สถาปนิก’68 ประกาศความสำเร็จด้วยยอดผู้เข้าชมงานพร้อมมูลค่าการซื้อขายในงาน

สถาปนิก’68 ประกาศความสำเร็จด้วยยอดผู้เข้าชมงานพร้อมมูลค่าการซื้อขายในงาน

สถาปนิก’68 ประกาศความสำเร็จด้วยยอดผู้เข้าชมงานพร้อมมูลค่าการซื้อขายในงาน

วันเสาร์ ที่ 24 พฤษภาคม พ.ศ. 2568, 06.00 น.

นายธันว์ ศรีจันทร์ ประธานจัดงานสถาปนิก’68 เปิดเผยถึงผลสำเร็จของการจัดงาน “สถาปนิก’68” เมื่อวันที่ 29 เมษายน – 4 พฤษภาคม 2568 ณ อาคารชาเลนเจอร์ อิมแพ็ค เมืองทองธานี ภายใต้แนวคิด “ทบทวน ทิศทาง: Past Present Perfect”ซึ่งมีวัตถุประสงค์ให้เป็นพื้นที่แห่งการเรียนรู้ การแบ่งปัน และสะท้อนการเชื่อมต่อระหว่างอดีต ปัจจุบัน และอนาคต ผ่านองค์ประกอบเชิงสัญลักษณ์ที่ผสานกันเป็นหนึ่งเดียว พร้อมสร้างแรงบันดาลใจให้กับนักออกแบบคนรุ่นใหม่ ได้สร้างสรรค์ผลงานการออกแบบและพัฒนางานสถาปัตยกรรมไทยในอนาคต

ภายในงานได้รวมนิทรรศการและจัดการสัมมนาวิชาการจากองค์กรวิชาชีพ พร้อมด้วยกิจกรรมที่น่าสนใจ มีผู้ลงทะเบียนและ walk in เข้ามาร่วมงานสัมมนาแลกเปลี่ยนความรู้และร่วมกิจกรรมต่างๆ รวมกว่า 6,379 คน ทั้งกิจกรรม ‘ASA CLASSROOM’ ในรูปแบบการ Talk และ Workshop กิจกรรม ASA Professional Seminar ซึ่งเชิญผู้เชี่ยวชาญในไทยของแต่ละสาขาวิชาที่มีประโยชน์แก่การประกอบวิชาชีพของสถาปนิกในปัจจุบันมาถ่ายทอดเรื่องราว กิจกรรม ASA International Forum 2025 การบรรยายของสถาปนิกต่างชาติที่มีภูมิหลังและผลงานที่แสดงลักษณะของแต่ละยุคอย่างชัดเจน และกิจกรรมเรื่องเล่า 3 รุ่น การนำเสนอความสัมพันธ์ของคน 3 วัย ที่จะมาบอกเล่าแชร์ประสบการณ์ ผ่านการทำงานร่วมกัน

นอกจากนี้ ยังมี ASA Experimental Design Competition 2025 การประกวดแบบภายใต้แนวคิด “อนาคตนิยม Future Nostalgia In Architecture”ซึ่งมีผู้ส่งผลงานประกวดกว่า 600 ผลงาน โดยผลการตัดสินรางวัลชนะเลิศประเภทนักเรียน/นักศึกษา ได้แก่ นายพิชิตชัย นิลใน และรางวัลชนะเลิศประเภทบุคคลทั่วไป ได้แก่ ทีม TANN ARCH ทั้งนี้ ด้วยธีมการจัดงานปีนี้ คณะกรรมการและทีมงานงานสถาปนิก’68 มุ่งหวังจะส่งแรงบันดาลใจถึงเด็กๆ น้องๆ คนรุ่นใหม่ บรรยากาศการจัดงานตลอดทั้ง 6 วัน ได้เห็นน้องๆ นักเรียน นักศึกษา พากันมาชมงานมาร่วมกิจกรรมอย่างคึกคัก รวมถึงเนื้อหาสาระของงานสัมมนา และกิจกรรม Talk ต่างๆ ก็ได้รวบรวมพี่น้องในวงการสถาปนิก, งานออกแบบ ทั้งในและต่างประเทศมาแชร์ แลกเปลี่ยนประสบการณ์ที่มีคุณค่า

 อย่างไรก็ตาม งานสถาปนิก’68 ถือเป็นงานแสดงนิทรรศการและจัดแสดงสินค้าเทคโนโลยีด้านงานออกแบบ สถาปัตยกรรมและการก่อสร้างยิ่งใหญ่ที่สุดในอาเซียน บนพื้นที่ 75,000 ตร.ม. โดยมีผู้ประกอบการแบรนด์ชั้นนำร่วมจัดแสดงสินค้าทั้งจากไทยและต่างประเทศ ซึ่งปีนี้ได้รับผลตอบรับอย่างดีมาก ด้วยยอดผู้เข้าชมงานรวมแล้ว 325,607 คน และสามารถสร้างมูลค่าการเจรจาซื้อขายในงานรวมอยู่ที่ 22,000 ล้านบาท สุดท้ายนี้ ในนามประธานจัดงานสถาปนิก’68 ขอขอบคุณพันธมิตรผู้ร่วมจัดแสดงงาน บริษัท ทีทีเอฟ อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด และองค์กรต่างๆ ผู้สนับสนุนการจัดงาน รวมถึงลูกค้าผู้เข้าร่วมงานทุกท่านที่เป็นส่วนสำคัญทำให้งานประสบความสำเร็จตามเป้าหมาย และอยากฝากทุกท่านให้ร่วมติดตามแล้วกลับมาพบกันใหม่กับงานสถาปนิก’69 ระหว่างวันที่ 28 เมษายน – 3 พฤษภาคม 2569

สิ้นสุดการรอคอย! ‘บอย ศิริชัย’ควง‘แอน อรดี’ร่วมฉลอง 11ปีFM90ลูกทุ่งรักไทย

สิ้นสุดการรอคอย! ‘บอย ศิริชัย’ควง‘แอน อรดี’ร่วมฉลอง 11ปีFM90ลูกทุ่งรักไทย

สิ้นสุดการรอคอย! ‘บอย ศิริชัย’ควง‘แอน อรดี’ร่วมฉลอง 11ปีFM90ลูกทุ่งรักไทย

วันเสาร์ ที่ 24 พฤษภาคม พ.ศ. 2568, 06.00 น.

