‘นายกฯ แพทองธาร’มอบสารในโอกาสวันข้าราชการพลเรือน ปี 68

'นายกฯ แพทองธาร'มอบสารในโอกาสวันข้าราชการพลเรือน ปี 68

‘นายกฯ แพทองธาร’มอบสารในโอกาสวันข้าราชการพลเรือน ปี 68

วันอังคาร ที่ 1 เมษายน พ.ศ. 2568, 13.29 น.

‘นายกฯ’มอบสารวันข้าราชการพลเรือน ชี้บทบาทสำคัญภาคบริหาร สู่ภาคปฏิบัติ ต้องเป็นผู้สง่า ยึดหลักคุณธรรม-จริยธรรม

เมื่อวันที่ 1 เม.ย.2568 น.ส.แพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี มอบสารในโอกาสวันข้าราชการพลเรือน ประจำปีพุทธศักราช 2568 ว่า “เนื่องในโอกาสวันข้าราชการพลเรือน วันที่ 1 เม.ย.2568 ดิฉันขอส่งความระลึกถึง และความปรารถนาดีมายังข้าราชการพลเรือนทุกท่าน และขอแสดงความยินดีแก่ผู้ที่ได้รับรางวัล ข้าราชการพลเรือนดีเด่น ประจำปีพุทธศักราช 2567 ทุกคน

ข้าราชการมีบทบาทสำคัญในการขับเคลื่อนการบริหารราชการแผ่นดินของรัฐบาล โดยนำนโยบายไปสู่การปฏิบัติเพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตและเสริมสร้างความเป็นอยู่ที่ดีให้แก่พี่น้องประชาชนทุกคนอย่างเท่าเทียมกัน ข้าราชการที่ดีจึงต้องเป็นผู้ที่มีความสง่างาม เพียบพร้อมไปด้วยความรู้ ความสามารถปฏิบัติหน้าที่ราชการด้วยความซื่อสัตย์สุจริต โดยยึดมั่นในหลักคุณธรรมและจริยธรรมอันเป็นหัวใจสำคัญของการเป็นข้าราชการที่ดี เกียรติบัตรและเข็มเชิดชูเกียรติข้าราชการพลเรือนดีเด่นที่ท่านได้รับเป็นผลจากความวิริยอุตสาหะในการปฏิบัติหน้าที่ราชการให้เกิดผลสัมฤทธิ์อันเป็นคุณประโยชน์ต่อพี่น้องประชาชนและประเทศชาติ ดิฉันขอให้ข้าราชการพลเรือนดีเด่นทุกคนรักษาคุณงามความดีและเกียรติภูมิอันสง่างามยิ่งที่ท่านได้รับในวันนี้ พร้อมทั้งดำรงตนเป็นแบบอย่างแห่งความดีให้ข้าราชการรุ่นหลังได้ดำเนินรอยตามสืบไป

ในโอกาสนี้ ดิฉันขออาราธนาคุณพระศรีรัตนตรัยและสิ่งศักดิ์สิทธิ์ทั้งหลายในสากลที่ทุกท่านเคารพนับถือ อีกทั้งเดชะพระบารมีแห่งองค์พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี โปรดดลบันดาลประทานพรให้ข้าราชการพลเรือนดีเด่นทุกคน พร้อมทั้งข้าราชการพลเรือนทั่วประเทศและครอบครัว จงประสบแต่ความสุข ความเจริญ มีความสำเร็จในหน้าที่ราชการ มีสุขภาพใจ สุขภาพกายที่แข็งแรงสมบูรณ์ และสมปรารถนาในสิ่งที่มุ่งหวังไว้ทุกประการโดยทั่วกัน”

บุกบ้านพิษฯ! ม็อบค้านเอ็นเตอร์เทนเมนต์คอมเพล็กซ์ ขวางดันร่างเข้าสภาฯ 9 เม.ย.

บุกบ้านพิษฯ! ม็อบค้านเอ็นเตอร์เทนเมนต์คอมเพล็กซ์ ขวางดันร่างเข้าสภาฯ 9 เม.ย.

บุกบ้านพิษฯ! ม็อบค้านเอ็นเตอร์เทนเมนต์คอมเพล็กซ์ ขวางดันร่างเข้าสภาฯ 9 เม.ย.

วันอังคาร ที่ 1 เมษายน พ.ศ. 2568, 12.57 น.

บุกบ้านพิษฯ! ม็อบค้านเอ็นเตอร์เทนเมนต์คอมเพล็กซ์ ขวางดันร่างเข้าสภาฯ 9 เม.ย.

เมื่อเวลา 09.30 น. วันที่ 1 เมษายน 2568 ที่เชิงสะพานชมัยมรุเชฐ ทำเนียบรัฐบาล กลุ่มเครือข่ายนักศึกษาประชาชนปฏิรูปประเทศไทย (คปท.) กองทัพธรรม , ศปปส. นำโดย นายพิชิต ไชยมงคล นัดชุมนุมที่บริเวณ เชิงสะพานชมัยมรุเชษฐ เพื่อคัดค้านกาสิโนและพนันออนไลน์ ทั้งนี้ทางกลุ่ม ได้กลับอาศัยโจมตีการทำงานของรัฐบาล และการที่จะออก พระราชบัญญัติการประกอบธุรกิจสถานบันเทิงครบวงจร (พ.ร.บ.เอ็นเตอร์เทนเมนต์คอมเพล็กซ์) ทั้งนี้ทางกลุ่มพร้อมออกมาคัดค้านเต็มรูปแบบ จากนั้นทางกลุ่มได้อ่านแถลงการณ์ ตอนหนึ่ง ว่า

รัฐซ่อนเร้น กาสิโนเร่งรีบ มติคณะรัฐมนตรีที่เร่งรีบผลักดัน พ.ร.บ.เอ็นเตอร์เทนเมนท์คอมเพล็กซ์ ที่แฝงไปด้วยกาสิโน เป็นวาระเร่งรีบที่สร้างแรงสั่นสะเทือนแก่สังคมเป็นอันมาก  การเร่งผลักดันนโยบายอบายมุขโดยเร่งด่วน ทั้งกาสิโนและพนันออนไลน์ เหมือนมีวาระซ่อนเร้นที่แอบแฝงไปด้วยผลประโยชน์ทับซ้อนที่มีกลุ่มบุคคลเพียงไม่กี่คนที่จะได้ประโยชน์จากการสร้างกาสิโนและพนันออนไลน์ในเมืองไทย

มติคณะรัฐมนตรีเร่งร้อน รีบเร่งโดยไม่ฟังเสียงทักท้วง คัดค้านจากประชาชน ทั้งที่ประชาชน ผู้นำศาสนา นิสิต นักศึกษา เยาวชน นักวิชาการ ได้ร่วมคัดค้าน และเรียกร้องให้ หยุด นโยบาย ทำลายประเทศโดยเร่งด่วน แต่รัฐบาลกลับกระทำที่เป็นการสวนทางกับที่สังคมและประชาชนได้ออกมาเรียกร้อง โดยการออกเป็นมติคณะรัฐมนตรีและเตรียมที่จะนำเสนอเข้าบรรจุวาระการประชุมของรัฐสภา ในวันพุธที่ 9 เมษายน ที่จะถึงนี้

การให้เหตุผลว่า รัฐบาลจะหาเงินเพื่อมาดูแลผู้สูงอายุและผู้พิการ เป็นการกล่าวอ้างโดยใช้ความอ่อนไหวของผู้สูงอายุและคนพิการเป็นเครื่องมือทางการเมือง เนื่องจากการหารายได้ของรัฐบาลนั้นมีช่องทางอื่นที่สามารถหารายได้แบบมีเกียรติ มีศักดิ์ศรี มากกว่ารายได้จากนโยบายอบายมุข

