กรมตรวจบัญชีฯชูยกระดับมาตรฐาน

กรมตรวจบัญชีฯชูยกระดับมาตรฐาน

กรมตรวจบัญชีฯชูยกระดับมาตรฐาน

วันพุธ ที่ 2 เมษายน พ.ศ. 2568, 06.00 น.

เมื่อเร็วๆ นี้ น.ส.อนงค์นาถ จ่าแก้ว เลขานุการ รมว.เกษตรและสหกรณ์เปิดประชุมสัมมนาเชิงปฏิบัติการ เรื่อง “ยกระดับมาตรฐานข้อมูลสู่การเป็นศูนย์กลางทางการเงินของสหกรณ์ไทย” โดยมี น.ส.ภัทราภรณ์ โสเจยยะ รองปลัดกระทรวงเกษตรฯ ผู้บริหารหน่วยงานในสังกัดกระทรวงเกษตรฯ และผู้เกี่ยวข้อง เข้าร่วม ที่โรงแรมปรินซ์พาเลซ มหานาค กทม.ว่าตามนโยบายของ ศ.ดร.นฤมล ภิญโญสินวัฒน์ รมว.เกษตรฯ ที่มุ่งเน้นการขับเคลื่อนการนำนวัตกรรมที่ทันสมัย มาใช้เสริมสร้างความเข้มแข็งเพื่อบริหารจัดการภาคสหกรณ์ พัฒนาองค์ความรู้และศักยภาพของบุคลากรในการบริหารจัดการทางการเงินอย่างครอบคลุมรอบด้านรู้เท่าทัน

นอกจากนี้ยังได้มอบนโยบายให้กรมตรวจบัญชีสหกรณ์ ดำเนินการร่วมกับกรมส่งเสริมสหกรณ์ ขับเคลื่อนการยกระดับการกำกับดูแลสหกรณ์ด้วยระบบ Co – operative Core System : CCS เพื่อลดความเสียหายที่จะเกิดขึ้นในภาคสหกรณ์และกับสมาชิก ยกระดับความโปร่งใส และสร้างความเชื่อมั่นในระบบสหกรณ์ ควบคู่กับการเสริมสร้างองค์ความรู้และความสามารถการจัดทำบัญชีแก่เกษตรกรเยาวชน และประชาชน เพื่อใช้วางแผนการประกอบอาชีพ การลงทุนและการผลิต พัฒนาอาชีพเกษตรกรรมให้มีความยั่งยืน มีวินัยในการใช้จ่ายเงินและมีเงินเก็บออม ซึ่งการจัดงานครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อยกระดับมาตรฐานธุรกรรมทางการเงิน เพิ่มประสิทธิภาพในการดำเนินธุรกิจ และการบริหารสภาพคล่อง วิเคราะห์ตรวจจับการทุจริตหรือธุรกรรมผิดปกติได้อย่างรวดเร็ว

ในโอกาสนี้ เลขานุการ รมว.เกษตรฯ ได้มอบประกาศเกียรติคุณและโล่รางวัลข้าราชการพลเรือนดีเด่น ประจำปี 2568 และรางวัลชนะการประกวดการออกแบบตราสัญลักษณ์กรมตรวจบัญชีสหกรณ์ ครบรอบ 73 ปี ภายในงานยังมีการบรรยายพิเศษในหัวข้อต่างๆที่น่าสนใจมากมาย

ที่ปรึกษาฯติดตามโครงการ ก่อสร้างอ่างเก็บน้ำลำน้ำปี้ฯ

ที่ปรึกษาฯติดตามโครงการ  ก่อสร้างอ่างเก็บน้ำลำน้ำปี้ฯ

ที่ปรึกษาฯติดตามโครงการ ก่อสร้างอ่างเก็บน้ำลำน้ำปี้ฯ

วันพุธ ที่ 2 เมษายน พ.ศ. 2568, 06.00 น.

เมื่อเร็วๆ นี้ นายบุญสิงห์ วรินทร์รักษ์ ที่ปรึกษา รมว.เกษตรและสหกรณ์ ติดตามการดำเนินงานโครงการก่อสร้างอ่างเก็บน้ำลำน้ำปี้อันเนื่องมาจากพระราชดำริ พร้อมทั้งสั่งการให้หน่วยงาน
ในกระทรวงเกษตรฯ เร่งจัดทำแผนเตรียมความพร้อมให้กับเกษตรกรในพื้นที่ส่งน้ำในการวางแผนการปลูกพืช เพื่อยกระดับรายได้ให้กับเกษตรกร

ทั้งนี้ คาดการณ์ว่าโครงการจะแล้วเสร็จในปี 2568 โดยอ่างเก็บน้ำจะสามารถส่งน้ำให้กับพื้นที่ชลประทานเดิม 3,000 ไร่ และเพิ่มพื้นที่เพาะปลูก 25,000 ไร่ ครอบคลุมพื้นที่ 3 ตำบล ได้แก่ ต.เชียงม่วน ต.บ้านมาง และ ต.สระ อ.เชียงม่วน จ.พะเยา ในฤดูแล้งสามารถส่งน้ำผ่านลำน้ำปี้ลงสู่แม่น้ำยมให้กับโครงการส่งน้ำและบำรุงรักษาแม่ยม (ฝายแม่ยม) จ.แพร่ ได้รวม 35,000 ไร่

ส.ป.ก.ก้าวสู่ทศวรรษที่ 5 สานต่อมอบโฉนดการเกษตร

ส.ป.ก.ก้าวสู่ทศวรรษที่ 5  สานต่อมอบโฉนดการเกษตร

ส.ป.ก.ก้าวสู่ทศวรรษที่ 5 สานต่อมอบโฉนดการเกษตร

วันพุธ ที่ 2 เมษายน พ.ศ. 2568, 06.00 น.

นายเศรษฐเกียรติ กระจ่างวงษ์ เลขาธิการสำนักงานการส.ป.ก. กล่าวในโอกาสงานวันคล้ายวันสถาปนาสำนักงานการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม (ส.ป.ก.) ครบรอบ 50 ปี ภายใต้
แนวคิด “5 ทศวรรษ ส.ป.ก.ก้าวที่มั่นคง สู่อนาคตที่ยั่งยืน” ซึ่งมีนายอิทธิ ศิริลัทธยากร รมช.เกษตรและสหกรณ์ เป็นประธานฯ ว่าแนวทางการขับเคลื่อนการทำงานของ ส.ป.ก.ในทศวรรษใหม่สิ่งที่จะก้าวไปข้างหน้า คือการเพิ่มโอกาสให้เกษตรกรเข้าถึงแหล่งเงินทุน พัฒนาอาชีพและที่ดินอย่างยั่งยืนมุ่งเน้นเทคโนโลยีเกษตรสมัยใหม่ เพื่อยกระดับรายได้และคุณภาพชีวิตของเกษตรกรในเขตปฏิรูปที่ดินและลดความเหลื่อมล้ำ โดยการเร่งพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานและระบบสาธารณูปโภคในที่ดินที่ได้รับการจัดสรรในรูปแบบแปลงรวม การพัฒนาเกษตรกร เพื่อให้เกษตรกรมีความสามารถด้านการแข่งขันธุรกิจ และเป็นผู้ประกอบสินค้าเกษตรมืออาชีพ

นอกจากนี้ยังมีองค์ความรู้เรื่องระบบเกษตรกรรมยั่งยืน รวมถึงการอนุรักษ์และฟื้นฟูสิ่งแวดล้อม เกษตรกรมีองค์ความรู้และพัฒนาอาชีพตามแนวทางปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง ตลอดจนเพื่อส่งเสริมทักษะ องค์ความรู้อาชีพเสริมนอกภาคการเกษตรด้านงานศิลปหัตถกรรมของไทยและร่วมสมัยให้เกษตรกรสามารถนำความรู้ไปประกอบอาชีพเสริม ยกระดับศักยภาพของเกษตรกรหรือคนรุ่นใหม่สู่การเป็น Smart Farmer ที่ใช้เทคโนโลยีและนวัตกรรมในการผลิตและบริหารจัดการสินค้าเกษตร ให้เกษตรกรและกลุ่มเกษตรกรมีความเข้มแข็ง ลดต้นทุน เพิ่มผลผลิตสินค้าคุณภาพที่ได้มาตรฐานและมีตลาดรองรับ ยกระดับรายได้และคุณภาพชีวิตของเกษตรกรไปสู่ความมั่นคง มั่งคั่ง และยั่งยืน

สำหรับงาน “5 ทศวรรษ ส.ป.ก.ก้าวที่มั่นคง สู่อนาคตที่ยั่งยืน” มีกิจกรรมที่น่าสนใจ ได้แก่ นิทรรศการให้ความรู้ เช่น โซน 5 ทศวรรษ ส.ป.ก. สืบสานและต่อยอดงานศิลปหัตถกรรม สู่การสร้างงาน สร้างอาชีพ ก่อให้เกิดรายได้แก่เกษตรกร โซน Smart Farmer loT นวัตกรรมการจัดการน้ำเพื่อการเกษตรอัจฉริยะ โซนจัดแสดงสินค้างานหัตถกรรมฝีมือจากแผนกช่างฝีมือ จากศูนย์ส่งเสริมและพัฒนาอาชีพเสริมนอกภาคการเกษตร (หรือศูนย์ศิลปาชีพ) ประวัติความเป็นมาแปลงโฉนดที่ดินฉบับแรกของประเทศไทย โซนกิจกรรมร้านค้าของกลุ่มเกษตรกร/วิสาหกิจชุมชน/กลุ่มสหกรณ์การเกษตรในเขตปฏิรูปที่ดิน

รวมทั้งการยกทัพสินค้าและผลิตภัณฑ์ของเกษตรกรในเขตปฏิรูปที่ดินทั่วประเทศ มาจำหน่ายในราคาย่อมเยา กว่า 100 ร้านค้า สินค้า 500 รายการ ประกอบด้วย หมวดเครื่องดื่มและอาหารปรุงสุกมีทั้งอาหารพื้นถิ่น อาหารอีสานตามฤดูกาล ผลิตภัณฑ์สมุนไพร หมวดพืชผัก/ผลไม้ตามฤดูกาล/สินค้าทางการเกษตรของแต่ละภูมิภาค โซนจัดแสดงสินค้าหัตถกรรมแผนกช่างฝีมือ ศูนย์ส่งเสริมและพัฒนาอาชีพฯ (ศูนย์ศิลปาชีพ) กิจกรรม workshop การจัดโปรโมชั่นพิเศษเมื่อซื้อสินค้าครบ 1,000 บาท เป็นต้น

กรมชลฯ ประชุมขับเคลื่อนสายงานวิชาการ ติดตามความก้าวหน้าภายใต้นโยบาย RID UNITED

กรมชลฯ ประชุมขับเคลื่อนสายงานวิชาการ ติดตามความก้าวหน้าภายใต้นโยบาย RID UNITED

กรมชลฯ ประชุมขับเคลื่อนสายงานวิชาการ ติดตามความก้าวหน้าภายใต้นโยบาย RID UNITED

วันอังคาร ที่ 1 เมษายน พ.ศ. 2568, 19.23 น.