ในหนึ่งปีจะมีอยู่หนึ่งวันที่ศิลปินนักร้องลูกทุ่งชื่อดังจะมารวมตัวกันร่วมแสดงความยินดี กับเจ้าโปรเจค!อย่าง เสี่ยช้าง-เดชาธร สุวินิจจิต ปธ.กก.บริหาร บ. Chang Thai Entertainment  เนื่องในวันครบรอบ11ปีเต็มของคลื่นFM90 ลูกทุ่งรักไทย และคงเป็นปรากฏการณ์งานครบรอบที่ตอบโจทย์ได้อย่างไม่ต้อง ตะขิดจะขวงใจ ว่าทำไม่ คลื่นFM 90 ลูกทุ่งรักไทย  ถึงใช้เวลาเพียงแค่11ปีที่กดปุ่มและทุ่มเทให้กับการผลิตรายการเพลงที่มีคุณภาพพร้อมๆไปกับการร่วมสนับสนุนศิลปินนักร้องดาวรุ่งรุ่นใหม่ เพื่อช่วยกันสืบสานผลงานเพลงลุกทุ่ง ให้อยู่ในความทรงจำคู่วงการบันเทิงลูกทุ่งอย่างแท้จริง

อาจเป็นเพราะว่าด้วยการที่ เสี่ยช้าง-เดชาธร ได้สะสมประสบการณ์สร้างความอบอุ่นที่ได้ สนับสนุนน้องรักนักร้องในวงการบันเทิงลูกทุ่ง มาอย่างต่อเนื่องกับเรื่องบันเทิงทำให้แฟนๆเพลงและ ศิลปินนักร้องลูกทุ่งชื่อดังทั่วทั้งประเทศ ต่างจดจำ นำชื่อของ  ของเจ้าโปรเจค!! อย่าง เสี่ยช้าง-เดชาธร สุวินิจจิต FM 90 ลูกทุ่งรักไทย ไว้ในใจมาตลอด นับถอยหลังอีกไม่กี่อึดใจก็จะถึงวันที่เหล่าบรรดาศิลปินนักร้องลูกทุ่งชื่อดังทั่วทั้งประเทศที่จะรวมตัวตบเท้าเข้าร่วมแสดงความยินดีในงานฉลองครบรอบปีที่11พร้อมก้าวเข้าสู่ปีที่12 ของ คลื่น FM90 ลูกทุ่งรักไทย  ซึ่งจะระเบิดเกิดขึ้นในวัน อาทิตย์ 1 มิถุนายน2568 ณ เวที คอนเสิร์ตลูกทุ่งสแควร์ เกาะพญาไท อนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ  งานครบรอบ11ปีเต็มพร้อมก้าวเข้าสู่ปีที่12ซึ่งจะฉลองกันที่ เวที คอนเสิร์ตลูกทุ่งสแควร์  จัดได้ว่าเป็นการฉลองครบรอบที่ยิ่งใหญ่สมศักดิ์ศรี เท่าที่มีมา เพราะล่าสุด หมอลำใจเกินร้อย  บอย ศิริชัย ควง แอน อรดี พร้อมขึ้นเวที คอนเสิร์ตลูกทุ่งสแควร์ ร่วมฉลองครบรอบ 11ปีคลื่น FM90 ลูกทุ่งรักไทย ประชันลูกคอ กับ ศิลปินจากค่าย แกรมมี่โกลด์ นำโดย ตั๊กแตน ชลดา ที่มากับ ก้านตอง ทุ่งเงิน,แมน มณีวรรณ ส่วนทางด้านค่ายอาร์สยามก็ไม่ยอมน้อยหน้า พา แองเจลิก้า อาร์สยาม,ต้นข้าว อาร์สยาม และกุ้ง สุธิราช วงศ์เทวัญ ยังครับยังไม่หมดยังมี ใบเฟิร์น สุทธิยา ,ส้มเช้ง สามช่า,จ่อย รวมมิตร,สลักจิต ดวงจันทร์ฯลฯ ห้ามพลาด!วันอาทิตย์ 1 มิถุนายน คนลูกทุ่ง มีนัดกันที่เวที คอนเสิร์ตลูกทุ่งสแควร์ เกาะพญาไท อนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ  ในงานฉลองครบรอบปีที่11พร้อมก้าวเข้าสู่ปีที่12 ของ คลื่น FM90 ลูกทุ่งรักไทย  เริ่มตั้งแต่เวลา เที่ยงตรงเป็นต้นไป สวัสดี  หมึก มายา รายงาน

‘เบน ชลาทิศ’ ส่งเพลงภาคต่อ คนข้างล่าง!! สู่เพลง ‘>แค่เพื่อนกัน’ (มากกว่าแค่เพื่อนกัน) ประสบการณ์จริงแอบรักเพื่อน!!

‘เบน ชลาทิศ’ ส่งเพลงภาคต่อ คนข้างล่าง!!  สู่เพลง ‘>แค่เพื่อนกัน’ (มากกว่าแค่เพื่อนกัน) ประสบการณ์จริงแอบรักเพื่อน!!

‘เบน ชลาทิศ’ ส่งเพลงภาคต่อ คนข้างล่าง!! สู่เพลง ‘>แค่เพื่อนกัน’ (มากกว่าแค่เพื่อนกัน) ประสบการณ์จริงแอบรักเพื่อน!!

วันเสาร์ ที่ 24 พฤษภาคม พ.ศ. 2568, 06.00 น.

“คนข้างล่าง”  เพลงฮิตแอบรักติดลมบนไม่ว่าเวลาจะผ่านกว่า 20 ปี เพลงนี้ก็ยังเพราะกินใจ!! ล่าสุดศิลปินดีโว่เสียงทรงพลัง  เบน ชลาทิศ  เจ้าของเสียงร้องเพลงฮิตนี้  ขอหยิบประสบการณ์ตรงลงมือเขียนเพลงภาคต่อเพลง  “คนข้างล่าง”  ผ่านซิงเกิลที่ 2 จากโปรเจกต์ EP ALBUM ชุดใหม่  ที่คราวนี้ขอขยับความสัมพันธ์ขึ้นมาเป็นคนข้าง ๆ  กับเพลง “>แค่เพื่อนกัน” (มากกว่าแค่เพื่อนกันเพลงจังหวะป็อบ  ผสมผสานกลิ่นอาย  Bossanova ถ่ายทอดเรื่องราวการแอบรัก  เพื่อนสนิท  แต่ไม่กล้าที่จะเอ่ยปากพูดออกไป…

เบน ชลาทิศ  เผยว่า .. “จุดเริ่มต้นของเพลง  “>แค่เพื่อนกัน” (มากกว่าแค่เพื่อนกัน)  เริ่มจากเพลงนี้เป็นเพลงที่ผมอยากเล่าเรื่องต่อจากเพลง “คนข้างล่าง” ครับ  ซึ่งคนข้างล่างเล่าถึงการเจอคนนึงแล้วเรารู้สึกชอบแต่เรารู้สึกด้อยกว่าจังเลย ไม่สามารถเป็นคนเคียงข้างเค้าได้ แต่เพลงนี้เราได้ขยับความสัมพันธ์นั้นขึ้นมาเป็นเพื่อนกันแล้วครับ  เนื้อหาเพลงก็จะเล่าเรื่องต่อจากเพลงคนข้างล่าง โดยเมื่อเราได้ขยับความสัมพันธ์ขึ้นมาเป็นเพื่อนกับเค้าแล้ว แต่เราอยากเป็นมากกว่านั้น แต่ถ้าได้บอกความรู้สึกที่มีออกไปเราก็กลัวว่าจะสูญเสียมิตรภาพดี ๆ และอาจจะสูญเสียเค้าไป ก็เลยเลือกที่จะเก็บความรู้สึกนั้นไว้ ผมเขียนเพลงนี้ขึ้นมาจากประสบการณ์ตรงของผมเองครับ ในวันที่เราบอกความรู้สึกของเราไปแล้ว  แต่เค้าไม่รับ คิดว่าน่าจะตรงกับเรื่องราวในชีวิตของใครหลาย ๆ  คนที่แอบหลงรักคนใกล้ตัวหรือเพื่อนสนิท  สไตล์ดนตรีเพลงนี้เป็นแนว  Pop ที่มีกลิ่นอายของ Bossanova  ซึ่งก็ยังได้โปรดิวเซอร์คู่ใจคนเดิม คือ  Manyx Boy  (แมนิกซ์ บอย) มาดูแลให้ครับ” 

