เปิดมุมมอง ธีรภาพ อัญญานุภาพ ที่ปรึกษาธุรกิจครอบครัว สร้างกลยุทธ์-มั่งคั่ง-ความสัมพันธ์อย่างยั่งยืน

เปิดมุมมอง ธีรภาพ อัญญานุภาพ ที่ปรึกษาธุรกิจครอบครัว  สร้างกลยุทธ์-มั่งคั่ง-ความสัมพันธ์อย่างยั่งยืน

เปิดมุมมอง ธีรภาพ อัญญานุภาพ ที่ปรึกษาธุรกิจครอบครัว สร้างกลยุทธ์-มั่งคั่ง-ความสัมพันธ์อย่างยั่งยืน

วันศุกร์ ที่ 16 พฤษภาคม พ.ศ. 2568, 16.27 น.

แม้ “ธุรกิจครอบครัว” จะเป็นรากฐานสำคัญของเศรษฐกิจไทย แต่เบื้องหลังความสำเร็จที่เห็นจากยอดขายหรือการเติบโต กลับแฝงไปด้วยความเปราะบางที่หลายคนมองข้าม ไม่ว่าจะเป็นความขัดแย้งภายในครอบครัว การขาดแผนสืบทอดที่ชัดเจน หรือแม้แต่ความเงียบงันที่เต็มไปด้วยความคาดหวังที่ไม่เคยถูกเอ่ยออกมา ปัญหาเหล่านี้มักเป็นตัวฉุดรั้งให้ธุรกิจหยุดอยู่เพียงรุ่นที่สองหรือสาม ทั้งที่ในความเป็นจริงแล้ว ธุรกิจครอบครัวมีศักยภาพเติบโตได้มากกว่านั้น

เพื่อรับมือกับความท้าทายเหล่านี้ Aunyanuphap Consulting จึงถือกำเนิดขึ้น ในฐานะที่ปรึกษาที่ไม่เพียงมองธุรกิจจากมุมผลประกอบการเท่านั้น แต่ยังให้ความสำคัญกับการวางรากฐานความมั่งคั่งอย่างยั่งยืน ทั้งด้านการเงิน ความสัมพันธ์ และความเข้าใจในครอบครัวไปพร้อมกัน

บริษัทให้บริการทั้งในด้านการวางกลยุทธ์ การออกแบบโครงสร้างองค์กร ไปจนถึงการเป็นพื้นที่ปลอดภัยให้ครอบครัวสามารถสื่อสาร วางแผน และเติบโตร่วมกันอย่างสร้างสรรค์ บนแนวคิดที่ว่า ธุรกิจที่มั่นคงไม่อาจยืนอยู่บนกำไรเพียงอย่างเดียว แต่ต้องอาศัยความเข้าใจและความรักเป็นแกนกลาง

ธีรภาพ อัญญานุภาพ หุ้นส่วนผู้ก่อตั้งและหัวหน้าทีมที่ปรึกษา (Founding Partner & Lead Consultant)  เป็นผู้มีประสบการณ์ตรงจากครอบครัวนักธุรกิจ เปิดเผยว่า จุดเริ่มต้นของ Aunyanuphap Consulting มาจากประสบการณ์ตรงที่เติบโตมาในครอบครัวนักธุรกิจ ประกอบกับประสบการณ์ทำงานเป็นที่ปรึกษามานานกว่า 10 ปี ที่เกี่ยวข้องกับธุรกิจครอบครัวโดยตรงทำให้เขาเข้าใจอย่างลึกซึ้งในบริบทและความซับซ้อนของแต่ละครอบครัว ซึ่งกลายเป็นพื้นฐานสำคัญในการถ่ายทอดแนวคิดการบริหารและเติบโตอย่างมืออาชีพได้อย่างมีประสิทธิภาพ

Aunyanuphap Consulting ให้บริการกับธุรกิจครอบครัวกว่า 50 ราย ทั้งในระดับ SME และบริษัทในตลาดหลักทรัพย์ โดยใช้แนวทาง “Total Customization” หรือการปรับคำปรึกษาให้เหมาะสมกับบริบทเฉพาะอย่างแท้จริง

ที่ปรึกษาธุรกิจครอบครัว ให้บริการอะไร

สิ่งที่ทำให้ Aunyanuphap Consulting แตกต่าง คือความเข้าใจลึกซึ้งในความต้องการเฉพาะของแต่ละครอบครัว และการออกแบบบริการที่ไม่ใช่แค่ตอบโจทย์ด้านธุรกิจเท่านั้น แต่ยังคำนึงถึงความสัมพันธ์และอนาคตของคนในครอบครัวร่วมกันอย่างรอบด้าน

บริการหลักประกอบด้วย:

การวางแผนกลยุทธ์ธุรกิจครอบครัว (หา New S-Curve): เพื่อให้ธุรกิจครอบครัวไม่หยุดนิ่งอยู่กับสินค้าหรือบริการเดิม แต่สามารถค้นหาโอกาสใหม่และขยายธุรกิจได้อย่างยั่งยืน
การจัดโครงสร้างธุรกิจครอบครัว: เช่น การแยกทรัพย์สินส่วนตัวกับกิจการ หรือการสร้าง Holding Company เพื่อคงความเป็นเจ้าของร่วมกัน
การวางแผนธรรมาภิบาลธุรกิจครอบครัวผ่านธรรมนูญครอบครัว: สร้างข้อตกลงร่วมกันที่ทุกคนมีส่วนร่วม เพื่อป้องกันความขัดแย้งในอนาคต
การบริหาร Family Office: วางระบบบริหารธรรมนูญครอบครัวอย่างเป็นมืออาชีพ ครอบคลุมด้านเอกสารครอบครัว การประชุม และการวางแผนทรัพย์สิน
การวาง Succession Planning แบบครบวงจร: ตั้งแต่การเตรียมตัวผู้นำรุ่นใหม่ การถ่ายทอดความรู้ ไปจนถึงการเปลี่ยนผ่านอย่างมีธรรมาภิบาล
การสร้าง Governance Compliance: วางแผนให้ธรรมาภิบาลธุรกิจครอบครัวเกิดขึ้นจริง ผ่านการให้บริการด้านการวางแผนด้านกฎหมาย ภาษีอากร การเงิน ทรัพยากรบุคคล (HR) และวางแผนความมั่งคั่ง (Wealth) อย่างครบถ้วน

