‘จิรัฏฐ์’งานเข้า! ‘ผบ.ทอ.’ฟ้องซักฟอกโยงรีดค่าชดเชย’สนามงู’ 3 พันล้าน

'จิรัฏฐ์'งานเข้า! 'ผบ.ทอ.'ฟ้องซักฟอกโยงรีดค่าชดเชย'สนามงู' 3 พันล้าน

‘จิรัฏฐ์’งานเข้า! ‘ผบ.ทอ.’ฟ้องซักฟอกโยงรีดค่าชดเชย’สนามงู’ 3 พันล้าน

วันพุธ ที่ 21 พฤษภาคม พ.ศ. 2568, 18.56 น.

เมื่อวันที่ 21 พฤษภาคม 2568 นายจิรัฏฐ์ ทองสุวรรณ์ สส.ฉะเชิงเทรา พรรคประชาชน (ปชน.) ในฐานะโฆษกกรรมาธิการ (กมธ.) การทหารฯ ได้ทวีตข้อความผ่าน X ระบุว่า “ได้รับหมายเรียกผู้ต้องหา จาก สน.ดอนเมือง ผบ.ทอ.พันธ์ภักดี พัฒณรงค์ ฟ้องหมิ่นประมาทโดยการโฆษณา คาดว่าเรื่องการอภิปรายไม่ไว้วางใจที่พูดถึง “สนามงู” ว่ากองทัพอากาศเรียกรับค่าชดเชย 3,000 ล้านจาก AOT แลกกับการยกเลิกสนามกอล์ฟใจกลางรันเวย์สนามบินดอนเมือง (เพราะเคยถูกขู่ว่าจะฟ้องมาแล้ว) เบื้องต้นผมให้ทนายยื่นหนังสือเลื่อนวันรับฟังข้อกล่าวหาไปเป็นวันที่ 9 มิ.ย.บ่าย 2 เนื่องจากติดธุระครับ

ขณะที่ นายเชตวัน เตือประโคน สส.ปทุมธานี พรรคประชาชน ในฐานะ กมธ.การทหารฯ ได้โพสต์ข้อความลงบนเฟซบุ๊กถึงกรณีดังกล่าว โดยระบุว่า กองทัพอากาศไม่ควรฟ้อง Jirat Thongsuwan – จิรัฏฐ์ ทองสุวรรณ์ ครับ เขาไม่ได้พูดเรื่องนี้คนแรก ในฐานะที่ผมเองก็นั่งอยู่ในกรรมาธิการวิสามัญ พิจารณาศึกษาแนวทางการถ่ายโอนธุรกิจกองทัพฯ ร่วมกัน ก็ได้ยินได้ฟังหลายครั้งเรื่อง 3,000 ล้านบาท ที่จะเป็นค่าชดเชยหากต้องเปลี่ยน ”สนามกอล์ฟกานตรัตน์“ หรือ ”สนามงู“ ไปเป็น parallel taxi way ให้กับ การท่าอากาศยานแห่งประเทศไทย หรือ AOT

ประธาน กมธ. คือคุณจิรายุ ห่วงทรัพย์ ก็พูด, ทางตัวแทนจาก AOT ก็พูด หรือแม้แต่ทางกองทัพอากาศเองก็พูดแถมยังมีสูตรวิธีการคำนวนมาให้ดูด้วยว่าเงินจำนวนนี้จะต้องใช้ไปกับอะไรบ้าง สามารถขอชวเลขดูบันทึกการประชุมได้เลยครับ

ไม่ดีเลยที่ “กองทัพ” มาฟ้อง สส. ที่ทำหน้าที่ “ผู้แทนประชาชน“ ตรวจสอบการทำงานแทนประชาชนแบบนี้ มันจะยิ่งทำให้ ”ความสัมพันธ์ระหว่างกองทัพกับประชาชน“ ยิ่งเลวร้ายไปเรื่อยๆ

ถอนฟ้องเถอะครับ อันนี้ไม่ได้ทำให้ภาพลักษณ์ของกองทัพอากาศดีเลย ซึ่งผมก็ไม่แน่ใจว่าใครเป็นคนเริ่มต้นไอเดียในการฟ้องครั้งนี้

จี้ยกเลิก’วิน Grab’ กลุ่ม’แท็กซี่’ขู่ยกระดับ!ปิดทางเข้า-ออก’สุวรรณภูมิ’

จี้ยกเลิก'วิน Grab' กลุ่ม'แท็กซี่'ขู่ยกระดับ!ปิดทางเข้า-ออก'สุวรรณภูมิ'

จี้ยกเลิก’วิน Grab’ กลุ่ม’แท็กซี่’ขู่ยกระดับ!ปิดทางเข้า-ออก’สุวรรณภูมิ’

วันพุธ ที่ 21 พฤษภาคม พ.ศ. 2568, 18.11 น.

“ม็อบแท็กซี่”รวมตัวปิดถนนหน้าทำเนียบฯ เรียกร้อง”นายกฯ”ยกเลิก”วิน Grab”ในสนามบินสุวรรณภูมิ หากไม่ทำถือว่าขายชาติ ลั่น!หากดื้อดึงจะปิดทางเข้า-ออกให้เกิดความวุ่นวาย