“ในพาร์ทของการร้องถือว่ายากครับ   เราพยายามร้องให้นิ่ม ๆ เจียมตัว ให้ฟังสบาย ๆ  ฟังไม่ยาก แต่ร้องยากมาก  ท่อนฮุคก็พยายามแบ่งลมให้ร้องสมูทจนจบประโยคต่อประโยค ใช้ลมเยอะ ร้องเหนื่อยแต่ถ้าฟังแล้วจะไม่เหนื่อยนะครับ (หัวเราะ)    อยากให้ลองฟังกันดู  ซึ่งเพลงนี้ก็มีมิวสิควิดีโอด้วย  เรื่องราวใน   MV  พูดถึงการที่เราแอบรักเพื่อนสนิทเรามาตั้งแต่เด็ก แต่ก็ไม่กล้าที่จะเอ่ยปากพูดความในใจออกไปให้เค้าได้รู้ครับ   จริง ๆ แล้วผมชอบตั้งแต่ตอนที่ทีมผู้กำกับ MV  มาเสนอเรื่องราวเลย  ผมก็รู้สึกว่าน้ำตามันไหลตั้งแต่ตอนเค้าเล่าแล้ว   อยากให้ทุกคนดู MV ตั้งแต่ต้นจนจบนะครับ ไม่อยากให้พลาด หลายคนที่ดูแล้วถึงขั้นโอ้โห!! คาดไม่ถึงว่าจะเป็นแบบนี้ อยากให้ทุกคนได้ชมกัน  ส่วนตัวผมมีส่วนร่วมในการถ่ายทำครั้งนี้จะมีแค่ไลน์ซิงค์  เพราะผมอยากให้น้อง ๆ พระเอกและนางเอก ทั้งในตอนเด็กและตอนโตได้ถ่ายทอดเรื่องราวให้ผู้ชมได้ดูอย่างเต็มที่ ทั้งน้อง ๆ และทีมงานทำผลงานกันอย่างเยี่ยมยอดเลยครับ  ผมหวังว่า MV นี้จะเป็นที่น่าประทับใจของใครหลาย ๆ คนครับ”

ติดตามชม MV เพลง “ >แค่เพื่อนกัน” (มากกว่าแค่เพื่อนกันจาก เบน ชลาทิศ ได้แล้ววันนี้ทาง https://www.youtube.com/watch?v=o7zHOhd8t78 และฟังเพลงได้ทุกช่องทางสตรีมมิ่ง-ดาวน์โหลด  https://benchalatit.lnk.to/KhaePhueanKan  ติดตามความเคลื่อนไหว เบน ชลาทิศ  ได้ที่ https://bio.to/benchalatit

POKMINDSET ปล่อยเอ็มวี ‘TAT TER’ เอาใจคนคลั่ง (รัก)

POKMINDSET ปล่อยเอ็มวี ‘TAT TER’ เอาใจคนคลั่ง (รัก)

POKMINDSET ปล่อยเอ็มวี ‘TAT TER’ เอาใจคนคลั่ง (รัก)

วันเสาร์ ที่ 24 พฤษภาคม พ.ศ. 2568, 06.00 น.

ลุยต่อสไตล์ “POKMINDSET (ป๊อกไมนด์เซ็ท)” หรือ “ภัสสรกรณ์ จิราธิวัฒน์” แดดดี้แร็ปเปอร์สายดริป หลังปล่อยอัลบั้ม STAY TRUE (สเตย์ทรู) เจ้าตัวก็ไม่พลาดหยิบลายเซ็นต์หลักกับผลงานเพลงที่พูดถึง ‘รอยสัก’ โดยก่อนหน้านี้ ‘ป๊อก’ เคยปล่อย Tat It Up และ Tat 2 เพลงดังของผู้ฟังสายฮิปฮอป ซึ่งแน่นอนว่าทั้ง 2 เพลงได้รับกระแสตอบรับจากผู้ฟังเป็นอย่างมาก จน POKMINDSET ทนเสียงเรียกร้องของแฟน ๆไม่ไหว เลือกหยิบผลงานเพลงเพื่อผู้ฟังที่หลงใหลในศิลปะบนเรือนร่างให้อีกครั้งในอัลบั้มเต็มชุดที่ 2 ในชีวิต

TAT TER (แทท เธอ) ถือเป็นผลงานเพลงภาคต่อจาก Tat It Up และ Tat 2 ผลงานสร้างชื่อในวงการฮิปฮอป จนวงในยกทั้ง 2 เพลงขึ้นหิ้ว ให้เป็นซิงเกิลระดับเพลงชาติสำหรับเหล่า ‘แทททูเลิฟเวอร์’ กันเลยทีเดียว โดยเพลง “TAT TER” ได้บรรยายถึงความน่าหลงใหลต่อผู้หญิงที่มีรอยสัก เพราะรอยสักเหล่านั้นมันทำให้พวกเขารับรู้ได้ถึงความเชื่อมั่นในตัวเอง แม้คนภายนอกอาจจะมองว่าดูไม่ดี แต่สำหรับ ‘ฉัน’ รอยสักของ ‘เธอ’ มันดึงดูดแบบสุด ๆ จนอยากเข้าไปทำความรู้จักในทันที ซึ่งเพลงนี้เจ้าตัวได้ร่วมงานกับ Mayojames โปรดิวเซอร์รุ่นใหม่ไฟแรง อีกทั้ง POKMINDSET ยังชวน AOFZTanya WangniweskulThitiwat Chokthanasetkun ร่วมแต่งเนื้อร้องอีกด้วยสำหรับอัลบั้ม  STAY TRUE (สเตย์ทรู) ถือเป็นอัลบั้มเต็มชุดที่ 2 ในรอบ 10 ปี ของ “POKMINDSET (ป๊อกไมนด์เซ็ท)”หลังเคยชิมลางปล่อยอัลบั้มเต็มชุดแรก Uncover ภายใต้สังกัด THAITANIUM ENTERTAINMENT รวมไปถึงผลงานเพลงฮิต ปลุกกระแสไวรัลไปทั่วโซเชียลไว้มากมาย อาทิ WIP WUP วิบวับKOM TUM ก้มต่ำ และ  ดกก้น DOK KON (TWERK) ที่สามารถคว้ายอดวิวรวมทุกเพลงทางยูทูปกว่า 600 ล้านวิวได้อย่างถล่มทลาย ครั้งนี้กลับมาพร้อมผลงานมาสเตอร์พีซชิ้นสำคัญ ที่ยังคงเชื่อมั่นในสิ่งที่ทำ และรักในการทำเพลงฮิปฮอปจวบจนถึงปัจจุบัน บอกเล่าตัวตน ความชอบ และทุกสิ่งที่โปรดปรานเอาไว้ในอัลบั้ม STAY TRUE (สเตย์ทรู)

‘ไม่รู้เธอลืมได้ยังไง’เพลงที่บาดลึกทุกความทรงจำเปิดตัว SOUNDSLEEP วงดนตรีหน้าใหม่จากค่าย tiny

'ไม่รู้เธอลืมได้ยังไง'เพลงที่บาดลึกทุกความทรงจำเปิดตัว SOUNDSLEEP วงดนตรีหน้าใหม่จากค่าย tiny

‘ไม่รู้เธอลืมได้ยังไง’เพลงที่บาดลึกทุกความทรงจำเปิดตัว SOUNDSLEEP วงดนตรีหน้าใหม่จากค่าย tiny

วันเสาร์ ที่ 24 พฤษภาคม พ.ศ. 2568, 06.00 น.

