อาจมีจุดบอด! ‘บิ๊กเกรียง’รับต้องปรับปรุงรูปแบบสื่อสารผลงาน‘สว.’

อาจมีจุดบอด! ‘บิ๊กเกรียง’รับต้องปรับปรุงรูปแบบสื่อสารผลงาน‘สว.’

อาจมีจุดบอด! ‘บิ๊กเกรียง’รับต้องปรับปรุงรูปแบบสื่อสารผลงาน‘สว.’

วันจันทร์ ที่ 28 เมษายน พ.ศ. 2568, 12.30 น.

“บิ๊กเกรียง”เผยหลังเชิญ”วิทยากร-สื่อ”ร่วมแลกเปลี่ยนความเห็น รับต้องปรับปรุงรูปแบบการสื่อสาร เหตุการประชาสัมพันธ์อาจมีจุดบอด-การเสนอไม่น่าสนใจ

เมื่อวันที่ 28 เมษายน 2568 ที่รัฐสภา พล.อ.เกรียงไกร ศรีรักษ์ รองประธานวุฒิสภา คนที่หนึ่ง ให้สัมภาษณ์ถึงการเชิญวิทยากร และสื่อมวลชนมาร่วมแลกเปลี่ยนความคิด กับคณะกรรมการธิการ สว.คณะต่างๆ ว่า ตนชอบกับฟังการประชาสัมพันธ์ และเทคนิคการพาดหัวข่าวต่างๆ เราทำงานเยอะมาก แต่ไม่ค่อยได้ออกสื่อ และสื่อก็ไม่ค่อยเอาไปออก วันนี้จึงให้คณะกรรมาธิการคณะต่างๆ มาแลกไปเปลี่ยนความคิดเห็นกับสื่อ ว่าจะทำอย่างไร ให้การนำเสนอของเรา หรือผลงานที่เราทำ ออกสู่สายตาของประชาชน ให้ประชาชนรับรู้รับทราบ เช่น การลงพื้นที่ของตนเมื่อวันที่ 27 เม.ย.ที่ผ่านมา ในช่วงการปิดสมัยประชุมสภา ประชาชนก็สงสัยว่า ตนจะลงไปทำไมอีก ตนจึงชี้แจงว่าแม้สภาจะปิดไป แต่การประชุมของคณะกรรมาธิการ ยังจะต้องมีการดำเนินงานต่อไป ซึ่งประชาชนบางส่วน ยังไม่ทราบว่า ในช่วงนี้วุฒิสภามีหน้าที่อะไรบ้าง หรือคิดว่ากลับไปนอนบ้านเฉยๆ

เมื่อถามว่า จะเป็นการทำมากแต่ได้น้อยหรือไม่ พล.อ.เกรียงไกร กล่าวว่า คงไม่ใช่ ทำมากก็ได้มาก แต่ในการรับรู้ของประชาชน ว่างานที่เรากำลังทำอยู่ มีอะไรบ้าง มีผลทางการปฏิบัติอย่างไร ยังน้อย

เมื่อถามว่า ประชาสัมพันธ์น้อยไปใช่หรือไม่ พล.อ.เกรียงไกร กล่าวว่า ไม่น้อย แต่ช่องทางในการประชาสัมพันธ์ ที่จะทำให้เข้าถึงเป้าหมาย เพื่อให้ประชาชนรับรู้รับทราบ เราอาจจะมีจุดบอด หรืออาจจะไม่เป็นที่สนใจในการนำเสนอ รวมถึงการเรียบเรียงข้อมูลผลการปฏิบัติงาน ว่าจะทำอย่างไรให้ประชาชนสามารถเข้ามาสัมผัสและติดตามได้ ซึ่งคงต้องมีการปรับรูปแบบการสื่อสาร ที่ผ่านมา การสรุปผลการประชุม ก็มีบ้าง ไม่มีบ้าง บางครั้งก็ไม่ได้นำเสนอในเนื้องาน ดังนั้น วันนี้จึงนำวิทยากรเข้ามาสอน มาบอกเล่าต่อคณะกรรมาธิการ เช่น จะต้องเขียนข่าวอย่างไรให้มีความน่าสนใจ และจะต้องใช้สื่อลักษณะไหน และในการลงพื้นที่ของคณะกรรมาธิการคณะต่างๆ ก็ไม่มีงบประมาณในการพาสื่อกลางเข้าไปด้วย จึงอาจจะใช้สื่อในพื้นที่

‘ธนกร’ห่วงนักท่องเที่ยวจีนมาไทยลดฮวบกว่าครึ่ง ฝากรัฐบาลเร่งสร้างความเชื่อมั่น

‘ธนกร’ห่วงนักท่องเที่ยวจีนมาไทยลดฮวบกว่าครึ่ง ฝากรัฐบาลเร่งสร้างความเชื่อมั่น

‘ธนกร’ห่วงนักท่องเที่ยวจีนมาไทยลดฮวบกว่าครึ่ง ฝากรัฐบาลเร่งสร้างความเชื่อมั่น

วันจันทร์ ที่ 28 เมษายน พ.ศ. 2568, 12.17 น.

อดีตรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ห่วง ตัวเลขนักท่องเที่ยวจีนมาไทยลดฮวบกว่าครึ่ง พบเบนเข็มญี่ปุ่น-เวียดนาม-ยุโรปแทน ฝาก “นายกฯ-สรวงศ์” เร่งสร้างความเชื่อมั่น แนะผนึกกำลังเอเจนทัวร์จัดแคมเปญอัดประชาสัมพันธ์ หวังกระตุ้นภาคท่องเที่ยว รายได้หลักของประเทศ

เมื่อวันที่ 28 เมษายน 2568 นายธนกร วังบุญคงชนะ อดีตรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี รองหัวหน้าพรรคและสส.บัญชีรายชื่อ พรรครวมไทยสร้างชาติ(รทสช.) กล่าวว่า ช่วงสุดสัปดาห์ที่ผ่านมาตนได้ลงพื้นที่จ.ภูเก็ตและไปร่วมงานครบรอบ 1 ปีโรงแรมอนันตรา เกาะยาวใหญ่ จ.พังงา มีนักท่องเที่ยวต่างชาติส่วนใหญ่ที่เข้ามาจะเป็นโซนยุโรปจำนวนมาก  ซึ่งอุตสาหกรรมภาคการท่องเที่ยวถือเป็นรายได้หลักของประเทศ  ถ้าจะดีที่สุดควรจะมีนักท่องเที่ยวจากทั่วโลกเข้ามาไทย  มองว่า ตลาดเดิมที่สร้างรายได้หลักก็ต้องรักษาคุณภาพและปริมาณไว้ให้ได้  และต้องมีการดึงดูดนักท่องเที่ยวกลุ่มประเทศตลาดใหม่เข้ามาด้วย

ทั้งนี้ แม้ว่าสถิตินักท่องเที่ยวโดยรวมไตรมาสแรก จะถึง 9.55 ล้านคน เติบโตเพิ่มขึ้น 2% แต่หลายฝ่ายคาดการณ์ว่าตัวเลขจะปรับตัวลงในช่วงไตรมาส 2 นี้ ซึ่งเป็นช่วงโลว์ซีซั่น  และเมื่อมาดูสถิติพบว่าตลาดท่องเที่ยวที่เป็นปัญหาใหญ่ในขณะนี้คือ ตลาดจีน ที่มีแนวโน้มชะลอตัวหนักต่อเนื่อง  ล่าสุดจำนวนนักท่องเที่ยวจีนทำสถิติตกต่ำสุดมาอยู่ที่ประมาณ 5,000-6,000 คนต่อวันเท่านั้น จากภาวะปกติที่มีอัตราเฉลี่ยประมาณ 14,000-17,000 คนต่อวัน และคาดว่าจำนวนนักท่องเที่ยวจีนเดือนเมษายนนี้จะอยู่ในระดับใกล้เคียงกับเดือนมีนาคมที่มีจำนวน 2.9 แสนคน  โดยพบว่า การสำรวจล่าสุดในช่วงไตรมาส 1/2568 ประเทศไทยติดอันดับ 7 เดสติเนชั่นยอดนิยมของคนจีน โดย 5 อันดับแรกคือ สิงคโปร์ ตามด้วยญี่ปุ่น, เกาหลีใต้, มาเลเซีย และยุโรป ขณะที่ผลสำรวจในไตรมาส 4/2567 พบว่า ประเทศไทยติดอันดับ 4 ซึ่งเมื่อย้อนไปดูช่วงก่อนวิกฤตโควิด ประเทศไทยครองแชมป์ อันดับ 1 เดสติเนชั่นยอดนิยมของคนจีนมาโดยตลอด

“เมื่อดูตัวเลขนักท่องเที่ยวจีนก็รู้สึกเป็นห่วงภาคท่องเที่ยวของไทยที่จำนวนนักท่องเที่ยวจีนลดลงเกือบ 50%  นายกรัฐมนตรี  รัฐบาลโดยรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา จำเป็นจะต้องเร่งปรับแผนเพื่อแก้ปัญหา ทั้ง เรื่องการเร่งสร้างความเชื่อมั่นในความปลอดภัยเมื่อมาเที่ยวไทย  พร้อมกับผนึกกำลังความร่วมมือภาคธุรกิจการท่องเที่ยวจัดแคมเปญครั้งใหญ่เพื่อทำให้เศรษฐกิจการท่องเที่ยวนั้นเข้มแข็ง ผมเห็นด้วยกับสมาคมไทยธุรกิจการท่องเที่ยว (ATTA) ที่เสนอให้รัฐบาลเร่งให้โจทย์กับการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.)หน่วยงานด้านการทำตลาดเร่งปรับแผนและหาช่องทางสร้างความเชื่อมั่นให้กับตลาดจีน และดึงนักท่องเที่ยวกลับมาโดยเร็ว“ นายธนกร กล่าว

‘บิ๊กเกรียง’ปัดตอบ‘คดีฮั้วเลือก สว.’ บอกไม่รู้จะกังวลใจเรื่องอะไร

‘บิ๊กเกรียง’ปัดตอบ‘คดีฮั้วเลือก สว.’ บอกไม่รู้จะกังวลใจเรื่องอะไร

‘บิ๊กเกรียง’ปัดตอบ‘คดีฮั้วเลือก สว.’ บอกไม่รู้จะกังวลใจเรื่องอะไร

วันจันทร์ ที่ 28 เมษายน พ.ศ. 2568, 12.05 น.

