ตามส่อง แจ็คสัน หวัง เบ้าหน้าฟ้าประทาน กว่าจะหล่อพี่แจ็คบอกไม่ง่ายนะ

ตามส่อง แจ็คสัน หวัง เบ้าหน้าฟ้าประทาน กว่าจะหล่อพี่แจ็คบอกไม่ง่ายนะ

24 เม.ย. 2568 12:00 น.

ตามส่อง แจ็คสัน หวัง เบ้าหน้าฟ้าประทาน กว่าจะหล่อพี่แจ็คบอกไม่ง่ายนะ

เพิ่งจะให้สัมภาษณ์ไปเมื่อวันก่อน สำหรับ แจ็คสัน หวัง ศิลปินชื่อดังระดับโลก ที่เจ้าตัวได้รีวิวชีวิตวัย 31 ปีของตัวเองให้ฟัง ซึ่งพี่แจ็คบอกว่า 

“แจ็คสันในวัย 31 เป็นแจ็คสันที่รู้สึกว่ามีความมั่นใจว่าอะไรคือสิ่งที่ใช่ในชีวิต รู้สึกว่าต้องเดินไปทางไหนมากกว่า เพราะว่าแจ็คสันในวัยที่อายุ 20 กว่าๆ เป็นแจ็คสันที่พร้อมจะพุ่งชนกับทุกอย่าง ทำทุกอย่างไปเรื่อยๆ แต่ไม่มีจุดมุ่งหมายที่ชัดเจนว่าควรจะไปทางไหนหรือควรทำอะไรดี

แต่พอในวัยที่ 30 ขึ้นมาแล้ว ผมเริ่มรู้สึกว่าอะไรคือสิ่งที่ควรจะตัดทิ้ง อะไรคือสิ่งที่ควรไปต่อ แล้วอีกสิ่งหนึ่งที่รู้สึกได้หลังจากอายุ 30 ก็คือรู้สึกว่าการฟื้นฟูของตัวเองมันน้อยลง ปกติผมจะสามารถร้องเพลงและเต้นได้อย่างไม่เหนื่อย แต่พออายุขึ้น 30 แล้ว เต้นๆ ร้องๆ นิดหน่อยก็จะรู้สึกเหนื่อย ทำให้แตกต่างจากตอนที่เป็นหนุ่มๆ”

งานนี้นักข่าวก็เลยแซวๆ พี่แจ็คว่า แต่ก็ยังหล่อเหมือนเดิม ทำเอาเจ้าตัวบอกว่า “นั่นเป็นเพราะผมทำทรีตเมนต์ครับ ยกกระชับหน้าด้วย ผมทำมาเยอะ ไม่ง่ายนะจริงๆ (หัวเราะ) แต่มันก็แตกต่างจากตอนอายุ 20 อยู่ดี เมื่อก่อนคือสามารถที่จะดื่ม แล้วนอน 2 ชั่วโมงก็ลุกขึ้นไปทำงานได้เลย แต่ตอนนี้ทำไม่ได้ครับ”

ตามส่อง แจ็คสัน หวัง เบ้าหน้าฟ้าประทาน กว่าจะหล่อพี่แจ็คบอกไม่ง่ายนะ
ตามส่อง แจ็คสัน หวัง เบ้าหน้าฟ้าประทาน กว่าจะหล่อพี่แจ็คบอกไม่ง่ายนะ

และมีคนชอบบอกว่าพี่แจ็คนั้นเบ้าหน้าฟ้าประทาน พระเจ้าปั้นมาได้เป๊ะมาก ล่าสุดพี่แจ็คไปเสริมหล่อที่ คลินิคกับหมอโจ้ แทนที่จะเห็นช็อตทำหน้า แต่กลายเห็นเป็นพี่แจ๊คสัมภาษณ์คุณหมอ รับโทรศัพท์ จิบกาแฟ โอ๊ยยยย คนอะไรจะน่ารักขนาดนี้ ไม่เชื่อดูด้วยตาของตัวเองเลยจ้าาา 

ตามส่อง แจ็คสัน หวัง เบ้าหน้าฟ้าประทาน กว่าจะหล่อพี่แจ็คบอกไม่ง่ายนะ
ตามส่อง แจ็คสัน หวัง เบ้าหน้าฟ้าประทาน กว่าจะหล่อพี่แจ็คบอกไม่ง่ายนะ
ตามส่อง แจ็คสัน หวัง เบ้าหน้าฟ้าประทาน กว่าจะหล่อพี่แจ็คบอกไม่ง่ายนะ

กองทัพพม่าไม่สนใจหยุดยิงแผ่นดินไหว เปิดฉากโจมตีอย่างต่อเนื่อง

กองทัพพม่าไม่สนใจหยุดยิงแผ่นดินไหว เปิดฉากโจมตีอย่างต่อเนื่อง

25 เม.ย. 2568 15:56 น.

กองทัพพม่าไม่สนใจหยุดยิงแผ่นดินไหว เปิดฉากโจมตีอย่างต่อเนื่อง

ข้อมูลของสหประชาชาติและโครงการผู้ตรวจสอบเหตุวิกฤต ชี้ว่า รัฐบาลทหารพม่ายังคงเปิดฉากการโจมตีทางอากาศและการโจมตีด้วยปืนใหญ่อย่างต่อเนื่อง แม้ว่าจะประกาศการหยุดยิง หลังจากเหตุแผ่นดินไหว ขนาด 7.7 ที่คร่าชีวิตผู้คนจำนวนมากเมื่อเดือนมีนาคม

ข้อมูลของสหประชาชาติและโครงการผู้ตรวจสอบเหตุวิกฤต ชี้ว่า รัฐบาลทหารพม่ายังคงเปิดฉากการโจมตีทางอากาศและการโจมตีด้วยปืนใหญ่อย่างต่อเนื่อง แม้ว่าจะประกาศการหยุดยิง หลังจากเหตุแผ่นดินไหว ขนาด 7.7 ที่คร่าชีวิตผู้คนจำนวนมากเมื่อเดือนมีนาคม

แผ่นดินไหวเมื่อวันที่ 28 มี.ค. ซึ่งเป็นภัยธรรมชาติครั้งร้ายแรงที่สุดในพม่าในรอบหลายทศวรรษ นำมาสู่ความพยายามด้านการบรรเทาทุกข์จากหลายประเทศ เพื่อช่วยเหลือผู้คนหลายแสนคนที่ได้รับผลกระทบจากความขัดแย้ง และมีการเรียกร้องจากนานาชาติหลายครั้งให้ยุติการสู้รบ

