จิตอาสาพระราชทาน 904 สุราษฎร์ธานี ถวายความรู้การทำ cpr แก่สามเณรภาคฤดูร้อน

จิตอาสาพระราชทาน 904 สุราษฎร์ธานี  ถวายความรู้การทำ cpr แก่สามเณรภาคฤดูร้อน

จิตอาสาพระราชทาน 904 สุราษฎร์ธานี ถวายความรู้การทำ cpr แก่สามเณรภาคฤดูร้อน

วันพฤหัสบดี ที่ 10 เมษายน พ.ศ. 2568, 10.20 น.

นายธีรุตม์ ศุภวิบูลย์ผล ผู้ว่าราชการจังหวัดสุราษฎร์ธานี มอบหมายให้  จิตอาสาพระราชทาน 904 ถวายความรู้การช่วยชีวิตขั้นพื้นฐานการทำ cpr สามเณรภาคฤดูร้อน เฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ประจำปี 2568  เมื่อวันที่ 8 เมษายน 2568 ณ ศาลาอเนกประสงค์ วัดนิคมธรรมาราม  อำเภอเมืองฯ จังหวัดสุราษฎร์ธานี

พระมหาสัญญ์ ธีรสญฺญโม เจ้าอาวาสวัดนิคมธรรมาราม เป็นประธานสงฆ์ โดยมีสามเณรเยาวชนเข้าร่วมอบรมจำนวน 20 รูป  สำหรับการจัดพิธีบรรพชาสามเณรภาคฤดูร้อนครั้งนี้  เพื่อเป็นการส่งเสริมให้เยาวชนได้ศึกษาและฝึกอบรมหลักธรรมคำสอนทางพระพุทธศาสนา มีจิตสำนึกในคุณงามความดี เป็นคนดี เห็นคุณค่าของวัฒนธรรมและประเพณีที่ดีงามของไทยให้คงอยู่คู่สังคมไทยสืบต่อไป

040

‘ศูนย์การค้าแพลทินัม’ โชว์ศักยภาพ เสริมแกร่ง ผู้ประกอบการแฟชั่นไทย ในงาน ‘Style Bangkok 2025’

‘ศูนย์การค้าแพลทินัม’ โชว์ศักยภาพ เสริมแกร่ง ผู้ประกอบการแฟชั่นไทย ในงาน ‘Style Bangkok 2025’

‘ศูนย์การค้าแพลทินัม’ โชว์ศักยภาพ เสริมแกร่ง ผู้ประกอบการแฟชั่นไทย ในงาน ‘Style Bangkok 2025’

วันพฤหัสบดี ที่ 10 เมษายน พ.ศ. 2568, 10.01 น.

บริษัท เดอะ แพลทินัม กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) ผู้บริหารศูนย์การค้าแพลทินัม  สานต่อโครงการ Platinum Empowering SMEs รุกเสริมศักยภาพผู้ประกอบการสินค้าเสื้อผ้าแฟชั่นไทย ให้เติบโตแข็งแกร่งทางการค้าในทุกมิติอย่างไร้ขีดจำกัดพร้อมร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการสนับสนุนนโยบาย Soft Power ของภาครัฐ เพื่อสร้างโอกาสและขยายเครือข่ายพันธมิตรทางการค้า สำหรับผู้ประกอบการแฟชั่นไทย ให้ก้าวสู่ตลาดการค้าระดับโลกได้อย่างแข็งแกร่ง ด้วยการคัดสรรร้านเด่นในโครงการ Platinum Empowering SMEs ได้แก่ร้าน Trust Studio และ ร้าน GoodShirt  ร่วมออกร้านจัดแสดงสินค้าเสื้อผ้าแฟชั่น ในงานแสดงสินค้าระดับนานาชาติ  “Style Bangkok 2025” งานจัดแสดงสินค้าไลฟ์สไตล์และแฟชั่น เวทีระดับนานาชาติที่ใหญ่ที่สุดในภูมิภาคที่จัดขึ้นเป็นครั้งที่ 8  เมื่อวันที่ 2-6 เมษายน 2568 ณ Hall 1-3 ศูนย์ประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ โดยกรมส่งเสริมการค้าระ หว่างประเทศ กระทรวงพาณิชย์ ร่วมกับสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย

ภายในงานได้รับเกียรติจาก ดร.กฤษณะ วจีไกรลาศ รองประธานกรรมการ สภาหอการค้าแห่งประเทศไทยเยี่ยมชมบูธพร้อมให้กำลังใจตัวแทนร้านค้าผู้ประกอบการที่ร่วมจัดแสดงผลงานในงานโดยมี วรพงษ์ สุขธีระอนันตชัย รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท เดอะ แพลทินัม กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) และ กรกันย์ ถาวรประเสริฐ, ณวรรธก์ ถาวรประเสริฐ, ศรีปริญญา ถาวรประเสริฐ ผู้ก่อตั้งร้าน Trust Studio และ อนิรุจ กาญจนปฐมกุล, สุภวัฒน์ ข่มอาวุธ ผู้ก่อตั้งร้าน GoodShirt ให้การต้อนรับ

สำหรับ ร้าน Trust Studio ที่มาร่วมออกร้านในครั้งนี้ จัดเป็นธุรกิจแฟชั่นเสื้อผ้าผู้หญิง ผลิตโดยช่างฝีมือไทย ที่ดำเนินธุรกิจมายาวนานกว่า 16 ปี มีความปราณีต ใส่ใจในทุกรายละเอียด ตั้งแต่การคัดสรรวัตถุดิบไปจนถึงงานดีไซน์ คัตติ้ง นอกจากนี้ยังมีบริการพิเศษ ปรับขนาดชุดให้พอดีกับสรีระ เพื่อการสวมใส่ที่สวยสมบูรณ์แบบที่สุดสำหรับลูกค้า 

ณวรรธก์ ถาวรประเสริฐ ผู้ร่วมก่อตั้ง Trust Studio กล่าวว่า “ธุรกิจร้านเสื้อผ้าของเราเป็นธุรกิจของครอบครัวที่ได้ร่วมมือกันสร้างขึ้นมา ได้แก่ กรกันย์ ถาวรประเสริฐ ,ณวรรธก์ ถาวรประเสริฐ ,ศรีปริญญา ถาวรประเสริฐ จุดเริ่มต้นแนวคิดของการสร้างแบรนด์นี้ คือ การรังสรรค์เสื้อผ้าสุภาพสตรีที่ใส่ใจทุกความต้องการของผู้หญิงในทุกแวดวงสังคมและธุรกิจ เพื่อเสริมบุคลิกความมั่นใจและความสวย จะช่วยสร้างโอกาสต่างๆ ที่จะตามมา นอกจากนี้ แบรนด์ของเรายังให้ความสำคัญกับการส่งเสริมรายได้ สร้างโอกาสให้กับอาชีพช่างเสื้อผ้าฝีมือไทย ในแวดวงอุตสาหกรรมเสื้อผ้าเครื่องนุ่งห่มมาอย่างยาวนาน ปัจจุบันร้านของเราได้เปิดให้บริการที่ศูนย์การค้าแพลทินัม รวมกว่า 16 ปี โดยทางร้านมีความรู้สึกภูมิใจ พร้อมขอบ คุณทางศูนย์การค้าแพลทินัมที่มองเห็นศักยภาพและเปิดโอกาสให้กับร้านเราได้เข้าร่วมโครงการ Platinum Empowering SMEs 2024 และยังให้การสนับสนุนเลือกให้เราเป็นหนึ่งในตัวแทนของร้านเด่นในศูนย์การค้าที่ได้มาจัดแสดงผลงานสู่สายตาระดับนานาชาติในงาน Style Bangkok 2025 ครั้งนี้ด้วย”

สินค้าเด่นที่ทางร้านนำมาจัดแสดงในงาน ประกอบด้วย ชุดเซ็ทคอลเล็กชั่นใหม่ สไตล์คลาสสิกหรูลุคคุณหนู “Tweed Summer collection” สีเขียวใบไม้ คัดสรรผ้าทวิตเกรดคุณภาพมาตัดเย็บ พร้อมตกแต่งครุยผ้าบริเวณรอบคอ ขอบตัวเสื้อและกระเป๋า เมื่อสวมใส่แล้วได้ทรงสวยเข้ารูป อีกทั้งเนื้อผ้ายังมีความทนทานใช้งานได้นาน สำหรับตัวเสื้อสามารถ Mix and Match แยกชุดใส่กับกระโปรงหรือกางเกงได้ นอกจากนี้ยังมีชุดเดรส เสื้อสูท กระโปรง กางเกง ดีไซน์เอกลักษณ์ของแบรนด์นำมาจัดแสดงอีกมากมาย 

และอีกร้านไฮไลท์ ที่ร่วมออกงาน ได้แก่ ร้าน Goodshirt เป็นร้านเสื้อเชิ๊ตฮาวายที่ใส่ได้ทั้งชายและหญิง สไตล์ Freshly Easy Timeless โดดเด่นด้วยการใส่ใจในรายละเอียดตั้งแต่การออกแบบดีไซน์ลวดลายที่เป็นเอกลักษณ์ของทางร้าน ไปจนถึงการคัดสรรวัตถุดิบ เช่น การเลือกใช้ผ้าเรย่อนและคอตตอนเกรดพรีมียม ที่เน้นความเบาสบายสวมใส่แล้วไม่ร้อน งานคัตติ้งทุกฝีเข็มมีคุณภาพ ทำให้ไม่พลาดทุกโอกาสที่จะสมาร์ทหรือเท่ห์ได้ในวันสบายๆ สไตล์แคชชวล

อนิรุจ กาญจนปฐมกุล ผู้ร่วมก่อตั้งแบรนด์ Goodshirt กล่าวว่า “ธุรกิจร้านเสื้อผ้า Goodshirt ก่อตั้งร่วมกับ สุภวัฒน์ ข่มอาวุธ เราเริ่มต้นธุรกิจจากความหลงไหลในเชิ๊ตฮาวาย ที่เป็นสไตล์การแต่งกายของเรา นำมาสู่ความจริงจังในการทำธุรกิจแบบมืออาชีพ ด้วยทักษะที่เคยทำงานประจำด้านการตลาด เรานำทุกศาสตร์และศิลป์มาใช้ในการทำแบรนด์  เปิดร้านครั้งแรกที่ศูนย์การค้าแพลทินัม เมื่อปี 2564 ด้วยมองว่า เป็นศูนย์การค้าแฟชั่นค้าส่งและปลีกอันดับ 1 ในไทย ที่เราไม่ต้องแนะนำตัวอะไรมาก ทำให้มีเวลาโฟกัส พัฒนาสินค้าสร้างแบรนด์และทำการตลาดได้มากขึ้น โดยปัจจุบันกลุ่มฐานลูกค้านอกจากลูกค้าคนไทยแล้ว ปัจจุบัน ยังมีลูกค้าชาวต่างชาติมากขึ้น เช่น อินโดนีเซีย มาเลเซีย ฟิลิปปินส์ และชาวอาหรับ และเป็นที่น่าภูมิใจในกลุ่มลูกค้าต่างชาตินั้น มีการกลับมาซื้อซ้ำสอบถามถึงคอลเลคชั่นใหม่ๆ ของร้านเราอยู่เสมอ  ร้านเราจึงมีการพัฒนาปรับไซส์ให้มีความหลากหลายเพื่อตอบโจทย์กับกลุ่มเป้าหมายชาวต่างชาติด้วย พวกเราขอบคุณศูนย์การค้าแพลทินัม สำหรับโอกาสที่ให้เราได้มีส่วนร่วมในโครงการและสนับสนุนการเข้าร่วมงาน Style Bangkok 2025 ในครั้งนี้ถือเป็นประสบการณ์ที่เป็นประโยชน์ในการที่จะพัฒนา ต่อยอดสร้างคุณค่าให้กับสินค้าของเราเป็นที่ต้องการของตลาด ตอบโจทย์กลุ่มเป้าหมายการค้าระดับนานาชาติได้มากขึ้น”

