‘ครม.’ยกเว้นค่าทางด่วนบูรพาวิถี-ทางพิเศษกาญจนาภิเษก (บางพลี – สุขสวัสดิ์) 11-17เม.ย.

'ครม.'ยกเว้นค่าทางด่วนบูรพาวิถี-ทางพิเศษกาญจนาภิเษก (บางพลี – สุขสวัสดิ์) 11-17เม.ย.

‘ครม.’ยกเว้นค่าทางด่วนบูรพาวิถี-ทางพิเศษกาญจนาภิเษก (บางพลี – สุขสวัสดิ์) 11-17เม.ย.

วันอังคาร ที่ 1 เมษายน พ.ศ. 2568, 16.08 น.

‘ครม.’ยกเว้นค่าทางด่วนบูรพาวิถี และทางพิเศษกาญจนาภิเษก (บางพลี – สุขสวัสดิ์) ในช่วงเทศกาลสงกรานต์ ระหว่าง 11 – 17 เม.ย.68

เมื่อวันที่ 1 เม.ย.2568 นายอนุกูล พฤกษานุศักดิ์ รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า คณะรัฐมนตรีมติรับทราบการยกเว้นค่าผ่านทางพิเศษตามประกาศกระทรวงคมนาคมกำหนดอัตราค่าผ่านทางพิเศษของทางพิเศษบูรพาวิถี และทางพิเศษกาญจนาภิเษก (บางพลี – สุขสวัสดิ์) ในช่วงเทศกาลสงกรานต์ พ.ศ. 2568  ตามที่กระทรวงคมนาคมเสนอ 

“การดำเนินการยกเว้นค่าผ่านทางพิเศษดังกล่าวในช่วงเทศกาลสงกรานต์ พ.ศ. 2568 การทางพิเศษแห่งประเทศไทยไม่มีการจัดเก็บค่าผ่านทางพิเศษของทางพิเศษบูรพาวิถี และทางพิเศษกาญจนาภิเษก (บางพลี – สุขสวัสดิ์) ในช่วงเทศกาลสงกรานต์ พ.ศ. 2568 วันที่ 11 เม.ย.2568 เวลา 00.01 นาฬิกา ถึงวันที่ 17 เม.ย.2568 เวลา 24.00 นาฬิกา รวม 7 วัน นั้น จะมีปริมาณจราจรมาใช้ทางพิเศษประมาณ 2,377,669 คัน จะทำให้การทางพิเศษแห่งประเทศไทยไม่ได้รับรายได้ประมาณ 86,128,889 บาท แต่จะได้ผลประโยชน์ตอบแทนทางด้านเศรษฐกิจประเมินเป็นมูลค่าเงินประมาณ 153,424,348 บาท  ซึ่งประกอบด้วยมูลค่าจากการประหยัดค่าใช้จ่ายจากการใช้รถ 93,664,900 บาท  และมูลค่าจากการประหยัดเวลาในการเดินทาง 59,759,448 บาท รวมเป็นเงินประมาณ 153,424,348 บาท” นายอนุกูล ระบุ

ครม.อนุมัติจ่ายเงินทดแทนการประกันชีวิตย้อนหลัง จนท.ปฏิบัติงาน จชต.

ครม.อนุมัติจ่ายเงินทดแทนการประกันชีวิตย้อนหลัง จนท.ปฏิบัติงาน จชต.

ครม.อนุมัติจ่ายเงินทดแทนการประกันชีวิตย้อนหลัง จนท.ปฏิบัติงาน จชต.

วันอังคาร ที่ 1 เมษายน พ.ศ. 2568, 16.01 น.

ครม.อนุมัติการจ่ายเงินทดแทนการประกันชีวิตย้อนหลังแก่เจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงานในจังหวัดชายแดนภาคใต้ที่เสียชีวิตหรือบาดเจ็บทุทพลภาพถึงขั้นปลดออกจากราชการ (เพิ่มเติม)
  
เมื่อวันที่ 1 เม.ย.2568 นายอนุกูล พฤกษานุศักดิ์ รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า คณะรัฐมนตรีมีมติอนุมัติการจ่ายเงินทดแทนการประกันชีวิตย้อนหลังให้แก่เจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติในจังหวัดชายแดนภาคใต้ที่เสียชีวิตหรือบาดเจ็บทุพพลภาพถึงขั้นปลดออกจากราชการ ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2547 ถึงวันที่ 30 กันยายน 2552 ที่ยังมิได้รับเงินทดแทนการประกันชีวิตย้อนหลัง (เพิ่มเติม) จำนวน 4 ราย รายละ 500,000  บาท รวมเป็นเงิน 2 ล้านบาท ตามความเห็นของคณะกรรมการพิจารณาบำเหน็จความชอบสำหรับเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงานในจังหวัดชายแดนภาคใต้ (ก.บ.จ.ต.) 
  
นายอนุกูล กล่าวว่า ที่ผ่านมาคณะรัฐมนตรีได้เคยมีมติอนุมัติการจ่ายเงินทดแทนการประกับชีวิตย้อนหลังแก่เจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงานในจังหวัดชายแดนภาคใต้ที่เสียชีวิตหรือบาดเจ็บทุพพลภาพถึงขั้นปลดออกจากราชการ ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2547 ถึงวันที่ 30 กันยายน 2552 มาแล้ว 3 ครั้ง  [จำนวน 1,437 ราย เป็นเงินรวมทั้งสิ้น 703.50 ล้านบาท ในครั้งนี้  สำนักงานปลัดสำนักนายกรัฐมนตรีเสนอคณะรัฐมนตรีพิจารณาอนุมัติการจัดเงินทดแทนการประกันชีวิตให้แก่เจ้าหน้าที่ฯ ที่ยังมิได้รับเงินทดแทนการประกันชีวิตย้อนหลังเพิ่มเติมอีก 4 ราย รายละ 500,000 บาท รวมเป็นเงิน 2 ล้านบาท ซึ่งได้ตรวจสอบแล้ว เจ้าหน้าที่ทั้ง 4 ราย ไม่ซ้ำซ้อนกับผู้ที่ได้รับเงินทดแทนไปก่อนหน้านี้ ตามความเห็นของคณะกรรมการพิจารณาบำเหน็จความชอบสำหรับเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงานในจังหวัดชายแดนภาคใต้ โดย สปน. จะได้เสนอขออนุมัติใช้งบประมาณรายจ่ายงบกลาง รายการเงินสำรองจ่ายเพื่อกรณีฉุกเฉินหรือจำเป็น และส่งให้กับศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ (ศอ.บต.) ดำเนินการในส่วนที่เกี่ยวข้องต่อไป  โดยนำหลักเกณฑ์ เงื่อนไข และวิธีการจ่ายเงิน “เงินทดแทนการประกันชีวิต” ตามระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยบำเหน็จความชอบสำหรับเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงานในจังหวัดชายแดนภาคใต้ พ.ศ. 2550 มาบังคับใช้โดยอนุโลม ทั้งนี้ กระทรวงกลาโหม กระทรวงการคลัง กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กระทรวงคมนาคม  กระทรวงมหาดไทย กระทรวงยุติธรรม กระทรวงศึกษาธิการ กระทรวงสาธารณสุข สำนักงานสภาความมั่นคงแห่งชาติ สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา  สำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) สำนักงานตำรวจแห่งชาติ กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร และ ศอ.บต. พิจารณาแล้วเห็นชอบด้วย