เมื่อวันที่ 2 เม.ย. กองทัพพม่าได้ประกาศหยุดยิง 20 วัน เพื่อสนับสนุนการบรรเทาทุกข์ด้านมนุษยธรรม ตามการเคลื่อนไหวในลักษณะเดียวกันของกลุ่มติดอาวุธ และเมื่อที่ 22 เม.ย. กองทัพพม่ากล่าวว่าการหยุดยิงชั่วคราว ได้รับการขยายเวลาออกไปจนถึงวันที่ 30 เม.ย. หลังจากการเจรจาระดับสูงในประเทศไทยซึ่งนำโดยนายกรัฐมนตรีมาเลเซีย

อย่างไรก็ตาม ตัวเลขที่ไม่ได้รับรายงานจากสหประชาชาติระบุว่า การสู้รบยังคงดำเนินต่อไปอย่างไม่หยุดยั้ง และการวิเคราะห์ข้อมูลโครงการ Armed Conflict Location & Event Data หรือ ACLED ของรอยเตอร์ พบว่าความถี่ของการโจมตีทางอากาศของรัฐบาลทหารเพิ่มขึ้นตั้งแต่มีการประกาศหยุดยิง เมื่อเทียบกับ 6 เดือนก่อนหน้า

ระหว่างวันที่ 28 มีนาคมถึง 24 เมษายน กองทัพพม่าได้เปิดฉากโจมตีอย่างน้อย 207 ครั้ง รวมถึงการโจมตีทางอากาศ 140 ครั้งและการยิงปืนใหญ่ 24 ครั้ง ตามข้อมูลจากสำนักงานสิทธิมนุษยชนแห่งสหประชาชาติ ซึ่งอิงจากรายงานที่ได้รับ มีการโจมตีมากกว่า 172 ครั้ง เกิดขึ้นตั้งแต่มีการหยุดยิง โดย 73 ครั้งเกิดขึ้นในพื้นที่ที่ได้รับความเสียหายจากแผ่นดินไหว

เจมส์ โรเดเวอร์ หัวหน้าสำนักงานสิทธิมนุษยชนแห่งสหประชาชาติประจำพม่ากล่าวว่า “ทุกอย่างยังเกิดขึ้นตามปกติ” เขากล่าวว่า “การหยุดยิงควรเกี่ยวข้องกับการหยุดกิจกรรมทางทหารทั้งหมด และปรับเปลี่ยนกองทัพเพื่อสนับสนุนการตอบสนองด้านมนุษยธรรม ซึ่งนั่นยังไม่เกิดขึ้น”

หลังจากหยุดยิงได้สองสัปดาห์ เครื่องบินของทหารได้บินโฉบเหนือหมู่บ้านKan Ma Yaik ในรัฐกะเหรี่ยง ทางตะวันออกเฉียงใต้ของประเทศ เมื่อวันที่ 16 เม.ย. ระหว่างการเฉลิมฉลองปีใหม่ของพม่า และได้ทิ้งระเบิดซึ่งคร่าชีวิตชาวพม่าประมาณ 20 รายรวมถึงหญิงตั้งครรภ์และทารกในครรภ์  

ตามข้อมูลที่ ACLED จัดทำขึ้น ในช่วง 6 เดือนก่อนวันที่ 2 เม.ย. กองทัพได้โจมตีด้วยเครื่องบินหรือโดรนเฉลี่ยวันละ 7.6 ครั้ง ซึ่งทำให้มีผู้เสียชีวิตมากกว่า 5 คนต่อวัน รวมถึงพลเรือนด้วย  ข้อมูลของ ACLED ระบุว่า ระหว่างวันที่ 2 ถึง 18 เม.ย. กองทัพได้โจมตีด้วยเครื่องบินหรือโดรนเฉลี่ยวันละ 9.7 ครั้ง ทำให้มีผู้เสียชีวิตมากกว่า 6 คนต่อวัน นับตั้งแต่มีการประกาศหยุดยิง ในช่วงเวลาดังกล่าว มีผู้เสียชีวิตจากการโจมตีทางอากาศของกลุ่มทหารทั้งหมด 105 คน

ข้อมูลแสดงให้เห็นว่ากลุ่มติดอาวุธโจมตีทางอากาศเพียง 3 ครั้งในช่วงที่มีการหยุดยิง ระหว่างวันที่ 2 ถึง 18 เม.ย. ในทางตรงกันข้าม กองทัพอากาศของพม่ามีเครื่องบินขับไล่และเครื่องบินโจมตีภาคพื้นดินที่ผลิตโดยจีนและรัสเซีย เฮลิคอปเตอร์โจมตีของรัสเซีย และยานบินไร้คนขับขนาดหนักบางรุ่น ตามรายงานของสถาบันระหว่างประเทศเพื่อการศึกษากลยุทธ์เมื่อปีที่แล้ว

ซู มอน นักวิเคราะห์อาวุโสของ ACLED กล่าวว่า นับตั้งแต่เกิดแผ่นดินไหว รัฐบาลพม่าโจมตีทางอากาศในเขตสะกายและรัฐฉาน เพื่อพยายามยึดตำแหน่งทางยุทธศาสตร์คืน รวมถึงในรัฐคะฉิ่น และยะไข่ และกล่าวว่า กองทัพยังคงโจมตีทางอากาศโดยกำหนดเป้าหมายเป็นพลเรือน

ในการประกาศหยุดยิงเมื่อวันที่ 2 และ 22 เม.ย. รัฐบาลพม่ากล่าวว่าจะตอบโต้การกระทำของกลุ่มกบฏหลายรูปแบบ รวมถึงการเกณฑ์ทหารและการขยายดินแดน.

ที่มา Reuters

อ่านข่าวเพิ่มเติม https://www.thairath.co.th/news/foreign

แคลิฟอร์เนียแซงญี่ปุ่น ขนาดเศรษฐกิจใหญ่เป็นอันดับ 4 ของโลก

แคลิฟอร์เนียแซงญี่ปุ่น ขนาดเศรษฐกิจใหญ่เป็นอันดับ 4 ของโลก

25 เม.ย. 2568 14:44 น.

แคลิฟอร์เนียแซงญี่ปุ่น ขนาดเศรษฐกิจใหญ่เป็นอันดับ 4 ของโลก

เศรษฐกิจของรัฐแคลิฟอร์เนียแซงหน้าประเทศญี่ปุ่น ทำให้รัฐของสหรัฐฯ แห่งนี้ มีเศรษฐกิจขนาดใหญ่เป็นอันดับ 4 ของโลก

เศรษฐกิจของรัฐแคลิฟอร์เนียแซงหน้าประเทศญี่ปุ่น ทำให้รัฐของสหรัฐฯ แห่งนี้ มีเศรษฐกิจขนาดใหญ่เป็นอันดับ 4 ของโลก นายแกวิน นิวซัม ผู้ว่าการรัฐแคลิฟอร์เนีย กล่าวแสดงความพอใจกับข้อมูลใหม่จากกองทุนการเงินระหว่างประเทศ (IMF) และสำนักวิเคราะห์เศรษฐกิจของสหรัฐฯ ที่แสดงให้เห็นการเติบโตของรัฐแคลิฟอร์เนีย

