โก โฮลเซลล์ นำทีมวิศวกรตรวจสอบอาคารสาขาทุกแห่ง ขานรับภาครัฐ ตรวจเช็คเข้มข้น เพื่อความปลอดภัยสูงสุด

โก โฮลเซลล์ นำทีมวิศวกรตรวจสอบอาคารสาขาทุกแห่ง ขานรับภาครัฐ ตรวจเช็คเข้มข้น เพื่อความปลอดภัยสูงสุด

โก โฮลเซลล์ นำทีมวิศวกรตรวจสอบอาคารสาขาทุกแห่ง ขานรับภาครัฐ ตรวจเช็คเข้มข้น เพื่อความปลอดภัยสูงสุด

วันศุกร์ ที่ 4 เมษายน พ.ศ. 2568, 09.18 น.

โก โฮลเซลล์ ย้ำความมั่นใจ เดินหน้านำทีมวิศวกรตรวจสอบอาคารสาขาทุกแห่ง ขานรับภาครัฐ ตรวจเช็คเข้มข้น เพื่อความปลอดภัยสูงสุด

โก โฮลเซลล์ (GO WHOLESALE) ศูนย์ค้าส่งวัตถุดิบอาหาร ที่มีความสดใหม่ตลอดเวลาเพื่อผู้ประกอบการ ภายใต้การดำเนินงานของ บริษัท เซ็นทรัล ฟู้ด โฮลเซลล์ จำกัด ในเครือเซ็นทรัล รีเทล ขานรับนโยบายภาครัฐในการดำเนินการตรวจสอบสภาพอาคารของสาขา ด้านโครงสร้างและอุปกรณ์ประกอบต่างๆ  เพื่อสร้างความมั่นใจให้กับพี่น้องประชาชน และลูกค้าที่เข้ามาใช้บริการ โดยล่าสุด ได้นำทีมวิศวกรจากบริษัทที่มีความเชี่ยวชาญ เข้าตรวจสอบอาคารสาขา โก โฮลเซลล์ อีกครั้ง หลังจากเกิดเหตุแผ่นดินไหวในประเทศเมียนมาและส่งผลให้เกิดแรงสั่นสะเทือนอย่างรุนแรงมาถึงประเทศไทย โดยเฉพาะในพื้นที่กรุงเทพและปริมณฑล เมื่อวันที่ 28 มีนาคมที่ผ่านมา ซึ่ง โก โฮลเซลล์ ได้นำทีมวิศวกรภายในเข้าตรวจสอบความปลอดภัยหลังเกิดเหตุการณ์ไปครั้งหนึ่งแล้ว

ทั้งนี้ เพื่อสร้างความมั่นใจให้แก่ลูกค้าสมาชิก ทีมวิศวกรและผู้เชี่ยวชาญจากบริษัทภายนอก (Third Party) ได้ร่วมตรวจสอบโครงสร้างอาคารของสาขาต่างๆ อย่างละเอียด และได้รับการยืนยันว่า โครงสร้างอาคารของ โก โฮลเซลล์ ทุกสาขา ไม่ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์ดังกล่าวแต่อย่างใด อาคารมีความแข็งแรงปลอดภัย สามารถใช้งานได้ตามปกติ พร้อมตั้งทีมผู้ชำนาญการ บริหารจัดการและตรวจสอบ เพื่อให้มั่นใจว่า แผนงานด้านความปลอดภัยตามนโยบายของบริษัท ได้รับการปฏิบัติอย่างเคร่งครัดและต่อเนื่อง

-(016)

ตำนานบทใหม่‘อมัน นายเลิศ กรุงเทพ’พร้อมต้อนรับผู้มาเยือนจากทุกมุมโลก

ตำนานบทใหม่‘อมัน นายเลิศ กรุงเทพ’พร้อมต้อนรับผู้มาเยือนจากทุกมุมโลก

ตำนานบทใหม่‘อมัน นายเลิศ กรุงเทพ’พร้อมต้อนรับผู้มาเยือนจากทุกมุมโลก

วันศุกร์ ที่ 4 เมษายน พ.ศ. 2568, 06.45 น.

สืบสานความสำเร็จจาก อมัน โตเกียว (Aman Tokyo) และ อมัน นิวยอร์ก (Aman New York) วันนี้อมัน นายเลิศ กรุงเทพ (Aman Nai Lert Bangkok) พร้อมเปิดต้อนรับแขกผู้มาเยือนแล้ว เออร์บันแซงชัวรี แห่งใหม่ใจกลางเมืองจากอมัน ผสานคำมั่นสัญญาที่จะมอบความสุขสงบอันเป็นเอกลักษณ์เฉพาะของแบรนด์เข้ากับจังหวะชีวิตอันมีสีสันของกรุงเทพฯ อมัน นายเลิศ กรุงเทพ ตั้งอยู่ท่ามกลางสวนสวยอันร่มรื่นในอาณาบริเวณของปาร์คนายเลิศ การเปิดต้อนรับซึ่งเป็นที่เฝ้ารอครั้งนี้ ถือเป็นการกลับคืนสู่ประเทศไทยอีกครั้ง กับที่พักแห่งที่สองของอมัน ต่อจากอมันปุรี ที่เป็นจุดเริ่มต้นแห่งตำนานเมื่อกว่า 37 ปีที่แล้ว

ปาร์คนายเลิศ เปรียบเสมือนมรกตอันงดงามซึ่งแวดล้อมด้วยพรรณไม้ที่เขียวชอุ่มและใกล้สถานทูตสำคัญหลายแห่งในกรุงเทพฯ เป็นพื้นที่สีเขียวแห่งความสงบร่มเย็น ทว่าตั้งอยู่ในทำเลที่เปิดโอกาสให้สัมผัสเสน่ห์ของกรุงเทพฯ ได้อย่างเต็มรูปแบบสถานที่อันเป็นตำนานแห่งนี้เป็นมรดกของตระกูลนายเลิศซึ่งมีชื่อเสียงและประวัติยาวนานนับตั้งแต่ปี 2458 วันนี้คือ บ้านหลังใหม่ของ อมัน นายเลิศ กรุงเทพ อาคารสูง 36 ชั้น ประกอบด้วยห้องสวีท 52 ห้อง และเรสซิเดนซ์ภายใต้แบรนด์อมัน 34 ยูนิต รวมถึง อมัน คลับ (Aman Club) คลับระดับโลก อมัน สปา แอนด์ เวลเนส (Aman Spa and Wellness) ซึ่งครอบคลุมพื้นที่กว่า 1,500 ตารางเมตร ตลอดจนห้องอาหารและสถานที่รับรองพบปะสังสรรค์อย่างครบครัน

มร.วลาด โดโรนิน (Vlad Doronin) ประธาน และประธานเจ้าหน้าที่บริหารของ อมัน กรุ๊ป กล่าวถึงช่วงเวลาสำคัญนี้ว่า “การเปิดตัว อมัน นายเลิศ กรุงเทพ ถือเป็นก้าวสำคัญในการขยายแบรนด์อมันไปสู่มหานครระดับโลกที่เปี่ยมไปด้วยพลังและประวัติศาสตร์ ด้วยความร่วมมืออย่างใกล้ชิดกับตระกูลนายเลิศ เราได้รังสรรค์ โรงแรม คลับ และเรสซิเดนซ์ภายใต้แบรนด์อมัน ซึ่งสะท้อนทั้งมรดกทางวัฒนธรรมของไทยและจิตวิญญาณแห่งอมันอย่างแท้จริง ด้วยความเป็นส่วนตัว ความประณีตในรายละเอียด ทำเลที่ยอดเยี่ยม สิ่งอำนวยความสะดวกอันครบครัน และการบริการอันเป็นเลิศ ซึ่งเป็นหัวใจของไลฟ์สไตล์ในแบบฉบับของอมัน อมัน นายเลิศ กรุงเทพ จึงเป็นอีกหนึ่งบทสำคัญในการยกระดับนิยามของการบริการลักชัวรีในกรุงเทพฯ สู่บทใหม่ที่สง่างามยิ่งกว่าเคย”

