แนวหน้าวาทะเด็ด

แนวหน้าวาทะเด็ด

แนวหน้าวาทะเด็ด

วันอังคาร ที่ 20 พฤษภาคม พ.ศ. 2568, 06.00 น.

“ฝ่ายค้านยุคใหม่ ควรมีบทบาทในการร่วมแก้ไขปัญหาประเทศ ควบคู่กับการตรวจสอบรัฐบาลอย่างสร้างสรรค์ มิใช่เพียงตั้งคำถามหรือแสดงความเห็นในลักษณะที่ขาดข้อมูลและความเข้าใจที่เพียงพอ” 

นายวรวงศ์ รามางกูร

ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวงพาณิชย์

กกต.เรียก‘นภินทร’รมช.พณ.สอบคดีฮั้วสว. รมต.-เครือข่ายภท.10ราย

กกต.เรียก‘นภินทร’รมช.พณ.สอบคดีฮั้วสว. รมต.-เครือข่ายภท.10ราย

กกต.เรียก‘นภินทร’รมช.พณ.สอบคดีฮั้วสว. รมต.-เครือข่ายภท.10ราย

วันอังคาร ที่ 20 พฤษภาคม พ.ศ. 2568, 06.00 น.

กกต.เรียก‘นภินทร’รมช.พณ.สอบคดีฮั้วสว. รมต.-เครือข่ายภท.10ราย สหายแสง‘ศุภชัย’ก็โดนด้วย รองปธ.‘บิ๊กเกรียง’พบกกต. รับทราบข้อหาฮั้วชิงสภาสูง ‘นันทนา’เร่งล่าชื่อปิดสวิตช์สว.

ส่อบานปลาย กกต.สอบคดีฮั้วสว.อีกระลอก เรียก“นภินทร-สหายแสง-นายกน้ำ-ที่ปรึกษามท.1” ล้วนแต่เป็นเครือข่ายพรรคเพื่อไทยเข้าสอบปากคำ ด้านรองประธานสว.“เกรียงไกร”เข้ามอบตัว บอกสบายใจแล้วที่ได้ชี้แจง ส่วนสว.พันธุ์ใหม่-“นันทนา”เผยล่าชื่อ 20 สว.ยื่นศาลรธน.ขอหยุดทำหน้าที่เฉพาะเห็นชอบองค์กรอิสระ เสร็จในสัปดาห์นี้ ออกตัวไม่ใช่แดงเซแล้วซ้ำ แต่เพื่อความถูกต้อง ปธ.วันนอร์ ชี้งานนี้ไม่เกี่ยวกับประธานสภา

ที่ ศูนย์ราชการแจ้งวัฒนะ หลังคณะกรรมการสืบสวนและไต่สวนส่วนกลางคณะที่ 26 ของสำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ที่เป็นคณะกรรมการร่วมกับ กรมสอบสวนพิเศษ (ดีเอสไอ) และ คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน(ปปง.) ได้หมายเรียกสมาชิกวุฒิสภา (สว.) จำนวน 55 คน มารับทราบข้อกล่าวหาในวันที่ 19-21 พ.ค. 2568

โดยในวันที่ 19 พ.ค.นี้มีการเรียกล็อตแรก จำนวน 22 คน โดย พล.อ.เกรียงไกร ศรีรักษ์ รองประธานวุฒิสภา (สว.) เข้ารับทราบข้อกล่าวหาในช่วงเช้า พร้อมชี้แจงคณะกรรมการสืบสวนไต่สวนชุดที่ 26 ว่าวันนี้ไม่มีอะไรแค่มารับทราบข้อกล่าวหา การซักถามของคณะกรรมการเป็นไปตามปกติ ส่วนเรื่องอะไรนั้นไม่สามารถบอกได้ โดยเป็นการชี้แจงทั้งด้วยวาจาและเอกสาร

เมื่อถามว่าก่อนเข้าชี้แจงได้มีการพูดคุยกับสวคนอื่นที่ถูกเรียกรับทราบข้อกล่าวหาด้วยหรือไม่พล.อ.เกรียงไกร กล่าวว่า ต่างคนต่างชี้แจง ต่างคนต่างคุยกัน ก็คุยกันอยู่แล้วว่าต้องทำอย่างไร วันนี้ก็โล่งใจและก็โล่งใจมาตลอดที่ได้ชี้แจง

เมื่อถามว่าส่วนตัวเคยถูกร้องเรื่องอื่นเกี่ยวกับการเลือกสวหรือไม่ พล.อ.เกรียงไกร. กล่าวว่าไม่มี

เมื่อถามถึงกรณี น.ส.นันทนา นันทวโรภาส สว. เตรียมล่าชื่อยื่นศาลรัฐธรรมนูญขอให้สั่ง สวทั้ง 200 คนหยุดปฏิบัติหน้าที่ พล.อ.เกรียงไกร กล่าวว่า “ไม่มีความเห็น” พร้อมถามกลับด้วยว่า “แต่ทำได้หรือเปล่า”

โล่งอกที่ได้เข้าชี้แจงกกต.

ขณะเดียวกัน ยังมีนายนิพนธ์ เอกวานิช สมาชิกวุฒิสภา เดินทางมารับทราบข้อกล่าวหาในคดีฮั้ว และชี้แจงกับ กกต. พร้อมให้สัมภาษณ์สื่อมวลชนสั้นๆว่า ไม่มีอะไรมาชี้แจง และวันนี้เตรียมข้อมูลมาพร้อม โดยสิ่งที่เตรียมมาก็คือข้อกฎหมายต่างๆ

เมื่อถามถึงจะต่อสู้อย่างไรนั้น นายนิพนธ์ กล่าวว่า มาขอดูหลักฐานเพิ่มเติม เพราะที่มีการกล่าวหานั้นเป็นการกล่าวอ้างลอยๆ ไม่ชัดเจน ซึ่งตนก็จะขอตอบเป็นลายลักษณ์อักษร

ทยอยรายงานตัวเพียบ

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จากการตรวจสอบรายละเอียดทราบว่าวันนี้สว. ส่วนใหญ่จะเข้ามารับทราบข้อกล่าวหาในช่วงบ่ายของวันนี้ อาทิ พล.ต.ท.บุญจันทร์ นวลสาย นายอลงกต วรกี นายวีระศักดิ์ วิจิตรแสงศรี นายสิทธิกร ธงยศ เป็นต้น ขณะเดียวกันก็มีรายงานแจ้งว่า มีสว.ที่แจ้งขอเลื่อนการเข้ารับทราบข้อกล่าวหา 1. นายสรชาติ วิชยสุวรรณพรหม พี่ขอเลื่อนเป็นวันที่ 28 พ.ค. เนื่องจากว่าติดประชุมคณะกรรมาธิการ ที่ไม่สามารถเลื่อนได้ โดยได้ทำหนังสือชี้แจงไปแล้ว เมื่อวันที่ 15 พ.ค. 2.นายวิวรรธน์ แสงสุริยะฉัตร ส่งทนายมาขอเลื่อนการชี้แจงก่อน เนื่องจากทุกวันจันทร์-อังคาร สว.จะมีประชุมสำคัญ

ทั้งนี้ สว.ไม่จำเป็นจะต้องเดินทางมาชี้แจงด้วยตนเอง สามารถส่งคำชี้แจงเป็นเอกสารได้ และวันนี้ก็มี สว.หลายคนที่ปิดเครื่อง ไม่สามารถติดต่อได้

ผู้ว่า”ปู”มั่นใจบริสุทธิ์

ด้านนายวีระศักดิ์ วิจิตรแสงศรี สมาชิกวุฒิสภา หรือผู้ว่าฯปู เดินทางเข้ารับทราบข้อกล่าวหาในคดีฮั้ว สว. จากคณะกรรมการการเลือกตั้ง หรือ กกต. โดยนายวีระศักดิ์ เดินทางไปยังสำนักงาน กกต.ด้วยลิฟต์ชั้นใต้ดิน เพื่อหลบเลี่ยงผู้สื่อข่าวที่ปักหลักกันอยู่บริเวณชั้น 1

โดยนายวีระศักดิ์ ยืนยันว่า วันนี้ไม่กังวล และไม่ได้เตรียมข้อมูลอะไรมาเป็นพิเศษ ส่วนมีการเตรียมคำชี้แจงอย่างไรนั้น นายวีระศักดิ์ บอกว่า ยังไม่รู้

เมื่อถามว่าข้อกล่าวหาที่ถูกแจ้งนั้นมองว่ารุนแรงหรือไม่ นายวีระศักดิ์ ตอบว่า ตนยังมั่นใจในตัวเอง แต่ก็แล้วแต่ กกต.จะพิจารณา ส่วนจะขอดูข้อมูลเพิ่มเติมจาก กกต.หรือไม่ นายวีระศักดิ์ขอให้ไปเจอเจ้าหน้าที่กกต.ก่อน

ส่วนที่วันนี้มีกระแสข่าวแกนนำพรรคภูมิใจไทยรวมทั้งรัฐมนตรีที่มีชื่อถูกกล่าวหาเอี่ยวกับคดีฮั้วสว.กังวลหรือไม่ นายวีระศักดิ์ ย้ำว่า ไม่กังวล

เมื่อถามว่า ในฐานะที่เป็นผู้ว่าราช การจังหวัดมาก่อน แล้วโดนหาง เลขแบบนี้ จะถูกมองว่าเสื่อมเสียชื่อเสียงหรือเกียรติภูมิหรือไม่ นายวีระศักดิ์ ระบุว่า”การเมืองก็เป็นแบบนี้ ขอให้คิดไว้ก็แล้วกัน”

ขณะที่อีกคนที่มีชื่อเข้ามาชี้แจงกับกกต. คือ นายสากล ภูลศิริกุล สมาชิกวุฒินั้น นายสากล ปฏิเสธที่จะให้สัมภาษณ์ โดยบอกสั้นๆว่า ไม่สะดวก

