‘ชูศักดิ์’โนคอมเมนต์ศาลปกครองสูงสุด เตรียมตัดสินคดี‘ยิ่งลักษณ์’ 22 มิ.ย.นี้

‘ชูศักดิ์’โนคอมเมนต์ศาลปกครองสูงสุด เตรียมตัดสินคดี‘ยิ่งลักษณ์’ 22 มิ.ย.นี้

‘ชูศักดิ์’โนคอมเมนต์ศาลปกครองสูงสุด เตรียมตัดสินคดี‘ยิ่งลักษณ์’ 22 มิ.ย.นี้

วันอังคาร ที่ 20 พฤษภาคม พ.ศ. 2568, 13.03 น.

‘ชูศักดิ์’โนคอมเมนต์ทิศทางการเมือง หลังศาลปกครองสูงสุด เตรียมตัดสินคดี‘ยิ่งลักษณ์’ 22 มิ.ย.นี้ ย้ำไม่เกี่ยวกับรัฐบาลนี้

เมื่อเวลา 12.15 น.วันที่ 20 พ.ค.68 ที่ทำเนียบรัฐบาล นายชูศักดิ์ ศิรินิล รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงกรณีศาลปกครองนัดตัดสินคดี น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ยื่นฟ้องขอเพิกถอนคำสั่งกระทรวงการคลัง ที่เรียกชดใช้ค่าสินไหมทดแทน จากโครงการรับจำนำข้าวกว่า 3.5 หมื่นล้านบาท จะมีผลต่อทิศทางการเมืองหรือไม่ ว่าคดีนั้นเป็นเรื่องอดีตที่ต่อสู้มายาวนาน หากตัดสินออกมาอย่างไรก็ไม่เกี่ยวข้องกับรัฐบาลนี้

เมื่อถามว่าในฐานะรองหัวหน้าพรรคเพื่อไทย ฝ่ายกฎหมาย คิดว่า คดีนี้จะส่งผลต่อทิศทางการเมืองไทยหรือไม่ นายชูศักดิ์ กล่าวย้ำว่า ไม่เกี่ยวกับรัฐบาล เพราะเป็นการดำเนินการตามบทบัญญัติของกฎหมายที่ดำเนินการมานานแล้ว

เมื่อถามว่าหากคดีนี้ผลออกมาเป็นบวกกับ น.ส.ยิ่งลักษณ์ และสามารถเดินทางกลับมาประเทศไทยได้ จะส่งผลดีต่อพรรคเพื่อไทยอย่างไร หรือไม่ นายชูศักดิ์ กล่าวว่า เรื่องทิศทางการเมืองมองได้หลายรูปแบบ หลายมุม ดังนั้นต้องเอาความคิดเห็นประชาชน และทัศนคติของผู้คนต่างๆมาประกอบ ตนขอย้ำว่า เรื่องนี้ไม่เกี่ยวกับรัฐบาลนี้  

เมื่อถามอีกว่า หากศาลปกครองสูงสุดตัดสินเป็นคุณกับ น.ส.ยิ่งลักษณ์ จะส่งผลต่อคดีของศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง ที่เคยตัดสินลงโทษมาก่อนหน้านี้หรือไม่ และสามารถรื้อฟื้นคดีเก่าได้หรือไม่ นายชูศักดิ์ กล่าวว่า ต้องไปว่ากันในรายละเอียดของคดี

เมื่อถามว่าคดีปกครองกับคดีอาญาใช้มาตรฐานเดียวกันไม่ได้ใช่หรือไม่ นายชูศักดิ์ กล่าวว่า “ครับ ต้องไปว่ากันในรายละเอียด เพราะเราไม่รู้ว่าผลการตัดสินจะออกมาอย่างไร”

สว.ทยอยรับทราบข้อกล่าวหาคดีฮั้ววันที่ 2 หลบสื่อ ปิดปากเงียบ ย้ำไม่กังวล จะชี้แจงตามข้อเท็จจริง

สว.ทยอยรับทราบข้อกล่าวหาคดีฮั้ววันที่ 2 หลบสื่อ  ปิดปากเงียบ ย้ำไม่กังวล จะชี้แจงตามข้อเท็จจริง

สว.ทยอยรับทราบข้อกล่าวหาคดีฮั้ววันที่ 2 หลบสื่อ ปิดปากเงียบ ย้ำไม่กังวล จะชี้แจงตามข้อเท็จจริง

วันอังคาร ที่ 20 พฤษภาคม พ.ศ. 2568, 12.15 น.

สว.ทยอยเข้ารับทราบข้อกล่าวหาคดีฮั้ววันที่ 2  พร้อมใจหลบสื่อ  ปิดปากเงียบ   ขณะที่ ‘สว.สมชาย นุ่มพลู’ ไม่กังวล ขอชี้แจงตามข้อเท็จจริง

เมื่อวันที่  20 พฤษภาคม  ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สมาชิกวุฒิสภา (สว.)ที่คณะกรรมการสืบสวนและไต่สวนส่วนกลางคณะที่ 26 ของสำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ที่เป็นคณะกรรมการร่วมกับกรมสอบสวนพิเศษ (DSI) เรียกมารับทราบข้อกล่าวหาในคดีฮั้วเลือกตั้ง สว. ทยอยเดินทางมารับทราบข้อกล่าวหาอย่างต่อเนื่อง  ส่วนใหญ่จะมาเป็นกลุ่ม พร้อมทนาย ความ และมานั่งรอเข้าชี้แจงข้อกล่าวหาที่ร้านกาแฟ ซึ่งอยู่ใกล้กับทางเข้าสำนักงาน กกต.ชั้น 1 เพื่อหลีกเลี่ยงจะพบกับผู้สื่อข่าว

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ได้พบกับคนกลุ่มหนึ่ง นั่งอยู่บริเวณร้านกาแฟ  ซึ่งหนึ่งในนั้นสวมเสื้อติดตราวุฒิสภาจึงเข้าไปสอบถามว่า เป็นกลุ่มสว.ที่จะมาชี้แจงข้อกล่าวหาในวันนี้หรือไม่  แต่ทั้งหมดไม่พูดกับผู้สื่อข่าว ปฏิเสธที่จะให้ข้อมูล และมีท่าทีอึดอัด  ผู้สื่อข่าวจึงถามย้ำว่า มาชี้แจงใช่หรือไม่  ก่อนที่หนึ่งในนั้นจะยอมรับว่า “ใช่”  ระหว่างนั้นผู้สื่อข่าวหันไปถาม ชายใส่เสื้อสีขาวว่าคือ นายจตุพร เรียงเงิน หรือไม่ เจ้าตัวถามกลับว่า “ใช่ไหมล่ะ” เมื่อผู้สื่อข่าวถามย้ำ เจ้าตัวจึงยอมรับในที่สุด