จุดแข็งของ Aunyanuphap Consulting คือทีมที่ปรึกษาที่มีความหลากหลาย ไม่ว่าจะเป็นนักกฎหมาย นักบัญชี ผู้เชี่ยวชาญด้านภาษี นักการเงิน และนักวางแผนองค์กร ที่ร่วมกันออกแบบแผนที่เหมาะสมกับทุกบริบท ทั้งรุ่นพ่อแม่และรุ่นลูกในเวลาเดียวกัน

บางกรณี ครอบครัวอาจลังเลที่จะเปิดบทสนทนาเรื่องสำคัญ เช่น การให้หุ้นแก่ลูกหลาน ทีมที่ปรึกษาจึงเข้ามาทำหน้าที่เป็น “ที่ปรึกษาใจกลาง” คอยเชื่อมโยง สื่อสาร และลดความตึงเครียดระหว่างกันอย่างมีประสิทธิภาพ

มุมมองอนาคตธุรกิจครอบครัวไทย

เมื่อพูดถึงภาพรวมของธุรกิจครอบครัวไทย ธีรภาพให้มุมมองเชิงบวกว่า ยังมีโอกาสเติบโตอีกมาก หากมีการเตรียมความพร้อมอย่างมืออาชีพ โดยเฉพาะเมื่อทายาทรุ่นใหม่แสดงให้เห็นถึงความตั้งใจและศักยภาพที่จะรับไม้ต่ออย่างเต็มตัว

ธีรภาพ ชี้ว่า แม้เศรษฐกิจโลกจะผันผวน แต่ยังมีหลายอุตสาหกรรมที่เติบโต เช่น Wellness, Beauty & Cosmetic, Restaurant และ Aging Society หากธุรกิจครอบครัวยังเกาะอยู่กับอุตสาหกรรมเดิมที่ชะลอการเติบโต ก็อาจถึงเวลาแล้วที่จะต้องกล้าก้าวออกไปหา S-Curve ใหม่

“แม้ภาพอนาคตจะสดใส แต่สิ่งที่ขาดไม่ได้คือการวางแผนที่ดี ทั้งด้านวิสัยทัศน์ โครงสร้างกิจการ ธรรมาภิบาล และการสืบทอดที่ชัดเจน ธุรกิจครอบครัวไม่สามารถพึ่งพาโชคหรือความคุ้นเคยได้อีกต่อไป แต่ต้องเดินหน้าด้วยความเข้าใจและกลยุทธ์ที่เป็นมืออาชีพ”

ด้วยความตั้งใจที่มุ่งมั่น บริษัทจึงเลือกทำงานกับลูกค้าที่พร้อมเปิดใจและต้องการคำปรึกษาเชิงลึก เพื่อร่วมกันออกแบบกระบวนการที่นำไปสู่การวางแผนอย่างแท้จริง ไม่ใช่เพียงรายงานที่สวยงามบนกระดาษ

นอกจากนี้ ธีรภาพ ยังเป็นเจ้าของเพจ “คุยกับกงสี (Gongsitalk)” ที่มีผู้ติดตามกว่า 30,000 คน เพื่อถ่ายทอดประสบการณ์และองค์ความรู้จากการทำงานจริงให้เข้าถึงได้ง่าย ทั้งยังบรรยายให้กับมหาวิทยาลัยและองค์กรชั้นนำทั้งภาครัฐและเอกชน เพื่อผลักดันแนวคิดการบริหารธุรกิจครอบครัวไปสู่ระดับประเทศ

ท้ายที่สุด Aunyanuphap Consulting ไม่ใช่เพียงผู้ให้คำปรึกษา แต่เป็นเพื่อนร่วมทางของครอบครัวไทยที่ต้องการเติบโตอย่างยั่งยืน ทั้งในมิติของธุรกิจ ความสัมพันธ์ และความมั่งคั่งในระยะยาว ผู้สนใจสามารถดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ www.aunyanuphap-consulting.com

‘วัตสัน’เผยผลสำรวจพบพลังโซเชียลมีเดียครองอิทธิพลสูงสุด ดันตลาดสุขภาพและความงามไทยครึ่งปีแรก

'วัตสัน'เผยผลสำรวจพบพลังโซเชียลมีเดียครองอิทธิพลสูงสุด ดันตลาดสุขภาพและความงามไทยครึ่งปีแรก

‘วัตสัน’เผยผลสำรวจพบพลังโซเชียลมีเดียครองอิทธิพลสูงสุด ดันตลาดสุขภาพและความงามไทยครึ่งปีแรก

วันศุกร์ ที่ 16 พฤษภาคม พ.ศ. 2568, 15.20 น.

ในยุคที่พฤติกรรมผู้บริโภคเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว การดูแลสุขภาพไม่ใช่เพียงเทรนด์ชั่วคราว แต่กลายเป็นไลฟ์สไตล์หลักของคนรุ่นใหม่ที่มองการลงทุนในสุขภาพเป็นรากฐานของความสุขที่ยั่งยืน วัตสัน ผู้นำอันดับหนึ่งในวงการร้านค้าเพื่อสุขภาพและความงามของไทย เปิดเผยผลสำรวจที่สะท้อนพฤติกรรมผู้บริโภคกว่า 4,000 คนทั่วประเทศเผยให้เห็นจุดเปลี่ยนสำคัญที่ขับเคลื่อนตลาดสุขภาพและความงามในปัจจุบัน

สุขภาพคือการลงทุนระยะยาว

จากผลสำรวจพบว่าเกินครึ่ง ผู้บริโภคให้ความสำคัญกับส่วนผสมและคุณประโยชน์ เมื่อเลือกซื้อผลิตภัณฑ์เสริมอาหารหรือวิตามิน แสดงให้เห็นว่าแนวโน้มการดูแลตัวเองในปีนี้ไม่ได้ขับเคลื่อนด้วยกระแสความนิยม แต่ขับเคลื่อนด้วย “ความรู้ ความเข้าใจ และความใส่ใจ” ขณะที่ความน่าเชื่อถือของแบรนด์ยังคงเป็นองค์ประกอบหลักที่ผู้บริโภคกว่า 72.8% ใช้ในการตัดสินใจซื้อ

