พาณิชย์สวน‘เท้ง’วัยรุ่นหลงยุค ย้ำไลฟ์สดช่วยดันยอดขายผลไม้ไทยได้จริง

พาณิชย์สวน‘เท้ง’วัยรุ่นหลงยุค ย้ำไลฟ์สดช่วยดันยอดขายผลไม้ไทยได้จริง

พาณิชย์สวน‘เท้ง’วัยรุ่นหลงยุค ย้ำไลฟ์สดช่วยดันยอดขายผลไม้ไทยได้จริง

วันจันทร์ ที่ 19 พฤษภาคม พ.ศ. 2568, 11.35 น.

‘พาณิชย์’ สวน ‘เท้ง’ วัยรุ่นหลงยุค มองข้ามศักยภาพเทคโนโลยีโลกยุคใหม่ ย้ำกลยุทธ์ไลฟ์สดช่วยผลักดันส่งออกผลไม้ไทยได้จริง

เมื่อวันที่ 19 พฤษภาคม 2568 นายวรวงศ์ รามางกูร ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวงพาณิชย์ ให้สัมภาษณ์ชี้แจงกรณีที่นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ ส.ส. บัญชีรายชื่อ หัวหน้าพรรคประชาชน แสดงความเห็นว่า รัฐบาลควรให้ความสำคัญกับการขยายตลาดมากกว่าการไลฟ์สดขายสินค้าเกษตร

นายวรวงศ์ กล่าวว่า รัฐบาลโดยกระทรวงพาณิชย์มีแผนการบริหารจัดการผลไม้ไทยปี 2568 อย่างเป็นระบบ โดยวางไว้ 7 มาตรการ 25 แผนงาน ครอบคลุมเป้าหมาย 950,000 ตัน ซึ่งมีกิจกรรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศอยู่แล้ว ทั้งการเปิดตลาดใหม่ และการใช้ช่องทางออนไลน์อย่างการไลฟ์สดควบคู่กัน ไม่ใช่การเลือกอย่างใดอย่างหนึ่ง แต่ยืนยันการใช้ช่องทางออนไลน์ให้ผลลัพธ์ที่ดีกว่าในสถานการณ์ขณะนี้

การที่ คุณณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ หัวหน้าพรรคประชาชน แนะนำให้ใช้งบประมาณภาษีของประชาชนไปมุ่งเน้นการขยายตลาดในประเทศอินเดีย แทนการไลฟ์สดขายสินค้าทางออนไลน์ อาจสะท้อนถึงความเข้าใจที่ยังไม่ครบถ้วนต่อบริบทการดำเนินนโยบายเชิงกลยุทธ์ภายใต้งบประมาณที่มีข้อจำกัดของภาครัฐ ทั้งยังเป็นข้อเสนอที่มองข้ามข้อเท็จจริงในเชิงพฤติกรรมผู้บริโภคและโอกาสทางการตลาดที่มีอยู่ในปัจจุบัน

ในปี 2567 ประเทศไทยส่งออกทุเรียนไปยังประเทศจีนคิดเป็นสัดส่วนประมาณ 97.4% ของมูลค่าการส่งออกทุเรียนทั้งหมดของไทย คิดเป็นมูลค่า 1.348 แสนล้านบาท ส่วนอินเดียมีการนำเข้าทุเรียนจากไทยเพียง 0.00005% คิดเป็นมูลค่า 67,662 บาท ซึ่งชาวอินเดียไม่นิยมรับประทานทุเรียนเนื่องจากกลิ่นของทุเรียนมักเป็นสิ่งที่ชาวอินเดียหลายคนรู้สึกไม่ชอบ โดยเฉพาะคนที่ไม่คุ้นเคย คนอินเดียจำนวนมากจึงเลี่ยงผลไม้นี้ การขยายตลาดในประเทศอินเดียจึงไม่สามารถทำได้ในเวลาอันสั้น

ไทยส่งออกทุเรียนไปจีน 97.4% ซึ่งเป็นตลาดใหญ่สุด การหาตลาดเพิ่มกระทรวงพาณิชย์ได้เร่งทำควบคู่กันอยู่แล้ว ทั้งในตลาดประเทศต่างๆ และ ในประเทศจีนที่ยังมีศักยภาพอีกมาก เพราะประชากรมาก ประกอบกับชาวจีนนิยมและชื่นชอบท่านนายกรัฐมนตรี แพทองธาร ชินวัตร เป็นอย่างมาก การที่ท่านนายกรัฐมนตรีมาช่วยไลฟ์ขายทุเรียน ยิ่งสร้างความเชื่อมั่นและกระตุ้นการรับรู้ของผู้บริโภคจีนได้อย่างมีประสิทธิภาพ การตลาดแบบนี้ถือเป็นยุทธศาสตร์สำคัญที่เจาะตลาดได้ตรงจุด

นอกจากนี้ จากข้อมูลปี 2567 ประเทศไทยมีขนาดเศรษฐกิจดิจิทัลสูงถึง 4.44 ล้านล้านบาท เติบโตขึ้น 5.7% จากปีก่อนหน้า เมื่อเทียบกับผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ (GDP) ของประเทศไทยมีมูลค่ารวมประมาณ 18.58 ล้านล้านบาท เศรษฐกิจดิจิทัลมีสัดส่วนถึง 23.9% มีขนาดใหญ่เป็นอันดับ 2 ของภูมิภาค

ในปี 2567 ที่ผ่านมา กระทรวงพาณิชย์เคยจัดงานมหกรรมไลฟ์คอมเมิร์ส International Live Commerce Expo 2024 ที่นำกลุ่ม KOLs ชื่อดังจากประเทศจีน เข้ามาไลฟ์ขายสินค้าออนไลน์ ซึ่งเป็นสินค้าไทยทั้งสิ้น จำนวน 5 วัน (ระหว่างวันที่ 25 ถึง 29 กันยายน 2567) โดยมีคำสั่งซื้อและยอดส่งออกไปจีนกว่า 4,300,000 ออเดอร์ มูลค่ารวมกว่า 1,500 ล้านบาท เป็นอีกสิ่งยืนยันว่ากลยุทธ์การไลฟ์สินค้าไทยที่รัฐบาลเลือกใช้ในการขยายตลาดต่างประเทศเป็นกลยุทธ์ที่เหมาะสมแล้ว

