‘บิ๊กโอ ก้องเกียรติ’ใช้สิทธิเลือกตั้งซ่อม เขต 8 นครศรีธรรมราช

‘บิ๊กโอ ก้องเกียรติ’ใช้สิทธิเลือกตั้งซ่อม เขต 8 นครศรีธรรมราช

‘บิ๊กโอ ก้องเกียรติ’ใช้สิทธิเลือกตั้งซ่อม เขต 8 นครศรีธรรมราช

วันอาทิตย์ ที่ 27 เมษายน พ.ศ. 2568, 10.45 น.

‘บิ๊กโอ ก้องเกียรติ’ใช้สิทธิเลือกตั้งซ่อม เขต 8 นครศรีธรรมราช

27 เมษายน 2568 บรรยากาศช่วงเช้าของการเปิดหีบเลือกตั้งซ่อม สส.นครศรีธรรมราช เขต 8 มีประชาชนเริ่มมาทยอยใช้สิทธิอย่างต่อเนื่อง โดยเมื่อเวลา 08.30 น. นายก้องเกียรติ เกตุสมบัติ หรือ บิ๊กโอ ผู้สมัครจากพรรคกล้าธรรม เดินทางมาใช้สิทธิเลือกตั้งที่หน่วยเลือกตั้งหมู่ 5 ที่จุดหมู่บ้านผู้ใหญ่เขียด ตำบล ละอาย อำเภอฉวาง

สำหรับเขตเลือกตั้งที่ 8 อำเภอฉวาง พิปูน ช้างกลาง นาบอน จ.นครศรีธรรมราช มีจำนวนผู้มีสิทธิเลือกตั้ง 110,000 คน มีหน่วยเลือกตั้ง 219 หน่วย ทั้งนี้ สามารถมาใช้สิทธิที่หน่วยเลือกตั้งได้ตั้งแต่เวลา 08.00-17.00 น.

‘หมา’ไม่หอน!? ‘กกต.’เผย‘เลือกตั้งซ่อม’สส.เขต8‘นครศรีฯ’ไร้เหตุผิดปกติ 4 ทุ่มรู้ผล

‘หมา’ไม่หอน!? ‘กกต.’เผย‘เลือกตั้งซ่อม’สส.เขต8‘นครศรีฯ’ไร้เหตุผิดปกติ 4 ทุ่มรู้ผล

‘หมา’ไม่หอน!? ‘กกต.’เผย‘เลือกตั้งซ่อม’สส.เขต8‘นครศรีฯ’ไร้เหตุผิดปกติ 4 ทุ่มรู้ผล

วันอาทิตย์ ที่ 27 เมษายน พ.ศ. 2568, 10.34 น.

กกต.ชวนประชาชนใช้สิทธิ์‘เลือกตั้งซ่อม’สส.เขต8‘นครศรีธรรมราช’ เผย‘คืนหมาหอน’ไร้เหตุผิดปกติ ยังไม่มีเรื่องร้องเรียน คาด 4 ทุ่มรู้ผลไม่เป็นทางการ

27 เมษายน 2568 นายอิทธิพร บุญประคอง  ประธานกรรมการการเลือกตั้ง ลงพื้นที่สังเกตการณ์ลงคะแนนเลือกตั้งสส.นครศรี ธรรมราช เขตเลือกตั้งที่ 8 แทนตำแหน่งที่ว่าง คืออำเภอนาบอน อำเภอช้างกลาง อำเภอฉวาง และอำเภอพิปูน ซึ่งเปิดการลงคะแนนตั้งแต่เวลา 08.00 -17.00น.และพบว่าเป็นไปด้วยความเรียบร้อย

นายอิทธิพร กล่าวว่า ตั้งแต่เมื่อวาน (26 เมษายน) จนถึงเช้าวันนี้ยังไม่มีรายงานข่าวว่ามีเหตุผิดปกติ และเมื่อคืนนี้ก็ได้รับการประสานงานจากผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดนครศรีธรรมราช  (ผบก.ภ.จว.นครศรีธรรมราช) ซึ่งได้จัดกำลังดูแลเป็นพิเศษเหมือนการเลือกตั้งทุกครั้งที่ผ่านมา โดยจนถึงขณะนี้ยังไม่มีการยื่นคำร้องเกี่ยวกับการกระทำฝ่าฝืนกฎหมายการเลือกตั้งหรือพรรคการเมืองเข้ามา แม้จะมีข่าวเรื่องการซื้อเสียงในบางพื้นที่ ซึ่งทีม กกต.ก็มีข้อมูลอยู่บ้างแล้ว แต่ถ้าใครมีพยานหลักฐานมาช่วยส่งเสริมก็จะเป็นประโยชน์ต่อการพิจารณาคำร้อง หรือการกระทำอันเป็นการฝ่าฝืนมีหลักฐานแน่นหนามากขึ้น จึงอยากขอความร่วมมือประชาชนช่วยตรวจสอบการเลือกตั้ง

“ทุกๆครั้งที่มีการเลือกตั้งเราจะมีการแต่งตั้งผู้ตรวจการเลือกตั้งในครั้งนี้มีผู้ตรวจการเลือกตั้ง 5 คนและมีการตั้งชุดเคลื่อนที่เร็วของตำรวจ ชุดหาข่าวของทีมสำนักงานกกต.ประจำจังหวัดนครศรีธรรมราช ลงสนามตั้งแต่30 วันก่อนวันเลือกตั้ง เตรียมรวบรวมข้อเท็จจริงข่าวต่างๆที่มีขึ้นและแสวงหาพยานหลักฐาน รวมถึงป้องปรามไม่ให้มีการซื้อเสียงเกิดขึ้น แต่หากมีเราก็พยายามตรวจสอบสำคัญที่สุดคือการแสวงหาพยานหลักฐานให้แน่นหนาที่สุด เพื่อใช้ในการพิจารณาคำร้อง หรือเป็นเรื่องที่ปรากฏต่อเราและเราพิจารณาเองก็ได้” นายอิทธิพร กล่าว

เมื่อถามว่าชาวบ้านรู้ว่ามีการซื้อเสียงแต่เจ้าหน้าที่กลับบอกว่าไม่พบการซื้อเสียง นายอิทธิพร กล่าวว่า บางครั้งผู้กระทำผิดก็หลบไม่ให้เห็น แต่หากชาวบ้านพบเห็นก็ขอให้ออกมาให้ข้อเท็จจริงเป็นพยานบุคคล หรือถ้ามีหลักฐานเป็นอย่างอื่น เช่นคลิปก็สามารถทำได้ เพราะเป็นสิ่งสำคัญต่อการรับเป็นคำร้อง

“อย่างที่เคยบอกบางครั้งเราได้ยินข่าวก็เชื่อว่ามีการกระทำผิด แต่พอถึงขั้นแสวงหาข้อเท็จจริงโดยเฉพาะอย่างยิ่งพยานหลักฐานมันไม่ปรากฏ ซึ่งในกระบวนการยุติธรรมหากมันไม่ปรากฏหลักฐานชัดเจนก็ทำต่อไม่ได้” ประธาน กกต. กล่าว

ประธาน กกต. กล่าวด้วยว่า ไม่รู้สึกกังวล หากการเลือกตั้งครั้งนี้มีการร้องเรียนและมีพยานหลักฐานจนต้องนำไปสู่การเลือกตั้งใหม่อีกเพราะเป็นหน้าที่ของกกต.ที่ต้องจัดการเลือกตั้งให้สุจริตเที่ยงธรรม ถ้าพบการกระทำที่เป็นการฝ่าฝืนกฎหมายก็ต้องดำเนินการ แต่จนถึงขณะนี้ยังไม่มีเรื่องร้องเรียนก็คาดว่าหลังการเลือกตั้งหากมีการร้องเรียนก็คงไม่มาก เพราะผู้สมัครแต่ละพรรคก็ได้ออกมาปฏิญาณตนว่าจะไม่เกี่ยวข้องกับการซื้อสิทธิ์ขายเสียงซึ่งเป็นสิ่งดีที่ชี้ว่าการเลือกตั้งทุกครั้งน่าจะดีขึ้นในแง่ของการปฏิบัติให้เป็นไปตามกฎหมาย

อย่างไรก็ตาม การเลือกตั้งของเขตนี้ ครั้งก่อนมีผู้ออกมาใช้สิทธิ์ร้อยละ76.52 ครั้งนี้ตนตั้งเป้าอยากให้ออกมาใช้สิทธิ์ให้ได้ร้อยละ 78 ก็หวังชาวเขต 8 จะออกมาใช้สิทธิ์กันมากๆส่วนผลการนับคะแนนคาดว่าทั้ง 233 หน่วยเลือกตั้งจะทราบอย่างไม่เป็นทางการไม่เกิน 22.00 น.

สำหรับการเลือกตั้งซ่อมสส.นคร ศรีธรรมราช เขตเลือกตั้งที่ 8 ครั้งนี้เป็นการเลือกตั้งแทนนางมุกดาวรรณ เลื่องสีนิล ที่ศาลฎีกามีคำพิพากษาเพิกถอนสิทธิสมัครรับเลือกตั้ง และสั่งชดใช้ค่าใช้จ่ายสำหรับการเลือกตั้งในครั้งนี้ด้วยอีก 8,483,846.05 บาทเนื่องจากกระทำการทุจริตซื้อเสียง โดยมีผู้สมัครจากสีพรรคการเมือง  ///-005

‘แพทองธาร’หายป่วยแล้ว เตรียมลุยอีสานตอนบน ประชุม‘ครม.สัญจรนครพนม’

‘แพทองธาร’หายป่วยแล้ว เตรียมลุยอีสานตอนบน ประชุม‘ครม.สัญจรนครพนม’

‘แพทองธาร’หายป่วยแล้ว เตรียมลุยอีสานตอนบน ประชุม‘ครม.สัญจรนครพนม’

วันอาทิตย์ ที่ 27 เมษายน พ.ศ. 2568, 09.43 น.

