‘นฤมล’เผย’กล้าธรรม’เตรียมเคาะผู้สมัครเลือกตั้งซ่อมนครฯ ภายใน 1-2 วันนี้

'นฤมล'เผย'กล้าธรรม'เตรียมเคาะผู้สมัครเลือกตั้งซ่อมนครฯ ภายใน 1-2 วันนี้

‘นฤมล’เผย’กล้าธรรม’เตรียมเคาะผู้สมัครเลือกตั้งซ่อมนครฯ ภายใน 1-2 วันนี้

วันอังคาร ที่ 1 เมษายน พ.ศ. 2568, 11.11 น.

“นฤมล”เผย”กล้าธรรม”เตรียมเคาะผู้สมัครเลือกตั้งซ่อมนครฯ ภายใน 1-2 วันนี้ ชี้ไม่มีปัญหาภายในพรรคร่วมฯ เชื่อคุยกันได้

เมื่อวันที่ 1 เมษายน 2568 ที่ทำเนียบรัฐบาล นางนฤมล ภิญโญสินวัฒน์ รมว.เกษตรและสหกรณ์ ในฐานะหัวหน้าพรรคกล้าธรรม ให้สัมภาษณ์ถึงความชัดเจนการส่งผู้สมัคร สส.ลงเลือกตั้งซ่อม 8 จ.นครศรีธรรมราช ว่า ต้องหารือกันในพรรค เพราะต้องเป็นมติพรรคว่าจะส่งหรือไม่ ซึ่งขณะมีแคนดิเดตแล้ว โดยจะมีการหารือกันวันนี้หรือพรุ่งนี้

เมื่อถามว่า เป็นพรรคร่วมรัฐบาลด้วยกันมีความกังวลอะไรหรือไม่ นางนฤมล กล่าวว่า ไม่ได้กังวลอะไร เพราะขณะนี้พรรคร่วมรัฐบาลประกาศชัดเจนแล้วว่าน่าจะส่ง 2 พรรคเป็นอย่างน้อย เมื่อถามว่า พรรครวมไทยสร้างชาติ (รทสช.) ไม่ส่ง เพราะคำนึงถึงเรื่องมารยาทพรรคร่วมรัฐบาล นางนฤมล กล่าวว่า ก็แล้วแต่ เพราะแต่ละครั้ง แต่ละพื้นที่ก็แตกต่างกันไป แต่ไม่น่าจะมีปัญหาอะไร น่าจะคุยกันได้

ตั้งกก.ลุยสอบบริษัทจีนสร้าง‘ตึกสตง.’ พบเกี่ยวพันกับอีก 13 บริษัท ขีดเส้น 7 วันจบ

ตั้งกก.ลุยสอบบริษัทจีนสร้าง‘ตึกสตง.’ พบเกี่ยวพันกับอีก 13 บริษัท ขีดเส้น 7 วันจบ

ตั้งกก.ลุยสอบบริษัทจีนสร้าง‘ตึกสตง.’ พบเกี่ยวพันกับอีก 13 บริษัท ขีดเส้น 7 วันจบ

วันอังคาร ที่ 1 เมษายน พ.ศ. 2568, 11.02 น.

‘นภินทร’เผยตั้งกรรมการลุยสอบบริษัทจีนสร้าง‘ตึก สตง.’ คนไทยเป็น‘นอมินี’ถือหุ้นหรือไม่ พบเกี่ยวพันกับอีก 13 บริษัท สรุปภายใน 7 วัน ลั่นใช้กฎหมายทุกข้อทุกฉบับจัดการ

เมื่อเวลา 09.05 น. วันที่ 1 เม.ย.68 ที่ทำเนียบรัฐบาล นายนภินทร ศรีสรรพางค์ รมช.พาณิชย์ ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีมีการตั้งข้อสังเกตว่า มีการใช้นอมินีคนไทยถือหุ้น บริษัท ไชน่า เรลเวย์ นัมเบอร์ 10 (ประเทศไทย)  51% ว่า ขณะนี้เราให้คณะกรรมการชุดใหญ่ ประกอบด้วย รองปลัดกระทรวงพาณิชย์ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ไม่ว่าจะเป็นคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) สำนักงานตำรวจแห่งชาติ กองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเศรษฐกิจ กรมสรรพากร ลงไปตรวจสอบโดยใช้อำนาจที่มีอยู่อย่างเต็มที่ ให้ดำเนินการเรื่องนี้และสรุปภายใน 7 วัน

ทั้งนี้ ในวันเดียวกัน เวลา 13.30 น.จะมีการประชุมอย่างเร่งด่วน กรอบการประชุมวันนี้มีหลายประเด็นด้วยกัน ซึ่งเป็นประเด็นที่ลึก ขอไม่กล่าวตรงนี้เพราะเกี่ยวพันกับรูปคดี อย่างไรก็ตาม เบื้องต้นพบว่า บริษัทนี้เกี่ยวพันกับบริษัทอื่นๆ อีกประมาณ 13 บริษัท และทั้งหมดทำงานและรับงานที่ไหนบ้าง เราจะตรวจสอบและดำเนินการอย่างเข้มข้นตามกฎหมายที่มีอยู่ทุกฉบับ

ผู้สื่อข่าวถามว่า จากการตรวจสอบเบื้องต้นบริษัทดังกล่าวรับงานกี่โครงการ นายนรินทร กล่าวว่า ขออนุญาตเป็นข้อมูลส่วนบุคคลที่เรากำลังสืบสวนสอบสวน ซึ่งหลังจากได้ข้อเท็จจริงจะมีการแถลงให้ทราบอีกครั้งหนึ่ง ยืนยันว่าจะมีการตรวจสอบอย่างละเอียดว่าบริษัทนี้เกี่ยวพันกับอีกกี่บริษัท และแต่ละบริษัทรับงานในประเทศไทยอะไรบ้าง งานแล้วเสร็จที่ไหนบ้าง หรือยังก่อสร้างอยู่

เมื่อถามว่า หลังจากลงพื้นที่ไปตรวจสอบ บริษัทปิดเงียบเหมือนไม่มีคนอยู่ ทางบริษัทและทางกระทรวงพาณิชย์ได้มีการพูดคุยกันหรือไม่ นายนภินทร กล่าวว่า เรามีวิธีการดำเนินการในด้านอื่นอยู่ โดยเฉพาะทางสรรพากร กรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) กองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเศรษฐกิจ เรามีวิธีการดำเนินการตามกฎหมาย ที่สามารถลงไปสืบสวนสอบสวนได้โดยไม่จำเป็นต้องพบตัว หรือแม้ว่าเขาจะหลบเราก็สามารถสรุปได้ว่าบริษัทนี้เป็นนอมินีหรือไม่ และรับงานที่ใดบ้าง แล้วเสร็จที่ไหนบ้าง ยังอยู่ระหว่างดำเนินการ

เมื่อถามว่า มีคนไทยเข้าไปเป็นนอมินีให้กับบริษัทดังกล่าว นายนภินทร กล่าวว่า ในเบื้องต้นมีคนไทยถือหุ้น แต่ยังไม่ได้ข้อสรุปว่าเป็นนอมิหรือไม่ ต้องให้มีข้อเท็จจริงที่สมบูรณ์ก่อน

ผู้สื่อข่าวถามว่า หากพบการกระทำผิดเป็นไปได้หรือไม่ที่จะแบล็กลิสต์บริษัทที่เกี่ยวข้อง นายนภินทร กล่าวว่า ดำเนินการตามกฎหมายที่มีอยู่ ทุกข้อหา ทุกฉบับ และ 4 บริษัทที่อยู่ในตึกเดียวกันจะต้องมีการตรวจสอบหมด

เมื่อถามว่า จะมีการสุ่มตรวจบริษัทที่เกี่ยวข้องกับบริษัทดังกล่าว และบริษัทที่เข้าข่ายมีคนไทยเป็นนอมินีอื่นๆ อีกหรือไม่ นายนภินทร กล่าวว่า เราพยายามทำงานอย่างเต็มที่ในการตรวจสอบ แต่บริษัทมีจำนวนมากกว่า 2 หมื่นบริษัท และตอนนี้เราพูดคุยกับกรมที่ดิน แลกเปลี่ยนข้อมูลกัน กรมที่ดินมีข้อมูลว่าผู้ถือครองมีบริษัทที่ใดบ้าง แต่เขาไม่รู้ว่าผู้ถือครองบริษัทไปเปลี่ยนหุ้นทีหลังหรือไม่ ขณะนี้เรากำลังเชื่อมโยงข้อมูลกับกรมที่ดิน ซึ่งเป็นการเชื่อมโยงแบบเรียลไทม์ว่าบริษัทไหนถือครองที่ดินและโอนกรรมสิทธิ์ถือหุ้นอย่างไร และใช้อำนาจทุกอย่างที่คณะกรรมการซึ่งนายกรัฐมนตรีตั้งขึ้นมาดำเนินการสืบสวนสอบสวนเพื่อไม่ให้นอมินีนั้นทำให้เกิดความเสียหายต่อประเทศไทย

สว.อาจไม่เห็นด้วย! ‘ชูศักดิ์’หวั่น‘กม.เอ็นเตอร์เทนเมนท์ฯ’ซ้ำรอย‘กม.ประชามติ’

สว.อาจไม่เห็นด้วย! ‘ชูศักดิ์’หวั่น‘กม.เอ็นเตอร์เทนเมนท์ฯ’ซ้ำรอย‘กม.ประชามติ’

สว.อาจไม่เห็นด้วย! ‘ชูศักดิ์’หวั่น‘กม.เอ็นเตอร์เทนเมนท์ฯ’ซ้ำรอย‘กม.ประชามติ’

วันอังคาร ที่ 1 เมษายน พ.ศ. 2568, 10.56 น.