แม้คุณณัฐพงษ์จะเป็นคนรุ่นใหม่ที่น่าจะเข้าใจความเปลี่ยนแปลงของโลกยุคดิจิทัล แต่ดูเหมือนว่ายังไม่ได้ศึกษาข้อมูลให้รอบด้านก่อนแสดงความเห็น ซึ่งเป็นสิ่งที่น่าเสียดาย

ในภาพรวม อยากให้พรรคฝ่ายค้านพิจารณาใช้พลังในการเสนอแนวทางเชิงสร้างสรรค์ เพื่อช่วยกันผลักดันประเทศในสภาวะเศรษฐกิจโลกที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว มากกว่าการวิพากษ์วิจารณ์เพียงเพราะหวังผลทางการเมือง

ตัวอย่างหนึ่งที่เห็นได้ชัด คือ กรณีการเจรจาการค้าระหว่างรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ของไทยกับผู้แทนการค้าสหรัฐอเมริกา ซึ่งก่อนหน้านั้นได้มีการแจ้งล่วงหน้าอย่างเป็นทางการแล้ว แต่กลับถูกวิพากษ์วิจารณ์อย่างต่อเนื่องโดยไม่ฟังข้อเท็จจริง จนกระทั่งมีหลักฐานปรากฏอย่างชัดเจนผ่านภาพถ่ายและคลิปวิดีโอการพบปะกับ Mr. Jamieson Greer ผู้แทนการค้าสหรัฐอเมริกา หรือ USTR ซึ่งควรสะท้อนให้เห็นถึงความรอบคอบที่ควรมีในบทบาทฝ่ายค้าน

ฝ่ายค้านยุคใหม่ ควรมีบทบาทในการร่วมแก้ไขปัญหาประเทศ ควบคู่กับการตรวจสอบรัฐบาลอย่างสร้างสรรค์ มิใช่เพียงตั้งคำถามหรือแสดงความเห็นในลักษณะที่ขาดข้อมูลและความเข้าใจที่เพียงพอ“

นายวรวงศ์ กล่าวย้ำว่า เราไม่ได้ปฏิเสธการขยายตลาดใหม่ๆ อย่างประเทศอินเดียหรือประเทศอื่นๆ แต่ต้องยอมรับว่าใช้เวลาและต้นทุนสูง ขณะที่การใช้แพลตฟอร์มดิจิทัล โดยเฉพาะการไลฟ์สด เป็นแนวทางที่สามารถเข้าถึงกลุ่มผู้บริโภคได้อย่างรวดเร็วและตรงจุด ซึ่งสอดรับกับพฤติกรรมของผู้บริโภคในยุคปัจจุบัน

‘บิ๊กเกรียง-นิพนธ์’มาแล้ว! หลังกกต.เรียก 22 สว.ล็อตแรก รับทราบข้อกล่าวหาปมฮั้วเลือก สว.

‘บิ๊กเกรียง-นิพนธ์’มาแล้ว! หลังกกต.เรียก 22 สว.ล็อตแรก รับทราบข้อกล่าวหาปมฮั้วเลือก สว.

‘บิ๊กเกรียง-นิพนธ์’มาแล้ว! หลังกกต.เรียก 22 สว.ล็อตแรก รับทราบข้อกล่าวหาปมฮั้วเลือก สว.

วันจันทร์ ที่ 19 พฤษภาคม พ.ศ. 2568, 11.13 น.

“เกรียงไกร​-นิพนธ์” เข้ารับทราบข้อกล่าวหาพร้อมแจง”กกต.” ปมฮั้วเลือก​ สว. ปัดลงรายละเอียด โล่งใจได้ชี้แจง ทั้งวาจา และเอกสาร โนคอมเมนต์ ปม “สว.นันทนา” ล่าชื่อยื่นศาลรธน. สั่ง สว. 200 คน หยุดปฏิบัติหน้าที่

เวลา​ 09.00 น.​ วันที่ 19 พฤษภาคม 2568 ที่ศูนย์ราชการแจ้งวัฒนะ หลัง​คณะกรรมการสืบสวนและไต่สวนส่วนกลางคณะที่ 26 ของสำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง​(กกต.) ที่เป็นคณะกรรมการร่วมกับกรมสอบสวนพิเศษ(DSI) และ​ คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน(ปปง.​) ได้หมายเรียกสมาชิกวุฒิสภา(สว.) จำนวน 55 คน​​ มารับทราบข้อกล่าวหา​ในวันที่​ 19-21 พ.ค.2568 โดยในวันที่ 19 พ.ค.นี้ มีการเรียกล็อตแรก จำนวน 22 คน เข้าชี้แจงในเวลาที่เหลื่อมกัน คิวแรก คือ พล.อ.เกรียงไกร​ ศรี​รักษ์​ รองประธานวุฒิสภา​ ทั้งนี้ มีสื่อมวลชนจำนวนมากมาปักหลักรอรายงานข่าว โดยมีรายงานว่า พล.อ.เกรียงไกร เข้าพบกรรมการฯ เมื่อเวลา 08.30 น. โดยใช้ลิฟท์อีกฝั่ง ขึ้นไปยังห้องสอบที่ชั้น 3 สำนักงาน กกต.

จากนั้น นายนิพนธ์ เอกวานิช สมาชิกวุฒิสภา เดินทางมารับทราบข้อกล่าวหาในคดีฮั้ว และชี้แจงกับ กกต. พร้อมให้สัมภาษณ์สื่อมวลชนสั้นๆว่า ไม่มีอะไรมาชี้แจง และวันนี้เตรียมข้อมูลมาพร้อม โดยสิ่งที่เตรียมมาก็คือข้อกฎหมายต่างๆ

เมื่อถามถึงจะต่อสู้อย่างไรนั้น นายนิพนธ์ กล่าวว่า มาขอดูหลักฐานเพิ่มเติม เพราะที่มีการกล่าวหานั้นเป็นการกล่าวอ้างลอยๆ ไม่ชัดเจน ซึ่งตนก็จะขอตอบเป็นลายลักษณ์อักษร

ทั้งนี้ จังหวะที่นายนิพนธ์ เดินเข้า ไปเพื่อให้ข้อมูลกับกกต. พบว่า พยายามหาทางเลี่ยงผู้สื่อข่าวที่ปักหลักอยู่หน้าสำนักงานกกต. แต่เจ้าหน้าที่กกต. หน้าห้องสอบสวนเห็น จึงตะโกนถามว่า “สว.ใช่หรือไม่” นายนิพนธ์ ตอบว่า”ใช่” ก่อนย้อนถามกลับว่า “มีผู้สื่อข่าวหรือไม่” ทำให้ผู้สื่อข่าวได้ยินจึงสามารถบันทึกภาพขณะที่นายนิพนธ์เดินเข้าห้องสอบสวนได้

