีวิต 27 ราย สาเหตุที่ทำให้เกิดอุบัติเหตุสูงสุด ได้แก่ ขับรถเร็ว ร้อยละ 40.76 ตัดหน้ากระชั้นชิด 24.64 และดื่มแล้วขับ 22.75

ยานพาหนะที่เกิดอุบัติเหตุสูงสุด ได้แก่ รถจักรยานยนต์ ร้อยละ 83.64 ส่วนใหญ่เกิดบนเส้นทางตรง ร้อยละ 86.26 ถนนกรมทางหลวง ร้อยละ 51.66 ถนนใน อบต./หมู่บ้าน ร้อยละ 22.75 ถนนในเมือง (เทศบาล) ร้อยละ 13.27

ช่วงเวลาที่เกิดอุบัติเหตุสูงสุด ได้แก่ เวลา 15.01 – 18.00 น. เวลา 18.01 – 21.00 น. และเวลา 12.01 – 15.00 น. ผู้บาดเจ็บและเสียชีวิตสูงสุดอยู่ในช่วงอายุ 60 – 69 ปี ร้อยละ 20.18 จัดตั้งจุดตรวจหลัก 1,737 จุด เจ้าหน้าที่ปฏิบัติงาน 50,647 คน

ยอดดับมุกดาหารนำโด่ง

โดยจังหวัดที่เกิดอุบัติเหตุสูงสุด ได้แก่ มุกดาหาร (11 ครั้ง) จังหวัดที่มีผู้บาดเจ็บสูงสุด ได้แก่ มุกดาหาร (12 คน) จังหวัดที่มีผู้เสียชีวิตสูงสุด ได้แก่กรุงเทพมหานคร (5 ราย)

ด้านนายสหรัฐ วงศ์สกุลวิวัฒน์ รองอธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย ในฐานะอนุกรรมการเฉพาะกิจศูนย์อำนวยการป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนนตลอดทั้งปี พ.ศ. 2568 กล่าวว่า นอกเหนือจากความปลอดภัยของผู้ใช้รถใช้ถนนและประชาชนที่เล่นน้ำสงกรานต์ในพื้นที่แล้ว ขอให้จังหวัดให้ความสำคัญกับความปลอดภัยของเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงานด้วย โดยเฉพาะอย่างยิ่งเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงานประจำจุดบริการประชาชน โดยขอให้พิจารณาเลือกพื้นที่ที่ปลอดภัยในการตั้งจุดบริการประชาชน ไม่ตั้งกีดขวางช่องทางการจราจร มีระยะห่างจากขอบทาง หากพื้นผิวจราจรเปียกน้ำหรือมีน้ำขังให้ติดตั้งเครื่องหมาย กรวย หรือป้ายสัญลักษณ์ที่แสดงให้เห็นจุดบริการประชาชนอย่างชัดเจน เพื่อป้องกันอันตรายจากถนนลื่น ไม่ออกไปยืนนอกจุดบริการ เพื่อลดโอกาสการเกิดอุบัติเหตุต่อผู้ปฏิบัติงาน

เมาแล้วขับวันแรก276คดี

พันตำรวจตรี สุริยา สิงหกมล อธิบดีกรมคุมประพฤติ เปิดเผยถึงสถิติคดีที่ศาลสั่งคุมความประพฤติวันที่ 11 เมษายน 2568 วันแรกของการรณรงค์ป้องกันและลดอุบัติเหตุในช่วงเทศกาลสงกรานต์ 2568 มีคดีจำนวนทั้งสิ้น 326 คดี และติดอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ติดตามตัว หรือ อุปกรณ์ EM จำนวน 9 ราย จำแนกเป็น

คดีขับรถขณะเมาสุรา 276 คดี คิดเป็นร้อยละ 84.66 ติดอุปกรณ์ EM จำนวน 1 รายคดีขับรถประมาท 3 คดี คิดเป็นร้อยละ 0.92 คดีขับเสพ 47 คดี คิดเป็นร้อยละ 14.42 ติดอุปกรณ์ EM จำนวน 8 ราย

เมื่อเปรียบเทียบคดีขับรถขณะเมาสุราในเทศกาลสงกรานต์ 2567 มีจำนวน 258 คดี กับสงกรานต์ 2568 จำนวน 276 คดี พบว่า เพิ่มขึ้น 18 คดี สำหรับจังหวัดที่มีสถิติคดีขับรถขณะเมาสุราสูงสุด 3 อันดับ ได้แก่ นนทบุรี 40 คดี สมุทรปราการ 35 คดี และ กำแพงเพชร 27 คดี

