คนชอบดูดห้ามไม่ได้! ‘ชัยวุฒิ’เช็คชื่อลูกพรรค‘พปชร.’ หลังลือ‘พท.’ดึงกลับร่วมรัฐบาล

คนชอบดูดห้ามไม่ได้! ‘ชัยวุฒิ’เช็คชื่อลูกพรรค‘พปชร.’ หลังลือ‘พท.’ดึงกลับร่วมรัฐบาล

คนชอบดูดห้ามไม่ได้! ‘ชัยวุฒิ’เช็คชื่อลูกพรรค‘พปชร.’ หลังลือ‘พท.’ดึงกลับร่วมรัฐบาล

วันอังคาร ที่ 22 เมษายน พ.ศ. 2568, 16.10 น.

‘ชัยวุฒิ’ขอกลับไปเช็คชื่อลูกพรรค‘พปชร.’ หลังลือ‘พท.’จ้องดึงกลับร่วมรัฐบาล รับคนชอบดูดคงห้ามไม่ได้ เชื่อไม่กล้าเขี่ย‘ภท.’

22 เมษายน 2568 ที่พรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) นายชัยวุฒิ ธนาคมานุสรณ์ รองหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ กล่าวถึงกระแสข่าวการดึงพรรคพลังประชารัฐ ร่วมรัฐบาลแทนพรรคภูมิใจไทย (ภท.) ว่า ยังไม่มีการติดต่อมา ตนเพิ่งเห็นจากในข่าว คงเป็นการคาดการณ์จากการนับจำนวน สส. ว่าถ้าไม่พอจะหา สส.มาเพิ่ม แต่คิดว่ายังเป็นไปไม่ได้

เมื่อถามถึงความเป็นไปได้ที่จะตัดพรรคภูมิใจไทยทิ้ง และดึงพรรคพลังประชารัฐเข้าร่วมแทน นายชัยวุฒิ กล่าวว่า เราไม่ใช่คนตัดสินใจ ประเมินยาก แต่คิดว่าถ้าทำแบบนั้นคงอยู่ได้ไม่นาน เพราะเสียงจะปริ่มน้ำ ทำให้การทำงานของรัฐบาลลำบากแน่นอน

“ถ้าไม่มีภูมิใจไทย เสียงไม่พอ ปริ่มน้ำ โอกาสที่จะมีอุบัติเหตุทางการเมือง เวลาโหวตกฎหมายหรืองบประมาณก็เกิดขึ้นได้ เสียงสส.ไม่พอจะนำไปสู่การถูกตรวจสอบเรื่องอื่นตามมา ทั้งเรื่องคุณสมบัติ เรื่องร้องเรียนต่างๆ จะตามมาอีกเยอะถ้าไม่มีภูมิใจไทย คอยดูละกัน ผมเชื่อว่าเขาไม่กล้าหรอก” นายชัยวุฒิ กล่าว

เมื่อถามว่า หากไม่ได้ดูดไปทั้งพรรค แต่ดูด สส.ไปทีละคน สามารถเกิดขึ้นได้หรือไม่ นายชัยวุฒิ กล่าวว่า เรื่องนี้ไม่ทราบจริงๆ ตอบไม่ได้ เพราะยังไม่เกิดขึ้น แต่ยังมั่นใจว่า สส.ของพรรคทุกคนมีอุดมการณ์ และยืนหยัดที่จะทำงานให้กับพรรคอยู่

“ส่วนคนที่มันอยากจะดูด จากพรรค หรือทำอะไรไม่ถูกต้อง ก็มีอยู่แล้ว คงไปห้ามเขาไม่ได้ แต่ผมเชื่อมั่นในอุดมการณ์นักการเมืองของพรรค” นายชัยวุฒิ กล่าว

ผู้สื่อข่าวถามว่า ตอนนี้ สส.ของพรรคพลังประชารัฐ 20 คน ยังอยู่ครบอยู่หรือไม่ นายชัยวุฒิ กล่าวว่า “เดี๋ยวต้องไปเช็คชื่อก่อน แต่ถ้าคนอยากดูดก็ห้ามเขาไม่ได้ คนที่ชอบเล่นการเมืองแบบนอกกติกา ชกใต้เข็มขัด ก็ต้องปล่อยเขาไป เราไม่รู้จะทำยังไง แต่ก็ต้องทำให้ดีที่สุด”

เมื่อถามว่า พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ สส.บัญชีรายชื่อ หัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ ไม่สามารถรั้งไว้ได้เลยใช่หรือไม่ นายชัยวุฒิ กล่าวว่า เรื่องนี้ตนไม่ทราบ คำถามนี้ตอบยาก

เมื่อถามถึงเสถียรภาพของรัฐบาลขณะนี้ นายชัยวุฒิ กล่าวว่า ตอนนี้ก็ยังเห็นอยู่กันครบ แต่อนาคตไม่รู้ ดูแล้วทำงานลำบาก เพราะหลายอย่างที่เขาอยากทำขัดความรู้สึกประชาชน และไม่เป็นประโยชน์ต่อประชาชน เมื่อคนไม่ยอมรับก็ไปต่อไม่ได้

‘บิ๊กป้อม’นำทัพ! พปชร.ประชุมใหญ่ 27 เม.ย.นี้

'บิ๊กป้อม'นำทัพ! พปชร.ประชุมใหญ่ 27 เม.ย.นี้

‘บิ๊กป้อม’นำทัพ! พปชร.ประชุมใหญ่ 27 เม.ย.นี้

วันอังคาร ที่ 22 เมษายน พ.ศ. 2568, 16.07 น.

“บิ๊กป้อม”นำทัพ! พปชร.ประชุมใหญ่ 27 เม.ย.นี้ เตรียมแก้ข้อบังคับพรรค พร้อมตั้ง กก.บห.เพิ่มเติม

เมื่อวันที่ 22 เมษายน 2568 ที่พรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) นายอัคร ทองใจสด สส.เพชรบูรณ์ พรรคพลังประชารัฐ ในฐานะรองโฆษกพรรค พปชร.แถลงข่าวภายหลังการประชุมคณะกรรมการบริหารประจำสัปดาห์ ที่มี พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ หัวหน้าพรรค เป็นประธาน ว่า ที่ประชุมได้กำหนดประชุมใหญ่สามัญประจำปี 2568 ในวันที่ 27 เม.ย.เวลา 09.00 น.ที่ทำการพรรคพลังประชารัฐ อาคารรัชดาวัน กรุงเทพฯ โดยเป็นการประชุมใหญ่ตามกฎหมายพรรคการเมือง เพื่อรายงานผลการดำเนินงาน ตามมาตรา 43 และรับรองงบการเงิน ประจำปี 2567 ตามมาตรา 61 ของ พระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรคการเมือง พ.ศ.2560 รวมถึงการพิจารณาแก้ข้อบังคับพรรค และแต่งตั้งกรรมการบริหารพรรคเพิ่มเติมด้วย

เช็ครายชื่อ! ครม.มีมติแต่งตั้งข้าราชการหลายตำแหน่ง

เช็ครายชื่อ! ครม.มีมติแต่งตั้งข้าราชการหลายตำแหน่ง

เช็ครายชื่อ! ครม.มีมติแต่งตั้งข้าราชการหลายตำแหน่ง

วันอังคาร ที่ 22 เมษายน พ.ศ. 2568, 15.38 น.

