ทรัมป์เผยเรื่องที่จะฝืนรัฐธรรมนูญเป็นปธน.สมัยที่ 3 ไม่ใช่เรื่องล้อเล่น เพราะมันมีวิธีอยู่

ทรัมป์เผยเรื่องที่จะฝืนรัฐธรรมนูญเป็นปธน.สมัยที่ 3 ไม่ใช่เรื่องล้อเล่น เพราะมันมีวิธีอยู่

1 เม.ย. 2568 09:56 น.

ทรัมป์เผยเรื่องที่จะฝืนรัฐธรรมนูญเป็นปธน.สมัยที่ 3 ไม่ใช่เรื่องล้อเล่น เพราะมันมีวิธีอยู่

โดนัลด์ ทรัมป์ ส่งสัญญาณอีกครั้งว่าอาจลงสมัครรับเลือกตั้งเป็นประธานาธิบดีสมัยที่ 3 แม้รัฐธรรมนูญสหรัฐฯ จะกำหนดให้ดำรงตำแหน่งได้เพียงสองสมัย แต่บอกว่ามันมีวิธีที่จะทำได้

วันที่ 31 มีนาคม 2568 นายโดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐฯ วัย 78 ปี จุดกระแสความเป็นไปได้ในการลงสมัครชิงตำแหน่งประธานาธิบดีอีกครั้ง เป็นสมัยที่ 3 โดยระบุว่ามีหลายคนสนับสนุนให้เขาลงสมัคร แม้รัฐธรรมนูญจะกำหนดให้ประธานาธิบดีดำรงตำแหน่งได้ไม่เกิน 2 สมัยก็ตาม

ทรัมป์กล่าวว่าแนวคิดที่จะลงสมัครเป็นประธานาธิบดีสมัยที่ 3 ไม่ใช่เรื่องล้อเล่น พร้อมกล่าวว่า มันมีวิธีการที่สามารถทำได้ แต่อย่างไรก็ตามทรัมป์ไม่ได้ให้รายละเอียดเพิ่มเติม เขายืนยันว่า มีคนจำนวนมากต้องการให้ทำเรื่องนี้ แต่ยอมรับว่าการแก้ไขรัฐธรรมนูญเพื่อให้เขาลงสมัครได้อีกครั้งไม่ใช่เรื่องง่าย เนื่องจากต้องได้รับเสียงสนับสนุน 2 ใน 3 จากทั้งสภาผู้แทนราษฎรและวุฒิสภา ซึ่งพรรครีพับลิกันของเขายังไม่มีเสียงข้างมากเพียงพอ อย่างไรก็ตาม ทรัมป์กล่าวว่ายังมีเวลาอีกเกือบ 4 ปี ซึ่งเป็นเวลาที่ยาวนาน แต่ถึงอย่างนั้น หลายคนบอกว่าเขาต้องลงสมัครอีก เพราะชื่นชอบงานที่เขาทำ

เมื่อถูกผู้สื่อข่าวถามว่า เขาจะใช้วิธีใดหากไม่สามารถแก้ไขรัฐธรรมนูญผ่านสภาคองเกรส ทรัมป์กล่าวว่ามีหลายแนวทาง โดยหนึ่งในนั้นคือให้รองประธานาธิบดี เจ.ดี. แวนซ์ ลงสมัครชิงตำแหน่งแทน จากนั้นลาออกเพื่อให้เขากลับมาดำรงตำแหน่งอีกครั้ง อย่างไรก็ตาม ทรัมป์ปฏิเสธที่จะให้รายละเอียดเกี่ยวกับแผนอื่นๆ ที่เขามีในใจ

ทั้งนี้ หากทรัมป์ต้องการเปลี่ยนแปลงรัฐธรรมนูญผ่านช่องทางอื่น เขาจะต้องได้รับการสนับสนุนจาก 2ใน 3 ของทั้ง 50 รัฐของสหรัฐฯ เพื่อจัดการประชุมแก้ไขรัฐธรรมนูญ และจากนั้นต้องได้รับการให้สัตยาบันจาก 3 ใน 4 ของทุกรัฐ ซึ่งถือเป็นกระบวนการที่ซับซ้อนและแทบเป็นไปไม่ได้ภายใต้สภาพการเมืองปัจจุบัน.

ญี่ปุ่นประเมินหากเกิดมหาแผ่นดินไหว อาจคร่าชีวิต 300,000 คน เศรษฐกิจเสียหาย 1.8 ล้านล้านเยน

ญี่ปุ่นประเมินหากเกิดมหาแผ่นดินไหว อาจคร่าชีวิต 300,000 คน เศรษฐกิจเสียหาย 1.8 ล้านล้านเยน

1 เม.ย. 2568 09:06 น.

ญี่ปุ่นประเมินหากเกิดมหาแผ่นดินไหว อาจคร่าชีวิต 300,000 คน เศรษฐกิจเสียหาย 1.8 ล้านล้านเยน

ญี่ปุ่นประเมินความเสียหายจากมหาแผ่นดินไหวใหญ่ ภายใน 30 ปีนี้ อาจสูงถึง 1.8 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐฯ คร่าชีวิตประชาชน 300,000 คน

รายงานของสำนักงานคณะรัฐมนตรีระบุว่า ญี่ปุ่นอาจได้รับความเสียหายสูงถึง 1.81 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐฯ หรือราว 61ล้านล้านบาท หากเกิดแผ่นดินไหวขนาดมหึมานอกชายฝั่งมหาสมุทรแปซิฟิก ซึ่งอาจก่อให้เกิดสึนามิที่รุนแรง การพังถล่มของอาคารหลายร้อยแห่ง และทำให้มีผู้เสียชีวิตมากถึง 300,000 คน ภายในช่วง 30 ปีนี้