การจราจรรถติดหนักยันเช้า

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สภาพการจราจร ทั้งแต่ช่วงกลางคืนมาถึงเช้าวันที่ 12 เมษายน บนถนนมิตรภาพ ปริมาณรถมุ่งหน้าขึ้นยังภาคอีสาน ตั้งแต่แยกถนนมิตรภาพ จ.สระบุรี เข้าเขต ต.กลางดง อ.ปากช่อง จ.นครราชสีมา ปริมาณรถสะสมเป็นจำนวนมาก เต็มทุกช่องจราจร เคลื่อนตัวได้ช้า บางจุดติดหนึบ ทั้งที่ กรมทางหลวงได้ทำการเปิด ถนนมอเตอร์เวย์ ทางหลวงพิเศษ ระหว่างเมือง M 6 บางปะอิน – นครราชสีมา ตั้งแต่ กม.86 จนถึง ตอน 24 ( จุดเข้า M6 เดิม ศูนย์พักพิงสุนัขฯ) อ.ปากช่อง มุ่งสู่ยังภาคอีสาน แต่ก็ยังมีปริมาณรถเพิ่มขึ้นเป็นจำนวนมาก

อุ่นเครื่องถนนข้าวสาร

ด้านบรรยากาศถนนข้าวสาร อีกจุดแลนด์มาร์กที่นักท่องเที่ยวต่างชาติปักหมุดร่วมงานเทศกาลสงกรานต์ โดยปีนี้ กทม. จัดถนนข้าวสารให้อยู่ในกลุ่มสงกรานต์สายสนุก (เปียกมาก) มีการจัดงานสงกรานต์ถนนข้าวสาร Khao San World Water Festival 2025 โดยสมาคมผู้ประกอบการค้าถนนข้าวสาร ระหว่างวันที่ 12-15 เมษายน 2568 เน้นกิจกรรมการเปิดพื้นที่ให้ประชาชนและนักท่องเที่ยวได้เล่นน้ำอย่างปลอดภัยสูงสุด โดยระดมเจ้าหน้าที่ดูแลมากกว่า 200 คน รวมถึงสีสันอันเป็นเอกลักษณ์ “การประกวดมิสอินเตอร์เนชั่นแนล สงกรานต์ถนนข้าวสาร”

บรรยากาศในช่วงเช้า ร้านค้าทยอยเข้ามาเตรียมตัวเปิดร้าน ซึ่งถนนข้าวสาร มีการปิดถนนและตั้งเวทีเพื่อเตรียมงานในช่วงเย็น พบว่าเริ่มมีนักท่องเที่ยวทั้งเอเชียและยุโรป เดินเข้ามาเล่นน้ำกันอย่างต่อเนื่อง

ขณะที่ร้านจำหน่ายปืนฉีดน้ำในพื้นที่พบว่ามีราคาตั้งแต่ 100 บาท ไปจนถึง 700 บาท แต่ละร้านมีจุดให้บริการเติมน้ำ หากซื้อปืนฉีดน้ำแถมเติมน้ำฟรี หากเติมครั้งต่อไปเสียครั้งละ 5-10 บาท โดยที่นักท่องเที่ยวนิยมคือการชิมอาหารสตรีทฟู้ดที่เริ่มมีขายสองฝั่งของถนนข้าวสาร เช่น ผัดไทย ข้าวไข่เจียว และน้ำมะม่วงปั่น เป็นต้น

“บิ๊กป้อม”ขอให้มีแต่สิ่งที่ดีๆ

พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ หัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) ส่งคำอำนวยพร เนื่องในเทศกาลสงกรานต์ ปีใหม่ไทย ในปีนี้ ขอทุกท่านจงประสบความสำเร็จ เริ่มต้นปีใหม่อีกปี มีแต่สิ่งดีๆ เข้ามา สิ่งร้ายๆ ก็ขอให้ผ่านไป มีสุขภาพแข็งแรง คิดสิ่งใดให้สมความปรารถนา ปราศจากโรคภัย อันตรายใดๆ ทั้งปวง และส่งกำลังใจไปยังพี่น้องประชาชน ให้เดินทางกลับภูมิลำเนาอย่างปลอดภัย ขออาราธนาคุณพระศรีรัตนตรัย และสิ่งศักดิ์สิทธิ์ทั้งหลาย จงดลบันดาลให้ท่านพร้อมครอบครัว ประสบแต่ความสุข สมบูรณ์พูนผลทุกประการ ขออวยพรให้ท่านมีสุขภาพแข็งแรง อายุยืนยาว มีความสุขตลอดไป เหมือนดั่งสายน้ำที่ไหลรินไม่มีวันสิ้นสุด

