อบจ.สงขลาจ่อประชุม ถอดถอน‘สจ.กอล์ฟ’พ้นเก้าอี้ใน15วัน ไม่รอประชุมสมัยสามัญ

อบจ.สงขลาจ่อประชุม  ถอดถอน‘สจ.กอล์ฟ’พ้นเก้าอี้ใน15วัน  ไม่รอประชุมสมัยสามัญ

อบจ.สงขลาจ่อประชุม ถอดถอน‘สจ.กอล์ฟ’พ้นเก้าอี้ใน15วัน ไม่รอประชุมสมัยสามัญ

วันจันทร์ ที่ 19 พฤษภาคม พ.ศ. 2568, 06.00 น.

อบจ.สงขลาจ่อประชุม ถอดถอน‘สจ.กอล์ฟ’พ้นเก้าอี้ใน15วัน ไม่รอประชุมสมัยสามัญ ยันไม่มีการช่วยเหลือกัน ตร.ส่งสำนวนกองปราบ รับไม้ต่อเร่งสางคดีฉาว

สภาอบจ.สงขลา เตรียมชงที่ประชุมสภาฯ ถอดถอน “สจ.กอล์ฟ” ภายใน 15 วัน ส่วนความคืบหน้าทางคดี ผบก.ภ.จว.สงขลา ยันส่งสำนวนคดีให้ทางตำรวจกองบังคับการปราบปราม ดำเนินการต่อแล้ว

เมื่อวันที่ 18 พฤษภาคม ผู้สื่อข่าวรายงานว่าสภาองค์การบริหารส่วนจังหวัด (อบจ.) สงขลา เตรียมเปิดประชุมสภาสมัยวิสามัญพิจารณาตามข้อบัญญัติเพื่อพิจารณาถอดถอน นายสิรดนัย พลายด้วง สมาชิกสภา อบจ.สงขลา ตาม พ.ร.บ.องค์การบริหารส่วนจังหวัด พ.ศ.2540 ข้อบัญญัติในเรื่องของสภามาตรา 11 (7) นายสิรดนัย ซึ่งดำรงตำแหน่งสมาชิกสภา อบจ.สงขลา ภายหลังก่อเหตุสั่งการให้ลูกน้องรุมทำร้ายตำรวจตระเวนชายแดน (ตชด.)ขณะปฏิบัติหน้าที่รักษาความปลอดภัยประจำหน่วยเลือกตั้ง เหตุเกิดเมื่อ 11 พฤษภาคมที่ผ่านมา โดยขณะนี้อยู่ระหว่างการแจ้งให้สมาชิกทั้ง 36 คน ร่วมลงชื่อ 1 ใน 3 หรือ 12 คน เพื่อขอเปิดประชุมสภาสมัยวิสามัญ จากนั้นจะมีการประชุมร่วมกันภายใน 15 วัน

นายทวีศักดิ์ อรัญดร ประธานสภา อบจ.สงขลา กล่าวว่า เหตุที่เกิดขึ้นกระทบต่อภาพลักษณ์ของสภา อบจ.สงขลา เชื่อว่าสมาชิกจะร่วมกันลงชื่อให้ครบ 1 ใน 3 เพื่อขอเปิดประชุมสภาสมัยวิสามัญ เพราะหากรอการประชุมสภาสมัยสามัญสภาก็จะเปิดช่วงกลางเดือนกรกฎาคม ซึ่งอาจจะช้าไปสำหรับกรณีที่เกิดขึ้น ทั้งนี้เมื่อมีการลงชื่อครบแล้ว ก็จะร่วมกันกำหนดวันประชุม ทำหนังสือแจ้งให้สมาชิกทราบล่วงหน้าก่อนวันประชุม 3 วัน คาดว่าภายใน 15 วันจะดำเนินการได้ร่วมกัน เมื่อมีการประชุมแล้วก็อาจจะถกกันในประเด็นนี้ และอาจจะลงมติในวันเดียว หรือกำหนดวันลงมติขึ้นอยู่กับสภา ยืนยันว่าจะไม่มีการช่วยเหลือพวกพ้องอย่างที่สังคมกำลังพูดถึง เนื่องจากสมาชิกต้องรักษาเกียรติของสภา อบจ.เอาไว้

นายทวีศักดิ์ กล่าวต่อว่า ส่วนเรื่องการโอนย้ายคดีให้กองบังคับการปราบปรามดำเนินการนั้น ทางพล.ต.ต.เสกสันต์ ชูรังสฤษฏ์ ผบก.ภ.จว.สงขลา ระบุว่าได้นำส่งสำนวนคดีนี้ให้กับตำรวจกองบังคับการปราบปราม เพื่อดำเนินการขยายผลต่อเนื่องแล้วตั้งแต่วันที่ 17 พฤษภาคมที่ผ่านมา ส่วนตัว สจ.กอล์ฟ พร้อมพวกนั้น ยังคงถูกคุมขังอยู่ในเรือนจำจังหวัดสงขลา โดยจะส่งตัวผู้ต้องหาไปควบคุมที่ไหน หรือยังคงควบคุมที่เดิมนั้น เป็นเรื่องที่ทางพนักงานสอบสวนกองบังคับการปราบปรามจะพิจารณา

“กรณีที่ กกต.อาจจะมีการแจ้งความเพิ่มเติมในกรณีที่เกิดขึ้นนั้น ก็สามารถดำเนินการได้ แต่คดีหลังจากนี้ก็จะเป็นเรื่องของกองบังคับการปราบปราม จะดำเนินการต่อเนื่องจากตำรวจภูธร จ.สงขลาได้ส่งสำนวนคดีให้กองบังคับการปราบปรามดำเนินการแล้ว” ผบก.ภ.จว.สงขลากล่าว

สำหรับกรณีที่เกิดขึ้นนั้น รศ.บูฆอรี ยีหมะ นักวิชาการสาขาวิชารัฐศาสตร์ คณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏสงขลา เปิดเผยว่า อบจ.อาจจะใช้โอกาสนี้ในการพิจารณาในเรื่องจริยธรรมของนักการเมืองท้องถิ่น ซึ่งมีประมวลจริยธรรมควบคุมอยู่ แต่ตัวนักการเมืองเองไม่ได้เคยนำมาใช้ ประชาชนเองก็ไม่เคยทราบ ดังนั้นเรื่องดีที่เกิดขึ้นคือการจุดประกายในเรื่องนี้ แม้เหตุการณ์จะไม่ใช่เรื่องที่ดีที่ควรเป็นแบบอย่างแต่อย่างใด

‘ยิ่งลักษณ์’รอลุ้น22พฤษภาคมนี้ ศาลปค.นัดพิพากษา ชดใช้สินไหมโครงการจำนำข้าว

‘ยิ่งลักษณ์’รอลุ้น22พฤษภาคมนี้  ศาลปค.นัดพิพากษา  ชดใช้สินไหมโครงการจำนำข้าว

‘ยิ่งลักษณ์’รอลุ้น22พฤษภาคมนี้ ศาลปค.นัดพิพากษา ชดใช้สินไหมโครงการจำนำข้าว

วันจันทร์ ที่ 19 พฤษภาคม พ.ศ. 2568, 06.00 น.

