Emma Clinic ฉลองครบรอบ 8 ปีอย่างยิ่งใหญ่ เปิดตัว “สาขาภูเก็ต” แห่งแรกของภาคใต้

Emma Clinic ฉลองครบรอบ 8 ปีอย่างยิ่งใหญ่ เปิดตัว

Emma Clinic ฉลองครบรอบ 8 ปีอย่างยิ่งใหญ่ เปิดตัว “สาขาภูเก็ต” แห่งแรกของภาคใต้

วันพฤหัสบดี ที่ 22 พฤษภาคม พ.ศ. 2568, 16.27 น.

ในโอกาสฉลองครบรอบ 8 ปี Emma Clinic คลินิกความงามชั้นนำของประเทศไทย เดินหน้าขยายการให้บริการอย่างต่อเนื่อง ด้วยการเปิดสาขาใหม่ล่าสุดที่จังหวัดภูเก็ต ซึ่งถือเป็นสาขาที่ 11 นับว่าเป็นก้าวสำคัญในการขยายตลาดศัลยกรรมความงามไปยังภาคใต้ เพื่อรองรับกลุ่มลูกค้าคนไทยและต่างชาติที่มีความต้องการบริการด้านความงามคุณภาพสูง โดยสาขาภูเก็ตตั้งอยู่ในทำเลที่สะดวกต่อการเดินทาง เพื่ออำนวยความสะดวกแก่ลูกค้าทุกกลุ่มอย่างเต็มที่ ปัจจุบัน Emma Clinic มีทั้งหมด 11 สาขา ได้แก่ พระราม 2, ลาดพร้าว, อโศก, MRT พระราม 9, ชลบุรี, รังสิต, พิษณุโลก, แพรกษา, ขอนแก่น, โคราช และสาขาใหม่ล่าสุดที่ภูเก็ต

เบื้องหลังความสำเร็จของ Emma Clinic เกิดจากแนวคิดและความมุ่งมั่นของ พญ.ณัศรัตน์ กุลเกียรติประเสริฐ หรือ “คุณหมอน้ำ” CEO ของคลินิก ที่มีเป้าหมายสร้างคลินิกศัลยกรรมที่แตกต่าง และเป็นมากกว่าความงามทั่วไป โดยเฉพาะ “จมูกทรง Teardrop” ทรงซิกเนเจอร์ของ Emma Clinic ที่ออกแบบมาให้รับกับใบหน้าและสัดส่วนของแต่ละบุคคล ซึ่งถือว่าได้รับความนิยมจากลูกค้าจำนวนมากอย่างต่อเนื่อง

Emma Clinic โดดเด่นด้วยทีมแพทย์ที่มีประสบการณ์สูง และมีเทคนิคเฉพาะตัวที่ทันสมัย ให้บริการศัลยกรรมความงามอย่างครบครัน ทั้งเสริมจมูกในหลากหลายเทคนิค ไม่ว่าจะเป็น Closed, Soft-Open หรือ Open Reconstruction รวมถึงการทำตาสองชั้น เสริมคาง ทำปากกระจับ เสริมหน้าอก และโปรแกรมดึงหน้ายกกระชับ พร้อมดูแลให้ตอบโจทย์ทุกความต้องการของคุณลูกค้า นอกจากนี้เอมม่าคลินิกยังมีการนำนวัตกรรมใหม่อย่าง Hyperbaric Oxygen Chamber หรือห้องออกซิเจนบำบัด มาช่วยฟื้นตัวหลังผ่าตัดให้มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น และที่โดดเด่นคือ “ทีม Emma Care” ที่ดูแลใกล้ชิดตลอดกระบวนการ ทั้งระหว่างผ่าตัดด้วยบริการ “จับมือ” เพื่อสร้างความมั่นใจ ไปจนถึงการติดตามผลหลังผ่าตัดอย่างต่อเนื่อง

การขยายสาขาไปยังภูเก็ตในครั้งนี้ ไม่เพียงแต่เป็นการเพิ่มช่องทางให้บริการลูกค้าในภาคใต้เท่านั้น แต่ยังเป็นการตอกย้ำถึงความตั้งใจของ Emma Clinic ที่จะรองรับลูกค้าทั่วประเทศอย่างครอบคลุม ด้วยสาขาที่ครบครันพร้อมมาตรฐานสูงสุด ทั้งนี้ สาขาภูเก็ตจะรองรับลูกค้าทั้งชาวไทยและนักท่องเที่ยวต่างชาติที่เดินทางมาในจังหวัดที่เป็นเมืองท่องเที่ยวยอดนิยม เพื่อให้บริการศัลยกรรมความงามที่มีคุณภาพตามมาตรฐานระดับสากล

อาจกล่าวได้ว่า การเติบโตของ Emma Clinic ตลอดระยะเวลา 8 ปีที่ผ่านมา สะท้อนถึงความมุ่งมั่นในการพัฒนาและเรียนรู้เทคนิคใหม่ ๆ อย่างต่อเนื่อง เพื่อยกระดับมาตรฐานด้านความปลอดภัย และออกแบบผลลัพธ์ทางศัลยกรรมให้ตอบโจทย์เฉพาะบุคคลอย่างแท้จริง การเปิดสาขาภูเก็ตในครั้งนี้จึงนับเป็นอีกก้าวสำคัญในการขยายศักยภาพ เพื่อตอบสนองความต้องการของลูกค้าทั่วประเทศได้อย่างครอบคลุมยิ่งขึ้น

THEBLACKSEA ในเครือซีพี ร่วมกับ Dreamers ขับเคลื่อน Soft Power ไทย ผลักดัน T-POP สู่ระดับโลก เปิดตัว ‘VOC’ Sub-Unit ใหม่จาก PROXIE ชูกลยุทธ์คอนเทนต์ 360 องศา

THEBLACKSEA ในเครือซีพี ร่วมกับ Dreamers ขับเคลื่อน Soft Power ไทย ผลักดัน T-POP สู่ระดับโลก เปิดตัว ‘VOC’ Sub-Unit ใหม่จาก PROXIE ชูกลยุทธ์คอนเทนต์ 360 องศา

THEBLACKSEA ในเครือซีพี ร่วมกับ Dreamers ขับเคลื่อน Soft Power ไทย ผลักดัน T-POP สู่ระดับโลก เปิดตัว ‘VOC’ Sub-Unit ใหม่จาก PROXIE ชูกลยุทธ์คอนเทนต์ 360 องศา

วันพฤหัสบดี ที่ 22 พฤษภาคม พ.ศ. 2568, 15.28 น.

THEBLACKSEA บริษัทร่วมทุนระหว่างบริษัทเครือเจริญโภคภัณฑ์ หรือ “เครือซีพี” และ THEBLACKLABEL ค่ายเพลงและครีเอทีฟเอเจนซีระดับโลกจากเกาหลีใต้ ประกาศความร่วมมือเชิงกลยุทธ์กับ บริษัท ดรีมเมอร์ส โซไซตี้ เมเนจเมนท์ ตัวแทนศิลปิน และค่ายเพลงต้นสังกัดศิลปิน T-POP ชื่อดังอย่าง PROXIE เปิดตัว ‘VOC’ กลุ่มศิลปิน Sub-unit จากศิลปินวง PROXIE ที่ประกอบด้วย วิคเตอร์ อองรี และ โชกุน  เพื่อต่อยอดจากความสำเร็จของการร่วมงานกันครั้งแรกจากเพลง ‘TRAFFIC’ ที่ประสบความสำเร็จอย่างสูงได้รับการตอบรับจากแฟนไทยและต่างชาติเพิ่มขึ้นเป็นจำนวนมาก โดยครั้งนี้เป็นการร่วมมือระยะยาวเพื่อเดินหน้าขับเคลื่อนยุทธศาสตร์การยกระดับอุตสาหกรรม T-POP ที่เริ่มจากประเทศไทยและภูมิภาคเอเชียเป็นหมุดหมายแรก ผ่านโมเดลการพัฒนาแบบ  360 องศาที่ครอบคลุมทั้งการผลิตคอนเทนต์ การพัฒนาศักยภาพศิลปิน และการเชื่อมโยงกับระบบนิเวศทางธุรกิจ เพื่อสร้างสรรค์ผลงานที่โดดเด่นและแตกต่าง เพื่อผลักดัน Soft Power  ของไทยให้โดดเด่นในเวทีโลก

