​สภาฯมติเอกฉันท์! ไฟเขียวหลักการแก้ไข’ร่าง กม.ฟอกเงิน’

​สภาฯมติเอกฉันท์! ไฟเขียวหลักการแก้ไข'ร่าง กม.ฟอกเงิน'

​สภาฯมติเอกฉันท์! ไฟเขียวหลักการแก้ไข’ร่าง กม.ฟอกเงิน’

วันพฤหัสบดี ที่ 3 เมษายน พ.ศ. 2568, 12.59 น.

สภาฯไฟเขียวหลักการแก้ไข”ร่าง กม.ฟอกเงิน” “โรม”ซัดการแก้ไขทำให้การตรวจสอบอ่อนแอ แนะให้ปรับปรุงรองรับการผลักดันนโยบายเอ็นเตอร์เทนเมนต์คอมเพล็กซ์-กาสิโน ด้าน”วิทยา”ลุกตั้งข้อสังเกตอำนาจ ปปง.สอบฮั้วเลือก สว.ส่อโมฆะ เหตุขัดรธน. ขณะที่”ชวน”หนุนแก้ไขเพิ่มเติมเป็นประโยชน์หากเจ้าหน้าที่ยึดความถูกต้องชอบธรรม ยกเคส”เคยถูกครหาโยงมารดา”

เมื่อวันที่ 3 เมษายน 2568 ที่รัฐสภา มีการประชุมสภาฯ นัดพิเศษ เพื่อเร่งรัดการพิจารณาร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) ที่คณะรัฐมนตรี (ครม.) เสนอ ซึ่งที่ประชุมได้พิจารณาร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) ป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ฉบับที่..) พ.ศ. …. และ ร่าง พ.ร.บ.ยกเลิกบทบัญญัติแห่งกฎหมายที่กำหนดความผิดมูลฐานตามกฎหมายว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน พ.ศ. …. ซึ่ง ครม.เป็นผู้เสนอ โดยนำมาพิจารณาพร้อมกัน เนื่องจากเป็นร่างพระราชบัญญัติที่เกี่ยวเนื่องกัน

โดย นายรังสิมันต์ โรม สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน (ปชน.) อภิปรายสนับสนุนร่างกฎหมายดังกล่าว พร้อมให้ข้อสังเกตต่อเนื้อหาของร่างกฎหมายที่พบปัญหาหลายส่วน ว่า ไม่ทำให้มาตรการนำไปสู่การปราบปรามการฟอกเงินมีประสิทธิภาพมากขึ้น และมีคำถามว่าทำให้มาตรการปราบปรามการฟอกเงินอ่อนแอ เช่น มาตรา 7 (10) แตกต่างจากสาระสำคัญเดิม คือการกำหนดลักษณะความผิดเกี่ยวกับสมาชิกอั้งยี่ตามประมวลกฎหมายอาญา หรือการมีส่วนร่วมองค์กรอาชญากรรมที่กฎหมายกำหนด มาตราดังกล่าวระบุว่าหากมีความผิดตามมูลฐานดังกล่าวใช้มาตรการต่อต้านฟอกเงินได้ทันที แต่ในฉบับใหม่พบว่าข้อหาอั้งยี่อย่างเดียวไม่พอ ต้องเป็นฐานอั้งยี่ที่เป็นเครือข่ายอาชญากรรม ดังนั้นหากไม่สามารถพิสูจน์ได้ว่าการทำผิดข้อหาอั้งยี่ แต่ไม่สามารถพิสูจน์ได้ถึงเครือข่าย มาตรการต่อต้านการฟอกเงินจะอ่อนแอ

“การเป็นเครือข่ายอาชญากรรมต้องการบุคคล3คนขึ้นไป ขณะที่อั้งยี่ 2 คนขึ้นไป เอาเข้าจริงการออกกฎหมายฉบับดังกล่าวเอาเข้าจริงอาจทำให้ ปปง.ทำงานยากและต้องพิสูจน์เพิ่มมากขึ้น เช่น กรณี สว. 100 คน ที่จะดำเนินคดีฐานอั้งยี่ หากไม่สามารถพิสูจน์ได้ในแง่ของการเป็นเครือข่ายอาชญากรรม มาตรการต่อต้านการฟอกเงินจะใช้บังคับกับกรณีของสว.ได้ ทำไมกฎหมายใหม่ที่แก้ไขการฟอกเงินทำให้หน่วยงานยของรัฐทำงานยาก” นายรังสิมันต์ อภิปราย

นายรังสิมันต์ อภิปรายด้วยว่า ขณะที่มาตรา 16 พบภาคธุรกิจต้องรายงานธุรกรรม พบว่ามีจำนวนน้อยลงและไม่มีการรปรับปรุงภาคธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับการฟอกเงินให้ทันสมัย ทั้งนี้พบว่าปัจจุบันการฟอกเงินมีหลายหลายมิติ เช่น คริปโต การจำหน่ายไฟฟ้า ทั้งนี้ตนเข้าใจว่าขั้นตอนปรับปรุงกฎหมายทำมานานแต่เมื่อทำในปัจจุบัน ประชาชนคาดหวังต่อการคาดหวังต่อสถานการณ์ทำไมถึงไม่กำหนดที่ชัดเจน เช่น แพลตฟอร์มออนไลน์ กระดานเทรดคริปโตที่ต้องรายงาน ตนมองว่าจำเป็นเพื่อเป็นมาตรการแก้ปัญหาแก๊งคอลเซ็นเตอร์ที่แม้จะทำได้ดีแต่อาจไม่ยั่งยืน

นายรังสิมันต์ กล่าวด้วยว่าในการแก้ไขกฎหมายดังกล่าว ตนคาดหวังว่าจะเป็นกฎหมายที่รองรับกับนโยบายรัฐบาลที่จะผลักดันเอนเทอร์เทนเมนต์คอมเพล็กซ์ ซึ่งทั่วโลกรู้ว่าการทำธุรกิจกาสิโน คือ ปัญหาการฟอกเงินเชื่อมโยงกับอาชญากรรมข้ามชาติ ทั้งที่รัฐบาลควรอาศัยจังหวะนี้ปรับปรุงกฎหมายให้พร้อมรองรับ แต่ไม่เห็นส่วนใดของกฎหมายที่ทำให้ไทยมีความพร้อมต่อมาตรการที่เข้มแข็งเพื่อรองรับ ดังนั้นการผลักกดันการประกอบธุรกิจกาสิโน หรือเอนเทอร์เทนเมนต์คอมเพล็กซ์ รวมถึงการพนันออนไลน์ จะทำให้การฟอกเงินทำได้ง่ายขึ้น

“ร่างกฎหมายนี้แทนที่จะแก้ไขเพื่อให้มีประสิทธิภาพ ทำให้การฟอกเงินทำได้ไม่ง่าย แต่กลายเป็นว่าสิ่งที่เห็น คือ ความอ่อนแอ มีขั้นตอนยุ่งยาก สิ่งที่ทำได้ผ่านกฎหมายคือ ต่อต้านการฟอกเงินที่คล่องตัว ผมฐานะ สส.เป็นห่วงเรื่องนี้ที่ไม่มีความพร้อมของกฎหมาย นโยบายที่ ประเทศไทยเป็นศูนย์กลางธุรกิจการฟอกเงิน ปัญหาหลายปัญหาที่แก้ไม่จบ ดังนั้น ฝาก ครม.และ กมธ.หลังจากนี้ต้องพิจารณาเพื่อให้มีมาตรการรองรับการเปลี่ยนแลงที่เกิดขึ้น” นายรังสิมันต์ อภิปราย

ทางด้าน นายอดิศร เพียงเกษ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย (พท.) กล่าวว่า ตนอับอายที่จะพิจารณาร่างกฎหมายดังกล่าวโดยเปิดเผย เพราะในขั้นตอนการรับฟังความเห็นของประชาชนตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 77 ไม่พบว่ามีผู้แสดงความเห็นแม้แต่รายเดียว ตนขอสอบถามกรรมกฤษฎีกาคณะพิเศษ รวมถึง ปปง.ถึงเหตุผล และเมื่อไม่ผ่านขั้นตอนดังกล่าวจะทำให้มีความสมบูรณ์หรือไม่ และจะทำให้การพิจารณาเป็นโมฆะหรือไม่

ขณะที่ นายชวน หลีกภัย สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) อภิปรายสนับสนุนการแก้ไขด้วย ว่า กฎหมายเป็นประโยชน์ แต่หากผู้ใช้ไม่ตระหนักความรับผิดชอบ ใช้กลั่นแกล้งคนอื่นจะมีปัญหา เพราะครอบครัวของตนเจอปัญหานี้ ฝ่ายการเมืองแกล้งตรวจสอบ นางถ้วน หลีกภัย มารดาของตน เพราะเข้าใจว่าตนเป็นนายกฯ ต้องเอาเงินไปฝากไว้ที่มารดาแต่ไม่มีอะไร ทั้งนี้ ส่วนที่แก้ไขเพิ่มเติมจะเป็นประโยชน์ หากไม่มีการนำไปกลั่นแกล้งโดยเฉพาะฝ่ายการเมือง หากเจ้าหน้าที่เป็นคนดี เป็นคนมีศักดิ์ศรี มีเกียรติ ดังนั้น เจ้าหน้าที่ทุกระดับยึดความถูกต้องชอบธรรมเพื่อให้เป็นกฎหมายที่เป็นประโยชน์กับบ้านเมือง

จากนั้น นายวิทยา นีติธรรม ผู้ช่วยเลขาธิการ ปปง.ชี้แจงต่อประเด็นซักถามว่าการรับฟังที่ถูกตั้งข้อสังเกตว่าไม่มีผู้แสดงความเห็นทางออนไลน์นั้น จะรับไปปรับปรุงในอนาคต ทั้งนี้ ในขั้นตอนการรับฟังความเห็นทางสำนักงานได้ทำออนไซด์เชิญหน่วยงานมาให้ความเห็นและมีหน่วยงานที่ทำหนังสือเป็นข้อสังเกตมายัง ปปง.ด้วย ขณะที่ประเด็นการตรวจสอบการฟอกเงินปัจจุบันได้ทำผ่านกรรมการธุรกรรม หากไม่มอบหมายเจ้าหน้าที่ ปปง.จะไปตรวจค้นไม่ได้ ซึ่งได้ปรับปรุงในปี 2551 ที่นายชวนทักท้วง

