‘นายกฯอิ๊งค์’ไปพบผู้บริหารค่ายมวยกลางกรุงลอนดอน บอกมวยไทยเป็นที่นิยมมาก

'นายกฯอิ๊งค์'ไปพบผู้บริหารค่ายมวยกลางกรุงลอนดอน บอกมวยไทยเป็นที่นิยมมาก

‘นายกฯอิ๊งค์’ไปพบผู้บริหารค่ายมวยกลางกรุงลอนดอน บอกมวยไทยเป็นที่นิยมมาก

วันพฤหัสบดี ที่ 22 พฤษภาคม พ.ศ. 2568, 09.39 น.

นายกฯพบ ‘ผู้บริหารค่ายมวยไทย Fight City Gym‘ กรุงลอนดอน เสนอพัฒนาค่ายมวย-ครูผู้สอน-ขยายหลักสูตรให้ได้มาตรฐาน ยันรบ.พร้อมสนับสนุนงบประมาณต่อยอดพัฒนากีฬาไทย 

เมื่อเวลาประมาณ 22.00 น. วันพุธที่ 21 พ.ค.68 ซึ่งตรงกับเวลา ตามเวลาท้องกรุงลอนดอน16.00น.) น.ส.แพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ได้เดินทาง เข้าพบเจ้าของค่ายมวย Fight City Gym กรุงลอนดอน สหราชอาณาจักร พร้อมกับนักมวยและครูผู้ฝึกสอน ซึ่งกำลังเป็นที่นิยมของนักกีฬาในประเทศอังกฤษ ทั้งนี้ คณะทีมไทยแลนด์มีเป้าหมายเพื่อพูดคุย รับฟังปัญหา และแนวทางในการผลักดันการส่งออกอัตลักษณ์ไทยผ่าน Soft Power ด้านกีฬา โดยเฉพาะมวยไทย สู่ตลาดสากล และพร้อมรับฟังข้อเสนอและปัญหาจากผู้ประกอบการในอุตสาหกรรมกีฬาต่อแนวทางการพัฒนามวยไทยในระดับนานาชาติ

ทั้งนี้ นายกรัฐมนตรีได้ร่วมรับฟังการบรรยายจากผู้ประกอบการและผู้เชี่ยวชาญด้านศิลปะการต่อสู้เกี่ยวกับแนวทางในการส่งเสริมมวยไทยในสหราชอาณาจักร ทั้งในด้านการตลาด การฝึกอบรม การจัดกิจกรรมแข่งขัน และการสร้างเครือข่ายความร่วมมือระหว่างไทยกับสถาบันกีฬาระดับนานาชาติ และยังได้ถือโอกาสรับฟังปัญหาการเปิดกิจการค่ายมวยไทยในต่างประเทศ อาทิ การขอวีซ่าในการทำงาน การขออนุญาตและใบอนุญาต และการสร้างความเชื่อมั่นในคุณภาพการฝึก เป็นต้น

ในการนี้ นายกรัฐมนตรีได้รับการต้อนรับจากผู้แทนภาครัฐ ได้แก่ กระทรวงพาณิชย์ นำโดยนายเอกฉัตร ศีตวรรัตน์ รองปลัดกระทรวงพาณิชย์ และนายพรวิช ศิลาอ่อน รองอธิบดีกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ พร้อมด้วย นายโปรดปราน สมานมิตร รองผู้ว่าการการกีฬาแห่งประเทศไทย และภาคเอกชน ได้แก่ ผศ.พิมล ศรีวิกรม์ ประธานคณะกรรมการโอลิมปิกแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ ฝ่ายกีฬาอาชีพและกีฬามวย นายชลิตรัตน์ จันทรุเบกษา รองประธานอนุกรรมการขับเคลื่อนอุตสาหกรรมด้านกีฬา ผู้บริหารค่ายมวยไทย โปรโมเตอร์มวย และเทรนเนอร์ รวมประมาณ 25 คน

สำหรับกรุงลอนดอนมีค่ายมวยไทยตั้งอยู่มากกว่า 50 แห่ง ซึ่งกีฬามวยไทยถือเป็นส่วนหนึ่งของภารกิจเชิงรุกของรัฐบาลไทยในการผลักดันอุตสาหกรรม Soft Power โดยเฉพาะมวยไทย ที่เป็นมรดกทางวัฒนธรรมและได้รับการยอมรับในระดับโลก ให้เติบโตในตลาดต่างประเทศ และต่อยอดสู่การสร้างรายได้ทางเศรษฐกิจอย่างเป็นรูปธรรม ทั้งนี้ ค่ายมวย Fight City Gym ตั้งอยู่บริเวณ Moorgate ใจกลางย่านธุรกิจของกรุงลอนดอน เป็นศูนย์ฝึกศิลปะการต่อสู้และฟิตเนส แบบครบวงจร มีความโดดเด่นด้านการสอนมวยไทย คิกบ็อกซิ่ง มวยสากล และ BJJ (Brazilian Jiu-Jitsu) โดยมีทั้งนักกีฬามืออาชีพและผู้ฝึกใหม่เป็นลูกค้าหลัก ก่อตั้งโดยคุณ Mandeep Singh Johal (Mani Johal) พร้อมทีมงานผู้เชี่ยวชาญ อาทิ คุณ Leon Jason Malcolm หัวหน้าโค้ชมวยไทย และคุณ Ross James Adkin เทรนเนอร์ส่วนบุคคล ซึ่งค่ายดังกล่าวมี 3 สาขาในลอนดอน โดยสาขา Moorgate ถือเป็นสาขาหลักที่ได้รับความนิยมสูงสุด

‘ดร.อานนท์’แจงชัด! ‘พระคลังข้างที่’แค่เปลี่ยนชื่อ ‘ไม่ได้เปลี่ยนระบบปกครอง-ชักรายได้ประเทศ’

'ดร.อานนท์'แจงชัด! 'พระคลังข้างที่'แค่เปลี่ยนชื่อ 'ไม่ได้เปลี่ยนระบบปกครอง-ชักรายได้ประเทศ'

‘ดร.อานนท์’แจงชัด! ‘พระคลังข้างที่’แค่เปลี่ยนชื่อ ‘ไม่ได้เปลี่ยนระบบปกครอง-ชักรายได้ประเทศ’

วันพฤหัสบดี ที่ 22 พฤษภาคม พ.ศ. 2568, 09.31 น.

วันที่ 22 พฤษภาคม 2568 รศ. ดร. อานนท์ ศักดิ์วรวิชญ์ อาจารย์ประจำสาขาวิชาวิทยาการประกันภัยและการบริหารความเสี่ยง สาขาวิชาพลเมืองวิทยาการข้อมูล (Citizen data sciences) คณะสถิติประยุกต์ สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ โพสต์เฟซบุ๊กระบุว่า  พวกปฏิกษัตริย์นิยมเริ่มปั่นป่วนดิ้นเรื่อง สำนักงานพระคลังข้างที่ อัน เปลี่ยนชื่อมาจากสำนักงานทรัพย์สินพระมหากษัตริย์ 

ประเด็นที่มั่วกันไปมีดังนี้

หนึ่ง บอกว่าจะกลับไปเป็นสมบูรณาญาสิทธิราชย์ -เปลี่ยนชื่อกับเปลี่ยนแปลงโครงสร้างองค์กรนิดหน่อย กลายเป็นเปลี่ยนแปลงระบบการปกครอง (Political regime) นี่ไม่ใช่ปฏิวัติ รัฐประหารนะครับ อย่าหลอนกันมากไป

สอง พระคลังข้างที่ชักรายได้ของประเทศ อันนั้นพระคลังสินค้า ต่อมา พระคลังมหาสมบัติ ต่อมากระทรวงการคลัง ก็มีกรมภาษีสามกรม คือ กรมสรรพากร กรมศุลกากร และกรมสรรพสามิต
ไม่รู้จะมีประเด็นอะไรที่จะปั่นอีก

รวมมาพร้อมกันให้หมดครับ จัดดีเบต อีกสักรอบก็ได้ครับ อานนท์ พร้อมอยู่นะครับ

‘อดีตบิ๊กข่าวกรอง’ชี้ปม’เรือดำน้ำ’ จะเป็นบทพิสูจน์ ใครคบได้ ใครคบไม่ได้ ใครเป็นมิตรแท้ของไทย

'อดีตบิ๊กข่าวกรอง'ชี้ปม'เรือดำน้ำ' จะเป็นบทพิสูจน์ ใครคบได้ ใครคบไม่ได้ ใครเป็นมิตรแท้ของไทย

‘อดีตบิ๊กข่าวกรอง’ชี้ปม’เรือดำน้ำ’ จะเป็นบทพิสูจน์ ใครคบได้ ใครคบไม่ได้ ใครเป็นมิตรแท้ของไทย

วันพฤหัสบดี ที่ 22 พฤษภาคม พ.ศ. 2568, 09.12 น.