“อิ๊งค์”ขอให้คนไทยมีความสุข

นางสาวแพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี โพสต์ข้อความอวยพร เนื่องในโอกาสวันสงกรานต์ ขออำนาจสิ่งศักดิ์สิทธิ์ทั้งหลายในสากลโลกที่ทุกท่านเคารพนับถือ ดลบันดาลประทานพร ให้พี่น้องคนไทยทุกคน พร้อมทั้งครอบครัว มีความสุข ความเจริญ และมีความร่มเย็นเป็นสุขตลอดไปค่ะ เดินทางปลอดภัย เติมพลังใจ ใช้เวลากับครอบครัว เมาไม่ขับ ง่วงไม่ขับ

“วันนอร์”อวยพรสงกรานต์

นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภาผู้แทนราษฎร ในฐานะประธานรัฐสภา อวยพรประชาชนคนไทย เนื่องในเทศกาลสงกรานต์ หรือ ปีใหม่ไทยว่า สงกรานต์ เป็นวันสำคัญของคนไทยทุกคน เพราะเป็นวันปีใหม่ของไทย จึงขอให้ประชาชนคนไทยทุกคน มีความสุข มีสุขภาพพลานามัยที่แข็งแรง ช่วยกันดูแลบ้านเมืองของพวกเราให้เจริญรุ่งเรือง โดยเฉพาะด้านเศรษฐกิจ ซึ่งแม้ขณะนี้ จะกำลังมีปัญหาทั่วโลก แต่ก็ต้องร่วมมือกัน เพื่อช่วยให้เศรษฐกิจได้ขยายเติบโต ไปสู่ความั่นคง มั่งคั่ง ให้ลูกหลานต่อไป

ประธานรัฐสภา ยังกล่าวแสดงความเป็นห่วงประชาชน ที่ต้องเดินทางขับขี่ยานพาหนะกลับภูมิลำเนา เพื่อไปพบปะครอบครัว แต่ปีที่ผ่าน ๆ มา ก็จะมีอุบัติเหตุ และมีผู้ได้รับบาดเจ็บกันจำนวนมาก ตนจึงอยากให้สติว่า วันมงคลควรใช้ความมงคลให้เป็นประโยชน์แก่ชีวิต อย่าขับรถหลังดื่มสุรา ไม่ขับรถด้วยความประมาท ปฏิบัติตามกฎจราจร ซึ่งรัฐบาลอำนวยความสะดวกเต็มที่ทั้งจุดพักรถ จุดแนะนำต่าง ๆ และตนก็คาดหวังว่า อุบัติเหตุในถนนสายรอง และอุบัติเหตุจากรถจักรยานยนต์ควรจะลดลงให้มาก จึงขอให้ประชาชนรักษาชีวิตของตน เพราะชีวิตทุกคนมีค่า

ปรับแผนดันกาสิโนหลังสงกรานต์ พท.เมินเสียงต้าน ส่งสส.ลุยตีปี๊บเต็มพื้นที่

ปรับแผนดันกาสิโนหลังสงกรานต์ พท.เมินเสียงต้าน ส่งสส.ลุยตีปี๊บเต็มพื้นที่

ปรับแผนดันกาสิโนหลังสงกรานต์ พท.เมินเสียงต้าน ส่งสส.ลุยตีปี๊บเต็มพื้นที่

วันอาทิตย์ ที่ 13 เมษายน พ.ศ. 2568, 06.00 น.

ปรับแผนดันกาสิโนหลังสงกรานต์ พท.เมินเสียงต้าน ส่งสส.ลุยตีปี๊บเต็มพื้นที่ รทสช.งานเข้างัดคลิปโต้ ปัด‘พีระพันธ์ุ’หนุนบ่อน ปชน.เย้ยรบ.วิกฤตหนัก

พรรคเพื่อไทย ยังไม่เข็ดปรับแผนเดินหน้าเปิดบ่อนกาสิโนหลังสงกรานต์ ส่งสส.ลงแจงประชาชนในพื้นที่เต็มสูบหลังเคลียร์ภูมิใจไทยจบ “วิสุทธิ์-วรวัจน์” ยันต้องทำให้ได้เพื่อแก้ปัญหาเศรษฐกิจ ขณะ รทสช.งานเข้าแฟนคลับรุมยำ เปิดคลิปโต้ปัดพีระพันธุ์หนุนเปิดบ่อน เท้ง-ปชน.เย้ยรัฐบาลวิกฤตหนัก