การออกแบบของโรงแรมได้รับแรงบันดาลใจอย่างลึกซึ้งจากบริบททางวัฒนธรรมของสถานที่ ตั้งแต่พื้นที่ แสงธรรมชาติไปจนถึงความเชื่อมโยงกับธรรมชาติ ทั้งหมดถูกรังสรรค์ขึ้นเพื่อสร้างบรรยากาศแห่งการพักผ่อนที่เหนือกาลเวลาและร่วมสมัย มรดกทางประวัติศาสตร์ของสถานที่คือแรงบันดาลใจสำคัญ ไม่ว่าจะเป็น บ้านปาร์คนายเลิศ อายุกว่าร้อยปี ที่สร้างโดย พระยาภักดีนรเศรษฐ หรือ “นายเลิศ” นักธุรกิจ ผู้บุกเบิกที่มีวิสัยทัศน์กว้างไกลซึ่งมีบทบาทสำคัญในการสร้างกรุงเทพฯ ยุคใหม่ เมื่อหลอมรวมเข้ากับแนวคิดของอมันที่เน้นความเอ็กซ์คลูซีฟ ความเป็นส่วนตัว และการออกแบบ ที่กลมกลืน อมัน นายเลิศ กรุงเทพ แห่งนี้ จึงเป็นนิยามใหม่ที่เติมเต็มการบริการที่ประณีตเหนือระดับให้กับกรุงเทพฯ

งานศิลปะพื้นเมืองเป็นองค์ประกอบหลักของสุนทรียศาสตร์ ผ่านผลงานเฉพาะที่สร้างสรรค์พิเศษร่วมกับศิลปินเปี่ยมฝีมือชาวไทย บริเวณชั้น 9 ประติมากรรมต้นไม้สูงตระหง่าน 12 เมตรอันโดดเด่น ซึ่งได้รับแรงบันดาลใจจากต้นจามจุรีอายุร่วมศตวรรษของปาร์คนายเลิศ ทอดตัวผ่านโถงสูงสามชั้น ประดับด้วยใบไม้สีทองอร่าม 6,000 ใบ ที่ไล่จากเฉดทองสู่ดำอย่างวิจิตร ล็อบบี้จัดแสดงผลงานศิลป์จากลูกข่างเซรามิกจำนวน 3,000 ชิ้น จัดเรียงเป็นเลขหนึ่งไทย “๑” ซึ่งเป็นสัญลักษณ์ที่สื่อถึงความเป็นหนึ่งและความเป็นผู้บุกเบิกของนายเลิศ

อมัน นายเลิศ กรุงเทพ รังสรรค์กิจกรรมเชิงวัฒนธรรมและประสบการณ์พิเศษที่สะท้อนความงดงามของมรดกไทยอย่างลึกซึ้ง ไม่ว่าจะเป็นการรับประทานอาหารไทยต้นตำรับแบบเป็นส่วนตัว ณ บ้านปาร์คนายเลิศ หรือการสักการะสิ่งศักดิ์สิทธิ์ในกรุงเทพฯ โดยรถตุ๊กตุ๊กส่วนตัว ทุกประสบการณ์ได้รับการออกแบบเฉพาะเพื่อสะท้อนเสน่ห์ที่แท้จริงของกรุงเทพฯ โดยร้อยเรียงศิลปะ ประเพณี และอาหารไทยเข้าด้วยกันอย่างประณีตเพื่อนำเสนอความงดงามหลากมิติในรูปแบบที่ไม่เหมือนใคร

การเปิดตัว อมัน นายเลิศ กรุงเทพ ถือเป็นก้าวสำคัญสำหรับการขยายธุรกิจทั่วโลกของอมัน โดยเป็นส่วนหนึ่งของแผนพัฒนาที่พักหลากหลายแห่ง ไม่ว่าจะเป็นในเมืองใหญ่ที่เปี่ยมชีวิตชีวา หรือในสถานที่นอกเมืองที่เต็มไปด้วยความสงบซึ่งนอกจากจะช่วยเสริมสร้างความแข็งแกร่งของอมันในภูมิภาคนี้แล้ว ยังถือเป็นจุดเริ่มต้นการเดินทางอันสมบูรณ์แบบ ไปยังโรงแรมในเครือ Aman ทั่วเอเชียและนานาประเทศ

อมัน นายเลิศ กรุงเทพ ขอแสดงความห่วงใยต่อผู้ที่ได้รับผลกระทบจากเหตุแผ่นดินไหวในประเทศเมียนมา เมื่อวันศุกร์ที่ 28 มีนาคม ที่ผ่านมา โดยทางโรงแรมมุ่งมั่นให้การสนับสนุนความช่วยเหลือโดยการบริจาครายได้ส่วนหนึ่งจากการเข้าพักตลอดเดือนเมษายน ให้แก่องค์กรการกุศลที่ให้ความช่วยเหลือผู้ที่ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์ดังกล่าว

สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม และสำรองห้องพักได้ที่ https://www.aman.com/hotels/aman-nai-lert-bangkok ห้องอาหารและสปา ขอสงวนสิทธิ์สำหรับการสำรองล่วงหน้า โทร. +66 (0) 2 035 1111

‘จองแฮอิน’นั่งแท่น Global Ambassador ของ Dolce&Gabbana

‘จองแฮอิน’นั่งแท่น Global Ambassador ของ Dolce&Gabbana

‘จองแฮอิน’นั่งแท่น Global Ambassador ของ Dolce&Gabbana

วันศุกร์ ที่ 4 เมษายน พ.ศ. 2568, 06.12 น.

Dolce&Gabbana ต้อนรับนักแสดงชาวเกาหลีใต้ จองแฮอิน ในฐานะ Global Ambassador คนใหม่ของแบรนด์ ด้วยเสน่ห์อันเป็นเอกลักษณ์และพรสวรรค์ทางการแสดงที่โดดเด่น จองแฮอินสามารถสะกดใจผู้ชมทั่วโลกด้วยการปรากฏตัวบนจอที่เปี่ยมไปด้วยพลัง

หลังจากปรากฏตัวครั้งแรกในมิลาน ณ Dolce&Gabbana Men’s Fashion Show ล่าสุด นักแสดงหนุ่มได้สร้างความประทับใจให้กับผู้ร่วมงานด้วยเสน่ห์และสไตล์อันมีระดับของเขา นับเป็นจุดเริ่มต้นของความร่วมมือที่น่าจับตามองและเต็มไปด้วยศักยภาพอันเต็มเปี่ยม

ในภาพแคมเปญที่จัดทำขึ้นเพื่อเฉลิมฉลองบทบาทใหม่นี้ จองแฮอินได้นำเสนอคอลเลคชั่นSpring/Summer 2025 ของ Dolce&Gabbana ถ่ายทอดความสง่างามและงานฝีมืออันประณีต ซึ่งเป็นหัวใจสำคัญของเอกลักษณ์แบรนด์

จองแฮอิน กล่าวว่า “ผมรู้สึกตื่นเต้นมากที่ได้เป็นส่วนหนึ่งของครอบครัว Dolce&Gabbana และตั้งตารอคอยการเดินทางครั้งใหม่นี้ รวมถึงพลังแห่งการสร้างสรรค์ที่เราจะได้ร่วมกัน”

บีชโปโลการกุศลบนชายหาดหัวหิน รายได้มอบให้‘โครงการกําลังใจ’ในพระดำริ

บีชโปโลการกุศลบนชายหาดหัวหิน รายได้มอบให้‘โครงการกําลังใจ’ในพระดำริ

บีชโปโลการกุศลบนชายหาดหัวหิน รายได้มอบให้‘โครงการกําลังใจ’ในพระดำริ

วันศุกร์ ที่ 4 เมษายน พ.ศ. 2568, 06.00 น.