สินค้าเด่นที่ทางร้านนำมาจัดแสดงในงาน ประกอบด้วย Collection ใหม่ เสื้อฮาวายผู้ชาย และ ผู้หญิง ผ้าคอตตอนลินิน พริ๊นต์ลาย และปักลาย Summer Beach สีสันสดใส Collection Sustainable Jeans มีทั้งกางเกง และเสื้อแจคเกต ที่สร้างสรรค์เสื้อผ้ายีนส์ชิ้นเก่าให้กลับมาสดใสอีกครั้ง

การที่ศูนย์การค้าได้เห็นความสำคัญในการสนับสนุนร้านค้าร่วมออกงาน Style Bangkok 2025 ในครั้งนี้  สืบเนื่องมาจากการจัดโครงการ Platinum Empowering SMEs 2024 ที่ผ่านมา ที่ทางศูนย์การค้าได้จัดขึ้น โดยได้ทำการคัด 9 ร้านแฟชั่นนำร่อง เข้าร่วมโปรแกรมพัฒนาศักยภาพการทำการตลาดออนไลน์และออฟไลน์ เพื่อเพิ่มศักยภาพด้านการแข่งขันให้กับร้านค้า พร้อมสนับสนุนร้านค้าในการสร้างจุดเด่นให้แบรนด์แข็งแกร่ง เพิ่มขีดความสามารถ และเพิ่มยอดขายให้ร้านค้าเติบโตต่อเนื่อง  และการสนับสนุนร้านค้าให้ได้มีโอกาสเปิดประสบการณ์จัดแสดงสินค้าในงานระดับนานาชาตินี้ จะเป็นโอกาสและช่องทางการค้าใหม่ๆ ให้ร้านค้าได้พัฒนาศักยภาพมากขึ้น เพื่อสร้างยอดขายให้ร้านค้าได้เติบโต

ศูนย์การค้าแพลทินัม ยังคงมุ่งมั่น สานต่อ โครงการ Platinum Empowering SMEs อย่างต่อเนื่อง เพื่อร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการพัฒนา สนับสนุน ส่งเสริมศักยภาพผู้ประกอบการร้านค้า SMEs ไทยเพื่อพัฒนาธุรกิจให้เติบ โตได้อย่างยั่งยืน ส่งเสริมความเป็นศูนย์กลางแฟชั่นสดใหม่ทุกเทรนด์ฮิต Bringing Fresh Fashion to You  พร้อมตอกย้ำความเป็น “The Best Wholesale Fashion Hub of ASEAN” ที่ยิ่งใหญ่ในดวงใจของคนไทยและนานาชาติต่อไป

สามารถติดตามแวะชมผลงานของ ทั้ง 2 ร้าน นี้ได้ ที่พิกัดร้าน Trust Studio ห้อง 512 ชั้น 2 ซอย Oxford 11 โซน 1 และ  ร้าน Goodshirt ห้อง 591 ชั้น 2 ซอย Oxford 8 โซน 2 นอกจากนี้ยังมีสินค้าเสื้อผ้าแฟชั่นสุดอินเทรนด์อีกมากมายกว่า 2,000 ร้าน ที่ศูนย์การค้าแพลทินัม เปิดให้บริการทุกวัน เวลา 10.00 – 21.00 น. สอบถามข้อมูลการบริการ โทรศัพท์ 0-2121-8000 ต่อ 0 หรือติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ Facebook : Platinum Fashion Mall

040

สจล. – เขตลาดกระบัง และเครือข่ายพันธมิตร เดินหน้าสู่เมืองไร้ขยะ! ‘ลาดกระบังไม่เทรวม’ ตั้งเป้าลดขยะ 30% ภายในปี 68

สจล. - เขตลาดกระบัง และเครือข่ายพันธมิตร เดินหน้าสู่เมืองไร้ขยะ! ‘ลาดกระบังไม่เทรวม’ ตั้งเป้าลดขยะ 30% ภายในปี 68

สจล. – เขตลาดกระบัง และเครือข่ายพันธมิตร เดินหน้าสู่เมืองไร้ขยะ! ‘ลาดกระบังไม่เทรวม’ ตั้งเป้าลดขยะ 30% ภายในปี 68

วันพฤหัสบดี ที่ 10 เมษายน พ.ศ. 2568, 09.45 น.

เมื่อวันเสาร์ที่ 5 เมษายน 2568  สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง (สจล.) ร่วมกับ สำนักงานเขตลาดกระบัง กรุงเทพมหานคร พร้อมด้วยคณะขับเคลื่อนการมีส่วนร่วมเพื่อการพัฒนาเขตลาดกระบัง (คคพ.) เครือข่ายพันธมิตรในพื้นที่เขตลาดกระบัง และบริษัท เวสท์บาย เดลิเวอรี่ จำกัด ได้ร่วมลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ (MOU) ภายใต้โครงการบริหารจัดการขยะครบวงจร “ลาดกระบังไม่เทรวม ลดขยะร้อยละ 30” ปี 2568 ณ สำนักการเรียนรู้ตลอดชีวิตพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง (KMITL Lifelong Learning Center: KLLC) 

ในพิธีดังกล่าว ได้รับเกียรติจาก รศ. ดร.คมสัน มาลีสี อธิการบดี สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง (สจล.) เข้าร่วมกิจกรรมและลงนามในบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ “บ้านนี้ไม่เทรวม” ของกรุงเทพมหานคร พร้อมด้วย ผศ. ดร.ชดชนก อัฑฒพงศ์ ผู้ช่วยอธิการบดีฝ่ายสิ่งแวดล้อมและความยั่งยืน สจล. ดร.บำรุง ตั้งสง่า ประธานคณะขับเคลื่อนการมีส่วนร่วมเพื่อการพัฒนาเขตลาดกระบัง (คคพ.) นายธราพงษ์ เพ็ชร์คง ผู้อำนวยการเขตลาดกระบัง และดร.อิทธิกร ศรีจันบาล รองประธานคณะขับเคลื่อนการมีส่วนร่วมเพื่อการพัฒนาเขตลาดกระบัง และหัวหน้าคณะทำงานด้านสิ่งแวดล้อมและพื้นที่สีเขียว (คคพ.ลาดกระบัง)  และประธานกรรมการ บริษัท เวสท์บาย เดลิเวอรี่ จำกัด และหน่วยงานพันธมิตเข้าร่วมในพิธีลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือครั้งนี้ นอกจากนี้ยังมีผู้สนใจเข้าร่วมกิจกรรมกว่า 300 คน

รองศาสตราจารย์ ดร.คมสัน มาลีสี อธิการบดีสถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง (สจล.) กล่าวว่า สถาบันให้ความสำคัญกับแนวทาง Green University ที่มุ่งเน้นการส่งเสริมพลังงานสะอาดและการพัฒนาที่ยั่งยืน โครงการนี้สอดคล้องกับเป้าหมายของสถาบันในการลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม พร้อมปลูกฝังจิตสำนึกด้านพลังงานสะอาดและความยั่งยืนให้กับนักศึกษาและบุคลากร เรามุ่งพัฒนาสภาพแวดล้อมภายในสถาบันให้เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม เช่น การติดตั้งแผงโซลาร์เซลล์ในอาคาร การใช้เทคโนโลยีคัดแยกขยะที่ทันสมัย และการเพิ่มพื้นที่สีเขียว พร้อมสนับสนุนงานวิจัยและพัฒนาเทคโนโลยีที่สามารถนำไปใช้ได้จริงในชุมชน เพื่อให้เขตลาดกระบังเป็นต้นแบบของเมืองที่ยั่งยืนในอนาคต

ผศ.ดร.ชดชนก อัฑฒพงศ์ ผู้ช่วยอธิการบดีฝ่ายสิ่งแวดล้อมและความยั่งยืน กล่าวว่า โครงการนี้มีเป้าหมายเพื่อส่งเสริมการมีส่วนร่วมของชุมชน องค์กรภาครัฐ และเอกชนในการบริหารจัดการขยะครบวงจร “ลาดกระบังไม่เทรวม” โดยมีแนวทางสำคัญ ประกอบด้วย สนับสนุนกิจกรรมคัดแยกขยะต้นทาง โดยเป็นต้นแบบในการแยกขยะในหอพักนักศึกษาภายในสถาบันและขยายเครือข่ายบริหารจัดการขยะไปยังพื้นที่ต่าง ๆ ส่งเสริมองค์ความรู้ด้านการจัดการขยะให้กับภาครัฐ เอกชน สถานศึกษา และประชาชน ผลักดันการประชาสัมพันธ์เพื่อเพิ่มการมีส่วนร่วมของชุมชน สนับสนุนการบริหารจัดการขยะร่วมกับเครือข่ายพันธมิตรให้สอดคล้องกับนโยบาย “บ้านนี้ไม่เทรวม” ของกรุงเทพมหานคร ขณะที่ สจล. สนับสนุนการวิจัยและพัฒนาเทคโนโลยีด้านการจัดการขยะครบวงจรเพื่อความยั่งยืน  สำหรับโครงการนี้มุ่งเน้นการพัฒนาในหลายมิติ ได้แก่ เศรษฐกิจ สังคม คุณภาพชีวิต สิ่งแวดล้อม การศึกษา เทคโนโลยี โครงสร้างพื้นฐาน ความสะอาด และความปลอดภัย พร้อมทั้งเพิ่มพื้นที่สีเขียวให้กับชุมชน ตามเป้าหมาย SDG4, SDG12 และ SDG17