เมื่อวันที่ 11 มีนาคม 2568 ที่ทำเนียบรัฐบาล ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) มีมติเห็นชอบแต่งตั้ง ดังนี้

เรื่อง การแต่งตั้งข้าราชการพลเรือนสามัญให้ดำรงตำแหน่งประเภทวิชาการระดับทรงคุณวุฒิ (กระทรวงการคลัง)

คณะรัฐมนตรีมีมติอนุมัติตามที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เสนอแต่งตั้ง นางธาราพร สิงหพันธุ์ มหิทธาฟองกุล ข้าราชการพลเรือนสามัญ ตำแหน่ง ผู้อำนวยการกอง (ผู้อำนวยการสูง) กองพัฒนาธุรกิจและศักยภาพที่ราชพัสดุ กรมธนารักษ์ ให้ดำรงตำแหน่ง ที่ปรึกษาด้านพัฒนาการประเมินราคาอสังหาริมทรัพย์ (นักวิเคราะห์นโยบายและแผนทรงคุณวุฒิ) กรมธนารักษ์ กระทรวงการคลัง ตั้งแต่วันที่ 12 ธันวาคม 2567 ซึ่งเป็นวันที่มีคุณสมบัติครบถ้วนสมบูรณ์ ทั้งนี้ ตั้งแต่วันที่ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมแต่งตั้ง เป็นต้นไป

เรื่อง การแต่งตั้งข้าราชการพลเรือนสามัญให้ดำรงตำแหน่งประเภทวิชาการระดับทรงคุณวุฒิ (กระทรวงการคลัง)

คณะรัฐมนตรีมีมติอนุมัติตามที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เสนอแต่งตั้ง นางสาวสลักจิต พงษ์ศิริจันทร์ ข้าราชการพลเรือนสามัญ ตำแหน่ง รองอธิบดีกรมสรรพากร ให้ดำรงตำแหน่ง ที่ปรึกษาด้านยุทธศาสตร์การจัดเก็บภาษี (กลุ่มธุรกรรมทางการเงินการธนาคาร) กรมสรรพากร กระทรวงการคลัง ตั้งแต่วันที่ 28 มกราคม 2568 ซึ่งเป็นวันที่มีคุณสมบัติครบถ้วนสมบูรณ์ ทั้งนี้ ตั้งแต่วันที่ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมแต่งตั้ง เป็นต้นไป

เรื่อง การแต่งตั้งคณะกรรมการบูรณาการการแก้ไขปัญหาธุรกิจที่เข้าข่ายแชร์ลูกโซ่

คณะรัฐมนตรีมีมติอนุมัติตามที่ สำนักนายกรัฐมนตรี โดยสำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค (สคบ.) เสนอแต่งตั้งคณะกรรมการบูรณาการการแก้ไขปัญหาธุรกิจที่เข้าข่ายแชร์ลูกโซ่ โดยให้มีผลตั้งแต่วันที่ 22 เมษายน 2568 เป็นต้นไป มีรายละเอียดดังนี้ รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรีที่นายกรัฐมนตรีมอบหมาย เป็น ประธานกรรมการ กรรมการ ประกอบด้วย อัยการสูงสุด ปลัดกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม เลขาธิการคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ อธิบดีกรมประชาสัมพันธ์ อธิบดีกรมพัฒนาธุรกิจการค้า อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ เลขาธิการคณะกรรมการอาหารและยา ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง โดยมีเลขาธิการคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค เป็นกรรมการและเลขานุการ  ผู้ช่วยเลขานุการ ประกอบด้วย ผู้อำนวยการกองคุ้มครองผู้บริโภคด้านธุรกิจขายตรงและตลาดแบบตรง สำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค และผู้อำนวยการฝ่ายรับเรื่องราวร้องทุกข์และติดตามสอดส่องการประกอบธุรกิจ กองคุ้มครองผู้บริโภคด้านธุรกิจขายตรงและตลาดแบบตรงสำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค

หน้าที่และอำนาจ

1. พิจารณา ติดตาม ผลการดำเนินงานของส่วนราชการ กรณีมีเรื่องร้องทุกข์จากประชาชน หรือพิจารณาดำเนินการกรณีที่มีความปรากฏเกี่ยวกับพฤติการณ์การกระทำความผิดที่อาจเข้าข่ายลักษณะแชร์ลูกโซ่ตามอำนาจหน้าที่ของส่วนราชการและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง

2. ประสานงานและบูรณาการในการตรวจสอบพฤติการณ์การกระทำผิดที่อาจเข้าข่ายลักษณะแชร์ลูกโซ่ และเสนอแนะแนวทางในการดำเนินการเพื่อแก้ไขปัญหาแชร์ลูกโซ่ของส่วนราชการและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง

3. เชิญผู้แทนส่วนราชการหรือหน่วยงานของรัฐและบุคคล เข้าร่วมประชุมเพื่อชี้แจงข้อเท็จจริง ให้ข้อมูล รวมทั้ง จัดส่งเอกสารที่เกี่ยวข้องเพื่อใช้ประกอบการพิจารณาแก้ไขปัญหาติดตามและประเมินผลการแก้ไขปัญหาแชร์ลูกโซ่

4. เสนอความเห็นต่อคณะรัฐมนตรีเพื่อให้มีการตรากฎหมาย แก้ไขหรือปรับปรุงกฎหมายที่เกี่ยวกับแชร์ลูกโซ่และให้ความเห็นแก่หน่วยงานที่เกี่ยวข้องในการแก้ไขหรือปรับปรุงกฎกระทรวง ประกาศ ระเบียบของหน่วยงาน ที่เกี่ยวข้องกับแชร์ลูกโซ่

5. แจ้งข้อมูลข่าวสารเกี่ยวกับพฤติกรรมที่มีลักษณะเป็นแชร์ลูกโซ่และอาจก่อให้เกิดความเสียหายแก่ประชาชนและเผยแพร่ความรู้เกี่ยวกับลักษณะของแชร์ลูกโซ่แก่ประชาชนเพื่อไม่ให้ตกเป็นผู้เสียหาย

6. แต่งตั้งคณะอนุกรรมการ หรือคณะทำงาน เพื่อช่วยเหลือการปฏิบัติงานของคณะกรรมการได้ตามความจำเป็นและเหมาะสม

7. ปฏิบัติงานอื่น ๆ ตามที่นายกรัฐมนตรีมอบหมาย

เรื่อง แต่งตั้งประธานกรรมการและกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิในคณะกรรมการองค์การบริหารจัดการก๊าซเรือนกระจก

คณะรัฐมนตรีมีมติอนุมัติตามที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมเสนอแต่งตั้งประธานกรรมการและกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิในคณะกรรมการองค์การบริหารจัดการก๊าซเรือนกระจก รวม 3 คน แทนประธานกรรมการและกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิเดิมที่พันจากตำแหน่งเนื่องจากขอลาออก ดังนี้