ปิดฉากลงอย่างตื่นเต้นและสนุกสนาน สำหรับงานแข่งขันขี่ม้าโปโลบนชายหาดการกุศลระดับทวีปเอเชีย รายการ “อินเตอร์คอนติเนนตัล – บี.กริม บีช โปโล 2025” (InterContinental – B.GrimmBeach Polo 2025) ชิงถ้วยพระราชทานสมเด็จพระเจ้าลูกเธอเจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา ณ ริมหาดหัวหิน บริเวณด้านหน้าโรงแรมอินเตอร์คอนติเนนตัล

สําหรับ บีช โปโล เป็นรายการแข่งขันขี่ม้าโปโลบนชายหาดที่ยิ่งใหญ่ที่สุดรายการเดียวในภูมิภาคเอเชีย ซึ่งจัดต่อเนื่องมาเป็นครั้งที่ 14 โดย บี.กริม (B.Grimm) ร่วมกับ กลุ่มบริษัท พราว (Proud Group), อินเตอร์คอนติเนนตัล หัวหิน รีสอร์ท (InterContinental Hua Hin Resort) และบลูพอร์ต หัวหิน (Bluport Hua Hin) โดยได้รับความร่วมมือจากหลายฝ่ายทั้งภาครัฐบาลและเอกชน รวมถึงสมาคมกีฬาขี่ม้าแห่งประเทศไทย โครงการกําลังใจ และจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ รายได้จากการจัดงานมอบให้ “โครงการกําลังใจ” ในสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภานเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา นําไปใช้ประโยชน์ในการส่งต่อความรักการช่วยเหลือผู้ต้องขังทั้งชายและหญิงในเรือนจํา ให้สามารถมีอาชีพมีความสามารถด้านกีฬาและกลับมาใช้ชีวิตได้ตามปกติ

ดร.ฮาราลด์ ลิงค์ ประธานจัดการแข่งขัน, ประธาน บริษัท บี.กริม และนายกสมาคมกีฬา ขี่ม้าแห่งประเทศไทย ผู้ริเริ่มและเล่นกีฬาขี่ม้าโปโลชายหาดคนแรก
ของไทย กล่าวว่า “บีช โปโล ถือเป็นอีกหนึ่งการแข่งขันที่แสดงให้เห็นถึงศักยภาพของประเทศไทย ในการเป็นเจ้าภาพจัดการแข่งขันขี่ม้าโปโล ระดับนานาชาติ ความท้าทายที่เป็นเสน่ห์เฉพาะของ การแข่งขันกีฬาขี่ม้าบีช โปโล คือ ต้องมีการคํานวณ และดูเวลาน้ำขึ้น-น้ำลง ในแต่ละปี เพื่อใช้พื้นที่บริเวณหาดทรายหลังจากที่น้ำทะเลลดลงจนได้ระดับที่เหมาะสมในการแข่งขัน

นางสาวพราวพุธ ลิปตพัลลภ กรรมการบริหาร กลุ่มบริษัทพราว ผู้นําธุรกิจไลฟ์สไตล์ของ เมืองหัวหิน อย่างโรงแรมอินเตอร์คอนติเนนตัล หัวหิน รีสอร์ท โรงแรมฮอลิเดย์อินน์ วานา นาวาหัวหิน สวน น้ำวานา นาวา หัวหิน และอารีน่าหัวหิน และกรรมการบริหาร บริษัท พราว เรียลเอสเตท จํากัด (มหาชน) กล่าวว่า โรงแรมอินเตอร์คอนติเนนตัล หัวหิน รีสอร์ท เป็นส่วนหนึ่งของการจัดงานการแข่งขัน อย่างต่อเนื่องมาเป็นปีที่ 14 โดยความพิเศษในปีนี้ทางโรงแรมได้ปรับโฉมห้องพักฝั่งบีช พร้อมอัปเกรดสิ่งอํานวยความสะดวก ตั้งแต่ ล็อบบี้ ฟิตเนส คิดส์คลับ สระน้ำและบริเวณหน้าหาด รวมไปถึง ร้านอาหารต่างๆ กว่า 9 ร้าน ครบครันด้วยอาหารเลิศรส เพื่อผู้เข้ามาร่วมงานที่มาเยือนได้สัมผัสกับประสบการณ์ การพักผ่อนสุดเอ็กซ์คลูซีฟ พร้อมดื่มไปกับกลิ่นอายของความสง่างามของเมืองหัวหินเอกลักษณ์เฉพาะตัวใน ยุค 1920 ในทุกๆ มิติ”

นอกเหนือจากผู้ร่วมงานจะได้ชมการแข่งขันขี่ม้าบีชโปโลอันสนุกสนานเร้าใจแล้ว ยังได้สนุกสนาน กับการออกร้านขายของ ร้านอาหารและเครื่องดื่ม และกิจกรรมน่าสนใจมากมาย อาทิ เกมส์การกุศลลุ้น รางวัล และแฟชั่นโชว์บนหลังม้า ตั้งแต่กลางวันไปจนค่ำด้วย รวมถึงขบวนพาเหรดมาจากทั่วเมืองหัวหิน ที่มารวมตัวกันในงานบีช โปโลครั้งนี้ เพื่อประกาศเอกลักษณ์ของเมืองท่องเที่ยวที่โด่งดังแห่งนี้

Time Out เผย ‘กรุงเทพฯ’ คว้าอันดับ 2 เมืองน่าอยู่และเมืองแห่งอาหารดีที่สุดของโลก

Time Out เผย ‘กรุงเทพฯ’ คว้าอันดับ 2  เมืองน่าอยู่และเมืองแห่งอาหารดีที่สุดของโลก

Time Out เผย ‘กรุงเทพฯ’ คว้าอันดับ 2 เมืองน่าอยู่และเมืองแห่งอาหารดีที่สุดของโลก

วันศุกร์ ที่ 4 เมษายน พ.ศ. 2568, 06.00 น.

Time Out มีเดียแพลตฟอร์มระดับโลกใน 333 เมืองทั่วโลกจาก 59 ประเทศ ที่จัดตั้งขึ้นเพื่อบอกต่อไลฟ์สไตล์ของคนเมือง ทั้งเรื่องกิน เที่ยว ช็อปปิ้ง ศิลปะ อีเว้นท์ ข่าวสาร โรงแรมร้านอาหาร สถานบันเทิง คอนเสิร์ต รวมทั้งเรื่องที่น่าสนใจและเป็นกระแสในปัจจุบัน

ล่าสุด Time Out ได้จัดอันดับเมืองที่ดีที่สุดในโลกและเมืองแห่งอาหารของโลก ซึ่งกรุงเทพฯ คว้าอันดับที่ 2 มาทั้ง 2 สาขา โดยเฉพาะอันดับ 2ของเมืองแห่งอาหารที่ดีสุดของโลก พุ่งขึ้นจากอันดับ 6 จากปี 2567 โดยผลการสำรวจทั้ง 2 โพลแสดงให้เห็นถึงความสนใจของนักท่องเที่ยวต่างชาติทั่วโลกที่มีต่อกรุงเทพฯ

ปัจจุบัน Time Out ประเทศไทย เผยแพร่เนื้อหาด้วยกันทั้งหมด 2 ภาษา คือ ภาษาไทยและอังกฤษ โดยนำเสนอเนื้อหาที่แตกต่างกัน สำหรับแพลตฟอร์มภาษาอังกฤษเน้นผู้อ่านที่เป็นนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติ และ ชาวต่างชาติที่อาศัยอยู่ในประเทศไทย สำหรับแพลตฟอร์มภาษาไทยเน้นผู้อ่านชาวไทย

พัชรพร สิริทรัพย์วงศ์ ผู้อำนวยการฝ่ายการตลาดและโฆษณา Time Out ประเทศไทย กล่าวว่า การท่องเที่ยวเป็นเสน่ห์ของประเทศไทย และกรุงเทพฯ เป็นเมืองหลวงที่ได้รับความสนจากนักท่องเที่ยวอย่างมาก ทำให้ได้รับการจัดอันดับเป็นอันดับ 2 ทั้งเป็นเมืองที่น่าอยู่และเมืองอาหารดีที่สุดในโลกจากผลโหวตของนักท่องเที่ยวทั่วโลก สำหรับ Time Out ประเทศไทย เป็นมีเดียแพลตฟอร์มที่สามารถนำเสนอเนื้อหาและเรื่องราวที่น่าสนใจในแง่มุมที่นักท่องเที่ยวต่างชาติมองหาจากกรุงเทพฯ และกำลังเริ่มต่อเนื่องในจังหวัดเชียงใหม่และภูเก็ต

“เราเปรียบเสมือนประตูสำหรับนักท่องเที่ยวต่างชาติที่สามารถหาข้อมูลและเรื่องที่น่าสนใจทั้งช่วงเตรียมการก่อนเดินทางมาท่องเที่ยวและระหว่างท่องเที่ยว ซึ่งเป็นโอกาสอันดีสำหรับภาครัฐบาล ภาคธุรกิจ ผู้ประกอบการ ห้าง ร้าน ต่างๆ ที่มีเป้าหมายเจาะกลุ่มนักท่องเที่ยว ผ่านการโฆษณาประชาสัมพันธ์สินค้าและบริการไปยังกลุ่มเป้าหมายได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยเราหวังว่าจะเป็นส่วนหนึ่งที่ช่วยให้นักท่องเที่ยวจากทั่วทุกมุมโลกเข้ามาค้นหาสถานที่ท่องเที่ยวและอีเว้นท์น่าสนใจ และแน่นอนว่าเรายินดีที่ช่วยผลักดันการท่องเที่ยวในไทยให้สำเร็จอย่างสูงสุดในระดับโลก”