กกต.เรียกสอบอีก10ราย

มีรายงานว่าคณะกรรมการสืบสวนและไต่สวนส่วนกลางคณะที่ 26 ได้มีหมายเรียกสมาชิกวุฒิสภา(สว.) เพิ่มเติม โดยในครั้งนี้มีการออกหมายเรียกบุคคลที่ไม่ได้เป็น สว. แต่การสอบสวนพบว่ามีส่วนร่วมด้วย ซึ่งมีทั้งอดีต สส. นักการเมืองระดับชาติ นักการเมืองท้องถิ่นชื่อดัง รวมไปถึงรัฐมนตรี

มีรายงานว่า มีบางคนใน 10 รายชื่อนี้ได้รับหมาย หรือหนังสือแจ้งให้ไปรับทราบข้อกล่าวหา แล้ว และแจ้งไปยังเจ้าหน้าที่ดีเอสไอ ตลอดจนผู้ใหญ่ในรัฐบาลแสดงความกังวลว่าจะถูกดำเนินคดี เนื่องจากตัวเองมีอาการป่วย ต้องเข้ารับการรักษาอย่างต่อเนื่อง พร้อมหารือว่า จะมีแนวทางการดำเนินการในทางคดีอย่างไรต่อไป โดยรายชื่อนักการเมือง และรมต. ที่น่าสนใจ ประกอบด้วย

1. น.ส.วารินทร์ ชิณวงศ์ หรือ นายกน้ำ นายกอบจ.นครศรีธรรมราช 2.นายสุบิน ศักดา นักการเมืองท้องถิ่นและผู้รับเหมาใน อ.วิภาวดี จ.นครศรีธรรมราช 3.นายสมเกียรติ เลียงประสิทธิ์ นายกสมาคมประมง จ.สตูล บิดาของวรศิษฏ์ เลียงประสิทธิ์ สส.สตูล พรรคภูมิใจไทย 4.นายสมเจตน์ ลิปะพันธ์ อดีตสส.สุโขทัย หลายสมัย ปัจจุบันคือที่ปรึกษารมว.มหาดไทย(อนุทิน ชาญวีรกุล) 5.นายวงศกร ชนะกิจ อดีตผู้สมัคร ส.ส. ภูเก็ต เขต 2 พรรคภูมิใจไทย และเลขานุการประจำ ที่ คณะกรรมาธิการการป้องกันและบรร เทาผลกระทบจากภัยธรรมชาติและสาธารณภัย สภาผู้แทนฯ

6. นายศุภชัย โพธิ์สุ หรือ ครูแก้ว อดีตรองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่ 2 อดีต ส.ส.นครพนม พรรคภูมิใจไทย 7. นายนภิณทร ศรีสรรพางค์ รมช. พาณิชย์ ในรัฐบาลแพทองธาร จากพรรคภูมิใจไทย 8. นายเตชสิทธิ์ ชูแก้ว สว.นครศรี ธรรมราช 9. นายสมศักดิ์ จันทร์แก้ว สว.จาก จ.นครศรีฯ ในกลุ่ม 5 และ 10. นายณัฐกิตต์ หนูรอด สว.อดีตปลัดอบจ.พัทลุงเเละอดีตผู้สมัครสส.นครศรีธรรมราช เขตสี่ พรรคภูมิใจไทย

นายกฯน้ำยันไม่มีปัญหา

นายกฯน้ำ-น.ส.วารินทร์ หนึ่งในผู้ที่มีรายชื่อถูกเรียกเข้าไปชี้แจง กล่าวว่า ตนทราบข่าวแล้ว แต่ยังไม่ได้รับหมายเรียก ส่วนจะไปรายงานตัวเมื่อไหร่ขอดูละเอียดของหนังสือก่อน แต่ยืนยันว่ายินดีไป และขณะนี้ตนไม่มีความกังวล พร้อมเชื่อว่าจะสามารถชี้แจงได้

นายนภินทร ศรีสรรพางค์ รมช.พาณิชย์ ในฐานะแกนนำพรรคภูมิใจไทย กล่าว ว่าตนไม่ได้เห็นหนังสือ ทราบแต่เพียงจากข่าว ซึ่งตนพร้อมชี้แจง ไม่มีปัญหาอะไร และพร้อมปฏิบัติตามข้อกฎหมายของทุกหน่วยงาน

เมื่อถามว่า การถูกออกหมายเรียกเช่นนี้เกี่ยวโยงกับการเมืองหรือไม่ นายนภินทร กล่าวว่า ไม่ขอวิจารณ์ แต่ยืนยันหากมีหมายเรียก ก็พร้อมไปชี้แจงข้อเท็จจริง และปฏิบัติตามหมายทุกอย่าง เพื่อยืนยันความบริสุทธิ์ ของตัวเองว่าไม่เกี่ยวข้อง

ผู้สื่อข่าวถามว่ากรณีดังกล่าวจะส่งผลอย่างไร ต่อพรรคภูมิใจไทยหรือไม่ นายนภินทร กล่าวว่า ไม่น่าจะส่งผลอะไร และขณะนี้ยังไม่ได้พูดคุยกับ นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรี และรมว.มหาดไทย ในฐานะหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย

เมื่อถามว่า จะเป็นเกมการเมืองระหว่างแดงกับน้ำเงิน หรือไม่ นายนภินทร ปฏิเสธตอบคำถาม โดยระบุว่าไม่ขอวิจารณ์ว่าเป็นเกมการเมืองหรือไม่ อย่างไร แต่ยืนยันว่าพร้อมที่จะปฏิบัติตามอำนาจของทุกองค์กร

“หนู”ย้ำเพื่อนก็คือเพื่อน

นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรี และรมว.มหาดไทย ในฐานะหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีที่สว.ไปให้ปากคำชี้แจงกับกกต.เรื่องคดีฮั้วสว. นายอนุทินกล่าวว่า ไม่ทราบเลย นั่นอำนาจนิติบัญญัติ เมื่อถามว่าหนึ่งในนั้น เป็นพล.อ.เกรียงไกร ศรีรักษ์ รองประธานวุฒิสภาคนที่1 ซึ่งสนิทกับท่านด้วย นายอนุทิน กล่าวว่า “นี่ไง ชัดเจน เห็นไหม เพื่อนก็เพื่อน งานก็งาน”

ส่วนที่กกต.เรียกสอบเพิ่มโดยมีชื่อ นายนภินทร ศรีสรรพางค์ รมว.พาณิชย์ พรรคภูมิใจไทย และนายศุภชัย โพธิ์สุ อดีตรัฐมนตรี และ สส.ของพรรคฯ นายอนุทิน กล่าวว่า “เดี๋ยวเค้าก็คงต้องไปชี้แจง”

สว.พันธ์ใหม่เร่งมือให้จบ

น.ส.นันทนา นันทวโรภาส สมาชิกวุฒิสภา (สว.) กล่าวว่า ขณะนี้ยังอยู่ระหว่างร่างคำร้อง เพื่อยื่นคำร้องต่อศาลรัฐธรรมนูญให้วินิจฉัยให้สว.ทั้ง 200 คน หยุดปฏิบัติหน้าที่เฉพาะในส่วนที่เกี่ยวข้องกับการเห็นชอบผู้ดำรงตำแหน่งในองค์กรอิสระทั้งกระบวนการ โดยจะพยายามเต็มที่ให้เสร็จภายในสัปดาห์นี้ จะเร่งให้เร็วที่สุด โดยขั้นตอนเมื่อร่างคำร้องเรียบร้อยแล้วก็จะรวบรวมรายชื่อสว.อิสระ 1 ใน 10 หรือ 20 คน ยื่นต่อนายมงคล สุระสัจจะ ประธานวุฒิสภา ไปยังศาลรัฐธรรมนูญ โดยสาเหตุที่ยังร่างคำร้องไม่เรียบร้อยเพราะต้องพิจารณาเรื่องข้อกฎหมาย ที่มีความซับซ้อนที่ไม่เคยมีใครโดนแจ้งข้อกล่าวหาเยอะขนาดนี้ อีกทั้งต้องรอการลงชื่อของ สว. ซึ่งมีบางส่วนเดินทางไปดูงานต่างประเทศ

น.ส.นันทนา ยังยอมรับว่า ขั้นตอนการยื่นประธานวุฒิสภาไปยังศาลรัฐธรรมนูญ นั้นอาจจะยากกว่าการล่าชื่อ สว.20 รายชื่อ จึงต้องถามประธานวุฒิสภาว่าจะยื่นหรือไม่ เพราะกรณี สว. 92 คน เข้าชื่อเสนอคำร้องต่อประธานวุฒิสภา เพื่อถอดถอน นายภูมิธรรม เวชยชัย และพันตำรวจเอกทวี สอดส่ง กรณีใช้อำนาจบอร์ดคดีพิเศษ สั่งดีเอสไอสอบฮั้วเลือก สว. เข้าข่ายแทรกแซงอำนาจหน้าที่ ประธานวุฒิสภาส่งเรื่องยื่นไปอย่างรวดเร็วภายในวันเดียวกัน

“ไม่ใช่กระบวนการสีน้ำเงินเซแล้วเราซ้ำ แต่เกรงจะส่งผลเสียรุนแรง และเป็นการขัดกันแห่งผลประโยชน์ เมื่อสว.เองกำลังถูกตรวจสอบ แต่จะไปเห็นชอบผู้เข้าไปดำรงตำแหน่งในกกต. อาจจะเป็นในลักษณะต่างตอบแทน เหมือนเลือกผู้พิพากษามาตัดสินคดีของตัวเองจึงมิควร จึงขอร้องให้หยุดปฏิบัติหน้าที่ ในเรื่องนี้เพื่อความสง่างาม” น.ส.นันทนา กล่าว