‘แพทองธาร’หายป่วยแล้ว เตรียมลุยอีสานตอนบน ประชุม‘ครม.สัญจรนครพนม’

27 เม.ย. 68) เวลา 08.00 น. นายจิรายุ ห่วงทรัพย์ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า ในการประชุมคณะรัฐมนตรีสัญจร ในวันอังคารที่ 29 เมษายน ที่จังหวัดนครพนม ซึ่งนายกรัฐมนตรี มีดำริให้รัฐมนตรี ทุกกระทรวง ลงพื้นที่ตรวจราชการและติดตามงานในทุกมิติ ในพื้นที่กลุ่มจังหวัด ภาคอีสานในวันอาทิตย์ที่ 27 เมษายน และวันจันทร์ที่ 28 เมษายน ก่อนการเข้าร่วมประชุม คณะรัฐมนตรีสัญจรอย่างเป็นทางการ

ทั้งนี้ นางสาวแพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี มีกำหนดเดินทางลงพื้นที่จังหวัดสกลนครและนครพนม เพื่อตรวจราชการและติดตามผลการดำเนินงานของส่วนราชการต่าง ๆ ในกลุ่มจังหวัดภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบน 2 (สกลนคร นครพนม และมุกดาหาร) ในวันจันทร์ที่ 28 เมษายน 2568 และนายกรัฐมนตรีจะเป็นประธานการประชุมคณะรัฐมนตรีอย่างเป็นทางการนอกสถานที่ ครั้งที่ 2/2568 ในวันอังคารที่ 29 เมษายน 2568  ที่หอประชุมอนุภูมิภาคลุ่มน้ำโขง มหาวิทยาลัยนครพนม จังหวัดนครพนม

“นายกรัฐมนตรีจะลงพื้นที่ก่อนการประชุมคณะรัฐมนตรีอย่างเป็นทางการก่อน 1 วัน โดยในวันจันทร์ที่ 28 เมษายน 2568 เวลา 08.45 น. นายกรัฐมนตรีพร้อมคณะ ออกเดินทางจากท่าอากาศยานทหาร 2 กองบิน 6 (บน.6) ดอนเมือง กรุงเทพฯ ไปยังสนามบินกองทัพบกค่ายกฤษณ์สีวะรา ต.ธาตุเชิงชุม อ.เมืองสกลนคร จ.สกลนคร และเดินทางต่อไปยังสวนสาธารณะดอนเกิน อ.เมืองสกลนคร จ.สกลนคร เพื่อติดตามความก้าวหน้าการขับเคลื่อนแผนพัฒนาและฟื้นฟูพื้นที่บึงหนองหารและการบริหารจัดการน้ำ

จากนั้น นายกรัฐมนตรีจะไปศูนย์หัตถกรรมวัดธาตุประสิทธิ์ อ.นาหว้า จ.นครพนม เพื่อเยี่ยมชมศูนย์หัตถกรรมวัดธาตุประสิทธิ์ “นาหว้าโมเดล” ตามแนวพระดำริ “Sustainable Fashion : แฟชั่นแห่งความยั่งยืน” จากนั้นจะเป็นประธานการประชุมติดตามการแก้ไขปัญหายาเสพติดข้ามแดนในพื้นที่ ที่หน่วยเรือรักษาความสงบเรียบร้อยตามลำแม่น้ำโขงนครพนม อ.เมืองนครพนม และในช่วงเย็นของวันเดียวกัน นายกรัฐมนตรีและคณะจะร่วมสักการะพญาศรีสัตตนาคราช พร้อมจุดเรือไฟบก ที่ลานพนมนาคา   ริมแม่น้ำโขง ในอำเภอเมืองนครพนม

นายจิรายุ กล่าวต่อไปว่า ในวันอังคารที่ 29 เมษายน 2568 เวลาประมาณ 10.00 น. นายกรัฐมนตรีจะเป็นประธานการประชุมคณะรัฐมนตรีอย่างเป็นทางการนอกสถานที่ ครั้งที่ 2/2568 ที่หอประชุมอนุภูมิภาคลุ่มน้ำโขง มหาวิทยาลัยนครพนม หลังเสร็จสิ้นการประชุมนายกรัฐมนตรีจะเดินทางไปที่ด่านศุลกากรนครพนม ซึ่งอยู่ริมแม่น้ำโขงตรงข้ามประเทศลาว เพื่อติดตามสถานการณ์การค้าชายแดนในพื้นที่ เนื่องจากด่านศุลกากรนครพนม มีจุดผ่านแดนถาวรทั้งหมด 2 แห่ง คือ สะพานมิตรภาพไทย-ลาว แห่งที่ 3 (นครพนม-คำม่วน ลาว ) ท่าเทียบเรือการท่องเที่ยวเทศบาลนครพนมรวมทั้งจุดผ่อนปรนการค้าอีก 4 แห่ง ได้แก่ จุดผ่อนปรนอำเภอท่าอุเทน จุดผ่อนปรนบ้านดอนแพง จุดผ่อนปรนอำเภอธาตุพนม และจุดผ่อนปรนบ้านหนาด

“การลงพื้นที่ภาคอีสานของนายกรัฐมนตรีในครั้งนี้ เพื่อติดตามความคืบหน้าของโครงการพัฒนาและแก้ไขปัญหาในพื้นที่ทุกมิติ ทั้งการค้าขายระหว่างประเทศ การท่องเที่ยว การพัฒนาเมืองเนื่องจากจังหวัด นครพนม และมุกดาหาร เป็นจังหวัดที่มีศักยภาพสูงเป็นจังหวัดที่มีพรมแดนติดกับประเทศลาวที่มีเส้นทางการคมนาคมหลักที่สามารถเชื่อมโยงไปยังประเทศเวียดนามตอนกลางที่เมืองดานังได้ ทั้งนี้ การลงพื้นที่ ของคณะรัฐมนตรี จะทำให้รัฐบาลสามารถเห็นถึงโอกาสในการพัฒนาต่อยอดทุกมิติ และแนวทางการแก้ไขปัญหาต่าง ๆ เพื่อให้จังหวัดสามารถเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันได้ ไม่ว่าเป็นการท่องเที่ยว การค้าการลงทุน รวมถึงการแก้ไขปัญหายาเสพติด ทั้งนี้เมื่อปัญหายาเสพติดลดลงคุณภาพชีวิตของประชาชนในพื้นที่ก็จะดีขึ้น” นายจิรายุกล่าว

‘หมอวรงค์’ฉะรัฐบาลปล่อยผู้มีอิทธิพลเหนือกฎหมาย ชูยาแรงปราบโกงต้องเพิ่มโทษประหาร

‘หมอวรงค์’ฉะรัฐบาลปล่อยผู้มีอิทธิพลเหนือกฎหมาย ชูยาแรงปราบโกงต้องเพิ่มโทษประหาร

‘หมอวรงค์’ฉะรัฐบาลปล่อยผู้มีอิทธิพลเหนือกฎหมาย ชูยาแรงปราบโกงต้องเพิ่มโทษประหาร

วันอาทิตย์ ที่ 27 เมษายน พ.ศ. 2568, 09.07 น.

‘หมอวรงค์’ฉะรัฐบาลปล่อยผู้มีอิทธิพลเหนือกฎหมาย ชูยาแรงปราบโกงต้องเพิ่มโทษประหาร

27 เมษายน 2568 ที่โรงแรม เอส.ดี. อเวนิว กรุงเทพมหานคร พรรคไทยภักดี จัดการประชุมใหญ่สามัญประจำปี 2568 เพื่อให้ความเห็นชอบรายงานงบการเงินประจำปี 2567 การแก้ไขเปลี่ยนแปลงข้อบังคับพรรค และเลือกตั้งกรรมการสรรหาผู้สมัครรับเลือกตั้ง โดยมีสมาชิกกว่า 500 คนเข้าร่วม  มีการจัดทำโพลล์กรณีบ่อนกาสิโนและพนันออนไลน์ถูกกฎหมาย ซึ่งผลโพลล์ 100 % ไม่เห็นด้วย

นพ.วรงค์ เดชกิจวิกรม ประธานพรรคไทยภักดีประกาศแถลงการณ์จุดยืนพรรคว่า วันนี้ประชาชนได้ประจักษ์แล้วว่า รัฐบาลหลังการเลือกตั้งเผยให้เห็นธาตุแท้ของพรรคการเมืองต่างๆ นิทานเรื่องดีลลับ การผสมพันธ์ข้ามขั้ว ฝ่ายประชาธิปไตย ฝ่ายรัฐประหาร  อนุรักษ์นิยม เสรีนิยม เป็นเพียงวาทกรรมก่อนการเลือกตั้ง เพราะถึงที่สุด การเมืองในทำเนียบรัฐบาลและรัฐสภาล้วนยึดโยงกับผลประโยชน์เฉพาะกลุ่ม  โจรปล้นชาติกลับมา ระบอบทักษิณฟื้นคืนชีพ กระบวนการยุติธรรมถูกทำลาย การคอรัปชั่นเชิงนโยบายกลับมาเฟื่องฟู