กรมชลฯ ประชุมขับเคลื่อนสายงานวิชาการ ติดตามความก้าวหน้าภายใต้นโยบาย RID UNITED

1 เมษายน 2568 นายสุริยพล นุชอนงค์ อธิบดีกรมชลประทาน เป็นประธานการประชุมการขับเคลื่อนและรายงานผลการดำเนินงานสายงานวิชาการ โดยมี นายวิทยา แก้วมี รองอธิบดีฝ่ายวิชาการ ดร.วัชระ เสือดี ผู้ทรงคุณวุฒิด้านวิศวกรรมชลประทาน (ด้านบำรุงรักษา) นายยงยส เนียมทรัพย์ ผู้ทรงคุณวุฒิด้านวิศวกรรมโยธา (ด้านวางแผนและโครงการ) พร้อมด้วยผู้อำนวยการสำนักในสังกัดสายงานวิชาการ ผู้เชี่ยวชาญ ผู้อำนวยการส่วน หัวหน้าฝ่าย และเจ้าหน้าที่ผู้เกี่ยวข้อง เข้าร่วมประชุม ณ ห้องดงตาล อาคาร 99 ปี ม.ล.ชูชาติ กำภู กรมชลประทาน ถนนสามเสน กรุงเทพมหานคร

การประชุมครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อติดตามผลการดำเนินงานของหน่วยงานในสังกัดสายงานวิชาการภายใต้นโยบาย RID UNITED และรายงานผลการดำเนินงานตามข้อสั่งการของอธิบดีกรมชลประทาน ซึ่งประกอบด้วย 5 หน่วยงาน ได้แก่ สำนักบริหารโครงการ สำนักสำรวจด้านวิศวกรรมและธรณีวิทยา สำนักออกแบบวิศวกรรมและสถาปัตยกรรม สำนักวิจัยและพัฒนา และสถาบันพัฒนาการชลประทาน โดยที่ประชุมได้หารือถึงความก้าวหน้าในการดำเนินงาน การส่งต่อกระบวนการด้านการศึกษา สำรวจ และออกแบบ การพัฒนากระบวนงานวิจัยและพัฒนา พร้อมทั้งหารือแนวทางในการพัฒนาประสิทธิภาพการทำงานให้สอดคล้องกับนโยบายและเป้าหมายของกรมชลประทาน เพื่อให้การดำเนินงานด้านวิชาการเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด

‘ปลัดกระทรวงแรงงาน’ร่วมงานวันข้าราชการพลเรือนประจำปี 2568 ยกย่องเชิดชูเกียรติข้าราชการพลเรือนดีเด่น

'ปลัดกระทรวงแรงงาน'ร่วมงานวันข้าราชการพลเรือนประจำปี 2568 ยกย่องเชิดชูเกียรติข้าราชการพลเรือนดีเด่น

‘ปลัดกระทรวงแรงงาน’ร่วมงานวันข้าราชการพลเรือนประจำปี 2568 ยกย่องเชิดชูเกียรติข้าราชการพลเรือนดีเด่น

วันอังคาร ที่ 1 เมษายน พ.ศ. 2568, 19.00 น.

ปลัดกระทรวงแรงงาน ร่วมงานวันข้าราชการพลเรือนประจำปี 2568 ยกย่องเชิดชูเกียรติข้าราชการพลเรือนดีเด่น ย้ำข้าราชการทุกคนมีบทบาทสำคัญในการขับเคลื่อนนโยบายของรัฐบาลและพัฒนาประเทศ

วันที่ 1 เมษายน 2568 นายบุญสงค์ ทัพชัยยุทธ์ ปลัดกระทรวงแรงงาน ร่วมเป็นเกียรติในพิธีมอบเกียรติบัตรและเข็มเชิดชูเกียรติแก่ข้าราชการพลเรือนดีเด่น ประจำปี พ.ศ.2568 โดยมี นางสาวแพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี เป็นประธาน ผู้บริหารส่วนราชการระดับกระทรวง เข้าร่วมด้วย ณ หอประชุมกรมประชาสัมพันธ์ ซอยอารีย์สัมพันธ์ ถนนพระราม 6 เขตพญาไท กรุงเทพฯ

สำหรับพิธีมอบเกียรติบัตรและเข็มเชิดชูเกียรติแก่ข้าราชการพลเรือนดีเด่น ประจำปี พ.ศ.2567 จำนวน 624 คน การจัดงานในวันนี้ นับเป็นครั้งแรกที่มีการจัดพิธีฯ ในส่วนกลาง หลังจากที่ไม่ได้มีการจัดพิธีฯ ดังกล่าวตั้งแต่มีสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19) โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อเผยแพร่เกียรติคุณของผู้ได้รับการคัดเลือกเป็นข้าราชการพลเรือนดีเด่น เพื่อเป็นแบบอย่างที่ดีให้ข้าราชการได้ตระหนักถึงเกียรติ ศักดิ์ศรี และหน้าที่ของข้าราชการ รวมทั้งสร้างขวัญกำลังใจในการปฏิบัติราชการต่อไป

ในการนี้ ปลัดกระทรวงแรงงาน ได้มอบช่อดอกไม้และของที่ระลึก เพื่อแสดงความยินดีกับข้าราชการพลเรือนดีเด่นกระทรวงแรงงาน 12 คนที่เข้าร่วมพิธีรับมอบเกียรติบัตรและเข็มเชิดชูเกียรติในครั้งนี้ด้วย

– 006

‘อธิบดีกรมพัฒนาที่ดิน’ร่วมงานวันคล้ายวันสถาปนากระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ครบรอบ 133 ปี

'อธิบดีกรมพัฒนาที่ดิน'ร่วมงานวันคล้ายวันสถาปนากระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ครบรอบ 133 ปี

‘อธิบดีกรมพัฒนาที่ดิน’ร่วมงานวันคล้ายวันสถาปนากระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ครบรอบ 133 ปี

วันอังคาร ที่ 1 เมษายน พ.ศ. 2568, 17.34 น.

เมื่อวันที่ 1 เมษายน 2568 ดร.ทวีศักดิ์ ธนเดโชพล อธิบดีกรมพัฒนาที่ดิน พร้อมด้วย ดร.อาทิตย์ ศุขเกษม ดร.สุมิตรา วัฒนา และนายสุรชาติ มาลาศรี รองอธิบดีกรมพัฒนาที่ดิน ร่วมพิธีเปิดงานวันครบรอบ 133 ปี วันสถาปนากระทรวงเกษตรและสหกรณ์ โดยมี นางนฤมล ภิญโญสินวัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เป็นประธาน นายอิทธิ ศิริลัทยากร และนายอัครา พรหมเผ่า รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ นายประยูร อินสกุล ปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ผู้บริหารและบุคคลากรสังกัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เข้าร่วม ณ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ถ.ราชดำเนินนอก เขตพระนคร กรุงเทพฯ โดยในช่วงเช้ามีพิธีสักการะสิ่งศักดิ์สิทธิ์ประจำกระทรวงฯ ได้แก่ ห้องพระอาคาร 1 ชั้น 4 (ห้องพระพิรุณ 130) สักการะศาลพระภูมิ สักการะศาลท้าวเวสสุวรรณ สักการะศาลตา – ยาย สักการะองค์พระพิรุณทรงนาค และสักการะองค์พระพิรุณทรงนาค (ห้องพิพิธภัณฑ์) และร่วมพิธีเจริญพระพุทธมนต์ โดยพระสงฆ์จากวัดอรุณราชวรารามราชวรมหาวิหาร จำนวน 10 รูป พร้อมถวายผ้าไตร จตุปัจจัยเครื่องไทยธรรม และถวายปิ่นโตแด่พระสงฆ์ เพื่อความเป็นสิริมงคลแก่ผู้บริหาร และบุคลากรในสังกัด

จากนั้น เวลา 10.00 น.อธิบดีกรมพัฒนาที่ดินและคณะ ร่วมพิธีเปิดกิจกรรมวันคล้ายวันสถาปนากระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ครบรอบ 133 ปี พิธีมอบรางวัลเชิดชูเกียรติข้าราชการพลเรือนดีเด่น ประจำปี 2567 พิธีมอบเครื่องหมายเชิดชูเกียรติสืบสานเกษตรกรรมยั่งยืน และรางวัลการประกวดการออกแบบตราสัญลักษณ์ 133 ปี กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ทั้งนี้ ภายในงานผู้บริหารกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ และบุคลากรในสังกัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ร่วมยืนแสดงความไว้อาลัยแก่ผู้ประสบเหตุแผ่นดินไหว จึงขอแสดงความเสียใจมา ณ ที่นี้ และขอให้ทุกหน่วยงานหน่วยงานดูแลบุคลากรที่ได้รับผลกระทบให้มีที่พักพิง และดูแลสถานที่ทำงานให้ปลอดภัย โดยรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ได้มอบนโยบายให้แก่บุคลากรกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ในการยกระดับภาคการเกษตร ด้วยการส่งเสริมการผลิตสินค้าเกษตรมูลค่าสูง และการทำเกษตรแบบยั่งยืน พร้อมทั้งสืบสานงานพระราชดำริ เพื่อดูแลชีวิตความเป็นอยู่และรายได้ของเกษตรกร รวมถึงลดผลกระทบที่จะเกิดขึ้นในภาคการเกษตร ไม่ว่าจะเป็น การเจรจาการค้าระหว่างประเทศในภาคการเกษตร และการค้าภายในประเทศ

– 006

โรบินสันไลฟ์สไตล์ สาดความมันส์ ชุ่มฉ่ำสงกรานต์ทั่วไทย

โรบินสันไลฟ์สไตล์ สาดความมันส์ ชุ่มฉ่ำสงกรานต์ทั่วไทย

โรบินสันไลฟ์สไตล์ สาดความมันส์ ชุ่มฉ่ำสงกรานต์ทั่วไทย

วันพุธ ที่ 2 เมษายน พ.ศ. 2568, 13.18 น.

ศูนย์การค้าโรบินสันไลฟ์สไตล์ ในเครือเซ็นทรัล รีเทล พร้อมปลุกพลังความสนุกทั่วไทยต้อนรับเทศกาลสงกรานต์ สุดฟินจัดเต็มความบันเทิงกับงานสงกรานต์ เฟสติวัล 2025 Summer Energy Concert สุดมันส์กว่า 15 สาขา จัดเต็ม 30 วัน กับศิลปินชื่อดังกว่า 200 คน จัดเต็มกว่า ที่จะมาระเบิดความมันส์แบบเปียกสุดขั้ว และชุ่มฉ่ำทุกอณู ตั้งแต่วัน 4 เม.ย. 68 – 3 พ.ค. 68 ณ โรบินสันไลฟ์สไตล์ ทั่วประเทศ (ที่ 6 จากซ้าย – นายณัฐวัฒน์ รัชพงศ์กุลยศ ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่อาวุโส สายงานการตลาด ศูนย์การค้าโรบินสันไลฟ์สไตล์ พร้อมด้วยพันธมิตรผู้จัดงานคอนเสิร์ตและเหล่าไลฟ์สไตล์อินฟลูเอนเซอร์ ร่วมเปิดตัวแคมเปญประกาศความพร้อมในการจัดงานเตรียมสาดความสนุก
ชุ่มฉ่ำทั่วประเทศ)

พบกับขบวนความมันส์จากศิลปินและดีเจชื่อดังที่พร้อมสาดพลังความสนุกแบบ Non-Stop ทั่วไทย ได้แก่

  • 4 เม.ย. 68  – 5 เม.ย. 68  ณ โรบินสันไลฟ์สไตล์ กาญจนบุรี

เพลิดเพลินกับ The Gentlemans วงอินดี้ป๊อปสุดละมุน และ เต้ย-อภิวัฒน์ เจ้าของเพลงฮิตลูกทุ่งอินดี้

  • 5 เม.ย. 68  ณ โรบินสันไลฟ์สไตล์ บ่อวิน

สนุนสนานไปกับหมอลำสาวมากความสามารถ แพรวพราว แสงทอง

  • 5 เม.ย. 68 ณ โรบินสันไลฟ์สไตล์ ฉะเชิงเทรา

สนุกไปกับ ธามไท แพลงศิลป์ ศิลปินหนุ่มฮอตมากความสามารถและเอนเตอร์เทนเนอร์ตัวจริง

  • 5 เม.ย. 68  – 6 เม.ย. 68 ณ โรบินสันไลฟ์สไตล์ แม่สอด

ปาร์ตี้ EDM กับดีเจชื่อดังแห่งเมืองแม่สอด อาทิ ROXYJUNE, RIVIERE, MAMICAT, LEKIIZE, VQEEN, และ DEAR REROX ที่จะมาระเบิดจังหวะมันส์กันแบบจุใจ

  • 11 เม.ย. 68 ณ โรบินสันไลฟ์สไตล์ ร้อยเอ็ด

พบกับ มนต์แคน แก่นคูน ลูกทุ่งเสียงคุณภาพที่ครองใจแฟนเพลงทั่วประเทศ และ เจมส์-จตุรงค์ นักร้องหนุ่มเสียงอบอุ่น

  • 11 เม.ย. 68 – 19 เม.ย. 68  ณ โรบินสันไลฟ์สไตล์ ถลาง

แดนซ์สุดมันส์กับ DJ LALALIN สาวสวยสายEDM เอาใจสายอินดี้ยุคใหม่กับศิลปินดังขวัญใจชาวถลาง อาทิ วงลักยิ้ม, วงโอเพ่น, วงเพ้อ, การแสดงจากทีมงาน ก้องมิวสิคกรุ๊ป, วงโกปี้, และ วงจักร ธารารัตน์ ที่จะผลัดกันขึ้นเวทีปลุกพลังความสนุกตลอด 9 วันเต็ม!