โซเชียลมีเดีย – แพลตฟอร์มทรงอิทธิพลที่ขับเคลื่อนการตัดสินใจ

ในยุคดิจิทัลการตัดสินใจซื้อของผู้บริโภคยังคงได้รับอิทธิพลจากโซเชียลมีเดีย อันดับหนึ่งแน่นอนว่า 52% เป็น Facebook ขณะที่ TikTok มีความนิยมรองมาอยู่ที่  45% พบว่าภายในปีเดียวแอปนี้เติบโตแบบก้าวกระโดดมากขึ้นเท่าตัวสะท้อนว่า “ไวรัล” ไม่ใช่แค่คำแต่คือกำลังซื้อที่จับต้องได้ นับว่าเป็นอีกหนึ่งแพลตฟอร์มที่น่าจับตามองและยังคงมีอิทธิพลอย่างต่อเนื่อง จากนั้นก็ตามด้วย Instagram และ YouTube  ที่รักษาพื้นที่ไว้ได้ดี ที่น่าสนใจคือ “รีวิวจากผู้ใช้จริง” กลายเป็นปัจจัยสำคัญในการตัดสินใจซื้อ โดยเฉพาะในกลุ่มความงาม สกินแคร์ และผลิตภัณฑ์สุขภาพ สะท้อนให้เห็นว่าผู้บริโภคให้ความเชื่อถือในประสบการณ์จริงมากกว่าการโฆษณาแบบดั้งเดิม

ความคุ้มค่า คือหัวใจสำคัญ

แม้ผู้บริโภคจะให้ความสำคัญกับคุณภาพ แต่ความคุ้มค่ายังคงเป็นปัจจัยหลักในการตัดสินใจซื้อ โดย 3 ใน 4 หรือมากถึง 75% ระบุว่าให้ความสำคัญกับความคุ้มค่ามากที่สุด ขณะที่ผู้ซื้อผลิตภัณฑ์ความงามและผู้ซื้อ สกินแคร์ ยอมรับว่าโปรโมชันมีผลต่อการตัดสินใจซื้ออย่างมีนัยสำคัญ

แบรนด์ไทยมาแรง เป็นที่นิยมมากขึ้น

แบรนด์ไทยกำลังเข้าสู่จุดแข็งของการเป็น “แบรนด์ที่ผู้บริโภคเชื่อมั่น” เกือบ 80% มองว่าแบรนด์ไทยมีภาพลักษณ์ดีและเป็นที่นิยมมากขึ้น สะท้อนว่าการสร้างคุณภาพควบคู่กับราคาที่เหมาะสม คือจุดเปลี่ยนสำคัญ

ที่ทำให้ผู้บริโภคเปิดใจ  77%  ใส่ใจในเรื่อง “สรรพคุณและส่วนผสม” รองลงมาเป็นเรื่องของ “ราคา” คือ 61% จุดนี้ถือเป็นโอกาสของแบรนด์ไทยในการต่อยอดผ่าน Brand Storytelling และการสร้าง Trust-Based Marketing เพื่อรักษาแรงสนับสนุนจากฐานลูกค้าที่กำลังเติบโตอย่างยั่งยืน

ชอปง่าย ไร้รอยต่อ

ผู้บริโภคยุคใหม่ไม่ได้ชอปแค่ “ที่ไหนก็ได้” แต่ต้อง “เมื่อไหร่ก็ได้” โดยผลสำรวจพบว่า 72% ของผู้บริโภคเลือกชอปทั้งหน้าร้านและออนไลน์ และเกินครึ่งให้ความสำคัญกับความสะดวกในการชอปมากที่สุด

วัตสัน: ไม่หยุดฟังเสียงลูกค้า เพื่อคัดสรรสิ่งที่ใช่”

ในฐานะผู้นำตลาดด้านสุขภาพและความงามของไทย วัตสันไม่เพียงแค่ ตามเทรนด์ แต่ตั้งใจ ตอบเทรนด์ อย่างเข้าใจ ผ่านการคัดสรรผลิตภัณฑ์คุณภาพ บริการที่ทันสมัย และประสบการณ์การชอปปิงที่ตอบโจทย์ชีวิตจริง เพราะเรามองว่า “Health is Beauty, Beauty is Health” การดูแลตัวเองจึงไม่ใช่เรื่องผิวเผิน แต่คือการลงทุนเพื่อชีวิตที่ดีขึ้นในระยะยาว

2แบรนด์มาแรงจาก 2วงการ!LABX Clinic จับมือ Nok Air เปิดแคมเปญ’สวยยกลำ’

2แบรนด์มาแรงจาก 2วงการ!LABX Clinic จับมือ Nok Air เปิดแคมเปญ'สวยยกลำ'

2แบรนด์มาแรงจาก 2วงการ!LABX Clinic จับมือ Nok Air เปิดแคมเปญ’สวยยกลำ’

วันศุกร์ ที่ 16 พฤษภาคม พ.ศ. 2568, 15.03 น.

LABX Clinic คลินิกความงามเจนใหม่ ร่วมกับสายการบิน Nok Air เปิดตัวแคมเปญ “LAB X Nok Air สวยยกลำ” มอบของขวัญสุดเซอร์ไพรส์ให้ผู้โดยสารเที่ยวบินภายในประเทศลุ้นรับทรีตเมนต์ความงามฟรีกันแบบยกลำLABX Clinic คลินิกความงามสำหรับคนทุกเจน ประกาศความร่วมมือครั้งสำคัญกับสายการบิน Nok Air เปิดตัวแคมเปญ “LABX Nok Air สวยยกลำ” นับเป็นความร่วมมือครั้งแรกในประเทศไทยระหว่างอุตสาหกรรมการบินและคลินิกความงามภายใต้แคมเปญนี้ ผู้โดยสารที่เดินทางด้วยเที่ยวบินภายในประเทศของ Nok Air มีสิทธิ์ลุ้นรับทรีตเมนต์ความงามฟรีทั้งลำ จาก LABX Clinic ประกอบด้วยบริการระดับพรีเมียม อาทิ เลเซอร์หน้าใส , โบท็อกซ์ลดริ้วรอย, โปรแกรมยกกระชับหน้า และวิตามินผิวใส พร้อมของรางวัลอื่นๆ อีกมากมาย