1. นายวิจารย์ สิมาฉายา ประธานกรรมการ

2. นายกวิน ทังสุพานิช กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ ด้านพลังงาน

3. นายสมชาย รังษีธนานนท์ กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ ด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี

ทั้งนี้ ตั้งแต่วันที่ 22 เมษายน 2568 เป็นต้นไป โดยผู้ได้รับแต่งตั้งแทนนี้อยู่ในตำแหน่งเท่ากับวาระที่เหลืออยู่ของกรรมการซึ่งได้แต่งตั้งไว้แล้ว

เรื่อง การแต่งตั้งกรรมการอื่นในคณะกรรมการการท่าเรือแห่งประเทศไทย

คณะรัฐมนตรีมีมติอนุมัติตามที่กระทรวงคมนาคม เสนอแต่งตั้ง นางแพตริเซีย มงคลวนิช(ผู้แทนกระทรวงการคลัง) เป็นกรรมการอื่นในคณะกรรมการการท่าเรือแห่งประเทศไทยแทน นายจำเริญ โพธิยอด (ผู้แทนกระทรวงการคลัง) กรรมการอื่นเดิมที่พ้นจากตำแหน่งเนื่องจากขอลาออก โดยให้มีผลตั้งแต่วันที่ 22 เมษายน 2568 เป็นต้นไป และผู้ได้รับแต่งตั้งแทนนี้อยู่ในตำแหน่งได้เพียงเท่ากำหนดเวลาของผู้ซึ่งตนแทน

เรื่อง การแต่งตั้งกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิในคณะกรรมการนโยบายพื้นที่นวัตกรรมการศึกษา

คณะรัฐมนตรีมีมติอนุมัติตามที่ รองนายกรัฐมนตรี (นายอนุทิน ชาญวีรกูล) ประธานกรรมการนโยบายพื้นที่นวัตกรรมการศึกษา เสนอแต่งตั้งกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิในคณะกรรมการนโยบายพื้นที่นวัตกรรมการศึกษา จำนวน 8 คน เนื่องจากกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิเดิมได้ดำรงตำแหน่งครบวาระสี่ปี ดังนี้

1. รองศาสตราจารย์ประภาภัทร นิยม

2. นางปิยาภรณ์ มัณฑะจิตร

3. นายสมเกียรติ ตั้งกิจวานิชย์

4. นายสมศักดิ์ พะเนียงทอง

5. รองศาสตราจารย์ประวิต เอราวรรณ์

6. ศาสตราจารย์พิเศษธงทอง จันทรางศุ

7. รองศาสตราจารย์ปัทมาวดี โพชนุกูล

8. รองศาสตราจารย์สุธีระ ประเสริฐสรรพ์

ทั้งนี้ ตั้งแต่วันที่ 22 เมษายน 2568 เป็นต้นไป

เรื่อง การแต่งตั้งผู้รักษาราชการแทนรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง

คณะรัฐมนตรีมีมติอนุมัติเป็นหลักการตามที่กระทรวงการคลัง เสนอมอบหมายให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (นายประเสริฐ จันทรรวงทอง) เป็นผู้รักษาราชการแทนรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ในกรณีที่ไม่มีรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังหรือมีแต่ไม่อาจปฏิบัติราชการได้ และไม่มีผู้ดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลังหรือมีแต่ไม่อาจปฏิบัติราชการได้ ตามความในมาตรา 42 แห่งพระราชบัญญัติระเบียบบริหารราชการแผ่นดิน พ.ศ. 2534 ทั้งนี้ ตั้งแต่วันที่ 22 เมษายน 2568 เป็นต้นไป

เรื่อง การแต่งตั้งข้าราชการพลเรือนสามัญให้ดำรงตำแหน่งประเภทวิชาการระดับทรงคุณวุฒิ (กระทรวงแรงงาน)

คณะรัฐมนตรีมีมติอนุมัติตามที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน เสนอแต่งตั้ง นายณัฐวุฒิ ภัทรประยูร ข้าราชการพลเรือนสามัญ ตำแหน่ง จัดหางานจังหวัด (ผู้อำนวยการสูง) สำนักงานจัดหางานจังหวัดร้อยเอ็ด กรมการจัดหางาน ให้ดำรงตำแหน่ง ที่ปรึกษาวิชาการแรงงาน (นักวิชาการแรงงานทรงคุณวุฒิ) สำนักงานปลัดกระทรวง กระทรวงแรงงาน ตั้งแต่วันที่ 17 ธันวาคม 2567 ซึ่งเป็นวันที่มีคุณสมบัติครบถ้วนสมบูรณ์ ทั้งนี้ ตั้งแต่วันที่ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมแต่งตั้ง เป็นต้นไป

เรื่อง การแต่งตั้งกรรมการในคณะกรรมการสภาการศึกษา แทนกรรมการที่เป็นผู้แทนองค์กรศาสนาอื่นที่พ้นจากตำแหน่งก่อนครบวาระ

คณะรัฐมนตรีมีมติอนุมัติตามที่ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ เสนอ ดังนี้

1. รับทราบกรณี นางกัมเลช มันจันดา พ้นจากตำแหน่งกรรมการที่เป็นผู้แทนองค์กรศาสนาอื่นในคณะกรรมการสภาการศึกษา

2. เห็นชอบแต่งตั้ง นายธงชัย ประดับชนานุรัตน์ เป็นกรรมการที่เป็นผู้แทนองค์กรศาสนาอื่นในคณะกรรมการสภาการศึกษา แทนกรรมการ ที่เป็นผู้แทนองค์กรศาสนาอื่นเดิมที่พ้นจากตำแหน่งก่อนครบวาระเนื่องจากขอลาออก โดยให้มีผลตั้งแต่วันที่ 22 เมษายน 2568 เป็นต้นไป

เรื่อง แต่งตั้งกรรมการอื่น (ผู้แทนกองทัพอากาศ) ในคณะกรรมการกำกับสำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทย

คณะรัฐมนตรีมีมติอนุมัติตามที่กระทรวงคมนาคม เสนอแต่งตั้ง พลอากาศตรี วุฒิ น้อยเชี่ยวกาญจน์ เป็นกรรมการอื่น (ผู้แทนกองทัพอากาศ) ในคณะกรรมการกำกับสำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทย แทน พลอากาศตรี นาถวุฒิ หยูทอง กรรมการอื่น (ผู้แทนกองทัพอากาศ) ที่พ้นจากตำแหน่งเนื่องจากขอลาออก ทั้งนี้ ให้มีผลตั้งแต่วันที่ 22 เมษายน 2568 เป็นต้นไป

เรื่อง การแต่งตั้งกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิในคณะกรรมการมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม

คณะรัฐมนตรีมีมติอนุมัติตามที่กระทรวงอุตสาหกรรม เสนอแต่งตั้งบุคคลให้ดำรงตำแหน่งกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิในคณะกรรมการมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม แทนชุดเดิม ซึ่งครบวาระการดำรงตำแหน่งสามปี เมื่อวันที่ 20 ธันวาคม 2567 จำนวน 6 คน ดังนี้