เมื่อวันที่ 21 พฤษภาคม 2568 ที่ทำเนียบรัฐบาล กลุ่มสมาคมวิชาชีพผู้ขับขี่รถยนต์สาธารณะแท็กซี่ ร่วมกับเครือข่ายผู้ประกอบการรถยนต์รับจ้างสาธารณะแท็กซี่ เครือข่ายแท็กซี่ประเทศไทย นำโดย นายวรพล แกมขุนทด นายกสมาคมวิชาชีพผู้ขับขี่รถยนต์สาธารณะแท็กซี่ พร้อมกับผู้ขับขี่รถแท็กซี่กว่า 50 คัน ได้เดินทางมาปักหลักชุมนุมที่บริเวณประตู 5 ตรงข้ามกระทรวงศึกษาธิการ ทำเนียบรัฐบาล ตั้งแต่เมื่อช่วงเช้า วานนี้ (20 พ.ค.) เพื่อขอให้ น.ส.แพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี และ นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ดำเนินการแก้ไขปัญหาของกลุ่มผู้ประกอบวิชาชีพรถยนต์รับจ้างสาธารณะ เพื่อสร้างความเป็นธรรมให้กับผู้ประกอบการอาชีพรถยนต์รับจ้างสาธารณะแท็กซี่

โดย นายวรพล กล่าวว่า ในวันนี้ที่ได้ออกมารวมตัวกัน เนื่องจากจะทำการเรียกร้องให้ยกเลิกกฎกระทรวงว่าด้วยรถยนต์รับจ้างบรรทุกคนโดยสารไม่เกินเจ็ดคน พ.ศ.2560 และกฎกระทรวงว่าด้วยรถยนต์รับจ้างผ่านระบบอิเล็กทรอนิกล์ พ.ศ.2564 เนื่องด้วยกฎกระทรวงทั้ง 2 ฉบับ เอื้อประโยชน์ให้กับกลุ่มนายทุนที่มีส่วนได้ส่วนเสียในกฎกระทรวงทั้ง 2 ฉบับนี้

นายวรพล กล่าวอีกว่า ที่ออกมาปักหลักตั้งแต่เมื่อวาน เนื่องจากรัฐบาลได้อนุญาตให้ผู้ขับขี่รถยนต์ในแอปพลิเคชัน Grab มีการจัดตั้งจุดรับส่งผู้โดยสาร อยู่ในพื้นที่สนามบินสุวรรณภูมิ ซึ่งมองว่า การดำเนินการเรียกใช้บริการผ่านระบบแพลตฟอร์มออนไลน์มีจำนวนมากกว่า จึงทำให้เกิดข้อเสียเปรียบของผู้ขับขี่รถแท็กซี่ โดยส่วนตัวมองว่าการดำเนินงานของรัฐบาล เป็นการเอื้อประโยชน์ให้กับนายทุน ผู้ผลิตแพลตฟอร์มมากเกินไป โดยเฉพาะอย่างยิ่งโครงการซอฟต์พาวเวอร์ ที่เปิดให้มีการค้าเสรี การใช้แอปพลิเคชันเสรี มาทำลายระบบรถรับจ้างสาธารณะ วันนี้เราจึงออกมากดดันเพื่อไม่ต้องการให้แอปพลิเคชัน Grab จัดตั้งจุดรับส่งผู้โดยสารในทุกพื้นที่ของประเทศไทย โดยเฉพาะในพื้นที่สำคัญ อย่างเช่นสนามบิน ที่ถือว่าเป็นประตูและหน้าต่างของประเทศไทย ที่จะต้องไม่มีรถผิดกฎหมายเข้าไปรับส่งผู้โดยสาร เพื่อทำให้เกิดความเสียหายภาพรวมของผู้ขับขี่รถยนต์รับจ้าง และในบางครั้งที่เกิดความเสียหายกับนักท่องเที่ยว ก็มีการออกข่าวว่าเป็นการกระทำผิดของผู้ขับขี่รถแท็กซี่ จนทำให้เกิดความเสียหายต่อภาพลักษณ์ ดังนั้น รัฐบาลจะต้องมีความชัดเจนว่าจะเลือกใช้ผู้ขับขี่รถยนต์ของแอปพลิเคชัน Grab หรือผู้ขับขี่รถแท็กซี่ แต่หากรัฐบาลเลือก Grab ถือว่าเป็นการขายชาติ เพราะ Grab ไม่ใช่บริษัทของคนไทย

นายวรพล ยืนยันว่า ในวันนี้ที่ออกมาเรียกร้องไม่ได้โยงไปถึงเรื่องการเมือง แต่ที่ออกมาเพื่อเรียกร้องความเป็นอยู่ของทุกคน รัฐบาลเคยบอกว่าจะทำให้ ทุกคน มีกิน มีใช้ มีเกียรติ มีศักดิ์ศรี แต่ตอนนี้กลับทำให้พวกเราเป็นทุกข์ ซึ่งวันนี้เราขอเรียกร้องให้รัฐบาลนำผู้ขับขี่รถยนต์ จากแอปพลิเคชัน Grab ออกจากพื้นที่บริเวณสนามบินสุวรรณภูมิแต่หากรัฐบาลยังดื้อดึง หากวันนี้มีการเจรจาร่วมกัน แล้วยังไม่เกิดข้อสรุป เราก็จะทำการยกระดับการชุมนุมเพื่อให้เกิดความวุ่นวายโดยอาจจะรวมตัวเพื่อทำการปิดทางเข้าออกสนามบินสุวรรณภูมิ

– 006

รับโทษ-ใช้หนี้คืนแผ่นดิน! ‘สมชาย’จับตาศาลชี้ขาด’ยิ่งลักษณ์’คดีจำนำข้าว

รับโทษ-ใช้หนี้คืนแผ่นดิน! 'สมชาย'จับตาศาลชี้ขาด'ยิ่งลักษณ์'คดีจำนำข้าว

รับโทษ-ใช้หนี้คืนแผ่นดิน! ‘สมชาย’จับตาศาลชี้ขาด’ยิ่งลักษณ์’คดีจำนำข้าว

วันพุธ ที่ 21 พฤษภาคม พ.ศ. 2568, 17.41 น.