ต่อมาเวลา 10.00 น. พล.อ.เกรียงไกร​ ศรี​รักษ์​ รองประธานวุฒิสภา​ (สว.)ให้สัมภาษณ์หลังเข้ารับทราบข้อกล่าวหา พร้อมชี้แจงคณะกรรม การสืบสวนไต่สวน ชุดที่ 26 ว่าวันนี้ไม่มีอะไร แค่มารับทราบข้อกล่าวหา การซักถามของคณะกรรมการเป็นไปตามปกติ ส่วนเรื่องอะไรนั้นไม่สามารถบอกได้ โดยเป็นการชี้แจงทั้งด้วยวาจาและเอกสาร

เมื่อถามว่าก่อนเข้าชี้แจงได้มีการพูดคุยกับสว.คนอื่นที่ถูกเรียกรับทราบข้อกล่าวหาด้วยหรือไม่พล.อ.เกรียงไกร​ กล่าวว่า ต่างคนต่างชี้แจง ต่างคนต่างคุยกัน ก็คุยกันอยู่แล้วว่าต้องทำอย่างไร วันนี้ก็โล่งใจและก็โล่งใจมาตลอดที่ได้ชี้แจง

เมื่อถามว่าส่วนตัวเคยถูกร้องเรื่องอื่นเกี่ยวกับการเลือกสว.หรือไม่ พล.อ.เกรียงไกร​ กล่าวว่า ไม่มี

เมื่อถามถึงกรณี นางสาวนันทนา นันทวโรภาส สว. เตรียมล่าชื่อยื่นศาลรัฐธรรมนูญขอให้สั่งสว.ทั้ง 200 คน หยุดปฏิบัติหน้าที่ พล.อ. เกรียงไกร​  กล่าวว่า “ไม่มีความเห็น” พร้อมถามกลับด้วยว่า “แต่ทำได้หรือเปล่า” 

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จากการตรวจสอบรายละเอียดทราบว่าวันนี้สว. ส่วนใหญ่จะเข้ามารับทราบข้อกล่าวหาในช่วงบ่ายของวันนี้ อาทิ​ พล.ต.ท.บุญจันทร์ นวลสาย​ นายอลงกต วรกี​ นายวีระศักดิ์ วิจิตรแสงศรี  นายสิทธิกร ธงยศ​ เป็นต้น​ ขณะเดียวกันก็มีรายงานแจ้งว่า มีสว.ที่แจ้งขอเลื่อนการเข้ารับทราบข้อกล่าวหา 1. ​ นายสรชาติ​ วิชยสุวรรณพรหม​ ที่ขอเลื่อนเป็นวันที่ 28 พ.ค. เนื่องจากว่าติดประชุมคณะกรรมาธิการ​ ที่ไม่สามารถเลื่อนได้ โดยได้ทำหนังสือชี้แจงไปแล้ว​ เมื่อวันที่ 15 พ.ค. 2.นายวิวรรธน์ แสงสุริยะฉัตร​ ส่งทนายมาขอเลื่อน​การชี้แจงก่อน​ เนื่องจากทุกวันจันทร์-อังคาร​ สว.จะมีประชุมสำคัญ

ทั้งนี้​ สว.ไม่จำเป็นจะต้องเดินทางมาชี้แจงด้วยตนเอง​ สามารถส่งคำชี้แจงเป็นเอกสารได้​  และวันนี้ก็มี สว.​หลายคนที่ปิดเครื่อง​ ไม่สามารถติดต่อได้​

รอพรุ่งนี้! ครม.เคาะใครคุม’ดีเอสไอ’ แทน ‘ทวี’ ชี้เป็นอำนาจนายกฯหาคนเหมาะสม

รอพรุ่งนี้! ครม.เคาะใครคุม'ดีเอสไอ' แทน 'ทวี' ชี้เป็นอำนาจนายกฯหาคนเหมาะสม

รอพรุ่งนี้! ครม.เคาะใครคุม’ดีเอสไอ’ แทน ‘ทวี’ ชี้เป็นอำนาจนายกฯหาคนเหมาะสม

วันจันทร์ ที่ 19 พฤษภาคม พ.ศ. 2568, 11.01 น.

“รมว.กห.” เผย รอพรุ่งนี้ ครม. ตั้งใครคุม “ดีเอสไอ” แทน “ พ.ต.อ.ทวี” ชี้ เป็นอำนาจนายกฯหาคนเหมาะสม

วันที่ 19 พฤษภาคม 2568 เวลา 08.55 น. ที่ทำเนียบรัฐบาล นายภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม กล่าวถึงกรณีการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ในวันที่ 20 พ.ค. จะมีการเสนอชื่อบุคคลเข้าไปกำกับดูแลกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) แทน พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง รมว.ยุติธรรม ที่ถูกศาลรัฐธรรมนูญสั่งหยุดปฏิบัติหน้าที่ในการกำกับดูแลดีเอสไอ จะเข้าไปกำกับดูแลเองหรือไม่ ว่า ตนเป็นประธานคณะกรรมการคดีพิเศษอยู่แล้ว ซึ่งเมื่อพ.ต.อ.ทวี ถูกสั่งให้หยุดปฏิบัติหน้าที่เฉพาะส่วนนี้นายกรัฐมนตรีก็ต้องหาคนดูแลแทน ฉะนั้นในวันที่ 20 พ.ค. จะปรึกษาหารือกัน หากจะเป็นรัฐมนตรีคนใดคนหนึ่งที่มีความรู้ที่เกี่ยวข้องเข้าไปดูแล ซึ่งตนยังไม่ได้บอกว่าจะเข้าไปดู เพียงแต่มีคนถามว่าถ้าได้รับมอบหมายจากนายกรัฐมนตรี ตนก็บอกว่า ตนเป็นผู้ใต้บังคับบัญชา ถ้านายกรัฐมนตรีสั่งตนก็ต้องปฏิบัติ แต่ตอนนี้ยังไม่รู้ว่าจะเป็นใคร 20 พ.ค.ถึงจะทราบ แต่ก็ต้องเป็นคนที่มีบทบาทหน้าที่ที่เหมาะสม