ทนายความ’ยิ่งลักษณ์’เผย’รอลุ้น22พ.ค.นี้ ‘ศาล ปค.สูงสุด’นัดอ่านคำพิพากษาคดี’จำนำข้าว’

เมื่อวันที่ 18 พฤษภาคม 2568 นายนรวิชญ์ หล้าแหล่ง ทนายความ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า ได้รับหนังสือแจ้งจากสำนักงานศาลปกครอง ว่า ในวันที่ 22พ.ค.นี้ เวลา 13.30 น.ศาลปกครองสูงสุด นัดอ่านคำพิพากษาในคดี น.ส.ยิ่งลักษณ์ กับพวกรวม 2คน (ผู้ฟ้องคดี) กับนายกรัฐมนตรี กับพวกรวม 9 คน (ผู้ถูกฟ้องคดี) ในคดีที่กระทรวงการคลัง ได้มีคำสั่งให้ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชดใช้ค่าสินไหมทดแทนโดยไม่ชอบด้วยกฎหมายในโครงการรับจำนำข้าว วงเงินราว 3.5หมื่นล้านบาท หลังก่อนหน้านี้ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชนะคดีมาแล้วในชั้นศาลปกครองกลาง แต่ผู้ถูกร้อง (กระทรวงการคลัง) ได้ยื่นอุทธรณ์ต่อศาลปกครองสูงสุด ส่วนผลจะเป็นอย่างไร ขอไม่ให้ความเห็นตอนนี้ ขอให้รอดูผลคำตัดสินที่จะออกมา

เมื่อถามว่า จนถึงขณะนี้ กรมบังคับคดีมีการอายัดและยึดทรัพย์ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ไปจำนวนเท่าใด และหากชนะคดีแบบที่ศาลปกครองกลาง จะมีการฟ้องกลับหน่วยงานรัฐที่มีการอายัดและยึดทรัพย์ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ก่อนหน้านี้หรือไม่ นายนรวิชญ์ กล่าวว่า เท่าที่จำได้มีการยึดและอายัดทรัพย์ของอดีตนายกฯ ไปมากแล้ว พบว่ามีการนำทรัพย์สินบางส่วนไปขายด้วย แต่ตัวเลขที่มีการอายัดและยึดทรัพย์ไปก่อนหน้านี้จำไม่ได้ว่าเป็นจำนวนเงินเท่าใด แต่หากผลออกมา เช่น ถ้าชนะคดี ก็จะทำให้ทรัพย์สินที่มีการอายัดไว้ก็ต้องปลดล็อกการอายัด ส่วนเรื่องการฟ้องกลับหรือไม่นั้น ตอนนี้ทีมทนายความยังไม่ได้คิดตรงนั้น ต้องรอฟังผลคำตัดสินก่อน แต่ทราบว่าก่อนหน้านี้มีการอายัดทรัพย์ไปเกือบหมดแล้ว และมีการนำทรัพย์สินไปดำเนินการ อยู่ระหว่างการรอขายทอดตลาด

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ก่อนหน้านี้เมื่อสี่ปีที่แล้ว คือเมื่อวันที่ 2 เม.ย.2564 ในรัฐบาลสมัย พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา ศาลปกครองกลางมีคำพิพากษาเพิกถอนคำสั่งกระทรวงการคลังที่135/2559 ลงวันที่ 13 ต.ค. 2559 ที่ให้ นางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ชดใช้ค่าสินไหมทดแทน กรณีปล่อยให้มีการทุจริตในโครงการรับจำนำข้าว และเพิกเฉยไม่ระงับยับยั้งความเสียหายที่เกิดขึ้นแก่ราชการ เป็นเงิน 35,717,273,028 บาท ในคดีที่ ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี และนายอนุสรณ์ อมรฉัตร สามี ร่วมกันยื่นฟ้องนายกรัฐมนตรี รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลัง ปลัดกระทรวงการคลัง สำนักนายกรัฐมนตรี กระทรวงคลัง กรมบังคับคดี อธิบดีกรมบังคับคดี และเจ้าพนักงานบังคับคดี สำนักงานบังคับคดีแพ่ง กรุงเทพมหานคร กรณีที่ร่วมกันมีคำสั่งดังกล่าวโดยไม่ชอบด้วยกฎหมาย

โดยศาลปกครองกลางให้เหตุผลว่า เป็นคำสั่งที่ไม่ชอบด้วยกฎหมาย เพราะการทุจริตเกิดขึ้นในเจ้าหน้าที่ระดับปฏิบัติ ซึ่งมีเจ้าหน้าที่หลายคนเกี่ยวข้อง แต่การสอบสวนของคณะกรรมการสอบข้อเท็จจริงความรับผิดทางละเมิด กลับมิได้มีการดำเนินสอบสวนให้ได้ว่า เจ้าหน้าที่คนใดควรต้องรับผิดเป็นจำนวนเท่าใด จากการทุจริต อีกทั้ง น.ส.ยิ่งลักษณ์ ในฐานะนายกรัฐมนตรี รับรู้เกี่ยวข้องเฉพาะขั้นตอนการทำเอ็มโอยู เพื่อให้มีการซื้อขายข้าวแบบรัฐต่อรัฐ แต่ในส่วนการทำสัญญาระบายข้าวไม่ได้เกี่ยวข้อง อีกทั้งกระทรวงการคลัง ก็รับว่า ไม่มีหลักฐานแน่ชัดว่า น.ส.ยิ่งลักษณ์ เป็นผู้กระทำให้เกิดความเสียหายโดยตรง และขั้นตอนการตรวจสอบของคณะกรรมการสอบสวนความรับผิดทางละเมิดก็ไม่ถูกต้องตามที่กฎหมายกำหนด ต่อมา รัฐบาลในยุค พลเอกประยุทธ์ ให้กระทรวงการคลังยื่นอุทธรณ์คดีต่อศาลปกครองสูงสุด จนศาลปกครองสูงสุดนัดฟังคำตัดสินวันพฤหัสบดีนี้ 22 พ.ค. ซึ่งหากนส.ยิ่งลักษณ์ชนะคดี ก็จะทำให้คดีถึงที่สุด ทำให้นส.ยิ่งลักษณ์ และสามีไม่ต้องชดใช้เงินในโครงการรับจำนำข้าว ขณะที่เรื่องคดีอาญา นส.ยิ่งลักษณ์ อยู่ระหว่างการหลบหนีหมายจับของศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองที่ตัดสินว่านส.ยิ่งลักษณ์ มีความผิดฐานเป็นประธานคณะกรรมการนโยบายข้าวแห่งชาติ แต่ปล่อยปละละเลยให้มีการทุจริตในโครงการรับจำนำข้าวและเพิกเฉยไม่ระงับยับยั้ง จึงตัดสินจำคุกเป็นเวลาห้าปี ซึ่งหากคำตัดสินของศาลปกครองสูงสุด ออกมาว่านส.ยิ่งลักษณ์ชนะคดี ก็อาจทำให้เกิดกระแสวิพากษ์วิจารณ์ตามมาถึงผลคำตัดสินที่แตกต่างกันระหว่างศาลฎีกาฯ กับศาลปกครองต่อไป แม้จะเป็นคนละศาลกันก็ตาม

ล่าชื่อส่งศาลรธน.สั่งหยุดทำหน้าที่ 200สว.ผวาหนัก! สว.พันธุ์ใหม่เดินเกมรุกเต็มที่

ล่าชื่อส่งศาลรธน.สั่งหยุดทำหน้าที่  200สว.ผวาหนัก!  สว.พันธุ์ใหม่เดินเกมรุกเต็มที่

ล่าชื่อส่งศาลรธน.สั่งหยุดทำหน้าที่ 200สว.ผวาหนัก! สว.พันธุ์ใหม่เดินเกมรุกเต็มที่

วันจันทร์ ที่ 19 พฤษภาคม พ.ศ. 2568, 06.00 น.

ล่าชื่อส่งศาลรธน.สั่งหยุดทำหน้าที่ 200สว.ผวาหนัก! สว.พันธุ์ใหม่เดินเกมรุกเต็มที่ เตรียมรวบรวมรายชื่อ19พ.ค. หลังถูกDSI-กกต.สอบเพียบ

“นันทนา” สว.พันธุ์ใหม่ ล่าชื่อยื่นศาลรธน.ขอ 200 สว.หยุดแต่งตั้งองค์กรอิสระอ้างถูก “กกต.-ดีเอสไอ” สอบคดีฮั้วเพียบ หวั่นถูกร้องเรียนเป็นโมฆะในภายหลัง “วิสุทธิ์” ยัน “พรรคกล้าธรรม” ไม่ใช่สาขา“เพื่อไทย”

