เริ่มแล้ว !!! ไอคอนสยาม จับมือ เมืองสุขสยาม และเดียร์ทัมมี่ ชวนมาช้อป ชิม มหัศจรรย์แห่งผลไม้ ส่งตรงความสดจากสวนทั่วไทย

เริ่มแล้ว !!! ไอคอนสยาม จับมือ เมืองสุขสยาม และเดียร์ทัมมี่  ชวนมาช้อป ชิม มหัศจรรย์แห่งผลไม้ ส่งตรงความสดจากสวนทั่วไทย

เริ่มแล้ว !!! ไอคอนสยาม จับมือ เมืองสุขสยาม และเดียร์ทัมมี่ ชวนมาช้อป ชิม มหัศจรรย์แห่งผลไม้ ส่งตรงความสดจากสวนทั่วไทย

วันพฤหัสบดี ที่ 22 พฤษภาคม พ.ศ. 2568, 06.00 น.

ตอกย้ำเป้าหมายในการขับเคลื่อนธุรกิจให้เติบโตอย่างยั่งยืน ไอคอนสยาม ร่วมกับเมืองสุขสยาม และเดียร์ทัมมี่ ไลฟ์สไตล์ซูเปอร์มาร์เก็ต พร้อมด้วยเครือข่ายเกษตรกรชาวสวนผลไม้ทั่วภูมิภาค ยกขบวนผลไม้ไทยประจำฤดูกาลในช่วงเวลาที่ดีที่สุดของปี  คัดสรรผลไม้ไทยคุณภาพดีที่สุด อร่อยที่สุด จากทุกภาคทั่วประเทศไทยมาให้เลือกชิม เลือกซื้อ ครบที่สุดในที่เดียว ในงาน “SOOKSIAM Amazing Thai Fruits Paradise 2025” เพื่อสนับสนุนเกษตรกรไทยให้มีโอกาสพบกับผู้บริโภคโดยตรง ขับเคลื่อนเศรษฐกิจและสร้างรายได้ให้กับประเทศ  

เมืองสุขสยาม จัดเต็มผลไม้จากเครือข่ายเกษตรกรชาวสวน ส่งตรงจากสวนถึงลูกค้าราคาสุดพิเศษ ในงาน “SOOKSIAM Amazing Thai Fruits Paradise 2025” ตั้งแต่วันนี้ – 26 พฤษภาคม 2568 โดยความร่วมมือของกรมส่งเสริมการเกษตร สมาคมพืชสวนแห่งประเทศไทย  และเครือข่ายเกษตรกรชาวสวนผลไม้ไทย นำเสนอความมหัศจรรย์ของผลไม้ไทยให้ชาวไทยและชาวต่างชาติได้ลิ้มลอง ในราคาสุดพิเศษจากหน้าสวนถึงผู้บริโภคโดยตรง โดยเนรมิตพื้นที่รอบเมืองสุขสยามให้กลายเป็นถนนสายผลไม้ เลือกสรรผลไม้ตามฤดูกาล ที่ดีที่สุด อร่อยที่สุด ส่งตรงจากสวนเกษตรกรทั้ง 4 ภาคของไทยมานำเสนอ

เริ่มจาก ทุเรียนหลากหลายสายพันธุ์จากแหล่งเพาะปลูกที่ดีที่สุด ทุเรียนจากสวนประตูจันท์จากจังหวัดจันทบุรี ไม่ว่าจะเป็นทุเรียนหมอนทอง, มูซังคิง, ทุเรียนโบราณพันธุ์กบสุวรรณ ซึ่งหารับประทานได้ยากมากในปัจจุบัน  ทุเรียนหนามดำ (โอวฉี) จากต้นทุเรียนชนะเลิศที่ปีนัง ประเทศมาเลเซีย นอกจากนี้ ยังมีทุเรียนจากสวนเกตรกรไทย อาทิ ทุเรียนหลงลับแล จากสวนไฮฮิลล์ จังหวัดพิษณุโลก, ทุเรียนชะนีไข่ นวลทองจันท์ นกหยิบ พวงมณี จากสวนรินรดา จังหวัดจันทบุรี ทุเรียนภูเขาไฟ จังหวัดศรีสะเกษ, ทุเรียนหมอนทองออแกนิค จากสวนผสมผสานไร่มีสุข จังหวัดอุทัยธานี

พร้อมยกทัพที่สุดผลไม้จากทั่วประเทศไทยมาไว้ในที่เดียว อาทิ มังคุด, เงาะโรงเรียน, สละสุมาลี, ขนุนทองประเสริฐ จากภาคตะวันออก, ลิ้นจี่ฮงฮวย, ลิ้นจี่อัมรินทร์, มะม่วงไซซี, มะม่วงสุ่ยมี่เถา, มะม่วงพระอาทิตย์, อะโวคาโด จากภาคเหนือ, มะม่วงน้ำดอกไม้, ฝรั่งกิมจู, ฝรั่งสุ่ยมี่, กระท้อนปุยฝ้าย, มะไฟ, ลองกอง, น้อยหน่า, เมล่อนญี่ปุ่นเนื้อเขียวและเนื้อส้ม, กล้วยหอม จากภาคกลาง ฝรั่งหงเปาสือ, แตงโมทรัมอัพ จากภาคอีสาน, สับปะรดปัตตาเวีย, ส้มโอทับทิมสยาม, มังคุดใต้, มะละกอเรดเลดี้ จากภาคใต้

 นอกจากนี้ ยังมีผลไม้ที่หาทานยาก  “มะพร้าวกะทิ” บ้านแพ้ว จากจังหวัดสมุทรสาคร และส้มโอขาวใหญ่ จากจังหวัดสมุทรสงคราม ไม่เพียงแค่นั้น เมืองสุขสยาม ยังเปิดพื้นที่สนับสนุนสินค้าจากชุมชน ภูมิภาคต่างๆทั่วไทย เพื่อส่งเสริมเศรษฐกิจที่ยั่งยืน อาทิ มะม่วงน้ำปลาหวาน มะม่วงแก้วขมิ้น จากสวนต.ตระกูล จังหวัดเชียงราย, มะขามหวาน, ไอศกรีมมะพร้าว, ข้าวเหนียวมะม่วง และผลไม้แปรรูป เช่น ทุเรียนฟรีดราย, มังคุดอบแห้ง เครื่องดื่มน้ำผลไม้นานาชนิด

พิเศษเฉพาะที่ เมืองสุขสยาม ช้อปฟิน ราคาหน้าสวน จากสวนเกษตรโดยตรง กับหลากหลายผลไม้ที่ส่งตรงจากสวนทั่วไทย สลับหมุนเวียนมาจำหน่ายทุกวัน ตั้งแต่เวลา 11.00-18.00 น. ณ บริเวณประตูสุขสุวรรณศาลา และทุกวันยังมีผลไม้นาทีทอง 2 ช่วงเวลาแห่งความสุข 13.00-14.00 น. และ 17.00-18.00 น. ให้คนรักผลไม้ได้จัดเต็มกับการเลือกซื้อผลไม้หลากหลายในราคาพิเศษ และพบกับทุเรียนหมอนทองคุณภาพจากสวนทุเรียนประตูจันท์  จังหวัดจันทบุรี ในราคาพิเศษ กิโลกรัมละ 149 บาท บริเวณลานเมือง 2

ด้าน เดียร์ทัมมี่ ไลฟ์สไตล์ซูเปอร์มาร์เก็ต ชั้น G ไอคอนสยาม ร่วมสนับสนุนเกษตรกรชาวสวนไทย ต้อนรับฤดูกาลผลไม้ด้วยแคมเปญ“Fruitful Fest 2025” คัดสรรผลไม้หน้าร้อนเกรดพรีเมี่ยม มาตรฐานส่งออก หลากหลายชนิดจากทั่วประเทศมาให้ลูกค้าทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติได้ลิ้มผลไม้ไทยในฤดูกาลที่ให้รสชาติดีที่สุด  ตั้งแต่วันที่ 15-31 พฤษภาคม 2568 อาทิ   ทุเรียนคัดเกรดพิเศษจากทั่วประเทศ มากกว่า 10 สายพันธุ์  ทั้งหลงลับแล รสชาติหอม หวาน และมีให้ทานแค่ช่วงฤดูกาลนี้เท่านั้น , มูซังคิง เนื้อเยอะ เมล็ดเล็กลีบบาง รสชาติมีเอกลักษณ์เฉพาะตัว , หมอนทอง สายพันธ์ยอดฮิต กรอบนอกนุ่มใน , ก้านยาว รสชาติหวานมันกลมกล่อม, ชะนี รสชาติหวาน เนื้อละเอียด, นกกระจิบ โดดเด่ดด้วยเนื้อทุเรียนที่สุกละเอียด เนียน สีเหลืองเข้ม เนื้อเยอะ เมล็ดลีบ, พวงมณี ผลเล็ก หวานจัด เนื้อละเอียด, กระดุมทอง รสชาติหวานมันเป็นเอกลักษณ์ , นวลทองจันทร์ ผลคล้ายหมอนทอง แต่มีความพิเศษคือผิวสวย เหลืองทอง เนื้อหนา เมล็ดเล็กลีบ และกลิ่นไม่ฉุน, นกหยิบผลสีเขียวอมเหลือง มีเนื้อมาก เป็นสีเหลืองชัดเจน มีกลิ่นหอมกำลังดีไม่ฉุนจัด รสชาติหวานมันปานกลาง เนื้อค่อนข้างเนียนละเอียดเส้นใยไม่เยอะ, ป่าละอู มีรสหวาน เนื้อหนาเนียนละเอียด สีเหลืองอ่อน มีความมันมากกว่าหวาน กลิ่นไม่รุนแรง ชาวไทยและชาวต่างชาติชื่นชอบ ได้รับการขึ้นทะเบียน GI จากกรมทรัพย์สินทางปัญญา