แคมเปญนี้ถือเป็นการผสานความร่วมมือที่ไม่เคยมีมาก่อนในวงการความงามและการบินของไทย มุ่งหวังที่จะมอบประสบการณ์พิเศษให้กับลูกค้า พร้อมยกระดับการเดินทางให้เป็นมากกว่าการเดินทางธรรมดา แต่เป็นโอกาสในการดูแลตัวเองด้วยทรีตเมนต์คุณภาพสูงโดยทั้งสององค์กรมีเป้าหมายเดียวกันคือการมอบประสบการณ์ที่ประทับใจให้กับลูกค้าผู้ที่สนใจสามารถติดตามรายละเอียดได้ทาง Line Official Account: @labxclinic แคมเปญเริ่มตั้งแต่วันนี้จนถึง 30 พค 2565

โรงเรียนนานาชาติเบซิส กรุงเทพฯ ตอกย้ำความเป็นเลิศแบบรอบด้านในยุค AI

โรงเรียนนานาชาติเบซิส กรุงเทพฯ ตอกย้ำความเป็นเลิศแบบรอบด้านในยุค AI

โรงเรียนนานาชาติเบซิส กรุงเทพฯ ตอกย้ำความเป็นเลิศแบบรอบด้านในยุค AI

วันศุกร์ ที่ 16 พฤษภาคม พ.ศ. 2568, 14.49 น.

โรงเรียนนานาชาติเบซิสกรุงเทพฯ จัดงาน BASIS Artfinity : Education Redefined ณ ศูนย์การค้าเอ็มควอเทียร์ โดยมีวัตถุประสงค์ให้นักเรียนได้แสดงความสามารถทางศิลปศาสตร์ที่ไร้ขีดจำกัด  ทั้งทางด้านจิตรกรรม สถาปัตยกรรม วรรณกรรม ดนตรีและศิลปะการแสดง ตลอดจนกีฬาและสันทนาการ  ตอกย้ำความเป็นเลิศด้านการศึกษาไม่เฉพาะด้านวิชาการ  แต่ยังส่งเสริมให้เกิดการเรียนรู้รอบด้าน ซึ่งจัดขึ้นเมื่อเร็วๆ นี้

ภายในพิธีเปิดงาน  มร.โทบี้ วอคเกอร์ รองประธานเครือข่ายโรงเรียนเบซิส ให้เกียรติร่วมงานพร้อมด้วย ดร. วิลเล็ม ฟาน เดอร์ สลุยส์ ผู้อำนวยการโรงเรียน, มร.โจนาธาน ชวิมเมอร์ ผู้ก่อตั้งและกรรมการผู้จัดการ และ มร.เอียน ซาโต้ ผู้อำนวยการด้านวิชาการ  และร่วมเสวนาในหัวข้อ “การศึกษาแห่งอนาคต : AI จะมีบทบาทอย่างไร และโรงเรียนในเครือเบซิสมีทิศทางอย่างไร“  ซึ่งโรงเรียนนานาชาติเบซิส ให้ความสำคัญกับการเตรียมความพร้อมให้นักเรียนมีความรู้และทักษะที่จะเผชิญกับสถานการณ์ใหม่ๆ รู้เท่าทันการเปลี่ยนแปลงของโลกปัจจุบัน โดยไม่ละทิ้งศาสตร์แขนงต่างๆที่เป็นพื้นฐานสำคัญในการพัฒนาของมนุษย์

มิสเตอร์โทบี้ วอคเกอร์ รองประธานเครือเบซิส จากสหรัฐอเมริกา ตอกย้ำคำมั่นสัญญาที่โรงเรียนจะให้การศึกษาและโอกาสรอบด้านกับนักเรียน และมุ่งเน้นผลลัพธ์ที่เป็นเลิศ  ”โรงเรียนเบซิสเป็นโรงเรียนที่มุ่งเน้นความเป็นเลิศด้านวิชาการ ซึ่งไม่เพียงเฉพาะ คณิตศาสตร์ วิทยาศาสตร์ และภาษาศาสตร์  แต่ยังรวมไปถึง ศิลปศาสตร์ ประวัติศาสตร์ เศรษฐศาสตร์ ฯลฯ และเรายังสนับสนุนให้นักเรียนได้มีโอกาสค้นพบตัวเองผ่านกิจกรรมทั้งภายในและนอกโรงเรียน เพื่อสร้างโอกาสที่ไร้ขีดจำกัดในอนาคต โรงเรียนในเครือของเราทำสถิติที่น่าทึ่งในปี พ.ศ. 2568 นี้โดยนักเรียนจำนวนเกือบร้อยละ 90 สามารถเข้าศึกษาต่อในมหาวิทยาลัยท็อป 50 ของโลกได้“

ดร. วิลเล็ม ฟาน เดอร์ สลุยส์ ผู้อำนวยการโรงเรียนกล่าวถึงความเป็นมาของงานและสถานะปัจจุบันของโรงเรียน ”เริ่มต้นในเดือนสิงหาคม ปี พ.ศ. 2568 นี้  โรงเรียนจะมีจำนวนนักเรียนมากกว่า 600 คน และมีจำนวนคุณครูประมาณ 120 คน  เรามุ่งมั่นที่จะเปิดสอนคอร์สที่หลากหลายและเพิ่มทางเลือกให้กับนักเรียนที่มีความสนใจหลากหลาย  ซึ่งเห็นได้จากที่โรงเรียนได้เปิดการสอนวิชา AP Art สำหรับนักเรียนเพียง 4 คน ที่ได้มาร่วมแสดงผลงานในวันนี้   และพร้อมกันนี้ทางโรงเรียนอยากจะให้ผู้ปกครองมองเห็นเส้นทางด้านการศึกษา ว่าเราสามารถเชื่อมโยงศิลปะเข้ากับวิชาการได้อย่างไร และเด็กๆสามารถเติบโตไปในทิศทางใดบ้าง จึงเป็นจุดเริ่มต้นของการจัดมหกรรมงานศิลป์นี้ขึ้นให้นักเรียนทั้งโรงเรียนได้แสดงออกต่อสาธารณชนในเชิงสร้างสรรค์“