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในช่วงหนึ่ง นายวิทยา แก้วภราดัย สส.บัญชีรายชื่อ พรรครวมไทยสร้างชาติ ตั้งคำถามต่ออำนาจของ ปปง.ต่อการสอบสวนคดีที่เกี่ยวข้องกับการเลือกตั้ง สส.และการได้มาซึ่ง สว.ที่ตามกฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญ ได้ยืมอำนาจของ ปปง.ดำเนินการซึ่งส่อว่าจะขัดต่อรัฐธรรมนูญ อย่างไรก็ดีตนเห็นด้วยต่อการให้อำนาจ ปปง.ดำเนินการแทน กกต.เพราะอำนาจของ กกต.ที่กำกับการเลือกตั้งให้สุจริตเที่ยงธรรมนั้นเป็นเป็ดง่อย ทั้งนี้ ต้องหารือเพื่อไม่ให้ขัดกับรัฐธรรมนูญ และเสี่ยงจะถูกฟ้องร้อง

“เมื่อไม่ขอแก้ไขคดี สว. ปปง.สอบได้ถูกต้องหรือไม่จนกว่าศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยว่าอำนาจที่ทำแทน กกต.ตอนนี้ขัดกับรัฐธรรมนูญ”  

ทางด้านผู้ช่วยเลขาธิการ ปปง.ชี้แจงว่า “ถ้ากฎหมายบังคับใช้อยู่ต้องบังคับให้เป็นไปตามกฎหมาย”

จากนั้นที่ประชุมได้ลงมติโดยเสียงข้างมากรับหลักการร่าง พ.ร.บ.ป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ฉบับที่..) พ.ศ. …. ด้วยมติเอกฉันท์ 409 เสียง และตั้งกรรมาธิการวิสามัญ จำนวน 31 คน ขึ้นมาพิจารณา ขณะที่ร่าง พ.ร.บ.ยกเลิกบทบัญญัติแห่งกฎหมายที่กำหนดความผิดมูลฐานตามกฎหมายว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน พ.ศ. …. มติของสภาฯ รับหลักการด้วยเสียงข้างมาก และใช้ กมธ.วิสามัญชุดเดียวกันพิจารณา

‘ไชยชนก’เผย’อิ๊งค์’พร้อมเลื่อน’ร่างกม.กาสิโน’ หากเกิดเหตุไม่คาดฝันขึ้น

'ไชยชนก'เผย'อิ๊งค์'พร้อมเลื่อน'ร่างกม.กาสิโน' หากเกิดเหตุไม่คาดฝันขึ้น

‘ไชยชนก’เผย’อิ๊งค์’พร้อมเลื่อน’ร่างกม.กาสิโน’ หากเกิดเหตุไม่คาดฝันขึ้น

วันพฤหัสบดี ที่ 3 เมษายน พ.ศ. 2568, 12.55 น.

‘ไชยชนก’เผยคุย’นายกฯอิ๊งค์’ยันให้ความสำคัญแก้ปัญหาภัยพิบัติเร่งด่วน ก่อนถกร่างกม.กาสิโน 9 เม.ย. ชี้พร้อมเลื่อนหากมีภัยธรรมชาติ ดิน ฟ้า อากาศ แทรกเข้ามา  ย้ำจุดยืน ต้องใช้ภาษีบาปสร้างประโยชน์ให้ประเทศสูงสุด  และลดปัญหาสังคม 

เมื่อวันที่ 3 เม.ย.2568 ที่สนามช้างอินเตอร์ เนชั่นแนล เซอร์กิต  อ.เมือง จ.บุรีรัมย์ นายไชยชนก ชิดชอบ สส.บุรีรัมย์ และเลขาธิการพรรคภูมิใจไทย กล่าวถึงจุดยืนพรรคภูมิใจไทย ในการพิจารณาร่างพ.ร.บ.การประกอบการธุรกิจสถานบันเทิงครบวงจร พ.ศ. หรือ ร่างกฎหมายเอนเตอร์เทนเมนต์คอมเพล็กซ์ ที่จะเข้าสู่การพิจารณาในสภาฯ ในวันที่ 9 เม.ย. ว่า จุดยืนของพรรคภูมิใจไทยต่อร่างกฎหมายดังกล่าว ที่เลื่อนเร็วขึ้น เรื่องนี้มีโอกาสได้พูดคุยกับ น.ส.แพทองธาร ชินวัตร นายกฯ ซึ่งความคิดเห็นเราตรงกัน ในเชิงที่ว่า สำหรับตนไม่ว่าจะเป็นนโยบายหรือกฎหมายใดก็ตาม ตนติดว่าเวลานี้คือความปลอดภัยของพี่น้องประชาชน ซึ่งนายกฯ ก็คิดเห็นตรงกันในเรื่องแผ่นดินไหว และตึกถล่ม เพราะภัยพิบัติแม้ไม่ใช่ความผิดของรัฐบาล แต่ทุกคนและทุกหน่วยงานพยายามสุดความสามารถในการรับมือ แต่ก็มีผลกระทบในความเสียหาย ซึ่งความสำคัญเร่งด่วนคือเตรียมตัวรับมือสิ่งที่อาจจะเกิดขึ้นตามมา เพราะปัญหาดิน ฟ้า อากาศ ไม่ได้เกิดขึ้นในประเทศไทย แต่เกิดขึ้นจากทั่วโลก  ในเรื่องภัยพิบัติต่างๆ ทุกๆ ปัญหาได้เกิดขึ้นแล้ว 

“เราให้ความสำคัญตรงกัน นายกฯ ไม่อยากก่อให้เกิดความตระหนก แต่ท่านตระหนัก เราก็คุยกันเรื่องนี้ และรอดูสถานการณ์อันใกล้ ถ้าจากวันนี้ถึงวันที่ 9 เม.ย. หากมีสถานการณ์ก่อให้เกิดความกังวล หรือสิ่งที่ต้องการความสนใจจากรัฐบาลมากกว่า  ท่านก็สัญญากับผมจะเลื่อนไปอีก  อย่างเช่นเรื่องนี้ภัยพิบัติเห็นตรงกันว่าเป็นเรื่องที่สำคัญกันว่า จึงเป็นเหตุให้พรรคภูมิใจไทยที่จะโหวตให้ร่างกฎหมายดังกล่าวขึ้นมาภายใต้ข้อแม้เดียวขึ้นมา คือถ้ามีเรื่องอื่นเกิดขึ้น ต้องเลื่อนการพิจารณาร่างกฎหมายฯออกไปก่อน เพราะเราเห็นตรงกันเอาเรื่องความปลอดภัยของประชาชนมาก่อน ซึ่งพรรคภูมิใจไทยไม่มีปัญหาเรื่องนี้“ เลขาธิการพรรคภูมิใจไทย กล่าว  

เมื่อถามว่าจุดยืนของร่างกฎหมายดังกล่าว พรรคภูมิใจไทยเห็นด้วยใช่หรือไม่ นายไชยชนก กล่าวว่า จุดยืนในการพิจารณากฎหมายภูมิใจไทย ยังเหมือนเดิม ต้องเป็นประโยชน์ต่อประชาชนอย่างชัดเจน มีวิธีการลดปัญหาสังคม มีมาตรการเก็บภาษีบาปที่นำงบประมาณไปขับเคลื่อน และสร้างประโยชน์ให้ประเทศมากขึ้น และชัดเจน อย่างน้อยๆ ต้องมีเรื่องเหล่านี้  

สำหรับเราการพนันแบบออนไลน์ และออฟไลน์ ในแบบหมวดกีฬา อันนั้นเป็นสิ่งที่ควรจะทำมากกว่า ถ้าจะทำในเรื่องนี้ เพราะเป็นสิ่งที่ห้ามไม่ได้ เพราะคนเล่นอยู่ และเรามองว่าให้นำมาอยู่บนดิน และให้บริหารเก็บข้อมูลภาษีบาปได้ ซึ่งในส่วนกาสิโน เป็นอีกมิติ ซึ่งเราเห็นต่างได้ ซึ่งหากนำมาวิเคราะห์ พิจารณา และปรับปรุงไปเรื่อยๆ ตนมองว่าสร้างประโยชน์ให้ประเทศได้ แต่ความสำคัญตอนนี้ขอเรื่องความปลอดภัยก่อน 

เร็วสุดสัปดาห์หน้า! ‘วันนอร์’ย้ำ‘ร่าง พ.ร.บ.เอ็นเตอร์เทนเมนต์ฯ’จ่อเข้าสภาฯ

เร็วสุดสัปดาห์หน้า! ‘วันนอร์’ย้ำ‘ร่าง พ.ร.บ.เอ็นเตอร์เทนเมนต์ฯ’จ่อเข้าสภาฯ

เร็วสุดสัปดาห์หน้า! ‘วันนอร์’ย้ำ‘ร่าง พ.ร.บ.เอ็นเตอร์เทนเมนต์ฯ’จ่อเข้าสภาฯ

วันพฤหัสบดี ที่ 3 เมษายน พ.ศ. 2568, 12.37 น.