ภายในงานจะได้พบกับ สละสุมาลีจากตราดและพัทลุง, เงาะ มังคุด ลองกอง จากสวนดังภาคตะวันออก, ส้มโอทับทิมสยาม สินค้า GI นครศรีธรรมราช, มะละกอเรดเลดี้จากพังงา, สับปะรดภูแล สินค้า GI เชียงราย, เสาวรสพันธุ์หม่าเทียนซิน, ลำไยพวงทองจากลำพูน, ลิ้นจี่จักรพรรดิ์และส้มสายน้ำผึ้งจากเชียงใหม่, เมล่อนสายพันธุ์ยอดฮิตจากกาญจนบุรีและอ่างทอง, ขนุนทองประเสริฐจากปราจีนบุรี, ขนุนทองพลอยจากกำแพงเพชร, ส้มโอขาวน้ำผึ้งจากราชบุรี, ฝรั่งหลากหลายสายพันธุ์จากนครปฐม, มะม่วงน้ำดอกไม้ สินค้า GI ชัยภูมิ, น้อยหน่าเพชรปากช่อง จากนครราชสีมา, แก้วมังกรจากเลย, แตงโมแบล็คชูการ์จากนครพนม

นอกจากนี้ ยังยกทัพผลิตภัณฑ์พร้อมรับประทานมากมายมาให้ได้ลิ้มลองกันอย่างจุใจ ไม่ว่าจะเป็นขนมไทยหลากหลายชนิด ไอศกรีมที่มีส่วนผสมจากผลไม้สด และน้ำผลไม้สดใหม่พร้อมดื่ม อาทิ น้ำทุเรียนปั่น น้ำมะม่วงสดปั่น 100% น้ำมะพร้าวสด น้ำมะม่วงเสาวรส น้ำมะปี๊ด น้ำมังคุด น้ำแอปเปิ้ล น้ำผลไม้สกัดเย็น น้ำส้มคั้นรสชาติหวานสดชื่น ที่มาพร้อมเนื้อส้มและเกล็ดส้มเคี้ยวเพลิน พร้อมกันนี้ยังได้คัดสรรผลไม้นำเข้าคุณภาพเยี่ยมจากต่างประเทศมาให้เลือกซื้ออย่างหลากหลาย โดยเฉพาะแอปเปิ้ลจากประเทศญี่ปุ่น ที่มีให้เลือกทั้งแอปเปิ้ลชิยูกิ (Shiyuki), แอปเปิ้ลโอริน (Orin) และแอปเปิ้ลฟูจิ (Fuji) อีกทั้งยังมีผลไม้ที่เป็นของฝากยอดฮิตสำหรับนักท่องเที่ยว เช่น มะม่วงอบแห้ง มะพร้าวอบแห้ง ทุเรียนอบแห้ง ทุเรียนอบกรอบ มังคุดอบแห้ง และสับปะรดอบแห้ง

สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมของงานได้ที่ โทร.1338 หรือ www.iconsiam.com และติดตามความเคลื่อนไหวต่าง ๆ ได้ทางFacebook : ICONSIAM

‘แอสเซทไวส์’ จับมือ ‘เปี่ยมสุข’ จัดคอนเสิร์ตการกุศล มอบเงินสมทบทุนดูแลผู้ป่วยและสนับสนุนวิจัยทางการแพทย์

‘แอสเซทไวส์’ จับมือ ‘เปี่ยมสุข’ จัดคอนเสิร์ตการกุศล   มอบเงินสมทบทุนดูแลผู้ป่วยและสนับสนุนวิจัยทางการแพทย์

‘แอสเซทไวส์’ จับมือ ‘เปี่ยมสุข’ จัดคอนเสิร์ตการกุศล มอบเงินสมทบทุนดูแลผู้ป่วยและสนับสนุนวิจัยทางการแพทย์

วันพฤหัสบดี ที่ 22 พฤษภาคม พ.ศ. 2568, 06.00 น.

บริษัท แอสเซทไวส์ จำกัด (มหาชน) นำโดย นายกรมเชษฐ์ วิพันธ์พงษ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร และบริษัท เปี่ยมสุข พร็อพเพอร์ตี้ ดีเวลลอปเม้นท์ จำกัด นำโดย นายกิติพงษ์ กุลไพศาลธรรม กรรมการผู้จัดการ ร่วมกันจัดงาน “คอนเสิร์ตการกุศล สืบสานเพลงสุนทราภรณ์ 2” ต่อเนื่องเป็นปีที่ 2 ซึ่งได้รับการตอบรับจากแฟนเพลงอย่างอบอุ่น จนจำหน่ายบัตรเข้าชมได้หมดทุกที่นั่ง โดยบรรยากาศภายในงานเต็มไปด้วยความสุข ความซาบซึ้งจากบทเพลงอมตะ และความอิ่มเอมใจที่ได้ร่วมส่งต่อพลังแห่งการให้ เพื่อเพิ่มศักยภาพด้านการดูแลรักษาผู้ป่วยและสนับสนุนการศึกษาวิจัยทางการแพทย์ ยกระดับระบบสาธารณสุขของประเทศ

ทั้งนี้ รายได้หลังหักค่าใช้จ่ายจากการจัดคอนเสิร์ตครั้งนี้ จำนวนรวม 700,000 บาท ได้มอบให้แก่โรงพยาบาลพระนั่งเกล้า และมูลนิธิโรงพยาบาลพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหาร ในพระสังฆราชูปถัมภ์ โดยมี นพ.สกล สุขพรหม ผู้อำนวยการโรงพยาบาลพระนั่งเกล้า และ ศ.ดร.สุชัชวีร์ สุวรรณสวัสดิ์ ประธานมูลนิธิโรงพยาบาลพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหาร ในพระสังฆราชูปถัมภ์ เป็นผู้รับมอบ ณ หอประชุมใหญ่ ศูนย์วัฒนธรรมแห่งประเทศไทย

นพ.สกล สุขพรหม ผู้อำนวยการโรงพยาบาลพระนั่งเกล้า เล่าว่า จ.นนทบุรีเป็นจังหวัดขนาดใหญ่ที่มีประชากรรวมกว่า 2 ล้านคน โดยกว่า 20% เป็นผู้ที่มีอายุเกิน 60 ปี ซึ่งมักจะมีอาการกลุ่มโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง (NCDs) เช่น เบาหวาน ความดันโลหิตสูง ไขมันในเลือดสูง และโรคแทรกซ้อน เช่น ไตวาย เส้นเลือดในสมองตีบ ทำให้ปัจจุบัน รพ.พระนั่งเกล้า มีผู้ป่วยใน (IPD) กว่า 600 รายต่อวัน และผู้ป่วยนอก (OPD) เข้ารับการรักษามากกว่า 3,000 รายต่อวัน แต่ รพ. มีแพทย์ราว 200 คน และยังขาดแคลนพยาบาล ที่ผ่านมา รพ. จึงต้องนำเทคโนโลยีเข้ามาช่วยลดเวลาและยกระดับการเข้ารักษา อาทิ ระบบการแพทย์ทางไกล (Telemedicine), ระบบบัตรคิวออนไลน์ ส่งในไลน์แพทย์และผู้ป่วยอัตโนมัติ โดยไม่ต้องรอหน้าห้องตรวจ, ตู้ห่วงใย ให้ประชาชนที่เจ็บป่วยเล็กน้อยสามารถพบแพทย์และรับยาได้

ขณะเดียวกัน รพ.พระนั่งเกล้า ยังเป็นศูนย์รักษาโรคเฉพาะทางที่สำคัญของจังหวัด อาทิ ศูนย์โรคหัวใจ ศูนย์เคมีบำบัด ศูนย์อุบัติเหตุฉุกเฉิน เพื่อดูแลผู้ป่วยในเชิงลึก รวมถึงจัดตั้งคลินิกเวชศาสตร์วิถีชีวิต ที่เน้นการส่งเสริมสุขภาพและป้องกันการเกิดโรค รวมถึงสนับสนุนให้ผู้ป่วยสามารถฟื้นฟูสุขภาพและกลับไปใช้ชีวิตได้ตามปกติ ซึ่งที่ผ่านมา รพ. ได้รับงบประมาณสนับสนุนจากภาครัฐมาอย่างต่อเนื่อง แต่อาจจะยังไม่เพียงพอสำหรับการดูแลรักษาผู้ป่วยได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ จึงขอเชิญชวนผู้มีจิตศรัทธาร่วมสมทบทุนบริจาค เพื่อร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการยกระดับ และเสริมศักยภาพการรักษาพยาบาล ทั้งใน รพ.พระนั่งเกล้า และ รพ.ของรัฐทั่วประเทศ ให้สามารถดูแลผู้ป่วยได้อย่างทั่วถึงและมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น โดยบุคคลธรรมดาและนิติบุคคลสามารถนำยอดบริจาคไปหักลดหย่อนภาษีได้ 2 เท่า