ขณะที่มูลค่าความเสียหายที่คาดการณ์ไว้สูงถึง 270.3 ล้านล้านเยน หรือเกือบครึ่งหนึ่งของผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศของญี่ปุ่น ซึ่งเพิ่มขึ้นอย่างมากจากตัวเลขประเมินก่อนหน้านี้ที่ 214.2 ล้านล้านเยน เนื่องจากปัจจัยด้านเงินเฟ้อและข้อมูลภูมิประเทศใหม่ที่ขยายขอบเขตพื้นที่ที่อาจถูกน้ำท่วม

ญี่ปุ่นเป็นหนึ่งในประเทศที่เกิดแผ่นดินไหวบ่อยที่สุดในโลก และรัฐบาลประเมินว่ามีโอกาส 80% ที่จะเกิดแผ่นดินไหวขนาด 8 ถึง 9 ริกเตอร์ตามแนวรอยเลื่อนใต้ทะเลที่เรียกว่า “ร่องลึกนันไก” (Nankai Trough)

ในกรณีที่เลวร้ายที่สุด หากเกิดแผ่นดินไหวขนาด 9.0 ตามแนวร่องลึกนี้ ญี่ปุ่นอาจต้องอพยพประชาชน 1.23 ล้านคน หรือประมาณ 10% ของประชากรทั้งหมด และอาจมีผู้เสียชีวิตมากถึง 298,000 คน จากสึนามิและการถล่มของอาคาร หากเกิดแผ่นดินไหวในช่วงกลางดึกของฤดูหนาว

แนวรอยเลื่อนร่องลึกนันไก ตั้งอยู่บริเวณชายฝั่งมหาสมุทรแปซิฟิกทางตะวันตกเฉียงใต้ของญี่ปุ่น มีความยาวประมาณ 900 กิโลเมตร โดยแผ่นเปลือกโลกฟิลิปปินส์กำลังมุดตัวลงใต้แผ่นเปลือกโลกยูเรเชีย การสะสมพลังงานของเปลือกโลกบริเวณนี้อาจนำไปสู่แผ่นดินไหวขนาดใหญ่ทุก 100 – 150 ปี

เมื่อปีที่แล้ว ญี่ปุ่นได้ออกคำเตือนเกี่ยวกับแผ่นดินไหวขนาดใหญ่เป็นครั้งแรก โดยระบุว่ามีโอกาสค่อนข้างสูงที่จะเกิดแผ่นดินไหวขนาด 9.0 ในร่องลึกนันไก หลังจากเกิดแผ่นดินไหวขนาด 7.1 บริเวณขอบของร่องลึกดังกล่าว

ทั้งนี้ แผ่นดินไหวขนาด 9.0 ในปี 2011 ที่เกิดขึ้นบริเวณภาคตะวันออกเฉียงเหนือของญี่ปุ่น ได้ก่อให้เกิดสึนามิรุนแรงและนำไปสู่ภัยพิบัติโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ฟุกุชิมะ ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตมากกว่า 15,000 คน

ตามการเปิดเผยของรัฐบาลญี่ปุ่นก่อนหน้านี้ระบุว่า ในช่วง 1,400 ปีที่ผ่านมา มหาแผ่นดินไหวบริเวณร่องลึกนันไก เกิดขึ้นทุกๆ 100-200 ปี และครั้งล่าสุดที่เกิดขึ้นคือปี 2489 หรือ 79 ปีก่อน

ขณะที่เลขาธิการคณะกรรมการวิจัยแผ่นดินไหวบอกกับสำนักข่าวเอเอฟพีว่า ผ่านไป 79 ปีแล้วนับตั้งแต่เกิดแผ่นดินไหวใหญ่ครั้งก่อน และความเป็นไปได้ที่จะเกิดแผ่นดินไหวอีกครั้งกำลังเพิ่มขึ้นทุกปี ปีละ 1 เปอร์เซ็นต์.

ที่มา : channelnewsasia

คลิกอ่านข่าวเกี่ยวกับ แผ่นดินไหว

ทำได้หรือไม่ ทรัมป์เป็น ปธน.สมัยที่ 3 ในอดีตเคยมี 1 คนทำแล้ว

ทำได้หรือไม่ ทรัมป์เป็น ปธน.สมัยที่ 3 ในอดีตเคยมี 1 คนทำแล้ว

1 เม.ย. 2568 08:00 น.

ทำได้หรือไม่ ทรัมป์เป็น ปธน.สมัยที่ 3 ในอดีตเคยมี 1 คนทำแล้ว

  • โดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐฯ ยืนยันว่าเขา “ไม่ได้ล้อเล่น” ที่บอกว่าจะหาทางเป็นประธานาธิบดีสมัยที่ 3 ท่ามกลางคำถามมากมายว่า เขาสามารถทำได้จริงหรือไม่
  • ในอดีต สหรัฐฯ เคยมีประธานาธิบดีที่ดำรงตำแหน่งถึง 4 สมัยมาแล้ว แต่นั่นก็กลายเป็นจุดเริ่มต้นของการแก้รัฐธรรมนูญ เพื่อจำกัดวาระการดำรงตำแหน่งประธานาธิบดีของสหรัฐฯ
  • นายทรัมป์อ้างว่า เขามีหลายวิธีที่อาจทำให้เขาสามารถดำรงตำแหน่งได้อีกสมัย แม้จะดูเหมือนว่าข้อกำหนดในรัฐธรรมนูญจะปิดประตูทั้งหมดของเขาแล้วก็ตาม

โดนัลด์ ทรัมป์ ยืนยันข่าวลือที่ว่าเขาอาจหาทางลงสมัครชิงตำแหน่งประธานาธิบดีเป็นสมัยที่ 3 ทั้งที่รัฐธรรมนูญห้ามเอาไว้ โดยเขาบอกกับเอ็นบีซีนิวส์เมื่อวันอาทิตย์ว่าเขา “ไม่ได้ล้อเล่น”