นพ.วรงค์ กล่าวว่า  รัฐบาลกำลังนำประเทศไปสู่สภาวะความเป็นรัฐล้มเหลว ปล่อยให้ผู้มีอิทธิพลอยู่เหนือกฎหมาย นโยบายที่หาเสียงไม่ทำกลับเร่งรัดนโยบายที่ไม่ได้หาเสียงเพื่อเอื้อประโยชน์เฉพาะกลุ่ม ปล่อยให้กลุ่มทุนผูกขาดขูดรีด ปล่อยให้ทุนเทาขยายอาณาจักร ละเลยปัญหาปากท้อง ต้นทุนชีวิตของประชาชนสูงขึ้น หมูแพง ข้าวเปลือกราคาตกต่ำ แต่นโยบายกลับเน้นประชานิยม ที่สร้างภาระต่อประเทศในระยะยาว

นพ.วรงค์ กล่าวว่า พรรคไทยภักดีมีปณิธานที่ยิ่งใหญ่ ต้องการอำนาจจากประชาชนเพื่อคืนประโยชน์ให้ประชาชน นำประเทศพัฒนา สร้างคุณภาพชีวิตที่ดีทัดเทียมกับนานาอารยประเทศ วันนี้พี่น้องประชาชนผู้ร่วมอุดมการณ์มีจำนวนมากขึ้นทั้งเชิงปริมาณและคุณภาพ รวมถึงพี่น้องประชาชนในภาคส่วนต่างๆ ที่รักชาติรักแผ่นดิน พร้อมจะออกมายืนเคียงข้างความถูกต้อง

“เพื่อให้บรรลุเป้าหมาย ประเทศชาติต้องมีการบังคับใช้กฎหมายอย่างจริงจัง ปราบโกงให้สิ้นซาก คดีทุจริตต้องไม่มีการลดโทษ และต้องเพิ่มโทษสูงสุดคือ ประหารชีวิต คดีทุจริตประชาชนสามารถฟ้องเองได้ กาสิโนและพนันออนไลน์ต้องยุติ MOU 44 ต้องยกเลิก นักโทษชั้น 14 ต้องติดคุก พรรคไทยภักดีพร้อมเป็นหัวหอกชูธงนำประชาชน เพื่อต่อสู้กับสิ่งเหล่านี้” ประธานพรรคไทยภักดีระบุ

ด้านนางสาวกรรญดา ณ หนองคาย หัวหน้าพรรคไทยภักดีกล่าวว่า ปัจจุบันฐานสมาชิกพรรคขยายตัวมากขึ้น พรรคทำงานคู่ขนาน ด้านหนึ่งตรวจสอบการใช้อำนาจการเมือง ด้านหนึ่งทำงานความคิด เปลี่ยนความคิดประชาชนให้รักชาติบ้านเมืองรู้เท่าทันนักการเมืองฉ้อฉล นอกจากนี้พรรคกำลังระดมผู้เชี่ยวชาญร่างนโยบาย ทั้งนโยบายปราบโกง ค่าไฟราคาถูก โครงสร้างราคาข้าวที่เป็นธรรม เป็นต้น

อึ้ง! ข่าว‘พีชบีเอ็ม’ช่วยคนรู้มีเลือกตั้ง‘เทศบาล’ โพลฟันเปรี้ยง‘บ้านใหญ่’ได้เปรียบ

อึ้ง! ข่าว‘พีชบีเอ็ม’ช่วยคนรู้มีเลือกตั้ง‘เทศบาล’ โพลฟันเปรี้ยง‘บ้านใหญ่’ได้เปรียบ

อึ้ง! ข่าว‘พีชบีเอ็ม’ช่วยคนรู้มีเลือกตั้ง‘เทศบาล’ โพลฟันเปรี้ยง‘บ้านใหญ่’ได้เปรียบ

วันอาทิตย์ ที่ 27 เมษายน พ.ศ. 2568, 08.37 น.

อึ้ง! ข่าว‘พีชบีเอ็ม’ช่วยคนรู้มีเลือกตั้ง‘เทศบาล’ โพลฟันเปรี้ยง‘บ้านใหญ่’ได้เปรียบ

“สวนดุสิตโพล” มหาวิทยาลัยสวนดุสิต สำรวจความคิดเห็นประชาชนที่มีสิทธิเลือกตั้งท้องถิ่นทั่วประเทศ เรื่อง “การเลือกตั้งเทศบาลทั่วประเทศ” กลุ่มตัวอย่างจำนวน 1,137 คน (สำรวจทางออนไลน์และภาคสนาม) ระหว่างวันที่ 22-25 เมษายน 2568 สรุปผลได้ ดังนี้

1. ประชาชนรู้หรือไม่ว่าจะมีการเลือกตั้งสมาชิกสภาเทศบาล (สท.) และนายกเทศมนตรี ในวันอาทิตย์ที่ 11 พฤษภาคม 2568

อันดับ 1 รู้ 91.29%

จากข่าวในสื่อต่าง ๆ เช่น ข่าวลูกพีช การหาเสียงในพื้นที่ โปสเตอร์ TikTok ฯลฯ

อันดับ 2 ไม่รู้ 8.71%

เพราะไม่ได้ติดตาม ไม่ค่อยสนใจการเมือง ไม่ไปเลือกตั้ง ฯลฯ

2. ประชาชนจะไปใช้สิทธิเลือกตั้งในวันอาทิตย์ที่ 11 พฤษภาคม 2568 หรือไม่

อันดับ 1 ไป 65.44%

อันดับ 2 ไม่แน่ใจ 21.72%

อันดับ 3 ไม่ไป 12.84%

3. ประชาชนคิดว่าการเลือกตั้งท้องถิ่นมีความสำคัญต่อการพัฒนาท้องที่มากน้อยเพียงใด

อันดับ 1 ค่อนข้างสำคัญ 53.39%

อันดับ 2 สำคัญมาก 28.94%

อันดับ 3 ไม่ค่อยสำคัญ 12.05%

อันดับ 4 ไม่สำคัญ 5.62%

4. ประชาชนคิดว่าผู้สมัครเลือกตั้งท้องถิ่นที่มีนักการเมืองหรือพรรคการเมืองสนับสนุน จะมีความได้เปรียบในการเลือกตั้งมากน้อยเพียงใด

อันดับ 1 ค่อนข้างได้เปรียบ 52.59%

อันดับ 2 ได้เปรียบมาก 34.56%

อันดับ 3 ไม่ค่อยได้เปรียบ 8.97%

อันดับ 4 ไม่ได้เปรียบ 3.88%

5. ประชาชนคิดว่าการเลือกตั้งท้องถิ่นกับการเลือกตั้งระดับชาติมีความสัมพันธ์กันอย่างไรบ้าง

อันดับ 1 มีการใช้เงินจำนวนมากในการหาเสียง/ซื้อเสียงเหมือนกัน 48.02%

อันดับ 2 การใช้ฐานเสียงร่วมกัน 47.05%

อันดับ 3 เกี่ยวข้องกับผู้มีบารมี/อิทธิพล บ้านใหญ่ในพื้นที่ 46.61%

6. หลังการเลือกตั้งแล้ว ประชาชนอยากเห็นการเปลี่ยนแปลงในพื้นที่ที่เป็นรูปธรรมอะไรบ้าง

อันดับ 1 พัฒนาโครงสร้างพื้นฐานต่าง ๆ และถนนหนทางในชุมชน 52.15%

อันดับ 2 เน้นสร้างงาน สร้างรายได้ในพื้นที่ 48.11%

อันดับ 3 แก้ปัญหาด้านสิ่งแวดล้อมอย่างเป็นรูปธรรม เช่น ปัญหาฝุ่น น้ำท่วม 46.53%

นางสาวพรพรรณ บัวทอง ประธานสวนดุสิตโพล ระบุว่า สิ่งสำคัญที่สร้างความได้เปรียบในสนามเลือกตั้งการเมืองท้องถิ่น คือ เงินทุนในการหาเสียงและอิทธิพลของ “บ้านใหญ่”ในแต่ละพื้นที่ รวมถึงพรรคการเมืองที่สนับสนุน โดยสิ่งที่ประชาชนคาดหวังจากผู้ชนะการเลือกตั้งไม่ว่าใครจะได้รับเลือก เป็นเรื่องใกล้ตัวที่ส่งผลต่อคุณภาพชีวิตโดยตรง ไม่ว่าจะเป็นไฟฟ้า ประปา ปากท้อง และค่าครองชีพที่ประชาชนอยากเห็นผลชัดเจนอย่างเป็นรูปธรรม

ด้าน ดร.มุทิตา มากวิจิตร์ อาจารย์ประจำหลักสูตรศิลปศาสตรมหาบัณฑิต สาขาวิชากฎหมายปกครองและการบริหารงานภาครัฐ โรงเรียนกฎหมายและการเมือง มหาวิทยาลัยสวนดุสิต กล่าวว่า จากผลการสำรวจสะท้อนให้เห็นว่า ประชาชนส่วนใหญ่รับทราบและให้ความสนใจเกี่ยวกับการเลือกตั้งสมาชิกสภาเทศบาล และนายกเทศมนตรีเป็นอย่างมาก ทั้งนี้ เนื่องจากประชาชนส่วนใหญ่ตระหนักถึงความสำคัญว่าการเลือกตั้งท้องถิ่นจะเป็นส่วนหนึ่งในการกำหนดทิศทางและสามารถยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนในพื้นที่ให้ดียิ่งขึ้นได้  ซึ่งจุดสำคัญที่เป็นข้อท้าทายภายหลังการเลือกตั้ง ก็คือ สมาชิกสภาเทศบาลและนายกเทศมนตรีที่ได้รับการเลือกตั้งมาแล้วจะต้องแสดงศักยภาพโดยการทำงานเชิงรุก 