พีรธน เกษมศรี ณ อยุธยา

พีรธน เกษมศรี ณ อยุธยา Chief Content Strategy, Investment and Partnership Officer เครือเจริญโภคภัณฑ์ ได้กล่าวถึงวิสัยทัศน์และกลยุทธ์สำหรับการร่วมมือครั้งสำคัญครั้งนี้ที่จะเป็นส่วนหนึ่งในการยกระดับและเสริมแกร่งวงการ T-POP ในเวทีโลกว่า “เครือซีพีเชื่อว่า Soft Power คือโอกาสทางเศรษฐกิจใหม่ของประเทศไทย และ T-POP คือหนึ่งในเครื่องมือสำคัญในการสร้างความสามารถในการแข่งขันของไทยบนเวทีโลก โดยเฉพาะในตลาดบันเทิงเอเชียที่กำลังเติบโตอย่างรวดเร็ว เราไม่ได้มอง T-POP แค่ในฐานะแนวเพลง แต่คือโครงสร้างอุตสาหกรรมที่เชื่อมโยงศิลปิน สื่อ แพลตฟอร์ม คอนเทนต์ เทคโนโลยี และผู้บริโภคเข้าไว้ด้วยกัน

การร่วมมือกับบริษัท บริษัท ดรีมเมอร์ส โซไซตี้ เมเนจเมนท์ เป็นการตอกย้ำวิสัยทัศน์ของ THEBLACKSEA ที่มุ่งมั่นพัฒนาศักยภาพศิลปินไทยให้ประสบความสำเร็จในการสร้างฐานแฟนคลับในตลาดโลก  อีกทั้งยังเป็นการวางรากฐานอุตสาหกรรม T-POP อย่างแท้จริง โดย VOC จะเป็นโมเดลต้นแบบของการพัฒนาศิลปินไทยให้สามารถแข่งขันได้ในระดับสากล ด้วยการสนับสนุนจากระบบนิเวศทางธุรกิจของซีพี เช่น แพลตฟอร์ม TrueVisions NOW เครือข่ายสื่อในเครือที่สามารถขยายผลได้ในระดับภูมิภาค รวมถึงประสบการณ์ด้าน Soft Power ที่สั่งสมนานนับทศวรรษ ผสานกับความเชี่ยวชาญของ THEBLACKLABEL ที่ได้ปั้นศิลปินและแต่งเพลงที่มีชื่อเสียงมากมายตอบโจทย์แฟนๆ ทั่วโลก 

การร่วมมือครั้งนี้จึงเป็นรากฐานสำคัญสำหรับการต่อยอดกลยุทธ์คอนเทนต์แบบครบวงจร 360 องศา โดยโมเดลการพัฒนา VOC จะเป็นมากกว่าการเปิดตัวซิงเกิลหรืออัลบั้ม แต่คือการวางแผนสร้างแบรนด์ศิลปินในระดับนานาชาติ ครอบคลุมทั้งเพลงในรูปแบบเพลงที่แตกต่าง รูปแบบโชว์ที่ไม่เหมือนใคร  มินิซีรีส์ที่ได้แรงบันดาลใจจากเพลงสำหรับ TrueVisions NOW คอลเลกชันสินค้าพิเศษ และกิจกรรมเชิงประสบการณ์ เพื่อสร้างฐานแฟนคลับอย่างยั่งยืนในหลายประเทศ”

ดร.อรพรรณ มนต์พิชิต บวรวัฒนะ

ดร.อรพรรณ มนต์พิชิต บวรวัฒนะ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ดรีมเมอร์ส โซไซตี้ เมเนจเมนท์ กล่าวถึงความร่วมมือครั้งนี้ว่า “บริษัท ดรีมเมอร์ส โซไซตี้ เมเนจเมนท์  มุ่งมั่นพัฒนาทักษะศิลปินอย่างต่อเนื่อง ด้วยวิสัยทัศน์ที่เล็งเห็นทุกความท้าทายเป็นประตูสู่โอกาสใหม่ ๆ อย่างการนำ PROXIE บอยแบนด์ชั้นนำ ก้าวสู่ความสำเร็จ ท่ามกลางกระแสวงการ T-POP ที่กลับมาคึกคักอีกครั้ง

ในปี 2568 นี้ ทางบริษัทฯ มีจุดมุ่งหมายในการเป็นส่วนหนึ่งในการยกระดับอุตสาหกรรม T-POP สู่ระดับสากล อย่างรอบด้านยิ่งขึ้น ไม่ว่าจะเป็นด้านการสร้างสรรค์ผลงานเพลง การพัฒนาศักยภาพและทักษะของศิลปินในการสร้างผล งานรูปแบบใหม่ๆ ไปจนถึงการพาศิลปินไทยให้เป็นที่รู้จักในต่างประเทศ จึงตั้งใจที่จะร่วมงานกับ THEBLACKSEA ซึ่งเป็นบริษัทที่มีวิสัยทัศน์ร่วมกันในการผลักดันศักยภาพศิลปิน โดยเราได้เล็งเห็นว่าการร่วมมือครั้งนี้เปรียบเสมือนการต่อยอดการร่วมผลักดันศิลปินไทย อย่าง VOC  ให้ได้ก้าวข้ามขีดความสามารถ ปลดล็อกศักยภาพในหลากมิติของตนเองอย่างเต็มที่ ไปพร้อมกับการร่วมงานกับค่ายเพลงและทีมงานที่มีชื่อเสียงระดับโลก”

พีรธน ยังกล่าวเพิ่มเติมว่า​ “นอกจากนี้ THEBLACKSEA นำโดย Danny Chung ครีเอทีฟไดเร็กเตอร์และโปรดิวเซอร์จากเกาหลี ได้เล็งเห็นศักยภาพของวิคเตอร์ อองรี และโชกุน ที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว เช่น วิคเตอร์ ที่มีบุคลิกน่าค้นหาและมีความเป็นศิลปิน อองรี ที่ได้เล็งเห็นถึงศักยภาพด้านต่าง ๆ นอกเหนือจากการร้องเพลง  และ โชกุน ผู้เป็นที่ทราบกันดีว่ามีพรสวรรค์ด้านการเต้น ความพิเศษเหล่านี้จึงกลายเป็นการรวมตัวของ 3 ศิลปินที่มีความโดดเด่นในมิติที่แตกต่างที่จะสร้างความแปลกใหม่แต่ทรงพลังให้กับทั้งวงการบันเทิงไทย และในต่างประเทศอย่างแน่นอน”

วิคเตอร์ ,อองรี และโชกุน รวมตัวเตรียมปล่อยผลงานสไตล์ใหม่ๆ ภายใต้ชื่อ VOC

‘VOC’ เป็น Sub Unit จากวง PROXIE วงบอยแบนด์แนวหน้าของวงการ T-POP ประกอบไปด้วย ศิลปินมากความสามารถ 3 คน ได้แก่ วิคเตอร์ – วรเมธ กอนุประพันธ์, อองรี – ออสการ์ เอ็ดเวิร์ด วัตราเศรษฐ์ และ โชกุน – ปวริศร์ ศรีชัยชนะ ที่พกความสามารถและคาแรคเตอร์ความโดดเด่นของแต่ละคนมาอย่างเต็มที่ และพร้อมที่จะเปิดตัวภาพลักษณ์แบบใหม่ที่ไม่เคยมีใครได้เห็นมาก่อน

ผลงานของกลุ่มศิลปิน VOC มีกำหนดเปิดตัวอย่างเป็นทางการในเดือนสิงหาคม 2568 นี้ พร้อมกิจกรรมโปรโมตในไทยและต่างประเทศ โดยมีเป้าหมายสร้างแรงกระเพื่อมใหม่ให้กับวงการ T-POP และนำศิลปินไทยก้าวสู่บทบาทใหม่ในฐานะ Soft Power ของประเทศ

OnDemand ลุยปั้นเด็ก ม.ต้น สอบติดที่ 1 เตรียมอุดม สะท้อนการเป็น ‘ที่พึ่ง’ ทุกความสำเร็จของวัยเรียน

OnDemand ลุยปั้นเด็ก ม.ต้น สอบติดที่ 1 เตรียมอุดม สะท้อนการเป็น 'ที่พึ่ง' ทุกความสำเร็จของวัยเรียน

OnDemand ลุยปั้นเด็ก ม.ต้น สอบติดที่ 1 เตรียมอุดม สะท้อนการเป็น ‘ที่พึ่ง’ ทุกความสำเร็จของวัยเรียน

วันพฤหัสบดี ที่ 22 พฤษภาคม พ.ศ. 2568, 14.19 น.