นอกจากนี้โรงเรียนยังพร้อมที่จะพัฒนาต่อไป และวัดผลอย่างต่อเนื่องเพื่อมุ่งสู่ผลลัพธ์เทียบเทียมกับโรงเรียนในเครือเบซิส และโรงเรียนชั้นนำของโลก “โรงเรึยนนานาชาติเบซิส กรุงเทพฯ เฉกเช่นเดียวกับทุกโรงเรียนในเครือ  ไม่มีการจัดลำดับคลาสเรียนตามความสามารถของนักเรียน แต่มุ่งหวังความเป็นเลิศจากนักเรียนทุกคน ผ่านการสนับสนุนของสังคมโรงเรียนไม่ว่าจะเป็น คุณครู ครอบครัว เพื่อนนักเรียน รุ่นพี่และรุ่นน้อง ตลอดจนพนักงานทุกคน เรามุ่งหวังที่จะมอบการศึกษาที่เป็นเลิศในระดับสากล โดยวัดผลอย่างสม่ำเสมอและหาวิธีพัฒนาอย่างต่อเนื่องร่วมกัน”

มร.เอียน ซาโต้ ผู้อำนวยการด้านวิชาการ  กล่าวถึงการเปลี่ยนแปลงด้านเทคโนโลยีซึ่งรวมไปถึง AI (ปัญญาประดิษฐ์) “เรามองเห็นอนาคตที่มนุษย์จะอยู่ร่วมกับ AI ไม่ใช่ AI มาแทนที่มนุษย์ แต่มนุษย์จะปรับตนเองให้ใช้ AI ให้เป็นประโยชน์  ในประวัติศาสตร์ของโลกเราเคยผ่าน Industrial Revolution (ยุคปฏิวัติอุตสาหกรรมครั้งใหญ่) และ Digital Age (การปฏิรูปทางดิจิทัล) มาแล้ว และสำหรับการเปลี่ยนแปลงที่กำลังเกิดขึ้นในครั้งนี้ เบซิสในฐานะผู้ให้การศึกษาก็มุ่งหวังที่จะเตรียมความพร้อมให้กับนักเรียน ด้วยความเชื่อมั่นว่าศักยภาพของสมองมนุษย์นั้นไม่มีที่สิ้นสุด“

นอกจากนี้แล้วภายในงานยังมีการเปิดเวทีให้นักเรียนในหลักสูตร AP Art (Advanced Placement Art) ซึ่งเป็นหลักสูตรที่เทียบเท่ากับระดับมหาวิทยาลัยเปิดสอนให้กับนักเรียนในระดับมัธยมศึกษาตอนปลาย  ได้แสดงผลงานต่อสาธารณชนอย่างเต็มรูปแบบ นิทรรศการครั้งนี้จัดแสดงผลงานศิลปะจากนักเรียนที่สะท้อนถึงแนวคิดเชิงลึก ความสามารถในการวิเคราะห์ และการแสดงออกอย่างมีเอกลักษณ์ในหลากหลายรูปแบบ ไม่ว่าจะเป็น Visual Storytelling, Conceptual Art, Mixed Media หรือการออกแบบสื่อร่วมสมัย โดยทั้งหมดเป็นผลลัพธ์จากการเรียนรู้ภายใต้แนวคิด “Education Redefined” ของเบซิส ซึ่งเน้นทั้งด้านวิชาการและความคิดสร้างสรรค์ควบคู่กัน

ในนิทรรศการนี้ ผู้ชมยังได้รับชมการแสดงจากนักเรียนหลากหลายระดับชั้นและหลากหลายรูปแบบ  และยังได้สัมผัสบรรยากาศของการเรียนรู้ผ่านศิลปะ พร้อมกิจกรรมเวิร์กช็อป การพูดคุยกับนักเรียน และพูดคุยกับแขกรับเชิญสุดพิเศษ อาทิ จูน เซคิโน (สถาปนิกชื่อดัง), อะตอม (ศิลปินและ Youtuber), Ko Mr. Saxman และ Heart and The Ghost

โรงเรียนนานาชาติเบซิส กรุงเทพฯ เปิดการเรียนการสอนในเดือนสิงหาคม พ.ศ. 2562 และเป็นโรงเรียนลำดับที่ 35 ในเครือข่ายโรงเรียน BASIS Curriculum Schools จากประเทศสหรัฐอเมริกา ซึ่งมีชื่อเสียงในด้านวิชาการที่แข็งแกร่งและความสามารถในการเตรียมความพร้อมนักเรียนสู่มหาวิทยาลัยชั้นนำทั่วโลก  โรงเรียนสาขาที่กรุงเทพฯได้รับการรับรองจากสถาบันรับรองด้านการศึกษานานาชาติ Cognia ตั้งแต่ปี พ.ศ.2562 โดยโรงเรียนตั้งอยู่บนถนนพระราม 2 กรุงเทพฯ ติดกับเซ็นทรัลพระรามสอง เปิดสอนตั้งแต่ระดับชั้นเนิร์สเซอรี่ถึงมัธยมศึกษาปีที่ 6 ท่านสามารถอ่านละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับโรงเรียนนานาชาติเบซิส กรุงเทพฯได้ที่ www.basis.ac.th

ซีพี ตอกย้ำองค์กรต้นแบบด้านความยั่งยืน จัดงานมอบประกาศนียบัตร ‘น้อมนำเศรษฐกิจพอเพียง สู่มาตรฐานแห่งความยั่งยืน มอก.999999’

ซีพี ตอกย้ำองค์กรต้นแบบด้านความยั่งยืน จัดงานมอบประกาศนียบัตร  ‘น้อมนำเศรษฐกิจพอเพียง สู่มาตรฐานแห่งความยั่งยืน มอก.999999’

ซีพี ตอกย้ำองค์กรต้นแบบด้านความยั่งยืน จัดงานมอบประกาศนียบัตร ‘น้อมนำเศรษฐกิจพอเพียง สู่มาตรฐานแห่งความยั่งยืน มอก.999999’

วันศุกร์ ที่ 16 พฤษภาคม พ.ศ. 2568, 14.44 น.