1. รองศาสตราจารย์ วีระพงษ์ แพสุวรรณ

2. นางชุติมา เอี่ยมโชติชวลิต

3. นายอดิสร เตือนตรานนท์

4. นางสาวพิมพ์นารา จิรานิธิศนนท์

5. นายสุเมธ ตั้งประเสริฐ

6. ศาสตราจารย์ สิริฤกษ์ ทรงศิวิไล

ทั้งนี้ ตั้งแต่วันที่ 22 เมษายน 2568 เป็นต้นไป

เรื่อง การแต่งตั้งประธานกรรมการในคณะกรรมการธนาคารแห่งประเทศไทย

คณะรัฐมนตรีมีมติอนุมัติตามที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังเสนอ แต่งตั้ง นายสมชัย  สัจจพงษ์  ดำรงตำแหน่ง ประธานกรรมการในคณะกรรมการธนาคารแห่งประเทศไทย เพื่อทดแทนผู้ดำรงตำแหน่งเดิม ซึ่งครบวาระการดำรงตำแหน่ง เมื่อวันที่ 11 กันยายน 2567 ทั้งนี้  ตั้งแต่วันที่ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมแต่งตั้งเป็นต้นไป

การแต่งตั้งข้าราชการการเมือง (กระทรวงศึกษาธิการ)

คณะรัฐมนตรีมีมติอนุมัติตามที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการเสนอ แต่งตั้ง นางสาวพิมพ์พร ชีวานันท์ เป็นข้าราชการการเมือง ตำแหน่งเลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ทั้งนี้ ตั้งแต่วันที่ 22 เมษายน 2568 เป็นต้นไป

‘ภูมิธรรม-อนุทิน’โชว์ซีนหวานสยบร้าว ‘พท.-ภท.’จับมือชั่วนิรันดร์ ถึงขั้น‘เดี๋ยวหอมแก้ม’

‘ภูมิธรรม-อนุทิน’โชว์ซีนหวานสยบร้าว ‘พท.-ภท.’จับมือชั่วนิรันดร์ ถึงขั้น‘เดี๋ยวหอมแก้ม’

‘ภูมิธรรม-อนุทิน’โชว์ซีนหวานสยบร้าว ‘พท.-ภท.’จับมือชั่วนิรันดร์ ถึงขั้น‘เดี๋ยวหอมแก้ม’

วันอังคาร ที่ 22 เมษายน พ.ศ. 2568, 15.33 น.

‘ภูมิธรรม-อนุทิน’โชว์ซีนหวานสยบรอยร้าว บอก‘พท.-ภท.’จะจับมือกันชั่วนิรันดร์ ‘เสี่ยหนู’หยอกกลับ บอก‘เดี๋ยวหอมแก้ม’

เมื่อเวลา 14.30 น.วันที่ 22 เมษายน 2568 ที่ทำเนียบรัฐบาล ภายหลังการประชุมเร่งรัดการใช้จ่ายงบประมาณรายจ่ายประจำปี งบประมาณ พ.ศ.2568 และเงินกันไว้เบิกเหลื่อมปี ประจำปีงบประมาณ2567 ที่มีน.ส.แพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี เป็นประธาน

นายภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกฯและรมว.กลาโหม ในฐานะแกนนำพรรคเพื่อไทย (พท.) ได้เดินคล้องแขนนายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกฯและรมว.มหาดไทย ในฐานะหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย (ภท.) ลงมาจากตึกไทยคู่ฟ้า ด้วยสีหน้ายิ้มแย้มและอารมณ์ดี

เมื่อผู้สื่อข่าวสอบถามถึงเนื้อหาการประชุม นายภูมิธรรม กล่าวว่า นายกฯเรียกประชุมเร่งรัดการทำงานที่ยังค้างอยู่ของแต่ละกระทรวง เพราะยังมีบางกระทรวงที่ยังมียอดเบิกจ่ายงบประมาณไม่เต็มที่ ซึ่งได้ประชุมไปแล้วครั้งหนึ่งเมื่อวันที่ 30 มีนาคมที่ผ่านมา และมาถึงขณะนี้ได้เร่งขึ้นมาในอัตราดีพอสมควร และนายกฯก็พึงพอใจ เพราะตัวเลขขึ้นมา ซึ่งทุกคนก็จะกลับไปทำงานได้ตามเป้าหมาย เพื่อให้เงินหมุนเวียนในระบบและกระต้นเศรษฐกิจ

เมื่อถามว่า นายกฯให้ทุกพรรคที่คุมแต่ละกระทรวงไปทำงานปกติ แปลว่าสัญญาณการทำงานร่วมกันจะยืดยาวใช่หรือไม่ นายภูมิธรรม หัวเราะ ก่อนตอบว่า มันไม่มีประเด็น ที่จะพูดเรื่องนี้ เพราะทำงานด้วยกันดีมาตลอด

เมื่อถามต่อว่า นอกจากเรื่องงบประมาณแล้ว มีการคุยกันเรื่องความสัมพันธ์ของพรรคร่วมรัฐบาลหรือไม่ นายภูมิธรรม กล่าวว่า “เนี่ยผมเดินจูงแขนกันลงมาเลย นี่ไงก็ยังรักกันดีอยู่” จากนั้นนายภูมิธรรม หันไปหานายอนุทิน แล้วบอกให้พูดบ้าง

นายอนุทิน จึงกระเซ้ากลับมาว่า “เดี๋ยวหอมแก้ม”

นายภูมิธรรม จึงกล่าวกับสื่อว่า ต้องให้หอมแก้มเหรอ ก่อนจะหัวเราะพร้อมระบุว่า “ไม่มีอะไรครับ รัฐบาลยังร่วมมือและดำเนินการทำงานได้อย่างเต็มที่ ทุกฝ่าย และตอนนี้ก็เร่งรัดให้บริหารการเงินในระบบให้มันดี เอางบเหลื่อมปีมาจัดการให้เต็มที่”

เมื่อผู้สื่อข่าวถามว่า ระหว่างประชุม นายกฯได้พูดถึงกระแสข่าวที่เกิดขึ้นหรือไม่ นายภูมิธรรม ตอบว่า มีแต่การคุยกันเรื่องตลก อันนี้ตนพูดไม่ใช่นายกฯพูด ยืนยันเรื่องความขัดแย้งไม่มี ตนถูกสื่อถามจนสงสัยแล้วว่ามันมีหรือเปล่า

จากนั้นนายภูมิธรรม ได้เดินควงแขนก่อนจะคลายมาจับมือนายอนุทิน ขึ้นตึกบัญชาการ 1  ผู้สื่อข่าวจึงแซวว่าจะจับกันจนถึงปี 70 เลยหรือไม่ นายภูมิธรรม ตอบว่า “จับมือกันชั่วนิรันดร์”

‘บิ๊กป้อม’ส่ายหน้า‘พปชร.’หวนร่วมรัฐบาล ‘ไพบูลย์’ลั่นเฟคนิวส์

‘บิ๊กป้อม’ส่ายหน้า‘พปชร.’หวนร่วมรัฐบาล ‘ไพบูลย์’ลั่นเฟคนิวส์

‘บิ๊กป้อม’ส่ายหน้า‘พปชร.’หวนร่วมรัฐบาล ‘ไพบูลย์’ลั่นเฟคนิวส์

วันอังคาร ที่ 22 เมษายน พ.ศ. 2568, 15.11 น.