ประเทศจะมั่นคงยั่งยืนได้เพราะประชาชนเข้มแข็ง เมื่อประชาชนเข้มแข็งประเทศก็เดินหน้าด้วยความมั่นคง เปรียบเสมือนประชาชนเป็นโครงสร้างหลักของประเทศ เมื่อโครงสร้างหลักไม่อ่อนแอ ไม่ติดการพนัน ประเทศก็จะไม่ล้มหรือทลายลง แต่เมื่อไหร่ที่ประชาชนติดการพนัน ติดหนี้ โครงสร้างประชาชนก็อ่อนแอ ประเทศก็จะพังทลายในอนาคต เรายืนยันคัดค้านนโยบายทำลายประเทศ ทั้งกาสิโนและพนันออนไลน์จนถึงที่สุด

จากนั้นแกนนำได้ประกาศบนเวทีว่าช่วงบ่ายวันนี้  จะเคลื่อนขบวนไปยังบ้านพิษณุโลกเนื่องจาก นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและรมว.มหาดไทย ได้มีการเรียกประชุมถึงความคืบหน้าร่างกฎหมายพนันออนไลน์ ร่วมกับนายประเสริฐ จันทรรวงทอง รองนายกรัฐมนตรีและรมว.ดิจิทัลจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม พร้อมชุดที่ร่างกฎหมายนี้เข้าประชุมด้วย ในเวลา 14.00 น.

‘สว.เปรมศักดิ์’จี้’นายกฯ’หาคนรับผิดชอบตึกสตง.ถล่ม ทำภาษีปชช.หายวับกว่า2พันล้าน

'สว.เปรมศักดิ์'จี้'นายกฯ'หาคนรับผิดชอบตึกสตง.ถล่ม ทำภาษีปชช.หายวับกว่า2พันล้าน

‘สว.เปรมศักดิ์’จี้’นายกฯ’หาคนรับผิดชอบตึกสตง.ถล่ม ทำภาษีปชช.หายวับกว่า2พันล้าน

วันอังคาร ที่ 1 เมษายน พ.ศ. 2568, 12.44 น.

‘สว.เปรมศักดิ์’จี้’นายกฯ’หาคนรับผิดชอบตึกสตง.ถล่มทำให้ภาษีประชาชนกว่า 2 พันล้านหายวับไปกับตา อัดซ้ำทำไมปล่อยให้ขนเอกสารหนีลอยนวลไม่มีคำตอบให้ประชาชน ชี้ต่างชาติจับตาดูเราอยู่ต้องทำให้เคลียร์

เมื่อวันที่ 31 มี.ค. ที่รัฐสภา ในการประชุมวุฒิสภา ที่มี พล.อ.เกรียงไกร ศรีรักษ์ รองประธานวุฒิสภาคนที่หนึ่ง ทำหน้าที่ประธานในการประชุม พล.ต.ต.รมย์สิทธิ์ วีริยาสรร สว.เสนอญัตติด่วนด้วยวาจา ขอให้ที่ประชุมพิจารณากรณีเหตุการณ์แผ่นดินไหวในประเทศเมียนมา เมื่อวันศุกร์ที่ 28 มี.ค. ที่ผ่านมา จนส่งผลกระทบต่อประเทศไทย 

ทั้งนี้ ในการอภิปรายสว.หลายคนได้ตำหนิถึงความไม่พร้อมของระบบเตือนภัยแผ่นดินไหวเพื่อแจ้งเตือนให้ประชาชนรับทราบ โดยเฉพาะ น.ส.นันทนา นันทวโรภาส สว. ได้อภิปรายอย่างดุเดือดว่า แผ่นดินไหวที่ผ่านมาเปลือยเปล่าระบบราชการไทยและรัฐบาลอย่างชัดเจนที่สุด จนทำให้คนไทยตาสว่าง เป็น Once in a lifetime แต่เราคงไม่ใช้คำว่า เป็นบุญที่ได้เจอแน่นอน แม้จะเป็นครั้งแรกที่ประสบ แต่รัฐบาลก็ไม่อาจแสดงความรักไร้เดียงสา ปฏิเสธความรับผิดชอบเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นได้ ถ้าจะว่าไปแล้วครอบครัวของนายกฯ เคยเผชิญวิกฤตแล้ว รุ่นพ่อเจอสึนามิ รุ่นอาเจอน้ำท่วมใหญ่ มาถึงรุ่นนายกฯ น่าจะเอาประสบการณ์การบริหารภาวะวิกฤติมาใช้ได้บ้างไม่มากก็น้อย แต่นี่หาความเป็นมืออาชีพไม่ได้เลย

น.ส.นันทนา กล่าวว่า การสื่อสารในภาวะวิกฤตเป็นเรื่องที่รัฐบาลทำช้าและทำน้อยเกินไป เพราะทันทีที่เกิดแผ่นดินไหว รัฐต้องแจ้งต่อประชาชนให้ทราบทันทีว่าเกิดอะไรขึ้น มันจะต้องเกิดภัยพิบัติอีกเมื่อไหร่ รัฐบาลถึงจะเตือนภัยประชาชน รัฐบาลไม่เคยสื่อสารให้ประชาชนอุ่นใจ มีแต่คอลเซ็นเตอร์เท่านั้นที่อยู่กับเรา แม้ว่าเราจะไม่ต้องการมันเลย เรื่องนี้ ตนทราบว่ารัฐบาลนี้ได้ตั้งงบประมาณพันล้านบาท เพื่อสร้างระบบเตือนภัย

“ท่านนายกฯ พูดว่าดิฉันสั่งการไปตั้งแต่ 14.00 น. แต่ระบบไม่ออก ปัญหาใหญ่ขนาดนี้ หน่วยงานภาครัฐเกี่ยงกันทำงานอีก มีกระแสข่าวว่า บริษัทอินเทอร์เน็ตทั้ง 2 ค่าย พร้อมส่ง SMS แต่ กสทช. และ ปภ.ไม่พร้อม ไม่รู้ว่าจะส่งข้อความอะไร มัวแต่ลังเลไป 23 ชั่วโมงผ่านไป ดิฉันได้รับ SMS ถึงวิธีการปฏิบัติตัวหากเกิดอาฟเตอร์ช็อก ดิฉันไม่แน่ใจว่า SMS นี้ ท่านส่งมาเตือนตัวเองหรือไม่ ให้รวบรวมสติแล้วรีบส่งข้อความอย่างเร็วไปให้ประชาชนรับรู้” น.ส.นันทนา กล่าว

ด้าน นพ.เปรมศักดิ์ เพียยุระ สว.อภิปรายต่อว่า หลังเกิดแผ่นดินไหวตนตั้งใจ ถามกระทู้สดนายกรัฐมนตรี ในเรื่องการบริหารบ้านเมืองในภาวะวิกฤตปรากฏว่ากระทู้ตนจับฉลากไม่ได้ ตนไม่สบายใจที่เรื่องใหญ่ไม่มีสิทธิ์ได้ถามในการประชุมสภา แต่โชคดีที่มีสมาชิกวุฒิสภาได้เสนอญัตตินี้ขึ้นมาจึงมีโอกาสได้ร่วมอภิปราย แผ่นดินไหวในประเทศพม่าที่สะเทือนถึงประเทศไทย ตึกที่สะเทือนมากที่สุดจนถึงถล่มลงมาคือตึกของสตง. ไม่น่าเชื่อว่าตึกใหญ่ขนาดนี้จะถล่มมาไม่ถึง 1 นาที เงินภาษีประชาชนในการก่อสร้างกว่า 2,000 ล้านหายไปในพริบตา