เครือเจริญโภคภัณฑ์ (ซีพี) ตอกย้ำองค์กรต้นแบบด้านความยั่งยืนระดับโลก ที่มุ่งเน้นการสร้างธุรกิจให้เติบโตควบคู่ไปกับการส่งเสริมความยั่งยืนเพื่อ “สรรสร้างการเติบโตที่ยั่งยืน” (Enabling Sustainable Growth) พร้อมน้อมนำหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงมาเป็นแนวทางในการดำเนินการเพื่อให้บรรลุเป้าหมายด้านความยั่งยืนที่ครอบคลุมทุกมิติ ทั้งในด้านสิ่งแวดล้อม สังคม และธรรมาภิบาล ตลอดทั้งห่วงโซ่คุณค่า จัดงานมอบประกาศนียบัตร “น้อมนำเศรษฐกิจพอเพียง สู่มาตรฐานแห่งความยั่งยืน มอก.999999″ ในวันที่ 19 พฤษภาคม 2568 เวลา 8.30-12.00 ณ ห้อง Auditorium ชั้น อาคารทรู ดิจิทัล พาร์ค (TDPK) ฝั่ง East ทั้งนี้ เครือฯ และบริษัทในเครือฯ จำนวน บริษัท ได้รับประกาศนียบัตร มอก.999999 ตามแนวทางเศรษฐกิจพอเพียงภาคอุตสาหกรรม จากสถาบันรับรองมาตรฐานไอเอสโอ (MASCI)

ในงานดังกล่าว ดร.ธีระพล ถนอมศักดิ์ยุทธ ประธานคณะผู้บริหาร ด้านความยั่งยืนองค์กรและการพัฒนากลยุทธ์เครือฯ กล่าวรายงาน   จากนั้นเป็นการปาฐกถาพิเศษโดย ดร.สุเมธ ตันติเวชกุล กรรมการและเลขาธิการมูลนิธิชัยพัฒนา หัวข้อ “น้อมนำเศรษฐกิจพอเพียง สู่การพัฒนาอย่างยั่งยืน” นายศุภชัย เจียรวนนท์ ประธานคณะผู้บริหาร เครือเจริญโภคภัณฑ์ แสดงวิสัยทัศน์ “บทบาทองค์กรธุรกิจไทยต่อเศรษฐกิจพอเพียงในยุค ESG” และการเสวนาเรื่อง “มาตรฐานเพื่อความยั่งยืน: จากมอก.99999 สู่การเปลี่ยนแปลงองค์กร” โดย นายจงรักษ์ โรจน์พลาเสถียร ผู้อำนวยการสถาบันรับรองมาตรฐานไอเอสโอ นายประสิทธิ์ บุญดวงประเสริฐ ประธานคณะผู้บริหาร บริษัท เจริญโภคภัณฑ์อาหาร จ้ากัด (มหาชน) นางศิริพร เดชสิงห์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร สายงานความยั่งยืนและสื่อสารองค์กร บริษัท ซีพี แอ็กซ์ตร้า จำกัด (มหาชน) และนายชุมพล ลีละศุภพงษ์ ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ บริษัท ซีพีแรม จำกัด ปิดท้ายด้วยพิธีมอบประกาศนียบัตร มอก. 9999 โดย นายจงรักษ์ โรจน์พลาเสถียร ผู้อำนวยการสถาบันรับรองมาตรฐานไอเอสโอ (MASCI)

นอกจากนี้ ในงานยังมีการฉาย วิดีทัศน์ฯ “ชีพี มอก. 9999: จากปรัชญา สู่การปฏิบัติ” รวมทั้งนิทรรศการแสดง Best Practice มอก.9999 ของกลุ่มธุรกิจในเครือฯ บูธสินค้าเศรษฐกิจพอเพียงภายใต้การสนับสนุนจาก เครือฯและบริษัทในเครือฯ

ทั้งนี้ เครือเจริญโภคภัณฑ์ (ซีพี) ตระหนักถึงความสำคัญของการดำเนินธุรกิจควบคู่ไปกับความยังยั่งยืน โดยน้อมนำหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงของพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลดดดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร รัชกาลที่ 9 มาประยุกต์ใช้ในการดำเนินงาน ล่าสุด เครือฯ และบริษัทในเครือฯ จำนวน 7 บริษัท ได้รับประกาศนียบัตร มอก.99999 ตามแนวทางเศรษฐกิจพอเพียงภาคอุตสาหกรรม จากสถาบันรับรองมาตรฐานไอเอสโอ

มาตรฐาน มอก.9999 เป็นแนวทางเศรษฐกิจพอเพียงภาคอุตสาหกรรมที่กระทรวงอุตสาหกรรมได้น้อมนำปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง” มาประยุกต์ใช้ โดยมอบหมายให้สำนักงานมาตรฐานผลิตภัณฑ์(สมอ.) จัดทำมาตรฐานขึ้นเพื่อเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร และรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณที่พระระราชทานแนวทางเศรษฐกิจพอเพียงให้เผยแพร่และ ประยุกต์ใช้ในวงกว้าง รวมถึงภาคอุตสาหกรรม

DKSH คว้ารางวัล Healthcare Asia Medtech Awards 2025 ตอกย้ำคุณภาพการบริการดูแลสุขภาพผู้ป่วยที่บ้านแบบครบวงจร

DKSH คว้ารางวัล Healthcare Asia Medtech Awards 2025 ตอกย้ำคุณภาพการบริการดูแลสุขภาพผู้ป่วยที่บ้านแบบครบวงจร

DKSH คว้ารางวัล Healthcare Asia Medtech Awards 2025 ตอกย้ำคุณภาพการบริการดูแลสุขภาพผู้ป่วยที่บ้านแบบครบวงจร

วันศุกร์ ที่ 16 พฤษภาคม พ.ศ. 2568, 09.15 น.

บริษัท DKSH (ประเทศไทย) จำกัด ได้รับรางวัล Healthcare Asia Medtech Award 2025 สาขา “Hospital Partnership of the Year – Thailand” จากนวัตกรรมบริการดูแลสุขภาพผู้ป่วยที่บ้านแบบครบวงจร หรือ โฮมเพ้าส์ (Home Pulse) ซึ่งช่วยเน้นย้ำถึงความมุ่งมั่นของ DKSH ในการส่งเสริมการเข้าถึงบริการสุขภาพทั่วทุกภูมิภาคในประเทศไทย