  • 12 เม.ย. 68   – 15 เม.ย. 68 ณ โรบินสันไลฟ์สไตล์ กำแพงเพชร

สนุกกับเวทีศิลปินที่เปี่ยมไปด้วยพลังสนุก อาทิ Species Band, Surasak, HS, KAEW KAEW Pun Fun, NEAR, KOMODO, SMERBSRI และ HR

  • 12 เม.ย. 68 – 16 เม.ย. 68  ณ โรบินสันไลฟ์สไตล์ สมุทรปราการ

เติมเต็มพลังสร้างสรรค์ของวัยรุ่นสมุทรปราการ กับเวทีของเหล่าศิลปินท้องถิ่นสุดมันส์ ไม่ว่าจะเป็น The Third Year, Three Brother Band, Stree Samutprakan Band (จากโรงเรียนสตรีสมุทรปราการ) และ SPD Band จากเทศบาลปู่เจ้าสมิงพราย ที่จะมาสร้างสีสันให้สงกรานต์ปีนี้สนุกยิ่งขึ้น

  • 14 เม.ย. – 16 เม.ย. 68 ณ โรบินสันไลฟ์สไตล์ ลาดกระบัง

ระเบิดความมันส์แบบจัดเต็มไปกับ Paradox วงร็อกอัลเทอร์เนทีฟกับโชว์ที่เป็นเอกลักษณ์ และ Tilly Birds วงป๊อปร็อกขวัญใจวัยรุ่นแห่งยุคที่มากับเพลงฮิตติดชาร์ตทุกคลื่น

  • 17 เม.ย. 68 ณ โรบินสันไลฟ์สไตล์ บุรีรัมย์

มันส์ไปกับ Samurai Band วงดนตรีชื่อดังขวัญใจชาวบุรีรัมย์ที่การันตีความมันส์ทุกโชว์

  • 18 เม.ย. 68  – 20 เม.ย. 68 ณ โรบินสันไลฟ์สไตล์ ลพบุรี

ปล่อยพลังสนุกเกินต้านในงาน “มันโคตรเปียก” พบกับสุดยอดวงร็อกและป๊อปอย่าง Klear, หนุ่ม-กะลา และ Slot Machine ที่จะมาสาดพลังเพลงแบบเปียกสุดใจ

  • 25 เม.ย. 68   – 26 เม.ย. 68 ณ โรบินสันไลฟ์สไตล์ ลพบุรี

จัดเต็มด้วยทัพศิลปินสุดแสบในงาน “ชาวปลวก Festival” ได้แก่ Silly Fools เจ้าพ่อร็อกตัวจริง, ฟักกลิ้งฮีโร่ แรปเปอร์ตัวพ่อแห่งวงการ, Jazz JSPKK, ธามไท แพลงศิลป์, Aim Witthawat, Little John, Alien และ DJ Ball Jeedjad x MC Moneyrich

  • 26 เม.ย. 68   – 28 เม.ย. 68 ณ โรบินสันไลฟ์สไตล์ สุพรรณบุรี

ระเบิดความมันส์ในงาน “สุพรรณ มัน yes เปียก” ไปกับ โจอี้บอย ต้นตำรับเพลงแร็ปเมืองไทย, ไททศมิตร, โจอี้ ภูวศิษฐ์, บังนัส, Fire-Lab, คุณหลวง, และทีมดีเจชื่อดัง อาทิ DJ Moszii x MC Bitoey, DJ Sparrow x MC Teerry, DJ Tom DSB x MC Nack Hamyoy

  • 27 เม.ย. 68 ณ โรบินสันไลฟ์สไตล์ ราชบุรี

อินไปกับเสียงนุ่มละมุนของ BowkyLion ดีว่าสาวเปรี้ยวแห่งยุค

  • 30 เม.ย. – 3 พ.ค. 68 ณ โรบินสันไลฟ์สไตล์ ปราจีนบุรี

เฉลิมฉลองอย่างยิ่งใหญ่ในงาน “ชาวปลวก Festival” กับขบวนศิลปินชื่อดังระดับประเทศ อาทิ Three Man Down, Retrospect, Only Monday, หนุ่ม-กะลา, ลำไย ไหทองคำ, ธามไท แพลงศิลป์, แอน-อรดี, เต้ย-อภิวัฒน์, Jazz JSPKK, IBoss, Slapkiss และ Little John

นอกจากคอนเสิร์ตสุดมันส์จากศิลปินชื่อดังทั่วไทยแล้ว แคมเปญ “Robinson Lifestyle Summer Energy 2025” ยังอัดแน่นด้วยกิจกรรมสนุกๆ พร้อมโปรโมชันเอาใจสายช้อปตัวจริงพร้อมให้ทุกคนได้มาเพลิดเพลินกันอาทิเช่น  

  • โปรโมชันสุดร้อนแรงกับดีลลดสูงสุด 70% จากร้านค้าแบรนด์ดัง
  • ลุ้นรับคะแนนเดอะวัน รวมกว่า 1,000,000 พอยท์ (รางวัลละ 250,000 คะแนน จำนวน 4 รางวัล) เมื่อช้อปครบทุก 1,000 บาท
  • พิเศษสุด! เอาใจสายอาร์ต รับสิทธิ์แลกซื้อกระเป๋า Summer Bag ดีไซน์ Limited-Edition ออกแบบโดย “22mm.t” หรือ มะเหมี่ยว – ฐิติพร กลิ่นทโชติ ศิลปินนักวาดภาพประกอบระดับโลก ในราคาเพียง 200 บาท (จากปกติ 1,200 บาท) เมื่อช้อปครบ 1,500 บาทขึ้นไป ระหว่างวันที่ 1 เม.ย. 68 – 30 เม.ย. 68 เท่านั้น
  • รับเอกสิทธิ์พิเศษ VIP Parking ระยะเวลา 6 เดือน เมื่อสะสมยอดช้อป 70,000 บาทขึ้นไป ในวันที่ 6 เม.ย. 68 – 30 เม.ย. 68  
  • แลกคะแนนรับเครดิตเงินคืนสูงสุด 13% เมื่อใช้จ่ายผ่านบัตรเครดิต KTC และ ttb เฉพาะร้านค้าในโซนพลาซา และใช้คะแนนแลกตามกำหนด
  • KID’S MARKET ตลาดนัด…ฟันน้ำนม งานรวมพ่อค้า แม่ค้า ตัวน้อย จากหลากหลายโรงเรียนชั้นนำ​ กว่า 200 ร้านค้า​ ได้ที่ศูนย์การค้าโรบินสันไลฟ์สไตล์กว่า17 สาขา ตลอดเดือนมีนาคม – พฤษภาคม
  • กิจกรรม ใส่ชุดไทยเข้าศูนย์ฯ รับฟรี ไอศกรีมโคน ในวันที่ 13 เม.ย. 68 – 15 เม.ย. 68 ได้ที่ศูนย์การค้า

โรบินสันไลฟ์สไตล์ทุกสาขา ทั่วประเทศ

  • พร้อมโซน “ซัมเมอร์มาร์เก็ต” ที่ชวนช้อปสินค้าสุดชิคต้อนรับหน้าร้อน ที่ยกขบวนมาให้ช็อปอย่างจุ ท่ามกลางบรรยากาศการตกแต่งศูนย์ฯ ที่สดใสเต็มไปด้วยสีสันจากดอกไม้ในคอนเซปต์ “Summer Energy” อีกด้วย

ปลุกเอนเนอร์จี้ความสนุกรับซัมเมอร์ไปกับแคมเปญ “Robinson Lifestyle Summer Energy 2025″ พร้อมฉลองสงกรานต์ สาดความมันส์ไปด้วยกันทั่วไทย กับพลังแห่งดนตรีและความสุขในแบบที่คุณเลือกได้ศูนย์การค้าโรบินสันไลฟ์สไตล์ทั่วประเทศ ตั้งแต่วันที่ 4 เม.ย. 68  – 3 พ.ค. 68

ติดตามข้อมูลข่าวสาร โปรโมชัน และกิจกรรมใหม่ ของศูนย์การค้าโรบินสันไลฟ์สไตล์ ผ่านทาง Facebook Page: Robinson Lifestyle (https://www.facebook.com/RobinsonLifestyleMall)  

#โรบินสันไลฟ์สไตล์ #RobinsonLifestyle #SummerEnergy

#ซัมเมอร์นี้ปลุกทุกเอนเนอร์จี้ในการช้อป

เดอะมอลล์ไลฟ์สโตร์ ร่วมกับ ททท. จัดมหากาพย์สงกรานต์ สาดความสุข สนุกทั้งครอบครัว

เดอะมอลล์ไลฟ์สโตร์ ร่วมกับ ททท. จัดมหากาพย์สงกรานต์ สาดความสุข สนุกทั้งครอบครัว

เดอะมอลล์ไลฟ์สโตร์ ร่วมกับ ททท. จัดมหากาพย์สงกรานต์ สาดความสุข สนุกทั้งครอบครัว

วันพุธ ที่ 2 เมษายน พ.ศ. 2568, 13.06 น.

เดอะมอลล์ไลฟ์สโตร์ ร่วมกับ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) ชวนร่วมฉลองเทศกาลสงกรานต์ครั้งยิ่งใหญ่ ในงาน “THE MALL LIFESTORE SONGKRAN FESTIVAL 2025 มหากาพย์สงกรานต์ สาดความสุข สนุกทั้งครอบครัว” ระหว่างวันที่ 10-16 เมษายน นี้ กับมหากาพย์กิจกรรมความบันเทิงสุดมันส์สนุกได้ทั้งครอบครัว พร้อมพาเหรดทัพศิลปินคนดังร่วมสาดความสุข ที่เดอะมอลล์ไลฟ์สโตร์ ทุกสาขาทั่วกรุงเทพฯ และครั้งแรกกับการจำลอง ‘บีช เพลย์กราวน์’ ยาวกว่า 15 เมตร พร้อมอุโมงน้ำยาวกว่า 20 เมตร ด้านหน้าเดอะมอลล์ ไลฟ์สโตร์ บางแค เพิ่มสีสันปักหมุดจุดเชคอินเล่นน้ำสงกรานต์ของโซนกรุงเทพฯ ฝั่งตะวันตก พร้อมด้วยหลากหลายกิจกรรมและโปรโมชั่น กิน ช้อป เที่ยว แบบครบครันที่เหมาะสำหรับทุกครอบครัว ทุกไลฟ์สไตล์ ทุกเจเนอเรชั่น

เพื่อต้อนรับเทศกาลสงกรานต์ เทศกาลระดับโลกที่ดึงดูดนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติ  เดอะมอลล์ไลฟ์สโตร์  จึงได้จัดงาน “THE MALL LIFESTORE SONGKRAN FESTIVAL มหากาพย์สงกรานต์ สาดความสุข สนุกทั้งครอบครัว” เทศกาลที่มอบความสุขผ่านกิจกรรมมากมายในวันสงกรานต์ที่ เหมาะสำหรับทุกครอบครัว ทุกไลฟ์สไตล์ ทุกเจเนอเรชั่นสำหรับปีนี้ จะปักหมุดเดอะมอลล์ไลฟ์สโตร์ บางแค ให้เป็นแลนด์มาร์กเล่นน้ำสงกรานต์ของโซนกรุงเทพฯฝั่งตะวันตก และกิจกรรมสำหรับครอบครัวที่สามารถใช้เวลาได้ทั้งวันในวันสงกรานต์ โดยจำลองบรรยากาศ‘บีช เพลย์กราวน์’  ยาวกว่า 15 เมตร พร้อมอุโมงค์น้ำยาวกว่า 20 เมตร บริเวณ M GREEN PARK ด้านหน้าศูนย์การค้าให้เล่นสงกรานต์แดนซ์สนุกกับดีเจ เปียกได้ทั้งวัน