ค่าย tiny เปิดตัวศิลปินหน้าใหม่ SOUNDSLEEP วงดนตรีที่มาพร้อมอัตลักษณ์ทางดนตรีชัดเจน และกลิ่นอายของความฝันที่เจือด้วยบาดแผล ผ่านซิงเกิลแรก “ไม่รู้เธอลืมได้ยังไง (Oblivion)” ที่เลือกจะไม่ประเดิมด้วยเพลงรักสดใส แต่กลับมาพร้อมกับความเศร้าที่ไม่มีวันลบเลือน

ซิงเกิลนี้คือจุดเริ่มต้นของการเล่าเรื่องจากอีกฝั่งของความรัก ฝั่งที่ยังคงยืนอยู่กับความทรงจำเก่า ในขณะที่อีกคนเลือกจะเดินจากไป เพลงนี้คือการบอกเล่าความเจ็บปวดของคนที่ยังจำได้ทุกช่วงเวลาแม้ความรักจะจบลงไปแล้วก็ตาม เสียงร้องที่บาดลึกและดนตรีแนว modern rock โอบล้อมด้วยอารมณ์แบบ dark romantic ทำให้เพลง “ไม่รู้เธอลืมได้ยังไง” ไม่ใช่แค่เพลงอกหักธรรมดา แต่คือบันทึกความทรงจำของใครบางคนที่ไม่สามารถก้าวข้ามอดีตได้

ด้วยภาพจำอันแน่นแฟ้นที่ถูกถ่ายทอดผ่านเนื้อเพลง ดนตรี และ MV สุดละเมียดละไม เพลงนี้จึงกลายเป็นมากกว่าการเปิดตัววงดนตรีหน้าใหม่ แต่มันคือ เสียงของความคิดถึงที่ไม่มีวันลบเลือนรับชม MV ได้แล้ววันนี้ที่:YouTube: https://www.youtube.com/watch?v=dBjEA-4hsRQ&list=RDdBjEA-4hsRQ&start_radio=1ติดตาม SOUNDSLEEP ได้ที่: FB / IG / TikTok / YouTube: @soundsleepbandและค่าย tiny ที่: FB / IG / TikTok: @tinyBKKYouTube: @tinyBKKthEmail: tinymgmtbkk@gmail.com

‘ต้นหน-มิวสิค’ ชวนดู ‘ตลกรักหนังควาย’ เรื่องวุ่นๆของวัยรุ่นชิงมรดก!

‘ต้นหน-มิวสิค’ ชวนดู ‘ตลกรักหนังควาย’ เรื่องวุ่นๆของวัยรุ่นชิงมรดก!

‘ต้นหน-มิวสิค’ ชวนดู ‘ตลกรักหนังควาย’ เรื่องวุ่นๆของวัยรุ่นชิงมรดก!

วันเสาร์ ที่ 24 พฤษภาคม พ.ศ. 2568, 06.00 น.

ไทยพีบีเอส เปิดโหมดฮีลใจ เตรียมส่งละครสั้น2ตอน ละครชุด ทุนไทย 6 เรื่อง 6 ภาค 6 รสชาติความเป็นไทย สำหรับภาคใต้ เสนอเรื่อง “ตลกรักหนังควาย” ลงจอ 6-7 มิถุนายน นี้ มาสนุกไปด้วยกันกับเรื่องราววุ่นๆ ของการหักเหลี่ยมแย่งชิงที่ดิน สู่บทเรียนชีวิตที่แสนอบอุ่นหัวใจ ของ เต็ก และ หนูแดง ซึ่งเป็นการโคจรมาเจอกันของคู่พระนางเคมีใหม่ “ต้นหน ตันติเวชกุล” กับ “มิวสิค-แพรวา สุธรรมพงษ์”  ผลิตโดยบริษัท มั่งมีดี….มั่งมีโชค จำกัด ฝีมือกำกับของ จีรภา ระวังการณ์ งานนี้นอกจากคู่พระนางที่โคจรมาพบกันครั้งแรกแล้วยังทัพนักแสดงมากฝีมือ อาทิ ไพศาล ขุนหนู , ใหญ่-วัชรเกียรติ บุญภักดี , เอ๊กซ์-พรเลิศ พิพัฒน์รุ่งเรือง และ ปิงปอง-สะแกวัลย์ ยงใจยุทธ มาโชว์ฝีมือถ่ายทอดตัวตนคนแห่งเงา กับ เรื่องเล่ามีชีวิตได้อย่างน่าติดตาม

“ตลกรักหนังควาย” เป็นเรื่องราวของ เต็ก(ต้นหน) นักดนตรีหนุ่มผู้มีความฝันอยากเป็นศิลปินที่มีเพลงดังยอดวิวหลักล้าน เขาพยายามทำตามความฝันนี้ด้วยตัวเองทุกทางอยู่หลายปีแต่ก็ยังไม่ประสบความสำเร็จ โดยเขาเติบโตมากับ นี(ปิงปอง สะแกวัลย์) แม่ที่เลี้ยงเขามาเพียงลำพัง เพราะพ่อกับแม่แยกทางกันตั้งแต่เขาอายุ 5 ขวบ จึงทำให้ความทรงจำที่มีต่อพ่อเลือนรางมาก ทั้งคู่ย้ายจากนครศรีธรรมราชมาใช้ชีวิตอยู่ที่หาดใหญ่ จึงทำให้ไม่ได้ติดต่อกับพ่ออีกเลย จนวันหนึ่ง เต็ก(ต้นหน) ได้รับโทรศัพท์จากนายเทา(ใหญ่ วัชรเกียรติ) แจ้งข่าวว่า นายคูน(เอ็กซ์ พรเลิศ) พ่อของเขาเสียชีวิตแล้ว และต้องการให้ไปจัดการทรัพย์สินและเรื่องราวต่างๆ นี(ปิงปอง สะแกวัลย์) ที่รู้ว่าอดีตสามีมีที่ดินทิ้งไว้เป็นมรดกที่มูลค่าเพียงพอจะเคลียร์หนี้ที่เธอไปกู้มาทำธุรกิจ จึงขอให้ลูกชายกลับไปจัดการมรดกเพื่อขายที่ดินเอาเงินมาปลดหนี้ ส่วนเต็ก(ต้นหน) ก็จะได้มีทุนไปทำเพลงตามที่เขาฝันไว้ด้วย เต็ก(ต้นหน)ไปถึงบ้านเก่าที่นครศรีธรรมราช กลับพบว่าบนที่ดินของพ่อนั้น จริง ๆ แล้วเป็นที่ตั้งของคณะหนังตะลุงเคราหงอก ที่นั่นเขาได้เจอกับ นายเทา(ใหญ่ วัชรเกียรติ) หัวหน้าคณะหนังตะลุงผู้โทรมาแจ้งข่าวพร้อมทั้ง นายหนาม(ไพศาล) ลูกชายและ หนูแดง(มิวสิค แพรวา) ลูกสาวนายเทาซึ่งเคยเป็นเพื่อนในวัยเด็กของเขา และทำให้ได้รู้ว่านายเทา(ใหญ่ วัชรเกียรติ)เป็นเกลอรักของพ่อที่เล่นหนังตะลุงมาด้วยกัน จนชาวบ้านเรียกว่าหนังลุงเคราหงอก ที่มาจากนายคูน(มี)เครา นายเทา(ผม)หงอก ด้านเต็ก(ต้นหน)ที่รีบอยากขายที่ดิน แม้คูน(เอ็กซ์ พรเลิศ)จะไม่ได้ทำพินัยกรรมไว้ แต่เขาในฐานะทายาทโดยธรรมจึงมีสิทธิ์รับมรดก แต่เรื่องกลับตาลปัตรทั้งหมด เมื่อได้รับรู้ว่าตนไม่ได้เป็นทายาทเพียงคนเดียวของพ่อ แต่คูน(เอ็กซ์ พรเลิศ)ยังรับหนูแดงเป็นลูกบุญธรรมอีกคน เรื่องราวชุลมุนหัวใจจึงได้เริ่มต้นขึ้น ร่วมเรียนรู้และเติบโตไปพร้อมกัน ในละคร “ตลกรักหนังควาย” วันศุกร์ที่ 6 และ วันเสาร์ที่ 7 มิถุนายน นี้ เวลา 20.30 น. ทาง ไทยพีบีเอส และ VIPA.me