“บิ๊กเกรียง”ปัดตอบ”คดีฮั้วเลือก สว.” บอกไม่รู้จะกังวลใจเรื่องอะไร หน้าที่ใครหน้าที่มัน ทุกอย่างเป็นไปตามกระบวนการ

เมื่อวันที่ 28 เมษายน 2568 ที่รัฐสภา พล.อ.เกรียงไกร ศรีรักษ์ รองประธานวุฒิสภา คนที่หนึ่ง ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีที่กรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) มีการจำลองสถานการณ์เลือก สว.เพื่อประกอบคดีฮั้วเลือก สว.ว่า เป็นเรื่องของเขา สว.เราคงไม่มีอะไร ว่ากันไป ส่วนที่ถูกมองว่าเป็นเรื่องเกมการเมืองหรือไม่นั้น เราไม่ทราบ

เมื่อถามว่า กังวลใจหรือไม่ พล.อ.เกรียงไกร กล่าวว่า ให้ถามเรื่องงานที่ตนทำ แค่นี้แหละ เมื่อถามย้ำอีกว่า ไม่มีความกังวลใจใช่หรือไม่ พล.อ.เกรียงไกร กล่าวว่า ไม่รู้จะกังวลใจเรื่องอะไร ก็ทำหน้าที่กัน

เมื่อถามถึงกรณีที่หลังจากนี้อาจมีการเรียก สว.เข้าไปให้ข้อมูล พล.อ.เกรียงไกร กล่าวว่า ตนไม่ตอบ เมื่อสักครู่บอกว่าจะสัมภาษณ์อีกเรื่องหนึ่ง อย่างนี้หลอกกันนี่นา ไม่เป็นไร หน้าที่ใครหน้าที่มัน ปกติธรรมดา ก็ว่ากันไป ขอให้อยู่ภายใต้ข้อกฎหมายเท่านั้น

เมื่อถามถึงกรณีที่กรมสอบสวนคดีพิเศษจะมีการนำเทคโนโลยี AI เข้ามาช่วยสอบสวนนั้น พล.อ.เกรียงไกร กล่าวว่า ไม่ทราบ AI คืออะไร ตนไม่ทราบ เมื่อถามว่า ในช่วงหลัง สว.หลายคนนิ่งเงียบ ไม่มีปฏิกิริยาเกี่ยวกับคดีฮั้วเลือก สว. พล.อ.เกรียงไกรกล่าวว่า เป็นเรื่องของเขา ก็ว่ากันไป อาจจะจบแล้ว ตนไม่รู้ หน้าที่ใครหน้าที่มัน ตนตอบไม่ได้ ทุกอย่างเป็นไปตามกระบวนการ ไม่เป็นไร เป็นหน้าที่ของเขา เรามีหน้าที่อะไรก็ทำไป

นายกฯ ลงพื้นที่สกลนคร-นครพนม ติดตามบริหารจัดการน้ำ-แก้ปัญหายาเสพติด

นายกฯ ลงพื้นที่สกลนคร-นครพนม ติดตามบริหารจัดการน้ำ-แก้ปัญหายาเสพติด

นายกฯ ลงพื้นที่สกลนคร-นครพนม ติดตามบริหารจัดการน้ำ-แก้ปัญหายาเสพติด

วันจันทร์ ที่ 28 เมษายน พ.ศ. 2568, 11.32 น.

เปิดภารกิจนายกฯ ลงพื้นที่สกลนครติดตามบริหารจัดการแหล่งน้ำขนาดใหญ่อันดับ 2 ของประเทศ พร้อมติดตาม“นาหว้าโมเดล”ก่อนประชุมแก้ยาเสพติดริมโขง ที่นครพนม

เมื่อวันที่ 28 เมษายน 2568 นายจิรายุ ห่วงทรัพย์ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า ในการประชุมคณะรัฐมนตรีสัญจร ซึ่งมีคณะรัฐมนตรีลงพื้นที่อย่างต่อเนื่องตั้งแต่วันที่ 26 – 27 เมษายน 2568 เพื่อติดตามการบริหารงานและรับฟังปัญหาในทุกมิติ และจะนำปัญหาในพื้นที่ของแต่ละกระทรวงเข้ามาหารือในที่ประชุมคณะรัฐมนตรีสัญจรในวันพรุ่งนี้