เมื่อวันที่ 21 พฤษภาคม 2568 นายสมชาย แสวงการ อดีตสมาชิกวุฒิสภา (อดีต สว.) ได้โพสต์ข้อความลงบนเฟซบุ๊ก ระบุว่า #22จับตาพฤษภา #ศาลปกครองสูงสุด #ยึดทรัพย์ยิ่งลักษณ์ #35000ล้าน

วันพรุ่งนี้ 22 พ.ค.2568 นอกจากจะเป็นวันครบรอบ 11 ปีรัฐประหารของ คสช.แล้ว ยังเป็นวันสำคัญยิ่งในการพิสูจน์ความมีอยู่จริงของความศักดิ์สิทธิในกระบวนการยุติธรรม ตามหลักนิติรัฐนิติธรรม ที่คนทำผิดต้องรับโทษและใช้หนี้คืนแผ่นดินหรือไม่?

จากเรื่องเดิม ในคดีทุจริตจำนำข้าวของรัฐบาลยิ่งลักษณ์ ที่ศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง ได้มีคำพิพากษาในคดีทุจริตโครงการรับจำนำข้าวฯ ที่สร้างความเสียหายให้กับรัฐมากมายหลายแสนล้านบาท รวม 2 คดี ได้แก่

: คดีทุจริตการระบายข้าวแบบรัฐต่อรัฐ (G to G)

ศาลฯ มีคำพิพากษาในคดีหมายเลขดำที่ 25/2558 คดีหมายเลขแดงที่ อม.178/2560 อม.179/2560 ลงโทษจำคุก บุญทรง เตริยาภิรมย์ เป็นเวลา 42 ปี , จำคุก ภูมิ สาระผล เป็นเวลา 36 ปี , จำคุก อภิชาต จันทร์สกุลพร หรือ ‘เสี่ยเปี๋ยง’ เป็นเวลา 48 ปี ส่วนจำเลยรายอื่นๆ ให้ลงโทษจำคุกลดหลั่นตามพฤติการณ์แห่งความผิด ปัจจุบันนักโทษในคดีจำนำข้าวทั้งหมดออกจากเรือนจำทุกคนแล้ว ส่วนใหญ่ได้รับการลดโทษ และบางส่วนอยู่ระหว่างพักโทษ

ศาลฯ พิพากษาให้ อภิชาต จันทร์สกุลพร , บริษัท สยามอินดิก้า จำกัด กับพวก ร่วมกับชดใช้ค่าเสียหายให้กระทรวงการคลังเป็นเงิน 16,912 ล้านบาท พร้อมดอกเบี้ย 7.5%

: คดียิ่งลักษณ์ ปล่อยปละละเลยให้เกิดการทุจริตในโครงการรับจำนำข้าว โดยศาลฯ มีคำพิพากษาในคดีหมายเลขดำที่ อม.22/2558 คดีหมายเลขแดงที่ อม.211/2560 พิพากษาว่ายิ่งลักษณ์ ในฐานะประธานคณะกรรมการนโยบายข้าวแห่งชาติ (กขช.) มีความผิดฐานเป็นเจ้าพนักงานปฏิบัติหน้าที่หรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบและโดยทุจริตตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 157 และ พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติฯ มาตรา 123/1 ให้จำคุก 5 ปี ไม่รอลงอาญา ขณะนี้ยิ่งลักษณ์ยังหลบหนีอยู่ต่างประเทศ

*กระทรวงการคลังมีคำสั่งที่ 1351/2559 ลงวันที่ 13 ต.ค.2559 ที่เรียกให้ นางยิ่งลักษณ์ ชดใช้ค่าสินไหมทดแทน เป็นเงิน 35,717,273,028.23 บาท

ต่อมาในเดือน เม.ย.2564 ศาลปกครองกลางพิพากษาให้เพิกถอนคำสั่งกระทรวงการคลัง ที่เรียกให้ อดีตนายกฯ ยิ่งลักษณ์ ชดใช้สินไหมทดแทนในโครงการรับจำนำข้าวฯ จำนวน 35,717 ล้านบาท โดยคดีนี้ยังไม่ถึงที่สุด รอคำพิพากษาศาลปกครองสูงสุดมาจนถึงวันนี้

ในวันที่ 22 พฤษภาคม 2568 นี้ สังคมรอความยุติธรรมจากการพิจารณาของศาลปกครองสูงสุด ว่า จะยึดทรัพย์เพื่อชดใช้หนี้ 35,717 ล้านบาท ชดเชยความเสียหาย 5 แสนล้านบาท ที่ก่อไว้ได้หรือไม่

#ทวงความยุติธรรมให้สังคม
#ทวงเงินทุจริตคืนแผ่นดิน

‘มาริษ’ประชุม คกก.เฉพาะกิจความไม่สงบเมียนมา เร่งสางปัญหายาเสพติด

'มาริษ'ประชุม คกก.เฉพาะกิจความไม่สงบเมียนมา เร่งสางปัญหายาเสพติด

‘มาริษ’ประชุม คกก.เฉพาะกิจความไม่สงบเมียนมา เร่งสางปัญหายาเสพติด

วันพุธ ที่ 21 พฤษภาคม พ.ศ. 2568, 17.21 น.