โดยในวันที่ 10 เมษายน นี้ จะเริ่มต้นฉลองสงกรานต์รับปีใหม่ไทยกับขบวนความงามของนางงามจากเวที มิสยูนิเวิร์สไทยแลนด์, ความหล่อระดับอินเตอร์กับหนุ่มๆจากเวที มิสเตอร์โกบอล ไทยแลนด์  และ M FRIEND 3 มาสคอตสุดคิ้วท์ มีร่า มีร่า (MIRA MIRA), มี มี่ (ME ME) และ เมอร์ เมอร์ (MUR MUR)  ที่จะมาเซอร์ไพรส์ในลุคพิเศษต้อนรับสงกรานต์ รวมถึงกิจกรรมความบันเทิง มิวสิคปาร์ตี้, การแสดงศิลปวัฒนธรรมไทย, แฟมิลี่ฟันเกมที่ให้ทั้งความสนุกและการลุ้นรับรางวัล, การช้อปปิ้ง, กิจกรรมการเรียนรู้ที่เดอะมอลล์ไลฟ์สโตร์ ในทุกสาขาทั่วกรุงเทพฯ  รวมถึงความสนุกของ ‘HARBOR ISLAND สงกรานต์ปาร์ตี้’ ที่สาขาบางกะปิ 

ภายในงานพบกับ 10 มหากาพย์สงกรานต์เฟสติวัล สนุกสุดมันส์ทั้งครอบครัว ที่เดอะมอลล์ไลฟ์สโตร์ ทุกสาขา กับกิจกรรมความสนุก 4 มิติ ได้แก่ เล่นน้ำสงกรานต์และความบันเทิง (DANCTINATION), กิจกรรมสำหรับครอบครัว (FAMILY & KIDS ATTRACTIONS), กิจกรรมส่งเสริมศิลปวัฒนธรรมไทย (CULTURAL CELEBRATIONS), โปรโมชั่นสุดฮอต กิน ช้อป เที่ยว (HOLIDAYS DEALS) ฉลองสงกรานต์ได้ทั้งวัน ทั้งครอบครัว แบบครบจบในที่เดียว

  1. THE MALL LIFESTORE SONGKRAN PARADE SHOW ครั้งแรกกับขบวนความงาม นำโดยนางงามจากเวที MISS UNIVERSE THAILAND โอปอ-สุชาตา ช่วงศรี รองอันดับ 3 MISS UNIVERSE 2024 พร้อมด้วยนางงามจากเวทีนางสาวไทย และหนุ่มหล่อจากเวที MISTER GLOBAL THAILAND 2024 พร้อมเซอร์ไพร์สเปิดตัว M FRIENDS ในลุคพิเศษฉลองสงกรานต์ ในวันที่ 10 เม.ย. 68 เวลา 17:00 น. ที่ M GREEN PARK ชั้น G ศูนย์การค้า  เดอะมอลล์ไลฟ์สโตร์ บางแค
  2. SONGKRAN FESTIVAL: BEACH EXPERIENCE ปักหมุดเดสติเนชั่นจุดเล่นน้ำ กรุงเทพฝั่งตะวันตก พบกับ SAND BEACH PARTY หาดทรายจำลองยาวกว่า 15 เมตร และ WATER SPLASH TUNNEL อุโมงค์น้ำยาวกว่า 20 เมตร พร้อมแดนซ์สนุกท่ามกลางสายน้ำกับดีเจ หรรษาปากระจายกับเกมส์ “หนุ่มหล่อตกน้ำ” วันที่ 10 –16 เม.ย. 68 ตั้งแต่เวลา 16.00-21.00 น. ที่ M GREEN PARK ชั้น G และที่บริเวณ M LIFESTYLE HALL ชั้น G ศูนย์การค้าเดอะมอลล์ไลฟ์สโตร์ บางแค และพบกับ SUMMER BEACH BALL ใจกลางห้างกว่า 30,000 ลูก ที่มาร่วมมอบความสนุกให้กับน้องๆ หนูๆ ที่เดอะมอลล์ไลฟ์สโตร์ ทุกสาขา
  3. SONGKRAN FESTIVAL: MUSIC PARTY มหกรรมคอนเสิร์ต ขนทัพศิลปินนักร้องชื่อดังมาร่วมส่งมอบความสนุก ความบันเทิงครบรส นำโดย PERSES, PROXIE, THE TOYS, POLYCAT, THE PARKINSON, INK WARUNTORN, ATOM CHANAKAN, ICE SARUNYU, YOURMOOD, MIRRR, MEYOU, MVL(เป้ วง MILD) พร้อม MEET & GREET กับ “แซนต้า-พงศภัค” และ “เติ้ล-เฟิร์สวัน” ในวันที่ 10 –16 เม.ย. 68 ที่เดอะมอลล์ไลฟ์สโตร์ ทุกสาขา
  4. HARBOR ISLAND SONGKRAN PARTY เล่นน้ำคลายร้อน สนุกกับปาร์ตี้บนสวนน้ำลอยฟ้าที่ใหญ่ที่สุดในไทย พร้อมความมันส์จากเหล่าดีเจชื่อดัง ในวันที่ 12-13 เม.ย. 68 เวลา 13.00 น. เป็นต้นไป ที่ ชั้น 3 ศูนย์การค้าเดอะมอลล์ไลฟ์สโตร์ บางกะปิ
  5. THE MALL LIFESTORE JUNGLE WALK 2025 ท่องโลกมหัศจรรย์ แดนสัตว์แปลกพิศวง EP. 2 ใกล้ชิดคาปิบารา รวมทั้งสัตว์แปลกมากมาย เปิดประสบการณ์ส่องสัตว์บนบ้านต้นไม้ และกิจกรรมแอดแวนเจอร์ อาทิ ปีนผา ขี่รถ ATV ผจญภัยในถ้ำส่องสัตว์นักล่า ตั้งแต่วันที่ 11–20 เม.ย. 68 ที่ MCC HALL ชั้น 3 เดอะมอลล์ไลฟ์สโตร์ บางกะปิ
  6. SONGKRAN FESTIVAL: FAMILY FUN GAME & WORKSHOP สนุกได้ทั้งวันกับเกมส์สุดหรรษาแบบไทยๆ ลุ้นรับของรางวัลมากมายรวมกว่า 10,000 รางวัล และรับไอศกรีมเรนโบว์ สายไหม ฟรีตลอดงาน พร้อมสนุกกับเวิร์คช็อปแบบไทย ๆ เอ็นจอยได้ทั้งครอบครัวตั้งแต่วันที่10 –16 เม.ย. 68 ที่เดอะมอลล์ไลฟ์สโตร์ ทุกสาขา
  7. SONGKRAN FESTIVAL: STYLE BATTLE อย่าพลาด! กับโอกาสแสดงตัวตนและสร้างสีสันให้สงกรานต์นี้เป็นที่จดจำ ในรันเวย์ประชันสไตล์สุดสร้างสรรค์ ด้วยแฟชั่นสุดจี๊ด 3 หมวดหมู่สุดสนุก! KIDS SUMMER DREAM, FAMILY SUMMER FUN และ SUMMER FANTASY ชิงเงินรางวัลรวมกว่า 200,000 บาท ร่วมสนุกง่ายๆ เพียงช้อปจากร้านแฟชั่นในศูนย์ฯ แล้วรับสิทธิ์ขึ้นเวทีประชันลุคสุดปัง วันที่10 และ 16 เม.ย. 68 ที่ M SPACE ชั้น G เดอะมอลล์ไลฟ์สโตร์ บางกะปิ
  8. SONGKRAN FESTIVAL: THAI TRADITIONAL SHOW ชมโชว์ศิลปวัฒนธรรมไทย นาฏศิลป์ไทยประยุกต์ จากเหล่านักเรียนนักศึกษา ตั้งแต่วันที่ 10 –16 เม.ย. 68 ที่เดอะมอลล์ไลฟ์สโตร์ ทุกสาขา
  9. SONGKRAN FESTIVAL: THAI TROOP ไทยแทร่ สนุกครื้นเครง รื่นเริงแบบไทยๆ กับขบวนกลองยาว สร้างบรรยากาศอบอุ่นในวันของครอบครัว ตั้งแต่วันที่ 13-14 เม.ย. 68 ที่เดอะมอลล์ไลฟ์สโตร์ ทุกสาขา
  10. SUMMER-CATION DEALS พบกับมหากาพย์ดับร้อนแห่งปี ช้อปสนุกกับร้านค้าแบรนด์ดังในศูนย์ฯ และห้างฯ สะสม M STAR ยิ่งช้อป ยิ่งรับเพิ่ม มิชชั่นช้อปรับ M STARสะสมครบ ตามกำหนด รับ CASH COUPON และของรางวัลมากมาย ตั้งแต่วันนี้ – 23 เม.ย. 68 ที่เดอะมอลล์ไลฟ์สโตร์ ทุกสาขา

ผู้สนใจสามารถร่วมกิจกรรม ในงานTHE MALL LIFESTORE SONGKRAN FESTIVAL 2025 มหากาพย์สงกรานต์ สาดความสุข สนุกทั้งครอบครัว” ตั้งแต่วันที่ 10 -16 เมษายน 2568 ที่เดอะมอลล์ไลฟ์สโตร์ท่าพระ, งามวงศ์วาน, บางแคและบางกะปิ หรือติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ FACEBOOK : THE MALL GROUP

โรบินสันไลฟ์สไตล์ เร่งเครื่องสู่ ‘Family Destination’ ศูนย์กลางไลฟ์สไตล์ครบวงจร พร้อมสร้างสีสันช่วงซัมเมอร์และเทศกาลสงกรานต์

โรบินสันไลฟ์สไตล์ เร่งเครื่องสู่ 'Family Destination' ศูนย์กลางไลฟ์สไตล์ครบวงจร พร้อมสร้างสีสันช่วงซัมเมอร์และเทศกาลสงกรานต์

โรบินสันไลฟ์สไตล์ เร่งเครื่องสู่ ‘Family Destination’ ศูนย์กลางไลฟ์สไตล์ครบวงจร พร้อมสร้างสีสันช่วงซัมเมอร์และเทศกาลสงกรานต์

วันพุธ ที่ 2 เมษายน พ.ศ. 2568, 12.14 น.

ศูนย์การค้าโรบินสันไลฟ์สไตล์ ในเครือเซ็นทรัล รีเทล ตอกย้ำบทบาทศูนย์กลางการใช้ชีวิตของชุมชน ด้วยแนวคิด ‘Family Destination’มุ่งเน้นพัฒนาประสบการณ์ครบวงจรที่รองรับคนทุกเจเนอเรชันในครอบ ครัวอย่างแท้จริง เชื่อมโยงทุกคนให้มีความสัมพันธ์ มีโมเม้นต์ ทำกิจกรรมร่วมกัน และแชร์ประสบการณ์ สร้างช่วงเวลาพิเศษกันในครอบครัว จัดสรร Tenant Mix ผนึกพันธมิตรร้านค้า ชูกิจกรรมที่ตอบโจทย์ทุกไลฟ์สไตล์ เพื่อเสริมสร้างความสัมพันธ์ในครอบครัวผ่านการใช้เวลาร่วมกันมากขึ้น เป็นศูนย์การค้าที่เป็นที่หนึ่งในใจของทุกครอบครัวทั่วไทย

ณัฐวัฒน์ รัชพงศ์กุลยศ ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่อาวุโส สายงานการตลาด ศูนย์การค้าโรบินสันไลฟ์สไตล์ กล่าวว่า “เรายึดมั่นในวิสัยทัศน์การเป็น Center of Life หรือศูนย์กลางการใช้ชีวิตของทุกคนในชุมชนที่สม บูรณ์แบบ สอด คล้องกับการเปลี่ยนแปลงของพฤติกรรมผู้บริโภคและเทรนด์โลก ผ่านกลยุทธ์ “Lifestyle and Experiential Community” ที่มุ่งสร้าง Complete Lifestyle Destination ครอบคลุมหลากหลายความต้อง การ เช่น Dining, Family, Sport, Pet และ Tourist Destination  โดยเฉพาะในกลุ่มครอบครัวที่เป็นกลุ่มเป้าหมายหลัก ให้ความสำคัญกับการออกแบบพื้นที่และบริการแบบผสมผสาน เพื่อตอบโจทย์ครอบครัวยุคใหม่ให้สามารถใช้เวลาร่วมกันได้อย่างมีคุณภาพในทุกช่วงวัย ตั้งแต่เด็กไปจนถึงผู้สูงอายุ ภายใต้บรรยากาศที่สะดวก ปลอดภัย และเป็นมิตรต่อสุขภาพ พร้อมเป็นพื้นที่ที่เชื่อมโยงความสัมพันธ์ในครอบครัวให้แน่นแฟ้นยิ่งขึ้น