OnDemand ตัวจริงสายแข่งขัน ปั้นเด็ก ม.ต้น สอบติดที่ 1 เตรียมอุดม พร้อมกวาดอันดับท็อปจากโรงเรียนชั้นนำ สะท้อนการเป็น “ที่พึ่ง” ทุกความสำเร็จของวัยเรียน

OnDemand ตอกย้ำบทบาท “ตัวจริงสายแข่งขัน” ด้วยสถิตินักเรียนระดับมัธยมต้นสอบติดอันดับ 1 และท็อป 20 โรงเรียนชั้นนำ พร้อมจัดกิจกรรมฉลองความสำเร็จในงาน “Ondy Success Party 2025” เพื่อแสดงความยินดีและแนะแนวการศึกษาสู่มหาวิทยาลัยเป้าหมาย สะท้อนบทบาทการเป็น “ที่พึ่ง” ในทุกเส้นทางความสำเร็จของวัยเรียน

OnDemand ผู้นำด้านการแนะแนวการศึกษาในเครือ LEARN Corporation สร้างความสำเร็จอย่างต่อเนื่อง พานักเรียน OnDemand ระดับมัธยมต้นสอบติดโรงเรียนชั้นนำ สร้างสถิติความสำเร็จที่น่าภาคภูมิใจ ได้แก่
1. นักเรียน OnDemand สอบติดที่ 1 เตรียมอุดมฯ ทั้งสายวิทย์-คณิต และภาษา-คณิต
2. นักเรียน OnDemand ติดอันดับท็อป 20 สายวิทย์-คณิต เตรียมอุดม สูงถึง 16 คน
3. นักเรียน OnDemand สอบติดทั้ง 3 โรงเรียน ได้แก่ เตรียมอุดมศึกษา, มหิดลวิทยานุสรณ์, กำเนิดวิทย์
4. นักเรียน OnDemand สอบติด มหิดลวิทยานุสรณ์ 64% และกำเนิดวิทย์ สูงถึง 70%

นอกจากนี้ นักเรียน OnDemand ยังสอบติด กลุ่มโรงเรียนวิทยาศาสตร์จุฬาภรณราชวิทยาลัย, สาธิตจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, สวนกุหลาบ, สตรีวิทยา และโรงเรียนชั้นนำทั่วประเทศอีกด้วย

ทั้งนี้ เพื่อฉลองความสำเร็จและจุดประกายเป้าหมายในระดับต่อไป OnDemand ได้จัดงาน “Ondy Success Party 2025”  ที่มีผู้ร่วมกิจกรรมกว่า 200 ครอบครัว เพื่อแสดงความยินดีกับนักเรียนและผู้ปกครอง พร้อมสร้างแรงบันดาลใจและวางแผนการเรียนต่อเนื่องสู่มหาวิทยาลัยในฝัน ได้แก่ กิจกรรมวางแผนสู่เป้าหมาย โดยครูผู้เชี่ยวชาญร่วมถ่ายทอดกลยุทธ์การเรียน วิธีคิด และการวางแผนระยะยาวสำหรับช่วงมัธยมปลาย, กิจกรรมแชร์ประสบการณ์จริงจากรุ่นพี่ โดยนักเรียนรุ่นพี่ ร่วมแบ่งปันประสบการณ์ตรง ทั้งการเตรียมตัวสอบ บรรยากาศการเรียนจริง เพื่อให้นักเรียนตัดสินใจได้อย่างมีข้อมูล และกิจกรรมฉลองความสำเร็จกับครอบครัว ด้วยการถ่ายภาพ Photo Booth เพื่อสร้างความภาคภูมิใจในตนเอง พร้อมจับสลากของขวัญมูลค่ารวมกว่า 80,000 บาท เป็นต้น

นายสุธี อัสววิมล ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายสร้างสรรค์นวัตกรรม บริษัท เลิร์น คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน)  กล่าวว่า “ความสำเร็จของนักเรียนที่สอบติดโรงเรียนชั้นนำที่มีการแข่งขันสูง เป็นสิ่งยืนยันถึงคุณภาพของระบบการเรียนรู้ที่เราพัฒนาขึ้น เราออกแบบหลักสูตรให้ยืดหยุ่น ปรับตามเป้าหมายเฉพาะตัวของผู้เรียน พร้อมเสริมทักษะที่จำเป็นต่อโลกอนาคต เพื่อให้พวกเขาเดินหน้าได้อย่างมั่นใจบนเส้นทางที่ฝันไว้ เราเชื่อว่าในยุคที่ระบบการศึกษามีทางเลือกหลากหลาย เด็กและครอบครัวต้องการ ‘ที่พึ่ง’ ที่เข้าใจความฝันและศักยภาพเฉพาะตัวของแต่ละคน OnDemand จึงเปรียบเสมือนเป็นพาร์ตเนอร์ที่อยู่เคียงข้างตลอดเส้นทางของการเรียนรู้ ตั้งแต่ตั้งเป้าหมายไปจนถึงวันคว้าความสำเร็จ”

จากความสำเร็จของนักเรียนมัธยมต้น สู่การวางแผนระยะยาวในระดับมหาวิทยาลัย OnDemand ยังคงยืนหยัดในบทบาท “ที่พึ่ง” ของทุกสนามสอบ พร้อมเดินหน้าพัฒนาระบบการเรียนรู้ที่ทันสมัย เข้าถึง เข้าใจ และเป็นพาร์ตเนอร์ของครอบครัวไทยในทุกช่วงวัยของการเรียนรู้ ผู้ที่สนใจสามารถศึกษารายละเอียดหลักสูตรเพิ่มเติมที่ http://www.ondemand.in.th หรือเรียนรู้เกี่ยวกับเทคโนโลยีการศึกษาจาก LEARN Corporation ที่ http://www.learn.co.th

สัมผัสเสน่ห์อีสาน ‘E-SAN F.A.C.E.’ มหกรรม Soft Power อีสาน ที่ห้ามพลาด!

สัมผัสเสน่ห์อีสาน 'E-SAN F.A.C.E.' มหกรรม Soft Power อีสาน ที่ห้ามพลาด!

สัมผัสเสน่ห์อีสาน ‘E-SAN F.A.C.E.’ มหกรรม Soft Power อีสาน ที่ห้ามพลาด!

วันพฤหัสบดี ที่ 22 พฤษภาคม พ.ศ. 2568, 14.13 น.