เมื่อวันที่ 12 เมษายน 2568 นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย (พท.) ในฐานะประธานคณะกรรมการประสานงานพรรคร่วมรัฐบาล (วิปรัฐบาล) ให้สัมภาษณ์ถึงการเปิดประชุมสภาผู้แทนราษฎร สมัยวิสามัญเพื่อพิจารณาร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2569 โดยกล่าวว่า เบื้องต้น เราทราบคร่าวๆ จากรัฐบาลว่า จะเป็นช่วงสิ้นเดือนพฤษภาคม ส่วนจะต้องมีการหารือกันช่วงไหนนั้น ขอให้เป็นช่วงหลังเทศกาลสงกรานต์

เมื่อถามถึงกรณีมีกระแสข่าวว่าหลังจากพิจารณางบประมาณเสร็จ อาจจะมีการปรับคณะรัฐมนตรี (ครม.) ข้อเท็จจริงเป็นอย่างไร นายวิสุทธิ์ กล่าวว่า เป็นอำนาจของนายกรัฐมนตรีที่จะตัดสินใจ ตนไม่ก้าวก่าย เราเป็นฝ่ายนิติบัญญัติ เราต้องทำหน้าที่ของเราอย่างเต็มที่ ส่วนนายกรัฐมนตรี เป็นหัวหน้ารัฐบาลต้องดูแลการทำงานของ ครม.ท่านอาจจะปรับตามความเหมาะสม ซึ่งก็ไม่มีปัญหาอะไร

เร่งทำเข้าใจกมเปิดบ่อนลังสงกรานต์

นายวิสุทธิ์ ในฐานะประธานคณะกรรมประสานงานพรรคร่วมรัฐบาล(วิปรัฐบาล)ยังกล่าวกรณีการทำความเข้าใจกับประชาชนเรื่องร่างพ.ร.บ.ประกอบธุรกิจสถานบันเทิงครบวงจร(เอ็นเตอร์เทนเมนต์คอมเพล็กซ์)ว่าเรื่องนี้คงต้องทำความเข้าใจกับประชาชน หลังช่วงเทศกาลสงกรานต์ ขณะนี้อยู่ช่วงเทศกาล รวมถึงทำกิจกรรมร่วมกับครอบครัว หลังจากนี้ตัวแทนต่างๆก็จะทำความเข้าใจ และเป็นหน้าที่ของรัฐบาลที่ต้องทำความเข้าใจต่อไป

เมื่อถามถึงกรณีที่นายไชยชนก ชิดชอบ ส.ส.บุรีรัมย์เลขาธิการพรรคภูมิใจไทย (ภท.) ที่ประกาศไม่เห็นด้วยร่างพระราชบัญญัติ(พ.ร.บ.)ประกอบสถานบันเทิงครบวงจร พ.ศ…. หรือร่างเอ็นเตอร์เทนเมนต์คอมเพล็กซ์ กังวลว่าจะกระทบกับเสียงของพรรคร่วมในการโหวตพิจารณาร่างกฎหมายต่างๆหรือไม่นายวิสุทธิ์ กล่าวว่านายไชยชนก เป็นเลขาธิการของพรรคภท.เมื่อมีความคิดเห็นไม่ตรงกับหัวหน้าพรรค ก็เป็นเรื่องที่หัวหน้าพรรคและเลขาธิการพรรคต้องไปทำความเข้าใจกัน เรื่องนี้เป็นเรื่องที่พรรคภูมิใจไทยที่ จะต้องไปบริหารจัดการภายในพรรคกันเอง โดยมารยาทเราไม่ไปแทรกแซง แต่อะไรที่เกี่ยวกับพรรคร่วมรัฐบาล ก็เป็นเรื่องที่หัวหน้าและเลขาธิการพรรค ต้องไปพิจารณาเอง

ยันห่วง‘ลูกเนวิน’ค้านกม.กาสิโน

เมื่อถามย้ำว่า กังวลว่าจะกระทบกับเสียงของพรรคร่วมในการโหวตพิจารณาร่างกฎหมายต่างๆหรือไม่ นายวิสุทธิ์ กล่าวว่า ไม่กังวล ในเมื่อหัวหน้าพรรคเขายืนยันว่ายังจะไปด้วยกัน ก็เป็นเรื่องที่ดี และเขาคงมีการพูดคุยกันเองระหว่างหัวหน้าพรรคภูมิใจไทยกับนายกรัฐมนตรี ที่จะต้องมีเจรจากัน