‘Family Destination’ จึงเป็นแนวคิดที่ช่วยสร้างความแตกต่างให้กับโรบินสันไลฟ์สไตล์ ยังช่วยขับเคลื่อนการเติบโตทางธุรกิจอย่างยั่งยืน มุ่งเน้นไปที่การเพิ่มปริมาณทราฟฟิก การเพิ่มระยะเวลาการใช้บริการ และการ กระตุ้นยอดใช้จ่ายต่อครอบครัว ซึ่งเป็นปัจจัยหลักที่ช่วยเสริมศักยภาพของศูนย์การค้าในระยะยาว โดยพฤติกรรมผู้บริโภคในปัจจุบันแสดงให้เห็นว่า ลูกค้ามองหาประสบการณ์มากกว่าการชอปปิงเพียงอย่างเดียว พวกเขาต้องการสถานที่ที่สามารถใช้เวลาร่วมกับครอบครัว เพลิดเพลินไปกับกิจกรรม และได้รับประสบการณ์ที่มีคุณค่า ซึ่งโรบินสันไลฟ์สไตล์สามารถตอบสนองแนวโน้มนี้ได้อย่างสมบูรณ์แบบผ่านการสร้างสรรค์พื้นที่ที่รองรับทุกไลฟ์สไตล์ของทุกครอบครัวทั่วไทย

โรบินสันไลฟ์สไตล์ได้พัฒนาพื้นที่ศูนย์การค้าให้เป็นมากกว่าพื้นที่ชอปปิง ด้วยการออกแบบบรรยากาศแบบผสมผสานให้เป็นพื้นที่พักผ่อนหย่อนใจ รองรับไลฟ์สไตล์ของทุกเจเนอเรชันในครอบครัวอย่างแท้จริง โดยเฉพาะ เด็กๆ ไม่ว่าจะเป็น สนามเด็กเล่นทั้งอินดอร์และเอาต์ดอร์ ที่จะแตกต่างกันตามลักษณะพื้นที่ของแต่ละสาขา, ห้องน้ำสำหรับเด็ก เพื่อสร้างสุขนิสัยในการใช้ห้องนํ้าด้วยตนเองในเด็กเล็ก, รถเข็นเด็ก สำหรับบริการให้น้องๆ หนูๆ, บริการ Baby Care ห้องเปลี่ยนผ้าอ้อม และปั๊มนม เพื่ออำนวยความสะดวกให้กับครอบครัวที่มีเด็กเล็ก, เก้าอี้รับประทานอาหารสำหรับเด็ก ในโซน Food Park และ Education Zone พื้นที่ส่งเสริมการเรียนรู้ของเด็ก ทั้งทางด้านภาษา ทักษะกีฬา ศิลปะ ดนตรี และกิจกรรมรูปแบบต่างๆ อย่างครบวงจร

อีกหนึ่งปัจจัยที่ช่วยเสริมแนวคิด Family Destination คือ การคัดสรรพันธมิตรทางธุรกิจและร้านค้าต่างๆ ที่ตอบโจทย์ทุกความต้องการของครอบครัว โดยโรบินสันไลฟ์สไตล์มุ่งเน้นการพัฒนา Tenant Mix ที่หลากหลาย เสริมความครบครันและมีศักยภาพในการดึงดูดลูกค้า ทั้ง 4 กลุ่ม ได้แก่ กลุ่ม PLAY ร้านค้าและบริการที่ออกแบบมาเพื่อทุกคนในครอบ ครัว โดยเฉพาะเด็กและเยาวชน พร้อมมอบประสบการณ์ที่ทั้งเพลิดเพลิน เสริมจินตนาการ และสร้างโมเมนต์ความสุขของครอบครัวร่วมกัน อาทิ Sunday Playland สวนสนุกเด็กในร่มแบบพรีเมียมทันสมัย สวรรค์สำหรับเด็ก ได้โลดแล่นไปกับจินตนาการและเรียนรู้อย่างไร้ขีดจำกัดในคอนเซ็ปต์ Play & Learn ที่ครบจบในที่เดียว, OTO Play Park สวนสนุกอินเตอร์แอคทีฟ เป็นเสมือนโลกที่การเล่นและการเรียนรู้มาบรรจบกัน ให้น้องๆหนูๆ ได้สร้างจินตนาการรังสรรค์ความคิด สร้างสรรค์ผ่านมุมมองภาพ 3D, คลาสเวิร์คช็อป Craftwork ต่างๆ เช่น ปั้นดินเหนียวและสไลม์, ประดิษฐ์ทำสร้อยกำไล เป็นต้น, เพลิดเพลินกันต่อกับ Echo บริการ ตู้เกม ห้องคาราโอเกะ อัปเดตเพลงฮิตเพลงใหม่ พื้นที่แห่งเสียงเพลงให้แฮงค์เอ้าท์กันได้ทุกวัน, Joyliday และ Let’s Play พื้นที่รวบรวมตู้เกมหลากหลาย เลือกความสนุกได้ตามต้องการ และปิดท้ายด้วยอาณาจักรโรงภาพยนตร์ชื่อดังอย่าง SF Cinema และ Major Cineplex ที่ให้บริ การครอบคลุมทุกสาขาทั่วประเทศ และยังมีโรงภาพยนตร์สำหรับกลุ่มเด็กและครอบครัวอีกด้วย นอกจากนี้โรบินสันไลฟ์สไตล์ ยังมีศูนย์การเรียนรู้สำหรับน้องๆหนูๆ ได้เติมเต็มจินตนาการ ความสนุกและความคิดสร้างสรรค์ เช่น Click Robot พื้นที่สำหรับเด็กที่สนใจการต่อหุ่นยนต์และเขียนโปรแกรมโดยใช้ชุดเลโก้เพื่อการศึกษา Global Art โรงเรียนสอนศิลปะที่มีรูปแบบการสอนอย่างเป็นขั้นเป็นตอน สำหรับน้องๆ อายุ 3-16 ปี S.A.M. Singapore Math โรงเรียนสอนคณิตศาสตร์และภาษาอังกฤษ สอนด้วยหลักสูตรนานาชาติ ส่งตรงจากสิงคโปร์ ตั้งแต่ระดับชั้นอนุบาล – ประถมศึกษา Vocalize by Kru Fasai โรงเรียนสอนร้องเพลงระดับอนุบาล – มัธยม รวมไปถึงผู้ใหญ่ที่มีใจรักเสียงเพลง กลุ่ม DINING – ร้านอาหารและเครื่องดื่มที่คัดสรรมาเพื่อตอบโจทย์ทุกไลฟ์สไตล์การกินของทุกคนในครอบครัวไม่ว่าจะเป็นมื้อหลักหรือมื้อพิเศษ ได้แก่ ร้านอร่อยแบรนด์ดังพันธมิตรหลักที่พร้อมขยายเติบโตไปด้วยกัน ,ร้านอินเทรนด์เอาใจฟู๊ดเลิฟเวอร์ ,คาเฟ่ขนมหวานและเครื่องดื่มสเปเชียลตี้ พร้อมเสิร์ฟความฟิน  และปิดท้ายด้วย Tops Supermarket ที่ครบครันหลากหลายด้วยอาหารและสินค้าคุณภาพทั้งไทยและนำเข้า กลุ่ม FASHION & LIFESTYLE ศูนย์รวมร้านค้าแบรนด์ดังที่ตอบโจทย์ทุกสไตล์การใช้ชีวิตของทุกคนในครอบครัว ตั้งแต่แฟชั่น อุปกรณ์กีฬา เทคโนโลยี ของใช้ในบ้านไปจนถึงสุข ภาพและความงาม ครบจบในที่เดียว เช่น Robinson Department Store อัปเดตเทรนด์ เอาใจสายแฟชั่นตัวจริงกับแบรนด์ดัง ส่วนสายสปอร์ตรักการออกกำลังกายกับ Supersports และ SKECHERS Power Buy ผู้นำศูนย์รวมเทคโนโลยี เครื่องใช้ไฟฟ้า สินค้าไอทีและอิเล็กทรอนิกส์จากหลากหลายแบรนด์ดัง  เลือกสรรของใช้ภายในบ้าน ของใช้ในชีวิตประจำวัน ของใช้สำนักงานได้ที่ B2S, OfficeMate และ go! WOW อาณาจักรความงาม รวบรวมสกินแคร์ และเมคอัพแบรนด์ดังครบครัน รวมถึงอาหารเสริม เพื่อสุขภาพที่ BEAUTRIUM และ Watsons  และอีกหลากหลายแบรนด์แฟชั่นที่ร่วมขยายสาขาไปกับศูนย์การค้าโรบินสันไลฟ์สไตล์ เช่น H&M, Uniqlo, With.it, CCOO, LYN, CPS CHAPS, Jelly Bunny และ AIIZ เพิ่มเติมร้านค้าไอทีเจาะกลุ่มนักเล่นเกม นักสร้างคอนเทนต์ แก็ดเจ็ตเลิฟเวอร์ โทรศัพท์มือถือ ที่ Studio 7 ตัวแทนจำหน่ายสินค้า Apple อย่างเป็นทางการ, Banana IT, Samsung, MI, OPPO, IT City และ ACE (by IT City) เป็นต้น และยังมีสถานเสริมความงามจากแบรนด์ชั้นนำ เช่น Nitipon Clinic, The Klinique, Hair @ Nail และ Nail by Dao

ทั้งนี้ โรบินสันไลฟ์สไตล์ยังคงเดินหน้าขยายแนวคิด Family Destination’ ไปสู่สาขาต่างๆ อย่างต่อเนื่อง มุ่งเน้นให้แต่ละสาขาเป็นมากกว่าศูนย์การค้า แต่เป็นพื้นที่ที่ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ของครอบครัวอย่างแท้จริง ล่า สุดได้มีการพัฒนา สาขาราชบุรี สาขาสระบุรี และสาขาตรัง ในรูปโฉมใหม่เพื่อเพิ่มความหลากหลายของกิจกรรมและบริการที่เหมาะกับทุกเจเนอเรชัน รวมไปถึงสาขาที่กำลังจะเปิดใหม่ เช่น สาขาหนองคาย ที่ออก แบบมาให้เป็นแลนด์มาร์กแห่งใหม่ของจังหวัด พร้อมเชื่อมโยงกิจกรรมกับประเพณีและวัฒนธรรมท้องถิ่น เพื่อสร้างความผูกพันที่แข็งแกร่งระหว่างศูนย์กาค้าและชุมชน นอกจากนี้ โรบินสันไลฟ์สไตล์วางเป้าหมายการเป็น ‘Family Destination’ โดยใช้กิจกรรมเป็นจุดเชื่อมโยงกับลูกค้า เพื่อให้เกิดทราฟฟิกที่ยั่งยืนและสร้างความสัมพันธ์กับลูกค้าได้ในระยะยาว ซึ่งเมื่อปี 67 ที่ผ่านมา เราได้ริเริ่มจัดกิจกรรมที่เจาะกลุ่มครอบครัวซึ่งประสบความสำเร็จและได้รับการตอบรับอย่างดีเยี่ยม ทั้ง “Kids Market” ตลาดนัดเด็กฟันน้ำนมและการประกวดซานต้า-ซานตี้ คิดส์ รุ่นจิ๋ว ความสำเร็จเหล่านี้เป็นเครื่องยืนยันว่าแนวทางการสร้างประสบการณ์ของศูนย์การค้าที่เชื่อมโยงกับครอบครัวเป็นแนวทางที่มีศักยภาพสูง โรบินสันไลฟ์สไตล์จึงต่อยอดความสำเร็จนี้ด้วยการเดินหน้าจัดกิจกรรมในช่วงซัมเมอร์และเทศกาลสงกรานต์ เพื่อให้โรบินสันไลฟ์สไตล์กลายเป็นศูนย์กลางแห่งความสุขสำหรับทุกครอบครัว พร้อมมอบประสบการณ์ที่สนุกสนานและมีคุณค่าในทุกช่วงเวลาสำคัญของปี

