คุณแหน : 2 เมษายน 2568

คุณแหน : 2 เมษายน 2568

คุณแหน : 2 เมษายน 2568

วันพุธ ที่ 2 เมษายน พ.ศ. 2568, 06.00 น.

ll ยินดีกับ ดร.พจน์ อร่ามวัฒนานนท์ ที่ได้รับการไว้วางใจจากคณะกรรมการให้ดำรงตำแหน่งประธานกรรมการหอการค้าไทย คนที่ 26..

ll กองทุนโรคมะเร็งในเด็ก ในพระอุปถัมภ์พระเจ้าวรวงศ์เธอพระองค์เจ้าโสมสวลี กรมหมื่นสุทธนารีนาถ ร่วมกับ มูลนิธิรามาธิบดี ด้วยการสนับสนุนจากนักศึกษา วปอ. รุ่น 61 และ บจ.บิวตี้ โซลูชั่น พาน้องๆ เด็กโรคมะเร็ง พร้อมครอบครัวกว่า 100 คน ไปเที่ยวชม Sea Life Bangkok Ocean World นำโดย ศ.นพ.สุรเดช หงส์อิง,รศ.นพ.อุษณรัสมิ์ อนุรัฐพันธ์ พร้อมแพทย์ พยาบาล และนักศึกษาแพทย์ รพ.รามาธิบดี ให้การดูแล..

ll อภิรักษ์ โกษะโยธิน วันเกิดปีนี้ได้ไปทำบุญที่สภากาชาดไทย..

ll ธีรนันท์ ศรีหงส์ พร้อม ฉัตรชัย คุณปิติลักษณ์ นำชาวหลักสูตร Digital CEO# 8 กว่า 80 คน ไปศึกษาดูงานการประยุกต์ใช้ดิจิทัลเทคโนโลยีของ City of Oslo, Telenor ASA และ Cognite AS ณ นครออสโล งานนี้ ดร.เอกพงษ์ หริ่มเจริญ, วีระชัย ประเสริฐโส,ดร.สุเมธ ตั้งประเสริฐ, ศ.ดร.วันประชา เชาวลิตวงศ์,สุชีพ สุขสว่าง, วิไลพร ทวีลาภพันทอง,อภิพันธ์ ภู่ภักดี,นพ.วีรฉัตร กิตติรัตนไพบูลย์,ภิภพ วาสนาอาชาสกุล,ณรงวิทย์ ชดช้อย,น.สพ.ธีรชัย วงษ์ชารู,ธีรยุทธ์ นิลพัฒน์,ทชาติ จินตกานนท์,ดร.เนาวรัตน์ ทรงสวัสดิ์ชัย,รศ.นพ.โอภาส ไตรตานนท์,พญ.พรรษพร เจริญสกุลวงค์,นพ.พีรพัฒน์ ต่างใจ,ดร.กวิณพงศ์ ฉัตรานนท์,ดร.ศศิมา ทองสมัคร,ศรีวรรณ เศรษฐีวรรณ,นพ.ภุชงค์ ชื่นชม,ยิ่งศักดิ์ อิศรเสนา ณ อยุธยา,ระพี แก้วศรีงาม,ดร.วิชัย สีสุด,วิวรรธน์ เทียนศิริ, สิริรัตน์ อร่ามเสรีวงศ์,สุพล จันทวีชัย, นิวัฒน์ เย็นกาย,ณัฐพงศ์ โกวิทยานันต์,อัษฎางค์ ขำคมกุล ไม่พลาด..

ll มิตรสหายร่วมปลื้มกับ ศ.ศรียา นิยมธรรม ที่ได้รับบุญใหญ่จากทั้งลูกชาย ดร.กอบชัย นิยมธรรม ที่ได้บวชพระพร้อมกันกับหลานชายคนโต ด.ช.แมทธิว ชยธร ได้บวชเณร ณ วัดบวรนิเวศ เป็นเวลาเกือบ 3 อาทิตย์..

ll สมาคมศิษย์เก่า รร.กรุงเทพคริสเตียน ขอแสดงความยินดีกับ สุเมธ สุรบถโสภณ ในโอกาสที่ได้รับเลือกด้วยคะแนนเสียงเป็นเอกฉันท์ให้เป็นนายกคนใหม่ของสมาคมศิษย์เก่า รร.กรุงเทพคริสเตียน วาระปีพ.ศ.2568-2570..

ll เอสซีจี รับ 2 รางวัล ได้แก่ รางวัล “2025 White Brand Award” และรางวัล “Thailand’s Most Admired Company 2024-2025 กลุ่มธุรกิจวัสดุก่อสร้าง” โดย บจ.เอสซีจี ซิเมนต์-ผลิตภัณฑ์ก่อสร้าง ในธุรกิจเอสซีจีสมาร์ทลีฟวิ่งสะท้อนการดำเนินธุรกิจตามหลักธรรมาภิบาลโปร่งใส มีจริยธรรม และเติบโตด้วยนวัตกรรม สินค้า โซลูชั่นที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมตอบโจทย์ลูกค้าที่ต้องการ การอยู่อาศัยที่สะดวกสบาย ปลอดภัย และรักษ์โลกทั้งยังเป็นแบรนด์องค์กรที่ครองใจผู้บริโภค..

ll คณะนักศึกษา วปอ.รุ่น 67 ลงพื้นที่ศึกษาดูงานการพัฒนาพลังงานกังหันลมผลิตกระแสไฟฟ้าในมิติของความมั่นคง โดยมี ดร.สุเมธ สุทธภักติ ต้อนรับ..

ll เพื่อนๆ ชาว เภสัช มช.18 ร่วมเสียใจกับ ภญ.นิตยา อดิศักดิ์พานิชกิจ ที่สูญเสียบิดา บุญรัตน์ ชะอุ่ม..

ll สวด นิภา รัศมีดารา 31 มี.ค.-4 เม.ย. 18.00 น. ศาลาร้อยปีปิยมหาราชอนุสรณ์ วัดเบญจมบพิตรดุสิตวนาราม..พระราชทานเพลิงศพเป็นกรณีพิเศษ 5 เม.ย. 17.00 น. ..ll

 

คุณแหน

108 ปี จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย 70 พรรษา พระมิ่งขวัญชาวจุฬาฯ

108 ปี จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย 70 พรรษา พระมิ่งขวัญชาวจุฬาฯ

108 ปี จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย 70 พรรษา พระมิ่งขวัญชาวจุฬาฯ

วันพุธ ที่ 2 เมษายน พ.ศ. 2568, 06.00 น.

สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จพระราชดำเนินทรงร่วมงาน 9 รอบ แห่งการสถาปนาจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เมื่อวันที่
26 มีนาคม 2568 โดยเสด็จฯ ทรงบาตรพระสงฆ์ ณ บริเวณหน้าหอประชุมจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และทรงปลูกต้นจามจุรี 1 ต้น และฉายพระฉายาลักษณ์ร่วมกับตัวแทนอดีตนิสิตจากชมรมนิสิตเก่าจุฬาฯ 18 จากนั้น เสด็จฯ ไปยังหน้ามุขหอประชุมจุฬาฯ ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้นายกสภามหาวิทยาลัย และคณะผู้บริหารจุฬาฯ ตัวแทนคณาจารย์ บุคลากร นิสิตเก่า และนิสิตปัจจุบันเข้าเฝ้าฯ ถวายชัยมงคลในนามประชาคมจุฬาฯ เนื่องในโอกาสทรงเจริญพระชนมพรรษา 70 พรรษา ในปี 2568

ในการนี้ทรงมีพระราชดำรัสตอบแด่ประชาคมชาวจุฬาฯ จากนั้นประชาคมชาวจุฬาฯ ร่วมขับร้องเพลงมหาจุฬาลงกรณ์ เพลงประจำมหาวิทยาลัย ที่สมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร
มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ พระราชทานทำนองเพลงแด่ชาวจุฬาฯ จากนั้น สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จฯ ยังห้องรับรองหอประชุมจุฬาฯ ในการนี้ผู้บริหารมหาวิทยาลัยกราบบังคมทูลประกาศราชสดุดีในฐานะทรงเป็นนิสิตเก่าเกียรติภูมิดีเด่น แล้วทูลเกล้าฯ ถวายเข็มพระเกี้ยวเพชรชมพู ในโอกาสวันคล้ายวันพระราชสมภพ 2 เมษายน และทูลเกล้าฯ ถวายโล่นิสิตเก่าเกียรติภูมิดีเด่น ในฐานะทรงประกอบพระราชกรณียกิจอุทิศพระองค์เพื่อทรงสร้างเกียรติภูมิให้กับจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย มาโดยตลอด แล้วเสด็จฯยังหอประชุมจุฬาฯ ทอดพระเนตรการบรรเลงปี่พาทย์ดึกดำบรรพ์ โดยวงมหาดุริยางค์ไทยเยาวชนแห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยและตัวแทนนิสิตถวายการอ่านทำนองเสนาะ และตามด้วยการจับระบำถวายพระพรเฉลิมพระเกียรติ ในโอกาสทรงเจริญพระชนมพรรษาครบ 70 พรรษา เมื่อทอดพระเนตรการบรรเลงปีพาทย์ดึกดำบรรพ์แล้ว ทรงพระกรุณาฯ ร่วมบรรเลงเพลงกับวงสายใยจามจุรี และวงดนตรีสากล สโมสรนิสิตจุฬาฯ และการแสดงประกอบบทเพลงโดยในการนี้ทรงซอด้วงร่วมกับวงดนตรี โอกาสนี้ สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี พระราชทานบทพระราชนิพนธ์ค้างคาว เพื่อใช้เป็นบทขับร้องในการแสดงประจำปี 2568  เมื่อการแสดงจบลงแล้ว เสด็จฯ ไปยังอาคารมหาจุฬาลงกรณ์ ทรงเปิดแพรคลุมพระบรมฉายาลักษณ์พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว และพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงวางพวงมาลัยถวายราชสักการะพระบรมฉายาลักษณ์ แล้วจึงเสด็จฯ ยังเรือนไทยอรุณโรจนา ทรงเปิดแพรคลุมป้ายเรือนไทยโรจนา แล้วเสด็จฯ กลับ

สำหรับการแสดงประกอบบทพระราชนิพนธ์ค้างคาว ได้สร้างความสนุกสนานอย่างมากให้กับเหล่าบรรดาผู้ร่วมเข้าเฝ้าฯ ณ หอประชุมจุฬาฯ ต่างรู้สึกประทับใจมากเมื่อได้เห็นพระองค์
ทรงฉลองพระองค์แบบเดียวกับเหล่าบรรดานักร้องนักดนตรีสตรีโดยฉลองพระองค์เสื้อค้างคาว และที่สุดประทับใจ คือ ได้เห็นรอยพระสรวลขององค์พระมิ่งขวัญของชาวจุฬาฯ   

โอกาสเดียวกันนี้ สมาคมนิสิตเก่าจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ในพระบรมราชูปถัมภ์ (สนจ.) จัดงานคืนเหย้าชาวจุฬาฯ ในปี 2568 ซึ่งตรงกับวันครบรอบวันสถาปนาจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย 108 ปี นำโดย ประธานคณะกรรมการดำเนินงานคืนเหย้าชาวจุฬาฯ อรรษิษฐ์ สัมพันธรัตน์ ปลัดกระทรวงมหาดไทย และได้รับเกียรติจาก ศ.(พิเศษ) ดร.สุรเกียรติ์ เสถียรไทย นายกสภาจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ศ.ดร.วิเลิศ ภูริวัชร อธิการบดีจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และ อรรถพล ฤกษ์พิบูลย์ นายกสมาคมนิสิตเก่าจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ในพระบรมราชูปถัมภ์ เข้าร่วมพิธีเปิดงานคืนเหย้าชาวจุฬาฯ ภายใต้แนวคิด “๑๐๘ ปี จามจุรีประดับใจ” สื่อให้เห็นถึงความผูกพันของชาวจุฬาฯ ที่แผ่กิ่งก้านสาขาสร้างความเจริญก้าวหน้าทั้งในประเทศและระดับสากล เฉกเช่นการแผ่กิ่งก้านให้ร่มเงาของต้นจามจุรี ต้นไม้อันเป็นสัญลักษณ์ของจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ท่ามกลางบรรยากาศแห่งความรัก ความสามัคคี และความผูกพันของเหล่าน้องพี่สีชมพูภายใต้ร่มเงาของจามจุรี  พี่น้องชาวจุฬาฯ ต่างเข้าร่วมงานกันอย่างคับคั่ง โดยภายในงานยังมีอาหารเลิศรสจากร้านดังทั่วประเทศกว่า 60 ร้าน และของที่ระลึกเป็นสูจิบัตรและเสื้อ #Chula108 อีกทั้งยังมีเหล่าศิลปินดารามากมายมาร่วมให้ความบันเทิงในกิจกรรมช่วงเย็นที่เริ่มตั้งแต่เวลา 17.00 น. รวมถึงการแสดงสุดพิเศษจากผู้แทนนิสิตเก่าและปัจจุบัน พร้อมรับฟังดนตรีสดจากวง CU Band และชมการแสดงตื่นตาตื่นใจจากการรวมตัวกันของเหล่า CU Cheerleader ซึ่งงานนี้เป็นโอกาสอันดี ในการพร้อมใจกันสวมเสื้อสีชมพูมาพบปะสังสรรค์ ระลึกถึงความสุขร่วมกันเมื่อครั้งเป็นนิสิตในรั้วจามจุรี และยังเป็นการสานความผูกพันสายใยน้องพี่สีชมพู สมชื่องานคืนเหย้าชาวจุฬาฯ “๑๐๘ ปี จามจุรีประดับใจ” ที่สะท้อนถึงสายใยแห่งมิตรภาพและความภาคภูมิใจของชาวจุฬาฯ ที่ยังคงแน่นแฟ้นไม่เสื่อมคลาย

ปชช.กังวล สงกรานต์ปีนี้มีความเสี่ยงเพิ่มขึ้น หากแก้กฎหมายคลายมาตรการควบคุมเหล้า

ปชช.กังวล สงกรานต์ปีนี้มีความเสี่ยงเพิ่มขึ้น หากแก้กฎหมายคลายมาตรการควบคุมเหล้า

ปชช.กังวล สงกรานต์ปีนี้มีความเสี่ยงเพิ่มขึ้น หากแก้กฎหมายคลายมาตรการควบคุมเหล้า

วันอังคาร ที่ 1 เมษายน พ.ศ. 2568, 18.18 น.