นายจิรายุ กล่าวว่า ช่วงเช้าวันนี้ เวลาประมาณ 10.00 น. นายกรัฐมนตรีจะลงพื้นที่ติดตามความก้าวหน้าในการขับเคลื่อนแผนพัฒนาและฟื้นฟูพื้นที่ ณ บึงหนองหาร และการบริหารจัดการน้ำที่สวนสาธารณะดอนเกิน อำเภอเมืองจังหวัดสกลนคร ซึ่งพื้นที่ชุ่มน้ำหนองหาร จังหวัดสกลนคร เป็นบึงน้ำจืดที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในภาคอีสาน และใหญ่เป็นอันดับที่ 2 ของไทย เป็นถิ่นที่อยู่อาศัยเป็นแหล่งผสมพันธุ์วางไข่และแหล่งอนุบาลของปลา ทั้งปลาประจำถิ่น และปลาอพยพจากแม่น้ำโขงถือว่าเป็นแหล่งอาหาร และแหล่งสร้างรายได้ที่สำคัญของชุมชน รวมทั้งเป็นแหล่งที่อยู่อาศัยของนก ทั้งนกประจำถิ่นและนกอพยพอย่างน้อย 180 ชนิด มีพรรณไม้น้ำและยังเป็นพื้นที่แก้มลิง เป็นแหล่งรองรับน้ำ สำหรับป้องกันและบรรเทาน้ำท่วมอีกด้วย

โอกาสนี้ นายกรัฐมนตรีจะรับฟังแนวทางในการใช้ประโยชน์ร่วมกันระหว่างทรัพยากรธรรมชาติที่มีความสำคัญ ความหลากหลายทางชีวภาพเพื่อให้สามารถใช้ประโยชน์จากบึงหนองหารได้อย่างยั่งยืน ตามแบบวิถีชีวิตของชุมชน โดยที่ผ่านมารัฐบาลมีนโยบายในการดูแลรักษา เพื่อไม่ให้เกิดมลพิษ และสร้างระบบนิเวศให้มีความสมดุล เพื่อประโยชน์ของประชาชนในหลายจังหวัดในพื้นที่ภาคอีสานตอนบน

จากนั้น ช่วงบ่าย นายกรัฐมนตรีจะออกเดินทางจากจังหวัดสกลนครต่อไปที่จังหวัดนครพนมเพื่อเยี่ยมชมศูนย์หัตถกรรมวัดธาตุประสิทธิ์ “นาหว้าโมเดล” ตามแนวพระดำริ “Sustainable Fashion : แฟชั่นแห่งความยั่งยืน” ซึ่งเป็นนโยบายในการต่อยอดศิลปะและวัฒนธรรมประเพณีในพื้นที่ เปรียบเสมือน Soft Power สำคัญที่จะสนับสนุนการท่องเที่ยว และการลงทุนในทุกๆ มิติได้

ต่อจากนั้น ช่วงเวลาประมาณ 15.00 น. นายกรัฐมนตรีจะเดินทางต่อไปที่ริมแม่น้ำโขง เพื่อร่วมประชุมกับส่วนราชการที่เกี่ยวข้องที่หน่วยเรือรักษาความสงบเรียบร้อยตามลำแม่น้ำโขงนครพนม ณ ตำบลอาจสามารถ อำเภอเมืองนครพนม เพื่อรับฟังการปฏิบัติการแก้ไขปัญหายาเสพติดและเรื่องอื่นๆ ในชายแดน โดยนายกรัฐมนตรีจะมอบนโยบายและติดตามผลการดำเนินงานของทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง

‘ภูมิธรรม’เตรียมคุย‘มาเลเซีย’ หวังประสานพูดคุย‘BRN ตัวจริง’ที่หยุดยั้ง‘ไฟใต้’ได้

‘ภูมิธรรม’เตรียมคุย‘มาเลเซีย’ หวังประสานพูดคุย‘BRN ตัวจริง’ที่หยุดยั้ง‘ไฟใต้’ได้

‘ภูมิธรรม’เตรียมคุย‘มาเลเซีย’ หวังประสานพูดคุย‘BRN ตัวจริง’ที่หยุดยั้ง‘ไฟใต้’ได้

วันจันทร์ ที่ 28 เมษายน พ.ศ. 2568, 10.50 น.