เมื่อถามว่า สมมุติว่าเข้าไปดูแลเองจะมีการเร่งรัดเพื่อให้เกิดความกระจ่างหรือไม่ นายภูมิธรรม กล่าวว่า ยังไม่มีคำสั่งให้ตนไปดูแล การไปสมมุติเหมือนเราอยากเข้าไปทำ ตนก็ทำตามหน้าที่ อย่างไรก็ตามคิดว่าตอนนี้ไม่ได้เป็นปัญหาเรื่องแดง หรือน้ำเงินเป็นเรื่องที่คิดกันไป เราประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ก็คุยกัน แต่ไม่ว่าจะอยู่ในครม.ร่วมกันหรือคนในพรรคเดียวกัน ถ้าทำผิดก็ต้องว่ากันไปตามกฎหมาย ผิดหรือไม่ผิดก็ต้องให้ศาลพิจารณา 

‘อนุทิน’คัมแบ๊คทํางานวันแรก! หลังเปลี่ยนเลนส์ตา บอก’No News’ปัดตอบการเมือง

'อนุทิน'คัมแบ๊คทํางานวันแรก! หลังเปลี่ยนเลนส์ตา บอก'No News'ปัดตอบการเมือง

‘อนุทิน’คัมแบ๊คทํางานวันแรก! หลังเปลี่ยนเลนส์ตา บอก’No News’ปัดตอบการเมือง

วันจันทร์ ที่ 19 พฤษภาคม พ.ศ. 2568, 10.54 น.

วันที่ 19 พฤษภาคม 2568 เวลา 10.17 น. ที่ทำเนียบรัฐบาล นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและรมว.มหาดไทย ในฐานะหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย ได้เดินทางมาร่วมภารกิจต้อนรับประธานาธิบดีอินโดนีเซีย ซึ่งถือเป็นการกลับมาปฎิบัติหน้าที่ครั้งแรกหลังจากพักรักษาตัวจากการผ่าตัดเลนส์ตา ตั้งแต่วันที่ 8 พฤษภาคม โดยผู้สื่อข่าวพยายามขอสัมภาษณ์ถึงสถานการณ์การเมืองขณะนี้ แต่นายอนุทิน ปฏิเสธให้สัมภาษณ์ พร้อมบอกว่า “No News” ก่อนจะเดินขึ้นตึกบัญชาการ 1 พร้อมทำท่าทางตวัดลายเซ็น เพื่อส่งสัญญาณว่าจะไปขึ้นไปเซ็นเอกสาร

‘ภูมิธรรม’แจงปมคุมชายแดนไม่อยู่! ยันเคลียร์แล้ว’ทหารกัมพูชา’รุกล้ำไทย ขุดคูเลทสร้างฐานที่มั่น

'ภูมิธรรม'แจงปมคุมชายแดนไม่อยู่! ยันเคลียร์แล้ว'ทหารกัมพูชา'รุกล้ำไทย ขุดคูเลทสร้างฐานที่มั่น

‘ภูมิธรรม’แจงปมคุมชายแดนไม่อยู่! ยันเคลียร์แล้ว’ทหารกัมพูชา’รุกล้ำไทย ขุดคูเลทสร้างฐานที่มั่น

วันจันทร์ ที่ 19 พฤษภาคม พ.ศ. 2568, 10.43 น.

“ภูมิธรรม”ยัน เคลียร์แล้วปม ทหารกัมพูชา รุกล้ำไทยขุดคูเลทสร้างฐานที่มั่น เหตุกัมพูชามีปัญหาภายใน บางส่วนยังยึดแผ่นเดิม ส่วนฝั่งเมียนมา ไม่ได้รุกล้ำแต่เป็นปัญหารบภายใน หลังถูกถามรัฐบาล พท.คุมชายแดนไม่อยู่

วันที่ 19 พฤษภาคม 2568 เวลา 08.55 น. ที่ทำเนียบรัฐบาล นายภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกรัฐมนตรี และรมว.กลาโหม ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีที่ทหารกัมพูชา รุกล้ำพื้นที่ในพื้นที่ อ.น้ำยืน จ.อุบลราชธานี โดยมีการสร้างฐานที่มั่น ขุดคูเลทสร้างฐาน ว่า ขณะนี้ไม่มีอะไรแล้ว คุยกันแล้ว ซึ่งเป็นเหตุการสืบเนื่องมาจากก่อนหน้านี้ที่ยังไม่ได้มีการพูดคุยกัน จึงทำให้เกินจากแนวที่ตกลงกันไว้ จึงมีการขอให้กลับ เพราะนอกเหนือจากที่ผู้ใหญ่คุยกัน ซึ่งเขาก็ถอยกลับไปเห็นแต่คลองที่เขาขุด เพราะอาจจะยึดตามแนวเดิมของเขา เพราะตามที่คุยต้องแยกออกจากกัน 

เมื่อถามว่า ปัญหาเขตแดนช่องบกเป็นเรื่องนานมาแล้ว ทำไมถึงมาขุดคลองปักเขตแดน นายภูมิธรรม กล่าวว่า อันนี้ก็ไม่ทราบว่าเขามีการสั่งการอะไรหรือไม่ เพราะเราไม่ทราบภายในประเทศเขา เค้ามีปัญหาภายในของเค้าอยู่บ้างในเรื่องสื่อและเรื่องฝ่ายค้าน แต่เรายืนยันตามที่ตกลงกัน โดยตามครั้งที่ 2 ก็ยึดตามแนวที่ตกลงกันไว้ 

จากที่พูดคุยกับแม่ทัพภาคที่ 2 และผู้บัญชาการทหารบก (ผบ.ทบ.) ได้รายงานให้ทราบมาตลอด โดยเน้นย้ำว่าให้ทุกฝ่ายกลับไปยึดเอ็มโอยู และยืนอยู่ในจุดที่เคยยืนอยู่ ส่วนที่มีการเผชิญหน้าก็ให้ถอยออกไป โดยระดับผู้บัญชาการก็มีการพูดคุยกันทั้งสองฝ่าย 

นายภูมิธรรม กล่าวว่า จุดไหนที่ทางกัมพูชาไม่ถอน ทหารไทยก็ยังไม่ถอน โดยพื้นที่อ้างสิทธิ์ทับซ้อนก็จะมีการลาดตระเวนร่วมกัน แต่ก็จะพยามให้คลี่คลายในทุกจุด และระดับปฏิบัติการก็พูดคุยกันดีอยู่ ส่วนด่านช่องอานม้าก็มีการปิดเปิดเป็นระยะ โดยจะปิดในช่วงที่มีปัญหา แต่จะพยายามไม่ปิดเพราะเป็นเรื่องการค้าขาย

เมื่อถามว่า มีการวิเคราะห์กันหรือไม่ ว่ารัฐบาลนี้มักมีปัญหาด้านชายแดนตลอด ทั้งฝั่งเมียนมาและกัมพูชา นายภูมิธรรม ชี้แจงว่า ทางฝั่งเมียนมาเป็นการสู้รบกันเองภายใน ไม่ได้มีการล่วงล้ำเข้ามาและกองทัพอากาศก็มีการขึ้นตอบโต้ 

‘ภูมิธรรม’เผยเตรียมสั่งทนายแจงศาล รธน. รอบ 2 หลัง สว. ร้องเพิ่มปล่อยให้’ทวี-DSI’ทำผิด กม.