วงเสวนาห่วงรัฐแก้กฎหมาย คลายมาตรการควบคุมเหล้า ทำสงกรานต์ปีนี้เสี่ยง คนเมาเต็มถนน อุบัติเหตุ-ความรุนแรงพุ่ง พร้อมเปิดผลสำรวจประชาชน 70% กังวลมาก ขนาดมีการควบคุมช่วงที่ผ่านมา ยังมีปัญหาลวนลาม คุกคามทางเพศสูง

เครือข่ายรณรงค์ป้องกันภัยแอลกอฮอล์ (ครปอ.) มูลนิธิหญิงชายก้าวไกล มูลนิธิเครือข่ายพลังสังคม เครือข่ายพัฒนาคุณภาพชีวิต และ เครือข่ายสร้างเสริมสุขภาพเยาวชน ร่วมกันจัดเสวนา “ตีแผ่นโยบายเพิ่มพื้นที่เมา vs ความเสี่ยงในสงกรานต์ โดยมีนายวิษณุ ศรีทะวงศ์ ประธานเครือข่ายพลังสังคม ผศ.ดร.นพ.อุดมศักดิ์ แซ่โง้ว อาจาย์ประจำสำนักวิชาแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ น.ส.จรีย์ ศรีสวัสดิ์ หัวหน้าฝ่ายส่งเสริมภาคีเครือข่าย มูลนิธิหญิงชายก้าวไกล และตัวแทนเครือข่ายเหยื่อเมาแล้วขับ ร่วมเสวนา

นายวิษณุ กล่าวว่า แนวโน้มสงกรานต์ปีนี้น่าจะมีการผ่อนคลายมากขึ้น จากการที่รัฐบาลกำลังปรับปรุงแก้ไขร่างกฎหมายควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ และมีหลายมาตรการที่เดินหน้าผ่อนปรนไปแล้ว เพราะเมื่อรัฐบาลส่งสัญญาณมาเช่นนี้ หน่วยงานต่างๆ ก็พร้อมที่จะผ่อนคลาย โดยเฉพาะภาคเอกชน คาดว่าปีนี้น่าจะมีการจัดกิจกรรมมีคอนเสิร์ตที่เป็นแหล่งผลิตคนเมาลงสู่ท้องถนนจำนวนมากทั่วประเทศ เกิดความรุนแรงในพื้นที่เล่นน้ำสงกรานต์มากขึ้น อย่างไรก็ตามจากการพูดคุยหลายหน่วยงาน หลายพื้นที่ยังโชคดีที่เขายังคงยืนหยัดในการจัดงานสงกรานต์ปลอดเหล้าต่อไป แม้ว่ารัฐบาลจะส่งสัญญาณหรือปล่อย ให้มีการผ่อนคลายมากขึ้น

“ทั้งนี้ สอดคล้องกับผลสำรวจของเครือข่ายพลังสังคมเมื่อปี 2567 กว่า 1,000 ชุด ใน 20 จังหวัดทั่วประเทศ พบว่า 80.80% เห็นว่า จำเป็นต้องจัดงานปลอดเหล้า 81.10% เห็นว่า ควรทำโซนนิ่งพื้นที่เล่นน้ำ และ 91.40% เห็นว่า การจัดงานสงกรานต์ปลอดเหล้าช่วยลดอุบัติเหตุ จากการดื่มแล้วขับได้ 90% เห็นว่า ลดปัญหาการทะเลาะวิวาทได้ และ 87% เห็นว่า ช่วยลดปัญหาการลวนลาม ล่วงละเมิดทางเพศ ขณะเดียวกัน 82.30% การจัดพื้นที่เล่นน้ำสงกรานต์ปลอดเหล้า ไม่ได้ทำให้นักท่องเที่ยวลดลง ดังนั้นตนจึงอยากให้หน่วยงานจัดพื้นที่เล่นน้ำสงกรานต์ โดยคงมาตรการแบบเดิมเอาไว้ เพราะหากปล่อยให้มีเรื่องไม่ดีออกไปก็จะส่งผลกระทบต่อมรดกทางวัฒนธรรมที่จับต้องไม่ได้   ของประเพณีสงกรานต์ที่เราเพิ่งได้รับการขึ้นทะเบียนไป นอกจากนี้ เห็นว่าควรนำตัวอย่างการจัดสงกรานต์ที่สีลมเมื่อปีที่แล้ว ซึ่งมีการจัดช่องทางพิเศษเอาไว้สำหรับ รถพยาบาลหรือรถฉุกเฉิน เอาไว้ด้วย รวมถึงมีมาตรการให้ภาคเอกชนร่วมรับผิดชอบ กรณีหากมีเหตุอันตรายเกิดขึ้นจากคนเมา” นายวิษณุ กล่าว

รศ.ดร.นพ.อุดมศักดิ์ กล่าวว่า ท่าทีของภาครัฐที่พยายามลดความเข้มข้นมาตรการควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ทั้งการขายวันพระใหญ่ ขายบนรถไฟและสถานีรถไฟ ทั้งๆ ที่ร่างแก้ไข พ.ร.บ. ควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์พ.ศ….ยังไม่ออกมาบังคับใช้ แปลว่ายังข้อบังคับตามกฎหมายเดิมยังมีผลอยู่ แต่ท่าทีของภาครัฐ อาจนำไปสู่การลดระดับความเข้มข้นของการบังคับใช้กฎหมายหลังจากนี้โดยเฉพาะช่วงเทศกาลสงกรานต์ ตามที่รัฐบาลอ้างอิงมาตรการส่งเสริมการท่องเที่ยว ‘Amazing Thailand Grand Tourism and Sport Year 2025’ ทั้งๆ ที่ข้อมูลวิชาการทั้งในและต่างประเทศชี้ให้เห็นว่า การผ่อนปรนมาตรการควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ในลักษณะนี้นำไปสู่ผลกระทบต่อสังคมที่สูงขึ้น เช่น ที่รัฐเวสเทิร์นออสเตรเลียพบว่า โรงแรมที่ขออนุญาตขยายเวลาขายแอลกอฮอล์มีเหตุทำร้ายร่างกายเพิ่มขึ้น 3 เท่าเมื่อเทียบกับโรงแรมที่ไม่ขอขยายเวลาขาย และข้อมูลจากการเพิ่มขายแอลกอฮอล์อีก 1 ชั่วโมง ใน 18 เมืองของนอร์เวย์ สัมพันธ์กับการเพิ่มขึ้นของการทำร้ายร่างกาย 13-22% ส่วนในไทยพบความสัมพันธ์ระหว่างความหนาแน่นของจุดจำหน่ายที่เพิ่มขึ้นกับการบริโภคแอลกอฮอล์ที่สูงขึ้น