“เป็นเรื่องที่พรรคภูมิใจไทยต้องไปจัดการปัญหาภายในพรรคเอง มองว่าเป็นเรื่องของหัวหน้าพรรคและเลขาธิการพรรค จะต้องไปทำความเข้าใจกัน และไม่ใช่ภาระของพรรคเพื่อไทย เป็นภาระของพรรคภูมิใจไทย ที่ต้องไปพูดคุยกันเอง เราไม่เข้าไปก้าวก่าย ตนเชื่อว่า คงคุยกันได้”

โต้‘ภราดร’อย่าไปซีเรียสยุบสภา

เมื่อถามว่ากรณีนายภราดร ปริศนานันทกุล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่ 2 จากพรรคภูมิใจไทยกล่าวทิ้งท้ายในวันสุดท้ายของการประชุมสภาผู้แทนราษฎรว่าอาจจะไม่มีสมัยประชุมหน้า แสดงถึงการส่งสัญญาณยุบสภา หรือมีนัยอะไรหรือไม่ นายวิสุทธิ์ กล่าวว่า ยังไม่จำเป็นต้องไปยุบสภา อำนาจการยุบสภา ไม่ใช่อำนาจของประธานสภาหรือรองประธานสภา เป็นอำนาจของนายกรัฐมนตรี ซึ่งเป็นหัวหน้ารัฐบาล

“เพราะฉะนั้น ในพรรคเพื่อไทยได้คุยกัน ไม่มีใครพูดถึงเรื่องนี้ และขณะนี้สส.ก็กลับพื้นที่ไปเคารพผู้หลักผู้ใหญ่ช่วงเทศกาลสงกรานต์ อย่าไปซีเรียสเรื่องการเมืองให้มากนัก ส่วนอำนาจการยุบสภา เป็นของนายกรัฐมนตรี คนอื่นไม่ต้องพูด คุณไม่มีสิทธิออกความเห็นในเรื่องนี้ แม้แต่ผมเอง”นายวิสุทธิ์ กล่าว

พท.ซัดบางพรรคเล่นการเมืองเกินเหตุ

นายวรวัจน์ เอื้ออภิญญกุล สส.แพร่ พรรคเพื่อไทย ให้สัมภาษณ์กรณีความเห็นต่างเกี่ยวกับร่างพ.ร.บ. ประกอบธุรกิจสถานบันเทิงครบวงจร(เอ็นเตอร์เทนเมนต์คอมเพล็กซ์)ว่าตนได้พูดคุยกับสส.พรรคเพื่อไทยหลายคนรู้สึกอึดอัด มองว่าสิ่งที่บางพรรคการเมือง ร่วมรัฐบาลทำ เป็นการเล่นการเมืองเกินกว่าเหตุ โดยไม่คำนึงถึงสถานการณ์ที่แท้จริงของประเทศ ที่รัฐบาลต้องแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจ การเล่นการเมืองแบบนี้ ไม่ใช่วิธีการที่ถูกต้อง เรื่องเอ็นเตอร์เทนเมนต์คอมเพล็กซ์ เป็นเรื่อง ธีมปาร์ค เหมือน ดิสนีย์แลนด์ ยูนิเวอร์แซลที่เน้นเรื่องการท่องเที่ยว ดึงนักท่องเที่ยว เข้ามาจับจ่ายใช้สอย ดึงเม็ดเงินจากต่างประเทศเข้ามา

นายวรวัจน์กล่าวอีกว่าส่วนที่เป็นห่วงเรื่องกาสิโน ยืนยันว่ามีแค่ 10% ในพรรคเพื่อไทยคุมเข้มไม่ยอมให้คนไทยติดการพนันแน่นอนและในส่วนนี้ เราจะเข้าไปยกร่างกฎหมายในสภาอย่างเข้มงวด เราจะไม่ยอมให้ปัญหานี้เกิด อยากให้พรรคร่วม เห็นความจำเป็นของประเทศที่ต้องส่งเสริมการท่องเที่ยวเป็นหลักก่อน เนื่องจากปัญหาเศรษฐกิจที่วันนี้ เม็ดเงินหมุนเวียนในประเทศลดต่ำมาก กระทบต่อประชาชนส่วนใหญ่ จำเป็นต้องดึงเม็ดเงินจากต่างประเทศเข้ามาเพื่อลงทุน