ทั้งนี้ สว.มีหน้าที่เห็นชอบองค์กรอิสระแต่ไม่มีอำนาจต่อถอนองค์กรอิสระ แตกต่างจากรัฐธรรมนูญปี 2540 สว.มีอำนาจทั้งแต่งตั้งและถอดถอน องค์กรอิสระ รวมถึงสตง.ด้วย ปัจจุบันนี้ถ้าเป็นตึกของหน่วยราชการอื่น แล้วเกิดปัญหา เหมือนสตง.คงถูกสอบสวน อย่างเร่งด่วน แต่วันนี้ใครสอบสวนสตง. ได้ฟังนายกฯพูดก็ยังไม่ลงลึกในรายละเอียด เพราะอำนาจของนายกฯไม่มี ถอดถอนองค์กรอิสระไม่ได้  ปัญหาภัยพิบัติครั้งนี้มีองค์กรอิสระเกี่ยวข้อง 2 องค์กร คือกสทช. ก็อ้างว่าได้รับการเตือนจากปภ.เป็นเวลากว่า 3 ชั่วโมง  โยนกันไปมาว่าใครคือต้นทางปลายทาง ส่งคำเตือนถึงประชาชนช้าใครจะรับผิดชอบ กสทช.และสตง.ใครจะถอดถอนได้เมื่อเลือกทำงานแล้วเหมือนตีเช็คเปล่าถอดถอนไม่ได้

“การก่อสร้างอาคารสตง.ใช้งบกว่า 2 พันล้านแต่พังในพริบตา ประชาชนไม่ปล่อยให้ลอยนวลแน่นอน ประชาชนรู้สึกว่าภาษีของเขาไม่มีใครปกป้องเลย ทีงบประมาณสร้างคู่คลองหนองน้ำให้ประชาชนแค่หลักแสนหายากยิ่งนัก แต่นี่งบกว่า 2,000 ล้านมาสร้างอาคารให้องค์กรอิสระ เมื่อพังแบบนี้จะต้องมีคนรับผิดชอบ บริษัทจีนที่เป็นบริษัทร่วมทุนมาก่อสร้างต้องร่วมรับผิดชอบด้วย ไม่ใช่ปล่อยให้เจ้าหน้าที่ขนเอกสารหนีลอยนวลและไม่มีคำตอบ ต่างประเทศมองเราอยู่ถ้าเราเคลียร์เรื่องนี้ไม่ได้ใครที่ไหนจะนับถือเรา” นพ.เปรมศักดิ์กล่าว

อย่างไรก็ตาม หลังจากสว.อภิปรายแสดงความคิดเห็นเสร็จสิ้น ที่ประชุมขอให้สำนักงานเลขาธิการวุฒิสภาส่งข้อสังเกต และข้อเสนอแนะของสว.ไปยังครม.รับทราบ และมอบหมายให้คณะกรรมาธิการ(กมธ.)บริหารราชการแผ่นดินวุฒิสภาไปศึกษาเพิ่มเติม และเมื่อพิจารณาแล้วเสร็จให้เสนอผลการพิจารณาต่อที่ประชุมวุฒิสภาต่อไป

‘นายกฯ’ลั่นกลางวงประชุมครม. หาต้นเหตุ‘ตึกสตง.’ถล่มไม่ได้ ประเทศไทยจะอยู่ยาก

‘นายกฯ’ลั่นกลางวงประชุมครม. หาต้นเหตุ‘ตึกสตง.’ถล่มไม่ได้ ประเทศไทยจะอยู่ยาก

‘นายกฯ’ลั่นกลางวงประชุมครม. หาต้นเหตุ‘ตึกสตง.’ถล่มไม่ได้ ประเทศไทยจะอยู่ยาก

วันอังคาร ที่ 1 เมษายน พ.ศ. 2568, 12.30 น.

‘นายกฯ’ลั่นถ้าไม่หาต้นเหตุ‘ตึกถล่ม’ให้ได้ ประเทศไทยจะอยู่ยาก สั่งการ‘8 กระทรวง’เร่งแก้ไขปัญหาทุกมิติ พร้อมเชิญประเทศที่มีภัยพิบัติร่วมให้ข้อมูลเพื่อกำหนดแผนปฏิบัติการเผชิญเหตุ ‘ดีเอสไอ’รับเป็นคดีพิเศษ ด้าน‘รมว.อุตสาหกรรม’ย้ำในที่ประชุม ‘เหล็กก่อสร้าง สตง.’ไม่ได้มาตรฐาน เตรียมส่งผลให้พนักงานสอบสวน

1 เมษายน 2568 นายจิรายุ ห่วงทรัพย์ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า ในการประชุมคณะรัฐมนตรี(ครม.)นายกรัฐมนตรี มีข้อสั่งการในการประชุม ดังนี้  

เมื่อวันศุกร์ที่ 28 มีนาคม ที่ผ่านมา จากสถานการณ์แผ่นดินไหวที่ประเทศเมียนมา ซึ่งส่งผลให้หลายพื้นที่ในประเทศไทยได้รับผลกระทบทำให้สามารถรับรู้ถึงแรงสั่นสะเทือน โดยเฉพาะอย่างยิ่งในพื้นที่ภาคเหนือ และกรุงเทพมหานคร โดยขอสั่งการให้ทุกหน่วยงานบูรณาการการทำงาน และระดมทุกสรรพกำลัง จากทั้งภาครัฐ เอกชน และอาสาสมัครในการช่วยเหลือผู้ประสบภัยจากเหตุการณ์ดังกล่าว  และรัฐบาลขอขอบคุณจากใจในทุกภาคส่วนถึงความเสียสละของทุก ๆ ท่านที่ร่วมมือกันจนสถานการณ์คลี่คลายลงแล้ว   

ทั้งนี้ เพื่อเป็นการป้องกัน การเตรียมรับมือและมีมาตรการที่ชัดเจนในการรับมือ อุบัติภัย ภัยพิบัติทางธรรมชาติต่าง ๆ ทุกประเภท ทั้ง อุทกภัย สึนามิ ไฟป่า รวมถึงแผ่นดินไหว โดยขอสั่งการดังต่อไปนี้

1. ให้กระทรวงมหาดไทย  ให้ดำเนินการจัดทำแผน และมาตรการในการป้องกันภัยพิบัติต่าง ๆโดยมีการแบ่งหน้าที่ และขั้นตอนต่าง ๆ อย่างชัดเจน (Flowchart) เพื่อให้เกิดความเข้าใจกับทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกลับมาเสนอภายในสิ้นเดือนนี้  และ “ขอให้ทางกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย  (ปภ.) หามาตรการในการประสานงานกับทางกระทรวง DE กรมอุตุนิยมวิทยา และ กสทช. ในการส่งข้อความเตือนภัย ที่ชัดเจน และรวดเร็วมากขึ้นให้มีการใช้ระบบ Virtual cell broadcast กับอุปกรณ์โทรศัพท์ทุกรูปแบบ

ทั้งนี้ ระหว่างการรอระบบ Cell broadcast ที่จะเสร็จสมบูรณ์ในเดือน กรกฎาคมนี้ เพื่อให้ระบบสื่อสารเตือนภัยมีประสิทธิภาพสูงสุด ในการเตือนภัยแก่สาธารณชนในสถานการณ์ต่าง ๆ ทั้งจากภัยธรรมชาติ แผ่นดินไหว น้ำท่วม ดินถล่ม อุบัติเหตุ อุบัติภัยต่าง ๆ เช่น ไฟไหม้ อุบัติเหตุบนท้องถนนเป็นต้น แม้กระทั่งการรุกรานจาก cyber crime โดยให้ศึกษาในประเทศต่าง ๆ ที่มีบทเรียนที่ดีในเรื่องภัยพิบัติต่าง ๆ   และให้ทางกรมโยธาธิการฯ เร่งออกมาตรการ ข้อกำหนดในการตรวจสอบอาคารสูงทุกอาคาร เพื่อให้ได้มาตรฐาน โดยร่วมมือกับทาง กทม. และสมาคมที่เกี่ยวข้อง และภาคเอกชนที่มีความเชี่ยวชาญ และ ควรจะกำหนดเกณฑ์มาตรฐานและออกใบรับรองมาตรฐานอาคาร เพื่อให้เกิดความมั่นใจกับประชาชนและนักท่องเที่ยว