‘บิ๊กป้อม’ส่ายหน้า‘พปชร.’หวนร่วมรัฐบาล ‘ไพบูลย์’ลั่นเฟคนิวส์

22 เมษายน 2568 ที่พรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ สส.บัญชีรายชื่อ หัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ ปฏิเสธให้สัมภาษณ์ถึงกระแสข่าวจะมีการดึงพรรคพลังประชารัฐร่วมรัฐบาล และถอดพรรคภูมิใจไทย (ภท.) ออก มีความเป็นไปได้มากน้อยแค่ไหน โดย พล.อ.ประวิตรไม่ตอบคำถาม แต่ได้เม้มปากแน่นและส่ายหน้า

ผู้สื่อข่าวจึงถามย้ำว่าข่าวที่ออกมาเป็นไปไม่ได้เลยใช่หรือไม่ โดยพล.อ.ประวิตร ปฏิเสธที่จะพูดเช่นกัน

ผู้สื่อข่าวพยายามสอบถามอีกครั้งว่ากับพรรคเพื่อไทย (พท.) แล้ว พรรคพลังประชารัฐจะไม่ร่วมงานด้วยแน่นอนใช่หรือไม่ ซึ่ง พล.อ.ประวิตร ก็ไม่ตอบคำถามและเดินขึ้นรถยนต์กลับออกจากพรรคไป

ด้านนายไพบูลย์ นิติตะวัน เลขาธิการพรรคพลังประชารัฐ กล่าวปฏิเสธข่าวลือดังกล่าวว่า เป็นการปล่อยข่าว เฟคนิวส์ เพื่อหวังผลประโยชน์ ยืนยันจะไม่มีการกลับไปร่วมรัฐบาลอย่างแน่นอน

หวั่นอิงการเมือง! ‘พันธุ์ใหม่’ดักคอ‘กมธ.เอ็นเตอร์เทนเมนต์ฯ’ต้องเป็นกลาง

หวั่นอิงการเมือง! ‘พันธุ์ใหม่’ดักคอ‘กมธ.เอ็นเตอร์เทนเมนต์ฯ’ต้องเป็นกลาง

หวั่นอิงการเมือง! ‘พันธุ์ใหม่’ดักคอ‘กมธ.เอ็นเตอร์เทนเมนต์ฯ’ต้องเป็นกลาง

วันอังคาร ที่ 22 เมษายน พ.ศ. 2568, 14.58 น.

หวั่นอิงการเมืองทำเสียเปล่า! “พันธุ์ใหม่”ดักคอ”กมธ.ศึกษาสถานบันเทิงครบวงจร สว.”ต้องทำงานเป็นกลาง-สร้างความเชื่อถือ

เมื่อวันที่ 22 เมษายน 2568 นายแล ดิลกวิทยรัตน์ สมาชิกวุฒิสภา (สว.) กลุ่มพันธุ์ใหม่ ในฐานะคณะกรรมาธิการ (กมธ.) วิสามัญพิจารณาศึกษาการเปิดสถานบันเทิงครบวงจร (เอนเตอร์เทนเมนต์คอมเพล็กซ์) วุฒิสภา กล่าวถึงการประชุม กมธ.ฯ นัดแรก ในวันที่ 23 เม.ย.ว่า จะเป็นการเลือก กมธ.ในตำแหน่งต่างๆ ส่วนการกำหนดประเด็นที่จะศึกษานั้น เบื้องต้นคาดว่าจะยังไม่ได้กำหนด ทั้งนี้ ในส่วนของการวางกรอบพิจารณานั้นในส่วนของกลุ่มพันธ์ใหม่ ยังไม่ได้หารือต่อเรื่องดังกล่าว

เมื่อถามถึงการกำหนดบุคคลให้เป็นประธาน กมธ.ฯ ซึ่งสังคมจับตา นั้น นายแล กล่าวว่า โดยหลักแล้วไม่ว่าทางพฤตินัยของ สว.จะเป็นอย่างไร แต่การถือธงนำต่อการทำงานเรื่องดังกล่าวไม่ควรเป็นการเมือง เพราะจะขาดความน่าเชื่อถือ อีกทั้งจะทำให้การทำงานเสียเปล่า อย่างไรก็ดี การทำงานของ กมธ.ตนมองว่าควรยึดหลักวิชาการ ที่ผ่านมามีงานวิจัยและนักวิชาการศึกษาเรื่องดังกล่าวไว้จำนวนมาก อาทิ ศูนย์ศึกษาปัญหาพนัน ที่มี นางนวลน้อย ตรีรัตน์ นักวิชาการคณะเศรษฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ศึกษา หรือการวิจัยของสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) ดังนั้น การทำงานของ สว.ดังกล่าวควรรักษาความเป็นกลาง ไม่มีกลุ่มการเมือง หรือมีสี

เมื่อถามว่า มีการตั้งข้อสังเกตว่า กมธ.คณะดังกล่าวมีธงคัดค้านกาสิโน เพราะมี กมธ.ซึ่งเป็นนักวิชาการที่มีจุดยืนคัดค้านเข้าร่วม นายแล กล่าวว่า หากไม่มองในความเป็นพรรคเพื่อไทย (พท.) นักวิชาการไม่มีใครเห็นด้วยเลย อย่างไรก็ดี ตนมองว่าการทำงานของ กมธ.ฯ ต้องยึดการสร้างความน่าเชื่อถือด้วย ต้องทำงานด้วยความเป็นกลาง หากไม่มีความน่าเชื่อถือจะไม่มีใครฟัง

กาง 2 รีเควส‘สหรัฐฯ’ ‘พิชัย’แจงเหตุไทยเลื่อนเจรจา‘ภาษีทรัมป์’

กาง 2 รีเควส‘สหรัฐฯ’ ‘พิชัย’แจงเหตุไทยเลื่อนเจรจา‘ภาษีทรัมป์’

กาง 2 รีเควส‘สหรัฐฯ’ ‘พิชัย’แจงเหตุไทยเลื่อนเจรจา‘ภาษีทรัมป์’

วันอังคาร ที่ 22 เมษายน พ.ศ. 2568, 14.53 น.