“มาริษ”ประชุม คกก.เฉพาะกิจความไม่สงบเมียนมา เร่งสางปัญหายาเสพติด สั่งคุมสารหลายชนิด ถก”รมว.ต่างประเทศเมียนมา”เร่งแก้ปัญหาสารพิษ”แม่น้ำกก” ยันไม่ต้องกังวล รบ.เดินหน้าคุยทุกฝ่าย

เมื่อวันที่ 21 พฤษภาคม 2568 ที่ทำเนียบรัฐบาล นายมาริษ เสงี่ยมพงษ์ รมว.ต่างประเทศ แถลงภายหลังเป็นประธานการประชุมคณะกรรมการเฉพาะกิจบริหารสถานการณ์อันเนื่องมาจากความไม่สงบในเมียนมา ครั้งที่ 2 ว่า ได้ย้ำให้ทุกหน่วยงานให้ความสำคัญอย่างเต็มที่กับเป้าหมาย 2 – 3 ประการ ได้แก่ เรื่องการยุติความรุนแรงและการสู้รบในเมียนมาโดยเร็ว โดยใช้กรอบของอาเซียน ส่วนป้องกันและปราบปรามอาชญากรรมข้ามชาติ โดยเฉพาะออนไลน์สแกม จะให้คณะกรรมการอำนวยการขับเคลื่อนการป้องกันและแก้ไขปัญหาภัยคุกคามที่ส่งผลกระทบต่อความมั่นคงในพื้นที่ชายแดนกับประเทศเพื่อนบ้าน (ปชด.) เป็นกลไกหลักในการบังคับใช้ ควบคุม เพื่อให้จัดระเบียบในพื้นที่ให้สอดคล้องกับนโยบายและให้การดำเนินการเป็นไปตามแผน ส่วนเรื่องปัญหายาเสพติด หลังจากรัฐบาลมีนโยบาย 3 ตัด Seal Stop Safe ซึ่งได้ผลในระดับหนึ่ง และมีการปรับแผนให้เข้ากับสถานการณ์เพื่อให้ปัญหาได้รับการแก้ไขอย่างชัดเจนและมีรูปแบบ โดยจะมีควบคุมสารทั้งหลายให้มากขึ้น ไม่ใช่เฉพาะสารตั้งต้น และบูรณาการในปราบปรามและจับกุมให้มากขึ้น นอกจากนี้ ยังมีเรื่องการเร่งแก้ไขปัญหาข้ามแดนผิดกฎหมาย

นายมาริษ กล่าวว่า ในที่ประชุมยังมีหารือถึงสถานการณ์การปนเปื้อนสารพิษโลหะหนักในแม่น้ำกก ซึ่งทุกฝ่ายได้บูรณาการ ตนได้หารือกับ อู ตาน ฉ่วย รองนายกรัฐมนตรี และรมว.ต่างประเทศเมียนมา ด้วยตนเอง ทั้งการแก้ปัญหาเรื่องสิ่งที่ลงมาในแม่น้ำ และการเตรียมพร้อมที่จะแก้ไขปัญหาน้ำท่วม การขุดแม่น้ำสายและแม่น้ำรวก ที่จะต้องมีการบูรณาการกัน ไม่ใช่แค่ไทย แต่รวมถึงเมียนมาด้วย ทั้งนี้ เรื่องสารปนเปื้อนในแม่น้ำกก นอกจากตนหารือกับ รองนายกฯ และ รมว.ต่างประเมียนมาแล้ว สถานเอกอัครทูตไทยประจำกรุงย่างกุ้ง ได้พูดคุยกับกระทรวงการต่างประเทศของประเทศเมียนมา ขณะที่กระทรวงการต่างประเทศของไทยก็จะยกเรื่องดังกล่าวพูดคุยกับเอกอัครราชทูตสาธารณรัฐแห่งสหภาพเมียนมาประจำประเทศไทย เช่นเดียวกันกับเจ้าหน้าที่ในพื้นที่ที่ได้มีการติดต่อพูดคุยกันเรื่องนี้ เพื่อทำงานบูรณาการร่วมกันเพื่อไม่ให้มีผลกระทบกับประชาชน

นายมาริษ กล่าวว่า เรื่องสารปนเปื้อนไม่ต้องกังวล ตนได้พูดคุยกับทุกฝ่าย ไม่ใช่เจรจาเฉพาะกับทางการเมียนมา เรื่องนี้ต้องอาศัยความร่วมมือกันจากหลายฝ่าย เนื่องจากคนงานที่เข้าไปทำงานในเหมืองแร่ ก็ไม่ใช่คนประเทศเมียนมา ซึ่งหากมีความชัดเจน ตนจะแจ้งผลการพูดคุยอีกครั้ง อย่างไรก็ตาม ในห้วงของการประชุมสุดยอดผู้นำอาเซียนครั้งที่ 46 จะจัดขึ้นที่กรุงกัวลาลัมเปอร์ ประเทศมาเลเซีย ระหว่างวันที่ 26 – 27 พ.ค.ที่จะถึงนี้ จะหยิบยกเรื่องดังกล่าวขึ้นมาพูดคุยด้วย ซึ่งต้องให้ประเทศมาเลเซีย ที่เป็นประธานอาเซียนได้มีบทบาทร่วมกับไทย และต้องให้ผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องเข้ามาพูดคุยด้วยกันทั้งหมด เช่น ชนกลุ่มน้อย ผ่านกรอบของอาเซียน

รมว.ต่างประเทศ กล่าวว่า ในที่ประชุมยังได้พูดถึงการแก้ไขปัญหาอย่างยั่งยืน ในส่วนเรื่องการให้ความช่วยเหลือมนุษยธรรมกับเมียนมา ไทยมุ่งให้การช่วยเหลือทางการศึกษากับกลุ่มเปราะบาง ให้เด็กชาวเมียนมาได้รับโอกาสทางศึกษา เรียนรู้ภาษาไทย เพื่อใช้ชีวิตร่วมกันบริเวณชายแดน รวมถึงการช่วยเหลือด้านสาธารณสุข โดยเฉพาะเรื่องการแพร่ระบาดของโรคติดต่อจากประเทศเพื่อนบ้านไม่ให้มีผลกระทบและข้ามมายังกับประเทศไทย โดยในกรอบการประชุมอนุภูมิภาคลุ่มแม่น้ำโขง ตนจะคุยเรื่องนี้เพื่อให้ได้รับความช่วยเหลือจากประเทศคู่เจรจาของกลุ่มอนุภูมิภาคลุ่มแม่น้ำโขง

‘ประเสริฐ’อ้างสถานการณ์โลกเปลี่ยนทำชะลอเงินหมื่นเฟส 3 เชื่อปชช.เข้าใจ

'ประเสริฐ'อ้างสถานการณ์โลกเปลี่ยนทำชะลอเงินหมื่นเฟส 3 เชื่อปชช.เข้าใจ

‘ประเสริฐ’อ้างสถานการณ์โลกเปลี่ยนทำชะลอเงินหมื่นเฟส 3 เชื่อปชช.เข้าใจ

วันพุธ ที่ 21 พฤษภาคม พ.ศ. 2568, 16.48 น.