ทั้งนี้ มีหน่วยงานเข้าร่วมโครงการ จำนวน 188 แห่ง และมีผู้เข้าร่วมกิจกรรมรวม 189 ท่าน โครงการ “ลาดกระบังไม่เทรวม ลดขยะร้อยละ 30” ปี 2568 จะเป็นก้าวสำคัญในการขับเคลื่อนกรุงเทพมหานครไปสู่เมืองที่สะอาด น่าอยู่ และยั่งยืนในอนาคต

ดร.อิทธิกร ศรีจันบาล รองประธานคณะขับเคลื่อนการมีส่วนร่วมเพื่อการพัฒนาเขตลาดกระบัง และหัวหน้าคณะทำงานด้านสิ่งแวดล้อมและพื้นที่สีเขียว (คคพ.ลาดกระบัง)  และประธานกรรมการ บริษัท เวสท์บาย เดลิเวอรี่ จำกัด  กล่าวว่า สำหรับ บทบาทของ บริษัท เวสท์บาย เดลิเวอรี่ จำกัด ที่เข้าร่วมในโครงการนี้ มุ่งให้บริการรับซื้อขยะรีไซเคิลถึงบ้าน (Wastebuy Delivery) เพื่อส่งเสริมเศรษฐกิจหมุนเวียน และเป็นศูนย์กลางการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ด้านการคัดแยกขยะ โดยร่วมมือกับคณะขับเคลื่อนการมีส่วนร่วมเพื่อการพัฒนาเขตลาดกระบังและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในการส่งเสริมความรับผิดชอบต่อสังคมและสิ่งแวดล้อม

ติดตามข้อมูลข่าวสารและความเคลื่อนไหวของ สจล. ได้ทาง https://www.facebook.com/kmitlofficial   และเว็บไซต์ https://www.kmitl.ac.th   หรือสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่หมายเลขโทรศัพท์ 02-329-8000

040

จุฬาฯ ผนึกกำลัง โนโว นอร์ดิสค์ ยกระดับการจัดการโรคอ้วนด้วยนวัตกรรม

จุฬาฯ ผนึกกำลัง โนโว นอร์ดิสค์ ยกระดับการจัดการโรคอ้วนด้วยนวัตกรรม

จุฬาฯ ผนึกกำลัง โนโว นอร์ดิสค์ ยกระดับการจัดการโรคอ้วนด้วยนวัตกรรม

วันพฤหัสบดี ที่ 10 เมษายน พ.ศ. 2568, 06.15 น.

จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย จับมือ บริษัท โนโว นอร์ดิสค์ ฟาร์มา (ประเทศไทย) จำกัด (“โนโว นอร์ดิสค์”) ประกาศความร่วมมือครั้งประวัติศาสตร์ในโครงการ “จุฬาลงกรณ์ x โนโว นอร์ดิสค์: ยกระดับการจัดการโรคอ้วนด้วยนวัตกรรม” ณ อาคารรัตนวิทยาพัฒน์ โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ ความร่วมมือครั้งสำคัญระหว่างภาครัฐและเอกชนนี้ มีเป้าหมายเพื่อยกระดับการดูแลผู้ป่วยโรคอ้วน ด้วยการนำเทคโนโลยีดิจิทัลมาปรับใช้และเสริมสร้างการสื่อสารอย่างมีประสิทธิภาพ เพื่อให้ผู้ที่มีภาวะโรคอ้วนสามารถเข้าถึงข้อมูลการป้องกันและการจัดการโรคอ้วนได้อย่างรวดเร็ว แม่นยำ และน่าเชื่อถือ

หัวใจสำคัญของความร่วมมือครั้งนี้คือ “Obesity Connects Line Official Account (“LineOA”)” ซึ่งถูกออกแบบมาเพื่ออำนวยความสะดวกในการสื่อสารสองทางเกี่ยวกับโรคอ้วน ช่วยให้ผู้ที่มีภาวะโรคอ้วนและประชาชนทั่วไปสามารถติดต่อกับบุคลากรทางการแพทย์ได้โดยตรง และเข้าถึงแหล่งข้อมูลที่เป็นประโยชน์ รวมถึงเว็บไซต์ Truth About Weight นอกจากนี้  ในงานเปิดตัวยังมีผู้ที่มีภาวะโรคอ้วนเข้าร่วมแบ่งปันประสบการณ์การใช้ Obesity Connects Line OA อีกด้วย

รศ.นพ.ฉันชาย สิทธิพันธุ์ ผู้อำนวยการ โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ สภากาชาดไทย และคณบดีคณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย กล่าวเปิดงานโดยเน้นว่าหัวใจสำคัญในการแก้ปัญหาโรคอ้วนในระยะยาว ประกอบด้วยการสร้างความรู้ความเข้าใจที่ถูกต้องเกี่ยวกับโรคอ้วน ควบคู่กับการใช้นวัตกรรมและเทคโนโลยีใหม่ ๆ เพื่อเพิ่มโอกาสในการดูแลรักษา พร้อมอาศัยความร่วมมือจากทุกภาคส่วนในการส่งเสริมให้ผู้ป่วยโรคอ้วนสามารถกลับมามีชีวิตได้ตามปกติ ขณะที่ ศ.นพ.สุเทพ อุดมแสงทรัพย์ หัวหน้าคลินิกโรคอ้วน ภาควิชาศัลยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย สภากาชาดไทย อธิบายถึงแนวทางในการรักษาโรคอ้วนว่า ต้องเริ่มต้นจากการควบคุมอาหารและการออกกำลังกายก่อน โดยปัจจุบันมีนวัตกรรมใหม่ๆ ที่ช่วยในการดูแลรักษาเพิ่มมากขึ้น รวมถึง “ObesityConnects” ซึ่งเป็นแพลตฟอร์ม Line OA ที่รวบรวมข้อมูลต่าง ๆ  ไว้ในแหล่งเดียว ช่วยอำนวยความสะดวกให้ผู้ที่มีภาวะโรคอ้วนสามารถเข้าถึงข้อมูลที่ถูกต้อง น่าเชื่อถือ อีกทั้งยังสามารถรับคำปรึกษาจากบุคลากรทางการแพทย์ได้โดยตรงและรวดเร็ว ช่วยให้การใช้ชีวิตหลังการรักษาทำได้สะดวกยิ่งขึ้น

นายเอ็นริโก้ คานัล บรูแลนด์ ผู้จัดการทั่วไป บริษัท โนโว นอร์ดิสค์ ฟาร์มา (ประเทศไทย) จำกัด รู้สึกภาคภูมิใจต่อความร่วมมือในครั้งนี้ พร้อมกล่าวว่า “โนโว นอร์ดิสค์ รู้สึกเป็นเกียรติอย่างยิ่งที่ได้ร่วมมือกับสถาบันการศึกษาด้านการแพทย์ที่มีชื่อเสียงอย่างจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยในโครงการสำคัญนี้ ด้วยการผสานความเชี่ยวชาญ การเข้าถึงทรัพยากร และเครือข่ายของพวกเราทั้งสองหน่วยงาน เชื่อมั่นได้ว่าเราจะสามารถร่วมกันผลักดันการเปลี่ยนแปลงและสร้างผลกระทบอย่างมีนัยสำคัญต่อการป้องกันและการจัดการโรคอ้วนในประเทศไทย”

ด้วยตระหนักถึงความสำคัญของความร่วมมือระหว่างภาครัฐและเอกชนในการรับมือกับโรคอ้วนจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยและโนโว นอร์ดิสค์ ได้ร่วมดำเนินโครงการต่าง ๆ เพื่อจัดการปัญหาโรคอ้วนให้ดีขึ้น ตั้งแต่การสร้างความตระหนักรู้เกี่ยวกับโรคผ่านกิจกรรมเดิน-วิ่ง ร้อยโลรวมใจต้านภัยโรคอ้วน หรือ 100K Obesity Run ของโรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ รวมถึงการเข้าร่วมการอภิปรายในหัวข้อ “บทบาทเมืองและการร่วมมือขับเคลื่อนอนาคตที่ยั่งยืนเพื่อต่อสู้กับโรคอ้วน” ร่วมกับจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และกรุงเทพมหานคร

นอกจากนี้ ภายในงานยังได้ตอกย้ำถึงการดูแลรักษาโรคอ้วนอย่างยั่งยืน โดยจำเป็นต้องอาศัยความร่วมมือจากทุกภาคส่วน ไม่ว่าจะเป็นภาครัฐ ภาคเอกชน หรือภาควิชาการ เพื่อให้เกิดแนวทางการจัดการที่มีประสิทธิภาพและครอบคลุมทุกมิติ ปัจจุบัน โนโว นอร์ดิสค์ ได้พัฒนานวัตกรรมในการรักษาโรคอ้วน โดยประเทศไทยจะเป็นประเทศแรกในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ที่ได้รับการเข้าถึงนวัตกรรมนี้ ซึ่งมุ่งเน้นแนวทางการดูแลสุขภาพแบบองค์รวม ไม่เพียงแค่การควบคุมน้ำหนัก แต่ยังช่วยเสริมสร้างการทำงานของระบบสำคัญในร่างกาย เช่น หัวใจ ตับ และไต ให้ทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น

Obesity Connects Line OA เป็นแพลตฟอร์มที่ออกแบบมาเพื่อช่วยสนับสนุนผู้ที่มีภาวะโรคอ้วนและประชาชนทั่วไป โดยมีฟังก์ชันที่สำคัญ ได้แก่ การสื่อสารสองทาง : ผู้ที่มีภาวะโรคอ้วนที่รับการรักษาที่โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ สามารถติดต่อกับบุคลากรทางการแพทย์โดยตรง สอบถามข้อมูล และรับคำแนะนำเฉพาะบุคคลได้, ฟังก์ชันควบคุมน้ำหนักส่วนบุคคล: ผู้ที่มีภาวะโรคอ้วนและประชาชนทั่วไปสามารถเข้าถึงเครื่องมือช่วยจัดการน้ำหนัก เช่น เครื่องคำนวณแคลอรี และกราฟแสดงการลดน้ำหนัก, แหล่งข้อมูล: สามารถเข้าถึงข้อมูลที่น่าเชื่อถือเกี่ยวกับโรคอ้วน รวมถึงเว็บไซต์ Truth About Weight ซึ่งได้รับการสนับสนุนจากโนโว นอร์ดิสค์

ไทยเบฟผนึกกำลังเครือข่ายพันธมิตร เปิดกลยุทธ์บ.ว.ร.2 ขับเคลื่อนงา น Water Festival 2025 เทศกาลวิถีน้ำ…วิถีไทย ครั้งที่ 10

ไทยเบฟผนึกกำลังเครือข่ายพันธมิตร เปิดกลยุทธ์บ.ว.ร.2 ขับเคลื่อนงา น  Water  Festival 2025  เทศกาลวิถีน้ำ…วิถีไทย  ครั้งที่ 10

ไทยเบฟผนึกกำลังเครือข่ายพันธมิตร เปิดกลยุทธ์บ.ว.ร.2 ขับเคลื่อนงา น Water Festival 2025 เทศกาลวิถีน้ำ…วิถีไทย ครั้งที่ 10

วันพฤหัสบดี ที่ 10 เมษายน พ.ศ. 2568, 06.15 น.