“พิชัย”เผยเหตุเลื่อนเจรจา”สหรัฐฯ” ขอรอดูประเทศอื่นก่อน”เจออะไรบ้าง” ย้ำ!รีบเกินไปไม่ดี-ช้าเกินไปไม่ได้

เมื่อวันที่ 22 เมษายน 2568 ที่ทำเนียบรัฐบาล นายพิชัย ชุณหวชิร รองนายกรัฐมนตรี และรมว.คลัง ในฐานะหัวหน้าทีมเจรจาการค้าไทย-สหรัฐฯ แถลงถึงสาเหตุการเลื่อนเจรจากับสหรัฐฯ ว่า ขอรอดูสถานการณ์ก่อน โดยต้องการศึกษาข้อมูลให้รอบคอบ ไม่อยากไปเจรจาโดยที่ไม่มีการเตรียมตัวให้รอบด้าน

“พูดตรงๆ นะ เราขอว่าอย่าให้เร็วกว่าคนอื่น และอย่าช้ากว่าคนอื่น เร็วไปก็ไม่ดี ถ้าช้ากว่าคนอื่นก็ไม่ดี เหมาะสมที่สุดคือ ดูก่อนว่าหัวขบวนเขาโดนอะไรบ้าง กลางขบวนโดนอะไรบ้าง เราอยู่กลางๆ เกือบท้าย เราจะได้รู้ว่าควรจะทำอย่างไร จริงๆ เขาอยากให้ไป อยากให้ทุกคนไป เพียงแต่จะจัดคิวอย่างไร ส่วนผมอาจต้องละเอียดรอบคอบหน่อย” นายพิชัย กล่าว

นายพิชัย กล่าวต่อว่า ในระหว่างนี้ที่เหลือเวลาอีกประมาณ 70 วัน เชื่อว่าทุกคนร้อนใจ จึงแบ่งการทำงานออกเป็น 2 ส่วนในระดับปฏิบัติการ คือ ส่วนที่อยู่ในสหรัฐฯ นำโดยเอกอัครราชทูตไทยประจำสหรัฐฯ ร่วมกับทีมจากประเทศไทย ประสานกับฝ่ายสหรัฐฯ เพื่อให้ได้ข้อมูลที่ชัดเจน นอกเหนือจากข้อเสนอของฝั่งไทย และเพื่อให้ทราบในสิ่งที่สหรัฐฯ ต้องการอย่างแท้จริง

นายพิชัย กล่าวว่า นอกจากนี้ การทำงานในประเทศไทยระดับบริหารที่ต้องติดตามสถานการณ์ กรณีที่มีการเปลี่ยนแปลง หรือเกิดผลกระทบ แบ่งเป็นเรื่องการเงิน ต้องหารือกับแบงก์ชาติ และสถาบันการเงิน ว่าจะแก้ไขอย่างไร ส่วนเรื่องการฟื้นฟูเยียวยาผลกระทบที่เกิดการส่งออก การผลิต ลงไปถึงระดับแรงงาน ต้องหารือกับสภาพัฒน์ฯ จะรับมือและมีแนวทางแก้ปัญหาอย่างไร รวมถึงเรื่องปฏิรูป คือการปรับปรุงกำหนดหลักเกณฑ์กติกาการส่งออก ให้เกิดความรวดเร็ว โปร่งใส ในลักษณะที่ทั้งสองฝ่ายได้ประโยชน์ หรือ วิน-วิน แต่ต้องเกิดประโยชน์สูงสุดกับประเทศ

นายพิชัย กล่าวด้วยว่า ทั้งนี้ หนึ่งในประเด็นที่คาดว่าสหรัฐฯ มีความกังวล และจะหยิบยกขึ้นมาพูดคุย คือเรื่องของค่าเงิน เมื่อสหรัฐฯ ต้องการส่งออก จึงหวังว่าประเทศต่างๆ จะไม่เข้าไปแทรกแซงค่าเงิน และอีกเรื่องคือ การสวมสิทธิส่งออกสินค้า ที่จะต้องหารือหลักเกณฑ์ให้ตรงกันทั้งสองฝ่าย ว่ามีข้อกำหนดวิธีการเงื่อนไขอย่างไร ที่จะชี้วัดว่า สินค้าใดเป็นสินค้าสวมสิทธิ ดังนั้น จึงยังไม่สามารถระบุได้ว่า จะเดินทางไปเจรจาในช่วงใด ต้องดูสถานการณ์ที่เหมาะสมก่อน เพราะการเจรจาดังกล่าว เหมือนการเจรจาธุรกิจ ตนเองขอใช้ประสบการณ์ส่วนตัว เข้ามาดำเนินการในเรื่องนี้

‘อธิบดีโยธาฯ’ยันวิศวกรต่างชาติต้องมี‘ใบ กว.พิเศษ’ แนะเจ้าของโครงการรีเช็ค

‘อธิบดีโยธาฯ’ยันวิศวกรต่างชาติต้องมี‘ใบ กว.พิเศษ’ แนะเจ้าของโครงการรีเช็ค

‘อธิบดีโยธาฯ’ยันวิศวกรต่างชาติต้องมี‘ใบ กว.พิเศษ’ แนะเจ้าของโครงการรีเช็ค

วันอังคาร ที่ 22 เมษายน พ.ศ. 2568, 14.39 น.

‘อธิบดีกรมโยธาฯ’ยัน‘วิศวกรต่างชาติ’ต้องขอ‘ใบ กว.พิเศษ’ให้ถูกต้อง หากไม่มีถือว่าผิดกฎหมาย แนะ‘ผู้รับเหมา-เจ้าของโครงการ’ตรวจเช็ค สร้างความเชื่อมั่น

22 เม.ย.2568 ที่กระทรวงมหาดไทย (มท.) นายพงษ์นรา เย็นยิ่ง อธิบดีกรมโยธาธิการและผังเมือง ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีการสวมสิทธิ์จากวิศวกรจีนเข้ามาทำงานคุมไซต์งานก่อสร้างในประเทศไทย โดยอาศัยวีซ่านักศึกษาเข้ามาทำงานในโครงการต่าง ๆ ซึ่งอาจเกี่ยวข้องกับกรณีตึก สตง. ว่า การที่จะเข้ามาฝึกงานกรณีเป็นนักศึกษาต่างประเทศ และต้องการเข้ามาฝึกงานในประเทศไทยนั้นต้องขอวีซ่าฝึกงานในสถานที่ก่อสร้าง หรือศูนย์ราชการ หรือนักศึกษาต่างชาติแต่เนียนอยู่ในประเทศไทย เมื่อจะฝึกงานก็ต้องมีการออกหนังสือรับรองโดยมหาวิทยาลัย ซึ่งต้องไปตรวจสอบแหล่งที่มา ว่าผู้ที่มาฝึกงานนั้นมาจากที่ใด ขอถูกต้องตามกฎหมายหรือไม่มี

เมื่อถามว่าต้องมีการไปตรวจสอบตามไซต์งานต่าง ๆ หรือไม่เมื่อเกิดเรื่องแบบนี้ขึ้น นายพงษ์นรา กล่าวว่า ตัววิศวกรที่ควบคุมงาน มี พ.ร.บ.วิศวกรที่ดูแลโดยสภาวิศวกร การที่จะมีคนต่างชาติ มาทำงานด้านวิศวกรรมโยธาในประเทศไทยตามกฎหมายสามารถทำได้แต่ต้องไปยื่นสอบกับสภาวิศวกร เมื่อผ่านการทดสอบหรือผ่านการสัมภาษณ์แล้ว ก็จะออกใบอนุญาตที่เรียกว่า ใบประกอบวิชาชีพภาคีพิเศษ ซึ่งจะระบุไว้ด้านหลังว่าทำงานด้านใดบ้าง ซึ่งต้องออกโดยสภาวิศวกร หากต่างชาติไปควบคุมการก่อสร้างอาคารโดยไม่มีใบประกอบวิชาชีพ หรือ ใบ กว.พิเศษ ถือว่าผิดกฎหมาย ซึ่งมีทั้งโทษจำและปรับ