ด้าน ศ.ดร.สุชัชวีร์ สุวรรณสวัสดิ์ ประธานมูลนิธิโรงพยาบาลพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหาร ในพระสังฆราชูปถัมภ์ กล่าวว่า ตั้งแต่เริ่มจัดตั้งมูลนิธิฯในปี 2563 จนถึงปัจจุบัน ทางมูลนิธิฯได้พัฒนาและส่งมอบเครื่องมือแพทย์มากกว่า 5,000 ชิ้น ให้แก่ รพ.ต่างๆ ราว 500 แห่งทั่วประเทศ อาทิ เครื่องจ่ายออกซิเจน KMITL High Flow และเครื่องผลิตออกซิเจน เพื่อช่วยเหลือผู้ป่วยในช่วงสถานการณ์โควิด-19 พร้อมกับตั้ง รพ.พระจอมเกล้าเจ้าคุณทหาร เพื่อรองรับผู้ป่วยโดยเฉพาะกลุ่มผู้ป่วยสูงอายุที่ต้องพึ่งพาเทคโนโลยีในการดูแลรักษา และเพื่อเป็นแหล่งวิจัยพัฒนานวัตกรรมอุปกรณ์ทางการแพทย์แห่งแรกของประเทศ ซึ่งจะช่วยลดการนำเข้าอุปกรณ์ทางการแพทย์จากต่างประเทศ ล่าสุด รพ. ได้เปิดทดลองรักษาเมื่อต้นเดือน เม.ย. ที่ผ่านมา แต่ยังคงขาดแคลนเตียงและอุปกรณ์ทางการแพทย์ ทำให้ยังไม่สามารถรองรับการรักษาผู้ป่วยในได้เต็มที่ นอกจากนี้ รพ. ยังมีแผนพัฒนาศูนย์ทางด้านปัญญาประดิษฐ์และสมอง (Center of Natural and Artificial Intelligence) แห่งแรกของประเทศไทย เพื่อยกระดับการดูแลรักษาและพัฒนานวัตกรรมทางการแพทย์ในอนาคต ซึ่งยังต้องการทุนสนับสนุนในการพัฒนาและดำเนินงาน

กรมเชษฐ์ วิพันธ์พงษ์ และ กิติพงษ์ กุลไพศาลธรรม

“ขอขอบคุณแอสเซทไวส์ เปี่ยมสุข และผู้มีจิตศรัทธาทุกท่านเป็นอย่างสูงที่ร่วมให้การสนับสนุนในครั้งนี้ รพ.พระจอมเกล้าเจ้าคุณทหาร มีความมุ่งมั่นที่จะเป็นหนึ่งในจุดเปลี่ยนที่ช่วยแก้ปัญหาด้านสาธารณสุขไทย ซึ่งเราจะนำเงินสนับสนุนที่ได้รับในครั้งนี้ ไปจัดตั้งศูนย์ฯเพื่อพัฒนาเทคโนโลยีเครื่องมือแพทย์ของเราเอง รวมถึงสนับสนุนกิจการของ รพ. ในการรักษาผู้ป่วยให้มีประสิทธิภาพ และเกิดประโยชน์สูงสุด” ศ.ดร.สุชัชวีร์ กล่าวในที่สุด

‘คาโอ’จุดประกายความรู้สู่ความยั่งยืน มอบโต๊ะรีไซเคิลแก่โรงเรียน ตชด.ทั่วประเทศ

‘คาโอ’จุดประกายความรู้สู่ความยั่งยืน มอบโต๊ะรีไซเคิลแก่โรงเรียน ตชด.ทั่วประเทศ

‘คาโอ’จุดประกายความรู้สู่ความยั่งยืน มอบโต๊ะรีไซเคิลแก่โรงเรียน ตชด.ทั่วประเทศ

วันพฤหัสบดี ที่ 22 พฤษภาคม พ.ศ. 2568, 06.00 น.

ตอกย้ำการฉลองดำเนินธุรกิจปีที่ 60 บริษัท คาโอ อินดัสเตรียล (ประเทศไทย) จำกัด ตอกย้ำการฉลองดำเนินธุรกิจปีที่ 60 เดินหน้าพันธกิจเพื่อสังคม ส่งมอบ “ชุดโต๊ะส่งเสริมการเรียนรู้” ผลิตจากวัสดุรีไซเคิล ที่สร้างสรรค์จากพลาสติกใช้แล้ว เพื่อมอบให้แก่โรงเรียนตำรวจตระเวนชายแดนทั่วประเทศ ภายใต้กิจกรรมครบรอบ 60 ปี ของคาโอ ประเทศไทย ชูแนวคิดการ “สร้างคุณค่าใหม่จากขยะพลาสติก” ผ่านเฟอร์นิเจอร์ที่ช่วยปลูกจิตสำนึกด้านสิ่งแวดล้อม และส่งเสริมการศึกษาให้กับเยาวชนไทย คาโอตั้งเป้ามอบให้โรงเรียน ตชด. ครบทั้ง 222 แห่ง ภายในระยะเวลา 4 ปี โดยเริ่มส่งมอบ 60 โรงเรียนทั่วประเทศไทยในปีนี้  

และเมื่อเร็วๆ นี้ นายอากิระ นิชิมากิ ประธานกรรมการ บริษัท คาโอ อินดัสเตรียล (ประเทศไทย) จำกัด  พร้อมพันธมิตรในพื้นที่ ได้ส่งมอบ “ชุดโต๊ะส่งเสริมการเรียนรู้” ผลิตจากวัสดุรีไซเคิล ให้กับกองบัญชาการตำรวจตระเวนชายแดน โดยมี พล.ต.ต.กัญชล อินทราราม รองผู้บัญชาการตำรวจตระเวนชายแดน เป็นผู้รับมอบ ณ อาคารจุลละพราหมณ์ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ)

นายอากิระ นิชิมากิ ประธานกรรมการ บริษัท คาโอ อินดัสเตรียล (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า “โครงการฯ นี้เกิดขึ้นจากความตั้งใจของคาโอที่ต้องการตอบแทนสังคมในโอกาสครบรอบ 60 ปี ภายใต้แนวคิด ‘คาโอร่วมสร้างสุขอนามัย คู่รอยยิ้มคนไทย’ โดยมอบ “ชุดโต๊ะส่งเสริมการเรียนรู้” ที่ผลิตจากพลาสติกใช้แล้วนำมาอัพไซเคิลเป็นเฟอร์นิเจอร์ใหม่ เพื่อมอบให้โรงเรียนตำรวจตระเวนชายแดนไว้ใช้เป็นพื้นที่ส่วนกลางในห้องสมุด โครงการฯ นี้ จึงไม่ใช่แค่การมอบเฟอร์นิเจอร์เพื่อการศึกษา แต่เป็นการต่อยอดแนวคิดเศรษฐกิจหมุนเวียน โดยมุ่งหวังให้ชุดโต๊ะอัพไซเคิลที่มอบนี้ ช่วยจุดประกายการตระหนักรู้ถึงคุณค่าของพลาสติกใช้แล้ว โดยเริ่มต้นจากการคัดแยกขยะอย่างถูกวิธี เป็นจุดเริ่มต้นของการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมของเด็ก ๆ ซึ่งคาโอตั้งใจมอบให้แก่โรงเรียน ตชด. ที่มีอยู่กว่า 222 แห่งทั่วประเทศ”

“ชุดโต๊ะส่งเสริมการเรียนรู้” ผลิตจากวัสดุรีไซเคิลประกอบด้วยพลาสติกใช้แล้ว ในส่วนต่าง ๆ ดังนี้ ตัวโต๊ะผลิตจากวัสดุไม้เทียม ซึ่งผลิตจากเศษพลาสติกและเศษไม้ ทำให้มีความแข็งแรงทนทาน ส่วนด้านบนผลิตจากฝาขวดน้ำพลาสติกใช้แล้ว จากนั้นวางทับด้วยแผ่นอะคริลิกใส โดยมีเบาะนั่งจำนวน 4 เบาะ จากผ้าอัพไซเคิลที่ผลิตจากขวดพลาสติกใช้แล้ว (โต๊ะ 1×1 เมตร สูง 30 เซนติเมตร ใช้ขวดประมาณ 1,600 ขวด)

ทั้งนี้  คาโอ ได้ร่วมมือกับ บริษัท พีทีที โกลบอล เคมิคอล จำกัด (มหาชน) หรือ GC ผู้นำในธุรกิจเคมีภัณฑ์ ซึ่งให้ความสำคัญกับการนำพลาสติกใช้แล้วมาเพิ่มมูลค่า ด้วยการรีไซเคิลและอัพไซเคิล โดยมีเป้าหมายร่วมกันคือ มุ่งส่งเสริมการศึกษาและปลูกฝังจิตสำนึกรักษ์สิ่งแวดล้อม จึงจัดทำโต๊ะอัพไซเคิลนี้ขึ้น มีคุณสมบัติแข็งแรงคงทน สวยงาม เหมาะแก่การใช้งานของเด็ก ๆ ในห้องสมุด โดยนอกจากตัวโต๊ะและเบาะที่มาจากการอัพไซเคิลแล้ว จุดเด่นคือด้านบนของโต๊ะทำจากแผ่นอะคริลิกใส ทำให้สามารถเปลี่ยนสื่อการสอนภายในโต๊ะได้อย่างอิสระ ช่วยให้การจัดการเนื้อหาได้อย่างยืดหยุ่นและทันสมัย รวมทั้งยังมีการส่งต่อแรงบันดาลใจจากเด็กไทยที่คว้ารางวัลจากโครงการประกวดภาพวาดสิ่งแวดล้อมนานาชาติระดับเยาวชน โดยคาโอ มาร่วมออกแบบถ่ายทอดความคิดสร้างสรรค์สะท้อนถึงจินตนาการด้านสิ่งแวดล้อมอีกด้วย