ติดตาม Time Out Thailand ได้ตามช่องทางด้านล่างWebsitehttps://www.timeout.com/thailand https://www.timeout.com/bangkok/th(ภาษาไทย)Facebook : Time Out Bangkokและ Time Out – กรุงเทพฯ (ภาษาไทย) Instagram :@timeoutbangkok @timeoutbangkok_th (ภาษาไทย) และ TikTok @timeoutbangkok

มหาดไทย จัดพิธีมอบแบบลายผ้าพระราชทาน‘ผ้าลายสิริราชพัสตราภรณ์’ ยกระดับ อนุรักษ์ภูมิปัญญาผ้าไทย ตามแนวพระดําริของ‘เจ้าฟ้าสิริวัณณวรีฯ’

มหาดไทย จัดพิธีมอบแบบลายผ้าพระราชทาน‘ผ้าลายสิริราชพัสตราภรณ์’  ยกระดับ อนุรักษ์ภูมิปัญญาผ้าไทย ตามแนวพระดําริของ‘เจ้าฟ้าสิริวัณณวรีฯ’

มหาดไทย จัดพิธีมอบแบบลายผ้าพระราชทาน‘ผ้าลายสิริราชพัสตราภรณ์’ ยกระดับ อนุรักษ์ภูมิปัญญาผ้าไทย ตามแนวพระดําริของ‘เจ้าฟ้าสิริวัณณวรีฯ’

วันศุกร์ ที่ 4 เมษายน พ.ศ. 2568, 06.00 น.

อนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกฯและรมว.มหาดไทย เป็นประธานในพิธีมอบแบบลายผ้าพระราชทาน “ผ้าลายสิริราชพัสตราภรณ์”

กระทรวงมหาดไทย จัดพิธีมอบแบบลายผ้าพระราชทาน “ผ้าลายสิริราชพัสตราภรณ์” ให้แก่ รองปลัดกระทรวงมหาดไทย หัวหน้าส่วนราชการระดับกรม หัวหน้าหน่วยงานรัฐวิสาหกิจในสังกัดกระทรวงมหาดไทย และผู้ว่าราชการจังหวัดทุกจังหวัด เพื่อน้อมนําแนวพระดําริของ สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา ในการส่งเสริมอนุรักษ์ภูมิปัญญาผ้าไทยให้ทันสมัยสู่สากลโดยผู้ว่าราชการจังหวัดจะนำแบบลายผ้าที่ได้รับไปมอบให้แก่ช่างทอผ้าและช่างหัตถกรรมไทยนำลวดลายอันทรงคุณค่ามาประยุกต์ใช้ในการสร้างสรรค์ผืนผ้าและผลิตภัณฑ์หัตถกรรมไทย โดยผสมผสานกับลวดลายดั้งเดิมที่เป็นเอกลักษณ์ของแต่ละภูมิภาคทั่วประเทศ อันเป็นการฟื้นฟูและสืบทอดภูมิปัญญาดั้งเดิม ควบคู่ไปกับการยกระดับมาตรฐานและพัฒนาศักยภาพงานหัตถศิลป์ไทยให้ก้าวไกลในทุกมิติ

พิธีมอบแบบลายผ้าพระราชทานในครั้งนี้ได้รับเกียรติจาก นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เป็นประธานในพิธี พร้อมด้วย นางสาวธนนนท์นิรามิษ ภริยารองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยนายทรงศักดิ์ ทองศรี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย นายอรรษิษฐ์สัมพันธรัตน์ ปลัดกระทรวงมหาดไทย นางจิณณารัชช์ สัมพันธรัตน์ นายกสมาคมแม่บ้านมหาดไทย นายชำนาญวิทย์ เตรัตน์ รองปลัดกระทรวงมหาดไทย นายสันติธร ยิ้มละมัย รองปลัดกระทรวงมหาดไทย นายสยาม ศิริมงคล อธิบดีกรมการพัฒนาชุมชน นายไชยวัฒน์จุนถิระพงศ์ เป็นต้น ร่วมเป็นเกียรติในงาน ณ ห้องแอมเบอร์ 2-3 ศูนย์การแสดงสินค้าและการประชุมอิมแพ็ค เมืองทองธานี

นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เปิดกรวยถวายราชสักการะเบื้องหน้าพระรูป สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา และกล่าวสำนึกในพระกรุณาธิคุณ โดยกล่าวว่า “นับเป็นพระกรุณาธิคุณอย่างหาที่สุดมิได้ที่สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา เสด็จไปทอดพระเนตรนิทรรศการและการจัดแสดงผลงานภูมิปัญญาผ้าไทยและงานหัตถกรรมชุมชน ภาคตะวันออกเฉียงเหนือเมื่อวันที่ 9 กุมภาพันธ์ 2568ณ มหาวิทยาลัยราชภัฏอุดรธานี จังหวัดอุดรธานี พระราชทานแบบลายผ้า “ผ้าลายสิริราชพัสตราภรณ์” ประเภทผ้ามัดหมี่ และประเภทผ้ายก, จก, ขิด, แพรวา ที่ทรงออกแบบขึ้น เนื่องในโอกาสที่ทรงได้รับการทูลเกล้าฯ ถวายปริญญาศิลปกรรมศาสตรดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์ สาขาวิชาศิลปะการออกแบบพัสตราภรณ์ ประจำปีการศึกษา 2568 จากมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ โดยทรงศึกษาค้นคว้าลวดลายที่ปรากฏในศิลปกรรมไทยและผืนผ้าโบราณที่เป็นบทบันทึกทางประวัติศาสตร์ ที่สะท้อนวิถีชีวิต วัฒนธรรม และธรรมชาติของประเทศไทย ซึ่งทรงนำมาออกแบบต่อยอดให้โครงสร้างลวดลาย มีความร่วมสมัย เป็นสากล และสื่อถึงเอกลักษณ์อันงดงามของชาติไทย

(ซ้าย) อรจิรา ศิริมงคล, จิณณารัชช์ สัมพันธรัตน์, อรรษิษฐ์ สัมพันธรัตน์, ทรงศักดิ์ ทองศรี,ธนนนท์ นิรามิษ, อนุทิน ชาญวีรกูล, ดร.ศรินดา จามรมาน, ศิริชัย ทหรานนท์, ธนันท์รัฐ ธนเสฏฐการย์,ภูภวิศ กฤตพลนารา และ สยาม ศิริมงคล

และเมื่อวันที่ 16 กุมภาพันธ์ 2568 เสด็จไปทอดพระเนตรนิทรรศการและการจัดแสดงผลงานภูมิปัญญาผ้าไทยและงานหัตถกรรมชุมชน ภาคใต้ ณ มหาวิทยาลัยราชภัฏนครศรีธรรมราช จังหวัดนครศรีธรรมราช พระราชทานลายผ้า “ผ้าลายสิริราชพัสตราภรณ์”ประเภทผ้าบาติก ลายที่ 1 และ 2แก่ช่างทอผ้าและช่างหัตถกรรมไทย เพื่อนำไปถักทอผืนผ้าและสร้างสรรค์งานหัตถกรรม ด้วยการผสมผสานกับลวดลายโบราณในทุกภูมิภาคของประเทศ เพื่อเป็นการฟื้นฟูภูมิปัญญาแห่งอดีต ยกระดับมาตรฐาน และเพื่อพัฒนาศักยภาพการสร้างสรรค์ผืนผ้าและงานหัตถกรรมในทุกมิติ ด้วยการออกแบบตามความคิดสร้างสรรค์ของศิลปิน”

กระทรวงมหาดไทย โดยกรมการพัฒนาชุมชน ได้ดำเนินการขับเคลื่อนและขยายผลโครงการตามแนวพระดำริ “ผ้าไทยใส่ให้สนุก” ไปยังทั่วทุกภูมิภาคของประเทศ เพื่อสร้างงาน สร้างอาชีพ สร้างรายได้ที่มั่นคง ยังผลให้ช่างทอผ้าช่างหัตถกรรม ผู้ผลิต ผู้ประกอบการมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น ด้วยสำนึกในพระกรุณาธิคุณ ที่ทรงมีต่อเหล่าปวงชนชาวไทย และขอน้อมนำแนวพระดำริในการเพิ่มคุณค่า และมูลค่าผลิตภัณฑ์ผ้าไทยให้สามารถก้าวสู่ระดับสากล เพื่อวิถีชุมชนที่ยั่งยืน อันเป็นพลังที่จะสืบสานความเป็นไทย และสร้างสรรค์คุณประโยชน์แก่ประเทศชาติสืบไป