เมื่อวันที่ 18พ.ค.2568 น.ส.นันทนา นันทวโรภาส สมาชิกวุฒิสภา (สว.) กลุ่มพันธุ์ใหม่ กล่าวถึงการเข้าชื่อสว.เพื่อยื่นคำร้องต่อศาลรัฐธรรมนูญให้วินิจฉัยต่อประเด็นที่มีสว.กลุ่มหนึ่งถูกตรวจสอบกรณีฮั้วเลือก สว. ว่า ขณะนี้อยู่ระหว่างการยกร่างคำร้องที่จะยื่นต่อนายมงคลสุระสัจจะ ประธานวุฒิสภา ไปยังศาลรัฐธรรมนูญ เบื้องต้นคาดว่าภายในวันที่ 19พค.จะดำเนินการแล้วเสร็จและส่งให้สว.อิสระทั้งหลาย พิจารณาร่วมลงชื่อ1ใน10หรือ 20คน สำหรับสาระสำคัญของคำร้อง คือ จะขอให้สว.ทั้ง 200คน หยุดปฏิบัติหน้าที่ในส่วนที่เกี่ยวข้องกับการเห็นชอบผู้ดำรงตำแหน่งองค์กรอิสระทั้งกระบวนการ เช่น การตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญเพื่อตรวจสอบประวัติ ความประพฤติและพฤติกรรมทางจริยธรรม การลงมติ เป็นต้น โดยมีเหตุผลคือ การหยุดปฏิบัติหน้าที่เฉพาะส่วนดังกล่าวของสว.ทุกคนเพื่อให้เกิดความเสมอภาค และไม่ลักลั่น

ให้ทุกคนหยุดปฎิบัติหน้าที่

“เหตุผลที่ขอให้หยุดปฏิบัติหน้าที่ เพราะ สว.จำนวนมาก ที่ถูกตรวจสอบจากกรมสอบสวนคดีพิเศษ คณะกรรมการการเลือกตั้ง และเชื่อว่าจะมีสว.เกินกึ่งหนึ่งที่น่าจะถูกยื่นข้อกล่าวหา และกระบวนการนี้ดำเนินการอยู่ แปลว่าที่มาของสว. ไม่ชัดเจนว่ามาโดยถูกต้องชอบธรรม สุจริตหรือไม่ ดังนั้นหากที่มาไม่ชัดเจน และเข้าไปทำหน้าที่เห็นชอบกรรมการรองค์กรอิสระนั้นจะเป็นการขัดกันแห่งผลประโยชน์ทันที เพราะเมื่อสว. ได้เห็นชอบองค์กรอิสระ ที่มีหน้าที่ตรวจสอบที่มาของสว. จึงมีลักษณะต่างตอบแทนกัน ไม่ใช่การตรวจสอบที่สุจริตโปร่งใสยุติธรรม” น.ส.นันทนา กล่าว

นอกจากนั้นแล้วหากกระบวนการเห็นชอบองค์กรอิสระเดินหน้า อาจจะมีผลกระทบต่อการทำหน้าที่ขององค์กรอิสระที่อาจถูกร้องว่าเป็นโมฆะได้ หาก สว. ฐานะผู้ที่เห็นชอบกรรมการองค์กรอิสระนั้นถูกชี้ว่าเป็นผู้ที่ขาดคุณสมบัติ ดังนั้นเมื่อมีความไม่ชัดเจน อยากให้ สว. หยุดปฏิบัติเฉพาะส่วน ไม่ควรไปต่อ และขอให้หยุดจนกว่ากระบวนการตรวจสอบสิ้นสงสัย เมื่อกระบวนการตรวจสอบ สว.แล้วเสร็จ การกลับเข้าสู่การเลือกกรรมการองค์กรอิสระใหม่ ตนมองว่าไม่สายเกินไป และดีกว่าการดันทุรังให้เกิดการเห็นชอบ

เชื่อวินิจฉัยได้เร็ว

น.ส.นันทนา กล่าวด้วยว่ากระบวนการเข้าชื่อและยื่นคำร้องดังกล่าวจะทำให้เร็วที่สุด เพื่อให้ศาลรัฐธรรมนูญได้พิจารณาก่อนที่วุฒิสภาจะนัดประชุมในช่วงการประชุมสภาฯ สมัยวิสามัญ ในวันที่ 29 พ.ค. นี้ เบื้องต้นเชื่อว่าจะมีสว.ร่วมสนับสนุนเกินจำนวนที่กำหนด

เมื่อถามว่าในคำร้องดังกล่าวมีประเด็นให้วินิจฉัยการขาดสมาชิกภาพเพราะฝันใฝ่พรรคการเมืองด้วยหรือไม่น.ส.นันทนา กล่าวว่า ยังไม่ได้ข้อสรุปเป็นมติชัดเจน

เมื่อถามว่านอกจากการหยุดปฏิบัติหน้าที่เฉพาะส่วนจะมีในเรื่องการพิจารณาร่างพ.ร.บ.ด้วยหรือไม่ น.ส.นันทนากล่าวว่า ในการพิจารณาร่างพ.ร.บ.สำคัญ เช่น ร่างพ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ ได้พิจารณาแล้วเห็นว่าตามกฎหมายงบประมาณ สว.ไม่มีอำนาจมาก เพราะไม่สามารถ รัด เพิ่ม หรือแก้ไขได้ มีเพียงอย่างเดียวคือการลงมติ ดังนั้นบทบาทสว. ในกระบวนการพิจารณางบประมาณ ไม่มากนัก อีกทั้งเรื่องงบปะมาณเป็นเรื่องสำคัญชะลอไม่ได้

ต้องใช้เวลาเป็นเครื่องพิสูจน์

นายพร้อมพงศ์ นพฤทธิ์ อดีตโฆษกพรรคเพื่อไทย กล่าวว่า ประเด็นการฮั้วสว. สังคม ประชาชนกำลังจับตามอง ไม่เพียงเฉพาะการทำหน้าที่ของกกต.ดีเอสไอ จะออกมาในรูปแบบใด ในทางการเมือง มีความกังวลประเด็นนี้จะนำไปสู่จุดแตกหักระหว่างพรรคเพื่อไทย กับ พรรคภูมิใจไทย ส่งผลต่อการปรับครม.ในตำแหน่งสำคัญๆหรือไม่ จะมีการงัดเกมการเมือง โดยเฉพาะการโหวตร่างพ.ร.บ.งบประมาณพ.ศ.2569 มาต่อรองกันหรือไม่ เป็นมุมมองของแต่ละคน เมื่อดูวาระของรัฐบาลที่ยังเหลือประมาณ 2 ปี กับปัญหาของประชาชนที่กำลังเผชิญ รอการแก้ไขอย่างเร่งด่วน ปัญหาเศรษฐกิจปากท้อง ปัญหาราคาพืชผลเกษตรตกต่ำ การเตรียมรับมือภัยธรรมชาติ การเตรียมรับมือเรื่องภาษีสหรัฐ กับไทย ล้วนเป็นเรื่องใหญ่ที่ต้องร่วมมือกันแก้ปัญหา

ทั้งนี้ ประเด็นเรื่องสว.จะมีการฮั้วกันหรือไม่ เป็นเรื่องของบุคคลที่ถูกกล่าวหา ต้องไปพิสูจน์ตัวเองกับองค์กรอิสระ หน่วยงานที่ตรวจสอบ หากไม่ผิด ออกมาทำหน้าที่ของตัวเองต่อไป หากเป็นไปในทางตรงกันข้าม ก็ต้องน้อมรับผลที่ออกมา ส่วนหน่วยงานที่ทำหน้าที่ตรวจสอบ ต้องทำงานอย่างตรงไปตรงมา ไม่ปล่อยให้การเมืองแทรกแซง เรียกศรัทธาความเชื่อมั่นจากประชาชน ไม่เชื่อว่า ประเด็นคดีสว.จะนำไปสู่การที่บางพรรคจะไม่โหวตผ่านร่างพ.ร.บ.งบประมาณพ.ศ.2569 วาระที่1 ที่กำลังจะมีการพิจารณาช่วงปลายเดือนพ.ค.คงไม่มีใครจะเอาเรื่องนี้มาเป็นเกมต่อรองการเมือง หากทำเช่นนั้นเท่ากับฆ่าตัวตายทางการเมือง ไม่เกิดผลดี