ข้อมูลดังกล่าวแสดงให้เห็นว่าผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (GDP) ของแคลิฟอร์เนีย แตะระดับ 4.10 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือราว 137.45 ล้านล้านบาท ในปี 2024 แซงหน้าญี่ปุ่นซึ่งอยู่ที่ 4.01 ล้านล้านดอลลาร์ ปัจจุบันแคลิฟอร์เนียตามหลังเพียงเยอรมนี จีน และสหรัฐฯ เท่านั้น นายนิวซัมกล่าวว่า “แคลิฟอร์เนียไม่ได้แค่ตามทันโลกเท่านั้น แต่เรายังกำหนดจังหวะของโลกด้วย”

ข้อมูลตัวเลขใหม่นี้เกิดขึ้นในขณะที่นายนิวซัมกล่าวต่อต้านภาษีศุลกากรของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ และแสดงความกังวลเกี่ยวกับอนาคตของเศรษฐกิจของรัฐ โดยแคลิฟอร์เนียมีส่วนแบ่งการผลิตและผลผลิตทางการเกษตรมากที่สุดในสหรัฐฯ นอกจากนี้ยังเป็นที่ตั้งของนวัตกรรมเทคโนโลยีชั้นนำ ศูนย์กลางอุตสาหกรรมความบันเทิงของโลก และท่าเรือสองแห่งที่ใหญ่ที่สุดของประเทศ

นายนิวซัม นักการเมืองจากพรรคเดโมแครต ที่มีมีแนวโน้มจะลงสมัครชิงตำแหน่งประธานาธิบดีในปี 2028 ยื่นฟ้องท้าทายอำนาจของทรัมป์ในการเรียกเก็บภาษีจากต่างชาติ ซึ่งทำให้ตลาดและการค้าทั่วโลกเกิดการหยุดชะงัก โดยทรัมป์ได้เรียกเก็บภาษี 10% จากเกือบทุกประเทศที่นำเข้าสินค้ามายังสหรัฐฯ หลังจากประกาศหยุดเก็บภาษีเป็นเวลา 90 วัน

เม็กซิโกและแคนาดาถูกเรียกเก็บภาษีเพิ่มอีก 25% อย่างไรก็ตาม การเก็บภาษีกับจีนทำให้เกิดสงครามการค้าครั้งใหญ่กับเศรษฐกิจที่ใหญ่เป็นอันดับสองของโลก ทรัมป์เรียกเก็บภาษีนำเข้าสินค้าจีนที่เข้ามาในสหรัฐฯ สูงถึง 145% และจีนตอบโต้กลับด้วยการเก็บภาษีสินค้าอเมริกันถึง 125% รัฐบาลสหรัฐฯ กล่าวเมื่อสัปดาห์ที่แล้วว่า เมื่อมีการเพิ่มภาษีใหม่ให้กับภาษีที่มีอยู่ ภาษีสินค้าจีนบางรายการอาจสูงถึง 245%

นายนิวซัมได้กล่าวถึงความกังวลของเขาเกี่ยวกับอนาคตของเศรษฐกิจของรัฐ “ในขณะที่เราเฉลิมฉลองความสำเร็จนี้ เราก็ตระหนักดีว่าความก้าวหน้าของเราถูกคุกคามโดยนโยบายภาษีศุลกากรที่ไม่รอบคอบของรัฐบาลชุดปัจจุบัน เศรษฐกิจของแคลิฟอร์เนียส่งพลังให้กับประเทศ และต้องได้รับการปกป้อง”

ทรัมป์โต้แย้งว่าสงครามการค้าของเขาเป็นเพียงการทำให้สนามแข่งขันมีความเท่าเทียมกันเท่านั้น หลังจากที่สหรัฐฯ ถูกเก็บภาษีมาหลายปี

ภาษีศุลกากรเป็นความพยายามที่จะส่งเสริมให้โรงงานและงานต่างๆ กลับมาที่สหรัฐฯ ซึ่งเป็นหนึ่งในเสาหลักในวาระทางเศรษฐกิจของทรัมป์ เช่นเดียวกับการลดอัตราดอกเบี้ย ซึ่งมุ่งเป้าไปที่การลดต้นทุนการกู้ยืมสำหรับชาวอเมริกัน

ข้อมูลใหม่แสดงให้เห็นว่า GDP ของแคลิฟอร์เนีย ตามหลัง GDP สหรัฐฯ ที่ 29.18 ล้านล้านดอลลาร์ จีนที่ 18.74 ล้านล้านดอลลาร์ และเยอรมนีที่ 4.65 ล้านล้านดอลลาร์ นอกจากนี้ยังแสดงให้เห็นว่าแคลิฟอร์เนียเป็นมีการเติบโตเร็วที่สุดในบรรดาประเทศเหล่านั้น

ขณะที่เศรษฐกิจของญี่ปุ่นอยู่ภายใต้แรงกดดัน เนื่องจากประชากรลดลงและมีอายุมากขึ้น ซึ่งหมายความว่าแรงงานของประเทศญี่ปุ่นกำลังหดตัวและต้นทุนการดูแลทางสังคมก็พุ่งสูงขึ้น ในสัปดาห์นี้ IMF ได้ปรับลดคาดการณ์การเติบโตทางเศรษฐกิจของญี่ปุ่นลง และคาดว่าธนาคารกลางจะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยช้ากว่าที่คาดไว้ก่อนหน้านี้ เนื่องจากผลกระทบจากภาษีศุลกากรที่สูงขึ้น

รายงาน World Economic Outlook ระบุว่า “ผลกระทบของภาษีศุลกากรที่ประกาศเมื่อวันที่ 2 เมษายน และความไม่แน่นอนที่เกี่ยวข้อง ได้ชดเชยการฟื้นตัวของการบริโภคภาคเอกชนที่คาดว่าจะเกิดขึ้น โดยการเติบโตของค่าจ้างที่สูงกว่าอัตราเงินเฟ้อจะส่งผลให้รายได้สุทธิของครัวเรือนเพิ่มขึ้น”

ที่มา BBC

อ่านข่าวเพิ่มเติม https://www.thairath.co.th/news/foreign

รวบหมอดู TikTok ฐานทำนายพม่าจะเกิดแผ่นดินไหวครั้งใหม่

รวบหมอดู TikTok ฐานทำนายพม่าจะเกิดแผ่นดินไหวครั้งใหม่

25 เม.ย. 2568 13:36 น.

