‘อิ๊งค์’ไหว้พระประจำวันเกิดที่นครพนม คุณยายผูกข้อมือรับขวัญเยือนอีสาน

'อิ๊งค์'ไหว้พระประจำวันเกิดที่นครพนม คุณยายผูกข้อมือรับขวัญเยือนอีสาน

‘อิ๊งค์’ไหว้พระประจำวันเกิดที่นครพนม คุณยายผูกข้อมือรับขวัญเยือนอีสาน

วันจันทร์ ที่ 28 เมษายน พ.ศ. 2568, 16.06 น.

“อิ๊งค์” ไหว้พระธาตุประสิทธิ์ประจำวันเกิด เยี่ยมชมโครงการผ้า “เจ้าฟ้าสิริวัณณวรีฯ” สานต่อ “พระพันปีหลวง” ย้ำ รบ.หนุนสิ่งที่ประชาชนได้ประโยชน์ ฝากการบ้าน สส.รับฟังปัญหาชาวบ้านส่งต่อรบ.ขณะที่ “คุณยาย” ผูกข้อมือรับขวัญเยือนอีสาน 

28 เมษายน 2568 เมื่อเวลา 13.30 น. ที่ศูนย์หัตถกรรมวัดธาตุประสิทธิ์ ต.นาหว้า อ.นาหว้า จ.นครพนม น.ส.แพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี สักการะพระธาตุประสิทธิ์ ซึ่งเป็นพระธาตุประจำวันเกิดของนายกฯ ตรงกับวันพฤหัสบดี โดยมีนายภูมิพัฒน์ พชรทรัพย์ สส.นครพนม พรรคเพื่อไทย และนายอนุชิต หงษาดี นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดนครพนม รอต้อนรับ

จากนั้นนายกฯ กราบนมัสการพระมหาสมัคร วรปุณฺโณ รองเจ้าคณะจังหวัดนครพนม และเจ้าอาวาสวัดธาตุประสิทธิ์ โดยเจ้าอาวาสวัดธาตุประสิทธิ์ กล่าวว่า นายกฯ เดินเข้ามาหน้าบันพระอุโบสถเป็น ตราสัญลักษณ์ ภปร.ที่สร้างพระอุโบสถหลังนี้ โดยในหลวงทรงโปรดข้อความว่า คนชาติไทยจะรักษาความเป็นไทยอยู่ได้ด้วยมีสติ สำนึก อยู่ในความสามัคคีและเมื่อปี 2565 สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา ได้เสด็จมาที่วัดแห่งนี้ และทรงโปรดอนุรักษ์และรักษาความเป็นไทย ด้านนายกฯ กล่าวว่า พระองค์ทรงทำเรื่องผ้า ช่วยชาวบ้านได้เยอะ 

ทั้งนี้ เจ้าอาวาสฯ ได้มอบองค์พระธาตุประสิทธิ์จำลองให้กับนายกฯ โดยกล่าวว่า พระองค์หญิงก็เกิดในวันพฤหัสเช่นเดียวกัน

ต่อมานายกฯ พบปะข้าราชการและประชาชนชาว อ.นาหว้า ก่อน นายกฯ กล่าวกับประชาชนตอนหนึ่งว่า ต้องขอขอบคุณทุกท่านที่ต้อนรับอย่างอบอุ่น ที่นี่ถือเป็นชุมชนต้นแบบเรื่องของผ้าที่เราสามารถทำโครงการเหล่านี้มาช่วยเหลือพี่น้องในชุมชนได้ ซึ่งเป็นโครงการที่สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา ได้สานต่อจากสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง เป็นสิ่งที่ทำให้ประชาชนได้รับประโยชน์อย่างมากมายอย่างต่อเนื่องจนมาถึงปัจจุบันนี้ ตนพร้อมที่จะสนับสนุนโครงการต่างๆ ที่จะทำให้เป็นประโยชน์กับพี่น้องประชาชนสูงสุด วันนี้ดีใจมากที่ได้มาเจอกับทุกท่าน และเดี๋ยวไปถ่ายรูปกัน เตรียมกล้องไว้ให้ดี ตนดีใจที่ได้มาเจอพ่อแม่พี่น้องทุกท่าน และวันนี้ที่มาได้จัดประชุมคณะรัฐมนตรีอย่างเป็นทางการนอกสถานที่ (ครม.สัญจร) จ.นครพนม และได้แวะตั้งแต่ จ.สกลนคร ได้พบประชาชนรู้สึกดีใจมาก ขอให้กำลังใจช่วงอากาศร้อนแบบนี้ และมีวิกฤติเศรษฐกิจของโลก ขอให้กำลังใจทุกท่านและมาบอกว่ารัฐบาลตั้งใจทำหน้าที่ให้ดีที่สุดเพื่อให้พี่น้องทุกท่านมีชีวิตความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น

นายกฯ กล่าวต่อว่า วันนี้ขออวยพรทุกท่านผ่านปีใหม่มาไม่นานขอให้ทุกท่านมีความสุข สุขภาพแข็งแรง คิดอะไรขอให้สมหวังสมปรารถนาทุกเรื่อง และสามัคคีรักกันไว้ คนไทยด้วยกัน มีอะไรช่วยเหลือกัน ยินดีมากที่ได้มาเจอกัน และถ้ามีปัญหาอะไรจะให้รัฐบาลช่วยแก้ไขให้ ฝาก สส.เราได้ สส.ยินดีพร้อมทำงานอยู่แล้ว