“ชูศักดิ์”ขออย่ามองรัฐบาลเร่งรัด”กม.เอ็นเตอร์เทนเมนต์คอมเพล็กซ์” ย้ำเป็นเรื่องที่แถลงต่อสภาไว้ ไม่ได้ทำโดยพลการ รับ สว.อาจไม่เห็นด้วย หวั่นซ้ำรอย”กม.ประชามติ” ชี้ กมธ.รื้อเนื้อหาที่กฤษฎีกาเติมมาได้ แต่ต้องมีเหตุผล

เมื่อวันที่ 1 เมษายน 2568 ที่ทำเนียบรัฐาบล นายชูศักดิ์ ศิรินิล รมต.ประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงกรณีการเสนอบรรจุ ร่าง พ.ร.บ.การประกอบธุรกิจสถานบันเทิงครบวงจร หรือ เอ็นเตอร์เทนเมนต์คอมเพล็กซ์ ให้ที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎรพิจารณาในวันที่ 9 เม.ย.นี้ ก่อนปิดสมัยประชุม 10 เม.ย.และให้กรรมาธิการ (กมธ.) ประชุมในช่วงปิดสมัยประชุมสภาฯ จะเป็นการเร่งรัดเกินไปหรือไม่ ว่า อย่าไปคิดอย่างนั้น เพราะหากรอถึงการเปิดสมัยประชุมหน้า แต่เป็นความสะดวกในการใช้ความคิดอย่างเต็มที่ และถกเถียงอะไรก็ว่ากันไป

ทั้งนี้ ขอเรียนว่า เรื่องนี้เป็นนโยบายของรัฐบาล ได้แถลงนโยบายต่อรัฐสภาไปแล้ว ไม่ใช่คิดโดยพลการ และเมื่อทำกฎหมายก็มีความรอบคอบพอสมควร เพราะให้คณะกรรมการกฤษฎีกาเป็นผู้ยกร่าง เจตนารมณ์การมีกฎหมายฉบับนี้ หลายคนตีความว่าเราอยากมีกาสิโน แต่หากดูโดยลึกคนที่จะมาทำธุรกิจนี้ต้องมีการขออนุญาตอย่างน้อย 4 อย่าง หากจะทำกาสิโนอย่างเดียวไม่ได้ โดยในกฎหมายมีการระบุไว้ 9 ประเภท เช่น ศูนย์กีฬา โรงแรม และกาสิโนมีพื้นที่แค่ 10% เพราะฉะนั้น อย่าไปมองว่าเร่งรีบหรือไม่ ส่วนหากถามว่าทำไมถึงต้องทำในช่วงนี้ กฎหมายรัฐบาลต้องเร่งรีบอยู่แล้ว และกฎหมายกว่าจะตราขึ้นได้แต่ละฉบับและกว่าจะผ่านสภาผู้แทนราษฎร และวุฒิสภา ยังไม่รู้ว่าจะแก้ไขอย่างไรบ้าง

ผู้สื่อข่าวถามว่า จะฝ่าด่านมวลชนและนักวิชาการที่คัดค้านร่างกฎหมายนี้ได้หรือไม่ นายชูศักดิ์ กล่าวว่า เป็นสิทธิเสรีภาพที่ทำได้ แต่เรื่องนี้เป็นนโยบายที่รัฐบาลแถลงไว้ ไม่ใช่เรื่องที่งุบงิบทำขึ้น และร่างกฎหมายมีเจตนารมณ์ที่ชัดเจนรอบคอบรัดกุมพอสมควร

เมื่อถามว่า คาดว่าการผ่าน 3 วาระจะใช้เวลานานเท่าไหร่ นายชูศักดิ์ กล่าวว่า เมื่อผ่าน กมธ.จนสะเด็ดน้ำแล้วต้องส่งไปวุฒิสภา เราไม่ทราบว่าเขาจะแก้ไขขนาดไหน หากแก้ขึ้นมาต้องมายืนยันเหมือนกฎหมายประชามติ และอาจต้องรอถึง 180 วัน เมื่อถามอีกว่า มองว่ากฎหมายฉบับนี้มีสิทธิที่จะซ้ำรอยกฎหมายประชามติใช่หรือไม่ ที่มีปัญหาในชั้น สว. นายชูศักดิ์ กล่าวว่า ไม่ใช่ เราแค่คาดเดาไว้ เพราะการตรากฎหมายไม่ใช่เรื่องง่าย สว.อาจจะไม่เห็นด้วย หรือขอแก้ไขบางส่วน เมื่อถามว่า หากกฎหมายไม่ผ่านวาระแรก รัฐบาลจะแสดงสปิริตยุบสภาหรือไม่ นายชูศักดิ์ กล่าวว่า ไม่เกี่ยวกัน จริงๆ เรื่องนี้แค่พูดกันโดยประเพณี

ผู้สื่อข่าวถามว่า เรื่องสัดส่วนพื้นที่กาสิโนสามารถแก้ไขในชั้น กมธ.ได้หรือไม่ นายชูศักดิ์ ระบุว่า กมธ.เขาแก้ไขได้หมด อยากแก้อะไรก็แก้ อย่างบางคนโจมตีเรื่องเงื่อนไข หรือรายได้ที่จะเข้าเล่นกาสิโนต้องมี 50 ล้านบาท ทั้งนี้ นายชูศักดิ์ ได้กล่าวติดตลกด้วยว่า ตนเล่นไม่ได้ เพราะมีไม่ถึง เมื่อถามว่า จะตัดเรื่องกาสิโน ออกจากกฎหมายเลยได้หรือไม่ นายชูศักดิ์ กล่าวว่า ทำไม่ได้ เพราะกฎหมายระบุว่าต้องทำอย่างน้อย 4 ประเภท รวมทั้งกาสิโนด้วย ซึ่งอาจจะมากกว่าก็ได้ เมื่อถามย้ำว่า หาก กมธ.ไปรื้อในส่วนที่คณะกรรมการกฤษฎีกาเพิ่มเติมขึ้นมา จะมีความเสี่ยงหรือไม่ นายชูศักดิ์ กล่าวว่า ถ้าเขารื้อก็ต้องมีเหตุผล ต้องมาว่ากัน

‘ทวี’ลุยตรวจบริษัทต่างชาติสร้าง‘ตึก สตง.’ใช้‘นอมินี’หรือไม่ ส่อเข้าข่าย‘คดีพิเศษ’ฮั้วประมูล

‘ทวี’ลุยตรวจบริษัทต่างชาติสร้าง‘ตึก สตง.’ใช้‘นอมินี’หรือไม่ ส่อเข้าข่าย‘คดีพิเศษ’ฮั้วประมูล

‘ทวี’ลุยตรวจบริษัทต่างชาติสร้าง‘ตึก สตง.’ใช้‘นอมินี’หรือไม่ ส่อเข้าข่าย‘คดีพิเศษ’ฮั้วประมูล

วันอังคาร ที่ 1 เมษายน พ.ศ. 2568, 10.48 น.

