ฮั้ว สว.ลามหนัก! ‘ภูมิใจไทย’ตีโต้ฟ้องกลับ‘กุสุมาลวตี’ทำเสียหาย

ฮั้ว สว.ลามหนัก! ‘ภูมิใจไทย’ตีโต้ฟ้องกลับ‘กุสุมาลวตี’ทำเสียหาย

ฮั้ว สว.ลามหนัก! ‘ภูมิใจไทย’ตีโต้ฟ้องกลับ‘กุสุมาลวตี’ทำเสียหาย

วันอังคาร ที่ 20 พฤษภาคม พ.ศ. 2568, 14.52 น.

ฮั้ว สว.ลามหนัก! “ภูมิใจไทย”ตีโต้ฟ้องกลับ”กุสุมาลวตี”ทำเสียหาย เจตนาพิเศษพุ่งเป้าจ้องทำลายพรรค โวยลั่นถูกใส่ร้ายบิดเบือนจาก”ฝ่ายการเมือง”ไม่หวังดี

เมื่อวันที่ 20 พฤษภาคม 2568 น.ส.แนน บุณย์ธิดา สมชัย สส.อุบลราชธานี ในฐานะโฆษกพรรคภูมิใจไทย (ภท.) กล่าวถึงกรณี นางกุสุมาลวตี ศิริโกมุท สว.สำรอง แถลงกล่าวหา หัวหน้าพรรค เลขาธิการพรรค และพรรคภูมิใจไทย เชื่อมโยงกรณีฮั้วเลือกสมาลิกวุฒิสภา (สว.) ว่า เรื่องดังกล่าวก่อให้เกิดความเสียหาย ทางพรรคภูมิใจไทยจะใช้ช่องทางกระบวนการยุติธรรม โดยจะให้ฝ่ายกฎหมายของพรรค ดำเนินการฟ้องร้องต่อไป

“วันนี้พรรคภูมิใจไทย จำเป็นต้องออกมาปกป้องตนเอง จากการใส่ร้ายบิดเบือน จากฝ่ายการเมืองผู้ไม่หวังดี ที่ดูเหมือนว่ามีเจตนาพิเศษ จ้องจะทำลายพรรคภูมิใจไทย” โฆษกพรรคภูมิใจไทย กล่าว

น.ส.แนน บุณย์ธิดา กล่าวต่อว่า พรรคภูมิใจไทย เป็นสถาบันพรรคการเมือง ในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข และ นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรี และรมว.มหาดไทย ในฐานะหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย มีแนวทางการทำงานโดยเน้นทำงานเพื่อพี่น้องประชาชน ทำประโยชน์เพื่อประเทศชาติ

“พรรคภูมิใจไทย จึงขอใช้สิทธิดำเนินการทางกฎหมาย ต่อ นางกุสุมาลวตี ศิริโกมุท รวมถึงบุคคลที่เกี่ยวข้องที่ให้ร้ายพรรคภูมิใจไทย ให้ถึงที่สุดต่อไป” โฆษกพรรคภูมิใจไทย กล่าว

เช็คด่วนที่นี่!!! อัตราค่าจ้างตามมาตรฐานฝีมือ 13 สาขา

เช็คด่วนที่นี่!!! อัตราค่าจ้างตามมาตรฐานฝีมือ 13 สาขา

เช็คด่วนที่นี่!!! อัตราค่าจ้างตามมาตรฐานฝีมือ 13 สาขา

วันอังคาร ที่ 20 พฤษภาคม พ.ศ. 2568, 14.50 น.

เมื่อวันที่ 20 พฤษภาคม 2568 นายอนุกูล พฤกษานุศักดิ์ รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า คณะรัฐมนตรี (ครม.) รับทราบประกาศคณะกรรมการค่าจ้าง เรื่อง อัตราค่าจ้างตามมาตรฐานฝีมือ (ฉบับที่ 14) ลงวันที่ 9 เมษายน 2568 เพื่อประกาศในราชกิจจานุเบกษาให้มีผลใช้บังคับต่อไป ตามที่กระทรวงแรงงาน (รง.) เสนอ

โดยคณะกรรมการค่าจ้างชุดที่ 22 ได้เห็นชอบให้มีการจัดทำอัตราค่าจ้างตามมาตรฐานฝีมือ ปี 2567 โดยแต่งตั้งคณะอนุกรรมการอัตราค่าจ้างตามมาตรฐานฝีมือ จำนวน 3 คณะ เพื่อทำหน้าที่ศึกษาและจัดทำร่างอัตราค่าจ้างตามมาตรฐานฝีมือ 13 สาขา โดยพิจารณาข้อมูลผลการสำรวจความคิดเห็นสถานประกอบกิจการ ลูกจ้าง และผู้ผ่านการทดสอบมาตรฐานฝีมือแรงงานแห่งชาติ ลักษณะการทำงานในแต่ละสาขา การจ่ายค่าจ้างจริงในตลาดแรงงานและความสามารถในการจ่ายของนายจ้าง รวมถึงได้จัดสัมมนารับฟังความเห็นจากนายจ้างและลูกจ้างที่มีส่วนเกี่ยวข้องในแต่ละสาขาอาชีพ เพื่อเสนอร่างอัตราค่าจ้างตามมาตรฐานฝีมือ 13 สาขา ต่อคณะกรรมการค่าจ้าง ซึ่งในการประชุมคณะกรรมการค่าจ้างชุดที่ 22 (ปลัดกระทรวงแรงงานเป็นประธาน) ครั้งที่ 2/2568 เมื่อวันที่ 12 มีนาคม 2568 ได้มีมติเห็นชอบให้กำหนดอัตราค่าจ้างตามมาตรฐานฝีมือ 13 สาขา โดยให้มีผลใช้บังคับ 90 วัน หลังจากวันที่ประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป สรุปได้ ดังนี้

1) พนักงานขับรถโดยสารสาธารณะเพื่อการท่องเที่ยว (รถทัวร์) ระดับ 1 อัตราค่าจ้าง 600 บาท/วัน

2) ช่างซ่อมบำรุงรถยนต์ไฟฟ้า ระดับ 2 อัตราค่าจ้าง 600 บาท/วัน

3) ผู้บังคับรถปั้นจั่นตีนตะขาบ ระดับ 1 อัตราค่าจ้าง 620 บาท/วัน

4) ผู้บังคับรถปั้นจั่นล้อยาง ระดับ 1 อัตราค่าจ้าง 620 บาท/วัน

5) ผู้บังคับปั้นจั่นติดรถบรรทุก ระดับ 1 อัตราค่าจ้าง 560 บาท/วัน

6) พนักงานขับรถบรรทุก ระดับ 1 อัตราค่าจ้าง 485 บาท/ว้น

7) ช่างเทคนิคเครื่องปรับอากาศสำหรับห้องสะอาด ระดับ 1 อัตราค่าจ้าง 720 บาท/วัน ระดับ 2 อัตราค่าจ้าง 800 บาท/วัน