‘ภูมิธรรม’ย้ำขีดเส้น 7 วันให้ฝ่ายความมั่นคงรายงานผลแก้ปัญหาความไม่สงบ‘ชายแดนใต้’ เตรียมคุยผู้อำนวยความสะดวก‘มาเลเซีย’ หวังประสานพูดคุย‘BRN ตัวจริง’ที่หยุดยั้งเหตุรุนแรงได้ มั่นใจทหาร-ตำรวจ ทำงานร่วมกันแน่นแฟ้น ไม่เกี่ยวกับรุ่น

28 เมษายน 2568 ที่ท่าอากาศยาน2 กองบิน6 นายภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม กล่าวถึงการเดินหน้าแก้ปัญหาความไม่สงบในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ ว่า ได้มอบหมายให้ผู้บัญชาการทหารบก (ผบ.ทบ.) ปรับแผนทำงานเชิงรุกมากขึ้น ซึ่งทั้งทหารและตำรวจได้ประชุมร่วมกับหน่วยต่างๆในพื้นที่แล้ว ไม่มีปัญหาใดๆ สามารถดำเนินการได้อย่างเต็มที่ โดยให้รายงานความคืบหน้า และ รายละเอียดเพิ่มเติมต่างๆภายใน7 วัน ซึ่งไม่ได้กำหนดว่าภายใน7 วันนี้ต้องจบ แต่เพื่อให้รายงานความคืบหน้าเพื่อติดตามสถานการณ์ อย่างใกล้ชิด รวมทั้งเพื่อให้หน่วยในพื้นที่ตื่นตัวในการปฏิบัติมากขึ้น หลังจากนี้ทุกอย่างจะเป็นไปตามข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้น ยอมรับว่า ปัญหาชายแดนภาคใต้ มีข้อมูลจำนวนมาก และไม่ตรงกัน ซึ่งจะต้องมีการคุยกันอีกครั้ง และยอมรับว่า ร้อนใจ 

ส่วนมติคณะรัฐมนตรี (ครม.) ที่สั่งการให้หาแนวทางยกเลิกการประกาศใช้กฎอัยการศึก ในพื้นที่ 4 จังหวัดภาคใต้นั้น นายภูมิธรรม ยืนยันว่า ครม. ยังไม่มีมติให้ยกเลิก แต่เป็นเพียงข้อเสนอของภาคเอกชนที่เห็นว่าสถานการณ์เป็นปกติแล้ว และเพื่อให้การทำกิจการค้าขายดีขึ้น จึงมีข้อเสนอนี้ให้ ครม. พิจารณา และได้หารือไปแล้ว ล่าสุดกลับมีเหตุการณ์ความรุนแรงเกิดขึ้นอีก จึงต้องทบทวนข้อเสนอใหม่อีกครั้ง ทำให้การหารือกันที่นัดหมายไว้เมื่อสุดสัปดาห์ที่ผ่านมาต้องเลื่อนออกไปก่อน เพื่อให้เจ้าหน้าที่ได้ปฏิบัติงานอย่างเต็มที่ แก้ปัญหาในพื้นที่ก่อน

นายภูมิธรรม ยอมรับว่า ได้มีการพูดคุยปัญหานี้กับแม่ทัพภาคที่ 4 ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 9 (ผบช.ภ.9) และ ศอ.บต. เพื่อร่วมกันแก้ปัญหา ยืนยันว่าการทำงานในพื้นที่ของทหาร-ตำรวจ ไม่มีช่องว่าง และไม่เรื่องรุ่นระหว่างกัน เพราะถือเป็นภารกิจที่ต้องทำโดยไม่มีเรื่องการข้ามรุ่น และตั้งแต่ที่เข้ารับตำแหน่ง รมว.กลาโหม ก็ไม่เคยพบปัญหานี้

สำหรับความคืบหน้ากระบวนการพูดคุยเพื่อสันติสุข นายภูมิธรรม ระบุว่า หากชัดเจนว่าสามารถควบคุมเหตุการณ์การความรุนแรงได้ก็จะมีการพูดคุย เบื้องต้นกำลังจะหารือกับผู้อำนวยความสะดวกที่นายกรัฐมนตรีมาเลเซียตั้งขึ้น ตามที่นายกรัฐมนตรีไทย และมาเลเซีย ได้หารือกันไว้ก่อนหน้านี้ โดยทั้ง 2 ประเทศ จะเดินแก้ไขปัญหานี้ร่วมกันอย่างเต็มที่ หากยังมีความรุนแรงเกิดขึ้น ก็จะพิจารณาอย่างเด็ดขาดว่า ทางการมาเลเซียจะให้ความช่วยเหลือไทยได้อย่างไรบ้าง

“ไทยต้องการพูดคุยกับผู้นำตัวจริงของกลุ่ม BRN เท่านั้น ซึ่งที่ผ่านมาก็ไม่ได้หมายความว่าเป็นตัวจริงหรือไม่ แต่พบว่ากลุ่มนี้ไม่มีอำนาจในการหยุดยั้งสถานการณ์ โดยเฉพาะการกระทำที่รุนแรงได้ เมื่อทำไม่ได้ก็ไม่รู้จะคุยอย่างไร ซึ่งขณะนี้เร่งประสานกับหลายฝ่าย ต้องพิจารณาว่ามีส่วนใดบ้างที่จะทำให้การพูดคุยบรรลุผล” นายภูมิธรรม กล่าว 

‘อิ๊งค์’รอ’สหรัฐฯ’คอนเฟิร์ม กรอบเวลาเจรจา’กำแพงภาษี’

'อิ๊งค์'รอ'สหรัฐฯ'คอนเฟิร์ม กรอบเวลาเจรจา'กำแพงภาษี'

‘อิ๊งค์’รอ’สหรัฐฯ’คอนเฟิร์ม กรอบเวลาเจรจา’กำแพงภาษี’

วันจันทร์ ที่ 28 เมษายน พ.ศ. 2568, 10.46 น.