พร้อมทั้งขับเคลื่อนนโยบายต่างๆ ให้สอดคล้องกับความต้องการของประชาชนอย่างเป็นรูปธรรม โดยเฉพาะอย่างยิ่งควรให้ภาคประชาชนเข้ามามีส่วนร่วมในการเสนอความต้องการที่จะพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานที่จำเป็นต่างๆ ในพื้นที่ อาทิ การซ่อมบำรุงถนนหนทางในชุมชน รวมทั้งควรเร่งแก้ไขปัญหาและช่วยเหลือประชาชนในกรณีที่เกิดปัญหาสิ่งแวดล้อมหรือภัยธรรมชาติต่างๆ เช่น อุทกภัย ฝุ่น PM 2.5 และประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์แผ่นดินไหวอย่างรวดเร็ว ทั่วถึง และเท่าเทียม ตลอดจนควรส่งเสริมความเข้มแข็งให้แก่ท้องถิ่นโดยการสร้างงาน สร้างอาชีพ เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตประชาชนในพื้นที่ให้ดีขึ้นอย่างยั่งยืน       

เหม็นขี้ฟัน‘ทักษิณ’! ดับ‘ไฟใต้’ อย่าเอาแต่พูด ขายฝันไปวันๆ

เหม็นขี้ฟัน‘ทักษิณ’! ดับ‘ไฟใต้’ อย่าเอาแต่พูด ขายฝันไปวันๆ

เหม็นขี้ฟัน‘ทักษิณ’! ดับ‘ไฟใต้’ อย่าเอาแต่พูด ขายฝันไปวันๆ

วันอาทิตย์ ที่ 27 เมษายน พ.ศ. 2568, 07.50 น.

เหม็นขี้ฟัน‘ทักษิณ’! ดับ‘ไฟใต้’ อย่าเอาแต่พูด ขายฝันไปวันๆ

27 เมษายน 2568 นายเทพไท เสนพงศ์ อดีต สส.นครศรีธรรมราช โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก “เทพไท – คุยการเมือง” หัวข้อ “ดับไฟใต้ เหม็นขี้ฟันทักษิณ” ดังนี้…

ดับไฟใต้ เหม็นขี้ฟันทักษิณ

ผมได้ฟังการให้สัมภาษณ์ของนายทักษิณ ชินวัตร เกี่ยวกับสถานการณ์ความรุนแรงในภาคใต้ที่เกิดขึ้นหลายครั้งมาก และไม่มีสัญญาณที่ดีขึ้น ซึ่งนักข่าวได้ตั้งคำถามว่าจะใช้ความสัมพันธ์ที่มีกับนายอันวาร์ อิบราฮิม นายกรัฐมนตรีมาเลเซีย ในการแก้ไขปัญหานี้อย่างไร

นายทักษิณได้ตอบว่าตอนนี้เรากำลังจัดองคาพยพของเรา เพราะเรารู้ปัญหาเยอะ และคิดว่าคงจะมีการพูดคุยกัน ในเรื่องของความมั่นคง เพื่อให้สามารถเข้าใจตรงกัน และสามารถเดินหน้าได้ พยายามทำเต็มที่ อย่างน้อยปีนี้ ทุกอย่างต้องเบาบาง  หรือไม่ก็นำไปสู่จุดที่เป็นสันติภาพ

นับตั้งแต่วันที่นายทักษิณ ลงพื้นที่3จังหวัดชายแดนภาคใต้ และได้ให้ความหวังว่ารัฐบาลจะแก้ไขปัญหาสันติภาพภาคใต้ให้เสร็จภายใน1ปี จะเห็นแสงสว่างปลายอุโมงค์ ซึ่งเป็นราคาคุยมากกว่าความเป็นจริง เพราะตั้งแต่วันที่นายทักษิณลงไป จนถึงบัดนี้มีความรุนแรงเกิดขึ้นบ่อยมาก มีความถี่มากกว่าปกติ มีผู้คนบาดเจ็บ ล้มตาย ทั้งเจ้าหน้าที่ของรัฐ และประชาชนผู้บริสุทธิ์

ล่าสุดเกิดเหตุลอบสังหารสามเณร ที่อำเภอสะบ้าย้อย จังหวัดสงขลา สร้างความสะเทือนใจให้กับพี่น้องประชาชนชาวไทยพุทธเป็นจำนวนมาก นับว่าเป็นความล้มเหลวเรื่องความมั่นคงในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ของรัฐบาลชุดนี้อย่างปฏิเสธไม่ได้

อยากให้รัฐบาลได้แก้ปัญหาอย่างเร่งด่วน  อย่าแก้ปัญหาตามระบบราชการ ที่ไม่มีจุดหมายปลายทาง เพราะความเสียหายความสูญเสียที่เกิดขึ้นประชาชนรอคอยไม่ได้ ผู้สูญเสียอาจจะไม่ใช่ลูกหลานญาติพี่น้องของนายทักษิณ จึงแก้ปัญหาแบบซื้อเวลาไปวันๆ ลองให้ลูกหลานของนายทักษิณได้เสียชีวิตไปบ้าง แล้วจะรู้สึกถึงความเจ็บปวดของความสูญเสียว่าเป็นอย่างไร จะได้เข้าใจความรู้สึกเจ็บปวดและเข้าใจหัวอกประชาชนในพื้นที่บ้าง

อย่าเอาแต่พูดและขายฝันไปวันๆ

‘นิด้าโพล’เช็คกระแส‘กาสิโน’จุดแตกหักเพื่อไทย – ภูมิใจไทย? ปชช.46.18%เชื่อ‘ไม่ผ่านสภาฯ

‘นิด้าโพล’เช็คกระแส‘กาสิโน’จุดแตกหักเพื่อไทย – ภูมิใจไทย? ปชช.46.18%เชื่อ‘ไม่ผ่านสภาฯ

‘นิด้าโพล’เช็คกระแส‘กาสิโน’จุดแตกหักเพื่อไทย – ภูมิใจไทย? ปชช.46.18%เชื่อ‘ไม่ผ่านสภาฯ

วันอาทิตย์ ที่ 27 เมษายน พ.ศ. 2568, 07.07 น.

‘นิด้าโพล’เช็คกระแส‘กาสิโน’จุดแตกหัก‘เพื่อไทย-ภูมิใจไทย’ ปชช.35.80%ชูมือหนุน‘ลูกเนวิน’ประกาศ‘ไม่เอา’ทำถูกต้องแล้ว ขณะที่46.18%เชื่อ‘ไม่ผ่าน’ความเห็นชอบของสภาฯ

27 เมษายน 2568 ศูนย์สำรวจความคิดเห็น “นิด้าโพล” สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ (นิด้า) เปิดเผยผลการสำรวจเรื่อง “กาสิโน…จุดแตกหักเพื่อไทย – ภูมิใจไทย ?” ทำการสำรวจระหว่างวันที่ 21-23 เมษายน 2568 จากประชาชนที่มีอายุ 18 ปีขึ้นไป กระจายทุกภูมิภาค ระดับการศึกษา อาชีพ และรายได้ ทั่วประเทศ รวมจำนวนทั้งสิ้น 1,310 หน่วยตัวอย่าง เกี่ยวกับการอนุญาตให้มี “กาสิโน” ในร่างพระราชบัญญัติการประกอบธุรกิจสถานบันเทิงครบวงจร เก็บข้อมูลด้วยวิธีการสัมภาษณ์ทางโทรศัพท์

เมื่อถามถึงการให้ความสำคัญของประชาชนระหว่าง “สถานบันเทิงครบวงจร” หรือ “กาสิโน” ภายหลังรับฟังข่าวเกี่ยวกับการจัดตั้งสถานบันเทิงครบวงจรที่รวมถึงกาสิโน พบว่า

+ ร้อยละ 45.73 ระบุว่าไม่ให้ความสำคัญใด ๆ เลย

+ ร้อยละ 27.24 ระบุว่า ให้ความสำคัญเท่า ๆ กันในข้อมูล ทั้งเรื่องสถานบันเทิงครบวงจรและกาสิโน

+ ร้อยละ 19.47 ระบุว่า ให้ความสำคัญกับข้อมูลเรื่องสถานบันเทิงครบวงจรมากกว่า

+ ร้อยละ 7.56 ระบุว่า ให้ความสำคัญกับข้อมูลเรื่องกาสิโนมากกว่า

ด้านความคิดเห็นของประชาชนต่อร่างพระราชบัญญัติการประกอบธุรกิจสถานบันเทิงครบวงจร หากไม่มีการอนุญาตให้มี “กาสิโน” จะสามารถผ่านความเห็นชอบของสภาผู้แทนราษฎร พบว่า

+ ร้อยละ 46.18 ระบุว่า ไม่ผ่าน

+ ร้อยละ 32.67 ระบุว่า ผ่าน

+ ร้อยละ 19.01 ระบุว่า เป็นไปไม่ได้ที่จะมีการเสนอร่าง พ.ร.บ. โดยไม่มี “กาสิโน”