8) ช่างอิเล็กทรอนิกส์ ระดับ 1 อัตราค่าจ้าง 500 บาท/วัน

9) ช่างไฟฟ้าสำหรับอุตสาหกรรม การจัดงานประชุม การเดินทางเพื่อเป็นรางวัล และการแสดงสินค้า ระดับ 2 อัตราค่าจ้าง 600 บาท/วัน

10) นักเขียนโปรแกรมคอมพิวเตอร์ (ภาษาซี) ระดับ 1 อัตราค่าจ้าง 700 บาท/วัน

11) นักดูแลและบริหารระบบเครือข่ายคอมพิวเตอร์ ระดับ 2 อัตราค่าจ้าง 770 บาท/วัน

12) ช่างควบคุมหุ่นยนต์อุตสาหกรรม ระดับ 1 อัตราค่าจ้าง 605 บาท/วัน

และ 13) ผู้ฝึกสอนมวยไทย ระดับ 1 อัตราค่าจ้าง 565 บาท/วัน

‘อนุทิน’เผย’นายกฯ’เรียกแกนนำพรรคร่วมฯ ถกร่างพรบ.งบฯ69

'อนุทิน'เผย'นายกฯ'เรียกแกนนำพรรคร่วมฯ ถกร่างพรบ.งบฯ69

‘อนุทิน’เผย’นายกฯ’เรียกแกนนำพรรคร่วมฯ ถกร่างพรบ.งบฯ69

วันอังคาร ที่ 20 พฤษภาคม พ.ศ. 2568, 14.46 น.

“อนุทิน”เผย”นายกฯ”เรียก”แกนนำพรรคร่วมฯ”ประชุมหลัง ครม. หารือร่าง พ.ร.บ.งบปี 69 ยืนยันทุกพรรคพร้อมสนับสนุน

เมื่อวันที่ 20 พฤษภาคม 2568 ที่ทำเนียบรัฐบาล นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรี และรมว.มหาดไทย ในฐานะหัวพรรคภูมิใจไทย (ภท.) เปิดเผยภายหลังเดินไปส่ง น.ส.แพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ที่ตึกไทยคู่ฟ้า หลังการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) เสร็จสิ้น

โดย นายอนุทิน ได้เปิดเผยถึงกรณีนายกรัฐมนตรีเรียกประชุมพรรคร่วมรัฐบาล ว่า นายกรัฐมนตรีได้มีการประสานไว้ก่อนแล้วว่าหลังจากประชุมคณะรัฐมนตรีเสร็จสิ้นจะหารือกับหัวหน้าพรรคร่วมรัฐบาล เกี่ยวกับร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2569 ที่จะเข้าสู่วาระการประชุมสภาผู้แทนราษฎร วาระแรก ในวันที่ 28 พ.ค.นี้ ซึ่งทุกพรรคยืนยันว่าพร้อมสนับสนุน หากมีการพาดพิงขอให้ชี้แจงรายละเอียดเพิ่มเติม โดยขอให้พรรคที่กำกับดูแลหน่วยงานได้ชี้แจงอย่างชัดเจน

ส่วนนายกรัฐมนตรีได้มีความเป็นห่วงเรื่องสถานการณ์การเมืองในขณะนี้หรือไม่ นายอนุทิน กล่าวว่า ไม่มี ไม่ได้เป็นห่วง บรรยากาศก็ดีและท่านก็จะเดินทางไปราชการต่างประเทศประมาณ 1 สัปดาห์ ตนจึงเดินไปส่งนายกรัฐมนตรีที่ตึกไทยคู่ฟ้า ซึ่งนายกรัฐมนตรีได้ฝากไว้ว่า ทำทุกอย่างให้เรียบร้อย

เดือดพล่าน! ‘อนุทิน’ซัด‘โกหก-กักขฬะ’ ไม่ให้ราคา‘กุสุมาลวตี’ร้องยุบ ภท.

เดือดพล่าน! ‘อนุทิน’ซัด‘โกหก-กักขฬะ’ ไม่ให้ราคา‘กุสุมาลวตี’ร้องยุบ ภท.

เดือดพล่าน! ‘อนุทิน’ซัด‘โกหก-กักขฬะ’ ไม่ให้ราคา‘กุสุมาลวตี’ร้องยุบ ภท.

วันอังคาร ที่ 20 พฤษภาคม พ.ศ. 2568, 14.43 น.

‘อนุทิน’ไม่ให้ราคา‘กุสุมาลวตี’ยื่นยุบพรรคภูมิใจไทย บอก‘โกหก-กักขฬะ’ตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน ทีมกฎหมายถอดเทปเตรียมฟ้องแล้ว ย้ำไม่เกี่ยวข้องคดี‘ฮั้วสว.’

เมื่อเวลา 12.50 น.วันที่ 20 พ.ค.68 ที่ทำเนียบรัฐบาล นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและรมว.มหาดไทย ในฐานะหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย (ภท.) กล่าวถึงกรณีที่นางกุสุมาลวตี ศิริโกมุท สมาชิกวุฒิสภา (สว.) ลำดับสำรอง และอดีตสส.พรรคเพื่อไทย ยื่นยุบพรรคภูมิใจไทย กับคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) โดยกล่าวหาหัวหน้าพรรคฯ และเลขาธิการพรรคฯ รวมไปถึงสส. กระทำผิดรัฐธรรมนูญกรณีฮั้วเลือกสว.ว่า เขาพูดไม่จริง เขาพูดโกหกทุกเรื่อง (อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง : ดาบสองมาแล้ว!! ‘เจ๊แมว’บุกยื่น กกต.ชงศาลรัฐธรรมนูญยุบ’ภท.’โยงคดีฮั้วเลือก สว.)