อยากลากความขัดแย้งมาต่อรอง

นายพร้อมพงศ์ กล่าวว่า หากลากเอาความขัดแย้งแล้วเอาประโยชน์ประชาชนมาต่อรอง หากฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง จ้องเล่นเกมการเมืองเกินไป ประชาชนจะจดจำ แล้วรอไปลงโทษวันข้างหน้าผ่านการเลือกตั้ง ในเวลาที่เหลืออยู่ ทุกพรรคร่วมรัฐบาล คงไม่อยากให้เกิดอุบัติเหตุทางการเมืองกลางคัน อยากอยู่ให้ครบเทอมของรัฐบาล ดังนั้นในสิ่งที่ต้องทำอย่างเร่งด่วน แต่ละพรรคควรหันไปทำหน้าที่ของตัวเองอย่างดีที่สุด เอาปัญหาประชาชนที่รอการแก้ไขมาเป็นตัวตั้ง ทำให้ประชาชนจดจำในผลงานน่าจะดีกว่า การมุ่งทำลายล้างทางการเมือง ซึ่งคงไม่เป็นผลดีต่อใครเลย

พท.ชูศักยภาพเทวดาแม้ว

นายวรชัย เหมะ อดีตสส.สมุทรปราการ พรรคเพื่อไทย กล่าวถึงกรณีปรากฎภาพนายสารัชถ์ รัตนาวะดี ประธานกรรมการบริหารของบริษัทกัลฟ์ ดีเวลลอปเมนท์ จำกัด ทักทายกับนายโดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกา ในช่วงที่ประเทศไทยกำลังพยายามเจรจากับสหรัฐฯ เพื่อพูดคุยเรื่องกำแพงภาษี ว่า ตนเห็นแล้วน่าเสียดาย เพราะภาพที่ควรจะเป็น คือน่าจะมีนายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ร่วมทักทายและพูดคุยกับทรัมป์ด้วย ซึ่งจะเป็นผลดีกับประเทศไทย เพราะนายทักษิณมีความสัมพันธ์ส่วนตัวที่ดีกับทรัมป์มาก่อน ซึ่งเป็นเครื่องยืนยันว่าสิ่งที่นายทักษิณขอไปเจอทรัมป์เป็นเรื่องจริงไม่ได้คิดหนีออกนอกประเทศ

นายวรชัย กล่าวต่อว่า นายทักษิณถือเป็นประชาชนคนไทยที่มีศักยภาพ มีความสามารถ มีความรู้ มีคอนเน็กชั่นกับต่างประเทศ และเต็มใจช่วยประเทศ แต่เสียดายที่เราไม่ได้ใช้ศักยภาพเหล่านั้นของนายทักษิณ ประเทศไทยติดกับดักเรื่องเดิมๆ เก่าๆ ไม่ยอมก้าวข้ามความขัดแย้งในอดีต ฉะนั้น วันนี้ขอให้ทุกฝ่ายมองข้ามความขัดแย้งในอดีตเพื่อก้าวข้ามวิกฤตของชาติ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องภาษีสหรัฐ เรื่องสงครามการค้า เรื่องหนี้ประเทศทั้งหนี้ครัวเรือน หนี้สาธารณะ ขอให้ทุกคนจับมือสามัคคีใช้ทรัพยากรทุกอย่างที่ประเทศมีทั้งศักยภาพบุคคล และศักยภาพด้านทรัพยากร เพื่อแก้วิกฤตของประเทศให้ผ่านไปได้ด้วยดี

กล้าธรรมไม่ใช่สาขาพท.

นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย ประธาน สส. พรรคเพื่อไทย ในฐานะประธานคณะกรรมการประสานงานพรรคร่วมรัฐบาล (วิปรัฐบาล) ให้สัมภาษณ์กรณีหลายฝ่ายมองว่าพรรคกล้าธรรมเป็นสาขาของพรรคเพื่อไทยมองอย่างไร ว่า  พรรคกล้าธรรมเป็นพรรคร่วมรัฐบาล ไม่ใช่สาขาพรรคเพื่อไทย ไม่จริง พรรคกล้าธรรมคือพรรคกล้าธรรม พรรคเพื่อไทยคือพรรคเพื่อไทย เป็นพรรคร่วมรัฐบาล เป็นพันธมิตรกับเรา ไม่ใช่เป็นตัวแทนหรือเป็นสาขาอันใดอันหนึ่ง 

เมื่อถามว่า การดูด สส.มาร่วมงานกระทบเสถียรภาพรัฐบาลเรื่องแบ่งโควตารัฐมนตรีให้พรรคกล้าธรรมเพิ่มหรือไม่ นายวิสุทธิ์ กล่าวว่า เราไม่ไปวิจารณ์พรรคอื่น การที่เขาไปทำอะไร เพราะเขาไม่ใช่สาขาพรรคเรา เขาจะทำอะไรเป็นสิทธิ์ของพรรคอื่น เราไม่วิพากษ์วิจารณ์ในพรรคร่วมรัฐบาลหรือพรรคใดๆทั้งสิ้น เป็นมารยาทของการเป็นนักการเมือง เขาจะไปทำอะไรก็เป็นสิทธิ์ของพรรคกล้าธรรมที่จะไปทำ ส่วนจะมาต่อรองอะไรหรือไม่ เป็นอำนาจของนายกรัฐมนตรีในการปรับ ครม.นายกฯเป็นคนตัดสินใจ นายกฯเป็นคนรุ่นใหม่ และเราเชื่อว่า นายกฯจะตัดสินใจในเรื่องที่ถูกต้อง คงไม่มีใครสามารถไปกดดันได้ว่า มี สส.มาเพิ่มหรืออย่างไร ในพรรคเพื่อไทยไม่เคยมีการพูดคุยประเด็นอย่างนี้เด็ดขาด 

ไม่รู้‘พิชัย’ขอทบทวน1หมื่นเฟส3

นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย (พท.) ในฐานะประธานคณะกรรมการประสานงานพรรคร่วมรัฐบาล (วิปรัฐบาล) ให้สัมภาษณ์กรณีนายพิชัย ชุณหวชิร รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ระบุว่า จะขอทบทวนโครงการกระตุ้นเศรษฐกิจ มองว่าจะกระทบกับพรรค พท.และรัฐบาลหรือไม่ เพราะเป็นนโยบายที่เคยหาเสียงกับประชาชนไว้ว่า

เดินหน้าพิจารณาพรบ.งบ

เป็นนโยบายที่เราได้หาเสียงกับประชาชนและยืนยันมาตลอด แต่เรื่องที่นายพิชัยไปพูดเช่นนั้น ในพรรคพท.ยังไม่มีใครทราบว่าพูดเรื่องอะไรและทำอย่างไร ยังไม่ได้มีการประชุมหารือภายในพรรค อาจจะเป็นความคิดของนายพิชัยหรืออย่างไร

อย่างไรก็ตาม ช่วงนี้เป็นช่วงปิดสมัยประชุมสภาฯ และสส.จะเข้าสภาฯ กันในวันที่ 28 พฤษภาคมเพื่อพิจารณาร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2569 คงจะทราบหลายเรื่องว่าใครคิดอย่างไร ซึ่งตนได้ยินหลายกระแสว่ามีหลายคนอยากให้ทบทวน เราก็ฟังอยู่

เมื่อถามว่า หากมีการยกเลิกโครงการดิจิทัลวอลเล็ตเฟส 3 จริง มองว่าประชาชนจะเข้าใจหรือไม่ นายวิสุทธิ์ กล่าวว่า เราต้องฟังว่าเป็นข้อเท็จจริงหรือไม่ รัฐมนตรีพูดจริงหรือไม่ แต่ถ้าได้ฟังในเรื่องที่คนวิพากษ์วิจารณ์ไว้ก่อน เราก็ยังไม่ว่าอะไรขอให้ได้ฟัง ถ้าเป็นข้อเท็จจริงเราค่อยมาวิพากษ์วิจารณ์อีกครั้ง

เมื่อถามว่า ก่อนเปิดสมัยประชุมสภาฯ สมัยวิสามัญในวันที่ 28 พฤษภาคม พรรค พท.จะมีการประชุม สส.ก่อนหรือไม่ นายวิสุทธิ์ กล่าวว่า เป็นเรื่องปกติอยู่แล้วที่ต้องมีการประชุมพรรคทุกครั้ง โดยวันที่26 พฤษภาคมเราจะมีการประชุมวิปรัฐบาล และวันที่ 27 พฤษภาคมน่าจะมีการประชุม สส.พรรค พท.ขณะที่วันที่ 21พฤษภาคม จะประชุมร่วมกับวิปฝ่ายค้าน เพื่อหารือเรื่องแบ่งเวลาพิจารณาร่างพรบ.งบ

“กฤษฎิ์”ยืนยันยังเป็นสส.