'ภูมิธรรม'เผยเตรียมสั่งทนายแจงศาล รธน. รอบ 2 หลัง สว. ร้องเพิ่มปล่อยให้'ทวี-DSI'ทำผิด กม.

‘ภูมิธรรม’เผยเตรียมสั่งทนายแจงศาล รธน. รอบ 2 หลัง สว. ร้องเพิ่มปล่อยให้’ทวี-DSI’ทำผิด กม.

วันจันทร์ ที่ 19 พฤษภาคม พ.ศ. 2568, 10.24 น.

“ภูมิธรรม” เตรียม สั่งทนายแจง ศาลรัฐธรรมนูญ รอบ 2 หลัง สว. ร้องเพิ่มปล่อยให้ ทวี- ดีเอสไอ ทำผิดกฎหมาย ยัน ไม่มีสงครามแดง-น้ำเงิน เป็นเรื่องแต่ละหน่วยงานทำหน้าที่

วันที่ 19 พฤษภาคม 2568 เวลา 08.55 น. ที่ทำเนียบรัฐบาล นายภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกรัฐมนตรี และรมว.กลาโหม กล่าวถึงกรณีวันที่ 19 พ.ค. คณะกรรมการการเลือกตั้ง(กกต.) เรียกสมาชิกวุฒิสภา(สว.) เข้าชี้แจงเรื่องการฮั้ว สว. เป็นการสะท้อนสงครามตัวแทนสีแดงและน้ำเงินหรือไม่ว่า ไม่มีแดง ไม่มีน้ำเงิน เรื่องนี้เป็นไปตามกฎหมาย แต่ใครมองเป็นเรื่องการเมือง เป็นความเห็นก็ว่ากันไป ตอนนี้เป็นการดำเนินการตามกฎหมายส่วนที่เกี่ยวข้องทั้งหมด อาทิ กกต. กรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) ก็ว่ากันไป 

“ผมไม่ได้คิดว่ามีปัญหาเรื่องแดง น้ำเงินหรอก ก็คิดกันไป เพราะอยู่ ครม. เราก็คุยกัน หรือไม่ว่าจะเป็นคนพวกเดียวกัน หรือพรรคเดียวกัน ถ้าทำผิดกฎหมายก็ว่าไปตามกฎหมาย ส่วนจะผิดหรือไม่ผิดก็ให้ศาลพิจารณา” นายภูมิธรรม กล่าว

เมื่อถามว่า ขณะนี้ศาลรัฐธรรมนูญมีการเรียกข้อมูลเพิ่มเติมจากนายภูมิธรรมหรือไม่ นายภูมิธรรม กล่าวว่า ขณะนี้กำลังจะทำเรื่องชี้แจงใหม่ โดย สว. ได้มีการยื่นร้องเพิ่มเติม ประมาณว่าตนละเลยปล่อยให้ พ.ต.อ.ทวี และดีเอสไอ ไปทำผิดกฎหมาย และขอให้ศาลสั่งให้ตนหยุดปฏิบัติหน้าที่ ซึ่งขณะนี้ทนายของตนกำลังดูคำร้องเพิ่มเติมอยู่ ซึ่งถือเป็นการชี้แจงเพิ่มเติมครั้งที่ 2 ส่วนคดีที่สว.ฟ้องกับคณะกรรมการป้องกันและปราบปราม การทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ตามความผิดมาตรา 157 ขณะนี้ ป.ป.ช. ยังไม่ได้เรียกไปชี้แจง แต่ถ้ามีคำร้อง หรือมีข้อสงสัยก็สอบถามมาได้ ตนก็มีหน้าที่ชี้แจงว่า ไม่ได้เป็นอย่างที่ข้อกล่าวหา

เมื่อถามว่า ขณะนี้มีความกังวลว่าศาลรัฐธรรมนูญท้ายสุดจะตัดสินไปในทางลบหรือไม่ นายภูมิธรรม กล่าวว่า เราก็ทำตามข้อมูลที่ฝ่ายปฏิบัติที่ดีเอสไอทำหน้าที่ ซึ่งตนไม่ได้เข้าไปยุ่งอะไร ตนยุ่งเฉพาะตอนที่เขาเสนอให้เป็นคดีพิเศษ ซึ่งเราก็พิจารณาตามอำนาจหน้าที่ ก็ไม่ได้เข้าไปแทรกแซงอะไร ซึ่งตอนที่ตนเป็นประธานการประชุมคณะกรรมการคดีพิเศษ ก็ให้แยกคดี อะไรที่เป็นอำนาจของ กกต. ก็ให้ไปทำหน้าที่  ส่วนดีเอสไอก็ทำหน้าที่ตามที่เสนอมาในที่ประชุม หลังจากนั้นหน่วยงานต่างๆก็ไปทำหน้าที่ตามอำนาจของเขา 

ชำแหละคดีจำนำข้าว’ยิ่งลักษณ์’ จับตา 22 พ.ค.ศาลปกครองสูงสุด! ชี้แม้รอดแพ่ง คดีอาญายังอยู่

ชำแหละคดีจำนำข้าว'ยิ่งลักษณ์' จับตา 22 พ.ค.ศาลปกครองสูงสุด! ชี้แม้รอดแพ่ง คดีอาญายังอยู่

ชำแหละคดีจำนำข้าว’ยิ่งลักษณ์’ จับตา 22 พ.ค.ศาลปกครองสูงสุด! ชี้แม้รอดแพ่ง คดีอาญายังอยู่

วันจันทร์ ที่ 19 พฤษภาคม พ.ศ. 2568, 10.13 น.