นายสยาม ศิริมงคล อธิบดีกรมการพัฒนาชุมชน กล่าวถึงแนวทางการขับเคลื่อนโครงการ “ผ้าไทยใส่ให้สนุก” ซึ่งดำเนินตามแนวพระดำริของสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา ว่า “การดำเนินงานขับเคลื่อนโครงการ “ผ้าไทยใส่ให้สนุก” ตามแนวพระดำริ มีจุดมุ่งหมายในการยกระดับการพัฒนาผลิตภัณฑ์ ภูมิปัญญาผ้าไทยและงานหัตถกรรม ฟื้นฟูคุณภาพการทอผ้าของช่างทอผ้าทั่วประเทศให้สามารถสร้างผลิตภัณฑ์ที่มีคุณภาพตอบโจทย์ความต้องการของตลาดและช่วยจัดหาช่องทางการจัดจำหน่าย เพื่อช่วยให้ผู้ผลิตผู้ประกอบการ OTOP สามารถสร้างสรรค์ผลิตภัณฑ์ให้มีคุณภาพ ส่งเสริมการจำหน่ายผลิตภัณฑ์ นำไปสู่การสร้างรายได้สู่ครัวเรือน กระทรวงมหาดไทย โดยกรมการพัฒนาชุมชน รวมทั้งผู้ว่าราชการจังหวัดทั้ง 76 จังหวัด ได้ดำเนินการขับเคลื่อนและขยายผลโครงการตามแนวพระดำริ “ผ้าไทยใส่ให้สนุก” ไปยังทั่วทุกภูมิภาคของประเทศ เพื่อสร้างงาน สร้างอาชีพ สร้างรายได้ที่มั่นคง ยังผลให้ช่างทอผ้า ช่างหัตถกรรมผู้ผลิต ผู้ประกอบการมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น”

ทั้งนี้ หลังจากผู้ว่าราชการจังหวัดทุกจังหวัด ได้รับมอบลายผ้าพระราชทาน “ผ้าลายสิริราชพัสตราภรณ์”ทุกจังหวัดจะเร่งดำเนินงานขับเคลื่อน โดยจัดพิธีมอบลายผ้าพระราชทาน ให้แก่ผู้ผลิต ผู้ประกอบการประเภทผ้า เครื่องแต่งกาย ช่างทอผ้าและช่างหัตถกรรมในจังหวัด นำไปถักทอผสมผสานกับลวดลายภูมิปัญญาพื้นถิ่นตามความคิดสร้างสรรค์ต่อไป โดยกรมการพัฒนาชุมชน จะดำเนินการจัดกิจกรรมอบรมเชิงปฏิบัติการพัฒนาศักยภาพผู้ผลิต ผู้ประกอบการ OTOP (Coaching) 4 ภาค ระหว่างเดือนเมษายน-พฤษภาคม 2568 และจัด Coaching จุดแรก ที่จังหวัดนนทบุรีในวันที่ 10 เมษายน 2568 จุดที่ 2ที่จังหวัดอุบลราชธานี ในวันที่ 19 เมษายน 2568 จุดที่ 3 ที่จังหวัดอุดรธานี ในวันที่ 22 เมษายน 2568 จุดที่ 4 ที่จังหวัดสงขลา ในวันที่ 26 เมษายน 2568 และจุดสุดท้ายที่จังหวัดเชียงใหม่ ในวันที่ 7 พฤษภาคม 2568 จากนั้นได้เตรียมความพร้อมในการดำเนินงานโครงการส่งเสริมภูมิปัญญาและพัฒนาศักยภาพผ้าไทยและงานหัตถกรรม (ประกวดผ้าและงานหัตถกรรมลายพระราชทาน) ภายในเดือนสิงหาคม-ตุลาคม 2568 ต่อไป

รองนายกฯและรมว.มหาดไทย อนุทิน ชาญวีรกูล และภริยา ธนนนท์ นิรามิษ

Vickteerut เปิดรันเวย์คอลเลคชั่นSpring/Summer 2025 ท่ามกลางบรรยากาศแห่งการเฉลิมไปกับ Glenfiddich Club

Vickteerut เปิดรันเวย์คอลเลคชั่นSpring/Summer 2025  ท่ามกลางบรรยากาศแห่งการเฉลิมไปกับ Glenfiddich Club

Vickteerut เปิดรันเวย์คอลเลคชั่นSpring/Summer 2025 ท่ามกลางบรรยากาศแห่งการเฉลิมไปกับ Glenfiddich Club

วันศุกร์ ที่ 4 เมษายน พ.ศ. 2568, 06.00 น.

Vickteerut (วิคธีร์รัฐ) โดย อรประพันธ์ สุทธินรเศรษฐ์ ผู้อำนวยการฝ่ายสร้างสรรค์ จัดแฟชั่นโชว์ Vickteerut Spring/Summer Collection 2025 เปิดตัวคอลเลคชั่น“Forme” ประจำฤดูใบไม้ผลิ/ฤดูร้อน ที่ยังคงโดดเด่นด้วยความเนี้ยบของเสื้อผ้าสไตล์เทเลอร์ ที่ผสมผสานเข้ากันได้อย่างลงตัวกับซิลลูเอตที่ดูมีความพลิ้วไหวจากเนื้อผ้าที่ให้ความหรูหรา พร้อมพาทุกคนสัมผัสกับโมเมนต์ที่เหนือระดับ ท่ามกลางบรรยากาศแห่งการเฉลิมฉลอง ภายใต้คอนเซ็ปต์ Grand Celebrationจาก Glenfiddich Club ณ F.V. Sukhumvit 39

Vickteerut แบรนด์แฟชั่นแถวหน้าของไทย พาแขกคนพิเศษมาร่วมสัมผัสบรรยากาศแห่งการเฉลิมฉลอง พร้อมชมแฟชั่นโชว์ Vickteerut Spring/Summer Collection 2025 เพื่อถ่ายทอดอารมณ์ของโครงสร้างและรูปทรงในเสื้อผ้า ผ่านแรงบันดาลใจจากศิลปะอาร์ตเดโค (Art Deco) สร้างนิยามใหม่ของความหรูหรา สนุกสนาน และโมเดิร์น ผ่านการทดลองรูปทรงด้วยแพตเทิร์นและเทคนิคตัดเย็บที่แปลกใหม่พร้อมนำเสนอการผสมผสานที่ลงตัวระหว่างความเนี้ยบคมของเสื้อผ้าสไตล์เทเลอร์ และซิลลูเอตที่พลิ้วไหวจากเทคนิคการจับเดรป และเนื้อผ้าที่ให้ความรู้สึกหรูหรา

ไฮไลท์อยู่ที่แฟชั่นโชว์คอลเลคชั่นล่าสุดของ Vickteerut ที่ถูกนำเสนอร่วมกับคาแร็กเตอร์ที่เข้มข้นและโดดเด่นของ Glenfiddich Gran Reserva 21 Year Old
ที่เปี่ยมด้วยความลึกซึ้งของสก็อตช์วิสกี้จากการบ่มในถังโอ๊ค และมิติที่มีชีวิตชีวาอันเกิดจากการบ่มครั้งสุดท้ายในถังรัมแคริบเบียน ถือเป็นการตอกย้ำถึงงานคราฟต์และความคิดสร้างสรรค์อันเป็นหัวใจหลักของทั้ง Glenfiddich และ Vickteerut ในการยกระดับทุกโอกาสให้พิเศษยิ่งขึ้น ผ่านคอนเซ็ปต์ Grand Celebration ที่พาทุกคนไปสัมผัสกับโมเมนต์สุดพิเศษ ท่ามกลางบรรยากาศแห่งการเฉลิมฉลอง

และเพื่อเติมเต็มประสบการณ์สุดพิเศษนี้ แขกคนพิเศษยังฉลองร่วมกันไปพร้อมกับเมนูค็อกเทลซิกเนเจอร์ที่ได้รับแรงบันดาลใจจากคอลเลคชั่นและวิสกี้ Glenfiddich ถึง 3 แก้ว แก้วแรก Golden Horizon ที่จับภาพความอบอุ่นของพระอาทิตย์ตกดินในเขตร้อนและความหรูหราของการเฉลิมฉลองครั้งพิเศษ เป็นแก้วที่เป็นตัวแทนของความกลมกลืนระหว่างความโดดเด่นและความประณีต ค็อกเทลแก้วที่สอง Velvet Solstice บทนิยามของความละเมียดละไมและความหรูหรา ผสานเท็กซ์เจอร์ที่นุ่มละมุนเข้ากับรสชาติที่ลุ่มลึก และแก้วสุดท้ายกับ Emerald Essence ให้ความสดชื่นและมีชีวิตชีวา เพื่อเฉลิมฉลองในบรรยากาศสุดพิเศษในครั้งนี้