“วันนอร์”ขอเช็คข้อกฎหมาย

ในประเด็นดังกล่าว นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภาผู้แทนราษฎร กล่าวว่า ตนไม่ทราบว่าหน้าที่ส่วนนี้เป็นหน้าที่ของประธานสภาฯหรือไม่ ต้องดูในข้อกฎหมายก่อน ต้องเห็นข้อมูลก่อนว่าร้องเรียนประเด็นไหน เป็นอำนาจหน้าที่ขององค์กรใด

“หากยื่นมาทางประธานสภาฯ ต้องส่งให้ฝ่ายกฎหมายตรวจสอบก่อน แต่การสั่งให้สว.หยุดปฏิบัติหน้าที่ น่าจะไม่ใช่อำนาจของทั้ง 2 สภาฯเป็นเรื่องขององค์กรอิสระ” นายวันมูหะมัดนอร์ กล่าว

นกแสกเชื่อเกิดวิกฤตการเมือง

เมื่อเวลา10.00น. ที่รัฐสภา นางธิดา ถาวรเศรษฐ อดีตประธานแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเหตุการณ์แห่งชาติ(นปช.) กล่าวถึงกรณีฮั้ว สว.เป็นเรื่อง ที่คนในสังคมรับไม่ได้ว่า ขอเรียกร้องให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเดินหน้าเพื่อเอาคนผิดรับโทษให้ได้ ไม่เช่นนั้นจะเกิดวิกฤตการเองและเป็นการเปิดทางรัฐประหาร

นายภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกรัฐมนตรี และรมว.กลาโหม กล่าวว่า เรื่องนี้ ไม่มีแดง ไม่มีน้ำเงิน เรื่องนี้เป็นไปตามกฎหมาย แต่ใครมองเป็นเรื่องการเมือง ก็ว่ากันไป

“ผมไม่ได้คิดว่า มีปัญหาเรื่องแดง น้ำเงินหรอก ก็คิดกันไป เพราะอยู่ ครม. เราก็คุยกัน หรือไม่ว่าจะเป็นคนพวกเดียวกัน หรือพรรคเดียวกัน ถ้าทำผิดกฎหมายก็ว่าไปตามกฎหมาย ส่วนจะผิดหรือไม่ผิดก็ให้ศาลพิจารณา” นายภูมิธรรม กล่าว

ครม.เคาะรมต.คุมDSIพรุ่งนี้

นายภูมิธรรม ยอมรับว่าในการประชุมครม.วันที่ 20 พฤษภาคม อาจมีการหารือกรณีรัฐมนตรีต้องไปกำกับดูกรมสอบสวนคดีพิเศา หรือดีเอสไอ หลัง พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง รมว.ยุติธรรม ที่ถูกศาลรัฐธรรมนูญสั่งหยุดปฏิบัติหน้าที่เฉพาะในการกำกับดูแลดีเอสไอ

“ผมเป็นประธานคณะกรรมการคดีพิเศษอยู่แล้ว ซึ่งเมื่อพันตำรวจเอกทวีถูกสั่งให้หยุดปฏิบัติหน้าที่เฉพาะส่วนนี้นายกรัฐมนตรีก็ต้องหาคนดูแลแทน “นายภูมิธรรม ระบุ

กลับเข้าคุกทุกอย่างจะคลี่คลาย ติดคุกเหมือนคนเสื้อแดง ยิ่งดื้อปัญหายิ่งบานปลาย

กลับเข้าคุกทุกอย่างจะคลี่คลาย ติดคุกเหมือนคนเสื้อแดง ยิ่งดื้อปัญหายิ่งบานปลาย

กลับเข้าคุกทุกอย่างจะคลี่คลาย ติดคุกเหมือนคนเสื้อแดง ยิ่งดื้อปัญหายิ่งบานปลาย

วันอังคาร ที่ 20 พฤษภาคม พ.ศ. 2568, 06.00 น.

กลับเข้าคุกทุกอย่างจะคลี่คลาย ติดคุกเหมือนคนเสื้อแดง ยิ่งดื้อปัญหายิ่งบานปลาย ทีมสภานายกพิเศษฯนัดถก บทลงโทษ3หมอปมชั้น14

“สมศักดิ์”เผย ได้รับหนังสือขอความเป็นธรรมจากแพทย์ใหญ่ รพ.ตร. แล้ว ส่งให้กก.เสนอความเห็นพิจารณาต่อ ด้านทีมสภานายกฯพิเศษถกลงโทษ 3 หมอ ชั้น 14 นัดแรก 20 พฤษภาคม ด้าน“ป้าธิดา”โผล่แนะ”ทักษิณ”ในฐานะคนรู้จักกันมาก่อน ให้กลับเข้าคุกจะรอด และดีงามที่สุดสำหรับตัว ทักษิณเอง ดีต่อ ลูกสาว-เพื่อไทยและปท.ชาติ ยุติวิกฤติขัดแย้ง

ความคืบหน้ากรณี นายสมศักดิ์ เทพสุทิน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข (สธ.) ในฐานะสภานายกพิเศษ แพทยสภา ลงนามคำสั่งแต่งตั้ง “คณะกรรมการเสนอความเห็นสภานายกพิเศษเพื่อพิจารณา ตามมาตรา 25 แห่ง พ.ร.บ.วิชาชีพเวชกรรม พ.ศ.2525” จำนวน 10 คน เมื่อวันที่ 15 พฤษภาคมที่ผ่านมา เพื่อทำความเห็นส่งกลับไปยังคณะกรรมการแพทยสภา กรณีที่แพทยสภามีมติเสียงส่วนใหญ่เสนอลงโทษแพทย์ 3 คน ที่เกี่ยวข้องกับเรื่องการรักษาพยาบาล นายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ที่ชั้น 14 โรงพยาบาล (รพ.) ตำรวจ ภายใน 15 วัน นับตั้งแต่วันที่ 16 พฤษภาคมเป็นต้นไปว่าจะเห็นชอบตามมติดังกล่าวหรือไม่

ได้รับหนังสือขอความเป็นธรรมแล้ว

เมื่อวันที่ 19 พฤษภาคม ที่ทำเนียบรัฐบาล นายสมศักดิ์ เทพสุทิน รมว.สาธารณสุข กล่าวถึงกรณี แพทย์ใหญ่โรงพยาบาลตำรวจยื่นหนังสือขอความเป็นธรรม หลังแพทยสภามีมติลงโทษ ประเด็นนายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี รักษาตัวที่โรงพยาบาลตำรวจ ชั้น 14 ว่า มีเข้ามาแล้ว จะส่งให้คณะกรรมการที่ตั้งไว้ไปตรวจสอบ

กก.เสนอความเห็นถกนัดแรก20พค.

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า คณะกรรมการเสนอความเห็นสภานายกพิเศษฯ จะหารือนัดแรกช่วงบ่ายวันที่ 20 พฤษภาคม ที่กระทรวงสาธารณสุข เนื่องจากจะต้องเร่งพิจารณาส่งความเห็นให้นายสมศักดิ์พิจารณา ก่อนที่นายสมศักดิ์จะมีความเห็นตอบกลับมติของแพทยสภา ซึ่งมีกำหนดภายใน 15 วัน นับตั้งแต่วันที่ได้รับเอกสารความเห็นของแพทยภา

สำหรับคณะกรรมการเสนอความเห็นสภานายกพิเศษฯ 10 คนประกอบด้วย นายชัยนันท์ งามขจรกุลกิจ ประธาน นายชัยวัฒน์ พัฒนาพิศาลศักดิ์ ที่ปรึกษา นายพงษ์ศักดิ์ แก้วกมล กรรมการ นายพิทักษ์ ฉันทประยูร กรรมการ นายพสิษฐ์ อัศววัฒนาพร กรรมการ นายนรินท์พงศ์ จินาภักดิ์ กรรมการ นายกองตรี ธนกฤต จิตรอารีย์รัตน์ กรรมการ นายวชิระ ปากดีสี กรรมการและเลขานุการคนที่ 1 นายวิทยา พลสีลา กรรมการและเลขานุการคนที่ 2 และนายปิยะวัฒน์ ศิลปรัศมี กรรมการและเลขานุการคนที่ 3

โฆษกสธ.โต้‘สว.วีระพันธ์’

ด้าน น.ส.ตรีชฎา ศรีธาดา โฆษกกระทรวงสาธารณสุขฝ่ายการเมืองแถลงตอบโต้กรณีนายวีระพันธ์ สุวรรณนามัย สมาชิกวุฒิสภา (สว.) โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊คเตือนนายสมศักดิ์ เทพสุทิน รมว.สาธารณสุขให้เคารพกระบวนการของแพทยสภาและรักษาเส้นแบ่งระหว่างอำนาจทางการเมืองกับความเป็นอิสระของวิชาชีพแพทย์ กรณีมติแพทยสภาลงโทษแพทย์ 3 คนปมชั้น 14 ร.พ.ตำรวจว่า เรื่องนี้รมว.สาธารณสุขไม่ได้หวั่นไหวหรือวิตกกังวล แต่แปลกใจว่า นายวีระพันธ์กลัวอะไรนักหนา หรือมีมิจฉาทิฐิอะไรบางอย่างตกค้างอยู่ในจิตใจเหมือนคนกลุ่มหนึ่งที่เกือบ 20 ปี ยังไม่เลิกโกรธเกลียดอาฆาตแค้นนายทักษิณหรือไม่