“ดังนั้นจึงอยากให้ภาครัฐไม่ปล่อยปละละเลยความเข้มข้นในการควบคุมการจำหน่ายแอลกอฮอล์ ให้ยังคงเป็นไปตามกฎหมายที่บังคับใช้อยู่อย่างเคร่งครัด ต้องไม่ลืมว่านักท่องเที่ยวจำนวนมากก็ไม่ใช่คนที่ดื่มแอลกอฮอล์ ความปลอดภัยของนักท่องเที่ยวมีความสำคัญไม่แพ้กิจกรรมสันทนาการ และการเกิดเหตุร้ายกับนักท่องเที่ยวอาจนำไปสู่ผลกระทบต่อภาพลักษณ์ประเทศในวงกว้างได้” รศ.ดร.นพ.อุดมศักดิ์ กล่าว

ด้าน น.ส.จรีย์ กล่าวว่า มูลนิธิฯ ได้สำรวจความเห็นกลุ่มตัวอย่าง 2,552 คน ทั่วประเทศ ช่วงปลายเดือนมีนาคมที่ผ่านมา  ถึงข้อกังวลต่อนโยบายผ่อนปรนการควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ของภาครัฐ ช่วงสงกรานต์ พบว่า 70% กังวลต่อนโยบายผ่อนปรนการควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ โดยเฉพาะกังวลอุบัติเหตุเมาแล้วขับ 28.8% การทะเลาะวิวาทตีกัน 26.1% การลวนลามคุกคามทางเพศ 17.5% พื้นที่เล่นน้ำปลอดภัยลดลง 9.8% ฉะนั้นจึงสนับสนุนให้มีพื้นที่เล่นน้ำสงกรานต์ปลอดเครื่องดื่มแอลกอฮอล์มากขึ้น  มีจุดให้ความช่วยเหลือรับแจ้งเหตุที่ชัดเจน เน้นความปลอดภัยกับทุกเพศทุกวัย 27% บังคับใช้กฎหมายควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์อย่างจริงจัง 26.5% รณรงค์ให้ประชาชนตระหนักถึงผลกระทบจากการดื่มแอลกอฮอล์ ไม่คุกคามทางเพศ 21.4% ไม่ควรมีนโยบายผ่อนปรนการควบคุมการดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ 20.1 %

“เรายังพบด้วยว่า ปัญหาคุกคามทางเพศในช่วงเทศกาลสงกรานต์ ผู้กระทำส่วนใหญ่ยังมีทัศนคติหรือมีคำกล่าวอ้างว่า เป็นเรื่องธรรมดาของเทศกาลสงกรานต์ ดังนั้นควรมีการรณรงค์และสร้างวาทกรรมใหม่ว่า “ไม่ฉวยโอกาสลวนลาม/คุกคามทางเพศในเทศกาลสงกรานต์” ไม่ว่าจะเป็นผู้หญิงหรือเพศอื่นๆ ก็ไม่ควรถูกกระทำ” น.ส.จรีย์ กล่าว​

ด้าน นายธีรภัทร์  กุลพิศาล  ตัวแทนเครือข่ายเหยื่อเมาแล้วขับ กล่าวว่า เมื่อประมาณปี 2544 ในช่วงเทศกาลปีใหม่ ในสมัยนั้นเครื่องดื่มแอลกอฮอล์สามารถซื้อง่าย ตามปั๊มน้ำมันก็สามารถซื้อได้ซึ่งตนและเพื่อน ได้ขับรถ จากกรุงเทพฯไปยังจังหวัดชัยภูมิ มีการซื้อและดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ตลอดเส้นทาง เพราะเป็นช่วงเทศกาล จากนั้นขากลับจากชัยภูมิก็เดินทางต่อไปยังพัทยา เรียกว่าเป็นการเดินทางท่องเที่ยวยาวนานคนขับก็พักผ่อนน้อย บวกกับร่วมกันกินดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์อยู่ตลอด จนกระทั่ง กลับจากพัทยาเข้ามายังกรุงเทพฯ เกิดอุบัติเหตุรถชนกันแถวบางเขน เพื่อนที่เดินทางไปด้วยกันคอหักเสียชีวิตคาที่ ส่วนตนหลังหัก ไม่มีความรู้สึกไปครึ่งตัว ตอนแรกทำใจไม่ได้ พ่อ แม่ ต้องมาดูแลเรา ค่าใช้จ่ายค่อนข้างเยอะ ที่สำคัญคือทำให้พ่อแม่เดิมตั้งความหวังกับเรา ก็รู้สึกหมดหวังลงไป กว่าจะสามารถทำใจได้ก็ต้องใช้ระยะเวลาพอสมควร ปัจจุบันก็ยังมีคิดถึงเรื่องนี้บ้าง การใช้ชีวิตอาจจะไม่เหมือนเดิมมีบางอย่างที่เรายังไม่สามารถช่วยเหลือตัวเองได้ มีค่าใช้จ่ายส่วนตัว เช่นค่าผ้าอ้อมผู้ใหญ่ซึ่งเป็นผลกระทบระยะยาวจากอุบัติเหตุครั้งนั้น ดังนั้นในช่วงสงกรานต์นี้ คาดว่าปีนี้จะมีการเฉลิมฉลองกันอย่างมากมาย อยากให้ทุกคนมีจิตสำนึกส่วนบุคคล และนึกถึงคนข้างหลังเวลาจะทำอะไร ให้คิดถึงผลกระทบที่จะตามมาซึ่งค่อนข้างที่จะร้ายแรง ไม่ใช่ผลกระทบที่เกิดกับตัวเราเพียงแค่คนเดียว แต่จะเกิดผลกระทบกับคนใกล้ชิดและผู้อื่นในวงกว้าง ดังนั้นขอให้มีจิตสำนึกในการใช้รถใช้ถนน ถ้าดื่มแอลกอฮอล์ก็ไม่ควรขับรถ

“ตามที่รัฐบาลมีนโยบายที่จะปลดล็อคเรื่องการขายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์นั้น ผมไม่เห็นด้วยเพราะหากมีการปลดล็อค ก็จะย้อนไปสู่สถานการณ์เหมือนที่ผมเป็นในอดีต ไปตรงไหนก็สามารถซื้อเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ได้อย่างง่ายดาย แต่หากมีการกำกับให้ ซื้อขายได้เป็นช่วงระยะเวลาจะดีกว่า น่าจะช่วยลดผลกระทบได้” นายธีรภัทร์ กล่าว

บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน เอ็กซ์สปริง จำกัด ร่วมยินดีแนวหน้าก้าวสู่ปีที่ 46 พร้อมเยื่ยมชม สตูดิโอ แนวหน้าออนไลน์

บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน เอ็กซ์สปริง จำกัด ร่วมยินดีแนวหน้าก้าวสู่ปีที่ 46  พร้อมเยื่ยมชม สตูดิโอ แนวหน้าออนไลน์

บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน เอ็กซ์สปริง จำกัด ร่วมยินดีแนวหน้าก้าวสู่ปีที่ 46 พร้อมเยื่ยมชม สตูดิโอ แนวหน้าออนไลน์

วันอังคาร ที่ 1 เมษายน พ.ศ. 2568, 17.13 น.

