‘โฆษก พปชร.’ชม’ไชยชนก’เห็นแก่ประโยชน์ส่วนรวมชาติมากกว่าพวกพ้อง

'โฆษก พปชร.'ชม'ไชยชนก'เห็นแก่ประโยชน์ส่วนรวมชาติมากกว่าพวกพ้อง

‘โฆษก พปชร.’ชม’ไชยชนก’เห็นแก่ประโยชน์ส่วนรวมชาติมากกว่าพวกพ้อง

วันเสาร์ ที่ 12 เมษายน พ.ศ. 2568, 18.19 น.

‘โฆษก พปชร.’ชม’ไชยชนก’กล้าทำ กล้าคิด เห็นแก่ประโยชน์ส่วนรวมชาติมากกว่าพวกพ้อง เหมาะเป็นผู้นำคนรุ่นใหม่

เมื่อวันที่ 12 เม.ย.2568 พล.ต.ท.ปิยะ ต๊ะวิชัย โฆษกพรรคพลังประชารัฐ กล่าวชื่นชม นายไชยชนก ชิดชอบ เลขาธิการพรรคภูมิใจไทย ที่กล่าวอภิปราย ในการประชุมวันที่ 9 เม.ย. ที่ผ่านมา และแสดงความเห็นต่อต้านไม่เห็นด้วยกับ ร่าง พ.ร.บ. สถานบันเทิงครบวงจร หรือเอ็นเตอร์เทนเมนท์คอมเพล็กซ์ โดยกล้าที่จะแสดงความเห็นส่วนตัวแม้จะไม่สอดคล้องกับแนวทางของรัฐบาลหรือพรรคเพื่อไทย ว่าเป็นการกล้าทำ กล้าคิด เหมาะสมสำหรับการเป็นผู้นำคนรุ่นใหม่

”การที่นายไชยชนก ออกมากล่าวเช่นนั้น แสดงออกให้เห็นว่า เห็นแก่ประโยชน์ส่วนรวมของประเทศชาติมากกว่าประโยชน์ส่วนตนหรือประโยชน์ของพวกพ้อง และอยากเห็นความยั่งยืนความเจริญเติบโตของบ้านเมืองที่มันแข็งแรงต่อไป แม้จะถูกแรงเสียดสีจากพรรคแกนนำรัฐบาลอย่างหนักก็ตาม  ในส่วนตัวขอแสดงความชื่นชม และให้กำลังใจ และสิ่งสำคัญประการหนึ่งของผู้นำคือจะต้องรู้ว่า อะไรควรอะไรไม่ควร สำหรับประเทศชาติ  อะไรเป็นเรื่องสำคัญ  อะไรรอได้  อะไรรอไม่ได้  ไม่ใช่จะเอาเรื่องผลประโยชน์มาเป็นตัวตั้งตลอด  ในวันนั้นนายไชยชนก เห็นแก่ความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากตึกถล่ม และภาวะบีบคั้นเรื่องกำแพงภาษี ระหว่างประเทศไทยกับสหรัฐอเมริกา ซึ่งเป็นเรื่องเร่งด่วนของประเทศ นับว่าเป็นคนรุ่นใหม่ที่ควรเอาเป็นแบบอย่าง“

พล.ต.ท.ปิยะ กล่าวว่า พล.อ. ประวิตร วงษ์สุวรรณ หหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ  ยืนยันเคียงข้างพี่น้องประชาชนประชาชน และไม่เห็นด้วยกับการมีบ่อนกาสิโน และการพนันออนไลน์ในประเทศไทยในทุกรูปแบบ  สำหรับญัตติดังกล่าว จะต้อง“ถอน” ไม่ใช่“ถอย” คือ ”ยกเลิก“ไม่ใช่“เลื่อน” เนื่องจากสภาวะสังคม ตลอดจนความเข้มแข็งของการบังคับใช้กฎหมายยังไม่เพียงพอ มาตราการป้องกันผลเสียที่จะเกิดขึ้นกับเด็ก และเยาวชนตลอดจนสังคมไทยในอนาคต ยังไม่เป็นรูปธรรม   ได้มีการให้ สส. และผู้สมัคร สส. ออกประชาสัมพันธ์ผลเสียให้กับพี่น้องประชาชนในทุกพื้นที่ให้รับทราบ และให้การสนับสนุนทุกภาคส่วนในการต่อต้านกาสิโนเสรี ตลอดจนการร่วมล่ารายชื่อพี่น้องประชาชนที่ไม่เห็นด้วยกับกาสิโนเสรี

พล.ต.ท.ปิยะ กล่าวว่า กรณีที่ท่านนายกฯ และ รมช. คลัง กล่าวว่า ได้มีการสำรวจความคิดเห็นประชาชนเห็นด้วย 70,000 กว่าคน ทางตนจะนำเรื่องเข้าที่ประชุมพรรคเพื่อขอมติพรรคพลังประชารัฐ ให้ดำเนินการตรวจสอบการเปิดรับฟังความเห็น และข้อเสนอแนะจากหน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน รวมทั้งประชาชนของสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง (สศค.) ผ่านทางระบบกลางของสำนักงานพัฒนารัฐบาลดิจิทัล (องค์การมหาชน) ที่อ้างว่า ทำการรับฟังความคิดเห็น ตั้งแต่วันที่ 28 ก.พ. – 14 มี.ค. 2568 รวมระยะเวลา 15 วัน ว่าได้ทำโดยถูกต้องตามหลักวิชาการวิจัยหรือไม่ อย่างไร  โดยทางพรรคฯจะขอข้อมูลที่เท็จจริง โดยทำหนังสือไปขอให้เปิดเผยข้อมูล จาก สศค. ดังนี้

1.หัวข้อสำรวจมีกี่หัวข้อ อะไรบ้าง

2.วิธีการกรอกข้อมูลทำด้วยวิธีใด มีการลงทะเบียน หรือเก็บข้อมูลผู้ที่มากรอกหรือไม่ ว่าเป็นบุคคลใด