ปักหมุดอีกหนึ่งงานเฟสติวัลแห่งปีในช่วงเทศกาลสงกรานต์  “Water Festival 2025 เทศกาลวิถีน้ำ …วิถีไทย” ไทยเบฟเตรียมเนรมิตความยิ่งใหญ่ฉลองวาระครบ 10 ปี จากการผนึกกำลังทุกภาคส่วนร่วมขับเคลื่อนการบริหารจัดการงานให้เกิดความยั่งยืนทุกมิติ ด้วยกลยุทธ์ บ.ว.ร.2 ที่ประกอบด้วย บ้าน วัด โรงเรียน  โดยการสนับสนุนของภาคส่วนภายนอก ได้แก่ บริษัท วิสาหกิจเพื่อสังคม และรัฐ ราชการ ถือเป็นการบูรณาการทำงานเชื่อมโยงกับเครือข่ายทุกภาคส่วนให้เข้ามามีส่วนร่วม  และบทบาทสำคัญในขับเคลื่อนการทำงานเพื่อการพัฒนาอย่างยั่งยืน เชิญชวนทุกคนสัมผัสกับมนต์เสน่ห์เทศกาลสงกรานต์ของประเทศไทยที่จะจัดขึ้นพร้อมกันใน 6 จังหวัด 4 ภาค ทั่วประเทศไทย ระหว่างวันที่ 12-15 เมษายน นี้

ภาคกลาง จัดที่จังหวัดกรุงเทพมหานคร บนแลนด์มาร์คที่มีความสำคัญทางประวัติศาสตร์ วัดพระเชตุพนวิมลมังคลารามราชวรมหาวิหาร, วัดอรุณราชวรารามราชวรมหาวิหาร, วัดกัลยาณมิตรวรมหาวิหาร, วัดระฆังโฆสิตารามวรมหาวิหาร, วัดประยุรวงศาวาสวรวิหาร, เอเชียทีค เดอะริเวอร์ฟร้อนท์, ท่ามหาราช, ท่าสุขสยาม ณ ไอคอนสยาม, ท่าศาลเจ้ากวนอู (คลองสาน), คลองโอ่งอ่าง-วัดบพิตรพิมุขวรวิหาร โดยปีนี้ยังได้ขยายพื้นที่จัดงานไปยังใจกลางเยาวราช “ไชน่าทาวน์ มาร์เก็ต เฉลิมบุรี” จัดขึ้นระหว่างวันที่ 13-15 เมษายน 2568 ภาคเหนือ ที่จังหวัดเชียงใหม่ จัดขึ้นระหว่างวันที่ 12-14 เมษายน 2568 และจังหวัดลำพูน จัดขึ้นระหว่างวันที่ 12-13 เมษายน 2568 ภาคใต้ ที่จังหวัดภูเก็ต จัดขึ้นระหว่างวันที่ 12-13 เมษายน 2568 ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ที่จังหวัดอุดรธานี จัดขึ้นระหว่างวันที่ 12-13 เมษายน 2568 และจังหวัดขอนแก่น จัดขึ้นระหว่างวันที่ 13-15 เมษายน 2568

นายจักรพล ตั้งสุทธิธรรม ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา เผยว่า “กระทรวงท่องเที่ยว และกีฬามีเป้าหมายให้ประเทศไทยเป็นจุดหมายปลายทางชั้นนำของโลก และผลักดันให้ปี 2568 เป็นปีแห่งการท่องเที่ยวและกีฬา Amazing Thailand Grand Tourism and  Sports Year 2025 เพื่อเปิดประสบการณ์การท่องเที่ยวในรูปแบบใหม่ และส่งออก Soft Power การท่องเที่ยวของประเทศไทย ขอชื่นชมไทยเบฟ ที่เป็นหัวเรือหลักในการริ่เริ่มการจัดงาน Water Festival 2025 เทศกาลวิถีน้ำ…วิถีไทย เพื่อสืบสานประเพณีอันดีงามนี้มาตั้งแต่ปี 2015 ตลอดจนเครือข่ายมิตรภาคี ทุกภาคส่วน และชุมชน ที่ร่วมมือกันสนับสนุนการจัดงาน และรวมพลังกันอย่างมุ่งมั่น เพื่อที่จะร่วมสืบสานวัฒนธรรมอันดีงามของประเทศไทย”

นายสุรพล เศวตเศรนี ประธานการจัดงาน “Water Festival 2025 เทศกาลวิถีน้ำ…วิถีไทย”  กล่าวว่า “ตลอด 10 ปีที่ผ่านมา Water Festival 2025 เทศกาลวิถีน้ำ…วิถีไทย ได้ขยายพื้นที่การจัดงานของกรุงเทพมหานคร จาก 6 พื้นที่ ขยายไปสู่ 12 พื้นที่ และจากกรุงเทพมหานคร ขยายไปสู่ 6 จังหวัด 4 ภาค ทั่วประเทศไทย ซึ่งได้รับความร่วมมือเป็นอย่างดีมาโดยตลอด ด้วยการผสานความร่วมมือระหว่างภาครัฐ ภาคเอกชน ภาคการศึกษา และภาคประชาชน นำโดย กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา โดยการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย / กระทรวงวัฒนธรรม / กองทัพเรือ / กรุงเทพมหานคร / พันธมิตรท่าน้ำในกรุงเทพมหานคร / ชุมชนในพื้นที่การจัดงานทุกภูมิภาค และเครือข่ายทุกภาคส่วน โดยเฉพาะ บริษัท ไทยเบฟเวอเรจ จำกัด (มหาชน) สนับสนุนนโยบายภาครัฐที่ผลักดันการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมแบบวิถีไทย พร้อมเดินหน้าสานต่อความสำเร็จการจัดงานที่คำนึงถึงการบริหารจัดการงานอย่างยั่งยืนทุกมิติทั้งด้านเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อม เพื่อบอกเล่าความเป็นไทยไปทั่วโลก”

นายนิติกร กรัยวิเชียร ผู้อำนวยการโครงการส่งเสริมศิลปวัฒนธรรม บริษัท ไทยเบฟเวอเรจ จำกัด (มหาชน) เผยว่า “การจัดงานดังกล่าวมุ่งเน้นการบริหารจัดการงานให้เกิดความยั่งยืนทุกมิติ สอดคล้องกับการดำเนินงานของไทยเบฟที่ขับเคลื่อนธุรกิจควบคู่ไปกับการคำนึงถึงสิ่งแวดล้อม สังคม และหลักธรรมาภิบาล รวมถึงการสร้างประโยชน์ทางเศรษฐกิจแก่ผู้มีส่วนได้เสียทุกภาคส่วนอย่างยั่งยืน และยังส่งเสริมคนรุ่นใหม่ในการสืบสานวัฒนธรรมผ่านโครงการ “เยาวชนเจ้าบ้านสืบสานวัฒนธรรม” และสร้างเครือข่ายเยาวชนเจ้าบ้านที่แข็งแกร่งในทุกพื้นที่ เสริมสร้างทักษะ และองค์ความรู้ในการเป็นเจ้าบ้านที่ดี ที่จะบอกเล่าอัตลักษณ์อันดีงามในแต่ละพื้นถิ่นของประเทศไทย ให้นักท่องเที่ยวจากทั่วโลกได้สัมผัสกับมนต์เสน่ห์ ของเทศกาลวิถีน้ำ…วิถีไทย ที่จัดขึ้นเป็นประจำรับปีใหม่ไทยในช่วงเดือนเมษายนของทุก ๆ ปี”

พลเรือโทธันยกร เสนาลักษณ์ เจ้ากรมกิจการพลเรือนทหารเรือ กองทัพเรือ เผยว่า “กองทัพเรือได้ให้การสนับสนุนกิจกรรมต่อเนื่องเป็นปีที่ 10  ปีนี้มีกิจกรรมที่สร้างแรงดึงดูดมากขึ้นกว่าเดิมทุกปีทั้งพื้นที่การจัดงานที่เป็นแลนด์มาร์คการท่องเที่ยวสำคัญให้นักท่องเที่ยวได้เพลิดเพลินและเก็บเกี่ยวความสุข ความประทับใจ และยังช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจ สร้างงาน สร้างรายได้ให้กับชุมชนต่างๆ ได้เป็นอย่างดี และขอเชิญชวนพี่น้องชาวไทยมาเที่ยวงาน Water Festival 2025 เทศกาลวิถีน้ำ…วิถีไทย ที่จัดขึ้นวันที่ 12 ถึงวันที่ 15 เมษายนนี้ครับ”

พล.ต.ต.นรเศรษฐ์ สุวรรณนิกขะ ผู้บังคับการตำรวจท่องเที่ยว 1 เผยว่า “เราได้เข้าไปมีบทบาทในเรื่องของการเตรียมความพร้อมด้านการรักษาความปลอดภัยและการจัดการจราจรในให้เป็นไปด้วยความเรียบร้อย รวมถึงมาตรการดูแลความปลอดภัยทั้งในพื้นที่จัดงาน เพื่อให้สามารถดูแลความปลอดภัยของนักท่องเที่ยว และประชาชนที่มาเที่ยวงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ และยังได้ประสานความร่วมมือกับหน่วยงาน พื้นที่ที่เกี่ยวข้อง และหน่วยอาสาสมัคร เพื่อให้สามารถตอบสนองต่อเหตุการณ์ฉุกเฉินได้อย่างทันท่วงที”

นายวิรัตน์ มนัสสนิทวงศ์ รองปลัดกรุงเทพมหานคร เผยว่า “เราสนับสนุนการจัดงานมาอย่างต่อเนื่องเป็นครั้งที่ 10 เพื่อสืบสานทศวรรษแห่งความดีงาม ‘มรดกภูมิปัญญาไทยทางวัฒนธรรม’ ของโลก โดย กรุงเทพมหานคร บนแลนด์มาร์คที่มีความสำคัญทางประวัติศาสตร์ คือ วัดพระเชตุพนวิมลมังคลารามราชวรมหาวิหาร, วัดอรุณราชวรารามราชวรมหาวิหาร, วัดกัลยาณมิตรวรมหาวิหาร, วัดระฆังโฆสิตารามวรมหาวิหาร, วัดประยุรวงศาวาสวรวิหาร, เอเชียทีค เดอะริเวอร์ฟร้อนท์, ท่ามหาราช, ท่าสุขสยาม ณ ไอคอนสยาม, ท่าศาลเจ้ากวนอู (คลองสาน), คลองโอ่งอ่าง-วัดบพิตรพิมุขวรวิหาร โดยปีนี้ยังได้ขยายพื้นที่จัดงานไปยังใจกลางเยาวราช ‘ไชน่าทาวน์ มาร์เก็ต เฉลิมบุรี’  เรียกว่าเป็นเฟสติวัลแห่งปีที่เป็นหมุดหมายปลายทางของนักท่องเที่ยวทั้งในประเทศ และต่างประเทศที่เป็นสีสันให้กับการท่องเที่ยวของประเทศไทยในช่วงเทศกาลสงกรานต์ของทุกๆ ปี และยังช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจตั้งแต่ระดับชุมชน จนถึงระดับภูมิภาคของประเทศไทยได้เป็นอย่างดีอีกด้วย”