วันที่ 22 พฤษภาคม 2568 นายนันทิวัฒน์ สามารถ อดีตเลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ และอดีตรองผู้อำนวยการสำนักข่าวกรองแห่งชาติ โพสต์เฟซบุ๊กในหัวข้อ “เรือดำน้ำ” ระบุว่า กองทัพเรือสั่งซื้อเรือดำน้ำจีน แต่ใช้เครื่องยนต์เยอรมนี สุดท้ายเยอรมนียืนยันว่าไม่ขายเครื่องยนต์ให้แน่นอน แล้วไทยจะไปต่อยังไง

กองทัพเรือจ่ายเงินไปเยอะแล้ว ถ้ายกเลิกการสั่งซื้อ ต้องเสียเงินฟรีหลายพันล้าน ใครจะกล้าสั่งยกเลิก ผิดชัดๆ แถมจะเสียค่าโง่ และมีคดีขึ้นศาล

เรือดำน้ำยังจำเป็นมั้ยสำหรับกองทัพเรือ ถ้ายังจำเป็นก็ต้องเดินหน้าไปให้สุด เพื่อนบ้านเขามีกันหมดแล้ว. เหลือแต่พี่ไทยนี่แหละที่ยังไม่มี

ประการสำคัญ กองทัพเรือต้องทำเรื่องขออนุมัติจาก ครม. ขอเปลี่ยนแปลงการสั่งซื้อ หันกลับมาใช้เครื่องยนต์จีน ซึ่งมีคุณภาพดีใช้ได้ อาจจะต้องต่อรองราคาลงบ้าง หรือขอของแถมที่เราอยากได้

สงครามยูเครน ปากีสถานกับอินเดีย หรือเยเมน ได้บอกให้เรารับรู้ว่า อาวุธของค่ายตะวันตกไม่ได้ดีกว่าค่ายตะวันออก แถมตะวันออกจะดีกว่าเสียอีก

งานนี้ ไทยจะได้รู้ซึ่งแก่ใจว่าใครเป็นเพื่อนแท้ ใครเป็นเพื่อนกิน ใครคบได้ ใครคบไม่ได้ มีแต่ปากหวาน แต่ไม่เคยช่วยจริง

เคาะถกงบ’69 วิปสภาสรุป4วัน41ชม.ฝ่ายละ20ชม. ปชน.จัดขุนพลชำแหละ

เคาะถกงบ’69 วิปสภาสรุป4วัน41ชม.ฝ่ายละ20ชม. ปชน.จัดขุนพลชำแหละ

เคาะถกงบ’69 วิปสภาสรุป4วัน41ชม.ฝ่ายละ20ชม. ปชน.จัดขุนพลชำแหละ

วันพฤหัสบดี ที่ 22 พฤษภาคม พ.ศ. 2568, 06.00 น.

เคาะถกงบ’69 วิปสภาสรุป4วัน41ชม.ฝ่ายละ20ชม. ปชน.จัดขุนพลชำแหละ จ้องสับงบปรับปรุงสภา รบ.มั่นใจไม่มีแตกแถว ภท.ยัน70เสียงโหวตรับ

วิปสภา เคาะถกงบประมาณฯปี’69 กรอบเวลา 4 วัน 41 ชั่วโมง แบ่งฝ่ายละ 20 ชั่วโมง ให้ “ฝ่ายค้าน” ชำแหละเต็มๆ20 ชั่วโมง ซีกรัฐบาลมั่นใจงบวาระแรกผ่าน ไม่มีแตกแถวโหวตงบ ขณะที่ ปชน.เตรียมจัดขุนพลลุยอภิปรายชำแหละงบอย่างเต็มที่ จ้องถล่มงบปรับปรุงสภา ‘วันนอร์’พร้อมเปิดวิสามัญถกงบฯ69 ย้ำกม.เอ็นเตอร์เทนเมนต์ฯรอไปก่อน โฆษกภท.ยัน70 เสียงยกมือผ่านงบฯ69 แน่นอน

เมื่อวันที่ 21 พฤษภาคม 2568 ที่รัฐสภา ได้มีการประชุมคณะกรรมการประสานงานสภาผู้แทนราษฎร (วิปสภา) โดย มีนายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน รองประธานสภาผู้แทนราษฎรคนที่หนึ่ง เป็นประธานการประชุม ร่วมกับตัวแทนของวิปฝ่ายรัฐบาล อาทิ นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย ฐานะประธานวิปรัฐบาล นางมนพร เจริญศรี รมช.คมนาคม น.ส.แนน บุณย์ธิดา สมชัย สส.อุบลราชธานี พรรคภูมิใจไทย และวิปฝ่ายค้าน อาทินายปกรณ์วุฒิ อุดมพิพัฒนสกุล สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ประธานวิปฝ่ายค้าน นายณัฐวุฒิ บัวประทุม สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชนเพื่อพิจารณาถึงกรอบเวลาในการประชุมสภาฯสมัยวิสามัญระหว่างวันที่ 28-31พ.ค.

วิปเคาะถกงบ41ชม.ฝ่ายละ20ชม.

โดยภายหลังการประชุม นายวิสุทธิ์ แถลงว่าในการหารือดังกล่าว ได้รับความร่วมมือจากทั้งฝ่ายค้านและฝ่ายรัฐบาล ไม่มีความขัดแย้งเรื่องการจัดสรรเวลา ทั้งนี้ ในการประชุมวันที่ 28พ.ค.จะพิจารณาร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.)จำนวน 2 ฉบับ และร่างพระราชกำหนด(พ.ร.ก.)จำนวน2ฉบับ เบื้องต้นคาดว่าจะใช้เวลาพิจารณารวม 8 ชั่วโมง และเสร็จไม่เกินเวลา 17.00น. ต่อจากนั้น ในวันที่ 29-31 พ.ค.นั้น จะพิจารณาร่างพ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2569 ทั้งนี้ จะมีเวลาพิจารณารวม 41 ชั่วโมง แบ่งเป็น ฝ่ายค้าน 20 ชั่วโมง ฝ่ายรัฐบาล 20 ชั่วโมง และของประธาน 1 ชั่วโมง

ไม่มีกม.เอ็นเตอร์เทนเมนต์ฯแน่

ประธานวิปรัฐบาล ยืนยันว่าทั้งนี้ การประชุมสมัยวิสามัญ จะไม่มีการพิจารณาร่างพ.ร.บ.การประกอบธุรกิจสถานบันเทิงครบวงจร พ.ศ. แน่นอน

“การพิจารณางบประมาณเชื่อว่าทุกฝ่ายจะช่วยกันทำงานให้ประสบความสำเร็จโดยเวลาที่กำหนดไว้ 4 วัน นั้นแต่ละวันจะเลิกไม่เกิน 22.00น.และแต่ละฝ่ายจะช่วยควบคุมเวลา ไม่ให้มีปัญหาเพื่อให้การพิจารณางบประมาณนั้น เป็นประโยชน์กับประชาชน”นายวิสุทธิ์ กล่าว

ประธานวิปรัฐบาลกล่าวย้ำถึงกรณีงบปรับปรุงรัฐสภาที่ถูกวิจารณ์ว่าไม่เหมาะสมนั้นว่าสภาเป็นแบบอย่างที่ดีของการใช้งบประมาณ งบใดที่ไม่จำเป็น ต้องตัด

ปชน.เตรียมจัดขุนพลชำแหละงบ

ด้านนายปกรณ์วุฒิ กล่าวว่าสำหรับร่างพ.ร.บ.งบประมาณ ปี2569นั้น เชื่อว่าจะลงมติในวาระแรกในวันที่ 31พ.ค.ไม่เกินเวลา18.00น. ทั้งนี้ กรอบเวลาที่กำหนดให้นั้นเท่ากับเปิดโอกาสให้ทั้ง 2 ฝ่ายได้พิจาณาในเนื้อหาสาระอย่างเต็มที่ เบื้องต้น ตนเชื่อว่าจะไม่มีการประท้วงในเนื้อหามากนักและการพิจารณาจะราบรื่น

ส่วนการจัดสรรเวลาให้กับพรรคร่วมฝ่ายค้านนั้น ได้หารือเบื้องต้นแล้วสามารถบริหารจัดการได้ขณะที่ในการเตรียมความพร้อมของสส.พรรคประชาชนนั้น เบื้องต้นอาจมีผู้อภิปรายจำนวนมากเพื่อเน้นการอภิปรายที่หลากหลายประเด็น

“ฝ่ายค้านยืนยันการทำงานว่า จะตรวจสอบเต็มที่ ไม่ว่าฝ่ายไหน ส่วนงบประมาณเพื่อปรับปรุงรัฐสภาที่เป็นประเด็นวิจารณ์กันก่อนหน้านี้ ส่วนตัวเชื่อว่าสส. จะรักษาเกียรติยศศักดิ์ศรีในที่ทำงานจะตรวจสอบเต็มที่แน่นนอน”นายปกรณ์วุฒิ กล่าว

เผยอิ๊งค์กำชับรมต.อยู่สภาทั้ง4วัน

ขณะที่นางมนพร กล่าวว่าในส่วนของครม.นายกรัฐมนตรีได้ย้ำในการประชุมครม.เมื่อวันที่ 20 พ.ค.ที่ผ่านมาว่าให้รัฐมนตรีแต่ละคนที่กำกับดูแลแต่ละกระทรวง ต้องมีความพร้อมที่จะตอบข้อซักถามสมาชิกตั้งแต่วันที่ 28-31 พฤษภาคมนี้ รวมถึงได้เน้นย้ำเรื่องของการใช้เม็ดเงินที่จะนำไปสู่การแก้ไขปัญหาของประชาชนและมีความโปร่งใสและสามารถตรวจสอบได้อย่างแน่นอน ทั้งนี้ครม.แต่ละคนจะสแตนบายอยู่สภา ทั้ง 4 วัน

ยันเสียงรบ.ไร้ปัญหา-อย่ากังวล

นางมนพรยังกล่าวอีกว่าตนทราบว่านายกรัฐมนตรีได้คุยกับหัวหน้าพรรคร่วมรัฐบาลทุกพรรคแล้วว่าให้ความเห็นชอบที่พิจารณาผ่านร่างพ.ร.บ.งบประมาณปี2569 ไม่ได้เป็นไปตามที่มีข่าวตามสื่อซึ่งเมื่อวันที่ 20 พ.ค.ตนก็ได้พูดคุยกับนายอนุทิน ชาญวีรกุล รองนายกรัฐมนตรีและรมว.มหาดไทย ในฐานะหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย ท่านก็ยืนยันว่า มีความพร้อม เป็นพรรคร่วมรัฐบาลต้องเห็นชอบ และอย่าไปเชื่อข่าวลือว่าจะไม่ร่วมรัฐบาลจะผ่านร่างพ.ร.บ.งบประมาณ พ.ศ.2569ไปด้วยดีรวมถึงจะมีการตั้งกมธ.วิสามัญจำนวน 72 คน