‘ประเสริฐ’อ้างสถานการณ์โลกเปลี่ยนทำชะลอเงินหมื่นเฟส 3 เชื่อประชาชนเข้าใจ รบ.ทำเรื่องจำเป็นก่อน 

เมื่อวันที่ 21 พ.ค.2568 ที่ทำเนียบรัฐบาล นายประเสริฐ จันทรรวงทอง รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจ และสังคม ในฐานะแกนนำพรรคเพื่อไทย ให้สัมภาษณ์กรณีรัฐบาลชะลอโครงการดิจิทัลวอลเล็ตเฟส 3 ออกไป คิดว่าประชาชนจะเข้าใจเหตุผลหรือไม่ว่า ตนอยากให้ทุกคนเข้าใจสถานการณ์โลกโดยเฉพาะเรื่องกำแพงภาษีของสหรัฐอเมริกา ย่อมส่งผลกระทบต่อทุกภูมิภาค เรามีข้อคิดเกี่ยวกับการจัดเก็บภาษีที่อาจได้รับผลกระทบรวมถึงเรื่องการส่งออก จึงต้องมีการปรับโครงสร้างให้ทันต่อการเปลี่ยนแปลงของสถานการณ์ เมื่อเรื่องนี้เป็นความจำเป็นเร่งด่วนก็ต้องปรับเปลี่ยนนโยบาย ซึ่งตนเชื่อว่าประชาชนจะเข้าใจ ตนอยากให้มองที่ประโยชน์ประเทศชาติเป็นหลัก 

เมื่อถามว่าการชะลอโครงการดังกล่าวจะกระทบฐานเสียงพรรคเพื่อไทยมากน้อยแค่ไหนเพราะเรื่องนี้เป็นนโยบายเรือธง นายประเสริฐ กล่าวว่า เรายังไม่ได้ยกเลิกโครงการนี้ เพียงแต่อะไรเร่ง ทำก่อน ทำหลัง เมื่อสถานการณ์เป็นอย่างนี้เรามีความจำเป็นต้องเอาเงินงบประมาณส่วนหนึ่งมาใช้ในด้านกระตุ้นเศรษฐกิจก่อน ซึ่งเป็นเรื่องจำเป็น ประกอบกับธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) และสภาการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ(สภาพัฒน์ฯ) ก็มีความเห็นว่าการกระตุ้นเศรษฐกิจและปรับโครงสร้างพื้นฐานในการกระตุ้นเศรษฐกิจไม่ว่าจะเป็นเรื่องน้ำหรือเรื่องคมนาคมยังเป็นเรื่องสำคัญรัฐบาล ซึ่งก็รับฟังตรงนี้ 

เมื่อถามว่าจุดเด่นของเพื่อไทยคือพูดนโยบายแล้วทำได้ เมื่อชะลอจะทำให้การหาเสียงเลือกตั้งรอบหน้ายากขึ้นหรือไม่ นายประเสริฐ กล่าวว่า ตนเชื่อว่าประชาชนเข้าใจต่อสถานการณ์ในประเทศที่เกิดขึ้น กรณีมาตรการภาษีสหรัฐ ไม่ได้ส่งผลกระทบแต่ประเทศไทย มีผลไปหลายประเทศที่ต้องปรับตัวกันทั้งหมด การรับมือภาวะเหล่านี้เป็นเรื่องจำเป็น และนอกจากเรื่องกำแพงภาษีแล้วยังมีอีกหลายปัจจัยทั้งการพิจารณาตัวเลขจีดีพีประกอบด้วย เพราะเราต้องรักษาระดับตัวเลขไว้ 

เมื่อถามว่าการไปชี้แจงกับประชาชนจะชี้แจงอย่างไรให้เห็นชัดว่าโครงการนี้จะเดินหน้าต่อไป หรือจะมีโครงการใหม่มาแทน นายประเสริฐ กล่าวว่า คอยรัฐบาล เพราะอะไรที่จำเป็นเร่งด่วนเราสามารถชี้แจงได้และคิดว่าประชาชนเข้าใจ ที่สำคัญที่ผ่านมาเราดำเนินการไปแล้วส่วนหนึ่งไม่ใช่ไม่ได้ทำเลย ทำมาแล้ว 2 ระยะ

‘อนุทิน’เพิกเฉยสยบปมร้อนโยง‘ภท.’เอี่ยว‘ฮั้ว สว.’ ยันไม่เป็นความจริง

‘อนุทิน’เพิกเฉยสยบปมร้อนโยง‘ภท.’เอี่ยว‘ฮั้ว สว.’ ยันไม่เป็นความจริง

‘อนุทิน’เพิกเฉยสยบปมร้อนโยง‘ภท.’เอี่ยว‘ฮั้ว สว.’ ยันไม่เป็นความจริง

วันพุธ ที่ 21 พฤษภาคม พ.ศ. 2568, 16.46 น.