“คนมากมายต้องการให้ผมทำ” นายทรัมป์กล่าวในการให้สัมภาษณ์ทางโทรศัพท์ “แต่ผมหมายถึง ผมก็แค่บอกพวกเขาว่า เรายังมีทางให้เดินอีกยาวไกล คุณรู้มั้ย นี่มันเพิ่งช่วงต้นของการบริหารเอง”

ภายใต้รัฐธรรมนูญสหรัฐฯ ฉบับแก้ไขครั้งที่ 22 ไม่มีผู้ใดสามารถได้รับเลือกเป็นประธานาธิบดีได้เกิน 2 สมัย ซึ่งดูเหมือนจะเป็นการปิดประตูของนายทรัมป์ แต่เขาระบุว่ามีหลายวิธีที่อาจทำได้โดยยังไม่แจกแจงใดๆ

ในอดีตสหรัฐฯ เคยมีประธานาธิบดีที่ดำรงตำแหน่งเกิน 2 สมัยเพียงแค่ 1 คนเท่านั้น เขาเป็นใครและทำได้อย่างไร?

ภาพของ อดีตประธานาธิบดี แฟรงคลิน เดลาโน รูสเวลต์ แขวนอยู่ในห้องทำงานของผู้นำเสียงข้างมากแห่งวุฒิสภาสหรัฐฯ
ภาพของ อดีตประธานาธิบดี แฟรงคลิน เดลาโน รูสเวลต์ แขวนอยู่ในห้องทำงานของผู้นำเสียงข้างมากแห่งวุฒิสภาสหรัฐฯ

คนเดียวที่เคยเป็น ปธน.สหรัฐฯ เกิน 2 สมัย

การลาออกจากตำแหน่งของนาย จอร์จ วอชิงตัน ประธานาธิบดีคนแรกของสหรัฐฯ หลังจากเขาดำรงตำแหน่งครบ 2 สมัย ทำให้เกิดธรรมเนียมปฏิบัติอย่างไม่เป็นทางการ ให้ประธานาธิบดีในอนาคตอยู่ในตำแหน่งได้ไม่เกิน 2 สมัยเช่นกัน

แต่มันไม่ใช่ข้อบังคับ และประธานาธิบดี แฟรงคลิน ดี. รูสเวลต์ ก็เป็นคนแรกและคนเดียวที่แหวกธรรมเนียมปฏิบัตินั้น โดยเข้าได้รับการเลือกตั้งเป็นประธานาธิบดีสมัยที่ 3 ในช่วงที่ประเทศกำลังฟื้นตัวจากการภาวะเศรษฐกิจตกต่ำครั้งใหญ่ ซึ่งเป็นช่วงเดียวกับที่สงครามโลกครั้งที่ 2 เริ่มขึ้น

หลังจากนำพาประเทศผ่านสงครามโลกมาได้ รูสเวลต์ก็ได้รับเลือกเป็นประธานาธิบดีสมัยที่ 4 ในปี 2487 แต่เขาถึงแก่อสัญกรรมในปีต่อมา

หลังจากนายรูสเวลต์จากไปได้ราว 2 ปี สภาผู้แทนราษฎรก็เริ่มผลักดันการแก้ไขรัฐธรรมนูญ เพื่อจำกัดไม่ให้คน 1 คน เป็นประธานาธิบดีเกิน 2 สมัย โดยกระบวนการเสร็จสิ้นในปี 2494 และกลายมาเป็นรัฐธรรมนูญฉบับแก้ไขครั้งที่ 22 ในปัจจุบัน

ทรัมป์เป็น ปธน.สมัย 3 ได้หรือไม่?

หากสหรัฐฯ ยังอยู่ภายใต้รัฐธรรมนูญฉบับปัจจุบัน คำตอบคือ “ทำไม่ได้”

การแก้ไขรัฐธรรมนูญของสหรัฐฯ นั้น ทำได้ยากและไม่ค่อยเกิดขึ้นนัก โดยกระบวนการนี้ต้องได้รับความเห็นชอบจากสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรกับวุฒิสภาถึง 2 ใน 3 ส่วน ขณะที่ระดับรัฐก็สามารถเรียกร้องให้แก้รัฐธรรมนูญได้ แต่ต้องใช้เสียง 2 ใน 3 จากสภานิติบัญญัติของรัฐเพื่อเรียกประชุมรัฐธรรมนูญ และต้องการเสียง 3 ใน 4 เพื่อให้สัตยาบัน

อย่างไรก็ตาม นายทรัมป์ยืนยันว่า หนึ่งในวิธีที่เขาจะได้เป็นผู้นำสหรัฐฯ อีกสมัยคือ ให้รองประธานาธิบดีอย่าง เจดี แวนซ์ ลงชิงตำแหน่งให้สำเร็จแล้วจากนั้นก็ยกตำแหน่งประธานาธิบดีให้แก่เขา

นายทรัมป์บอกด้วยว่ายังมีวิธีอื่นอีก แต่เมื่อนักข่าวถามว่าบอกได้หรือไม่ว่าคือวิธีอะไร นายทรัมป์ก็ตอบว่า “ไม่ได้” และขอตั้งสมาธิกับวาระการดำรงตำแหน่งสมัยปัจจุบันมากกว่า “เรายังมีเวลาอีกนาน เรามีอีกเกือบ 4 ปี และนั่นมันยาวนาน แต่ถึงอย่างนั้นก็มีหลายคนมากๆ บอกว่า ‘คุณต้องลงสมัครอีกนะ’”

อย่างไรก็ตาม นักวิเคราะห์มองว่า แผนการรับตำแหน่งประธานาธิบดีจาก เจดี แวนซ์ ไม่มีทางเกิดขึ้นจริง เพราะรัฐธรรมนูญฉบับแก้ไขครั้งที่ 12 กำหนดไว้ว่า ผู้ที่ไม่สามารถลงสมัครชิงตำแหน่งประธานาธิบดี ก็จะไม่สามารถชิงตำแหน่งรองประธานาธิบดีได้เช่นกัน

ทำได้หรือไม่ ทรัมป์เป็น ปธน.สมัยที่ 3 ในอดีตเคยมี 1 คนทำแล้ว

ทรัมป์คะแนนนิยมสูง?

เมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา นายทรัมป์ออกมาอ้างว่า ชาวอเมริกันจะเห็นด้วยที่เขาจะเป็นประธานาธิบดีสมัยที่ 3 เพราะความนิยมของเขา ซึ่งมากกว่าประธานาธิบดีรีพับลิกันคนใดในรอบ 100 ปีที่ผ่านมา

อย่างไรก็ตาม คำพูดดังกล่าวไม่ตรงกับความจริง ข้อมูลจาก “Gallup” ชี้ว่านับตั้งแต่รับตำแหน่งประธานาธิบดีสมัยที่ 2 นายทรัมป์มีคะแนนนิยมสูงสุดที่ 47% เท่านั้น ขณะที่ประธานาธิบดีรีพับลิกันคนอื่นอย่าง จอร์จ ดับเบิลยู บุช เคยมีความนิยมพุ่งถึง 90% หลังเกิดวินาศกรรมเวิลด์เทรดเซ็นเตอร์ ขณะที่จอร์จ บุช ผู้พ่อก็มีคะแนนนิยมถึง 89% ตอนเกิดสงครามอ่าว

นักวิเคราะห์หลายคนรวมถึงนาย เดเรค มุลเลอร์ ศาสตราจารย์ด้านกฎหมายเลือกตั้งจาก นอเทรอดาม เชื่อว่าไม่น่าจะมีวิธีการพิสดารใดๆ ที่จะสามารถหลบเลี่ยงข้อจำกัดด้านวาระการดำรงตำแหน่งประธานาธิบดีได้ และที่นายทรัมป์พูดถึงการเป็นประธานาธิบดีสมัยที่ 3 ก็อาจเป็นเพียงการทำเพื่อแสดงความเข้มแข็งให้เห็นมากที่สุดเท่านั้น


ผู้เขียน : ทิตชนม์ สว่างศรี

ที่มา : usatoday , fox5ny

ทหารสหรัฐฯ 3 นายสูญหายในลิทัวเนีย ถูกพบเป็นศพภายในบึงโคลน

ทหารสหรัฐฯ 3 นายสูญหายในลิทัวเนีย ถูกพบเป็นศพภายในบึงโคลน

1 เม.ย. 2568 05:17 น.

ทหารสหรัฐฯ 3 นายสูญหายในลิทัวเนีย ถูกพบเป็นศพภายในบึงโคลน

ทีมค้นหาและกู้ภัยพบศพทหารสหรัฐฯ 3 คนที่หายไปในประเทศลิทัวเนียแล้ว โดยพบร่างอยู่ในบึงโคลนแห่งหนึ่ง ไม่กี่วันหลังพบรถหุ้มเกราะจมอยู่ใต้บึง

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานเมื่อ 31 มี.ค. 2568 ว่า ศพของทหารสหรัฐฯ 3 นายที่หายตัวไปขณะดำเนินการฝึกซ้อมทางทหารในลิทัวเนียเมื่อ 6 วันก่อน ถูกพบอยู่ภายในบึงโคลนแห่งหนึ่ง ใกล้กับเมืองพาบราเด (Pabradė) ขณะที่ทีมกู้ภัยกำลังค้นหาทหารคนที่ 4 ที่ยังหายสาบสูญ

แถลงการณ์ของกองทัพสหรัฐฯ ระบุว่า ภารกิจค้นหาและกู้ภัยอันซับซ้อนนี้อาศัยความร่วมมือระหว่างกองทัพบกและกองทัพเรือสหรัฐฯ ร่วมกับกองทัพของประเทศลิทัวเนียและโปแลนด์ และต้องใช้ทรัพยากรมหาศาล

ทั้งนี้ ทหารทั้ง 4 นายหายตัวไปเมื่อช่วงเช้าวันที่ 25 มี.ค. ขณะฝึกซ้อมโดยใช้รถหุ้มเกราะขนาดใหญ่ “M88A2 เฮอร์คิวลีส” ซึ่งถูกออกแบบมาเพื่อเก็บกู้รถถังหรือยานพาหนะอื่นๆ ที่ได้รับความเสียหายในสมรภูมิ โดยพวกเขากำลังทำภารกิจซ่อมแซมและลากจูงยานพาหนะที่เคลื่อนไหวไม่ได้ ก่อนจะหายสาบสูญไป

ต่อมาในช่วงเช้าวันที่ 26 มี.ค. 2568 รถหุ้มเกราะของทหารกลุ่มนี้ก็ถูกพบจมอยู่ภายในบึงใกล้พรมแดนประเทศเบลารุส และการเก็บกู้รถคันนี้ก็เป็นภารกิจที่ยากลำบาก นักประดาน้ำของกองทัพเรือสหรัฐฯ ต้องดำฝ่าโคลนลงไปใช้ตาขอผูกสายเคเบิลเกี่ยวกับรถโดยที่ทัศนวิสัยเป็นศูนย์

เจ้าหน้าที่ใช้ยาน M88A2 เฮอร์คิวลีส อีกคันในการลากรถที่จมอยู่ขึ้นมา แต่รถคันที่สองกลับเริ่มมีท่าทีจะสไลด์ลงไปในบึงด้วย เจ้าหน้าที่จึงต้องนำรถแทรกเตอร์หลายคันมาช่วย นอกจากนั้นยังมีผู้เชี่ยวชาญกับเครื่องกลหนักอื่นๆ เช่น เครื่องเจาะกับปั๊มน้ำ ถูกนำมาใช้ในปฏิบัติการด้วย โดยเจ้าหน้าที่ต้องขุดดินไปหลายร้อยตัน