“เรื่องนี้เป็นการดำเนินการสืบเนื่องจากระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยบำเหน็จความชอบสำหรับเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงานในจังหวัดชายแดนภาคใต้ พ.ศ. 2550 ข้อ 13 กำหนดให้หน่วยงานของรัฐต้นสังกัดของเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงานจัดให้มีการประกันชีวิตให้แก่เจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงาน เพื่อให้ได้รับค่าสินไหมทดแทนกรณีเสียชีวิตหรือได้รับบาดเจ็บทุพพลภาพ อันเนื่องมาจากการปฏิบัติงานในหน้าที่ราชการตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขที่คณะรัฐมนตรีกำหนด ซึ่งต่อมาคณะรัฐมนตรีมีมติ (1 ธันวาคม 2552) อนุมัติให้กำหนดหลักเกณฑ์ เงื่อนไข และวิธีการจัดทำประกันชีวิต แบ่งเป็น 2 กรณี คือ (1) กรณีหน่วยงานของรัฐจัดทำประกันชีวิตให้กับเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงานในจังหวัดชายแดนภาคได้ไว้กับบริษัทประกันภัยโดยมีวงเงินเอาประกันภัย จำนวน 500,000 บาท  และ (2) กรณีหน่วยงานของรัฐไม่ได้จัดทำประกันชีวิตให้กับเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงานในจังหวัดชายแดนภาคใต้และหน่วยงานของรัฐมีความประสงค์ให้รัฐเป็นผู้จ่ายเงิน “เงินทดแทนการประกันชีวิต” แทนการจัดทำประกันชีวิตกับบริษัทประกันภัย รายละ 500,000  บาท โดยให้เริ่มตั้งแต่ปีงประมาณ พ.ศ. 2553 เป็นต้น และมติคณะรัฐมนตรี (12 กรกฎาคม 2559) กรณีที่พบว่ามีผู้มีสิทธิในการรับเงินทดแทนการประกันชีวิตเพิ่มเติม ให้สำนักงานปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี (สปน.) ขออนุมัติการจ่ายเงินต่อคณะรัฐมนตรีเป็นคราว ๆ ไป โดยมีความเห็นของสำนักงบประมาณ (สงป.) ประกอบเรื่องด้วย” นายอนุกูล กล่าว

‘พปชร.’ซัดรัฐบาล! ไม่พัฒนา-ปรับปรุง‘ระบบเตือนภัย’ทั้งที่เคยเตือน

‘พปชร.’ซัดรัฐบาล! ไม่พัฒนา-ปรับปรุง‘ระบบเตือนภัย’ทั้งที่เคยเตือน

‘พปชร.’ซัดรัฐบาล! ไม่พัฒนา-ปรับปรุง‘ระบบเตือนภัย’ทั้งที่เคยเตือน

วันอังคาร ที่ 1 เมษายน พ.ศ. 2568, 16.01 น.

“พปชร.”ซัดรัฐบาล! ไม่พัฒนา-ปรับปรุง”ระบบเตือนภัย”ทั้งที่เคยเตือนเมื่อ 7 เดือนก่อน บอกไม่ต้องโทษใคร ระบุถ้าแจ้งเร็ว ไม่เสียหายมากเช่นนี้ “บิ๊กป้อม”เตรียมขยายแผลซักฟอกต่อ จ่อชำแหละข้อบกพร่องอีกหลายเรื่อง เล็งส่งข้อเสนอแนะระบบป้องกันภัยพิบัติให้รัฐบาลอีกรอบ

เมื่อวันที่ 1 เมษายน 2568 ที่พรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) พล.ต.ท.ปิยะ ต๊ะวิชัย โฆษกพรรค พปชร.กล่าวภายหลังการประชุมคณะกรรมการบริหารพรรค (กก.บห.) ที่มี พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ สส.บัญชีรายชื่อ หัวหน้าพรรค พปชร.เป็นประธาน ว่า ในที่ประชุม กก.บห. พล.อ.ประวิตร ได้กล่าวแสดงความเสียใจกับผู้เสียชีวิตและได้รับผลกระทบจากเหตุตึกถล่ม กรณีดังกล่าว พรรค พปชร.เคยมีการแจ้งเตือนรัฐบาลมาตั้งแต่เดือน ก.ย.67 โดยส่งสัญญาณไปยังรัฐบาลในเรื่องปรับปรุงระบบเตือนภัย จากกรณีที่เกิดเหตุอุทกภัยทางภาคเหนือในปี 67 ซึ่งการแจ้งเตือนให้ประชาชนรับทราบว่าจะมีอุทกภัยเมื่อไหร่ พื้นที่ใด และประชาชนควรเคลื่อนย้ายไปที่ใดเป็นการชั่วคราว รวมถึงการซักซ้อมแผนเผชิญเหตุในกรณีเกิดภัยพิบัติ แต่ผ่านมา 7 เดือน รัฐบาลยังไม่ได้มีการพัฒนาและปรับปรุงระบบการเตือนภัย ไม่ต้องโทษใคร และอย่าโทษคนนั้นคนนี้ รัฐบาลมีหน้าที่กำกับดูแล ควบคุมการปฏิบัติทุกภาคส่วนในภาครัฐ เพื่อขับเคลื่อนทุกอย่างให้เป็นไปตามนโยบาย ถ้ารัฐบาลมีความใส่ใจ แจ้งเตือนให้ประชาชนรับทราบเร็วกว่านี้ ความเสียหาย ความสูญเสียคงไม่เกิดมากเช่นนี้