เมื่อถามต่อว่า พอมีกระแสข่าวแบบนี้จะทำให้เกิดความมั่นใจได้อย่างไรบ้าง นายพงษ์นรา กล่าวว่า วิศวกรเป็นหน่วยงานภาครัฐที่มีผู้คุมงานและกรรมการ สามารถตรวจสอบได้จากผู้รับเหมาก่อสร้าง ที่แจ้งได้ว่ามีใครเป็นผู้ควบคุมงานก็ต้องเช็ค ส่วนคนที่เป็นวิศวกรต่างชาติหรือเข้ามาฝึกงาน ก็ต้องฝึกงานภายใต้วิศวกรที่ได้รับอนุญาตโดยกฎหมายไทยและเป็นคนเซ็นให้ควบคุมงานนั้น ๆ จึงคิดว่าเจ้าของโครงการเองก็ต้องไปตรวจสอบผู้คุมงาน

ผลสอบตึกสตง.อืด! นายกฯลั่นกลางครม. สั่ง ‘ดีเอสไอ’ ฟัน ‘เหล็ก-ปูน’ตึกถล่มไม่ได้มาตรฐาน

ผลสอบตึกสตง.อืด! นายกฯลั่นกลางครม. สั่ง ‘ดีเอสไอ’ ฟัน ‘เหล็ก-ปูน’ตึกถล่มไม่ได้มาตรฐาน

ผลสอบตึกสตง.อืด! นายกฯลั่นกลางครม. สั่ง ‘ดีเอสไอ’ ฟัน ‘เหล็ก-ปูน’ตึกถล่มไม่ได้มาตรฐาน

วันอังคาร ที่ 22 เมษายน พ.ศ. 2568, 14.33 น.

ผลสอบตึกสตง.อืด นายกฯ ขันนอตกลางวง ครม. สั่งการหลายหน่วยงานที่ยังไม่ให้ความร่วมมือช่วยกันเร่งมือเพื่อประเทศไทยของเรา  พร้อมสั่งการ กรมบัญชีกลางปรับการจ่ายเยียวยาให้สอดคล้องกับความเสียหาย พร้อมสั่งการ “ดีเอสไอ” ให้จัดการเต็มที่  ขณะที่ คาดโทษพวกสีเทาใช้ฟรีวีซ่าลอบทำธุรกิจผิดกฎหมายให้เร่งทบทวนปรับปรุง พร้อมขอให้ทุกกระทรวงเร่งแผนกระตุ้น ศก. ครึ่งปีหลังทันที

วันที่ 22 เมษายน 2568 นายจิรายุ ห่วงทรัพย์ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า ถึงข้อสั่งการนายกรัฐมนตรี ในที่ประชุมครม.ว่า การดำเนินการตรวจสอบข้อเท็จจริงกรณีตึก สตง. ถล่มจากการที่ นายกรัฐมนตรี ได้มีการสั่งการให้มีการสืบสวนสอบสวนถึงสาเหตุ และข้อเท็จจริงของตึก สตง. ถล่ม เพื่อให้ดำเนินการทางกฎหมายต่อผู้กระทำความผิดนั้น  พบว่าการสอบสวนข้อเท็จจริงดังกล่าวของเจ้าหน้าที่ตำรวจและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ยังไม่ได้รับความร่วมมือจากหลายๆหน่วยงานเท่าที่ควร นายกรัฐมนตรีจึงมีข้อสั่งการในที่ประชุมคณะรัฐมนตรีดังนี้

1.1 ให้ทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้ความร่วมมือกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ ในการส่งเอกสารข้อมูลที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้สามารถสืบสวนถึงสาเหตุได้โดยเร็ว

1.2   ขอความร่วมมือกับ สตง. ในการส่งเอกสารทั้งหมด รวมถึงการรายงานผลจากคณะกรรมการตรวจสอบที่พบว่ามีผู้รับจ้างมีการผิดสัญญา แต่ไม่มีการยกเลิกสัญญาในเวลาที่กำหนดตั้งแต่เดือนมกราคม 2568 ที่ผ่านมา

1.3 ให้กรมอุตุนิยมวิทยา และกรมทรัพยากรธรณี ส่งรายงานผลกระทบจากแผ่นดินไหวในบริเวณ กทม. ให้กับทางสำนักงานตำรวจแห่งชาติโดยด่วน

1.4 ให้กรมบัญชีกลาง ซึ่งดูแลในเรื่องมาตรฐานในการจัดซื้อจัดจ้างและคุณภาพของวัสดุก่อสร้าง ร่วมมือในการตรวจสอบ โดยเฉพาะในประเด็นเกี่ยวกับการดำเนินการตามกฎหมายจัดซื้อจัดจ้าง และอำนาจในการบอกเลิกสัญญากับบริษัทที่ทำผิดระเบียบ 

1.5 ขอให้กรมโยธาธิการและผังเมือง กระทรวงมหาดไทย ซึ่งเป็นหน่วยงานที่ร่วมตรวจรับการออกแบบการก่อสร้าง รวมทั้งตรวจรับงานในอาคาร สตง. ให้ความร่วมมืออย่างเต็มที่กับเจ้าหน้าที่ตำรวจ โดยในส่วนของเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องในการตรวจรับตึก สตง. ซึ่งที่ผ่านมาควรจะแยกออกจากกระบวนการสืบสวน

1.6 ขอให้ กระทรวงอุตสาหกรรม ร่วมกับกรมสอบสวนคดีพิเศษ  DSI ในการดำเนินการคดีเรื่องมาตรฐานของเหล็กและคุณภาพของปูนที่ไม่ได้มาตรฐาน รวมถึงการประกอบธุรกิจของคนต่างด้าวที่ผิดกฎหมาย และการฮั้วประมูลกับผู้ที่กระทำผิดอย่างเด็ดขาด

นายจิรายุ กล่าวต่อไป ว่า ในส่วนของการเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบจากความเสียหายนั้น นายกรัฐมนตรีมีข้อสั่งการต่อไปว่า

2 . สำหรับมาตรการเยียวยาผู้ที่ได้รับกระทบในที่อยู่อาศัยจากเหตุการณ์แผ่นดินไหวจากกรณีที่มีข้อร้องเรียนว่า การเยียวยาค่าเสียหายตามหลักเกณฑ์ของกรมบัญชีกลาง ยังไม่สอดคล้องกับความเป็นจริง  จึงขอสั่งการให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ทั้งกรมบัญชีกลาง  กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย กรมโยธาธิการฯ และ กรุงเทพมหานครให้เร่งหาแนวทาง ที่เป็นไปได้ในการปรับแก้ไขระเบียบหรือหลักเกณฑ์ให้มีความยืดหยุ่นและสามารถจ่ายเงินเยียวยาให้สอดคล้องกับสภาพความเสียหายที่เกิดขึ้น