เมื่อถามย้ำว่า นางสาวกุสุมาลวตี มีเอกสารยืนยันหรือไม่ ว่านายอนุทิน บรรดาผู้สมัครสว. ไปยังโรงแรมแห่งหนึ่งย่านรางน้ำ นายอนุทิน ยืนยันว่า ไม่มี เขาโกหกตั้งแต่บอกว่ามาคุยกับตนที่รัฐสภา ตนรู้จักกับเขาตั้งแต่อยู่ที่พรรคชาติไทยพัฒนาแล้ว ก็เป็นอย่างนี้แหละ การที่ตนบอกปัดให้ไปคุยกับคนอื่นนั่นคือสุภาพแล้ว จริงๆ หน้าตนยังไม่อยากมอง เพราะรู้ว่าเขาเป็นคนอย่างไร เขามาดักเจอตนที่รัฐสภา เพื่อมาขอเสียงสว. ใครจะไปสนับสนุน เพราะเขาก็ไม่ได้อยู่พรรคของตน และตนก็รู้พฤติกรรมว่าเป็นอย่างนี้มานานแล้ว ว่าพูดหยาบๆ รำคาญ 

นายอนุทิน ยังกล่าวอีกว่า ส่วนที่มาอ้างว่านัดเจอกับผู้สมัครสว. ที่โรงแรมย่านรางน้ำ ตนไปสัปดาห์ละ 7 วัน เพราะสะดวก และพรรคพวกตนเวลานัดอะไรก็อยู่ที่นั่นทั้งหมด ส่วนใหญ่หากใครไปที่นั่นก็จะพบกับตน ก่อนกลับบ้านก็ไปนั่งอยู่ที่นั่นทุกเย็น รวมถึงพูดคุยกับนายเนวิน ชิดชอบ ประธานสโมสรฟุตบอลบุรีรัมย์ยูไนเต็ดด้วย เพราะบ้านท่านอยู่ไกลถึงลาดกระบัง ดังนั้นใครอยากเจอตนก็ให้มาที่โรงแรมดังกล่าวช่วง 4-5 โมงเย็น ก็เจอแล้ว ไป 8 ครั้งก็เจอ 10 ครั้ง

เมื่อถามว่านางสาวกุสุมาลวตี มาขอสนับสนุนสว.เรื่องอะไร นายอนุทินระบุว่า ปีที่ผ่านมา เขาไปเดินอยู่ในสภา ซึ่งมาขอพูดกับตน ตนก็ไม่พูดด้วย

“อย่างที่บอกไง บางทีเราก็เป็นคนสุภาพ ก็โดนคนที่กักขฬะทำแบบนี้” นายอนุทิน กล่าว

เมื่อถามว่ากังวลหรือสะทกสะท้านหรือไม่ เนื่องจากมีคนไปยื่นร้องยุบพรรคภูมิใจไทยถึง 2 รายแล้ว นายอนุทิน ยืนยันว่าไม่สะทกสะท้านเพราะไม่ได้ทำผิด สื่อก็รู้นิสัย ตนเจอใครก็ทักหมด ตนไม่มีคนเกลียดคนชัง ตนเจอใครก็ทักเสมอเพราะพ่อแม่สอนมาดี มารยาทต้องทำตัวอย่างไร

เมื่อถามว่านางสาวกุสุมาลวตี ไปหา นายสุชาติ ตันเจริญ อดีตรองประธานสภาผู้แทนราษฎรคนที่ 1 พรรคเพื่อไทย และระบุว่าเป็นหัวใจสีแดง ไม่จำเป็นต้องมาเจอนายอนุทินนั้น นายอนุทินถึงกับหัวเราะก่อนจะกล่าวว่า ให้สื่อมวลชนฟังเสียงหัวเราะของตน

เมื่อถามว่า ขณะเดียวกันนางสาวกุสุมาลวตี อ้างว่ามีรัฐมนตรีช่วยพรรคภูมิใจไทย บอกจะให้คุยกับนายอนุทินนั้น นายอนุทิน ย้อนถามว่า “ใครจะกล้า ขอเปรียบเทียบหากน้องเป็นลูกน้องจะกล้าเอาคนที่น่ารังเกียจไปพบหัวหน้าหรือ ซึ่งผมเชื่อว่าเขาเจอใครเขาก็เก็บหมด ไม่มีอะไรหรอก อย่าไปพูดถึง มันเสียเวลา ผมไม่สนใจไม่ให้ราคา และผมก็พยายามจะสุภาพเต็มที่แล้ว แต่ออกมาพูดโกหกหลอกลวงประชาชนแบบนี้”

เมื่อถามว่าจะฟ้องกลับหรือไม่ นายอนุทินกล่าวว่า ถ้าถึงขนาดนี้ก็คงต้องฟ้องแล้ว ซึ่งขณะนี้มีการแกะเทปแล้ว เรื่องนี้ตนไม่ต้องทำ เพราะพรรคมีแผนก มีนักกฎหมายดูแลเรื่องนี้อยู่ ซึ่งพวกนี้มาเป็นขบวนการ ตัวเองก็มาถึง สว. สำรองถ้าผิดก็ผิดกันหมด จากรอบคัดเลือกระดับอำเภอก็มาด้วยกัน ฉะนั้นถ้าตนเกี่ยวข้องก็ต้องคุยด้วย และขอย้ำว่าตนไม่ชอบตั้งแต่อยู่พรรคชาติพัฒนากับพฤติกรรมแบบนี้ เพราะเป็นมาตั้งแต่สมัยนั้นแล้ว

‘นายกฯ’สั่งเร่งจัดการเด็ดขาด! ลุยสางปัญหา’ยาเสพติด-พนันออนไลน์’

'นายกฯ'สั่งเร่งจัดการเด็ดขาด! ลุยสางปัญหา'ยาเสพติด-พนันออนไลน์'

‘นายกฯ’สั่งเร่งจัดการเด็ดขาด! ลุยสางปัญหา’ยาเสพติด-พนันออนไลน์’

วันอังคาร ที่ 20 พฤษภาคม พ.ศ. 2568, 14.26 น.