“อยากเตือนรัฐบาลว่า ประเทศที่พัฒนาแล้ว ระบบการเตือนสาธารณภัย ทั้งน้ำท่วม วาตภัย หรือภัยพิบัติอื่นๆ ควรมีการแจ้งเตือนให้ปะชาชนรับทราบอย่างรวดเร็ว อย่างน้อยไม่ควรจะน้อยกว่า 24 ชั่วโมง เพื่อให้ประชาชนได้ตัดสินใจว่า การแจ้งเตือนมานี้จะต้องเตรียมตัวอย่างไร ซึ่งหัวหน้าพรรค พปชร.ให้ความสำคัญกับสวัสดิภาพ ความเป็นอยู่ และความปลอดภัยของคนไทย” พล.ต.ท.ปิยะ กล่าว

รายงานข่าวจากที่ประชุม กก.บห.แจ้งว่า ในที่ประชุม พล.อ.ประวิตร ได้กล่าวขอบคุณ สส. , กก.บห. , คณะกรรมการยุทธศาสตร์ และฝ่ายวิชาการ ที่ได้ร่วมกันดำเนินการอภิปรายไม่ไว้วางใจที่ผ่านมาให้เป็นไปตามที่คาดหวัง ประสบความสำเร็จ ตามเจตนารมณ์ของพรรค ในการชี้ให้เห็นข้อบกพร่องของรัฐบาลในการทำงานแก้ไขเพื่อประชาชน ซึ่งพรรคและสมาชิกพรรคคงนำประเด็นที่อภิปรายไว้ไปสู่การขยายผลเพื่อสื่อสารให้ประชาชน และยังมีอีกหลายประเด็นที่พรรคเห็นถึงข้อบกพร่องการบริหารงานที่ยังไม่ได้รับการแก้ไข และสร้างผลกระทบต่อประชาชน

นอกจากนี้ พล.อ.ประวิตร ยังกล่าวถึงเรื่องแผ่นดินไหว ว่า ตนมีความห่วงใยในสวัสดิภาพของประชาชนที่ต้องเผชิญกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ชี้ให้เห็นว่าระบบเตือนภัยของรัฐยังไม่มีความพร้อม เห็นได้จากการตื่นตระหนกของประชาชน ระบบการจราจรเป็นอัมพาต ในการแจ้งเตือนให้ประชาชนรับทราบอย่างรวดเร็ว

ทั้งนี้ พรรค พปชร.เคยหยิบยกประเด็นดังกล่าวหารือและเรียกร้องไปยังรัฐบาลให้มีการดำเนินการ รวมถึงการผลักดัน พ.ร.บ.การเตือนภัยอย่างเป็นระบบ ทั้งนี้ เพื่อประสิทธิภาพในการแจ้งเตือนให้พร้อมรับมือกับภัยพิบัติเพื่อลดการสูญเสียชีวิต และทรัพย์สิน ซึ่งยังไม่เห็นรัฐบาลเคลื่อนไหวอย่างเห็นผล ทั้งนี้ พรรคจะดำเนินการเพื่อนำข้อเสนอแนะไปยังรัฐบาลอีกครั้ง

พปชร. เปิด 7 ว่าที่ผู้สมัคร สส.ภาคใต้ มั่นใจ ครั้งหน้าพลังประชารัฐโตกว่านี้แน่

พปชร. เปิด 7 ว่าที่ผู้สมัคร สส.ภาคใต้ มั่นใจ ครั้งหน้าพลังประชารัฐโตกว่านี้แน่

พปชร. เปิด 7 ว่าที่ผู้สมัคร สส.ภาคใต้ มั่นใจ ครั้งหน้าพลังประชารัฐโตกว่านี้แน่

วันอังคาร ที่ 1 เมษายน พ.ศ. 2568, 15.53 น.

พปชร.เปิด 7 ว่าที่ผู้สมัคร สส.ภาคใต้ น้องสาวดร.สุรินทร์ โผล่ด้วย “ฉกาจ” ยัน ไม่ส่งชิงเลือกตั้งซ่อมเมืองคอน เขต 8 บอกให้เกียรติเจ้าพื้นที่เดิม มั่นใจ ครั้งหน้าพลังประชารัฐโตกว่านี้แน่

เมื่อวันที่ 1 เม.ย. ที่พรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) นายฉกาจ พัฒนกิจวิบูลย์ สส.พังงา ในฐานะรองหัวหน้าพรรค พปชร.แถลงเปิดตัวว่าที่ผู้สมัคร สส.ภาคใต้ จำนวน 7 ราย ดังนี้ นางฮูวัยดิย๊ะ พิศสุวรรณ อุเซ็ง ว่าที่ผู้สมัคร สส.เขต 1 จ.นครศรีธรรมราช นายประจวบเหมาะ ภักดีชน ว่าที่ผู้สมัคร สส.เขต 4 จ.นครศรีธรรมราช นายแสงไทย จริตงาม ว่าที่ผู้สมัคร สส. เขต 7 จ.นครศรีธรรมราช นายกอเซ็ง แซมะซู ว่าที่ผู้สมัคร สส. เขต 5 นราธิวาส นายกามิน มุชิ ว่าที่ผู้สมัคร สส.เขต 3 ยะลา นายสมมิตร ทองเหลือ ว่าที่ผู้สมัคร สส.เขต 2 ชุมพร และนายสมพงศ์ ทั่งศรี ว่าที่ผู้สมัคร สส.เขต 3 ประจวบคีรีขันธ์

นายฉกาจ กล่าวถึงกรณีพรรค พปชร.จะส่งผู้สมัครลงเลือกตั้งซ่อม สส.เขต 8 จ. นครศรีธรรมราชหรือไม่ว่า พรรค พปชร.จะไม่ส่งผู้สมัครในการเลือกตั้งซ่อมครั้งนี้ เพราะให้เกียรติพรรคเดิม เราในฐานะที่เป็นฝ่ายค้านก็เตรียมการเลือกตั้งในปี 70  และเราเห็นใจพรรคเจ้าของพื้นที่เดิม ในฐานะที่เป็นพรรคการเมืองเหมือนกัน เคยทำงานร่วมกันมา นอกจากนี้ เสียงของฝ่ายค้านกับฝ่ายรัฐบาลก็ต่างกันมาก ถ้าเราได้เพิ่มมาอีกหนึ่งเสียงก็อาจจะช่วยแก้ไขปัญหาให้กับประชาชนได้ไม่มากนัก ดังนั้น เราเตรียมความพร้อมในการลงสมัคร สส. ครั้งต่อไปน่าจะเหมาะสมกว่า