จิระวดี คุณทรัพย์ รองผู้ว่าด้านสินค้าและธุรกิจท่องเที่ยว การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย เผยว่า “ในนามของการท่องเที่ยวประเทศไทย งาน Water Festival 2025 เทศกาลวิถีน้ำ…วิถีไทย ถือเป็นกิจกรรมหนึ่งที่มีความสำคัญในเรื่องของการสนับสนุนชุมชน และวิถีประเพณีทางเลือกของสงกรานต์ และยังเป็นการเฉลิมฉลองเทศกาลปีใหม่ไทยผ่านกิจกรรม และวิถีวัฒนธรรมมากมาย โดยปีนี้จัดขึ้นในพื้นที่ กรุงเทพฯ ทั้งหมด 12 แห่ง รวมถึงต่างจังหวัดรวม 4 ภาค 6 จังหวัด อยากจะขอเชิญชวนพี่น้องประชาชนคนไทย และชาวต่างชาติเดินทางมาท่องเที่ยวร่วมสนุกประเพณีสงกรานต์ตามธรรมเนียมประเพณี และร่วมรดน้ำดำหัวผู้หลักผู้ใหญ่ สรงน้ำพระในงานมหาสงกรานต์ มหาสนุก ระหว่างวันที่ 12 ถึงวันที่ 15 เมษายน นี้ ”

ฟาน ศรีไตรรัตน์ กรรมการบริหาร บริษัท เรือด่วนเจ้าพระยา เผยว่า “ท่ามหาราชมีความภูมิใจที่ได้เป็นส่วนหนึ่งของงาน สำหรับเรา Water Festival 2025 เทศกาลวิถีน้ำ…วิถีไทย ไม่ใช่เพียงแค่เป็นประเพณีอย่างเดียว แต่ว่าเป็นพลังของเอกชนและภาครัฐที่ร่วมกันสร้างวัฒนธรรมไทยให้มีชีวิตขึ้นมา เติบโตไปด้วยกันสำหรับคนรุ่นใหม่ ในปีนี้ท่ามหาราช จัดกิจกรรมเยอะแยะมากมาย เราเป็นหนึ่งใน 12 ท่าน้ำของงาน Water Festival ท่าเรือของเราสามารถชมกิจกรรมแห่ทางน้ำได้ในวันที่13 เมษายน นี้ นอกจากนี้ เรายังมีการแสดงโขนเยาวชนที่มาจากชุมชนวัดมหาธาตุ และมีการแสดงกลองยาว รำ 4 ภาคและที่ขาดไม่ได้คือซุ้มดูดวง อยากจะชวนทุกท่านให้มาสนุกแล้วก็ฉลองด้วยกันในงานสงกรานต์นี้ที่ท่ามหาราชกันครับ”

บัญชา ฉันทดิลก กรรมการผู้จัดการโครงการสุขสยาม เผยว่า “สุขสยาม ร่วมสนับสนุนการจัดงานมาตลอดระยะเวลา 4 ปี  ในทุกๆปี มีจำนวนท่องเที่ยวทั้งชาวไทย และชาวต่างชาติ มาเที่ยวงานเป็นจำนวนมาก เรียกได้ว่าเป็นอีกหนึ่งโครงการที่ร่วมสืบสานประเพณีอันดีงาม และมรดกทางวัฒนธรรมอันทรงคุณค่า โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อร่วมสืบสานประเพณี “สงกรานต์ไทย” ซึ่งได้รับการรับรองเป็นมรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรมที่จับต้องไม่ได้ของมนุษยชาติ ให้ดำรงคงไว้สืบไป ขอเชิญชวนนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทย และชาวต่างชาติ เที่ยวงาน “สุขสยาม  มหาสงกรานต์ มหาสนุก” ภายใต้แนวคิด  สุขสนุก ผ้าขาวม้าไทย ตั้งแต่วันที่ ตั้งแต่วันที่ 1 – 17 เมษายน 2568”

จิรวิทย์ ขันตยานุวงศ์ กรรมการผู้จัดการ โครงการเอเชียทีค เดอะ ริเวอร์ฟร้อนท์ เดสติเนชั่น เผยว่า “เอเชียทีค เดอะ ริเวอร์ฟร้อน เดสติเนชั่น ในเครือ AWC ได้มีโอกาสร่วมโครงการนี้ตั้งแต่ปีแรกจนปัจจุบัน เรามีความยินดีที่จะร่วมสนับสนุนพื้นที่ในการจัดงานที่จะสืบสานอัตลักษณ์ ประเพณีอันดีงามนี้ของไทย ให้นักท่องเที่ยวชาวไทยและต่างชาติได้เห็นถึงความดงามของประเพณีสงกรานต์ ณ โครงการเอเชียทีค เดอะ ริเวอร์ฟร้อน เดสติเนชั่น หนึ่งในสถานที่ร่วมงานสงกรานต์ที่คึกคักมากที่สุดแห่งหนึ่งของกรุงเทพฯ และมีความสวยงามโดดเด่นไม่เหมือนใครด้วยบรรยากาศริมแม่น้ำเจ้าพระยา เพื่อร่วมสนับสนุนประเทศไทยเป็นจุดหมายปลายทางท่องเที่ยวยั่งยืนระดับโลก”

สำหรับกิจกรรมเด่นของงานปีนี้ยังเป็นการแห่พระพุทธรูปประจำพระอารามทางน้ำ จาก 5 พระอารามหลวง / ลอดอุโมงค์น้ำพระพุทธมนต์ / สรงน้ำพระพุทธรูปประจำวัด / รดน้ำดำหัวตามประเพณีโบราณ / เก็บภาพที่ระลึกสุดประทับใจกับฉายานิติกร / ชอปสินค้าชุมชน / การแสดงดนตรีและการแสดงทางศิลปวัฒนธรรม / จัดเต็มกิจกรรมการประชันงานกีฬาแบบไทย  ทั้งมวยทะเล, มวยตับจาก, เซปักตะกร้อ, กระบี่กระบอง, หมากรุกไทย, ฟันดาบไทย รวมถึงการละเล่นแบบไทย วิ่งเปี้ยว, งูกินหาง หรือมอญซ่อนผ้า เป็นต้น รวมถึงกิจกรรม “Bike Tours Bangkok ปั่นเพลินวิถีไทย” ลัดล่องเรียนรู้เกร็ดเรื่องราวย่านวิถีเก่า ผ่านการล่องเรือ และเดินชม หรือปั่นผ่านย่านชุมชนเก่า ฟังเรื่องเล่าของวันวานในช่วงเทศกาลสงกรานต์ พร้อม Guide Routes และกิจกรรม “Kayak Half Day Trip” พายเรือคายัคสุด Exclusive กับทริป “มหาสงกรานต์ มหาสนุก” รอบคลองผดุงกรุงเกษม เส้นทางจากท่าตลาดเทวราช ถึงท่าหัวลำโพงก่อนที่จะไปแวะชิมของอร่อยร้านดังย่านเยาวราชที่เฉลิมบุรี ไชน่าทาวน์ มาร์เก็ต ฯลฯ ” ทั้งนี้ ติดตามความเคลื่อนไหวได้ที่ Facebook: Water Festival Thailand

ต้อนรับปีใหม่ไทยกับเมนูคลายร้อน ‘ข้าวแช่โบราณ’ ตำรับชาววัง

ต้อนรับปีใหม่ไทยกับเมนูคลายร้อน ‘ข้าวแช่โบราณ’ ตำรับชาววัง

ต้อนรับปีใหม่ไทยกับเมนูคลายร้อน ‘ข้าวแช่โบราณ’ ตำรับชาววัง

วันพฤหัสบดี ที่ 10 เมษายน พ.ศ. 2568, 06.15 น.

ต้อนรับฤดูร้อนและปีใหม่ไทย ด้วยเมนูคลายร้อน “ข้าวแช่โบราณ” ตำรับชาววัง และ“บุฟเฟ่ต์นานาชาติมื้อกลางวัน  ณ ห้องอาหารเวนติซี ชั้น 24 โรงแรมเซ็นทาราแกรนด์ฯ เซ็นทรัลเวิลด์

ห้องอาหารเวนติซี ชั้น 24 โรงแรมเซ็นทาราแกรนด์ฯ เซ็นทรัลเวิลด์ ชวนมาลิ้มลองเมนูไฮไลท์ต้อนรับลมร้อน กับ “ข้าวแช่โบราณ” ตำรับชาววัง  หอมเย็นชื่นใจ เมนูที่หารับประทานได้แค่ปีละครั้ง โดยเชฟพิถีพิถันตั้งแต่การคัดสรรเมล็ดข้าวไปจนถึงการเตรียมน้ำอบควันเทียน เสิร์ฟพร้อมดอกไม้ที่มีกลิ่นหอมสดชื่น กลมกล่อมครบรสชาติทานคู่กับเครื่องเคียงอย่าง ลูกกะปิทอด หมูฝอย หัวไชโป๊วผัดหวาน ปลาแห้งผัดหวาน หอมแดงทอด พริกหยวกสอดไส้ มะม่วงเขียวเสวย และผักเคียง เป็นต้น

นอกจากนี้ ยังจัดเต็มกับขบวนความอร่อยของ บุฟเฟ่ต์นานาชาติมื้อกลางวัน ทั้งสเตชั่นเมนูอาหารสไตล์อิตาเลียน – ไทย พร้อมอาหารรสเลิศจากทั่วทุกมุมโลก อิ่มอร่อยแบบไม่อั้นทั้งความสดใหม่ มุมซีฟู้ดออนไอซ์ กุ้ง กั้ง หอยแมลงภู่นิวซีแลนด์ เสิร์ฟแบบสดใหม่พร้อมน้ำจิ้ม    ซีฟู้ดรสจัดจ้าน รวมไปถึงมุมอาหารญี่ปุ่น ซูชิ ซาชิมินานาชนิด ของว่างและสลัดต่างๆ อาหารหลากหลายชนิดจากทั่วทุกมุมโลก ชีสระดับพรีเมียม รวมถึงของหวานให้คุณเลือกลิ้มลอง อีกหนึ่งเมนูไฮไลท์ต้อนรับลมร้อน และพร้อมให้คุณคลายร้อนในแบบฉบับชาววัง ด้วยอาหารไทยโบราณหอมเย็นชื่นใจ กับข้าวแช่ เมนูที่หารับประทานได้แค่ปีละครั้ง โดยเชฟของเราพิถีพิถันตั้งแต่การคัดสรรเมล็ดข้าวไปจนถึงการเตรียมน้ำอบควันเทียน เสิร์ฟพร้อมดอกไม้ที่มีกลิ่นหอมสดชื่น กลมกล่อมครบรสชาติทานคู่กับเครื่องเคียงอย่าง ลูกกะปิทอด หมูฝอย หัวไชโป๊วผัดหวาน ปลาแห้งผัดหวาน หอมแดงทอด พริกหยวกสอดไส้ มะม่วงเขียวเสวย และผักเคียง เป็นต้น