เมื่อวันที่ 20 พฤษภาคม 2568 ที่ทำเนียบรัฐบาล นายจิรายุ ห่วงทรัพย์ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี แถลงหลังประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ถึงข้อสั่งการนายกรัฐมนตรี ว่า สำหรับปัญหาการพนันออนไลน์ที่แพร่ระบาดในขณะนี้ แม้ว่ารัฐบาลจะมีการปราบปรามและจับกุมผู้กระทำผิดเกี่ยวกับพนันออนไลน์ไปแล้วเป็นจำนวนมาก แต่ปัญหาการพนันออนไลน์ยังคงมีอยู่อย่างแพร่หลาย ส่งผลให้ประชาชนจำนวนมากเป็นหนี้สิน ครอบครัวแตกแยก และเป็นบ่อเกิดอาชญากรรมอื่นๆ ตามมา ขอสั่งการให้สำนักงานตำรวจแห่งชาติ กระทรวงดิจิทัลฯกระทรวงมหาดไทย กระทรวงยุติธรรม และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เร่งปราบปรามปัญหาพนันออนไลน์ให้เข้มข้นมากขึ้น รวมทั้งแถลงผลการปราบปรามและดำเนินคดีกับผู้เกี่ยวข้องให้ประชาชนทราบด้วย

ขณะที่ การแก้ไขปัญหายาเสพติด นายกรัฐมนตรีมีข้อสั่งการว่า ในช่วงที่ผ่านมา จะเห็นรายงานข่าวเกี่ยวกับปัญหาผู้ติดยาเสพติดก่ออาชญากรรมโดยเฉพาะการทำร้ายพ่อ แม่ และคนในครอบครัวที่เพิ่มมากขึ้น จึงขอให้กระทรวงมหาดไทย ผู้ว่าราชการจังหวัด สำนักงานตำรวจแห่งชาติ เข้มงวดกับการจับและยึดทรัพย์ผู้ค้า และผู้เสพ รวมทั้งให้ความสำคัญกับกระบวนการบำบัดรักษาผู้ติดยาเสพติดและให้จัดทำระบบรายงานผลการดำเนินงานดังกล่าว โดยให้กำหนดเป็นตัวชี้วัดผลงานที่สำคัญของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง และให้ สำนักงาน ป.ป.ส.ประสานและจัดทำแผนกำกับติดตามและสนับสนุนปัจจัยต่างๆ ด้วย

‘นายกฯ’คุยพรรคร่วมรัฐบาลหนุนงบ 69 ตีปี๊บ 2 บริษัทสนลงทุนคอมเพล็กซ์

‘นายกฯ’คุยพรรคร่วมรัฐบาลหนุนงบ 69 ตีปี๊บ 2 บริษัทสนลงทุนคอมเพล็กซ์

‘นายกฯ’คุยพรรคร่วมรัฐบาลหนุนงบ 69 ตีปี๊บ 2 บริษัทสนลงทุนคอมเพล็กซ์

วันอังคาร ที่ 20 พฤษภาคม พ.ศ. 2568, 14.23 น.

‘นายกฯ’ถกพรรคร่วมรัฐบาล เห็นพ้องเดินหน้าหนุนงบ69 เผยก่อนเปิดสภาฯคุยพรรคร่วมรบ.เรื่องเอ็นเตอร์เทนเมนต์คอมเพล็กซ์

เมื่อเวลา 12.00 น.วันที่ 20 พ.ค.68 ที่ทำเนียบรัฐบาล น.ส.แพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีสภาผู้แทนราษฎร จะพิจารณาร่างพระราชบัญญัติ(พ.ร.บ.)งบประมาณรายจ่ายปีงบประมาณ พ.ศ.2569 ในวันที่ 28 -30 พ.ค.นี้ จำเป็นต้องพูดคุยกับพรรคร่วมรัฐบาลก่อนหรือไม่ว่า เรื่องดังกล่าวได้พูดคุยในที่ประชุมคณะรัฐมนตรี(ครม.)เรียบร้อยแล้ว ไม่มีอะไรตื่นเต้นทุกอย่างเห็นพ้องต้องกันเห็นด้วยทุกพรรค โดยจังหวะนั้น นายกฯ ได้หันไปทางนายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกฯและรมว.มหาดไทย ในฐานะหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย ที่ยืนอยู่ด้านหลัง โดยนายอนุทินตอบว่า “ครับ เห็นพ้องต้องกันสนับสนุนท่านนายกฯทุกพรรค”

เมื่อถามว่าอาจมีบางอย่างที่ต้องปรับหรือเปลี่ยนธงในเรื่องของนโยบาย ได้พูดคุยกับพรรคร่วมรัฐบาลแล้วใช่หรือไม่  นานกฯ กล่าวว่า เป็นกลไกของสภาฯ แต่เรื่องงบประมาณเราตกลงกันแล้วหลักการมันเคาะตั้งแต่แรกอยู่แล้วไม่มีอะไร

เมื่อถามว่าเมื่อสภาเปิดสมัยประชุมจะมีการพูดคุยกับพรรคร่วมรัฐบาลเรื่องเอ็นเตอร์เทนเมนต์คอมเพล็กซ์ด้วยหรือไม่  นายกฯ กล่าวว่า เราคุยเรื่องงบประมาณไปก่อน และก่อนเปิดสมัยประชุมสภาฯ จะคุยกันในเรื่องนี้ เมื่อคุยแล้วเดี๋ยวจะแจ้งสื่อให้ทราบ

เมื่อถามถึงความคืบหน้าเกี่ยวกับเอ็นเตอร์เทนเมนต์คอมเพล็กซ์ที่ล่าสุดมีนักธุรกิจรายใหญ่ 2 บริษัทเข้ามาพูดคุยกับประเทศไทยสะท้อนว่ามั่นใจโครงการนี้ของรัฐบาลใช่หรือไม่ ถือเป็นสัญญาณที่ดีหรือไม่  นายกฯ กล่าวว่า ความจริงเป็นเรื่องที่เขามาแสดงความสนใจว่าประเทศไทยไม่ได้ไกลจากประเทศญี่ปุ่นมาก และเป็นทวีปเอเชียเหมือนกัน รวมถึงเห็นว่าประเทศญี่ปุ่นเริ่มแล้วมีแพลนชัดเจนแล้วว่าเมื่อเสร็จสิ้นการจัดงานเวิลด์เอ็กซ์โป ที่เมืองโอซาก้า จะใช้พื้นที่ดังกล่าวทำเป็นเอ็นเตอร์เทนเมนต์คอมเพล็กซ์ โดยจะเสร็จภายใน 5 ปี ทั้งนี้ เขาเห็นเราผลักดันเรื่องนี้เห็นเป็นโอกาสจึงอยากจะเข้ามาเพื่อดูว่าจะเป็นอย่างไรต่อ

กลืนน้ำลาย!‘อิ๊งค์’ถามกลับปม‘งูเห่า’เขาซื้อไหมคะ ชี้เส้นทางการเมืองเป็นเรื่องสมัครใจ

กลืนน้ำลาย!‘อิ๊งค์’ถามกลับปม‘งูเห่า’เขาซื้อไหมคะ ชี้เส้นทางการเมืองเป็นเรื่องสมัครใจ

กลืนน้ำลาย!‘อิ๊งค์’ถามกลับปม‘งูเห่า’เขาซื้อไหมคะ ชี้เส้นทางการเมืองเป็นเรื่องสมัครใจ

วันอังคาร ที่ 20 พฤษภาคม พ.ศ. 2568, 14.16 น.