เมื่อวันที่ 28 เมษายน 2568 ที่ท่าอากาศยานทหาร 2 กองบิน 6 (บน.6) ดอนเมือง กรุงเทพฯ น.ส.แพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์ก่อนเดินทางไปลงพื้นที่ตรวจราชการที่ จ.สกลนคร และ จ.นครพนม ก่อนประชุมคณะรัฐมนตรีอย่างเป็นทางการนอกสถานที่ (ครม.สัญจร) อาการป่วยเป็นอย่างไรบ้าง พร้อมลุยลงพื้นที่แล้วใช่หรือไม่ ว่า พร้อมลุยหายดีร้อยเปอร์เซ็นต์แล้ว

เมื่อถามถึงความคืบหน้าการเจรจากับสหรัฐอเมริกาเรื่องมาตรการกำแพงภาษี นายกฯ กล่าวว่า นายพิชัย ชุณหวชิร รองนายกรัฐมนตรี และรมว.คลัง ก็อัพเดตเรื่อยๆ แต่รายละเอียดให้รอจากนายพิชัย เพื่อให้ภาพรวมตรงกันทั้งสื่อในประเทศและสื่อต่างประเทศที่นำเนื้อหาไปแปล

เมื่อถามถึงความคืบหน้าเรื่องกรอบเวลาได้มีการพูดคุยกันแล้วหรือยัง ว่าจะเดินทางไปเจรจาสหรัฐอเมริกาเมื่อไร นายกฯ กล่าวว่า รออยู่ เมื่อถามย้ำว่า ต้องรอให้ทางสหรัฐอเมริกาคอนเฟิร์มกลับมาใช่หรือไม่ นายกฯกล่าวว่า “ใช่ค่ะ ต้องรอคอนเฟิร์ม ส่วนระยะเวลายังไม่แน่ใจ”

‘ภูมิธรรม’ยินดี’กล้าธรรม’ ชนะเลือกตั้งซ่อมเขต 8 นครศรีฯ

'ภูมิธรรม'ยินดี'กล้าธรรม' ชนะเลือกตั้งซ่อมเขต 8 นครศรีฯ

‘ภูมิธรรม’ยินดี’กล้าธรรม’ ชนะเลือกตั้งซ่อมเขต 8 นครศรีฯ

วันจันทร์ ที่ 28 เมษายน พ.ศ. 2568, 10.39 น.

“ภูมิธรรม”ยินดี”กล้าธรรม” ชนะเลือกตั้งซ่อมเขต 8 นครศรีฯ ย้ำคนละเรื่องปรับ ครม. ยืนยันยังไม่มีการพูดคุยกัน

เมื่อวันที่ 28 เมษายน 2568 ที่ท่าอากาศยาน 2 กองบิน 6 นายภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ระบุถึงกรณีที่ นายก้องเกียรติ เกตุสมบัติ จากพรรคกล้าธรรม ชนะเลือกตั้งซ่อม สส.เขต 8 นครศรีธรรมราช จะส่งสัญญาณถึงเรื่องการปรับคณะรัฐมนตรี (ครม.) จากการ สส.เพิ่มของพรรคกล้าธรรมหรือไม่ ว่า การปรับคณะรัฐมนตรียังไม่เคยมีการพูดคุยกัน และนายกรัฐมนตรีก็ยืนยันว่ากระแสการปรับคณะรัฐมนตรีเป็นเรื่องที่สื่อมวลชนสอบถามมา เพราะต้องการทราบสถานการณ์ แต่ขณะนี้ยังไม่ได้มีการพูดคุยกัน

ทั้งนี้ การที่พรรคกล้าธรรม มี สส.เพิ่มถือว่าเป็นเรื่องน่ายินดี และต้องแสดงความยินดีกับทางพรรคกล้าธรรม แต่เป็นคนละเรื่องกับการปรับคณะรัฐมนตรี อย่านำมาปนกันเพราะหากนำมาปนกันจะทำให้เกิดความสับสน และทำให้จินตนาการกันไปเอง ทำให้เรื่องต่างๆ ไม่สอดคล้องกับความเป็นจริง

ส่วนตัวเลข สส.ที่เพิ่มมากขึ้นจะส่งผลต่อสัดส่วนรัฐมนตรีหรือไม่นั้น นายภูมิธรรม ย้ำว่า ขณะนี้ทุกคนกำลังทำงาน และพรรคร่วมฯ สามารถทำงานร่วมกันด้วยดี โดยไม่เคยมีการพูดถึงเรื่องโควต้าสัดส่วนรัฐมนตรีของแต่ละพรรค และหากใครลงเลือกตั้งซ่อมก็เชียร์และให้กำลังใจ ส่วนใครจะชนะก็เป็นเรื่องน่ายินดี