เมื่อถามย้ำว่าแสดงว่าพรรคภูมิใจไทยยืนยันว่าจะเห็นชอบโดยไม่งดออกเสียงใช่หรือไม่ ประธานวิปรัฐบาลตอบว่า“ยืนยัน ไม่มีปัญหา อย่ากังวล”

‘วันนอร์’ย้ำสภาพร้อมถกงบฯ69

ที่รัฐสภา นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภาผู้แทนราษฎร กล่าวถึงการพิจารณาร่างพระราชบัญญัติ(พ.ร.บ.)งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569 วาระที่ 1 ในวันที่ 28-31พ.ค.นี้ว่าสภาพร้อมเปิดประชุม ตามที่รัฐบาลขอเปิดประชุมสภาสมัยวิสามัญเนื่องจากจะมีเรื่องการพิจารณาร่างพ.ร.บ.งบประมาณปี2569ในวาระแรกและอาจจะมีกฎหมายอื่นๆตามมาตามที่คณะรัฐมนตรีขอ ตนยังไม่ได้รับหนังสืออย่างเป็นทางการจากคณะรัฐมนตรี

กม.เอ็นเตอร์เทนเมนต์ฯรอไปก่อน

ประธานสภาผู้แทนฯกล่าวอีกว่าส่วนการเสนอกฎหมายอื่นเช่นร่างพระราชบัญญัติ(พ.ร.บ.)การประกอบธุรกิจสถานบันเทิงครบวงจรหรือกฎหมายเอนเตอร์เทนเมนต์คอมเพล็กซ์นั้น ได้ถูกบรรจุไว้อยู่แล้ว แต่การพิจารณาการเปิดวิสามัญครั้งนี้ ตามกฎหมายรัฐธรรมนูญคือจะพิจารณาร่างพระราชกำหนดและเรื่องด่วนที่คณะรัฐมนตรีขอมาที่อยากจะพิจารณาให้แล้วเสร็จในสมัยการประชุมวิสามัญนี้

“ในที่สุดจะพิจารณาร่างพ.ร.บ.งบประมาณฯปี2569ในวาระแรกก่อนเพื่อที่จะได้ตั้งคณะกรรมาธิการ นำไปสู่การพิจารณาในวาระ2 และเมื่อเปิดสมัยประชุมแล้วก็จะเข้าสู่ขั้นตอนการพิจารณาวาระ3 ซึ่งจะต้องดำเนินการให้แล้วเสร็จภายในเวลา 105วัน ถ้าสภาฯพิจารณาไม่แล้วเสร็จภายในกำหนด ก็ถือว่าสภาฯเห็นชอบตามที่รัฐบาลเสนอมา ซึ่งโดยปกติก็จะพิจารณาให้แล้วเสร็จก่อน”ประธานสภาผู้แทนฯย้ำ

ภท.ยัน70เสียงโหวตรับงบ69แน่น

ขณะที่ น.ส.แนน บุณย์ธิดา สมชัย สส.อุบลราชธานี โฆษกพรรคภูมิใจไทยกล่าวถึงการพิจารณาร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2569 ที่จะมีขึ้นระหว่างวันที่ 28 ถึง 31พฤษภาคมนี้ว่าพรรคภูมิใจไทย เรื่องงบไม่มีปัญหาอะไรทั้งสิ้น เราเป็นพรรคร่วมรัฐบาล มีการพูดคุยกันตลอด ไม่ว่าจะเป็นคณะรัฐมนตรี หรือพรรคร่วมรัฐบาลเองและได้พูดคุยกับวิปสามฝ่ายแล้ว จึงชัดเจนว่าพรรคภูมิใจไทย 70 เสียง เราพร้อมโหวต ร่างพ.ร.บ.งบประมาณฯปี69 แน่นหนาเต็มที่ ไม่ได้มีปัญหาอะไร ส่วนข่าวลือว่าพรรคภูมิใจไทยจะคว่ำร่างนั้น ขอรบกวนช่วยหาด้วยว่ามาจากไหน ไม่ได้มาจากพรรคภูมิใจไทยแน่นอน ล้านเปอร์เซ็นต์

ศาลปค.นัดชี้ขาดคดีจำนำข้าว22พ.ค. ‘ยิงลักษณ์’ระทึก ลุ้นชดใช้เงินคืน3.5หมื่นล้านหรือไม่

ศาลปค.นัดชี้ขาดคดีจำนำข้าว22พ.ค. ‘ยิงลักษณ์’ระทึก ลุ้นชดใช้เงินคืน3.5หมื่นล้านหรือไม่

ศาลปค.นัดชี้ขาดคดีจำนำข้าว22พ.ค. ‘ยิงลักษณ์’ระทึก ลุ้นชดใช้เงินคืน3.5หมื่นล้านหรือไม่

วันพฤหัสบดี ที่ 22 พฤษภาคม พ.ศ. 2568, 06.00 น.

ศาลปค.นัดชี้ขาดคดีจำนำข้าว22พ.ค. ‘ยิงลักษณ์’ระทึก ลุ้นชดใช้เงินคืน3.5หมื่นล้านหรือไม่ อ้วน’ย้ำ1หมื่นเฟส3แค่เลื่อน ศก.ดีขึ้นค่อยมาคุยกันอีกครั้ง ‘หนู’ชี้โยกงบใช้แก้ปัญหาน้ำ

“จตุพร”แนะจับตา 22 พฤษภาคม ศาลปกครองสูงสุดนัดชี้ชะตา “ยิ่งลักษณ์” ชดใช้เงินจำนำข้าว 3.5 หมื่นล้าน คืนรัฐบาลจากนั้น 13 มิถุนายน การเมืองอาจเปลี่ยน ถ้า’ทักษิณ’หนีหรือติดคุก ศาลฎีกานักการเมืองนัดติดสินปมชั้น14คาดแรงกระเพื่อมเริ่มก่อตัว22พ.ค.วันที่ศาลนัดตัดสินจำนำข้าว‘อนุทิน’ย้ำต้องเตรียมแผนรับมืออุทกภัย ชี้โยกงบ1.57แสนล้าน เป็นส่วนหนึ่งใช้แก้ปัญหาน้ำ ไม่หวั่นสตง.เข้มเบิกจ่าย‘ภูมิธรรม’อ้าง ไม่ได้ยกเลิกแจกเงินหมื่นเฟส3 แค่เลื่อนออกไปก่อน ระบุเศรษฐกิจดีขึ้น ค่อยมาดูจะทำอย่างไร ชี้เลือกตั้งยังอีกยาว

เมื่อวันที่ 21พ.ค.2568 นายจตุพร พรหมพันธุ์ วิทยากรคณะหลอมรวมประชาชน เฟซบุ๊คไลฟ์รายการประเทศไทยต้องมาก่อน ว่า การเมืองฝ่ายรัฐบาลออกอาการพล่าน ร้อนรน งัดเกมสงครามตัวแทนเชือดเฉือน ไม่ยอมลดราวาศอกให้กัน โดยมีศูนย์กลางปัญหาอยู่ที่ นายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ที่พยายามแย่งชิงบารมีอำนาจการนำกลับคืนมา คาดว่าการเมืองหลังวันที่ 22พ.ค.จะรุมร้อนแรงขึ้น เมื่อมีผลวินิจฉัยของศาลปกครองสูงสุดกรณีให้ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกฯ ต้องชดใช้เงิน 3.5หมื่นล้านบาท ที่สร้างความเสียหายในโครงการจำนำข้าวหรือไม่ ถัดจากนั้นภายในวันที่ 12มิ.ย.ผลสอบจริยธรรมแพทย์รักษา นายทักษิณ ชั้น 14 รพ.ตำรวจ ย่อมชัดเจนและครบถ้วนตามกระบวนการกฎหมาย ซึ่งจะนำพาไปสู่ศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองนัดพร้อมหรือไต่สวนบังคับให้เป็นไปตามหมายจำคุกหรือไม่ ในวันที่ 13มิ.ย.สถานการณ์การเมืองจะกระเพื่อมแรงขึ้น ล้วนมีศูนย์กลางปัญหาอยู่ที่ นายทักษิณทั้งสิ้น ดังนั้นทักษิณ จึงเป็นปัญหาของชาติและปัญหาของตัวเอง แม้กองเชียร์พยายามประโคมโหมบอกว่า ทักษิณ กลับมาแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจประเทศ แต่สภาพบ้านเมืองเศรษฐกิจปากท้องยิ่งย่ำแย่หนักขึ้นไปอีก

นายจตุพร ย้ำว่า การกลับมาของ นายทักษิณ สิ่งที่เกิดขึ้นคือ การแลกด้วยกระบวนการยุติธรรมที่ถูกทำลายอย่างย่อยยับ แล้วลุกลามให้เกิดความเสียหายในแต่ละกระบวนการขององค์กรต่างๆมาซ้ำเติมอีก และที่สำคัญเกือบ 2ปี สภาพเศรษฐกิจบ้านเมืองไม่ได้มีอะไรที่ดีขึ้นแล้ว นายทักษิณ ประกาศย้ำคำมั่นสัญญาขออนุญาตกลับประเทศเพื่อเลี้ยงหลานเพราะแก่แล้ว กระทั่งถึงถวายฎีกา ซึ่งระบุการยอมรับผิดในคดีทุจริตคอร์รัปชั่น ยอมรับกระบวนการยุติธรรมและสำนึกในการกระทำผิดของตัวเองนั้น เมื่อกลับมาแล้ว ไม่ได้ปฎิบัติตามคำมั่นสัญญาตามนั้น โดยไม่ติดคุกสักวันเดียวและไม่ได้อยู่ในสภาพของคนกลับมาเลี้ยงหลาน หรือเป็นคนแก่ป่วยช่วยเหลือตัวเองไม่ได้