ขณะที่นายสมชาย  นุ่มพลู  สมาชิกวุฒิสภา พยายามเดินเลี่ยงผู้สื่อข่าวเช่นกัน แต่เมื่อผู้สื่อข่าวพยายามสอบถามถึงความกังวลในการเข้ารับทราบข้อกล่าวหาและชี้แจงในวันนี้ ก็ได้รับคำตอบสั้นๆว่า ลำดับในการเข้าชี้แจงวันนี้เวลา 10.00 น. พร้อมย้ำไม่กังวล และจะชี้แจงตามข้อเท็จจริง

ด้านนายนิสิทธ์ ปนกลิ่น สมาชิกวุฒิสภา ที่เดินทางมารับทราบข้อกล่าวหา ปฏิเสธให้สัมภาษณ์กับสื่อก่อนการเข้ารับทราบข้อกล่าวหา  โดยส่ายหน้าเมื่อถูกถามว่าเตรียมการมาอย่างไรบ้าง แต่พยักหน้าตอบรับว่า มั่นใจในความในความบริสุทธิ์ของตนเอง 100 % ก่อนจะโบกมือเมื่อถูกถามว่ากังวลอะไรหรือไม่

ขณะที่การเข้ารับทราบข้อกล่าวของนายนิสิทธิ์นั้น  มีทนายความหญิงสองคน เดินประกบมาตั้งแต่ศูนย์อาหาร และพยายามกันผู้สื่อข่าวไม่ให้สัมภาษณ์  เนื่องจากใกล้เวลาเข้าพบกับ กกต. สมาชิกวุฒิสภาอีกคน ที่เดินทางมาสำนักงานกกตในเวลาไล่เลี่ยกัน คือ พล.ต.ต.ฉัตรวรรษ แสงเพชร แต่ไม่ได้ให้สัมภาษณ์กับผู้สื่อข่าวเช่นกัน

ทั้งนี้ ผู้สื่อข่าวได้โทรศัพท์สอบถาม สว. ที่มีรายชื่อเข้าชี้แจงในวันนี้  บางส่วนไม่รับโทรศัพท์ ขณะที่บางส่วนรับโทรศัพท์ และยืนยันว่า จะมาชี้แจง  เช่น นายจิระศักดิ์ ชูความดี  พ.ต.ท.สง่า ส่งมหาชัย เดินทางมาด้วยตัวเองเช่นกัน ขณะที่สว. บางคน ส่งทนายมาเลื่อนเข้าชี้แจง เช่น นายสมพาน พละศักดิ์

คลาดเคลื่อน!‘กกต.’แจงไม่ได้รับแจ้งจาก‘ผู้ตรวจการเลือกตั้ง’ เหตุทุจริต‘เลือก สว.’ระดับประเทศ

คลาดเคลื่อน!‘กกต.’แจงไม่ได้รับแจ้งจาก‘ผู้ตรวจการเลือกตั้ง’ เหตุทุจริต‘เลือก สว.’ระดับประเทศ

คลาดเคลื่อน!‘กกต.’แจงไม่ได้รับแจ้งจาก‘ผู้ตรวจการเลือกตั้ง’ เหตุทุจริต‘เลือก สว.’ระดับประเทศ

วันอังคาร ที่ 20 พฤษภาคม พ.ศ. 2568, 12.14 น.

‘สำนักงาน กกต.’แจงไม่ได้รับเรื่องแจ้งจาก‘ผู้ตรวจการเลือกตั้ง’ เหตุทุจริต‘เลือก สว.’ระดับประเทศ 26 มิ.ย. ชี้บางสื่อนำเสนอข่าวคลาดเคลื่อน ขณะที่ในข้อเท็จจริงมีการยื่นแจ้งต่อ‘ประธาน กกต.’ลงวันที่ 28 มิ.ย.67 พร้อมแจงจัด 6 มาตรการ ดักทางทุจริต

20 พ.ค.68 สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง( กกต.) ออกเอกสารชี้แจงกรณีที่มีบางสื่อนำเสนอข่าวว่านายแสวง บุญมี เลขาธิการ กกต. ไม่ได้ดำเนินการกรณีผู้ตรวจการเลือกตั้งประจำจังหวัด ตามที่มีการแจ้งว่า จะมีโพยฮั้ว สว. ซึ่งเป็นการเอื้อให้มีการฮั้วในวันเลือกระดับประเทศ 26 มิถุนายน 2567 ที่อิมแพ็ค ฟอรั่มเมืองทองธานี โดยชี้แจงว่า

1.ในวันดังกล่าวไม่ได้ปรากฏว่ามีผู้ตรวจการเลือกตั้งประจำจังหวัดผู้ใด  รายงานการกระทำผิดตามแบบรายงานของผู้ตรวจการเลือกตั้งประจำจังหวัด ตามระเบียบ กกต. ว่าด้วยผู้ตรวจการเลือกตั้งข้อ 32 แต่อย่างใด ซึ่งหากพบการกระทำผิดเป็นหน้าที่ของกำหนดการเลือกตั้งประจำจังหวัด ต้องรายงาน กกต.ทันทีเพื่อดำเนินการตามหน้าที่และตามอำนาจต่อไป และแบบรายงานดังกล่าวจะเป็นต้นเรื่องเพื่อให้สำนัก งาน กกต.พิจารณาดำเนินการตามระเบียบ กกต.ว่าด้วยการสืบสวนไต่สวนและวินิจฉัยชี้ขาด ปี 2561 และฉบับแก้ไขเพิ่มเติมฉบับที่5ปี 2566 ต่อไป   แต่ปรากฏภายหลังการเลือก  สว.ระดับประเทศผ่านไปแล้วว่าผู้จัดการเลือกตั้งประจำจังหวัดได้ยื่นแบบตรวจการเลือกตั้ง ลงวันที่ 28 มิถุนายน 2567 ต่อประธาน กกต. ซึ่งผ่านการเลือกระดับประเทศไปแล้ว

2.ในวันเลือกระดับประเทศ  พนักงานสืบสวน ที่ถูกสั่งให้ไปปฏิบัติหน้าที่รับเรื่องร้องเรียน หรือร้องคัดค้านในการกระทำผิดในสถานที่เลือก ก็ไม่ได้รายงานว่ามีผู้ตรวจการเลือกตั้งจังหวัดผู้ใดยื่นแบบรายงานต่อพนักงานสืบสวน หรือมีผู้สมัครคนใดมาร้องหรือให้ถ้อยคำต่อพนักงานสืบสวน ที่จุดรับเรื่องร้องเรียนในสถานที่เลือก ถึงเหตุที่มีการกระทำผิดตามกฎหมายแต่อย่างใด ซึ่งการนำเสนอข่าวดังกล่าวที่มีการแจ้งว่ามีการกระทำผิดนั้นจึงไม่เป็นความจริง