+ ร้อยละ 2.14 ระบุว่า ไม่ตอบ/ไม่สนใจ

ท้ายที่สุดเมื่อถามความคิดเห็นของประชาชนต่อกรณีที่ นายไชยชนก ชิดชอบ สส.บุรีรัมย์ และเลขาธิการพรรคภูมิใจไทย ประกาศว่า “จะไม่มีวันเห็นด้วยกับกาสิโน” พบว่า

+ ร้อยละ 35.80 ระบุว่า เป็นการตัดสินใจที่ถูกต้อง

+ ร้อยละ 29.08 ระบุว่า เป็นการสร้างเงื่อนไขของพรรคภูมิใจไทย เพื่อต่อรองทางการเมือง

+ ร้อยละ 27.63 ระบุว่า เป็นการตัดสินใจส่วนบุคคล โดยพรรคภูมิใจไทย ไม่เกี่ยวข้องด้วย

+ ร้อยละ 22.44 ระบุว่า แค่ประกาศตามกระแสสังคม แต่สุดท้ายก็ต้องทำตามมติพรรค

+ ร้อยละ 20.38 ระบุว่า ในท้ายที่สุด พรรคเพื่อไทย จะหาทางผลักดันให้เกิดสถานบันเทิงครบวงจรที่มี “กาสิโน” ได้

+ ร้อยละ 17.40 ระบุว่า มีแนวโน้มสูงว่าสถานบันเทิงครบวงจรที่มี “กาสิโน” จะไม่สามารถเกิดขึ้นได้

+ ร้อยละ 16.26 ระบุว่า เป็นการส่งสัญญาณว่าพรรคภูมิใจไทย ไม่เห็นด้วยกับกาสิโน

+ ร้อยละ 13.59 ระบุว่า ในท้ายที่สุดพรรคภูมิใจไทย ก็ต้องยอมพรรคเพื่อไทย

+ ร้อยละ 10.84 ระบุว่า มีแนวโน้มสูงว่าจะมีความแตกแยกในพรรคภูมิใจไทย

+ ร้อยละ 9.39 ระบุว่า เป็นการส่งสัญญาณว่าพรรคภูมิใจไทยพร้อมแตกหักกับพรรคเพื่อไทย

+ ร้อยละ 6.72 ระบุว่า มีแนวโน้มสูงว่าพรรคภูมิใจไทยจะถูกถอดออกจากพรรคร่วมรัฐบาล

+ ร้อยละ 5.95 ระบุว่า เป็นการตัดสินใจที่ไม่ถูกต้อง

+ ร้อยละ 4.50 ระบุว่า ในท้ายที่สุดพรรคเพื่อไทยจะยอมถอยให้พรรคภูมิใจไทย

ร้อนจัดราคาไข่พุ่ง ปรับขึ้นอีกฟองละ20ส.ต. อุตุเตือนระวังพายุลูกเห็บ

ร้อนจัดราคาไข่พุ่ง ปรับขึ้นอีกฟองละ20ส.ต. อุตุเตือนระวังพายุลูกเห็บ

ร้อนจัดราคาไข่พุ่ง ปรับขึ้นอีกฟองละ20ส.ต. อุตุเตือนระวังพายุลูกเห็บ

วันอาทิตย์ ที่ 27 เมษายน พ.ศ. 2568, 06.00 น.

สมาคมผู้เลี้ยงไก่ไข่ ประกาศขึ้นราคาไข่ไก่อีกฟองละ 20 สตางค์ มีผลจันทร์นี้ อ้างอากาศร้อนจัดแม่ไก่ออกไข่น้อย ด้านอุตุนิยมวิทยาเตือนทั่วไทย ระวังพายุฤดูร้อน ลูกเห็บ ฟ้าผ่า

เมื่อวันที่ 26 เมษายน 2568 นายชาณุวัฒน์ สิวะโมกข์ รองเลขานุการสมาคมผู้เลี้ยงไก่ไข่กล่าวว่า อากาศร้อนจัดและแปรปรวนเป็นเหตุ ไก่ออกไข่น้อย โดยเครือข่ายสหกรณ์ผู้เลี้ยงไก่ไข่ 4 แห่งจะ แจ้งปรับราคาแนะนำไข่ไก่คละ ณ หน้าเล้าเกษตรกร เป็นฟองละ 3.60 บาท (น้ำหนัก 20.5 กก.ขึ้นไป) จากเดิม ฟองละ 3.40 บาท มีผลตั้งแต่วันที่ 28 เมษายน 2568 เป็นต้นไปการปรับขึ้นโดยราคาที่ปรับขึ้นครั้งนี้เป็นไปตามภาวะอากาศที่ร้อนและสภาพอากาศแปรปรวนมาก ทำให้แม่ไก่เครียดและให้ผลผลิตลดลง รวมถึงไก่ของเกษตรกรรายย่อยที่เลี้ยงระบบเปิดป่วยตายไปจำนวนหนึ่ง ประกอบกับช่วงที่ผ่านมาราคาไข่ไก่ตกต่ำ เกษตรกรบางส่วนจึงปลดแม่ไก่ออกจากระบบเพื่อลดต้นทุน ส่งผลให้ปริมาณไข่ไก่ในตลาดมีจำกัด ขณะที่ความต้องการบริโภคยังอยู่ในระดับปกติ

สำหรับแนวโน้มราคาช่วงนี้ คาดว่ายังมีโอกาสปรับเพิ่มขึ้นเล็กน้อยต่อเนื่อง จนกว่าสภาพอากาศลดความแปรปรวนซึ่งจะทำให้ผลผลิตได้ปกติ ราคาก็จะทยอยปรับลดลงตามกลไกตลาด

วันเดียวกันมี ประกาศกรมอุตุนิยมวิทยา ฉบับที่ 5 (98/2568) เรื่อง พายุฤดูร้อนบริเวณประเทศไทยตอนบน มีผลกระทบในช่วงวันที่ 26 เมษายน – 1 พฤษภาคม 2568

ในช่วงวันที่ 26 เม.ย. – 1 พ.ค. 68 บริเวณประเทศไทยตอนบนจะมีพายุฤดูร้อนเกิดขึ้น โดยมีลักษณะของพายุฝนฟ้าคะนอง ลมกระโชกแรง ลูกเห็บตก และฝนตกหนักบางแห่ง รวมถึงฟ้าผ่าที่อาจเกิดขึ้นได้บางพื้นที่ เนื่องจากในช่วงวันที่ 26-27 เม.ย. บริเวณความกดอากาศสูงกำลังปานกลางจากประเทศจีนจะแผ่ลงมาปกคลุมประเทศเวียดนามและทะเลจีนใต้

ทำให้มีแนวพัดสอบของลมตะวันออกเฉียงใต้และลมตะวันตกเฉียงใต้พัดปกคลุมประเทศไทยตอนบน ในขณะที่ประเทศไทยตอนบนมีอากาศร้อนถึงร้อนจัด ประกอบกับในช่วงวันที่ 28 เม.ย. – 1 พ.ค. 68 จะมีคลื่นกระแสลมฝ่ายตะวันตกจากประเทศเมียนมาเคลื่อนเข้าปกคลุมภาคเหนือ และภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบน

ขอให้ประชาชนบริเวณดังกล่าวระวังอันตรายจากพายุฤดูร้อนและฝนตกหนักที่จะเกิดขึ้น ควรหลีกเลี่ยงการเดินทางผ่านบริเวณที่มีพายุฝนฟ้าคะนองและเส้นทางที่มีปัญหาน้ำท่วมซ้ำซาก

โดยเฉพาะพื้นที่ลุ่มต่ำ มีข้อจำกัดในการระบายน้ำ ซึ่งอาจเกิดน้ำท่วมขังในระยะสั้นได้ เนื่องจากการระบายน้ำอาจทำได้ไม่สะดวก และไม่ควรอยู่ในที่โล่งแจ้ง ใต้ต้นไม้ใหญ่ สิ่งปลูกสร้าง และป้ายโฆษณาที่ไม่แข็งแรง

สำหรับเกษตรกรควรเสริมความแข็งแรงให้ไม้ผล และเตรียมการป้องกันความเสียหายที่อาจเกิดขึ้นกับผลผลิตทางการเกษตรและสัตว์เลี้ยง รวมทั้งดูแลรักษาสุขภาพในช่วงที่สภาพอากาศเปลี่ยนแปลงไว้ด้วย

เสรีพิศุทธ์’เดินหน้าขุดชั้น14 ลาก‘ทักษิณ’เข้าคุก ยุรีบหนี/30เม.ย.ไม่รอดแน่

เสรีพิศุทธ์’เดินหน้าขุดชั้น14 ลาก‘ทักษิณ’เข้าคุก ยุรีบหนี/30เม.ย.ไม่รอดแน่

เสรีพิศุทธ์’เดินหน้าขุดชั้น14 ลาก‘ทักษิณ’เข้าคุก ยุรีบหนี/30เม.ย.ไม่รอดแน่

วันอาทิตย์ ที่ 27 เมษายน พ.ศ. 2568, 06.00 น.