ปัจจุบัน “ชุดโต๊ะส่งเสริมการเรียนรู้” ผลิตจากวัสดุรีไซเคิล ได้ถูกส่งมอบไปยัง 6 โรงเรียนนำร่อง ได้แก่ โรงเรียน ตชด.บ้านเขาวัง จ.นครศรีธรรมราช, โรงเรียน ตชด.บ้านยางโพรง จ.สุราษฎร์ธานี, โรงเรียน ตชด.บ้านห้วยเป้า จ.เลย, โรงเรียน ตชด.บ้านคำสะอาด จ.อุบลราชธานี, โรงเรียน ตชด.เจ้าพ่อหลวงอุปถัมภ์ 2 จ.เชียงใหม่ และโรงเรียน ตชด.บำรุงที่ 41 ดอยล้าน จ.เชียงราย และกำหนดส่งจนครบ 60 โรงเรียนในปีนี้ ซึ่งเป็นแผนดำเนินโครงการต่อเนื่องเป็นระยะเวลา 4 ปี เพื่อมอบชุดโต๊ะอัพไซเคิลส่งเสริมการเรียนรู้ให้กับโรงเรียนตำรวจตระเวนชายแดนทั่วประเทศกว่า 222 แห่ง

โครงการนี้ไม่เพียงเป็นการสนับสนุนด้านการศึกษาในพื้นที่ห่างไกล แต่ยังต้องการจุดประกายและปลูกฝังจิตสำนึกด้านสิ่งแวดล้อมผ่านสื่อการเรียนรู้ที่จับต้องได้ คาโอเชื่อว่าเยาวชนควรได้รับทั้งความรู้และแรงบันดาลใจในการเห็นคุณค่าของพลาสติกใช้แล้วที่ถูกมองข้าม อีกทั้งโครงการฯ นี้ยังเป็นส่วนสำคัญในการตอบโจทย์กลยุทธ์ด้านความยั่งยืน หรือ Kirei Lifestyle Plan ของคาโอในด้านการสร้างโลกที่สะอาดและสมบูรณ์อีกด้วย  

คาร์เทียร์ ประเทศไทย ร่วมกับ จุฬาฯ เชิดชู 26 ผู้ประกอบการหญิงเพื่อสังคม ฉลองความสำเร็จหลักสูตร Cartier Women’s Initiative Entrepreneurial Program

คาร์เทียร์ ประเทศไทย ร่วมกับ จุฬาฯ เชิดชู 26 ผู้ประกอบการหญิงเพื่อสังคม  ฉลองความสำเร็จหลักสูตร Cartier Women’s Initiative Entrepreneurial Program

คาร์เทียร์ ประเทศไทย ร่วมกับ จุฬาฯ เชิดชู 26 ผู้ประกอบการหญิงเพื่อสังคม ฉลองความสำเร็จหลักสูตร Cartier Women’s Initiative Entrepreneurial Program

วันพฤหัสบดี ที่ 22 พฤษภาคม พ.ศ. 2568, 06.00 น.

คาร์เทียร์ ประเทศไทย ภายใต้ความร่วมมือกับจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เฉลิมฉลองให้กับความสำเร็จของผู้ประกอบการเพื่อสังคมที่ได้รับเลือกและสำเร็จการอบรมหลักสูตร Cartier Women’s Initiative (CWI) Entrepreneurial Program หลักสูตรระยะสั้น 6 สัปดาห์ที่ถูกออกแบบขึ้นโดยเฉพาะสำหรับผู้ประกอบการในประเทศไทย และจัดอบรมขึ้นเป็นครั้งแรก โดยพิธีสำเร็จการศึกษาของหลักสูตรได้จัดขึ้น ณ  โรงแรม Waldorf Astoria กรุงเทพฯ เฉลิมฉลองให้แก่ 26 ผู้ประกอบการหญิงจากธุรกิจที่ขับเคลื่อนอย่างมีเป้าหมายเพื่อสังคม ด้วยความมุ่งหวังผลักดันผู้ประกอบการไทยให้สามารถต่อยอดสร้างการผลกระทบเชิงบวกผ่านธุรกิจได้ถึงระดับโลก

ครั้งแรกของการนำโครงการระดับโลก CWI ซึ่งเป็นพันธกิจอันยืนยาวของคาร์เทียร์ ในการส่งเสริมและสนับสนุนผู้ประกอบการธุรกิจหญิง ผู้ต้องการพัฒนาและสร้างการเปลี่ยนแปลงให้แก่สังคมโลก ผ่านโซลูชันส์ทางธุรกิจ ต่อยอดสู่หลักสูตรอบรม CWI Entrepreneurial Program ในประเทศไทย โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อเตรียมความพร้อมในด้านทักษะและองค์ความรู้ให้แก่ผู้ประกอบการเพื่อสังคม ครอบคลุมตั้งแต่ความรู้พื้นฐานในการดำเนินธุรกิจ ทักษะความเป็นผู้นำ ไปจนถึงการให้เทคนิคและแนะนำเครื่องมือต่างๆ ในการดำเนินธุรกิจ ให้ผู้ประกอบการสามารถพัฒนาต่อยอดสู่ระดับนานาชาติ ไปจนถึงมีโอกาสเข้าร่วม Cartier Women’s Initiative Awards ได้ในอนาคต

พรปรียา วิวัฒนชาต กรรมการผู้จัดการ คาร์เทียร์ ประเทศไทย กล่าวเปิดพิธีด้วยวัตถุประสงค์ของการจัดงานและความรู้สึกต่อหลักสูตรและกลุ่มผู้เข้าอบรมว่า “เรามารวมกันในวันนี้ เพื่อเฉลิมฉลองให้กับกลุ่มผู้ประกอบการที่เข้าร่วมอบรมหลักสูตร CWI Entrepreneurial Program รุ่นแรก หลักสูตรซึ่งได้ถูกออกแบบเพื่อเสริมสร้างทักษะและพลังให้แก่ผู้ประกอบการที่มุ่งมั่นในการดำเนินธุรกิจให้ยั่งยืน ธุรกิจซึ่งมีเป้าประสงค์ที่ดีเป็นพื้นฐานหลักในการดำเนินธุรกิจ เป็นเรื่องที่น่าประทับใจและสร้างแรงบันดาลใจให้เป็นอย่างมาก ที่ได้มองเห็นการเติบโตของกลุ่มผู้เข้าอบรม ซึ่งเป็นผู้นำของแต่ละธุรกิจอันเปี่ยมไปด้วยความคิดสร้างสรรค์ ความร่วมมือร่วมใจ และพลังบวกที่คอมมูนิตี้นี้ได้ส่งต่อให้แก่กัน”

ในงานนี้ ได้รับเกียรติจากผู้บริหารระดับภูมิภาคเอเชีย ผู้สนับสนุนความเท่าเทียมและผลักดันโอกาสให้แก่ผู้หญิง ญานีน่า โนวิทสกาญ่า ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร คาร์เทียร์ เอเชียตะวันออกเฉียงใต้และโอเชียเนีย ร่วมสร้างแรงบันดาลใจและกล่าวแสดงความยินดีแก่กลุ่มผู้สำเร็จการอบรมหลักสูตร กลุ่มแรกของประเทศไทยว่า “นับเป็นครั้งแรกของการสร้างสรรค์โครงการในประเทศไทย ดิฉันรู้สึกประทับใจกับความมุ่งมั่นและตั้งใจของผู้เข้าร่วมอบรมหลักสูตร CWI Entrepreneurial Program ทุกคน ประเทศไทยอยู่ในลำดับต้นๆ ของประเทศไทยที่ผู้หญิงได้ยืนอยู่ในบทบาทผู้นำมีผู้บริหารหญิงจำนวนมาก ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงศักยภาพของผู้หญิงในประเทศนี้ โครงการ Cartier Women’s Initiative
จะก้าวสู่ปีที่ 20 พร้อมงานประกาศรางวัลที่ไทยจะเป็นเจ้าภาพในปีหน้าที่จะถึงนี้ (2026 Edition) ดิฉันอยากขอเชิญชวนให้ผู้เข้าอบรมและผู้ประกอบการหญิงเพื่อสังคมสมัครโครงการนี้ โครงการระดับโลกที่จะช่วยยกระดับ สร้างการเติบโตให้แก่ธุรกิจและผู้ประกอบการ ภายใต้คอมมูนิตี้ผู้ประกอบการเพื่อสังคมนี้”

หลักสูตรอบรมในประเทศไทย เป็นความร่วมมือระหว่าง คาร์เทียร์ และ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ในการออกแบบและจัดการอบรมให้กับหลักสูตรเร่งรัดระยะสั้น 6 สัปดาห์ที่เข้มข้นด้วยเนื้อหาและแบบฝึกหัด ที่ครอบคลุมตั้งแต่การปูพื้นฐานความเป็นผู้ประกอบการ การทำธุรกิจ ไปจนถึงการเสนอขายงาน โดยมี ดร. ปรีชญา สิทธิพันธุ์ หัวหน้าการศึกษาระดับโลก ภายใต้การดูแลอย่างใกล้ชิด ศ.ดร. วิเลิศ ภูริวัชร อธิการบดี และ ศ.ดร. ปาริชาต สถาปิตานนท์ รองอธิการบดีด้านวิชาการและการเชื่อมโยงกับสังคม