‘ทวี’ลุยตรวจบริษัทต่างชาติสร้าง‘ตึก สตง.’ใช้‘นอมินี’หรือไม่ ระบุส่อเข้าข่ายเป็น‘คดีพิเศษ’ฮั้วประมูล

เมื่อเวลา 09.25 น. วันที่ 1 เม.ย.68 ที่ทำเนียบรัฐบาล พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง รมว.ยุติธรรม กล่าวถึงการช่วยเหลือเยียวยาผู้บาดเจ็บและเสียชีวิต เหตุตึกถล่มจากแผ่นดินไหวว่า เรื่องการเยียวยาจะเกิดขึ้นตามพระราชบัญญัติที่มีการกระทำผิดทางอาญาเกิดขึ้น กรณีดังกล่าวหากมีการร้องทุกข์กล่าวโทษ ประมาททำให้เสียชีวิต ถือเป็นฐานความผิดทางอาญา ก็จะไปเข้าข้อกฎหมาย แต่ในการช่วยเหลือเยียวยาของเหตุภัยพิบัติ มีหลายกฎหมายที่เกี่ยวข้อง เช่น หน่วยงานที่ดูแลโดยตรงอย่างกระทรวงมหาดไทย สำนักนายกรัฐมนตรี ต้องให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องพิจารณา ในส่วนของรัฐบาลมองว่าเหตุการณ์ดังกล่าว เหมือนโศกนาฏกรรม ต้องดูแลช่วยเหลือเต็มที่ ดังนั้น การเยียวยาทางด้านจิตใจและที่เป็นตัวเงินจะต้องมี ซึ่งในการเยียวยาเหตุภัยพิบัติสามารถทำได้เลย ไม่ต้องรอให้คดีสิ้นสุด นอกจากนี้ รัฐบาลอาจจะมีมติคณะรัฐมนตรี (ครม.) ในการช่วยเหลือเยียวยาเพิ่มเติม

พ.ต.อ.ทวี กล่าวว่า สำหรับของกระทรวงยุติธรรม ซึ่งจะเข้าไปดูแลเรื่องหนี้สินครัวเรือน นอกจากนี้ ได้จัดเจ้าหน้าที่จิตวิทยาเข้าไปดูเกี่ยวกับสภาพจิตใจ แต่ในส่วนของกระทรวงยุติธรรม มีอยู่ 3 ประเด็นที่จะเข้าข่ายความผิด 1.การประกอบธุรกิจบุคคลต่างด้าว ที่ใช้นอมินี เท่าที่ดูจากงบการเงินที่เผยแพร่กันอยู่ของบริษัทดังกล่าว ขาดทุนมาตลอด และไม่มีการเสียภาษี อีกทั้งมีการนำเงินของบริษัทไปให้กรรมการกู้จำนวน 2 พันล้านบาท แม้อำนาจที่แท้จริงจะให้ต่างชาติ 49% ไทย 51% แต่หากมองในลักษณะมีอำนาจครอบงำ จะเห็นในเรื่องของการบริหาร ดังนั้น จึงต้องเข้าไปดู ประกอบกับการตรวจสอบสถานที่เดียวกัน กลุ่มคนเดียวกัน มีบริษัทในลักษณะนี้ 10 บริษัท

“ต้องดูว่ามีการกระทำใดที่เป็นความผิดในพระราชบัญญัติประกอบธุรกิจบุคคลต่างด้าว และเข้าข่ายที่จะให้กรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) เข้าไปดำเนินการหรือไม่ และประเด็นที่ 2. หากสินค้าไม่ได้มาตรฐานอุตสาหกรรม ดีเอสไอมีอำนาจในการสอบสวน และ3.การจัดซื้อจัดจ้าง ที่เรียกว่าฮั้วประมูล หากเกินกว่า 30 ล้านบาทขึ้นไป ดีเอสไอมีอำนาจเข้าไปตรวจสอบ เพราะเบื้องต้นเห็นว่าต่ำกว่าราคากลางเพียง 1% เท่านั้น ปกติการประมูลที่ไม่มีการแข่งขัน ควรต่ำกว่า 10-15%” พ.ต.อ.ทวี กล่าว

ผู้สื่อข่าวถามว่า บริษัท ไชน่าเรลเวย์ นัมเบอร์ 10  มีบริษัทเครือข่ายเดียวกันกว่า 24 บริษัท พ.ต.อ.ทวี กล่าวว่า  ทราบจากการรายงานของอธิบดีดีเอสไอ จะมีการประชุมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง มีเรื่องที่จะต้องเร่งดำเนินการ คือ การตรวจสอบว่า เพราะเหตุใดถึงเกิดเหตุแค่ตึกเดียว จะดูว่ามีการกระทำผิดหรือไม่ ซึ่งมีข้อมูลทางทะเบียนไปตรวจสอบ เรื่องการเสียภาษี ที่เกี่ยวกับกรมสรรพากร รวมถึงการตรวจสอบในเชิงลึก คือ การนำบุคคลที่เกี่ยวข้องมาซักถาม ก็จะได้ข้อมูล โดยได้กำชับให้ดีเอสไอเร่งดำเนินการ

เมื่อถามว่า จะพุ่งเป้าไปที่บริษัท ไชน่าเรลเวย์  นัมเบอร์ 10 ก่อนใช่หรือไม่ พ.ต.อ.ทวี กล่าวว่า นายกฯได้สั่งการให้กระทรวงยุติธรรมร่วมมือกับกระทรวงพาณิชย์  ปัจจุบันต้องยอมรับ ว่า เศรษฐกิจของไทย เหมือนจีดีพีจะโต แต่คนไทยไม่ได้ประโยชน์ จึงจะไปดูว่าหากเราบังคับใช้กฎหมายธุรกิจของคนต่างด้าวให้เป็นไปตามกฎหมาย เงินที่จะไปสู่คนต่างด้าวเพียงอย่างเดียว ต้องกลับมาหาคนไทย 51% ซึ่งไม่ใช่เฉพาะเคสนี้ แต่จะดูธุรกิจทั้งหมด ที่คนต่างด้าวดำเนินการ โดยให้สำนักความมั่นคงของดีเอสไอ ไปดูเรื่องนอมินีทั้งหมด

‘เอกนัฏ’ขอรักษามารยาท ‘รทสช.’ไม่ส่งผู้สมัครเลือกตั้งซ่อมนครศรีธรรมราช

‘เอกนัฏ’ขอรักษามารยาท ‘รทสช.’ไม่ส่งผู้สมัครเลือกตั้งซ่อมนครศรีธรรมราช

‘เอกนัฏ’ขอรักษามารยาท ‘รทสช.’ไม่ส่งผู้สมัครเลือกตั้งซ่อมนครศรีธรรมราช

วันอังคาร ที่ 1 เมษายน พ.ศ. 2568, 10.18 น.

‘เอกนัฏ’ขอรักษามารยาท ‘รทสช.’ไม่ส่งผู้สมัครเลือกตั้งซ่อมนครศรีธรรมราช

1 เมษายน 2568 ที่ทำเนียบรัฐบาล นายเอกนัฏ พร้อมพันธุ์ รมว.อุตสาหกรรม ในฐานะเลขาธิการพรรครวมไทยสร้างชาติ (รทสช.) กล่าวถึงกรณีที่พรรครวมไทยสร้างชาติจะส่งผู้สมัครลงเลือกตั้งซ่อมสส.เขต 8 จ.นครศรีธรรมราช หรือไม่ ว่า เรื่องนี้คงต้องหารือกับกรรมการบริหารพรรค แต่ตามมารยาทพื้นที่นี้เดิมเป็นของสส.พรรคภูมิใจไทย ตนคิดว่าคงรักษามารยาทไว้ ดังนั้น เบื้องต้นคิดว่าพรรครวมไทยต่างชาติคงไม่ส่งผู้สมัคร

เมื่อถามถึงจุดรทสช.ต่อร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) ธุรกิจสถานบันเทิงครบวงจร หรือ เอ็นเตอร์เทนเมนท์คอมเพล็กซ์ ที่จะเข้าสู่การพิจารณาของสภาในวันที่ 9 เม.ย.นี้ นายเอกนัฏ ระบุว่า ต้องประชุมภายในพรรคก่อน

สว.รุมสับรัฐบาล ล้มเหลวเตือนภัย เหตุแผ่นดินไหว

สว.รุมสับรัฐบาล  ล้มเหลวเตือนภัย  เหตุแผ่นดินไหว

สว.รุมสับรัฐบาล ล้มเหลวเตือนภัย เหตุแผ่นดินไหว

วันอังคาร ที่ 1 เมษายน พ.ศ. 2568, 06.30 น.

สว.รุมสับรัฐบาล ล้มเหลวเตือนภัย เหตุแผ่นดินไหว มิจฉาชีพยังไวกว่า

สว.รุมสับรัฐบาล ล้มเหลว สื่อสารในภาวะวิกฤตแผ่นดินไหว หยันมิจฉาชีพ ยังส่งข้อความเร็วกว่า ชี้คนไทยยังไม่ได้รับการฝึกซ้อมเตรียมพร้อม ส่วน สว.นันทนา เดือดซัด นายกฯอิ๊งค์ไม่นำบทเรียนสมัยพ่อมาใช้

เมื่อวันที่ 31 มีนาคม 2568 ที่รัฐสภา ผู้สื่อข่าวรายงานว่า พล.อ.เกรียงไกร ศรีรักษ์ รองประธานวุฒิสภา คนที่ 1 ทำหน้าที่ประธานการประชุมสมาชิกวุฒิสภา (สว.) พิจารณาญัตติด่วนด้วยวาจา ขอให้ที่ประชุมพิจารณากรณีเหตุการณ์แผ่นดินไหวในประเทศเมียนมาซึ่งส่งผลกระทบต่อประเทศไทย เมื่อวันที่ 28 มีนาคม 2568 ของ พล.ต.ต.รมย์สิทธิ์ วีริยาสรร ซึ่งเป็นผู้เสนอ