เมนูข้าวแช่โบราณ และ“บุฟเฟ่ต์นานาชาติมื้อกลางวัน เปิดให้บริการทุกวัน ตั้งแต่เวลา 12.00 น. – 15.00 น. ราคาเพียง 1,455 บาท++ ต่อท่าน (ไม่รวมเครื่องดื่ม) เด็กอายุ 6-11 ขวบ ราคา 728 บาท++ ต่อท่าน สามารถซื้อแพ็กเกจเครื่องดื่มเพิ่มเติมในราคาเริ่มต้นที่ 149 บาท++ (น้ำดื่ม น้ำอัดลม และชา กาแฟ) สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมหรือสำรองที่นั่งได้ที่ โทร. 0-2100-6255 หรือ อีเมล์: diningcgcw@chr.co.th  เฟสบุ๊ค: www.facebook.com/centara.cgcw   อินสตาแกรม: centaragrand_centralworld 

ฟิลิปส์ร่วมสนับสนุนการดูแลสุขภาพมารดาและทารก ผ่านนวัตกรรม AI ด้านสูตินรีเวช เนื่องในวันอนามัยโลก 2025

ฟิลิปส์ร่วมสนับสนุนการดูแลสุขภาพมารดาและทารก  ผ่านนวัตกรรม AI ด้านสูตินรีเวช เนื่องในวันอนามัยโลก 2025

ฟิลิปส์ร่วมสนับสนุนการดูแลสุขภาพมารดาและทารก ผ่านนวัตกรรม AI ด้านสูตินรีเวช เนื่องในวันอนามัยโลก 2025

วันพฤหัสบดี ที่ 10 เมษายน พ.ศ. 2568, 06.05 น.

วันอนามัยโลก (World Health Day) ตรงกับวันที่ 7 เมษายนของทุกปี เป็นวันที่ประเทศสมาชิกขององค์การอนามัยโลกใช้เป็นโอกาสรณรงค์ให้ประชาชนและทุกภาคส่วนของสังคม ตระหนักถึงความสำคัญของสุขภาพ โดยแคมเปญหลักในปีค.ศ. 2025 นี้ “เริ่มต้นชีวิตด้วยสุขภาพที่ดี สู่อนาคตที่สดใสในวันหน้า (Healthy Beginnings, Hopeful Futures)” ทั้งนี้ เพื่อผลักดันให้ทั้งภาครัฐและองค์กรด้านสาธารณสุขร่วมรณรงค์เพื่อป้องกันและลดความเสี่ยงในการเสียชีวิตของมารดาและทารกแรกเกิด และ เพื่อให้เล็งเห็นถึงความสำคัญด้านสุขภาพและความเป็นอยู่ที่ดีของสตรีในระยะยาว

ฟิลิปส์ ร่วมรณรงค์ในวันอนามัยโลก ตอกย้ำความมุ่งมั่นในการดูแลสุขภาพของมารดาและทารก ด้วยการพัฒนาโซลูชันอัลตร้าซาวด์ที่ขับเคลื่อนด้วยเทคโนโลยี AI ซึ่งช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการวินิจฉัยโรคตั้งแต่ระยะเริ่มต้น การดูแลสุขภาพแบบเฉพาะบุคคล และการติดตามอาการจากระยะไกล ซึ่งจะช่วยเพิ่มโอกาสในการเข้าถึงระบบสาธารณสุขที่มากขึ้น เพื่อส่งเสริมอนาคตด้านการดูแลสุขภาพที่ดีสำหรับมารดาและทารกทั่วโลก

ในปีพ.ศ. 2566 รอยัล ฟิลิปส์ (NYSE: PHG, AEX: PHIA) ผู้นำด้านเทคโนโลยีเพื่อการดูแลสุขภาพระดับโลก ได้รับทุนสนับสนุนเป็นครั้งที่สองจากมูลนิธิเกตส์ (Gates Foundation) เป็นมูลนิธิเอกชนที่ใหญ่ที่สุดในโลก จัดตั้งโดยบิล เกตส์ และเมลินดา เกตส์ เพื่อเร่งขยายการพัฒนาแอปพลิเคชันด้านสูตินรีวชที่ขับเคลื่อนด้วยเทคโนโลยี AI ผ่านการใช้เครื่องอัลตราซาวด์แบบพกพา Philips Lumify โดยเทคโนโลยี AI นี้สามารถช่วยสนับสนุนบุคลากรทางการแพทย์ในการตรวจหาพารามิเตอร์ที่สำคัญ เพื่อระบุความเสี่ยงของการตั้งครรภ์ และช่วยให้พวกเขาสามารถแนะนำแนวทางการดูแลที่เหมาะสมได้

เมื่อพร้อมใช้งาน โซลูชันอัลตร้าซาวด์ของฟิลิปส์ด้านสูตินรีเวชที่ขับเคลื่อนด้วย AI นี้ จะเข้ามาสนับสนุนการทำงานของเจ้าหน้าที่และพยาบาลผดุงครรภ์ในการเก็บข้อมูลสำคัญของมารดาและทารกในครรภ์ โดยต้นแบบปัจจุบันสามารถระบุพารามิเตอร์ที่สำคัญ อาทิเช่น อายุครรภ์และขนาดของถุงน้ำคร่ำ ซึ่งช่วยในการประเมินการตั้งครรภ์และสุขภาพของทั้งมารดาและทารกได้

ตั้งแต่ที่มูลนิธิเกตส์ให้ทุนสนับสนุนช่วงแรกในปีพ.ศ. 2564 มีการดำเนินการโครงการนำร่องในเคนยา ซึ่งส่งผลลัพธ์เชิงบวก โดยโซลูชันนี้ช่วยให้สามารถตัดสินใจด้านการดูแลสุขภาพของสตรีมีครรภ์ได้ดีขึ้นในชุมชนชนบทและพื้นที่ห่างไกล

นายวิโรจน์ วิทยาเวโรจน์ ประธานและกรรมการผู้จัดการ บริษัท ฟิลิปส์ (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า “ฟิลิปส์ เรามุ่งมั่นที่จะส่งมอบนวัตกรรมอันทรงคุณค่า เพื่อเพิ่มโอกาสในการเข้าถึงระบบสาธารณสุข โดยเฉพาะอย่างยิ่งในพื้นที่ห่างไกล เราได้ทำงานร่วมกับพันธมิตรมากมาย เพื่อจัดการทรัพยากรและนำความเชี่ยวชาญและวิสัยทัศน์มาช่วยกันแก้ปัญหาและสร้างการเปลี่ยนแปลงที่ดียิ่งขึ้น เรามีการพัฒนานวัตกรรมและโซลูชันที่ครอบคลุมการให้บริการทางการแพทย์ระยะไกล และการสนับสนุนการทำงานของบุคลากรทางการแพทย์อย่างเต็มที่ และสำหรับวันอนามัยโลก 2025 นี้ เราจึงขอเป็นส่วนหนึ่งในการร่วมรณรงค์เพื่อการดูแลสุขภาพของมารดาและทารก เพื่อให้ทุกคนได้ตระหนักถึงความสำคัญของการดูแลสุขภาพมารดาและลดอัตราการเสียชีวิตของหญิงตั้งครรภ์ได้ ซึ่งเป็นหนึ่งในประเด็นสุขภาพที่สำคัญในประเทศไทย รวมถึงในประเทศที่กำลังพัฒนาอื่น ๆ ด้วยเช่นกัน”

ผลลัพธ์เชิงบวกจากโครงการนำร่อง

ในช่วงที่ดำเนินโครงการนำร่องในประเทศเคนยา โซลูชันอัลตร้าซาวด์ที่ขับเคลื่อนด้วย AI นี้ ได้รับเสียงตอบรับเป็นอย่างดี ด้วยความก้าวหน้าของดิจิทัล เทคโนโลยีสารสนเทศ และเทคโนโลยี AI บุคลากรทางการแพทย์จึงไม่จำเป็นต้องประมวลและแปรผลภาพโดยตรงอีกต่อไป และยังช่วยลดระยะเวลาในการฝึกอบรมให้กับพยาบาลผดุงครรภ์จากหลายสัปดาห์เหลือเพียงไม่กี่ชั่วโมง โดยไม่ส่งผลกระทบต่อความมั่นใจในการคัดกรองผู้ป่วย ในขณะเดียวกัน มารดาที่ตั้งครรภ์เองก็สามารถติดตามพัฒนาการของทารกในครรภ์ได้ และหากพบความผิดปกติ ผู้ป่วยจะถูกส่งต่อไปยังผู้เชี่ยวชาญเฉพาะทางเพื่อทำการตรวจเพิ่มเติม

“หนึ่งชีวิตที่สูญเสีย คือความสูญเสียที่มากเกินแล้ว” ดร. เบียทริซ มูราเก ผู้อำนวยด้านความยั่งยืนและการเข้าถึงระบบสาธารณสุข ฟิลิปส์ โกลบอล ได้กล่าวในระหว่างการให้สัมภาษณ์นิตยสาร TIME ฉบับพิเศษเกี่ยวกับอนาคตของระบบสาธารณสุข เครื่องอัลตราซาวด์แบบพกพาที่ขับเคลื่อนด้วยโซลูชัน AI  ใหม่นี้มีศักยภาพที่จะปฏิวัติวงการอัลตราซาวด์ ช่วยลดช่องว่างด้านการดูแลสุขภาพของมารดาในประเทศเคนยาได้อย่างมีนัยสำคัญ ทั้งนี้ ดร. เบียทริซ มูราเก และ ดร. นิดี ลีคา นักรังสีวิทยาจากมหาวิทยาลัย Aga Khan University ในประเทศเคนยา ซึ่งเป็นพันธมิตรทางคลินิกคนสำคัญของฟิลิปส์มีบทบาทสำคัญในการผลักดันและเพิ่มโอกาสการเข้าถึงระบบสาธารณสุขให้กับผู้หญิงทั่วโลก