น.ส.กฤษฎิ์ ชีวะธรรมานนท์ สส.ชลบุรี พรรคประชาชน ออกแถลงการณ์ผ่านเฟซบุ๊ก ระบุว่า 1. สส.ยังคงดำรงตำแหน่งตามหน้าที่ปกติ รับเรื่องร้องเรียนและปฏิบัติหน้าที่เหมือนเดิม 2. เมื่อพรรคยังไม่ขับออกสถานะก็ยังเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรพรรคประชาชนจนกว่าพรรคจะขับออก 3. การลาออกมีข้อกฎหมายว่าต้องสังกัดพรรคใหม่ 60 วัน แต่ต้องจัดการเลือกตั้งซ่อมภายใน 45 วัน ซึ่งทำให้กฤษฎิ์ขาดคุณสมบัติ และสิ้นเปลืองงบประมาณ 

ส่วนความเคลื่อนไหวพรรคประชาชน เมื่อวันที่ 18พ.ค.นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ หัวหน้าพรรคประชาชน ลงพื้นที่ จ.ชลบุรีตลอดทั้งวัน โดยนำทีม สส.ชลบุรี พูดคุยกับกลุ่มเครือข่ายประมงลงพื้นที่ศึกษาปัญหาท่าเรือแหลม พบปะประชาชนบริเวณตลาดเทศบาลเมืองศรีราชาถึงเกาะลอย และนายณัฐพงษ์ จะนำทีมพบปะรับฟังความคิดเห็นจากสมาชิก และผู้สนับสนุนพรรค ที่วัดไร่กล้วย (ศรีราชา) อ.ศรีราชา จ.ชลบุรี

‘อนุดิษฐ์-การุณ’เขียนใบสมัครเข้ากธ.

ผู้สื่อข่าวรายงานจากพรรคกล้าธรรม (กธ.)ว่า ภายหลังมีความชัดเจนว่า 2สมาชิกพรรคไทยสร้างไทย(ทสท.) และอดีตสส.กทม.พรรคเพื่อไทย (พท.)คือ น.อ.อนุดิษฐ์ นาครทรรพ อดีตเลขาธิการพรรคพท.และอดีตรมว. เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารและนายการุณ โหสกุล เข้าร่วมงานกับพรรคกธ.โดยได้มีการพูดคุย กับร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า สส.พะเยา ในฐานะประธานที่ปรึกษาพรรค กธ. และนางนฤมล ภิญโญสินวัฒน์ รมว.เกษตรและสหกรณ์ ในฐานะหัวหน้าพรรค กธ.แล้วนั้น ล่าสุด เวลา 15.00 น.วันที่ 19 พ.ค.ทั้ง 2คน ได้เดินทางไปเขียนใบสมัครเป็นสมาชิกพรรคเรียบร้อยแล้ว ที่ทำการ พรรค กธ.โดยทางพรรคกธ.เตรียมมอบหมายให้น.อ.อนุดิษฐ์ ทำหน้าที่เป็นประธานยุทธศาสตร์พรรค กธ.ตามที่นางนฤมล ภิญโญสินวัฒน์ รมว.เกษตรฯ ในฐานะหัวหน้าพรรค ได้เคยให้สัมภาษณ์ไว้ว่าจะให้ น.อ.อนุดิษฐ์ มาช่วยดูงานทางด้านยุทธศาสตร์ของพรรค

‘ประเสริฐ’ลงพื้นที่กาฬสินธุ์ กำชับทุกหน่วยงานเตรียมรับมือ‘ฝนทิ้งช่วง’

‘ประเสริฐ’ลงพื้นที่กาฬสินธุ์ กำชับทุกหน่วยงานเตรียมรับมือ‘ฝนทิ้งช่วง’

‘ประเสริฐ’ลงพื้นที่กาฬสินธุ์ กำชับทุกหน่วยงานเตรียมรับมือ‘ฝนทิ้งช่วง’

วันอาทิตย์ ที่ 18 พฤษภาคม พ.ศ. 2568, 22.01 น.

“ประเสริฐ”ลงพื้นที่กาฬสินธุ์ กำชับทุกหน่วยงานเตรียมรับมือ”ฝนทิ้งช่วง” เร่งปรับปรุงแหล่งกักเก็บน้ำ-ควบคุมการระบายน้ำอ่างเก็บน้ำลำปาว รับมือภัยแล้ง

เมื่อวันที่ 18 พฤษภาคม 2568 นายประเสริฐ จันทรรวงทอง รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) ในฐานะประธานกรรมการทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (กนช.) ลงพื้นที่กำกับและติดตามการปฏิบัติราชการในพื้นที่เขตตรวจราชการที่ 12 จังหวัดกาฬสินธุ์ โดยในช่วงเช้าลงพื้นที่หนองหมาจอก เทศบาลตำบลยางตลาด เพื่อการบริหารจัดการน้ำและยกระดับเป็นสถานที่ท่องเที่ยวของอำเภอ ตรวจเยี่ยมโครงการขุดลอกหนองคำยิ่งหมี บ้านคำยิ่งหมี หมู่ที่ 4 ตำบลนามน อำเภอนามน จากนั้น เป็นประธานประชุมติดตามสถานการณ์น้ำและปัญหาด้านน้ำ โดยมี นายผดุงศักดิ์ อิ่มเอิบ รองผู้ว่าราชการจังหวัดกาฬสินธุ์ นางพัชรวีร์ สุวรรณิก รองเลขาธิการสำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (สทนช.) และหัวหน้าส่วนราชการต่างๆ เข้าร่วมประชุม ณ ที่ว่าการอำเภอห้วยผึ้ง จากนั้นในช่วงบ่ายนายประเสริฐ ได้นำคณะลงพื้นที่อำเภอกุฉินารายณ์ เพื่อติดตามความก้าวหน้าโครงการพัฒนาแหล่งน้ำต่างๆ ได้แก่ โครงการฝายห้วยนาครูแก้ว (ตอนล่าง) บ้านแจนแลน ตำบลแจนแลน และโครงการฝายห้วยหลักทอด (ตอนล่าง) บ้านกกตาล ตำบลบัวขาว

นายประเสริฐ กล่าวว่า รัฐบาลมีความเป็นห่วงต่อสถานการณ์น้ำในพื้นที่จังหวัดกาฬสินธุ์ เนื่องจากขณะนี้เริ่มเข้าสู่ฤดูฝนแล้ว แต่ยังคงต้องเฝ้าระวังสภาวะฝนทิ้งช่วง การลงพื้นที่ครั้งนี้ เพื่อกำชับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องบูรณาการการดำเนินงานตามมาตรการรับมือฤดูฝน ปี 2568 อย่างใกล้ชิด โดยมอบหมายให้ สทนช. ประสานร่วมกับกรมชลประทานติดตามสถานการณ์น้ำและการระบายน้ำของอ่างเก็บน้ำลำปาวให้เป็นไปตามแผน เพื่อช่วยลดผลกระทบจากอุทกภัยและบริหารน้ำต้นทุนให้เพียงพอไว้ใช้ฤดูแล้งถัดไป รวมทั้งให้จังหวัดกาฬสินธุ์และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งรัดดำเนินการโครงการที่ได้รับการจัดสรรงบประมาณให้แล้วเสร็จโดยเร็ว เพื่อให้การรับมืออุทกภัยและฝนทิ้งช่วงมีประสิทธิภาพมากขึ้น สำหรับโครงการที่จำเป็นเร่งด่วนแต่ยังไม่ได้รับงบประมาณ ขอให้เร่งดำเนินการเตรียมความพร้อมเพื่อขอรับการสนับสนุนงบประมาณจากรัฐบาลต่อไป