เสรีพิศุทธ์’เดินหน้าขุดชั้น14 ลาก‘ทักษิณ’เข้าคุก ยุรีบหนี/30เม.ย.ไม่รอดแน่ เทวดายันไม่ได้กังวลอะไร เล็งอาจยื่นขอศาลไปอเมริกา เจรจาภาษี‘ทรัมป์’อย่าผลีผลาม

“เสรีพิศุทธ์” ลั่น จะเอา “ทักษิณ” เข้าคุกให้ได้ แนะหนีตั้งแต่วันนี้ เชื่อ 30 เมษายน ไม่รอดแน่ หลัง “ศาลฎีกา” นัดฟังคำสั่งคดีนอนชั้น 14 ด้านเทวดาย้ำไม่ได้กังวลอะไร เล็งของอนุญาตศาลบินไปสหรัฐ เจรจาปธน.ทรัมป์ แก้ปัญหากำแพงภาษีโหด“พิชัย นริพทะพันธุ์”รมว.พาณิชย์” เปิดวงเคลียร์ สส.เพื่อไทย ลุยแก้ปัญหาราคาสินค้าเกษตร หลังโดนเขย่าเก้าอีกรัฐมนตรี รับปากจะแก้ปัญหาโดยเร็ว

วันที่ 26 เม.ย.2568 นายพิชัย นริพทะพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ นายพงศกร อรรณนพพร นายวรวงศ์ รามางกูร ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวงพาณิชย์ นายคุณากร ปรีชาชนะชัย ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ร่วมประชุม ณ ที่ทำการพรรคเพื่อไทย หารือกับ สส. พรรคเพื่อไทยประกอบด้วย สส. พิมพ์พิชชา ชัยศุภกิจเจริญ จ. พิษณุโลก สส. ภูมิพัฒน์ พชรทรัพย์ จ. นครพนม สส. วิรัตน์ พิมพะนิตย์ จ. กาฬสินธุ์ สส. จักรวาล ชัยวิรัตน์นุกูล จ. สุโขทัย สส. ฐิติมา ฉายแสง จ. ฉะเชิงเทรา สส. ชูชัย มุ่งเจริญพร จ. สุรินทร์ อดีต สส. ชูวิทย์ พิทักษ์พรพัลลภ จ. อุบลราชธานี

รับฟังข้อมูลของผู้แทน

โดยวงหารือ ได้รับฟังข้อเสนอและความเป็นห่วงจาก สส. ที่ได้สะท้อนเสียงจากชาวบ้านอย่างใกล้ชิด รวมทั้งแลกเปลี่ยนข้อมูลสถานการณ์ราคาสินค้าเกษตรในหลายพื้นที่ ซึ่งกำลังเป็นประเด็นสำคัญที่เกษตรกรในหลายจังหวัดเผชิญอยู่ในขณะนี้

โดยเฉพาะปัญหาราคาสินค้าเกษตรที่ปรับลดลง ทั้งข้าวจากกรณีผลผลิตเพิ่มสูงขึ้นขณะที่ส่งออกได้น้อยลงเนื่องจากอินเดียกลับมาส่งออกอีกครั้ง ในราคาต่ำมากที่ 300 เหรียญสหรัฐต่อตัน และมันสำปะหลัง จากกรณีตลาดจีนมีความต้องการใช้มันสำปะหลังในฐานะวัตถุดิบการผลิตลดลง เพราะจีนปลูกข้าวโพดได้มาก และแอลกอฮอล์จากข้าวโพด มีราคาถูกกว่าแฮลกอฮอล์จากมันสำปะหลัง รวมทั้งการระบาดของโรคใบด่างทำให้คุณภาพผลผลิตลดลง

ทั้งนี้ ได้ร่วมกันวางแนวทางเร่งด่วนเพื่อยกระดับคุณภาพการผลิต และหาตลาดที่เอื้อต่อการขายสินค้าเกษตร โดยเฉพาะสินค้าหลักอย่าง “ข้าว” ซึ่งต้องมีปรับทั้งระบบตั้งแต่ต้นน้ำถึงปลายน้ำ อาทิ การส่งเสริมพันธ์ุข้าวที่เป็นที่ต้องการของตลาด การสนับสนุนแนวทางการลดต้นทุนการผลิต และมาตรการเสริมต่าง ๆ เพื่อช่วยลดปัญหาการเผาไร่นา ซึ่งกระทรวงพาณิชย์จะได้หยิบยกประเด็นต่างๆ เพื่อนำเสนอและหารือในคณะกรรมการนโยบายและบริหารจัดการข้าว (นบข.) ที่มีท่านรองนายกฯ พิชัย ชุณหวชิร เป็นประธาน เพื่อพิจารณามาตรการต่าง ๆ โดยเร่งด่วนต่อไป

สำหรับมันสำปะหลังมีแผนที่จะบูรณาการร่วมภาครัฐ และเอกชนในการขยายพันธุ์มันสำปะหลังที่สามารถต้านทานโรคใบด่างให้เพียงพอเพื่อลดการระบาดและเพิ่มปริมาณผลผลิต รวมทั้งขยายตลาดส่งออกใหม่เพิ่มเติมนอกเหนือจากตลาดจีน

แม้วจะไปเจรจาทรัมป์

ที่ร้านก๋วยเตี๋ยวเนื้อนครปฐมโอชา อ.สันกำแพง จ.เชียงใหม่ นายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรีกล่าวถึงความคืบหน้าเจรจากำแพงภาษีสหรัฐอเมริกาว่า เรามีการพูดคุยกัน ซักซ้อมในเรื่องข้อห่วงใยของอเมริกา และของเราเองที่ไม่ได้ดูตัวเลขมานาน ก็กลายเป็นว่ามุ่งตัวเลข แต่ไม่ได้มุ่งคุณภาพของการนำเข้าและส่งออก ซึ่งตรงนี้ต้องมาปรับครั้งใหญ่ ก็ถือเป็นสัญญาณเตือนภัยที่ดีที่เราได้รับเที่ยวนี้ ทำให้เราต้องมานั่งปรับว่า บางประเทศเราขาดดุลเยอะเกินไป จะสามารถแก้ไขอย่างไร หรือประเทศที่เกินดุลมากเกินไปจะปรับอย่างไรให้มันแฟร์ ก็น่าจะดีขึ้น

เมื่อถามว่า เหตุผลที่สหรัฐฯชะลอไทยเข้าเจรจาเพราะอะไร นายทักษิณ กล่าวว่าสหรัฐฯ วันนี้เขาต้องดีลกับหลายประเทศ และเขาก็มียุทธศาสตร์ว่าเอเชียเขาจะเอาอย่างไร โดยเฉพาะเขาห่วงใยเรื่องความใกล้ชิดกับจีน ก็จะมีผูกพันนอกจากเรื่องภาษีก็จะมีเรื่องที่ไม่ใช่ภาษีปนอยู่ด้วยในการเจรจา เพราะฉะนั้นเราต้องไม่ผลีผลาม ใจเย็นๆ ดูข้อมูลให้เหมาะ

เมื่อถามว่า นายกฯ เคยระบุว่าทักษิณช่วยเจรจากับคนรอบข้างประธานาธิบดีทรัมป์ นายทักษิณกล่าวว่า เราก็พูดคุยกัน แต่บังเอิญว่าเดี๋ยวนี้เขาขอใช้ข้อมูลจากหลายหน่วยงานเข้ามาผสม ทั้งเรื่องของความมั่นคง เรื่องที่เรามีปัญหาการฟ้องร้องคนอเมริกันกันอยู่บ้าง ซึ่งถูกนำเอามารวมกันหมด เพราะฉะนั้นเราก็ต้องมีสติในการเจรจาให้ดี

เมื่อถามว่ายังถึงขั้นที่ท่านทักษิณจะขออนุญาตศาลออกไปพูดคุยกับทางประธานาธิบดีทรัมป์ใช่ไหม นายทักษิณกล่าวว่า ก็คงต้องดูเหตุการณ์ก่อน เมื่อถามต่อว่า การเจรจาของรัฐบาลนายกฯ จะต้องไปเจรจาด้วยตัวเองหรือไม่ นายทักษิณ กล่าวว่า ส่วนใหญ่แล้วนายกฯ ไม่มีใครไป เพราะไม่ได้เป็นการเจรจากับตัวประธานาธิบดี เป็นการเจรจากับผู้แทนการค้าสหรัฐฯ (United States Trade Representative: USTR) บ้าง หรือกระทรวงพาณิชย์เขาบ้าง เพราะฉะนั้นเราจะใช้ระดับรัฐมนตรีไปเจรจา

ไม่กังวล’ชาญชัย’ร้องศาลไต่สวน

ขณะเดียวกัน นายทักษิณ ให้สัมภาษณ์กรณี นายชาญชัย อิสระเสนารักษ์ อดีต สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์(ปชป.)ยื่นศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง ดำเนินการไต่สวนและออกหมายจับนายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี มาขังไว้ตามหมายศาล เนื่องจากนายทักษิณไม่เคยถูกจำคุกตามคำพิพากษาเลยและถูกส่งตัวไปรักษาตัวที่ชั้น 14 รพ.ตำรวจโดยมิชอบ ตอนนี้มีความกังวลอะไรบ้างหรือไม่ โดยตอบสั้นๆว่า”ผมไม่ได้กังวลอะไร ทุกอย่างก็ว่าไปตามกระบวนการ”