“วันนอร์”ย้ำวันนี้ไม่สามารถเลื่อน”ร่าง พ.ร.บ.เอ็นเตอร์เทนเมนต์คอมเพล็กซ์”ขึ้นมาพิจารณาเลยได้ เร็วสุดต้องสัปดาห์หน้า อ้าแขนอำนวยความสะดวกม็อบ บอกน้ำท่า-จอทีวีมีให้เต็มที่ แต่ขอสงบ ไม่กดดัน สส.ที่อภิปราย

เมื่อวันที่ 3 เมษายน 2568 ที่รัฐสภา นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภาผู้แทนราษฎร กล่าวถึงการพิจารณาร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) ธุรกิจสถานบันเทิงครบวงจร หรือ เอ็นเตอร์เทนเมนต์คอมเพล็กซ์ ซึ่งอยู่ในระเบียบวาระแล้ว ว่า แม้ร่างกฎหมายดังกล่าวจะอยู่ในระเบียบวาระการประชุม แต่ก็ไม่ใช่ว่าอยู่ในลำดับต้น โดยอยู่ลำดับที่ 15 ซึ่งเท่าที่ทราบ วิปรัฐบาลจะขอเลื่อนการพิจารณาขึ้นมาในวันที่ 9 เม.ย.ซึ่งก็ต้องแล้วแต่มติของที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎร ดังนั้น ยืนยันว่าไม่มีการเลื่อนมาพิจารณาวันนี้อย่างแน่นอน เพราะจะต้องให้สมาชิกได้มีเวลาในการศึกษาร่างกฎหมายก่อน หากเลื่อนมาในวันนี้ก็น่าจะขัดกับข้อบังคับการประชุมสภาผู้แทนราษฎร

ส่วนกรณีที่มีการตั้งข้อสังเกตว่ารัฐบาลพยายามเร่งผลักดัน ถือเป็นการโยนเผือกร้อนมาที่สภาฯ หรือไม่ นายวันมูหะมัดนอร์ กล่าวว่า ตนในฐานะที่เป็นประธานต้องวางตัวเป็นกลาง ไม่สามารถออกความเห็นได้ว่าเร่งรีบหรือไม่ แต่ต้องปฏิบัติตามกฎหมายและข้อบังคับ เมื่อคณะรัฐมนตรีส่งมาเป็นเรื่องด่วน ก็ต้องบรรจุเข้าระเบียบวาระตามข้อบังคับ ส่วนกรณีเสนอเลื่อนหรือไม่เป็นเรื่องของวิป และเป็นมติของที่ประชุมซึ่งสามารถจะเลื่อนได้ล่วงหน้าเพื่อพิจารณาในสัปดาห์หน้า ไม่ใช่วันนี้ ทั้งนี้ ตนเข้าใจเจตนารมณ์ของรัฐบาล และวิปรัฐบาล ว่าอยากจะให้กฎหมายได้เข้าสู่การพิจารณาในวาระแรกก่อนปิดสมัยประชุม และจะได้ใช้เวลาในช่วงปิดสมัยประชุม 1 เดือน ในการพิจารณาศึกษาในชั้นของคณะกรรมาธิการ

เมื่อถามว่า ในการพิจารณาวันที่ 9 เม.ย.อาจมีผู้ไม่เห็นด้วยมาชุมนุมจะมีมาตรการรองรับอย่างไรนั้น นายวันมูหะมัดนอร์ กล่าวว่า เป็นเรื่องธรรมดาที่ญัตติหรือกฎหมายต่างๆ จะมีทั้งคนที่เห็นด้วยและไม่เห็นด้วย สภาฯ ก็ต้องเปิดโอกาสให้สมาชิกให้อภิปรายเต็มที่ แต่เรื่องความสงบเรียบร้อย สภาฯ ต้องดูแลไม่ให้เกิดความไม่เรียบร้อยเกิดขึ้น และต้องเปิดโอกาสให้สมาชิกได้อภิปรายทั้งเห็นด้วยและไม่เห็นด้วยอย่างอิสระเสรี ไม่มีอะไรมากดดัน เพื่อให้สมาชิกเกิดความไม่สบายใจว่าไม่ปลอดภัย ก็คงไม่ดี ดังนั้น บรรยากาศภายในสภาฯ ต้องเหมือนปกติ แต่หากข้างนอกจะมีการมาแสดงออกว่าเห็นด้วยหรือไม่เห็นด้วยก็ขอให้แสดงออกอย่างสงบ ซึ่งทางสภาฯ ยินดีอำนวยความสะดวกให้ ทั้งเรื่องน้ำเรื่องท่า และเรื่องอื่นๆ รวมถึงหากต้องการ จะให้ถ่ายทอดเสียงผ่านจอโทรทัศน์ ก็ยินดีอำนวยความสะดวกให้ เพื่อคนที่มาอยากจัดแสดงความเห็น เราก็เปิดเสรี แต่บรรยากาศภายในห้องประชุมรอบรอบสภาฯ ต้องให้สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรได้แสดงความเห็นโดยอิสระเสรี โดยไม่มีการกดดัน

เมื่อถามว่า ต้องประสานกับเจ้าหน้าที่ตำรวจท้องที่หรือไม่ นายวันมูหะมัดนอร์ กล่าวว่า เป็นเรื่องธรรมดา ฝ่ายความปลอดภัยในส่วนของสภาฯ ก็มีตำรวจสภาฯ และจะประสานท้องที่ในกรณีที่เกิดกรณีฉุกเฉิน แต่ตนก็มั่นใจว่า ตอนนี้ประชาชนพัฒนาไปเยอะแล้ว ไม่มีใครต้องการให้เกิดความวุ่นวาย แต่การแสดงความคิดเห็น ทั้งเห็นด้วยและไม่เห็นด้วย เป็นไปตามระบอบประชาธิปไตย ซึ่งทั่วโลกก็เป็นเช่นนี้

เมื่อถามว่า มองอย่างไรที่มีการเสนอว่าควรจะทำประชามติก่อนที่จะพิจารณากฎหมายฉบับนี้ นายวันมูหะมัดนอร์ กล่าวว่า ตนไม่มีความเห็น เพราะเป็นประธานสภาผู้แทนราษฎร ต้องวางตัวเป็นกลาง ขึ้นอยู่กับรัฐบาล และผู้เสนอ

เมื่อถามว่า หากพิจารณาไม่ทันในวันที่ 9 เม.ย.จะขอเปิดสมัยประชุมวิสามัญเพื่อพิจารณาหรือไม่นั้น ประธานสภาผู้แทนราษฎร กล่าวว่า รัฐบาลมีหน้าที่ในการเปิดประชุมสมัยวิสามัญ ขึ้นอยู่กับรัฐบาล แต่หากสภาเห็นว่ามีความจำเป็นก็ต้องเสนอให้รัฐบาล เพื่อขอพระบรมราชานุญาตในการประกาศพระราชกฤษฎีกา เปิดสมัยประชุม รัฐสภามีหน้าที่ขอ ถ้ารัฐบาลเห็นด้วยว่ามีความจำเป็นก็ประกาศพระราชกฤษฎีกาขอเปิดสมัยประชุมวิสามัญ จะประชุมเรื่องใดกี่วัน ก็เป็นเรื่องที่คุยกันทั้งสองฝ่าย

ระวังไม่มีแผ่นดินอยู่! !‘คปท.’บุกสภาค้านร่างกม.กาสิโน ฉะรัฐบาลปล้นอำนาจปชช.

ระวังไม่มีแผ่นดินอยู่! !‘คปท.’บุกสภาค้านร่างกม.กาสิโน ฉะรัฐบาลปล้นอำนาจปชช.

ระวังไม่มีแผ่นดินอยู่! !‘คปท.’บุกสภาค้านร่างกม.กาสิโน ฉะรัฐบาลปล้นอำนาจปชช.

วันพฤหัสบดี ที่ 3 เมษายน พ.ศ. 2568, 12.30 น.

มาตามนัด! ม็อบ‘คปท.’บุกสภา ค้านร่างเอ็นเตอร์เทนเมนต์ฯ ด้าน‘จตุพร’ไล่‘วันนอร์’กลับไปถามฐานเสียงมุสลิมเห็นด้วยหรือไม่ บอกเป็นผู้อาวุโส ต้องกล้าเตือน‘นายกฯ-พ่อนายกฯ’ ด้าน‘พลังประชารัฐ’ลั่นพร้อมลงถนนกับประชาชน ค้านหัวชนฝา หากพ่ายแพ้ในสภาฯ ยันไม่เอากาสิโน ขณะที่‘รองฯพิเชษฐ์’ยันไม่เข้าสภาฯสัปดาห์นี้ ส่งผลม็อบทยอยเดินทางกลับ

เมื่อวันที่ 3 เม.ย.68 ที่รัฐสภา  ผู้สื่อข่าวรายงานจากหน้ารัฐสภา บริเวณข้างรัฐสภาฝั่งวัดแก้วฟ้า ว่า ตั้งแต่ช่วงเช้า  เครือข่ายนักศึกษาประชาชนปฏิรูปประเทศไทย  ศปปส. กองทัพธรรม นำโดยนายพิชิต ไชยมงคล  แกนนำกลุ่มเครือข่ายนักศึกษาประชาชนปฏิรูปประเทศไทย (คปท.) และนพ.วรงค์ เดชกิจวิกรม  ประธานพรรคไทยภักดี เพื่อคัดค้าน ร่าง พ.ร.บ.การประกอบธุรกิจสถานบันเทิงครบวงจร หรือ เอนเตอร์เทนเมนต์คอมเพล็กซ์ บรรยากาศเป็นไปอย่างคึกคักมีการชูป้ายคัดค้านร่างฯดังกล่าว

นพ.วรงค์  ได้กล่าวปราศรัย ว่า  เราเคยคิดว่า “รัฐบาลอุ๊งอิ๊งค์” มาจากการเลือกตั้ง ที่อ้างประชาธิปไตย ควรจะฟังเสียงประชาชน แต่รัฐบาลชุดนี้ไม่ฟังเสียงประชาชน เราจึงต้องมาที่รัฐสภาเพื่อยื่นหนังสือต่อประธานสภาผู้แทนราษฎร ให้ส่งต่อว่าต้องฟังเสียงประชาชน มิฉะนั้น ท่านจะไม่มีเวทีให้เดินต่อไป ในระบอบประชาธิปไตยอำนาจเป็นของประชาชน อย่างกรณีกฎหมายนิรโทษแบบสุดซอย ที่ปล้นอำนาจประชาชนไปปู้ยี้ ปู้ยำเพื่อผลประโยชน์ของตัวเอง วันนี้เขากำลังปล้นอำนาจประชาชนเพื่อทำให้ประเทศเป็นบ่อน เปิดกาสิโน และสุดท้ายเพื่อประโยชน์ตัวเอง จึงอยากบอกนายวันมูหะมัดนอร์ นายกฯอุ๊งอิ๊งค์ พูดจากหัวใจเลยว่าประชาชนไม่ต้องการจัดม็อบ ประชาชนเหนื่อย ประชาชนเบื่อ แต่เพราะพวกคุณบังคับประชาชนต้องออกมา