อนึ่ง ทหารสหรัฐฯ ที่ประสบเหตุถูกส่งเข้าไปในลิทัวเนีย โดยเป็นส่วนหนึ่งของปฏิบัติการ “โอเปอเรชัน แอตแลนติก รีโซล์ฟ” (Operation Atlantic Resolve) เพื่อตอบสนองต่อการรุกรานยูเครนของรัสเซีย โดยฐานหลักของพวกเขาอยู่ที่ฐานทัพ ฟอร์ต สจ๊วต ในรัฐจอร์เจีย ของสหรัฐ

ตอนนี้ กองทัพสหรัฐฯ กับเจ้าหน้าที่ของลิทัวเนีย กำลังสืบสวนหาสาเหตุของอุบัติเหตุในครั้งนี้

ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign

ที่มา : bbc

มารีน เลอ เปน ผู้นำฝ่ายขวาจัดฝรั่งเศส ถูกตัดสินจำคุก-ตัดสิทธิ์การเมือง คดียักยอกเงิน

มารีน เลอ เปน ผู้นำฝ่ายขวาจัดฝรั่งเศส ถูกตัดสินจำคุก-ตัดสิทธิ์การเมือง คดียักยอกเงิน

1 เม.ย. 2568 03:27 น.

มารีน เลอ เปน ผู้นำฝ่ายขวาจัดฝรั่งเศส ถูกตัดสินจำคุก-ตัดสิทธิ์การเมือง คดียักยอกเงิน

มารีน เลอ เปน ผู้นำฝ่ายขวาจัดของฝรั่งเศส ถูกศาลตัดสินจำคุก 4 ปี และห้ามดำรงตำแหน่งทางการเมืองอีก 5 ปี ส่อหมดสิทธิ์เลือกตั้งประธานาธิบดีครั้งหน้า

เมื่อวันจันทร์ที่ 31 มี.ค. 2568 ศาลฝรั่งเศสมีคำพิพากษาให้จำคุก นางมารีน เลอ เปน ผู้นำฝ่ายขวาจัดของฝรั่งเศสเป็นเวลา 4 ปี ห้ามดำรงตำแหน่งทางการเมืองเป็นเวลา 5 ปี และปรับเงินอีก 100,000 ยูโร หลังจากเธอถูกตัดสินว่ามีความผิดจริงฐานยักยอกเงินกองทุนของสหภาพยุโรป

จนถึงสัปดาห์นี้ นางเลอ เปน เป็นผู้ที่ถูกมองว่ามีโอกาสคว้าชัยชนะในการเลือกตั้งประธานาธิบดีฝรั่งเศสครั้งต่อไป ซึ่งจะเกิดขึ้นในปี 2570 มากที่สุด จนกระทั่งศาลมีคำตัดสินดังกล่าว โดยระหว่างอ่านคำพิพากษา ศาลระบุว่า ความผิดที่นางเลอ เปน ก่อ นั้น เป็นเหตุผลอันสมควรให้ต้องห้ามเธอดำรงตำแหน่งทางการเมืองในทันที

ด้านทนายความของนางเลอ เปน กล่าวว่า ลูกความของเขาจะยื่นอุทธรณ์คัดค้านคำตัดสินของศาล อย่างไรก็ตาม เธอจะยังถูกตัดสิทธิ์ทางการเมืองในระหว่างกระบวนการ และอาจไม่ทันการเลือกตั้งประธานาธิบดีในปี 2570 เนื่องจากการอุทธรณ์ในฝรั่งเศสมักใช้เวลาหลายปีกว่าจะได้ข้อสรุป และไม่มีอะไรรับประกันว่าศาลจะตัดสินเป็นประโยชน์กับเธอด้วย

นอกจากนั้น นางเลอ เปน ยังถูกตัดสินจำคุก 4 ปีด้วย โดย 2 ปีนั้นเป็นการกักบริเวณในบ้าน ส่วนอีก 2 ปีรอลงอาญา

นางเลอ เปน บอกกับ TF1 สถานีโทรทัศน์ฝรั่งเศสว่า คำตัดสินของศาลมีแรงจูงใจทางการเมือง และมีเป้าหมายเพื่อกันไม่ให้เธอเข้าร่วมการชิงตำแหน่งผู้นำฝรั่งเศส นางเลอ เปน เสริมด้วยว่า ชาวฝรั่งเศสหลายล้านคนรู้สึกโกรธกับคำตัดสิน และว่าคำตัดสินนี้ละเมิดกฎหมาย

ทั้งนี้ การพิจารณาคดี 9 สัปดาห์ของนางเลอ เปน เริ่มขึ้นเมื่อเดือนพฤศจิกายน 2567 หลังจากดำเนินการสืบสวนมานานนับสิบปี โดยนางเลอ เปน กับจำเลยคนอื่นๆ อีก 24 คนจากพรรค “เนชันนัล แรลลี” (RN) ของเธอ ถูกกล่าวหาว่า ใช้เงินมากกว่า 3 ล้านยูโรจากกองทุนรัฐสภายุโรปอย่างไม่ถูกต้อง เพื่อนำไปจ่ายเจ้าหน้าที่ของพรรคระหว่างปี 2547-2559 ซึ่งละเมิดข้อบังคับของสหภาพยุโรป

ในการอ่านคำตัดสินเมื่อวันจันทร์ ผู้พิพากษา เบเนดิกต์ เดอ แปร์ตุย กล่าวว่า นางเลอ เปน คือหัวใจของแผนการนี้ จำเลยเหล่านี้ที่จริงทำงานให้แก่พรรค RN และสมาชิกสภา EU ของพวกเขาก็ไม่ได้มอบหมายงานอะไรให้พวกเขาทำเลย ผลการสืบสวนพบด้วยว่า ไม่มีการบริหารจัดการที่ผิดพลาด แต่การยักยอกเกิดขึ้นเพื่อลดค่าใช้จ่ายของพรรค

ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign

ที่มา : nbcnews

รัสเซียยืนยันยังทำงานร่วมกับสหรัฐฯ หลังทรัมป์บอกโกรธปูตินเรื่องยูเครน

รัสเซียยืนยันยังทำงานร่วมกับสหรัฐฯ หลังทรัมป์บอกโกรธปูตินเรื่องยูเครน

1 เม.ย. 2568 01:59 น.