ทั้งนี้ เพื่อประโยชน์แห่งความสุจริตและเที่ยงธรรมในสถานที่เลือก  กกต. และผู้อำนวยการเลือกตั้งระดับประเทศไม่มีมาตรการเพื่อการเลือกเป็นไปโดยสุจริตและเที่ยงธรรม 6 มาตรการ ซึ่งประกอบไปด้วย

1. จัดให้มีจุดรับเรื่องร้องเรียนเรื่องที่กระทำผิดอันอาจเป็นความผิดในสถานที่เลือก

2. จากสถานที่ให้สื่อมวลชนสังเกตการณ์มองได้อย่างชัดเจน

3. อนุญาตให้ผู้สังเกตการณ์จากต่างประเทศ ตัวแทนจากสถานทูตประจำประเทศไทย หรืออียูและองค์กรเอกชนไทย เข้าไปสังเกตการณ์ในสถานที่เลือก

4. สั่งให้ผู้ตรวจการเลือกตั้งระดับจังหวัดกรุงเทพมหานครและปริมณฑล เข้าไปตรวจในสถานที่เลือก

5. บันทึกภาพวิดีโอจากกล้องวงจรปิด ตั้งแต่เหตุการณ์ผู้มาสมัครรายงานตัว การลงคะแนน การนับคะแนน การประกาศผลคะแนน

6. สั่งการให้ชุดสืบสวนหาข่าวแฝงตัวในพื้นที่สถานที่เลือกและโรงแรมที่ผู้สมัครมาพักโดยรอบ เพื่อหาข่าวเกี่ยวกับการกระทำความผิดก่อนวันเลือกจนถึงสิ้นสุดกระบวนการเลือก

โดยได้แนบตัวอย่างเอกสารแบบรายงานของผู้ตรวจการเลือกตั้งประจำจังหวัด  ที่จะมีการบันทึกแจ้งเหตุการกระทำผิดกฎหมายเกี่ยวกับการเลือกตั้งและพรรคการ เมืองหรือการกระทำใดที่เป็นเหตุให้การเลือกไม่สุจริตและเที่ยงธรรมชอบด้วยกฎหมาย 2 หน้ากระดาษ ซึ่งเป็นเอกสารลับ

สว.ตั้ง‘กมธ.ร่วม’สอบมติ‘แพทยสภา’ลงโทษหมอรักษา‘ทักษิณ’ชั้น14

สว.ตั้ง‘กมธ.ร่วม’สอบมติ‘แพทยสภา’ลงโทษหมอรักษา‘ทักษิณ’ชั้น14

สว.ตั้ง‘กมธ.ร่วม’สอบมติ‘แพทยสภา’ลงโทษหมอรักษา‘ทักษิณ’ชั้น14

วันอังคาร ที่ 20 พฤษภาคม พ.ศ. 2568, 12.09 น.

‘ประธาน กมธ.สธ.วุฒิสภา’เผยเตรียมตั้ง‘กมธ.ร่วมฯ’กมธ.สธ.-กมธ.กฎหมาย สอบปมมติ‘แพทยสภา’ลงโทษแพทย์กรณีรักษา‘ทักษิณ’ชั้น 14

20 พฤษภาคม 2568 ที่รัฐสภา นายประพนธ์ ตั้งศรีเกียรติกุล ประธานคณะกรรมาธิการการสาธารณสุข ของวุฒิสภา แจ้งผลการประชุมของ กรรมาธิการวิสามัญกิจการวุฒิสภา หรือ วิปวุฒิสภา รับทราบเห็นชอบ กรณีที่กรรมาธิการสาธารณสุขจะร่วมกับกรรมาธิการการกฎหมาย จะตั้งกรรมการร่วมพิจารณาร่วมกัน ในเรื่องที่สังคมให้ความสนใจ 2 เรื่อง คือ เรื่องจริยธรรมทางการแพทย์ ซึ่งที่ผ่านมาไม่ค่อยมีปัญหาซึ่งแพทยสภาเป็นหน่วยงานที่กำกับดูแลจริยธรรมสูงสุดของวิชาชีพแพทย์ และในส่วนที่มีความเกี่ยวเนื่องเชื่อมโยงกรรมการเห็นว่าเป็นเรื่องกระบวนการที่เกี่ยวข้องกับกฎหมายและกระบวนการยุติธรรม ดังนั้นในการพิจารณาเรื่องมติของแพทยสภาลงโทษแพทย์ที่รักษาตัวนายทักษิณ ชินวัตร ที่รักษาตัวในช่วงถูกคุมขังชั้น 14 โรงพยาบาลตำรวจ จะพิจารณาในมิติด้านสาธารณสุขอย่างเดียวคงไม่ได้ จะต้องพิจารณามิติด้านกฎหมาย ซึ่งจะเป็นการพิจารณาร่วมตามข้อบังคับการประชุมวุฒิสภา ตามข้อ 80

“เรื่องที่เกี่ยวเนื่องกับกรรมการมากกว่า1คณะสามารถตั้งกรรมาธิการร่วม ในการศึกษาร่วมกันได้ จึงได้เสนอที่ประชุมวิป วุฒิสภา ซึ่งวิปก็เห็นด้วย  จากนี้ไปก็จะมีการประชุมร่วมระหว่างกรรมาธิการสาธารณสุขและกรรมการการกฎหมายการยุติธรรม ขอให้มีการนัดหมายกับประธานกรรมาธิการก่อน” นายประพนธ์กล่าว

นายประพนธ์ กล่าวต่อว่า คาดว่าจะมีตั้งคณะอนุกรรมาธิการ ภายใต้กรรมาธิการร่วมชุดนี้ คาดว่าจะส่งตัวแทนคณะละ4คน โดยตัวแทนกรรมาธิการสาธารณสุข 4 คน ตัวแทนกรรมาธิการการกฎหมาย 4 คนและ ตัวแทนผู้ทรงคุณวุฒิผู้มีความรู้ทางด้านการแพทย์ หรือผู้มีความรู้ทางด้านกฎหมายและสังคม สัดส่วนคนนอกเข้าร่วมเป็นกรรมาธิการ

‘พล.อ.ประวิตร’แข็งแรงดี โฆษกพปชร.โต้ข่าวตกบันได ยันยังทำงานปกติ

'พล.อ.ประวิตร'แข็งแรงดี โฆษกพปชร.โต้ข่าวตกบันได ยันยังทำงานปกติ

‘พล.อ.ประวิตร’แข็งแรงดี โฆษกพปชร.โต้ข่าวตกบันได ยันยังทำงานปกติ

วันอังคาร ที่ 20 พฤษภาคม พ.ศ. 2568, 11.57 น.