3.มีระบบในการตรวจสอบการกรอกข้อมูลซ้ำหรือไม่

4.กรณี ผู้ตอบแบบสอบถามและแสดงความคิดเห็นทั้ง 71,283 คน ที่ทำการกรอกข้อมูลนั้น สามารถยืนยันตัวบุคคลได้หรือไม่ ถ้าได้ด้วยวิธีใด  มีการแสดงความคิดเห็นซ้ำหรือไม่  จำนวนเท่าใด

5.แล้วประชาชนที่ไม่มีความรู้ในทางคอมพิวเตอร์จะกรอกข้อมูลได้หรือไม่ หรือได้ด้วยวิธีใด

ซึ่งกรณีดังกล่าว  ทางพรรคฯ ได้รับคำร้องเรียนจากพี่น้องประชาชนว่า ได้ทดลองทำแบบสำรวจหัวข้อ 13 ข้อดังกล่าวแล้ว ปรากฎว่า แบบสำรวจเหล่านี้ ใครจะกรอกกี่ครั้งก็ได้ ไม่มีการตรวจเช็คไอพีของเครื่องที่จะเข้าไปกรอกแบบสำรวจ ทำให้ได้ข้อมูลที่ไม่แน่นอน คนเดียวกรอกหลายครั้งได้ ไม่มีการให้ใส่หมายเลขบัตรประชาชน หรือยืนยันตัว ซึ่งการกรอกแบบนี้ทำให้มีการใช้โปรแกรมอัตโนมัติ หรือ AI มาตอบแทนคนได้ หากการแสดงความคิดเห็นดังกล่าวทั้ง 70,000 กว่าชื่อไม่ได้แสดงตัวตนหรือไม่สามารถยืนยันตัวตนผู้แสดงความคิดเห็นได้  ถือว่าเป็นข้อมูลที่ไม่สามารถใช้อ้างอิงได้ 

‘เท้ง’สอนมวย‘อิ๊งค์’ ก่อนเสนอ กม.ต้องคุยให้ตกผลึก-คุมเสียงให้ได้

‘เท้ง’สอนมวย‘อิ๊งค์’ ก่อนเสนอ กม.ต้องคุยให้ตกผลึก-คุมเสียงให้ได้

‘เท้ง’สอนมวย‘อิ๊งค์’ ก่อนเสนอ กม.ต้องคุยให้ตกผลึก-คุมเสียงให้ได้

วันเสาร์ ที่ 12 เมษายน พ.ศ. 2568, 16.42 น.

เมื่อวันที่ 12 เมษายน 2568 นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ สส.บัญชีรายชื่อ และหัวหน้าพรรคประชาชน (ปชน.) ประเมินถึงเสถียรภาพของรัฐบาลหลังสงกรานต์ ว่ายังคงเห็นการผลักดันร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) การประกอบธุรกิจสถานบันเทิงครบวงจร หรือ เอ็นเตอร์เทนเมนต์คอมเพล็กซ์ ซึ่งยังมีความเห็นที่แตกต่างกันค่อนข้างสูงในพรรคร่วมรัฐบาล ว่า สุดท้ายพรรคเพื่อไทย (พท.) ก็ต้องยอมถอย และถอนร่างกฎหมายออก ไม่ทันสมัยการประชุมนี้ ซึ่งเหตุผลที่ยอมถอยนั้น เป็นสิ่งที่พวกเราเห็นด้วย และสื่อสารมาโดยตลอดว่า ไม่อยากให้ดำเนินการเร่งรีบมากจนเกินไป อย่างน้อยในช่วงปิดสมัยการประชุมสภา รัฐบาลยังมีเวลาในการดำเนินการหลายเรื่อง อย่างแรกที่สุดคือ การเปิดรับฟังความคิดเห็นของประชาชนให้ครอบคลุมมากขึ้น ถัดมาคือหลักเกณฑ์การป้องกันการฟอกเงิน หรือ ธุรกรรมผิดกฎหมาย การทุจริตคอรัปชั่น และสุดท้ายคือ การคัดเลือกเอกชนที่จะเข้ามาทำโครงการ โดยสิ่งเหล่านี้ถือว่าเป็นสิ่งที่สำคัญ ในช่วงที่ปิดสมัยการประชุมรัฐบาลก็ควรจะมีความชัดเจน รวมถึงการศึกษาความเป็นไปได้ของโครงการด้วย

เมื่อถามถึงท่าทีของ สส.พรรคภูมิใจไทย (ภท.) ที่แสดงออกชัดเจนว่าไม่เห็นด้วย สุดท้ายหากต้องนำกฎหมายดังกล่าวมาพิจารณาแล้วไม่เห็นด้วยอีก จะสะท้อนให้เห็นภาพพรรคร่วมแตกกันหรือไม่ นายณัฐพงษ์ ระบุว่า ก็เป็นสิ่งที่รัฐบาลต้องไปคุยกันให้ตกผลึก โดยเฉพาะ น.ส.แพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ที่จะต้องแสดงให้เห็นว่า สามารถควบคุมเสียงภายในพรรคร่วมรัฐบาลได้ ไม่ใช่อยู่ดีๆ อยากจะเสนอร่างกฎหมายใดเข้ามาในสภาฯ ก็ได้ หรือเสนอเข้ามาโดยที่ภายในพรรคร่วมเองยังไม่ตกผลึก ซึ่งหากมีการดำเนินการแบบนี้ เชื่อว่าก็จะมีผลกระทบกับความเชื่อมั่นของประชาชนต่อเสถียรภาพของรัฐบาล

ส่วนโอกาสที่จะยุบสภานั้น นายณัฐพงษ์ กล่าวว่า ตนคงประเมินให้ไม่ได้ แต่การดำเนินการผลักดันร่าง พ.ร.บ.การประกอบธุรกิจสถานบันเทิงครบวงจร ก็จะทำให้ประชาชนเห็นว่า มีเพียงพรรคเพื่อไทยพยายามผลักดันพรรคเดียว แต่พรรคร่วมไม่เอา ก็เป็นไปได้ที่จะส่งผลต่อความเชื่อมั่นของประชาชนต่อรัฐบาล ทั้งนี้ หากจะมีการยุบสภาฯ หรือไม่ยุบ ก็คงอยู่ที่พรรคเพื่อไทย และตัวของนายกฯ ในฐานะแกนนำรัฐบาล