ดังนั้น จึงอย่าคิดไปเองว่าเมื่อนำตัวเลขมาบวกกันแล้วจะมีการปรับสัดส่วนรัฐมนตรี เพราะในทางการเมืองหากสามารถทำงานร่วมกันได้ดีและลงตัวก็ไม่มีปัญหาที่จะต้องปรับอะไร

‘นายกฯ’ไม่ตอบ‘กล้าธรรม’ชนะเลือกตั้งซ่อมสส.นครศรีธรรมราช

‘นายกฯ’ไม่ตอบ‘กล้าธรรม’ชนะเลือกตั้งซ่อมสส.นครศรีธรรมราช

‘นายกฯ’ไม่ตอบ‘กล้าธรรม’ชนะเลือกตั้งซ่อมสส.นครศรีธรรมราช

วันจันทร์ ที่ 28 เมษายน พ.ศ. 2568, 10.05 น.

‘นายกฯ’ไม่ตอบ‘กล้าธรรม’ชนะเลือกตั้งซ่อมสส.นครศรีธรรมราช

เมื่อเวลา 08.45 น.วันที่ 28 เม.ย.68 ที่ท่าอากาศยานทหาร 2 กองบิน 6 (บน.6) ดอนเมือง กรุงเทพฯ น.ส.แพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี กล่าวถึงกรณีพรรคกล้าธรรม (กธ.) ชนะเลือกตั้งซ่อมสส.นครศรีธรรมราช เขต 8 จะแสดงความยินดีหรือไม่ โดยนายกฯ หยุดฟังคำถาม แต่ไม่ตอบคำถามดังกล่าว ระบุเพียงสั้นๆว่า “ไปแล้วคะ” ก่อนเดินทางขึ้นเครื่องไปทันที

แฉยับ 2 พรรคธุรกิจ! ‘ชินวรณ์’ปูดซื้อเสียงเลือกตั้งซ่อม‘เมืองคอน’ หลักฐานชัดรอวัดฝีมือ‘กกต.’

แฉยับ 2 พรรคธุรกิจ! ‘ชินวรณ์’ปูดซื้อเสียงเลือกตั้งซ่อม‘เมืองคอน’ หลักฐานชัดรอวัดฝีมือ‘กกต.’

แฉยับ 2 พรรคธุรกิจ! ‘ชินวรณ์’ปูดซื้อเสียงเลือกตั้งซ่อม‘เมืองคอน’ หลักฐานชัดรอวัดฝีมือ‘กกต.’

วันจันทร์ ที่ 28 เมษายน พ.ศ. 2568, 09.00 น.

แฉยับ 2 พรรคธุรกิจ! ‘ชินวรณ์’ปูดซื้อเสียงเลือกตั้งซ่อม‘เมืองคอน’ หลักฐานชัดรอวัดฝีมือ‘กกต.’

28 เมษายน 2568 นายชินวรณ์ บุณยเกียรติ ผู้สมัครเลือกตั้งซ่อม สส. นครศรีธรรมราช เขต 8 พรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กเกี่ยวกับการเลือกตั้งดังกล่าว ระบุว่า…

วันที่28 เม.ย.68 ระหว่างภาพประทับใจกับคะแนนบริสุทธิ์

มีคนถามผมมาว่ามันเกิดอะไรขึ้นในเขต 8 นครศรีธรรมราช ??? ผมไม่อยากพูดถึงแล้ว

แต่มีหลายคนบอกผมว่า เพราะ2พรรคธุรกิจการเมือง ใช้อำนาจรัฐเป็นฐาน และเกทับกันจ่ายเป็นรายหัวจาก 1000 บาทในวันที่ 24 เป็น 1500 บาทในวันที่25 และท้ายสุดเป็น 2,000 บาทในคืนวันที่26 เม.ย.

จนถึงวันที่27 เม.ย. พรรคหนึ่งตั้งเป้า4 หมื่นคะแนน ซื้อ 7 หมื่นคะแนน 70 ล้านบาท รวมค่าบริการจัดการไม่อั้นอีก 30 ล้านบาท เป็น100 ล้านบาท

อีกพรรคหนึ่ง ตั่งเป้า 3 หมื่นคะแนน ซื้อ 4 หมื่นคะแนน 40 ล้านบาท ค่าบริหารจัดการไม่อั้น30ล้านบาท เป็น 70 ล้านบาท

ซื้อจนถึงหน้าหน่วยเลือกตั้ง มีพลเมืองดีหลายคนโทร.ไปแจ้ง กตต. บอกที่เกิดเหตุแต่กลับเงียบ โดยเฉพาะหัวหน้าชุดสืบสวนไม่เคยรับสายครับ

นี่คือความจริงที่ กกต. เท่านั้นที่ไม่รู้ ครับ

มันจึงไม่มีคะแนนที่เหลือให้กับฝ่ายการเมืองสุจริตเลยงัยครับ ดีน่ะครับยังเว้นหมู่บ้านของผมไว้ให้ 2 หมู่ ผมชนะครับ ผมจะรอดูผลงานของ กกต.ต่อไปครับ