ช่วงซัมเมอร์และเทศกาลสงกรานต์ถือเป็นช่วงเวลาสำคัญของครอบครัวไทย ซึ่งเต็มไปด้วยบรรยากาศแห่งความสุขและการใช้เวลาร่วมกัน และยังเป็นช่วงเวลาปิดภาคเรียนของเด็กๆ  ทำให้เป็นจังหวะที่ดีในการจัดกิจ กรรมที่ส่งเสริมการเรียนรู้และทักษะผ่านประสบการณ์นอกห้องเรียน ต่อเนื่องมาถึงเทศกาลสงกรานต์ที่ผู้คนเดินทางกลับบ้านเพื่อเฉลิมฉลองกับครอบครัว จึงเป็นช่วงจังหวะสำคัญเพื่อส่งเสริมความสัมพันธ์อันแน่นแฟ้นภายในครอบครัว ซึ่งโรบินสันไลฟ์สไตล์ได้ปูพรมกิจกรรมมากมายภายใต้แนวคิด ‘Family Destination’ ที่ต้องการให้ศูนย์การค้าเป็นมากกว่าสถานที่ชอปปิ้ง แต่เป็นพื้นที่ที่มอบความสุขและความสนุกให้ทุกเจเนอเรชันอย่างแท้จริง

อีกหนึ่งไฮไลต์ที่ช่วยเติมเต็มประสบการณ์ความสุขของทุกครอบครัว คือ “Play Box” พื้นที่ตกแต่งสุดครีเอทีฟที่เปิดให้ครอบครัวทุกเจเนอเรชันได้ร่วมสนุกกับจุด Photo Spot ถ่ายรูป และเช็กอินอย่างเต็มที่ กับ 3 สเปซ 3 สไตล์ ได้แก่ Sky Box ห้องสีฟ้าสดใสตกแต่งด้วยเมฆและชิงช้า, Mirror Box ห้องกระจกสีทองสะท้อนมุมมองแบบอินฟินิตี้ และ Inspire Box กับห้องกราฟฟิกลายเส้นสีแดง-ขาวสุดจัดจ้าน สร้างแรงบันดาลใจในการถ่ายภาพสุดปัง โดยเปิดให้เข้าใช้เป็น Free Space ได้เพลิดเพลินและสร้างความทรงจำดีๆ ร่วมกันทั้งครอบครัว ที่โรบินสันไลฟ์สไตล์ ราชพฤกษ์

เพื่อสานต่อแนวคิด ‘Family Destination’ โรบินสันไลฟ์สไตล์ได้จัดแคมเปญใหญ่ ‘Robinson Lifestyle Summer Energy 2025’ ตั้งแต่วันนี้ – 30 เม.ย. 68 ครอบคลุมทั้ง 27 สาขาทั่วประเทศ เตรียมสาดความสนุก สุดฟินไปกับคอนเสิร์ตสุดมันส์กว่า 15 สาขา จัดเต็ม 30 วัน กับศิลปินกว่า 200 คน กิจกรรมใส่ชุดไทยต้อนรับสงกรานต์เพื่อรับ ไอศกรีมฟรี 1,000 ชิ้นต่อสาขา KID’S MARKET ตลาดนัด…ฟันน้ำนม งานรวมพ่อค้า แม่ค้า ตัวน้อย จากหลากหลายโรงเรียนชั้นนำ​ กว่า 200 ร้านค้าและยังมีโปรโมชันสุดร้อนแรงกับดีลลดสูงสุด 70% จากร้านค้าแบรนด์ดัง พร้อมโซน “ซัมเมอร์มาร์เก็ต” ที่ชวนชอปปิงสินค้าสุดชิคต้อนรับหน้าร้อน เพื่อตอก ย้ำแนวคิดให้ศูนย์การค้าเป็นมากกว่าสถานที่ชอปปิง แต่เป็นศูนย์กลางความสุขของทุกครอบครัวทั่วไทย โดยใช้กิจกรรมและสิทธิพิเศษมากมายเป็นเครื่องมือเชื่อมโยงความสัมพันธ์ กระตุ้นการใช้เวลาและการจับจ่ายร่วมกันในช่วงซัมเมอร์ ผ่านบรรยากาศที่เต็มไปด้วยความสุข ความสนุก และเข้าถึงง่ายสำหรับทุกเจเนอเรชัน

ณัฐวัฒน์ กล่าวสรุปว่า “โรบินสันไลฟ์สไตล์มุ่งมั่นพัฒนาให้เป็นศูนย์กลางของการใช้ชีวิตสำหรับครอบครัว โดยใช้เครือข่ายศูนย์การค้าทั่วไทยเป็นจุดแข็ง พร้อมกระตุ้นกำลังซื้อ ส่งเสริมเศรษฐกิจ และขับเคลื่อนอุตสา ห กรรมการท่องเที่ยวให้เติบโตอย่างต่อเนื่อง และเดินหน้าสู่ ‘Family Destination’ ซึ่งไม่เพียงสร้างความสุขให้กับทุกครอบครัว แต่ยังต่อยอดแนวคิดเชิงธุรกิจที่ช่วยเพิ่มศักยภาพของศูนย์การค้า และเป็นส่วนสำคัญในการขับเคลื่อนอุตสาหกรรมการค้าปลีกของไทยไปสู่อนาคตอย่างยั่งยืน

040

สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ แห่งพระบรมราชจักรีวงศ์

สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ แห่งพระบรมราชจักรีวงศ์

สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ แห่งพระบรมราชจักรีวงศ์

วันพุธ ที่ 2 เมษายน พ.ศ. 2568, 07.12 น.

สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา เจ้าฟ้ามหาจักรีสิรินธร มหาวชิราลงกรณวรราชภักดี สิริกิจการิณีพีรยพัฒน รัฐสีมาคุณากรปิยชาติ สยามบรมราชกุมารี ทรงเป็นสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ พระองค์ที่ 3 ในพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร และ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวงเสด็จพระราชสมภพเมื่อวันเสาร์ที่ 2 เมษายน พ.ศ.2498 ณ พระที่นั่งอัมพรสถาน พระราชวังดุสิต โดย ศาสตราจารย์นายแพทย์หม่อมหลวงเกษตรสนิทวงศ์ เป็นผู้ถวายพระประสูติกาล และได้รับการถวายพระนามจาก สมเด็จพระสังฆราชเจ้า กรมหลวงวชิรญาณวงศ์ ว่า สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิรินธรเทพรัตนสุดา กิติวัฒนาดุลโสภาคย์ พร้อมทั้งประทานคำแปลว่า “นางแก้ว” อันหมายถึงหญิงผู้ประเสริฐ และมีพระนามที่ข้าราชบริพาร เรียกทั่วไปว่า “ทูลกระหม่อมน้อย”

พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศรมหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ทรงมีพระราชดำริว่า สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิรินธรเทพรัตนสุดา กิติวัฒนาดุลโสภาคย์ ทรงได้รับความสำเร็จในการศึกษาอย่างงดงาม และทรงได้บำเพ็ญพระราชกิจจานุกิจนานัปการอันเป็นประโยชน์แก่แผ่นดินและราษฎร จึงมีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ ให้สถาปนาพระราชอิสริยยศ และพระราชอิสริยศักดิ์ เป็นสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา เจ้าฟ้ามหาจักรีสิรินธร รัฐสีมาคุณากรปิยชาติ สยามบรมราชกุมารี ในการพระราชพิธีเฉลิมพระชนมพรรษา 5 ธันวาคม พุทธศักราช 2520 นับเป็นสมเด็จเจ้าฟ้าหญิงพระองค์แรก ที่ทรงดำรงฐานันดรศักดิ์ที่ “สยามบรมราชกุมารี” แห่งพระบรมราชจักรีวงศ์

ในการพระราชพิธีบรมราชาภิเษก พุทธศักราช 2562 พระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงมีพระราชดำริว่า สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เป็นพระโสทรกนิษฐภคินีที่ได้ทรงร่วมสุขร่วมทุกข์มาแต่ทรงพระเยาว์ เมื่อทรงเจริญพระชนมายุ ก็ได้ทรงปฏิบัติบำเพ็ญพระราชกรณียกิจสนองพระเดชพระคุณสมเด็จพระบรมชนกนาถและสมเด็จพระบรมราชชนนีด้วยพระวิริยะ อุตสาหะ เป็นคุณูปการแก่ประเทศชาติและอาณาประชาราษฎร์อย่างใหญ่หลวง เป็นอเนกประการ ครั้นในรัชกาลปัจจุบัน ก็ได้ทรงปฏิบัติพระราชกรณียกิจแทนพระองค์ ในหลายวาระ และช่วยแบ่งเบาพระราชภารกิจน้อยใหญ่ที่สืบเนื่องมาแต่ครั้งรัชสมัยสมเด็จพระบรมชนกนาถ ให้ดำเนินลุล่วงไปด้วยความเรียบร้อย เป็นที่ไว้วางพระราชหฤทัย สมควรจะยกย่องพระเกียรติยศตามฐานะแห่งพระบรมราชวงศ์ จึงมีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้เฉลิมพระนามาภิไธยตามที่จารึกในพระสุพรรณบัฏว่า สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาเจ้าฟ้ามหาจักรีสิรินธร มหาวชิราลงกรณวรราชภักดีสิริกิจการิณีพีรยพัฒน รัฐสีมาคุณากรปิยชาติ สยามบรมราชกุมารี นับเป็นเจ้านายพระองค์แรกที่ได้รับพระราชทานพระเกียรติยศที่ สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า โดยยังทรงพระอิสริยยศกรมสมเด็จพระ และ สยามบรมราชกุมารี ตามที่ได้รับพระราชทานจากสมเด็จพระบรมชนกนาถ

พระปรีชาสามารถด้านอักษรศาสตร์และดนตรีไทย

สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ทรงมีพระปรีชาสามารถในหลายๆ ด้าน โดยเฉพาะอย่างยิ่งทางด้านอักษรศาสตร์และดนตรีไทย ซึ่งทรงนำมาใช้ในการอนุรักษ์ ส่งเสริมและให้การอุปถัมภ์ในด้านศิลปวัฒนธรรมของประเทศ ทรงเป็นผู้เชี่ยวชาญด้านดนตรีไทยผู้หนึ่ง โดยทรงเครื่องดนตรีไทยได้ทุกชนิด แต่ที่โปรดทรงอยู่ประจำ คือ ระนาด ซอ และฆ้องวง โดยเฉพาะระนาดเอก

ในขณะที่ทรงพระเยาว์ เครื่องดนตรีที่ทรงสนพระทัยนั้น ได้แก่ ระนาดเอกและซอสามสายซึ่งพระองค์ทรงเริ่มเรียนระนาดเอกอย่างจริงจัง เมื่อปีพ.ศ.2528 หลังจากการเสด็จฯทรงดนตรีไทยณ บ้านปลายเนิน ซึ่งเป็นวังของ สมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ เจ้าฟ้าจิตรเจริญ กรมพระยานริศรานุวัดติวงศ์ โดยมี สิริชัยชาญ พักจำรูญ เป็นพระอาจารย์ พระองค์ทรงเริ่มเรียนตั้งแต่การจับไม้ระนาด การตีระนาดแบบต่างๆ และท่าที่ประทับขณะทรงระนาด และทรงเริ่มเรียนการตีระนาดตามแบบแผนโบราณ กล่าวคือ เริ่มต้นด้วยเพลงต้นเพลงฉิ่งสามชั้น แล้วจึงทรงต่อเพลงอื่นๆ ตามมา ทรงทำการบ้านด้วยการไล่ระนาดทุกเช้า หลังจากบรรทมตื่นภายในห้องพระบรรทม จนกระทั่งพุทธศักราช 2529 พระองค์จึงทรงบรรเลงระนาดเอกร่วมกับครูอาวุโสของวงการดนตรีไทยหลายท่านต่อหน้าสาธารณชนเป็นครั้งแรก ในงานดนตรีไทยอุดมศึกษา ครั้งที่ 17 ณ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ โดยเพลงที่ทรงบรรเลง คือ เพลงนกขมิ้น (เถา) นอกจากดนตรีไทยแล้วพระองค์ยังทรงดนตรีสากลด้วย โดยทรงเริ่มเรียนเปียโนตั้งแต่พระชนมายุ 10 พรรษา แต่ได้ทรงเลิกเรียนหลังจากนั้น 2 ปี และทรงฝึกเครื่องดนตรีสากล ประเภทเครื่องเป่า จาก พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร จนสามารถทรงทรัมเปตนำวงดุริยางค์ในงานคอนเสิร์ตสายใจไทย และทรงระนาดฝรั่งนำวงดุริยางค์ในงานกาชาดคอนเสิร์ต