นายประเสริฐ เปิดเผยว่า ได้สั่งการให้จังหวัด กรมชลประทาน กรมทรัพยากรน้ำ กรมทรัพยากรน้ำบาดาล และองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น เร่งซ่อมแซมหรือปรับปรุงแหล่งน้ำ บ่อบาดาล รวมถึงระบบประปาหมู่บ้านที่อยู่ในความรับผิดชอบให้พร้อมใช้งานได้อย่างมีประสิทธิภาพ และให้จังหวัดสร้างการรับรู้และประชาสัมพันธ์สถานการณ์น้ำให้กับประชาชนได้รับทราบอย่างต่อเนื่องด้วย

ด้าน นางพัชรวีร์ สุวรรณิก รองเลขาธิการ สทนช. กล่าวว่า รัฐบาลให้ความสำคัญเรื่องการบริหารจัดการน้ำในทุกมิติ โดยเฉพาะการสร้างความมั่นคงด้านน้ำเพื่อการอุปโภคบริโภค เพื่อให้ประชาชนทุกครัวเรือนมีน้ำสะอาดไว้ใช้อย่างเพียงพอ ซึ่งเป็นไปตามแผนแม่บทการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำ 20 ปี และยังได้เสนอโครงการเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำเพื่อรองรับสถานการณ์ภัยแล้งและฝนทิ้งช่วง ปี 2568 สำหรับโครงการในพื้นที่จังหวัดกาฬสินธุ์ คณะรัฐมนตรีอนุมัติแล้ว 138 โครงการ วงเงิน 147 ล้านบาท เมื่อดำเนินการแล้วเสร็จ สามารถเพิ่มความจุกักเก็บน้ำ 4.31 ล้านลูกบาศก์เมตร (ลบ.ม.) พื้นที่รับประโยชน์ 770 ไร่ ประชาชนได้รับประโยชน์ 1,586 ครัวเรือน

นอกจากนี้ สทนช.ได้กลั่นกรองแผนปฏิบัติการด้านทรัพยากรน้ำ ที่หน่วยงานเสนอขอรับการสนับสนุนงบประมาณ ประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2569 จำนวน 106 รายการ วงเงิน 718 ล้านบาท เมื่อดำเนินการแล้วเสร็จ สามารถเพิ่มปริมาณน้ำเก็บกัก 2.60 ล้าน ลบ.ม. พื้นที่รับประโยชน์ 7,300 ไร่ พื้นที่ได้รับการป้องกัน 7,221 ไร่ ประชาชนได้รับประโยชน์ 15,529 ครัวเรือน เช่น การปรับปรุงฝายลำพะยังอันเนื่องมาจากพระราชดำริ, โครงการปรับปรุงและเพิ่มกำลังการผลิตระบบผลิตน้ำประปาพร้อมระบบกรองแบบอัตโนมัติ WATER TECH บ้านถ้ำปลา หมู่ที่ 11 ตำบลสหัสขันธ์ อำเภอสหัสขันธ์ , โครงการก่อสร้างและเพิ่มประสิทธิภาพระบบบำบัดน้ำเสีย เทศบาลเมืองกาฬสินธุ์ ตำบลกาฬสินธุ์ อำเภอเมืองกาฬสินธุ์ เป็นต้น

– 006

‘อนุดิษฐ์-การุณ’มาแล้ว! เขียนใบสมัครเข้า’กล้าธรรม’พรุ่งนี้

'อนุดิษฐ์-การุณ'มาแล้ว! เขียนใบสมัครเข้า'กล้าธรรม'พรุ่งนี้

‘อนุดิษฐ์-การุณ’มาแล้ว! เขียนใบสมัครเข้า’กล้าธรรม’พรุ่งนี้

วันอาทิตย์ ที่ 18 พฤษภาคม พ.ศ. 2568, 21.40 น.

“อนุดิษฐ์-การุณ”มาแล้ว! เขียนใบสมัครเข้า”กล้าธรรม”พรุ่งนี้ เผยพรรคมอบหมาย”อนุดิษฐ์”นั่ง ปธ.ยุทธศาสตร์ กธ.

เมื่อวันที่ 18 พฤษภาคม 2568 ผู้สื่อข่าวรายงานจากพรรคกล้าธรรม (กธ.) ว่า ภายหลังมีความชัดเจนว่า 2 สมาชิกพรรคไทยสร้างไทย (ทสท.) และอดีต สส.กทม.พรรคเพื่อไทย (พท.) คือ น.อ.อนุดิษฐ์ นาครทรรพ อดีตเลขาธิการพรรค พท.และอดีต รมว.เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร และนายการุณ โหสกุล เข้าร่วมงานกับพรรค กธ.โดยได้มีการพูดคุย กับ ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า สส.พะเยา ในฐานะประธานที่ปรึกษาพรรค กธ.และนางนฤมล ภิญโญสินวัฒน์ รมว.เกษตรและสหกรณ์ ในฐานะหัวหน้าพรรค กธ.แล้วนั้น

ล่าสุด ในวันพรุ่งนี้ (19 พ.ค.) เวลา 15.00 น.ทั้ง 2 คน จะเดินทางไปเขียนใบสมัครเป็นสมาชิกพรรค ที่ทำการพรรค กธ.โดยทางพรรค กธ.เตรียมมอบหมายให้ น.อ.อนุดิษฐ์ ทำหน้าที่เป็นประธานยุทธศาสตร์พรรค กธ.ตามที่ นางนฤมล ภิญโญสินวัฒน์ รมว.เกษตรฯ ในฐานะหัวหน้าพรรค ได้เคยให้สัมภาษณ์ไว้ว่าจะให้ น.อ.อนุดิษฐ์ มาช่วยดูงานทางด้านยุทธศาสตร์ของพรรค

‘เท้ง’ลุยศรีราชา ดัน’สส.สหัสวัต คุ้มคง’ดูแลพื้นที่แทน’งูเห่า’

'เท้ง'ลุยศรีราชา ดัน'สส.สหัสวัต คุ้มคง'ดูแลพื้นที่แทน'งูเห่า'

‘เท้ง’ลุยศรีราชา ดัน’สส.สหัสวัต คุ้มคง’ดูแลพื้นที่แทน’งูเห่า’

วันอาทิตย์ ที่ 18 พฤษภาคม พ.ศ. 2568, 21.14 น.

“เท้ง”ลงพื้นที่ศรีราชา รับฟังปัญหาของประชาชน ดัน”สหัสวัต คุ้มคง”ดูแลพื้นที่แทน”สส.งูเห่า” ยืนยันสมัยหน้าไม่มี”งูเห่า”

เมื่อวันที่ 18 พฤษภาคม 2568 ที่บริเวณศูนย์พัฒนาเด็กวัดไร่กล้วย ต.สุรศักดิ์ อ.ศรีราชา จ.ชลบุรี นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ หรือ เท้ง หัวหน้าพรรคประชาชน (ปชน.) พร้อมด้วยทีมงาน รวมถึงเหล่าผู้สมัครนายกเทศมนตรี และสมาชิกสภาเทศบาลนครเจ้าพระยาสุรศักดิ์ พรรคประชาชน มีการจัดพื้นที่พูดคุยกับประชาชนที่เดินทางมาให้การต้อนรับเป็นจำนวนมาก โดยในช่วงแรกผู้เข้าร่วมงานได้ร่วมกันร้องเพลงแฮปปี้เบิร์ดเดย์ เนื่องในวันคล้ายวันเกิดของนายณัฐพงษ์

โดยภายในกิจกรรมได้มีการตั้งกระดานบอร์ด ให้ประชาชนในพื้นที่สามารถแสดงความคิดต่างๆ อาทิเช่น สส.งูเห่า ต้องลาออก , เอาคะแนนเสียงคืนมา รวมถึงปัญหาในพื้นที่ อาทิ ถนน ท่อระบายน้ำ และปัญหาจราจรติดขัด ปัญหาลานตู้ ระบบขนส่ง รวมถึงปัญหาการเวนคืนพื้นที่ท่าเรือแหลมฉบัง