ต่อมา นายกฯ เดินเยี่ยมชมการแสดงขบวนกองยาวจากกลุ่มมือพิณฟันน้ำนม โดยประกอบด้วยเยาวชนอายุ 7-12 ปี พร้อมกันนี้ นายกฯ สอบถามว่าเด็กที่ทำการแสดงอายุเท่าไรกันบ้าง ซึ่งเด็กๆ บอกว่า “อายุ 10 ขวบ”

จากนั้นนายกฯ พูดคุยกับ คุณแม่วงเดือน อุดมเดชาเวทย์ ผู้เคยถวายผ้าไหมลายมัดหมี่ ลายตาสัปรด แด่สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระพันปีหลวง เมื่อวันที่ 13 พฤศจิกายน พ.ศ. 2515 ผูกข้อมือรับขวัญนายกฯ และให้ไข่ขวัญ ซึ่งเป็นไข่ต้มตามประเพณีภาคอีสาน ก่อนที่คุณแม่วงเดือน ให้พรนายกฯว่า “ขอให้เจริญๆ” ขณะที่นายกฯ ตอบกลับว่า  “ขอให้แข็งแรงๆ”

ต่อมานายกฯ เยี่ยมชมศูนย์หัตถกรรมวัดธาตุประสิทธิ์นาหว้าโมเดลตามแนวพระดำริ “Sustainable Fashion : แฟชั่นแห่งความยั่งยืน” พร้อมอุดหนุนผ้าในศูนย์หัตถกรรม เช่น ผ้าลายดอกรักราชกัญญา ผ้าลายสิริวชิราภรณ์ ผ้าไหมย้อมสีธรรมชาติลายพระราชทาน เป็นต้น

‘ภูมิธรรม’ปัดส่ง‘อุยกูร์’ไปแคนาดา ยันส่งกลับจีนหมดแล้ว ที่เหลือมีคดีอยู่เรือนจำไทย

‘ภูมิธรรม’ปัดส่ง‘อุยกูร์’ไปแคนาดา ยันส่งกลับจีนหมดแล้ว ที่เหลือมีคดีอยู่เรือนจำไทย

‘ภูมิธรรม’ปัดส่ง‘อุยกูร์’ไปแคนาดา ยันส่งกลับจีนหมดแล้ว ที่เหลือมีคดีอยู่เรือนจำไทย

วันจันทร์ ที่ 28 เมษายน พ.ศ. 2568, 15.57 น.

‘ภูมิธรรม’ปัดส่ง‘อุยกูร์’ไปแคนาดา ยันส่งกลับจีนหมดแล้ว ที่เหลือมีคดีอยู่เรือนจำไทย

28 เม.ย.2568 ที่มณฑลทหารบกที่ 210 (ค่ายพระยอดเมืองขวาง) อำเภอเมือง จังหวัดนครพนม นายภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีมีรายงานว่ามีการส่งตัวชาวอุยกูร์ จากตำรวจตรวจคนเข้าเมือง (สตม.) สวนพลู 3 คน ไปยังประเทศที่ 3 คือ ประเทศแคนาดา ว่า ไม่ใช่ชาวอุยกูร์ที่มีต้นทางมาจากประเทศจีน เพราะชาวอุยกูร์ส่งกลับไปหมดแล้ว ส่วนคนที่ยังเหลืออยู่คือคนที่มีคดี และยังอยู่ในเรือนจำ แต่ยืนยันได้ว่าไม่มีชาวจีน หากมีอะไรก็จะต้องเป็นไปตามกระบวนการ

เมื่อถามว่าไม่มีส่งใครไปประเทศแคนาดาใช่หรือไม่ นายภูมิธรรม กล่าวว่า ต้องไปถามเจ้าหน้าที่ พร้อมย้ำว่าไม่มีแล้ว ส่งกลับไปหมดแล้ว ไม่มีอุยกูร์จีนแล้ว ยืนยันได้ เพราะที่ทางการจีนได้ส่งเรื่องมา ก็ได้ดำเนินเรื่องส่งตัวกลับไปหมดแล้ว

‘ชวน’ ขอบคุณพี่น้องเมืองคอน ย้ำประเทศจะรุ่งเรืองเมื่อการเมืองสุจริต

'ชวน' ขอบคุณพี่น้องเมืองคอน ย้ำประเทศจะรุ่งเรืองเมื่อการเมืองสุจริต

‘ชวน’ ขอบคุณพี่น้องเมืองคอน ย้ำประเทศจะรุ่งเรืองเมื่อการเมืองสุจริต

วันจันทร์ ที่ 28 เมษายน พ.ศ. 2568, 15.54 น.