อย่างไรก็ตาม เมื่อกระบวนการยุติธรรมถูกทำลายแล้ว อาการย้อนแย้งย่อมตามมา เพราะทักษิณ จะใช้ความรู้ความสามารถมารับใช้บ้านเมืองได้อย่างไร โอกาสจะใช้ชีวิตอย่างผาสุขจึงเป็นปัญหาของทักษิณและบ้านเมือง เพราะวันที่13มิ.ย.ศาลฎีกานัดไต่สวนการบังคับรับโทษติดคุกหรือไม่ โดยมีข้อเท็จจริงตามผลสอบชั้น14ของแพทยสภารัดเอาผิดทักษิณ ให้แน่นขึ้น จนโอกาสดิ้นหลุดแทบไม่มีหนทาง กองเชียร์ฝ่ายกฎหมายพยายามอ้างกฎหมายซึ่งไม่สอดคล้องกับข้อเท็จจริง ย่อมเป็นการใช้กฎหมายโดยมิชอบ ดังนั้น ปัญหาของทักษิณคือ จะทำใจเข้าเรือนจำได้หรือไม่ หรือถ้าใจไม่แข็งพอ ก็ต้องคิดแบบเดิมอีก คือหนี

นายจตุพร เตือนว่า ทุกองค์รัฐที่เกี่ยวข้องกับทักษิณ อย่าได้อ้างกฎหมายไม่ตรงข้อเท็จจริง เพราะจะนำพาไปถึงการทำผิดกฎหมาย ม.157 เข้าข่ายปฎิบัติ หรือละเว้นปฏิบัติโดยมิชอบ ยิ่งกรมราชทัณฑ์ส่งตัวทักษิณไป รพ.ตำรวจ นั้น เกิดปัญหาว่า ส่งตัวไปภายใต้กฎหมายอะไร เมื่อข้อเท็จของแพทยสภาระบุจนทำให้เข้าใจว่า รายงานป่วยเป็นเท็จ ดังนั้นเมื่อเริ่มโกหกวันแรกเพื่อช่วยทักษิณ การโกหกซ้ำๆ จึงขยายไปกว้างขวางตามมากันตลอด วันที่ 13มิ.ย.ปัญหาคือ ทักษิณ จะไปศาลหรือไม่ ถ้าไม่ไปตามหมายศาลแล้วศาลสามารถออกหมายจับได้ ซึ่งจะทำให้เหตุการณ์ง่ายๆ ได้ทวีแรงขึ้นตามลำดับ อีกทั้งถัดไปในเดือนกรกฎาคมจะมีการพิจารณาคดี ม.112 ย่อมยากจะคาดเดาผลการพิจารณาของศาลได้ ปัญหาของทักษิณ ย่อมเป็นบทเรียนแสดงว่า อะไรก็ตามที่ไม่ตรงไปตรงมา ก็ไม่ควรทำ เพราะจะเน้นย้ำถึงการสำแดงตัวตนของตัวเองให้คนไทยได้รู้จักกระจ่างชัดเจนขึ้น ถึงที่สุดแล้วไม่มีใครทำอะไรทักษิณได้ นอกจากตัวทักษิณเอง

นายจตุพร คาดว่า หากทักษิณ ติดคุก การเมืองจะเปลี่ยนไป หรือถ้าหนีอีก ยิ่งทำให้สถานการณ์เปลี่ยนไปอีกแบบ ทั้งที่ปัจจุบันรัฐบาลแทบทะเลาะลึกและจ้องกัดหูกันอยู่แล้ว ดังนั้นการแก้ปัญหาของบ้านเมืองต้องไม่ใช่การเพิ่มปัญหา เพราะยิ่งทำให้บ้านเมืองสะสมความเสียหายมากมาย

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ศาลปกครองสูงสุดนัดออกบัลลังก์อ่านคำพิพากษา คดีที่กระทรวงการคลังยื่นอุทธรณ์คำพิพากษาศาลปกครองกลาง ที่สั่งเพิกถอนคำสั่งกระทรวงการคลังที่135/2559ลงวันที่ 13ต.ค.2559 ที่ให้ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชดใช้ค่าสินไหมทดแทนกรณีปล่อยให้มีการทุจริตโครงการรับจำนำข้าวและเพิกเฉยไม่ระงับยับยั้งความเสียหายที่เกิดขึ้นแก่ราชการ เป็นเงิน 35,717,273,028บาท ในคดีที่ น.ส.ยิ่งลักษณ์และนายอนุสรณ์ อมรฉัตร สามี ร่วมกันยื่นฟ้องนายกรัฐมนตรี รมว.คลัง รมช.คลัง ปลัดคลัง สำนักนายกรัฐมนตรี กระทรวงคลัง กรมบังคับคดี อธิบดีกรมบังคับคดีและเจ้าพนักงานบังคับคดี สำนักงานบังคับคดีแพ่ง กรุงเทพมหานคร กรณีร่วมกันมีคำสั่งดังกล่าวโดยไม่ชอบด้วยกฎหมาย เนื่องจากศาลปกครองกลางในขณะนั้น เห็นว่า กระทรวงการคลัง ยอมรับว่า ไม่มีหลักฐานแน่ชัดว่านางสาวยิ่งลักษณ์ เป็นผู้กระทำให้เกิดความเสียหายโดยตรงและขั้นตอนการตรวจสอบของคณะกรรมการสอบสวนความรับผิดทางละเมิดก็ไม่ถูกต้องตามที่กฎหมายกำหนด โดยนัดฟังคำพิพากษาวันที่ 22พ.ค.นี้ เวลา 13.30น.

ด้าน นายภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม ในฐานะแกนนำพรรคเพื่อไทย(พท.) ให้สัมภาษณ์กรณีรัฐบาลเลื่อนแจกเงินดิจิทัล 1หมื่นบาท เฟส3และนำงบไปกระตุ้นเศรษฐกิจแทนจะส่งผลต่อความเชื่อมั่นของประชาชนต่อพรรคเพื่อไทยในการเลือกตั้งครั้งหน้าหรือไม่ว่า การเลือกตั้งครั้งหน้ายังอีกยาว ไม่ใช่ว่าจะทำอะไรตอนนี้ได้เร็วๆและเราไม่ได้ยกเลิก เราเลื่อนออกไปก่อน เพราะเหตุเฉพาะหน้า ขณะนี้ปัญหาสำคัญที่เกิดขึ้น เรื่องสงครามการค้าและภาษี เป็นเรื่องเฉพาะหน้าที่ต้องขยับทำการแก้ไขก่อน ทุกประเทศทั่วโลกที่ตกอยู่ในสภาวะแบบนี้ ก็กำลังแก้ปัญหาอยู่ ที่ประชุมคณะกรรมการกระตุ้นเศรษฐกิจได้ใช้งบกลางบางส่วนและงบหลายๆส่วนที่เป็นงบเหลือใช้ ที่มี 1.57แสนล้านบาท ซึ่งอาจจะรวมถึงดิจิทัลวอลเล็ตในรอบ3 เรายังไม่ได้ยกเลิก แต่ต้องเอามากระตุ้นเศรษฐกิจให้ภาวะเศรษฐกิจโดยรวมดีขึ้นทั้งหมดก่อนจะทำให้ประเทศเดินหน้าและพัฒนาต่อไปได้ จากนั้นค่อยดูว่า จะทำอะไร แค่ไหน อย่างไร ทั้งหมดเป็นการทำให้เกิดประโยชน์กับประชาชน การกระตุ้นเศรษฐกิจก็เป็นการช่วยประชาชนอยู่แล้วในทางอ้อม และเป็นการช่วยโดยตรงกับประเทศก็เลื่อนไป และทางกระทรวงการคลังน่าจะชี้แจงแล้ว

นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรี และรมว.มหาดไทย ให้สัมภาษณ์หลังมอบนโยบายการเพิ่มประสิทธิภาพเฝ้าระวังติดตามสถานการณ์ และการแจ้งเตือนสาธารณภัยระดับพื้นที่ จ.พระนครศรีอยุธยา ว่า ต้องเตรียมแผนรับมืออุทกภัย ทั้งแผนเผชิญเหตุ ตรงไหนป้องกันได้ก็ต้องป้องกันอย่างเต็มที่ ดูปริมาณน้ำ และสภาพภูมิประเทศ เพราะมีโอกาสที่จะเกิดน้ำหลากน้ำท่วมได้แน่นอนอยู่แล้ว จึงต้องเร่งที่จะบรรเทาภัยพิบัตินั้นให้รวดเร็วที่สุด เสียหายให้น้อยที่สุด เมื่อถามว่า การโยกงบประมาณจากโครงการดิจิทัลวอลเล็ต 1.57แสนล้านบาท จะเป็นประโยชน์ที่จะมาแก้ปัญหาเรื่องน้ำใช่หรือไม่นั้นนายอนุทิน กล่าวว่า เป็นส่วนหนึ่ง และข้อกำหนดการใช้งบต้องทำอย่างรวดเร็ว ทุกอย่างเสร็จได้ภายในไม่เกิน1ปีและต้องเป็นการลงทุนที่ยั่งยืน จะมาช่วยในเรื่องการบริหารจัดการน้ำได้มาก ทั้งการวางแผนกักเก็บน้ำ การสร้างทางน้ำ สร้างเขื่อนป้องกันหรือตลิ่งป้องกันน้ำท่วม