ทั้งนี้ จะต้องไม่ซ้ำซ้อน กับเงินประกันภัยที่ทางอาคารได้รับจากบริษัทประกันภัย เพื่อซ่อมแซมอาคารที่ได้รับความเสียหายอยู่แล้ว

3. ให้ศึกษาถึงความเหมาะสมในปรับมาตรการ Visa free จากการที่รัฐบาลมีมาตรการในการส่งเสริมการท่องเที่ยวในการให้ Visa free กับบางประเทศ เป็นจำนวน 60 วัน และ 90 วันนั้น ที่ผ่านมามีนักท่องเที่ยวบางกลุ่มใช้สิทธิดังกล่าวในการทำผิดกฎหมาย เช่น การอยู่เกินเวลา และการเข้ามาทำงานแบบผิดกฎหมาย จึงขอให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ได้แก่ กระทรวงต่างประเทศ กระทรวงมหาดไทย และกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา เร่งกวดขันและบังคับใช้กฎหมายกับผู้ที่กระทำผิด รวมทั้งศึกษาและรวบรวมผลกระทบของมาตรการดังกล่าว โดยเฉพาะความเหมาะสมของระยะเวลาในการอยู่ในประเทศ เพื่อปรับเปลี่ยนมาตรการให้เกิดประโยชน์สูงสุด ต่อประเทศ และเป็นไปตามวัตถุประสงค์ที่จะส่งเสริมการท่องเที่ยวเป็นหลัก

นายจิรายุ กล่าวต่อไป ว่า นายกรัฐมนตรี “ได้ขอให้ทุกกระทรวงช่วยกัน เร่งสร้างความมั่นใจให้กับนักลงทุน และนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติ ให้เข้ามาลงทุนและท่องเที่ยวในประเทศไทย โดยรัฐบาลมีความพร้อม ทั้งในเรื่องการดูแลความปลอดภัย และมีมาตรการในการส่งเสริมต่าง ๆ รองรับเพื่อให้เกิดการกระตุ้นเศรษฐกิจของประเทศในช่วงครึ่งปีหลังนี้”

‘สรวงศ์’ชม’ทราย สก๊อต’ทำถูกต้องเตือนนทท. ไม่ช่วยกันคงพังหมด เชื่อ!นักอนุรักษ์ทำงานไม่สนตำแหน่ง

'สรวงศ์'ชม'ทราย สก๊อต'ทำถูกต้องเตือนนทท. ไม่ช่วยกันคงพังหมด เชื่อ!นักอนุรักษ์ทำงานไม่สนตำแหน่ง

‘สรวงศ์’ชม’ทราย สก๊อต’ทำถูกต้องเตือนนทท. ไม่ช่วยกันคงพังหมด เชื่อ!นักอนุรักษ์ทำงานไม่สนตำแหน่ง

วันอังคาร ที่ 22 เมษายน พ.ศ. 2568, 14.32 น.

“สรวงศ์” ชม “ทราย สก๊อต” ทำถูกต้อง เตือน นทท. ต้องรักษาทรัพยากรธรรมชาติ ถ้าไม่ช่วยกันคงพังหมด เชื่อ นักอนุรักษ์ทำงานไม่สนตำแหน่ง

22 เม.ย.68 เมื่อเวลา 12.15 น. ที่ทำเนียบรัฐบาล นายสรวงศ์ เทียนทอง รมว.ท่องเที่ยวและกีฬา กล่าวถึงดรามา ทราย สก๊อต หรือ นายสิรณัฐ สก๊อต ที่ปรึกษาอธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช เตือนนักท่องเที่ยวต่างชาติ ว่า เป็นสิ่งที่ถูกต้องแต่อาจจะไม่ถูกใจ สิ่งที่ถูกต้องคือ การรักษาไว้ซึ่งทรัพยากรธรรมชาติและศักดิ์ศรีความเป็นคนไทย แต่เนื่องจากไม่ได้อยู่ในเหตุการณ์ จึงไม่ทราบว่าชาวต่างชาติพูดคำว่าหนีห่าว เพื่อเป็นการหยอกล้อหรือต้องการเหยียด แต่เมื่อทรายเห็นก็เข้าไปตักเตือน ซึ่งคลิปที่ปรากฏออกมาเป็นช่วงตอนที่ทรายเข้าไปตักเตือนนักท่องเที่ยว แต่ไม่ปรากฏเหตุการณ์ที่นักท่องเที่ยวพูดว่าเป็นการเหยียดหรือไม่ ส่วนตัวชื่นชมที่ทรายมีจิตใจนักอนุรักษ์

ผู้สื่อข่าวถามว่า นักท่องเที่ยวอ้างว่า จ่ายเงินแล้ว จะเข้ามาทำอะไรก็ได้  นายสรวงศ์ กล่าวว่า หากคนไทยจ่ายเงินไปเที่ยวต่างประเทศเราจะสามารถทำได้ทุกอย่างหรือไม่ ประเด็นนี้ต้องแยกออกจากกัน ทางกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจะเป็นผู้ดูข้อเท็จจริง ส่วนตัวในฐานะที่เป็น รมว.ท่องเที่ยวฯ ยังไม่ได้รับรายงานในเรื่องนี้

เมื่อถามถึงกรณีผู้ประกอบการฝ่าฝืนพานักท่องเที่ยวเข้าไปในพื้นที่อนุรักษ์ นายสรวงศ์ กล่าวว่า เรื่องนี้กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจะต้องเป็นผู้ดูแล แต่ในส่วนของกระทรวงท่องเที่ยวหากดำเนินการในส่วนไหนได้ก็จะทำ โดยอาจเรียกผู้ประกอบการรายใหญ่ที่เป็นเจ้าของที่เป็นเจ้าของในพื้นที่มาพูดคุยกัน แต่ทั้งหมดเป็นเรื่องที่ต้องช่วยกัน ต้องยอมรับว่าการที่นักท่องเที่ยวเข้ามาเป็นการทำลายธรรมชาติ หากไม่ช่วยกันก็พังหมด อย่างไรก็ตาม ส่วนตัวยังไม่ได้เห็นเหตุการณ์ทั้งหมดจึงไม่สามารถออกความเห็นอะไรได้ แต่เห็นว่าสื่อไม่ควรกระพือขาวให้มากเพราะจะกระทบต่อการท่องเที่ยว 

เมื่อถามว่า หากมีการปลดทรายออกจากตำแหน่งที่ปรึกษาอธิบดีกรมอุทยานฯ จะกระทบต่อความเชื่อมั่นของนักอนุรักษ์หรือไม่ นายสรวงศ์ กล่าวว่า นักอนุรักษ์หลายคนที่ทำงานไม่ได้ขึ้นอยู่กับตำแหน่ง มีหลายเรื่องที่นักอนุรักษ์ทำกันเองภาคเอกชนก็ทำ รวมถึงตัวทรายเองก็ทำมาก่อนหน้านี้ ทั้งหมดขึ้นอยู่กับความตั้งใจ ไม่ใช่ตำแหน่ง ตำแหน่งไม่ได้สำคัญ