“อิ๊งค์”ตอบกระแสดูดเสียง”สส.งูเห่า” ถามกลับ”เขาซื้อไหมคะ” ชี้เส้นทางการเมืองเป็นเรื่องส่วนบุคคล-สมัครใจ

เมื่อวันที่ 20 พฤษภาคม 2568 ที่ทำเนียบรัฐบาล น.ส.แพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีที่มีพรรคร่วมรัฐบาล ดูด สส.เข้ามาเติมเสียงรัฐบาล ทั้งที่ก่อนหน้านี้นายกฯ เคยบอกว่าไม่อยากได้เสียงงูเห่า โดยนายกฯ ย้อนถามว่า “แล้วเขาซื้อไหมค่ะ” ก่อนที่สื่อจะตอบไปว่า “ไม่ได้ซื้อ มาด้วยความสมัครใจ”

ก่อนนายกฯ กล่าวว่า เขามาด้วยความสมัครใจ ก็เป็นเรื่องของแต่ละพรรคจัดการ ต้องถามหัวหน้าพรรคแต่ละพรรคว่าจัดการแบบไหน อยากได้ใครเข้ามาเพิ่ม ความจริงแล้วเส้นทางการเมืองที่ตนพบเจอมามันเป็นความเชื่อ ความเข้าใจของแต่ละคนว่า ณ เวลานั้นรู้สึกว่าสังกัดพรรคไหนแล้วเป็นตัวเอง ตอบโจทย์ ก็เหมือนเราสมัครงาน สมมุติว่าเราทำงานที่ไหนแล้วองค์กรนี้ใช่เราหรือไม่ อันนี้พูดถึงภาพรวม ตนก็ห้ามไม่ได้ว่าใครอยากย้ายไปองค์กรไหนก็เหมือนสื่อที่ย้ายสังกัดได้เช่นกัน มันเป็นวงการของเรา วงการการเมือง และความจริงหากอยู่พรรคอื่นแล้วจะกลับมาพรรคเดิม หรือจากพรรคเดิมไปพรรคอื่น เป็นเรื่องส่วนบุคคล และเป็นเรื่องของพรรคนั้นๆ ว่าจะรับหรือไม่

‘ชูศักดิ์’ยันไม่หนักใจดู‘ดีเอสไอ’แทน‘ทวี’ท่ามกลาง‘ศึกแดง-น้ำเงิน’ปมฮั้วเลือกสว.

‘ชูศักดิ์’ยันไม่หนักใจดู‘ดีเอสไอ’แทน‘ทวี’ท่ามกลาง‘ศึกแดง-น้ำเงิน’ปมฮั้วเลือกสว.

‘ชูศักดิ์’ยันไม่หนักใจดู‘ดีเอสไอ’แทน‘ทวี’ท่ามกลาง‘ศึกแดง-น้ำเงิน’ปมฮั้วเลือกสว.

วันอังคาร ที่ 20 พฤษภาคม พ.ศ. 2568, 13.21 น.

‘ชูศักดิ์’ยันไม่หนักใจหลังครม.มอบดู‘ดีเอสไอ’แทน‘ทวี’หลังถูกมองท่ามกลาง‘ศึกแดง-น้ำเงิน’ปมฮั้วเลือกสว. ลั่นว่าไปตามครรลองกฎหมาย ชี้แค่หลับตาไม่มีการเมืองแล้ว ปล่อยทำหน้าที่อิสระ

เมื่อเวลา 12.15 น. วันที่ 20 พ.ค.68 ที่ทำเนียบรัฐบาล นายชูศักดิ์ ศิรินิล รมต. ประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์ภายหลังที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) มีมติมอบหมายให้รักษาราชการแทน พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง รมว.ยุติธรรม ในการกำกับดูแลกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) ว่า ไม่มีอะไร เป็นเพียงการรักษาราชการแทน ตาม พ.ร.บ.การบริหารราชการแผ่นดิน เมื่อไม่มีรัฐมนตรีมาดูตรงนี้ก็ให้ตนไปรักษาราชการแทนเฉพาะในส่วนของดีเอสไอ เมื่อถามว่าจะต้องเข้าไปมอบนโยบายอะไรหรือไม่ นายชูศักดิ์ กล่าวว่าไม่ต้อง ตนรักษาราชการแทน เพียงแต่เข้าไปดูว่าเขามีความจำเป็นอะไรที่จะให้รัฐมนตรีสั่งการหรืออนุมัติก็ว่ากันมา

เมื่อถามว่า มองอย่างไรที่เรื่องนี้เป็นเผือกร้อน โดยเฉพาะกรณีคดีฮั้วเลือก สว.นายชูศักดิ์ กล่าวว่า ก็ไม่ได้กังวลอะไร ตอนนี้แค่ดูว่าเขาทำอะไรอยู่ ก็ให้เขาว่ากันไปตามระบบของเขา เมื่อถามว่าโดยตำแหน่งแล้วจะต้องเป็นรองคณะกรรมการคดีพิเศษ (กคพ.) ในดีเอสไอหรือไม่ นายชูศักดิ์ กล่าวว่า ก็ต้องเป็น เรา อย่าไปซีเรียสอะไรมาก เอาเป็นว่าถ้าเขาทำอะไรอยู่ จำเป็นต้องอนุมัติหรืออนุญาตก็ว่ากันไป ตนไม่ต้องไปทำอะไรมาก เพราะไม่ใช่รัฐมนตรีตัวจริง แค่รักษาการเท่านั้น

ผู้สื่อข่าวถามว่า จะมีนโยบายอะไรพิเศษไปถึงดีเอสไอหรือไม่ นายชูศักดิ์ กล่าวว่า ไม่มี เมื่อถามว่ากับกรณีฮั้วเลือก สว.เพราะก่อนหน้านี้ พ.ต.อ.ทวี ก็ทำเรื่องนี้แล้วถูกสั่งให้หยุดปฏิบัติหน้าที่ในส่วนกำกับดูแลดีเอสไอ นายชูศักดิ์ กล่าวว่า ไม่ได้กังวลอะไร เพราะคิดว่าเราก็ดูไปตามกฎหมาย ตามระเบียบที่มีอยู่