‘นิพนธ์’เปิดบ้านรดน้ำดำหัว สืบสานประเพณีสงกรานต์ไทย พร้อมย้ำคุณค่าครอบครัว-กตัญญู

'นิพนธ์'เปิดบ้านรดน้ำดำหัว สืบสานประเพณีสงกรานต์ไทย พร้อมย้ำคุณค่าครอบครัว-กตัญญู

‘นิพนธ์’เปิดบ้านรดน้ำดำหัว สืบสานประเพณีสงกรานต์ไทย พร้อมย้ำคุณค่าครอบครัว-กตัญญู

วันเสาร์ ที่ 12 เมษายน พ.ศ. 2568, 14.37 น.

‘นิพนธ์’เปิดบ้านรดน้ำดำหัว สืบสานประเพณีสงกรานต์ไทย พร้อมย้ำคุณค่าครอบครัว-ความกตัญญู

เมื่อวันที่ 12 เม.ย.2568 นายนิพนธ์ บุญญามณี อดีตรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย พร้อมด้วยนางกัลยา บุญญามณี ภริยา และนายสรรเพชญ บุญญามณี สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดสงขลา เปิดบ้านพักส่วนตัว ณ บ้านเขารูปช้าง ตำบลเขารูปช้าง อำเภอเมือง จังหวัดสงขลา จัดกิจกรรมรดน้ำดำหัวเนื่องในเทศกาลสงกรานต์ ซึ่งถือเป็นวันขึ้นปีใหม่ตามประเพณีไทย

บรรยากาศภายในงานเต็มไปด้วยความอบอุ่นและเป็นกันเอง โดยมีคณะทำงาน นักการเมืองท้องถิ่น ผู้นำชุมชน ข้าราชการ และประชาชนในพื้นที่เข้าร่วมแสดงความเคารพและขอพรจากผู้ใหญ่ เพื่อความเป็นสิริมงคลแก่ตนเองและครอบครัวในปีใหม่ไทย ทั้งนี้ยังมีการจัดพิธีสรงน้ำพระ รดน้ำขอพรผู้ใหญ่ อันเป็นการสะท้อนถึงการร่วมกันอนุรักษ์วัฒนธรรมไทยอันดีงาม

นายนิพนธ์ กล่าวว่า “เทศกาลสงกรานต์ไม่ใช่เพียงช่วงเวลาแห่งความสนุกสนาน แต่ยังเป็นช่วงเวลาสำคัญที่เราทุกคนจะได้กลับมาทบทวนความผูกพันในครอบครัว แสดงความกตัญญูต่อผู้หลักผู้ใหญ่ และสืบทอดวัฒนธรรมประเพณีอันทรงคุณค่าของไทยให้คงอยู่กับลูกหลานต่อไป”
 

‘ดีอี’เตือนภัย 5กลโกงโจรออนไลน์ช่วงสงกรานต์ ย้ำยึดหลัก 4 ไม่

‘ดีอี’เตือนภัย 5กลโกงโจรออนไลน์ช่วงสงกรานต์ ย้ำยึดหลัก 4 ไม่

‘ดีอี’เตือนภัย 5กลโกงโจรออนไลน์ช่วงสงกรานต์ ย้ำยึดหลัก 4 ไม่

วันเสาร์ ที่ 12 เมษายน พ.ศ. 2568, 14.30 น.


‘โฆษกฯ ดีอี’ เตือนภัย ‘5 กลโกงโจรออนไลน์’ ช่วงเทศกาลสงกรานต์ ย้ำยึด ‘หลัก 4 ไม่’ ไม่กดลิงก์ – ไม่เชื่อ – ไม่รีบ – ไม่โอน เท่ากับ ‘ไม่โดนหลอก’  

วันที่ 12 เมษายน 2568 นางสาววงศ์อะเคื้อ บุญศล โฆษกกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) ฝ่ายการเมือง เปิดเผยว่า กระทรวงดีอีขอแจ้งเตือนภัยพี่น้องประชาชนการหลอกลวงทางออนไลน์ ในช่วงเทศกาลสงกรานต์ ซึ่งมีวันหยุดติดต่อกันหลายวัน เพื่อเป็นการป้องกันการหลอกลวงจาก ‘โจรออนไลน์’ ซึ่งพบว่ามิจฉาชีพได้พัฒนาการก่อเหตุโดยการใช้เทคโนโลยีสมัยใหม่ และปรับเปลี่ยนรูปแบบการหลอกลวงไปอย่างต่อเนื่อง ดังนี้

1.แอบอ้างเป็นขนส่ง ธนาคาร หรือหน่วยงานราชการ โดยมิจฉาชีพจะส่ง SMS หรือข้อความผ่านแอปพลิเคชัน เช่น LINE, Facebook โดยอ้างว่า ‘พัสดุตกค้าง’ , ‘บัญชีผิดปกติ’ , หรือ ‘มีเงินเข้า’ พร้อมแนบลิงก์หลอกลวงให้ผู้ที่หลงเชื่อกดลิงก์ เพื่อติดตั้งแพลตฟอร์มดึงข้อมูลส่วนตัว และเงินในบัญชีธนาคาร ซึ่งพี่น้องประชาชนสามารถป้องกันด้วยการ ระมัดระวังอย่ากดลิงก์จากแหล่งที่ไม่น่าเชื่อถือ หลีกเลี่ยงการกรอกข้อมูลส่วนตัว เช่น หมายเลขบัตรประชาชน หรือรหัส OTP และควรตรวจสอบกับหน่วยงานโดยตรงผ่านช่องทางอย่างเป็นทางการเท่านั้น