ผู้สื่อข่าวถามว่า ไม่ใช่ว่าประเมินแล้วจะสู้คู่แข่งไม่ได้จึงไม่ส่งใช่หรือไม่ นายฉกาจ กล่าวว่า ไม่ใช่ พรรคเรามีผู้มาเสนอตัวเยอะ และเราตัดสินใจนานแล้วที่จะไม่ส่งลงกับครั้งนี้ ผู้ที่ประสงค์จะมาลงกับเราก็ได้ตัดสินใจย้ายจากพรรค พปชร.ไปสังกัดพรรคอื่น เพื่อมีเวลาตามที่กฎหมายกำหนดที่จะสมัคร สส. ในพรรคนั้น เราจึงไม่ประสงค์ที่จะส่งแต่ต้น ทั้งนี้ ในอนาคตข้างหน้า เราเชื่อแน่ว่า เราจะโตขึ้นมากกว่าที่เป็นอยู่ เพราะฉะนั้นเราเตรียมในการเลือกตั้งครั้งต่อไป

เมื่อถามว่า ครั้งนี้เราไม่ตัดสินใจส่ง แต่ได้บอกให้ฐานเสียงไปช่วยพรรคอื่นที่เป็นพันธมิตรกับเราหรือไม่ นายฉกาจ กล่าวว่า จริงๆ ในการเลือกตั้งครั้งที่แล้ว เขตนี้ผู้สมัคร สส. พรรค พปชร.ได้ที่สอง คะแนนห่างจากคนที่ได้ที่หนึ่ง 2,000 – 3,000 คะแนน ไม่ใช่ว่าเราสู้ไม่ได้ แต่เราให้เกียรติพื้นที่เดิม เมื่อถามย้ำว่า แสดงว่ายังมีความสัมพันธ์ที่ดีกับพรรคภูมิใจไทยใช่ นายฉกาจ กล่าวว่า ส่วนหนึ่ง คิดว่าก็ยังทำงานร่วมกันได้ เราให้เกียรติเขา 

รัฐบาลเร่งลุยไฟดันทุรัง! ‘ฝ่ายค้าน’ต้านกระบวนการดัน‘ร่าง กม.เอ็นเตอร์เทนเมนต์ฯ’

รัฐบาลเร่งลุยไฟดันทุรัง! ‘ฝ่ายค้าน’ต้านกระบวนการดัน‘ร่าง กม.เอ็นเตอร์เทนเมนต์ฯ’

รัฐบาลเร่งลุยไฟดันทุรัง! ‘ฝ่ายค้าน’ต้านกระบวนการดัน‘ร่าง กม.เอ็นเตอร์เทนเมนต์ฯ’

วันอังคาร ที่ 1 เมษายน พ.ศ. 2568, 15.40 น.

รัฐบาลเร่งลุยไฟดันทุรัง! “ฝ่ายค้าน”ต้านกระบวนการดันร่างกฎหมายเอ็นเตอร์เทนเมนต์คอมเพล็กซ์เข้าสภาฯ รับยังไม่เห็นรายละเอียด ปัดตอบเอาด้วยหรือไม่ โต้”วิสุทธิ์”ไหนบอกเรื่องวัน-เวลาต้องนัดกันในวิป แต่รอบนี้กลับเพิ่มวันประชุมเอง

เมื่อวันที่ 1 เมษายน 2568 ที่รัฐสภา นายปกรณ์วุฒิ อุดมพิพัฒน์สกุล สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน (ปชน.) ในฐานะประธานคณะกรรมการพรรคร่วมฝ่ายค้าน (วิปฝ่ายค้าน) เปิดเผยว่า พรรคร่วมฝ่ายค้าน ได้ประชุมเรื่องร่าง พ.ร.บ.ธุรกิจสถานบันเทิงครบวงจร หรือ Entertainment Complex ตอนนี้ปัญหาคือเราไม่รู้จะคุยอะไร เพราะเพิ่งมีการประชุมวิปรัฐบาล ไปเมื่อวัน 31 มี.ค.ที่ผ่านมา และเรายังไม่มีโอกาสเรียกหน่วยงานเข้ามาชี้แจง และยังไม่ได้รับเอกสารตัวร่างล่าสุด เพราะมีตัวร่างที่ยื่นเข้ามาตั้งแต่ครั้งแรก ซึ่งก็ไม่เหมือนกัน เนื่องจากมีการแก้ไขทั้งหลักการและเหตุผล ยังไม่รู้ว่าตัวร่างสุดท้ายจะออกมาหน้าตาเป็นอย่างไร ดังนั้น จึงเป็นไปไม่ได้ที่วิปฝ่ายค้าน จะมาพูดคุยกันว่าเห็นด้วยหรือไม่เห็นด้วย ต้องรอหน่วยงานเข้ามาชี้แจงและรอเอกสาร ซึ่งก็ได้มีการทำหนังสือประสานขอร่างดังกล่าวมาแล้ว

เมื่อถามว่า เหมือนทางวิปรัฐบาลอยากให้บรรจุเข้าสู่การพิจารณาเร็ว แต่เหลืออีก 2 สัปดาห์ก็จะปิดสมัยการประชุมนายปกรณ์วุฒิ กล่าวว่า ตั้งแต่ที่มีการเลือกตั้งเสร็จ และเปิดประชุมสภาฯ มา นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ สส.บัญชีรายชื่อ หัวหน้าพรรคประชาชน และผู้นำฝ่ายค้านในสภาฯ ได้เสนอในสภาฯว่า เราควรจะพิจารณากฎหมายสัปดาห์ละ2 วัน ซึ่งอาจเป็นแค่บางสัปดาห์ก็ได้ หรือบางสัปดาห์อาจมีการนัดประชุม 3 วัน โดยที่ 2 วันจะเป็นการพิจารณากฎหมาย และอีก 1 วันเป็นกระทู้ถาม แต่ก็ไม่ได้รับการตอบรับแต่อย่างใด เมื่อขอประชุมเพิ่มก็ตกลงว่าเป็นการพิจารณาญัตติ ไม่เคยรับว่าจะเป็นการพิจารณากฎหมาย ที่ผ่านมาก็ไม่มีการพิจารณากฎหมายสัปดาห์ละ 2 วันเลย