ชาวโคราชห้ามพลาด! มหกรรม Soft Power อีสาน ครั้งใหญ่ E-SAN F.A.C.E. 23-25 พฤษภาคม นี้ ที่เซ็นทรัล โคราช

E-SAN F.A.C.E. : The Future of E-SAN Soft Power งานที่จะพบกับ เสน่ห์อีสานครบทุกรสชาติ​ ทั้งอาหาร ศิลปะ​ วัฒนธรรม การแสดง ที่จะมารวมกันในงานนี้ พร้อมกับกองทัพศิลปินดารา​ พระเอกนางเอก ละครซีรีย์สายวาย ยูริ สายผลักดันศิลปวัฒนธรรม​  influencer ชื่อดัง มาพร้อมรวมกันในงาน

ยังมีความรู้ด้านการกระทำธุรกิจ​ จาก​ Speaker​ ระดับประเทศ ทั้งการใช้ AI การทำ Business ให้เติบโต การ​ Matching ธุรกิจกับต่างประเทศ​ ทั้งนักธุรกิจ​อินเดีย​ นักธุรกิจ​มองโกเลีย​ นักธุรกิจ​ไทย​ มารวมกันในงาน​ 

นอกจากนี้ ภายในงานยังมีการจัดแสดงสินค้าราคาพิเศษ จากผู้ประกอบการกว่า 100 บูธ แค่ร่วมงานก็พร้อมลุ้นรับของรางวัลมากมายทุกวัน​ ตลอด​ 3 วัน​ โดยรางวัลใหญ่​ รถมอเตอร์ไซค์​ไฟฟ้า

-(016)

ชวนคนเมืองร่วมกระตุ้นเศรษฐกิจในงาน ‘Best & Green of Non 2025’ พร้อมโชว์ของดีเมืองนนท์ตอบโจทย์ตลาดยุคใหม่

ชวนคนเมืองร่วมกระตุ้นเศรษฐกิจในงาน 'Best & Green of Non 2025' พร้อมโชว์ของดีเมืองนนท์ตอบโจทย์ตลาดยุคใหม่

ชวนคนเมืองร่วมกระตุ้นเศรษฐกิจในงาน ‘Best & Green of Non 2025’ พร้อมโชว์ของดีเมืองนนท์ตอบโจทย์ตลาดยุคใหม่

วันพฤหัสบดี ที่ 22 พฤษภาคม พ.ศ. 2568, 14.06 น.

ตอกย้ำเทรนด์สีเขียว นนทบุรีชวนคนเมืองร่วมกระตุ้นเศรษฐกิจในงาน Best & Green of Non 2025 ชูภาพลักษณ์เมืองน่าอยู่ พร้อมโชว์ศักยภาพของดีเมืองนนท์ที่ตอบโจทย์ตลาดยุคใหม่

จังหวัดนนทบุรี นำโดย สำนักงานพาณิชย์จังหวัดนนทบุรี พร้อมด้วย หอการค้าจังหวัดนนทบุรี และสภาอุตสาหกรรมจังหวัดนนทบุรี จับมือแถลงข่าวการจัดงาน Best & Green of Non 2025 ระหว่าง 26-30 พฤษภาคม 2568 ณ อาคาร B ศูนย์ราชการแจ้งวัฒนะ พร้อมระดมผู้ประกอบการ Exhibiter สินค้า และบริการเด่นของจังหวัด ทั้งเกษตร  SMEs อุตสาหกรรม และท่องเที่ยว ร่วมโชว์ศักยภาพ หวังกระตุ้นเศรษฐกิจหมุนเวียน พร้อมชูภาพลักษณ์เมืองน่าอยู่ เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม คาดสร้างมูลค่าทางการค้าภายในงานได้ไม่น้อยกว่า 50 ล้านบาท

นางระวีพรรณ แก้วเพียงเพ็ญ รองผู้ว่าราชการจังหวัดนนทบุรี กล่าวว่า จังหวัดนนทบุรีเป็นจังหวัดปริมณฑลที่มีศักยภาพสูง และเป็นแหล่งรองรับการขยายตัวของเมืองในทุกด้าน ทั้งที่ด้านอยู่อาศัย ธุรกิจ ระบบการขนส่งมวลชน ซึ่งหลังเกิดสถานการณ์แพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ที่ส่งผลกระทบกับระบบเศรษฐกิจโดยรวม ทางจังหวัดได้พยายามผลักดันให้เศรษฐกิจฐานรากเกิดความมั่นคง โดยสนับสนุนการแสวงหาช่องทางการตลาดใหม่ ๆ เพื่อเสริมสร้างโอกาสให้กับผู้ประกอบการธุรกิจในจังหวัด ผ่านการจัดกิจกรรมด้านการตลาด การเจรจาการค้า การเชื่อมโยงตลาด ที่สอดคลล้องกับภาวะ กระแส หรือทิศทางตลาดในประเทศ และตลาดโลกในปัจจุบัน เพื่อนำไปสู่การขยายตัวทางการค้าของประเทศ ซึ่งจังหวัดนนทบุรีมีเป้าหมายการพัฒนาสู่การเป็น Livable City มุ่งเน้นการเพิ่มมูลค่าสูงในภาคเศรษฐกิจ (High Value Economy Creation) สิ่งแวดล้อมของเมืองที่เติบโตอย่างยั่งยืน Environment Sustainable Growth  และการเสริมสร้างเศรษฐกิจฐานรากเข้มแข็งแข่งขันได้  

“กิจกรรมทางการตลาดจะเป็นตัวช่วยที่ดี เป็นกลไกในการขับเคลื่อนกิจกรรมทางการค้า จึงทำให้เกิดโครงการ Nonthaburi Fair ขึ้น โดยเรามุ่งหวังจะให้เศรษฐกิจเกิดการหมุนเวียน และผู้ประกอบการในจังหวัดนนทบุรีมีรายได้เข้ากระเป๋ามากขึ้น ในปีนี้เราต้องการให้สินค้าที่นำเสนอมีความแตกต่าง และตอบโจทย์ตลาดยุคใหม่ จึงมีการนำเสนอสินค้าและบริการให้ผู้บริโภคมั่นใจได้ว่าเมื่อเข้าร่วมงานจะได้เลือกซื้อสินค้าที่มีคุณภาพ ปลอดภัย ผ่านกระบวนการผลิตที่คำนึงถึงการรักษาสิ่งแวดล้อมแบบองค์รวม โดยเราเน้นนำสิ่งที่เป็น The Best มานำเสนอต่อผู้บริโภค และยังให้ความสำคัญในเรื่องสิ่งแวดล้อมตามเทรนด์ผู้บริโภคยุคใหม่ ซึ่งในงาน Best & Green of Non 2025 จะแสดงให้เห็นถึงศักยภาพสินค้าของจังหวัดนนทบุรี ที่พร้อมก้าวสู่ระดับประเทศ และระดับสากลด้วย” รองผู้ว่าราชการจังหวัดนนทบุรี กล่าว

ด้าน นายสงกรานต์ เพ็ชรน้ำเขียว พาณิชย์จังหวัดนนทบุรี เปิดเผยถึงการเตรียมจัดงาน Best & Green of Non 2025  ว่าทางสำนักงานพาณิชย์จังหวัดนนทบุรี ได้เตรียมผู้ประกอบการ Exhibiter สินค้าและบริการเด่นของจังหวัด ที่มีความพร้อมจะยกระดับการค้าของเมืองนนท์สู่การค้าระดับสากลเข้าร่วมงาน ซึ่งกิจกรรมภายในงานจะเปิดให้มีช่องทางการ Shopping Online การ Live Streaming ผ่านช่องของ Influencer และในขณะเดียวกันผู้เข้าชมงานยังได้สัมผัสกับบรรยากาศและกลิ่นอายของวัฒนธรรมความเป็นนนทบุรี ที่เตรียมมาโชว์บนพื้นที่กว่า 3,000 ตารางเมตร

“เราบรรจุความเป็นนนท์ทุกอย่างไว้ที่นี่…ที่เดียว ทั้งสินค้าเด่นมีชื่อเสียงมากกว่า 200 รายการ ทั้งธุรกิจบริการ ร้านอาหาร คาเฟ่ ที่พัก แหล่งท่องเที่ยว Wellness และธุรกิจที่พร้อมเจรจาเชื่อมโยงการค้า งานนี้เป็นการผนึกกำลังของหน่วยงานภาครัฐ และภาคีเครือข่ายเอกชนหลายหน่วยงาน อาทิ สำนักงานพัฒนาชุมชนจังหวัด สำนักงานอุตสาหกรรมจังหวัด สำนักงานเกษตรจังหวัด สำนักงานท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัด หอการค้าจังหวัดนนทบุรี สภาอุตสาหกรรมจังหวัดนนทบุรี สภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวจังหวัดนนทบุรี สมาคมการค้าอสังหาริมทรัพย์นนทบุรี และชมรมผู้ประกอบการค้าอาหารจังหวัดนนทบุรี ที่พร้อมร่วมมือสนับสนุนให้เกิดงานนี้อย่างยิ่งใหญ่ เพื่อขับเคลื่อนเศรษฐกิจ และสร้างศักยภาพในการแข่งขันให้กับผู้ประกอบการของจังหวัด โดยคาดว่าจะก่อให้เกิดมูลค่าทางการค้าได้ไม่น้อยกว่า 50 ล้านบาท” พาณิชย์จังหวัดนนทบุรีกล่าว