ในงานนี้ยังมีดารานักแสดง นำโดย แมท-ภีรนีย์ คงไทย, ออกแบบ-ชุติมณฑน์ จึงเจริญสุขยิ่ง, คริส หอวัง, พลอย หอวัง, แยม-มทิรา ตันติประสุต, ใบปอ-ธิติยา
จิระพรศิลป์ พร้อมด้วยเซเลบริตี้อย่าง บุ๋ม-จารุจิต ใบหยก, บุ๊ค-พิมพ์เลิศ ใบหยก,เบอร์ดี้-ปาวา นาคาศัย และ เมย์-พิชชา ธนาลงกรณ์ มาร่วมชมแฟชั่นโชว์

SWATCH ฉลองเปิดร้านใหม่ใหญ่ที่สุดในโลก ณ วัน แบงค็อก

SWATCH ฉลองเปิดร้านใหม่ใหญ่ที่สุดในโลก ณ วัน แบงค็อก

SWATCH ฉลองเปิดร้านใหม่ใหญ่ที่สุดในโลก ณ วัน แบงค็อก

วันศุกร์ ที่ 4 เมษายน พ.ศ. 2568, 06.00 น.

พลินี คงชาญศิริ, อแลง วีลาร์ ซีอีโอของ Swatch และ ออท.เปโดร สวาห์เลน

Swatch ฉลองเปิดตัวร้านใหม่ใหญ่ที่สุดในโลก ณ ศูนย์การค้าวัน แบงค็อก รวมพื้นที่สองชั้นกว่า 600 ตารางเมตร โดดเด่นด้วยโครงสร้างสถาปัตยกรรมของศาลาไทย ที่ผสมผสานวัสดุดั้้งเดิมและสมัยใหม่อย่างลงตัว

ภายในงาน ภูวินทร์ ตั้งศักดิ์ยืน และ ณิชา-ณัฏฐณิชาดังวัธนาวณิชย์ มาร่วมงานและสัมผัสนาฬิกา Swatch Destination Art Bangkok รุ่น THE WANDERERซึ่งออกแบบโดยไทยดีไซเนอร์ ยูน-ปัณพัท เตชเมธากุล ด้วยแรงบันดาลใจจาก “หนุมาน” ตัวละครเอกจากเรื่องรามเกียรติ์ ไปจนถึงลายไทยอันวิจิตรบรรจง เอกลักษณ์เฉพาะตัวที่สื่อถึงมรดกทางวัฒนธรรมอันงดงามของไทย เพื่อมอบประสบการณ์ สุดเอ็กซ์คลูซีฟแก่ผู้มาเยือน ณ บริเวณชั้น G และชั้น 1 โซน The Storeys ที่วัน แบงค็อกอีกทั้ง ยังได้รับเกียรติจาก ฯพณฯ เปโดร สวาห์เลน เอกอัครราชทูตสมาพันธรัฐสวิสประจําประเทศไทย มาร่วมงาน โดยมี อแลง วีลาร์ (Alain Villard) ซีอีโอของ Swatch ต้อนรับ

ร้านสาขาใหม่แห่งนี้้ ผสมผสานภาษาดีไซน์ที่่เป็นเอกลักษณ์ไทยเข้ากับแนวคิดการออกแบบสมัยใหม่ได้อย่างลงตัวทั้งในแง่มุุมของนวัตกรรม ความคิดสร้างสรรค์ และการเชิดชููวัฒนธรรมไทย โอบรับโครงสร้างสถาปัตยกรรมของศาลาไทย ขับให้เห็นการอยู่ร่วมกันอย่างลงตัวของวัสดุุดั้้งเดิมและสมัยใหม่อย่างเด่นชัดโดยออกแบบเพื่่อให้มีลักษณะคล้ายศาลาที่่เปิดโล่ง รองรับกิจกรรมที่่หลากหลายที่่ล้วนสะท้อนจิตวิญญาณในโลกของ Swatch ภายในพื้นที่่ชั้นล่าง ลููกค้าสามารถพบกับคอลเลคชั่นอันโด่งดังอย่าง Bioceramic MoonSwatch และ Bioceramic Scuba Fifty Fathoms

อแลง วีลาร์ ซีอีโอของ Swatch, ยูน-ปัณพัท เตชเมธากุล, ทศวรรณ โชติกโกวิท

อีกทั้้ง ยังพบกับพื้้นที่่ของนาฬิกาสำหรับเด็กที่่ทุุกคนหลงรักอย่าง Flik Flak ประสบการณ์ช้อปปิ้้งแสนพิเศษยังคงต่อเนื่่องไปยังบริเวณชั้้นบน ครอบคลุุมคอลเลคชั่นนาฬิกาคลาสสิกยอดนิยมจาก Swatch อย่าง ONE AGAIN และ CARAMELISSIMA รวมถึงรุ่นใหม่ดีไซน์จัดจ้านสำหรับสายแฟชั่่นอย่าง Swatch NEON หรือรุ่นดีไซน์สุุดล้ำอย่าง BIOCERAMIC WHAT IF…? และคอลเลคชั่นศิลปะอย่าง Swatch x Tate Gallery

ด้วยพื้้นที่่ขนาดใหญ่ของร้านทำให้เราสามารถมอบประสบการณ์ความบันเทิงจากโลกของ Swatch ได้ เช่น โซนสเกต สัญลักษณ์ของความสัมพันธ์อันแน่นแฟ้นที่่เรามีกับวงการกีฬาผาดโผน และพื้้นที่่จัดแสดงงานศิลปะของ Swatch ให้ผู้เยี่ยมชมได้สัมผัสถึงความรักในศิลปะของ Swatch ซึ่งจัดแสดงนาฬิกาศิลปะรุ่นพิเศษต่างๆ ของ Swatch ที่่มีให้สะสมมาตั้้งแต่ยุุคแรกๆ จนถึงรุ่นล่าสุุด รวมทั้้ง “window to Shanghai” หมุุดหมายสำคัญที่ตั้งของ Swatch Art Peace Hotel เปิดต้อนรับศิลปินจากทั่วโลก

Swatch Destination Art Bangkok รุ่น THE WANDERER

เพื่อเป็นการเฉลิมฉลองร้านสาขาใหญ่ที่สุดในโลก ในกรุงเทพมหานคร อีกหนึ่งไฮไลท์ของงานคือการเปิดตัวนาฬิกา Swatch Destination Art Bangkok
รุ่น THE WANDERER ซึ่งออกแบบโดยไทยดีไซเนอร์ ยูน-ปัณพัท เตชเมธากุล ด้วยแรงบันดาลใจจาก “หนุมาน” ตัวละครเอกจากเรื่องรามเกียรติ์ ไปจนถึง
ลายไทยอันวิจิตรบรรจง และยังได้แรงบันดาลใจจากความนิยมในการพกเครื่องรางของสังคมไทย โดย หนุมานนั้นขึ้นชื่อว่ามีอำนาจในการคุ้มครอง ทั้งยังจงรักภักดีไม่มีสั่นคลอน ซึ่งเป็นหัวใจการออกแบบของผลงานชิ้นนี้นอกจากงานศิลป์ลวดลายดาวและเดือน จากลายไทยประจำยามอันงดงามชวนฝันแล้ว นาฬิกาสีสันสดใสเรือนนี้จะทำหน้าเป็นเครื่องรางที่คอยปัดเป่าพลังงานลบอีกด้วย นาฬิการุ่นนี้จะเป็นสื่อกลางชวนคิดถึงมรดกทางวัฒนธรรมอันงดงามของไทย เชิดชูความมีชีวิตชีวาและความสนุกสนานของเมืองหลวงของไทย

ภูวินทร์ ตั้งศักดิ์ยืน, ณิชา-ณัฏฐณิชา ดังวัธนาวณิชย์

สยามพารากอน สร้างความเชื่อมั่นให้ประเทศสู่สายตาชาวโลก คว้าตัว ‘อเล็กซ์’ นักแข่งรถ F1 ชื่อดัง พบปะแฟนอย่างใกล้ชิด

สยามพารากอน สร้างความเชื่อมั่นให้ประเทศสู่สายตาชาวโลก  คว้าตัว ‘อเล็กซ์’ นักแข่งรถ F1 ชื่อดัง พบปะแฟนอย่างใกล้ชิด

สยามพารากอน สร้างความเชื่อมั่นให้ประเทศสู่สายตาชาวโลก คว้าตัว ‘อเล็กซ์’ นักแข่งรถ F1 ชื่อดัง พบปะแฟนอย่างใกล้ชิด

วันศุกร์ ที่ 4 เมษายน พ.ศ. 2568, 06.00 น.