รวบหมอดู TikTok ฐานทำนายพม่าจะเกิดแผ่นดินไหวครั้งใหม่

เจ้าหน้าที่พม่าจับกุมหมอดูรายหนึ่งที่สร้างความตื่นตระหนก ด้วยการทำนายว่าจะเกิดแผ่นดินไหวครั้งใหม่ในพม่า ในวิดีโอ TikTok ที่กลายเป็นไวรัล

เจ้าหน้าที่พม่าจับกุมหมอดูรายหนึ่งที่สร้างความตื่นตระหนก ด้วยการทำนายว่าจะเกิดแผ่นดินไหวครั้งใหม่ในพม่า ในวิดีโอ TikTok ที่กลายเป็นไวรัล โดย “จอห์น โม เต” โพสต์คำทำนายของเขาเมื่อวันที่ 9 เมษายน เพียงสองสัปดาห์หลังจากแผ่นดินไหวขนาด 7.7 ที่ คร่าชีวิตผู้คนไป 3,500 คน และทำลายวัดเก่าแก่หลายร้อยปีในพม่า

กระทรวงข้อมูลข่าวสารของพม่ากล่าวว่า เขาถูกจับกุมเมื่อวันอังคาร (22 เม.ย.) ในข้อหา “ให้การเท็จด้วยเจตนาสร้างความตื่นตระหนกของประชาชน” 

จอห์น โม เต เตือนว่าแผ่นดินไหวจะ “เกิดขึ้นทุกเมืองในพม่า ในวันที่ 21 เมษายน แต่ผู้เชี่ยวชาญกล่าวว่าแผ่นดินไหวเป็นสิ่งที่ไม่สามารถคาดเดาได้เนื่องจากปัจจัยที่ซับซ้อนที่เกี่ยวข้องกับภัยพิบัติประเภทนี้

ในวิดีโอของเขาซึ่งมีผู้ชมมากกว่าสามล้านครั้ง จอห์น โม เต เรียกร้องให้ผู้คน “พกสิ่งของสำคัญติดตัวไปด้วยและวิ่งหนีจากอาคารระหว่างที่เกิดแผ่นดินไหว” คำอธิบายของวิดีโอยังระบุว่า “ผู้คนไม่ควรอยู่ในอาคารสูงในช่วงระหว่างวัน” 

ทางการพม่ากล่าวในแถลงการณ์ว่า “เราได้รับแจ้งว่ามีการแพร่กระจายข่าวปลอมผ่านบัญชี TikTok ว่าจะมีแผ่นดินไหวรุนแรงเกิดขึ้น เราจะดำเนินการกับเขาตามกฎหมายอย่างเด็ดขาด ในทำนองเดียวกัน เราจะดำเนินการต่อผู้ที่เขียน เผยแพร่ หรือแชร์ข่าวปลอมเช่นกัน”

ชาวนครย่างกุ้งคนหนึ่งบอกว่าเพื่อนบ้านของเธอหลายคนเชื่อคำทำนายนี้ พวกเขาปฏิเสธที่จะอยู่บ้านและตั้งแคมป์ข้างนอกในวันที่จอห์น โม เต บอกว่าแผ่นดินไหวจะเกิดขึ้น

บัญชี TikTok ของเขาซึ่งปัจจุบันไม่มีผู้ติดตามแล้ว จากเดิมที่มีผู้ติดตามมากกว่า 300,000 คน อ้างว่าเขาทำนายโดยอาศัยโหราศาสตร์และการดูลายมือ เขาถูกจับกุมระหว่างการบุกค้นบ้านของเขาในเมืองสะกาย ตอนกลางของประเทศพม่า

ทั้งนี้ พื้นที่เมืองมัณฑะเลย์และสะกายได้รับผลกระทบอย่างหนักจากแผ่นดินไหวเมื่อวันที่ 28 มีนาคม ซึ่งทำให้รัฐบาลทหารพม่าต้องแจ้งคำร้องขอความช่วยเหลือจากต่างประเทศ

แผ่นดินไหวครั้งนั้นสามารถรู้สึกได้ไกลราว 1,000 กม. ในกรุงเทพฯ ซึ่งทำให้อาคารของสำนักงานตรวจเงินแผ่นดินที่กำลังก่อสร้าง เกิดพังถล่ม โดยพบผู้เสียชีวิตแล้ว 56 ศพ.

ที่มา BBC

อ่านข่าวเพิ่มเติม https://www.thairath.co.th/news/foreign

ไฟไหม้ COEX ศูนย์นิทรรศการ-แสดงสินค้ากลางกรุงโซล

ไฟไหม้ COEX ศูนย์นิทรรศการ-แสดงสินค้ากลางกรุงโซล

25 เม.ย. 2568 12:36 น.

ไฟไหม้ COEX ศูนย์นิทรรศการ-แสดงสินค้ากลางกรุงโซล

เจ้าหน้าที่ดับเพลิงเปิดเผยว่าเกิดเหตุไฟไหม้ร้านอาหารในศูนย์แสดงสินค้าโคเอ็กซ์ (COEX) ทางตอนใต้ของกรุงโซล ยังไม่มีรายงานผู้ได้รับบาดเจ็บหรือเสียชีวิต

เจ้าหน้าที่ดับเพลิงเปิดเผยว่าเกิดเหตุไฟไหม้ร้านอาหารในศูนย์แสดงสินค้าโคเอ็กซ์ (COEX) ทางตอนใต้ของกรุงโซล ในช่วงเช้าวันนี้ (25 เม.ย.) ส่งผลให้ต้องอพยพผู้คนออกจากพื้นที่ฉุกเฉินท่ามกลางงานนิทรรศการต่างๆ ที่กำลังจัดอยู่ รวมถึงงาน World IT Show 2025

เจ้าหน้าที่ดับเพลิงแจ้งว่าได้รับรายงานดังกล่าวเมื่อเวลาประมาณ 11.06 น. โดยระบุว่ามีควันซึ่งคาดว่าน่าจะมาจากเหตุไฟไหม้ ลอยออกมาจากร้านอาหารภายในศูนย์การประชุมโคเอ็กซ์ ซึ่งตั้งอยู่ในย่านคังนัม

ก่อนเกิดเหตุพนักงานและลูกค้าจำนวนมากที่ทำงานในห้างสรรพสินค้า ห้องจัดนิทรรศการ โรงแรม และสำนักงานจำนวนมาก ทันทีที่เกิดเพลิงไหม้ พนักงานและนักท่องเที่ยวจากต่างอพยพออกจากอาคาร และไม่มีรายงานผู้ได้รับบาดเจ็บแต่อย่างใด ควันดำพวยพุ่งออกมาจากที่เกิดเหตุ และบริเวณรอบ ๆ อาคาร COEX ผู้ขับขี่รถบางคนระบุว่าพวกเขาติดอยู่บนถนนเนื่องจากทัศนวิสัยลดลงอย่างมาก

เจ้าหน้าที่ดับเพลิงคาดว่าจะเริ่มทำงานในการระบุสาเหตุของเพลิงไหม้พร้อมทั้งพยายามดับไฟ นอกจากนี้ คาดว่าพวกเขาจะตรวจสอบอย่างใกล้ชิดว่าระบบแจ้งเตือนเหตุเพลิงไหม้ทำงานหรือไม่ รวมถึงขั้นตอนการอพยพ และการทำงานของเครื่องพ่นน้ำดับเพลิง

ศูนย์การประชุมโคเอ็กซ์ถูกใช้เป็นสถานที่จัดงานสำคัญต่างๆ มากมาย รวมถึงงาน World IT Show 2025 ซึ่งเป็นงานนิทรรศการเทคโนโลยีระดับนานาชาติ ในช่วงเวลาดังกล่าว.