โฆษก สธ.ฝ่ายการเมืองกล่าวอีกว่า นายวีระพันธ์ เป็นสว.น่าจะรู้กฎหมายดีว่า พ.ร.บ.วิชาชีพเวชกรรม พ.ศ. 2525 มาตรา 25 บัญญัติว่า รมว.สาธารณสุขในฐานะสภานายกพิเศษของแพทยสภามีเวลา 15 วันพิจารณามติแพทยสภา ซึ่งมี 2 แนวทางคือ 1. เห็นชอบมติแพทยสภา 2. ยับยั้งหรือวีโต้ โดยไม่จำเป็นต้องแจ้งเหตุผล หากพ้น 15 วัน รมว.สาธารณสุขไม่ดำเนินการใดๆ มติแพทยสภาจะมีผลบังคับใช้อัตโนมัติ แต่ถ้า รมว.สาธารณสุขใช้สิทธิ์วีโต้ แพทยสภาต้องพิจารณาใหม่ หากยืนยันมติเดิม ต้องได้คะแนนเสียงสนับสนุนไม่น้อยกว่า 2 ใน 3 ของกรรมการทั้งหมด จากกระบวนการดังกล่าว นายวีระพันธ์ควรรับรู้ว่า นายสมศักดิ์ไม่อาจดำเนินการตามใจตัวเอง ทุกอย่างเป็นไปตามกฎหมายที่ใช้มา 40 กว่าปีแล้ว เปรียบได้กับศาลยุติธรรมซึ่งมีชั้นต้น อุทธรณ์และฎีกา ส่วนศาลปกครองก็มีชั้นต้นและชั้นสูง การพิพากษาเปลี่ยนแปลงได้ เช่นเดียวกับ หน่วยงานรัฐ ผู้ถูกลงโทษมีสิทธิอุทธรณ์ต่อศาลปกครองได้ การใช้สิทธิ์วีโต้ของรมว.สาธารณสุขเป็นตามกฎหมายที่ให้อำนาจไว้ นายวีระพันธ์ไม่สมควรมากล่าวหาให้ร้ายรมว.สาธารณสุขแทรกแซงแพทยสภา

“ธิดา”มองการเมืองยุบสภายาก

ที่รัฐสภา นางธิดา ถาวรเศรษฐ อดีตประธานแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเหตุการณ์แห่งชาติ(นปช.) กล่าวถึงกรณีนิติสงครามของพรรคการเมืองขั้วเดียวกันว่า เป็นหนึ่งในวิกฤติการเมืองของพรรคการเมือง แม้ตั้งรัฐบาลร่วมกันแต่มีความขัดแย้งเรื่องผลประโยชน์ เชื่อว่าความสัมพันธ์ทางการเมืองอยู่ในลักษณะแบบตบจูบไปถึงช่วงใกล้ครบเทอมและเลือกตั้งใหม่ เห็นว่าโอกาสยุบสภาค่อนข้างยาก และพรรครวมรัฐบาลต้องหาทางให้รัฐบาลอยู่นานที่สุด แต่ความขัดแย้งที่เกิดขึ้นอาจกลายเป็นการต่อรอง

แนะ“แม้ว”เข้าคุกเหมือนคนอื่นจะอยู่รอด

“ดังนั้น ความขัดแย้งระหว่างพรรคภูมิใจไทยและเพื่อไทย ซึ่งเป็นความขัดแย้งที่เรียกว่าหนักอยู่ หรือหากนายทักษิณ มีปัญหากับขั้วฝั่งอนุรักษ์นิยม ความเป็นเอกภาพจะไม่มี แต่คนเกลียดนายทักษิณเยอะ ฉะนั้นหมายความว่าแม้จะมีดีล แล้วก็ไม่จบ และเห็นว่านายทักษิณมีปัญหา เมื่อดีลไม่จบ ต้องกลับมารับโทษ โดยเสนอได้ว่านายทักษิณไม่ควรกลัวคุกมากเกินไป จึงขอฝากถึงนายทักษิณว่า หากต้องติดคุกอีกทางที่ดีเข้าไปอยู่โรงพยาบาลราชทัณฑ์ดีที่สุด“นางธิดากล่าว และว่า ตนทราบข้อมูลมา นายทักษิณจะไม่ยอมตายเหมือนนายปรีดี พนมยงค์ อดีตนายกฯที่เสียชีวิตในต่างประเทศ เชื่อว่าเรื่องนายทักษิณจะแยกกับเรื่องรัฐบาล ที่มีเรื่องฮั้วเลือก สว. รุนแรงทั้งคู่ จึงแนะนำนายทักษิณในฐานะที่รู้จักกันมาว่า ให้เข้าคุกเหมือนคนอื่นดีที่สุด จะเป็นทางที่นายทักษิณจะอยู่รอดได้

ทุกอย่างคลี่คลายดีต่อลูกสาว-พท.-ปท.

อดีตประธาน นปช.กล่าวด้วยว่า ถ้านายทักษิณ ยอมรับการเข้าไปในเรือนจำเหมือนประชาชน ทุกอย่างจะคลี่คลาย จะดีทั้งต่อนายทักษิณ น.ส.แพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ลูกสาว พรรคเพื่อไทย และดีงามต่อประเทศชาติ มีอนาคตทันที แต่หากนายทักษิณไม่อยากติดคุก และมีการต่อรอง เชื่อว่าปัญหาจะขยาย เพราะ 1 ปีที่ผ่านมา ปัญหาก็ขยายมาแล้ว ถ้านายทักษิณทำใจได้ โรงพยาบาลราชทัณฑ์ก็ดูแลได้ เพราะลูกน้องนายทักษิณ อดีตรัฐมนตรี ก็ติดคุก และติดโรงพยาบาลราชทัณฑ์ แพทย์ก็ดูแลได้ หากอาการหนักก็ค่อยไปรักษาที่รพ.ตำรวจ ไม่ใช่ไปรักษารพ.ตำรวจตั้งแต่ต้นจนเป็นปัญหา

นางธิดายังเชื่อว่า วันที่ 13 มิถุนายน จะเป็นจุดเปลี่ยนทางการเมืองหรือไม่ อยู่ที่นายทักษิณ แต่สถานการณ์แนวโน้ม ไม่น่าจะดีต่อนายทักษิณเท่าไร จึงแนะนำให้นายทักษิณติดคุกเพราะหลายนก็ติดมาแล้ว และขออย่าใช้อภิสิทธิ์ เหมือนลูกน้องนายทักษิณ และตนเชื่อว่า นายทักษิณ จะพยายามดีลอย่างถึงที่สุด แต่ 10 ปีที่ผ่านมา นายทักษิณก็ถูกหลอกมาเยอะเช่นกัน

‘หนู’โวรบ.อยู่ครบเทอม การันตีพรบ.งบผ่านฉลุย พรรคร่วมไม่ขัดแย้ง ไร้สัญญาณปรับครม.

‘หนู’โวรบ.อยู่ครบเทอม การันตีพรบ.งบผ่านฉลุย พรรคร่วมไม่ขัดแย้ง ไร้สัญญาณปรับครม.

‘หนู’โวรบ.อยู่ครบเทอม การันตีพรบ.งบผ่านฉลุย พรรคร่วมไม่ขัดแย้ง ไร้สัญญาณปรับครม.

วันอังคาร ที่ 20 พฤษภาคม พ.ศ. 2568, 06.00 น.

‘หนู’โวรบ.อยู่ครบเทอม การันตีพรบ.งบผ่านฉลุย พรรคร่วมไม่ขัดแย้ง ไร้สัญญาณปรับครม.

“อนุทิน”แจงเปลี่ยนเลนส์ตา เห็นอะไรชัด ใสปิ๊ง ยันแพ็กทุกพรรค หลังโชว์“พีระพันธุ์” เยี่ยมไข้ผนึก”ภท.-รทสช.”เชื่อ”กล้าธรรม”ระดมคนการเมือง ต้องการเติบโต ไม่ใช่คานอำนาจ ยันพูดคุย’ธรรมนัสงประจำ ชี้คดี”ทักษิณ”ไม่สะเทือนรบ.มั่นใจนายกฯบริหารครบเทอม ย้ำไร้สัญญาณปรับครม.พร้อมปฏิเสธกระแสคว่ำงบ69 อ้างรบ.ร่วมกันทำงบล้านล้านบาท ล้มไม่ได้ประชาชนเสียประโยชน์

เมื่อเวลา 1.17น.วันที่ 19พฤษภาคม2568 ที่ทำเนียบรัฐบาล นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและรมว.มหาดไทย ในฐานะหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย(ภท.) ได้เดินทางมาร่วมภารกิจต้อนรับประธานาธิบดีอินโดนีเซีย ถือเป็นการกลับมาปฎิบัติหน้าที่ครั้งแรกหลังจากพักรักษาตัวจากการผ่าตัดเลนส์ตา ตั้งแต่วันที่ 8 พฤษภาคมโดยผู้สื่อข่าวพยามขอสัมภาษณ์ถึงสถานการณ์การเมืองขณะนี้ โดยนายอนุทิน ปฏิเสธให้สัมภาษณ์ พร้อมบอกว่า “No News” ก่อนจะเดินขึ้นตึกบัญชาการ1พร้อมทำท่าทางตวัดลายเซ็น เพื่อส่งสัญญาณว่า จะไปขึ้นไปเซ็นเอกสาร