“พล.อ.ประวิตร”แข็งแรงดีทั้งกายและใจ   โฆษกพปชร.โต้ข่าวตกบันได  ยันแค่เดินเสียหลักเล็กน้อย ไม่ได้รับบาดเจ็บ ขณะนี้ยังทำงานตามปกติ

เมื่อวันที่ 20 พฤษภาคม  พล.ต.ท.ปิยะ ต๊ะวิชัย  โฆษกพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.)กล่าวถึงกระแสข่าวที่ระบุว่า พลเอกประวิตร วงษ์สุวรรณ หัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.)ได้เดินทางไปเป็นประธานฝ่ายคฤหัสถ์ ในพิธีเจริญพระพุทธมนต์นวัคคหายุสมธัมม์มงคลเฉลิมพระเกียรติ ถวายพระพรชัยมงคลแด่ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และเพื่อความเป็นสวัสดิมงคลแก่ประเทศชาติและประชาชน ณ พระอุโบสถ วัดพระเชตุพนวิมลมังคลาราม ราชวรมหาวิหาร เขตพระนคร กรุงเทพมหานคร และได้ประสบอุบัติเหตุพลัดตกบันไดว่า พลเอกประวิตร ไม่ได้ตกบันไดอย่างที่มีข่าวเผยแพร่ออกมา  ท่านเพียงเดินเสียหลักเล็กน้อยเท่านั้น ซึ่งไม่ได้รับบาดเจ็บใดๆ และขณะนี้ท่านก็ยังทำงานตามปกติ  โดยยืนยันว่า สุขภาพของท่านยังคงแข็งแรงดีทั้งร่างกายและจิตใจ

‘ทวี’ยันDSIไม่รายงานเรียกสอบ‘10 สส.ภท.’ปมฮั้วสว. ฝากขรก.‘อย่าให้อิทธิพลชั่ว อยู่เหนือกฎหมาย’

‘ทวี’ยันDSIไม่รายงานเรียกสอบ‘10 สส.ภท.’ปมฮั้วสว. ฝากขรก.‘อย่าให้อิทธิพลชั่ว อยู่เหนือกฎหมาย’

‘ทวี’ยันDSIไม่รายงานเรียกสอบ‘10 สส.ภท.’ปมฮั้วสว. ฝากขรก.‘อย่าให้อิทธิพลชั่ว อยู่เหนือกฎหมาย’

วันอังคาร ที่ 20 พฤษภาคม พ.ศ. 2568, 11.56 น.

‘ทวี’ยัน‘ดีเอสไอ’ไม่ได้รายงานหลังจ่อเรียกสอบ‘10 สส.ภูมิใจไทย’ เพิ่มปม‘ฮั้ว สว.’ มองทำให้ทุกคนสบายใจ หลังถูกหยุดปฏิบัติหน้าที่ชั่วคราว ลั่นไม่มีผลกระทบอะไรกับตัวเอง มั่นใจคนเข้ามาแทนทำงานได้ เพราะ บรรยากาศ ครม.ยังดีอยู่

เมื่อเวลา 09.30 น.วันที่ 20 พฤษภาคม 2568 ที่ทำเนียบรัฐบาล พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง รมว.ยุติธรรม กล่าวถึงกรณีกรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI) และอนุสำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง(กกต. ) จ่อทยอยออกหมายเรียก 10  สส.พรรคภูมิใจไทย เข้าให้ข้อมูล กรณีฮั้ว สว. ทางDSIได้มีการรายงานมายัง รมว.ยุติธรรมหรือไม่ ว่า ภายหลังมีคำสั่งศาลให้หยุดปฎิบัติหน้าที่ ตนก็ปฏิบัติตามคำสั่งของศาล ก็เชื่อว่าทางDSI น่าจะมีการรายงานให้กับทางปลัดกระทรวง ซึ่งหน้าที่ของรัฐมนตรีไม่มีส่วนที่จะเข้าไปในคดีแล้ว  ในเมื่อศาลรัฐธรรมนูญไม่ให้ตนเข้าไปกำกับ โดยระหว่างรอคำวินิจฉัยของศาลก็จะไม่เข้าไปยุ่งเกี่ยวกับเรื่องดังกล่าว

ผู้สื่อข่าวถามว่าตอนนี้รู้สึกสบายใจขึ้นหรือไม่ เพราะที่ผ่านมาถูกตั้งข้อหาว่ามีส่วนเกี่ยวข้องกับเรื่องคดี ฮั้วสว. พ.ต.อ.ทวี กล่าวว่า ก็ทำให้ทุกคนสบายใจ เมื่อเราไม่เข้าไปยุ่ง เพราะทุกหน่วยงานต้องปฏิบัติตามกฎหมาย ส่วนตัวไม่มีผลกระทบอะไร เพราะหน้าที่หลักของกระทรวงยุติธรรมคือ การปฏิบัติและบังคับตามกฎหมาย นโยบายที่รัฐบาลแถลงก็มีส่วนเกี่ยวข้องกับกระทรวงยุติธรรมมาก ถือเป็นช่วงเวลาที่ดีที่ได้ยกระดับ ปฏิรูปกระบวนการยุติธรรมในด้านอื่นๆ

เมื่อถามว่า มีสัญญาณจากศาลรัฐธรรมนูญหรือไม่ว่าใช้ระยะเวลาเท่าไหร่ในการพิจารณาคดี  พ.ต.อ.ทวี กล่าวว่าตนไม่เคยไปประสานกับทางศาลรัฐธรรมนูญเพราะเรามั่นใจในความบริสุทธิ์ใจ

“ในภาวะที่บ้านเมืองมีคนหวาดระแวง การใช้กฎหมายสำคัญของราชการ บ้านเมืองจะเจริญได้ คืออำนาจหรืออิทธิพลความไม่ดีหรือความชั่วร้ายต่างๆ จะแข็งแกร่งกว่ากฎหมายไม่ได้ ดังนั้นเจ้าหน้าที่ราชการที่อยู่ในตำแหน่งถือเป็นผู้นำอยู่แล้วเพราะกฎหมายให้อำนาจ คุณควรใช้กฎหมายให้ตรงไปตรงมา ปราศจากอคติ เรื่องของความยุติธรรมต้องกล้าหาญ ยืนยันว่า ผมไม่มีความรู้สึกยังงั้น เมื่อวานยังนั่งคุยกับนาย อนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและรมว.มหาดไทย  ท่านยังชื่นชมโรงพยาบาลที่ท่านไปรักษาตาเลย” พ.ต.อ.ทวี กล่าว