เมื่อถามว่า กังวลเรื่องการเบิกจ่ายงบประมาณที่สำนักงานตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) จะเข้มงวดในการเบิกจ่ายหรือไม่ หรือสามารถพิจารณาได้เลย นายอนุทิน กล่าวว่า มีการกำหนดในระเบียบไว้อยู่แล้ว และมีแบบฟอร์มของการนำของบประมาณที่ทางจังหวัด และผู้ว่าราชการจังหวัดจะต้องไปหารือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ทำเป็นการของบขึ้นมา กระทรวงการคลังและสำนักงบประมาณมีวิธีในการพิจารณา คำขอต่างๆ เมื่อถามถึงกรณีที่ผ่านมาหน่วยงานท้องถิ่นไม่กล้าที่จะประกาศเพื่อขอใช้งบฉุกเฉิน จะใช้งบกลาง ทั้งที่สามารถใช้งบฉุกเฉินได้นั้น นายอนุทิน กล่าวว่า ในท้องถิ่นมีงบฉุกเฉินสำหรับชาวบ้าน แต่ผู้ว่าราชการจังหวัดต้องให้ผู้บริหารองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นเป็นผู้ประกาศ และติดตามว่าทำไมถึงเบิกเงินในส่วนนี้ เราต้องสร้างความเข้าใจให้กับพวกเขา

แนวหน้าวาทะเด็ด

แนวหน้าวาทะเด็ด

แนวหน้าวาทะเด็ด

วันพฤหัสบดี ที่ 22 พฤษภาคม พ.ศ. 2568, 06.00 น.

“เรามีข้อคิดเกี่ยวกับการจัดเก็บภาษีที่อาจได้รับผลกระทบรวมถึงเรื่องการส่งออก จึงต้องมีการปรับโครงสร้างให้ทันต่อการเปลี่ยนแปลงของสถานการณ์ เมื่อเรื่องนี้เป็นความจำเป็นเร่งด่วนก็ต้องปรับเปลี่ยนนโยบาย ซึ่งเชื่อว่าประชาชนจะเข้าใจ”

นายประเสริฐ จันทรรวงทอง

รองนายกฯ และรมว.ดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม

ภท.ยังไม่หายแค้น/เปิดศึก‘แดง-นําเงิน’ รมยํา‘กุสุมาลวตี ‘ลูกเนวิน’เดือดไม่ให้ราคา

ภท.ยังไม่หายแค้น/เปิดศึก‘แดง-นําเงิน’ รมยํา‘กุสุมาลวตี ‘ลูกเนวิน’เดือดไม่ให้ราคา

ภท.ยังไม่หายแค้น/เปิดศึก‘แดง-นําเงิน’ รมยํา‘กุสุมาลวตี ‘ลูกเนวิน’เดือดไม่ให้ราคา

วันพฤหัสบดี ที่ 22 พฤษภาคม พ.ศ. 2568, 06.00 น.

ภท.ยังไม่หายแค้น/เปิดศึก‘แดง-นําเงิน’ รมยํา‘กุสุมาลวตี ‘ลูกเนวิน’เดือดไม่ให้ราคา ‘เสี่ยหนู’ปัดคลิปเสียงฮั้วสว. ลั่นเดินหน้าฟ้องคนใส่ร้าย สว.จี้ปธ.กกต.ทิ้งสำนวนDSI

“แดง-น้ำเงิน”ใส่กันมันหยด! “เสี่ยหนู”ปัดคลิปเสียงคดีฮั้ว สว. ฝ่าย“ลูกเนวิน”พร้อมเครือข่ายรุมยำ “เจ้แมว-
กุสุมาลวตี ศิริโกมุท” ยื่นยุบพรรคภูมิใจไทย เดินหน้าฟ้องใส่ร้ายป้ายสี ด้าน สว.รับไม่ได้จี้ประธานกกต.
โยนทิ้งสำนวนดีเอสไอ สั่งกก.ชุดที่ 26 ยุติทำหน้าที่ อ้างไม่เป็นธรรม ขณะที่ สว.พันธุ์ใหม่แผ่ว ได้ชื่อชงปิดสวิสซ์สภาสูงไม่ครบ ฮึดหนังสือถึงประธาน ชะลอลงมติเลือก.ป.ป.ช.30 พ.ค.นี้

เมื่อเวลา 12.00 น. วันที่ 21 พฤษภาคม ที่มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลสุวรรณภูมิ ศูนย์พระนครศรีอยุธยา นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.มหาดไทย ในฐานะหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย ให้สัมภาษณ์ถึงการเตรียมรับมือสถานการณ์ทางการเมืองขณะนี้ว่า วิธีรับมือคือการเพิกเฉย เพราะไม่มีใครในพรรคภูมิใจไทยทำผิดกฎหมายอย่างที่เป็นข่าว พวกเราเป็น สส.ไม่ใช่ สว. เมื่อเราเป็น สส.ต้องทำหน้าที่ดูแลราษฎร แค่ตรงนี้ก็ไม่มีเวลาไปยุ่งกับเรื่องอื่นแล้ว

ผู้สื่อข่าวถามว่า แต่เกมการเมืองที่เข้ามาทำให้เกิดความเสียหายต่อพรรคพรรคภูมิใจไทย นายอนุทินถามย้อนกลับว่า เสียหายอย่างไร ก่อนหันไปถาม ส.ส.ของพรรคว่าเสียหายตรงไหน ผู้สื่อข่าวจึงถามต่อว่าอาจจะทำให้ถูกโจมตี นายอนุทินจึงตอบว่า เราต้องไม่โต้ตอบ เพราะหากโต้ตอบก็ไม่จบเสียที หากว่าใครสงสัยหรือไม่พอใจ หรือคิดว่าเราทำผิดกฎหมาย ช่องทางที่ดีที่สุดคือกระบวนการยุติธรรม สามารถไปร้องเรียนหรือฟ้องร้อง ซึ่งเราสามารถไปแก้ต่างหรือไปต่อสู้ หากพิสูจน์ออกมาแล้วว่าไม่จริง เราก็ต้องใช้สิทธิของเราในการแสวงหาความยุติธรรม

ไม่มีคลิปเสียงจัดฮั้วสว.

เมื่อถามว่า ผู้ร้องอ้างมีคลิปเสียงและหลักฐานต่างๆ ไปยื่นประกอบ นายอนุทินกล่าวว่า ตนก็ไม่ได้พูดอะไรอยู่แล้ว เพราะอย่างที่บอกว่าได้ออกประกาศไปเมื่อวันที่ 30 เม.ย.67 ห้ามสมาชิกพรรคภูมิใจไทยเกี่ยวข้องกับการเลือกตั้งสมาชิกวุฒิสภา (ส.ว.) ไม่มีอะไรที่ต้องกังวล และจะไม่มีคลิปอะไรที่เกี่ยวข้องกับการเลือก ส.ว.อย่างแน่นอน แต่หากมีหลักฐานใหม่เพิ่มเติมก็ให้ไปพิสูจน์กันที่ศาล

ผู้สื่อข่าวถามว่า รู้สึกน้อยใจหรือไม่ แม้การเลือกตั้ง ส.ว.จบไปแล้ว แต่การกล่าวหาพรรคภูมิใจไทยยังไม่จบไม่สิ้น นายอนุทินกล่าวว่า ไม่ได้น้อยใจ เพราะมีเรื่องให้สัมภาษณ์ทุกวัน ดีได้ออกทีวีชอบ

เมื่อถามถึงกรณีที่มีการยื่นร้องยุบพรรคถึงสองคน ว่าก่อนหน้านี้มีความขัดแย้งกับพรรคภูมิใจไทยมาก่อนหรือไม่ นายอนุทินกล่าวว่า ตนไม่ทราบว่ามีอะไร โดยส่วนตัวไม่รู้จักกัน แต่ก็ดีเหมือนกันที่ออกมาพูดเราจะได้กลับมาดูว่ามีเรื่องจริงหรือไม่ ตนก็มานั่งไล่ถาม ก็ไม่มีใครที่เป็นไปตามข้อกล่าวหา แต่เราจะไปห้ามเขาได้อย่างไร

ภท.ไม่ให้ราคา”เจ้แมว”

ผู้สื่อข่าวถาม ถึงกรณีที่มีการรายงานว่าคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) จะออกหมายเรียกรอบ 3 โดยระบุว่าจะเป็นคีย์แมนคนสำคัญของพรรคภูมิใจไทย นายอนุทินกล่าวว่า จริงๆ เขาก็เปิดไปแล้ว ไม่ต้องไปรอเปิดเผยล็อตไหน เรื่องออกมาไม่รู้กี่เดือนแล้ว ยืนยันไม่มีปัญหาทุกคนเป็นบุคคลสาธารณะ ใครจะมาตรวจสอบหรือร้องเรียนอะไรได้หมด เพราะหากไม่เป็นความจริงคนที่ทำก็ต้องรับผิดชอบ กล้ารับโทษในสิ่งที่เราจะแสวงหาความยุติธรรม

ขณะที่ นายไชยชนก ชิดชอบ เลขาธิการพรรคภูมิใจไทย ปฏิเสธให้สัมภาษณ์กรณีที่ น.ส.กุสุมาลวตี ศิริโกมุท ส.ว.สำรอง ยื่นหนังสือต่อ กกต. เพื่อขอให้ยุบพรรคภูมิใจไทย เกี่ยวกับประเด็นการฮั้วเลือก ส.ว. โดยผู้สื่อข่าวพยายามสอบถามถึง 2 ครั้ง โดยนายไชยชนกระบุเพียงสั้นๆ ว่า “ไม่ให้ราคา น้ำจะท่วมอยู่แล้ว ถ้าไม่ใช่เรื่องที่เป็นประโยชน์ต่อประชาชน อย่ามาถามผม ผมไม่มีเวลาให้”

สุขสมรวยเดินหนาชน

นางสุขสมรวย วันทนียกุล สส.อำนาจเจริญ เขต 1 พรรคภูมิใจไทย โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก ระบุว่า… ถาม “ดีเอสไอ-กุสุมาลวตี” หลังพบความผิดปกติของข้อมูล ส่อมีการละเมิดสิทธิประชาชน!?