นพ.วรงค์ กล่าวว่า ส่วนการที่เร่งรีบเสนอผ่านที่ประชุมคณะรัฐมนตรี เพราะรู้ว่าถ้าเสนอแบบเปิดเผยโปร่งใสประชาชนจะไม่เอา และหลังเกิดเหตุแผ่นดินไหวตึกถล่ม ยังเสนอกฎหมายที่ทำร้ายจิตใจประชาชน จึงอยากจะบอกว่าประวัติศาสตร์ปรารภคุณไว้แล้ว อย่างพ.ร.บ.นิรโทษสุดซอย จุดจบคือหนี และไม่มีแผ่นดินอยู่ จึงเชื่อว่าจุดจบจะไม่ต่างจากเดิม นั่นคือหนี และไม่มีแผ่นดินอยู่ และเรื่องนี้คุ้มค่าที่ไหนกับความสูญเสียของประเทศชาติ

ด้านนายจตุพร พรหมพันธุ์ แกนนำคณะหลอมรวมประชาชน กล่าวว่า ตนอยากให้นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภาผู้แทนราษฎร มองหน้าชาวมุสลิมโดยเฉพาะใน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ที่เลือกท่านมา ว่าบ่อนกาสิโนเขาต้องการหรือไม่ ในฐานะที่เป็นผู้อาวุโส เป็นประธานฝ่ายนิติบัญญัติต้องกล้าเตือนนายกรัฐมนตรีและพ่อของนายกรัฐมนตรี ว่าบ้านเมืองจะพังจากบ่อนกาสิโน

“แน่จริงก็เอาเข้าวันนี้เลย ไม่เห็นมีปัญหาอะไรแต่อย่ามาทำตัวลับๆล่อๆกวนตีนประชาชนแบบนี้ไม่ได้เลย อยากส่งเสียงนี้ไปยัง อ.วันนอร์ ว่าผมไม่ต้องการเข้าไปยื่นหนังสือข้างในสภากลัวเปื้อนสภาอันส่งเกียรติของท่าน ขอเชิญออกมารับหนังสือของประชาชนด้านนอก ถ้ามาเองไม่ได้ก็ส่งรองประธานสภาฯมา”นายจตุพร กล่าว

นายจตุพร กล่าวว่า  แทนที่จะรวมหัวใจส่งกำลังใจไปให้เจ้าหน้าที่ตึก สตง.แห่งใหม่ ซึ่งกำลังค้นหาร่างผู้ติดอยู่ในอาคาร “แต่อันนั้นคนตาย กูไม่เกี่ยวเอาบ่อนก่อน“ ทั้งที่การก่อสร้างก็มีการทุจริต เมื่อคืนสหรัฐก็ขึ้นภาษีประเทศไทย จริงอยู่ที่ขึ้นหลายประเทศซึ่งเขาสามารถไปเจรจาได้ แต่ไทยไม่สามารถทำได้เพราะเขาไม่ออกวีซ่าให้

จากนั้นในเวลา 10.30น. สส. พรรคประชารัฐ   นำโดยนายชัยมงคล ชัยรบ สส.สกลนคร  รองหัวหน้าพรรค นายฉกาจ พัฒนกิจวิบูลย์ สส.พังงา รองหัวหน้าพรรคนายสุธรรม จริตงาม  สส.นครศรีธรรมราช นายกระแสร์ ตระกูลพรพงศ์ สส.หนองคาย และนายคอซีย์ มามุ สส. ปัตตานี  ได้มาให้กำลังใจผู้ชุมนุมที่ค้านร่างพ.ร.บ.ฉบับนี้ 

นายชัยมงคล กล่าวว่า พรรคพลังประชารัฐ เคารพในจิตวิญญาณการต่อสู้ และเชื่อว่าไม่มีพลังอะไรจะใหญ่เท่าพลังของประชาชน การพนันกาสิโน สถานบันเทิงครบวงจร เป็นสิ่งที่ประชาชนคนไทยปฏิเสธมาตลอด ในวันนี้ตนอยากวิงวอนไปยังสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ให้กลับมาทำหน้าที่ที่ควรเป็น คือเป็นตัวแทนของประชาชน ฟังเสียงประชาชน เรายืนยันว่าจะต่อสู้คัดค้านอย่างเต็มที่ทั้งในและนอกสภา หากในสภาพ่ายแพ้ เราพร้อมที่จะเดินออกมาสู้พร้อมกับประชาชน เพื่อบอกกับรัฐบาลว่าอย่าทำร้ายประชาชน และ ฟังเสียงประชาชนซึ่งเป็นเจ้าของอำนาจที่แท้จริง ยังมีปัญหาอีกหลายเรื่องที่ประชาชนต้องการการแก้ไข การเร่งพิจารณาเรื่องกาสิโนเช่นนี้ตนมองว่าเป็นการมองข้ามหัวประชาชน  ซึ่งจุดยืนพลังประชารัฐจะยืนอยู่เคียงข้างประชาชนเราไม่เอากาสิโน

ต่อมาเวลา 11.20 น. นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่ 1 ได้ออกมาพบผู้ชุมนุม พร้อมรับหนังสือ ที่ผู้ชุมนุมคัดค้านไม่เห็นกับร่างพ.ร.บ.ฉบับดังกล่าว

นายจตุพร  ได้ถามว่า ภายใน วันที่  3-4 เม.ย.นี้ สภาฯ จะมีการพิจารณา ร่างพ.ร.บ.หรือไม่  เพราะถ้าไม่มีจะได้ให้ผู้ชุมนุมเดินทางกลับเลย  โดย นายพิเชษฐ์ ยืนยันว่า “ไม่มี  แต่ว่าในวันที่ 9 เม.ย. ผมไม่แน่ใจ”

จากนั้นกลุ่มผู้ชุมนุมฯ ได้ทยอย เดินทางกลับ เมื่อรับทราบว่า จะไม่มีการนำร่างพ.ร.บ.การประกอบธุรกิจสถานบันเทิงครบวงจร เข้าสู่การพิจารณาในสัปดาห์นี้

‘อิทธิพร’ออกโรงโต้! กกต.ไม่เคยให้ข่าว 30 สว.ส่อหยุดปฏิบัติหน้าที่

'อิทธิพร'ออกโรงโต้! กกต.ไม่เคยให้ข่าว 30 สว.ส่อหยุดปฏิบัติหน้าที่

‘อิทธิพร’ออกโรงโต้! กกต.ไม่เคยให้ข่าว 30 สว.ส่อหยุดปฏิบัติหน้าที่

วันพฤหัสบดี ที่ 3 เมษายน พ.ศ. 2568, 12.08 น.

“อิทธิพร”ออกโรงโต้! กกต.ไม่เคยให้ข่าว 30 สว.ส่อหยุดปฏิบัติหน้าที่ ยันยังอยู่กระบวนการตรวจสอบร่วม”ดีเอสไอ”กับ”กกต.” ส่วนคำร้อง”สว.หมอเกศ” เข้าสู่ที่ประชุมกกต.เดือนนี้ คาดลงมติได้

เมื่อวันที่ 3 เมษายน 2568 สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) จัดกิจกรรมสานพลังภาคีเครือข่ายต่อยอดกลยุทธ์สื่อสารการเลือกตั้ง ที่โรงแรมรามาการ์เด้นส์ ถนนวิภาวดีรังสิต กรุงเทพฯ โดยมี นายอิทธิพร บุญประคอง ประธานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) เป็นประธานในพิธีเปิดกิจกรรมสานพลังภาคีเครือข่ายต่อยอดกลยุทธ์สื่อสารการเลือกตั้ง และนายวีระ ยี่แพร เลขาธิการ กกต. เป็นผู้กล่าวรายงาน

นายอิทธิพร ให้สัมภาษณ์ภายหลังเป็นประธานในพิธีเปิดฯ เกี่ยวกับความคืบหน้าการตรวจสอบการฮั้วเลือก สว.หลัง กกต.ตั้งคณะกรรมการตรวจสอบร่วมกับกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) ว่า กกต.ได้เชิญดีเอสไอเข้าร่วมตรวจสอบก็เป็นการทำตามหน้าที่ตามกรอบของกฎหมาย ตามระเบียบว่าด้วยการสืบสวนสอบสวนของ กกต.ซึ่งเริ่มทำงานกันเมื่อประมาณ 2 – 3 สัปดาห์ที่ผ่านมา ขณะนี้อยู่ระหว่างการทำงานของคณะกรรมการร่วม ก็เชื่อว่าจะต้องมีความคืบหน้า เพราะทางดีเอสไอได้มีการตรวจสอบข้อมูลข้อเท็จจริงเบื้องต้นไปแล้ว ซึ่งก็จะนำข้อเท็จจริงเหล่านี้เข้ามาสู่กระบวน การของการสืบสวนไต่สวน ก็จะไม่ได้เป็นการเริ่มต้นจากศูนย์

ถามว่ากรณีที่มีรายชื่อ 30 สว.อาจถูกสั่งให้หยุดปฏิบัติหน้าที่นั้น นายอิทธิพร กลาวว่า เรื่องนี้เป็นเพียงข่าวเท่านั้น แต่ กกต.ไม่ได้ให้ข้อมูลอย่างนั้น ซึ่งกระบวนการสืบสวนไต่สวนต้องทำด้วยความเรียบร้อย และรับฟังความเห็นจากทุกฝ่ายเสียก่อน ยังไม่สามารถด่วนสรุปอะไรได้ง่ายๆ

เมื่อถามอีกว่า กระบวนการสืบสวนตรวจสอบจะมีความคืบหน้าต้องรอให้ถึงขั้นตอนที่รู้กระบวนการฮั้วเลือก สว.ว่ามีผู้ใดเกี่ยวข้องบ้างใช่หรือไม่ นายอิทธิพร กล่าวว่า เรื่องนี้เป็นหน้าที่ของดีเอสไอ ซึ่งจะมีพยานเอกสาร พยานบุคคล และจะต้องเรียกผู้เกี่ยวข้องมาสอบสวน และให้ผู้ที่เกี่ยวข้องได้มีโอกาสรับทราบข้อกล่าวหาและแก้ข้อกล่าวหา ซึ่งตามกระบวนการจะต้องใช้เวลา แต่จะไม่มากเท่าไรนักเพราะว่าได้มีการกำหนดกรอบการดำเนินการเอาไว้แล้วจะทำให้เสร็จภายในระยะเวลาเท่าใด โดยไม่ทำให้คดีนั้นเสียไป แต่มีระยะเวลาเพื่อให้ความยุติธรรมกับทุกๆ ฝ่ายและเพื่อความชัดเจน

นายอิทธิพร กล่าวอีกว่า สำหรับขั้นตอนขณะนี้อยู่ในระหว่างการสืบสวนไต่สวนของคณะกรรมการไต่สวนสืบสวนที่ได้ตั้งขึ้นมาอีก 1 คณะเมื่อเร็วๆ นี้เพื่อการนี้ และกระบวนการต่อจากนี้เมื่อมีการสืบสวนไต่สวนเสร็จแล้วในระดับคณะฯก็จะต้องส่งให้ส่วนกลางของ กกต.เพื่อให้ความเห็นประกอบ หลังจากนั้นเมื่อเลขาธิการ กกต.มีความเห็นประกอบผลไต่สวนสืบ สวนประการใด ก็จะเข้าสู่การพิจารณาของคณะอนุกรรมการฯวินิจฉัย ก่อนจะเข้าสู่กระบวนการพิจารณาของ กกต.