ผู้สื่อข่าวถามว่า จะมีปัญหาเรื่องการประสานงานหรือไม่หากมีคนใหม่เข้ามาดูแลแทนในส่วนของคดีนี้  พ.ต.อ.ทวี กล่าวว่า ไม่มีปัญหา และบรรยากาศของครม.ทุกฝ่ายก็ยังดีกัน ไม่มีการแบ่งฝ่ายว่าเป็นพรรคโน้นพรรคนี้

‘นฤมล’จ่อเซ็นตั้ง’อนุดิษฐ์’นั่งประธานยุทธศาสตร์พรรคกธ. ให้สื่อรอดูเปิดตัวสมาชิกพรรคใหม่เข้าสังกัด

'นฤมล'จ่อเซ็นตั้ง'อนุดิษฐ์'นั่งประธานยุทธศาสตร์พรรคกธ. ให้สื่อรอดูเปิดตัวสมาชิกพรรคใหม่เข้าสังกัด

‘นฤมล’จ่อเซ็นตั้ง’อนุดิษฐ์’นั่งประธานยุทธศาสตร์พรรคกธ. ให้สื่อรอดูเปิดตัวสมาชิกพรรคใหม่เข้าสังกัด

วันอังคาร ที่ 20 พฤษภาคม พ.ศ. 2568, 11.48 น.

“นฤมล”เผยเตรียมเซ็นแต่งตั้ง“อนุดิษฐ์”นั่งประธานยุทธศาสตร์พรรคกธ.สัปดาห์นี้  ให้สื่อรอดูเปิดตัวสมาชิกพรรคใหม่เข้าสังกัด

เมื่อวันที่ 20 พฤษภาคม ที่ทำเนียบรัฐบาล  นางนฤมล  ภิญโญสินวัฒน์  รมว.เกษตรและสหกรณ์ ในฐานะหัวหน้าพรรคกล้าธรรม(กธ.) กล่าวถึงการเซ็นคำสั่งแต่งตั้งน.อ.อนุดิษฐ์ นาครทรรพ เป็นประธานยุทธศาสตร์พรรคกธ.หลังสมัครเข้าเป็นสมาชิกพรรค กธ.เรียบร้อยแล้วว่า  ตนยังไม่ได้เซ็น ต้องรอการประชุมพรรค แต่ไม่มีปัญหาอะไร น่าจะเสร็จภายในสัปดาห์นี้

ผู้สื่อข่าวถามว่า สัปดาห์นี้จะมีการเปิดตัวคนอื่นๆที่จะมาร่วมงานกับพรรค กธ.อีกหรือไม่นางนฤมล กล่าวว่า เดี๋ยวรอดู

‘กกต.’สั่ง‘เลือกตั้งเทศบาล’ใหม่ 11 เขต 9 จังหวัด 22 มิ.ย.นี้ พบ‘ชาวพัทลุง’ใช้สิทธิมากสุด

‘กกต.’สั่ง‘เลือกตั้งเทศบาล’ใหม่ 11 เขต 9 จังหวัด 22 มิ.ย.นี้ พบ‘ชาวพัทลุง’ใช้สิทธิมากสุด

‘กกต.’สั่ง‘เลือกตั้งเทศบาล’ใหม่ 11 เขต 9 จังหวัด 22 มิ.ย.นี้ พบ‘ชาวพัทลุง’ใช้สิทธิมากสุด

วันอังคาร ที่ 20 พฤษภาคม พ.ศ. 2568, 11.35 น.

‘กกต.’สั่ง‘เลือกตั้งเทศบาล’ใหม่ 11 เขต 9 จังหวัด 22 มิ.ย.นี้ พบ‘ชาวพัทลุง’ใช้สิทธิมากสุด

20 พ.ค.68 สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง(กกต.)ได้สรุปข้อมูลการใช้สิทธิเลือกตั้ง สมาชิกสภาเทศบาลและนายกเทศมนตรี อย่างไม่เป็นทางการ และเทศบาลที่ต้องประกาศให้มีการเลือกตั้งใหม่  โดยผู้มีสิทธิเลือกตั้งนายกเทศมนตรี จำนวน 2,128 แห่ง จำนวน 16,242,865 คน มาใช้สิทธิ 10,363,490 คน คิดเป็น ร้อยละ 63.80 บัตรดี 9,446,577 ใบ คิดเป็น ร้อยละ 91.15 บัตรเสีย 391,539 ใบ คิดเป็น ร้อยละ 3.78บัตรไม่เลือกผู้สมัครผู้ใด 525,349 ใบ คิดเป็น ร้อยละ 5.07

ผู้มีสิทธิสมาชิกสภาเทศบาล จำนวน 2,462 แห่ง จำนวน 18,889,679 คน มาใช้สิทธิ 11,886,752 คน คิดเป็น ร้อยละ 62.93 บัตรดี 10,884,080 ใบ คิดเป็น ร้อยละ 91.56 บัตรเสีย 456,214 ใบ คิดเป็น ร้อยละ 3.84 บัตรไม่เลือกผู้สมัครผู้ใด 546,456 ใบ คิดเป็น ร้อยละ 4.60

จังหวัดที่มีผู้มาใช้สิทธิเลือกตั้งนายกเทศมนตรี มากที่สุด 10 อันดับ ได้แก่

1. พัทลุงคิดเป็น ร้อยละ 81.89  2. ปราจีนบุรี คิดเป็น ร้อยละ 78.82  3. ฉะเชิงเทราคิดเป็น ร้อยละ 76.17

4. ลำพูน คิดเป็น ร้อยละ 75.29

5. มุกดาหาร คิดเป็น ร้อยละ 74.59

6. กระบี่ คิดเป็น ร้อยละ 73.69

7. ราชบุรี คิดเป็น ร้อยละ 73.45

8. อ่างทอง คิดเป็น ร้อยละ 73.38

9. นครนายก คิดเป็น ร้อยละ 73.33

10. ชัยนาท คิดเป็น ร้อยละ 71.89

ส่วนจังหวัดที่มีผู้มาใช้สิทธิเลือกตั้งสมาชิกสภาเทศบาล มากที่สุด 10 อันดับ ได้แก่ 1. พัทลุงคิดเป็น ร้อยละ 81.21  2. ลำพูน คิดเป็น ร้อยละ 74.99  3. ปราจีนบุรี คิดเป็น ร้อยละ 74.91 4. มุกดาหาร คิดเป็น ร้อยละ 74.57  5. กระบี่ คิดเป็น ร้อยละ 73.51 6. นครนายก คิดเป็น ร้อยละ 72.53 7. ชัยนาท คิดเป็น ร้อยละ 71.80 8. ฉะเชิงเทรา คิดเป็น ร้อยละ 71.68 9. เลยคิดเป็น ร้อยละ 71.06 10. ราชบุรี คิดเป็น ร้อยละ 70.94