ด้านอักษรศาสตร์ สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี โปรดการอ่านหนังสือและการเขียนมาตั้งแต่ทรงพระเยาว์ รวมกับพระปรีชาสามารถทางด้านภาษาทั้งภาษาไทยและต่างประเทศ ร้อยแก้วและร้อยกรอง ดังนั้น จึงทรงพระราชนิพนธ์หนังสือประเภทต่างๆ ออกมามากกว่า 100 เล่ม ซึ่งมีหลายหลากประเภททั้งสารคดีท่องเที่ยวเมื่อเสด็จพระราชดำเนินเยือนต่างประเทศ ทรงใฝ่เรียนรู้วิทยาการหลากสาขา การทรงรู้รอบกว้างไกลด้านจีนวิทยาเป็นที่ประจักษ์แจ้งชัด เมื่อผสานกับการทรงมีพรสวรรค์ในการประพันธ์และพระวิริยะหมั่นฝึกฝนการเขียน ก่อเกิดเป็นรัตนสารด้านจีนวิทยาจำนวนมาก ทั้งสารคดีเสด็จพระราชดำเนินเยือนประเทศจีน พระราชนิพนธ์แปลบทกวีนิพนธ์จีนนวนิยาย เรื่องสั้น บทละครพูด ความเรียงร้อยแก้ว อาทิ บทละครพูดร้านน้ำชาผีเสื้อ, เมฆเหินน้ำไหล,หมู่บ้านเล็กตระกูลเป้า, ไป๋อิ๋นน่า หมู่บ้านลับลี้ริมฝั่งน้ำ,นารีนครา, ตลอดกาลน่ะนานแค่ไหน, รอยยิ้มของน้ำตาและหัวใจ, เมื่อข้าพเจ้าเขียนย่ำแดนมังกร,มุ่งไกลในรอยทราย ฯลฯ มรกต พระราชนิพนธ์แปลเล่มล่าสุด รวมทั้งสารคดีวิชาการ ปาฐกถาทรงบรรยาย และอื่นๆ รวมทั้งพระราชนิพนธ์ เกล็ดหิมะในสายหมอก ลาวใกล้บ้าน ทัศนจากอินเดีย มนต์รักทะเลใต้ ประเภทวิชาการและประวัติศาสตร์ เช่น บันทึกเรื่องการปกครองของไทยสมัยอยุธยาและต้นรัตนโกสินทร์ กษัตริยานุสรณ์ หนังสือสำหรับเยาวชน เช่น แก้วจอมแก่น แก้วจอมซน หนังสือที่เกี่ยวข้องกับพระบรมวงศานุวงศ์ไทย เช่น สมเด็จแม่กับการศึกษา สมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนีกับพระราชกรณียกิจพระราชจริยาวัตรด้านการศึกษา ประเภทพระราชนิพนธ์แปล เช่น หยกใสร่ายคำ ความคิดคำนึง เก็จแก้วประกายกวี และหนังสือทั่วไป เช่น นิทานเรื่องเกาะ (เรื่องนี้ไม่มีคติ) เรื่องของคนแขนหัก เป็นต้น และมีลักษณะการเขียนที่คล้ายคลึงกับพระราชนิพนธ์ในพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว กล่าวคือในพระราชนิพนธ์เรื่องต่างๆ นอกจากจะแสดงพระอารมณ์ขันแล้ว ยังทรงแสดงการวิพากษ์วิจารณ์ในแง่ต่างๆ เป็นการแสดงพระมติส่วนพระองค์

นอกจากพระนาม “สิรินธร” แล้ว สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ยังทรงใช้นามปากกาในการพระราชนิพนธ์หนังสืออีก 4 พระนาม ได้แก่ “ก้อนหินก้อนกรวด” เป็นพระนามแฝงที่ทรงหมายถึงพระองค์และพระสหาย สามารถแยกได้เป็น ก้อนหินหมายถึง พระองค์เอง ส่วนก้อนกรวด หมายถึง กุณฑิกา ไกรฤกษ์ พระองค์มีรับสั่งถึงพระนามแฝงนี้ว่า “เราตัวโตเลยใช้ว่า ก้อนหิน หวานตัวเล็ก เลยใช้ว่า ก้อนกรวด รวมกันจึงเป็น “ก้อนหิน-ก้อนกรวด” นามปากกานี้ทรงใช้ครั้งเดียวขณะประพันธ์บทความ “เรื่องจากเมืองอิสราเอล” เมื่อปีพ.ศ.2520 ขณะที่พระนามแฝง “แว่นแก้ว” เป็นชื่อที่พระองค์ทรงตั้งขึ้นเอง ทรงมีรับสั่งว่า“ชื่อแว่นแก้วนี้ตั้งเอง เพราะตอนเด็กๆ ชื่อลูกแก้ว ตัวเองอยากชื่อแก้ว ทำไมถึงเปลี่ยนไปไม่รู้เหมือนกัน แล้วก็ชอบเพลงน้อยใจยา นางเอกชื่อแว่นแก้ว” โดยพระนามแฝง “แว่นแก้ว” นี้พระองค์เริ่มใช้เมื่อปีพุทธศักราช 2521 เมื่อทรงพระราชนิพนธ์และทรงแปลเรื่องสำหรับเด็ก ได้แก่ แก้วจอมซน แก้วจอมแก่น และขบวนการนกกางเขนส่วนพระนามแฝง “หนูน้อย” ทรงมีรับสั่งว่า “เรามีชื่อเล่นที่เรียกกันในครอบครัวว่า น้อย เลยใช้นามแฝงว่า หนูน้อย” โดยพระองค์ทรงใช้เพียงครั้งเดียวในบทความเรื่อง “ป๋องที่รัก” ตีพิมพ์ในหนังสือ 25 ปีจิตรลดา เมื่อปีพุทธศักราช 2523 และ พระนามแฝง “บันดาล” ทรงมีรับสั่งว่า “ใช้ว่าบันดาล เพราะคำนี้ผุดขึ้นมาในสมอง เลยใช้เป็นนามแฝง ไม่มีเหตุผลอะไรในการใช้ชื่อนี้เลย” ซึ่งพระองค์ทรงใช้ในงานแปลภาษาอังกฤษเป็นภาษาไทยที่ทรงทำให้สำนักเลขาธิการคณะกรรมการแห่งชาติ ว่าด้วยการศึกษาวิทยาศาสตร์และวัฒนธรรมแห่งสหประชาชาติ กระทรวงศึกษาธิการเมื่อปีพุทธศักราช 2526 นอกจากนี้ ยังทรงพระราชนิพนธ์เพลงเป็นจำนวนมาก โดยบทเพลงที่ดังและนำมาขับร้องบ่อยครั้ง ได้แก่ เพลง ส้มตำ รวมทั้งยังทรงประพันธ์คำร้องในบทเพลงพระราชนิพนธ์ใน พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ได้แก่ เพลง รัก และ เพลง เมนูไข่

พระอัจฉริยภาพด้านการถ่ายภาพ

สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ยังทรงมีพระอัจฉริยภาพด้านการถ่ายภาพ ซึ่งทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ พระราชทานภาพถ่ายฝีพระหัตถ์ทรงบันทึกไว้ระหว่างการเสด็จพระราชดำเนินไปยังสถานที่ต่างๆ ทั้งในและต่างประเทศ มาจัดแสดงใน “นิทรรศการภาพถ่ายฝีพระหัตถ์” มาอย่างต่อเนื่องนับตั้งแต่ปีพุทธศักราช 2550 เพื่อเปิดโอกาสให้ประชาชนทั่วไปได้มีโอกาสได้ร่วมตามรอยเสด็จพระราชดำเนินและชื่นชมพระอัจฉริยภาพด้านการถ่ายภาพ รวมทั้งเพื่อเป็นความรู้แก่นิสิต นักศึกษา เริ่มตั้งแต่นิทรรศการภาพถ่ายฝีพระหัตถ์ “แสงคือสี สีคือแสง” ในปี 2550 นิทรรศการภาพถ่ายฝีพระหัตถ์ “ชีวิตที่หมุนไปไม่หยุดยั้ง” ในปี 2551 นิทรรศการภาพถ่ายฝีพระหัตถ์ “ถ้าเดินเรื่อยไปย่อมถึงปลายทาง” ในปี 2552 นิทรรศการภาพถ่ายฝีพระหัตถ์ “สี แสง แสดงชีวิต” ในปี 2553 นิทรรศการภาพถ่ายฝีพระหัตถ์ “อุปบัติ ณ โลกี” ในปี 2554 นิทรรศการภาพถ่ายฝีพระหัตถ์“ควงกล้องท่องโลก” ในปี 2555 นิทรรศการภาพถ่ายฝีพระหัตถ์ “รูปยาตรา ภาพทัศนาจร” ในปี 2556 นิทรรศการภาพถ่ายฝีพระหัตถ์ “อันมีทิพเนตรส่องไป” ในปี 2557 นิทรรศการภาพถ่ายฝีพระหัตถ์ “อยู่มานาน กาลเวลามีสุข” ในปี 2558 นิทรรศการภาพถ่ายฝีพระหัตถ์ “ทัศนียมรรคา” ในปี2559 นิทรรศการภาพถ่ายฝีพระหัตถ์ “กาวยประภา” ในปี 2560 นิทรรศการภาพถ่ายฝีพระหัตถ์ “สวัสดีปีจอหมา มาคอยท่าปีกุนหมู” ในปี 2562 นิทรรศการภาพถ่ายฝีพระหัตถ์ “มหัศจรรย์พรรณภาพ” ในปี 2563 นิทรรศการภาพถ่ายฝีพระหัตถ์ “ชีวิตยามอยู่บ้าน” และในปี 2564 นิทรรศการภาพถ่ายฝีพระหัตถ์หัวข้อ “ธรรมดาแบบใหม่ : New Normal”

ทูลกระหม่อมอาจารย์ โรงเรียนนายร้อยพระจุลจอมเกล้า

เมื่อวันที่ 24 ธันวาคม พุทธศักราช 2523 สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ทรงตัดสินพระทัยเข้ารับราชการในกองทัพบก ทรงเป็นทูลกระหม่อมอาจารย์ โรงเรียนนายร้อยพระจุลจอมเกล้า ซึ่งเป็นสถาบันที่พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงจัดตั้งขึ้น ด้วยพระบรมราชปณิธานที่จะให้การศึกษาอบรมและดำเนินการฝึกนักเรียนนายร้อย เพื่อออกไปรับราชการเป็นนายทหารของกองทัพบก ดังเห็นได้จากพระราชนิพนธ์เรื่อง “10 ปีในรั้วแดงกำแพงเหลือง” ความตอนหนึ่งว่า“…พลตรียุทธศักดิ์ คล่องตรวจโรค ซึ่งเป็นราชองครักษ์และเป็นคนคุ้นเคยกับข้าพเจ้า เข้าดำรงตำแหน่งผู้บัญชาการโรงเรียนนายร้อยพระจุลจอมเกล้ามาชวนให้ข้าพเจ้าเข้าทำงานที่โรงเรียน จปร. เป็นอาจารย์สอนประวัติศาสตร์ ข้าพเจ้าเห็นว่าเป็นงานที่ข้าพเจ้าคงพอจะทำได้ในขณะนั้นข้าพเจ้าเพิ่งสำเร็จการศึกษา มีความกระตือรือร้นที่จะทำอะไรที่สร้างสรรค์ ทำตัวให้เป็นประโยชน์แก่ประเทศชาติและสังคมให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้ ยิ่งไปกว่านั้นข้าพเจ้ายังมีใจรักที่เป็นครู จึงตกลงใจรับราชการที่นี่ ได้ดำเนินการเรื่องเอกสารการสมัครเข้าทำงานครบตามระเบียบปฏิบัติที่ได้รับคำแนะนำ…”

สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ทรงดำรงตำแหน่งอาจารย์สอนในสายวิชาประวัติศาสตร์ ทรงวางแนวการสอนและทรงปรับปรุงเนื้อหาวิชาให้ทันสมัย และเหมาะสมกับนักเรียนนายร้อยอยู่เสมอ เช่น วิชาประวัติศาสตร์เอเชียอาคเนย์ ซึ่งเป็นวิชาที่ให้ความรู้พื้นบ้าน รวมทั้งวิเคราะห์สถานการณ์ประเทศเพื่อนบ้านข้างเคียงของไทย ที่มีความเกี่ยวพันใกล้ชิดกับไทย ทั้งทางด้านการเมืองและการทหาร จึงเป็นวิชายอดนิยมที่นักเรียนให้ความสนใจเลือกศึกษาเป็นอันมาก นอกจากนั้น พระองค์ยังทรงเป็นที่ปรึกษาในสายวิชาสังคมวิทยาและวิชาพัฒนาชุมชน เพื่อเสริมนโยบายยุทธศาสตร์พัฒนา ทรงเป็นประธานในการจัดทำตำรา และทรงสนับสนุนการนำนักเรียนนายร้อยไปศึกษาดูงานนอกสถานที่เพื่อให้ได้สัมผัสสถานที่จริงที่เต็มไปด้วยประวัติศาสตร์ในแง่ต่างๆ แล้วยังทรงสอดแทรกในเรื่องของความเป็นอยู่ของชุมชน การเจริญเติบโตของชุมชนในด้านต่างๆ ตามยุคตามสมัยไว้ด้วยทุกครั้งไป ปัจจุบันทรงเกษียณจากการสอนแล้ว พร้อมทั้งพระราชทานเงินเดือนที่ทรงได้รับตลอด 35 ปี คืนให้กับโรงเรียนนายร้อยพระจุลจอมเกล้า

พระราชกรณียกิจและโครงการในพระราชดำริส่วนพระองค์

สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ทรงมีพระราชกรณียกิจมากมาย ทั้งพระราชกรณียกิจที่ทรงสืบสานต่อจาก พระบาทสมเด็จพระบรม
ชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร และ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง, พระราชกรณียกิจเสด็จพระราชดำเนินแทนพระองค์ พระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชสมัยปัจจุบัน, พระราชกรณียกิจเยือนต่างประเทศ, พระราชกรณียกิจประจำวัน และพระราชกรณียกิจทางด้านการศึกษา ด้านการพัฒนา ด้านศิลปวัฒนธรรมและศาสนา ด้านสาธารณกุศล ด้านสาธารณสุขและโภชนาการ ด้านการต่างประเทศ ด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ด้านอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม และด้านเกษตรกรรม โดยทรงมีโครงการในพระราชดำริส่วนพระองค์หลายหลากโครงการ ซึ่งโครงการในระยะเริ่มต้นนั้นมุ่งเน้นทางด้านการแก้ปัญหาการขาดสารอาหารของเด็กในท้องถิ่นทุรกันดาร และพัฒนามาสู่การให้ความสำคัญทางด้านการศึกษาเพื่อการพัฒนาบุคคลอย่างสมบูรณ์

โครงการตามพระราชดำริฯ ในระยะต่อมาและในปัจจุบันเน้นในด้านการพัฒนาการศึกษามากขึ้น ด้วยทรงมีพระราชดำริว่า “…การศึกษาเป็นปัจจัยหลักในการสร้างและพัฒนาความรู้ ความคิด ตลอดจนความประพฤติและคุณงามความดีของบุคคล ให้บุคคลดำรงตนอยู่ในสังคมและในโลกได้อย่างมั่นคงและมีความสงบร่มเย็นได้ แม้ว่าโลกจะเปลี่ยนแปลงไปรวดเร็วเพียงใดก็ตาม…”

สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ทรงเห็นความสำคัญของหลักสิทธิมนุษยชน ทรงห่วงใยในความด้อยโอกาสทางการศึกษาของราษฎรทุกหมู่เหล่า ทั้งชนกลุ่มน้อย และประชาคมเมือง ทุกคนควรมีโอกาสได้รับการศึกษา ได้รับบริการจากภาครัฐโดยเท่าเทียมกัน ซึ่งเป็นสิทธิขั้นพื้นฐานในการดำรงชีวิตของประชาชน ดังที่ได้มีพระราชดำรัสในงานเสวนาทางวิชาการด้านอาหารและโภชนาการ ณ มหาวิทยาลัยมหิดล เมื่อวันที่ 17 สิงหาคม พุทธศักราช 2548 ความตอนหนึ่งดังนี้

“…ให้คนทุกคนรู้ว่าตัวเองมีสิทธิที่จะรับสิ่งดีๆ ในชีวิต ไม่ใช่ว่าคนอื่นจะเอาอะไรมาให้ก็ได้ หรือว่าผู้ที่มีหน้าที่ดูแลบ้านเมือง หรือดูแลชุมชนต่างๆ ก็ต้องรู้ว่าคนอื่นเขาก็มีสิทธิเหมือนกัน ยกตัวอย่างเช่น คนด้อยโอกาส หรือบุคคลชายขอบ ที่เรียกกันตอนนี้ว่าคนที่อยู่ในภาวะวิกฤต ก็ย่อมมีสิทธิที่จะได้รับความช่วยเหลือได้รับการดูแล…

…ถ้าพูดถึงเรื่องสิทธิ เราก็จะพูดถึงในแง่ว่าคนเรามีสิทธิที่จะมีชีวิตอยู่ มีสิทธิที่จะอยู่อย่างดี ควรจะได้รับการศึกษา การศึกษานี้เพื่ออะไร เพื่อให้สามารถที่จะพยุงตัวเองและดำเนินชีวิตไปได้อย่างสุขสบาย จะได้เอาความรู้นั้นไปช่วยเหลือเกื้อกูลผู้อื่นหรือชุมชนได้อีก…”

สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี พระราชทานแนวพระราชดำริให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องรับไปดำเนินงาน โดยการประสานความร่วมมือระหว่างหน่วยงานทั้งภาครัฐและเอกชนที่มีความรู้ความชำนาญ จัดทำเป็นโครงการต่างๆที่นำแนวพระราชดำริไปสู่การปฏิบัติจริง ซึ่งมีหลักการสำคัญในสองแนวทาง คือ แนวทางการช่วยเหลือแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนทุกข์ยากเฉพาะหน้าที่ราษฎรกำลังประสบอยู่ หรือแนวทางการพัฒนาคุณภาพชีวิตประชาชน ที่มุ่งเสริมสร้างขีดความสามารถให้เกิดการเรียนรู้และพัฒนาจนสามารถพึ่งตนเองได้ ทั้งนี้ ได้พระราชทานข้อคิดในการดำเนินงานแก่นักพัฒนา ดังที่ได้มีพระราชดำรัสในงานเสวนาทางวิชาการดังกล่าวข้างต้น ความตอนหนึ่งว่า

“…ที่จริงศักดิ์ศรีของมนุษย์เป็นแนวทางหนึ่งในการปฏิบัติงานเรื่องการพัฒนา ถ้าเราจะเรียกตัวเองเป็นนักพัฒนา หรือว่าจะเป็นการพัฒนาด้านอาหารโภชนาการหรือด้านอื่นๆ เรื่องศักดิ์ศรีของมนุษย์น่าจะเป็นไปได้ที่เป็นส่วนหนึ่งของสิทธิ ประการแรก คือให้คนที่เราจะพัฒนาได้กระทำด้วยตัวเอง และอยากเอง ทำเอง ก็เป็นศักดิ์ศรีของเขา ไม่ใช่ว่าจะต้องเป็นฝ่ายรับอยู่ร่ำไป ถ้าเราไปทำให้ถูกในจุดนี้ได้ ก็เป็นเรื่องการส่งเสริมศักดิ์ศรีของมนุษย์ ประการที่สอง ต้องคิดว่าเวลาไปพัฒนา ไม่ใช่ว่าเราเป็นคนที่สูงเด่นกว่าเขา หรือเป็นคนที่ศักดิ์ศรีสูงกว่าเขา อุตส่าห์ก้มตัวลงไปทำงานกับเขา ถ้าคิดอย่างนั้นก็อย่าไป คือเราไปทำแล้วเห็นคนอื่นใครๆ ต่ำกว่าหมด ทุกคนต่ำกว่าหมด ทุกคนโง่กว่าหมด อย่างนั้นก็คบกันไม่ได้ ต้องคำนึงถึงศักดิ์ศรีของมนุษย์ จะไปทำงานกับใครก็ต้องช่วยกัน เดี๋ยวนี้เขาไม่เรียกว่าไปพัฒนาไปช่วย เขาเรียกว่าความร่วมมือกันทั้งนั้น…”

พระราชกรณียกิจด้านองค์กรและมูลนิธิเพื่อสาธารณกุศล

สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ทรงปฏิบัติพระราชกรณียกิจด้านต่างๆ ครอบคลุมงานสำคัญๆ อันเป็นประโยชน์หลักของบ้านเมืองเกือบทุกด้าน นอกเหนือจากพระราชภารกิจในหน้าที่ราชการ และทรงได้รับความไว้วางพระราชหฤทัยจาก พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร และ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ให้ทรงปฏิบัติตามที่ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯมอบหมาย โดยเฉพาะการทรงงานด้านการบริหารองค์กรและมูลนิธิเพื่อสาธารณกุศล อาทิ โปรดเกล้าฯให้ทรงดำรงตำแหน่งประธานกรรมการมูลนิธิชัยพัฒนา ประธานมูลนิธิรางวัลสมเด็จเจ้าฟ้ามหิดล และอุปนายิกาผู้อำนวยการสภากาชาดไทย เป็นต้น รวมทั้งการเสด็จพระราชดำเนินแทนพระองค์และการปฏิบัติพระราชกรณียกิจแทนพระองค์ในโอกาสต่างๆ อย่างสม่ำเสมอและต่อเนื่องตลอดมาซึ่งรวมถึงการเสด็จพระราชดำเนินแทนพระองค์ และการปฏิบัติพระราชกรณียกิจแทนพระองค์ พระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว ในรัชสมัยปัจจุบัน

นอกจากนี้ สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ยังทรงขยายความร่วมมือไปยังโครงการระหว่างประเทศอื่นๆ อาทิ วิทยาลัยกำปงเฌอเตียลจังหวัดกำปงธม ราชอาณาจักรกัมพูชา, ความร่วมมือระหว่างราชอาณาจักรไทยและสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว, ความร่วมมือระหว่างราชอาณาจักรไทยและสหภาพพม่าในการพัฒนาเด็กและเยาวชน, ความร่วมมือระหว่างราชอาณาจักรไทยและสาธารณรัฐสังคมนิยมเวียดนามในการพัฒนาเด็กและเยาวชน, ความร่วมมือระหว่างราชอาณาจักรไทยและสาธารณรัฐประชาชนจีน, ความร่วมมือระหว่างราชอาณาจักรไทยและมองโกเลีย, การพัฒนาคุณภาพชีวิตสำหรับเด็กและเยาวชนในภูมิภาคเอเชียและแปซิฟิก, ทุนการศึกษาพระราชทานสำหรับนักเรียนไทยศึกษาต่อในต่างประเทศ, ความร่วมมือกับองค์การระหว่างประเทศ เป็นต้น

จากพระวิริยอุตสาหะในการทรงศึกษาหาความรู้และบำเพ็ญพระราชกิจนานัปการพระเกียรติคุณเป็นที่ประจักษ์ชัดแจ้งทั้งในราชอาณาจักรและนานาชาติ จึงทรงรับพระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์แห่งราชอาณาจักรไทยและทรงรับการทูลเกล้าฯ ถวายเครื่องราชอิสริยาภรณ์ต่างประเทศ อีกทั้ง เพื่อเป็นการเทิดพระเกียรติที่ทรงมีคุณูปการต่อชาติบ้านเมืองในด้านต่างๆมาโดยตลอด จึงมีบุคคล หน่วยงาน สมาคม และองค์กรต่างๆ ทั้งในราชอาณาจักรและในต่างประเทศ ขอพระราชทานอัญเชิญพระนามาภิไธย และขอพระราชทานนามไปเป็นชื่อพรรณพืชและสัตว์ที่ค้นพบใหม่ในโลก รวมทั้งสถานที่และสิ่งต่างๆ เป็นจำนวนมาก เพื่อเป็นการเฉลิมพระเกียรติและเป็นสิริมงคลสืบไป

เนื่องในโอกาสวันคล้ายวันพระราชสมภพ สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ในวันที่ 2 เมษายน 2568 ขอน้อมเกล้าฯ ถวายพระพร ขอทรงพระเกษมสำราญ ทรงมีพระพลานามัยแข็งแรง เป็นมิ่งขวัญของปวงชนชาวไทยตลอดกาลนานเทอญ