เตรียมเฟ้นหา Mr. Gay World Thailand 2025 เพื่อเข้าประกวด Mr. Gay World ที่ประเทศฟิลิปปินส์

เตรียมเฟ้นหา Mr. Gay World Thailand 2025 เพื่อเข้าประกวด Mr. Gay World ที่ประเทศฟิลิปปินส์

เตรียมเฟ้นหา Mr. Gay World Thailand 2025 เพื่อเข้าประกวด Mr. Gay World ที่ประเทศฟิลิปปินส์

วันเสาร์ ที่ 24 พฤษภาคม พ.ศ. 2568, 06.00 น.

คริส ปัญญา CEO Mr. Gay World Thailand จัดแถลงข่าวการประกวด Mr. Gay World Thailand ซึ่งเป็นการประกวดค้นหาเกย์ทุกรูปแบบไม่ได้จำกัดเพศสภาพและเพศวิถีที่มีความรู้ความสามารถที่โดดเด่นในด้านต่างๆ เพื่อส่งเสริม Soft Power ด้านศิลปวัฒนธรรมในประเทศไทย สามารถสื่อสารภาษาอังกฤษได้ อายุตั้งแต่18 ปี ขึ้นไป มีบุคลิกที่โดดเด่น ผู้บกพร่องทางการได้ยินก็สามารถเข้าร่วมประกวดได้ โดยผู้ชนะเลิศจะได้รับสายสะพาย และเงินรางวัล 50,000 บาท รองชนะเลิศอันดับที่1 จะได้รับสายสะพายและเงินรางวัล10,000บาท รองชนะเลิศอันดับที่ 2,3,4 จะได้รับสายสะพายและเงินรางวัลท่านละ 5,000บาท และรางวัลพิเศษอีกมากมาย  โดยผู้ชนะเลิศเป็นผู้แทนประเทศไทยเข้าประกวดมิสเตอร์เกย์เวิลด์ ที่ประเทศฟิลิปปินส์ ในเดือนตุลาคม 2568

บรรยากาศภายในเริ่มต้นขึ้นเมื่อพิธีกร สาวิกา กาญจนมาศ กล่าวถึงที่มาของเวที Mr. Gay World Thailand วัตถุประสงค์การจัดงาน และแนะนำผู้ทรงคุณวุฒิด้านต่างๆ เข้าร่วมงาน ได้แก่ คุณนพรัตน์ มณีทัศน์ National Director,   Mr. Wayne Renzo CEO Mr. Gay World, คุณอิสริยะ อภิชัย Miss Thailand World 1991 ที่ปรึกษากองประกวด, ดร.รัชดาภรณ์ เกตุเทศ รองผู้อำนวยการกองประกวด, คุณศิริพงษ์  มรเวก ผู้จัดการกองประกวด, คุณรหัท นันทกิจ ผู้จัดการแผนกบัญชี

โดยไฮไลต์ของงานนี้อยู่ที่การแต่งตั้ง Brand Ambassador เวที Mr. Gay World Thailand ได้แก่ ณัฐพล นิลดอนหวาย และ พรวศิน เรืองนุกูล นักแสดงจากซีรีส์วาย “ลอยแก้ว” ซึ่งจะทำหน้าที่ประชาสัมพันธ์ให้เวทีนี้เป็นที่รู้จักและมีชื่อเสียงโด่งดังไปทั่วโลก 

งานนี้ยังได้รับเกียรติจากแขกรับเชิญเข้าร่วมงาน ดังนี้ คุณดวงใจ อารีย์รุ่งเรือง ผู้จัดการทั่วไปโรงแรม Aloft Bangkok Sukhumvit11, คุณนันท์นภัทร์ เจิมจุติธรรม ผู้เชี่ยวชาญการประกวด,  ดร.วโรดม ศิริสุข ผู้จัดซีรีส์พีเรียด “ลอยแก้ว” ,  ดร.จุมพล โพธิสุวรรณ บรรณาธิการบริหาร สำนักข่าว บางกอกทูเดย์, ดร.ณรามิล วิชณุซัน คุ้มรักษ์, คุณวิทยา ดีแสง, คุณชนากานต์ ชัยศรี Miss Thailand World 1990, คุณเมลิสา มหาพล Miss Thailand World 2006,  คุณกนกกร ใจชื่น Miss Thailand World 2007, คุณสิริรัตน์ เรืองศรี, Miss Thailand World 2010, คุณชยเวศฐ์ สมวงศ์ รองชนะเลิศอันดับที่ 4 Miss LGBT Thailand 2019, คุณมาดี ภัทรนนทนันท์ และคุณ พงศกร โยธาทิพย์

เวที Mr. Gay World Thailand มีผู้สนับสนุนการประกวด ได้แก่ โรงแรม Aloft Bangkok Sukhumvit11,  Kalisa Cosmetics,  Ice Age Gelato Sherbet Specialty,  ยาสีฟันนกไทย,  ผลิตภัณฑ์นายประมง, CHANNEL 8 Thailand,  9 Star Group,  The Little Bee Club,  RBK ORGANIZATION,  Teerak Couture,  Teerak Wedding Planner,  Zhear Cosmetic, For The Best Laboratory,  Bangkok Today,  HI Jaax Photograph,  มหามงคลฟิลม์สตูดิโอ, กัดมันส์บันเทิง และ ชมรมผู้สื่อข่าวบันเทิงออนไลน์ งานนี้จัดขึ้น ณ ห้อง Tactic4 ชั้น1 โรงแรม Aloft Bangkok Sukhumvit11 ผู้สนใจและมีคุณสมบัติพร้อม สามารถสมัครได้ถึงวันที่ 22 มิถุนายน 2568 และติดตามได้ทางเพจ Mr. Gay World Thailand  

งานแสดงก็เอาอยู่! ‘ปั๊บ–พลพล–ต่าย’ศิลปิน GMM MUSIC คว้า 3 รางวัลนักแสดงยอดเยี่ยม

งานแสดงก็เอาอยู่! 'ปั๊บ–พลพล–ต่าย'ศิลปิน GMM MUSIC  คว้า 3 รางวัลนักแสดงยอดเยี่ยม

งานแสดงก็เอาอยู่! ‘ปั๊บ–พลพล–ต่าย’ศิลปิน GMM MUSIC คว้า 3 รางวัลนักแสดงยอดเยี่ยม

วันเสาร์ ที่ 24 พฤษภาคม พ.ศ. 2568, 06.00 น.