โดยน.ต.วุฒิพงศ์ พงศ์สุวรรณ สว.อภิปรายว่า ช่วงเกิดเหตุตนได้ออกจากรัฐสภา แล้วผ่านถนนกำแพงเพชร เวลานั้นมีแผ่นดินไหวและเห็นตึกถล่มลงมากับตาตัวเอง เราไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้น ขับรถไปอีกสักพัก ก็เห็นคนวิ่งลงมาจากตึกเหมือนในภาพยนตร์ ตนคิดว่าประชาชนสงสัยว่าเกิดอะไรขึ้นกับระบบของประเทศไทย ทำไมการเตือนภัยพิบัติหลังจากเกิดเหตุ ไม่มีอะไรดีขึ้นเลย

น.ต.วุฒิพงศ์ กล่าวต่อว่า ได้กลับไปศึกษาเพื่อมาอภิปรายเรื่องการแจ้งเตือนของภาครัฐ แทบจะไม่มีเลย SMS ก็ไม่มา บอกว่าจะส่งแต่ส่งเมื่อไหร่ กี่โมงกว่าจะได้ บางคนได้รับตอนเกือบ 1-2 ทุ่ม หรือหลังจากเกิดเหตุแล้วกว่า 5-6 ชั่วโมง แบบนี้ถือว่าเป็นการแก้ปัญหาเร่งด่วนหรือไม่

“คนตกอกตกใจ ส่งอะไรกันเรื่อยเปื่อย มิจฉาชีพยังส่งข้อความได้เร็วกว่าภาครัฐอีก แถมส่งลิงค์มาด้วย เสร็จแล้วถ้าคนพลาดกดเข้าไป ก็นึกว่าเตือนภัยจากภาครัฐ ที่ไหนได้ กลายเป็นมิจฉาชีพ” น.ต.วุฒิพงศ์ กล่าว และว่า หน่วยงานของรัฐ ไม่ว่าจะเป็นคณะกรรมการกิจการกระจายเสียงกิจการโทรทัศน์และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) , กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม และกระทรวงมหาดไทย ไม่มีหน่วยงานที่รับผิดชอบชัดเจน ประชาชนก็ไม่ได้รับการฝึกซ้อมที่ดี

น.ต.วุฒิพงศ์ กล่าวอีกว่า พอถึงเวลาแม้กระทั่งอาจารย์ชั้นนำ ที่เป็นไอคอนของประเทศนี้ ยังวิ่งออกมาก่อนเลย จากศูนย์ฯ สิริกิติ์ ก็เพราะมันไม่มีการซ้อม ตั้งแต่เด็กจนโต ผมก็ไม่เคยเห็นการสอน ในสภาแห่งนี้ก็เพิ่งเริ่มตื่นเต้นกัน หน่วยงานภาครัฐใช้งบประมาณไปมาก แต่ไม่เกิดผล รัฐบาลกำหนดให้ดำเนินการเกี่ยวกับ Cell Broadcast มานานแล้ว แต่ก็ไม่ได้ทำ ยังจัดซื้อจัดจ้างไม่แล้วเสร็จ

พร้อมกันนั้น น.ต.วุฒิพงศ์ ยังยกคำพูดของนายกรัฐมนตรี ที่กล่าวในที่ประชุม ที่บอกว่าท่านต้องตอบคำถามตรงนี้ให้ได้ เพราะดิฉันต้องตอบคำถามประชาชน ดิฉันสั่งไปตั้งแต่ก่อนเวลา 14.00 น.แต่ระบบไม่ออก ก่อนจะย้ำว่า ถึงเวลาปฏิรูปแล้ว

ขณะที่ น.ส.นันทนา นันทวโรภาส สว.อภิปรายอย่างดุเดือดว่า แผ่นดินไหวที่ผ่านมาเปลือยเปล่าระบบราชการไทยและรัฐบาล อย่างชัดเจนที่สุด จนทำให้คนไทยตาสว่างกันเลยทีเดียว นี่เป็น Once in a lifetime แต่เราคงไม่ใช้คำว่าเป็นบุญที่ได้เจอแน่นอน แม้จะเป็นครั้งแรกที่ประสบ แต่รัฐบาลก็ไม่อาจแสดงความรักไร้เดียงสา ปฏิเสธความรับผิดชอบเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นได้ ถ้าจะว่าไปแล้วครอบครัวของท่านนายกฯเคยเผชิญวิกฤตแล้ว รุ่นพ่อเจอสึนามิ รุ่นอาเจอน้ำท่วมใหญ่ มาถึงท่านนายกฯ น่าจะเอาประสบการณ์การบริหารภาวะวิกฤติมาใช้ได้บ้างไม่มากก็น้อย แต่นี่หาได้มีความเป็นมืออาชีพไม่

น.ส.นันทนา กล่าวว่า แผ่นดินไหวสะท้อนการจัดการของรัฐบาลมากมาย ประการที่ 1 คือขาดการสื่อสารในภาวะวิกฤติอย่างมีประสิทธิภาพ เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นประชาชนตะลึง ไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้น ผู้สูงอายุโทษตัวเองว่าโรคความดัน หัวใจ บ้านหมุน ทำอะไรไม่ถูก เพราะไม่มีใครมาบอกว่าเกิดอะไรขึ้น ต้องรอจนโซเชียลมาช่วยกันแชร์ภาพ ถึงได้รู้ว่านี่คือแผ่นดินไหว ก่อนหน้านี้หาทางออกชีวิตไม่เจอ ประการที่ 2 คือปัญหาการบริหารจัดการ ขาดเจ้าภาพสั่งการในที่เกิดเหตุ หน่วยงานภาครัฐไปถึงช้ากว่าองค์กรเอกชน ที่สำคัญภาครัฐไม่มีใครบัญชาการสถานการณ์ ปล่อยตามธรรมชาติ เรียกว่าตามมีตามเกิด

ประการที่ 3 การช่วยเหลือผู้ประสบภัยล่าช้า จนไม่รู้จะร้องขอความช่วยเหลือจากใคร มีแต่องค์กรเอกชนที่ประชาชนต้องช่วยกันเอง ประการที่ 4 ได้แก่ ขาดการปฏิบัติการแบบมืออาชีพ ในสถานการณ์ที่ตึกถล่ม ไม่มีการปิดล้อมพื้นที่ทันทีที่เกิดเหตุ ทุกคนกรูเข้าไป ไม่มีการรักษาหลักฐาน คนที่บาดเจ็บอยู่ใต้ซากปรักหักพัง เขาต้องการเรื่องการกู้ภัยแบบมืออาชีพ แต่กลายเป็นว่าทุกอาชีพเข้าไปอยู่ในพื้นที่ประสบภัย การช่วยเหลือจะมีประสิทธิภาพได้อย่างไร เรายังไม่ทราบเลยว่ามีกี่คนที่เขาไปทำงานในที่เกิดเหตุ เราจะเยียวยาอย่างไร ถือเป็นเรื่องเร่งด่วนมาก

น.ส.นันทนา กล่าวต่อว่า การสื่อสารในภาวะวิกฤตเป็นเรื่องที่รัฐบาลทำช้าและทำน้อยเกินไป เพราะทันทีที่เกิดแผ่นดินไหว รัฐต้องแจ้งต่อประชาชนให้ทราบทันทีว่าเกิดอะไรขึ้น มันจะต้องเกิดภัยพิบัติอีกเท่าไหร่ รัฐบาลถึงจะเตือนภัยประชาชน รัฐบาลไม่เคยสื่อสารให้ประชาชนอุ่นใจ มีแต่คอลเซ็นเตอร์ที่อยู่กับเรา แม้ว่าจะไม่ได้ต้องการ เรื่องนี้ตนทราบว่ารัฐบาลได้ตั้งงบประมาณพันล้านบาท เพื่อสร้างระบบเตือนภัย

“ท่านนายกฯ พูดว่าสั่งการไปตั้งแต่ 14.00 น.แต่ระบบไม่ออก ปัญหาใหญ่ขนาดนี้ หน่วยงานภาครัฐเกี่ยงกันทำงานอีก มีกระแสข่าวว่าบริษัทอินเทอร์เน็ต ทั้ง 2 ค่าย พร้อมส่ง SMS แต่ กสทช.และ ปภ.ไม่พร้อม ไม่รู้ว่าจะส่งข้อความอะไร มัวแต่ลังเลไป 23 ชั่วโมงผ่านไป ดิฉันได้รับ SMS ถึงวิธีการปฏิบัติตัวหากเกิดอาฟเตอร์ช็อก ดิฉันไม่แน่ใจว่า SMS นี้ ท่านส่งมาเตือนตัวเองหรือไม่ ให้รวบรวมสติแล้วรีบส่งข้อความอย่างเร็วไปให้ประชาชนรับรู้” น.ส.นันทนา กล่าว

ผู้สื่อข่าวรายงานด้วยว่า การอภิปรายส่วนใหญ่ สว.พุ่งเป้าไปที่การแจ้งเตือนภายหลังเกิดเหตุ โดยยกประสบการณ์ตนเอง และยกตัวอย่างการแจ้งเตือนของต่างประเทศที่รวดเร็ว เช่น ญี่ปุ่น เกาหลี เป็นต้น

‘วิสุทธิ์’ไม่กลัวม็อบต้าน ดัน‘กาสิโน’เข้าสภา 9 เม.ย. ‘จุลพันธ์’โวต้องจบในรบ.นี้

‘วิสุทธิ์’ไม่กลัวม็อบต้าน  ดัน‘กาสิโน’เข้าสภา 9 เม.ย.  ‘จุลพันธ์’โวต้องจบในรบ.นี้

‘วิสุทธิ์’ไม่กลัวม็อบต้าน ดัน‘กาสิโน’เข้าสภา 9 เม.ย. ‘จุลพันธ์’โวต้องจบในรบ.นี้

วันอังคาร ที่ 1 เมษายน พ.ศ. 2568, 06.30 น.