28 เม.ย. 68 นายชวน หลีกภัย สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ค ชวน หลีกภัย Chuan Leekpai ถึงผลการเลือกตั้งซ่อมเขต 8 นครศรีธรรมราช ว่า “ถึงพี่น้องชาวนครศรีธรรมราช สืบเนื่องจากการเลือกตั้งช่อมสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดนครศรีธรรมราช เขตเลือกตั้งที่ 8 เมื่อวานนี้ (27 เม.ย. 68)

ผมขอขอบพระคุณพี่น้องชาวนครศรีธรรมราชที่ให้การต้อนรับผมและคณะ ด้วยมิตรไมตรียิ่งในระหว่างการรณรงค์หาเสียงให้กับคุณ ชินวรณ์ บุณยเกียรติ – Chinnaworn Boonyakiat ผู้สมัครสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคประชาธิปัตย์ ซึ่งผมมีความยินดีที่ได้ใช้โอกาส ดังกล่าวในการเผยแพร่แนวทางความเชื่อว่า “ประเทศรุ่งเรืองเมื่อบ้านเมืองสุจริต”เพราะแนวทางนี้เท่านั้นที่จะทำให้อนาคตของประเทศชาติบ้านเมืองและการปกครองในระบอบประชาธิปไตยในระบบรัฐสภาอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุขมีความเจริญก้าวหน้า มั่นคง และยั่งยืน รวมทั้งเป็นประโยชน์กับประชาชนอย่างแท้จริง

ผมขอเป็นกำลังใจแก่พี่น้องชาวนครศรีธรรมราชให้ยึดมั่นศรัทธาต่อการปกครองระบอบนี้และการเมืองที่สุจริตเที่ยงธรรมตลอดไป

ขอขอบพระคุณด้วยใจจริง
(นายชวน หลีกภัย)”

.-008 

‘เพิ่มพูน-สุรศักดิ์’ ลงพื้นที่ก่อนประชุม ครม.สัญจร จ.นครพนม

'เพิ่มพูน-สุรศักดิ์' ลงพื้นที่ก่อนประชุม ครม.สัญจร จ.นครพนม

‘เพิ่มพูน-สุรศักดิ์’ ลงพื้นที่ก่อนประชุม ครม.สัญจร จ.นครพนม

วันจันทร์ ที่ 28 เมษายน พ.ศ. 2568, 15.43 น.

เมื่อวันที่ 28 เมษายน 2568 พล.ต.อ.เพิ่มพูน ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ(รมว.ศธ.) ลงพื้นที่ตรวจราชการและติดตามการดำเนินงานตามนโยบายรัฐบาล/นโยบายการศึกษา และข้อสั่งการของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ในการประชุมคณะรัฐมนตรีอย่างเป็นทางการนอกสถานที่ ครั้งที่ 2/2568 ณ กลุ่มจังหวัดภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบน 2 (จังหวัดสกลนคร นครพนม และมุกดาหาร) ระหว่างวันที่ 28-29 เม.ย.2568 

พล.ต.อ.เพิ่มพูน เป็นประธานการประชุมมอบนโยบายและติดตามนโยบายการจัดการศึกษา พร้อมรับฟังการดำเนินงาน แก่หัวหน้าส่วนราชการ ผู้บริหาร และครู กลุ่มจังหวัดภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบน 2, โดยมี นายสุรศักดิ์ พันธ์เจริญวรกุล รมช.ศธ., นายสิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวงศึกษาธิการ(ศธ.)และโฆษกศธ. ,ว่าที่ร้อยตรีธนุ  วงษ์จินดา เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน(เลขาธิการ สพฐ.), นายยศพล เวณุโกเศศ เลขาธิการคณะกรรมการการอาชีวศึกษา (เลขาธิการ กอศ.), นายสุเทพ แก่งสันเทียะ ปลัดกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.),  รศ.ดร.ประวิต เอราวรรณ์ เลขาธิการสภาการศึกษา พร้อมคณะผู้บริหาร กระทรวงศึกษาธิการ เข้าร่วมประชุม ณ ห้องประชุมรุกขนคร โรงเรียนนครพนมวิทยาคม จ.นครพนม และผ่านระบบ Zoom meeting

พล.ต.อ.เพิ่มพูน กล่าวว่า วันนี้ได้มอบนโยบายให้กับผู้บริหารและครูกลุ่มจังหวัดภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบน 2 ซึ่งเป็นนโยบายใหม่ เกี่ยวกับสมรรถนะ โดยขอให้ผู้บริหารการศึกษา ผู้บริหารสถานศึกษา และครูทุกๆคนปรับปรุงสมรรถนะของตนเอง แสวงหาความรู้ เปรียบตัวเองเหมือนเป็นคุณหมอ ให้ไปดูตัวเอง ว่าตัวเองทำอย่างไรสุขภาพจะสมบูรณ์ ตนคิดว่ามีดต้องรับจึงจะคม ดังนั้น จึงให้ขอทุกคนไปดูตนเองว่าอะไรยังไม่คม ก็ให้ไปเรียนรู้ เพราะตนเชื่อว่าทุกคนเป็นคนดี เป็นคนเก่งอยู่แล้ว เหมือนมีดที่เหล็กดีอยู่แล้ว แต่ต้องไปทบทวนตัวเองในการทำงานที่ดีจึ้นมีคุณภาพขึ้น แต่ภาพรวมในขบวนการทำงานต่างๆก็ถือว่าดี โดยเฉพราะ ที่ จ.นครพนม

“ก็ขอให้ทุกคนร่วมกัน ”ปฏิวัติการศึกษา แก้ปัญหาประเทศ“  ขอให้ทุกท่านปรับปรุงสมรรถนะของตนเอง แสวงหาความรู้  ฉลาดรู้ ฉลาดคิด ฉลาดทำ คิดเชิงวิเคราะห์ และนำผลการเรียน ผลการสอบของนักเรียน มาคิดวิเคราะห์ในองค์รวมแล้วเพิ่มคุณภาพให้กับผู้เรียน ถ้าไม่ท่านไม่ปรับปรุงตัวท่านเองก็ไม่สามาถรปฏิวัติการศึกษาได้“ รมว.ศธ. กล่าว 