ร้องเพลงก็เริ่ด งานแสดงก็ปัง สำหรับ 3 ศิลปินบ้าน GMM MUSIC ได้แก่ ปั๊บ-พัฒน์ชัย ภักดีสู่สุข, พลพล พลกองเส็ง สังกัด genie records และต่าย อรทัย สังกัด Grammy Gold ที่ไม่ใช่แค่ถ่ายทอดผลงานเพลงคุณภาพให้กับแฟนๆได้ฟัง แต่ยังโชว์ความสามารถอีกด้านในฐานะนักแสดงให้แฟนๆได้เซอร์ไพรส์กันอีกด้วย งานนี้บอกเลยว่าไม่ได้มาเล่นๆ หลังคว้ารางวัลนักแสดงยอดเยี่ยมไปคนละรางวัล ในงานประกาศรางวัลนาฏราชครั้งที่ 16 ที่ผ่านมา

เริ่มด้วยคนแรก “พลพล พลกองเส็ง” กับรับรางวัลนักแสดงสมทบชายยอดเยี่ยม ประเภทละครก่อน 20.00 น. จากละครเรื่อง “นางฟ้ากรรมกร” ออกอากาศทางช่อง One31 ซึ่งเป็นการรับเล่นละครเรื่องแรกในชีวิต แถมบทที่ได้รับยังเป็นบทดราม่าที่ต้องใช้อารมณ์และทักษะการแสดงสูงมาก เรียกว่าต้องทำการบ้านหนักสุดๆ แต่แฟนๆต่างชื่นชมและอินไปกับบทบาทในละครเรื่องนี้ พลพลเผยหลังได้รับรางวัลว่า “ขอบคุณผู้ใหญ่ ทีมนักแสดงและทีมงานทุกคน ที่ทำให้ได้รับรางวัลนี้ มันคือรางวัลของทีมงานทุกคน ทุกความตั้งใจครับ ที่สำคัญขอบคุณผู้ชมทุกท่าน และขอบคุณภรรยาคุณรษา ที่ให้การสนับสนุนในการทำงานละครเรื่องนี้เป็นอย่างดีและมีแรงใจทำผลงานนี้ตลอดไป”

คนต่อไปกับ “ต่าย อรทัย” กับรางวัลนักแสดงนำหญิงยอดเยี่ยม ประเภทละครก่อน 20.00 น. จากละครเรื่อง “ดั่งธรณี ออกอากาศทางช่อง One31 โดยเจ้าตัวเผยว่า “ต่ายยังภูมิใจ ตื้นตันใจไม่หายเลยค่ะ ดั่งธรณีเป็นละครเรื่องที่ 4 ในชีวิต และเพิ่งมีโอกาสเข้าชิงรางวัลในปีนี้ อีกทั้งยังเป็นละครที่ท้าทายอารมณ์และเป็นบทที่ต้องแบกภาระอันหนักอึ้งทุกฉาก พอประกาศผลรางวัลจึงร้องไห้ เพราะไม่เคยคาดคิดว่าจะได้รับรางวัลอันทรงเกียรตินี้ และนี่คือที่สุดในฐานะนักแสดงแล้วค่ะ ดีใจและภูมิใจไปกับต่ายแนเด้อค่ะ”

และสุดท้าย “ปั๊บ-พัฒน์ชัย ภักดีสู่สุข” กับรางวัลนักแสดงสมทบชายยอดเยี่ยม ประเภทละครและซีรีส์ (แพลตฟอร์มออนไลน์) จากเรื่อง “สาธุ” ออกอากาศทาง Netflix ด้วยกระแสไวรัลในบทบาทพระดล ที่ถูกพูดถึงตั้งแต่เริ่มปล่อยภาพโปรโมท จนแฟนๆได้เห็นการแสดงก็ต้องยอมรับว่าเหมาะสมกับรางวัลจริงๆ ด้านปั๊บเผยความรู้สึกว่า “ผมรู้สึกเป็นเกียรติอย่างยิ่ง รางวัลนี้เป็นสิ่งที่มีความหมาย และมีผลต่อกำลังใจอย่างยิ่งในชีวิตช่วงนี้เลยครับ”

ขอแสดงความยินดีกับทั้ง 3 ศิลปินในสังกัด GMM MUSIC ที่ได้รับรางวัลนาฏราชในปีนี้ ถือเป็นการการันตีความสามารถอีกด้าน นอกเหนือจากการเป็นศิลปิน ฝากติดตามผลงานของทั้ง 3 คน ทั้งในผลงานการแสดงเรื่องต่อไป และผลงานเพลงใหม่ๆ ที่พร้อมเสิร์ฟให้แฟนๆได้ตื่นเต้นกันในอนาคตอย่างต่อเนื่องแน่นอน

โอ๊ยเล่าเรื่อง ‘กำเนิดเทพเจ้า’ตอน ‘มหาศึกเทพยุทธ'(Creation of the Gods II : Demon Force)

โอ๊ยเล่าเรื่อง 'กำเนิดเทพเจ้า'ตอน 'มหาศึกเทพยุทธ'(Creation of the Gods II : Demon Force)

โอ๊ยเล่าเรื่อง ‘กำเนิดเทพเจ้า’ตอน ‘มหาศึกเทพยุทธ'(Creation of the Gods II : Demon Force)

วันเสาร์ ที่ 24 พฤษภาคม พ.ศ. 2568, 06.00 น.

ห้องสิน คือ นิยายดังของจีนในศตวรรษที่ 16 สมัยราชวงศ์หมิง เรื่องราวของการทำสงคราม ที่ดังๆ พอๆ กับ สามก๊ก หรือ ซ้องกัง(ผู้หยิ่งงใหญ่แห่งเจ้าเหลียงซาน)รู้จัก ห้องสิน ครั้งแรก ใน วิทยุ ที่มีได้ฟังตอนกลับจากเลิกเรียนตอนเป็นเด็กตัวน้อยๆ แต่ ไม่ได้ฟังแบบต่อเนื่อง เลยต่อไม่ติด จะได้อ่าน ฉบับแปลเป็นไทย ในสมัยร.2 ก็ยาวเกิน 100 กว่าตอน และเรื่องนี้ แทบ จะไม่ได้มีการนำมาสร้าง ทั้งใน จอแก้ว/จอเงิน เลยทำให้ ความทรงจำ เกี่ยวกับ ห้องสิน ไม่มีอยู่ในหัวจำได้แค่ เป็นเรื่องสงครามของมนุษย์ ที่มี เทพ มาร เข้ามามีเอี่ยว เข้ามายุ่งกับการรบด้วย Creation of the Gods  คือ การนำเอา ห้องสิน มาสร้าง  ทำออกมาแล้วถึง2 ภาค 