“แต่ถ้าให้เดา เขาคงไม่สามารถจะรักษาองค์ประชุมตัวเองได้ในวันอื่นที่ไม่ใช่วันพุธ จึงไม่ยอมพิจารณากฎหมาย 2 วันเลย แต่จู่ๆ เมื่อมีร่างกฎหมายของคณะรัฐมนตรี (ครม.) ค้างอยู่มาก และเข้าใจว่า ครม. คงประสงค์ และสั่งมาว่า ให้เคลียร์ร่างกฎหมายทั้งหมด โดยเฉพาะร่างกฎหมาย Entertainment Complex อย่างไรก็ต้องทำให้เสร็จให้ได้ จะลุยไฟหรือจะดันทุรังแค่ไหน ก็ต้องไปให้ได้ ซึ่งผมไม่เห็นด้วย” นายปกรณ์วุฒิ กล่าว

นายปกรณ์วุฒิ กล่าวต่อว่า เราไม่ได้ไม่เห็นด้วยกับเนื้อหา แต่เราไม่เห็นด้วยกับกระบวนการที่จะมาเร่งรัดกันเช่นนี้ ในสถานการณ์ที่ผมมองว่าไม่เหมาะสมด้วยซ้ำ และไม่ได้เร่งด่วนด้วย มันจะเร่งด่วนได้อย่างไร ในเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลัง ยังไม่ได้ทำผลการศึกษาความเป็นไปได้เลย รอให้กฎหมายผ่านแล้วค่อยทำ ซึ่งหากกฎหมายผ่านและจึงทำผลการศึกษาความเป็นไปได้แล้วพบว่า ไม่ควรทำ แล้วจะว่าอย่างไร จะรับผิดชอบอย่างไร และหากดันทุรังทำหลังจากผลการศึกษาออกมาแล้ว และบอกว่าไม่คุ้มค่า แล้วทำต่อ ก็จะอยู่กับเราอีกนาน นี่คือการเร่งรัดและไม่รอบคอบ รัฐบาลที่มีงบประมาณยังประเมินโครงการไม่เสร็จเลย แล้วจะรีบทำกฎหมายไปทำไม

“ผมว่าเราปล่อยตามธรรมชาติ ในเมื่อเราเคยเสนอแล้วว่าให้พิจารณากฎหมายเยอะหน่อย เพื่อให้สามารถพิจารณากฎหมายของ สส.ด้วย แต่ก็ไม่เคยมีการตอบรับเลย แล้วอยู่ดีๆ จะมาเร่งรัดเอาโดยที่ทุกฝ่ายไม่พร้อม เราเองก็ยังไม่ทราบรายละเอียดอะไรเลย จึงคิดว่า ไม่เห็นด้วย หากไม่ทันปิดสมัยประชุมนี้ แล้วคิดว่ามีความจำเป็นเร่งด่วนจริงๆ จะมีการเปิดประชุมสมัยวิสามัญก็ให้มาเจรจากัน และ นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ สส.แบบบัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย ประธานวิปรัฐบาล เมื่อมีการอภิปรายไม่ไว้วางใจ ท่านก็บอกว่า เรื่องการนัดประชุมทั้งวันและเวลา เป็นเรื่องในวิป ไม่ใช่มาพูดเองแล้วจะเอาเช่นนั้นเช่นนี้ นี่ก็เหมือนกัน ผมไม่เห็นด้วย แล้ววิปรัฐบาลว่าอย่างไร หรือสุดท้ายแล้วไม่ต้องเรียกประชุมวิปก็ได้ เมื่อสุดท้ายวิปรัฐบาลจะเอาอย่างไรก็จะเอาอย่างนั้น ผมคิดว่าไม่สมเหตุสมผลเลย” ประธานวิปฝ่ายค้าน ระบุ

เมื่อถามถึงท่าทีของฝ่ายค้านหากรัฐบาลยืนยันจะนำร่างกฎหมายดังกล่าวเข้าสู่การพิจารณาในสัปดาห์นี้ นายปกรณ์วุฒิ กล่าวว่า ในการจะดัน ขอแยกเรื่องออก คือ เรื่องกระบวนการ แน่นอนว่าเราต้องคัดค้านอย่างเต็มที่ทุกวิถีทางที่เราทำได้ ซึ่งหลายเรื่องอาจเป็นอำนาจของประธานสภา อาจจะไม่ใช่อำนาจของเราโดยตรง และต้องยอมรับว่าเราเป็นเสียงข้างน้อย ลงมติอย่างไรเราก็แพ้ แต่อย่างน้อยสังคมต้องได้รับรู้ ว่าเรื่องนี้ไม่ปกติแน่นอน เราจะพยายามคัดค้านเท่าที่อำนาจเราจะสามารถทำได้ และทุกครั้งที่ประธานสภาจะนัดประชุมเพิ่ม หรือจะให้วันเวลาเท่าไรนั้น ประธานสภาจะใช้หลังพิงวิป 2 ฝ่ายเสมอ แต่หากครั้งนี้ประธานสภาจะใช้อำนาจของตัวเองโดยที่วิปฝ่ายค้านไม่เห็นด้วย ก็ต้องตั้งคำถามดังๆ อีกครั้ง และขอแจ้งประธานสภาผ่านสื่อตรงนี้ว่า ฝ่ายค้านมีมติไม่เห็นด้วยที่จะนัดประชุมเพิ่ม เนื่องจากเรายังไม่มีรายละเอียดของร่างกฎหมายฉบับนี้

เมื่อถามว่า จะถึงขั้นวอล์กเอาท์ ไม่เป็นองค์ประชุมเลยหรือไม่ นายปกรณ์วุฒิ กล่าวว่า ต้องหารือกันอีกครั้งเพราะมีหลายวิธี พร้อมย้ำว่า ตอนนี้เรายังไม่ได้เอกสารอย่างเป็นทางการ ตอนนี้อยุ่ที่ไหน จะบรรจุวันที่ 3 มี.ค.แล้วจะให้เราพิจารณาวันที่ 4 มี.ค.เลยหรือ ทั้งที่เรายังไม่เห็นความเห็นของหน่วยงานต่างๆ เลย