เชื่อผู้มีอำนาจต้องตัดสินใจเดินหน้า

“สิ่งที่รัฐบาลต้องการทำถูกสร้างให้เกิดความเข้าใจผิดว่า จะทำให้คนไทยติดการพนัน ในความเป็นจริง เพื่อไทย ไม่ยอมให้เกิดเหตุการณ์เช่นนั้นอยู่แล้ว เมื่อเรารู้ว่า เป็นปัญหาเราไม่ยอม เพราะที่สุดแล้ว เรื่องนี้เป็นภาพลักษณ์ที่เราต้องรักษา แต่เมื่อเหตุการณ์มาเช่นนี้ เชื่อว่าผู้มีอำนาจในพรรค คงต้องตัดสินใจอะไรบางอย่าง เพื่อเดินหน้างานนโยบายในแต่ละด้านให้คืบหน้าไปให้ได้อย่างรวดเร็ว เหมือนที่เราเคยบริหารประเทศมาในอดีต”นายวรวัจน์ ย้ำ

งัดคลิปโต้!‘พีระพันธุ์’พูดตรงไหน

กรณีมีข่าวว่านายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค รองนายกรัฐมนตรีและรมว.พลังงาน หัวหน้าพรรครวมไทยสร้างชาติ(รทสช.)ตอบคำถามผู้สื่อข่าวถึงจุดยืนของพรรครวมไทยสร้างชาติว่าเห็นชอบกับกฎหมายประกอบธุรกิจสถานบันเทิงครบวงจรหรือเอ็นเตอร์เทนเมนต์คอมเพล็กซ์ว่าก็เหมือนเดิมอะไรที่ไม่ผิดกฎหมาย เราก็ไม่มีปัญหา

ล่าสุดนางสาวศศิกานต์ วัฒนะจันทร์ รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ออกมาชี้แจงถึงเรื่องนี้ว่า “สวัสดีค่ะ ดิฉันจิ๊บ ศศิกานต์ วัฒนะจันทร์ (รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี) น้อมรับความคิดเห็นของทุกท่าน ด้วยความเคารพค่ะ”

“แต่อยากให้ทุกท่านดูคลิปที่นักข่าวถ่ายไว้ก่อนค่ะว่า ที่เค้าพาดหัวกับที่คุณพีระพันธุ์ พูดตรงกันไหม ท่านพูดน้อยมากเลยค่ะ” และ“จนเราต้องตั้งคำถามว่า หรือจริงๆ แล้วนักข่าวเอาคำถามตัวเองมาเขียน แล้วบอกว่าท่านพูดกันแน่?”

การชี้แจงดังกล่าวเกิดขึ้นภายหลังแฟนคลับพรรครวมไทยสร้างชาติ ออกมาตำหนิความเห็นของนายพีระพันว่าด้วยเรื่องการเปิดบ่อนอย่างรุนแรง

นักวิชาการฉะพรรคร่วมจุดยืนเปลี่ยน

ดร.เสรี วงษ์มณฑา นักวิชาการด้านการตลาดและการสื่อสาร โพสต์เฟซบุ๊กว่า ถ้าหากจากวันนี้จนถึงวันเลือกตั้งคราวหน้า จุดยืนเรื่องบ่อนของพรรคร่วมไม่เปลี่ยนแปลง โดยยินดีที่จะมองว่าพรบ.ที่กำลังจะพิจารณาเป็น พรบ.Entertainment Complex ไม่ใช่พรบ.เพื่อตั้งบ่อน เราคงต้องลงคะแนน “ไม่ประสงค์จะเลือกใคร” เพราะไม่รู้จะไว้ใจใครได้ เราไม่มีความรู้ด้านกฎหมายอะไร แต่เราคิดว่าธุรกิจอื่นๆ ใน Entertainment Complexนั้นน่าจะทำได้โดยไม่ต้องอาศัย พรบ.เจ้าปัญหานี้ เพราะว่าทุกธุรกิจมีกฎหมายกำกับอยู่แล้ว

ดังนั้นมันทำให้เราเห็นว่าพรบ.ฉบับนี้น่าจะออกมาเพื่อให้เปิดบ่อนพนันได้โดยไม่ผิดกฎหมายเท่านั้น แม้จะกินพื้นที่เพียง 10% แต่ผลกระทบเชิงลบของบ่อนที่มีต่อสังคมนั้นมันมหาศาล ทำไมยังเห็นด้วยกันอีก ฤา เราจะต้องยอมแพ้ นักการเมืองเขาจะรวมหัวกันจะทำอะไรก็ปล่อยให้เขาทำไป เขามีเสียงข้างมากในสภา เขามาจากการเลือกตั้ง เราจะสู้อะไรพวกเขาได้ ถามเพื่อนๆที่ เรามีจุดยืนทางการเมืองเหมือนกัน หนุนพรรคเดียวกัน ท่านเหนื่อยไหม ท่านยังมีแรงจะสู้ต่อไหม ท่านยังมีความหวังอะไรไหม