ธนศักดิ์ กฤษณะเศรณี รักษาการประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เอ็กซ์สปริง ดิจิทัล จำกัด และ ภัทรนันท์ ธนีย์วัน ลิ้มอุดมพร นักกลยุทธการลงทุน(ผู้จัดการอาวุโส) บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน เอ็กซ์สปริง จำกัด ร่วมแสดงความยินดีกับแนวหน้า ในโอกาสก้าวสู่ปีที่ 46  พร้อมเยี่ยมชมสตูดิโอและทีมงานแนวหน้าออนไลน์ โดยมี ผรณเดช พูนศิริวงศ์ รองประธาน หนังสือพิมพ์แนวหน้า จำกัด และ อัญชลี ไพรีรัก ผู้อำนวยการข่าว ต้อนรับ ณ สำนักงาน หนังสือพิมพ์แนวหน้า ถนนวิภาวดีรังสิต ซอย 66

“หมอสุรสิทธิ์” มือศัลยกรรมระดับตำนานแห่ง รพ.บางมด ผู้สรรค์สร้างความงามให้คนสิ้นหวังสู่ชีวิตใหม่

“หมอสุรสิทธิ์” มือศัลยกรรมระดับตำนานแห่ง รพ.บางมด  ผู้สรรค์สร้างความงามให้คนสิ้นหวังสู่ชีวิตใหม่

“หมอสุรสิทธิ์” มือศัลยกรรมระดับตำนานแห่ง รพ.บางมด ผู้สรรค์สร้างความงามให้คนสิ้นหวังสู่ชีวิตใหม่

วันอังคาร ที่ 1 เมษายน พ.ศ. 2568, 16.16 น.

ในวงการศัลยกรรม เรียกได้ว่าไม่มีใครไม่รู้จัก นายแพทย์สุรสิทธิ์ อัศดามงคล ประธานกรรมการบริหาร โรงพยาบาลบางมด แพทย์เฉพาะทางด้านศัลยกรรมตกแต่งและเสริมสร้างใบหน้า ศูนย์ศัลยกรรมความงาม ผู้ก่อตั้งโรงพยาบาลบางมด มาตั้งแต่ปี พ.ศ. 2526 บนถนนพระราม 2 ย่านบางมด ที่สองมือสรรค์สร้างความงดงามให้กับผู้คนมาแล้วมากมาย

นายแพทย์สุรสิทธิ์ เล่าให้ฟังว่า วัตถุประสงค์หลักในการก่อตั้งโรงพยาบาลบางมด คือเพื่อให้บริการ ประชาชนทั่วไปในย่านถนนพระราม 2 และพื้นที่ใกล้เคียง ซึ่งพื้นที่แห่งนี้เป็นเส้นถนนที่มีอุบัติเหตุมากที่สุดแห่งหนึ่ง และหลายครั้งที่มีผู้ป่วยที่ประสบอุบัติเหตุ หน้าแตก หน้าบุบ ที่ต้องทำการศัลยกรรม โดยจุดเปลี่ยนครั้งใหญ่ก็คือ มีเคสคนกินยาฆ่าตัวตาย จากการที่ไปทำศัลยกรรมตาแล้วไม่เท่ากัน จึงเกิดความเครียด ทำให้ตัดสินใจไปศึกษาต่อด้านศัลยกรรมที่สหรัฐอเมริกา 2 ปี และญี่ปุ่น 2 ปี เพื่อนำความรู้มารักษาผู้ป่วยให้ดีที่สุด จนเกิดเป็นความเชี่ยวชาญด้านการทำศัลยกรรม

“ผมภูมิใจที่ได้เป็นผู้ป่วยยิ้มได้ เพราะการที่ผู้ป่วยเจออุบัติเหตุมา ก็ทำให้ผู้ป่วยมีความวิตกกังวลอยู่แล้ว หากเรารักษาให้เค้าสามารถหายดี และกลับมามีคุณภาพชีวิตที่ดีไปด้วย ในฐานะแพทย์เราก็ดีใจไปกับคนไข้ และจากการทำศัลยกรรมที่สร้างชีวิตใหม่ให้กับคนไข้เรื่อยมาก โรงพยาบาลบางมดได้เปิดศูนย์ศัลยกรรมความงามให้ลูกค้าได้เข้ามาปรึกษาปัญหาของตนเองจนถึงปัจจุบัน นับเป็นเวลากว่า 40 ปี ทำให้เราเจอเคสมากมาย และได้กลายเป็นโรงพยาบาลที่มีผู้เชี่ยวชาญด้ายศัลยกรรมจนถึงปัจจุบัน” นายแพทย์สุรสิทธิ์ กล่าว

นายแพทย์สุรสิทธิ์ อัศดามงคล

นายแพทย์สุรสิทธิ์ กล่าวด้วยว่า โรงพยาบาลบางมด ได้เริ่มจากโรงพยาบาลขนาด 50 เตียง และจากการบอกต่อของผู้ที่มาใช้บริการ ทำให้ขยายขนาดเป็น 100 เตียง และ 400 เตียงเรื่อยมา กระทั่งวันนี้เป็นเวลา 37 ปี ที่โรงพยาบาลบางมด ได้มอบความสุขให้กับผู้คนทั้งจากการศัลยกรรมเพื่อการรักษา และศัลยกรรมเพื่อความงาม เสริมสร้างความมั่นใจให้ผู้คนในการใช้ชีวิตต่อไป

เพื่อตอกย้ำความเป็นผู้นำด้านศัลยกรรม โรงพยาบาลบางมดได้ขยายการให้บริการเป็นโรงพยาบาลศัลยกรรมความงาม และสุขภาพครบวงจร ภายใต้ชื่อ Bangmod Aesthetic Hospital โดยมุ่งเน้นมาตรฐานการให้บริการแบบอัลตราลักซ์ชัวรี (Ultra Luxury)​ โดยมีแผนจะเปิดตัวอย่างยิ่งใหญ่ในเดือนพฤษภาคม 2568 นี้

สนใจปรึกษาด้านความงาม โทร. 084-456-7777 , 063-770-0968 , 062-257-5499 Facebook : https://www.facebook.com/Bangmodaesthetichospital YouTube : http://www.youtube.com/user/bangmodhos LINE ID : @bangmod Instagram : bangmodaesthetic

038

‘H&M’ร่วมมือกับ’มักดา บูตรีม’รังสรรค์คอลเลกชัน Femininity in Bloom

'H&M'ร่วมมือกับ'มักดา บูตรีม'รังสรรค์คอลเลกชัน Femininity in Bloom

‘H&M’ร่วมมือกับ’มักดา บูตรีม’รังสรรค์คอลเลกชัน Femininity in Bloom

วันอังคาร ที่ 1 เมษายน พ.ศ. 2568, 16.15 น.