(ซ้าย) สรัลธร อัศเวศน์, โมโมริ ฮิราบายาชิ และ ชญาภา จูตระกูล ต้อนรับ Alex Albon

สยามพารากอน มอบประสบการณ์ระดับโลก เดินหน้าสร้างความเชื่อมั่นภายหลังสถานการณ์ กลับสู่ภาวะปกติ เชิญ อเล็กซ์อัลบอน อังศุสิงห์ นักแข่งรถฟอร์มูล่าวันลูกครึ่งไทย-อังกฤษ และไอคอนระดับโลก บินตรงมาจัดงาน “Alex Albon Bangkok Fan MeetingPresented by Siam Paragon” ณ SCBX NextTech ชั้น 4 สยามพารากอน

นักแข่งรถฟอร์มูล่าวันฮีโร่ของไทยเดินทางมาถึงกรุงเทพฯ เพื่อมอบความสุขให้กับแฟนๆ และครอบครัว หลังจากทำคะแนนได้มากมายให้กับทีม Williams Racing Team ในการแข่งขันกรังด์ปรีซ์ออสเตรเลียและจีน อเล็กซ์ อัลบอน อังศุสิงห์ บุคคลที่มีชื่อเสียงที่สุดคนหนึ่งของ Formula 1 ซึ่งเป็นตัวแทนของประเทศไทยในซีรี่ส์ Drive to Survive ของ Netflix เป็นผู้สร้างแรงบันดาลใจให้กับชาวไทยด้วยการพิสูจน์ว่าทุกสิ่งเป็นไปได้ และเพื่อไล่ตามความฝันของคุณ

อเล็กซ์ อัลบอน อังศุสิงห์ กล่าวว่า “ผมมีความสุขและตื่นเต้นมากที่ได้กลับมาบ้านที่ประเทศไทย เพื่อใช้เวลาอยู่กับครอบครัวและแฟนๆ ก่อนการแข่งขันรอบต่อไป ผมมีการแข่งขัน 5 รายการภายใน 6 สัปดาห์ แต่การได้กลับบ้านและนำพาความรู้สึกดีๆ กลับมายังภูมิภาคนี้ถือเป็นเรื่องสำคัญมาก โดยเฉพาะอย่างยิ่งหลังจากแผ่นดินไหวเมื่อไม่นานนี้ที่ส่งผลกระทบต่อผู้คนและบ้านเรือนของพวกเขาจำนวนมาก ปัจจุบันประเทศไทยได้กลับสู่ภาวะปกติและสามารถใช้ชีวิตตามตามปกติอย่างมั่นใจ ผมขอส่งกำลังใจและความคิดถึงไปหาคุณ และสุดสัปดาห์นี้ผมจะลงแข่งขันเพื่อคุณที่ประเทศญี่ปุ่น

ผมอยากให้ทุกคนรู้ว่า ผมยืนเคียงข้างพวกคุณเสมอ ประเทศไทยมีความแข็งแกร่งเสมอมา และผมมั่นใจว่าประเทศไทยจะก้าวข้ามสิ่งนี้ไปได้ด้วยความแข็งแกร่งที่มากขึ้น ผมเชื่อมั่นอย่างเต็มที่ในประเทศไทย และนั่นคือเหตุผลที่ผมอยู่ที่นี่ในวันนี้เพื่อยืนยันให้ทุกคนรู้ว่า กรุงเทพฯ ได้กลับมาเป็นปกติ มีชีวิตชีวา และพร้อมที่จะก้าวไปข้างหน้าต่อไป”

โมโมริ ฮิราบายาชิ ผู้จัดการฝ่ายพัฒนาธุรกิจและการลงทุน และผู้บริหารJAI by ONESIAM กล่าวว่า “ สยามพิวรรธน์ และ สยามพารากอน รู้สึกเป็นเกียรติอย่างยิ่งที่ได้ต้อนรับอเล็กซ์อัลบอน ในกิจกรรมสุดพิเศษครั้งนี้อเล็กซ์ ไม่เพียงเป็นนักแข่งระดับโลกเท่านั้น แต่ยังเป็นแบบอย่างที่สะท้อนพลังของความมุ่งมั่น ความกล้าหาญ และความแอ๊กทีฟไร้ขีดจำกัด เป็นแบบอย่างและสร้างแรงบันดาลใจให้กับคนรุ่นใหม่ และเรารู้สึกยินดีที่ได้เชิญอเล็กซ์ได้มีโอกาสมาใกล้ชิดกับแฟนๆ ชาวไทยมากยิ่งขึ้น”

กิจกรรมครั้งนี้จัดขึ้นโดย สยามพิวรรธน์, สยามพารากอน ร่วมกับ JAI by ONESIAM คอมมูนิตี้หรูระดับเอ็กซ์คลูซีฟที่รวบรวมเหล่าผู้นำแห่งยุค เป็นการตอกย้ำความเชื่อมั่นที่มีต่อประเทศไทยสู่สายตาโลก ภายหลังสถานการณ์กลับเข้าสู่สภาวะปกติ และตอกย้ำถึงบทบาทของ สยามพารากอน ในฐานะผู้นำในการสร้างประสบการณ์ระดับโลก

เซเลบริตี้รุ่นใหม่ถ่ายทอดสไตล์การแต่งบ้าน ‘เดนิชดีไซน์’ ฉลองเปิดแฟล็กชิปสโตร์ ‘BoConcept Thailand’ สาขาใหม่

เซเลบริตี้รุ่นใหม่ถ่ายทอดสไตล์การแต่งบ้าน ‘เดนิชดีไซน์’ ฉลองเปิดแฟล็กชิปสโตร์ ‘BoConcept Thailand’ สาขาใหม่

เซเลบริตี้รุ่นใหม่ถ่ายทอดสไตล์การแต่งบ้าน ‘เดนิชดีไซน์’ ฉลองเปิดแฟล็กชิปสโตร์ ‘BoConcept Thailand’ สาขาใหม่

วันศุกร์ ที่ 4 เมษายน พ.ศ. 2568, 06.00 น.

เจินนี่-กฤษชนก ปัทมสัตยาสนธิ

อินเด็กซ์ ลิฟวิ่งมอลล์ (ILM) ฉลองครบรอบ 10 ปี “BoConcept Thailand” ชวนเหล่าเซเลบริตี้ร่วมเฉลิมฉลองเปิดแฟล็กชิปสโตร์แห่งใหม่ สาขาทองหล่อ ใหญ่ที่สุดในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ พร้อมสร้างประสบการณ์ใหม่กับเฟอร์นิเจอร์เดนิชดีไซน์ ส่งตรงจากประเทศเดนมาร์ก โดยปีนี้ยังถือเป็นก้าวสำคัญสำหรับแบรนด์ BoConcept จากการแต่งตั้ง (ARTISTIC DIRECTOR)ระดับโลกคนใหม่ Helena Christensen ซึ่งจะมาผลักดันให้ BoConcept ก้าวเข้าสู่ยุคใหม่ด้วยนิยามที่สะท้อนเอกลักษณ์ของการใช้ชีวิตเหนือระดับไร้กาลเวลา พร้อมส่งมอบคุณภาพและความประณีตบนมาตรฐานที่ดีที่สุดด้วยแรงบันดาลใจ “The Art of Living Danishly”