รัสเซียยืนยันยังทำงานร่วมกับสหรัฐฯ หลังทรัมป์บอกโกรธปูตินเรื่องยูเครน

รัฐบาลรัสเซียยืนยันยังทำงานร่วมกับสหรัฐฯ ต่อไป หลังจากโดนัลด์ ทรัมป์ ออกมาเปิดเผยว่าเขาโกรธนายปูตินมากเรื่องยูเครน

เมื่อ 31 มี.ค. 2568 รัฐบาลเครมลินออกมาพูดถึงกรณีที่โดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐฯ บอกว่าโกรธนายวลาดิเมียร์ ปูตินมากที่ไม่ให้ความร่วมมือในการเจรจายุติสงครามในยูเครนเป็นครั้งแรก โดยระบุว่ารัสเซียจะยังคงทำงานร่วมกับสหรัฐฯ ต่อไป

รัฐบาลเครมลินพยายามลดความตึงเครียดระหว่างผู้นำทั้งสองคนลงโดยระบุว่า “เราจะทำงานร่วมกับฝ่ายสหรัฐฯ ต่อไป โดยอย่างแรกคือเรื่องการสร้างความสัมพันธ์ระหว่างกัน” นายดีมิทรี เปสคอฟ โฆษกรัฐบาลรัสเซียกล่าว และเสริมว่านายทรัมป์กับนายปูตินไม่มีแผนจะโทรศัพท์คุยกันในสัปดาห์นี้ แต่นายปูตินพร้อมคุยหากจำเป็น

ทั้งนี้ คำพูดของนายเปสคอฟเกิดขึ้นหลังจากโดนัลด์ ทรัมป์ บอกกับสำนักข่าวเอ็นบีซี นิวส์ ในวันอาทิตย์ (30 มี.ค.) ว่าเขาโกรธนายปูตินที่โจมตีความน่าเชื่อถือของนายโวโลดีเมียร์ เซเลนสกี ผู้นำยูเครน และขู่จะตั้งกำแพงภาษีประเทศที่ซื้อน้ำมันจากรัสเซียในอัตราสูงถึง 50% หากข้อตกลงหยุดยิงไม่เกิดขึ้น

นี่นับเป็นการเปลี่ยนท่าทีที่นายทรัมป์มีต่อนายปูตินอย่างสิ้นเชิง หลังจากในช่วงหลายสัปดาห์ที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่สหรัฐฯ กับรัสเซียพยายามเจรจาเพื่อหาทางบรรลุข้อตกลงเพื่อยุติสงครามในยูเครน ซึ่งในระหว่างนั้น นายทรัมป์มักกล่าวโจมตีผู้นำยูเครนอย่างนายเซเลนสกี ไม่ใช่นายปูติน

แต่ความไม่พอใจของนายทรัมป์ปะทุขึ้นเมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา หลังจากนายปูตินเปรยเรื่องการตั้งรัฐบาลชั่วคราวในยูเครน ภายใต้การสนับสนุนขององค์การสหประชาชาติ เพื่อหาประธานาธิบดีคนใหม่แทนนายเซเลนสกี ซึ่งนายทรัมป์ไม่เห็นด้วยและบอกกับเอ็นบีซี นิวส์ ว่าการเปลี่ยนผู้นำใหม่หมายความว่าจะไม่มีข้อตกลงระยะยาว

ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign

ที่มา : bbc

เกิดระเบิดในเหมืองสเปน ดับ 5 ศพ เจ็บอีก 4 คน คาดเครื่องจักรมีปัญหา

เกิดระเบิดในเหมืองสเปน ดับ 5 ศพ เจ็บอีก 4 คน คาดเครื่องจักรมีปัญหา

31 มี.ค. 2568 23:52 น.

เกิดระเบิดในเหมืองสเปน ดับ 5 ศพ เจ็บอีก 4 คน คาดเครื่องจักรมีปัญหา

เกิดระเบิดที่เหมืองแร่ในประเทศสเปน ทำให้มีคนงานเสียชีวิตแล้ว 5 ศพ บาดเจ็บอีก 4 ราย คาดเป็นผลจากเครื่องจักรมีปัญหา

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า เกิดเหตุระเบิดที่เหมือง “เซร์เรโด” ในเมืองเดกานญา ของแคว้นปกครองตนเอง อัสตูเรียส ประเทศสเปน เมื่อเวลาประมาณ 9.30 น. วันจันทร์ที่ 31 มี.ค. 2568 เป็นเหตุให้มีผู้เสียชีวิตแล้วอย่างน้อย 5 ศพ บาดเจ็บอีก 4 ราย โดยก่อนหน้านี้มีผู้สูญหายด้วย 2 คน แต่พบตัวแล้วในช่วงบ่าย

เบื้องต้นยังไม่มีการยืนยันว่าอะไรเป็นสาเหตุของการระเบิด แต่หน่วยฉุกเฉินระบุว่า พวกเขาได้รับแจ้งเหตุเกี่ยวกับปัญหาเครื่องจักรในเหมืองขัดข้อง ก่อนจะเกิดการระเบิด

หลังเกิดเหตุ เจ้าหน้าที่หน่วยกู้ภัยกับหน่วยดับเพลิง รวมถึงหน่วยสุนัขดมกลิ่น เคไนน์ ถูกส่งไปยังที่เกิดเหตุเพื่อช่วยเหลือผู้ประสบภัย ซึ่งเจ้าหน้าที่พบผู้เสียชีวิต 5 ศพ ทั้งหมดมีอายุระหว่าง 32-54 ปี เป็นชาวจังหวัดเลออน ทางตะวันตกเฉียงเหนือของสเปน ส่วนผู้บาดเจ็บถูกนำตัวส่งโรงพยาบาลท้องถิ่นแล้ว