22 พ.ค. นี้ ศาลปกครองสูงสุดนัดอ่านคำพิพากษาคดี “ยิ่งลักษณ์” ชดใช้ 3.5 หมื่นล้าน ปมจำนำข้าว “หมอรงค์” ชี้ชัด คนละส่วนกับคดีอาญาที่หนีอยู่

วันที่ 19 พฤษภาคม 2568 นพ.วรงค์ เดชกิจวิกรม ประธานพรรคไทยภักดี ได้โพสต์ข้อความลงบนเฟซบุ๊ก ระบุว่า #ติดตามการอ่านคำพิพากษาของศาลปกครองสูงสุดคดีชดใช้เงินจำนำข้าวของยิ่งลักษณ์ให้เข้าใจ

เพื่อให้ประชาชนติดตาม คดีที่ศาลปกครองสูงสุด จะนัดอ่านคำพิพากษาว่า นางสาวยิ่งลักษณ์ต้องชดใช้ค่าเสียหาย ต่อโครงการรับจำนำข้าว ที่ตนเองต้องรับผิดชอบวงเงิน 35,717 ล้านบาท หรือไม่

คดีนี้มาพื้นฐานมาจากนโยบายรับจำนำข้าว ทุกเม็ดเกวียนละ 15,000 บาท “ทักษิณคิด เพื่อไทยทำ” ซึ่งเป็นนโยบายที่นำไปสู่ การทุจริตในทุกขั้นตอน พอสสรุปได้

1.โกงต้นน้ำ ขั้นตอนที่ชาวนาเอาข้าวเปลือกไปเข้าร่วมโครงการ โดยมีโรงสีทำหน้าแทนรัฐบาล มีการโกงความชื้น โกงตาชั่ง และสิ่งเจือปน การมีซื้อสิทธิ์เพื่อสวมสิทธิ์ใบประทวน
การโกงในขั้นตอนนี้ ส่วนใหญ่ชาวนาเสียหาย เพราะโรงสีโกงชาวนา

2.โกงกลางน้ำ ขั้นตอนที่โรงสี สีแปรข้าวเปลือกเป็นข้าวสาร เพื่อส่งเก็บคลังกลางที่รัฐบาลเช่าเก็บข้าวสาร มีการเอาข้าวเสื่อม ข้าวเหลือง ข้าวผิดชนิด มาเก็บในคลังที่รัฐบาลเช่าการโกงขั้นนี้เกิดจากโรงสี เซอร์เวเยอร์(ผู้ตรวจคุณภาพข้าวสาร) เจ้าของคลัง รวมทั้งเจ้าหน้าที่รัฐร่วมกันทุจริต ทำให้รัฐเสียหาย เพราะได้ข้าวสารไม่ตรงปก ข้าวเสื่อมสภาพ ข้าวเหลืองเก็บเข้าคลัง (ไม่แปลกใจที่มีความพยายามกินข้าว10ปีโชว์สื่อ)

3.โกงปลายน้ำ คือการที่ฝ่ายการเมือง ร่วมกับข้าราชการและนักธุรกิจค้าข้าว ร่วมมือกันระบายข้าว ที่ไม่สุจริต ที่รับทราบคือระบายแบบรัฐต่อรัฐ แต่ความจริงนั้นไม่ใช่ อ้างจีทูจี แต่ไปขายข้าวให้นักธุรกิจราคาถูก ข้าวไม่ได้ขายแบบรัฐต่อรัฐจริง และเอาข้าวนี้ไปขายให้โรงสีเวียนส่งโครงการรับจำนำข้าวอีกที ในคดีอาญาศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง มีคำพิพากษา
การกระทำของนางสาวยิ่งลักษณ์ เป็นการละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยทุจริต เป็นความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 157 (เดิม) และพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามทุจริต พ.ศ. 2542 มาตรา 123/1 ลงโทษจำคุก 5 ปี แต่น.ส.ยิ่งลักษณ์หนี (ส่วนคนอื่นเช่นนายบุญทรง นายภูมิ เสี่ยเปี๋ยง ข้าราชการอื่นๆ โดนติดคุกหลายคน)ความผิดอาญาจึงถือว่าจบแล้ว และไม่มีการเปลี่ยนแปลง แต่คดีที่ศาลปกครองสูงสุด จะมีการอ่านคำพิพากษานั้น เป็นความรับผิดชอบทางแพ่งมีการใช้พรบ.รับผิดทางละเมิดฯ ให้น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชดใช้ค่าเสียหายในการทำโครงการ ที่สร้างความเสียหายแก่รัฐ แต่ให้ยิ่งลักษณ์รับผิดชอบ 35,717 ล้านบาท นางสาวยิ่งลักษณ์จึงไปร้องขอความเป็นธรรมต่อศาลปกครองกลาง

ต่อมาศาลปกครองกลาง สั่งเพิกถอนคำสั่งกระทรวงการคลังที่ให้ น.ส. ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ชดใช้ค่าสินไหมทดแทนจากความเสียหายในโครงการรับจำนำข้าว เป็นเงิน 35,717 ล้านบาท

ซึ่งกระทรวงการคลังและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ได้อุทธรณ์คำสั่งศาลปกครองกลาง ต่อศาลปกครองสูงสุด และศาลปกครองสูงสุด จะมีการอ่านคำพิพากษา ในวันที่ 22 พ.ค. 2568 นี้
สิ่งที่ต้องให้ประชาชนเข้าใจ ไม่ว่าผลคำพิพากษาของศาลปกครองสูงสุด จะเป็นคุณหรือโทษต่อน.ส.ยิ่งลักษณ์ ไม่มีผลใดๆ ต่อความผิดคดีอาญาของน.ส.ยิ่งลักษณ์ ที่ศาลฎีกาฯเคยพิพากษาจำคุก5ปี เพราะน.ส.ยิ่งลักษณ์ละเว้นปฏิบัติหน้าที่โดยทุจริตต่อการระบายข้าวแบบรัฐต่อรัฐ

เปิดประตูการค้าในสหภาพยุโรป! ชู Soft Power ด้านอาหาร กีฬา ดันมวยไทยสู่เวทีโลก พร้อมดึงแข่ง F1 มาไทย

เปิดประตูการค้าในสหภาพยุโรป! ชู Soft Power ด้านอาหาร กีฬา ดันมวยไทยสู่เวทีโลก พร้อมดึงแข่ง F1 มาไทย

เปิดประตูการค้าในสหภาพยุโรป! ชู Soft Power ด้านอาหาร กีฬา ดันมวยไทยสู่เวทีโลก พร้อมดึงแข่ง F1 มาไทย

วันจันทร์ ที่ 19 พฤษภาคม พ.ศ. 2568, 09.11 น.