2. หลอกจองที่พัก/ตั๋วเดินทางปลอม โดยมิจฉาชีพจะใช้รูปแบบการหลอกลวง โดยเปิดเพจหรือเว็บไซต์ปลอม เพื่อเสนอโปรโมชันการจองที่พัก หรือตั๋วเดินทางราคาถูกเกินจริง โดยหลอกให้โอนเงินล่วงหน้า แล้วจึงปิดช่องทาง หรือบล็อกการติดต่อ ซึ่งสามารถป้องกันได้โดย จองที่พักหรือบริการผ่านแพลตฟอร์มที่น่าเชื่อถือ ตรวจสอบรีวิว หรือสังเกตุความผิดปกติของเพจหรือแพลตฟอร์มที่ต้องการจอง และหลีกเลี่ยงการโอนเงินเข้าบัญชีบุคคลโดยตรง

3. การแฮ็กบัญชี Facebook หรือ LINE เพื่อหลอกยืมเงิน โดยมิจฉาชีพจะใช้วิธีการแฮ็กบัญชีของเพื่อน หรือญาติ แล้วทักแชทขอยืมเงินหรือขอความช่วยเหลือด่วน เช่น รถเสีย เข้าโรงพยาบาล ฯลฯ สามารถป้องกันได้โดยหากเป็นญาติสนิท ให้ติดต่อโดยการโทรศัพท์ยืนยันกับเจ้าของบัญชีโดยตรงก่อนโอนเงิน และตั้งค่าความปลอดภัย เช่น รหัสผ่านที่คาดเดายาก และยืนยันตัวตน 2 ชั้น (Two-factor authentication)

4. แชร์ลิงก์ปลอมหลอกให้กรอกข้อมูล ซึ่งลิงก์ที่ใช้ชื่อคล้ายกับหน่วยงาน เช่น ‘แจกเงินช่วยสงกรานต์’ , ‘รับของขวัญปีใหม่ไทย’ เมื่อหลงเชื่อกดลิงก์ อาจนำไปสู่เว็บไซต์ปลอมเพื่อขโมยข้อมูลส่วนบุคคล สามารถป้องกันโดยไม่กดลิงก์ที่ส่งมาจากคนแปลกหน้า หรือแม้แต่จากเพื่อนโดยไม่รู้ที่มา ควรตรวจสอบ URLs และหลีกเลี่ยงการกรอกข้อมูลสำคัญในเว็บไซต์ไม่ปลอดภัย

และ 5. หลอกขายสินค้าออนไลน์ช่วงสงกรานต์ โดยมิจฉาชีพจะใช้วิธีการสร้างเพจปลอมเพื่อขายสินค้าที่ดึงดูดความสนใจ และเข้ากับช่วงเทศกาล เช่น ปืนฉีดน้ำ เสื้อผ้าตามเทศกาล ของแต่งบ้านช่วงวันหยุดยาว ฯลฯ โดยเสนอโปรโมชันที่น่าสนใจ ราคาถูก มีจำนวนจำกัด เพื่อหลอกลวงให้ผู้ที่สนใจเร่งโอนเงินด่วน ซึ่งป้องกันได้โดยซื้อสินค้าจากร้านค้าที่มีตัวตนชัดเจน มีรีวิวจากลูกค้าจริง และควรใช้ระบบเก็บเงินปลายทาง (COD) หรือช่องทางการชำระเงินที่มีระบบคุ้มครองผู้ซื้อ

“จากสถิติในเดือนกุมภาพันธ์ 2568 พบว่า มีการแจ้งความคดีออนไลน์ จำนวนกว่า 25,000 คดี โดย 7 อันดับสูงสุด ได้แก่ (1) คดีหลอกลวงซื้อขายสินค้าหรือบริการ (ไม่เป็นขบวนการ) จำนวน 13,643 คดี (2) คดีหลอกให้โอนเงินเพื่อรับรางวัลหรือวัตถุประสงค์อื่น จำนวน 2,660 คดี (3) คดีหลอกให้โอนเงินเพื่อทำงานหารายได้พิเศษ จำนวน 2,524 คดี (4) คดีหลอกให้ลงทุนผ่านระบบคอมพิวเตอร์ จำนวน 1,442 คดี (5) คดีหลอกให้กู้เงิน จำนวน 1,413 คดี (6) คดีแก๊งคอลเซ็นเตอร์ จำนวน 1,251 คดี และ (7) คดีหลอกลวงเป็นบุคคลอื่นเพื่อยืมเงิน จำนวน 1,046 คดี ซึ่งกระทรวงดีอี มีความห่วงใยพี่น้องประชาชน ดังนั้นจึงขอให้ยึดหลัก 4 ไม่ คือ 1. ไม่กดลิงก์ 2.ไม่เชื่อ 3.ไม่รีบ และ 4.ไม่โอน ก่อนที่จะทำธุรกรรมใดๆ อย่ากดเข้าลิงก์เว็บไซต์ หรือดาวน์โหลด และอัพโหลดแพลตฟอร์ม ที่มีการส่งต่อจากช่องทางที่ไม่แน่ใจ ทั้งนี้หากประชาชนโดนหลอกออนไลน์ โทรแจ้งดำเนินการ ระงับ อายัดบัญชี ผ่านศูนย์ AOC 1441 ได้ตลอด 24 ชั่วโมง” โฆษกกระทรวงดีอี กล่าวย้ำ 

‘นพดล’กระทุ้งรัฐ เข้มบังคับใช้กฎหมายช่วงสงกรานต์

‘นพดล’กระทุ้งรัฐ เข้มบังคับใช้กฎหมายช่วงสงกรานต์

‘นพดล’กระทุ้งรัฐ เข้มบังคับใช้กฎหมายช่วงสงกรานต์

วันเสาร์ ที่ 12 เมษายน พ.ศ. 2568, 14.25 น.