กําเนิดเทพเจ้า 1: อาณาจักรแห่งพายุ( Creation of the Gods I: Kingdom of Storm)

อาณาจักรแห่งพายุ นำไปพบกับ ปฐมบท ที่มาที่ไป ของสงคราม อินโชว กษัตริย์ราชวงศ์ชาง จอมโหด ที่นำตัว ลูกชายของแคว้นต่างๆ เข้าวัง รับเป็นลูกชายบุญธรรมเพื่อเป็นตัวประกันไม่ให้แข็งข้อก่อกบฏ เทพบนสวรรค์ ส่ง เซียนเฒ่า เจียงจื่อหยา กับ สองลูกศิษย์ นาจา กับ หยางเจี่ยนเทพสามตา ลงมา พร้อม “บัญชีแต่งตั้งเทพ” เฟิ่งเฉิ่นปัง (Fengshen Bang ) ทัณฑ์บนสวรรค์ เพื่อลงโทษ ส่วนเจ้าแห่งมาร บนเกาะเต่าทอง ก็ส่งสมุนตัวร้าย ขึ้นมา นำโดย นางจิ้งจอก ที่เข้ามาอยู่กาย และ สงครามเริ่มเกิดขึ้น พร้อมคำทำนาย จะตายด้วยน้ำมือ ลูกชายตัวเอง และ อินเจียว จะเป็น ผู้ที่รักษาสมดุลของสามโลกหนังจบลง ที่ ถูกลอบสังหาร จีฟา ถูกช่วยจนหนีกลับเมืองซีฉี หยินเจียว เสียชีวิต แต่ถูกนาจากับ เทพสามตาพากลับสวรรค์ เพื่อรักษาพร้อมทั้ง ติ่งทิ้งท้าย แม่ทัพผู้เก่งกาจกลับคืนเมืองเซียนเฒ่าเจียงจื่อหยา ถูกทิ้งบนโลกมนุษย์ นั่งตกปลาอยู่ริมตลิ่งแบบเดียวดาย (ทั้งสองติ่ง ถูกนำมาเชื่อมกับ ภาคสอง ได้แบบเนียนๆ กลืนไปกับเรื่อง)(ภาคนี้ ไม่ได้เข้าฉายในไทย หาดูได้ใน Netfix)

กำเนิดเทพเจ้า ตอน มหาศึกเทพยุทธ(Creation of the Gods II : Demon Force)

 อินโช่ว ส่ง กองทัพ ที่นำโดย แม่ทัพหญิง  เติ้งฉานอวี่ ออกมาตามจับ จีฟา ที่หนีกลับมาในเมือง ในฐานะกบฏ อินเจียว ได้รับ พลังจากมหาเทพ กลับสู่โลกมนุษย์ สงครามครั้งใหญ่เกิดขึ้น ขณะที่ ตัวร้าย จาก เกาะเต่าทอง เริ่มปรากฏตัว รอเวลาขึ้นมาครอบครองโลกในภาคนี้ หนังยังคงเดินตามภาคแรก ทั้งเรื่องราว การเล่าเรื่อง บรรยากาศ การนำเสนอ การเล่าเรื่อง จาก ภาคแรก ที่เน้นๆ สงคราม ดราม่า กลยุทธ์ การเมือง มาสู่ หนังสงครามแบบเต็มตัว ที่มี เรื่องรัก เข้ามาเป็นเส้นเรื่องหลักร่วม

อยากจะแนะนำ ให้ดู ภาคแรกมาก่อน จะได้รู้เรื่องราว ที่มาที่ไปของ ตัวละครหลักๆ จะได้ไม่งง!! เข้าใจ รู้จัก และอินไปกับ ตัวละครเหล่านั้นแต่ถึงจะ ไม่ได้ดูภาคแรก มาเริ่มจาก ภาคนี้ ถ้าปล่อยใจ ดูแบบสบายๆ ไม่คิดอะไรมาก ก็ดูสนุกได้ หนังมีพูดถึงย้อนเรื่องราวของตัวละครหลักจากภาคแรกเล็กๆ ไม่ขยี้มาก พอจะต่อเรื่องติดแบบไม่ลงลึก และเชื่อแน่ว่า ถ้าดูภาคสองแล้ว ก็คงอยาก กลับไปหาดู ภาคแรก

แต่ที่ งง!! แน่ๆ ทั้งสองภาคต่อ ตัวละครเยอะจัด ชื่อจีน แถมยังไม่คุ้นชื่ออีก ไม่ว่าจะคอหนังจีนทั้งรุ่นใหม่ รุ่นเก่า อาจจะเกินความงง!! สับสนกันบ้าง(ตัวหนัง มีขึ้นชื่อตัวละครทุกตัว ทั้งตัวหลัก ตัวที่ผ่านมาผ่านไป แต่ มาเร็วเกิน)ในภาคแรก ตัวละครเยอะ หน้าตา ท่าทางชุด เหมือนๆ กันหมด คล้ายกันจนตาลาย ยังดี ที่ ภาคนี้ ตัวละครหลักลดลง ความคล้ายคลึงกัน ลดน้อยลง มีไม่มากนักในภาคนี้ สิ่งที่ หนีงต้องการสื่อ แบบชัดเจนที่สุดคือ “เราทำสงครามเพื่อช่วยประชาชน หรือ ทำเพื่อเจ้านาย เพื่อศักดิ์ของตระกูล”

ใน มหาศึกเทพยุทธ อลังการงานสร้าง เทคนิคพิเศษดีงามๆ ในระดับบล็อคมาสเตอร์ ดึงให้เข้าไปสู่ตัวหนัง ได้ในทุกๆ ช่วงบรรยากาศ ทั้งสรวงสวรรค์ บรรดาเทพต่างๆ เกาะเต่าทองที่อยู่ของมารอสูรร้าย หรือ สงครามในโลกมนุษย์ตั้งแต่ฉาก/ซีน/ภาพแรกบนจอ จนฉากสุดท้าย ทุกฉากเน้นๆ โชว์สเปลเชี่ยลเอฟเฟคสนุกสนาน..ตื่นตาตื่นใจไปกับ ฉากรบอันยิ่งใหญ่ตระกาลตา คิวบู๊แอ็คชั่นดีงาม ในสไตล์หนังจีนกำลังภายในยุคสเปเชียลเอฟเฟค ดูดีที่ สงครามมนุษย์กับมนุษย์เพียวๆ การต่อสู้ที่ใบคาถาอาคมมนต์ดำ การต่อสู้ที่มีเทพ/มาร/ปีศาจเข้ามาเอี่ยว

ซึ้งกินใจ..อิ่มเอมไปกับ รักระหว่างรบ จากศัตรูกลายเป็นความรัก ที่อาจจะไม่ใช่ของใหม่ เคยผ่านตามา แต่ เรื่องนี้ ก็ทำได้ดี เล่นกับอารมณ์เข้าไปถึงข้างใน มีทั้งรอยยิ้มความสุขใจ และ ทำให้ซึม เศร้า น้ำตาคลอ

อวี๋ซื่อ มาพร้อมความหล่อ หุ่นดีงาม กับบท จีฟา ที่ เขยิบ จาก บทนำรองๆ ในภาคที่แล้ว มาเป็นบทนำเดินเรื่อง เล่นดี