เมื่อวันที่ 20 พฤษภาคม นางกุสุมาลวตี บอกว่า มีหลักฐานเส้นทางการเงินของนายไชยชนก ชิดชอบ ทั้งที่ก่อนหน้านี้ นางกุสุมาลวตี แจ้งความในคดีอั้งยี่ต่อกรณีการเลือก สว.ในพื้นที่จังหวัดมหาสารคาม เมื่อช่วงต้นเดือนเมษายน 2568 โดยที่ไม่ปรากฏการอ้างข้อมูลเกี่ยวกับเส้นทางการเงิน เลยขอตั้งข้อสังเกตไปยังนางกุสุมาลวตี และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอย่างดีเอสไอ ว่า นางกุสุมาลวตี เอามาจากไหน หรือมีอำนาจหน้าที่ใดในการไปเอาข้อมูลมาจากธนาคาร มีหน่วยงานใดที่จะมีข้อมูลนี้ และสามารถเอาข้อมูลออกมาให้นางกุสุมาลวตีได้หรือไม่ ข้อมูลเส้นทางการเงินของนายไชยชนก สามารถหลุดไปถึงนางกุสุมาลวตีได้อย่างไร

เรื่องนี้ทำให้นายไชยชนกได้รับความเสียหายตามมา ข้อมูลจากอำนาจเจริญ ได้มาจากไหน ? ใช่จากคู่แข่งทางการเมืองไหม ? แน่ใจได้อย่างไร ว่าเป็นเรื่องจริง ? ความเชื่อมั่นของประชาชน ความปลอดภัยของประชาชน การไม่ละเมิดสิทธิของประชาชน คือหัวใจสำคัญของเรื่องนี้

ภท.ฟ้องกลับกราวรูด! .

นายศุภชัย ใจสมุทร ทีมกฎหมายพรรคภูมิใจไทย กล่าวถึงกรณีที่นายณฐพร โตประยูร อดีตที่ปรึกษาประธานผู้ตรวจการแผ่นดิน ยื่นคำร้องต่อ กกต. ส่งเรื่องให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยสมาชิกภาพของสมาชิกวุฒิสภา(สว.) โดยเนื้อหาในคำร้องดังกล่าวมีการพาดพิงถึงพรรคภูมิใจไทยว่า ข้อความดังกล่าวมีลักษณะใส่ร้ายด้วยความเท็จต่อพรรคภูมิใจไทย ที่ไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้องกับการเลือก สว.มาตั้งแต่ต้น พรรคโดยหัวหน้าพรรคฯ ก็ได้ออกหนังสือลงวันที่30 เม.ย.2567 มาโดยชัดแจ้งว่า ห้ามมิให้ สส.หรือสมาชิกของพรรคยุ่งเกี่ยวกับกระบวนการสรรหา สว. และทุกคนต่างก็ยึดถือปฏิบัติอย่างเคร่งครัด ต่อมาเมื่อวุฒิสภาได้เกิดขึ้นแล้ว การปฏิบัติหน้าที่ของวุฒิสภาก็เป็นการดำเนินการตามหน้าที่อำนาจตามกฎหมาย พรรคภูมิใจไทย หรือบุคคลใดไม่อาจจะเข้าไปแทรกแซงการทำหน้าที่ของวุฒิสภาดังกล่าวตามที่นายณฐพร ได้ใส่ร้ายด้วยความเท็จในคำร้อง

เดินหน้าฉะ“เจ้แมว”

เมื่อถามถึงกรณีการยื่นคำร้องของ น.ส.กุสุมาลวตี ศิริโกมุท สว.สำรอง และอดีตสส.พรรคเพื่อไทย ยื่นคำร้องต่อ กกต. เพื่อพิจารณาส่งเรื่องต่อศาลรัฐธรรมนูญสั่งยุบพรรคภูมิใจไทย กับกกต. โดยกล่าวหาหัวหน้าพรรค และเลขาธิการพรรค รวมถึง สส. กระทำผิดรัฐธรรมนูญกรณีฮั้วเลือก สว. นายศุภชัย กล่าวว่า เป็นการนำเอาข่าวสารที่ปรากฏในสื่อสารมวลชน ที่ไม่ได้ยืนยันว่าเท็จจริงเป็นประการใด มาร้อยเรียงความเท็จที่ตนเองเสกสรรปั้นแต่งขึ้น กล่าวหาใส่ร้ายหัวหน้าพรรคและพรรคภูมิใจไทย ดังนั้น พรรคภูมิใจไทยจะดำเนินคดี และดำเนินการทุกอย่างต่อบุคคลใดก็ตามที่ใช้สิทธิโดยไม่สุจริต และมุ่งร้ายทางการเมืองในครั้งนี้

พิพัฒน์’ขู่ฟ้องกลับแน่

นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รมว.แรงงาน ในฐานะแกนนำพรรคภูมิใจไทย ดูแลพื้นที่ภาคใต้ กล่าวถึงกรณีที่มีการเผยแพร่อักษรย่อ พ. ออกมาและมีส่วนเกี่ยวข้องกับคดีฮั้วเลือก สว.ว่า ตอนนี้ยังเป็นแค่ชื่อย่อ ขอให้มีชื่อจริงออกมาให้ชัดเจนก่อน และต้องรอจนกว่า กกต. จะมีการเชิญตนเข้าไปให้ข้อมูล ซึ่งขณะนี้ยังไม่มีทั้งแถลงการณ์และหนังสือเชิญเข้าไปให้ข้อมูล ดังนั้นจะฟ้องหรือไม่ฟ้อง ขอรอให้ถึงเวลานั้นก่อน แต่ในส่วนของพรรคภูมิใจไทยตนเองรับไม่ได้ ที่มีการพาดพิงถึงพรรคภูมิใจไทยให้ได้รับความเสียหาย

ยันไม่ได้เกี่ยวเลือกสว.

เมื่อถามย้ำว่า ในกรณีนี้มีการกล่าวอ้างถึงเรื่องเส้นเงิน ที่อาจเชื่อมโยงไปถึงพรรคภูมิใจไทย นายพิพัฒน์ กล่าวว่าเรื่องเส้นทางการเงินมีหลักฐานหรือไม่ คำว่าเส้นเงินที่ผ่านมามีการพูดถึงตลอด แต่ทางพรรคภูมิใจไทยก็ยังไม่เห็นข้อเท็จจริง จะมาตัดสินได้อย่างไรว่าเป็นเรื่องของพรรคภูมิใจไทย ในเมื่อพรรคการเมืองไม่สามารถไปยุ่งเกี่ยวกับการเลือกสว. ได้ ซึ่งเป็นข้อจำกัดและข้อห้ามที่ชัดเจน การเลือกสว. เป็นเอกเทศ ดังนั้นการพูดว่าพรรคภูมิใจไทยอยู่เบื้องหลังการเลือก สว. หรือ สว.สีน้ำเงิน เป็นการอุปโลกน์ขึ้นมาและบังเอิญว่าสีน้ำเงินดันไปสอดคล้องกับพรรคภูมิใจไทย

เมื่อถามว่า คอการเมืองวิเคราะห์ว่าเป็นนิติสงครามระหว่างสีแดงและสีน้ำเงิน นายพิพัฒน์ กล่าวว่า พรรคการเมืองไม่มีการเข้าไปยุ่งเกี่ยวกับตรงนั้น แล้วไม่เคยทราบมาก่อนว่าพรรคสีแดงจะมาทำลายพรรคสีน้ำเงิน เรายังอยู่ร่วมรัฐบาลเดียวกัน การอยู่กันได้ต้องพูดคุยกัน และจะฟังจากบุคคลภายนอกไม่ได้ เพราะไม่รู้ว่าบุคคลภายนอกมีเจตนาอย่างไร อาจจะมีการเสี้ยมและยุยงรัฐบาลให้แตกกัน

พร้อมต่อสู้คดียุบพรรค

น.ส.แนน บุณย์ธิดา สมชัย สส.อุบลราชธานี ในฐานะโฆษกพรรคภูมิใจไทย ตอบคำถามผู้สื่อข่าวถึงแนวทางการต่อสู้คดีเรื่องยุบพรรค ว่า อาจต้องดูเนื้อหา ที่เขาฟ้องร้องเราก่อน ว่าเข้าข่ายมาตราไหนบ้าง และคงต้องเตรียมตามขั้นตอนปกติ เพราะไม่ใช่ว่าในสมัยสภาชุดนี้มีเราพรรคเดียวที่โดนยื่นยุบพรรค พรรคอื่นเขาก็สู้ตามกระบวนการกฎหมายต่อไป เพียงแต่เรื่องของพรรคภูมิใจไทย พึ่งมีการยื่นเมื่อวานทาง กกต. ต้องรวบรวมหลักฐานและคงจะเชิญ พรรคภูมิใจไทยไปให้ข้อมูล