รมว.ศธ. กล่าวถึงการการแก้ปัญหายาเสพติดและบุหรี่ไฟฟ้าในสถานศึกษาในกลุ่มโรงเรียนภาคอีสาน ซึ่งถือว่าแก้ปัญหาได้ดี เพราะมีปัจจัยเสี่ยงน้อยกว่าในสังคมเมือง และถือว่าค่านิยมยังดีอยู่ และตัวเลขที่รายงานในที่ประชุมวันนี้ ก็มีตัวเลขไม่สูงเท่าไหร่ และมีการแก้ไขเรียบร้อยแล้ว  ตนจึงคิดว่าปัญหาบุหรี่ไฟฟ้าน่าจะดูแลได้

”การลงพื้นที่ติดตามนโยบายก่อนประชุม ครม.สัญจรครั้งนี้ ทางเลขาธิการ กพฐ.กำชับให้หน่วยงานในสังกัด ดูแลโรงเรียนที่ประสบวาตภัยต่างๆที่สำรวจมาแล้ว ก็ขอให้ดำเนินการซ่อมแซมให้แล้วเสร็จ“

รมว.ศธ. กล่าวถึงโครงการจัดหาอุปกรณ์การเรียนการสอนเพื่อส่งเสริมสนับสนุนการเรียนรู้ทุกที่ ทุกเวลา หรือ Anywhere Anytime ใช้งบประมาณ ระยะที่ 2  เป็นงบผูกพันตั้งแต่ปี 2569-2573 จำนวน 29,765,253,600 บาท ขณะนี้อยู่ในขั้นตอนการจัดทำร่างขอบเขตงาน หรือทีโออาร์ และอยู่ในขบวนการทำประชาพิจารย์รับฟังความคิดเห็นรอบสองอยู่ เพื่อให้มีความละเอียดรอบครอบ และเป็นไปด้วยความบริสุทธิ์ยุติธรรม เพื่อจะจัดสรรเครื่องอุปกรณ์ดังกล่าวให้แก่นักเรียน ในระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4-6 ในกลุ่มโรงเรียนคุณภาพชุมชน และโรงเรียนขยายโอกาส  จำนวนกว่า 6 แสนคน ซึ่งน่าจะได้ใช้ประมาณเทอม 2 ปีการศึกษา 2568 นี้    

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ภายหลังประชุมมอบนโยบาย แล้ว พล.ต.อ.เพิ่มพูน ชิดชอบ รมว.ศธ. พร้อมด้วย รมช.ศธ.และคณะผู้บริหาร ได้แบ่งสายลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมโรงเรียนต่างๆ โดย พล.ต.อ.เพิ่มพูน ชิดชอบ รมว.ศธ. ตรวจเยี่ยมโรงเรียนปิยะมหาราชาลัย และวิทยาลัยเทคนิคนครพนม ส่วนนายสุรศักดิ์ พันธ์เจริญวรกุล รมช.ศธ. ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมโรงเรียน สุนทรวิจิตร (บำรุงวิทยา) และศูนย์การศึกษาพิเศษ ประจำจังหวัดนครพนม

.-008 

‘ธีรรัตน์’ชูมินิฮาร์ท ยิ้มสู้กระแสข่าวปรับออกจากครม.

'ธีรรัตน์'ชูมินิฮาร์ท ยิ้มสู้กระแสข่าวปรับออกจากครม.

‘ธีรรัตน์’ชูมินิฮาร์ท ยิ้มสู้กระแสข่าวปรับออกจากครม.

วันจันทร์ ที่ 28 เมษายน พ.ศ. 2568, 14.29 น.

เมื่อวันที่ 28 เมษายน 2568 ที่วัดธาตุประสิทธิ์ จ.นครพนม น.ส.ธีรรัตน์ สำเร็จวาณิชย์ รมช.มหาดไทย กล่าวถึงกระแสข่าวมีชื่อหลุดจากตำแหน่ง ทำให้เสียกำลังใจในการทำงานหรือไม่ โดย น.ส.ธีรรัตน์ ยิ้มและทำท่าชูมินิฮาร์ท เมื่อถามว่า ตอนนี้จิตใจแข็งแกร่งใช่หรือไม่ น.ส.ธีรรัตน์ กล่าวว่า เต็มที่ค่ะ ส่วนที่มีอาการเจ็บคอ แค่คอแห้ง ตอนนี้อาการดีขึ้นแล้ว เมื่อถามย้ำว่า ข่าวที่ออกมาทำให้เสียกำลังใจในการทำงานหรือไม่ น.ส.ธีรรัตน์ ยิ้มพร้อมปฏิเสธที่จะตอบคำถาม และชูมือทำท่าชูมินิฮาร์ท

‘ศศิกานต์’มั่นใจ’พีระพันธุ์’ ไม่ขาดคุณสมบัติรมต.-ขอดูที่ผลงาน

'ศศิกานต์'มั่นใจ'พีระพันธุ์' ไม่ขาดคุณสมบัติรมต.-ขอดูที่ผลงาน

‘ศศิกานต์’มั่นใจ’พีระพันธุ์’ ไม่ขาดคุณสมบัติรมต.-ขอดูที่ผลงาน

วันจันทร์ ที่ 28 เมษายน พ.ศ. 2568, 14.09 น.