น่าเอ่อร์น่าเชี่ยน ในบท  เติ้งฉานอวี่  แม่ทัพหญิงเติ้งฉานอวี่ คือ นักแสดงที่เด่น ดูดี ที่สุด ของตัวหนัง ดูสง่าเก่งสมกับเป็นแม่ทัพ เล่นสีหน้าแววตาถ่ายทอดในส่วนดราม่า ได้ดี พอถึงบทรัก ก็ น่ารัก มากๆ อวี๋ซื่อ จับคู่ น่าเอ่อร์น่าเชี่ยน เล่นกันได้แบบเข้าขา ดีงาม ทั้งการต่อสู้ คู่แค้นคู่ต่อสู้ในสงคราม  หรือ การเป็น คู่รักระหว่างรบ

นาจา  เทพสามตาหยางเจียน และ เซียนเฒ่า เจียงจื่อหยา (รับบทโดย หวงป๋อ) ยังคงชัดเจน ในรูปลักษณ์ สดใส สบายๆ น่ารักๆ ในความเป็น เทพ ที่ลงมาช่วยต่อสู้ในสงครามมนุษย์ นาจา ดูพริ้วไหว ด้วย แพรแดง กงล้อไฟเทพสามตา หยางเจียน เพลินกับ การเคลื่อนกาย ตอนต่อสู้เซียนเฒ่า เจียงจื่อหยา ผู้หมดพลัง ชัดเจนในการเป็นกุนซือ

เฉินมู่ฉือ ในบท อินเจียว ลูกชาย อินโช่ว ที่มีทั้งโชว์หน้าหล่อๆ ของตัวเอง กับ เน้นๆ ภาพซีจี เมื่อเป็น คนสามร่างสามจิตใจกายสีฟ้า

เฟยเสียง (หรือที่รู้จักกันในชื่อ คริส ฟิลลิปส์) กลับมารับบท พระเจ้าอินโชว ที่ยังคงมาพร้อมกับ  ซูต๋าจี่ (รับบทโดย น่าหรัน) นางจิ้งจอกเก้าหางสาส

ตัวละครที่เพิ่มเติม ที่เด่นมากๆ คือ 4 ยักษ์ ทหารสนิทของ ที่มาในภาพของ ท้าวจตุโลกบาล ยักษ์เฝ้ายมโลกทั่ง4 ทิศ  ทั้งหน้าตาท่าทางอาวุธ เหวินจง (รับบทโดย อู๋ซิงกั๋ว) อำมาตย์ อาจารย์เฒ่า ที่มาพร้อมตาที่สาม เจ้าแห่งมนต์ดำ เหมือนไม่เก่ง แต่สุดท้าย กลายเป็น ตัวเด่นที่สุด ในด้านการต่อสู้ด้วยคาถาอาคมรวมทั้ง บรรดา แม่ทัพ ทหาร คนสนิท ของทั้งสองฝ่าย 

และเป็นการเปิดตัว เจ้าแห่งมาร ที่ ดูยังไงๆ ชวนให้นึกถึง ผีดิบนอตเฟอราตู

รวมทั้ง ตัวละครที่ไม่ใช่มนุษย์ อย่าง พญานกยักษ์ ตัวเขียวๆ ผู้ช่วยของ จีฟา ที่เก่งกาจ ดูเป็นธรรมชาติ เป็นผู้ที่ดีของฝ่ายตัวดี เด่นทุกฉากที่ออกมา หรือ กิเลนของ เหวินจง ฝ่ายตัวร้าย ที่ร้ายสุดๆ และที่ มาแว่บๆ คือ กองทัพทหารผีดิบ 

แต่ที่ต้องชมคือ ใน มหาศึกเทพยุทธ ไม่มีตัวละครประหลาดๆ ไม่ว่าจะรูปร่างหน้าตา ไม่มีตัวละครที่ชวนให้นึกถึงการ์ตูนไม่สมจริง ไม่มีมุขตลกนอกเรื่องนอกราว เหมือนที่ ใน หนังจีน ฟอร์มยักษ์ในยุคนี้ แทบทุกเรื่อง ต้องมีต้องนำมาใส่ เพื่อสร้างความสนุกสนาน ทำให้ เรื่องนี้ดูดีดูสมจริงสมจังเสียงไทย ดีงาม เสียงที่คุ้นเคย เสียงไทยตำนาน จาก ทีมพันธมิตร กลับมาสร้างความสนุกให้กับหนัง (ตั้งแต่ประกาศ ปิดตำนานจาก มังกรหยก เมื่อต้นปี มาถึงตอนนี้ ก็ยัง ได้ยินเสียงไทยพันธมิตร บนจอหนัง อยู่เลย555)

สองเพลงประกอบ ในภาคแรก ไพเราะเพราะมากๆ ทั้งเนื้อหา เสียงร้อง ทั้งที่ออกมาในเรื่อง หรือ ฟังแต่เสียง ในช่วงเอนเครดิต ช่วงแรก ฟังแล้ว น่ารักๆ ยิ้มไป ก่อนที่เพลงเดียวกัน จะทำให้ เสียงน้ำตา ในช่วง ท้ายๆ เรื่อง กำเนิดเทพเจ้า ตอน มหาศึกเทพยุทธ(Creation of the Gods II : Demon Force) สนุก ครบรส ดราม่า/รัก/โรอมนติก/แอ็คช้่น/แฟนตาซี 2 ชั่วโมงครึ่ง ผ่านไปอย่างรวดเร็ว ดูจบ..แล้ว อยากจะ ดู ภาค3 ต่อไวๆ หนังทิ้งท้าย ด้วยติ่งเล็กๆ แต่สำคัญๆ ถึง 3 ช่วง ในชาวงเครเครดิต ท้ายเรื่อง ที่ต้องชม ฉายแสง แอด.เวนเจอร์ ที่ ย้ำกับคนดูให้ รอดู ไม่อย่างนั้น หลายคนคงพลาดออกก่อนสนุกโดนใจ ในระดับ 9/10 คะแนน

คนสวยไม่หยุดเสิร์ฟ! ‘ปู ไปรยา’อวดลุคงามสง่าบนพรมแดงคานส์

คนสวยไม่หยุดเสิร์ฟ! 'ปู ไปรยา'อวดลุคงามสง่าบนพรมแดงคานส์

คนสวยไม่หยุดเสิร์ฟ! ‘ปู ไปรยา’อวดลุคงามสง่าบนพรมแดงคานส์

วันศุกร์ ที่ 23 พฤษภาคม พ.ศ. 2568, 17.34 น.

ปิดฉากเทศกาลภาพยนตร์นานาชาติเมืองคานส์ 2025 อย่างสมศักดิ์ศรีและสวยงามสมกับฉายา คนสวยตัวจริง สำหรับซุปตาร์สาว “ปู ไปรยา ลุนด์เบิร์ก” ที่กลับมาปรากฏตัวบนพรมแดงอีกครั้งในโค้งสุดท้ายของงาน สร้างความฮือฮาด้วยลุค Hollywood Glamour ที่เปี่ยมไปด้วยความหรูหราและคลาสสิก ดึงดูดทุกสายตาจากสื่อมวลชนและแฟนคลับทั่วโลก