นอกจากนี้ มี11เขตเลือกตั้งใน 9 จังหวัดที่ต้องประกาศให้มีการเลือกตั้งเทศบาลใหม่ในวันที่ 22 มิ.ย.68 แบ่งเป็น 2 เขตที่ต้องเลือกนายกเทศมนตรีใหม่เพราะมีผู้สมัครคนเดียว แต่ได้คะแนนเสียงไม่มากกว่าบัตรไม่เลือกผู้สมัครผู้ใด ตามที่ มาตรา111พ.ร.บ.การเลือกตั้งสมาชิกสภาท้องถิ่นหรือผู้บริหารท้องถิ่น2562 กำหนดคือ นายกเทศมนตรีเทศบาลตำบลดอนยายหอม อำเภอเมืองนครปฐม จ.นคร ปฐม และนายกเทศมนตรีเทศบาลตำบลท่าสัก อำเภอพิชัย จังหวัดอุตรดิตถ์

ขณะที่อีก 9 เขตเลือกตั้งเป็นการเลือกสมาชิกสภาเทศบาลเพิ่มเติม โดยที่ต้องเลือกเพราะสมัครน้อยกว่าจำนวนที่พึงมี 5 คน เลือกตั้งเพิ่ม 1 คนประกอบด้วย

1.เขตเลือกตั้งที่ 1เทศบาลตำบลปราณบุรี  อำเภอปราณบุรี จังหวัดประจวบ คีรีขันธ์

2. เขตเลือกตั้งที่ 2 เทศบาลตำบลไร่ใหม่ อำเภอกุยบุรี จังหวัดประจวบคีรีขันธ์

3. เขตเลือกตั้งที่2เทศบาลตำบลกระโสม อำเภอตะกั่วทุ่ง จังหวัดพังงา

4. เขตเลือกตั้งที่ 1 เทศบาลตำบลบ้านใต้ อำเภอเกาะพะงัน จังหวัดสุราษฎร์ธานี

5.เขตเลือกตั้งที่ 2 เทศบาลตำบลบ้านท่าหลวง อำเภอท่าหลวงจังหวัดลพบุรี

6.เขตเลือกตั้งที่ 2 เทศบาลตำบลท่าศาลา อำเภอเมืองลพบุรี จังหวัดลพบุรี

7.เขตเลือกตั้งที่ 1 เทศบาลตำบลหาดเล็ก อำเภอคลองใหญ่ จังหวัดตราด

8.เขตเลือกตั้งที่ 2เทศบาลเมืองพระประแดง อำเภอพระประแดง จังหวัดสมุทรปราการ

9.เขตเลือกตั้งที่ 2 เทศบาลตำบลโคกม่วง อำเภอเขาชัยสน จังหวัดพัทลุง ซึ่งเขตนี้มีผู้สมัครมากกว่าจำนวนที่พึงมี 8 คน แต่ได้คะแนนเสียงไม่มากกว่าบัตรไม่เลือกผู้สมัครผู้ใด จึงต้องเลือกตั้งใหม่ 2 คน

‘อนุทิน’จี้สื่อฯงัดเอกสารสั่งห้ามสมาชิกภท.เอี่ยวมาตีแผ่ปมฮั้วสว.​ เชื่อการเมืองปั้นจุลภาคขยายมหภาค

'อนุทิน'จี้สื่อฯงัดเอกสารสั่งห้ามสมาชิกภท.เอี่ยวมาตีแผ่ปมฮั้วสว.​ เชื่อการเมืองปั้นจุลภาคขยายมหภาค

‘อนุทิน’จี้สื่อฯงัดเอกสารสั่งห้ามสมาชิกภท.เอี่ยวมาตีแผ่ปมฮั้วสว.​ เชื่อการเมืองปั้นจุลภาคขยายมหภาค

วันอังคาร ที่ 20 พฤษภาคม พ.ศ. 2568, 11.32 น.

“อนุทิน​ ”ยัน​ไม่เกี่ยวข้องปมฮั้วเลือก สว.​ ขอสื่อฯงัดเอกสาร สั่งห้ามสมาชิกภท.เกี่ยวมาตีแผ่บ้าง ​ เชื่อ​เป็นเรื่องการเมืองปั้นระดับจุลภาคขยายมหภาค​  มอง​พรรคมีดี  ทำให้คนพยายามเจาะยาง ​ พร้อมไฟเขียวฟ้อง​ “กุสุมาลวตี”  หลังทำพรรคเสียหาย  เชื่อสมาชิกใครถูกพาดพร้อมชี้แจง

เมื่อเวลา​ 08.50 น.​ วันที่ 20 พฤษภาคม  นายอนุทิน​  ชาญ​วี​รกูล​  รองนายก​รัฐมนตรี​และรมว.​มหาดไทย​ ในฐานะหัวพรรคภูมิใจ​ไทย​ กล่าวถึงกรณีมีกระแสข่าวสมาชิกพรรคภูมิใจไทยถูกกกต.ออกหมายเรียก ชี้แจงกรณีคดีฮั้วสว.ได้พูดคุยกับสมาชิกบ้างหรือไม่ว่า ​ ขณะนี้ยังไม่ได้พูดคุย เพราะไม่ได้มีปัญหาอะไร และทุกคนก็ให้สัมภาษณ์หมดแล้วว่าพร้อมให้การและชี้แจง

ผู้สื่อข่าวถามว่ามองกรณีดังกล่าวเป็นเรื่องการเมืองหรือไม่​ นายอนุทิน​ ถึงกับหัวเราะ ก่อนกล่าวต่อว่า ผู้สื่อข่าวก็คิดเองได้​ ใครๆก็ประเมินถูก

เมื่อถามย้ำว่าแสดงว่ามองว่าเป็นเรื่องการเมืองจริงๆใช่หรือไม่​  นายอนุทิน​กล่าวว่า  เชื่อมาตั้งนานแล้ว ใครๆก็เชื่อ​ ซึ่งเรื่องนี้ตนไม่เกี่ยว​ แต่หากคิดในฐานะประชาชนคนหนึ่ง​ ไม่ได้คิดในฐานะรัฐมนตรีหรือหัวหน้าพรรค แต่คิดในฐานะเป็นคอการเมือง

ถามว่าหากคิดว่าเป็นเรื่องการเมืองแล้ว ต้องการอะไรจากพรรคภูมิใจไทย นายอนุทินระบุว่า ไม่เห็นต้องถามเลย เพราะคำตอบทุกคนก็รู้อยู่แล้ว  หากต้องการอะไรจากพรรคภูมิใจไทยก็ไม่มี  เพราะภูมิใจไทยไม่เกี่ยวอะไรกับเรื่องสว.​