2. กระทรวงการต่างประเทศ เร่งปรึกษากับผู้เชี่ยวชาญในต่างประเทศ ที่มีความพร้อมในระบบเตือนภัย เช่น ญี่ปุ่น ยุโรป นิวซีแลนด์  และ อิสราเอล โดยประสานผ่านสถานทูต เพื่อเชิญมาประชุมกับผู้ที่เกี่ยวข้องของประเทศไทย เพื่อกำหนดแนวทางปฏิบัติสำหรับประเทศไทยให้เร็วที่สุด

3. กระทรวงสาธารณสุข วางแผนในการเตรียมการรับมือทั้งแพทย์ฉุกเฉิน เตียงสนามให้เพียงพอ รวมถึงจิตแพทย์ที่จะดูแลฟื้นฟูผู้ที่รับผลกระทบ

4. กระทรวงการท่องเที่ยวฯ สั่งการให้ เร่งสื่อสารกับนักท่องเที่ยว หรือชาวต่างชาติที่มาทำงานในประเทศไทย ให้ได้รับข้อความเตือนภัย และแผนรับมือกับเหตุการณ์ได้อย่างชัดเจน

5. ให้กระทรวงทรัพยากรฯ ระดมนักวิชาการทางด้านธรณีวิทยา เพื่อรวบรวมข้อมูลและจัดทำข้อเสนอแนะในมาตรการรับมือที่ถูกต้อง และป้องกันภัยได้อย่างรัดกุมที่สุด รวมถึงการตรวจระบบอุปกรณ์เตือนภัยต่าง ๆ ที่เคยมีอยู่ ให้สามารถใช้งานได้อย่างปกติ เช่น ระบบเตือนภัยสึนามิ ตลอดจนการนำเอาเทคโนโลยีสมัยใหม่มาใช้มากยิ่งขึ้น

6. ให้กระทรวงศึกษาธิการ เร่งเพิ่มเติมหลักสูตร และแผนการรับมือภัยธรรมชาติ ในทุกรูปแบบให้กับนักเรียน นักศึกษาทุกระดับ

7. ให้กระทรวงคมนาคม เร่งตรวจสอบเส้นทางคมนาคม ทุกมิติให้มีความพร้อมในการให้บริการกับประชาชน รวมถึงตรวจสอบงานก่อสร้างขนาดใหญ่ให้ได้มาตรฐาน สามารถรองรับภัยธรรมชาติต่าง ๆ ได้

8. ให้สำนักนายกรัฐมนตรี – ร่วมมือกับ ปภ. เร่งสรุปมาตรการในการเยียวยาผู้ที่ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์ดังกล่าวโดยเร็ว ตามที่กฎหมายกำหนด  และ ให้กรมประชาสัมพันธ์ – เป็นศูนย์กลางในการกระจายข่าวสารที่ถูกต้อง อย่างทั่วถึงรวมทั้งกระจายไปยังช่องทางต่างๆให้ครบถ้วนทั้งสถานีวิทยุ โทรทัศน์  และแพลตฟอร์มออนไลน์ต่างๆ เช่น Facebook หรือ LINE รวมทั้งให้ประสานขอความร่วมมือกับ เอกชน ที่มีป้ายโฆษณาขนาดใหญ่ ที่สามารถขึ้นภาพได้ทันที เพื่อให้เกิดการประชาสัมพันธ์อย่างทั่วถึง

นายจิรายุ กล่าวต่ออีกว่า นายกรัฐมนตรี ได้สั่งการให้คณะกรรมการสืบหาต้นเหตุของตึกก่อสร้าง สตง.ถล่มในครั้งนี้ที่มี นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรี รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เป็นประธานให้เร่งตรวจสอบหาข้อเท็จจริงภายใน 7วัน หากมีความผิดต้องดำเนินการตามกฎหมายอย่างเคร่งครัดต่อไป

“อาคารก่อสร้างถล่มครั้งนี้ ต้องหาสาเหตุ และ หาผู้รับผิดชอบให้ได้ ไม่เช่นนั้นประเทศไทยจะอยู่ยาก ต้องมีผู้รับผิดชอบเพื่อแก้ไขปัญหาระยะยาวต่อไป”นายกรัฐมนตรีกล่าว

จากนั้นนายกรัฐมนตรีได้สอบถามในแต่ละกระทรวงที่เกี่ยวข้อง โดยพันตำรวจเอกทวี สอดส่อง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม ได้รายงาน ต่อ ครม.ว่ากรมสอบสวนคดีพิเศษหรือ DSI ได้รับเป็นคดีพิเศษเพื่อติดตามตรวจสอบการประกอบธุรกิจของคนต่างด้าวที่พบว่ามี นอมินี มากถึง 17 บริษัท

ขณะที่กระทรวงพาณิชย์ตรวจสอบพบว่าบริษัทดังกล่าวรับงานส่วนราชการไปทั้งหมด 11 งาน 10  งานอยู่ระหว่างการก่อสร้าง ส่วนงานที่แล้วเสร็จเป็นอาคารเรียนโรงเรียนแห่งหนึ่ง ซึ่งจะเข้าดำเนินการตรวจสอบต่อไป

ขณะที่นายเอกนัฏ พร้อมพันธุ์ รมว.อุตสาหกรรมรายงานว่า ผลของการตรวจสอบเหล็กพบว่าไม่เป็นไปตามมาตรฐานโดยจะส่งข้อมูลให้พนักงานสอบสวน เพื่อประกอบสำนวนการสอบสวนต่อไป

‘นายกฯ อิ๊งค์’ สวมชุดลายผ้าพระราชทาน ‘สิริราชพัสตราภรณ์’ นำถกครม

'นายกฯ อิ๊งค์' สวมชุดลายผ้าพระราชทาน 'สิริราชพัสตราภรณ์' นำถกครม

‘นายกฯ อิ๊งค์’ สวมชุดลายผ้าพระราชทาน ‘สิริราชพัสตราภรณ์’ นำถกครม

วันอังคาร ที่ 1 เมษายน พ.ศ. 2568, 12.05 น.

‘นายกฯ อิ๊ง’ สวมชุดลายดอกพุดตานบานบ้านเชียง ผ้าลายพระราชทาน ‘สิริราชพัสตราภรณ์’ 

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) วันเดียวกันนี้ น.ส.แพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี สวมชุดผ้าลายพระราชทาน “สิริราชพัสตราภรณ์” ลายดอกพุดตานบานที่บ้านเชียง ผ้าลายพระราชทานเมื่อวันที่ 9 ก.พ.68 ที่มหาวิทยาลัยราชภัฎอุดรธานี ซึ่งสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา ทรงออกแบบ โดยลายดอกพุดตานบานที่บ้านเชียง จากกลุ่มเฮือนไหมมนัสวรรณ ไหมแท้ที่แม่ทอ นำเสนอดอกพุดตานในรูปหัวใจ รายล้อมด้วยลายก้นหอย รอยอารยธรรม ซึ่งเป็นลายประจำจังหวัดอุดรธานี

.-008 

บ่ายรี้รู้เรื่อง!! จับตา’ปชป.’เคาะส่ง’ชินวรณ์’ลงสนามเลือกตั้งซ่อมสส.เมืองคอนหรือไม่

บ่ายรี้รู้เรื่อง!! จับตา'ปชป.'เคาะส่ง'ชินวรณ์'ลงสนามเลือกตั้งซ่อมสส.เมืองคอนหรือไม่

บ่ายรี้รู้เรื่อง!! จับตา’ปชป.’เคาะส่ง’ชินวรณ์’ลงสนามเลือกตั้งซ่อมสส.เมืองคอนหรือไม่

วันอังคาร ที่ 1 เมษายน พ.ศ. 2568, 12.02 น.