ทั้งนี้ นายณัฐพงษ์ ได้ขึ้นพูดคุยกับประชาชน พร้อมด้วย นายสหัสวัต คุ้มคง หรือ หนุ่ม สส.พรรคประชาชน จ.ชลบุรี เขต 7 ที่ได้รับการไว้วางใจจากพรรคประชาชนให้ดูพื้นที่เขต 6 ศรีราชา แทน น.ส.กฤษฎิ์ ชีวะธรรมานนท์ โดย นายณัฐพงษ์ กล่าวว่า ในวันนี้ได้ลงพื้นที่ศรีราชาเพื่อมารับฟังปัญหาของประชาชน รวมทั้งกลุ่มประมง ที่อาศัยอยู่ในพื้นที่ท่าเรือแหลมฉบัง ที่ประสบปัญหาการเวนคืนพื้นที่ตั้งแต่ปี 2521 เป็นเวลากว่า 40 ปีมาแล้ว รวมทั้งฟังปัญหาด้านต่างๆ เพื่อนำไปแก้ไขต่อไป

ทั้งนี้ เรื่อง สส.งูเห่า นั้น ตอนนี้เตรียมทำเรื่องส่งไปยัง กกต.เรื่องตีความหนังสือที่ น.ส.กฤษฎิ์ ส่งมานั้นเป็นหนังสือลาออกใช่หรือไม่ ซึ่งกรอบระยะเวลาที่จะส่งไปยัง กกต.ก็ประมาณวันอังคารหรือวันพุธนี้ โดยต่อไปนี้ทางพรรคจะมีกระบวนการคัดสรรผู้สมัครให้รัดกุมมากยิ่งขึ้น โดยจะมีกระบวนการในการอบรม เพื่อสแกนว่ามีอุดมการณ์ตรงกับพรรคไหม ต้องมีช่วงเวลาในการทดลองงาน ดูตัวกันก่อน ขยายระยะเวลาในการคัดสรรมากยิ่งขึ้น และข้อสุดท้ายจะมีกระบวนการให้ประชาชนมีการคัดสรรผู้สมัครของพรรคด้วย

ขณะเดียวกันหนึ่งในชาวบ้านที่เข้าร่วมกิจกรรม ได้ถือกระทะและงูเห่าปลอม โชว์ท่าทางการทำเมนูอาหาร “ผัดเผ็ดงูเห่า” กลางงาน ทามกลางการส่งเสียงเชียร์ของชาวบ้านในพื้นที่อีกด้วย

– 006

‘ดิเรกฤทธิ์’ปลุกพลังคนไทย! สร้างประชาธิปไตยสุจริต-ความยุติธรรมสีขาว

'ดิเรกฤทธิ์'ปลุกพลังคนไทย! สร้างประชาธิปไตยสุจริต-ความยุติธรรมสีขาว

‘ดิเรกฤทธิ์’ปลุกพลังคนไทย! สร้างประชาธิปไตยสุจริต-ความยุติธรรมสีขาว

วันอาทิตย์ ที่ 18 พฤษภาคม พ.ศ. 2568, 20.29 น.

เมื่อวันที่ 18 พฤษภาคม 2568 นายดิเรกฤทธิ์ เจนครองธรรม ประธานสถาบันสุจริตไทย และอดีตสมาชิกวุฒิสภา (สว.) โพสต์ข้อความลงบนเฟซบุ๊ก ระบุว่า ทุกคนมีมือถือและช่องทางการมีส่วนร่วมตรวจสอบการใช้อำนาจของฝ่ายนิติบัญญัติ บริหาร และตุลาการ ทำให้มีประชาธิปไตยสุจริต และความยุติธรรมสีขาวได้แล้วครับ

(การกระทำของ รบ.ในเรื่อง MOU.44 คาสิโน แจกเงินหมื่น และ G-Token จะบ่งชี้ความสุจริตในประชาธิปไตย ขณะที่ คำพิพากษาให้บังคับโทษที่ชั้น 14 และการฮั้วเลือก สว.จะบ่งชี้ความยุติธรรมสีขาวครับ)

‘ธรรมนัส’ลั่นไม่โง่! จ่าย 55 ล้านแลก’งูเห่า’ ปัด’กล้าธรรม’ใช้เงินดูด สส.

'ธรรมนัส'ลั่นไม่โง่! จ่าย 55 ล้านแลก'งูเห่า' ปัด'กล้าธรรม'ใช้เงินดูด สส.

‘ธรรมนัส’ลั่นไม่โง่! จ่าย 55 ล้านแลก’งูเห่า’ ปัด’กล้าธรรม’ใช้เงินดูด สส.

วันอาทิตย์ ที่ 18 พฤษภาคม พ.ศ. 2568, 18.52 น.

“ธรรมนัส”ลั่นไม่โง่! จ่าย 55 ล้านแลก”งูเห่า” ปัด”กล้าธรรม”ใช้เงินดูด สส. พร้อมร่วมงาน”พปชร.”จบ”ลุงป้อม”ด้วยดี ชี้การเมืองไม่มีมิตรแท้หรือศัตรูถาวร ต้องเป้าเลือกตั้งครั้งหน้าคว้าเก้าอี้ สส.100 คน

เมื่อวันที่ 18 พฤษภาคม 2568 ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า สส.พะเยา ในฐานะประธานที่ปรึกษาพรรคกล้าธรรม (กธ.) ให้สัมภาษณ์พิเศษรายการ “ชั่วโมงข่าวเสาร์อาทิตย์” ทางไทยพีบีเอส ย้ำเป้าหมายในการดึง สส.และบุคลากรการเมืองเข้าร่วมงานกับพรรคกล้าธรรม เพื่อเสริมความแข็งแกร่ง และเตรียมความพร้อมสำหรับการเลือกตั้ง โดยเชื่อมั่นว่า ในการเลือกตั้งครั้งหน้า จะรักษาเก้าอี้ สส.เขต 22 คน เอาไว้ได้อย่างแน่นอน พร้อมกับตั้งเป้าหมายจะได้เก้าอี้ สส.เกิน 100 คน

ร.อ.ธรรมนัส ย้ำว่า พรรคกล้าธรรมไม่เคยใช้เงินดูด สส.เข้าร่วมงานการเมือง รวมถึงข้อสังเกตเรื่องการใช้เงิน 55 ล้าน ซื้อตัว สส.งูเห่า ซึ่งพรรคได้มอบหมายให้ นายไผ่ ลิกค์ สส.กำแพงเพชร และเลขาธิการพรรคกล้าธรรม ยื่นเรื่องสอบจริยธรรมผู้เกี่ยวข้องแล้ว

“เราเป็นพรรคที่มีอนาคตคงไม่ทำแบบนั้น เงิน 55 ล้าน ถ้าคำนึงถึงความเป็นจริง สภาฯ ชุดนี้เหลือเวลาอีกแค่ปีกว่า ใครจะทุ่มขนาดนั้น ไม่มีพรรคไหนโง่ที่จะทำแบบนั้น” ร.อ.ธรรมนัส กล่าว

ร.อ.ธรรมนัส ยอมรับว่า สนิทสนมกับ นายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ซึ่งถือเป็นเรื่องปกติที่จะขับมือกับสร้างความแข็งแกร่งให้กับรัฐบาล และพรรคกล้าธรรม เพื่อสร้างพรรคให้ใหญ่ขึ้น ไม่ได้มีเจตนาที่จะร่วมมือกับพรรคเพื่อไทย (พท.) คานอำนาจพรรคภูมิใจไทย (ภท.)

ส่วนกระแสข่าวการดีลพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) เข้าร่วมรัฐบาล ร.อ.ธรรมนัส ยืนยันว่า ไม่มีปัญหา และพร้อมทำงานร่วมกัน เพราะ สส.พรรคพลังประชารัฐ ต่างก็เป็นพี่น้องกัน รวมถึงหลังการเลือกตั้ง หากต้องจับขั้วร่วมกับพลังประชารัฐ ก็ไม่มีปัญหาใดๆ แม้แต่กับ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ หัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ ก็ไม่ได้มีปัญหาต่อกัน

“ผมกับท่าน พล.อ.ประวิตร เราจบกันด้วยดี อะไรไม่ถึงที่สุดผมก็ไม่ออกมา ถามว่าผมยังติดต่อท่านไหม ก็ยังติดต่ออยู่ ไม่ได้มีปัญหาอะไร เราไม่ปิดกั้นพรรคที่เคยออกมา การเมืองไม่มีศัตรู หรือมิตรที่ถาวร ผมเคยถูกกระหน่ำจากพรรคใดพรรคหนึ่ง สุดท้ายก็จับมือกัน เคยฟ้องร้องกัน หลายท่านก็ถอนฟ้องไป” ร.อ.ธรรมนัส กล่าว

‘สว.วีระพันธ์’ดักทาง‘นักการเมือง’ ไม่มีความรู้ด้านการแพทย์ ไม่ควรแย้งมติแพทยสภา

‘สว.วีระพันธ์’ดักทาง‘นักการเมือง’ ไม่มีความรู้ด้านการแพทย์ ไม่ควรแย้งมติแพทยสภา

‘สว.วีระพันธ์’ดักทาง‘นักการเมือง’ ไม่มีความรู้ด้านการแพทย์ ไม่ควรแย้งมติแพทยสภา

วันอาทิตย์ ที่ 18 พฤษภาคม พ.ศ. 2568, 18.16 น.