“ผมไม่ได้มาสั่งคดี ไม่ได้มาบอกว่าคดีต้องเป็นอย่างนั้นอย่างนี้ คดีเป็นเรื่องที่เขาทำกันอยู่แล้วตามอำนาจหน้าที่ของเขา ผมเป็นเพียงรัฐมนตรีที่มาดูแลดีเอสไอ เขาจำเป็นต้องอนุมัติหรืออนุญาตอะไรก็แจ้งมา ผมก็อนุมัติหรืออนุญาตไปถ้ามีกฎหมายอนุญาตให้ทำแค่นั้นเอง” นายชูศักดิ์ กล่าว

เมื่อถามว่า ได้มีการพูดคุยกับ พ.ต.อ.ทวี ถึงงานที่ทำมาและที่จะต้องทำต่อไปหรือไม่ นายชูศักดิ์ กล่าวว่า ตนเข้าใจว่าเป็นเรื่องของพนักงานสอบสวนของดีเอสไอที่ทำกันอยู่ตามอำนาจหน้าที่ของเขา ความจริงรัฐมนตรีไม่ได้เป็นพนักงานสอบสวนด้วย ไม่ได้เกี่ยวอะไร เมื่อถามว่า เรื่องนี้เป็นเรื่องที่เกี่ยวกับการเมืองด้วยเป็นห่วงหรือไม่ นายชูศักดิ์ กล่าวว่า “ก็หลับตาซะ ว่าไม่มีการเมือง” เมื่อถามต่อว่า จะหลับตาได้หรือไม่ นายชูศักดิ์ กล่าวว่า ก็ต้องหลับสิ ก็ปล่อยให้เขาทำหน้าที่ต่อไปโดยอิสระ เราก็ไม่รู้ เมื่อเรื่องมาถึงเรา ก็หลับตา ไม่เกี่ยวอะไร ถูกไหม แล้วมันก็จะสบายขึ้น”

เมื่อถามว่า จะมีการกำชับดีเอสไอให้ทำคดีฮั้วเลือก สว.จากนี้นโยบายจะเป็นอย่างไร นายชูศักดิ์ กล่าวว่า ความจริงดีเอสไอไม่ได้ทำคดีฮั้วเลือก สว.คนที่ทำคดีจริง ๆ คือคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) เพียงแต่มีเจ้าหน้าที่ดีเอสไอเข้าไปร่วมเท่านั้น ซึ่งก็เป็นเรื่องของ กกต. จะทำไป กกต.ก็ทำตามอำนาจหน้าที่ ตนไม่ได้ไปสั่งการอะไร รัฐมนตรีไม่ได้ไปสั่งการว่าคุณต้องทำอย่างนั้นทำอย่างนี้ ปล่อยให้เขาทำตามอำนาจหน้าที่ ก็ว่ากันไป

เมื่อถามว่า หนักใจหรือไม่ ที่ดูเหมือนว่าอยู่กลางศึกแดงกับน้ำเงิน นายชูศักดิ์หัวเราะ พร้อมกล่าวว่า ไม่หนักใจอะไร เพราะเราเห็นแล้วว่าเป็นไปตามครรลองตามกฎหมาย ก็ว่ากันไปก็แค่นั้น

ดาบสองมาแล้ว!! ‘เจ๊แมว’บุกยื่น กกต.ชงศาลรัฐธรรมนูญยุบ’ภท.’โยงคดีฮั้วเลือก สว.

ดาบสองมาแล้ว!! 'เจ๊แมว'บุกยื่น กกต.ชงศาลรัฐธรรมนูญยุบ'ภท.'โยงคดีฮั้วเลือก สว.

ดาบสองมาแล้ว!! ‘เจ๊แมว’บุกยื่น กกต.ชงศาลรัฐธรรมนูญยุบ’ภท.’โยงคดีฮั้วเลือก สว.

วันอังคาร ที่ 20 พฤษภาคม พ.ศ. 2568, 13.21 น.

‘กุสุมาลวตี’ยื่น‘กกต.’ชงศาลรัฐธรรมนูญ‘ยุบภูมิใจไทย’ปม‘ฮั้วเลือก สว.’ ซัดหลักฐานแน่นทั้งอั้งยี่ซ่องโจร-เส้นทางการเงิน คลิปเสียงมัด

วันที่ 20 พ.ค.68 ที่สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง(กกต.) นางกุสุมาลวตี ศิริโกมุท สมาชิกวุฒิสภา (สว.) ลำดับสำรอง ได้ยื่นคำร้องต่อกกต.เพื่อพิจารณาส่งเรื่องต่อศาลรัฐธรรมนูญสั่งยุบพรรคภูมิใจไทย โดยนางกุสุมาลวตี อ้างว่า มีหลักฐานการกระทำความผิดอั้งยี่ซ่องโจร และพฤติกรรมทั่วไปของแกนนำพรรคภูมิใจไทย ว่าเข้าไปเกี่ยวข้องกับกระบวการจัดตั้งคนในบุรีรัมย์และพบเส้นทางการเงิน   มีหลักฐานการโอนเงิน ซึ่งซุปเปอร์คอมพิวเตอร์จับได้หมดว่าใครโอนเงินไปให้ใครบ้าง โดยจะนำหลักฐานนี้มายื่นให้ภายหลังเพราะกลัวและเชื่อว่าในทุกองค์กรจะมีฝ่ายเขาฝ่ายเรา แต่ถ้า กกต. เรียกตนมาชี้แจงเมื่อไหร่ก็จะนำหลักฐานเหล่านั้นมามอบให้

นางกุสุมาลวตี ยังกล่าวอ้างว่า ยังมีหลักฐานว่าเมื่อกระบวนการเลือกสว.เสร็จสิ้นแล้ว มีการเรียกสว.ให้ไปพบที่โรงแรมแห่งหนึ่งย่านประตูน้ำ เพื่อให้เขียนใบลาออกเป็นหลักการว่าคนพวกนี้จะต้องอยู่ภายใต้การสั่งการของพรรค ดยมีทั้งภาพขณะสว.เขียนใบลาออกและคลิปเสียงประกอบ ยืนยันว่าหลักฐานชัดเจน ถ้าไม่ชัดเจนตนก็คงไม่กล้ามาเปิดหน้า แต่ก็จะมีการขอคุ้มครองพยานจากกรมสอบสวนคดีพิเศษ(DSI)