H&M ภูมิใจนำเสนอคอลเลกชันพิเศษจากการร่วมมือกับ มักดา บูตรีม (Magda Butrym) ดีไซน์เนอร์เสื้อผ้า Ready-to-wear ชาวโปแลนด์ สำหรับเสื้อผ้าผู้หญิง เครื่องประดับ และจิลเวอรี่ ซึ่งจะพร้อมจำหน่ายออนไลน์ที่เว็บไซต์ th.hm.com และที่หน้าร้านในบางสาขา ตั้งแต่วันที่ 24 เมษายน 2025 เป็นต้นไปความร่วมมือครั้งนี้ถือเป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ 20 ปีของ H&M ที่แบรนด์ได้ร่วมงานกับนักออกแบบชาวโปแลนด์ โดยความร่วมมือนี้มุ่งเน้นไปที่การนำเสนอความเป็นมรดกและเอกลักษณ์เฉพาะตัวของแบรนด์มักดา บูตรีม เพื่อเฉลิมฉลองความงดงามของผู้หญิงและเชิญชวนให้ทุกคนมาร่วมสำรวจจักรวาลอันแสนโรแมนติกของสไตล์สลาฟ (Slavic style)

“ฉันคิดว่าคอลเลกชันนี้เป็นเหมือนโอกาสที่จะเชิญชวนผู้คนให้เข้ามาสัมผัสโลกของเรา เพื่อเฉลิมฉลองความเป็นผู้หญิงและดอกไม้ เสื้อผ้าแต่ละชิ้นได้ถ่ายทอดความรู้สึกโรแมนติกแบบสลาฟในสไตล์ของตัวเอง พร้อมกับยกย่องประวัติศาสตร์อันยาวนานของแบรนด์เราอีกด้วย” มักดา บูตรีม

คอลเลกชันนี้เลือกใช้ดอกกุหลาบเป็นลวดลายหลัก ซึ่งสำหรับมักดา ดอกกุหลาบเป็นสัญลักษณ์แห่งความเป็นผู้หญิงที่สมบูรณ์แบบ เต็มไปด้วยความอ่อนโยน ความมั่นใจ ความละเอียดอ่อน ความเป็นอิสระ ความน่าดึงดูดใจ และการเติบโตอยู่เสมอ อีกหนึ่งความพิเศษของคอลเลกชันนี้คือการฉลองครบรอบ 10 ปีของแบรนด์มักดา บูตรีม ซึ่งนำเสนอโอกาสให้ได้กลับไปทบทวนดีไซน์เสื้อผ้าที่เป็นที่โปรดปรานมากที่สุด พร้อมทั้งนำเสนอดีไซน์ที่เป็นที่จดจำจากประวัติศาสตร์ของแบรนด์ ไม่ว่าจะเป็นเดรสผ้าโปร่งบางเบาที่ชวนให้นึกถึงความบอบบางของกลีบดอกไม้และการเบ่งบาน เสื้อทรงเปิดไหล่ และเสื้อโค้ตทรงคลาสสิกที่ตัดเย็บเข้ารูปอย่างดี ไอเทมที่เป็นหัวใจหลักของคอลเลกชันนี้คือชุดเดรสตัวยาวหลายชั้นสีแดงสดให้ความรู้สึกเหมือนช่อกุหลาบสีแดงชุดเดรสยาวลูกไม้โครเชต์ เสื้อโค้ตหนังสีเบอร์กันดีสีเข้ม ทั้งหมดนี้เป็นการรวบรวมเอาสิ่งสำคัญของคอลเลกชันนี้ไว้แสดงเอกลักษณ์ที่น่าจดจำของมักดาไว้อย่างครบถ้วน ทั้งการผสมผสานความเป็นผู้หญิง ความกล้าหาญ และฝีมือการตัดเย็บที่สุดประณีต

ไฮไลท์อื่นๆได้แก่เดรสผ้าเจอร์ซีย์ในโทนสีชมพูและสีแดงที่เป็นเอกลักษณ์เช่นเดียวกับลายพิมพ์ดอกกุหลาบที่ดึงดูดตาชุดเดรสที่พอดีกับรูปร่างให้ลุคที่หลากหลายและทันสมัยตัดเย็บด้วยผ้าสีดำให้ความรู้สึกคลาสสิกเหนือกาลเวลาดีไซน์ส่วนไหล่และซับในผ้าแจ็คการ์ดสีชมพูแสดงให้เห็นถึงทักษะด้านการออกแบบโครงเสื้อผ้าของมักดาส่วนเครื่องประดับนั้นมีตั้งแต่รองเท้าแตะรัดส้นตกแต่งด้วยดอกไม้ที่ส่วนส้นรองเท้าต่างหูรูปดอกไม้ตกแต่งด้วยคริสตัลสีเงินผ้าคลุมหัวนำเสนอความหมายใหม่ของความเป็นผู้หญิงแบบฉบับชาวโปแลนด์ที่ให้คุณค่ากับความสวยงามและความร่วมสมัย “เรารู้สึกตื่นเต้นเป็นอย่างมากที่ได้เชิญชวนทุกคนเข้าสู่โลกที่เต็มไปด้วยพลังและสุนทรียะของมักดา คอลเลกชันนี้เต็มไปด้วยความมีชีวิตชีวา ความสุข และสะท้อนถึงทักษะอันแสนพิเศษของมักดา ที่ได้ตีความความเป็นผู้หญิงในบริบทที่ร่วมสมัยและหลากหลาย พร้อมทั้งยังคงความเป็นเอกลักษณ์ที่ยากจะลืมเลือน”  แอน-โซฟี  โจแฮนสัน

เกี่ยวกับ H&M

H & M Hennes & Mauritz AB (publ) ก่อตั้งในสวีเดนเมื่อปี 1947 และเป็นบริษัทที่มีชื่ออยู่ใน Nasdaq Stockholm ไอเดียธุรกิจของ H&M ก็คือนำเสนอแฟชั่นและคุณภาพในราคาที่จับต้องได้และมีความยั่งยืน นอกจากแบรนด์ H&M แล้ว บริษัทยังมีแบรนด์อื่น ๆ อีก ได้แก่ COS, Monki, Weekday, & Other Stories, H&M HOME, ARKET และ Afound อ่านข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่  hmgroup.com

‘โม อมีนา’ท้าแดดรับซัมเมอร์ นุ่งบิกินีแซ่บสะท้านทรวง

'โม อมีนา'ท้าแดดรับซัมเมอร์ นุ่งบิกินีแซ่บสะท้านทรวง

‘โม อมีนา’ท้าแดดรับซัมเมอร์ นุ่งบิกินีแซ่บสะท้านทรวง

วันพุธ ที่ 2 เมษายน พ.ศ. 2568, 13.46 น.