‘วิสุทธิ์’ไม่กลัวม็อบต้าน ดัน‘กาสิโน’เข้าสภา 9 เม.ย. ‘จุลพันธ์’โวต้องจบในรบ.นี้

“จุลพันธ์”ปักธง ปั้นกฎหมายเอ็นเตอร์เทนเมนท์คอมเพล็กซ์ ให้จบในรัฐบาล “อิ๊งค์” หวังเป็น จุดเปลี่ยนใหม่ท่องเที่ยวไทย ดันศก.โตได้แบบ ไม่ต้องนั่งพะวง ส่งซิกปักหมุดโครงการบน“ที่ดินราชพัสดุ”แจงเพื่อตัดข้อแข่งขันเชิงพื้นที่ มุ่งขายสิทธิประโยชน์ให้รัฐเป็นหลักคาดตอกเสาเข็มได้ภายใน 3 ปี ด้าน‘วิสุทธิ์’ยันเตรียมเข็นร่างพรบ.เอ็นเตอร์เทนเข้าสภาฯ 9 เม.ย.ไม่กลัวม็อบค้าน ถ้ากลัวก็ไม่ทำ ลั่นไม่ต้องทำประชามติ

เมื่อวันที่ 31 มีนาคม 2568 นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ รมช.การคลังกล่าวว่ายืนยันพยายามเร่งผลักดันการจัดทำร่างพระราชบัญญัติ (พรบ.) สถานบันเทิงครบวงจร (Entertainment complex) ให้แล้วเสร็จภายในรัฐบาลชุดปัจจุบัน เพราะว่าเรื่องนี้มีการพูดถึงมานานกว่า 30-40 ปีแล้ว แต่ไม่เคยเกิดขึ้นจริง และมั่นใจว่าโครงการดังกล่าวจะเป็นเครื่องยนต์และจุดเปลี่ยนใหม่ให้กับภาคการท่องเที่ยวในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจ จากเม็ดเงินลงทุนขั้นต่ำกว่า 1 แสนล้านบาท ทำให้จากนี้จะไม่ต้องมานั่งพะวงว่าตัวเลขจีดีพีของไทยจะโตได้ถึง 3% หรือไม่อีกต่อไป

ทั้งนี้ หากกฎหมายผ่านความเห็นชอบของสภาเรียบร้อยแล้ว คาดว่าจะใช้เวลาประมาณ 1 ปี ในการดำเนินการส่วนต่าง ๆ อาทิ การตั้งสำนักงานควบคุมการประกอบธุรกิจสถานบันเทิงครบวงจร การโอนถ่ายบุคลากร รวมถึงต้องมีการจ้างผู้เชี่ยวชาญในการศึกษาความเป็นไปได้ของโครงการ ทั้งพื้นที่ไหนที่จะมีศักยภาพและความเหมาะสม จำนวนการก่อสร้างentertainment complex ว่าจะมีกี่จุด ควรลงทุนแค่ไหน ต้องใช้เม็ดเงินเท่าไหร่ รายได้และประโยชน์ที่รัฐจะได้รับ ควรมีกิจกรรมอะไรเกิดขึ้นใน Entertainment complex เพื่อส่งเสริมภาคการท่องเที่ยว เช่น สนามกีฬา สวนสนุกระดับโลก พิพิธภัณฑสถาน จุดส่งเสริมวัฒนธรรม ทั้งหมดต้องเสนอให้คณะกรรมการนโยบายสถานบันเทิงครบวงจรพิจารณา ก่อนออกเป็น TOR เพื่อให้เอกชนที่มีความเหมาะสมเข้าร่วมประมูลโครงการและคาดว่า ภายใน 3ปี จะตอกเสาเข็มได้

“ผมคงตอบไม่ได้ว่าจะเปิดentertainment complex กี่แห่ง เพราะไม่ใช่หน้าที่ผม ผมมีหน้าที่ทำกฎหมายให้รอบคอบ รัดกุมและเกิดความโปร่งใสที่สุด ยกเว้นในชั้นการพิจารณาของสภาจะมีการตัดสินใจเขียนลงในกฎหมายว่า จะต้องมีกี่ที่และท้ายที่สุดคณะกรรมการนโยบายสถานบันเทิงครบวงจรก็จะเป็นผู้กำหนดจุดที่มีความเหมาะสมจากข้อศึกษาทั้งหมด ส่วนในมุมของกระทรวงการคลังที่มีหน้าที่ทำกฎหมาย เราไม่ได้กำหนดจุดไว้ เพียงแต่ระบุไว้ว่า เป็นจำนวนที่มีความเหมาะสมและต้องศึกษาทางวิทยาศาสตร์รองรับ สำหรับพื้นที่ในการจัดตั้งนั้น ต้องเป็นพื้นที่ที่รัฐกำหนด ซึ่งเบื้องต้นมองว่าควรจะต้องอยู่ในที่ดินราชพัสดุ เนื่องจากไม่ต้องการให้เกิดการแข่งขันในเชิงพื้นที่ เพราะจะมีการได้เปรียบหรือเสียเปรียบกัน แต่อยากให้มาดูกันในเรื่องสิทธิประโยชน์ที่รัฐจะได้มากกว่า แต่ท้ายที่สุดจะเป็นที่ดินราชพัสดุหรือไม่ ก็คงต้องมาดูในรายละเอียดของข้อกฎหมายและความเหมาะสมอีกครั้ง” นายจุลพันธ์ กล่าว

“นาทีนี้ในหัวผมก็ยังเป็นที่ดินราชพัสดุอยู่ ส่วนขนาดพื้นที่ไม่ได้มีการกำหนดในการยกร่างกฎหมาย แต่จะต้องมีการกำหนดจากการศึกษาความเหมาะสมของโครงการ ซึ่งปกติเข้าใจว่าต่อจุดต้องมีขนาดพื้นที่ 300 ไร่บวก เพราะอย่างที่บอก เราไม่ได้ทำแค่กาสิโน ซึ่งมีสัดส่วนเพียง 10% ของพื้นที่เท่านั้น ส่วนอีก 90% คือพื้นที่ที่จะต้องมาใช้ทำกิจกรรมต่าง ๆ เช่น พิพิธภัณฑ์ ห้าง โรงแรม เป็นต้น มันต้องใช้พื้นที่ใหญ่ขนาดนี้ ซึ่งที่ดินราชพัสดุมีศักยภาพและมีขนาดที่สามารถรองรับได้แน่นอน” รมช.การคลัง ระบุ

นายจุลพันธุ์ ยืนยันว่า ขณะนี้มีบริษัทต่างชาติระดับโลกให้ความสนใจที่จะเข้ามาลงทุน entertainment complex ในประเทศไทย เนื่องจากไทยมีความน่าลงทุนอย่างมากเมื่อเทียบกับหลายประเทศ และไม่ต้องเป็นห่วงเรื่องทุนเทา หรือฟอกเงิน เพราะบริษัทระดับโลกมีการกำกับดูแลในระดับสากลอยู่แล้ว ดังนั้นเชื่อว่าหากตัดสินใจเข้ามาลงทุนจริงก็จะอยู่ในกติกาที่ไว้ใจได้ และหลังจากนี้รัฐบาลจะต้องมีการโรดโชว์เพื่อดึงดูดนักลงทุน ซึ่งน่าจะดำเนินการได้ในช่วงที่กฎหมายใกล้แล้วเสร็จ