ศ.ดร. วิเลิศ ภูริวัชร อธิการบดี จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ได้เป็นประธานพิธีมอบประกาศนียบัตรให้แก่ผู้สำเร็จหลักสูตรฯ พร้อมกล่าวแสดงความยินดีว่า “ผู้ที่สำเร็จการอบรมในหลักสูตรทั้ง 26 คนไม่ได้เป็นเพียงผู้ประกอบการ แต่ยังเป็นผู้สร้างการเปลี่ยนแปลง กว่า 6 สัปดาห์ที่ท่านได้สละเวลาจากการเป็นผู้นำธุรกิจมาร่วมอบรมในหลักสูตรนี้ ความรู้และประสบการณ์ที่ได้รับจะช่วยเตรียมความพร้อมในการนำธุรกิจ ค้นหาโซลูชันส์ใหม่ๆ เพื่อสร้างการเปลี่ยนแปลงในระดับนานาชาติ ความร่วมมือระหว่างจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยและคาร์เทียร์ในครั้งนี้ตอกย้ำถึงความตั้งใจในการสนับสนุนธุรกิจที่ไม่เพียงแต่สร้างผลกำไร แต่ยังสร้างผลกระทบเชิงบวกให้แก่สังคม มีธุรกิจที่มีเป้าประสงค์ที่ดี และขอเชิญชวนผู้สนใจสมัครเข้าร่วม Cartier Women’s Initiative Awards 2026 ซึ่งจะมีขึ้นในปี 2569”

หลักสูตรอบรมและคอมมูนีตี้ในระดับประเทศนี้ ดำเนินการเพื่อส่งเสริมโครงการระดับโลก Cartier Women’s Initiative ที่มุ่งมั่นส่งเสริมธุรกิจเพื่อสังคมที่ขับเคลื่อนด้วยผู้หญิง โดยโครงการในระดับโลกเปิดรับสมัครผู้ประกอบการหญิงที่ดำเนินธุรกิจเพื่อสังคมจากทั่วโลก ไม่จำเป็นต้องเป็นผู้ที่เคยเข้าอบรมในหลักสูตรดังกล่าวมาก่อน โดยสามารถสมัครได้ตั้งแต่วันนี้ – 24 มิถุนายน พ.ศ. 2568 นี้

CP เดินหน้าพัฒนาองค์กรต้นแบบเศรษฐกิจพอเพียง 7 บริษัทในเครือรับมอบประกาศนียบัตร มอก.9999

CP เดินหน้าพัฒนาองค์กรต้นแบบเศรษฐกิจพอเพียง 7 บริษัทในเครือรับมอบประกาศนียบัตร มอก.9999

CP เดินหน้าพัฒนาองค์กรต้นแบบเศรษฐกิจพอเพียง 7 บริษัทในเครือรับมอบประกาศนียบัตร มอก.9999

วันพฤหัสบดี ที่ 22 พฤษภาคม พ.ศ. 2568, 06.00 น.

เครือเจริญโภคภัณฑ์ (ซีพี) นำปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงของในหลวงรัชกาลที่ 9 สู่การปฏิบัติอย่างเป็นรูปธรรมในภาคอุตสาหกรรม ผ่านการขับเคลื่อนมาตรฐาน มอก.9999 อย่างจริงจัง ล่าสุดจัดพิธีมอบประกาศนียบัตรมาตรฐาน มอก.9999 ให้แก่ 7 บริษัทในเครือฯ ที่ผ่านการทวนสอบจากสถาบันรับรองมาตรฐานไอเอสโอ (สรอ.) ถือเป็นการตอกย้ำบทบาทองค์กรต้นแบบที่ยกระดับหลักคิด “พอเพียง” สู่ระบบบริหารที่วัดผลได้ในทุกมิติ ทั้งนี้พิธีมอบรางวัลจัดขึ้น ณ ทรู ดิจิทัล พาร์ค กรุงเทพฯ ภายใต้งาน “น้อมนำเศรษฐกิจพอเพียง สู่มาตรฐานแห่งความยั่งยืน มอก.9999” โดยได้รับเกียรติจาก ดร.สุเมธ ตันติเวชกุล เลขาธิการมูลนิธิชัยพัฒนา กล่าวปาฐกถาพิเศษ พร้อมด้วย ศุภชัย เจียรวนนท์ ประธานคณะผู้บริหาร เครือเจริญโภคภัณฑ์ นำเสนอวิสัยทัศน์ และ จงรักษ์ โรจน์พลาเสถียร ผู้อำนวยการ สรอ. ร่วมมอบประกาศนียบัตรแก่ผู้แทนทั้ง 7 องค์กร เมื่อวันที่ 19 พฤษภาคม 2568 ที่ผ่านมา

ดร.สุเมธ ตันติเวชกุล, ศุภชัย เจียรวนนท์ และ จงรักษ์ โรจน์พลาเสถียร ถ่ายภาพร่วมกับผู้บริหารบริษัทเครือซีพีที่ได้รับประกาศนียบัตร มอก.9999

ดร.สุเมธ ตันติเวชกุล เลขาธิการมูลนิธิชัยพัฒนา กล่าวว่า “ผมมีความสุขที่ได้เห็นภาคธุรกิจไทยอย่างเครือซีพี น้อมนำปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงมาประยุกต์ใช้ในองค์กร เป็นสิ่งที่น่าชื่นชมอย่างยิ่ง โดยเฉพาะการที่ซีอีโอเครือซีพี ท่านศุภชัย ได้นำแนวคิดนี้สื่อสารและขับเคลื่อนอย่างเป็นระบบ ถือเป็นการสืบสานพระปฐมบรมราชโองการของในหลวงรัชกาลที่ 9 ที่ว่า ‘เราจะครองแผ่นดินโดยธรรม เพื่อประโยชน์สุขแห่งมหาชนชาวสยาม’  ปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงสามารถนำไปปรับใช้ในการพัฒนาเศรษฐกิจได้ เพราะเศรษฐกิจพอเพียงคือการใช้สิ่งที่มีอยู่ให้เกิดประโยชน์ และเกิดความสุขต่อตนเองและสังคม รวมไปถึงการทำความดีและต้องถูกต้องควบคู่ด้วย จึงเป็นที่มาของการพัฒนามาตรฐานมอก.9999 เพื่อเป็นการน้อมนำหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงมาใช้เป็นรูปธรรมให้เกิดประโยชน์สูงสุด”

ดร.สุเมธ ตันติเวชกุล เลขาธิการมูลนิธิชัยพัฒนา กล่าวปาฐกถาพิเศษเรื่อง “น้อมนำเศรษฐกิจพอเพียง สู่การพัฒนาอย่างยั่งยืน”

ด้าน ศุภชัย เจียรวนนท์ กล่าวว่า “เศรษฐกิจพอเพียง” มีความหมายลึกซึ้ง ไม่ใช่แค่ปรัชญาหรือมาตรฐาน แต่มีความหมายเป็นสัญลักษณ์ของคำสอนและแนวทางดำเนินชีวิตของในหลวงรัชกาลที่  9  ทั้งนี้เครือซีพีได้น้อมนำหลักปรัชญาเศรษฐกิจมาใช้ในการดำเนินธุรกิจอย่างต่อเนื่อง หลักคิดนี้มีความหมายที่ลึกซึ้งและทำให้เราตระหนักว่า  ‘องค์กรต้องทำธุรกิจบนพื้นฐานที่มั่นคงยั่งยืน ไม่ทำอะไรเกินตัว แต่ยังต้องเข้มแข็ง ไม่อ่อนแอ’ ซึ่งเป็นสิ่งที่รัชกาลที่ 9 ท่านเป็นตัวอย่างให้กับประชาชนชาวไทยมาโดยตลอด ทั้งนี้เครือซีพีน้อมสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณอันล้นพ้นและพร้อมนำหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงไปปรับใช้ในองค์กรอย่างเป็นรูปธรรม ทั้งนี้ยังเน้นย้ำว่าหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงเป็นแนวคิดที่ทุกคนสามารถนำไปปรับใช้ในชีวิตประจำวันได้ไม่เพียงแค่ภาคธุรกิจ เพราะแนวคิดนี้มีความหมายลึกซึ้งเกินไปกว่าการเป็นคนเก่งและดี แต่ลึกลงไปถึงการมี ‘ความสุข’ ในการทำหน้าที่ในทุกวัน

ศุภชัย เจียรวนนท์ ประธานคณะผู้บริหาร เครือเจริญโภคภัณฑ์ แสดงวิสัยทัศน์ “บทบาทองค์กรธุรกิจไทยต่อเศรษฐกิจพอเพียงในยุค ESG”

องค์กรในเครือซีพีที่เป็นต้นแบบและได้รับการรับรองมาตรฐานแนวทางเศรษฐกิจพอเพียงภาคอุตสาหกรรม หรือ มอก.9999 ได้แก่ 1. บริษัท เครือเจริญโภคภัณฑ์ จำกัด 2.บริษัท เจริญโภคภัณฑ์อาหาร จำกัด (มหาชน) – ธุรกิจอาหารสัตว์บก 3.บริษัท ซีพี ออลล์ จำกัด (มหาชน) 4.บริษัท ซีพี แอ็กซ์ตร้า จำกัด (มหาชน) 5.บริษัท ทรู คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน)  6.ธุรกิจพืชครบวงจร ข้าว ขนส่งและบริการ และ บริษัท เจริญโภคภัณฑ์วิศวกรรม จำกัด และ 7.บริษัท ซีพีแรม จำกัด