เสรีพิศุทธ์ลั่นเอาเทวดาเข้าคุก

พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ เตมียเวส หัวหน้าพรรคเสรีรวมไทย เปิดเผยภายหลังเข้าให้ถ้อยคำต่อ ป.ป.ช.ในคดีการพักรักษาตัวของนายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ที่ชั้น 14 โรงพยาบาลตำรวจ ว่า ได้เข้าชี้แจงต่อ ป.ป.ช. 2 ครั้งแล้ว โดยครั้งล่าสุดได้เชิญไปที่โรงพยาบาลตำรวจ เพื่อตรวจสถานที่ แต่ปรากฏว่าไปถึงแล้วไม่ได้ไปตรวจห้องที่นายทักษิณ เข้าพัก อ้างว่ามีคนป่วยรักษาตัวอยู่ จึงตั้งข้อสังเกตว่า ป.ป.ช.รู้เห็นกับโรงพยาบาลหรือไม่ ทั้งที่รู้ว่ามีคนป่วยอยู่แล้วเชิญไปตรวจที่เกิดเหตุทำไม

ยิ่งไปกว่านั้นกลับมาแล้วเห็นภาพข่าวลง เป็นการแอบถ่ายไกลๆ ให้เห็นกระบวนการ ว่า ป.ป.ช.เข้ามาตรวจ แบบนี้เป็นการหลอกลวงประชาชนอีกหรือไม่ เพราะไม่ได้ตรวจจริง ตนจึงจี้ให้ ป.ป.ช.เชิญตนไปตรวจใหม่อีกครั้ง เพราะครั้งที่แล้วถือว่าไม่ได้ตรวจ “แบบนี้ช่วยกันหรือเปล่า ผมมองดูมันช่วยกันอีกเนี่ย”

พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ ยังเปิดเผยด้วยว่าวันที่ 30 เม.ย.68 ศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง ได้นัดนายชาญชัย อิสระเสนารักษ์ อดีต สส.พรรคประชาธิปัตย์ ในฐานะผู้ร้อง มาฟังคำสั่งในคดีที่นายทักษิณ รักษาตัวที่โรงพยาบาลตำรวจโดยไม่ได้รับอนุญาต ซึ่งตนมองว่าคดีนี้ไม่มีอะไรซับซ้อน ตนอ่านข้อกฎหมายแล้วกำหนดชัดเจน คนที่ถูกจำคุกถ้าขอทุเลาการบังคับคดีต้องขอจากศาลเท่านั้น แต่นายทักษิณไม่ได้ขอต่อศาลชัดเจน ไม่ต้องพูดถึงว่าป่วยหรือไม่ป่วย และหากศาลไม่ดำเนินการ ตนจะฟ้องศาลด้วย

“ศาลอย่าช่วยเขาอีกละ ที่เลื่อนแล้วเลื่อนอีก ก็เพราะไอใบ้มันสั่ง ที่อยู่ใกล้ท่านนั่นแหละ โทรมาแบบนู้นแบบนี้เจ้ากี้เจ้าการ ไอพวกนี้ตกอกตกใจไปหมด ขี้เยี่ยวแตก แต่ไอใบ้ผมด่าทุกวันไม่เห็นมีอะไร มันต้องทำเพื่อประเทศชาติบ้านเมือง ไม่เช่นนั้นทักษิณจะทำเหมือนฮุนเซน”

เชื่อทักษิณไม่ได้ป่วยจริง

พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ ยืนยันว่า เรื่องคดีนายทักษิณ ยังไงก็ไม่จบ ตนไม่มีทางยอม ที่ยังทำงานการเมือง เพราะต้องการเอานายทักษิณเข้าคุกให้ได้ และคดีใน ป.ป.ช.ก็มั่นใจ ตนเป็นพยานให้ชัดเจนว่านายทักษิณ ไม่ได้ป่วยจริง

พร้อมฝากถึงนายทักษิณว่า”ใกล้ถึงเวลาแล้ว ถ้าตัดสินใจก็หนีตั้งแต่วันนี้เลย ถ้าไม่หนีเดี๋ยววันที่ 30 เม.ย.นี้ติดคุกนะ คนที่ช่วยเหลือ ประการแรกจะโดนละเมิดอำนาจศาล โทษไม่มากอย่างน้อยจำคุก 6 เดือน และถ้าพวกนั้นโดนละเมิดอำนาจศาล แสดงว่านายทักษิณรู้เห็น ต้องกลับเข้าคุกต่อ ให้รอดูวันที่ 29 เม.ย. นายทักษิณจะหนีไปไหน”

ยกระดับปราบ‘โจรออนไลน์’ ดีอีดันพรก.ไซเบอร์ฉบับใหม่

ยกระดับปราบ‘โจรออนไลน์’ ดีอีดันพรก.ไซเบอร์ฉบับใหม่

ยกระดับปราบ‘โจรออนไลน์’ ดีอีดันพรก.ไซเบอร์ฉบับใหม่

วันอาทิตย์ ที่ 27 เมษายน พ.ศ. 2568, 06.00 น.

รองนายกฯ และรมว.ดีอี ลุยเพิ่มประสิทธิภาพปราบ “โจรออนไลน์” ยกระดับศูนย์ AOC 1441 สู่ ศปอท. ร่วมกับหน่วยงานต่างๆเร่งกำหนดมาตรการ“พ.ร.ก.ไซเบอร์ฉบับใหม่” บูรณาการช่วยเหลือประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากอาชญากรรมออนไลน์ อย่างมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น

เมื่อวันที่ 26 เมษายน 2568 นายประเสริฐ จันทรรวงทอง รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) เปิดเผยถึงการเป็นประธานการประชุมคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยี ครั้งที่ 3/2568 เมื่อวันที่ 25 เมษายน 2568 ที่ผ่านมา โดยหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง อาทิ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ตร.) , กองบัญชาการตำรวจสืบสวนสอบสวนอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (บช.สอท.) , สำนักงานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) , ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) , สำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) และกรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI) เข้าร่วมประชุมว่า รัฐบาล นางสาวแพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ให้ความสำคัญกับการปราบปรามอาชญากรรมออนไลน์ ซึ่งมีผลกระทบต่อประชาชน โดยปัจจุบัน พระราชกำหนดมาตรการป้องกันและปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (ฉบับที่ 2) พ.ศ.2568 และพระราชกำหนดการประกอบธุรกิจสินทรัพย์ดิจิทัล (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2568 มีผลบังคับใช้แล้วเมื่อวันที่ 13 เมษายน 2568 ที่ผ่านมา ซึ่งหน่วยงานต่างๆ กำลังดำเนินการกำหนดมาตรการเพื่อให้เป็นไปตาม พ.ร.ก. ทั้ง 2 ฉบับอย่างเร่งด่วน

นายประเสริฐ กล่าวว่า ในการประชุมครั้งนี้ได้มีการพิจารณาผลดำเนินการและมาตรการเร่งด่วนเพื่อแก้ปัญหาอาชญากรรมออนไลน์ 8 เรื่องสำคัญ ที่มีผลการดำเนินงาน ถึง 31 มีนาคม 2568 ที่ผ่านมา ได้แก่ 1.การปราบปรามจับกุมคดีอาชญากรรมออนไลน์ เดือนมีนาคม 2568 (ข้อมูลสำนักงานตำรวจแห่งชาติ) มีการจับกุมคดีอาชญากรรมทางเทคโนโลยี รวมทุกประเภท มีจำนวน 4,907 ราย เพิ่มขึ้นร้อยละ 96.67 เมื่อเทียบกับการจับกุมเฉลี่ย 2,495 คนต่อเดือน ในช่วงมกราคม – มีนาคม 2567 , การจับกุมคดีพนันออนไลน์ เดือนมีนาคม 2568 มีจำนวน 1,933 ราย เพิ่มขึ้นร้อยละ 81.67 เมื่อเทียบกับการจับกุมเฉลี่ย 1,064 คนต่อเดือน ในช่วงมกราคม – มีนาคม 2567 , การจับกุมคดีบัญชีม้า ซิมม้า และความผิดตาม พรก.ฯ เดือนมีนาคม 68 มีจำนวน 710 ราย เพิ่มขึ้นร้อยละ 195.83 เมื่อเทียบกับการจับกุมเฉลี่ย 240 คนต่อเดือน ช่วงมกราคม – มีนาคม 2567

2. การปิดโซเชียลมีเดีย เว็บผิดกฎหมาย และเว็บพนันออนไลน์ (ปีงบประมาณ 68 ตั้งแต่ 1 ตุลาคม 2567 – 31 มีนาคม 2568 มีการปิดกั้นเว็บไซต์พนันออนไลน์ จำนวน 43,195 (URLs) หลอกลวงออนไลน์ จำนวน 1,164 (URLs) และอื่นๆ 34,041 (URLs) รวม 78,400 (URLs) , มีการประสานแพลตฟอร์มเพื่อขอปิดกั้นเกี่ยวกับหลอกลวงออนไลน์ ที่มีคำสั่งศาล จำนวนแจ้งขอการปิดกั้น 8,692 (URLs) ที่ไม่มีคำสั่งศาล มีจำนวนแจ้งขอการปิดกั้น 25,643 (URLs) (เฉพาะในส่วนของกระทรวงดีอี)

3. การแก้ปัญหาบัญชีม้า เร่งอายัด ตัดตอนการโอนเงิน ผลการดำเนินงานที่สำคัญถึง 31 มีนาคม 2568 มีดังนี้ ศูนย์ AOC ได้ระงับบัญชีชั่วคราว จำนวน 359,763 บัญชี และ ปปง. ทำการอายัดบัญชีไปแล้วจำนวน 753,373 บัญชี (ณ วันที่ 22 เมษายน 2568)