นางกุสุมาลวตี กล่าวว่า ตนไม่ได้มีเรื่องโกรธแค้นกับบุคคลที่มาร้อง แต่เพราะเห็นกระบวนการที่เกิดขึ้น อุกอาจ ไม่เกรงกลัวฟ้าดินและกฎ หมาย วันนี้เราเห็นเราว่ากระบวน การเลือกกรรมการองค์กรอิสระ บางคนเป็นคนดี แต่ก็ต้องหลุดไปจากการที่สว.ฟังคำสั่งของบางสีบางคน แล้วต่อไปประเทศไทยจะอยู่อย่างไรหากอนาคตมีคนกระทำความผิดก็จะได้รับการยกคำร้องเพราะพวกเขาเป็นคนเลือกกรรม การเหล่านี้ อย่างคดีเขากระโดง หรือรุกที่เขาใหญ่ หรือการก่อสร้างรัฐสภา 20,000 ล้านบาท ที่ไม่ได้มาตรฐานก็จะเอาผิดใครไม่ได้ จะคิดว่าต้องช่วยกัน ยืนยันว่าตัวเองไม่ได้มีส่วนได้ส่วนเสียต่อให้สว.ชุดนี้ต้องเป็นโมฆะไป ตนเองก็พอแล้ว ไม่ต่อสู้เพื่อให้ได้เป็นสว.อีก แต่จะต่อสู้ในกระบวนการยุติธรรมให้คนกลุ่มนี้รู้ว่ามีคนไทยที่ออกมายืนต่อสู้เพื่อประชาชน

“วุฒิสภาเป็นสภาสูง แต่ถามว่าแกนนำบางพรรคมีการกระทำผิดไหม กับการที่สั่งให้นายอำเภอซึ่งเป็นผู้อำนวยการเลือกตั้งระดับอำเภอรับผู้สมัครบางคนขายข้าวแกงก็มาเป็นนักวิทยาศาสตร์ได้ บางคนขับรถก็มาเป็นนักสื่อสารมวลชนได้ ซึ่งหลายคนคุณสมบัติไม่ตรง แต่ก็มีการรับสมัคร เพราะกระทรวงมหาดไทยสั่งให้นายอำเภอเซ็นรับรองคนเหล่านั้นมาก่อน ทำให้คนที่ดีไม่ได้เข้ามาเพราะถูกบีบออก กระบวนการแบบนี้มันท้าทายคนไทยและกระบวน การยุติธรรม และทำลายประชาธิปไตย โดยมีเส้นทางการเงินที่เรามองเห็น  เรามีหลักฐานมากมาย จึงเห็นว่าสมควรที่จะยุบพรรคนี้ มันสมควรที่จะเป็นโมฆะในการเลือกสว. ขณะที่ในอดีตจ้างพรรคเล็กลงสมัคร คูหาหันหน้าหันหลังก็เป็นโมฆะ แต่ครั้งนี้ความผิดมันมโหฬารยิ่งกว่า ดิฉันจึงคิดต่อสู้เรื่องนี้ เพราะถ้าองค์กรอิสระทั้ง 7 องค์กรอยู่ภายใต้การครอบงำของบางพรรค บางสีบางกลุ่ม มองไม่ออกว่าอนาคตประเทศเราจะเป็นไง “นางกุสุมาลวตี กล่าว

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง : ‘อนุทิน’จี้สื่อฯงัดเอกสารสั่งห้ามสมาชิกภท.เอี่ยวมาตีแผ่ปมฮั้วสว.​ เชื่อการเมืองปั้นจุลภาคขยายมหภาค

ครม.ทุ่มงบ 1.57 แสนล้าน ฟื้นเศรษฐกิจครั้งใหญ่ ‘ลงทุนน้ำ-ทำถนน-การเกษตร-กระตุ้นท่องเที่ยว’

ครม.ทุ่มงบ 1.57 แสนล้าน ฟื้นเศรษฐกิจครั้งใหญ่ 'ลงทุนน้ำ-ทำถนน-การเกษตร-กระตุ้นท่องเที่ยว'

ครม.ทุ่มงบ 1.57 แสนล้าน ฟื้นเศรษฐกิจครั้งใหญ่ ‘ลงทุนน้ำ-ทำถนน-การเกษตร-กระตุ้นท่องเที่ยว’

วันอังคาร ที่ 20 พฤษภาคม พ.ศ. 2568, 13.05 น.

วันที่ 20 พฤษภาคม 2568  นายจิรายุ ห่วงทรัพย์ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) มีมติเห็นชอบแผนการขับเคลื่อนเศรษฐกิจภายใต้กรอบวงเงิน 157,000 ล้านบาท ตามที่กระทรวงการคลัง เสนอ ตามมติที่ประชุมคณะกรรมการนโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจ ครั้งที่ 2/2568 เมื่อวันจันทร์ที่ 19 พฤษภาคม 2568 ที่ผ่านมา

ซึ่งครอบคลุมโครงสร้างพื้นฐานด้านน้ำและคมนาคม การท่องเที่ยว การลดผลกระทบส่งออกและเพิ่มผลิตภาพ ตลอดจนเศรษฐกิจชุมชนและอื่น ๆ โดยมีเป้าหมายกระจายเม็ดเงินเข้าสู่ระบบ เพื่อรักษาการจ้างงาน และวางรากฐาน โดยใช้งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2568 งบกลาง รายการค่าใช้จ่าย เพื่อการกระตุ้นเศรษฐกิจและสร้างความเข้มแข็งของระบบเศรษฐกิจโดยมีแผนการขับเคลื่อนเศรษฐกิจภายใต้กรอบวงเงิน 157,000 ล้านบาท โดยมีรายละเอียด ดังนี้

1. ข้อเสนอโครงการ/มาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจ

1.1) โครงสร้างพื้นฐาน

ด้านน้ำ ประกอบด้วย (1) ป้องกันอุทกภัยในช่วงฤดูฝน และกักเก็บน้ำไว้สำหรับฤดูแล้ง (2) กระจายน้ำไปยังชุมชนและพื้นที่ต่าง ๆ ผลิตเพื่อสนับสนุนภาคเกษตรในพื้นที่ทั่วประเทศและ (3) พัฒนา/ปรับปรุงระบบประปา

ด้านคมนาคม ประกอบด้วย (1) แก้ไขปัญหาด้านการจราจรในพื้นที่ที่เป็นคอขวดและขาดความเชื่อมโยง (Bottleneck/Missing Link) (2) เพิ่มความปลอดภัยในการเดินทางและขนส่ง (3) แก้ไขปัญหาจุดตัดระหว่างทางรถไฟและถนนเสมอระดับ (4) ก่อสร้าง/ปรับปรุงจุดพักรถบรรทุกเพื่อให้สามารถบังคับใช้พระราชบัญญัติการขนส่งทางบก พ.ศ. 2522 และ (5) ปรับปรุง/พัฒนาถนนเชื่อมโยงเมืองรอง แหล่งท่องเที่ยวและพื้นที่การผลิต