ส่วน คุณยลดา รองหานาม ประธานหอการค้าจังหวัดนนทบุรี กล่าวเสริมว่า จังหวัดนนทบุรีมีผู้ประกอบการ SMEs มากกว่า 3 หมื่นราย และเป็นเมืองที่ผสมผสานระหว่างภาคเกษตรกรรม และภาคธุรกิจที่มีการนำนวัตกรรม และ AI มาใช้งาน โดยหอการค้าจังหวัดนนทบุรีได้มีส่วนช่วยอำนวยความสะดวกในการประสานงานระหว่างภาคเอกชนและภาครัฐ พร้อมสนับสนุนงานด้านการค้า และการลงทุนของผู้ประกอบการ ซึ่งศักยภาพของจังหวัดนั้น เป็นเป้าหมายที่ผู้ประกอบการหน้าใหม่ หรือต่างชาติสนใจมาลงทุน โดยในงานนี้หอการค้าจังหวัดนนทบุรี และเครือข่าย YEC จะได้นำเสนอธุรกิจที่ตอบโจทย์ตลาดด้วย 

นายเรืองศักดิ์ แสงเพ็ญพราว ประธานสภาอุตสาหกรรมจังหวัดนนทบุรี กล่าวเสริมว่า สภาอุตสาหกรรมจังหวัดนนทบุรีพร้อมขับเคลื่อนภาคอุตสาหกรรมไปในทิศทางเดียวกันกับนโยบายรัฐบาล และเป้าหมายของจังหวัด ซึ่งจากสถานการณ์การค้าที่เปลี่ยนไป ทำให้ต้องมุ่งเน้นการผลิตและการตลาดในแบบที่ผู้บริโภคต้องการ โดยงาน Best & Green of Non 2025 จะแสดงให้ผู้บริโภคได้เห็นว่าอุตสาหกรรมในจังหวัดนนทบุรี มีศักยภาพในการผลิต มีการนำเทคโนโลยี AI เข้ามาใช้ในการผลิต มีความทันสมัย ใส่ใจสิ่งแวดล้อม และพร้อมขับเคลื่อนอุตสาหกรรมเพื่ออนาคตที่ยั่งยืน โดยจะมีเครือข่ายและพันธมิตรทางธุรกิจที่นำ Carbon Footprint มาใช้ในองค์กร และต่อยอดในความร่วมมือระหว่างธุรกิจกับชุมชน แนวทางการลด Carbon Footprint และการเข้าสู่ Carbon Neutrality โดยจะมีการนำองค์กรที่เป็น Success Case มาเล่าสู่กันฟังในงานนี้ด้วย ซึ่งประชาชน ธุรกิจ หรือผู้ที่เริ่มต้นธุรกิจที่สนใจ สามารถเข้ารับคำปรึกษาได้ในพาวิลเลียนของสภาอุตสาหกรรม

ในงานแถลงข่าวครั้งนี้ ยังมีการสาธิตเมนูเด็ดจากวัตถุดิบขึ้นชือของเมืองนนท์ โดย เชฟจากัวร์ – ธีรวีร์ ดิษยะไชยพงษ์ อาทิ ยำหน่อกะลาปลารมควัน เมี่ยงหน่อกะลา ทาร์ตข้าวตอกมูสทุเรียน ข้าวเหนียวมูนเปิดหน้่าโบราณ (หน้ากุ้ง สังขยา หน้ากระฉีก วุ้นมะม่วงลอยแก้ว และข้าวมัดโบราณเมืองนนท์

แล้วพบกัน ใน งาน Best & Green of Non 2025  ระหว่างวันที่ 26-30 พฤษภาคม 2568 ณ อาคาร B ศูนย์ราชการแจ้งวัฒนะ หลักสี่ กรุงเทพฯ

-(016)

DITP เดินหน้าส่งเสริมอาหารไทย ด้วยตราสัญลักษณ์ Thai SELECT ในงานแสดงสินค้าอาหาร THAIFEX – ANUGA ASIA 2025

DITP เดินหน้าส่งเสริมอาหารไทย ด้วยตราสัญลักษณ์ Thai SELECT ในงานแสดงสินค้าอาหาร THAIFEX – ANUGA ASIA 2025

DITP เดินหน้าส่งเสริมอาหารไทย ด้วยตราสัญลักษณ์ Thai SELECT ในงานแสดงสินค้าอาหาร THAIFEX – ANUGA ASIA 2025

วันพฤหัสบดี ที่ 22 พฤษภาคม พ.ศ. 2568, 13.39 น.

กรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ (DITP) กระทรวงพาณิชย์ เดินหน้าขับเคลื่อน Soft Power อาหารไทย และส่งเสริม สนับสนุนผู้ประกอบการผลิตภัณฑ์อาหารไทยที่ได้รับตรา Thai SELECT โดยการเข้าร่วมจัดแสดง Thai SELECT Pavilion ในงานแสดงสินค้าอาหารและเครื่องดื่มระดับโลก THAIFEX – ANUGA ASIA 2025 ตอกย้ำศักยภาพและภาพลักษณ์อันโดดเด่นของอาหารไทยในเวทีโลก พร้อมส่งเสริมการขยายตัวของตลาดส่งออกอาหารไทยทั่วโลก โดยใช้ตรา Thai SELECT เป็นเครื่องมือในการรับรองจากกระทรวงพาณิชย์ การันตีคุณภาพและรสชาติตามแบบฉบับไทย ผลิตจากวัตถุดิบหลักภายในประเทศ ด้วยกรรมวิธีตามตำรับไทย รักษาเอกลักษณ์และอัตลักษณ์ของอาหารไทย มีมาตรฐานรับรองสากล สะท้อนถึงคุณภาพที่ดีของผลิตภัณฑ์ ช่วยส่งเสริมภาพลักษณ์สินค้าอาหารไทยให้เป็นที่ยอมรับในระดับสากล ปัจจุบันมีผลิตภัณฑ์ที่ได้รับตราสัญลักษณ์ Thai SELECT แล้วจำนวน 965 รายการ จาก 109 บริษัท

ภายในพื้นที่ Thai SELECT Pavillion พบกับการจัดแสดงผลิตภัณฑ์อาหารไทยสำเร็จรูปที่ได้รับตราสัญลักษณ์ Thai SELECT มากกว่า 600 รายการ จาก 109 บริษัท ครอบคลุมทั้งอาหารพร้อมปรุง อาหารพร้อมรับประทาน อาหารกึ่งสำเร็จรูปทั้งคาวและหวาน ไอศกรีม เครื่องดื่ม รวมถึงน้ำจิ้มและซอสปรุงรสไทยหลากหลายชนิด

นอกจากนี้ยังมีพื้นที่เจรจาธุรกิจ เพื่อสร้างเครือข่ายและโอกาสทางการค้าระหว่างผู้ประกอบการไทยและผู้นำเข้าจากต่างประเทศ พร้อมทั้งนิทรรศการให้ความรู้เกี่ยวกับความเป็นมาของโครงการ Thai SELECT หลักเกณฑ์และคุณสมบัติในการขอรับตราฯ ประเภทต่าง ๆ รวมถึงสิทธิประโยชน์ที่จะได้รับจาก การเข้าร่วมโครงการ นอกจากนี้ ภายในบูธยังมีเจ้าหน้าที่ประจำโครงการคอยให้คำปรึกษาเกี่ยวกับการขอรับตราฯ โดยตรงอีกด้วย