หน่วยธุรกิจผลิตภัณฑ์เพื่อสุขภาพ บริษัท DKSH (ประเทศไทย) จำกัด พันธมิตรเชิงกลยุทธ์ด้านโซลูชันการดูแลสุขภาพและผู้นำด้านการขยายตลาด สำหรับบริษัทผู้ผลิตเวชภัณฑ์ยา บริษัทผู้ผลิตยาจำหน่ายหน้าเคาน์เตอร์ (OTC) ผลิตภัณฑ์เพื่อสุขภาพ และเครื่องมือแพทย์ ได้รับรางวัล Healthcare Asia Medtech Awards 2025 สาขา “Hospital Partnership of the Year – Thailand” ซึ่งมีพิธีมอบรางวัล ณ กรุงกัวลาลัมเปอร์ ประเทศมาเลเซีย เมื่อเร็วๆ นี้ รางวัลอันทรงเกียรตินี้เป็นสิ่งยืนยันถึงความสำเร็จของ “Home Pulse” นวัตกรรมด้านบริการสุขภาพที่มุ่งเน้นการดูแลผู้ป่วยถึงบ้าน ช่วยยกระดับการเข้าถึงบริการทางการแพทย์ในประเทศไทย

การได้รับรางวัลดังกล่าวสะท้อนถึงองค์ความรู้ ความชำนาญและเชี่ยวชาญในระบบการดูแลสุขภาพในประเทศไทยของ DKSH และเป็นผลจากความมุ่งมั่นในการพัฒนาบริการโดยให้ความสำคัญกับผู้ป่วยเป็นหลัก มีการศึกษาความต้องการของผู้ป่วย และออกแบบบริการที่ตอบสนองต่อความต้องการของผู้ป่วยได้อย่างมีประสิทธิภาพ ซึ่งช่วยลดความจำเป็นในการเดินทางไปโรงพยาบาล ส่งผลให้ผู้ป่วยสามารถฟื้นตัวในสภาพแวดล้อมที่ปลอดภัยและสะดวกสบายยิ่งขึ้น นอกจากบริการดังกล่าว DKSH ยังคงเดินหน้าพัฒนาการให้บริการสุขภาพต่างๆ เพื่อก่อให้เกิดประโยชน์ในวงกว้างแก่ชุมชนทั่วประเทศอย่างต่อเนื่อง อีกด้วย

Healthcare Asia Medtech Awards ถือเป็นหนึ่งในรางวัลที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในวงการเทคโนโลยีการแพทย์และการดูแลสุขภาพของเอเชีย ซึ่งยกย่องโครงการ องค์กร และผู้นำที่มีความโดดเด่นในด้านนวัตกรรมการดูแลสุขภาพและการพัฒนาระบบดูแลสุขภาพที่ยั่งยืน ทั้งยังมุ่งเน้นให้เกิดการเปลี่ยนแปลงที่สำคัญในการพัฒนาการดูแลผู้ป่วยที่พร้อมขับเคลื่อนอุตสาหกรรมให้เติบโต

นวัตกรรมบริการดูแลสุขภาพที่บ้านแบบครบวงจร

“Home Pulse” เป็นบริการดูแลสุขภาพที่บ้านแบบครบวงจรของ DKSH ที่พลิกโฉมการให้บริการทางการแพทย์ที่บ้านในประเทศไทยด้วยการให้บริการที่มีคุณภาพได้มาตรฐานเทียบเท่าโรงพยาบาล เช่น การเก็บตัวอย่างเลือด การให้คำปรึกษาทางการแพทย์แบบออนไลน์ (Teleconsultation) การตรวจวินิจฉัย และการดูแลผู้ป่วยเรื้อรังถึงบ้านของผู้ป่วยโดยตรง ด้วยความร่วมมือกับโรงพยาบาลชั้นนำและสถาบันการแพทย์ใประเทศไทย “Home Pulse” ช่วยลดความจำเป็นในการเดินทางไปโรงพยาบาล โดยมอบประสบการณ์ที่สะดวกสบาย โดยเฉพาะอย่างยิ่งสำหรับผู้ป่วยโรคเรื้อรัง ผู้ที่มีความบกพร่องทางร่างกาย หรือการเคลื่อนไหว หรือผู้ที่ต้องการหลีกเลี่ยงความแออัดหรือการรอคิวนานในโรงพยาบาล

นับตั้งแต่เริ่มดำเนินงาน “Home Pulse” ช่วยลดอัตราการกลับเข้ามารักษาที่โรงพยาบาลได้ถึง 30% ปัจจุบันได้ขยายการให้บริการครอบคลุมในพื้นที่กรุงเทพฯ ปทุมธานี อยุธยา นครปฐม และนนทบุรี พร้อมมีแผนที่จะขยายไปยังพื้นที่อื่นๆ ทั่วประเทศในอนาคตอันใกล้นี้

นายแพทริค แกรนเด รองประธานฝ่ายบริหาร หน่วยธุรกิจผลิตภัณฑ์เพื่อสุขภาพ บริษัท DKSH (ประเทศไทย) จำกัด และหัวหน้าฝ่าย Commercial Outsourcing ประจำภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก DKSH กล่าวว่า “’Home Pulse’ ได้กำหนดนิยามใหม่ในการส่งมอบบริการถึงบ้านของผู้ป่วย ด้วยมาตรฐานที่เทียบเท่ากับโรงพยาบาล DKSHรู้สึกเป็นเกียรติอย่างยิ่งที่ได้รับรางวัลในครั้งนี้ โดยความสำเร็จของ Home Pulse ในครั้งนี้เกิดจากความมุ่งมั่นของ DKSH ในการพัฒนาแนวทางการสนับสนุนบริการทางการแพทย์ที่ให้ความสำคัญกับผู้ป่วยเป็นหลัก และการสร้างระบบนิเวศสุขภาพที่ยั่งยืน  และจะเป็นแรงบันดาลใจให้เรายังคงเดินหน้าขับเคลื่อนนวัตกรรมด้านการดูแลสุขภาพในเอเชีย ตามพันธกิจในการส่งเสริมสุขภาพที่ดีขึ้นสำหรับทุกคนของเรา”

นอกจากรางวัลสาขา “Hospital Partnership of the Year – Thailand” แล้ว DKSH ยังได้รับรางวัลสาขา “ESG Program of the Year – Asia” จากโครงการ “Patient Purpose Day” ซึ่งเป็นโครงการในระดับภูมิภาคเอเชียที่มุ่งเน้นการพัฒนาแนวทางการดูแลสุขภาพอย่างยั่งยืนและมีความรับผิดชอบต่อสังคม

-(016)

แมคโดนัลด์ เปิดแคมเปญ ‘Bacon Festival’ กับเมนูมื้อเช้าใหม่

แมคโดนัลด์ เปิดแคมเปญ ‘Bacon Festival’ กับเมนูมื้อเช้าใหม่

แมคโดนัลด์ เปิดแคมเปญ ‘Bacon Festival’ กับเมนูมื้อเช้าใหม่

วันศุกร์ ที่ 16 พฤษภาคม พ.ศ. 2568, 06.00 น.