“ศศิกานต์”มั่นใจ”พีระพันธุ์” ไม่ขาดคุณสมบัติรมต.-ขอดูที่ผลงาน บอกไม่เสียกำลังใจในการทำงาน

เมื่อวันที่ 28 เมษายน 2568 ที่ จ.นครพนม น.ส.ศศิกานต์ วัฒนะจันทร์ รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ในฐานะสมาชิกพรรครวมไทยสร้างชาติ (รทสช.) กล่าวถึงกรณีที่มีการยื่นตรวจสอบ นายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน ที่มีชื่อเป็นกรรมการในบริษัทเอกชน ซึ่งอาจเข้าข่ายขาดคุณสมบัติในการดำรงตำแหน่งรัฐมนตรี ว่า ถือเป็นสิทธิ์ของผู้ยื่นตรวจสอบ อยากให้พี่น้องประชาชนดูผลงานที่ผ่านมาว่าเป็นอย่างไรบ้าง ไม่ว่าจะเป็นคดีโครงการโฮปเวลล์ หรือโครงการระบบการขนส่งทางรถไฟยกระดับในกรุงเทพมหานคร และผลงานต่างๆ ตั้งแต่เป็นรัฐมนตรีในรัฐบาลก่อนที่จะมาเป็นรัฐมนตรีชุดนี้ ซึ่งเรายังคงมั่นใจคุณสมบัติความเป็นรัฐมนตรีของนายพีระพันธุ์ ทั้งนี้ กรณีที่เกิดขึ้น นายพีระพันธุ์ไม่ได้เสียกำลังใจในการทำงาน เพราะโฟกัสไปที่การทำงานมากกว่า เมื่อถามว่า การยื่นตรวจสอบในช่วงเวลาที่จะมีการปรับคณะรัฐมนตรี (ครม.) ส่งผลกระทบหรือไม่ น.ส.ศศิกานต์ กล่าวว่า เป็นสิทธิ์ของทุกคนที่จะคิดไปได้

‘พิชัย’ ปัดตอบกระแสมีชื่อถูกปรับพ้น ครม. ขอทำงานก่อน

‘พิชัย’ ปัดตอบกระแสมีชื่อถูกปรับพ้น ครม. ขอทำงานก่อน

‘พิชัย’ ปัดตอบกระแสมีชื่อถูกปรับพ้น ครม. ขอทำงานก่อน

วันจันทร์ ที่ 28 เมษายน พ.ศ. 2568, 14.08 น.

รมว.พาณิชย์ ปัดตอบ กระแสมีชื่อถูกปรับพ้น ครม. ระบุขอทำงานก่อน ย้ำไม่สรุปเงื่อนไขคุยภาษี”ทรัมป์” เผยข่าวดีจากเอกชน บอกไทยไม่ติด 1 ใน  10 ประเทศที่ถูกปรับขึ้นกำแพงภาษี

เมื่อวันที่ 28 เมษายน 2568 ที่โรงแรมแม่โขงเฮอริเทจ นครพนม นายพิชัย นริพทะพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ กล่าวถึงแนวทางการเจรจาแก้กำแพงภาษีของสหรัฐอเมริกา ว่า ขณะนี้ ยังไม่ได้มีข้อสรุปว่าจะมีการเจรจาเรื่องอะไร อยู่ที่สหรัฐว่าจะเห็นว่าเรื่องอะไรสำคัญบ้าง ขอรอให้สรุป ถ้าพูดไปก่อนจะทำให้เกิดปัญหา ยืนยันว่าไม่ได้รอให้สหรัฐเป็นผู้เสนอเงื่อนไขไทยเองก็ต้องเสนอด้วยจะต้องเห็นตรงกันทั้ง 2 ฝ่าย เหมือนกับการเจรจาเขตการค้าเสรี หรือ FTA ที่จะหารือกันว่าเขาอยากได้อะไรแล้วมาต่อรองกัน

ส่วนแนวทางการเจรจาของประเทศไทยจะรอให้ประเทศต่างๆเจรจาให้นิ่งก่อน แล้วค่อยเข้าไปเจรจาใช่หรือไม่ นายพิชัย กล่าวว่า ต้องทำไปพร้อมกัน ในช่วงนี้เป็นการให้ข้อมูลกับภาคเอกชนของสหรัฐ  เช่น ก่อนหน้านี้เคยมีการพูดคุยกับบริษัท ซีเกท เทคโนโลยี (ประเทศไทย) รวมถึงพูดคุยกับซีอีโอของบริษัทใหญ่ใหญ่หลายแห่งว่าบริษัทอยากได้อะไร ขณะที่สหรัฐยังก็ไม่มีข้อสรุป รวมถึงตัวแทนฝั่งไทยที่ไปพบสหรัฐมาก็ยังไม่ได้ข้อสรุป แต่ยืนยันว่ามีการเจอกันแล้วในระดับเจ้าหน้าที่ เพียงแต่ยังไม่มีมีการเสนอเงื่อนไข