‘เฉลิมชัย’ขอคุยเลขาฯ-รองหัวหน้าปชป.บ่ายนี้ ปมเลือกตั้งซ่อมสส.เมืองคอน หลัง‘ชินวรณ์’เสนอตัวลงชิงชัย เผยไม่มีพรรคร่วมรัฐบาลมาหารือ 

เมื่อวันที่ 1 เม.ย.2568 ที่ทำเนียบรัฐบาล นายเฉลิมชัย ศรีอ่อน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติ และสิ่งแวดล้อม ในฐานะหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ให้สัมภาษณ์ก่อนการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ถึงการส่งผู้สมัครรับเลือกตั้งซ่อม สส.เขตเลือกตั้งที่ 8 จ.นครศรีธรรมราช ซึ่งมีนายชินวรณ์ บุณยเกียรติ อดีตสส.นครศรีธรรมราช พรรคประชาธิปัตย์ เสนอตัวขอลงสมัคร ว่า ตนจะหารือร่วมกับนายเดชอิศม์ ขาวทอง รมช.สาธารณสุข ในฐานะเลขาธิการพรรคประชาธิปัตย์ และนายชัยชนะ เดชเดโช สส.นครศรีธรรมราช และรองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ดูแลภาคใต้ ที่พรรคประชาธิปัตย์ในช่วงบ่ายวันนี้ (1 เม.ย.) ซึ่งน่าจะได้ข้อสรุปบ่ายนี้

เมื่อถามว่าพรรคภูมิใจไทยจะส่งสามีของนางมุกดาวรรณ เลื่องสีนิล อดีต สส.นครศรีธรรมราช ที่ถูกตัดสินให้พ้นจากตำแหน่ง สส. ลงแข่งขันครั้งนี้ นายเฉลิมชัย ยิ้มแต่ไม่ตอบคำถาม  

ผู้สื่อข่าวถามว่าแกนนำพรรคกล้าธรรม ระบุว่าพร้อมส่งผู้สมัครในการเลือกตั้งซ่อม สส.นครศรีธรรมราชด้วย แต่ขอหารือกับพรรคร่วมรัฐบาลก่อน นายเฉลิมชัย กล่าวว่า ยังไม่มีใครมาหารือด้วย ทั้งนี้ ในส่วนของพรรคประชาธิปัตย์ เดี๋ยวตนหารือกับรองหัวหน้า และเลขาธิการพรรคช่วงบ่ายนี้ก่อน

‘ราเมศ’ยก‘ชินวรณ์’ เหมาะสมที่สุดสู้ศึกเลือกตั้งซ่อมเมืองคอน

‘ราเมศ’ยก‘ชินวรณ์’ เหมาะสมที่สุดสู้ศึกเลือกตั้งซ่อมเมืองคอน

‘ราเมศ’ยก‘ชินวรณ์’ เหมาะสมที่สุดสู้ศึกเลือกตั้งซ่อมเมืองคอน

วันอังคาร ที่ 1 เมษายน พ.ศ. 2568, 11.54 น.

เชื่อคว้าชัยเลือกตั้งซ่อม! “ราเมศ”ยก”ชินวรณ์” สส.9 สมัย เหมาะสมที่สุดสู้ศึกเลือกตั้งซ่อม สส.เขต 8 นครศรีธรรมราช ชูนักการเมืองน้ำดี ทำงานได้ทันทีทั้งงานพื้นที่-งานสภาฯ หวังจุดเริ่มต้นพิสูจน์คนคนปักษ์ใต้ยังรัก-ศรัทธา

เมื่อวันที่ 1 เมษายน 2568 นายราเมศ รัตนะเชวง เลขานุการ นายชวน หลีกภัย อดีตนายกรัฐมนตรี และอดีตประธานรัฐสภา ได้กล่าวถึงการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดนครศรีธรรมราช เขตเลือกตั้งที่ 8 แทนตำแหน่งที่ว่าง ซึ่งทางคณะกรรมการการเลือกตั้ง เรื่อง กำหนดวันเลือกตั้ง และวันรับสมัครรับเลือกตั้ง สส.นครศรีธรรมราช เขตเลือกตั้งที่ 8 ให้วันที่ 27 เมษายน 2568 เป็นวันเลือกตั้ง ว่า นายชินวรณ์ บุณยเกียรติ อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ อดีต สส.9 สมัย เป็นบุคคลที่มีความเหมาะสมที่สุด เชื่อว่าจะสามารถเอาชนะได้ ด้วยการทำงานและคุณงามความดีที่สะสมมา ถือว่านายชินวรณ์ เป็นนักการเมืองน้ำดีที่ทำการการเมืองยึดหลักประโยชน์ของประเทศชาติและประชาชนเป็นที่ตั้ง ยึดหลักสุจริตในการทำงาน ความสำเร็จที่ผ่านมา ไม่ว่าจะเป็นการทำหน้าที่ฝ่ายบริหารก็ทำงานได้ การทำหน้าที่ในสภาก็มีบทบาทมาโดยตลอดระยะเวลาที่เป็นนักการเมือง ไม่มีประวัติด่างพร้อย ที่สำคัญสามารถทำงานได้ทันที

นายราเมศ กล่าวต่อว่า ที่พูดมาเพราะตนเป็นประจักษ์พยานได้ในช่วงระยะเวลาที่ตนทำงานการเมืองในพรรคประชาธิปัตย์ ได้ทำงานร่วมกันกับนายชินวรณ์ ปัญหาของพี่น้องประชาชนทั้งในพื้นที่รวมถึงประชาชนในจังหวัดอื่นๆทั่วประเทศนายชินวรณ์ได้ทุ่มเทให้ความช่วยเหลือแก้ปัญหาให้กับพี่น้องประชาชนตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา ตนทำงานร่วมกับนายชินวรณ์ในสภาในสมัยที่ผ่าน ถือว่านายชินวรณ์เป็นหลักให้กับพรรคประชาธิปัตย์ในการต่อสู้ในสภา ทำหน้าที่ประธานวิปของพรรคได้อย่างสมบูรณ์ นี่คือความภาคภูมิใจของพรรคและเชื่อว่าเป็นความภาคภูมิใจของชาวจังหวัดนครศรีธรรมราช ไม่อายใครแน่นอนเพราะมีบทบาทสูงในทางการเมืองในทุกด้าน

นายราเมศ กล่าวต่อว่า ตนในฐานะเลขานายชวน หลีกภัย ทุกครั้งที่พูดถึงนักการเมืองในพรรคหลายๆคน ชื่อนายชินวรณ์ นายชวนพูดอยู่เสมอว่านายชินวรณ์เป็นคนดี เป็นนักการเมืองน้ำดี มีประสบการณ์ ทุ่มเททำงานตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา ตนเชื่อว่าประชาชนในพื้นที่ทราบดีว่าการเลือกตั้งที่ผ่านมานายชินวรณ์แพ้เพราะอะไร แพ้เพราะการเลือกตั้งที่ไม่สุจริต การเลือกตั้งซ่อมครั้งนี้พี่น้องชาวเขต 8 จังหวัดนครศรีธรรมราชต้องแสดงพลังให้เห็นว่า เราต้องการการเมืองที่สุจริต ต้องเลือกคนดีที่ทำงานเป็นเข้าไปทำหน้าที่แทน ระบบประชาธิปไตย การต่อสู้ในการเลือกตั้งที่ใครบอกว่าเมื่อลงแข่งขันเราก็ต้องทำทุกอย่าง คำว่าทำทุกอย่างสิ่งที่สำคัญที่สุดคือการยึดหลักสุจริตในการหาเสียง ถ้าทำทุกอย่างด้วยวิธีการอื่นนอกหลักการก็ไม่ใช่ประชาธิปไตยที่แท้จริง