เมื่อถามว่า สังคมตั้งข้อสังเกตกระบวนการตรวจสอบคุณสมบัติการศึกษาของ พญ.เกศกมล เปลี่ยนสมัย สมาชิกวุฒิสภา (สว.) หรือ หมอเกศกมล ว่าดำเนินล่าช้านั้น นายอิทธิพร กล่าวว่า ใช้เวลาอยู่บ้าง เพราะว่าการสืบสวนไต่สวนมีประเด็นอะไรที่โผล่ขึ้นมา เราก็จะต้องทำให้มั่นใจว่าเรามีการสืบสวนไต่สวนอย่างชัดเจนแล้ว ซึ่งสำนวนเรื่องนี้เคยเข้ามาที่ กกต.แล้ว แต่ในการเข้ามาครั้งที่แล้วที่ประชุมเห็นว่ามีประเด็นที่จะต้องทำการสืบสวนไต่สวนเพิ่มเติม เนื่องจากเห็นว่ายังไม่ชัดเจน ซึ่งประเด็นส่วนใหญ่ชัดเจน แต่ในบางประเด็นยังไม่ชัดเจน จึงต้องให้กลับไปทำการสืบสวนไต่สวนเพิ่มเติม ซึ่งได้รับการแจ้งอย่างไม่เป็นทางการว่าภายในเดือนนี้ น่าจะเข้าสู่การพิจารณาของที่ประชุม กกต.อีกครั้ง

เมื่อถามว่า การตรวจสอบของกรณี พญ.เกศกมล นั้น จะมีการแยกเรื่องการฮั้วเลือก สว.กับการตรวจสอบคุณสมบัติหรือไม่ นายอิทธิพร กล่าวว่า การตรวจสอบเรื่อง พญ.เกศกมล มีคำร้อง 2 กรณี คือ มาตรา 77(1) ซึ่งพัวพันกับการฮั้ว และอีกกรณีเรื่องคุณสมบัติ จากนั้น ทุกๆ ประเด็นในทั้งสองคำร้องมารวมเป็นหนึ่งสำนวน หลังจากนั้นจะมาถึงขั้นตอนที่เราได้ขอให้สอบเพิ่มเติมบางประเด็น ล่าสุด ทางสำนักงาน กกต.ได้บอกว่าเรื่องนี้จะเข้าสู่การพิจารณาของ กกต.อีกครั้งภายในเดือนนี้

เมื่อถามย้ำว่า จะสามารถนำไปสู่การลงมติได้ในครั้งนี้หรือไม่ นายอิทธิพร กล่าวว่า คิดว่าน่าจะนำไปสู่การลงมติได้ แต่ทั้งนี้ต้องดูว่าการพิจารณาของที่ประชุมคณะกรรมการ กกต.ซึ่งประกอบด้วยกรรมการทุกท่านนั้น หากท่านใดมีข้อสงสัยก็จะเป็นไปตามกระบวนการของ กกต.ทั้งนี้ ขอย้ำว่า เราไม่ได้คิดที่จะทำอะไรให้เกิดความล่าช้าแต่อย่างใด

‘วันนอร์’การันตี‘รัฐสภา’ปลอดภัย-ออกแบบป้องกันแผ่นดินไหว

‘วันนอร์’การันตี‘รัฐสภา’ปลอดภัย-ออกแบบป้องกันแผ่นดินไหว

‘วันนอร์’การันตี‘รัฐสภา’ปลอดภัย-ออกแบบป้องกันแผ่นดินไหว

วันพฤหัสบดี ที่ 3 เมษายน พ.ศ. 2568, 12.00 น.

“วันนอร์”การันตี”รัฐสภา”ปลอดภัย-ออกแบบป้องกันแผ่นดินไหว เผยตั้งคณะกรรมการดึงผู้เชี่ยวชาญทุกสารทิศเอกซเรย์เข้มอีกรอบ กรอบเวลา 1 เดือน ลั่นโชคดีคนออกแบบยังมีชีวิต ยันใช้เหล็กแผ่นทั้งตึกไม่มีเหล็กข้ออ้อย ตอกเสาเข็มลึก 50 เมตร

เมื่อวันที่ 3 เมษายน 2568 ที่รัฐสภา นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภาผู้แทนราษฎร ให้สัมภาษณ์ถึงความคืบหน้าในการตรวจสอบอาคารรัฐสภาหลังเกิดเหตุการณ์แผ่นดินไหว ว่า ทางสภาฯ ได้มีการตรวจสอบหลายชั้น และได้ให้ฝ่ายอาคารตรวจสอบเป็นการภายใน ไม่พบอะไรที่น่ากังวล รอยที่เห็นก็ไม่ได้เกี่ยวกับโครงสร้าง แต่สภาก็ได้มีการออกคำสั่งเชิญผู้ออกแบบอาคารนี้ และสมาคมวิศกร รวมถึงผู้เชี่ยวชาญมาร่วมกันตรวจสอบทั้งภายในและภายนอกอย่างรอบด้าน แต่เพื่อความละเอียดรอบคอบ ก็ได้ตั้งคณะกรรมการขึ้นมาตรวจสอบอีกครั้งกรอบเวลา 1 เดือน

นายวันมูหะมัดนอร์ กล่าวว่า ทั้งนี้ หลังการตรวจสอบก็ต้องมีการซักซ้อม เพื่อไม่ให้ประมาท เพราะหากเกิดอาฟเตอร์ช็อกขึ้นมา ทุกคนไม่รู้สัญญาณ จะออกทางบันไดหนีไฟหรือออกทางไหน ด้วยความรีบร้อน อาจเกิดอันตรายของการที่ไม่ได้เตรียมพร้อม ซึ่งภายในสัปดาห์หน้าจะมีการซักซ้อม เพื่อไม่ให้เกิดประมาท ซึ่ง นายการุญ จันทรางศุ ในฐานะวิศวกรโครงสร้างของบริษัทผู้ออกแบบอาคาร ได้ยืนยันว่า อาคารแห่งนี้มีการออกแบบไว้สำหรับแผ่นดินไหวแล้ว หากความรุนแรงไม่เกิน 6 แมกนิจูด สภาพโครงสร้างต่างๆ ทั้งบนดินและใต้ดิน เสาเข็มที่เจาะเข้าไปลึก 50 เมตร และโครงสร้างไม่ใช่เหล็กข้ออ้อย แต่ใช้เหล็กแผ่นที่เป็นโครงสร้างพิเศษ ที่ผู้ออกแบบได้ออกแบบด้วยความมั่นคง ป้องกันแผ่นดินไหวเป็นส่วนหนึ่ง เพราะฉะนั้นไม่มีปัญหาเรื่องโครงสร้าง และแน่นอนว่าเหตุการณ์แผ่นดินไหวเกิดที่เมียนมา ความรุนแรงตั้ง 7 – 8 ก็มีผลกระทบบ้าง เช่น มีรอยร้าวจากปูนที่ฉาบ

นายวันมูหะมัดนอร์ กล่าวต่อว่า โดยรวมได้มีการตรวจ 2 รอบแล้ว แต่เพื่อความรอบคอบ จะตรวจแบบเอกซเรย์อีก 1 รอบ โดยใช้เวลาประมาณ 1 เดือน ยืนยันว่าไม่มีปัญหา ทั้งเรื่องแบบและโครงสร้าง ซึ่งผู้ออกแบบก็ยังมีชีวิตอยู่ โดยตนก็ได้ออกหนังสือเวียนให้ผู้ใช้งานในอาคาร เพื่อให้มีความมั่นใจว่าจะปลอดภัย

“ส่วนอุปกรณ์หมวกนิรภัย เสื้อสะท้อนแสง และนกหวีด ที่ฝั่ง สว.ได้เตรียมความพร้อม ทางฝั่ง สส.ยังไม่ได้พิจารณาถึงขนาดนั้น เพราะเมื่อเราตรวจโรงสร้างเรามั่นใจ 99% ว่าป้องกันแผ่นดินไหว เพราะตึกเราออกแบบมาเฉพาะ ต้นทุนสูงมาก เพราะฉะนั้น ราคาของตึกนี้จะแพงกว่าตึกทั่วไป ต้องขอบคุณผู้ออกแบบ ถ้าไม่เกิดแผ่นดินไหว ก็ไม่มีการตรวจสอบละเอียดขนาดนี้” นายวันมูหะมัดนอร์ กล่าว

‘พปชร.’ค้านแหลก‘ร่าง พรบ.เอ็นเตอร์เทนเมนต์ฯ’ ลั่น!หากดึงดันเกินไปอาจจบเกมรัฐบาล

‘พปชร.’ค้านแหลก‘ร่าง พรบ.เอ็นเตอร์เทนเมนต์ฯ’ ลั่น!หากดึงดันเกินไปอาจจบเกมรัฐบาล

‘พปชร.’ค้านแหลก‘ร่าง พรบ.เอ็นเตอร์เทนเมนต์ฯ’ ลั่น!หากดึงดันเกินไปอาจจบเกมรัฐบาล

วันพฤหัสบดี ที่ 3 เมษายน พ.ศ. 2568, 11.46 น.