1.2 ) การท่องเที่ยว

ด้านการพัฒนาภาคการท่องเที่ยว ประกอบด้วย (1) ปรับปรุง/พัฒนาแหล่งท่องเที่ยว สนามกีฬา และสิ่งอำนวยความสะดวก อาทิ ห้องน้ำ ห้องพัก สถานที่ป้ายบอกทาง (2) พัฒนาระบบอำนวยความสะดวกให้แก่นักท่องเที่ยว (3) พัฒนาและยกระดับความปลอดภัยให้แก่นักท่องเที่ยว อาทิ การติดตั้งระบบ CCTV ในพื้นที่เมืองท่องเที่ยวสำคัญ และ (4) กระตุ้นเศรษฐกิจภาคการท่องเที่ยวภายในประเทศโดยเฉพาะในพื้นที่เมืองรอง

1.3) ลดผลกระทบภาคการส่งออก/เพิ่มผลิตภาพ

ด้านการเกษตร เพิ่มผลิตภาพทางการเกษตร อาทิ การสนับสนุนให้เกษตรกร และผู้ประกอบการ SMEs ใช้ประโยชน์จากความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีปรับเปลี่ยนพื้นที่การเพาะปลูกให้เหมาะสม

ด้านการลดผลกระทบแรงงาน สนับสนุนมาตรการการเงินการคลังสนับสนุนสินเชื่อ(เฉพาะผู้ประกอบการส่งออก) เพื่อส่งเสริมการจ้างงานให้กับกองทุนประกันสังคม ด้านดิจิทัล พัฒนาโครงสร้างพื้นฐานทางดิจิทัล เพื่อสนับสนุนการพัฒนารัฐบาลดิจิทัลและการค้าระหว่างประเทศ

1.4) เศรษฐกิจชุมชนและอื่น ๆ

กองทุนหมู่บ้าน (SML) สนับสนุนงบประมาณแก่กองทุนหมู่บ้านและชุมชนเมือง เพื่อเป็นแหล่งเงินให้กับประชาชนในพื้นที่ และพัฒนาเศรษฐกิจฐานราก โครงการพัฒนาเศรษฐกิจชุมชนและอื่น ๆ พัฒนาเศรษฐกิจ และการพัฒนาชุมชนที่เป็นความต้องการของผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย (Stakeholders) ในพื้นที่ โครงการการพัฒนาทุนมนุษย์ด้านการศึกษาเพื่อวางรากฐานเศรษฐกิจให้กับประเทศ

2. การกำกับติดตามผลการดำเนินงาน

รองปลัดกระทรวงการคลัง หัวหน้ากลุ่มภารกิจด้านรายจ่ายและหนี้สิน เป็นประธานอนุกรรมการ เพื่อกำกับและติดตามผลการดำเนินงานของโครงการและมาตรการต่าง ๆ ตามแผนการขับเคลื่อนเศรษฐกิจฯ ตลอดจนรายงานผลการดำเนินการต่อคณะกรรมการฯ ทราบต่อไป

3. แหล่งเงินในการดำเนินโครงการ

งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2568 งบกลาง รายการค่าใช้จ่ายเพื่อการกระตุ้นเศรษฐกิจและสร้างความเข้มแข็งของระบบเศรษฐกิจ วงเงินไม่เกิน 157,000 ล้านบาท

4. ระยะเวลาดำเนินการ การจัดทำข้อเสนอโครงการและคำของบประมาณ

ให้หน่วยรับงบประมาณจัดทำข้อเสนอโครงการตามแบบฟอร์มการพิจารณาโครงการตามแผนการกระตุ้นเศรษฐกิจ 2568 ที่กำหนด โดยเสนอผ่านรองนายกรัฐมนตรี รัฐมนตรีเจ้าสังกัดหรือรัฐมนตรีที่กำกับดูแล เพื่อเสนอคณะอนุกรรมการกลั่นกรองฯ พิจารณาตามที่คณะกรรมการฯ ได้มอบหมาย พร้อมทั้งเสนอโครงการดังกล่าวต่อสำนักงบประมาณในคราวเดียวกันด้วยภายในเดือนพฤษภาคม 2568

5. การพิจารณาอนุมัติโครงการ

คณะกรรมการฯ รวบรวมข้อเสนอโครงการที่ผ่านการพิจารณาของคณะอนุกรรมการกลั่นกรองฯ เพื่อพิจารณานำเสนอคณะรัฐมนตรีพิจารณาอนุมัติ ภายในเดือนมิถุนายน 2568
การขอรับจัดสรรงบประมาณ: หน่วยรับงบประมาณนำส่งโครงการที่คณะรัฐมนตรี อนุมัติให้สำนักงบประมาณ โดยสำนักงบประมาณจะพิจารณารายละเอียดโครงการและจัดสรรงบประมาณรายจ่ายงบกลาง ตามระเบียบว่าด้วยการบริหารงบประมาณรายจ่ายงบกลาง รายการค่าใช้จ่ายเพื่อการกระตุ้นเศรษฐกิจและสร้างความเข้มแข็งของระบบเศรษฐกิจ พ.ศ. 2567 ภายในเดือนกรกฎาคม 2568

นายจิรายุ กล่าวต่อไป ว่านายกรัฐมนตรี กล่าวว่า สำหรับแผนการขับเคลื่อนเศรษฐกิจฯ จะช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจในระยะสั้นได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยอาศัยการเร่งรัดการใช้จ่ายผ่านการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานที่สามารถดำเนินการได้

โดยจะส่งผลให้เกิดการจ้างงาน กระจายรายได้ และสร้างเม็ดเงินหมุนเวียนในระบบเศรษฐกิจ ควบคู่ไปกับการปรับโครงสร้างทางเศรษฐกิจผ่านการลงทุนในทุนมนุษย์และการปรับปรุงกฎเกณฑ์ต่าง ๆ ให้เอื้อต่อการยกระดับขีดความสามารถ ในการแข่งขันของประเทศ เพิ่มผลิตภาพแรงงาน และวางรากฐานการพัฒนาในระยะยาว ภายใต้การติดตามแผนการขับเคลื่อน ฯ อย่างรอบคอบ เพื่อให้การใช้งบประมาณ เกิดประสิทธิภาพสูงสุด