ทั้งนี้ นายพิชัย เปิดเผยว่ามีข่าวดี จากภาคเอกชนของสหรัฐว่าไทยไม่อยู่ 1 ใน 10 ที่สหรัฐจะขึ้นกำแพงภาษี เพราะ 10 ประเทศนี้จะลำบาก ส่วนประเทศไทยน่าจะอยู่ในลำดับที่ 11- 12 ซึ่งภาคเอกชนของสหรัฐ เชื่อว่าเจรจา 1-2 ครั้งก็จบแล้ว แต่นี่เป็นข้อมูลที่ภาคเอกชนแจ้งมากับตน เมื่อผู้สื่อข่าวถามถึงกรณีที่สหรัฐเผยความคืบหน้าในการเจรจาเรื่องกับ 6 ประเทศเอเชีย แต่ไม่มีไทยนั้น นายพิชัยกล่าวว่าไม่ใช่เรื่องสำคัญอะไร ถึงเวลามีก็มีไม่เป็นไร แต่เชื่อว่าอย่างไรต้องมีชื่อประเทศไทยแน่นอน

เมื่อผู้สื่อข่าวถาม ถึงกระแสข่าวการปรับครม. ซึ่งมีชื่อของนายพิชัยถูกปรับออกนั้น นายพิชัย กล่าวว่า “อ่อ อย่าเพิ่งพูดถึงเรื่องนี้เลยครับ อยากทำงานทุกอย่างให้ดีที่สุด ”  ผู้สื่อข่าวจึงถามต่อว่า สิ่งที่ได้พูดคุยกับภาคเอกชนสหรัฐ ถ้ามีการปรับครม. สิ่งเรานั้นจะไม่เกิดขึ้นใช่หรือไม่หรือต้องรอให้รัฐมนตรีคนใหม่มาดำเนินการ นายพิชัย ไม่ตอบแต่เดินเข้าห้องประชุมทันที

เยี่ยม‘ป้าว่อน’ตำนานเสาไฟฟ้า บ่นการเมืองเปลี่ยน ทำคนแบ่งฝ่าย-แตกแยก

เยี่ยม‘ป้าว่อน’ตำนานเสาไฟฟ้า บ่นการเมืองเปลี่ยน ทำคนแบ่งฝ่าย-แตกแยก

เยี่ยม‘ป้าว่อน’ตำนานเสาไฟฟ้า บ่นการเมืองเปลี่ยน ทำคนแบ่งฝ่าย-แตกแยก

วันจันทร์ ที่ 28 เมษายน พ.ศ. 2568, 14.00 น.

เยี่ยม‘ป้าว่อน’ตำนานเสาไฟฟ้า บ่นการเมืองเปลี่ยน ทำคนแบ่งฝ่าย-แตกแยก

28 เมษายน 2568 นายนิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ อดีต สส.พัทลุง โพสต์ข้อความเรื่อง “เสาไฟฟ้า” ระบุว่า…

เสาไฟฟ้า

ป้าว่อน แดงทองใส ราษฎรหมู่ 8 ต.เกาะเต่า อ.ป่าพะยอม จ.พัทลุง ปัจจุบันอายุ 94 ปีแล้ว เป็นตำนาน “เสาไฟฟ้า” เป็นคนที่ตะโกนพูดขึ้นตอนผมปราศรัยว่า “พรรคประชาธิปัตย์ส่งเสาไฟฟ้า เราก็จะเลือก” ในการเลือกตั้งปี 2538 ตอนที่ผมแข่งกับพี่วีระ มุสิกพงศ์

ผมแวะเวียนไปเยี่ยมเสมอ ถือว่ามีบุญคุณกันในทางการเมือง วันนี้ ก็เอาของไปฝากเอาตังค์ไปให้ใช้จ่ายยามชรา

ป้าว่อน ควักแหวนทองเหลืองจากกระเป๋ามาสวมนิ้วให้ผม เป็นสมบัติชิ้นสุดท้ายที่มีอยู่ บอกว่าสวมอยู่กับตัวมานานแล้ว เวลาตายไม่อยากให้ใครเอาแหวนนี้ไป

ป้ายังเดินไปตลาดข้างบ้านได้ ทำกับข้าวเองได้ เลี้ยงแมวไว้เป็นเพื่อน 1 ตัว บ่นกับผมว่ามีวิทยุอยู่ 1 เครื่อง แต่เปิดไม่ได้แล้ว ผมถามว่าวิทยุใช้ไฟฟ้าหรือถ่าน ป้าบอกว่าใช้แสงแดด ต้องตากแดดเพื่อให้ชาร์ตไฟ ซื้อมาจากแม่ค้าที่เดินเร่ขายตามหมู่บ้าน ราคา 900 บาท ใช้ 3- 4 เดือนชาร์ตไฟไม่ได้แล้ว  ผมบอกว่า เดี๋ยวจะซื้อมาให้ใหม่

ป้าบอกว่า การเมืองทำให้คนแตกแยกเป็นฝักเป็นฝ่าย ไม่มีการนั่งคุยกันเหมือนเมื่อก่อน ต่างคนต่างอยู่ ข้าวของแพง ยางพาราก็ราคาถูก

ผมนั่งฟัง ก็ไม่แสดงความเห็นอะไร เพราะผมไม่มีหน้าที่ต้องตอบคำถามเรื่องเหล่านี้อีกแล้ว

คุยกันสักพัก ยกมือไหว้ลากลับ บอกว่า ไม่กี่วันผมจะกลับมาใหม่ ซื้อวิทยุเครื่องใหม่มาให้ เปิดให้ดังทั้งหมู่บ้านไปเลย   ///-005

กกต.สรุปผลเลือกตั้งซ่อม สส.เขต 8 เมืองคอน ‘ก้องเกียรติ’ชนะขาดลอย

กกต.สรุปผลเลือกตั้งซ่อม สส.เขต 8 เมืองคอน ‘ก้องเกียรติ’ชนะขาดลอย

กกต.สรุปผลเลือกตั้งซ่อม สส.เขต 8 เมืองคอน ‘ก้องเกียรติ’ชนะขาดลอย

วันจันทร์ ที่ 28 เมษายน พ.ศ. 2568, 12.55 น.