ที่มา Korea Herald

อ่านข่าวเพิ่มเติม https://www.thairath.co.th/news/foreign

มอเตอร์ไซค์เปรูประท้วง ทางการออกกฎใหม่ ห้ามมีคนซ้อนท้าย-ต้องใส่เสื้อกั๊ก

มอเตอร์ไซค์เปรูประท้วง  ทางการออกกฎใหม่ ห้ามมีคนซ้อนท้าย-ต้องใส่เสื้อกั๊ก

25 เม.ย. 2568 12:11 น.

มอเตอร์ไซค์เปรูประท้วง ทางการออกกฎใหม่ ห้ามมีคนซ้อนท้าย-ต้องใส่เสื้อกั๊ก

ผู้ขับขี่รถจักรยานยนต์ในเปรู ประท้วงนโยบายใหม่ของทางการ ที่ห้ามผู้โดยสารซ้อนท้ายรถ และผู้ขับรถส่งสินค้าต้องสวมเสื้อกั๊กที่มีเลขทะเบียนติดอย่างชัดเจน เพื่อหวังลดการเกิดอาชญากรรม

ผู้ขับขี่รถจักรยานยนต์ในเปรู ประท้วงนโยบายใหม่ของทางการ ที่ห้ามผู้โดยสารซ้อนท้ายรถ และผู้ขับรถส่งสินค้าต้องสวมเสื้อกั๊กที่มีเลขทะเบียนติดอย่างชัดเจน เพื่อหวังลดการเกิดอาชญากรรม

กระทรวงคมนาคมและการขนส่งเปรู ได้อนุมัติกฎระเบียบใหม่ ที่บังคับใช้เมื่อวันที่ 14 เมษายน ที่ระบุให้ผู้ขับขี่รถจักรยานยนต์ห้ามบรรทุกผู้โดยสาร รวมถึงกำหนดให้ผู้ขับขี่ต้องสวมหมวกกันน็อคที่ไม่มีอุปกรณ์ปิดบังใบหน้า และสวมเสื้อกั๊กที่มีเลขป้ายทะเบียนที่มองเห็นได้ หากไม่ปฏิบัติตามจะถือว่ามีโทษปรับตามมาตรา S/428 เพื่อแสดงความพอใจต่อนโยบายดังกล่าว พนักงานส่งของ คนงาน และสมาคมรถจักรยานยนต์ได้ออกตระเวนตามจุดสำคัญต่างๆ ในเมืองหลวงเพื่อประท้วงมาตรการเหล่านี้

คืนวันพฤหัสบดี (24 เม.ย.) กลุ่มคนขับรถจักรยานยนต์ได้รวมตัวกันตามจุดต่างๆ ทั่วกรุงลิมา  เพื่อแสดงจุดยืนไม่เห็นด้วยกับมาตรการจำกัดการเดินทางในพื้นที่ที่มีภาวะฉุกเฉิน และจำกัดจำนวนผู้โดยสารต่อคันรถ กลุ่มผู้จัดการประท้วงระบุว่า มาตรการดังกล่าวไม่เพียงแต่ละเลยความเป็นจริงของการขนส่งในเมืองเท่านั้น แต่ยังส่งผลโดยตรงต่อรายได้ของคนงานหลายพันคนที่ต้องพึ่งพาการขนส่งรูปแบบนี้เพื่อเลี้ยงดูครอบครัวอีกด้วย

ความไม่พอใจของผู้ขับขี่มอเตอร์ไซค์ไม่ได้จำกัดอยู่แค่ข้อจำกัดแค่เรื่องผู้โดยสารเท่านั้น พวกเขายังแสดงความไม่เห็นด้วยกับกฎหมายที่กำหนดให้คนขับส่งของต้องสวมเสื้อกั๊กสีสะท้อนแสง ที่มีหมายเลขทะเบียนรถที่มองเห็นได้อย่างชัดเจน ซึ่งสหภาพแรงงานระบุว่า การบังคับใช้เสื้อกั๊กและป้ายทะเบียนที่มองเห็นได้ จะทำให้คนขับตกเป็นเป้าหมายของการโจรกรรมได้ง่าย และเสี่ยงต่อการเกิดอาชญากรรมมากขึ้น

แม้จะมีเสียงวิพากษ์วิจารณ์ แต่รัฐบาลก็ยังคงยืนหยัดในจุดยืนดังกล่าว หลังจากประกาศห้ามบุคคล 2 คนขี่มอเตอร์ไซค์อย่างเป็นทางการในกรุงลิมาและกัลลาโอ โดยโต้แย้งว่า การที่คนสองคนขี่รถจักรยานยนต์ ถือเป็นวิธีการปล้นทรัพย์ด้วยอาวุธที่นิยมใช้กันในสภาพการจราจรที่คับคั่งของกรุงลิมา อย่างไรก็ตาม เจ้าหน้าที่ตำรวจ ทหาร เจ้าหน้าที่เทศบาล และนักดับเพลิง ได้รับการยกเว้นจากข้อจำกัดเหล่านี้

นอกจากนี้ กระทรวงคมนาคมและการขนส่งเปรู ได้กำหนดให้ผู้ขับขี่รถจักรยานยนต์และผู้โดยสารใช้หมวกกันน็อคเพื่อความปลอดภัยเพียงสี่ประเภทเท่านั้น ได้แก่ แบบเต็มใบ แบบมอเตอร์ครอส แบบโมดูลาร์ และแบบเปิดหน้า และระบุว่าหมวกกันน็อคทุกใบที่มีบังตาจะต้องโปร่งใสเพื่อให้สามารถระบุใบหน้าได้ “สำหรับหมวกกันน็อคแบบไม่มีบังตา ต้องใช้อุปกรณ์ป้องกันดวงตาที่เทียบเท่ากับบังตา และต้องโปร่งใส”.

ที่มา La República

อ่านข่าวเพิ่มเติม https://www.thairath.co.th/news/foreign

แม่ชีวัย 81 เพื่อนสนิทพระสันตะปาปาฟรานซิส ฝ่ากฎเข้าพื้นที่สงวนเพื่อยืนไว้อาลัยใกล้โลงศพโป๊ป

แม่ชีวัย 81 เพื่อนสนิทพระสันตะปาปาฟรานซิส ฝ่ากฎเข้าพื้นที่สงวนเพื่อยืนไว้อาลัยใกล้โลงศพโป๊ป

25 เม.ย. 2568 12:05 น.