จงรักษ์ โรจน์พลาเสถียร ผู้อำนวยการ สรอ. แสดงความยินดีกับ 7 บริษัทในเครือซีพีที่ได้รับประกาศนียบัตร มอก.9999

ชุมพล ลีละศุภพงษ์  ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ บริษัท ซีพีแรม จำกัด กล่าวว่า ซีพีแรมได้มีการศึกษา มอก.9999  โดยนำหลัก “3 ห่วง 2 เงื่อนไข” มาปรับใช้ในการดำเนินธุรกิจ และนำร่องในโรงงานที่จ.ชลบุรี ได้รับการรับรองมาตรฐาน มอก.9999 มาใช้ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2565 ซึ่งในปีนี้เป็นที่น่ายินดีที่บริษัทในเครือฯ ได้นำไปปรับใช้จากการได้ศึกษาปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงอย่างลึกซึ้ง ซึ่งหลักคิดดังกล่าวมีส่วนช่วยในการบริหารองค์กรให้สามารถรับมือกับการเปลี่ยนแปลงทำให้องค์กรเกิดความสมดุล มั่นคง ยั่งยืน ทั้งนี้ในอนาคตซีพีแรมจะทำการสื่อสารมาตรฐาน มอก.9999 ขยายไปยังซัพพลายเออร์เพิ่่มขึ้นต่อไป

จงรักษ์ โรจน์พลาเสถียร มอบประกาศนียบัตรมอก.9999 ให้แก่  บริษัท เครือเจริญโภคภัณฑ์ จำกัด โดย สมเจตนา ภาสกานนท์ รอง กก.ผจก.อาวุโสด้านพัฒนาความยั่งยืน  

เรวัติ หทัยสัตยพงศ์ ผู้อำนวยการใหญ่ ธุรกิจอาหารสัตว์บก CPF กล่าวว่า “เรานำปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงมาปรับใช้ทั้งในระบบธุรกิจและการพัฒนาชุมชน เช่น โครงการอิ่มสุขปลูกอนาคต ที่ส่งเสริมการเลี้ยงไก่ไข่และปลูกผักในโรงเรียน เพื่อสร้างรายได้และความมั่นคงในชุมชน”

มาลี อุทัยกิตติศัพท์ ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ CPALL กล่าวว่า “องค์กรเราขับเคลื่อนเศรษฐกิจพอเพียงผ่าน 3 แกน คือ สร้างคน – ผ่านสถาบัน PIM และศูนย์การเรียนรู้ สร้างอาชีพ – ผ่านการสนับสนุน SME และ สร้างชุมชน – ผ่านกิจกรรมความดี 24 ชั่วโมงของพนักงานกว่า 200,000 คนทั่วประเทศ”

บมจ.เจริญโภคภัณฑ์อาหาร – ธุรกิจอาหารสัตว์บก โดย เรวัติ หทัยสัตยพงศ์ ผู้อำนวยการใหญ่

ศิริพร เดชสิงห์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร สายงานความยั่งยืนและสื่อสารองค์กร CP Axtra กล่าวว่า “เศรษฐกิจพอเพียงเป็นรากฐานการทำธุรกิจของเรา ทุกสาขาต้องเป็นส่วนหนึ่งของชุมชน รับสมัครพนักงานในพื้นที่ 80% และส่งเสริมสินค้าเกษตรท้องถิ่น เพื่อให้ธุรกิจและชุมชนเติบโตไปด้วยกัน”

จักรกฤษณ์ อุไรรัตน์ หัวหน้าคณะผู้บริหารด้านกิจการองค์กร TRUE กล่าวว่า “เราผสานหลักพอเพียงกับนวัตกรรม เช่น โครงการ Green & Modernized Network ใช้ AI ลดพลังงาน ลดคาร์บอน ส่งเสริมการเติบโตอย่างสมดุลของธุรกิจและสิ่งแวดล้อม”

บมจ. ซีพี ออลล์ โดย มาลี อุทัยกิตติศัพท์ รอง กก.ผจก.

ทั้งนี้ มอก.9999 เป็นมาตรฐานแนวทางเศรษฐกิจพอเพียงภาคอุตสาหกรรม ที่กระทรวงอุตสาหกรรมกำหนดขึ้น โดยอิงหลัก “3 ห่วง 2 เงื่อนไข” ได้แก่ ความพอประมาณ ความมีเหตุผล การมีภูมิคุ้มกัน พร้อมด้วยความรู้และคุณธรรม เพื่อให้องค์กรนำไปปรับใช้ในการดำเนินงานอย่างเป็นระบบ

สำหรับเครือซีพี แนวคิดเศรษฐกิจพอเพียงไม่เพียงถูกบรรจุไว้ในยุทธศาสตร์ความยั่งยืนขององค์กร แต่ยังถูกฝังรากอยู่ในระบบ CP Excellence รวมถึงการพัฒนาเกษตรกร วิสาหกิจชุมชน และการส่งเสริมอาชีพในพื้นที่ เช่น กาแฟสบขุ่น จ.น่าน และน้ำตาลโตนดผง จ.สงขลา นอกจากนี้ ยังได้จัดตั้ง “คณะกรรมการขับเคลื่อนเศรษฐกิจพอเพียงสู่ มอก.9999” เพื่อประสานการทำงานจากทุกกลุ่มธุรกิจ สู่การพัฒนาที่ยั่งยืนทั้งในมิติ เศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อม อย่างแท้จริง

บมจ.ซีพี แอ็กซ์ตร้า โดย ศิริพร เดชสิงห์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร สายงานความยั่งยืนและสื่อสารองค์กร

บมจ.ทรู คอร์ปอเรชั่น โดย จักรกฤษณ์ อุไรรัตน์ หัวหน้าคณะผู้บริหารด้านกิจการองค์กร

บจก.ซีพีแรม โดย ชุมพล ลีละศุภพงษ์ ผช.กก.ผจก. 

ธุรกิจพืชครบวงจร ข้าว ขนส่งและบริการ และ บจก.เจริญโภคภัณฑ์วิศวกรรม โดย อดิศักดิ์ ประมวลมิตรา รักษาการประธานคณะผู้บริหารฝ่ายปฏิบัติการ

Levi’s® และ sacai เปิดตัวคอลเลกชันใหม่ พลิกโฉมไอคอนเดนิมด้วยดีไซน์ลูกผสมอันเป็นเอกลักษณ์

Levi’s® และ sacai เปิดตัวคอลเลกชันใหม่ พลิกโฉมไอคอนเดนิมด้วยดีไซน์ลูกผสมอันเป็นเอกลักษณ์

Levi’s® และ sacai เปิดตัวคอลเลกชันใหม่ พลิกโฉมไอคอนเดนิมด้วยดีไซน์ลูกผสมอันเป็นเอกลักษณ์

วันพฤหัสบดี ที่ 22 พฤษภาคม พ.ศ. 2568, 06.00 น.

Levi’s® แบรนด์แฟชั่นระดับโลกจากอเมริกา จับมือกับ sacai แบรนด์แฟชั่นชั้นนำจากญี่ปุ่น นำเสนอคอลเลกชันใหม่ที่ผสานความคลาสสิกของเดนิมเข้ากับดีไซน์ลูกผสมอันเป็นเอกลักษณ์ของ sacai ภายใต้การนำของ Chitose Abe ผู้อำนวยการฝ่ายสร้างสรรค์ของ sacai คอลเลกชันนี้เป็นการเฉลิมฉลองมรดกของ Levi’s® ด้วยมุมมองใหม่ที่แปลกตาและน่าตื่นเต้นคอลเลกชัน

Levi’s® x sacai สำหรับผู้หญิงมีชิ้นงานเด่นสามชิ้น ได้แก่ เสื้อแจ็กเก็ต Levi’s® x sacai Denim Jacket: ผสานดีไซน์ของแจ็กเก็ต Type II และ Type III ด้านหน้า เข้ากับด้านหลังที่ได้รับแรงบันดาลใจจาก Type I พร้อมดีเทลคลาสสิกอย่างสายรัดด้านหลัง มีให้เลือกทั้งสีอินดิโกและสีน้ำเงิน พร้อมซับในที่ตกแต่งอย่างประณีต, เสื้อแจ็กเก็ต Levi’s® x sacai Denim x Matelassé Twill Jacket: นำเสนอการผสมผสานระหว่างเดนิมและผ้าทวิลล์ Matelassé อันเป็นเอกลักษณ์ของ sacai พร้อมดีไซน์ที่สามารถสวมใส่ได้ทั้งสองด้าน และ จัมป์สูท Levi’s® x sacai Jumpsuit: ดีไซน์แบบบิบด้านบน สายคามิโซล และขากว้างพลิ้วไหว ผสานรายละเอียดกระเป๋า 5 จุดของ Levi’s® เข้ากับผ้าเดนิมน้ำหนักเบา

สำหรับผู้ชาย ยังคงคอนเซปต์แบบผสมผสานด้วยการออกแบบที่มีความเรียบง่ายมากขึ้น โดยยังคงสอดคล้องกับการผสมผสานแนวคิดเดียวกันกับผู้หญิง แต่จะมีทรงที่เรียบง่ายกว่า อย่างเสื้อแจ็กเก็ตสำหรับผู้ชาย Levi’s® x sacai Denim Jacket: ดีไซน์เรียบง่ายแต่ยังคงเอกลักษณ์ของ sacai พร้อมกระดุมสีทองแบบวินเทจ, เสื้อแจ็กเก็ตแบบพลิกกลับได้ Levi’s® x sacai Denim x Matelassé Twill Reversible Blouson: ด้านหนึ่งเป็นแจ็กเก็ตที่ตัดเย็บอย่างประณีต อีกด้านเผยให้เห็นดีเทลของแจ็กเก็ต Type II พร้อมกระเป๋าหน้าและข้อมือถักแบบ sacai