“สื่อมวลชนน่าจะอ่านประกาศที่ผมเคยสั่งห้ามสมาชิกพรรคภูมิใจ​ไทย​ห้ามข้องเกี่ยวกับการเลือกสว. ที่ลงวันที่ไว้เมื่อ 30 เมษายน 2567 ก่อนที่จะมีการเลือกตั้ง สว. 2 เดือน​ เหตุใดจึงไม่ตีแผ่หนังสือนี้อีกครั้งว่า ผมสั่งห้าม” นายอนุทินกล่าว ก่อนย้ำว่า “ขอให้สื่อช่วยนำหนังสือดังกล่าวมาลงซ้ำหน่อย แฟร์ๆกับผม ขณะที่เรื่องของคนอื่นนำมาพูด เกี่ยวกับพรรคผม​”

นายอนุทินยังกล่าวย้ำว่า​  ขออย่ามายัดเยียด เพราะตนต้องการออกห่าง ไม่ยุ่งเกี่ยวตั้งแต่ปีมะโว้แล้ว อย่ามาคิดมโนอะไร แต่ถ้ากกต.​สงสัยก็ถามตน และทุกคนก็พร้อมที่จะให้ความร่วมมือดี​

ผู้สื่อข่าวถามอีกว่าเหตุใดจึงเจาะจงมาที่สมาชิกพรรคภูมิใจไทยเป็นหลัก​  นายอนุทิน ระบุว่า​ ตนก็ไม่ทราบเหมือนกัน​ แสดงว่าคงต้องมีดีอะไรบางอย่าง ​ จึงมีคนพยายามเจาะยาง

เมื่อถามว่ากกต.ยังออกหมายเรียกใหม่ เรื่องอาจไม่จบ  อาจพาดพิงถึงรัฐมนตรีและสมาชิกคนอื่นของพรรคภูมิใจไทยอีก กล่าวว่า  ก็ไม่เกี่ยวกับพรรคภูมิใจไทย

ถามถึงความคืบหน้า กรณีนางสุขสมรวย  วันทนียกุล สส.อำนาจเจริญ พรรคภูมิใจไทย เตรียมยื่นฟ้อง​ น.ส.กุสุมาลวตี ศิริโกมุท สว.สำรอง​ และอดีตสส.เพื่อไทย​  พาดพิงว่ามีส่วนเกี่ยวข้องกับขบวนการฮั้ว สว. ขณะนี้อยู่ในขั้นตอนใดว่า​  เวลาตนพบผู้สื่อข่าว จะถามเสมอว่า ตนบ่นให้ผู้สื่อข่าวฟังตลอดว่าขั้นตอนการเลือกสว.เป็นอย่างไร​ จนป่านนี้ยังไม่รู้ว่าเลือกเข้ามากันอย่างไร เพราะตนไม่เกี่ยว​ ไม่ได้สนใจ เลือกระดับอำเภอ​ จังหวัดประเทศ​ และไขว้ ไม่รู้สักอย่าง ซึ่งเมื่อตนไม่เกี่ยวข้องก็ไม่ได้สนใจ​  แต่หากมีการพาดพิงสมาชิกในพรรคภูมิใจไทยก็จะมีการฟ้องร้อง  ในความผิดตรงไหนหมิ่นประมาทก็ฟ้องร้องหมิ่นประมาทตรงไหนแจ้งความเท็จ​ ก็ฟ้องร้องแจ้งความ ตรงไหนละเมิดก็ฟ้องละเมิด  เพราะเราเป็นพรรคการเมืองอยู่ดีๆจะให้คนอื่นมาด้อยค่าได้อย่างไร  เพราะพรรคภูมิใจไทย มีคนเลือกเข้ามาได้สส. 70 กว่าคน มีคะแนนสส.บัญชีรายชื่อเป็นล้านเสียงคน จึงต้องรักษาคุณค่าของ ให้สมกับที่ประชาชนไว้ใจเลือก

นายอนุทินกล่าวย้ำอีกว่า​  เมื่อกรรมาธิการเรียกนางสุขสำรวยไปชี้แจงก็ไป แต่คนที่กรรมาธิการไม่ได้เรียกแล้วไปก็เป็นเรื่องแปลก  พร้อมย้ำว่าเป็นเรื่องการเมืองอยู่แล้วเพราะเริ่มตั้งแต่จุลภาคมาเป็นมหภาค

ส่วนในประเด็นดังกล่าวนั้น ยังไม่ได้คุยนอกรอบกับนายกฯ และไม่เคยคุย เพราะเรื่องนี้ไม่เกี่ยว ส่วนเมื่อวานก็เป็นงานเลี้ยงประธานาธิบดีอินโดนีเซีย นายกรัฐมนตรีก็ถ่ายวีดีโอตนร้องเพลง

ผู้สื่อข่าวถามแซวว่าสังคมออนไลน์วิจารณ์ว่านายอนุทินไม่ได้ไปทำตา แต่ไปทำหน้าแทน นายอนุทินถึงกับหัวเราะก่อนกล่าวต่อว่า คงไม่ได้เครียด อโหสิกับคนคิดไม่ดี และขอให้ทุกคนมีความสุขความเจริญ​ สัพเพ สัตตา อะเวรา

เมื่อถามว่าที่ไม่เครียดแสดงว่ามีแผนรับมือทางการเมืองใช่หรือไม่ นายอนุทิน กล่าวว่า ไม่ใช่  เพราะไม่ได้ทำอะไรผิด และมั่นใจว่าทีมงานของพรรคภูมิใจไทยไม่ได้เป็นดังข้อกล่าวหา  และไม่เป็นไปตามบทวิเคราะห์ ของคอการเมืองและกูรู​ เพราะมันก็เหมือนดูก่อนบ่ายคลายเครียด กลายเป็นเรื่องตลกไปไม่ได้เป็นสาระ ก่อนกล่าวถึงท้ายว่าตอนนี้ไม่มีใครพูดถึงเรื่องแก้ปัญหาและความเดือดร้อนของประชาชนเลย

ถีบหัวส่ง! ‘จตุพร’ลากไส้ฝ่ายปชต.ปลอมๆทรยศ‘คนเสื้อแดง’ คาด 13 มิ.ย.เปลี่ยนแปลงใหญ่

ถีบหัวส่ง! ‘จตุพร’ลากไส้ฝ่ายปชต.ปลอมๆทรยศ‘คนเสื้อแดง’ คาด 13 มิ.ย.เปลี่ยนแปลงใหญ่

ถีบหัวส่ง! ‘จตุพร’ลากไส้ฝ่ายปชต.ปลอมๆทรยศ‘คนเสื้อแดง’ คาด 13 มิ.ย.เปลี่ยนแปลงใหญ่

วันอังคาร ที่ 20 พฤษภาคม พ.ศ. 2568, 10.44 น.