แม่ชีวัย 81 เพื่อนสนิทพระสันตะปาปาฟรานซิส ฝ่ากฎเข้าพื้นที่สงวนเพื่อยืนไว้อาลัยใกล้โลงศพโป๊ป

เผยภาพแม่ชีชาวฝรั่งเศส-อาร์เจนตินา วัย 81 ปี ยืนร้องไห้ข้างโลงพระศพพระสันตะปาปาฟรานซิส ท่ามกลางความเงียบสงบในมหาวิหารเซนต์ปีเตอร์ หลังจากเธอได้รับอนุญาตพิเศษฝ่ากฎเข้าพื้นที่สงวน เพื่ออำลาเพื่อนรักที่รู้จักกันมานานกว่า 40 ปี

วันที่ 25 เมษายน 2568 เว็บไซต์ข่าว Daily Mail เผยแพร่ภาพ แม่ชีฌานเนวีฟ เฌอแนนโกรส วัย 81 ปี แห่งสำนักแม่ชี Little Sisters of Jesus กำลังยืนสงบนิ่งใกล้กับโลงพระศพของสมเด็จพระสันตะปาปาฟรานซิส องค์ประมุขแห่งคริสตจักรนิกายโรมันคาทอลิก ภายในมหาวิหารเซนต์ปีเตอร์ ประเทศอิตาลี

โดยบรรยากาศเต็มไปด้วยความโศกเศร้าและความอาลัย จะเห็นได้ว่าแม่ชีเฌอแนนโกรสได้ยกมือขึ้นปิดใบหน้าขณะกลั้นสะอื้น แล้วใช้ผ้าเช็ดหน้าเช็ดน้ำตาอย่างเงียบงัน โดยไม่มีเจ้าหน้าที่คนใดเข้าห้าม แม้ตรงนั้จะเป็นเขตสงวนสำหรับพระคาร์ดินัลและนักบวชระดับสูงเท่านั้น

รายงานข่าวระบุว่า แม่ชีเฌอแนนโกรส เป็นเพื่อนสนิทของฟรานซิสมาตั้งแต่สมัยยังดำรงตำแหน่งอาร์คบิชอปแห่งบัวโนสไอเรส เธอปรากฏตัวด้วยชุดสีน้ำเงินเข้ม ผ้าคลุมศีรษะสีน้ำเงิน เดินเข้ามาพร้อมเจ้าหน้าที่ช่วยพยุง ก้าวข้ามเชือกแดงเข้าไปยืนด้านข้างโลงไม้ ซึ่งภายในมีพระศพของโป๊ปฟรานซิสในชุดแดงปักทองและสายประคำในมือ

คนใกล้ชิดต่างเล่าว่า ความสัมพันธ์อันลึกซึ้งระหว่างแม่ชีเฌอแนนโกรสกับโป๊ปฟรานซิสเกิดขึ้นจากการทำงานเพื่อผู้ยากไร้ โดยเฉพาะชุมชนคนชายขอบในกรุงโรม เช่น คนเร่ร่อน คนงานเร่ร่อน และหญิงข้ามเพศ ซึ่งแม่ชีเฌอแนนโกรสใช้ชีวิตอยู่ในรถพ่วงร่วมกับแม่ชีอีกรูปมานานหลายสิบปี

ทุกวันพุธ แม่ชีจะพาคนชายขอบกลุ่มเล็ก ๆ เข้าพบโป๊ปฟรานซิส และพระองค์ก็จะให้การต้อนรับอย่างอบอุ่น บางครั้งถึงกับเชิญร่วมรับประทานอาหารและช่วยเหลือด้านการเงินด้วยพระราชทรัพย์ส่วนพระองค์

ในเดือนกรกฎาคมปีที่แล้ว โป๊ปฟรานซิสยังเสด็จไปพบแม่ชีเฌอแนนโกรส เพื่อแสดงความขอบคุณในภารกิจอันยิ่งใหญ่ที่เธอทำมาตลอด 56 ปี.

นร.ล้มป่วยอาหารเป็นพิษเกือบร้อยราย สะท้อนปัญหาโครงการอาหารฟรีรัฐบาลอินโดฯ

นร.ล้มป่วยอาหารเป็นพิษเกือบร้อยราย สะท้อนปัญหาโครงการอาหารฟรีรัฐบาลอินโดฯ

25 เม.ย. 2568 09:52 น.

นร.ล้มป่วยอาหารเป็นพิษเกือบร้อยราย สะท้อนปัญหาโครงการอาหารฟรีรัฐบาลอินโดฯ

นักเรียนเกือบ 80 คนจากโรงเรียนมัธยม 2 แห่งทางตอนใต้ของกรุงจาการ์ตา ล้มป่วยหลังจากรับประทานอาหารกลางวันฟรีเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา สะท้อนถึงปัญหาโครงการอาหารกลางวันฟรีของรัฐบาลอินโดนีเซีย

อินโดนีเซียกำลังดำเนินโครงการขนาดใหญ่เพื่อจัดหาอาหารฟรีให้กับเด็กนักเรียน 80 ล้านคนทั่วประเทศ แต่ดูเหมือนว่าสิ่งต่าง ๆ จะไม่เป็นไปตามแผนที่วางไว้ ล่าสุดนักเรียนเกือบ 80 คนจากโรงเรียนมัธยม 2 แห่งในเขตเชียงจูร์ ทางตอนใต้ของกรุงจาการ์ตา มีอาการเจ็บป่วยหลังจากรับประทานอาหารกลางวันฟรีเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา โดยผู้ป่วยส่วนใหญ่ที่ต้องเข้ารับการรักษาในโรงพยาบาล แต่ขณะนี้ได้รับการปล่อยตัวกลับบ้านแล้ว

เหตุการณ์นี้นับเป็นกรณีล่าสุดของเหตุอาหารเป็นพิษที่เชื่อมโยงกับโครงการอาหารฟรี ซึ่งเป็นนโยบายสำคัญของประธานาธิบดีปราโบโว สุเบียนโต ซึ่งเขาเสนอว่าจะใช้เป็นเครื่องมือในการแก้ไขปัญหา “แคระแกร็น” ในเด็ก ซึ่งเป็นภาวะที่เกิดจากการขาดสารอาหาร และส่งผลกระทบต่อเด็กอายุต่ำกว่า 5 ปีในอินโดนีเซียถึง 1 ใน 5 ของจำนวนทั้งหมด

นับตั้งแต่เขาเข้ารับตำแหน่งในเดือนตุลาคมปีที่แล้ว โครงการนี้ พร้อมกับนโยบายประชานิยมอื่น ๆ เช่น การแจกบ้านใหม่ และการตรวจสุขภาพฟรี ได้ช่วยเพิ่มคะแนนนิยมให้เขา โดยผลสำรวจชี้ว่า ความนิยมของเขาสูงถึง 80% ภายใน 100 วันแรกของการบริหารประเทศ