ด้าน นายวิสุทธิ์ ไชณยรุณ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย ในฐานะประธานคณะกรรมการประสานงานพรรคร่วมรัฐบาล (วิปรัฐบาล) กล่าวถึงการพิจารณาร่างพระราชบัญญัติ (พรบ.) การประกอบธุรกิจสถานบันเทิงครบวงจร หรือเอ็นเตอร์เทนเมนต์คอมเพล็กซ์ จะเข้าสู่ที่ประชุมสภาฯได้เมื่อไหร่ ว่า วิปรัฐบาลจะพิจารณาเรื่องนี้โดยให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าชี้แจง เพื่อทำความเข้าใจกับวิปรัฐบาลก่อน และหลังจากนั้นประมาณวันที่ 3เม.ย.จะขอสภาฯบรรจุในระเบียบวาระวันที่ 9 เม.ย.คิดว่า ไม่เร็วเกินไป เป็นเวลาที่พอดีเพราะเรื่องนี้ได้พิจารณามานานแล้ว ไม่ใช่เร่งด่วนอะไร และตั้งแต่สมัย พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา เป็นนายกฯ ก็เคยมีการพิจารณา และเมื่อมาสภาฯชุดปัจจุบัน ก็พิจารณาไปแล้วประมาณปีเศษโดยมีการศึกษาแล้ว จึงไม่ใช่เรื่องเร่งด่วนอย่างที่ใครเขาว่า ถ้าตัดสินใจจะทำอะไรก็ต้องทำ ถ้าไม่ตัดสินใจ หรือเป็นการตัดสินใจที่ช้าก็ไม่ได้ทำ ทุกอย่างต้องรอบคอบ สภาฯจะเป็นที่พิสูจน์ได้ว่าเรื่องไหนที่สำคัญ เมื่อเข้าที่ประชุมแล้วก็ให้ส.ส.ทั้งฝ่ายค้านและฝ่ายรัฐบาลได้อภิปรายเต็มที่ และพี่น้องประชาชนก็รับฟังว่าข้อมูลและสิ่งสำคัญที่รัฐบาลนำเสนอ โดยคณะรัฐมนตรี (ครม.) นั้นจะเป็นประโยชน์กับประชาชนหรือไม่

เมื่อถามว่า มีการเสนอว่าให้ทำประชามติในเรื่องนี้ก่อน นายวิสุทธิ์ กล่าวว่า กฎหมายประชามติยังไม่มี ซึ่งเราก็รออยู่ ฉะนั้นเรื่องนี้ก็ให้ส.ส.ที่เป็นผู้แทนของประชาชน มาแสดงความคิดเห็นแล้วประชาชนก็ติดตามดูได้ ถ้าไปทำประชามติในแต่ละเรื่องก็ต้องเสียเงิน 2-3 พันล้านบาท ตนไม่เห็นด้วย ถ้าเช่นนั้นต่อไปทุกเรื่องต้องทำประชามติหมดทุกอย่าง เป็นเรื่องที่ลำบาก และของเราก็ต้องทำให้ชัด เหมือนประเทศสิงค์โปรที่เป็นมาตรฐานแต่ไม่จำเป็นต้องไปเลียนแบบประเทศอื่น อันไหนดีก็เอามาอยู่ในข้อปฏิบัติให้ชัด ดังนั้น อย่าไปกังวล เชื่อว่ารัฐบาลคิดเรื่องนี้แล้ว และสภาฯต้องมาถกกันว่าจะทำอย่างไรให้ปลอดภัยกับประชาชนและคนที่ติดการพนัน ซึ่งต้องมีระเบียบ

เมื่อถามว่า ขณะนี้มีม็อบมาคัดค้านเรื่องนี้ นายวิสุทธิ์ กล่าวว่า ไม่เป็นไร ไม่เห็นด้วยก็คัดค้านไป ม็อบมาก็ยินดี สามารถแสดงความคิดเห็นได้ เพราะประเทศนี้เป็นประเทศประชาธิปไตย อย่าให้เห็นเหมือนกันทั้งหมด ต้องมีคนคัดค้านบ้าง แต่ไม่ใช่ข้อกังวลที่เราทำอะไรไม่ได้เลย จึงไม่กังวลอะไร ถ้ากลัวก็ไม่ทำ ทำแล้วไม่กลัวแน่นอน

ตัวอย่าง 28 เส้น-ไม่ได้มาตรฐาน 2 เส้น เปิดผลตรวจเหล็ก เล็งเข้าพื้นที่ตึกถล่มเก็บหลักฐานเพิ่ม

ตัวอย่าง 28 เส้น-ไม่ได้มาตรฐาน 2 เส้น  เปิดผลตรวจเหล็ก  เล็งเข้าพื้นที่ตึกถล่มเก็บหลักฐานเพิ่ม

ตัวอย่าง 28 เส้น-ไม่ได้มาตรฐาน 2 เส้น เปิดผลตรวจเหล็ก เล็งเข้าพื้นที่ตึกถล่มเก็บหลักฐานเพิ่ม

วันอังคาร ที่ 1 เมษายน พ.ศ. 2568, 06.10 น.

ตัวอย่าง 28 เส้น-ไม่ได้มาตรฐาน 2 เส้น เปิดผลตรวจเหล็ก เล็งเข้าพื้นที่ตึกถล่มเก็บหลักฐานเพิ่ม ‘อิ๊งค์’เสียงแข็งสั่งฟันไม่เลี้ยง หากพบใช้เหล็กไม่ได้มาตรฐาน ยันตึกในกรุงเทพฯผ่านเกณฑ์ กระทรวงอุตฯลั่นเอาผิดถึงที่สุด

“นายกฯอิ๊งค์” ยันไทยไม่มี“แผ่นดินไหว”รอบใหม่ชี้อาคารสตง.พังถล่ม เป็นความผิดพลาดทางเทคนิคกับตึกๆ เดียว แต่ตึกอื่นใน กทม.ได้มาตรฐานรองรับแผ่นดินไหว ลั่นไม่ละเว้นหาก“บริษัทเหล็ก”ไม่ได้มาตรฐาน “สุริยะ” ชี้ตึก สตง.ถล่ม ยังไม่เข้าเกณฑ์แบล็กลิสต์กรมบัญชีกลาง เผยคืบหน้าประเมินความเสียหายโครงสร้างพื้นฐานทางด่วน-รถไฟฟ้า ลั่นโครงการของคมนาคมยังไม่มีอะไรผิดพลาดจากแผ่นดินไหว เตรียมรายงาน ครม.พรุ่งนี้ ลุ้นผลสอบเหล็กยี่ห้อ“ซินเคอหยวน”ที่ใช้ก่อสร้างอาคาร สตง. ด้อยคุณภาพหรือไม่ กระทรวงอุตฯ ลั่นดำเนินคดีถึงที่สุด หากพบด้อยคุณภาพ

เมื่อเวลา 11.31 น. วันที่ 31 มีนาคม 2568 ที่ศูนย์ Thailand Investment and Expat Services Center (TIESC) ชั้น 7 อาคาร One Bangkok น.ส.แพทองธาร ชินวัตรนายกฯรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีแผ่นดินไหวรุนแรงขนาด 8.2 ลึกจากพื้นดินราว 10 กม. มีศูนย์กลางอยู่ในประเทศเมียนมา ในเวลาประมาณ 13.20 น. ของวันที่ 28 มีนาคม ที่ผ่านมา ซึ่งส่งแรงสะเทือนถึงประเทศไทยหลายพื้นที่ รวมถึงกรุงเทพมหานคร ซึ่งมีอาคารสำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) แห่งใหม่ ความสูง 30 ชั้น มูลค่ากว่า 2,136 ล้านบาท บริเวณย่านจตุจักร พังถล่มว่า เป็นความผิดพลาดทางเทคนิคกับตึกๆ เดียว แต่มาตรฐานของตึกในกรุงเทพฯทั้งหมด สร้างไว้ที่สแตนดาร์ดรองรับแผ่นดินไหว ฉะนั้น ตึกอื่นจึงไม่เกิดปัญหา อาจเกิดปัญหาภายในตึกเล็กๆ น้อยๆ แต่ไม่มีตึกถล่มเพิ่มเติมที่ไหนอีก มีแค่ที่เดียว ตึกเดียวที่เห็นเป็นภาพที่ปรากฏขึ้น ฉะนั้นต้องสร้างความมั่นใจตรงนี้

น.ส.แพทองธาร กล่าวว่า ตนและรัฐมนตรีทุกคนก็พร้อมที่จะตรวจสอบทุกอย่างทุกอย่าง ตั้งแต่เริ่มโปรเจกต์การออกแบบ ตรวจแบบ โรงงานของวัสดุก่อสร้าง และวัสดุ เราตรวจหมด รวมถึงรมว.มหาดไทยและรมว.อุตสาหกรรม ไปดูรายละเอียดในเรื่องวัสดุในไซด์งานก่อสร้างและได้เก็บตัวอย่างออกมาแล้ว ดำเนินการอย่างเต็มที่ คิดว่าน่าจะได้คำตอบบ้างใน 2-3 วันนี้

ฮึ่มเจอเหล็กไร้มาตรฐานฟันไม่เว้น

ผู้สื่อข่าวถามย้ำว่า จะแบนบริษัทเหล็กที่ไม่ได้มาตรฐานหรือไม่ นายกฯ กล่าวว่า ได้สอบถาม รมว.อุตสาหกรรมอยู่ เพราะมีบางบริษัทที่ยังถูกปิดอยู่ชั่วคราว ต้องดูว่าใช่หรือไม่ ขอมีข้อมูลชัดกว่านี้ก่อนแล้วจะมาบอก ซึ่งเรื่องนี้เราคิดไว้