ครบรอบ 15 ปีปราบเสื้อแดง ‘จตุพร’เชื่อฝ่ายประชาธิปไตยปลอมๆหลอกตบหัว ทรยศ‘คนเสื้อแดง’ ยามสบายยังถีบส่ง ซ้ำร้ายมองเสื้อแดงเป็นแค่คะแนนเสียง ลั่นอย่าฝากอนาคตไว้ที่บุคคล คาด 13 มิ.ย. เกิดการเปลี่ยนแปลงใหญ่

20 พฤษภาคม 2568 นายจตุพร พรหมพันธุ์ วิทยากรคณะหลอมรวมประชาชน เฟซบุ๊คไลฟ์รายการประเทศไทยต้องมาก่อน เมื่อวันที่ 19 พ.ค.68 ในวันครบรอบ 15 ปีเหตุการณ์ปราบปรามการชุมนุมคนเสื้อแดง ว่า ความตาย ความเจ็บปวด และชีวิตสิ้นอิสรภาพถูกจองจำในคุก ล้วนเป็นการต่อสู้เพื่อ ทักษิณ ชินวัตร แต่กลับถูกหลอก ถูกทรยศไม่มีที่สิ้นสุด

“ผ่านมา 15 ปีของเหตุการณ์ปราบคนเสื้อแดงเมื่อ พ.ค. 2553 คนเสื้อแดงตาย ถูกขัง เหมือนถูกหลอกด้วยลมลวง ถูกทรยศ ถูกตบหน้าไม่มีที่สิ้นสุด ดังนั้น การเมืองจะฝากอนาคตไว้กับบุคคลใดไม่ได้ เพราะเหลวเป๋วมาทุกครั้ง จนเป็นพวกรู้หน้าไม่รู้ใจ”

อย่างไรก็ตาม การต่อสู้ของภาคประชาชนถัดนี้ไปต้องข้ามไปเป็นเรื่องของบ้านเมืองมากกว่าตัวบุคคล ซึ่งที่ผ่านมาก่อร่องรอยบาดแผลทั้งหมด ความเจ็บปวดยังอยู่กับญาติ พี่น้องของคนตาย คนเจ็บและคนสูญเสียอิสรภาพถูกจับคุมขังคุก

นายจตุพร กล่าวถึง การแก้ไข พรป.ป.ป.ช. ให้ญาติคนเสื้อแดงฟ้องตรงต่อศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ตำรงตำแหน่งทางการเมือง (ศาลฎีกานักการเมือง) ได้เพื่อทวงคืนความยุติธรรมให้คนเสื้อแดงว่า เมื่อพรรคเพื่อไทยหาเสียงว่า จะรีบดำเนินการให้เร็วภายใน 100 วันแรก แต่ผ่านมากำลังจะครบ 2 ปียังไม่ทำเลย

ที่สำคัญพรรคเพื่อไทยยื่นการแก้ไข พรป.ต่อสภาแล้ว แต่ก่อนทักษิณ ออกจาก รพ.ตำรวจหนึ่งวันกลับถอนออกจากสภาเสียเอง โดยอ้างนำมาแก้ไขถ้อยคำใหม่ จนกระทั่งบัดนี้ยังไม่ยื่นต่อสภาอีก โดยอ้างจะดำเนินการช่วงการเปิดสมัยประชุมหน้า ซึ่งจะเริ่ม 3 ก.ค.นี้

“ดังนั้น ใครจะพูดอะไรก็ได้ แต่ที่ผ่านมาไม่ได้ทำตามที่พูด ถ้ามีความรับผิดชอบจริงต้องทำตามหาเสียงว่า ใน 100 วันแรกในคดีของผู้ชุมนุมเสื้อแดงจะให้ฟ้องตรงต่อศาลฎีกานักการเมืองได้ แต่เมื่อก่อนหนึ่งวันที่ทักษิณ จะออกจาก รพ.ตำรวจ พรรคเพื่อไทยก็ถอนร่างกฎหมายจากสภา อ้างว่ามีผลกระทบต่อองค์อิสระ แล้วเงียบหายไปจนจะครบ 2 ปี”

นายจตุพร กล่าวว่า วันนี้ครบ 15 ปีเหตุการณ์ปราบปรามการชุมนุมของคนเสื้อแดง เมื่อ พ.ค. 2553 กลับมาพูดจะผลักดันกฎหมายต่อไปในสมัยประชุมหน้า ซึ่งตนไม่ถือสาหาความอะไรกับคำพูดเช่นนี้ เพียงแต่ว่าถ้าทำไม่ได้ก็อย่าไปพูด เพราะแทบหาความหวังไม่เจอ นอกจากนี้ คนเสื้อแดงไม่เห็นหัวหน้ารัฐบาล หรือบุพการีมาแสดงความไว้อาลัยให้คนเสื้อแดงในการ ซึ่งไม่เคยปรากฏมาเลย

“เชื่อว่าประชาชนจำนวนมากเจ็บปวด อารมณ์ที่รู้สึกกับทักษิณ ชินวัตร คงกลับไปที่จุดเดิมไม่ได้ ไม่ว่าทักษิณจะอยู่หรือจะหนี ในการต่อสู้นั้นประชาชนมาด้วยหัวใจและไม่ได้อะไร ชนะ-แพ้ก็เป็นประชาชน ติดคุก หรือตายก็เป็นประชาชน แต่นักการเมืองกลับมีทั้งอำนาจและผลประโยชน์”

นายจตุพร กล่าวว่า การชุมนุมของคนเสื้อแดงมีความตายจำนวนมากที่สุด แต่คนที่ปราบและฝ่ายการเมืองของฝ่ายถูกปราบนั้น ไม่ได้แสดงความรับผิดชอบ หรือกระทั่งคำไว้อาลัยอย่างที่ควรจะมีกลับไม่มี อย่างไรก็ตาม คนเสื้อแดงวันนี้ถูกฝ่ายการเมืองมองเหมือนเป็นคะแนนเสียง เหมือนวัสดุเวลาอยากใช้ก็มาเอาไปใช้ เวลาไม่ใช้ก็ปล่อยทิ้งขว้าง หรือเวลาสบายก็ถีบหัวส่ง ซึ่งเป็นแบบนี้มาตลอดและเหมือนเดิม

นายจตุพร ประเมินสถานการณ์ว่า การเปลี่ยนแปลงจะเกิดขึ้นวันที่ 13 มิ.ย. ซึ่งศาลฎีกานักการเมืองนัดพร้อมหรือไต่สวน โดยคาดว่าศาลจะพิจารณาไต่สวนเสร็จในวันเดียวมีความเป็นไปได้สูง อย่างไรก็ตาม หาก ทักษิณ ถูกนำตัวเข้าเรือนจำหรือหนีออกนอกประเทศย่อมสะเทือนถึงรัฐบาลแน่นอน