เมื่อถามว่า ในส่วนของพรรคประชาชนเห็นด้วยหรือไม่ นายปกรณ์วุฒิ กล่าวว่า เรื่องนี้มีรายละเอียดอยู่ เราจะมองแค่ว่าเราเห็นด้วยกับกาสิโน หรือเห็นด้วยกับ Entertainment Complex หรือไม่นั้น ไม่เพียงพอ เพราะในรายละเอียดต้องมีเนื้อหาว่าป้องกันการทุจริตด้วยหรือไม่ ป้องกันความเสียหายได้ดีพอหรือยัง จุดประสงค์หลักจริงๆ เป็นไปเพื่ออะไร ดังนั้น จำเป็นที่เราจะต้องเห็นร่างทั้งหมดก่อน

ครม.อนุมัติเพิ่มค่าตอบแทนให้’เภสัชกร’ของ อภ.เป็น 10,000 บ./เดือน

ครม.อนุมัติเพิ่มค่าตอบแทนให้'เภสัชกร'ของ อภ.เป็น 10,000 บ./เดือน

ครม.อนุมัติเพิ่มค่าตอบแทนให้’เภสัชกร’ของ อภ.เป็น 10,000 บ./เดือน

วันอังคาร ที่ 1 เมษายน พ.ศ. 2568, 15.35 น.

ครม. เห็นชอบการขยายอัตราการจ่ายค่าตอบแทนใบประกอบโรคศิลปะของเภสัชกรให้แก่เภสัชกรที่เกี่ยวข้องขององค์การเภสัชกรรม เป็นอัตรา 10,000 บาท/คน/เดือน

เมื่อวันที่ 1 เม.ย.2568 น.ส.ศศิกานต์ วัฒนะจันทร์ รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า ครม. เห็นชอบการขยายอัตราการจ่ายค่าตอบแทนใบประกอบโรคศิลปะของเภสัชกรให้แก่เภสัชกรที่เกี่ยวข้องขององค์การเภสัชกรรม (อภ.) เป็นอัตรา 10,000 บาท/คน/เดือน ตามที่กระทรวงสาธารณสุข (สธ.) เสนอ

รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า การขยายอัตราการจ่ายค่าตอบแทนฯ มีจำนวนผู้มีสิทธิ 580 คน เพื่อจูงใจให้เภสัชกรสนใจสมัครเข้าเป็นพนักงานองค์การเภสัชกรรมเพิ่มขึ้น เพื่อทดแทนคนที่ลาออกหรือเกษียญ รวมถึงรักษาเภสัชกรที่เป็นผู้ปฏิบัติงานปัจจุบันให้ยังคงทำงานกับ อภ. ต่อไป

โดย ครม. เห็นชอบการขยายอัตราการจ่ายค่าตอบแทนฯ ดังกล่าว และมีความเห็นเพิ่มเติม เช่น 

1) ควบคุมภาระค่าใช้จ่ายขององค์กรเพื่อไม่ให้กระทบต่อการดำเนินการในอนาคต 

2) พิจารณาค่าใช้จ่ายบุคลากรให้มีความสอดคล้องกับยุทธศาสตร์ชาติด้านการปรับสมดุลและพัฒนาระบบบริหารจัดการภาครัฐ 

3) พิจารณาให้ความสำคัญกับปัจจัยอื่นๆ ในการสร้างความยั่งยืนในการธำรงรักษาบุคลากรไว้นอกเหนือจากค่าตอบแทน

‘ครม.’เพิ่มงบค่าตอบแทน‘ครูสอนศาสนา-บริหารจัดการโรงเรียน 5 จังหวัดชายแดนใต้’

‘ครม.’เพิ่มงบค่าตอบแทน‘ครูสอนศาสนา-บริหารจัดการโรงเรียน 5 จังหวัดชายแดนใต้’

‘ครม.’เพิ่มงบค่าตอบแทน‘ครูสอนศาสนา-บริหารจัดการโรงเรียน 5 จังหวัดชายแดนใต้’

วันอังคาร ที่ 1 เมษายน พ.ศ. 2568, 15.20 น.

‘ครม.’เพิ่มงบค่าตอบแทน‘ครูสอนศาสนา-บริหารจัดการโรงเรียน 5 จังหวัดชายแดนใต้’ ใช้งบ 721 ล้านบาทต่อปี หวัง เสริมสร้างสันติสุขในพื้นที่

1 เมษายน 2568 ที่ทำเนียบรัฐบาล นายอนุกูล พฤกษานุศักดิ์ รองโฆษกประจำสำนักงานนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่าที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) อนุมัติการปรับเพิ่มค่าตอบแทนครูและค่าบริหารจัดการของโรงเรียนเอกชนในระบบ และนอกระบบที่สอนศาสนาอิสลามใน 5 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ประกอบด้วย จ.ปัตตานี นราธิวาส ยะลา สตูล และสงขลา เฉพาะ อ.จะนะ เทพา นาทวี และสะบ้าย้อย ตามที่กระทรวงศึกษาธิการเสนอ มีรายละเอียด ดังนี้

1.ตาดีกา เพิ่มอัตราค่าตอบแทนครูศาสนา จาก 3,000 บาท เป็น 3,500 บาท และเพิ่มอัตราค่าบริหารจัดการเดิม 2,000 บาท เป็น 3,000 บาท

2.สถานศึกษาปอเนาะ โต๊ะครู และผู้ช่วยครู จาก 2,000 บาท เป็น 3,500 – 4,000 บาท และเพิ่มอัตราค่าบริหารจัดการจาก 1,000 บาท เป็น 3,000 บาท

3.โรงเรียนเอกชนในระบบที่สอนศาสนาอิสลาม เพิ่มอัตราค่าตอบแทนครูสอนศาสนา จาก 2,000 บาท เป็น 3,500 บาท ส่วนอัตราค่าบริหารจัดการคงหลักการเดิมที่ไม่เคยได้รับการจัดสรร

4.โรงเรียนเอกชนนอกระบบที่สอนศาสนาอิสลามอย่างเดียว เพิ่มอัตราค่าตอบแทนครูสอนศาสนาจาก 2,000 เป็น 3,500 บาท และเพิ่มอัตราค่าบริหารจัดการจาก 1,000 บาท เป็น 3,000 บาท

นายอนุกูล กล่าว่า สำหรับหลักการเพิ่มค่าตอบแทนในครั้งนี้ใช้งบประมาณทั้งสิ้น 721.41 ล้านบาทต่อปี โดยจะขอรับการจัดสรรจากงบประมาณปี 2569 เป็นต้นไป ทั้งนี้ เพื่อเป็นการแก้ปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้ที่มีลักษณะพิเศษและมีความละเอียดอ่อน ให้ได้รับความเป็นธรรมอย่างทั่วถึง ซึ่งเป็นมาตรการเร่งด่วนที่จะเสริมสร้างความมั่นคงในเขตพื้นที่ดังกล่าวให้เกิดสันติสุข และสมานฉันท์

ครม.เห็นชอบ บ้านเพื่อคนไทย เฟส 1

ครม.เห็นชอบ บ้านเพื่อคนไทย เฟส 1

ครม.เห็นชอบ บ้านเพื่อคนไทย เฟส 1

วันอังคาร ที่ 1 เมษายน พ.ศ. 2568, 15.03 น.