ทำเอาอินสตาแกรมร้อนเป็นไฟเลยทีเดียว สำหรับนางร้ายหน้าสวยสุดเซ็กซี่ “โม อมีนา พินิจ” ที่ล่าสุดเจ้าตัวมาในลุคสุดเซ็กซี่ ขับผิวขาวเนียน อวดทรวดทรงองค์เอวสุดเป๊ะปัง พร้อมโพสท่าสวยๆ ท่ามกลางบรรยากาศสดใสท้าแดดรับซัมเมอร์ กับแคปชั่นว่า “Hello Summer!” งานนี้ทำแฟนคลับเข้ามากดไลก์กันอย่างล้มหลามเลยทีเดียว

ไวรัลทั่วโลก! ‘ปู ไปรยา’ฟาดอินเนอร์แรงบทดูถูกสาวไทย แฟนอินเตอร์แห่เปิดวาร์ปสวยเทียบ’เซเลน่า โกเมซ’

ไวรัลทั่วโลก! 'ปู ไปรยา'ฟาดอินเนอร์แรงบทดูถูกสาวไทย แฟนอินเตอร์แห่เปิดวาร์ปสวยเทียบ'เซเลน่า โกเมซ'

ไวรัลทั่วโลก! ‘ปู ไปรยา’ฟาดอินเนอร์แรงบทดูถูกสาวไทย แฟนอินเตอร์แห่เปิดวาร์ปสวยเทียบ’เซเลน่า โกเมซ’

วันพุธ ที่ 2 เมษายน พ.ศ. 2568, 13.42 น.

สร้างสีสันเป็นอีกหนึ่งตัวละครที่น่าสนใจเลยทีเดียว สำหรับการร่วมงานซีรีส์ระดับโลก The White Lotus ซีซั่น 3 ของนางเอกสายอินเตอร์ “ปู ไปรยา” กับบทบาท “มาดามไปรยา” เสียดสีเรื่องจริงของสังคมไทย บทภรรยาสาวไทยที่พบรักออนไลน์กับหนุ่มสูงวัยต่างชาติ ล่าสุดใน EP.7 กลับมาปรากฏตัวอีกครั้ง ซีนเด็ดปะทะตัวแม่ “Parker Posey” (พาร์กเกอร์ โพซีย์) เป็นซีนสนทนาพูดคุยเรื่องส่วนตัวกันแบบเพื่อนหญิงพลังหญิง

“สาวปู” โดนบูลี่เรื่องคนไทยยอมมีสามีแก่ รักครั้งนี้มีเงินเป็นตัวแปรสำคัญไม่ใช่รักแท้! ถอดจากบทสนทนาตามบทกล่าวถึงว่า

พาร์กเกอร์ โพซีย์ : “คุณเป็นผู้หญิงที่น่ารัก ทั้งยังสาวทั้งยังสวยอยู่ ทำไมเธอถึงมาอยู่กับตาแก่ตัณหากลับ เขามีเงินเยอะเหรอ”
ปู ไปรยา : “ไม่ควรถามนะคะ”

พาร์กเกอร์ โพซีย์ : “มาที่นอร์ทแคโรไลนาซิ ฉันแนะนำผู้ชายที่เค้าน่านับถือได้ คนที่เค้าหลงรักคุณแน่ๆ”
ปู ไปรยา : “ฉันรักรูเพิร์ตมากค่ะ”
พาร์กเกอร์ โพซีย์ : “เขาทำให้กลัวหรือเปล่า ฉันช่วยให้คุณหลุดพ้นได้นะ”

ทำเอาซีนดังกล่าวกลายเป็นไวรัลทุกแพลตฟอร์มในโลกออนไลน์ เป็นการเปรียบเปรยตามภาษาแสลงการเม้าท์มอยต่างๆระหว่างเพื่อนสาวมากมาย และซีนนี้ยังทุกแชร์ไปทุกช่องทางในชั่วข้ามคืน ซึ่งซีรีส์ The White Lotus 3 อีพีล่าสุดสร้างประวัติศาสตร์ต่อเนื่อง มียอดผู้ชมพุ่งทะลุ 4.8 ล้านคนในคืนเดียว จากทุกแพลตฟอร์มของ HBO และ Max เป็นตัวเลขที่เพิ่มขึ้นจากสัปดาห์ก่อนเลยทีเดียว ที่สำคัญการโดดมาเล่นรับเชิญจากซีนเด่นซีนนี้ แฟนอินเตอร์ที่ได้รับชมการแสดงฉากนี้ต่างหลงเสน่ห์และสะดุดกับใบหน้าความสวยของสาวไทย “ปู ไปรยา” พากันเปิดวาร์ปคอมเมนต์กันเพียบ คอมเมนต์เป็นเอกฉันท์ว่า แขกรับเชิญคนนี้มีไปรไฟล์ผลงานการแสดงอะไรให้น่าติดตามอีกบ้าง ร่วมไปถึงทิศทางเสียงชื่นชมพากันอวยยศว่าเธอ มีลุคสวยเป๊ะเหมือนคนดังอย่าง “Selena Gomez” (เซเลน่า โกเมซ) เครื่องหน้าชวนฝัน สวยยันเงาที่แท้ทรู

นับว่าผลงานการแสดงของ “ปู ไปรยา” มาน้อย..แต่มานะ ถีบประตูสู่วงการซีรีส์ต่างประเทศผ่านฉลุย สิบเต็มสิบไม่หัก

‘นักเรียนดีเดือด: รุ่นที่ 2’ (Weak Hero Class 2) ยืนยันวันสตรีมมิ่ง 25 เมษายนนี้

‘นักเรียนดีเดือด: รุ่นที่ 2’ (Weak Hero Class 2) ยืนยันวันสตรีมมิ่ง 25 เมษายนนี้

วันพุธ ที่ 2 เมษายน พ.ศ. 2568, 13.41 น.

Netflix เอาใจแฟนซีรีส์แอ็กชันวัยรุ่น ปล่อยทีเซอร์และโปสเตอร์แรกของ “นักเรียนดีเดือด: รุ่นที่ 2” (Weak Hero Class 2) ยืนยันวันสตรีมมิ่ง 25 เมษายนนี้ ที่ Netflix เท่านั้น 

“นักเรียนดีเดือด: รุ่นที่ 2” เผยตัวอย่างสุดระทึก สานต่อความเข้มข้นทาง Netflix

หลังจากความสำเร็จของ “นักเรียนดีเดือด: รุ่นที่ 1” (Weak Hero Class 1) ที่สร้างความประทับใจให้ผู้ชมด้วยเรื่องราวของ ยอนชีอึน (รับบทโดย พัคจีฮุน) นักเรียนที่ต้องเอาตัวรอดจากความรุนแรงในโรงเรียน มาในซีซั่น 2 นี้ ซีรีส์จะพาผู้ชมไปพบกับ บทเรียนใหม่ของมิตรภาพและการเติบโต เมื่อตัวละครเอกต้องเผชิญกับอดีตที่แสนเจ็บปวด และสถานการณ์ที่เข้มข้นขึ้นในโรงเรียนแห่งใหม่

ในภาคนี้ ยอนชีอึนต้องปรับตัวกับสภาพแวดล้อมใหม่ และพบกับตัวละครใหม่ที่มีบทบาทสำคัญ ได้แก่ พัคฮูมิน (รับบทโดย รยออึน), ซอจุนแท (รับบทโดย ชเวมินยอง) และ โกฮยอนแท็ก (รับบทโดย อีมินแจ) ขณะเดียวกันก็ต้องเผชิญหน้ากับกลุ่มศัตรูคนใหม่ที่อันตรายกว่าเดิม นำโดย ชเวฮโยมัน (รับบทโดย ยูซูบิน), นาแพ็กจิน (รับบทโดย แบนารา) และ กึมซองเจ (รับบทโดย อีจุนยอง)

ผลงานนี้กำกับโดย ยูซูมิน และอำนวยการสร้างโดย ฮันจุนฮี ทีมผู้สร้างจากภาคแรกที่กลับมาสานต่อความเข้มข้นอีกครั้ง เตรียมพบกับเรื่องราวสุดระทึก และการเผชิญหน้ากับปัญหาวัยรุ่นที่ท้าทายมากขึ้นใน “นักเรียนดีเดือด: รุ่นที่ 2” เร็ว ๆ นี้!