นายกฯ แพทองธาร พร้อม”ทีมไทยแลนด์“ลุยเปิดประตูการค้าในสหภาพยุโรป ชู Soft Power ด้านอาหาร กีฬา ดันมวยไทยสู่เวทีโลก พร้อมดึงแข่ง F1 มาไทย สร้างโอกาสใหม่ทางเศรษฐกิจให้กับประเทศ

วันที่ 19 พฤษภาคม 2568  นายจิรายุ ห่วงทรัพย์ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่านายกรัฐมนตรีและคณะมีกำหนดการเดินทางเยือนสหราชอาณาจักร และราชรัฐโมนาโก ระหว่างวันที่ 21 – 25 พฤษภาคม 2568 โดยนายกรัฐมนตรีจะออกเดินทางในคืนวันอังคารที่ 20 พฤษภาคมนี้ และจะเดินทางถึง กรุงลอนดอนช่วงเช้าของวันพุธที่ 21 พฤษภาคม เวลาประมาณ 07.30 น  โดยการเดินทางครั้งนี้ ร่วมกับกระทรวงพาณิชย์ กระทรวงท่องเที่ยวและกีฬา รวมทั้งส่วนราชการอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง เพื่อสร้างโอกาสใหม่ทางธุรกิจ เปิดช่องทางขยายตลาดและเพิ่มมูลค่าสินค้าไทย ผ่าน Soft Power ด้านอาหาร กีฬา การท่องเที่ยว ซึ่งสหภาพยุโรปเป็นตลาดที่สำคัญของสินค้าของไทย

ทั้งนี้หลังเดินทางถึงกรุงลอนดอน ในเช้าวันพุธที่ 21 พฤษภาคม นายกรัฐมนตรี จะเป็นประธานในพิธีเปิดตราสัญลักษณ์ Thai SELECT โฉมใหม่ ซึ่งภายในงาน มีการจัดแสดงสินค้าอาหารไทย ผลไม้ ข้าวหอมมะลิ การจัดกิจกรรมส่งเสริมการท่องเที่ยวไทย ศิลปวัฒนธรรม  การนวดแผนไทย และการแสดงมวยไทย 

โดยนายกรัฐมนตรีจะร่วมประชุมกับ “ทีมไทยแลนด์” และผู้นำเข้าสินค้าอาหารรายใหญ่ของสหราชอาณาจักร ต่อด้วยสมาคมธุรกิจไทยในสหราชอาณาจักร (Association of Thai Businesses in the UK) เพื่อหาแนวทางขยายตลาดและเพิ่มมูลค่าการค้าสินค้าอาหารไทย โดยเฉพาะผัก ผลไม้สดและข้าวหอมมะลิ ในสหราชอาณาจักร และยุโรป จากนั้นนายกรัฐมนตรีจะมอบประกาศนียบัตร Thai SELECT แก่ร้านอาหารไทยที่ผ่านเกณฑ์มาตรฐาน จำนวน 115 ร้าน  และรับฟัง แนวทางในการพัฒนากับผู้ประกอบธุรกิจร้านอาหารไทยในสหราชอาณาจักร

ในช่วงบ่าย นายกรัฐมนตรีจะเยี่ยมชมค่ายมวยไทยที่มีชื่อเสียงในกรุงลอนดอน เพื่อหารือแนวทางความร่วมมือด้านกีฬาระหว่างไทยและสหราชอาณาจักร รวมถึงการผลักดันระบบการรับรองมาตรฐานเทรนเนอร์ ผู้ฝึกสอนมวยไทยในต่างประเทศ ซึ่งถือเป็นอีกหนึ่งมิติของ Soft Power ด้านกีฬา

นายจิรายุกล่าวต่อไปว่า ในวันพฤหัสบดีที่ 22 พฤษภาคม 2568 นายกรัฐมนตรีจะเข้าร่วมกิจกรรม In-store Promotion และประชาสัมพันธ์สินค้าไทย ณ ห้างค้าปลีก Wing Yip Superstore สาขา Cricklewood ซึ่งเป็นซูเปอร์สโตร์รายใหญ่ของสหราชอาณาจักรที่นำเข้าสินค้าอาหารจากเอเชียกว่า 4,500 รายการ และกว่า 1,000 รายการจากประเทศไทย โดยในปี 2567 ที่ผ่านมา ประเทศไทยส่งออกสินค้าอาหารไปยังสหราชอาณาจักรมูลค่ากว่า 33,000 ล้านบาท คิดเป็น 72% ของการส่งออกสินค้าไทยไปยังสหราชอาณาจักร 
 และในช่วงบ่าย นายกรัฐมนตรีจะหารือร่วมกับผู้อำนวยการด้านการท่องเที่ยวภาคพื้นยุโรป เพื่อมอบนโยบายและแลกเปลี่ยนมุมมอง และผลักดันการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมของไทยให้ตอบโจทย์นักท่องเที่ยวในยุคปัจจุบัน

จากนั้นในวันศุกร์ที่ 23 พฤษภาคม 2568 นายกรัฐมนตรีจะเดินทางจากกรุงลอนดอน ไปยังเมืองมอนติคาร์โล ราชรัฐโมนาโก เพื่อร่วมหารือกับผู้บริหารระดับสูงของการแข่งขันรถยนต์สูตรหนึ่ง Formula 1 เพื่อศึกษาความเป็นไปได้สำหรับการจัดการแข่งขัน F1 รูปแบบในเมือง (City Circuit) ในประเทศไทย ซึ่งนายกรัฐมนตรียังได้รับเชิญให้เยี่ยมชมสนามแข่งและร่วมรับชมการแข่งขัน Formula 1 Tag Heuer Monaco Grand Prix ซึ่งเป็นหนึ่งในสนามแข่งรถที่มีชื่อเสียงมากที่สุดในโลก ที่สามารถสร้างรายได้ในรูปแบบที่มนุษย์เป็นผู้สร้างขึ้น