ในระยะแรกของโครงการที่เริ่มต้นเมื่อเดือนมกราคมที่ผ่านมา มีนักเรียนราว 550,000 คนใน 26 จังหวัดที่ได้รับอาหารกลางวันฟรี และนับตั้งแต่เดือนมกราคม มีเหตุการณ์อาหารเป็นพิษหลายกรณีที่ทำให้ประชาชนเกิดความวิตกต่อโครงการนี้ และในสัปดาห์นี้ หลังเกิดเหตุอาหารเป็นพิษที่เชียงจูร์ ทางการให้คำมั่นว่าจะยกระดับมาตรการความปลอดภัยด้านอาหาร

ซึ่งล่าสุดเจ้าหน้าที่ที่กำลังสืบสวนเหตุการณ์นี้ ระบุว่าสาเหตุอาจเกิดจากความประมาทในการเตรียมอาหาร โดยมีการนำตัวอย่างอาเจียนของนักเรียนส่งไปตรวจในห้องแล็บ และเจ้าหน้าที่ตำรวจได้เรียกบุคคลที่เกี่ยวข้องกับอาหาร ตั้งแต่พ่อครัว พนักงานบรรจุอาหาร จนถึงคนขับรถส่งอาหารไปสอบสวนแล้ว

ในหลายประเทศทั่วโลก โครงการอาหารฟรีสำหรับนักเรียนถือเป็นมาตรการที่มีประสิทธิภาพในการพัฒนาสุขภาพ ผลการเรียน และการมาเรียนของเด็ก ๆ

แต่โครงการมูลค่า 28,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ หรือประมาณ 1 ล้านล้านบาทของอินโดนีเซีย ถูกวิจารณ์ว่าเป็นโครงการอาหารกลางวันที่แพงที่สุดในโลก และยังเกิดความกังวลเรื่องความปลอดภัยของอาหาร จนเป็นชนวนให้เกิดการประท้วงต่อต้านรัฐบาลอย่างรุนแรง

ในเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา ขณะที่มีการประท้วงตัดงบประมาณทั่วประเทศ ผู้ประท้วงจำนวนมากมุ่งเป้าไปที่ค่าใช้จ่ายอันมหาศาลของโครงการนี้ โดยถือป้ายที่เขียนว่า “เด็กกินฟรี พ่อแม่ตกงาน”

ขณะเดียวกันค่าใช้จ่ายของโครงการนี้ที่มีมูลค่ามหาศาลก็กลายเป็นอีกประเด็นที่สร้างความขัดแย้งโดยในปีนี้อินโดนีเซียจัดสรรงบประมาณมากกว่า 10,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ เพื่อสนับสนุนโครงการอาหารกลางวันฟรี ในขณะที่อินเดียใช้งบประมาณเพียง 1,500 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ต่อปีเพื่อเลี้ยงเด็ก 120 ล้านคน ซึ่งเป็นโครงการที่ใหญ่ที่สุดในโลก ส่วนโครงการของบราซิลมีค่าใช้จ่ายใกล้เคียงกับอินเดีย โดยครอบคลุมนักเรียนประมาณ 40 ล้านคน

เพื่อหารายได้มาสนับสนุนโครงการนี้ ปราโบโวเรียกร้องให้กลุ่มมหาเศรษฐีในประเทศช่วยเหลือ และยอมรับข้อเสนอเงินทุนจากจีน เขายังสั่งตัดงบประมาณของประเทศมูลค่า 19,000 ล้านดอลลาร์ เพื่อจัดสรรเงินให้กับโครงการนี้และนโยบายประชานิยมอื่น ๆ ซึ่งกลายเป็นประเด็นร้อน

หลายกระทรวง รวมถึงกระทรวงศึกษาธิการ ถูกตัดงบลงครึ่งหนึ่ง ข้าราชการบางคนที่ไม่ถูกปลดออกจากงานกล่าวว่า พวกเขาต้องประหยัดอย่างมาก เช่น ห้ามใช้เครื่องปรับอากาศ ลิฟต์ และแม้กระทั่งเครื่องพิมพ์เอกสาร

นักศึกษามหาวิทยาลัยไม่พอใจอย่างรุนแรง เมื่อข่าวการยกเลิกทุนการศึกษาและการหยุดเรียนบางวิชาเริ่มแพร่กระจาย

อุปสรรคของโครงการยังไม่หมดแค่เรื่องอาหารเป็นพิษหรือการตัดงบประมาณ เพราะยังมีข้อกล่าวหาเกี่ยวกับการบริหารงบประมาณผิดพลาด ซึ่งเริ่มปรากฏขึ้นหลังจากหน่วยงานต่อต้านการทุจริตของอินโดนีเซียเตือนในเดือนมีนาคมว่ามีความเป็นไปได้จริงที่จะเกิดการโกง

เมื่อต้นเดือนนี้ ตำรวจได้เริ่มสอบสวนหลังผู้ให้บริการอาหารรายหนึ่งในกรุงจาการ์ตาตอนใต้ร้องเรียนว่าไม่ได้รับค่าจ้างตั้งแต่เริ่มจัดทำอาหารกลางวันในเดือนกุมภาพันธ์ ในขณะที่นายปราโบโวยังคงปกป้องโครงการนี้ โดยกล่าวว่ารัฐบาลของเขาจะจัดการกับข้อกล่าวหาเหล่านี้ และปกป้องเงินภาษีของประชาชนทุกบาททุกสตางค์

แต่ผู้เชี่ยวชาญหลายคนชี้ว่าปัญหานี้ลึกกว่าที่คิด ด้วยขนาดของงบประมาณที่มหาศาล โครงการนี้จึงเปรียบเสมือนขุมทรัพย์สำหรับเจ้าหน้าที่ทุจริต.

ที่มา : BBC

คลิกอ่านข่าวเกี่ยวกับ โครงการอาหารฟรี

จีนประสบความสำเร็จส่งยานเสินโจว-20 ทะยานถึงสถานีอวกาศเรียบร้อย

จีนประสบความสำเร็จส่งยานเสินโจว-20 ทะยานถึงสถานีอวกาศเรียบร้อย

25 เม.ย. 2568 08:37 น.