“นพดล”ห่วงความปลอดภัยทางถนนช่วงสงกรานต์ เสนอรัฐเข้มงวดการบังคับใช้กฎหมาย ลดเจ็บ ลดตาย ติดลำดับโลก ขอทุกคนกลับบ้านปลอดภัย

เมื่อวันที่ 12 เมษายน 2568 นายนพดล ปัทมะ สส.พรรคเพื่อไทย (พท.) อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ กล่าวว่า ทุกช่วงสงกรานต์ผู้ใช้รถใช้ถนนมักจะเสียชีวิตและบาดเจ็บเป็นจำนวนมาก นำมาซึ่งความโศกเศร้าในหมู่ญาติมิตร สูญเสียทรัพยากรบุคคลของประเทศ ซึ่งปัญหาความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สิน โดยเฉพาะเรื่องความปลอดภัยในการใช้ถนนนั้น ประเทศไทยติดลำดับโลกมาเป็นเวลาหลายปี ซึ่งองค์การอนามัยโลกก็เห็นว่าเป็นปัญหาสำคัญของไทย ตนเห็นว่าเราควรรณรงค์มาตรการการใช้ถนนปลอดภัยตลอดทั้งปีไม่ใช่เฉพาะช่วงสงกรานต์และปีใหม่ เห็นด้วยที่ท่านนายกฯ แพทองธาร ชินวัตร และนายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ได้ให้ความสำคัญในเรื่องความปลอดภัยในการใช้ถนน ตนหวังว่าในปีนี้การเสียชีวิตและการบาดเจ็บ และจำนวนการเกิดอุบัติเหตุในพื้นที่ต่างๆ ทั่วประเทศ จะลดน้อยลงในช่วงสงกรานต์ แต่อย่างไรก็ตาม เราต้องไม่ชะล่าใจ ตนจึงขอเสนอให้รัฐบาลได้เอาจริงเอาจัง กำชับเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องในการบังคับใช้กฎหมายต้องเข้มงวดในเรื่องการใช้ถนนอย่างไม่ประมาท โดยเฉพาะปัญหาเมาแล้วขับ ซึ่งมักเป็นสาเหตุหลักในการเกิดอุบัติเหตุ และที่น่าเศร้าก็คือผู้บริสุทธิ์ใช้ถนน แต่จะต้องรับผลกระทบจากความประมาทของบุคคลอื่น ทำให้เกิดการเสียชีวิตและบาดเจ็บ

“ผมอยากเห็นการแก้ปัญหาจริงจังต่อเนื่อง ไม่ใช่รณรงค์เฉพาะช่วงเทศกาล แต่ต้องเป็นวัฒนธรรมความปลอดภัยที่ประเทศไทยพึงต้องมี และเราต้องสร้างประเทศไทยให้ปลอดภัยในด้านต่างๆ รวมทั้งความปลอดภัยทางถนน ซึ่งสูญเสียปีหนึ่งๆ นับแสนล้าน คนตายและบาดเจ็บนับหมื่น ทำลายขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศ ทำลายทรัพยากรมนุษย์และก่อให้เกิดปัญหาทางสังคมตามมา หวังว่ารัฐบาลจะเอาจริงเอาจังในการแก้ไขปัญหานี้และเข้มงวดในการบังคับใช้กฎหมาย เพื่อให้ผู้ใช้ถนนปลอดภัยลดการสูญเสียทางเศรษฐกิจจากอุบัติเหตุทางถนนดังกล่าว และสงกรานต์ปีนี้ขอทุกคนกลับบ้านปลอดภัย” นายนพดล กล่าว

เทรนด์’ง้อลุงตู่’ก็มา!! วัยรุ่นโซเชียลแห่โพสต์คลิป ประชดกฎสงกรานต์เข้ม!!

เทรนด์'ง้อลุงตู่'ก็มา!! วัยรุ่นโซเชียลแห่โพสต์คลิป ประชดกฎสงกรานต์เข้ม!!

เทรนด์’ง้อลุงตู่’ก็มา!! วัยรุ่นโซเชียลแห่โพสต์คลิป ประชดกฎสงกรานต์เข้ม!!

วันเสาร์ ที่ 12 เมษายน พ.ศ. 2568, 14.24 น.

เทรนด์’ง้อลุงตู่’ก็มา!! วัยรุ่นโซเชียลแห่โพสต์คลิป ประชดกฎสงกรานต์เข้ม!!

เมื่อวันที่ 12 เม.ย.2568 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในแอปพลิเคชัน TikTok ปรากฎเทรนด์วัยรุ่นง้อลุงตู่ ซึ่งเป็นการโพสต์ภาพ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา องคมนตรี และอดีตนายกรัฐมนตรี พร้อมทั้งติดแฮชแท็กรักลุงตู่, ง้อลุงตู่, รักลุงตู่, กลับมาได้ไหมลุงตู่ เป็นต้น โดยในคลิปไวรัลดังกล่าว เป็นการโพสต์ภาพลุงตู่ โดยผู้โพสต์มีการชูนิ้วก้อยที่เป็นสัญลักษณ์ของการง้อขอคืนดี รวมถึงใส่เพลงที่มีเนื้อหาเกี่ยวกับการง้อด้วย นอกจากนี้ยังมีการแชร์คำพูดของ พล.อ.ประยุทธ์ สมัยเมื่อครั้งดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี ที่เคยกล่าวตอนหนึ่งหลังจากประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) แล้วเสร็จว่า “ไม่มีผมแล้วท่านค่อยดูสิ จะคิดถึง” 

อย่างไรก็ตาม คลิปไวรัลส่วนหนึ่งได้มีการโพสต์กฎระเบียบช่วงสงกรานต์ พร้อมระบุว่า “เห็นกฎสงกรานต์ปีนี้แล้วอยากกลับไปง้อลุงตู่, ลุงตู่จ๋าหนูกลับมาง้อ รับไม่ได้กับกฎสงกรานต์, สงกรานต์นี้ไม่ไหว มาง้อลุงตู่นะ หายวอนนะ เป็นต้น 