‘อนุทิน’ใช้วิธีเพิกเฉยสยบเรื่องร้อนโยง‘ภท.’เอี่ยว‘ฮั้ว สว.’ ยันไม่เป็นความจริง ไปว่ากันที่ศาลพิสูจน์บริสุทธิ์ เมินตอบโต้ถูกการเมืองโจมตี ลั่นหากไม่จริงต้องรับผลโทษด้วย

21 พ.ค.68 ที่มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลสุวรรณภูมิ ศูนย์พระนครศรีอยุธยา จ.พระนครศรีอยุธยา นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและรมว.มหาดไทย ในฐานะหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย (ภท.) กล่าวถึงการเตรียมรับมือสถานการณ์ทางการเมืองขณะนี้ ว่า วิธีรับมือคือการเพิกเฉย เพราะไม่มีใครในพรรคภูมิใจไทย ทำผิดกฎหมายอย่างที่เป็นข่าว พวกเราเป็น สส. ไม่ใช่ สว. เมื่อเราเป็น สส.ต้องทำหน้าที่ดูแลราษฎร แค่ตรงนี้ก็ไม่มีเวลาไปยุ่งกับเรื่องอื่นแล้ว

เมื่อถามว่าแต่เกมการเมืองที่เข้ามาทำให้เกิดความเสียหายต่อพรรคพรรคภูมิใจไทย นายอนุทิน กล่าวย้อนว่า เสียหายอย่างไร ก่อนหันไปถาม สส.ของพรรคว่าเสียหายตรงไหน

ผู้สื่อข่าวจึงถามต่อว่าอาจจะทำให้ถูกโจมตี นายอนุทิน จึงกล่าวว่า เราต้องไม่โต้ตอบ เพราะหากโต้ตอบก็ไม่จบเสียที หากว่าใครสงสัยหรือไม่พอใจ หรือคิดว่าเราทำผิดกฎหมาย ช่องทางที่ดีที่สุดคือกระบวนการยุติธรรม สามารถไปร้องเรียนหรือฟ้องร้อง ซึ่งเราสามารถไปแก้ต่างหรือไปต่อสู้ หากพิสูจน์ออกมาแล้วว่าไม่จริง เราก็ต้องใช้สิทธิของเราในการแสวงหาความยุติธรรม

เมื่อถามว่า ผู้ร้องอ้างมีคลิปเสียงและหลักฐานต่างๆ ไปยื่นประกอบ นายอนุทินกล่าวว่า ตนก็ไม่ได้พูดอะไรอยู่แล้วเพราะอย่างที่บอกว่าได้ออกประกาศไปเมื่อวันที่ 30 เม.ย.67 ห้ามสมาชิกพรรคภูมิใจไทยเกี่ยวข้องกับการเลือกตั้งสมาชิกวุฒิสภา (สว.) ไม่มีอะไรที่ต้องกังวล และจะไม่มีคลิปอะไรที่เกี่ยวข้องกับการเลือก สว.อย่างแน่นอน แต่หากมีหลักฐานใหม่เพิ่มเติมก็ให้ไปพิสูจน์กันที่ศาล

เมื่อถามว่า รู้สึกน้อยใจหรือไม่ แม้การเลือก สว.จบไปแล้ว แต่การกล่าวหาพรรคภูมิใจไทยยังไม่จบไม่สิ้น นายอนุทินกล่าวว่า ไม่ได้น้อยใจ เพราะมีเรื่องให้สัมภาษณ์ทุกวัน ดีได้ออกทีวี ชอบ

เมื่อถามถึงกรณีที่มีการรายงานว่าคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) จะออกหมายเรียกรอบ 3 โดยระบุว่าจะเป็นคีย์แมนคนสำคัญของพรรคภูมิใจไทย นายอนุทิน กล่าวว่า จริงๆ เขาก็เปิดไปแล้ว ไม่ต้องไปรอเปิดเผยล็อตไหน เรื่องออกมาไม่รู้กี่เดือนแล้ว

“ยืนยันว่าไม่มีปัญหาทุกคนเป็นบุคคลสาธารณะ ใครจะมาตรวจสอบหรือร้องเรียนอะไรได้หมด เพราะหากไม่เป็นความจริงคนที่ทำก็ต้องรับผิดชอบ กล้ารับโทษในสิ่งที่เราจะแสวงหาความยุติธรรม” นายอนุทิน กล่าว

‘สิระ’ระทึก!!! ศาลฎีกานัดชี้ชะตา คดีบุก’รพ.สนาม’พรุ่งนี้

'สิระ'ระทึก!!! ศาลฎีกานัดชี้ชะตา คดีบุก'รพ.สนาม'พรุ่งนี้

‘สิระ’ระทึก!!! ศาลฎีกานัดชี้ชะตา คดีบุก’รพ.สนาม’พรุ่งนี้

วันพุธ ที่ 21 พฤษภาคม พ.ศ. 2568, 16.43 น.

เมื่อวันที่ 21 พฤษภาคม 2568 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในวันพรุ่งนี้ (22 พ.ค.) เวลา 09.00 น.ที่ห้องพิจารณา 5 ศาลแขวงดอนเมือง ศูนย์ราชการ ถ.แจ้งวัฒนะ ศาลนัดฟังคำพิพากษาศาลฎีกา คดีหมายเลขดำ อ.594/2564 ที่โรงพยาบาลมงกุฎวัฒนะ จำกัด โดย พล.ต.นพ.เหรียญทอง แน่นหนา ผอ.รพ.มงกุฎวัฒนะ เป็นโจทก์ ยื่นฟ้อง นายสิระ เจนจาคะ อดีต สส.กทม.พรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) เป็นจำเลย ในความผิดฐานบุกรุก