สื่อท้องถิ่นอย่าง เอบีซี เอสปันญา รายงานว่า เหมืองแห่งนี้เคยเป็นเหมืองขนาดใหญ่ก่อนจะปิดทำการในปี 2561 แต่เปิดให้บริษัทเอกชนทำสัญญาเข้าขุดเหมืองเป็นช่วงๆ เพื่อสกัดแร่แอนทราไซต์ ซึ่งทางการแคว้นอัสตูเรียสยืนยันว่า คนงานเหมืองที่ประสบเหตุได้รับอนุญาตอย่างถูกต้อง แต่ยังไม่ทราบแน่ชัดว่าขณะเกิดเหตุมีคนงานอยู่กี่ราย

ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign

ที่มา : bbc

เหยื่อแผ่นดินไหวพม่าพุ่ง 2,000 ศพ โรงพยาบาลรองรับคนเจ็บไม่ไหว

เหยื่อแผ่นดินไหวพม่าพุ่ง 2,000 ศพ โรงพยาบาลรองรับคนเจ็บไม่ไหว

31 มี.ค. 2568 22:00 น.

เหยื่อแผ่นดินไหวพม่าพุ่ง 2,000 ศพ โรงพยาบาลรองรับคนเจ็บไม่ไหว

จำนวนผู้เสียชีวิตในเมียนมาจากเหตุแผ่นดินไหวรุนแรงเมื่อสัปดาห์ก่อน เพิ่มขึ้นจนเกิน 2,000 ศพแล้ว ขณะที่โรงพยาบาลเริ่มรับมือกับผู้บาดเจ็บจำนวนมากไม่ไหว

รัฐบาลทหารเมียนมาเปิดเผยในวันจันทร์ที่ 31 มี.ค. 2568 ว่า จำนวนผู้เสียชีวิตจากเหตุแผ่นดินไหวรุนแรงเมื่อสัปดาห์ก่อน เพิ่มขึ้นเป็นอย่างน้อย 2,056 ศพแล้ว มีผู้ได้รับบาดเจ็บมากกว่า 3,900 ราย และยังมีผู้สูญหายอีก 270 คน โดยรัฐบาลประกาศให้มีการไว้อาลัยและลดธงลงครึ่งเสาเป็นเวลา 7 วัน

แผ่นดินไหวดังกล่าวมีความรุนแรงระดับ 7.7 แมกนิจูด เกิดขึ้นในเวลาประมาณ 12.50 น. ของวันศุกร์ที่ 28 มี.ค. 2568 จุดศูนย์กลางแผ่นดินไหวอยู่ใกล้ภาคมัณฑะเลย์ และลึกลงไปใต้ดินเพียง 10 ม. ส่งแรงสั่นสะเทือนไปทั่วประเทศเมียนมา และในประเทศข้างเคียงอย่าง ไทย, อินเดีย และจีน

น.ส. มาร์กาเร็ต แฮร์ริส จากองค์การอนามัยโลก (WHO) ระบุว่า แผ่นดินไหวทำให้โรงพยาบาลหลายแห่งในเมียนมาได้รับความเสียหาย โดยอย่างน้อย 3 แห่งไม่สามารถให้บริการได้อย่างสิ้นเชิง ขณะที่อีก 22 แห่ง ได้รับความเสียหายบางส่วน และปฏิบัติการได้ไม่เต็มที่

โรงพยาบาลที่ยังทำงานได้ตอนนี้กำลังท่วมท้นไปด้วยผู้บาดเจ็บและเสียชีวิต นอกจากนั้น พวกเขายังต้องรับมือกับ “เงื่อนไขสมบูรณ์แบบ” ในการเกิดโรคระบาดอย่างเช่น โรคอหิวาตกโรค

สถานการณ์ในเมืองใกล้จุดศูนย์กลางแผ่นดินไหวอย่าง มัณฑะเลย์ นั้นน่าเศร้าสลด นอกจากเจ้าหน้าที่ที่กำลังพยายามช่วยเหลือผู้ที่อาจติดอยู่ใต้ซากอาคาร เตาเผาศพแห่งต่างๆ ก็กำลังท่วมท้นไปด้วยครอบครัวผู้เสียชีวิตที่นำร่างของบุคคลอันเป็นที่รักมาฌาปนกิจ

ที่ภาคสะกาย ซึ่งใกล้กับจุดศูนย์กลางแผ่นดินไหวเช่นกัน เจ้าหน้าที่กำลังเร่งให้ความช่วยเหลือครูกับนักเรียนที่ติดอยู่ใต้ซากอาคารเรียน ซึ่งพังถล่มลงมาเพราะแผ่นดินไหว โดยทีมกู้ภัยจากมาเลเซียช่วยเหลือครูใหญ่ออกมาได้แล้วในช่วงเช้าวันจันทร์ แต่ยังมีครูอีก 3 คน กับนักเรียนอีก 8 คน ที่ยังติดอยู่ใต้ซากปรักหักพัง

ด้านสำนักข่าว บีบีซี ได้รับรายงานจากชาวบ้านท้องถิ่นว่า พวกเขาเริ่มได้กลิ่นศพผู้เสียชีวิตเต็มท้องถนนแล้ว ขณะเดียวกัน ราคาถุงบรรจุศพที่ตลาดแห่งหนึ่งในนครย่างกุ้งกำลังเพิ่มสูงขึ้นจากราว 9,000 จัตต่อถุง (ราว 145 บาท) เป็น 10,000-20,000 จัตแล้ว (ราว 161-323 บาท)

ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign

ที่มา : bbc

‘อธิบดีกรมฝนหลวง’เป็นปธ.เปิดประชุมสัมมนาเชิงวิชาการ โครงการ Fonluang Sympoium 2025

'อธิบดีกรมฝนหลวง'เป็นปธ.เปิดประชุมสัมมนาเชิงวิชาการ โครงการ Fonluang Sympoium 2025

‘อธิบดีกรมฝนหลวง’เป็นปธ.เปิดประชุมสัมมนาเชิงวิชาการ โครงการ Fonluang Sympoium 2025

วันพุธ ที่ 2 เมษายน พ.ศ. 2568, 13.56 น.