และสไตล์ยูนิเซ็กซ์มาเสริมคอลเลกชันด้วยชิ้นงานที่ออกแบบให้มีความเหมาะสมสำหรับทุกคน โดยมุ่งเน้นความน่าสนใจที่สามารถดึงดูดทุกกลุ่มผู้คน ทำให้คอลเลกชันนี้สมบูรณ์แบบ และกางเกงยีนส์ Levi’s® x sacai Denim Pants: กางเกงยีนส์ทรงกว้างพิเศษ พร้อมกระเป๋า 7 จุด และเข็มขัดแบบพลิกกลับได้ที่มีทั้งด้านเดนิมและริบบิ้น

Chitose Abe นักออกแบบและผู้อำนวยการสร้างสรรค์ของ sacai  กล่าวว่า “การทำงานร่วมกับทีมออกแบบของ Levi’s® ที่ยอดเยี่ยมและเสื้อผ้าที่เป็นเอกลักษณ์ของแบรนด์นี้ถือเป็นการเดินทางที่สวยงาม”

Leo Gamboa ผู้อำนวยการอาวุโสฝ่ายการออกแบบการร่วมมือของ Levi’s  กล่าวว่า “การร่วมงานครั้งที่สองกับ sacai ยังคงเป็นมุมมองใหม่ๆว่าอะไรที่เป็นไปได้สำหรับ Levi’s® โดยการนำชิ้นงานที่มีชื่อเสียงที่สุดของเรา มาออกแบบใหม่ผ่านมุมมองที่ล้ำสมัยของ sacai เราสามารถผลักดันขอบเขตทางความคิดสร้างสรรค์ ในขณะที่ยังคงรักษาสไตล์ที่เป็นอมตะซึ่งเป็นเอกลักษณ์ของเรา”

แคมเปญโฆษณา ได้รับแรงบันดาลใจจากจิตวิญญาณของ James Dean ที่สื่อถึงความอยากรู้อยากเห็น ความซื่อสัตย์ เสรีภาพ และความไร้เดียงสา โดยมีนักแสดงและนางแบบ Chase Sui Wonders และ Chandler Frye เป็นตัวแทนของคุณสมบัติเหล่านี้ ภาพถ่ายโดยช่างภาพชื่อดัง Craig McDean และสไตลิสต์ Karl Templer ถ่ายทอดความเป็นกบฏและความประณีตที่เป็นเอกลักษณ์ของทั้งสองแบรนด์

คอลเลกชัน Levi’s® x sacai จะวางจำหน่ายในไทยวันที่ 28 พฤษภาคม ผ่านทาง www.levi.co.th

‘นิมิตร x วานา บริววิ่ง’ การพบกันของคราฟเบียร์และอาหารไทย 5 คอร์ส

‘นิมิตร x วานา บริววิ่ง’ การพบกันของคราฟเบียร์และอาหารไทย 5 คอร์ส

‘นิมิตร x วานา บริววิ่ง’ การพบกันของคราฟเบียร์และอาหารไทย 5 คอร์ส

วันพฤหัสบดี ที่ 22 พฤษภาคม พ.ศ. 2568, 06.00 น.

ห้องอาหารนิมิตร โรงแรม 137 พิลลาร์ สวีท แอนด์ เรสซิเด้นซ์ กรุงเทพฯ ร่วมกับ วานา บริววิ่ง นำเสนอมื้ออาหารค่ำ 5 คอร์สจับคู่กับคราฟเบียร์ไทย 5 รสชาติ ที่เข้ากันอย่างลงตัว   รังสรรค์ประสบการณ์โดยทีมเชฟมากความสามารถ และผู้เชียวชาญด้านคราฟเบียร์ไทยระดับรางวัล

สำหรับอาหารไทยรสชาติเข้มข้น 5 คอร์ส ที่รังสรรค์อย่างมีศิลปะ พร้อมร้อยเรียงรสชาติเข้ากับคราฟเบียร์ไทย 5 รสชาติ เริ่มจาก เมี่ยงคำหอยเชลล์ – หอยเชลล์ย่างเสิร์ฟพร้อมสมุนไพรไทย มะพร้าวคั่ว และซอสรสกลมกล่อม บนใบชะพลูกรอบ จับคู่กับ คริสปี้บอย เฮลส์ ลาร์เจอร์ด (Crispy Boy Helles Lager)ต้มกระดูกหมูอ่อนหน่อไม้ไผ่ตง – ซุปหน่อไม้ไผ่ตงกระดูกหมูอ่อน จับคู่กับ วาฬ เพล เอล (Whale Pale Ale) แกงเหลืองปลาแซลมอน – แกงเหลืองปลาแซลมอนท๊อปไข่ปลาแซลมอน จับคู่กับ วิฬาร์ ไวเซ่น (Wila Weizen) มัสมั่นแกะ – แกงมัสมั่นแกะเสิร์ฟพร้อมข้าวสวย จับคู่กับ ราเวน ไอพีเอ (Raven IPA) ปิดท้ายด้วยของหวาน ขนมเปียกปูน – พุดดิ้งชาร์โคล เสิร์ฟพร้อมครีมกะทิ แปะก๊วย มะพร้าวขูดและมูสมะพร้าว จับคู่กับ อนันต์ ดีดีเดช ฮาเซ่ ไอพีเอ (Anan DDH Hazy IPA)

วานา บริววิ่ง เดิมรู้จักกันในชื่อ เดอะ บริววิ่ง โปรเจ็ค เป็นคราฟต์เบียร์ไทยชั้นนำที่สะท้อนแก่นแท้ของวัฒนธรรมไทยร่วมสมัยผ่านเบียร์ระดับโลก แรงบันดาลใจจากประเพณีของไทย เบียร์แต่ละรสชาติในคอลเลกชันมีชื่อไทยอันเป็นเอกลักษณ์ และถูกนำเสนอพร้อมดีไซน์บนกระป๋องที่ออกแบบอย่างงดงาม ผสานความคิดสร้างสรรค์และลายเส้นอันบรรจงในทุกหยดที่ลิ้มลอง

ไฮไลต์ของค่ำคืน ผู้ร่วมรับประทานอาหารจะได้พบกับ ธราธิป ธงชัยภูมิ อาร์ท ไดเรกเตอร์ แห่ง เบียร์วานา ไทยแลนด์ ผู้อยู่เบื้องหลังงานศิลป์ที่ช่วยเสริมเอกลักษณ์และความสำเร็จของ วานา บริววิ่ง ท่ามกลางบรรยากาศอันน่าหลงใหลของห้องอาหารนิมิตร   

 นิมิตร x วานา บริววิ่ง จะมีขึ้นในวันเสาร์ที่ 24 พฤษภาคม 2568  เวลา 19:00 น. – 22:00 น. ราคา 1,888++ บาทต่อท่าน  สำรองที่นั่งหรือสอบถามข้อมูลเพิ่มเติม ติดต่อ โทร 02 079 7000 หรือ ไลน์ออฟฟิเชียล (@137pillarshotels) ลิ้งค์บนเวปไซต์ : https://137pillarshotels.com/th/bangkok/seasonal/art-meets-flavour-a-thai-craft-beer-dining-journey

‘กาลครั้งหนึ่ง’ นิทรรศการศิลปะนิพนธ์ ถ่ายทอดเอกลักษณ์ของตัวตนผ่านงานศิลปะ

‘กาลครั้งหนึ่ง’ นิทรรศการศิลปะนิพนธ์ ถ่ายทอดเอกลักษณ์ของตัวตนผ่านงานศิลปะ

‘กาลครั้งหนึ่ง’ นิทรรศการศิลปะนิพนธ์ ถ่ายทอดเอกลักษณ์ของตัวตนผ่านงานศิลปะ

วันพฤหัสบดี ที่ 22 พฤษภาคม พ.ศ. 2568, 06.00 น.