ปชน.ตามเสี้ยมรัฐบาลวิกฤติ

วันเดียวกัน นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ ส.ส.บัญชีรายชื่อ และหัวหน้าพรรคประชาชน ประเมินถึงเสถียรภาพของรัฐบาลหลังสงกรานต์โดยผู้สื่อข่าวถามว่า ท่าทีของ ส.ส.พรรคภูมิใจไทย ที่แสดงออกชัดเจนว่า ไม่เห็นด้วย สุดท้ายหากต้องนำกฎหมายดังกล่าวมาพิจารณาแล้วไม่เห็นด้วยอีก จะสะท้อนให้เห็นภาพพรรคร่วมแตกกันหรือไม่ นายณัฐพงษ์ระบุว่า ก็เป็นสิ่งที่รัฐบาลต้องไปคุยกันให้ตกผลึก โดยเฉพาะ น.ส.แพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ที่จะต้องแสดงให้เห็นว่า สามารถควบคุมเสียงภายในพรรคร่วมรัฐบาลได้ ไม่ใช่อยู่ดีๆ อยากจะเสนอร่างกฎหมายใดเข้ามาในสภาก็ได้ หรือเสนอเข้ามาโดยที่ภายในพรรคร่วมเองยังไม่ตกผลึก ซึ่งหากมีการดำเนินการแบบนี้เชื่อว่าก็จะมีผลกระทบ กับความเชื่อมั่นของประชาชนต่อเสถียรภาพของรัฐบาล

ส่วนโอกาสที่จะยุบสภานั้น นายณัฐพงษ์กล่าวว่า ตนคงประเมินให้ไม่ได้ แต่การดำเนินการผลักดันร่างพ.ร.บ.การประกอบธุรกิจสถานบันเทิงครบวงจร ก็จะทำให้ประชาชนเห็นว่า มีเพียงพรรคเพื่อไทย พยายามผลักดันพรรคเดียว แต่พรรคร่วมไม่เอา ก็เป็นไปได้ที่จะส่งผลต่อความเชื่อมั่นของประชาชนต่อรัฐบาล ทั้งนี้ หากจะมีการยุบสภา หรือไม่ยุบ ก็คงอยู่ที่พรรคเพื่อไทย และตัวของนายกรัฐมนตรี ในฐานะแกนนำรัฐบาล

ด้าน นายเทพไท เสนพงษ์ อดีต สส.นครศรีธรรมราช โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก“เทพไท–คุยการเมือง”หัวข้อ“ทักษิณเอาคืนเนวิน?”โดยวิเคราะห์ว่าหลังสงกรานต์นี้นายทักษิณ ต้องเอาคืนนายเนวิน ชิดชอบแน่นอน

ราชการแนวหน้า : รวมความเห็นเกี่ยวกับกฎหมายล้างมลทินของข้าราชการ

ราชการแนวหน้า : รวมความเห็นเกี่ยวกับกฎหมายล้างมลทินของข้าราชการ

ราชการแนวหน้า : รวมความเห็นเกี่ยวกับกฎหมายล้างมลทินของข้าราชการ

วันอาทิตย์ ที่ 13 เมษายน พ.ศ. 2568, 02.00 น.

(ต่อจากอาทิตย์ที่แล้ว)

ขอเรียนว่า จากบทบัญญัติของมาตรา 57 ดังกล่าว ผู้มีอำนาจพิจารณาการขอบรรจุกลับเข้ารับราชการคือผู้มีอำนาจตามมาตรา 44 ดังนั้น เมื่อท่านประสงค์จะขอกลับเข้ารับราชการที่กรมก.ท่านก็ต้องยื่นคำขอกลับเข้ารับราชการตามมาตรา 57 ต่ออธิบดีกรมก. ดังกล่าวต่อไป

(หนังสือสำนักงานก.พ.ที่นร 0712/42 ลงวันที่ 23 มกราคม 2534)

5. พ.ศ. 2539

สำนักงานก.พ.ได้หยิบปัญหาเสนอก.พ.พิจารณาเกี่ยวกับการที่จะพิจารณายกโทษให้แก่ข้าราชการซึ่งถูกลงโทษและได้รับการล้างมลทินแล้วว่าจะกระทำได้หรือไม่