พร้อมกันนี้ จากการตรวจสอบพบว่า คำค้นหาใน TikToK คำว่า เทรนด์ลุงตู่หนูมาง้อ, เทรนด์วัยรุ่นง้อลุงตู่, ไวรัลสงกรานต์นี้ง้อลุงตู่, ไวรัลง้อลุงตู่, ลุงตู่ปัจจุบัน2025, ลุงตู่สงกรานต์ กำลังได้รับความนิยมเป็นอย่างมาก

https://www.tiktok.com/embed/v2/7490921971090197778?lang=th-TH&referrer=https%3A%2F%2Fwww.naewna.com%2Fpolitic%2F877167Watch on TikTok

https://www.tiktok.com/embed/v2/7491182011957169416?lang=th-TH&referrer=https%3A%2F%2Fwww.naewna.com%2Fpolitic%2F877167Watch on TikTok

https://www.tiktok.com/embed/v2/7491341126658477330?lang=th-TH&referrer=https%3A%2F%2Fwww.naewna.com%2Fpolitic%2F877167Watch on TikTok

หัวหงอกหัวดำสะดุ้งทั้งทำเนียบฯ! ‘เจิมศักดิ์’งัดคำพูด‘ธงทอง’ ว่าด้วยประเพณี‘รดน้ำดำหัว’

หัวหงอกหัวดำสะดุ้งทั้งทำเนียบฯ! ‘เจิมศักดิ์’งัดคำพูด‘ธงทอง’ ว่าด้วยประเพณี‘รดน้ำดำหัว’

หัวหงอกหัวดำสะดุ้งทั้งทำเนียบฯ! ‘เจิมศักดิ์’งัดคำพูด‘ธงทอง’ ว่าด้วยประเพณี‘รดน้ำดำหัว’

วันเสาร์ ที่ 12 เมษายน พ.ศ. 2568, 11.47 น.

หัวหงอกหัวดำสะดุ้งทั้งทำเนียบฯ! ‘เจิมศักดิ์’งัดคำพูด‘ธงทอง’ ว่าด้วยประเพณี‘รดน้ำดำหัว’

12 เมษายน 2568 รศ.ดร.เจิมศักดิ์ ปิ่นทอง นักวิชาการด้านเศรษฐศาสตร์ และอดีตสมาชิกวุฒิสภา (สว.) โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก “เจิมศักดิ์ ปิ่นทอง” ระบุว่า…

การที่นายกฯยอมให้ผู้อาวุโส มารดน้ำสงกรานต์  ทำให้มีคนวิจารณ์กันมาก

มีข้อดี คือ ทำให้คนสนใจ มีการค้นคว้าว่าวัฒนธรรมประเพณีของไทยจริงๆเป็นอย่างไร

ธงทอง​ จันทรางศุ เคยกล่าวไว้ :

การรดน้ำของประเพณีภาคกลางนั้น มีกติกาเบื้องต้นว่าผู้ที่จะรับรดน้ำได้ต้องเป็นผู้ที่มีอายุตั้งแต่ 60 ปีบริบูรณ์ขึ้นไป เพราะอายุครบห้ารอบนี้เองเป็นขีดขั้นที่บอกว่าผู้นั้นอยู่ในวัยที่เป็นผู้ใหญ่อาวุโสเต็มที่แล้ว ก่อนหน้านั้นยังแก่ไม่พอครับ

เราจะสังเกตเห็นหลักข้อนี้ได้ในเวลาที่มีการฉลองอายุห้ารอบหรือ 60 ปีของท่านผู้ใหญ่ทั้งหลาย ที่นิยมมีการรดน้ำเป็นส่วนหนึ่งของพิธีการสำคัญในวาระดังกล่าว ถือเป็นการรดน้ำประเดิมครั้งแรก

และปีต่อๆ ไป ผู้ใหญ่ท่านนั้นก็รับรดน้ำสงกรานต์ต่อไปได้จนตลอดชีวิต

ถ้าอายุยังไม่ถึงหกสิบปีแล้วมีคนมาขอรดน้ำ ก็ต้องบ่ายเบี่ยงปฏิเสธให้งดงาม อย่าให้ถึงกับเสียน้ำใจกัน

เมื่อครั้งที่ยังอายุน้อยกว่านี้และยังอยู่ในราชการ ซึ่งหมายความว่าอายุยังไม่ถึงเกณฑ์รับรดน้ำ มีน้องๆ ผู้ใต้บังคับบัญชาชักแถวกันเข้ามาขอรดน้ำสงกรานต์ผมอยู่เหมือนกัน

ผมมักจะถือโอกาสนั้นชี้แจงธรรมเนียมดังกล่าวมาข้างต้นให้ทราบทั่วกัน แล้วชักชวนกันสรงน้ำพระพุทธรูปที่มีประจำอยู่บนโต๊ะหมู่บูชาในห้องทำงานของผมเพื่อเป็นสวัสดิมงคลกับทุกคน…

‘รมว.นฤมล’อวยพรสงกรานต์มีความสุข ขอเกษตรกรทำหน้าที่อย่างสมเกียรติ

'รมว.นฤมล'อวยพรสงกรานต์มีความสุข ขอเกษตรกรทำหน้าที่อย่างสมเกียรติ

‘รมว.นฤมล’อวยพรสงกรานต์มีความสุข ขอเกษตรกรทำหน้าที่อย่างสมเกียรติ

วันเสาร์ ที่ 12 เมษายน พ.ศ. 2568, 11.15 น.