ไอคอนสยาม  ชวนคนรักงานศิลปะ เช้าชมนิทรรศการศิลปนิพนธ์ กาลครั้งหนึ่ง / Once Upon A Time นิทรรศการศิลปนิพนธ์ โดยนักศึกษาปริญญาโท ชั้นปีที่ 2 สาขาวิชา ทัศนศิลปศึกษา คณะจิตรกรรม ประติมากรรม และภาพพิมพ์และคณะศึกษาศาสตร์  มหาวิทยาลัยศิลปากร  เพื่อแสดงออกถึงช่วงเวลา ณ เวลาหนึ่งที่คนกลุ่มหนึ่งได้มารวมตัวกัน เพื่อเรียนรู้ และถ่ายทอดความเป็นเอกลักษณ์ของตนเองที่แตกต่างกัน โดยการนำเสนอเรื่องราวผ่านงานศิลปะ

One Upon A Time แปลโดยรวมว่า ณ เวลานั้นๆ  ซึ่งสามารถบ่งบอกได้ถึงเหตุการณ์ บุคคล หรือ สถานที่ มักใช้ในงานเขียนนวนิยายโดยเฉพาะนิทานเด็กเพื่อความสละสลวย น่าอ่าน และยังเป็นการบอกเวลาโดยมีนัยยะของนักเขียนเพื่อเจาะจงเวลานั้นๆ   ผลงานที่จัดแสดงในครั้งนี้จึงคล้ายคลึงกับเรื่องราวในหนังสือเล่มหนึ่งที่มีหลากหลายรสชาติจากผู้คนที่หลากหลายที่ครั้งหนึ่งได้มาพบเจอกัน

นิทรรศการ กาลครั้งหนึ่ง / Once Upon A Time  จัดแสดงในงาน “Grad and Glow Arts Thesis Showcase” ตั้งแต่วันนี้ – 24 พฤษภาคม 2568 ณ ICON Art & Culture Space  ชั้น 8 ไอคอนสยาม

KAWS ศิลปินระดับ โลก บินตรงเปิด ‘KAWS:HOLIDAY THAILAND’ ครั้งแรกในไทย

KAWS  ศิลปินระดับ โลก บินตรงเปิด ‘KAWS:HOLIDAY THAILAND’ ครั้งแรกในไทย

KAWS ศิลปินระดับ โลก บินตรงเปิด ‘KAWS:HOLIDAY THAILAND’ ครั้งแรกในไทย

วันพฤหัสบดี ที่ 22 พฤษภาคม พ.ศ. 2568, 06.00 น.

สนามหลวง แลนด์มาร์กทางประวัติศาสตร์ใจกลางกรุงเทพฯ ได้รับการพลิกโฉมให้กลายเป็นผืนผ้าใบกลางแจ้งสำหรับการแสดงออกทางศิลปะ กับการเปิดตัว “KAWS:HOLIDAY THAILAND” นิทรรศการครั้งแรกในประเทศไทย โดยมี KAWS ศิลปินร่วมสมัยระดับโลก เดินทางมาร่วมงานอย่างเป็นทางการ โอกาสสำคัญนี้ถือเป็นหมุดหมายที่ยกระดับภูมิทัศน์ทางศิลปะของไทยสู่การยอมรับในระดับสากล  

หลังจากเดินทางไปยังอินโดนีเซีย เซี่ยงไฮ้ และเลอ บราซูส์ “KAWS:HOLIDAY” ได้เริ่มต้นบทใหม่อันน่าจดจำในประเทศไทย โดย KAWS ร่วมกับ AllRightsReserved พันธมิตรหลัก และ เซ็นทรัล เอ็มบาสซี พันธมิตรในประเทศไทย นำเสนอประติมากรรม COMPANION ขนาดมหึมา สูง 18 เมตร ตั้งตระหง่านกลางสนามหลวง ประสบการณ์นี้ยังรวมถึงกิจกรรมสร้างสรรค์หลากหลาย และคอลเลกชันลิมิเต็ดเอดิชันสุดเอ็กซ์คลูซีฟที่เปิดตัวเฉพาะในงานนี้เท่านั้น

ในโอกาสพิเศษของการเปิดนิทรรศการอย่างเป็นทางการ KAWS ได้ให้เกียรติเข้าร่วมงานด้วยตนเอง นับเป็นการกลับมาเยือนประเทศไทยอีกครั้ง ท่ามกลางบรรยากาศแห่งการต้อนรับอย่างอบอุ่นจาก ฐาปนีย์ เกียรติไพบูลย์ ผู้ว่าการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.),  ชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร และ บรม พิจารณ์จิตร กรรมการผู้จัดการ ศูนย์การค้าเซ็นทรัล เอ็มบาสซี ซึ่งเป็นพันธมิตรหลักในประเทศไทย

ฐาปนีย์ เกียรติไพบูลย์ ผู้ว่าการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.)   กล่าวว่า “KAWS:HOLIDAY THAILAND” ถือเป็นงานศิลปะจัดวางระดับโลกที่เปิดมิติใหม่แห่งประสบการณ์ท่องเที่ยวในประเทศไทย ผ่านพลังของศิลปะร่วมสมัยที่เข้าถึงผู้คนจากทุกกลุ่ม ททท. รู้สึกภาคภูมิใจที่นิทรรศการครั้งนี้ได้เป็นส่วนหนึ่งของแคมเปญ Amazing Thailand Grand Tourism and Sports Year 2025 ซึ่งมีเป้าหมายเพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมอย่างยั่งยืน เสริมศักยภาพของประเทศไทยในการดึงดูดนักท่องเที่ยวคุณภาพจากทั่วโลก พร้อมทั้งยกระดับภาพลักษณ์ของ ‘ประเทศไทย’ ในฐานะแหล่งต้นทางแห่งแรงบันดาลใจระดับโลก”

บรรยากาศภายในงานอบอวลไปด้วยความพิเศษ ท่ามกลางเหล่าคนดังระดับเอลิสต์ แขกผู้มีเกียรติจากหลากหลายวงการ ตลอดจนแฟนพันธุ์แท้และนักสะสมผลงานของ KAWS  ที่มารวมตัวกันเพื่อสัมผัสประสบการณ์นิทรรศการอย่างใกล้ชิด อาทิ ไบร์ท วชิรวิชญ์, วิน เมธวิน, ฟรีน สโรชา, มาริโอ้ เมาเร่อ, เจเจ กฤษณภูมิ, ธัญญวีร์ ชุณหสวัสดิกุล, แพท ชญานิษฐ์ และ เอม ภูมิภัทร โดยไฮไลต์ของค่ำคืนเปิดงาน “KAWS:HOLIDAY THAILAND” เริ่มต้นด้วยการแสดงดนตรีสดจากวง Bangkok Symphony Orchestra ที่บรรเลงบทเพลงอันไพเราะ เติมเต็มความอบอุ่นให้กับบรรยากาศโดยรอบอย่างงดงาม

เพื่อเฉลิมฉลองในโอกาสพิเศษนี้ SIWILAI—พันธมิตรอย่างเป็นทางการในฐานะ Pop Up Shop & Café ของ “KAWS:HOLIDAY THAILAND” — นำเสนอคอลเลกชันสินค้าลิมิเต็ดเอดิชัน ไม่ว่าจะเป็น เสื้อยืด เสื้อเชิ้ตสไตล์ซัมเมอร์ แก้วมัค หมอนอิง ตลอดจนยาอมสมุนไพรและยาดมสมุนไพรระดับตำนาน ซึ่งเป็นไอเท็มยอดนิยมของประเทศไทย นอกจากนี้ ยังถ่ายทอดประสบการณ์ที่ผสานศิลปะและไลฟ์สไตล์เข้าไว้ด้วยกัน ผ่านเมล็ดกาแฟเบลนด์พิเศษและเมนูสุดเอ็กซ์คลูซีฟ ที่ได้รับแรงบันดาลใจจากงานศิลปะจัดวาง สามารถเยี่ยมชม KAWS:HOLIDAY THAILAND Pop Up Shop & Café ได้ที่ SIWILAI Store ชั้น 2 เซ็นทรัล เอ็มบาสซี และที่สนามหลวง ระหว่างวันที่ 13-25 พฤษภาคม 2568  ติดตามข้อมูลเพิ่มเติมได้ทางอินสตาแกรมทางการของ AllRightsReserved และ CentralEmbassy

ส่องคนดัง เจิดจรัสด้วยเครื่องประดับจากเมซง FRED บนพรมแดงเทศกาลภาพยนตร์เมืองคานส์ ครั้งที่ 78

ส่องคนดัง เจิดจรัสด้วยเครื่องประดับจากเมซง FRED บนพรมแดงเทศกาลภาพยนตร์เมืองคานส์ ครั้งที่ 78

ส่องคนดัง เจิดจรัสด้วยเครื่องประดับจากเมซง FRED บนพรมแดงเทศกาลภาพยนตร์เมืองคานส์ ครั้งที่ 78

วันพฤหัสบดี ที่ 22 พฤษภาคม พ.ศ. 2568, 06.00 น.

เมื่อสายตาทั่วโลกจับจ้องมายังเทศกาลภาพยนตร์เมืองคานส์ ครั้งที่ 78 ประจำปี 2025 พรมแดงอันทรงเกียรติก็กลับมาส่องประกายอีกครั้ง ด้วยความงดงามของเหล่าคนดังระดับโลกที่ต่างเดินทางมาร่วมเฉิดฉายพร้อมกับเครื่องประดับจากเมซง FRED บนพรมแดงนี้

เริ่มจาก Diane Kruger นักแสดงหญิงชื่อดัง เจ้าของบทบาท ดร.อาบิเกล จากภาพยนตร์ระดับตำนาน National Treasure ปรากฏตัวบนพรมแดงอย่างเจิดจรัส พร้อมเครื่องประดับจากคอลเล็กชั่น Force 10

สองนักแสดงสาวชื่อดังชาวฝรั่งเศส Joséphine Japy และ Mélanie Laurent แท็กทีมเฉิดฉายบนพรมแดงด้วยเครื่องประดับชั้นสูงจากคอลเล็กชั่นใหม่ล่าสุด Soleil d’Or Sunrise และ Coralie Fargeat ผู้กำกับหญิงกับเจ้าของผลงานที่สร้างชื่อเสียงให้เธอไปทั่วโลกกับภาพยนตร์ The Substance  เข้าร่วมเดินพรมแดงอย่างสง่างามพร้อมสร้อยคอและต่างหูแบบเอียร์คัฟ Force 10 Rise จากคอลเล็กชั่น Force 10 เผยความสง่างามและความหรูหราอย่างมีเอกลักษณ์