‘อนุทิน’ยันพรรคร่วมรบ.ไร้ขัดแย้ง

นายอนุทิน ให้สัมภาษณ์ถึงสถานการณ์ทางการเมืองที่ถูกวิจารณ์ว่ากำลังตึงเครียดระหว่างสีแดง และ สีน้ำเงินว่า ทุกอย่างเป็นปกติและรัฐมนตรีทุกคนก็เดินทางมาให้การต้อนรับประธานาธิบดีแห่งสาธาณรัฐอินโดนีเซียกันพร้อมหน้าพร้อมตา ทำไมสื่อถึงไปมองว่าตึงเครียด สถานการณ์ในขณะนี้ไม่มีอะไรเลย เมื่อถามว่า ส่วนสถานการณ์การเมืองตอนนี้พรรคเพื่อไทยแพ็กกับพรรคกล้าธรรม เช่นเดียวกับพรรคภูมิใจไทยจับมือกับพรรครวมไทยสร้างชาติ หลังโพสต์ภาพ นายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค รองนายกฯ และรมว.พลังงาน ในฐานะหัวหน้าพรรครวมไทยสร้างชาติ มาเยี่ยมขณะรักษาตัวที่โรงพยาบาล นายอนุทิน กล่าวว่า “พรรคภูมิใจไทยแพ็กกับทุกพรรค แม้กระทั่งพรรคฝ่ายค้าน หากทำเรื่องที่เป็นประโยชน์ต่อประเทศบ้านเมืองและประชาชน ก็พร้อมหมดทุกอย่าง เราเอาประชาชนเป็นหลัก”

‘กล้าธรรม’มุ่งโต-ไม่ใช่คานอำนาจ

เมื่อถามว่า การเติบโตของพรรคกล้าธรรม เป็นการคานอำนาจพรรคภูมิใจไทยในรัฐบาลหรือไม่ นายอนุทิน กล่าวว่า ไม่มี ทุกพรรคการเมืองต้องการเติบโต และหากพรรคไหนรับใช้ประชาชน และทำให้มั่นใจได้พรรคนั้นก็จะเติบโต เหมือนพรรคภูมิใจไทย เมื่อถามว่า นายอนุทิน สามารถพูดคุยกับ ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า สส. พะเยา ในฐานะประธานที่ปรึกษาพรรคกล้าธรรมได้ดีอยู่หรือไม่ นายอนุทิน กล่าวว่า ได้คุยกัน คุยกันตลอดเวลา และทำงานด้วยกัน เมื่อถามย้ำถึงกระแสการปรับ ครม.ขณะนี้ยังมีหรือไม่ นายอนุทิน กล่าวว่า“ไม่มี ผมขอตอบเป็นครั้งที่11ว่าไม่มี”

คดีชั้น14ไม่สะเทือน-อยู่ครบเทอม

เมื่อถามว่าสถานการณ์หลายอย่างที่เกิดขึ้นในขณะนี้มีผลกระทบอะไรกับรัฐบาลหรือไม่ นายอนุทิน กล่าวว่า รัฐบาลมีความเข้มแข็ง วันนี้ก็ 320 กว่าเสียงแล้วและยิ่งมีสมาชิกในพรรคกล้าธรรมมาเพิ่ม ยิ่งทำให้รัฐบาลเข้มแข็งขึ้น จึงทำให้ตนไปผ่าตัดรักษาเลนส์ตาได้อย่างสบายใจ เมื่อถามว่า สถานการณ์ของ นายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯเกี่้ยวกับคดีศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง นัดไต่สวนคดีชั้น14ในวันที่ 13มิ.ย.จะกระทบรัฐบาลหรือไม่ นายอนุทิน กล่าวว่า ไม่เกี่ยว เพราะเป็นเรื่องกระบวนการยุติธรรม ส่วนรัฐบาลเป็นเรื่องฝ่ายบริหาร ไม่ว่าอะไรเกิดขึ้นรัฐบาลก็ต้องอยู่บริหารประเทศไป เรามี 3 เสาหลักซึ่ง ประกอบด้วย ฝ่ายบริหาร ฝ่ายนิติบัญญัติ และฝ่ายตุลาการ ซึ่งแยกหน้าที่กันอยู่แล้ว

เมื่อถามว่า ความเป็นพ่อลูกของนายทักษิณ กับนายกฯ ก็ต้องถูกมองว่าเกี่ยวพันกันอยู่แล้ว นายอนุทิน กล่าวว่า คนที่เติบโต และมีภาระการรับผิดชอบระดับบริหารประเทศได้ ทุกคนก็ต้องแยกแยะถูกว่า อะไรเป็นเรื่องส่วนรวมของประเทศ ประชาชน และเรื่องส่วนตัวนำมารวมกันไม่ได้ หากนำมารวมกันก็ทำงานไม่ได้ และตนยังไม่เคยเห็นใครในรัฐบาลเอาเรื่องส่วนตัวและเรื่องส่วนรวม มารวมกันในการทำงาน

เปลี่ยนเลนส์ตาใหม่มองอะไรใสปิ๊ง

เมื่อถามว่ามองสัญญาณบวกของสีน้ำเงินเป็นอย่างไรหลังศาลต่างๆมีท่าทีต่างๆออกมา นายอนุทิน กล่าวว่า ไม่มองอะไรเลย เพราะตนมองเรื่องการทำงาน“สายตาที่เคยขุ่นมัว ตอนนี้เปลี่ยนเลนส์ตาเรียบร้อยแล้ว ตอนนี้เห็นอะไรได้ชัด ใสปิ๊งๆทำงานได้แล้วและกลับมาใส่แว่นก็หล่อเหมือนเดิม”เมื่อถามว่ามองเห็นอนาคตรัฐบาลชัดหรือไม่ นายอนุทิน กล่าวว่า“ชัดครับ ครบเทอม”เมื่อถามถึงกระแสข่าวพรรคภูมิใจไทย จะคว่ำร่างงบประมาณร่ายจ่ายประจำปี69 นายอนุทิน ปฏิเสธพร้อมยืนยันไม่มี ข่าวที่ออกมาไม่รู้ว่าใครเอาไปพูด เพราะในเรื่องงบประมาณรัฐบาลก็ทำมาด้วยกันและผ่านความเห็นชอบจากครม.เรียบร้อยแล้ว ซึ่งเป็นประโยชน์ต่อประเทศและประชาชน ก่อนอธิบายเพิ่มเติมว่า กระทรวงมหาดไทย ที่ตนรับผิดชอบอยู่ งบประมาณ 4 แสนล้านบาท กระทรวงศึกษาธิการ ก็ 5 แสนล้านบาท กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัย และ นวัตกรรม ก็ 2 แสนล้าน กระทรวงแรงงาน ประมาณ 3 หมื่นล้านบาท ซึ่งกระทรวงเฟล่นี้ที่ตนกับกับดูแล งบประมาณ เกือบล้านล้านบาท ดังนั้นหากไม่เห็นชอบหรือไปโหวตคว่ำ มันจะผ่านมติจากครม.ได้อย่างไร รวมถึงกระทรวงอื่นๆด้วย เพราะนี่เป็นเรื่องของรัฐบาล และประชาชนเราก็ให้การสนับสนุน

เรื่องไร้สาระ’ณฐพร’ยื่นยุบ’ภท.’

‘นายอนุทิน ยังกล่าวถึงกรณี นายณฐพร โตประยูร อดีตที่ปรึกษาประธานผู้ตรวจการแผ่นดิน ยื่นยุบพรรคภูมิใจไทยว่า ตนไม่รู้จักนายณฐพรมายื่นยุบพรรคภูมิใจไทยได้อย่างไร เป็นใครก็ไม่รู้ ตนไม่ได้มองอะไร ไร้สาระ เมื่อถามว่า มั่นใจหรือไม่ว่า พรรคภูมิใจไทยไม่เข้าข่ายความผิด คำร้องยื่นยุบพรรคนายอนุทินกล่าวว่า เราไม่เคยทำอะไรผิด สมาชิกพรรคทุกคน ทำหน้าที่ฝ่ายบริหารและในฝ่ายนิติบัญญัติก็ทำหน้าที่สส. เขาก็ทำงานในส่วนของเขา ขอย้ำว่าไม่ได้ทำอะไรผิด ผู้สื่อข่าวถามย้ำว่า นายณฐพร ยื่นกล่าวหาว่า พรรคภูมิใจไทยล้มล้างการปกครอง นายอนุทิน หัวเราะพร้อมกล่าวว่า “ฝันกลางวัน”เมื่อถามอีกว่านายณัฐพร เคยยื่นยุบพรรคก้าวไกลในกรณีเดียวกัน นายอนุทิน กล่าวว่า”เป็นใครยังไม่รู้จักเลย ปัดโธ่ ยุบพรรคใครจะไปยุบได้ ใครทำผิดมา ทุกคนก็ยื่นได้ ไม่ใช่ฝีมือ หรือผลงานอะไรทั้งสิ้น”เมื่อถามว่า มั่นใจว่าจะไม่มีอุบัติเหตุทางการเมืองใช่หรือไม่นายอนุทิน กล่าวว่า “ไม่มีครับ มั่นใจไม่เคยทำอะไรที่ไม่ดี”

‘อนุดิษฐ์-การุณ’ย้ายซบ‘กล้าธรรม’

เวลา 15.00น.ที่พรรคกล้าธรรม (กธ.) น.อ.อนุดิษฐ์ นาครทรรพ อดีตเลขาธิการพรรคเพื่อไทย และนายการุณ โหสกุล อดีต ส.ส.กทม.เดินทางมาสมัครสมาชิกพรรค กธ.โดยมี นายอรรถกร ศิริลัทธยากร ส.ส.ฉะเชิงเทรา นายทะเบียนพรรค และนายไผ่ ลิกค์ ส.ส.กำแพงเพชร เลขาธิการพรรค ให้การต้อนรับ จากนั้นเวลา 15.25น.นายอรรถกร และนายไผ่ พร้อมด้วย น.อ.อนุดิษฐ์ และนายการุณ แถลงข่าวร่วมกันภายหลังสมัครสมาชิกพรรคเสร็จสิ้น

โดยนายอรรถกร กล่าวว่า บุคลากรทั้งสองคนถือเป็นการเสริมทัพพรรค กธ.ที่ตรงจุด เชื่อว่าทั้งสองคนจะทำให้พรรค กธ.มีความพร้อมที่จะทำงานให้ประชาชนทั่วประเทศได้เพิ่มมากขึ้น ทั้งนี้ ตนได้รับมอบหมายจากนางนฤมล ภิญโญสินวัฒน์ รมว.เกษตรและสหกรณ์ ในฐานะหัวหน้าพรรค กธ. ว่าหลังจากกระบวนการสมัครเป็นสมาชิกพรรคเสร็จสิ้น ให้เตรียมเสนอเอกสารไปยังหัวหน้าพรรคให้มีคำสั่งเร่งด่วนแต่งตั้ง น.อ.อนุดิษฐ์ เป็นประธานยุทธศาสตร์พรรค เพื่อช่วยวางแผนยุทธศาสตร์ให้พรรค โดยหลังจากนี้จะขึ้นรถด่วนไปยังหัวหน้าพรรค เพื่อมอบหมายภารกิจสำคัญให้กับทั้งสองคน

นายกฯบินอังกฤษ-โมนาโก 21-25พค.