เกี่ยวกับเรื่องนี้ เมื่อครั้งพระราชบัญญัติล้างมลทินในโอกาสที่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชทรงมีพระชนมพรรษา 60 พรรษา พ.ศ.2530 ใช้บังคับก.พ.เคยมีความเห็นว่า
ข้าราชการซึ่งถูกลงโทษทางวินัยและอยู่ในเกณฑ์ได้รับการล้างมลทินมิได้กระทำผิดตามข้อกล่าวหาผู้บังคับบัญชา องค์กรกลาง และนายกรัฐมนตรี ย่อ มีอำนาจดำเนินการยกโทษให้แก่ข้าราชการดังกล่าวได้ เพราะเมื่อข้าราชการดังกล่าวมิได้กระทำผิดวินัยก็ไม่อยู่ในฐานะเป็น “ผู้ถูกลงโทษทางวินัย”

(อ่านต่ออาทิตย์หน้า)

แนวหน้าวาทะเด็ด

แนวหน้าวาทะเด็ด

แนวหน้าวาทะเด็ด

วันอาทิตย์ ที่ 13 เมษายน พ.ศ. 2568, 02.00 น.

“ปัญหาเรื่องความปลอดภัยในการใช้ถนนนั้น ประเทศไทยติดอันดับโลกมาเป็นเวลาหลายปี ซึ่งองค์การอนามัยโลกก็เห็นว่าเป็นปัญหาสำคัญของไทย ผมเห็นว่าเราควรรณรงค์มาตรการการใช้ถนนปลอดภัยตลอดทั้งปีไม่ใช่เฉพาะช่วงสงกรานต์และปีใหม่”

นายนพดล ปัทมะ

สส.บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย

อดีต รมว.ต่างประเทศ

‘ทักษิณ’ถึงเชียงใหม่ ควง‘ลูกอิ๊งค์’ร่วมกิจกรรมสงกรานต์พรุ่งนี้

‘ทักษิณ’ถึงเชียงใหม่ ควง‘ลูกอิ๊งค์’ร่วมกิจกรรมสงกรานต์พรุ่งนี้

‘ทักษิณ’ถึงเชียงใหม่ ควง‘ลูกอิ๊งค์’ร่วมกิจกรรมสงกรานต์พรุ่งนี้

วันเสาร์ ที่ 12 เมษายน พ.ศ. 2568, 20.04 น.

“ทักษิณ”ถึงเชียงใหม่แล้ว ใช้เวลาหยุดยาวสงกรานต์พักผ่อนกับครอบครัว พาหลานๆเดินเล่นห้าง ก่อนร่วมกิจกรรมสงกรานต์พรุ่งนี้

เมื่อวันที่ 12 เมษายน 2568 ผู้สื่อข่าวรายงานความเคลื่อนไหว นายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ในช่วงวันหยุดยาวเทศกาลสงกรานต์ ระหว่างวันที่ 12 – 15 เม.ย.เวลา 11.00 น.นายทักษิณ เดินทางถึง จ.เชียงใหม่ พร้อมด้วย นายปิฎก สุขสวัสดิ์ สามี น.ส.แพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี , บุตรสาว ด.ญ.ธิธาร สุขสวัสดิ์ และบุตรชาย ด.ช.พฤจ์ธาษิณ สุขสวัสดิ์ โดย น.ส.แพทองธาร จะเดินทางมาถึง จ.เชียงใหม่ ในวันที่ 13 เม.ย.

โดยเมื่อเดินทางถึง นายทักษิณ ได้ใช้เวลาพักผ่อนกับครอบครัว รับประทานอาหารกลางวันที่ร้านช้างม่อยกาแฟ อ.เมือง จ.เชียงใหม่ ก่อนจะพาหลานๆ เดินเล่นที่ห้างเซ็นทรัล เฟสติวัล เชียงใหม่ และได้ไปรับประทานอาหารเย็นที่ร้าน Sipolle Italian Food by Chef Dan ด้วย

อย่างไรก็ตาม ในวันที่ 13 เม.ย.นายทักษิณจะเดินทางไปร่วมกิจกรรมสงกรานต์ที่สวนสาธารณะสถานีรถไฟ อบจ.เชียงใหม่ ในเวลา 09.00 น.จากนั้น นายทักษิณจะเดินทางไปรับ น.ส.แพทองธาร ที่จะเดินทางมาถึง จ.เชียงใหม่

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ขณะที่เพจเฟซบุ๊ก ชื่อ “คุณชายสุดหล่อเทวดา” ได้โพสต์ภาพนายทักษิณ ระหว่างที่ไปรับประทานอาหารกลางวัน ที่ร้านก๋วยเตี๋ยวช้างม่อย จ.เชียงใหม่ ด้วย

– 006