เมื่อเวลา 12.05 น.ที่ทำเนียยรัฐบาล น.ส.แพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี แถลงหลังเป็นประธานประชุมคณะรัฐมนตรี(ครม.) ครม.เห็นชอบแนวทางการดำเนินโครงการบ้านเพื่อคนไทย นำร่องระยะที่ 1 จำนวน 4 โครงการ โดยมีวัตถุประสงค์ในการนำที่ดินของการถไฟมาพัฒนาเป็นบ้านที่อยู่อาศัยเพื่อให้โอกาสประชาขน และคนในวัยเริ่มทำงาน ได้มีที่อยู่อาศัยในราคาถูก และอยู่ใกล้ระบบขนส่งสาธารณะ สามารถลดค่าใช้จ่ายประจำวัน โดยมีกลุมเป้าหมายคือประชาชนที่อยู่ในวัยทำงาน หรือผู้ที่มีรายได้ประจำที่ยังไม่มีที่พักอาศัย และมีคุณสมบัติตามที่โคงการกำหนด ทั้งนี้ ผู้ที่ผ่านการตรวจสอบคุณสมบัติจากเป็นผู้ที่มีรายชื่อจากสำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาล โดยการจับฉลากคัดเลือกต่อไป

‘อิ๊งค์’บอกต้องคุยกันก่อนส่งร่างเอนเตอร์เทนเมนต์คอมเพล็กซ์ ไปสภาฯ

'อิ๊งค์'บอกต้องคุยกันก่อนส่งร่างเอนเตอร์เทนเมนต์คอมเพล็กซ์ ไปสภาฯ

‘อิ๊งค์’บอกต้องคุยกันก่อนส่งร่างเอนเตอร์เทนเมนต์คอมเพล็กซ์ ไปสภาฯ

วันอังคาร ที่ 1 เมษายน พ.ศ. 2568, 14.53 น.

‘อิ๊งค์’บอกต้องคุยกันก่อนส่งร่างเอนเตอร์เทนเมนต์คอมเพล็กซ์ ไปสภาฯ

เมื่อวันที่ 1 เม.ย.2568 ที่ทำเนียบรัฐบาล น.ส.แพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์ภายหลังการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) กรณีความคืบหน้าร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) การประกอบธุรกิจสถานบันเทิงครบวงจร หรือเอนเตอร์เทนเมนต์คอมเพล็กซ์ ส่งไปสภาหรือยัง ว่า ต้องมีการคุยกันก่อน

ทำไมรบ.ร้อนรน!? ‘ไอติม’จับอาการ’พท-ภท.’ กังขายื่นหมูยื่นแมวปม พ.ร.บ.กาสิโนฯ

ทำไมรบ.ร้อนรน!? 'ไอติม'จับอาการ'พท-ภท.' กังขายื่นหมูยื่นแมวปม พ.ร.บ.กาสิโนฯ

ทำไมรบ.ร้อนรน!? ‘ไอติม’จับอาการ’พท-ภท.’ กังขายื่นหมูยื่นแมวปม พ.ร.บ.กาสิโนฯ

วันอังคาร ที่ 1 เมษายน พ.ศ. 2568, 14.47 น.

ทำไมรบ.ร้อนรน!? ‘ไอติม’จับอาการ’พท.-ภท.’ยื่นหมูยื่นแมว’การพนันในกาสิโน-การพนันออนไลน์’แล้วหรือไม่ ชวนสงสัยแค่ 5-6เดือน เสี่ยงเปลี่ยน

เมื่อวันที่ 1 เม.ย.2568 นายพริษฐ์ วัชรสินธุ สส.บัญชีรายชื่อ ในฐานะโฆษกพรรคประชาชน (ปชน.) กล่าวถึงกรณี นายชูศักดิ์ ศิรินิล รมต.ประจำสำนักนายกรัฐมนตรี บอกขออย่ามองรัฐบาลเร่งรัดดันร่างกฎหมาย เอ็นเตอร์เทนเมนท์คอมเพล็กซ์ ว่า เราไม่ได้ถามเรื่องสิทธิเสนอกฎหมายเข้าสภาฯ เราถามเรื่อง ทำไมรัฐบาลมีอาการร้อนรนเป็นพิเศษ ดันให้พิจารณาวาระ1 ให้ทันสมัยประชุมนี้ ที่จะปิดวันที่10เม.ย.  พยายามจะแซงคิวปกติที่รออยู่ก่อนแล้วตามระเบียบวาระ อย่างน้อย 11 ฉบับ  ยิ่งไปกว่านั้น ประเด็นสำคัญที่ทางนายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ รมช.คลัง ให้สัมภาษณ์ ยอมรับว่ารัฐบาล ยังไม่มีการทำรายงานการศึกษาความเป็นไปได้ หรือ  Feasibility Study ก่อนเสนอร่างกฎหมายเข้าสภาฯ แต่จะดันทำ Feasibility Study หลังกฎหมายผ่าน และมีการตั้งคณะกรรมการนโยบาย และคณะกรรมการต่างๆ ขึ้นมาแล้ว ซึ่งเป็นการลำดับขั้นตอนแปลกประหลาด เพราะสมมติ ถ้าผ่านกฎหมายไปแล้ว ตั้งคณะกรรมการฯแล้ว แต่ปรากฏว่า ผลการศึกษาบอกว่า ไม่ควรเดินหน้า คำถามคือ เราจะเสียเวลาผ่านกฎหมายตั้งคณะกรรมการต่างๆ ขึ้นมาทำไม  แทนที่จะพยายามนำกฎหมายนี้มาแซงคิวกฎหมายอื่น ทำไมรัฐบาลไม่ใช่ช่วงเวลาการปิดสมัยประชุม ไปทำ Feasibility Study มาก่อน และค่อยมาเสนอร่างกฎหมายในสมัยประชุมถัดไปก็ได้