ลุกลี้ลุกลนผิดปกติ! “พปชร.”ค้าน”ร่าง พรบ.เอ็นเตอร์เทนเมนต์คอมเพล็กซ์” ชี้”รัฐบาล”ลุกลี้ลุกลนบรรจุวาระ หวั่นมีผลประโยชน์แอบแฝง รับทำเงินเพิ่มแต่ไม่คุ้มเสีย วอน”สส.-สว.”ยืนข้างปชช. ลั่น!หากดึงดันเกินไปอาจจบเกมรัฐบาล

เมื่อวันที่ 3 เมษายน 2568 ที่รัฐสภา นายชัยมงคล ชัยรบ สส.สกลนคร และรองหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) และคณะ แถลงข่าวคัดค้านในเรื่องร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) การประกอบธุรกิจสถานบันเทิงครบวงจร หรือ เอ็นเตอร์เทนเมนต์คอมเพล็กซ์ ว่า พรรคพลังประชารัฐไม่เห็นด้วยกับที่รัฐบาลที่เร่งรีบบรรจุวาระร่างพระราชบัญญัติการประกอบธุรกิจสถานบันเทิงครบวงจร ในการประชุมสภาผู้แทนราษฎร เพราะขณะนี้มีปัญหารุมเร้าประเทศมากมาย ทั้งเรื่องนโยบายกำแพงภาษีของสหรัฐอเมริกา ปัญหาผลิตผลทางการเกษตร แต่กลับจะมาดำเนินการเรื่องกาสิโน ซึ่งมีประชาชนออกมาคัดค้านและต่อต้าน ชี้ให้เห็นว่า รัฐบาลมีความลุกลี้ลุกลนที่ผิดปกติ ซึ่งเราคาดการณ์ว่า ถ้านำเข้าสภาฯ เสียงส่วนมากน่าจะเห็นด้วย เพราะน่าจะเกี่ยวพันกับผลประโยชน์อื่นใด ซึ่งเราไม่สามารถหาหลักฐานมาชี้ชัดได้ แต่ด้วยความเป็นวิญญูชนที่รู้ว่างานนี้น่าจะมีผลประโยชน์อื่นใดแอบแฝงอยู่ และจะมีผลกระทบมากมายเกินกว่าที่ประเทศชาติจะรับได้ ซึ่งเรายอมรับว่ามีเงินเพิ่มเข้ามา แต่ไม่คุ้มค่ากับการสูญเสีย ดังนั้น คนไทยจะถูกกัดกร่อนบ่อนเซาะให้อ่อนแอ ถ้าเยาวชนและประชาชนติดการพนันจะเกิดอะไรขึ้นกับประเทศนี้ ส่วนที่มีรัฐมนตรีบางคน มีข้ออ้างว่าถึงแม้จะไม่มีกาสิโนก็มีการพนันออนไลน์และมีบ่อนนั้น แต่ท้ายที่สุดเราก็รู้ว่าเงินที่จะเข้ากาสิโนนั้น มาจากคนไทยและอยู่ในกลุ่มของคนที่มีความหวังในการเสี่ยงโชค

“หลังปิดสมัยประชุมสภาฯ จะลงพื้นที่ไปชี้แจงกับประชาชน และยืนยันว่าประเทศไทยนับถือศาสนาพุทธ ที่เน้นย้ำว่าการพนันคืออบายมุข และเป็นมหันตภัยที่เราต้องร่วมลุกขึ้นมาต่อสู้ จึงอยากวิงวอนไปที่ สส.และ สว.ให้กลับเข้ามาเป็นตัวของตัวเอง และยืนอยู่ข้างประชาชน” นายชัยมงคล กล่าว

นายชัยมงคล กล่าวย้ำว่า รัฐบาลต้องฟังเสียงประชาชนหากดึงดันเกินไป อาจะไม่สามารถนำร่างกฎหมายดังกล่าวไปสู่วาระสองและวาระสาม และอาจจะจบเกมรัฐบาลไปก่อนก็ได้ ซึ่งเชื่อว่า กลุ่มผู้ชุมนุมที่คัดค้านจุดติดแน่นอน ดังนั้น รัฐบาลต้องฟังเสียงประชาชน ขณะเดียวกัน พรรคพลังประชารัฐจะลงไปให้กำลังใจกับกลุ่มมวลชนที่มาคัดค้านอยู่บริเวณหน้าสภาฯ ในวันนี้ด้วย

‘นายกฯอิ๊งค์’ลั่น!อายุน้อยพลังยังเหลือ ย้ำ 4 ประเด็นทำให้ ปชช.อยู่ดีกินดี

'นายกฯอิ๊งค์'ลั่น!อายุน้อยพลังยังเหลือ ย้ำ 4 ประเด็นทำให้ ปชช.อยู่ดีกินดี

‘นายกฯอิ๊งค์’ลั่น!อายุน้อยพลังยังเหลือ ย้ำ 4 ประเด็นทำให้ ปชช.อยู่ดีกินดี

วันพฤหัสบดี ที่ 3 เมษายน พ.ศ. 2568, 11.19 น.

“นายกฯ”ฝาก”ผู้ว่าฯ”จับมือ”อบจ.”ขับเคลื่อนงานสอดรับนโยบายรัฐบาล ย้ำ 4 ประเด็น”พัฒนาคุณภาพชีวิตปชช.-ยุทธศาสตร์พัฒนาจังหวัด-จัดเก็บรายได้-ร่วมมือภาครัฐ”ทำให้ปชช.อยู่ดีกินดี พร้อมให้คิวคุยกับผู้ว่าฯจังหวัดอื่น ลั่น!อายุน้อยพลังยังเหลือ

เมื่อเวลา 08.10 น.วันที่ 3 เมษายน 2568 น.ส.แพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี และคณะ ออกเดินทางจากท่าอากาศยานทหาร 2 กองบิน 6 (บน.6) ดอนเมือง กรุงเทพฯ พร้อมด้วย น.ส.ธีรรัตน์ สำเร็จวาณิชย์ รมช.มหาดไทย และคณะ ไปยังท่าอากาศยานบุรีรัมย์ ต.รอนทอง อ.สตึก จ.บุรีรัมย์ เพื่อเป็นประธานเปิดโครงการประชุมเชิงปฏิบัติการด้านการบริหารราชการระหว่างภูมิภาคและท้องถิ่น เพื่อบูรณาการขับเคลื่อนการพัฒนาจังหวัด ประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2568

เมื่อมาถึงท่าอากาศยานบุรีรัมย์ นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรี และรมว.มหาดไทย น.ส.ซาบีดา ไทยเศรษฐ์ รมช.มหาดไทย ผู้บริหารกระทรวงมหาดไทย นายปิยะ ปิจนำ ผู้ว่าราชการจังหวัดบุรีรัมย์ ให้การต้อนรับ รวมถึงมี นายชนาธิป สรงกระสินธ์ หรือ เจ นักฟุตบอลทีมชาติไทย มารอรับด้วย ก่อนนายกฯเดินทางต่อด้วยรถยนต์เล็กซัส ทะเบียน 5 ขส 45 กรุงเทพมหานคร ไปยังสนามช้าง อินเตอร์เนชั่นแนล เซอร์กิต อ.เมืองบุรีรัมย์

โดยเวลา 09.40 น.นายกรัฐมนตรีเดินทางถึงสนามช้าง อินเตอร์เนชั่นแนล เซอร์กิต ได้เยี่ยมชมนิทรรศการผลการดำเนินงานขับเคลื่อนภารกิจกระทรวงมหาดไทย ของกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น ภายใต้แนวทางนโยบาย 5 ด้าน ซึ่งเป็นโครงการของท้องถิ่น เช่น โครงการน้ำประปาดื่มได้ ผลิตภัณฑ์ท้องถิ่น ผลิตภัณฑ์ที่ทำจากงาช้าง และนายกฯ ได้เซ็นชื่อลงบนภาพวาดสีน้ำมัน ซึ่งวาดโดยช้างชื่อน้องแสนคำ จากโครงการโลกของช้าง Elephant World พร้อมเขียนข้อความให้กำลังใจ “ขอส่งกำลังใจให้ทุกท่านทำงานอย่างมีความสุขตลอดไป” โดยภาพดังกล่าวจะนำไปติดกรอบรูปไว้เป็นที่ระลึก ในโครงการรักษ์ช้าง ขณะที่กลุ่มผลิตภัณฑ์ผ้าพื้นถิ่น อบจ.บุรีรัมย์ ได้มอบผ้าขาวม้าพับเป็นรูปช้าง 2 ตัว เพื่อให้กับลูกทั้ง 2 คนของนายกฯ และมอบผ้าพันคอที่ทำจากผ้าไหมให้นายกฯ

ทั้งนี้ ระหว่างเดินมาเข้าห้องประชุม นายกฯ ได้ถามนายอนุทิน ถึง นายเนวิน ชิดชอบ ประธานบริหารสโมสรฟุตบอลบุรีรัมย์ยูไนเต็ด ซึ่งนั่งอยู่ห้องรับรองข้างห้องประชุม โดยระหว่างเดินผ่านห้องรับรองดังกล่าว น.ส.แพทองธาร และนายอนุทิน ได้โบกมือทักทายนายเนวินผ่านกระจก ซึ่งนายเนวินได้โบกมือทักทายกลับ

จากนั้น นายกฯ เข้าห้องประชุม รับชมวีดิทัศน์ “ภารกิจขับเคลื่อนนโยบายสำคัญกระทรวงมหาดไทย ของกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น” โดยมีผู้ว่าราชการจังหวัดทั่วประเทศ และองค์การบริหารส่วนจังหวัด (อบจ.) เข้าร่วมการประชุมด้วย ก่อนนายกฯ กล่าวเปิดการประชุมว่า ดีใจที่ได้มาเจอทุกท่าน แค่ได้มาพบเจอก็รู้สึกสีสันถึงความสุข ทุกคนใส่ผ้าไทยกันได้สวยงามมาก และมั่นใจว่าทุกคนจะเป็นตัวแทนในการขายผ้าไทยของเราไปให้ทุกกลุ่มและทั่วโลก

วันนี้ขอแสดงความยินดีกับนายก อบจ.ที่ผ่านการเลือกตั้งมา และได้มาดำรงตำแหน่งในวันนี้ ขอแสดงความยินดีกับทุกท่านอีกครั้ง วันนี้ได้มีโอกาสได้มาเป็นส่วนหนึ่งโครงการประชุมเชิญปฏิบัติการการบริหารราชการระหว่างภูมิภาคและท้องถิ่น เพื่อบูรณาการขับเคลื่อนการพัฒนาจังหวัดประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2568 และยินดีอย่างยิ่งที่ได้เจอทุกท่าน มั่นใจว่าในส่วนของท้องถิ่นที่มีตำแหน่งทุกคนทำงานใกล้ชิดกับประชาชน นั่นคือสิ่งสำคัญที่สุด เพราะสิ่งที่รัฐบาลทำงานและมอบนโยบายไปนั้นคนที่สามารถทำให้นโยบายเกิดได้คือผู้ว่าฯ และนายก อบจ.วันนี้รีแล็กซ์ได้เพราะไม่ใส่เครื่องแบบ แม้จะใส่ผ้าไทย เรายิ้มให้กันได้