เมื่อวันที่ 2 เมษายน 2568 นายราเชน ศิลปะรายะ อธิบดีกรมฝนหลวงและการบินเกษตร เป็นประธานเปิดการประชุมสัมมนาเชิงวิชาการ โครงการ Fonluang Sympoium 2025 ณ ห้องประชุมเทวกุล ชั้น 6 กรมฝนหลวงและการบินเกษตร ซึ่งจัดขึ้นเพื่อเผยแพร่ผลงานวิชาการที่เกี่ยวข้องกับด้านการดัดแปรสภาพอากาศ เพื่อเสริมสร้างความเข้มแข็งเครือข่ายนักวิจัยและนักวิชาการของกรมฝนหลวงและการบินเกษตร และส่งเสริมการนำผลงานไปใช้ประโยชน์ในการเพิ่มประสิทธิภาพการปฏิบัติงานอย่างเป็นรูปธรรม โดยดำเนินการสัมมนาในวันที่ 2, 9, 23 และ 30 เมษายน 2568 ผ่านกิจกรรมการบรรยายและการนำเสนอผลงานวิชาการจากนักวิจัย ภายใต้ยุทธศาสตร์งานวิจัย หัวข้อ 4S ได้แก่ 1 “Safety” เกี่ยวกับการปฏิบัติการฝนหลวงและดัดแปรสภาพอากาศที่ลดการปลดปล่อยคาร์บอน และเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมรวมทั้งควบคุมคุณภาพน้ำฝนหลวงให้มีความปลอดภัย 2 หัวข้อ “Security” เกี่ยวกับการเพิ่มประสิทธิภาพการปฏิบัติการฝนหลวงให้มีปริมาณและการกระจายตัวของน้ำฝน ที่เหมาะสมกับการเกษตร รวมทั้งวิจัยและพัฒนาเทคโนโลยีและนวัตกรรมดัดแปรสภาพอากาศทางเลือก 3 หัวข้อ “Seamlessness” เกี่ยวกับการพัฒนาเทคโนโลยีดิจิทัลแพลตฟอร์ม และผลักดันการนำงานวิจัยไปใช้ประโยชน์ให้เห็นผลอย่างเป็นรูปธรรม และนำเสนอบทความวิชาการ และ 4 หัวข้อ “Sustainability” เกี่ยวกับการพัฒนาบุคลากรให้มีทักษะและความเชี่ยวชาญในการปฏิบัติงาน ขยายเครือข่ายความร่วมมือทั้งระดับประเทศและนานาชาติ

รองปลัดฯเปิดงาน อบรมนักบริหารฯ พัฒนาการเกษตร สู่ผู้นำในยุคใหม่

รองปลัดฯเปิดงาน  อบรมนักบริหารฯ  พัฒนาการเกษตร  สู่ผู้นำในยุคใหม่

รองปลัดฯเปิดงาน อบรมนักบริหารฯ พัฒนาการเกษตร สู่ผู้นำในยุคใหม่

วันพุธ ที่ 2 เมษายน พ.ศ. 2568, 06.00 น.

นางอัญชลี สุวจิตตานนท์ รองปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เปิดอบรมหลักสูตรนักบริหารการพัฒนาการเกษตรและสหกรณ์ระดับสูง รุ่นที่ 89และบรรยายพิเศษหัวข้อ “การขับเคลื่อนโครงการสำคัญของกระทรวงเกษตรฯ และความคาดหวังสำหรับหลักสูตร นบส.” โดยมีผู้เกี่ยวข้อง และผู้เข้าร่วมอบรมจากหน่วยงานในกระทรวงเกษตรฯ 100 คน เข้าร่วมที่โรงแรม เอบีน่า เฮ้าส์ (Ebina House) กทม.มีวัตถุประสงค์เพื่อให้ผู้เข้ารับการฝึกอบรมพัฒนาศักยภาพ และเสริมสร้างความรู้ความเข้าใจในหลักการและเทคนิคด้านการบริหาร รวมทั้งเสริมสร้างคุณลักษณะของการเป็นผู้นำการเปลี่ยนแปลงที่มีความพร้อมด้านบริหารจัดการตามแนวทางการพัฒนาระบบราชการให้ประสบผลสำเร็จ เป็นผู้บริหารที่มีศักยภาพ เป็นผู้นำการเปลี่ยนแปลง สามารถนำความรู้ไปปฏิบัติให้เกิดผลสำเร็จอย่างเป็นรูปธรรม

นางอัญชลีกล่าวว่า มีนโยบายด้านการพัฒนาบุคลากรของกระทรวงฯ ที่ชัดเจน ในการส่งเสริมและสนับสนุนให้มีการฝึกอบรมและพัฒนาบุคลากรทุกระดับอย่างมีระบบทั่วถึงและต่อเนื่อง เพื่อให้เป็นผู้ที่มีความรู้ ความสามารถ และมีทักษะในการปฏิบัติงาน รวมทั้งความรู้เกี่ยวกับเทคโนโลยีและวิทยาการสมัยใหม่ที่มีความสำคัญต่อการปฏิบัติงานในหน้าที่ จึงจำเป็นที่นักบริหารการพัฒนาการเกษตรและสหกรณ์ จะต้องพัฒนาศักยภาพและความสามารถในการเรียนรู้ และทำความเข้าใจกับสภาพความเปลี่ยนแปลงต่างๆ ต้องก้าวตามให้ทันวิทยาการใหม่ๆที่พัฒนาอย่างรวดเร็ว และพัฒนาตนเองในการเป็นผู้บริหารยุคใหม่