“การเดินทางครั้งนี้ของนายกรัฐมนตรีเป็นการผลักดันนโยบายเชิงรุก ทั้งด้านเศรษฐกิจ การค้า การส่งออก การท่องเที่ยว และ Soft Power เพื่อยกระดับความเชื่อมั่นในศักยภาพของประเทศไทยในสายตานานาชาติ โดยเฉพาะในตลาดสหราชอาณาจักรและยุโรป ซึ่งมีศักยภาพสูง โดยนายกรัฐมนตรีมุ่งมั่นดึงดูดและส่งเสริมการท่องเที่ยวรูปแบบใหม่ในไทย เพื่อขับเคลื่อนเศรษฐกิจอย่างสร้างสรรค์ อีกทั้งยังเป็นโอกาสสำคัญในการเปิดทางให้ผู้ประกอบการของไทยได้ขยายพื้นที่ทางการค้าบนเวทีโลกอย่างยั่นยืน ” นายจิรายุ กล่าว

‘บ้านใหญ่’ยังกิน! แนะ’พรรคส้ม’ควรโฟกัสยึดอำนาจรัฐระดับชาติก่อน

'บ้านใหญ่'ยังกิน! แนะ'พรรคส้ม'ควรโฟกัสยึดอำนาจรัฐระดับชาติก่อน

‘บ้านใหญ่’ยังกิน! แนะ’พรรคส้ม’ควรโฟกัสยึดอำนาจรัฐระดับชาติก่อน

วันจันทร์ ที่ 19 พฤษภาคม พ.ศ. 2568, 08.56 น.

วันที่ 19 พฤษภาคม 2568 นายเทพไท เสนพงศ์ อดีต สส. นครศรีธรรมราช ได้โพสต์ข้อความผ่านเพจเฟซบุ๊ก หัวข้อเรื่อง “แนะพรรคส้ม เลิกส่งท้องถิ่น เน้นระดับชาติก่อน”

โดยระบุว่า วันนี้ขออนุญาติวิเคราะห์ผลการสำรวจ“สวนดุสิตโพล” มหาวิทยาลัยสวนดุสิต ที่ได้สำรวจความคิดเห็นประชาชนที่มีสิทธิเลือกตั้งท้องถิ่นทั่วประเทศ เรื่อง “ผลการเลือกตั้งท้องถิ่นในสายตาประชาชน” พบว่ามีปัจจัยหลายอย่าง ที่ส่งผลต่อการเลือกตั้งท้องถิ่น เช่น

1.ประชาชนจำนวน 78.80% เห็นว่า บ้านใหญ่หรือตระกูลการเมืองท้องถิ่น ยังมีอิทธิพลต่อการเลือกตั้งในพื้นที่

2.เหตุผลสำคัญที่ทำให้ “บ้านใหญ่” หรือตระกูลการเมืองท้องถิ่น ยังคงมีอิทธิพลในพื้นที่ เพราะ อันดับ 1 เข้าถึงประชาชน มีส่วนร่วมในกิจกรรมต่างๆ เช่น งานบุญ งานศพ งานประเพณี 45.13% อันดับ 2 มีฐานเสียงที่มั่นคง และความสัมพันธ์กับชุมชนที่ยาวนาน 43.19% อันดับ 3 มีระบบอุปถัมภ์ ช่วยแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนของประชาชน 41.89% ซึ่งเหตุผลทั้ง3อันดับ ล้วนแต่เป็นเรื่องของสังคมอุปถัมภ์ ช่วยเหลือเกื้อกูลกัน โดยมีปัจจัยเงินทุนเป็นส่วนสำคัญ

3.สิ่งประชาชนอยากให้นายกเทศมนตรีคนใหม่ ดำเนินการแก้ไขมากที่สุด คือ ปราบปรามอบายมุข ยาเสพติด ผู้มีอิทธิพลในพื้นที่ 57.25% ซึ่งเป็นสิ่งที่เป็นไปได้ยาก เพราะผู้ชนะรับเลือกตั้งเป็นนายกเทศมนตรี ส่วนใหญ่จะเป็นผู้มีอิทธิพลเกี่ยวข้องกับอบายมุข ยาเสพติด และใช้เงินจากธุรกิจสีเทา ทุนรับเหมา เงินทอน มาเป็นทุนซื้อเสียงจนได้รับการเลือกตั้งเกือบทั้งนั้น

ถ้าดูผลของการสำรวจสวนดุสิตโพลแล้ว  อยากให้พรรคประชาชนได้นำผลการสำรวจครั้งนี้ ไปศึกษาวิเคราะห์เป็นข้อมูล ในการกำหนดทิศทางการเมืองระหว่างการเมืองท้องถิ่นกับการเมืองระดับชาติ เพราะมีความแตกต่างกันโดยสิ้นเชิง และน่าจะเป็นคำตอบได้ว่า ทำไมพรรคประชาชนไม่ประสบความสำเร็จในการเลือกตั้งท้องถิ่นที่ผ่านมา

อยากเสนอให้พรรคประชาชน ได้มุ่งเน้นการเมืองระดับชาติเป็นหลัก เมื่อชนะการเมืองระดับชาติ ได้เข้ายึดกุมอำนาจรัฐแบบเบ็ดเสร็จ ได้เป็นรัฐบาลแล้ว ค่อยปรับโครงสร้างของสังคมตามอุดมคติ จึงค่อยส่งผู้สมัครในนามพรรค ลงแข่งขันผู้บริหารท้องถิ่นในโอกาสต่อไป

‘อดีตนายกแพทยสภา’ฮุกหมัด! ถามหากมีพรบ.ฉบับใหม่ ควรจะมีสภานายกพิเศษหรือไม่?

'อดีตนายกแพทยสภา'ฮุกหมัด! ถามหากมีพรบ.ฉบับใหม่ ควรจะมีสภานายกพิเศษหรือไม่?

‘อดีตนายกแพทยสภา’ฮุกหมัด! ถามหากมีพรบ.ฉบับใหม่ ควรจะมีสภานายกพิเศษหรือไม่?

วันจันทร์ ที่ 19 พฤษภาคม พ.ศ. 2568, 08.04 น.

วันที่ 19 พฤษภาคม 2568 ศ.คลินิกเกียรติคุณ นพ.อำนาจ กุสลานันท์ อดีตนายกแพทยสภา โพสต์เฟซบุ๊กระบุว่า หากมีพรบ.ฉบับใหม่ควรจะมีสภานายกพิเศษหรือไม่? ถ้ามีควรจะมีอำนาจในการยับยั้งมติของคณะกรรมการแพทยสภาหรือไม่ ?