“นักเรียนดีเดือด: รุ่นที่ 2” สตรีมพร้อมกัน 25 เมษายนนี้ เฉพาะที่ Netflix เท่านั้น!

JBL ผนึก Blu-O Rhythm & Bowl จัดการแข่งขัน ‘Mahajak presents JBL Karaoke Star Contest’

JBL ผนึก Blu-O Rhythm & Bowl จัดการแข่งขัน 'Mahajak presents JBL Karaoke Star Contest'

JBL ผนึก Blu-O Rhythm & Bowl จัดการแข่งขัน ‘Mahajak presents JBL Karaoke Star Contest’

วันพุธ ที่ 2 เมษายน พ.ศ. 2568, 13.24 น.

บริษัท มหาจักรดีเวลอปเมนท์ จำกัด ผู้นำด้านเครื่องเสียงและตัวแทนจำหน่าย JBL อย่างเป็นทางการในประเทศไทย จับมือ บริษัท เมเจอร์ โบว์ล กรุ้ป ผู้นำด้านความบันเทิงคาราโอเกะระดับพรีเมียม Blu-O Rhythm & Bowl เปิดเวที “Mahajak presents JBL Karaoke Star Contest” การแข่งขันร้องเพลงคาราโอเกะครั้งแรก ชิงรางวัลมูลค่ารวมกว่า 629,500 บาท พร้อมโอกาสสุดพิเศษในการร่วมงานกับค่ายเพลง SPICYDISC

คุณพัชรวดี ว่องปรีชา  ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายการตลาด บริษัท มหาจักรดีเวลอปเมนท์ จำกัด กล่าวว่า “มหาจักรพร้อมที่จะสนับสนุนคนไทยที่รักการร้องคาราโอเกะ การแข่งขัน Karaoke Contest ที่จัดร่วมกับ Blu-O ครั้งนี้ เราภูมิใจนำเสนอเทคโนโลยีเครื่องเสียงจาก JBL และ Shure ที่มอบความคมชัดและพลังเสียงที่สมบูรณ์แบบ ซึ่งจะช่วยให้เสียงร้องของผู้แข่งขันโดดเด่นยิ่งขึ้น สร้างประสบการณ์ที่ดีที่สุดให้กับทุกคน”

ด้าน คุณธนาธร สุวิชา ผู้อำนวยการ บริษัท เมเจอร์ โบว์ล กรุ้ป จำกัด กล่าวว่า Blu-O Rhythm & Bowl ยินดีที่ได้เป็นส่วนหนึ่งของการแข่งขันที่ช่วยเติมเต็มความฝันของนักร้องคาราโอเกะทั่วประเทศ และสำหรับการแข่งขันในครั้งนี้ ทาง Blu-O ได้เตรียมอุปกรณ์และระบบเสียงของ JBL คุณภาพเสียงระดับโลก ไว้ให้ทุกคนได้แสดงศักยภาพกันอย่างเต็มที่ พร้อมรางวัลสิทธิ์ร้องคาราโอเกะฟรี 1 ปี ให้ผู้ชนะสามารถฝึกฝนและสนุกไปกับเสียงเพลง Blu-O พร้อมที่จะเป็นพื้นทีให้กับทุกคนที่มีความฝัน และเวทีนี้จะพาคุณไปสู่เส้นทางดนตรีในระดับมืออาชีพครับ”

คุณวรวิทย์ ตันติประยุกต์ ผู้อำนวยการฝ่ายพัฒนาธุรกิจ บริษัท สไปร์ซซี่ดิสก์ จำกัด กล่าวเสริมว่า 
“SPICYDISC สนับสนุนศิลปินที่มีความสามารถเสมอ เรารู้สึกยินดีที่ได้เป็นส่วนหนึ่งของการค้นหานักร้องคาราโอเกะที่มีศักยภาพ และผู้ชนะจะได้รับโอกาสร่วมงานกับค่ายของเรา ซึ่งความพิเศษในการตัดสินอีกอย่างหนึ่ง คือเราได้คุณ ฟุ้ง-อัครชนช์ ราชปันดิ มือกีตาร์ ศิลปินวง Better Weather และโปรดิวเซอร์ให้กับศิลปินมากมาย มาทำหน้าที่เป็นหนึ่งในกรรมการตัดสินรอบ Audition และ Final ด้วยครับ หวังว่าเราจะได้พบกับดาวดวงใหม่ที่มีความสามารถทางด้านการร้องเพลง มาโชว์ศักยภาพกันให้เต็มที่ และเตรียมตัวให้พร้อมกับการก้าวสู่เส้นทางงานดนตรีกับค่ายเรากันครับ”

สำหรับกติกาในการสมัคร

ผู้สมัครต้องโพสต์คลิปร้องเพลง 1 เพลง ผ่าน FACEBOOK และ TikTok ของตนเอง (เปิดโพสต์เป็นสาธารณะ) พร้อมติดแฮชแท็ก #JBLKaraokeStarContest #Mahajak กรอกใบสมัครผ่าน Google Form ระยะเวลารับสมัครตั้งแต่วันที่ 1 เมษายน 2568  ถึงวันที่ 10 พฤษภาคม 2568 รอบ Audition : 24 พฤษภาคม 2568 และรอบ Final : 31พฤษภาคม 2568

รางวัลการแข่งขัน
 – รางวัลชนะเลิศ : เงินรางวัล 70,000 บาท + JBL Karaoke Set Beyond 1 Pasion 6 ราคา 68,400 บาท (จำนวน 1 Set) + ไมโครโฟน SHURE SM58 Special Black Edition ราคา 7,700 บาท (จำนวน 1 ตัว) + สิทธิ์ร้องคาราโอเกะฟรี 1 ปีจาก Blu-O Karaoke + โอกาสร่วมทำเพลงกับค่าย SPICYDISC
 – รองชนะเลิศอันดับ 1 : เงินรางวัล 20,000 บาท + ไมโครโฟน SHURE SM58 Special Black Edition ราคา 7,700 บาท (จำนวน 1 ตัว)
 – รองชนะเลิศอันดับ 2 : เงินรางวัล 10,000 บาท + ไมโครโฟน SHURE SM58 Special Black Edition ราคา 7,700 บาท (จำนวน 1 ตัว)

อย่าพลาด! ใครที่มีใจรักการร้องเพลงคาราโอเกะ นี่คือโอกาสครั้งสำคัญในการแจ้งเกิดในวงการเพลง
ติดตามคุณสมบัติของผู้เข้าประกวดและรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ http://www.bluofriends.com / FACEBOOK: bluofriends และ www.mahajak.com / FACEBOOK : MahajakPro และ FACEBOOK : Spicydiscrecord

#JBLKaraokeStarContest