เมื่อวันที่ 18 พฤษภาคม 2568 จากกรณีมติแพทยสภา ลงโทษแพทย์ที่เกี่ยวข้องกับการรักษา นายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ที่ชั้น 14 รพ.ตำรวจ จำนวน 3 คน โดยตักเตือน 1 คน ในกรณีประกอบวิชาชีพเวชกรรมที่ไม่ได้มาตรฐาน และพักใช้ใบประกอบวิชาชีพเวชกรรม 2 คน ในกรณีให้ข้อมูลและเอกสารทางการแพทย์อันไม่ตรงกับความเป็นจริง และได้นำส่งมติดังกล่าวให้แก่ นายสมศักดิ์ เทพสุทิน รมว.สาธารณสุข ในฐานะสภานายกพิเศษแห่งแพทยสภา ซึ่งมีเวลา 15 วันพิจารณา ก่อนส่งกลับแพทยสภา ว่า เห็นด้วย หรือวีโต้ นั้น

ล่าสุด นพ.วีระพันธ์ สุวรรณนามัย สมาชิกวุฒิสภา (สว.) ได้โพสต์ข้อความลงบนเฟซบุ๊ก ระบุว่า นักการเมืองที่ไม่มีความรู้ด้านการแพทย์ ไม่ควรแย้งมติแพทยสภา

มติของแพทยสภาเป็นผลจากกระบวนการตรวจสอบอย่างรอบคอบโดยผู้ทรงคุณวุฒิทางการแพทย์ เป็นการพิจารณาจากข้อเท็จจริง วิชาการ และจริยธรรมในวิชาชีพ มิใช่เรื่องของความรู้สึกหรือการเมือง

นักการเมืองไม่มีความรู้เฉพาะด้านในการแพทย์ ไม่ได้ผ่านกระบวนการไต่สวน ไม่ได้รับฟังพยานหรือวิเคราะห์เอกสารการแพทย์โดยตรง การที่รัฐมนตรีจะใช้ดุลยพินิจยับยั้งมติของแพทยสภา จึงเป็นสิ่งที่ต้องระมัดระวังอย่างยิ่ง เพราะจะกระทบต่อความเชื่อมั่นของประชาชนที่มีต่อตัวนักการเมืองเอง และแม้ท่านจะแย้งอย่างไรข้อเท็จจริงก็ยังคงเป็นข้อเท็จจริง

ในฐานะแพทย์และสมาชิกวุฒิสภา ผมขอสนับสนุนให้เคารพกระบวนการของแพทยสภา และรักษาเส้นแบ่งระหว่างอำนาจทางการเมืองกับความเป็นอิสระของวิชาชีพไว้ให้มั่น

นพ.วีระพันธ์ สุวรรณนามัย
สมาชิกวุฒิสภา

‘โฆษก พปชร.’เตือน’ธนกร’ อย่าหวังรัฐบาลจะกวาดล้างเครือข่ายเว็บพนันได้

'โฆษก พปชร.'เตือน'ธนกร' อย่าหวังรัฐบาลจะกวาดล้างเครือข่ายเว็บพนันได้

‘โฆษก พปชร.’เตือน’ธนกร’ อย่าหวังรัฐบาลจะกวาดล้างเครือข่ายเว็บพนันได้

วันอาทิตย์ ที่ 18 พฤษภาคม พ.ศ. 2568, 16.57 น.

“โฆษก พปชร.”เตือน”ธนกร” อย่าหวังรัฐบาลจะกวาดล้างเครือข่ายเว็บพนันได้ ชี้คนรอบตัวมีเอี่ยวทั้งนั้น

เมื่อวันที่ 18 พฤษภาคม 2568 พล.ต.ท.ปิยะ ต๊ะวิชัย โฆษกพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) กล่าวถึงกรณีที่ นายธนกร วังบุญคงชนะ สส.บัญชีรายชื่อ พรรครวมไทยสร้างชาติ (รทสช.) ออกมาเรียกร้องให้รัฐบาลกวาดล้างเครือข่ายเว็บพนัน ที่ฟอกเงินเป็นทุนในการซื้อเสียงเลือกตั้งท้องถิ่นหลายพื้นที่นั้น ตนอยากเตือนนายธนกร ว่า อย่าคาดหวังอะไรกับรัฐบาลมากนัก เพราะตอนนี้ประชาชนรากหญ้าที่เคยคาดหวังรัฐบาล หมดความหวังไปนานแล้ว คนรอบตัวรัฐบาลมีเอี่ยวทั้งนั้น ไม่ใช่แต่จังหวัดมหาสารคาม กาฬสินธุ์ ร้อยเอ็ด และจังหวัดในภาคใต้ ก็คือ สงขลา เท่านั้น ทุกวันนี้มีการโฆษณาอย่างเปิดเผย ทุกหมู่บ้าน ชุมชน ได้รับผลกระทบไปทั่ว ไม่ว่าจะเป็นเด็กนักเรียน แม่ค้า คนแก่ คนชรา แม้กระทั่งพระสงฆ์ ก็ตกเป็นเหยื่อแก๊งการพนันออนไลน์ และเงินกู้นอกระบบทั้งนั้น ดังที่เห็นในข่าว พระผู้ใหญ่ก็เป็นเหยื่อการพนันออนไลน์ทั้งนั้น

พล.ต.ท.ปิยะ กล่าวต่อว่า กรณีปราบปรามการพนันออนไลน์ มันไม่ใช่เรื่องยาก อย่างที่เคยบอกไว้ นายกรัฐมนตรีเป็นประธาน ก.ตร.คุมตำรวจ 200,000 กว่าคนท้้งประเทศ คุมกระทรวงไอซีที แค่สั่งและกำกับติดตามผลให้เป็นเท่านั้น แก๊งพวกนี้ ลอยนวลไม่ได้หรอก ทางพรรคพลังประชารัฐเคยเรียกร้องและเปิดเผยชื่อเว็บพนันออนไลน์ที่ได้รับการร้องเรียนจากประชาชน  ไม่ว่าจะเป็น มาเก๊า 888 , ไฮดร้า 888 , บราซิล 999 , เฮง 36 และอื่นๆ เมื่อวันที่ 16 พ.ค.ที่ผ่านมา จนวันนี้ เว็บดังกล่าวก็ยังคงลอยนวล หลอกต้มเด็ก เยาวชน คนเกษียณ และชาวบ้านรากหญ้าอยู่

“ความผิดปรากฏชัดเจน มีข้อมูลชัดเจนขนาดนี้ ท่านนายกฯ จะให้ใครออกมาปฎิเสธว่า ไม่รู้ ไม่เกี่ยวข้องไม่ได้ ท่านนายกฯ มีความจริงใจ หรือมีความสามารถในการแก้ไขปัญหาดังกล่าวหรือไม่เท่านั้น สุดท้ายมันก็จะชนตอ คนใกล้ตัวท่านนายกฯ คนร่วมรัฐบาล ที่สนิทสนมกับ นาย ตคม. , สารวัตร ซ. , นาย ก. , นาง น.และ นาง ม.โดยเฉพาะคนบางคนมีหมายจับของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ และหลบหนีคดีอยู่ ยังมาป้วนเปี้ยนบ่อยครั้งที่ชั้น 9 โรงแรมหรูย่านเพลินจิต อยู่เลย” พล.ต.ท.ปิยะ กล่าว