“รมว.นฤมล”อวยพร‘ขรก.-ประชาชน’สงกรานต์ 68 ให้มีความสุข สุขภาพแข็งแรงตลอดปี ขอครอบครัวเกษตรฯทำหน้าที่ให้สมเกียรติที่ได้ดูแลเกษตรกรของพระราชา 

12 เมษายบน 2568 เวลา 09.30 น. ศ.ดร.นฤมล ภิญโญสินวัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ในฐานะหัวหน้าพรรคกล้าธรรม(กธ.) กล่าวว่า เนื่องด้วยวันสงกรานต์ ถือเป็นวันที่มีความหมายและมีคุณค่า เป็นวัฒนธรรมอันดีงามของสังคมไทย เป็นวันของผู้สูงอายุ ครอบครัว ที่จะได้แสดงความกตัญญูต่อผู้มีพระคุณ ตนขอให้พี่น้องครอบครัวเกษตรและสหกรณ์ ไม่ว่าจะเป็น ผู้บริหาร,ข้าราชการ,ลูกจ้าง รวมไปถึงเกษตรกรไทยทั่วประเทศ ประสบแต่ความสุข ความเจริญ มีสุขภาพแข็งแรง ปราศจากโรคภัยทั้งปวง เดินทางกลับภูมิลำเนาขอให้ปลอดภัย และใช้เวลาแห่งความสุขนี้ร่วมกับครอบครัวอย่างพร้อมหน้าพร้อมตา

ศ.ดร.นฤมล กล่าวต่อว่า ตนพร้อมที่จะสนับสนุนทุกภารกิจของกระทรวงเกษตรฯ และขอให้ทุกคนในครอบครัวเกษตรฯของเรา ทำหน้าที่อย่างสมเกรียติและสมศักดิ์ศรี ที่เราได้ดูแลเกษตรกรของพระราชา และได้ ถวายงานให้กับพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร โดยตนจะเดินหน้าปกป้องผลประโยชน์ของพี่น้องเกษตรกรอย่างเต็มกำลัง และสุดความสามารถ เช่นกัน

“ดิฉันในฐานะ รมว.เกษตรฯ มีความห่วงใยชีวิตความเป็นอยู่ของพี่น้องเกษตรกรที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์วิกฤตการค้าทั่วโลก แต่เราจะยืนหยัดร่วมต่อสู้และแก้ปัญหาของเกษตรกร เพื่อให้เกษตรกรมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น มีรายได้เพิ่มขึ้น และมีอาชีพที่มั่นคงทั้งนี้ ดิฉันขอกราบอาราธนาสิ่งศักดิ์สิทธิ์ทั้งหลายได้อำนวยพรให้พี่น้องประชาชนและเกษตรกรทุกคนมีแต่ความสุขสำเร็จ มีสุขภาพแข็งแรง ร่ำรวยเงินทอง และมีกำลังใจที่ดีร่วมกันพัฒนาประเทศไทยของเราต่อไป“ ศ.ดร.นฤมล กล่าว

‘ธรรมนัส’ชวนเที่ยวมหาสงกรานต์กว๊านพะเยา อวยพรคนไทยรักษาประเพณีดีงาม

'ธรรมนัส'ชวนเที่ยวมหาสงกรานต์กว๊านพะเยา อวยพรคนไทยรักษาประเพณีดีงาม

‘ธรรมนัส’ชวนเที่ยวมหาสงกรานต์กว๊านพะเยา อวยพรคนไทยรักษาประเพณีดีงาม

วันเสาร์ ที่ 12 เมษายน พ.ศ. 2568, 11.00 น.

‘ธรรมนัส’อวยพรปีใหม่ไทย ขอคนไทย รักษาประเพณีอันดีงามคู่สังคม ชวน เที่ยวมหาสงกรานต์กว๊านพะเยา
 
12 เมษายน 2568 ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า สส.พะเยา ในฐานะประธานที่ปรึกษาพรรคกล้าธรรม(กธ.)กล่าวอวยพรเนื่องในเทศกาลสงกรานต์ ว่า เนื่องในโอกาสเทศกาลสงกรานต์ หรือปีใหม่ไทย 2568 ขอส่งความปรารถนาดีไปถึงประชาชนทุกคน ให้มีความสุขกับเทศกาลสำคัญ ที่ทั่วโลกให้ความสนใจ จนเป็นมรดกโลก และขอเชิญชวนคนไทยร่วมกันรักษาประเพณี และวัฒนธรรมอันดีงามไว้คู่กับสังคมไทย และขอให้ทุกคนมีสุขภาพพลานามัยที่แข็งแรง สุภาพจิตใจเข้มแข็ง เดินทางภูมิลำเนาในวันครอบครัวโดยสวัสดิภาพทุกเส้นทาง และมีความสุขกับสมาชิกในครอบครัว มีความเจริญ ตลอดเทศกาลสงกรานต์ และเทศกาลปีใหม่ไทย 

ร.อ.ธรรมนัส กล่าวว่า ขอเชิญชวนประชาชน และนักท่องเที่ยว เดินทางมาเที่ยวงาน “เย็นทั่วหล้า มหาสงกรานต์ จังหวัดพะเยา” ตั้งแต่วันนี้ – 15 เม.ย.นี้ ณ บริเวณลานอเนกประสงค์หลังเทศบาลเมืองพะเยา จัดโดยมูลนิธิธรรมนัส พรหมเผ่า พร้อมชมคอนเสิร์ตสงกรานต์ เมืองกว๊านพะเยา ATLANTIS PHAYAO SONGKARN FESTIVAL 2025”ที่ลานอนุสาวรีย์พ่อขุนงำเมือง ลอดอุโมงค์น้ำระยะทางกว่า 400 เมตร ให้นักท่องเที่ยวได้เที่ยวเล่นน้ำสงกรานต์ และชมฟรีคอนเสิร์ตที่ยิ่งใหญ่ตลอดทั้งงาน

.012

‘ฟ้าคราม’แกว่งปากสับ‘พีระพันธุ์’ปมเอ็นเตอร์เทนฯ ปั่นแฟนคลับหยุดเรียก‘DNAลุงตู่’

‘ฟ้าคราม’แกว่งปากสับ‘พีระพันธุ์’ปมเอ็นเตอร์เทนฯ ปั่นแฟนคลับหยุดเรียก‘DNAลุงตู่’

‘ฟ้าคราม’แกว่งปากสับ‘พีระพันธุ์’ปมเอ็นเตอร์เทนฯ ปั่นแฟนคลับหยุดเรียก‘DNAลุงตู่’

วันเสาร์ ที่ 12 เมษายน พ.ศ. 2568, 10.55 น.