กรณีเมื่อวันที่ 7 พ.ค.64 จำเลยกับพวกอีก 4 – 5 คน บังอาจเดินล่วงล้ำบุกรุกในเขตก่อสร้าง รพ.มงกุฎวัฒนะ ของโจทก์ และกล่าวใส่ความโจทก์ต่อหน้าผู้คนที่ยืนอยู่บริเวณทางเข้าเขต รพ.สนาม เพื่อใช้รักษาผู้ป่วยโควิด ติดกับ รพ.มงกุฎวัฒนะ เขตหลักสี่ กทม.รวมทั้งกล่าวใส่ความโจทก์ผ่านทางโทรทัศน์ และสื่อทางสังคมออนไลน์ ทำให้โจทก์ต้องเสื่อมเสียชื่อเสียง

คดีนี้ทั้งศาลชั้นต้น และศาลอุทธรณ์ พิพากษาจำคุกจำเลยอันเป็นความผิดหลายกรรมต่างกัน ให้ลงโทษทุกกรรมเป็นกระทงความผิดไป ฐานหมิ่นประมาท จำคุก 2 เดือน รวม 5 กระทง และฐานบุกรุกจำคุก 6 เดือน รวมจำคุกมีกำหนด 16 เดือน ไม่รอลงอาญา จำเลย รวม 16 เดือน จำเลยยื่นฎีกา และได้ประกันตัว

‘อนุทิน’ยันปิดตำนาน‘ไล่หนูตีงูเห่า’ ชี้เป็นสัตว์โลกอยู่ด้วยความสงบสุขดีกว่า

‘อนุทิน’ยันปิดตำนาน‘ไล่หนูตีงูเห่า’ ชี้เป็นสัตว์โลกอยู่ด้วยความสงบสุขดีกว่า

‘อนุทิน’ยันปิดตำนาน‘ไล่หนูตีงูเห่า’ ชี้เป็นสัตว์โลกอยู่ด้วยความสงบสุขดีกว่า

วันพุธ ที่ 21 พฤษภาคม พ.ศ. 2568, 16.40 น.

ผมไม่รู้ผมหนู!‘อนุทิน’ยัน‘ปิดตำนานไล่หนูตีงูเห่า’ไปแล้ว ตั้งแต่ยุค‘หมอชลน่าน’ ชี้เป็นสัตว์โลกร่วมกัน อยู่ด้วยความสงบสุขดีกว่า

21 พ.ค.68 ที่มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลสุวรรณภูมิ ศูนย์พระนครศรีอยุธยา จ.พระนครศรีอยุธยา นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.มหาดไทย ในฐานะหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย (ภท.) กล่าวถึงกรณีฝ่ายค้านออกมากล่าวหานายกรัฐมนตรี ปล่อยให้พรรคร่วมรัฐบาลดูด สส.เพื่อมาเติมเสียงให้กับรัฐบาลทั้งที่นายกฯเคยระบุ ไม่ต้องการเสียงจากการซื้องูเห่า โดยเปรียบเทียบว่าการย้ายพรรคเหมือนการย้ายงาน ถือเป็นการปิดตำนานงูเห่าหรือไม่ โดยนายอนุทิน กล่าวว่า “ผมไม่รู้ ผม หนู”

เมื่อถามย้ำแต่ก่อนมีวาทกรรมไล่หนูตีงูเห่า แต่ขณะนี้นายกฯ กลับไม่มีปัญหาในเรื่องนี้แล้ว นายอนุทิน กล่าวว่า จบไปตั้งแต่สมัยที่ นพ.ชลน่าน ศรีแก้ว เป็นหัวหน้าพรรคเพื่อไทย มันไม่มีอยู่แล้วทำงานมาตั้งสองปีแล้ว ยังไงก็เป็นสัตว์โลกเหมือนกัน อยู่ด้วยกันด้วยความสงบสุขดีกว่า

เมื่อถามย้ำว่า จะไม่มีไล่หนูตีงูเห่าอีกแล้วใช่หรือไม่ นายอนุทิน กล่าวว่า เมื่อวานก็ประชุมกัน อย่างที่บอกทำงานกับนายกฯสนุก นายกฯสั่งอะไรตนมา 10 เรื่อง ก็สำเร็จทั้งหมด ไม่เคยมีปัญหาอะไรใดๆ และเต็มใจทำให้ ช่วยกันทำงาน

‘หมอทศพร’ห่วง’ลุงป้อม’บอกยังโชคดีไม่เอาหัวลง เตือนอันตรายมาก! คนสูงอายุลื่นง่าย

'หมอทศพร'ห่วง'ลุงป้อม'บอกยังโชคดีไม่เอาหัวลง เตือนอันตรายมาก! คนสูงอายุลื่นง่าย

‘หมอทศพร’ห่วง’ลุงป้อม’บอกยังโชคดีไม่เอาหัวลง เตือนอันตรายมาก! คนสูงอายุลื่นง่าย

วันพุธ ที่ 21 พฤษภาคม พ.ศ. 2568, 16.34 น.