ถามว่าถ้ามีข้อเท็จจริงเราจะแบนบริษัทเหล็กเลยใช่หรือไม่ นายกฯ กล่าวว่า ดำเนินการอย่างเต็มที่แน่นอนตามกฏหมาย ไม่มีละเว้น อย่างไรก็ตาม ตอนนี้ สิ่งที่ตนกังวลมากที่สุดคือ ทำอย่างไรให้ประชาชนทราบข้อเท็จจริง ตอนนี้ต้องดูว่าแต่ละตึก แน่ใจแล้วหรือไม่ว่าตึกนั้นๆได้รับการตรวจสอบแล้ว ถ้าตรวจแล้วปลอดภัยก็ขึ้นตึกได้ปกติ สำหรับเรื่องการเตือนภัยนั้น ความจริงเราแจ้งเตือนไปในเฟซบุ๊ก เพราะได้รับข้อความว่ามีความตกใจใน 3-4 ตึกที่เกิดขึ้น เราก็พยายามสื่อสารทุกช่องทางว่าตอนนี้ไม่ได้มีเหตุทางธรรมชาติเกิดขึ้น ขออย่าเพิ่งตกใจกัน เช็คเรื่องตึกให้ดีก่อนทุกตึก

“สุริยะ”สั่งเร่งแก้ปัญหาคมนาคม

ที่ทำเนียบรัฐบาล นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รองนายกรัฐมนตรี และรมว.คมนาคม ให้สัมภาษณ์ถึงการตรวจสอบโครงสร้างพื้นฐานด้านคมนาคมหลังเกิดเหตุแผ่นดินไหว ว่า ได้สั่งการให้ปลัดกระทรวงคมนาคม ประสานหัวหน้าหน่วยงานราชการที่ขึ้นกับกระทรวงคมนาคม รวมถึงหน่วยงานรัฐวิสาหกิจ ซึ่งขณะนี้ข้อมูลต่างๆ ได้ทยอยส่งมาว่า มีประเด็นเรื่องความปลอดภัยใดบ้าง จะมีผลกระทบหรือไม่ ค่อยๆ มีการประเมินกันมา ในส่วนของรถไฟฟ้า ขณะนี้เหลืออยู่เพียงรถไฟฟ้าสายสีชมพู ช่วงสถานีมีนบุรีเพียงสถานีเดียว รวมถึงได้ตรวจสอบโครงสร้างของทางด่วนต่างๆ ก็ไม่มีอะไร ขณะที่บริเวณทางขึ้นทางด่วนดินแดงที่มีเครนก่อสร้างหล่นลงมานั้น ได้มีการประสานกระทรวงมหาดไทย ซึ่งสามารถตัดชิ้นส่วนออกได้บางส่วนแล้ว และสามารถเปิดให้สัญจรไปมาปกติได้ หลังจากนี้จะดำเนินการให้เสร็จสิ้นให้หมด ส่วนเรื่องความปลอดภัยโครงการก่อสร้างบนถนนพระราม 2 นั้น ตนสั่งการให้ไปตรวจสอบดูแล้ว ไม่มีผลกระทบจากเรื่องนี้ ทั้งนี้ ในการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) วันที่ 1 เม.ย.จะมีการรายงานให้ที่ประชุม ครม.ทราบ

สัญญาต้องระบุเรื่องความปลอดภัยด้วย

ผู้สื่อข่าวถามว่า บริษัท อิตาเลียนไทย ดีเวล๊อปเมนต์ จำกัด (มหาชน) หรือ ไอทีดี ซึ่งได้งานตึกสำนักงานตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) ที่ถล่ม จะต้องถูกแบล็กลิสต์หรือไม่ เพราะเกิดเหตุไม่คาดฝันซ้ำซาก นายสุริยะ กล่าวว่า เรื่องแบล็กลิสต์ กระทรวงคมนาคมก็ห่วงใยในเรื่องที่ผ่านมา ในส่วนที่เกี่ยวข้องกับกระทรวงคมนาคมจะมีการจัดลำดับชั้นผู้รับเหมา ที่ผ่านมาเมื่อถูกปรับชั้นขึ้นไปแล้วไม่เคยถูกปรับลงมาเลย ผลงานไม่ดีก็ยังอยู่ในชั้นพิเศษ สมัย นายเศรษฐา ทวีสิน เป็นนายกฯ และรมว.คลัง คุมกรมบัญชีกลาง ซึ่งเป็นหน่วยงานกำหนดกฎเกณฑ์ ดังนั้น จึงมีการระบุกันว่า ควรจะมีการทบทวนตามที่ตนเคยให้สัมภาษณ์เรื่องสมุดพก โดยสัญญาในปัจจุบันกรณีผู้รับเหมาทำผิดสัญญา เช่น งานล่าช้าจะถูกปรับเท่าไหร่ แต่ไม่มีเรื่องของความปลอดภัยไว้เลย ฉะนั้น สัญญาจากนี้ต่อไปได้คุยกับกรมบัญชีกลางแล้ว ถ้าเกิดงานในสัญญานั้นๆ เกิดการบาดเจ็บ หรือทำให้มีผู้เสียชีวิตจะถูกหักกี่คะแนน ถ้าถูกหักจนถึงเกณฑ์ที่ว่าจะถูกแบล็กลิสต์ ซึ่งจะเริ่มใช้กับสัญญาใหม่ๆ การเซ็นสัญญาจะมีการระบุในเรื่องของความปลอดภัยเข้าไปด้วย

ตึก สตง.ยังไม่เข้าเกณฑ์แบล็กลิสต์

เมื่อถามอีกว่า ตึก สตง.ที่ถล่มยังไม่เข้าเกณฑ์ที่ระบุใช่หรือไม่ นายสุริยะ กล่าวว่า “ถ้าพูดกันตามหลักตัวนี้ยังไม่ได้ออกมา แต่เรื่องนี้เราจะพิจารณาว่าจะทำอย่างไร” เมื่อถามย้ำว่า จะมีโทษอาญาใช่หรือไม่ นายสุริยะ กล่าวว่า มีโทษอาญาแน่นอน เหมือนกรณีทางด่วนพระราม 3 ที่ถล่ม ได้แจ้งตำรวจดำเนินคดีไปแล้ว ซึ่งเจ้าหน้าที่ต้องไปดูเรื่องสาเหตุและอะไรต่างๆ โดยในส่วนของพระราม 3 หน่วยงานของเราพยายามส่งข้อมูลหลักฐานให้ตำรวจเพิ่มเติม

เมื่อถามว่า จะทำอย่างไรให้ประชาชนเกิดความมั่นใจ นายสุริยะ กล่าวว่า ในส่วนของกระทรวงคมนาคมที่เกี่ยวข้องกับแผ่นดินไหว ไม่มีอะไรที่กำหนดผิดพลาด แต่สำหรับในอดีตที่ผ่านมา รวมถึงถนนพระราม 2 ทุกคนรู้อยู่ว่า เวลาผ่านเส้นทางดังกล่าวก็กลัว ทางกระทรวงคมนาคมจึงกำหนดว่าให้ก่อสร้างเฉพาะตอนกลางคืน เนื่องจากรถน้อย สามารถใช้ทางเบี่ยงแทนได้ หากมีวัสดุหรืออุปกรณ์ตกลงมาก็จะมีเฉพาะแรงงานเอง ซึ่งเราก็เสียใจ แต่อย่างน้อยเราให้ความมั่นใจกับประชาชนที่ใช้รถใช้ถนน ซึ่งตั้งแต่กฎเกณฑ์ดังกล่าวก็ยังไม่มีใครได้รับอุบัติเหตุจากตรงนี้

ตรวจเหล็กที่ใช้ก่อสร้างตึก สตง.