. 4.การดำเนินการเรื่องเสาโทรคมนาคม สายสัญญาณอินเทอร์เน็ต และสายโทรศัพท์ที่ผิดกฎหมายตามแนวชายแดนประเทศเพื่อนบ้าน โดย กสทช. ได้ดำเนินมาตรการ ดังนี้ (1) มาตรการระงับการให้บริการ Wi-fi Calling ระบบเติมเงิน (ชั่วคราว) , (2) ตรวจสอบการลงทะเบียนใช้งาน SIM Card หลังการปรับปรุงระบบลงทะเบียนใช้งาน SIM Card , (3) มาตรการตรวจสอบความเป็นเจ้าของสายสัญญาณและตัดสายที่ลักลอบใช้งาน , (4) ระงับการให้บริการโทรคมนาคมกับคู่สัญญาที่พบการกระทำผิดและตรวจสอบการนำบริการโทรคมนาคมไปใช้โดยไม่ได้รับอนุญาต , (5) มาตรการการจัดการบริการส่งข้อความสั้น (SMS) แบบ A2P โดยลงทะเบียนใช้งาน Sender Name และตรวจสอบความถูกต้องของ Link ก่อนส่งทั้งหมด , (6) มาตรการการลงทะเบียนใช้งาน SIM box หากไม่ลงทะเบียนภายในเดือนเมษายน 2568 จะปิดการใช้งาน , (7) มาตรการการห้ามลูกตู้รับลงทะเบียนเปิดใช้งานชิมการ์ด และ (8) มาตรการกำกับการใช้งาน e-SIM ห้ามจำหน่าย e-SIM ผ่านระบบ Online

. สำหรับผลการดำเนินการตามมาตรการระงับ IP Address ซึ่ง กสทช. ได้แจ้งผู้ให้บริการะงับการให้บริการผู้ใช้ IP Address ที่มีการกระทำความผิดตามคำสั่งของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เป็นการชั่วคราว ซึ่งเป็นของผู้รับใบอนุญาต จำนวน 10 ราย จำนวนทั้งสิ้น 465 IP ส่วนผลการดำเนินการตามมาตรการลงทะเบียน Sender Name การตรวจสอบ SMS แนบลิงก์ URL ประกอบด้วย (1) จำนวนผู้ให้บริการส่งข้อความสั้น จำนวน 43 ราย , (2) ผู้ให้บริการฯ ส่งข้อมูลลงทะเบียน Sender Name แล้ว จำนวน 28 ราย , (3) ผู้ให้บริการฯ แจ้งว่ายังไม่เปิดให้บริการ จำนวน 13 ราย และ (4) อยู่ระหว่างติดตามสถานะการเปิดให้บริการ จำนวน 2 ราย

. 5. มาตรการ Mobile Cleansing มีความคืบหน้าการดำเนินมาตรการ Mobile Banking เมื่อมีการดำเนินการในระยะที่ 1 เสร็จสิ้นแล้วในวันที่ 30 เมษายน 2568 โดยธนาคารจะส่งข้อมูลผู้ใช้ Mobile Banking ที่เป็นปัจจุบันจนถึงวันที่ 30 เมษายน 2568 ไปให้ผู้ให้บริการเครือข่ายโทรศัพท์เคลื่อนที่ (Operator) สำหรับในส่วนระยะที่ 2 โอเปอร์เรเตอร์ จะนำข้อมูลส่งผ่านระบบของ ปปง. เพื่อตรวจสอบกับข้อมูลลูกค้าว่าอยู่ในกลุ่มใด จากนั้นในเดือนพฤษภาคม 2568 ธนาคารส่งข้อมูลผู้เปิดใช้ Mobile Banking เพื่อให้โอเปอร์เรเตอร์ตรวจสอบอีกครั้ง และให้ธนาคารเริ่มดำเนินการตรวจสอบผลและเริ่มระงับการใช้บริการ Mobile Banking ในเดือน มิถุนายน 2568

. 6.การจัดตั้ง ศูนย์ปฏิบัติการเพื่อป้องกันและปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (ศปอท.) ซึ่งตามมาตรา 8/5 แห่งพระราชกำหนดมาตรการป้องกันและปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2568 กำหนดให้จัดตั้งศูนย์ปฏิบัติการเพื่อป้องกันและปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (ศปอท.) ซึ่งเป็นการยกระดับศูนย์ AOC 1441 โดย ‘ศปอท.’ จะเป็นกลไกหลักในการรับแจ้งเหตุ รับคำร้องทุกข์ สั่งระงับธุรกรรมทางการเงิน ประสานงานวิเคราะห์ข้อมูล และสามารถดำเนินคดีอาชญากรรมทางเทคโนโลยีได้อย่างรวดเร็ว ครบวงจร และมีประสิทธิภาพมากขึ้น ดังนี้

. 6.1 ปรับโครงสร้างศูนย์ AOC 1441 และเพิ่มบุคลากรให้เพียงพอและเหมาะสมต่อการปฏิบัติงาน และการแต่งตั้งหัวหน้า ศปอท. , 6.2 จัดทำระบบงานที่เกี่ยวข้องกับการดำเนินการตามมาตราต่าง ๆ ตาม พ.ร.ก. (ด้านการแสดงผลหรือสถานะ การสั่งการ การวิเคราะห์ การติดตาม และการรายงาน) , 6.3 แนวทางการดำเนินการภายในของหน่วยงาน และการดำเนินการของหน่วยงานอื่นที่มาปฏิบัติหน้าที่ ศปอท. กระบวนการขั้นตอนการสั่งการ หลักเกณฑ์ และวิธีดำเนินการ ตามอำนาจหน้าที่ของ ศปอท. , 6.4 การรับแจ้งเหตุของ ศปอท. ให้ถือเป็นการร้องทุกข์โดยวิธีการทางอิเล็กทรอนิกส์ของผู้เสียหาย (การประสานงานข้อมูลร่วมกับ ตร. สอท. ในการปรับกระบวนการแจ้งความ) , 6.5 ประสานงานให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง จัดส่งผู้แทนเข้าร่วมปฏิบัติงาน ทั้งนี้ คณะกรรมการฯ ได้แต่งตั้ง นายเอกพงษ์ หริ่มเจริญ ผู้ตรวจราชการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม และเลขานุการ คณะกรรมการฯ ทำหน้าที่หัวหน้า ศปอท. ตามมาตรา 8/7

7.การเตรียมความพร้อมเพื่อบังคับใช้ พ.ร.ก.มาตรการป้องกันและปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2568 ของ ปปง. ได้เตรียมจัดตั้งคณะทำงานยกร่างกฎกระทรวง เพื่อคืนเงินแก่ผู้เสียหาย ซึ่งออกตามความในมาตรา 8/1 และมาตรา 8/2 ของพ.ร.ก.ฯ และเตรียมจัดตั้งกองเพิ่มเติม เพื่อรองรับการตรวจสอบธุรกรรมที่เกี่ยวข้องกับอาชญากรรมออนไลน์ ที่ปัจจุบันพบว่ามีเงินค้างอยู่ในบัญชีที่มีการระงับช่องทางการทำธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ไว้ จำนวนกว่า 80,000 บัญชี เป็นจำนวนเงินกว่า 2,500 ล้านบาท (ข้อมูล ณ วันที่ 22 เมษายน 2568) เพื่อให้เป็นไปตามนโยบายของรัฐบาลที่ต้องการเร่งเยียวยาเหยื่ออาชญากรรมออนไลน์โดยเร็ว

8.มาตรการกำกับดูแลแพลตฟอร์มสินทรัพย์ดิจิทัลต่างประเทศ ซึ่งภายหลัง พ.ร.ก.สินทรัพย์ดิจิทัล (ฉบับที่ 2) พ.ศ.2568 มีผลบังคับใช้ Binance Global ได้ประกาศเลิกให้บริการ P2P สำหรับเงินบาท เพื่อให้สอดคล้องกับ พ.ร.ก. โดย ก.ล.ต.จะเป็นผู้ดำเนินการตรวจสอบ และส่งข้อมูลแพลตฟอร์มซื้อขายสินทรัพย์ดิจิทัลที่ไม่ได้รับอนุญาต เพื่อเป็นข้อมูลให้กระทรวงดีอี พิจารณาดำเนินการปิดกั้นช่องทางการเข้าถึงแพลตฟอร์ม

“ภายหลังที่ พ.ร.ก.ทั้ง 2 ฉบับมีผลบังคับใช้ กระทรวงดีอี และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ได้เร่งรัดการกำหนดมาตรการต่างๆ เพื่อให้สอดคล้องกับ พ.ร.ก. พร้อมบูรณาการยกระดับ ศูนย์ AOC 1441 เป็นศูนย์ ศปอท. ซึ่งจะครอบคลุมในการดูแลให้ความช่วยเหลือประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากอาชญากรรมออนไลน์ อย่างมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น รวมทั้งการเตรียมออกกฎกระทรวง เพื่อการบังคับใช้ในการกวาดล้างอาชญากรรมออนไลน์ บัญชีม้าและซิมม้า และเร่งการอายัดบัญชีธนาคาร ระงับบัญชีม้า ตัดเส้นทางการเงิน การปิดกั้นโซเชียลมีเดียหลอกลวงผิดกฎหมาย และเว็บพนันออนไลน์ รวมทั้งการเยียวยาผู้เสียหาย” รองนายกฯ และ รมว.ดีอี กล่าว