กิจกรรมภายในงานจัดเต็มตลอด 5 วัน ระหว่างวันที่ 27 – 31 พฤษภาคม 2568 ณ คูหา CC01 ฮอลล์ 9 อิมแพ็ค เมืองทองธานี อาทิ

 • การสาธิตปรุงอาหารไทยจากผลิตภัณฑ์ Thai SELECT จากเชฟชื่อดังอย่าง เชฟลี่-พรชนัน เชฟพลอย-ณัฐณิชา เชฟปิง-สุรกิจ เชฟเฟิร์ส-ธนภัทร และเชฟเควส-ชานิน

 • การสร้างสรรค์เมนูอาหารร่วมกับผู้ประกอบการอาหารไทยสำเร็จรูป พร้อมทดลองชิม

 • การมอบเกียรติบัตรแก่ผู้ประกอบการที่ผ่านการพิจารณาปี 2567 ครั้งที่ 2 และ ปี 2568 ครั้งที่ 1

ขอเชิญผู้สนใจร่วมสัมผัสประสบการณ์ความอร่อยจากอาหารไทยคุณภาพ รสชาติไทยแท้ ภายใต้ตราสัญลักษณ์ Thai SELECT ได้ที่งาน THAIFEX – ANUGA ASIA 2025 แล้วพบกันที่ Thai SELECT Pavilion ฮอลล์ 9 บูธ CC01      

คำหอม ชวนสัมผัสเสน่ห์อาหารไทยสองท้องถิ่น ‘สิงห์เหนือเสือใต้’ รสมือ เชฟน้อย บุศริน และเชฟเอียน กิตติชัย

คำหอม ชวนสัมผัสเสน่ห์อาหารไทยสองท้องถิ่น ‘สิงห์เหนือเสือใต้’ รสมือ เชฟน้อย บุศริน และเชฟเอียน กิตติชัย

คำหอม ชวนสัมผัสเสน่ห์อาหารไทยสองท้องถิ่น ‘สิงห์เหนือเสือใต้’ รสมือ เชฟน้อย บุศริน และเชฟเอียน กิตติชัย

วันพฤหัสบดี ที่ 22 พฤษภาคม พ.ศ. 2568, 12.44 น.

ร้านอาหารคำหอม โรงแรมเมอเวนพิค บีดีเอ็มเอส เวลเนส รีสอร์ท กรุงเทพฯ โดยเชฟเอียน กิตติชัย ต้อนรับ เชฟน้อย บุศริน จากร้านอาหาร Magnolia Café จังหวัดเชียงใหม่ กลับมาอีกครั้งในโอกาสพิเศษ 2025 Edition Four Hands Culinary Experience ครั้งที่สองของปี ระหว่างวันนี้ -23 พฤษภาคม 2568

โดยในครั้งนี้ สองเชฟชื่อดังจะร่วมประชันเมนูในคอนเซ็ปต์ “สิงห์เหนือ เสือใต้” ผสมผสานอาหารท้องถิ่นของไทยเข้ากับรสชาติที่แตกต่างกันอย่างลงตัว คุณจะได้ลิ้มรสอันละเอียดอ่อนของอาหารท้องถิ่นภาคเหนือ ผสมผสานกับความจัดจ้านเป็นเอกลักษณ์ของการปรุงอาหารภาคใต้ของไทย สร้างสรรค์ประสบการณ์การรับประทานอาหารที่รวบรวมความหลากหลายของอาหารไทยไว้ในมื้อเดียวกัน

เชฟเอียน กิตติชัย ผู้นำเสนอเสน่ห์อาหารใต้ เผยว่า “อาหารไทยไม่ได้มีแค่ประเภทเดียว แต่เต็มไปด้วยความหลากหลาย การทำงานร่วมกับเชฟน้อยทำให้เราสามารถแสดงให้เห็นถึงความแตกต่างอันน่าทึ่งระหว่างประเพณีการทำอาหารของภาคเหนือและภาคใต้ เราใช้วัตถุดิบจากแต่ละภูมิภาคเพื่อนำเสนอรสชาติแบบพื้นบ้านที่แท้จริง ซึ่งหาได้ยากในร้านอาหารในกรุงเทพฯ”เชฟน้อย กล่าวเสริมว่า “อาหารเหนือนั้นเหมือนเสียงกระซิบที่เต็มไปด้วยความละเอียดอ่อน ซับซ้อนและสมดุล อาหารภาคใต้คือเสียงที่พูดอย่างชัดถ้อยชัดคำและเข้มข้นในสำเนียง เมื่อนำมารวมกันแล้วก็กลายเป็นความกลมกล่อมซึ่งเป็นเหตุผลที่ทำให้อาหารไทยได้รับชื่อเสียงระดับโลก”

เมนูเด่นจาก 6 และ 8 คอร์ส ได้แก่ หมกเห็ดแคลงกุ้งแม่น้ำตาปี ของเชฟเอียน ซึ่งใช้เห็ดพื้นบ้านกับเครื่องแกงแบบโจร ห่อด้วยใบข่า นึ่งพร้อมกับกุ้งน้ำจืดคุณภาพดีจากแม่น้ำตาปี จังหวัดสุราษฎร์ธานี ที่เนื้อมีความเด้งเป็นเอกลักษณ์พิเศษตแกต่างจากกุ้งทั่วไป  และเมนู แกงฮังเลแกะย่าง จากเชฟน้อย โดยเป็นเนื้อแกะตุ๋นกับพริกแกงที่เป็นเอกลักษณ์ของภาคเหนือ ให้หอมอบอวลด้วยกลิ่นเครื่องเทศ เสิร์ฟพร้อมข้าวจี่อุ่นๆ

ในส่วนของหวาน เชฟเอียนได้เตรียม เค้กไข่มะพร้าวอ่อน ซึ่งเป็นเค้กฟองน้ำขึ้นชื่อของจังหวัดตรัง นำมาปรับโฉมใหม่ด้วยเนื้อมะพร้าวสดจากเกาะสมุยและมะพร้าวคั่วหอม (ขนมขี้มอด)  ทางด้านเชฟน้อยนำเสนอ ไอติมแตงไทย ไอศกรีมแตงไทยหวานเย็นชื่นใจจับคู่กับข้าวเหนียวงาขี้ม่อน ข้าวพองกรอบ และน้ำอ้อยเคี่ยว

Four Hands Dinner โดยเชฟน้อย บุศริน และเชฟเอียน กิตติชัย จัดขึ้นระหว่างวันที่ 21-23 พฤษภาคม 2568 ณ ร้านอาหารคำหอม โรงแรมเมอเวนพิค บีดีเอ็มเอส เวลเนส รีสอร์ท กรุงเทพ เมนู 6 คอร์ส ราคา 3,600 บาท++ และ 4,200 บาท++ สำหรับเมนู 8 คอร์ส สมาชิก Accor Plus รับส่วนลดค่าอาหาร 20% สมาชิก All Accor Live Limitless รับคะแนนสะสม Dining Rewards Points

สอบถามเพิ่มเติมและสำรองที่นั่งได้ที่โทร 02 666 3311 หรือสำรองที่นั่งผ่านเว็บไซต์ www.khumhomrestaurant.com

B2S Back to School ช่วยผู้ปกครองประหยัด คุ้ม รับเปิดเทอม

B2S Back to School ช่วยผู้ปกครองประหยัด คุ้ม รับเปิดเทอม

B2S Back to School ช่วยผู้ปกครองประหยัด คุ้ม รับเปิดเทอม

วันพฤหัสบดี ที่ 22 พฤษภาคม พ.ศ. 2568, 12.35 น.