‘หมอทศพร’ห่วง’ลุงป้อม’บอกยังโชคดีไม่เอาหัวลง เตือนอันตรายมาก! คนสูงอายุลื่นง่าย ยิ่งเจอพื้นขัดมัน แนะวัดติดป้ายกันไว้ ให้คนถอดถุงเท้าด้วย ยกเคสต่างจังหวัดเมียกลับบ้านผัววิ่งลงบันไดหัวฟาดพื้น 

เมื่อวันที่ 21 พ.ค. 2568 ที่รัฐสภา นพ.ทศพร เสรีรักษ์ สส.แพร่ พรรคเพื่อไทย ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการ (กมธ.) การสาธารณสุข สภาผู้แทนราษฎร กล่าวถึงกรณี พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ หัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ ล้มระหว่างลงบันไดวัดพระเชตุพนวิมลมังคลาราม (วัดโพธิ์) ว่า ตนเห็นคลิปที่ท่านพลัดตกลงบันได ด้วยความเป็นห่วง เพราะเคยเจอเรื่องแบบนี้บ่อย ซึ่งบันไดวัดและบันไดบ้านที่ใช้หินอ่อนหรือหินแกรนิตจะมีความลื่นเป็นพิเศษ โดยเฉพาะผู้ชายที่ใส่ถุงเท้า เมื่อเจอพื้นเช่นนี้ ทำให้ลื่น ไม่ใช่เฉพาะบันได แต่พื้นเรียบก็ยังลื่นได้ เพราะการก้าวลงบันได น้ำหนักถูกถ่ายไปอยู่ที่เท้า เมื่อเจอบันไดที่ลื่นจึงทำให้ลื่นล้มลง 

นพ.ทศพร กล่าวว่า สำหรับประเด็นนี้อยากให้มองและเตือนคนที่เข้าวัดว่าถ้าถอดรองเท้าก็ให้ถอดถุงเท้าด้วย อย่าเดินด้วยถุงเท้าบนพื้นลื่นเด็ดขาด โดยเฉพาะอย่างยิ่งในช่วงฝนตก อยากให้หลีกเลี่ยงพื้นเช่นนี้ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ผู้สูงอายุที่จะล้มง่ายกว่าคน 

“ผมเคยเจอรายหนึ่งที่จังหวัดที่ผมอยู่ ภรรยาทำงานที่โรงพยาบาล ลงเวรตอนเที่ยงคืน เข้าบ้านสามีวิ่งลงมารับ ลื่นบันไดที่เป็นหินขัด หัวฟาด ของลุงป้อมท่านยังโชคดี ที่ท่านเอาข้างลง ถ้าเอาหัวลงนี่อันตรายมาก จึงอยากให้ดูส่วนนี้เป็นบทเรียนว่าอย่าทำบันไดที่ลื่นเด็ดขาด” นพ.ทศพร กล่าว

นพ.ทศพร กล่าวว่า ถ้าจะทำบันไดหินอ่อน หินขัด ขอบบันไดควรติดตัวกันลื่น และบันไดไม้ก็อย่าขัดมัน มันสวยงามแต่อันตราย ยิ่งผู้สูงอายุ ขึ้นลงต้องระมัดระวัง ต้องเกาะราวบันได เกาะคน และผู้สูงอายุมากๆ ไม่ควรอยู่บ้านชั้นบน ถ้าเป็นบ้านชั้นล่างจะปลอดภัยมากขึ้น ตนอยากให้ทุกคนระมัดระวัง

“หวังว่าลุงป้อม ท่านคงไม่เจ็บป่วยอะไรมากนัก ขออวยพรให้ท่านหายเร็วๆ ด้วยความปรารถนาดี เพราะไม่อยากให้ท่านใดต้องเจ็บตัว” นพ.ทศพร กล่าว 

ทั้งนี้ นพ.ทศพร ยังเสนอให้สถานที่สาธารณะ เช่น วัด ที่ติดป้ายถอดรองเท้า ควรให้ถอดถุงเท้าเพิ่มด้วย

‘มท.1’รับยังไม่รู้‘อปท.’ลบชื่อบริษัทถูกขึ้นบัญชี‘ผู้ทิ้งงาน’ ชี้ควรถูกขึ้นแบล็กลิสต์

‘มท.1’รับยังไม่รู้‘อปท.’ลบชื่อบริษัทถูกขึ้นบัญชี‘ผู้ทิ้งงาน’ ชี้ควรถูกขึ้นแบล็กลิสต์

‘มท.1’รับยังไม่รู้‘อปท.’ลบชื่อบริษัทถูกขึ้นบัญชี‘ผู้ทิ้งงาน’ ชี้ควรถูกขึ้นแบล็กลิสต์

วันพุธ ที่ 21 พฤษภาคม พ.ศ. 2568, 16.32 น.

‘มท.1’รับยังไม่รู้‘อปท.’ลบชื่อบริษัทถูกขึ้นบัญชี‘ผู้ทิ้งงาน’ ชี้ควรถูกขึ้นแบล็กลิสต์

21 พ.ค.68 ที่มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลสุวรรณภูมิ ศูนย์พระนครศรีอยุธยา จ.พระนครศรีอยุธยา นายอนุทินชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรี และรมว.มหาดไทย กล่าวถึงกรณีนายมานะ นิมิตรมงคล ประธานองค์กรต่อต้านคอร์รัปชั่น (ประเทศไทย) โพสต์เฟซบุ๊กระบุ เมื่อช่วงต้นเดือนเม.ย.ที่ผ่านมา กระทรวงมหาดไทยมีหนังสือแจ้งไปยังองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นทั่วประเทศ ให้ลบรายชื่อบริษัทที่ถูกขึ้นบัญชี “ผู้ทิ้งงาน“ ออกจากเว็บไซต์ โดยอ้างการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล (PDPA)ว่า ทุกอย่างเป็นไปตามระเบียบตามกฎหมายทั้งนั้น ทุกเรื่องไม่ต้องถึงรัฐมนตรีเพราะมีอำนาจตามลำดับขั้นตอนอยู่แล้ว

“แต่เรื่องนี้ตนยังไม่ทราบจริงๆ ต้องถามคนที่เกี่ยวข้อง มีคนที่รับผิดชอบอยู่แล้ว แต่ถ้าใครทิ้งงาน และตั้งใจทิ้ง มีปัญหา ไม่เสร็จ ผิดสัญญา ตนเห็นว่าควรถูกขึ้นบัญชีดำ ถ้าเป็นนโยบายก็เป็นนโยบายแบบนี้” นายอนุทิน กล่าว