โซลูชันใหม่ที่ขับเคลื่อนด้วย AI ช่วยคัดกรองความเสี่ยง

องค์การอนามัยโลก แนะนำให้หญิงตั้งครรภ์เข้ารับการตรวจอัลตราซาวด์อย่างน้อยหนึ่งครั้งก่อนอายุครรภ์ครบ 24 สัปดาห์ เพื่อประเมินอายุครรภ์และตรวจหาความผิดปกติของทารกในครรภ์ ซึ่งจะช่วยเสริมสร้างความมั่นใจมากยิ่งขึ้น ด้วยความสามารถของเทคโนโลยี AI ที่พัฒนาขึ้นเพื่อแปลผลข้อมูลภาพจากเครื่องอัลตราซาวด์ Philips Lumify จะช่วยให้บุคลากรทางการแพทย์สามารถระบุการตั้งครรภ์ที่มีความเสี่ยงสูงได้ เพื่อสนับสนุนการตัดสินใจในการส่งต่อผู้ป่วยต่อไป และยังช่วยเสริมความมั่นใจให้แก่มารดาที่ตั้งครรภ์ในการตัดสินใจเลือกแนวทางการดูแลสุขภาพที่เหมาะสมกับตนเองด้วยเช่นกัน

เดนิลสัน ฮิรากิ คุราโทมิ ผู้อำนวยการฝ่ายธุรกิจอัลตราซาวด์ ฟิลิปส์ ประจำภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก กล่าวว่า “อัลตราซาวด์เป็นเครื่องมือสำคัญในการตรวจคัดกรองการตั้งครรภ์ แต่การฝึกอบรมการใช้งานเพื่อให้สามารถแปลผลได้อย่างถูกต้องก็เป็นสิ่งจำเป็นไม่แพ้กัน นอกจากโครงการนำร่องที่ฟิลิปส์ โกลบอลได้ดำเนินการแล้ว ฟิลิปส์ ในระดับภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกยังให้การสนับสนุนบุคลากรทางการแพทย์ในภูมิภาคในการตรวจคัดกรองความเสี่ยงการตั้งครรภ์ตั้งแต่ระยะเริ่มต้น โดยมีเป้าหมายเพื่อลดอัตราการเสียชีวิตของมารดา และการนำนวัตกรรมใหม่เข้าสู่ตลาด เรามั่นใจว่าจะมาช่วยยกระดับการเข้าถึงระบบสาธารณสุขของมารดา โดยเฉพาะอย่างยิ่งในชุมชนชนบทและพื้นที่ห่างไกลทั่วทั้งภูมิภาค”

สามารถเยี่ยมชมและติดตามข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับฟิลิปส์ อัลตร้าซาวด์ได้ที่เว็บไซต์ Philips Ultrasound

วิโรจน์ วิทยาเวโรจน์

วิโรจน์ วิทยาเวโรจน์

ดร.เบียทริซ มูราเก

ดร.เบียทริซ มูราเก

เดนิลสัน ฮิรากิ คุราโทมิ

เดนิลสัน ฮิรากิ คุราโทมิ

RIMOWA จับมือศิลปินไทย ‘ก้องกาน’ ปิดตัวสติกเกอร์ไลน์ฉลองสงกรานต์ลิมิเต็ดอิดิชั่น

RIMOWA จับมือศิลปินไทย ‘ก้องกาน’  ปิดตัวสติกเกอร์ไลน์ฉลองสงกรานต์ลิมิเต็ดอิดิชั่น

RIMOWA จับมือศิลปินไทย ‘ก้องกาน’ ปิดตัวสติกเกอร์ไลน์ฉลองสงกรานต์ลิมิเต็ดอิดิชั่น

วันพฤหัสบดี ที่ 10 เมษายน พ.ศ. 2568, 06.05 น.

เมซงสัญชาติเยอรมัน RIMOWA ร่วมเฉลิมฉลองเทศกาลสงกรานต์  เปิดพื้นที่ให้ศิลปินและนักออกแบบชาวไทย “ก้องกาน” กันตภณ เมธีกุล  ได้แสดงออกถึงความคิดสร้างสรรค์ผ่านสติกเกอร์ไลน์ ลิมิเต็ดเอดิชัน ที่เต็มไปด้วยสีสันและจินตนาการ ถ่ายทอดจิตวิญญาณแห่งการเดินทางในแบบฉบับของ RIMOWA  กับดีไซน์สุดครีเอทีฟทั้ง 8 แบบ ซึ่งผสานความสนุกของการเดินทางเข้ากับศิลปะได้อย่างลงตัว โดยมีไอเทมซิกเนเจอร์ของแบรนด์ อาทิ กระเป๋ารุ่น Original Bag กระเป๋าเดินทางรุ่น Original Cabin และ กระเป๋ารุ่น Never Still Flap Backpack ปรากฏอยู่ในลวดลายอย่างโดดเด่น

ด้วยการผสมผสานอย่างลงตัว ระหว่างศิลปะร่วมสมัยกับการเดินทางอันเปี่ยมไปด้วยความหมายที่ RIMOWA ยึดมั่น   สติกเกอร์แต่ละชิ้นจึงช่วยเติมความสนุกสนานให้กับทุกการสนทนา ผู้ใช้งานสามารถถ่ายทอดอารมณ์และปฏิกิริยาต่างๆ ได้อย่างมีชีวิตชีวา พร้อมทั้งตอบโต้ข้อความได้อย่างรวดเร็วและสนุกสนานในสไตล์ที่เป็นตัวเองยิ่งขึ้น

ก้องกาน – กันตภณ เมธีกุล

ก้องกาน กล่าวถึงแรงบันดาลใจที่อยู่เบื้องหลังผลงานที่สร้างสรรค์ร่วมกับ RIMOWA ว่า “สำหรับผม โปรเจกต์นี้สะท้อนถึงแก่นแท้ของการเดินทางที่มีความหมาย การได้สัมผัสกับสิ่งใหม่ๆที่เติมเต็มชีวิต สิ่งเหล่านั้นคอยจุดประกายแรงบันดาลใจและชวนให้นึกถึงช่วงเวลาแห่งการพักผ่อน ตัวละครที่หลากหลายเหล่านี้จะช่วยถ่ายทอดบรรยากาศแห่งความสนุกสนานในช่วงเทศกาลสงกรานต์ และการผจญภัยระหว่างการเดินทางได้อย่างลงตัว”

ก้องกาน ปัจจุบันอาศัยและทำงานอยู่ที่กรุงเทพฯ หลังจากสำเร็จการศึกษาจากมหาวิทยาลัยศิลปากร เขาได้ย้ายไปยังนครนิวยอร์กเพื่อศึกษาต่อด้านศิลปะที่ School of Visual Arts (SVA) และทำงานในแผนกครีเอทีฟของเอเจนซี่โฆษณาต่างๆ เป็นเวลา 3 ปี ในช่วงเวลาว่าง เขาได้สร้างสรรค์งานศิลปะบนท้องถนนและภาพประกอบที่สะท้อนแนวคิดเกี่ยวกับการเดินทางข้ามกาลเวลาและพื้นที่กลับสู่บ้านเกิด ผลงานชุดนี้ที่เขาตั้งชื่อว่า Teleport Art ได้รับความสนใจอย่างมากในแวดวงศิลปะสตรีทของนิวยอร์ก และต่อมาในกรุงเทพฯ องค์ประกอบเรื่องเวลาเป็นแนวคิดหลักในผลงานจิตรกรรมของก้องกาน ที่นำเสนอภาพเหนือจริงบนผืนผ้าใบ ซึ่งเต็มไปด้วยตัวละครมนุษย์ที่วาดด้วยเส้นสายเรียบง่ายสไตล์กราฟิก โดยผ่านการนำเสนอภาพของยุคปัจจุบันในหลากหลายมุมมอง หรือการตีความอดีตใหม่ ศิลปินได้สร้างโลกคู่ขนานอันแปลกใหม่ขึ้นในผลงานของเขา

สัมผัสความสนุกสนานแห่งเทศกาลสงกรานต์และการเดินทาง ผ่านสติกเกอร์ไลน์สุดพิเศษ RIMOWA Songkran ที่ออกแบบโดยศิลปินชาวไทย ก้องกาน สามารถดาวน์โหลดได้แล้ววันนี้ ผ่าน LINE Official Account โดยการพิมพ์ @RIMOWA_TH หรือคลิกลิ้งก์ https://line.me/S/sticker/34076 สติกเกอร์มีจำนวนจำกัด!

ติดตามข่าวสารและเข้าถึงข้อมูลคอลเลกชั่นและสินค้าใหม่ ด้วยการเป็นเพื่อนกับ RIMOWA ผ่านช่องทาง LINE Official Account ด้วยการพิมพ์ @RIMOWA_TH หรือสามารถคลิกได้ที่ลิ้งก์นี้ https://lin.ee/sd16YMC

ระวัง !! ปวดหลัง แค่ไม่ใช่ปวดหลัง อาจเสี่ยงเนื้องอกกระดูกสันหลัง

ระวัง !! ปวดหลัง แค่ไม่ใช่ปวดหลัง อาจเสี่ยงเนื้องอกกระดูกสันหลัง

ระวัง !! ปวดหลัง แค่ไม่ใช่ปวดหลัง อาจเสี่ยงเนื้องอกกระดูกสันหลัง

วันพฤหัสบดี ที่ 10 เมษายน พ.ศ. 2568, 06.05 น.

เนื้องอกกระดูกสันหลัง คือก้อนของเซลล์ที่ผิดปกติ ที่อยู่ภายในกระดูกสันหลัง หรือ รอบๆกระดูกสันหลัง เซลล์ที่ผิดปกตินี้แบ่งตัวอย่างเหนือการควบคุมของร่างกาย เนื้องอกกระดูกสันหลังแบ่งเป็นชนิดเนื้อดีและเนื้อร้าย สามารถแบ่งชนิดตามต้นกำเนิดได้เป็นเนื้องอกปฐมภูมิ คือเนื้องอกที่มีต้นกำเนิดจากกระดูกสันหลัง หรือไขสันหลัง และเนื้องอกทุติยภูมิคือเนื้องอกที่มีต้นกำเนิดจากมะเร็งที่ตำแหน่งอื่น แล้วแพร่กระจายมาที่กระดูกสันหลัง

ผศ.พญ. กัณฐิกา วศินพงศ์วณิช แพทย์ชำนาญการด้านกระดูกสันหลัง สถาบันกระดูกสันหลัง (Bumrungrad Spine Institute ให้ข้อมูลว่า เนื้องอกกระดูกสันหลังเป็นโรคที่พบได้น้อยมาก เมื่อเทียบกับโรคกระดูกสันหลังชนิดอื่นๆ โดยปกติแล้วเนื้องอกกระดูกสันหลังจะโตอย่างช้าๆ ทำให้ผู้ป่วยส่วนใหญ่มีอาการหลายอย่างรวมกัน และปวดหลัง คืออาการหนึ่งที่พบได้