จีนประสบความสำเร็จส่งยานเสินโจว-20 ทะยานถึงสถานีอวกาศเรียบร้อย

นักบินอวกาศจากยานเสินโจว-20 ได้รับการต้อนรับอย่างอบอุ่นจากลูกเรือเสินโจว-19 หลังยานเสินโจว-20 เทียบท่ากับสถานีอวกาศเทียนกงของจีนได้สำเร็จในวันศุกร์ เพื่อเริ่มต้นการส่งมอบภารกิจอย่างเป็นทางการ

ยานเสินโจว-20 ซึ่งมีผู้บัญชาการเฉิน ตง และลูกเรืออีก 2 คน ได้แก่ เฉิน จงรุ่ย และหวัง เจี่ย เดินทางถึงสถานีอวกาศเทียนกง โดยเทียบท่ากับโมดูลหลัก “เทียนเหอ” ของสถานีเมื่อเวลา 23:49 น. วันพฤหัสบดีตามเวลาในท้องถิ่น

โดยเวลา 01:17 น. ของวันศุกร์ ลูกเรือเสินโจว-19 ได้เปิดประตูเชื่อมต่อและต้อนรับผู้มาใหม่ ก่อนที่ลูกเรือทั้ง 2 ทีม จะถ่ายภาพร่วมกันและส่งข้อความทักทายถึงเจ้าหน้าที่บนพื้นโลก 

จีนประสบความสำเร็จส่งยานเสินโจว-20 ทะยานถึงสถานีอวกาศเรียบร้อย

ไช่ ซวี่เจ๋อ ผู้บัญชาการลูกเรือเสินโจว-19 กล่าวต้อนรับลูกเรือที่มาใหม่ พร้อมทักทาย เฉิน ตง ที่เคยทำภารกิจเสินโจว-14 ร่วมกันมาก่อน และขอให้ทุกคนร่วมกันทำภารกิจให้สำเร็จต่อไป

ขณะที่เฉิน ตง ผู้บัญชาการภารกิจเสินโจว-20 ที่มารับไม้ต่อ ระบุว่าเขารู้สึกอบอุ่นที่ได้กลับมายังบ้านอวกาศแห่งนี้อีกครั้ง และดีใจที่ได้เจอกับซ่ง หลิงตง และหวัง ฮ่าวเจ๋ออีกครั้ง โดยขอให้ทั้ง 2 ทีมร่วมมือกันให้ดีที่สุดในช่วงเวลาสั้น ๆ นี้เพื่อทำภารกิจที่เหลือให้สำเร็จ

ตามรายงานของสำนักงานอวกาศมณฑลของจีน (CMSA) นักบินอวกาศทั้ง 6 คนจะอยู่ร่วมกันประมาณ 5 วัน เพื่อทำงานตามแผนและส่งมอบภารกิจให้ลุล่วงก่อนที่ทีมเสินโจว-19 จะเดินทางกลับโลก

ทั้งนี้ ยานเสินโจว-20 ถูกปล่อยขึ้นสู่อวกาศด้วยจรวด Long March-2F เมื่อเวลา 17:17 น. วันพฤหัสบดี จากศูนย์ปล่อยดาวเทียมจิ่วเฉวียน ทางตะวันตกเฉียงเหนือของจีน ก่อนจะเทียบท่ากับสถานีอวกาศเทียนกงของจีนได้สำเร็จในวันศุกร์.

ที่มา : AP

คลิกอ่านข่าวเกี่ยวกับ อวกาศ

มือมีดบุกโรงเรียนเอกชนในฝรั่งเศส แทงเด็กนักเรียนหญิงเสียชีวิต 1 ศพ บาดเจ็บ 3 ราย

มือมีดบุกโรงเรียนเอกชนในฝรั่งเศส แทงเด็กนักเรียนหญิงเสียชีวิต 1 ศพ บาดเจ็บ 3 ราย

25 เม.ย. 2568 05:25 น.

มือมีดบุกโรงเรียนเอกชนในฝรั่งเศส แทงเด็กนักเรียนหญิงเสียชีวิต 1 ศพ บาดเจ็บ 3 ราย

เกิดเหตุสลด มือมีดบุกเข้าไปในโรงเรียนเอกชนของฝรั่งเศส ไล่แทงเด็กนักเรียนและครู มีผู้เสียชีวิต 1 ศพ บาดเจ็บ 3 ราย ปธน.มาครงชื่นชมความกล้าหาญของครูที่พยายามช่วยสกัดผู้ก่อเหตุไม่ให้เหตุการณ์เลวร้ายกว่านี้

วันที่ 25 เมษายน 2568 สำนักข่าวต่างประเทศรายงานเหตุสะเทือนขวัญในโรงเรียน Notre Dame de Toutes Aides ในเมืองน็องต์ ทางตะวันตกของประเทศฝรั่งเศส เมื่อเกิดเหตุแทงกันกลางโรงเรียนทำให้นักเรียนหญิงวัยรุ่นคนหนึ่งเสียชีวิต และมีผู้ได้รับบาดเจ็บอีกอย่างน้อย 3 ราย

รายงานข่าวระบุว่า หลังเกิดเหตุครูคนหนึ่งเข้าไปช่วยจับตัวผู้ก่อเหตุไว้ได้ทันที ก่อนที่ตำรวจจะเข้าควบคุมสถานการณ์ พร้อมกำลังเจ้าหน้าที่ฉุกเฉินจำนวนมาก รวมถึงทหารในพื้นที่ ซึ่งได้ทำการ อพยพนักเรียนและบุคลากรออกจากโรงเรียนทันที

พยานที่อยู่ในเหตุการณ์ให้ข้อมูลกับสื่อท้องถิ่นว่า มีเสียงสัญญาณเตือนดังขึ้นในช่วงพักกลางวัน นักเรียนหลายคนพากันวิ่งหนี บางส่วนถูกกันให้อยู่ในห้องเรียนเพื่อความปลอดภัย ขณะที่บรรดาผู้ปกครองจำนวนมากเดินทางมารอรับลูกหลานใกล้โรงเรียนทันทีที่ทราบข่าว โดยมีเจ้าหน้าที่พานักเรียนทยอยออกจากพื้นที่ตั้งแต่เวลาประมาณ 15:30 น. ตามเวลาท้องถิ่น

นายอองตวน เลอรัว อัยการเมืองน็องต์ ได้เดินทางไปยังจุดเกิดเหตุ พร้อมเผยว่าจะจัดแถลงข่าวอย่างเป็นทางการในเร็วๆ นี้ ส่วนแรงจูงใจของผู้ก่อเหตุยังไม่เป็นที่ทราบแน่ชัด

ทางด้านนายเอ็มมานูเอล มาครง ประธานาธิบดีฝรั่งเศส ยืนยันผู้เสียชีวิตและบาดเจ็บผ่านโพสต์บน X พร้อมยกย่องครูผู้กล้า โดยระบุว่าการเข้าระงับเหตุของครู ช่วยป้องกันไม่ให้โศกนาฏกรรมเลวร้ายกว่านี้ 

ด้านนายกรัฐมนตรี ฟรองซัวส์ ไบรู เรียกร้องให้มีการตรวจค้นอาวุธในโรงเรียนอย่างเข้มงวดมากขึ้น พร้อมระบุว่าเหตุการณ์นี้ไม่ใช่เพียงข่าวทั่วไป แต่ยังสะท้อนถึงปัญหาทางสังคม.