จี้เขี่ยดีเอสไอพ้นการทำสวน

วันเดียวกัน พล.ต.ต.ฉัตรวรรษ แสงเพชร สมาชิกวุฒิสภา (สว.) , นายอลงกต วรกี สว. และ พล.ต.ท.บุญจันทร์ นวลสาย สว. เป็นตัวแทนสว.ที่ได้รับหนังสือแจ้งข้อกล่าวหากรณีฮั้วเลือก สว. เข้ายื่นหนังสือขอความเป็นธรรมถึงนายอิทธิพร บุญประคอง ประธานกกต. ร้องเรียนการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบของคณะกรรมการสืบสวนและไต่สวนส่วนกลาง คณะที่ 26 ว่า เนื่องจากมองว่าคณะกรรมการสืบสวนปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ ละเมิดระเบียบกฎหมายที่เกี่ยวข้องอย่างร้ายแรง สร้างความเสียหายและละเมิดสิทธิพื้นฐานของผู้ถูกกล่าวหาคุณต้องมาร้องขอความเป็นธรรม

ทั้งนี้ กกต. เป็นองค์กรอิสระปราศจากการครอบงำความทางการเมือง แต่มีข้อน่าสังเกตว่าคณะกรรมการชุดที่ 26 มีเจ้าหน้าที่ ดีเอสไอ 3 คนร่วมเป็นกรรมการ ซึ่งเป็นหน่วยงานในกำกับดูแลของรมว.ยุติธรรม ที่อาจเข้าใจได้ว่าการเมืองเข้ามาเกี่ยวข้อง และศาลรัฐธรรมนูญได้สั่งให้รมว.ยุติธรรม หยุดปฏิบัติหน้าที่ในส่วนที่เกี่ยวข้องกับดีเอสไอ

DSIต้องหยุดทำหน้าที่ทันที

ดังนั้นจึงสามารถที่จะยืนยันได้ว่าการสืบสวนการได้มาของ ดีเอสไอ ตั้งแต่การตั้งเป็นคดีสืบสวนที่ 151 / 2567 การสืบสวนการได้มาซึ่งสมาชิกวุฒิสภา ตามพ.ร.บ. กรมสอบสวนคดีพิเศษ 2547 ไม่ได้ให้อำนาจไว้ ซึ่งตนได้ยื่นศาลได้ธรรมนูญและป.ป.ช. ตรวจสอบในการปฏิบัติหน้าที่ของคณะกรรมการคดีพิเศษ

พล.ต.ต.ฉัตรวรรษ กล่าวว่า จึงขอร้องเรียนประธานคณะกรรมการการเลือกตั้ง 1.ให้ยุติการปฏิบัติหน้าที่ของคณะกรรมการสืบสวนไต่สวนชุดที่ 26 เพื่อป้องกันความเสียหายที่อาจเกิดขึ้นได้

2.ให้มีการเพิกถอนกระบวนการที่เกิดจากการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบทั้งหมด โดยเฉพาะส่วนข้อมูลและสำนวนการสอบสวนที่รับมาจากดีเอสไอ

3.ให้ผู้ถูกกล่าวหาให้มีโอกาสได้ตรวจสอบและเข้าถึงพยานหลักฐานทั้งหมดที่ใช้ตั้งข้อกล่าวหา เพื่อป้องกันสิทธิ์และผลประโยชน์ของตนเอง

ทั้งนี้ขอให้กกต. ตรวจสอบข้อเท็จจริงอย่างรอบคอบ รอบด้าน เพื่อให้ความเป็นธรรมทุกฝ่าย ในหลักการปฏิบัติหน้าที่ด้วยความยุติธรรม เสมอภาค ความเป็นกลาง เพื่อรักษาความน่าเชื่อถือขององค์กรอิสระของคณะกรรมการการเลือกตั้ง

เมื่อถามว่าจะยอมรับการตรวจสอบของคณะกรรมการสืบสวนฯ ชุดที่ 26 หรือไม่ พล.ต.ต.ฉัตรวรรษ กล่าวว่า เรายอมรับการตรวจสอบของกกต.ที่เป็นไปโดยสุจริตเที่ยงธรรม

สว.พันธ์ใหม่ไปไม่ถึงฝั่ง

ที่รัฐสภา กลุ่ม สว.พันธุ์ใหม่ นำโดย น.ส.นันทนา นันทวโรภาส สมาชิกวุฒิสภา แถลงความคืบหน้าในการเข้าชื่อ สว.เพื่อขอให้ สว.หยุดปฏิบัติหน้าที่ในส่วนของการสรรหาองค์กรอิสระว่า ยังล่าลายชื่อได้ไม่ถึง 20 คน แต่ยังมี มีนายภัทรพงศ์ ศุภักษร หรือทนายอั๋น บุรีรัมย์ ยื่นเรื่องต่อผู้ตรวจการแผ่นดิน และนายเทวฤทธิ์ มณีฉาย สว. ก็จะยื่นญัตติชะลอการเลือกกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ต่อ นายมงคล สุระสัจจะประธานวุฒิสภา ในการประชุมวุฒิสภา วันที่ 30 พ.ค.นี้

เมื่อถามว่าจะเป็นการถอนรากถอนโคน ไม่ใช่แค่ชะลอไม่โหวตเลือกองค์กรอิสระใช่หรือไม่ น.ส.นันทนา กล่าวว่า เราพยายามหาข้อกฎหมายมารองรับให้การร้องหยุดปฏิบัติหน้าที่ โดยไม่ต้องถอดถอน แต่สุดท้ายแล้ว ไม่มีกฎหมายใดมารองรับ ซึ่งตนเองเรียกร้องให้ สว.ทั้งหมด ใช้จิตสำนึกหยุดปฏิบัติหน้าที่เอง โดยไม่ต้องใช้กฎหมายมาบังคับ พร้อมยอมรับว่า กังวลว่าการดำเนินการนี้จะช้า จึงเร่งมาก ในเวลาที่เหลือ 9 วันนี้

จี้แสวงหยุดปฎิบัติหน้าที่

วันเดียวกัน คณะสมาชิกวุฒิสภาสำรอง (สว.สำรอง) นำโดย พล.ต.ท.คำรบ ปัญญาแก้ว ยื่นหนังสือต่อกกต. ทวงถามความคืบหน้าเรื่องร้องเรียนขอให้ กกต.มีคำสั่งให้นายแสวง บุญมี เลขาธิการกกต. ให้ยุติการปฏิบัติหน้าที่ ไม่ควรยุ่งเกี่ยวกับคดีดังกล่าว

นายภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.กลาโหม กล่าวถึงกรณีมีคนไปยื่นยุบพรรคภูมิใจไทย ได้มีการพูดคุยกันหรือไม่ ว่า ยังไม่ได้คุย แต่ได้ฟัง นายอนุทิน ชาญวีรกูล ในฐานะหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย ให้สัมภาษณ์ ซึ่งพรรคภูมิใจไทยมีหน้าที่ต้องทำความเข้าใจและชี้แจง ซึ่งเป็นเรื่องของพรรคภูมิใจไทย

‘ปลอดประสพ’ท้อ!! โพสต์ฟ้องปชช.ขอแรงบี้ ‘ผู้ว่าฯ สตง.’หลังชิ่งแจงกมธ. 4 ครั้งแล้ว

'ปลอดประสพ'ท้อ!! โพสต์ฟ้องปชช.ขอแรงบี้ ‘ผู้ว่าฯ สตง.’หลังชิ่งแจงกมธ. 4 ครั้งแล้ว

‘ปลอดประสพ’ท้อ!! โพสต์ฟ้องปชช.ขอแรงบี้ ‘ผู้ว่าฯ สตง.’หลังชิ่งแจงกมธ. 4 ครั้งแล้ว

วันพุธ ที่ 21 พฤษภาคม พ.ศ. 2568, 20.18 น.

‘ปลอดประสพ’โพสต์ฟ้องประชาชน‘ผู้ว่าฯ สตง.’ชิ่งแจงกรรมาธิการฯ 4 ครั้งแล้ว ขอแรงหนุน ‘สื่อฯ-อินฟลูฯ’ ล้านชื่อชวยแชร์ บี้ สตง.มาแสดงความรับผิดชอบชี้แจงกมธ. สร้างกฎระเบียบใหม่ให้ประชาชนปลอดภัยมากยิ่งขึ้น  

เมื่อวันที่ 21 พ.ค.2568 นายปลอดประสพ สุรัสวดี ประธานคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาศึกษาการยกระดับมาตรฐานการก่อสร้าง มาตรฐานความปลอดภัย การเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบ และการพัฒนาศักยภาพอุตสาหกรรมรับเหมาก่อสร้างอย่างเป็นระบบ โพสต์เฟซบุ๊กโดยระบุว่า “ขอฟ้องประชาชน ผู้ว่าสตง. ไม่ยอมมาชี้แจง 4 ครั้งแล้ว  โดยระบุว่า เรียนพี่น้องประชาชนชาวไทยที่เคารพครับ คณะกรรมาธิการศึกษาฯ กรณีตึก สตง. ถล่ม เพื่อสร้างกฎระเบียบใหม่ที่ดี ให้ประชาชนมีความปลอดภัยมากขึ้นยิ่งขึ้น ได้เชิญผู้ว่าสตง. ให้มาชี้แจงความจริงว่า ปัญหามันคืออะไร เพื่อกมธ.จะได้หาทางออกให้กับประเทศได้ ปรากฏว่าเชิญไป 4 ครั้งแล้ว ก็ไม่ยอมมา เพราะเขาเป็นองค์กรอิสระ

พี่น้องประชาชนครับ สื่อมวลชนครับ แอดมินเพจทั้งหลายครับ อินฟลูเอนเซอร์ทั้งหลายครับ กรุณาเถอะครับ ผมอยากได้ชื่อและแรงสนับสนุนสักล้านชื่อ เพื่อเน้นย้ำให้สตง.ได้รับรู้ถึงความรู้สึกของประชาชน และแสดงความรับผิดชอบโดยมาชี้แจงต่อคณะกรรมาธิการฯ ช่วยกันแชร์ ช่วยกันบอกต่อๆไปครับ เพราะผมไม่เห็นหนทางอื่นแล้ว”

‘อิ๊งค์’ถึงลอนดอน! เตรียมหารือดันซอฟต์พาวเวอร์ไทยบุกตลาดโลก

'อิ๊งค์'ถึงลอนดอน! เตรียมหารือดันซอฟต์พาวเวอร์ไทยบุกตลาดโลก

‘อิ๊งค์’ถึงลอนดอน! เตรียมหารือดันซอฟต์พาวเวอร์ไทยบุกตลาดโลก

วันพุธ ที่ 21 พฤษภาคม พ.ศ. 2568, 19.52 น.