‘ฟ้าคราม’แกว่งปากสับ‘พีระพันธุ์’ปมเอ็นเตอร์เทนฯ ปั่นแฟนคลับหยุดเรียก‘DNAลุงตู่’  

12 เมษายน 2568 “ฟ้าคราม” ชวิศร์ ชูประทุม อินฟลูเอนเซอร์การเมือง และผู้ดำเนินรายการ “ฤา covery” และ “Talk ตัว Top” ออกมาประกาศว่าทุกคนควรหยุดเรียกนายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค รองนายกรัฐมนตรีและรมว.พลังงาน หัวหน้าพรรครวมไทยสร้างชาติ (รทสช.) ว่าเป็น “DNA ลุงตู่” ได้แล้ว โดย “ฟ้าคราม” วิพากษ์วิจารณ์ว่าตลอด 2 ปีที่ผ่านมาเห็นชัดแล้วว่านายพีระพันธุ์ สนับสนุนความไม่ถูกต้องของรัฐบาลที่มีพรรคเพื่อไทยเป็นแกนนำมาโดยตลอด

ล่าสุดคือการสนับสนุนร่าง พ.ร.บ.ประกอบธุรกิจสถานบันเทิงครบวงจร โดยในประเด็นนี้นายพีระพันธุ์ ตอบคำถามนักข่าวสั้นๆ ว่า “เราเป็นพรรคร่วม และมีประเด็นที่เราเคยให้ปรับปรุง เขาก็ปรับปรุง และเมื่อปรับปรุงแล้วก็พอรับได้”

ฟ้าคราม ยังเอ่ยอ้างถึงเรื่องที่พรรค รทสช.สนับสนุนหลายเรื่องที่ไม่ถูกต้อง เช่น กฎหมายสุรารวมไทย ไปจนถึงการแสดงท่าทีพินอบพิเทาต่อ น.ส.แพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี อย่างชัดเจน รวมถึงเรื่องนโยบายพลังงานที่มีรายงานข่าวว่านายพีระพันธุ์ได้มีการพูดคุยปรึกษาหารือกับนายทักษิณกันอยู่ตลอดในเรื่องนี้

“จบแล้วนะครับ สำหรับคุณพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาคแห่งพรรครวมไทยสร้างชาติ ที่ออกมาย้ำจุดยืนของรวมไทยสร้างชาติ ว่าเห็นด้วยกับเอนเตอร์เทนเมนต์คอมเพล็กซ์ แล้วก็ขออนุญาตนะครับ ถอดดีเอ็นเอลุงตู่ออกไปได้แล้วครับ”

“คุณพีระพันธุ์ ได้เห็นด้วยกับกฎหมายเอ็นเตอร์เทนเม้นท์คอมเพล็กซ์ หลังจากที่แก้ตามข้อเสนอแล้วนะครับ ร่างฉบับลาสต์บอส ฉบับจบนะครับ ก็คือร่างที่มีการสิโน 10% แล้วก็ 50 ล้านนั่นแหละครับ ไม่ต้องสงสัยครับ มีร่างนั้นร่างเดียวครับ เห็นด้วยไปเป็นที่เรียบร้อย ไปแล้วนะครับ”

“จริงๆ มันก็ไม่ได้แปลกอะไรนะครับ จริงๆ มันชัดมานานมากแล้วฮะ และยิ่งเรื่องกาสิโนเนี่ยมัน ชัดตั้งแต่คุณอรรถวิชช์แล้วฮะ คุณอรรถวิชช์เนี่ยคือเป็นมือขวาของคุณพีระพันธุ์ครับ เป็นเปรียบเสมือนกระบอกเสียงแรกที่ออกมาเป็นด่านหน้าให้กับคุณพีระพันธุ์เลยจริงๆ คนนี้พูดยังไงเนี่ย มันก็คุณพีระพันธุ์พูดอย่างงั้นแหละครับ”

“ทำไมผมถึงถอยมานานแล้วรู้ไหมครับ ทราบไหมครับ เพราะความมีศักดิ์ศรีของพรรครวมไทยสร้างชาติมันไม่เหลือแล้วครับ…รบกวนนะครับ ลุงตู่คือลุงตู่ ไม่มีดีเอ็นเอลุงตู่คนไหนในพรรคการเมืองและนักการเมืองตอนนี้ครับ”

“ผมมั่นใจมากว่าลุงตู่คนนี้เนี่ยนะครับ ไม่ได้เป็นถูกเป็นดีเอ็นเอไปถ่ายทอดไปสู่คุณพีระพันธุ์ครับ”

“ผมอยากให้ทุกคนเลิกแบกนักการเมืองได้แล้ว และช่วยกันคนละไม้คนละมือ เป็นปากเป็นเสียง เป็นประชาชนที่พูด แล้วก็วิพากษ์วิจารณ์พวกการเมืองให้มันทำให้ถูกต้อง ให้มันทำเพื่อผลประโยชน์ของประเทศชาติและพวกเราทุกคนบ้าง ไม่ใช่ทำเพื่อผลประโยชน์ของตัวเอง”

สำหรับ “ฟ้าคราม” เป็นอินฟลูเอนเซอร์สายการเมืองที่มีจุดยืน “เชียร์ลุงตู่” ซึ่งเดิมก็เชียร์พรรค รทสช. แต่ระยะหลังแยกตัวออกมา และมักจะจัดรายการวิพากษ์การทำงานของนายพีระพันธุ์ และพรรค รทสช.เป็นประจำ จนทำให้อินฟลูเอนเซอร์สายการเมือง ทั้งในเฟส และ tiktok ที่สนับสนุนนายพีระพันธุ์ ออกมาเปิดศึกกับ “ฟ้าคราม” บ่อยครั้ง

https://www.tiktok.com/embed/v2/7492060111804894482?lang=th-TH&referrer=https%3A%2F%2Fwww.naewna.com%2Fpolitic%2F877137Watch on TikTok