“ผมเชื่อในความตั้งใจของนายเฉลิมชัย ศรีอ่อน หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ และเป็นกำลังใจให้ผู้ที่มีหน้าที่ในพรรคขอให้ประสบผลสำเร็จคว้าชัยชนะมา การเลือกตั้งซ่อมเขต 8 จังหวัดนครศรีธรรมราชในครั้งนี้ ทุกคนที่เป็นสมาชิกพรรคประชาธิปัตย์จะทุ่มเทช่วยเหลือกันอย่างเต็มที่สุดกำลังความสามารถ เป้าหมายคือความสำเร็จแล้วโดยส่วนตัวเชื่อว่าจะเป็นจุดเริ่มต้นที่สำคัญในภาคใต้ในการเลือกตั้งครั้งหน้าเพื่อพิสูจน์ให้เห็นว่าคนปักษ์ใต้ยังรักและศรัทธาพรรคประชาธิปัตย์” นายราเมศ กล่าว

‘กมธ.การแรงงาน’เตรียมลงพื้นที่ สตง.มอบหมวกนิรภัย-ช่วยเหลือเบื้องต้นกับแรงงาน

'กมธ.การแรงงาน'เตรียมลงพื้นที่ สตง.มอบหมวกนิรภัย-ช่วยเหลือเบื้องต้นกับแรงงาน

‘กมธ.การแรงงาน’เตรียมลงพื้นที่ สตง.มอบหมวกนิรภัย-ช่วยเหลือเบื้องต้นกับแรงงาน

วันอังคาร ที่ 1 เมษายน พ.ศ. 2568, 11.43 น.

“กมธ.การแรงงาน”เตรียมลงพื้นที่ สตง.มอบหมวกนิรภัย-ช่วยเหลือเบื้องต้นกับแรงงาน “สฤษพงษ์”เรียกร้องทุกหน่วยงานตระหนักถึงบทบาท แนะทบทวนกฎหมายแรงงานให้ครอบคลุมแรงงานคนไทยและต่างชาติ

เมื่อวันที่ 1 เมษายน 2568 ที่รัฐสภา นายสฤษฏ์พงษ์ เกี่ยวข้อง สส.กระบี่ พรรคภูมิใจไทย (ภท.) ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการ (กมธ.) การแรงงาน สภาผู้แทนราษฎร แถลงแสดงความเสียใจต่อครอบครัวผู้เสียชีวิตจากเหตุการณ์ สำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) แห่งใหม่ถล่ม จากเหตุแผ่นดินไหว ว่า ทาง กมธ.ฯ จะลงพื้นที่เกิดเหตุ นำสิ่งของจำเป็นไปมอบให้ โดยเฉพาะหมวกนิรภัย โดยจะนำไปวางไว้ ณ ศูนย์อำนวยการเพื่ออำนวยความสะดวก เพื่อให้กับผู้ปฏิบัติงานได้ใช้ และให้การดูแลเบื้องต้น เนื่องจากเมื่อวันที่ 31 ม.ค.ที่ผ่านมา ทาง กมธ.ฯ ได้ลงพื้นที่ไปแล้ว และทราบความต้องการ

นายสฤษพงษ์ กล่าวต่อว่า สำหรับการลงพื้นที่ในวันนี้ จะไม่ใช่การเข้าไปในพื้นที่ปฏิบัติงานโดยตรง แต่จะอยู่โดยรอบเพื่อให้การดูแลกลุ่มแรงงาน ติดตามปัญหา ผลกระทบที่เกิดขึ้น และให้ความช่วยเหลือในเบื้องต้น ทั้งนี้จากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นนี้ถือเป็นบทเรียนของประเทศไทยที่จะต้องมีการทบทวน ปรับปรุง โดยเฉพาะกฎหมายแรงงาน ซึ่งจะต้องครอบคลุมทั้งผู้ใช้แรงงานคนไทยและแรงงานต่างชาติ กฎหมายระเบียบการควบคุมอาคาร คุณภาพมาตรฐาน การเปิดให้บริษัทต่างชาติเข้าลงทุนรับเหมาโครงการขนาดใหญ่ ต้องมีการทบทวนในเรื่องขั้นตอนการดำเนินงานที่ถูกต้องของนายจ้าง ต้องให้ลูกจ้างซึ่งอยู่ในไซด์งานแต่ละช่วงเวลาลงบันทึกการเข้าปฎิบัติงาน เพื่อสามารถตรวจสอบได้ถูกต้องว่ามี แรงงานคนใด สัญชาติใด อยู่ปฏิบัติงานในพื้นที่ในแต่ละช่วงเวลา

“จากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นจะเห็นว่าประเทศไทยยังขาดเครื่องมือและเทคโนโลยีที่ทันสมัย ในการรองรับการตรวจสอบเคลื่อนย้ายสิ่งของปรักหักพัง ทำให้การให้ความช่วยเหลือผู้ประสบภัยเป็นไปอย่างล่าช้า นอกจากนี้ ยังขาดหน่วยงานเดียวที่รองรับการบริหารจัดการและดูแลสถานการณ์แบบ วันสต็อปเซอร์วิส จึงขอให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องทุกหน่วยงานให้ความสำคัญกับการตรวจสอบ ป้องกันไม่ว่าจะเป็นเรื่องสัญญาณเตือนภัย ความชัดเจนในการจัดการสถานการณ์หลังจากเกิดภัยพิบัติขึ้นต้องเป็นไปอย่างรวดเร็วและมีความชัดเจน รวมทั้งการฉวยโอกาสขึ้นค่าโดยสารหรือการเปิดรับบริจาคที่เป็นเรื่องเท็จ” นายสฤษพงษ์ กล่าว

– 006

‘วุฒิสภา’เข้มซ้อมอพยพหนี’แผ่นดินไหว’ ผวาเกิด’อาฟเตอร์ช็อก’ตามหลัง

'วุฒิสภา'เข้มซ้อมอพยพหนี'แผ่นดินไหว' ผวาเกิด'อาฟเตอร์ช็อก'ตามหลัง

‘วุฒิสภา’เข้มซ้อมอพยพหนี’แผ่นดินไหว’ ผวาเกิด’อาฟเตอร์ช็อก’ตามหลัง

วันอังคาร ที่ 1 เมษายน พ.ศ. 2568, 11.33 น.

‘วุฒิสภา’เข้มซ้อมอพยพหนี’แผ่นดินไหว’ ผวาเกิด’อาฟเตอร์ช็อก’ตามหลัง ด้าน‘บิ๊กเกรียง’เผยอุปกรณ์ได้มาตรฐาน หากพบอะไรชำรุด-เสียหายต้องแก้ไข ยันใช้เรือขนย้ายผู้ป่วยได้  

เมื่อวันที่ 1 เม.ย.2568 ที่รัฐสภา ในการประชุมวุฒิสภา ที่มีพล.อ.เกรียงไกร ศรีรักษ์ รองประธานวุฒิสภาคนที่ 1 ทำหน้าที่ประธานการประชุม โดยภายหลังจากที่เปิดให้สมาชิกหารือความเดือดร้อนของประชาชน ก่อนเข้าระเบียบวาระทั่วไป พล.อ.เกรียงไกร ได้แจ้งสมาชิกทำการซักซ้อมเสมือนจริงการอพยพกรณีเกิดเหตุแผ่นดินไหว หลังจากที่พล.อ.เกรียงไกร ประกาศแจ้งสมาชิกจบ หน้าจอโทรทัศน์ได้ขึ้นสัญญาณเป็นจอสีไม่มีสัญญาณ 

จากนั้นมีเสียงประกาศว่า “ขณะนี้เกิดเหตุการณ์แผ่นดินไหว ขอให้สมาชิกและข้าราชการทุกคนออกไปรวมตัวกันที่บริเวณจุดรวมพล” ก่อนที่ สว. และข้าราชการจะวิ่งออกจากตึกไปรวมตัวกันที่จุดรวมพลบริเวณริมแม่น้ำเจ้าพระยา โดยสมาชิกแต่ละคนได้สวมหมวกนิรภัย เสื้อสะท้อนแสง  นกหวีด และมีบางคนที่ถือไฟฉายลงมาด้วย และได้มีการสอบถามว่าเพื่อนสมาชิกแต่ละคนมีใครได้รับบาดเจ็บหรือไม่ นอกจากนี้ ยังมีการเตรียมเรือไว้สำหรับพาผู้ที่ได้รับบาดเจ็บไปส่งที่โรงพยาบาลใกล้เคียงไว้ด้วย