นายกฯ กล่าวว่า หลายจังหวัดที่ได้ไปพบกับผู้ว่าฯ ทุกจังหวัดได้เจอกับผู้ว่าฯ ที่มาสรุปสั้นๆ ให้ทราบว่ามีอะไรในจังหวัดบ้าง ทำให้เห็นว่าผู้ว่าฯ ทำงานกับพี่น้องประชาชนจริงๆ และสามารถเห็นปัญหาของประชาชนอย่างแท้จริง เมื่อปลายปี 2567 ที่ผ่านมามีเรื่องภัยพิบัติต่างๆ ผู้ว่าฯ คือคนสำคัญที่สามารถใช้งบประมาณในการช่วยเหลือประชาชน และสามารถเข้าถึงแต่ละบ้านให้รู้ว่าเกิดปัญหาอะไรกับท้องที่ ส่วนท้องถิ่นนั้นเป็นสิ่งสำคัญ และจะสำคัญยิ่งขึ้นเพราะเราจะทำอย่างไรที่จะทำให้ผู้ว่าฯ และนายก อบจ.สามารถร่วมมือกันเรื่องนโยบายให้มีทิศทางเดียวกันเพื่อพัฒนาจังหวัดนั้นไปในทางที่ตรงกัน เพราะฉะนั้นความสามัคคีและการสื่อสารเป็นเรื่องที่สำคัญ

น.ส.แพทองธาร กล่าวว่า วันนี้หลายจังหวัดมีปัญหาเช่นภาคเหนือ เรื่องฝุ่น PM 2.5 ล่าสุดมีเรื่องแผ่นดินไหว ซึ่ง จ.บุรีรัมย์ อาจจะไม่ได้รับผลกระทบมาก แต่ทางภาคเหนือ ที่ใหญ่คือกรุงเทพฯ แต่ไม่ได้มีผลกระทบทั้งหมดเป็นเพียงไซด์งานตึกหนึ่งที่มีปัญหา แต่ไม่ว่าจะเกิดกับจังหวัดไหน ทุกคนมีส่วนสำคัญที่จะทำให้ประเทศไทยมีความเชื่อมั่นและเป็นภาพที่แข็งแรงมากขึ้น อย่าคิดว่าเราเป็นจังหวัดเล็กเทียบกับจังหวัดใหญ่ไม่ได้ สมมุติว่ามีเหตุการณ์เกิดขึ้นในจังหวัดเล็กๆ ก็จะมีผลทั้งสิ้น เพราะทุกจังหวัดคือประเทศไทย ทุกคนมีส่วนทำให้ประเทศไทยก้าวหน้าแข็งแรง ฉะนั้น ต้องขอความร่วมมือทุกคน และรัฐบาลอยากจะจัดสรรงบงบประมาณให้ทั่วถึงและเหมาะสมที่จะไปทำนโยบายต่างๆ ของแต่ละจังหวัด และพร้อมร่วมมือกับทุกคน

นายกฯ กล่าวว่า เรื่องที่อยากมาพูดเรื่องคือให้ผู้ว่าฯ และนายก อบจ.ร่วมมือทำให้ตรงกันประเด็นแรก คือ การพัฒนาคุณภาพชีวิตของประชาชนด้านการศึกษา สาธารณสุขการท่องเที่ยว สิ่งแวดล้อม โดยเฉพาะสิ่งแวดล้อมสำคัญมาก เพราะทั่วโลกพูดถึงพลังงานสีเขียว จังหวัดไหนที่อยากเน้นการท่องเที่ยวจะต้องโฟกัสเรื่องพลังงานสีเขียวด้วย เพราะโลกเริ่มเปลี่ยนแปลงไปและมีเทคโนโลยี AI เข้ามา จะใช้พลังงานจำนวนมาก เราจะเซฟพลังงานได้อย่างไร เช่นเรื่องรีไซเคิล การประหยัดพลังงานในรูปแบบต่างๆ อยากให้ทุกคนคำนึงเรื่องนี้ให้มาก นอกจากนั้นอยากเน้นเรื่องการศึกษา ที่จะเป็นการเตรียมคนไปสู่อนาคตที่เข้มแข็ง ประเทศเราขาดการพัฒนาตัวบุคคล ดังนั้น เราจะเตรียมบุคคลรุ่นต่อไปอย่างไรให้ทันต่อโลกที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว เราต้องเรียนแบบเร่งด่วนเมื่อไปฝึกงานในบริษัทใหญ่ และเมื่อไปทำงานในบริษัทจากต่างประเทศ เราได้ประสานเพื่อให้เทรนคนของเราให้มีทักษะเทคโนโลยีในด้านต่างๆเพิ่มขึ้น ขณะที่รัฐบาลมีโครงการโอดอส ให้เด็กเข้าไปเรียนในมหาวิทยาลัย และส่งเสริมให้เรียนจนจบในภาควิชานั้น เพื่อให้น้องๆ ไม่หลุดจากการศึกษารัฐบาลพยายามผลักดันในเรื่องนี้

ประเด็นที่ 2 จัดทำยุทธศาสตร์พัฒนาจังหวัดร่วมกัน เพื่อให้จังหวัดและองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น มีวิสัยทัศน์และทิศทางในการพัฒนาเดียวกันโดยประสานและสื่อสารกันเพื่อให้ทิศทางการทำงานเป็นไปในทิศทางเดียวกัน เช่น จังหวัดใกล้เคียงกัน หากร่วมมือกันได้จะเป็นเรื่องดี และตนพร้อมรับฟังถ้าอยากเสนออะไรใหม่ๆ ขอให้เสนอผ่านมาที่รองนายกฯ อนุทิน ปัญหาที่เจออาจจะต่างกัน ถ้าผู้ว่าฯ หรือนายก อบจ.มีโปรเจคอะไรที่จะช่วยให้ประชาชนมีความเป็นอยู่ดีขึ้นก็ขอสนับสนุน

ประเด็นที่ 3 การจัดเก็บรายได้รายจ่ายและการขอรับงบประมาณจากส่วนกลางให้สอดคล้องกับภารกิจของรัฐบาล และความต้องการของประชาชน รัฐบาลถือว่าเป็นเรื่องใหญ่ เช่น เรื่องยาเสพติดเราอยากให้ทุกที่ปลอดยาเสพติด เพราะถ้าเรามีประชาชนที่เข้มแข็ง แข็งแรงเราจะพัฒนาประเทศได้ง่ายยิ่งขึ้น ต้องฝากทุกจังหวัดช่วยดูเรื่องยาเสพติดให้เข้มข้น เพราะเป็นนโยบายที่รัฐบาลเน้นมาตลอด และจะเน้นไปจนให้ยาเสพติดหมดไปให้ได้

ประเด็นที่ 4 การสร้างความร่วมมือกับรัฐบาลเพื่อให้บรรลุตามแผน ซึ่งจะเป็นดัชนีชี้วัดความสำเร็จในการดำเนินงานและมีผลต่อการจัดสรรงบประมาณเงินอุดหนุนให้แก่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นต่อไป ในปีงบประมาณ 2568 รัฐบาลได้จัดสรรงบประมาณเงินอุดหนุนให้แก่องค์การปกครองส่วนท้องถิ่นเพิ่มขึ้นร้อยละ 10.04

นายกฯ กล่าวว่า อยากให้ทุกคนเน้นในเรื่องการทำประโยชน์ให้ประชาชน เรามีหน้าที่ตรงนี้ สวมหมวกเป็นผู้ดูแลท้องถิ่น ซึ่งเป็นเรื่องสำคัญขอย้ำว่าผู้ว่าฯคือตัวแทนของรัฐบาลไปในที่ต่างๆ ที่จะทำให้นโยบายจากรัฐบาลกลางไปถึงประชาชนทุกคน ขอให้ทุกคนมีกำลังใจในการทำงาน และทำงานให้ใกล้ชิดกัน และผู้ว่าฯ จังหวัดอื่น สามารถขอเวลาจากทีมงานนายกฯ ถ้าอยากให้ไปจังหวัดไหน เพื่อที่จะได้รู้ปัญหาของแต่ละจังหวัด และจะได้แอคทีฟในการทำงาน เมื่อเป็นนายกฯ ที่อายุน้อยในประวัติศาสตร์ ก็จะมี energy เยอะ จะได้ปรับเปลี่ยนกันไป

ภายหลังนายกฯ กล่าวมอบนโยบายเสร็จสิ้น นายเนวินได้ออกจากห้องรับรองเพื่อมารอรับนายกฯ พร้อมระบุว่า มารับในฐานะเจ้าบ้าน จากนั้นนายเนวิน พา น.ส.แพทองธาร เดินทัวร์สนามเข้าไปห้องต่างๆ ภายในอาคาร เช่น ห้องรับรองสื่อมวลชน ที่มีจอมอนิเตอร์สำหรับการแข่งขัน และยังได้พานายกฯ ออกไปยังอัฒจันทร์รับชมการแข่งขัน โดยช่วงหนึ่ง นายโชติชนก ชิดชอบ หรือ แน่น บุตรชายคนเล็กของนายเนวิน ได้อธิบายวิธีดูความเรียบร้อยในสนาม พร้อมทดสอบระบบการควบคุมผ่านรีโมทคอนโทรลให้กับนายกฯ ดู ก่อนที่นายเนวิน และนายอนุทิน จะนำ น.ส.แพทองธาร , น.ส.ธีรรัตน์ , น.ส.ซาบีดา และผู้บริหารกระทรวงมหาดไทย เข้าไปพูดคุยยังห้องประชุมเป็นการส่วนตัว ประมาน 10 นาที จากนั้นนายเนวิน เดินมาส่ง น.ส.แพทองธาร ขึ้นรถกลับ

– 006

‘นายกฯ’ออกแถลงการณ์ ท่าทีไทยต่อนโยบายรีดภาษี‘ทรัมป์’ ขอสหรัฐปรับดุลการค้าให้เป็นธรรม

‘นายกฯ’ออกแถลงการณ์ ท่าทีไทยต่อนโยบายรีดภาษี‘ทรัมป์’ ขอสหรัฐปรับดุลการค้าให้เป็นธรรม

‘นายกฯ’ออกแถลงการณ์ ท่าทีไทยต่อนโยบายรีดภาษี‘ทรัมป์’ ขอสหรัฐปรับดุลการค้าให้เป็นธรรม

วันพฤหัสบดี ที่ 3 เมษายน พ.ศ. 2568, 11.18 น.