เจินนี่-กฤษชนก ปัทมสัตยาสนธิ กรรมการผู้จัดการ บริษัท อินเด็กซ์ ลิฟวิ่งมอลล์ จำกัด (มหาชน) หรือ ILM กล่าวว่า “BoConcept เป็นแบรนด์เฟอร์นิเจอร์ชื่อดังที่โดดเด่นด้านดีไซน์ คุณค่างานคราฟต์ และคุณภาพ โดยคัดสรรงานฝีมือในสไตล์เดนิชซึ่งเป็นเวลาร่วม 70 ปี ที่ BoConcept ได้สร้างประสบการณ์ในการใช้ชีวิต การทำงาน และการพักผ่อน ให้กับผู้ใช้งานในหลายประเทศทั่วโลก และสำหรับประเทศไทยนั้น ปีนี้ถือเป็นปีที่ 10 ซึ่งเราก็เฉลิมฉลองยิ่งใหญ่ด้วยการสร้างแฟล็กชิปสโตร์แห่งใหม่ ณ สาขาทองหล่อ ตั้งอยู่ในอาคาร DécorScape มีขนาดใหญ่ที่สุดในเซาธ์อีสต์เอเชีย ซึ่งเพิ่มพื้นที่ให้ลูกค้าได้เลือกชมเฟอร์นิเจอร์ได้ครบทุกฟังก์ชั่น นำเสนอทั้ง Material Zone ให้ผู้รักงานดีไซน์ได้เลือก Customize เฟอร์นิเจอร์ชิ้นโปรดได้ตามต้องการ ทั้ง Living, Dining,bedroom, Outdoor, Home Office ฯลฯรวมถึงมีสเปซ “Designer Hub” ที่รวบรวมไอเดียให้นักออกแบบ อินทีเรียร์ดีไซเนอร์ เพื่อตอบโจทย์ครีเอทไลฟ์สไตล์การแต่งบ้านอย่างลงตัว”

ความโดดเด่นของ BoConcept ยังอยู่ที่การนำเสนอผลิตภัณฑ์ที่ครอบคลุม พร้อมเติมเต็มนิยามคำว่า “บ้าน” กับเสน่ห์แห่งความเรียบเรียบง่ายโดยแมตช์ Iconic เฟอร์นิเจอร์ รูปแบบ Urban Danish Design และงานเปิดตัวครั้งนี้รวมเหล่าเซเลบริตี้ดังมากมาย โดย 3 เซเลบริตี้ชื่อดังร่วมถ่ายทอดสไตล์การแต่งบ้าน เพื่อสะท้อนรสนิยมในแบบที่เป็นตัวเอง

แบงค์-ปรีดากร เมธเกรียงชัย

แบงค์-ปรีดากร เมธเกรียงชัย หนุ่มหล่อเจ้าของแบรนด์ RAMS และCo-Founder ที่มีสไตล์ชัดเจน เล่าว่า “ผมให้ความสำคัญกับดีไซน์ที่ลงตัวทั้งรูปลักษณ์และการใช้งาน ซึ่ง BoConcept ตอบโจทย์ตรงนี้ได้ดีมากเฟอร์นิเจอร์ชิ้นโปรดของผมคือ Imola Chair กับ Santiago Round Table เพราะทั้งสองชิ้นมีคาแร็กเตอร์ที่โดดเด่นและแตกต่างกัน แต่กลับเข้ากันได้อย่างสมบูรณ์แบบ โดย Imola Chair ไม่ใช่แค่เก้าอี้ธรรมดา แต่มันคือสัญลักษณ์ของดีไซน์ที่บอกเล่าแนวคิดผ่านเส้นสายที่โค้งมน เฉียบคม ผมประทับใจตั้งแต่ครั้งแรกที่เห็น จนต้องตัดสินใจซื้อมาไว้ที่บ้านจริงๆ เพราะทุกครั้งที่เอนตัวลงนั่ง มันให้ความรู้สึกอบอุ่น ผ่อนคลายเหมือนถูกโอบกอด รายละเอียดเล็กๆ อย่างพนักพิงและที่วางแขนที่ถูกออกแบบมาอย่างลงตัว ก็ยิ่งเพิ่มเสน่ห์ให้กับเก้าอี้ตัวนี้ได้แบบไม่เหมือนใคร มันคือเฟอร์นิเจอร์ที่บอกตัวตนของผมได้ชัดเจน ”

ด้านหนุ่มเท่มีสไตล์อย่าง “ตาม จำนงค์อาษา” เล่าว่า “ผมชอบงานออกแบบของ BoConcept ตรงความเรียบง่าย แต่มีเอกลักษณ์ชัดเจน และให้ความรู้สึกผ่อนคลายทุกครั้งที่ได้ใช้ อย่าง Salamanca Sofa โซฟาสีขาวดีไซน์โมดูลาร์ที่สามารถปรับรูปแบบให้เข้ากับทุกมุมในบ้าน ตัวเบาะโฟมขนาดใหญ่พิเศษก็นุ่มสบายมาก แถมเบาะพิงหลังก็ยืดหยุ่น ขยับจัดวางได้ตามใจ เหมาะสำหรับการพักผ่อนได้ทั้งวันเลยครับ อีกอย่างคือดีไซน์ของโซฟาที่มีกลิ่นอายโบฮีเมียนในยุค 1970 เพิ่มบรรยากาศอบอุ่นให้ห้องนั่งเล่นดูมีเสน่ห์มากขึ้น และที่สำคัญ BoConcept ยังให้เราได้เลือกดีไซน์เองได้ทั้งวัสดุทั้งผ้าและหนังที่มีมากกว่าร้อยแบบ ซึ่งตอบโจทย์คนที่ชอบความแตกต่างแบบผมเลยครับ

ตาม จำนงค์อาษา

อีกชิ้นที่อยากแนะนำคือ Santiago Round Table โต๊ะทานข้าวดีไซน์มินิมอลที่เหมาะมากกับการนั่งสังสรรค์กับครอบครัวและเพื่อน ๆ และสามารถขยายหรือพับเก็บได้ตามการใช้งาน โดยผสานการดีไซน์แบบเดนมาร์กที่เรียบง่ายและโดดเด่นอย่างลงตัวด้วยตัวฐานโค้งมนที่มีดีเทลซ่อนอยู่ ช่วยเพิ่มมิติให้โต๊ะดูน่าสนใจมากขึ้นครับ”

ปิดท้ายกันด้วยสาวเก่งคนรุ่นใหม่ที่มีสไตล์เรียบง่าย แต่แฝงความเท่ โดนัท-พิชญา ส่งสกุลชัย เล่าถึงการเลือกเฟอร์นิเจอร์ของเธอว่า “ด้วยความที่เราเป็นผู้หญิง ก็จะชอบมองหาเฟอร์นิเจอร์ที่ดูมินิมอล น่ารัก และถ้าเป็นสินค้าลิมิเต็ดอิดิชันก็ยิ่งอยากได้เก็บไว้ เพราะมันพิเศษและไม่เหมือนใคร อย่างคอลเลคชั่น Sweet Art ก็เป็นหนึ่งในคอลเลคชั่นที่ผู้หญิงหลายคนชอบ เพราะได้สัมผัสดีไซน์แบบเดนมาร์กที่มีความอบอุ่นสไตล์ hygge ผสมกับรายละเอียดที่น่ารัก ได้แรงบันดาลใจจากขนมเค้กและเซรามิกรูปทรงโค้งมนทุกชิ้นดูนุ่มนวลและเติมเต็มบรรยากาศให้บ้านดูอบอุ่นขึ้นจริงๆ พอเราได้เลือกของแต่งบ้านแบบนี้ มันสะท้อนถึงความอ่อนโยน ความสดใสในตัวเอง ผ่านโทนสีพาสเทลและดีไซน์เรียบๆ ที่ดูสะอาดตา ไม่มีลวดลายให้รกสายตาเลย และ BoConcept ก็ถ่ายทอดคอลเลคชั่นนี้ออกมาได้ตรงใจโดนัทมากๆ เพราะมันช่วยเติมความอบอุ่น ความน่ารัก และทำให้บ้านรู้สึกเป็นมิตร ผ่อนคลาย อยู่แล้วสบายใจค่ะ”

ค้นพบศิลปะแห่งการใช้ชีวิตสไตล์เดนิช กับการแต่งบ้านเรียบหรูเหนือกาลเวลา The Art of Living Danishly’ ได้ที่ BoConcept ทั้ง 3 สาขา ได้แก่ ที่
DécorScape ทองหล่อ โทร. 065-5169337 ชั้น 3 ศูนย์การค้าสยามพารากอนโทร. 02-1294657-8) และชั้น 1 อินเด็กซ์ลิฟวิ่งมอลล์ สาขาภูเก็ต โทร. 076-304102 หรือผ่านช่องทางออนไลน์ได้ที่หน้าเว็บไซต์ BoConcept : https://www.boconcept.com/en-th/ และติดตามข่าวสารล่าสุดทั้งทาง Facebook, Instagramและ LINE Official

โดนัท-พิชญา ส่งสกุลชัย

โดนัท-พิชญา ส่งสกุลชัย