นายจิรายุ ห่วงทรัพย์ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า น.ส.แพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี และคณะมีกำหนดการเดินทางเยือนสหราชอาณาจักร และราชรัฐโมนาโก ระหว่างวันที่ 21 – 25 พ.ค. 68 โดยนายกรัฐมนตรีจะออกเดินทางในคืนวันที่ 20 พ.ค.นี้ และจะเดินทางถึงกรุงลอนดอนช่วงเช้าของวันที่ 21 พ.ค. เวลา 07.30 น โดยการเดินทางครั้งนี้ ร่วมกับกระทรวงพาณิชย์ กระทรวงท่องเที่ยวและกีฬา รวมทั้งส่วนราชการอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง เพื่อสร้างโอกาสใหม่ทางธุรกิจ เปิดช่องทางขยายตลาดและเพิ่มมูลค่าสินค้าไทย ผ่าน Soft Power ด้านอาหาร กีฬา การท่องเที่ยว ซึ่งสหภาพยุโรปเป็นตลาดที่สำคัญของสินค้าของไทย

ทั้งนี้ หลังเดินทางถึงกรุงลอนดอน ในเช้าวันที่ 21 พ.ค. นายกรัฐมนตรี จะเป็นประธานในพิธีเปิดตราสัญลักษณ์ Thai SELECT โฉมใหม่ ซึ่งภายในงาน มีการจัดแสดงสินค้าอาหารไทย ผลไม้ ข้าวหอมมะลิ การจัดกิจกรรมส่งเสริมการท่องเที่ยวไทย ศิลปวัฒนธรรม การนวดแผนไทย และการแสดงมวยไทย และนายกรัฐมนตรีจะร่วมประชุมกับ “ทีมไทยแลนด์” และผู้นำเข้าสินค้าอาหารรายใหญ่ของสหราชอาณาจักร ต่อด้วยสมาคมธุรกิจไทยในสหราชอาณาจักร (Association of Thai Businesses in the UK) เพื่อหาแนวทางขยายตลาดและเพิ่มมูลค่าการค้าสินค้าอาหารไทย โดยเฉพาะผัก ผลไม้สดและข้าวหอมมะลิ ในสหราชอาณาจักร และยุโรป จากนั้นนายกรัฐมนตรีจะมอบประกาศนียบัตร Thai SELECT แก่ร้านอาหารไทยที่ผ่านเกณฑ์มาตรฐาน จำนวน 115 ร้าน และรับฟัง แนวทางในการพัฒนากับผู้ประกอบธุรกิจร้านอาหารไทยในสหราชอาณาจักร

ในช่วงบ่าย นายกรัฐมนตรีจะเยี่ยมชมค่ายมวยไทยที่มีชื่อเสียงในกรุงลอนดอน เพื่อหารือแนวทางความร่วมมือด้านกีฬาระหว่างไทยและสหราชอาณาจักร รวมถึงการผลักดันระบบการรับรองมาตรฐานเทรนเนอร์ ผู้ฝึกสอนมวยไทยในต่างประเทศ ซึ่งถือเป็นอีกหนึ่งมิติของ Soft Power ด้านกีฬา

เปิดประตูการค้าในสหภาพยุโรป

จากนั้นวันที่ 22 พ.ค.นายกรัฐมนตรีจะเข้าร่วมกิจกรรม In-store Promotion และประชาสัมพันธ์สินค้าไทย ณ ห้างค้าปลีก Wing Yip Superstore สาขา Cricklewood ซึ่งเป็นซูเปอร์สโตร์รายใหญ่ของสหราชอาณาจักรที่นำเข้าสินค้าอาหารจากเอเชียกว่า 4,500 รายการ และกว่า 1,000 รายการจากประเทศไทย โดยในปี 2567 ที่ผ่านมา ประเทศไทยส่งออกสินค้าอาหารไปยังสหราชอาณาจักรมูลค่ากว่า 33,000 ล้านบาท คิดเป็น 72% ของการส่งออกสินค้าไทยไปยังสหราชอาณาจักร และในช่วงบ่าย นายกรัฐมนตรีจะหารือร่วมกับผู้อำนวยการด้านการท่องเที่ยวภาคพื้นยุโรป เพื่อมอบนโยบายและแลกเปลี่ยนมุมมอง และผลักดันการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมของไทยให้ตอบโจทย์นักท่องเที่ยวในยุคปัจจุบัน

นายจิรายุ กล่าวว่า ในวันที่ 23 พ.ค. นายกรัฐมนตรีจะเดินทางจากกรุงลอนดอน ไปยังเมืองมอนติคาร์โล ราชรัฐโมนาโก เพื่อร่วมหารือกับผู้บริหารระดับสูงของการแข่งขันรถยนต์สูตรหนึ่ง Formula 1 เพื่อศึกษาความเป็นไปได้สำหรับการจัดการแข่งขัน F1 รูปแบบในเมือง (City Circuit) ในประเทศไทย ซึ่งนายกรัฐมนตรียังได้รับเชิญให้เยี่ยมชมสนามแข่งและร่วมรับชมการแข่งขัน Formula 1 Tag Heuer Monaco Grand Prix ซึ่งเป็นหนึ่งในสนามแข่งรถที่มีชื่อเสียงมากที่สุดในโลก ที่สามารถสร้างรายได้ในรูปแบบที่มนุษย์เป็นผู้สร้างขึ้น

“การเดินทางครั้งนี้ของนายกรัฐมนตรีเป็นการผลักดันนโยบายเชิงรุก ทั้งด้านเศรษฐกิจ การค้า การส่งออก การท่องเที่ยว และ Soft Power เพื่อยกระดับความเชื่อมั่นในศักยภาพของประเทศไทยในสายตานานาชาติ โดยเฉพาะในตลาดสหราชอาณาจักรและยุโรป ซึ่งมีศักยภาพสูง โดยนายกรัฐมนตรีมุ่งมั่นดึงดูดและส่งเสริมการท่องเที่ยวรูปแบบใหม่ในไทย เพื่อขับเคลื่อนเศรษฐกิจอย่างสร้างสรรค์ อีกทั้งยังเป็นโอกาสสำคัญในการเปิดทางให้ผู้ประกอบการของไทยได้ขยายพื้นที่ทางการค้าบนเวทีโลกอย่างยั่นยืน” นายจิรายุ ระบุ

‘บิ๊กป้อม’เดินเซชนราวบันไดวัดโพธิ์ได้รับบาดเจ็บ ตรวจเบื้องต้นไม่รุนแรง

‘บิ๊กป้อม’เดินเซชนราวบันไดวัดโพธิ์ได้รับบาดเจ็บ ตรวจเบื้องต้นไม่รุนแรง

‘บิ๊กป้อม’เดินเซชนราวบันไดวัดโพธิ์ได้รับบาดเจ็บ ตรวจเบื้องต้นไม่รุนแรง

วันจันทร์ ที่ 19 พฤษภาคม พ.ศ. 2568, 22.29 น.

19 พ.ค. 2568 เวลา 17.00 น. ที่พระอุโบสถ วัดพระเชตุพนวิมลมังคลาราม ราชวรมหาวิหาร เขตพระนคร กรุงเทพมหานคร พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ หัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ ได้เป็นประธานฝ่ายคฤหัสถ์ ในพิธีเจริญพระพุทธมนต์นวัคคหายุสมธัมม์มงคลเฉลิมพระเกียรติ ถวายพระพรชัยมงคลแด่ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และเพื่อความเป็นสวัสดิมงคลแก่ประเทศชาติและประชาชน ในโอกาสดาวพระเสาร์ย้าย ตามหลักโหราศาสตร์

อย่างไรก็ตาม มีรายงานว่า ระหว่างจะเดินทางกลับ พล.อ.ประวิตร ได้ประสบอุบัติเหตุ เดินเซจนสะโพกไปชนราวบันไดจนได้รับบาดเจ็บ ทีมงานที่ติดตามจึงนำส่งตัวไปตรวจอาการโรงพยาบาลย่านอนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ เบื้องต้นไม่รุนแรงและได้กลับไปพักที่บ้านแล้ว

ฟังเสียงเสนอแนะ! ‘นายกฯ’ชี้เศรษฐกิจโลกผันผวน ต้องทบทวนแผนกระตุ้นศก.

ฟังเสียงเสนอแนะ! 'นายกฯ'ชี้เศรษฐกิจโลกผันผวน ต้องทบทวนแผนกระตุ้นศก.

ฟังเสียงเสนอแนะ! ‘นายกฯ’ชี้เศรษฐกิจโลกผันผวน ต้องทบทวนแผนกระตุ้นศก.

วันจันทร์ ที่ 19 พฤษภาคม พ.ศ. 2568, 21.34 น.