‘นายกฯ’ออกแถลงการณ์ ท่าทีไทยต่อนโยบายรีดภาษี‘ทรัมป์’ ขอสหรัฐปรับดุลการค้าให้เป็นธรรม

3 เมษายน 2568 น.ส.แพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ออกแถลงการณ์ “ท่าทีของประเทศไทยต่อนโยบายการค้าสหรัฐอเมริกา” ระบุว่า รัฐบาลไทยตระหนักและเข้าใจถึงความจำเป็นของสหรัฐฯ ที่จะต้องปรับสมดุลทางการค้ากับประเทศคู่ค้าจำนวนมาก ผ่านนโยบายอัตราภาษีต่างตอบแทน (Reciprocal Trade and Tariffs) ซึ่งได้ส่งผลกระทบต่อประเทศต่างๆ ที่เป็นคู่ค้าของสหรัฐฯ ในขณะที่กรอบแนวคิดและยุทธศาสตร์ของประธานาธิบดีทรัมป์ มีความเป็นพลวัต (dynamic) และแตกต่างไปจากยุคก่อนอย่างสิ้นเชิง

ล่าสุดประธานาธิบดีทรัมป์ได้ประกาศนโยบายในงาน Liberation Day เมื่อวันที่ 3 เมษายน 2568 เวลา 04.00 น. (เวลาไทย) ได้ประกาศขึ้นภาษีกับการนำเข้าจากทุกประเทศขั้นต่ำร้อยละ 10 ประเทศที่เกินดุลการค้ากับสหรัฐฯ และสหรัฐฯ มองว่าเอาเปรียบสหรัฐฯ ตั้งแต่อัตราภาษีนำเข้า มาตรการทางการค้าที่มิใช่ภาษี (Non-tariff Barriers) รวมถึงค่าธรรมเนียมต่างๆ จะถูกจัดเก็บ โดยแต่ละประเทศจะถูกปรับในอัตราที่แตกต่างกันในอัตราหารครึ่งจากอัตราที่สหรัฐฯ คำนวณว่าสินค้าของสหรัฐฯ ถูกจัดเก็บจากประเทศนั้นๆ สำหรับประเทศไทย สหรัฐฯ กำหนดอัตราภาษีนำเข้าต่างตอบแทนไว้ที่ร้อยละ 36 โดยจะมีผลตั้งแต่วันที่ 9 เมษายน 2568 เป็นต้นไป

การประกาศปรับขึ้นภาษีนำเข้าของรัฐบาลสหรัฐฯ ย่อมส่งผลกระทบต่อประเทศคู่ค้าทุกรายอย่างหลีกเลี่ยงได้ยาก โดยเฉพาะต่อกำลังซื้อของผู้บริโภคสหรัฐฯ ที่อาจไม่สามารถรับกับราคาสินค้าที่ปรับเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วและในระดับสูงได้  ดังนั้น ในระยะยาว ผู้ประกอบการส่งออกไทยควรมองหาตลาดใหม่ที่มีศักยภาพ เพื่อลดความเสี่ยงจากการพึ่งพาตลาดเดียว ซึ่งรัฐบาลไทยได้เล็งเห็นถึงความสำคัญในเรื่องนี้ และได้วางมาตรการรองรับในการเยียวยาและบรรเทาผลกระทบที่อาจมีต่อผู้ประกอบการส่งออกของไทยที่มีตลาดสหรัฐฯ เป็นตลาดหลัก ​

รัฐบาลขอเรียนว่า ไทยได้ส่งสัญญาณความพร้อมที่จะหารือกับรัฐบาลสหรัฐฯ ในโอกาสแรก เพื่อปรับดุลการค้าให้เกิดความเป็นธรรมกับทั้งสองฝ่าย โดยส่งผลกระทบต่อภาคส่วนที่เกี่ยวข้องให้น้อยที่สุด โดยได้มอบหมายให้คณะทำงานนโยบายการค้าสหรัฐอเมริกาที่แต่งตั้งขึ้นเมื่อวันที่ 6 มกราคม 2568 ก่อนที่ประธานาธิบดีทรัมป์จะเข้ารับตำแหน่งอย่างเป็นทางการ ทำงานร่วมกับภาครัฐและเอกชนในการติดตามและประเมินสถานการณ์ความเคลื่อนไหวต่างๆ อย่างใกล้ชิดและรอบด้าน ตลอดระยะเวลา 3 เดือน เพื่อจัดเตรียม “ข้อเสนอเพื่อปรับดุลการค้ากับสหรัฐฯ ที่มีสาระสำคัญเพียงพอให้สหรัฐฯ มีแรงจูงใจที่จะเข้าสู่กระบวนการเจรจากับไทย” ที่เหมาะสม และส่งผลกระทบต่อเกษตรกร ผู้บริโภค และผู้ประกอบการในภาคส่วนที่เกี่ยวข้องน้อยที่สุด ในขณะเดียวกัน ไทยยังอาจใช้โอกาสนี้ในการปรับโครงสร้างการผลิต ลดต้นทุน และเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันในระยะยาวให้กับบางอุตสาหกรรมได้

ประเทศไทยมีเจตนารมณ์ที่แน่วแน่ที่จะสร้างเสถียรภาพและสมดุลทางการค้ากับสหรัฐฯ ในระยะยาว มีศักยภาพเพียงพอต่อการเป็นหนึ่งในกลุ่มมิตรประเทศเพื่อการลงทุน (Friend Shoring) ที่ทั้งสองประเทศสามารถพัฒนาความร่วมมือระหว่างกันในอุตสาหกรรมที่มีศักยภาพเอื้อซึ่งกันและกัน เพื่อการเติบโตอย่างยั่งยืนในตลาดโลก อาทิ ในภาคเกษตร-อาหาร ที่สหรัฐฯ มีสินค้าเกษตรจำนวนมากที่ไทยสามารถนำเข้าเพื่อนำมาแปรรูปเพื่อส่งออกไปตลาดโลก และในอุตสาหกรรมเทคโนโลยีขั้นสูง การที่ประเทศไทยเป็นแหล่งผลิต Hard Disk Drive ที่สำคัญของโลก และอุปกรณ์ดังกล่าวก็จำเป็นต่อการพัฒนาอุตสาหกรรม Data Center และ AI ของสหรัฐฯ

สุดท้ายนี้ รัฐบาลไทยหวังเป็นอย่างยิ่งว่า รัฐบาลสหรัฐฯ ภายใต้การนำของประธานาธิบดีทรัมป์ จะมองถึงเป้าหมายการสร้างความมั่นคงทางเศรษฐกิจร่วมกันในระยะยาว ประเทศไทยยังคงยืนยันเจตนารมณ์ในการเป็นพันธมิตรและมุ่งมั่นผลักดันความร่วมมือในการเป็นหุ้นส่วนทางเศรษฐกิจ เพื่อร่วมกันสร้างและพัฒนาภาคการเกษตรและอุตสาหกรรมเทคโนโลยีแห่งอนาคตเพื่อตลาดโลก ให้เติบโตอย่างมั่นคง เพื่อท้ายที่สุด จะช่วยกันลดผลกระทบที่จะเกิดขึ้นกับภาคธุรกิจและภาคการเกษตรของทั้งสองประเทศ ผ่านการหารืออย่างสร้างสรรค์โดยเร็ว

หวานเจี๊ยบ!! ‘อิ๊งค์’บอก’ภท.-พท.’ไม่ได้ทะเลาะกันอยู่แล้ว หลัง’เนวิน’พาทัวร์สนามช้างฯ

หวานเจี๊ยบ!! 'อิ๊งค์'บอก'ภท.-พท.'ไม่ได้ทะเลาะกันอยู่แล้ว หลัง'เนวิน'พาทัวร์สนามช้างฯ

หวานเจี๊ยบ!! ‘อิ๊งค์’บอก’ภท.-พท.’ไม่ได้ทะเลาะกันอยู่แล้ว หลัง’เนวิน’พาทัวร์สนามช้างฯ

วันพฤหัสบดี ที่ 3 เมษายน พ.ศ. 2568, 11.17 น.

‘อิ๊งค์’ยิ้มตอบ บอก’ภท.-พท.’ไม่มีทะเลาะกัน หลัง’เนวิน’พาทัวร์สนามช้างฯ

เมื่อวันที่ 3 เม.ย.2568 ที่สนามช้างอินเตอร์เนชั่นแนล เซอร์กิต อ.เมือง จ.บุรีรัมย์ ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ภายหลัง.น.ส.แพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี เป็นประธานโครงการประชุมเชิงปฏิบัติการด้านการบริหารราชการระหว่างภูมิภาค และท้องถิ่น เพื่อบูรณาการขับเคลื่อนการพัฒนาจังหวัด ประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2568

นายเนวิน ชิดชอบ ประธานสโมสรบุรีรัมย์ยูไนเต็ด ได้พานายกฯ เดินชมการบริหารจัดการสนามช้างอินเตอร์เนชั่นแนล เซอร์กิต เป็นเวลา 10 นาที ก่อนที่จะเข้าไปพูดคุยเป็นการส่วนตัวภายในห้องรับรอง โดยใช้เวลา 5 นาที 

ทั้งนี้ก่อนเดินทางกลับ ผู้สื่อข่าวพยายามสอบถามนายกฯ ว่า การเจอกับนายเนวิน ชิดชอบครั้งนี้ทำให้ภาพความสัมพันธ์ระหว่างพรรคเพื่อไทยกับพรรคภูมิใจไทยดีขึ้นหรือไม่ โดย น.ส.แพทองธาร ตอบด้วยสีหน้ายิ้มแย้ม “ไม่ได้ทะเลาะกันอยู่แล้ว ปัดโถ่”