กกต.สรุปผลการเลือกตั้งซ่อม สส.เขต 8 นครศรีธรรมราช  มีผู้มาใช้สิทธิ 69.45  บัตรเสีย 1,088 ใบ กกต.ลุยสอบเรื่องร้องเรียน หากไม่พบทุจริต ประกาศรับรองใน 60 วัน “ก้องเกียรติ” พรรคกล้าธรรม คะแนนทิ้งคู่แข่งขาดลอย

สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง(กกต.) สรุปผลการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร นครราชสีมา เขต 8 อำเภอนาบอน อำเภอช้างกลาง อำเภอฉวางและอำเภอพิปูน ซึ่งมีการเลือกตั้งไปเมื่อวันที่ 27 เมษายน 2568  พบว่าจำนวนผู้มีสิทธิเลือกตั้ง 117,717 คน จำนวนผู้มาใช้สิทธิเลือกตั้ง 81,750 คน คิดเป็นน้อยละ 69.45  จำนวนบัตรดี 78,530 คิดเป็นร้อยละ 96.06  จำนวนบัตรเสีย 1,088 ใบ  คิดเป็นร้อยละ 1.33 และบัตรไม่เลือกผู้สมัครใด 2,132 ใบ คิดเป็นร้อยละ 2.61

ส่วนผู้สมัครที่ได้รับคะแนนสูงสุดได้แก่ นายก้องเกียรติ เกตุสมบัติ ผู้สมัครหมายเลข 5 พรรคกล้าธรรม ได้รับคะแนนเสียง 38,680 คะแนน ส่วนผู้สมัครที่ได้คะแนนมาเป็นอันดับ 2 คือ นายไสว เลื่องสีนิล พรรคภูมิใจไทยได้รับคะแนน 28,417 คะแนน อันดับ 3 นายณัฐกิตติ์ อยู่ด้วง พรรคประชาชน ได้รับคะแนนเสียง 6,811 คะแนน  อันดับ 4 นายชินวรณ์ บุณยเกียรติ พรรคประชาธิปัตย์ ได้รับคะแนนเสียง 4,190 คถะแนน อันดับ 5 ว่าที่พันตรี กวี ไกรทอง พรรคพร้อม ได้รับคะแนนเสียง 238 คะแนน และอันดับ 6 นายพิษณุ รสมาลี พรรคทางเลือกใหม่ ได้รับคะแนนเสียง 194 คะแนน

ทั้งนี้ สำนักงาน กกต.จะดำเนินการตรวจสอบและรวบรวมรายงานผลการนับคะแนน พร้อมทั้งคำพิจารณาคำร้องหรือเบาะแสเกี่ยวกับการกระทำผิดกฎหมายเลือกตั้ง หากไม่มีเหตุอันควรสงสัยว่าการเลือกตั้งมิได้เป็นไปโดยสุจริตหรือเที่ยงธรรม และไม่มีคำร้องคัดค้านภายในระยะเวลาที่กฎหมายกำหนด คณะกรรมการการเลือกตั้งก็จะพิจารณารับรองผลการเลือกตั้งอย่างเป็นทางการภายใน 60 วัน นับแต่วันเลือกตั้ง

‘นายกฯ’ถึง’สกลนคร’เยี่ยมบึงหนองหาร ‘สทนช.’ฟ้อง งบบริหารโครงการอืด

'นายกฯ'ถึง'สกลนคร'เยี่ยมบึงหนองหาร 'สทนช.'ฟ้อง งบบริหารโครงการอืด

‘นายกฯ’ถึง’สกลนคร’เยี่ยมบึงหนองหาร ‘สทนช.’ฟ้อง งบบริหารโครงการอืด

วันจันทร์ ที่ 28 เมษายน พ.ศ. 2568, 12.54 น.

‘นายกฯ’ถึง’สกลนคร’เยี่ยมบึงหนองหาร รับฟังแผนจัดการน้ำ ‘สทนช.’ฟ้อง งบบริหารโครงการอืด แนะโปรโมทท่องเที่ยวเวลเนส ดึงนทท.สู่อีสาน 

เมื่อวันที่ 28 เม.ย.2568 น.ส.แพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี และคณะ ออกเดินทางจากท่าอากาศยานทหาร 2 กองบิน 6 (บน.6) ดอนเมือง กรุงเทพฯ ไปยังสนามบินกองทัพบกค่ายกฤษณ์สีวะรา ต.ธาตุเชิงชุม อ.เมืองสกลนคร จ.สกลนคร จากนั้นนายกฯ เดินทางต่อด้วยรถยนตร์โตโยต้าอัลพาร์ด ทะเบียน กท 888 กรุงเทพมหานคร 