ภายหลังการซักซ้อมเสร็จสิ้น พล.อ.เกรียงไกร ได้เดินไปกล่าวขอบคุณเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยของอาคารรัฐสภา และให้สัมภาษณ์ว่า วันนี้เราซักซ้อมโดยมีอุปกรณ์พร้อม ซึ่งได้มีการเตรียมไว้สำหรับสมาชิกทุกคน เนื่องจากเมื่อวันที่ 31 มี.ค. สมาชิกได้มีการหารือไว้ เพราะอาจมีอาฟเตอร์ช็อกเกิดขึ้นได้ในภายหลัง เราต้องไม่ประมาท โดยภายหลังจากที่ได้รับการแจ้งเตือนแล้วก็รีบอพยพมาที่จุดรวมพล ซึ่งใช้เวลาไม่เกิน 10 นาที แต่หากเป็นในสถานการณ์จริง และเราได้ซักซ้อมแล้วตนคิดว่าทุกอย่างเป็นไปตามนี้อย่างอัตโนมัติ และรวดเร็วกว่านี้ ทั้งนี้ ทุกอย่างมีแบบแผนในการอพยพ 

เมื่อถามว่า จะมีการอพยพลงมาต้องมีการหลบใต้โต๊ะก่อนหรือไม่ พล.อ.เกรียงไกร กล่าวว่า ตนคิดว่าจะชุลมุน แม้จะหลบใต้โต๊ะอย่างไรก็ต้องออกมาจากอาคารสูงให้เร็วที่สุด ส่วนไฟบริเวณบันไดหนีไฟที่ดับเป็นบางช่วงนั้น ทุกภาคส่วนต้องมีการตรวจสอบ แต่จากการที่วุฒิสภาได้มีการตรวจสอบแล้ว เราจึงได้มีการแจกไฟฉาย เพราะต้องคาดการณ์ว่าระบบสาธารณูปโภคต่างๆ จะไม่สามารถใช้การได้ รวมถึงไฟฟ้าอาจดับ และนกหวีดก็สามารถใช้เรียกหากันได้ 

เมื่อถามว่า ประตูทางออกฉุกเฉินบางจุดชำรุด พล.อ.เกรียงไกร กล่าวว่า หากตรวจพบก็จะต้องมีการแก้ไขให้สมบูรณ์ และเมื่อซักซ้อมแล้วเห็นจุดบกพร่องตรงไหน ก็จะต้องมีการไปปรับแก้ ให้กลับไปสู่สภาพที่สามารถดำเนินการให้มีประสิทธิภาพมากที่สุดเมื่อเกิดเหตุ

เมื่อถามถึง กรณีที่จะมีการตั้งคณะกรรมการ ระหว่างสองสภาเพื่อตรวจสอบอาคารรัฐสภาอย่างละเอียดในวันที่ 3 เม.ย.นี้ พล.อ.เกรียงไกร กล่าวว่า เป็นโครงสร้างที่ต้องทำอยู่แล้ว ซึ่งอาคารรัฐสภาอยู่ในความรับผิดชอบของฝั่งสภาผู้แทนราษฎร โดยทางวุฒิสมาชิกต้องจัดคนเข้าไปร่วมด้วยเพื่อตรวจสอบอย่างครบถ้วน ทั้งเรื่องโครงสร้างหรือระบบสาธารณูปโภค 

เมื่อถามว่า มีความกังวลในเรื่องที่เกิดขึ้นหรือไม่ พล.อ.เกรียงไกร กล่าวว่า ทุกภาคส่วนมีความกังวล แต่การซักซ้อมในวันนี้เป็นการเตรียมการหากเกิดอาฟเตอร์ช็อกขึ้นมา ซึ่งทุกภาคส่วนก็คงจะมีการซักซ้อม และทำความเข้าใจกับเหตุการณ์ดังกล่าว 

พล.อ.เกรียงไกร กล่าวต่อว่า ส่วนที่มีการซักซ้อมอย่างจริงจังในครั้งนี้นั้น ที่จริงจะมีการซักซ้อมอยู่ 2 รูปแบบ คือที่เราเรียกว่าเต็มรูปแบบกับการซักซ้อมในแผน ซึ่งเป็นการทำความเข้าใจในแผนการ และเมื่อมีการทำแผนขึ้นมา ก็ต้องนำคนที่เกี่ยวข้องได้ทำความเข้าใจกันถือเป็นการซักซ้อม วันนี้ถือเป็นการซักซ้อมเสมือนจริงเต็มรูปแบบ ยืนยันว่าอุปกรณ์ต่างๆ เป็นไปตามมาตรฐาน 

เมื่อถามว่าการขนย้ายคนไปทางน้ำที่จะเคลื่อนย้ายคนทางน้ำได้จริงหรือไม่ พล.อ.เกรียงไกร กล่าวว่า สามารถขนย้ายได้ แม้จะมีคลื่น เพราะเรือมีจังหวะของคลื่นอยู่แล้ว ยืนยันปลอดภัย และทางตำรวจน้ำก็ได้มีการยืนยันแล้วว่าสามารถขนย้ายทางน้ำได้อย่างปลอดภัย ทั้งนี้ เรื่องการขนย้ายคนทางน้ำจะเน้นคนผู้ป่วยเป็นอันดับแรก ไปยังโรงพยาบาลวชิระหรือโรงพยาบาลใกล้เคียง เพราะหากผู้ป่วยเดินทางทางรถยนต์ในขณะที่เกิดแผ่นดินไหว รถก็จะติดเพราะทุกคนก็ต่างกันต้องการจะออกจากพื้นที่ ทำให้ไม่สามารถขนย้ายผู้ป่วยไปยังโรงพยาบาลได้ทันการใช้เรือจึงเป็นทางออกที่เร็วที่สุด

รัฐมนตรีแฉเอง มีคน‘วิ่งเต้น-ข่มขู่’เจ้าหน้าที่ ปมตรวจเหล็ก‘ตึก สตง.’ถล่ม

รัฐมนตรีแฉเอง มีคน‘วิ่งเต้น-ข่มขู่’เจ้าหน้าที่ ปมตรวจเหล็ก‘ตึก สตง.’ถล่ม

รัฐมนตรีแฉเอง มีคน‘วิ่งเต้น-ข่มขู่’เจ้าหน้าที่ ปมตรวจเหล็ก‘ตึก สตง.’ถล่ม

วันอังคาร ที่ 1 เมษายน พ.ศ. 2568, 11.25 น.