ผมขอกราบขอบพระคุณคะแนนบริสุทธิ์ด้วยหัวใจจริงๆครับ

เช็คแต้ม‘กล้าธรรม’-ชำแหละเลือกตั้งซ่อม‘นครศรีธรรมราช’ สะท้อนภาพเลือกตั้งใหญ่ปี70

เช็คแต้ม‘กล้าธรรม’-ชำแหละเลือกตั้งซ่อม‘นครศรีธรรมราช’ สะท้อนภาพเลือกตั้งใหญ่ปี70

เช็คแต้ม‘กล้าธรรม’-ชำแหละเลือกตั้งซ่อม‘นครศรีธรรมราช’ สะท้อนภาพเลือกตั้งใหญ่ปี70

วันจันทร์ ที่ 28 เมษายน พ.ศ. 2568, 08.37 น.

เช็คแต้ม‘กล้าธรรม’-ชำแหละเลือกตั้งซ่อม‘นครศรีธรรมราช’ สะท้อนภาพเลือกตั้งใหญ่ปี70

28 เมษายน 2568 ดร.กิตติธัช ชัยประสิทธิ์ นักวิชาการอิสระ และอาจารย์พิเศษด้านปรัชญาการเมือง โพสต์เฟซบุ๊ก Kittitouch Chaiprasith ระบุว่า…

“ปชป.แพ้อนาถได้คะแนนต่ำสุด เพราะคนใต้กำลังสั่งสอน ปชป.ที่เข้าร่วมกับทักษิณ” << อีกหนึ่งวาทกรรมที่ถูกผลิตออกมาทันทีหลังผลเลือกตั้งซ่อมนครศรีธรรมราชเขต 8 จบลง (ด้วยความพ่ายแพ้ของ ปชป.ที่ได้คะแนนน้อยที่สุดจาก 4 พรรคใหญ่ที่แข่งกัน : กล้าธรรม 36,039 , ภูมิใจไทย 28,422 , ประชาชน 6,759 , ปชป. 4,189)

วาทกรรมนี้ถูกผลิตออกมาโดยกองเชียร์ของฝั่ง ชวน-อภิสิทธิ์ ที่ต้องการกลบเกลื่อนความล้มเหลวกลุ่มของตน และดิสเครดิตกรรมการบริหารชุดปัจจุบัน เพื่อหวังชิงพรรคคืนมาในการเลือกตั้งรอบหน้า ซึ่งคน ปชป.จะไปตีกันภายในก็เรื่องของเขา

แต่การผลิตชุดความคิดตลกๆ ว่าที่ ปชป.พ่ายแพ้ย่อยยับ เพราะเข้าร่วมกับรัฐบาลฝั่งทักษิณนั้น เป็นวาทกรรมที่ตลกมาก เพราะพรรคที่ชนะการเลือกตั้งคือ “พรรคกล้าธรรม” ของ “ธรรมนัส” ที่เปรียบเสมือนสาขาของพรรคเพื่อไทย…

ขณะที่ถ้าเราดูตัวเลขผลคะแนนจากปี 2566 จะพบว่าคะแนนของพรรคกล้าธรรมในปี 2568 น่าจะเป็นการรวมกันของ พปชร. (17,448) เพื่อไทย (8,771) รทสช. (8,731) อย่างชัดเจน (รวมกันได้ 34,950) จนทำให้ชนะแชมป์เก่าอย่าง ภูมิใจไทย ที่ได้ 23,393 ในปี 2566 และได้ 28,422 ในวันนี้

สำหรับภูมิใจไทยแชมป์เก่าได้คะแนนเพิ่มมาอีกราว 5,000 คะแนน แต่พอเจอการรวมพลังของ พปชร.(สายกล้าธรรม) + เพื่อไทย + รทสช. ที่ส่งให้กับพรรคกล้าธรรม ก็เลยต้องพ่ายไป

แต่ทั้งนี้ในการเลือกตั้งใหญ่ ทุกพรรคจะไม่มีใครยอมใคร ทุกคนต่างส่งตัวแทนลงสู้เพื่อให้ได้คะแนนปาร์ตี้ลิสต์ให้มากที่สุด

ซึ่งในสนามใหญ่ รทสช./เพื่อไทย/รวมไทยสร้างชาติ ไม่น่าจะรวมกันแบบนี้ (ยกเว้นมีข้อตกลงพิเศษร่วมกัน)

ส่วน ภูมิใจไทย เรียกว่ามีคะแนนเป็นกอบเป็นกำแล้ว ดังนั้นในศึกเลือกตั้งครั้งหน้า หากรักษาฐานคะแนนไว้ได้ โอกาสที่จะชนะในพื้นที่นี้ในการเลือกตั้งปี 2570 ก็มีค่อนข้างมากกว่าพรรคอื่นอย่างแน่นอน