ฟังเสียงเสนอแนะ! “นายกฯ”ชี้เศรษฐกิจโลกผันผวน ต้องทบทวนแผนกระตุ้นศก. ใช้งบเน้น 4 โครงสร้างพื้นฐาน

เมื่อวันที่ 19 พฤษภาคม 2568 น.ส.แพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ทวิต X ระบุว่า ด้วยสถานการณ์เศรษฐกิจโลกปัจจุบันอยู่ในภาวะผันผวน เนื่องจากสงครามการค้า การประกาศนโยบายจัดเก็บภาษีศุลกากรตอบโต้ (Reciprocal Tariff) ของประเทศมหาอำนาจ รวมถึงการปรับมุมมองความน่าเชื่อถือของ Moody’s Ratings ต่อไทย

โดยจากการประชุมคณะอนุกรรมการกลั่นกรองโครงการกระตุ้นเศรษฐกิจในเช้าวันนี้ นำโดยท่านพิชัย ชุณหวชิร รองนายกฯ และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังเป็นประธาน ซึ่งในวงประชุมนี้มีข้อเสนอแนะจากหลายฝ่ายค่ะ อาทิ สภาพัฒน์ ธนาคารแห่งประเทศไทย ขอให้รัฐบาลทบทวนมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจให้สอดคล้องกับการเปลี่ยนแปลงเศรษฐกิจโลก

การประชุมคณะกรรมการนโยบาย โครงการกระตุ้นเศรษฐกิจ ครั้งที่2/2568 ในช่วงบ่ายวันเดียวกันนี้ จึงเป็นการประชุมต่อเนื่องจากวงคณะอนุกรรมการฯ โดยเห็นพ้องกันค่ะว่ามาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจหลังจากนี้ต้องมีประสิทธิภาพ โดยเสนอให้รัฐบาลนำงบประมาณไปเน้นไปที่การสร้างโครงสร้างพื้นฐาน 4 ประเด็นหลัก คือ โครงสร้างการจัดการน้ำและคมนาคม, การท่องเที่ยว, การลดผลกระทบการส่งออก/การเพิ่มผลิตภาพ และ การสร้างเศรษฐกิจชุมชน รวมไปถึงการพัฒนาทุนมนุษย์ เพื่อวางฐานรากเศรษฐกิจให้กับประเทศ

โดย 4 แผนงานใหญ่นั้น จะแบ่งเป็น 3 แผนงานหลักๆ คือ  แผนพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน ทั้งระยะสั้นและระยะยาว , แผนลงทุนในมนุษย์ (เช่น ODOS, กสศ., กยศ) และ แผนการปรับ/ปลดล็อกกฎเกณฑ์ในระยะยาวค่ะ

ลูกคือของขวัญ! ‘หญิงหน่อย’ใจฟู ‘น้องจินนี่’ส่งคลิปเซอร์ไพรส์

ลูกคือของขวัญ! 'หญิงหน่อย'ใจฟู 'น้องจินนี่'ส่งคลิปเซอร์ไพรส์

ลูกคือของขวัญ! ‘หญิงหน่อย’ใจฟู ‘น้องจินนี่’ส่งคลิปเซอร์ไพรส์

วันจันทร์ ที่ 19 พฤษภาคม พ.ศ. 2568, 21.11 น.

เมื่อวันที่ 19 พฤษภาคม 2568 คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ หัวหน้าพรรคไทยสร้างไทย ได้โพสต์ข้อความลงบนเฟซบุ๊ก ระบุว่า ได้คลิป Surprise จากน้อง #จินนี่ ทำให้แม่ใจฟูเลย “แม่ได้ของขวัญที่ดีที่สุด…คือการมีหนูเป็นลูก” #น้ำตาซึมไปหมดแล้ว #รักจินนี่ที่สุด #HappyBirthday #ลูกคือของขวัญ #ปีละหนคนกันเอง #น้องจินนี่ Surprise #แม่หน่อย #คุณหญิงสุดารัตน์เกยุราพันธุ์ #HBD 1 May,2025

(ชมคลิปด้านล่าง)

‘กลุ่มเศรษฐศาสตร์เพื่อสังคม’จัดเสวนา ‘Why Nations Fail บทเรียนที่ประเทศไทย ต้องไม่ล้มเหลว’

'กลุ่มเศรษฐศาสตร์เพื่อสังคม'จัดเสวนา 'Why Nations Fail บทเรียนที่ประเทศไทย ต้องไม่ล้มเหลว'

‘กลุ่มเศรษฐศาสตร์เพื่อสังคม’จัดเสวนา ‘Why Nations Fail บทเรียนที่ประเทศไทย ต้องไม่ล้มเหลว’

วันจันทร์ ที่ 19 พฤษภาคม พ.ศ. 2568, 20.19 น.

กลุ่มเศรษฐศาสตร์เพื่อสังคม ได้จัดเสวนา เชิญผู้ห่วงใยบ้านเมืองแลกเปลี่ยนความคิดเห็น ในห้วห้อ “Why Nations Fail บทเรียนที่ประเทศไทย ต้องไม่ล้มเหลว” ดำเนินรายการโดย ผศ.ดร.นิธินันท์ วิศเวศวร คณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ โดยมีวิทยากร 4 ท่าน ประกอบด้วย

1.ดร.พิพัฒน์ เหลืองนฤมิตรชัย กรรมการ ผจก. หัวหน้านักเศรษฐศาสตร์ กลุ่มธุรกิจการเงินเกียรตินาคินภัทร ศิษย์เก่าคณะเศรษฐฯ มธ.

2.ดร.วิรไท สันติประภพ อดีตผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย ศิษย์เก่าคณะเศรษฐฯ มธ.

3.คุณอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ อดีตนายกรัฐมนตรี และอดีตอาจารย์ ประจำคณะเศรษฐศาสตร์ มธ.

4.คุณกรณ์ จาติกวนิช อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง

ร่วมแลกเปลี่ยนความคิดเห็น เสาร์ ที่ 31 พฤษภาคม 2568 เวลา 13.30 – 16.30 น. ณ ห้อง 101 คณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ท่าพระจันทร์ ** ไม่มีค่าใช้จ่าย ** จัดโดย กลุ่มเศรษฐศาสตร์เพื่อสังคม

สำรองที่นั่ง (จำกัด) สแกน QR Code

ขณะที่ รศ.ดร.เจิมศักดิ์ ปิ่นทอง นักวิชาการด้านเศรษฐศาสตร์ โพสต์ข้อความถึงงานเสวนาดังกล่าว โดยระบุว่า ทำอย่างไรประเทศไทยจะไม่ล้มเหลว ระดมนักคิด นักบริหาร นักวิชาการ ผู้มีประสบการณ์บริหารประเทศ บ้านเมืองน่าเป็นห่วง กลุ่มเศรษฐศาสตร์เพื่อสังคมจึงรวมตัวเพื่อระดมความคิด ครั้งสำคัญ สำรองที่นั่งล่วงหน้า ไม่เสียค่าใช้จ่ายทาง QR Code ด่วน

‘นฤมล’จ่อเซ็นตั้ง’อนุดิษฐ์’นั่ง’ปธ.ยุทธศาสตร์’เป็นฝ่ายบุ๋น ส่วน’การุณ’ฝ่ายบู๊ ประสานเลือกตั้ง

'นฤมล'จ่อเซ็นตั้ง'อนุดิษฐ์'นั่ง'ปธ.ยุทธศาสตร์'เป็นฝ่ายบุ๋น ส่วน'การุณ'ฝ่ายบู๊ ประสานเลือกตั้ง

‘นฤมล’จ่อเซ็นตั้ง’อนุดิษฐ์’นั่ง’ปธ.ยุทธศาสตร์’เป็นฝ่ายบุ๋น ส่วน’การุณ’ฝ่ายบู๊ ประสานเลือกตั้ง

วันจันทร์ ที่ 19 พฤษภาคม พ.ศ. 2568, 18.50 น.

‘นฤมล’จ่อเซ็นตั้ง’อนุดิษฐ์’นั่ง’ปธ.ยุทธศาสตร์’เป็นฝ่ายบุ๋น ส่วน’การุณ’ฝ่ายบู๊ ประสานเลือกตั้ง 

เมื่อวันที่ 19 พฤษภาคม 2568 ที่พรรคกล้าธรรม (กธ.) น.อ.อนุดิษฐ์ นาครทรรพ อดีตเลขาธิการพรรคเพื่อไทย และนายการุณ โหสกุล อดีต สส.กทม.เดินทางมาสมัครสมาชิกพรรค กธ.โดยมี นายอรรถกร ศิริลัทธยากร สส.ฉะเชิงเทรา นายทะเบียนพรรค และ นายไผ่ ลิกค์ สส.กำแพงเพชร เลขาธิการพรรค ให้การต้อนรับ

จากนั้นเวลา 15.25 น.นายอรรถกร และนายไผ่ พร้อมด้วย น.อ.อนุดิษฐ์ และนายการุณ แถลงข่าวร่วมกันภายหลังสมัครสมาชิกพรรคเสร็จสิ้น โดย นายอรรถกร กล่าวว่า บุคลากรทั้งสองคนถือเป็นการเสริมทัพพรรค กธ.ที่ตรงจุด เชื่อว่าทั้งสองคนจะทำให้พรรค กธ.มีความพร้อมที่จะทำงานให้ประชาชนทั่วประเทศได้เพิ่มมากขึ้น ทั้งนี้ ตนได้รับมอบหมายจากนฤมล ภิญโญสินวัฒน์ รมว.เกษตรและสหกรณ์ ในฐานะหัวหน้าพรรค กธ.ว่าหลังจากกระบวนการสมัครเป็นสมาชิกพรรคเสร็จสิ้น ให้เตรียมเสนอเอกสารไปยังหัวหน้าพรรคให้มีคำสั่งเร่งด่วนแต่งตั้ง น.อ.อนุดิษฐ์เป็นประธานยุทธศาสตร์พรรค เพื่อช่วยวางแผนยุทธศาสตร์ให้พรรค โดยหลังจากนี้จะขึ้นรถด่วนไปยังหัวหน้าพรรค เพื่อมอบหมายภารกิจสำคัญให้กับทั้งสองคน