บีทูเอส ในเครือเซ็นทรัลรีเทล ช่วยผู้ปกครองประหยัดรับเปิดเทอม จัดแคมเปญสุดพิเศษ “B2S Back to School เปิดเทอมแล้วต้องคูล” ยกขบวนไอเทมอุปกรณ์การเรียนกว่า 20,000 รายการ ให้น้องๆ เตรียมพร้อมไปโรงเรียน ในราคาพิเศษ อาทิ เครื่องเขียน หนังสือ คู่มือเตรียมสอบ อุปกรณ์ศิลปะ ครบทุกสิ่งที่ B2S พร้อมมอบโปรโมชั่นพิเศษ รับคูปองส่วนลด ที่สาขา และ ออนไลน์ ตั้งแต่วันนี้ -30 มิถุนายน 2568

จิตรลดา หาญวรวงศ์ชัย กรรมการผู้จัดการใหญ่ กลุ่มธุรกิจบีทูเอส และ ออฟฟิศเมท กล่าวว่า “บีทูเอส ในเครือเซ็นทรัลรีเทล ขานรับนโยบายภาครัฐ ต้อนรับเทศกาลเปิดเทอมที่กำลังจะมาถึง จับมือกรมการค้าภายใน กระทรวงพาณิชย์ เข้าร่วมโครงการ “เปิดเทอม เติมพลัง” นับเป็นการรวมพลังครั้งใหญ่แห่งปีกับแคมเปญ “Back to School” เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจไทยลดภาระค่าใช้จ่ายให้แก่ผู้ปกครอง รวมถึงนักเรียนและนิสิต นักศึกษา ในช่วงเปิดเทอม อีกทั้งยังเป็นการกระตุ้นให้เกิดการใช้จ่าย ควบคู่ไปกับการสร้างความเข้มแข็งให้เศรษฐกิจไทยอีกด้วย โดยแคมเปญนี้ นอกจะมีโปรโมชั่นสินค้าราคาพิเศษทั้งที่ร้านและช่องทางออนไลน์มาให้ช้อปมากมายแล้ว B2S ยังได้ผนึกกำลังร่วมกับ 15 แบรนด์ชั้นนำ ภายในเครือเซ็นทรัลรีเทลและพันธมิตรต่างๆ เพื่อมอบคูปองส่วนลด คุ้มเป็นแพ็ค รวมมูลค่ากว่า 7,200 บาท แจกคูปองส่วนลดกว่า 1 ล้านใบ ให้ช้อปต่อกับแบรนด์ที่ร่วมรายการ อาทิ B2S, TOPS, Central, Robinson, Supersports, PowerBuy, OfficeMate, GO Wholesale, go!Wow, Auto1, YOGURUTO, White Story, ANGKRIZ และ A LITTLE SOMETHING  ที่จะช่วยให้ผู้ปกครองและนักเรียน ประหยัด คุ้มมากกว่า ซื้อสินค้าที่จำเป็นไปโรงเรียนรับเปิดเทอมนี้” ดูรายละเอียดเพิ่มเติม ที่ >>https://bit.ly/4jf6Vlu

พบกับโปรโมชั่นพิเศษ ที่จะช่วยให้ผู้ปกครองประหยัด คุ้มค่ามากกว่า  อาทิ

  • เมื่อช้อปครบ 300 บาทขึ้นไป/ใบเสร็จ  รับคูปองส่วนลดที่สาขา และ ออนไลน์มูลค่ารวมกว่า 7,200 บาท* ไปช้อปร้านค้าที่ร่วมรายการกว่า 15 ร้านค้าในเครือเซ็นทรัล และส่วนลดจากพันธมิตร ทั้งโรงเรียนสอนพิเศษ และร้านอาหารอีกหลายร้าน
  • ซื้อ 7 ฟรี 1* คละสินค้าได้ ทั้งเครื่องเขียน สมุด อุปกรณ์สำนักงาน และ อุปกรณ์ศิลปะ DIY ตั้งแต่วันนี้ – 29 พ.ค. 68  *ยกเว้นสินค้า กระดาษถ่ายเอกสาร กระดาษสี กระดาษโปสเตอร์ แพลนบอร์ด และปากกา Design Pen (**เฉพาะสินค้าอุปกรณ์ศิลปะไม่สามารถใช้ร่วมกับรายการส่งเสริมการขายอื่นได้)
  • ดินสอสีไม้ Master Art, KIOKU, ELFEN, ELEPHANT, HORSE ช้อปปุ้บ ลดทันที 20%*  
  • หนังสือเสริมทักษะ และ หนังสือเรียนระดับอนุบาล  จากสำนักพิมพ์ MIS ซื้อเล่มที่ 2 ลด 20%*  (*เฉพาะปกที่ร่วมรายการ)
  • พิเศษเฉพาะลูกค้าที่มีแอป The 1 เท่านั้น!!! รับ 300 คะแนน The 1 ทันที เพียงช้อปสะสมครบ 3,000 บาท ที่ บีทูเอส ทุกสาขา หรือช้อปผ่านเว็บไซต์ http://www.b2s.co.th เงื่อนไขเพิ่มเติมคลิก! https://go.the1.co.th/UohD/w48i6be9  ตั้งแต่วันนี้ – 30 มิ.ย. 2568
  • โปรเด็ด โปรดี น้องนักเรียน นักศึกษา และครู ช้อปทุกวัน จันทร์ – ศุกร์ ลดทันที ????????%* สำหรับซื้อสินค้า 400 บาทขึ้นไป / ใบเสร็จ
  • พิเศษ! สำหรับสมาชิกบัตรเครดิต Central The 1 Credit Card, KTC, Krungsri Credit Card,SCB, Central The 1 First Choice ช้อปอุปกรณ์การเรียน ผ่อนได้ 0%* นานสูงสุด 10 เดือน*

หาซื้อไอเทมสุดคูลต้อนรับเปิดเทอมนี้ ที่ B2S ได้ง่ายๆ ที่ ได้แล้ววันนี้ที่ร้าน B2S สาขาทั่วประเทศประเทศ หรือช้อป B2S ออนไลน์ สามารถดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ www.b2s.co.th และ https://www.facebook.com/B2S Thailand และเมื่อช้อปอุปกรณ์การเรียนที่ B2S ยังสามารถขอรับใบกำกับภาษีแบบเต็มรูป เพื่อนำมาเบิกเงินอุดหนุนจากโรงเรียนได้อีกด้วย

MLC2 จุดพลังผู้นำคุณธรรมรุ่นใหม่ ลดเหลื่อมล้ำ สู่ไทยยั่งยืน

MLC2 จุดพลังผู้นำคุณธรรมรุ่นใหม่ ลดเหลื่อมล้ำ สู่ไทยยั่งยืน

MLC2 จุดพลังผู้นำคุณธรรมรุ่นใหม่ ลดเหลื่อมล้ำ สู่ไทยยั่งยืน

วันพฤหัสบดี ที่ 22 พฤษภาคม พ.ศ. 2568, 12.00 น.

ศูนย์คุณธรรม (องค์การมหาชน) เดินหน้าจัด “โครงการพัฒนาเครือข่ายคุณธรรมผู้นำการเปลี่ยนแปลงยุคใหม่สู่เป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน รุ่นที่ 2” หรือ MLC2 ภายใต้แนวคิด “ลดความเหลื่อมล้ำในสังคมไทย ประสานความร่วมมือเพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืน” โดยมีเป้าหมายสร้างผู้นำคุณธรรมรุ่นใหม่ที่สามารถขับเคลื่อนการเปลี่ยนแปลงในสังคมไทยอย่างเป็นรูปธรรม

เมื่อวันที่ 21 พฤษภาคม 2568 ศูนย์คุณธรรม (องค์การมหาชน) ได้จัดพิธีเปิด “โครงการพัฒนาเครือข่ายคุณธรรมผู้นำการเปลี่ยนแปลงยุคใหม่สู่เป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน รุ่นที่ 2” หรือ MLC2 ณ โรงแรมฮอลิเดย์ อินน์ สีลม กรุงเทพฯ โดยมีเป้าหมายเพื่อพัฒนาศักยภาพผู้นำยุคใหม่ที่ยึดหลักคุณธรรม ก้าวสู่การเป็นผู้นำการเปลี่ยนแปลง พร้อมเชื่อมพลัง 5 เครือข่ายทางสังคม ได้แก่ 1) ภาครัฐ/ รัฐวิสาหกิจ 2) ภาคธุรกิจเอกชน
3) ภาคชุมชน/ ประชาสังคม 4) ภาคสื่อมวลชน และ 5) ภาคสถาบันการศึกษา ในรูปแบบ Cross-Sector Collaboration ผลักดันให้เกิดนวัตกรรมทางสังคม (Social Innovation) เพื่อแก้ไขปัญหาความเหลื่อมล้ำใน 3 มิติ ได้แก่ เศรษฐกิจ สังคม สิ่งแวดล้อม และร่วมกันขับเคลื่อนสังคมไทยสู่ความยั่งยืน