โดยเวลา 10.30 น. ลงพื้นที่ติดตามความก้าวหน้าการขับเคลื่อนแผนพัฒนา และฟื้นฟูพื้นที่บึงหนองหาร และการบริหารจัดการน้ำ ณ สวนสาธารณะดอนเกิน ต.ท่าแร่ อ.เมืองสกลนคร จ.สกลนคร โดยมี นายประเสริฐ จันทรรวงทอง รองนายกรัฐมนตรี และรมว.ดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจ และสังคม นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ รมช.คลัง น.ส.ธีรรัตน์ สำเร็จวาณิชย์ รมช.มหาดไทย 

และมีสส.พรรคเพื่อไทยให้การต้อนรับ ได้แก่ นายอภิชาติ ตีรสวัสดิชัย สส.สกลนครเขต 1 น.ส.จิรัชยา สัพโส พรรคเพื่อไทย สส.สกลนครเขต 3 นายพัฒนา สัพโส สส.สกลนครเขต 4 น.ส.สกุณา สาระนันท์ สส.สกลนครเขต 6 นายเกษม อุประ สส.สกลนคร เขต 7 รวมถึง นางนฤมล สัพโส นายก อบจ.สกลนคร

เมื่อมาถึงนายกฯ นั่งรถรางชมทัศนียภาพสวนสาธารณะดอนเกิน จากนั้นรับฟังบรรยายสรุปการบริหารจัดการน้ำ และแผนหลักการพัฒนาบึงหนองหาร จ.สกลนคร จากนายสุรสีห์ กิตติมณฑล เลขาธิการสำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (สทนช.) ซึ่งรายงานว่า ยังมีปัญหาเรื่องของคุณภาพน้ำ วัชพืช ที่ทำให้ตื้นเขิน อุทกภัย และภัยแล้งมีแนวโน้มอาจเกิดขึ้นได้จึงต้องมีการบริหารจัดการน้ำ 

นายกฯ ยังได้สอบถามสถานการณ์น้ำภาพรวม ซึ่งเลขาธิการ สทนช. รายงานว่าปีนี้แนวโน้มฝนมาก เราต้องคิดพื้นที่เป้าเสี่ยงให้ประชาชน และมีการเชื่อมโยงลุ่มน้ำ มีการพร่องน้ำเขื่อนใหญ่ทั้งประเทศที่มีแนวโน้มล้นเขื่อน โดยจะบริหารจัดการเป็นลุ่มน้ำรวมไปถึงกรุงเทพฯ ด้วย ส่วนในเรื่องการขยายระบบระบายน้ำ การอนุญาติใช้ที่ดิน ซึ่งจะต้องมีการทำความเข้าใจกับประชาชนด้วย 

เลขาธิการ สทนช. ยังรายงานถึงการเสนอของบประมาณที่มีการขอตั้งแต่ปี 2563 ยาวมาจนถึงปี 2569  ซึ่งงบได้มาแต่ยังไม่ครบ นายกฯ จึงระบุว่า ช้ามาก จากนั้นนายกฯ ได้ดูลำน้ำที่ผ่านเกณฑ์การคัดเลือกเพื่อศึกษาความเหมาะสมสำรวจออกแบบและผลกระทบสิ่งแวดล้อมเบื้องต้น (IEE) ด้วย

นอกจากนี้ยังรับฟังความคืบหน้าโครงการก่อสร้าง และปรับปรุงภูมิทัศน์พุทธอุทยานหลวงปู่มั่น ภูริทัตโต พร้อมสอบถามว่าใช้งบเท่าไหร่ ซึ่งผู้ว่าราชการจังหวัดระบุว่าใช้งบประมาณ 329 ล้านบาท 

ขณะที่ทีมงานภาคเอกชน ได้นำเสนอ 3 โครงการ ได้แก่ โครงการก่อสร้างสะพานทางเดิน วิ่ง และทางจักรยาน  โครงการพัฒนาเส้นทางท่องเที่ยวแบบครบวงจรทะเลสาบหนองหาร และอุทยานหนองหารเฉลิมพระเกียรติ สู่เวชศาสตร์การเกษตร และชีวะนวัตกรรมสร้างสรรค์

โดยนายกฯ สอบถาม ได้มีการคำนวนตัวเลขของนักท่องเที่ยวต่างชาติเข้ามาอย่างไร ซึ่งตัวแทนภาคเอกชน กล่าวว่า เราพยายามปักหมุดให้สกลนครเป็นแหล่งท่องเที่ยวเพื่อฟื้นฟูสุขภาพ ซึ่งตัวเลขพื้นฐานเราทำไว้หมดแล้ว นายกฯ จึงระบุว่าเราต้องเพิ่มเรื่องการรับรู้เพราะมีนักท่องเที่ยวอยากมาไม่รู้จะไปที่ไหน หากเราทำตัวเลขชัดเจนเรื่องงบประมานจะไหลมามากขึ้น

จากนั้นนายกฯ เดินพบปะกลุ่มกำนันผู้ใหญ่บ้านและประชาชน พร้อมถ่ายภาพร่วมกัน โดยประชาชนบางส่วนระบุว่า เป็นกำลังใจให้ นายกฯ สู้ๆ ก่อนเยี่ยมชมบูธผลิตภัณฑ์ จ.สกลนคร พร้อมอุดหนุนข้าวฮางงอก ข้าวสามสี และนมจากสหกรณ์โคนมวาริชภูมิ