น.อ.อนุดิษฐ์ กล่าวว่า สาเหตุที่ตัดสินใจมาร่วมกับพรรค กธ.เพราะแม้ทุกพรรคจะมีวัตถุประสงค์ที่ชัดเจนทั้งสิ้นในเรื่องที่ดีต่อประเทศชาติ แต่พรรค กธ.เป็นพรรคการเมืองที่ยึดเอาประชาชนเป็นศูนย์กลาง ตรงนี้สำคัญ การเอาประชาชนเป็นศูนย์กลางอาจจะมีหลายพรรคที่ชอบใช้คำนี้ แต่เหนือสิ่งอื่นใดนอกเหนือคำพูดคือการปฏิบัติ การจะขับเคลื่อนนโยบายใดๆ ตอบสนองประชาชนต้องเข้าใจตั้งแต่รากเหง้าปัญหา ตนติดตามการทำงานของทุกพรรค ยอมรับว่า พรรค กธ.เป็นพรรคที่มีความใกล้ชิดประชาชน ฟังเสียงประชาชน เอาปัญหาเหล่านั้นมาหาคำตอบว่าจะแก้ไขให้ประชาชนอย่างไร คิดว่ามันตรงใจกับเราทั้งสองคน เราเองเติบโตมาจากการเป็น สส.แบบแบ่งเขต คลุกคลีกับประชาชน ถ้าเราจะเริ่มงานใหม่กับพรรคการเมืองใหม่การเมืองหนึ่งที่ยึดประชาชนเป็นศูนย์กลาง เราจะทำงานที่พรรค กธ. เราทั้งสองคนจะทุ่มเท ใช้ความรู้ ประสบการณ์ที่มีในการทำงานให้พรรค กธ.เติบโตจากพรรคน้องใหม่กลายเป็นสถาบันการเมืองที่เข้มแข็ง

เมื่อถามว่า ในฐานะเป็นประธานยุทธศาสตร์พรรค จะมีการกำหนดยุทธศาสตร์พรรคอย่างไร น.อ.อนุดิษฐ์ กล่าวว่า ดีเอ็นเอของพรรค กธ.คือ การยึดประชาชนเป็นศูนย์กลาง ถ้าจะต้องกำหนดยุทธศาสตร์ของพรรคสำหรับการเลือกตั้งในปี 70 คงต้องใช้เสียงของประชาชนในการสะท้อนความต้องการและปัญหาต่างๆ เบื้องต้นวันศุกร์ 16 พ.ค.ที่ผ่านมา ได้พูดเรื่องการกำหนดยุทธศาสตร์กับหัวหน้าพรรค เรื่องการได้มาซึ่งข้อมูล ซึ่งท่านก็สนับสนุน โดยจะมีแพลตฟอร์มเป็นสื่อกลาง ไว้ค่อยสื่อสารตรงมายังพรรค เพื่อนำความต้องการเหล่านี้มาประมวลผล นำข้อมูลมาตัดสินใจมาเป็นยุทธศาสตร์ของพรรคการเมืองต่อไป

เมื่อถามย้ำ จะทำให้พรรค กธ.เป็นพรรคระดับไหน น.อ.อนุดิษฐ์ กล่าวว่า ในส่วนของพรรค กธ.การจะเดินไปสู่จุดการนำเสนอนโยบาย สิ่งที่จะทำให้ประชาชนเชื่อ คือ การพิสูจน์ในงานที่เรากำลังทำในปัจจุบัน ส่วนจะเดินไปจุดไหนอย่างไร เร็วไปที่จะตอบ ต้องดูการทำงาน 2 ปีที่เหลือ

ด้าน นายการุณ กล่าวว่า การมาอยู่ที่พรรค กธ.ครั้งนี้ พวกเราไม่ว่าจะเลขาธิการพรรค นายทะเบียนพรรค หรือ ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า สส.พะเยา ประธานที่ปรึกษาพรรค เราทำงานร่วมกันมาหลายโอกาส ร่วมมือกันมาด้วยดีตลอด เป็นดีเอ็นเอเดียวกัน ให้ความรัก ความใจกว้าง ความใจถึง บ้านหลังเล็กๆ หลังนี้เป็นบ้านที่อบอุ่น สำหรับตนได้โอกาสเข้ามาทำงาน ได้ประสานกับหัวหน้าพรรค ซึ่งบอกว่าอย่างตนเหมาะสมกับการบู๊ ส่วน น.อ.อนุดิษฐ์จะบุ๊น ในการจัดทัพ ระดมความคิด สร้างโครงสร้าง สนับสนุนหัวหน้าพรรคในการขับเคลื่อนพรรคให้ไปได้ไกล ตนได้รับมอบหมายให้ประสานภาคส่วนต่างๆ และประสานในต่างจังหวัด ในการขับเคลื่อนการเลือกตั้งครั้งหน้า

“หลายคนจะเห็นว่า ความสง่างามของ ร.อ.ธรรมนัส ประธานที่ปรึกษาพรรค กธ.ใครจะพูดอย่างไรถึงท่านอย่าไปฟัง สิ่งเดียวที่มีคือ ไม่เคยถูกครหาว่าคอร์รัปชั่น มีความหวังว่า อยากจะเห็นพรรค กธ.เป็นที่พึ่งหวังของประชาชน ยืนยันว่าสิ่งที่จะเกิดขึ้นในอนาคต ไม่ว่าจะเจอมรสุมอะไร เราจะฝ่าฟันไปด้วยกัน ร.อ.ธรรมนัสใจถึง พึ่งได้ ผมเป็นน้องเล็ก ใจไม่ถึง แต่พึ่งได้ จะทำงานสุดความสามารถ” นายการุณ ระบุ

‘ไผ่’ไล่’เท้ง’ไปหางูเห่าเอง ไม่ใช่เรื่องกล้าธรรม แซะต้นเหตุมาจากสนิมเนื้อใน

'ไผ่'ไล่'เท้ง'ไปหางูเห่าเอง ไม่ใช่เรื่องกล้าธรรม แซะต้นเหตุมาจากสนิมเนื้อใน

‘ไผ่’ไล่’เท้ง’ไปหางูเห่าเอง ไม่ใช่เรื่องกล้าธรรม แซะต้นเหตุมาจากสนิมเนื้อใน

วันจันทร์ ที่ 19 พฤษภาคม พ.ศ. 2568, 18.25 น.

‘ไผ่’ไล่’เท้ง’ไปหางูเห่าเอง ไม่ใช่เรื่องกล้าธรรม แซะต้นเหตุมาจากสนิมเนื้อใน  

เมื่อวันที่ 19 พ.ค.2568 ที่พรรคกล้าธรรม (กธ.) นายไผ่ ลิกค์ สส.กำแพงเพชร เลขาธิการพรรค กธ.กล่าวถึงกรณี นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ หัวหน้าพรรคประชาชน (ปชน.) ท้าให้เปิดรายชื่อ สส.พรรค ปชน.ที่จะย้ายมาพรรค กธ.ว่า ถ้าในบ้านท่านมีการนอกใจกันก็เป็นหน้าที่ของท่านในการหาเอง ไม่ใช่ส่งมาให้พวกตนหา และที่บอกให้เราเปิดนั้น เรามีไทม์ไลน์ของเรา แล้วยังไม่ได้บอกว่าเป็นใคร อย่าเพิ่งร้อนตัว

ส่วนที่นายณัฐพงษ์ระบุสุดท้ายไม่มีใครมาแล้วนั้น วันนี้ก็มี น.ส.กฤษฎิ์ ชีวะธรรมานนท์ สส.ชลบุรี พรรค ปชน. ซึ่งย้ำมาโดยตลอดว่าไม่มีการชักจูง แต่เกิดจากสนิมเนื้อใน ส่วนที่ตนยื่นให้ตรวจสอบจริยธรรมนายยอดชาย พึ่งพร สส.ชลบุรี พรรค ปชน.เรื่องเงิน 55 ล้านบาทนั้น ตนไม่ได้ร้อนตัว แต่อยากจะรู้จริงๆ ถ้ามีเอกสาร หลักฐาน ก็นำมาเปิดให้สาธารณชนรับทราบ หรือให้เร่งกระบวนการตรวจสอบเลยก็ได้จะได้รู้ว่าใครผิดใครถูก

เมื่อถามว่า มีการพูดว่า หากย้ายออกจากพรรค ปชน.แล้ว ครั้งหน้าจะไม่ได้เป็น สส.อีก เพราะคนในพื้นที่ไม่ยอมรับ นายไผ่  กล่าวว่า ต้องพิสูจน์ด้วยผลงาน ซึ่งพรรค ปชน.มีแคมเปญที่ดี หลัง น.ส.กฤษฎิ์ย้าย ก็ลงไปพื้นที่ทันที แต่เราเชื่อมั่นในการลงพื้นที่หลังจากนี้ ซึ่งวันนี้ยังไม่เกิดขึ้น เพราะพรรค ปชน.ยังไม่ได้ขับ น.ส.กฤษฎิ์ออก และยังไม่ได้เข้ามาในพรรค กธ.

นอกจากนี้ การเลือกตั้งที่ผ่านมา เราก็ได้ สส.ดาวฤกษ์เสมอ ฉะนั้น ไม่มีการดูดแน่นอน ใครรู้เห็นเรื่องนี้ก็นำหลักฐานมาเปิด