วันเดียวกัน นางสาวฐิติภัสร์ โชติเดชาชัยนันท์ หัวหน้าคณะทำงานรัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม (นายเอกนัฏ พร้อมพันธุ์) เปิดเผยระหว่างสังเกตการณ์ตรวจสอบคุณภาพเหล็กที่เก็บมาจากบริเวณที่เกิดเหตุอาคาร สตง.ถล่ม ร่วมกับ นายเอกนิติ รมยานนท์ ผู้ตรวจราชการกระทรวงอุตสาหกรรม นายวิโรจน์ โรจน์วัฒนชัย ผู้อำนวยการสถาบันเหล็กและเหล็กกล้าแห่งประเทศไทย ผู้แทนจากศูนย์เทคโนโลยีโลหะและวัสดุแห่งชาติ (MTEC)

น.ส.ฐิติภัสร์ กล่าวว่า ตัวอย่างเหล็กที่ส่งเข้ามาตรวจที่สถาบันเหล็กและเหล็กกล้าแห่งประเทศไทย มีทั้งหมด 7 ประเภท จำนวน 28 เส้น ล้วนแล้วแต่เป็นเหล็กจากโรงงานเหล็ก ซินเคอหยวน หรือ SKY ประกอบด้วย เหล็กข้ออ้อย SD40T ขนาด 12 มม. จำนวน 3 เส้น ยี่ห้อ SKY เหล็กข้ออ้อย SD40T ขนาด 16 มม. จำนวน 3 เส้น ยี่ห้อ SKY เหล็กข้ออ้อย SD40T ขนาด 20 มม. จำนวน 6 เส้น ยี่ห้อ SKY เหล็กข้ออ้อย SD50T ขนาด 25 มม. จำนวน 2 เส้น ยี่ห้อ SKY เหล็กข้ออ้อย SD50T ขนาด 32 มม. จำนวน 7 เส้น ยี่ห้อ SKY 2 เส้น TATA 4 เส้น TYS 1 เส้น เหล็กเส้นกลม SR24 ขนาด 9 มม. จำนวน 2 เส้น ยี่ห้อ SKY ลวดสลิง ขนาด 15.2 มม. จำนวน 5 เส้น

หากพบด้อยคุณภาพฟันไม่เลี้ยง

ทั้งนี้ ตามกระบวนการทดสอบทางค่าเคมี และค่าทางกล จะใช้เวลาประมาณ 3 ชั่วโมง ผลจะทยอยออกมาต่อเนื่อง ซึ่งการทดสอบดังกล่าว เพื่อตรวจสอบว่า เหล็กที่นำมาใช้ในการก่อสร้างอาคาร สตง. ที่ถล่มลงมาจากผลกระทบแผ่นดินไหว มีคุณภาพตามมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม (มอก.) หรือไม่ อย่างไรก็ตาม หลังจากได้ผลการตรวจสอบเรียบร้อยแล้ว จะแจ้งทางสื่อมวลชนให้ทราบ พร้อมส่งรายงานผลไปยังกระทรวงอุตสาหกรรมต่อไป ดังนั้น หากพบว่าเป็นเหล็กด้อยคุณภาพ กระทรวงอุตสาหกรรม จะดำเนินการเข้าไปตรวจสอบเชิงลึกถึงต้นทางของบริษัทผู้ผลิต หรือผู้นำเข้า จากนั้น จะดำเนินคดีตามกฎหมายให้ถึงที่สุด แต่ถ้าได้คุณภาพตามมาตรฐาน มอก. จะแจ้งให้หน่วยงานที่รับผิดชอบต่อไป เพื่อหาสาเหตุที่ทำให้ตึก สตง.ถล่มต่อไป

สำหรับความผิดฐานทำผลิตภัณฑ์ไม่เป็นไปตามมาตรฐาน มีโทษจำคุกไม่เกิน 2 ปี ปรับไม่เกิน 2 ล้านบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ, ความผิดฐานแสดงเครื่องหมายมาตรฐานกับผลิตภัณฑ์ที่ไม่เป็นไปตามมาตรฐาน มีโทษจำคุกไม่เกิน 2 ปี ปรับไม่เกิน 2 ล้านบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ และความผิดฐานจำหน่ายสินค้าที่ไม่เป็นไปตามมาตรฐาน มีโทษจำคุกไม่เกิน 6 เดือน ปรับไม่เกิน 5 แสนบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

พบข้อบกพร่องหลายจุด

ทั้งนี้ มีรายงานว่า เมื่อหลายปีก่อน บริษัท ซินเคอหยวน จำกัด ผู้ผลิตเหล็กเส้น เหล็กลวด รวมถึงเหล็กแผ่นรายใหญ่ของจีนได้เข้ามาทำตลาดในประเทศไทย ซึ่งได้ทำการแย่งส่วนแบ่งการตลาด และแข่งขันด้วยราคาที่ถูก จนเป็นหนึ่งในสาเหตุที่ทำให้ตลาดเหล็กในประเทศไทยตกต่ำ จนทำให้บริษัทไทยหลายแห่งต้องปิดตัวลง และในช่วงปลายปี 2567 นายเอกนัฏ พร้อมพันธุ์ รมว.อุตสาหกรรม ได้ส่งทีมชุดตรวจการสุดซอย กระทรวงอุตสาหกรรม เข้าตรวจสอบเหตุเพลิงไหม้โรงงาน ซิน เคอ หยวน สตีล ที่ ต.หนองละลอก อ.บ้านค่าย จ.ระยอง ได้พบข้อบกพร่องทั้งด้านความปลอดภัย ด้านสิ่งแวดล้อมหลายจุด โดยเฉพาะด้านการผลิตเหล็กที่ไม่เป็นไปตามมาตรฐาน จึงได้ยึดอายัดเหล็กไว้ทั้งหมด พร้อมเก็บตัวอย่างเพื่อตรวจสอบ

แนวหน้าวาทะเด็ด

แนวหน้าวาทะเด็ด

แนวหน้าวาทะเด็ด

วันอังคาร ที่ 1 เมษายน พ.ศ. 2568, 06.00 น.

“อาคารหน่วยงานของรัฐจำนวนไม่น้อยที่ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์แผ่นดินไหว แต่มักจะไม่อยากให้เป็นข่าว จึงปกปิดข้อมูลต่อสื่อมวลชน ถึงขั้นการออกคำสั่งไม่ให้ข้าราชการ พนักงาน เผยแพร่ภาพความเสียหายที่เกิดขึ้น”

นายสมชัย ศรีสุทธิยากร

อดีตคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.)

สำนักงานกกต. ขอเชิญชวนสมัครรับเลือกตั้งเป็นสมาชิกสภาเทศบาลหรือนายกเทศมนตรี ได้ตั้งแต่วันที่ 31 มี.ค. – 4 เม.ย. 68

สำนักงานกกต. ขอเชิญชวนสมัครรับเลือกตั้งเป็นสมาชิกสภาเทศบาลหรือนายกเทศมนตรี ได้ตั้งแต่วันที่ 31 มี.ค. - 4 เม.ย. 68

สำนักงานกกต. ขอเชิญชวนสมัครรับเลือกตั้งเป็นสมาชิกสภาเทศบาลหรือนายกเทศมนตรี ได้ตั้งแต่วันที่ 31 มี.ค. – 4 เม.ย. 68

วันอังคาร ที่ 1 เมษายน พ.ศ. 2568, 06.00 น.

สำนักงานกกต. ขอเชิญชวนสมัครรับเลือกตั้งเป็นสมาชิกสภาเทศบาลหรือนายกเทศมนตรี ได้ตั้งแต่วันที่ 31 มี.ค. – 4 เม.ย. 68

สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง(กกต.) แจ้งประชาสัมพันธ์ ว่าในโอกาสที่สมาชิกสภาเทศบาลและนายกเทศมนตรี ครบวาระการดำรงตำแหน่งเมื่อวันที่ 27 มีนาคม 2568 และคณะกรรมการการเลือกตั้งได้เห็นชอบกำหนดวันเลือกตั้งในวันอาทิตย์ที่ 11 พฤษภา คม 2568

ดังนั้น สำนักงานกกต.จึงขอเชิญชวนประชาชนสมัครรับเลือกตั้งเป็นสมาชิกสภาเทศ บาลหรือนายกเทศมนตรี ได้ตั้งแต่วันที่ 31 มีนาคม – 4 เมษายน 2568 เวลา 08.30 – 16.30 นาฬิกา ณ สถานที่ที่ผู้อำนวยการการเลือกตั้งประจำเทศบาลกำหนด 

สำหรับคุณสมบัติของผู้สมัครรับเลือกตั้งเป็นสมาชิกสภาเทศบาลหรือนายกเทศมนตรี นั้น 

  • ต้องมีสัญชาติไทยโดยการเกิด
  • มีชื่ออยู่ในทะเบียนบ้านในเขตเทศบาลที่สมัครรับเลือกตั้ง ในวันสมัครรับเลือกตั้งเป็นเวลาติดต่อกันไม่น้อยกว่า 1 ปี นับถึงวันสมัครรับเลือกตั้ง

ขณะที่ผู้มีสิทธิสมัครรับเลือกตั้งเป็นสมาชิกสภาเทศบาล ต้องมีอายุไม่ต่ำกว่า 25 ปี นับถึงวันเลือกตั้งทั้งนี้ ไม่มีการกำหนดวุฒิการศึกษา

ส่วนผู้มีสิทธิสมัครรับเลือกตั้งเป็นนายกเทศมนตรี ต้องมีอายุไม่ต่ำ กว่า 25 ปี นับถึงวันเลือกตั้ง และต้องสำเร็จการศึกษาไม่ต่ำกว่าปริญญาตรีหรือเทียบเท่า หรือเคยเป็นสมาชิกสภาท้องถิ่น ผู้บริหารท้องถิ่น หรือสมาชิก รัฐสภา

สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง www.ect.go.th / สายด่วน1444 / @ect.thailand / ECT Thailand / ect.thailand / @Ect.Thailand