พลอากาศเอกชลิต พุกผาสุข องคมนตรี

โครงการนี้ได้รับเกียรติจาก พลอากาศเอกชลิต พุกผาสุข องคมนตรี เป็นประธานเปิดงาน พร้อมกล่าวปาฐกถาพิเศษในหัวข้อ “ผู้นำคุณธรรมวิถียั่งยืน” โดยเน้นย้ำว่า “ผู้นำคุณธรรมวิถียั่งยืน คือหัวใจสำคัญในการเปลี่ยนผ่านสังคมไทยให้ยืนหยัดอยู่ท่ามกลางการเปลี่ยนแปลงของโลก ด้วยการสร้างความเข้าใจและการยอมรับในความแตกต่าง เชื่อมโยงพลังของทุกภาคส่วนผ่านคุณธรรมเพื่อผลักดันให้เกิดการพัฒนา
ที่ยั่งยืนอย่างแท้จริง”

 คุณหญิงปัทมา ลีสวัสดิ์ตระกูล ประธานกรรมการศูนย์คุณธรรม

ในโอกาสเดียวกัน คุณหญิงปัทมา ลีสวัสดิ์ตระกูล ประธานกรรมการศูนย์คุณธรรม ได้กล่าวต้อนรับผู้เข้าร่วมโครงการ จำนวน 32 คน จาก 32 องค์กร ว่า “ศูนย์คุณธรรมมุ่งสร้างสังคมคุณธรรมด้วยพลังเครือข่ายและนวัตกรรม เราเชื่อมั่นว่าการรวมตัวของผู้นำจากหลากหลายภาคส่วนในโครงการนี้จะจุดประกายความเปลี่ยนแปลงได้ในเชิงนโยบาย และเกิดผลลัพธ์อย่างเป็นรูปธรรมในสังคมไทย”

รศ.นพ.สุริยเดว ทรีปาตี ผู้อำนวยการศูนย์คุณธรรม

ด้าน รศ.นพ.สุริยเดว ทรีปาตี ผู้อำนวยการศูนย์คุณธรรม กล่าวถึงที่มาของโครงการว่า “โครงการ MLC2 เป็นกลไกสำคัญในการสร้างระบบนิเวศคุณธรรมของประเทศ โดยใช้หลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงเป็นกรอบในการพัฒนาคนให้มีความพอประมาณ มีเหตุผล และมีภูมิคุ้มกัน พร้อมเชื่อมโยงเครือข่ายระดับชาติ ในการสร้างแนวทางการลดความเหลื่อมล้ำในสังคมไทย ทั้งในมิติเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อม”

ทั้งนี้ โครงการ MLC2 จัดขึ้นต่อเนื่องตลอด 10 สัปดาห์ ตั้งแต่วันที่ 21 พฤษภาคม ถึง 30 กรกฎาคม 2568 โดยกิจกรรมภายใต้โครงการครอบคลุมทั้งการบรรยายพิเศษจากผู้ทรงคุณวุฒิ กิจกรรมแลกเปลี่ยนเรียนรู้ในห้องปฏิบัติการ “Moral Innovation Lab” การดูงานต้นแบบ และการนำเสนอแนวคิดเพื่อขับเคลื่อนคุณธรรมในระดับพื้นที่และเชิงนโยบาย โดยมีกิจกรรมเด่น ได้แก่ The 2030 SDGs Experience: Interactive Simulation โดยมูลนิธิแม่ฟ้าหลวงฯ และกิจกรรมดูงาน Sustainable & Moral Leadership in Action ณ โครงการศูนย์บริการการพัฒนาปลวกแดง ตามพระราชดำริ จังหวัดระยอง (เมืองพระมหาชนก) พร้อมรับฟังการบรรยาย “พลิกขยะเป็นพลังสู่ชุมชนยั่งยืน” โดยชุมชนคุณธรรมวัดชากลูกหญ้า ระยอง  ซึ่งแสดงให้เห็นพลังของนวัตกรรมจากชุมชนในการตอบโจทย์ SDGs และปิดฉากด้วยการนำเสนอผลงานโดยผู้นำคุณธรรมรุ่นใหม่ เพื่อผลักดันเป็นข้อเสนอเชิงนโยบายและสร้างความเปลี่ยนแปลงในสังคมไทยอย่างยั่งยืน

“โครงการพัฒนาเครือข่ายคุณธรรมผู้นำการเปลี่ยนแปลงยุคใหม่สู่เป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน รุ่นที่ 2” หรือ MLC2 ซึ่งจัดโดย สถาบันวิทยาการคุณธรรม ศูนย์คุณธรรม (องค์การมหาชน) ถือเป็นต้นแบบการขับเคลื่อนสังคมด้วยพลังคุณธรรมในรูปแบบ Cross-Sector Collaboration ซึ่งจะนำไปสู่ผลลัพธ์ในระดับพื้นที่และระดับนโยบาย สอดคล้องกับเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน (SDGs) ของสหประชาชาติ ด้วยกระบวนการพัฒนาทักษะเชิงคุณธรรมควบคู่ความรู้ร่วมสมัย เสริมสร้างผู้นำยุคใหม่ที่เข้าใจความเปลี่ยนแปลงของโลก พร้อมสร้างเครือข่าย Cross-Sector Alliance ที่ยั่งยืน ผู้นำการเปลี่ยนแปลงที่เข้าร่วมจะได้รับการพัฒนาศักยภาพผ่านกิจกรรมเชิงลึกในประเด็น “เศรษฐกิจ สังคม สิ่งแวดล้อม” พร้อมเป้าหมายสร้าง “นวัตกรรมลดความเหลื่อมล้ำ” ที่สามารถขยายผลได้จริงในระดับนโยบายและพื้นที่ เพื่อมุ่งสู่สังคมไทยที่มีคุณธรรมและความยั่งยืนอย่างแท้จริง

มอบเงินให้โรงพยาบาลเทียนฟ้ามูลนิธิ

มอบเงินให้โรงพยาบาลเทียนฟ้ามูลนิธิ

มอบเงินให้โรงพยาบาลเทียนฟ้ามูลนิธิ

วันพฤหัสบดี ที่ 22 พฤษภาคม พ.ศ. 2568, 11.23 น.

ปณต สิริวัฒนภักดี ในฐานะประธานการจัดงานตรุษจีนเยาวราช ประจำปี 2568 พร้อมด้วย กมลนัย ชัยเฉนียน รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ สายงานบริหารกลาง บริษัท ทีซีซี แอสเซ็ทส์ (ประเทศไทย)จำกัด และ ภาวินี ไชยสิทธิ์ ผู้อำนวยการสำนักประสานงานภายนอก บริษัท ไทยเบฟ เวอเรจ จำกัด (มหาชน) ร่วมส่งมอบเงินจำนวน 110,454 บาท จากการจำหน่ายผลิตภัณฑ์ในเครือและสินค้าชุมชน งานตรุษจีนเยาวราช ปี 2568 ให้กับ สมัย กวักเพฑูรย์ ประธานกรรมการโรงพยาบาลเทียนฟ้ามูลนิธิ และคณะกรรมการ เพื่อสมทบทุนช่วยเหลือผู้ป่วยและกิจกรรมสาธารณชนต่างๆ ณ โรงพยาบาลเทียนฟ้ามูลนิธิ เขตสัมพันธวงศ์ กรุงเทพมหานคร