‘อิ๊งค์’ถึงลอนดอน เตรียมพบเจ้าของค่ายมวยไทยยักษ์ใหญ่ในอังกฤษ พร้อมร่วมกันผลักดันศิลปะมวยไทยให้เป็นสินค้า “เมดอินไทยแลนด์” พร้อมพบผู้บริหารซูเปอร์สโตร์ขนาดใหญ่ที่มีสินค้าจากไทยมากกว่า 1,000 สินค้า หารือเตรียมเปิดตลาดขยายโอกาสสินค้าและซอฟพาว์เวอร์ไทย ให้กระจายทั่วสหภาพยุโรป 

21 พฤษภาคม 2568 เมื่อเวลา 10.00 น. กรุงลอนดอน สหราชอาณาจักร (ซึ่งตรงกับเวลา 16.00 น. ตามเวลาในประเทศไทย) น.ส.แพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรีและคณะ ซึ่งประกอบด้วย ผูู้บริหารระดับสูงกระทรวงพาณิชย์ กระทรวงท่องเที่ยวและกีฬา สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (BOI) ได้เดินทางถึง ท่าอากาศยาน Heathrow กรุงลอนดอน สหราชอาณาจักร เพื่อร่วมประชุมหารือทีมไทยแลนด์ ส่งเสริม สินค้าและบริการไทย ผลักดัน Soft Power กีฬาไทย ขยายตลาดเพิ่มมูลค่าสินค้าและบริการของไทย ในสหราชอาณาจักรและยุโรป  

โดยเมื่อเวลา 14.45 น. (เวลา 20.45 น.ตามเวลาในประเทศไทย) นายกรัฐมนตรีและคณะ จะเข้าพบกับเจ้าของและผู้บริหาร ร่วมทั้งครูผู้ฝึกสอนค่ายมวยไทย Fight City Gym สาขา Moorgate ณ กรุงลอนดอน สหราชอาณาจักร โดยมีนายพิมล ศรีวิกรม์ ประธานคณะกรรมการโอลิมปิกแห่งประเทศไทยในพระบรมราชูปถัมภ์และคณะรอต้อนรับ ซึ่งจะได้มีการหารือและแลกเปลี่ยนกับผู้เกี่ยวข้อง เพื่อสร้างโอกาสใหม่ทางธุรกิจ โดยจะมีการหารือถึงการผลักดัน Soft Power ด้านกีฬาของไทยในสหราชอาณาจักร โดยเฉพาะการเผยแพร่ ธุรกิจที่เป็นศิลปะการต่อสู้ของไทยที่เป็นที่รู้จักกันทั่วโลก อย่าง “มวยไทย” ว่า จะสามารถนำมาเป็น สินค้าทางวัฒนธรรมของประเทศไทย ได้อย่างไร

จากนั้นเวลา 16.45 น. (เวลา 22.45 น. ตามเวลาในประเทศไทย) นายกรัฐมนตรี จะเข้าร่วมให้นโยบายและแนวทางในการสนับสนุนสินค้าของไทย ในกิจกรรมประชาสัมพันธ์ส่งเสริมสินค้าไทยในหมวดสินค้าเกษตรและอาหาร ที่ห้างค้าปลีก Wing Yip Superstore สาขาคริกเกิลวูล (Cricklewood) กรุงลอนดอน สหราชอาณาจักร พร้อมหารือกับผู้บริหารบริษัท Wing Yip เพื่อส่งเสริมการนำเข้าสินค้าอาหารไทยเพิ่มมากขึ้น โดยเฉพาะผลไม้ไทย และผลไม้แปรรูปด้วย ซึ่งห้างแห่งนี้ มีสินค้าจากเอเชียมากถึง กว่า 4,500 สินค้า และเป็นสินค้าจากประเทศไทยกว่า 1,000 สินค้า

‘อนุทิน​‘ ติดตามโครงการป้องกันน้ำท่วม ‘ชุมชนเสนา – สามกอ’ เมืองกรุงเก่า

‘อนุทิน​‘ ติดตามโครงการป้องกันน้ำท่วม ‘ชุมชนเสนา - สามกอ’ เมืองกรุงเก่า

‘อนุทิน​‘ ติดตามโครงการป้องกันน้ำท่วม ‘ชุมชนเสนา – สามกอ’ เมืองกรุงเก่า

วันพุธ ที่ 21 พฤษภาคม พ.ศ. 2568, 19.16 น.

‘อนุทิน​‘ ติดตามโครงการป้องกันน้ำท่วม ‘ชุมชนเสนา – สามกอ’ เมืองกรุงเก่า ยันไม่ห่วง​มี ‘รมต.​ -​ อบจ.’​ เป็นทีมงานที่ดี​ ติดตลก​ ‘พูดไปพูดมา​เหมือนจะมาหาเสียง​‘ ก่อนเผย​ ‘บ้านใหญ่อยุธยา’ การันตีสมัยหน้ายกจังหวัด​ ถ้าไม่ได้ให้ทุ่มลง ‘แม่น้ำเจ้าพระยา’
    
21พ.ค.2568 ที่สำนักงานเทศบาลเมืองเสนา อ.เสนา จ.พระนครศรีอยุธยา นายอนุทิน​ ชาญวีรกูล​ รองนายกรัฐมนตรีและรมว.มหาดไทย​ พร้อมคณะ ลงพื้นที่ติดตามการดำเนินงาน​โครงการก่อสร้างระบบป้องกันน้ำท่วมพื้นที่ชุมชนเสนาและสามกอ อ.เสนา จ.พระนครศรีอยุธยา

โดย นายอนุทิน​ ได้กล่าวทักทายกำนันผู้ใหญ่บ้านในพื้นที่ ว่าในฐานะรมว.มหาดไทย​ มีความห่วงใย และมีความตั้งใจที่จะมาช่วยแก้ไขปัญหาให้ทุกท่าน ในการบำบัดทุกข์บำรุงสุขให้กับประชาชน วันนี้นายสุรศักดิ์​ เจริญพันธุ์วรกุล​ รมช.ศึกษาธิการ​ นายประดิษฐ์ สังขจาย​ สส.อยุธยา เป็นทีมงานเดียวกับตน และนางสมทรง​ พันธุ์เจริญวรกุล​ นายก​องค์การบริหารส่วนจังหวัด (นายกอบจ.) ผู้ที่เป็นผู้หลักผู้ใหญ่​ ที่ตนให้ความเคารพนับถือมาตลอด เราทำงานร่วมกันเพื่อสร้างประโยชน์ให้ประชาชน ซึ่งวันนี้เรามาทั้งเรื่องงาน และมาพบปะกับทุกท่าน เพื่อสร้างความมั่นใจ และมาขอความร่วมมือกับทุกคน เพื่อรับมือกับสถานการณ์ภัยพิบัติจากน้ำที่ใกล้เข้ามา ซึ่งจะเห็นได้จากปริมาณน้ำที่เพิ่มขึ้นในทุกวัน 

นายอนุทิน​ กล่าวอีกว่า วันนี้เรามีผู้แทน จ.พระนครศรีอยุธยา​ อย่างน้อย 1 คน​ เป็นรัฐมนตรีอยู่ในคณะรัฐมนตรี (ครม.​) และมีนายก​ อบจ.​ ทำให้มี​ข้อมูลต่างๆในการอภิปราย เพื่อช่วยกันพูดช่วยกันสนับสนุนให้ความช่วยเหลือต่างๆ มายังจ.พระนครศรีอยุธยา ตรงนี้ทำให้ตนไม่กังวล เนื่องจากมีคนใกล้ชิดอยู่หลายคนคอยเป็นหูเป็นตาแก้ไขปัญหาให้ประชาชน 

“เรื่องงานให้เป็นเรื่องของพวกผม พวกผมพร้อมสนับสนุน ส่วนเรื่องดูแลชาวบ้านต้องดูให้เขามีความสุขให้ได้มากที่สุด​ เมื่อเขามีภัยพิบัติต้องรีบแก้ไขปัญหาให้ได้มากที่สุด ตรงนี้คือหน้าที่ของพวกเรา​ ในฐานะที่เราเป็นผู้ที่อาสาเข้ามารับใช้ประชาชน พูดไปพูดมา​เหมือนจะมาหาเสียง​ ไม่รู้ว่าใกล้แล้วหรือยัง​ แต่รัฐมนตรีเอ (นายสุรศักดิ์ พันธ์เจริญวรกุลรมช.ศึกษาธิการ และสส.อยุธยา) บอกว่า​หัวหน้า เที่ยวหน้ายกจังหวัด ไม่เช่นนั้นจะให้จับทุ่มลงแม่น้ำเจ้าพระยา ผมเชื่อเขา เพราะคุณแม่เขาพิสูจน์ให้เห็นแล้ว​ เห็นซ้อสมทรงเมื่อไหร่​ ไม่มีวันลำบาก ซึ่งอยุธยาไม่ลำบาก​ เพราะมีสส.​ช่วยดูแลให้เป็นอย่างดี 3 คน​ ซึ่งยังไม่พอ​ ขอ 5 คนเลยก็แล้วกัน​เที่ยวหน้า“ นายอนุทิน กล่าว