นายพริษ ระบุว่า  ทำไมรัฐบาลไม่สลับลำดับ ให้มันเป็นตามที่ควรจะเป็น 1.ศึกษาเรื่องผลกระทบต่อการท่องเที่ยวให้ละเอียด 2.ศึกษาเกี่ยวกับการแก้ไขพ.ร.บ.การพนัน คู่ขนาน 3.และไปศึกษาอย่างละเอียดเรื่องจำนวนที่ตั้ง หรือแม้แต่เรื่องเกณฑ์การคัดเลือกผู้ประกอบกิจการ อย่างไร ให้มีหลักประกันในตัวกฎหมาย แทนที่จะตีเช็คเปล่า ให้กับคณะกรรมการนโยบาย หากผลลัพธ์ ออกมาแล้วรัฐบาลต้องการเดินหน้าต่อ ก็ค่อยเสนอเข้าสภาฯ ในสมัยประชุมถัดไป นอกจากอาการเร่งรีบ ลัดคิว ผลักดันเอ็นเตอร์เทนเมนต์คอมเพล็กซ์แล้ว เราไม่เคยเห็นรัฐบาล มีความพยายามใช้วิธีการเร่งรัดเป็นพิเศษกับกฎหมายอื่นมาก่อนเลย ความจริงมีกฎหมายหลายฉบับที่ตน และพรรคปชน.มองว่าสำคัญและเข้าคิวรออยู่ เช่น ร่างพ.ร.บ.ข้อมูลข่าวสาร ร่างพ.ร.บ.ยกเลิกการเกณฑ์ทหาร ที่รอมาเป็นปีแล้ว 

นายพริษฐ์ กล่าวอีกว่า กรณีนายชูศักดิ์ และรัฐบาลพูดตลอดว่า คาสิโนมีพื้นที่แค่10 เปอร์เซ็นต์นั้น ในเชิงพื้นที่อาจแค่ 10 เปอร์เซ็นต์ แต่ทว่า นิยามสถานบันเทิงครบวงจรในกฎหมายของรัฐบาล เขียนชัดว่า สถานบันเทิงครบวงจร จะมีบริการอื่นๆ หลากหลาย อาทิ สวนน้ำ โรงแรม ห้าง สวนสนุก แต่จะไม่มีกาสิโนไม่ได้ ดังนั้น มันเป็น 10 เปอร์เซ็นต์ที่เป็นหัวใจในข้อเสนอของรัฐบาล อีกทั้ง กาสิโนหลายแห่ง เช่น มาเก๊า มีคาสิโน แค่ 10 เปอร์เซ็นต์ ก็จริง แต่ในส่วนกาสิโน คิดเป็น 80 เปอร์เซ็นต์ ของรายได้ทั้งหมด ดังนั้น ถ้าพูดถึงสัดส่วนพื้นที่อาจจะฟังดูน้อย แต่ในเชิงรายได้นั้น ถือเป็นหัวใจหลักของธุรกิจ 

เมื่อถามว่า ก่อนหน้านี้ พรรคภท. ค้าน ร่างกฎหมาย เอ็นเตอร์เทนเมนท์คอมเพล็กซ์ หัวชนฝา ที่เร่งรีบผลักดัน เพราะคุยกันหลังม่านแล้วหรือเปล่า นายพริษฐ์ กล่าวว่า เมื่อวันที่ 13 ส.ค. 2567 พรรค ภท.แถลงว่าไม่เห็นด้วย 4 ประเด็น มาวันนี้ร่างกฎหมาย เอ็นเตอร์เทนเมนท์คอมเพล็กซ์ ฉบับรัฐบาลเสนอมา ก็ยังไม่แก้ไขใน4 ประเด็นนั้น ฉะนั้น ก็ต้องถามกลับไปที่ พรรคภท. ว่า เหตุใดจึงมีการเปลี่ยนจุดยืน หรืออย่างพรรคปชป.เอง ก็มีสมาชิกพรรค เสนอให้ทำประชามติ ด้วยซ้ำ 
 
เมื่อถาม ว่า หากมีการซูเอี๋ย แบ่งเค้ก กันจริง ๆ  จะทำอะไรได้ ฝ่ายค้านจะตรวจสอบอย่างไร นายพริษฐ์ ตอบว่า ตนเคยตั้งข้อสังเกตในการอภิปรายไม่ไว้วางใจ ว่า สิ่งที่สังคมเขามีความกังวล ก็คือว่า มันอาจจะมีการดีลกันหรือเปล่า ระหว่างพรรคร่วมรัฐบาลด้วยกัน ในการแลกกันระหว่าง การทำคาสิโนในพื้นที่  กับการทำการพนันออนไลน์ถูกกฎหมาย อย่างที่บอกว่า เมื่อวันที่13 ส.ค. 2567 พรรค ภท.  ออกมาแถลงชัดเจน ไม่เห็นด้วย 4 ประเด็น พอผ่านมา 5-6 เดือน แม้ 4 ประเด็นไม่ถูกแก้ไขเลย กลายเป็นว่า ดูเหมือนพรรคภท.จะมีท่าทีที่ยอมรับกฎหมายคาสิโนแล้ว 

“ที่แตกต่างจากเดิม คือมันมีการพูดถึงการแก้ไขพ.ร.บ.การพนัน ที่จะทำให้การพนันออนไลน์ ถูกกฎหมายเพิ่มขึ้นมา ซึ่งผมยืนยัน ว่า ร่างกฎหมายดังกล่าวไม่สามารถแก้ไขปัญหาการพนันออนไลน์ถูกกฎหมายได้ แต่กลับไปให้ดุลพินิจอย่างมหาศาล ให้กับกระทรวงมหาดไทย หรือไม่ ซึ่งก็นำโดยหัวหน้าพรรคภท. ในการออกใบอนุญาต การพนันออนไลน์ถูกกฎหมาย มันก็เลยเกิดคำถามว่า หรือว่าท่าทีพรรคร่วมรัฐบาลที่เปลี่ยนแปลงไป ภายใน5-6 เดือน หรือว่า มีการแลกกันหรือเปล่า ระหว่างการพนันในกาสิโน กับการพนันออนไลน์ หรือไม่” นายพริษฐ์ กล่าว