‘เอกนัฏ’ลั่นรับผิดชอบเอง หลังพบมีคน‘วิ่งเต้น-ข่มขู่’เจ้าหน้าที่ ปมตรวจเหล็ก‘ตึก สตง.’ เตรียมตรวจซ้ำเก็บตัวอย่างแบบชี้เป้า หาจุดต้นตออาคารถล่ม ยันไม่ยอมให้‘บริษัทศูนย์เหรียญ’มาหาประโยชน์ในประเทศ

เมื่อเวลา 09.30 น. วันที่ 1 เม.ย.68 ที่ทำเนียบรัฐบาล นายเอกนัฏ พร้อมพันธุ์ รมว.อุตสาหกรรม กล่าวถึงกรณีนำทีมเข้าไปตรวจวัสดุก่อสร้างในจุดที่เกิดอาคาร สำนักงานตรวจเงินแผ่น (สตง.) ดินถล่ม ซึ่งได้ขออนุญาต นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและรมว.มหาดไทย แล้ว ซึ่งมีทีมกู้ภัยมาช่วยตัดเหล็ก และเก็บตัวอย่างมาได้ 6 ประเภท ทั้งเหล็กกลม และเหล็กข้ออ้อย 3 ยี่ห้อ จากการตรวจสอบเมื่อวานพบว่ามีเหล็ก 2 ขนาด ที่ไม่ได้มาตรฐาน คือเหล็กไซส์ 20 และ 32 มาจากยี่ห้อเดียวกัน

ส่วนจะสั่งปิดโรงงานเหล็กที่ไม่ได้มาตรฐานหรือไม่นั้น นายเอกนัฏ กล่าวว่า เหล็กที่พบมาจากผู้ผลิตที่มาจากกระทรวงอุตสาหกรรมสั่งหยุดโรงงานไปแล้ว เมื่อเดือนธ.ค.ปีที่แล้ว จากนี้จะมีการตั้งคณะกรรมการสอบสวนขยายผล ตามปกติเมื่อพบว่ามีผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรมที่ไม่ได้มาตรฐาน ต้องเรียกเก็บของมาให้หมด ให้ผู้ผลิตหยุด และปรับปรุงก่อน ซึ่งในกรณีนี้กระทรวงอุตสาหกรรมได้ให้หยุดและปรับปรุงไปแล้ว จึงต้องไปดูว่ามีผลพอที่จะให้เพิกถอนใบอนุญาตได้เลยหรือไม่

เมื่อถามว่าเหล็ก 2 ขนาดที่ไม่ได้มาตรฐาน จะอนุมานว่าเป็นทั้งล็อตที่ใช้ในการก่อสร้างหรือเฉพาะที่สุ่มตรวจตัวอย่าง นายเอกนัฏ กล่าวว่าการเข้าไปสุ่มตรวจจะทำ 2 รอบ โดยรอบแรกพื้นที่เกิดเหตุมีการกู้ภัยอยู่จึงเป็นการสุ่มตัวอย่างเพราะไม่อยากเข้าไปในพื้นที่อาคารที่กำลังมีการกู้ภัย โดยระหว่างเก็บตัวอย่างได้มีการติดกล้องที่เจ้าหน้าที่เพื่อยืนยันว่าเก็บจากจุดไหนบ้าง แต่ละประเภทมีหลายตัวอย่าง และตอนที่ลำเลียงออกไป รวมถึงการแกะตัวอย่างก่อนตรวจสอบก็มีสื่อมวลชนบันทึกภาพอยู่ ส่วนรอบต่อไปจะเข้าพื้นที่ไปพร้อมกับคณะกรรมการสอบสวนข้อเท็จจริง ที่นายกรัฐมนตรีตั้งไว้แล้ว โดยมีกรมโยธาธิการและผังเมืองพร้อมตำรวจ ซึ่งจะเป็นการเก็บแบบชี้เป้า ซึ่งจะต้องมีแบบ และจะต้องเอา BOQ ของผู้รับเหมาว่ามีเหล็กประเภทไหนบ้าง เก็บให้ครบทุกประเภท หลายตัวอย่าง และเก็บในจุดที่สันนิษฐานว่าเป็นจุดที่ทำให้ตึกถล่ม ซึ่งจะเป็นการเก็บเต็มรูปแบบกว่าครั้งแรก

นายเอกนัฏ ยังยอมรับด้วยว่า ตนก็อึ้งเหมือนกัน เพราะโรงงานที่พบว่าผลิตเหล็กไม่ได้มาตรฐานนี้ เป็นโรงงานที่ตนไปตรวจ และสั่งปิดไปตั้งแต่เดือนธ.ค.ปีที่แล้ว แต่การก่อสร้างเกิดขึ้นตั้งแต่ปี 2563 สร้างมาแล้ว 5 ปี ซึ่งในการตรวจเหล็กจะตรวจ 2 ส่วน คือคุณสมบัติด้านการกล และคุณสมบัติทางเคมี ซึ่งครั้งแรกที่ไปตรวจตกทางเคมี และล่าสุดที่ตรวจเมื่อวานคือตกทางกล ที่ผ่านมาสั่งให้หยุดและอายัดของกลาง เรียกเก็บสินค้ามา และให้หยุดเพื่อปรับปรุง ซึ่งตั้งแต่ตอนนั้นก็ไม่มีการเปิดตามขั้นตอนทางกฎหมาย เมื่อสั่งให้หยุดปรับปรุง พอปรับปรุงแล้วก็หนังสือมาเพื่อสั่งเปิดและต้องเอาของมาตรวจอีกที ถ้ายังตกอีกคราวนี้ ก็อาจจะปิดและเพิกถอนใบอนุญาต มอก. ดังนั้นหลักฐานทั้งหมดที่เก็บมาได้ในครั้งนี้ ก็จะดูว่าเพียงพอหรือไม่ ที่จะไม่ให้เปิดอีก เพราะถ้าเปิดอีก ผลิตออกมาก็มีปัญหาอีก เราก็ต้องใช้กฎหมายเพื่อรักษาประโยชน์ เพื่อผลประโยชน์ประชาชน เรื่องนี้ตนต่อสู้มาตลอดไม่ใช่เรื่องเหล็กอย่างเดียวยังมีเรื่องสายไฟที่ไม่ได้มาตรฐานด้วย โดยพยายามเรียกเก็บของที่ไม่ได้มาตรฐาน

นายเอกนัฏ กล่าวว่า ที่ผ่านมาตนได้ดำเนินการตรวจและปิดโรงงานเหล็กไปแล้ว 7 โรงงาน อยู่ระหว่างการสอบสวนอีก 3 โรงงาน มูลค่า 400 ล้าน อีกนัยหนึ่งคือมีอุตสาหกรรมธุรกิจศูนย์เหรียญที่มาอยู่ในประเทศแล้วไม่ก่อให้เกิดประโยชน์กับไทย เป็นทุนต่างชาติ 100% จ้างงานต่างด้าว 100% ภาษีบางเจ้าไม่ต้องจ่ายและได้รับ BOI ด้วย ซึ่งจากที่ตนทำมา 6 เดือน บางเรื่องมีลักษณะการดำเนินงานเป็นกระบวนการ และเมื่อวานนี้อยากให้กำลังใจเจ้าหน้าที่ที่ตนนำทีมไปเก็บหลักฐานเองทั้งหมด เพราะเชื่อว่าหลักฐานบางส่วน มีความสำคัญและมีน้ำหนัก และสร้างความมั่นใจให้กับเจ้าหน้าที่ ช่วง 1-2 วันที่ผ่านมา ตนได้ข่าวว่ายังมีความพยายามวิ่งเต้น และข่มขู่เจ้าหน้าที่ เรื่องนี้ตนเข้าใจ ไม่เป็นไร ถ้าไม่กล้าพูดตนก็จะพูดเอง เกิดอะไรขึ้นตนรับผิดชอบเอง เพราะเรื่องนี้เป็นเรื่องสำคัญ ตนคิดว่าเราปล่อยปละละเลยต่อไปมากกว่านี้ไม่ได้แล้ว

นายเอกนัฏ กล่าวด้วยว่า วันพรุ่งนี้ (2 เม.ย.) จะมีการลงพื้นที่จะมีการลงพื้นที่ตรวจโรงงานใน ต.หนองละลอก จ.ระยอง ที่สั่งปิด หลัง สส. ประชาชนลงพื้นที่ซึ่งพบว่าโรงงานดังกล่าวยังมีความเคลื่อนไหวพบรถบรรทุกขนฝุ่นแดง ทั้งที่มีการสั่งปิดตั้งแต่ปี 2567 ซึ่งตั้งข้อสังเกตว่าจะมีการลักลอบผลิตเหล็กอยู่หรือไม่ ทั้งนี้หากพื้นที่แล้วตรวจพบและพบว่ามีการลักลอบจะถูกตั้งข้อกล่าวหา และดำเนินคดีเพิ่มอีก