อาการเนื้องอกกระดูกสันหลัง ผู้ป่วยสามารถแสดงอาการได้หลายแบบ ขึ้นกับขนาดและตำแหน่งของเนื้องอก ดังนี้  ปวดกลางหลังทั่วๆ ไป / ปวดมากตอนกลางคืน, เดินผิดปกติ / สูญเสียการทรงตัว หรือ หกล้มบ่อยๆ, ชา / อ่อนแรง / รู้สึกเสียวที่แขนหรือขา หรือบริเวณลำตัว, เดินลำบากในที่มืด, ควบคุมการอุจจาระ ปัสสาวะไม่ได้, กล้ามเนื้ออ่อนแรง,กระดูกสันหลังคด

อย่างไรก็ตาม เนื้องอกมีโอกาสเกิดได้ในคนทุกคน แต่อุบัติการณ์เกิดต่ำมาก นักวิจัยยังไม่ทราบสาเหตุที่แน่ชัดของการเกิดเนื้องอกกระดูกสันหลัง อาจจะเกิดจากไวรัส ยีนที่บกพร่อง การสัมผัสสารเคมี หรือสารพิษบางชนิด และภาวะบกพร่องของภูมิคุ้มกัน

การตรวจเพื่อวินิจฉัย แพทย์จะวินิจฉัยจาก ประวัติผู้ป่วยและอาการ การตรวจร่างกาย โดยประเมินกำลังของกล้ามเนื้อ การเคลื่อนไหวและการควบคุมการเคลื่อนไหว การทรงตัว การรับรู้ที่ผิวหนัง รีเฟล็กซ์  หรือ เอ็กซเรย์ จะมองเห็นโครงสร้างที่เป็นกระดูกชัด แต่ไม่สามารถเห็นโครงสร้างที่เป็นเนื้อเยื่ออื่น ดังนั้น จึงไม่เห็นเนื้องอกโดยตรง ขณะที่ เอ็กซเรย์คลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า หรือ MRI เป็นเครื่องมือสำคัญในการวินิจฉัย เนื้องอกกระดูกสันหลัง ในผู้ป่วยบางรายอาจจะต้องทำการฉีดสีเพื่อให้แยกชนิด หรือขอบเขตของเนื้องอกได้ชัดเจนมากขึ้น  ส่วนวิธี Positron emission tomography (PET SCAN) เป็นการตรวจการทำงานของเซลล์ทั้งร่างกาย ใช้สำหรับดูว่าเนื้องอกมีการกระจายไปที่ตำแหน่งใดบ้างในร่างกาย

เมื่อไหร่ควรมาพบแพทย์ เมื่อสูญเสียการทรงตัวหรือหกล้มบ่อยๆ สังเกตุว่าเดินลำบาก ก้าวขาลำบาก เนื่องจากเกร็งหรือปวด มีภาวะกล้ามเนื้อขาเกร็ง เสียวขา ชาขาหรือลำตัว ปวดหลัง โดยเฉพาะปวดมากเวลานอนหงาย หรือปวดมากตอนกลางคืน ควบคุมการอุจจาระ หรือปัสสาวะไม่ได้

 อย่างไรก็ตาม หากมีอาการปวดหลังอย่าเพิ่งด่วนสรุปว่า เป็นเนื้องอกกระดูกสันหลัง แนะนำให้มาพบแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ เพื่อได้รับการตรวจวินิจฉัยและการรักษาที่ถูกต้องได้อย่างทันท่วงที เนื่องจากปวดหลังมีสาเหตุได้จากหลายอย่าง และโรคเนื้องอกกระดูกสันหลังกลับเป็นสาเหตุพบได้น้อย ปวดหลังทั่วๆ ไปอาจจะค่อยๆ ดีขึ้น ในขณะที่เนื้องอกกระดูกสันหลังมักปวดกลับมาเป็นซ้ำ ปวดตลอดเวลา หรืออาการปวดแย่ลงเรื่อยๆ

เอาใจสายช้อป Amaze Super App รวมพอยท์ทุกที่มาใช้จ่ายแทนเงินสดได้ทันที

เอาใจสายช้อป Amaze Super App รวมพอยท์ทุกที่มาใช้จ่ายแทนเงินสดได้ทันที

เอาใจสายช้อป Amaze Super App รวมพอยท์ทุกที่มาใช้จ่ายแทนเงินสดได้ทันที

วันพฤหัสบดี ที่ 10 เมษายน พ.ศ. 2568, 06.00 น.

ครั้งแรกในไทย กับการรวมพอยท์จากบัตรเครดิตชั้นนำและทุกโปรแกรมสมาชิกในเครือซีพี มาใช้จ่าย แทนเงินสดได้ผ่าน อเมซ ซูเปอร์แอป (Amaze Super App) แอปช้อปปิ้งใหม่จากเครือซีพี พร้อมมอบสิทธิประโยชน์พิเศษสำหรับสมาชิกใหม่มูลค่ารวมกว่า 10,000 บาท เปิดมิติใหม่ของการสะสมพอยท์ที่ช่วยให้คนไทยใช้พอยท์คุ้มค่า กว่าเดิม ด้วยการรวมพอยท์จาก ALL POINT, My Lotus’s, Makro PRO POINT, True Point รวมถึง
พอยท์จากบัตรเครดิต ชั้นนำ ไม่ว่าจะเป็น KrungSri, FirstChoice, POINTX, UOB, BBL, GSB และ KBank เพื่อให้ผู้ใช้อเมซ ซูเปอร์แอป สามารถรวมพอยท์ทั้งหมดไว้ในกระเป๋าพอยท์เดียว ใช้แทนเงินสดได้สะดวกและคุ้มค่ายิ่งขึ้น โดยไม่ต้องกังวลเรื่องพอยท์ กระจัดกระจายหรือหมดอายุอีกต่อไป

ดร.สรินทิพย์ สถิตย์เสถียร กรรมการผู้จัดการ Amaze Super App บริษัท แอสเซนด์ คอมเมิร์ซ จำกัด กล่าวว่า “อเมซ ซูเปอร์แอป จากเครือซีพี องค์กรที่กำลังมุ่งสู่ความเป็นผู้นำด้านเทคโนโลยี (Tech Enabler) เรามุ่งมั่นที่จะปฏิวัติการใช้พอยท์และพลิกโฉมการช้อปของคนไทย ลูกค้าสามารถใช้ อเมซ ซูเปอร์แอปรวบรวมพอยท์จากบัตรเครดิตชั้นนำและทุกโปรแกรมสมาชิกในเครือซีพีมาไว้ในแอปเดียว เปรียบเสมือนเปิดกระเป๋าตังค์
ใบที่ 2 ให้สามารถรวมและใช้พอยท์จ่ายแทนเงินสดได้ง่ายขึ้น สามารถเช็คจำนวนพอยท์จากบัตรเครดิตและทุกโปรแกรม สมาชิกที่เข้าร่วม ใช้พอยท์จ่ายแทนเงินสดได้ทั้งตะกร้า อเมซ ซูเปอร์แอป จะช่วยเปลี่ยนพอยท์ ที่เคยถูกลืม ให้มีมูลค่าจริง ใช้จ่ายแทนเงินสดได้ในชีวิตประจำวัน หมดปัญหาการสะสมพอยท์แบบกระจัดกระจาย รวมถึงการพลาดโอกาสจากพอยท์ หมดอายุ เรามั่นใจว่าอเมซ ซูเปอร์แอป จะสร้างประสบการณ์ที่ไม่เหมือนใคร ช่วยให้การใช้พอยท์มีประสิทธิภาพสูงสุด และตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ของคนไทยในยุคดิจิทัลอย่างแน่นอน”

ผู้ใช้สามารถรวมพอยท์มาเป็นอเมซพอยท์ เพื่อซื้อสินค้าที่ 7-Eleven และ Lotus’s พร้อมบริการจัดส่งรวดเร็วภายใน 1-3 ชั่วโมง ส่งตรงจากสาขาใกล้บ้าน และใช้ช้อปสินค้าแบรนด์ดังพร้อมรับประกันของแท้ 100% จากอเมซมอลล์ (Amaze Mall) ที่มีให้เลือกมากกว่า 500 ร้านค้า

นอกจากนี้ ในฐานะที่เป็นหนึ่งในธุรกิจของเครือซีพี อเมซ ซูเปอร์แอป ได้พัฒนาระบบด้วยมาตรฐานความปลอดภัย ระดับสากล ทั้งการยืนยันตัวตนที่รัดกุม และการเชื่อมต่อระบบแบบไร้รอยต่อกับ
พาร์ทเนอร์ชั้นนำอย่าง 7-Eleven และ Lotus’sทำให้ผู้ใช้สามารถมั่นใจได้ว่าทุกธุรกรรมบนแพลตฟอร์มมีความปลอดภัยสูงสุด อเมซยังมีนโยบายการคุ้มครอง ข้อมูลส่วนบุคคลที่เข้มงวด โดยข้อมูลทั้งหมดจะถูกเก็บรักษาตามมาตรฐานสากลและ พ.ร.บ.คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล ตอกย้ำความมุ่งมั่นในการพัฒนานวัตกรรมดิจิทัลที่ตอบโจทย์การใช้ชีวิตของคนไทย พร้อมสร้างอีโคซิสเต็ม ทางธุรกิจที่แข็งแกร่งผ่านความร่วมมือกับพันธมิตรชั้นนำระดับประเทศ

ทั้งนี้ อเมซมอลล์ เป็นแพลตฟอร์มช้อปปิ้งออนไลน์ รวมสินค้าจาก 500 แบรนด์ชั้นนำ การันตีสินค้าแท้ 100% พร้อมราคาสุดคุ้ม เพื่อมอบประสบการณ์ช้อปปิ้งที่ดีที่สุดให้กับผู้บริโภค โดยผู้ซื้อสามารถรวมพอยท์บัตรเครดิต และทุกโปรแกรมสมาชิกที่เข้าร่วม แปลงเป็นอเมซพอยท์เพื่อใช้แทนเงินสดชำระค่าสินค้าได้สูงสุดทั้งตะกร้า เพิ่มความคุ้มค่า และความสนุกให้กับการช้อปปิ้ง อีกทั้งยังสนับสนุนร้านค้าด้วยแผนการตลาดและแคมเปญ ต่างๆ เพื่อช่วยให้ร้านค้าขยายฐานลูกค้าและสร้างยอดขายได้อย่างต่อเนื่อง เช่น Amaze Mall Day ทุบราคาท้าช้อปทุกวันพุธ ด้วยราคาพิเศษสุดและให้พอยท์คืน (Pointback) สูงสุดถึง 15% และดีลสุดพิเศษจากแต่ละแบรนด์ เพื่อให้ทั้งร้านค้าและลูกค้าได้รับประสบการณ์ที่ดีที่สุด

สามารถดาวน์โหลดอเมซและสมัครสมาชิกได้แล้ววันนี้ทั้งบนระบบ iOS และ Android เพียงค้นหา “Amaze Super App” ลิงก์ดาวน์โหลด: https://amazeshop.onelink.me/21uQ/d7ewyfsn ดูข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ www.amaze.shop/th/