แมคโดนัลด์ ให้ความสำคัญกับอาหารเช้า และไม่หยุดที่จะพัฒนาเมนูใหม่ๆ เพื่อตอบโจทย์อาหารเช้าที่ดีและอร่อยสำหรับคนไทย ยกระดับความอร่อยอาหารเช้าที่ทุกคนชื่นชอบ ให้คุณเริ่มต้นวันใหม่ ด้วยเมนูอาหารเช้าใหม่ “Bacon Festival”   ที่ทุกคนต้องลอง 

“Bacon Festival” อร่อยเต็มคำ กับสโมคเบคอนเต็มชิ้น หอมกลิ่นรมควัน   ที่มีมาถึง 2 เมนู ‘แมคโจ๊กเบคอนไข่นุ่ม’ หอมกรุ่นจากข้าวหอมมะลิ 100% ให้รสสัมผัสเนียนนุ่มคล่องคอ ท้อปปิ้งด้วยเบคอนรมควันเต็มชิ้น และไข่นุ่มร้อนๆ ละมุนลิ้น หรือ อร่อยครบด้วย เซตแมคโจ๊กเบคอนไข่นุ่ม เสิร์ฟพร้อมปาท่องโก๋ 1 ชิ้น และอเมริกาโน่ร้อน ขนาด 8 ออนซ์ 1 แก้ว

เติมพลังวันใหม่สไตล์อิงลิช เบรกฟาสต์ด้วย ‘เบคอน แมคมัฟฟิน วิท เอ้ก’ ขนมปังอิงลิช มัฟฟิน โทสต์จนหอมกรุ่น นุ่มสูตรเฉพาะจากแมคโดนัลด์ พร้อมเบคอนหอมกลิ่นรมควันแบบเต็มๆ ชิ้น ลงตัวด้วยไข่ดาวทอดสดใหม่ และชีสนำเข้าจากนิวซีแลนด์ หรือ เลือกอร่อยจัดเต็มด้วยเซตเบคอน แมคมัฟฟินวิทเอ้ก เสิร์ฟพร้อมแฮชบราวน์ 1 ชิ้น และอเมริกาโน่ร้อน ขนาด 8 ออนซ์ 1 แก้ว

อร่อยเต็มคำกับเมนูมื้อเช้าใหม่ พร้อมสโมคเบคอนเต็มชิ้น หอมกลิ่นรมควัน ได้แล้วตั้งแต่วันนี้ถึง 30 มิถุนายน 2568 ที่ร้านแมคโดนัลด์ทุกสาขาที่ร่วมรายการ, แมคไดร์ฟ ทรู และแมคดิลิเวอรี โทร.1711, เว็บไซต์ www.mcdonalds.co.th และแอปพลิเคชันของแมคโดนัลด์ ติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ Facebook.com/McThai

‘อีสานโชว์พ(ร)าว’ปักหมุดจังหวัดขอนแก่น กับ Isan Creative Festival 2025

‘อีสานโชว์พ(ร)าว’ปักหมุดจังหวัดขอนแก่น กับ Isan Creative Festival 2025

‘อีสานโชว์พ(ร)าว’ปักหมุดจังหวัดขอนแก่น กับ Isan Creative Festival 2025

วันศุกร์ ที่ 16 พฤษภาคม พ.ศ. 2568, 06.00 น.

เตรียมพบกับงานสร้างสรรค์ที่ ‘ม่วน’ และ ‘พราว’ ที่สุดแห่งปี! กับเทศกาลอีสานสร้างสรรค์ 2568 หรือ Isan Creative Festival 2025 (ISANCF2025) ปีที่ 5 เทศกาลฯ จัดโดยสำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจสร้างสรรค์ (องค์การมหาชน) หรือ CEA ร่วมกับพันธมิตร เครือข่ายนักออกแบบ ศิลปิน ผู้ประกอบการ และภาคประชาสังคมในภูมิภาคอีสาน ภายใต้แนวคิด “อีสานโชว์พ(ร)าว – ISAN SOUL PROUD” ภูมิใจโชว์ซอฟต์พาวเวอร์ของอีสานผ่านอุตสาหกรรมสร้างสรรค์ที่โดดเด่นสาขาต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นอาหาร ดนตรี งานคราฟต์ ตลอดจนแรงบันดาลใจแห่งภูมิภาคที่เต็มไปด้วยต้นทุนวัฒนธรรม ความคิดสร้างสรรค์ และพลังของผู้คนที่พร้อมก้าวขึ้นมาสร้างเศรษฐกิจใหม่ด้วยตนเอง

เทศกาลนี้เปิดพื้นที่ให้ทุกคนได้ ‘โชว์ของ’ ในแบบฉบับของตนเอง พร้อมขับเคลื่อนอีสานจากดินแดนที่เคยถูกมองข้าม สู่ ‘ภูมิภาคที่รุ่มรวยด้วยโอกาส’ ของนักสร้างสรรค์ จัดเต็ม 9 วัน ระหว่างวันที่ 28 มิถุนายน – 6 กรกฎาคม 2568 บน 4 พื้นที่หลักในจังหวัดขอนแก่น ได้แก่ TCDC ขอนแก่น ย่านกังสดาล, ย่านชุมชนสร้างสรรค์โคลัมโบ, โรงแรมพูลแมน ขอนแก่น, ชุมชนสาวะถี และพื้นที่อื่น ๆ ในภาคอีสาน

เทศกาลอีสานสร้างสรรค์ 2568 มุ่งเปิดพื้นที่ให้ ‘คนอีสาน’ และ ‘คนรักอีสาน’ มาร่วมพัฒนาอีสานให้ดียิ่งขึ้นด้วยการใช้ ‘ของดี’ ในอีสานเป็นต้นทุน ร่วมกับการออกแบบ ความคิดสร้างสรรค์ นวัตกรรม และเทรนด์ใหม่ ๆ ผ่านกิจกรรมหลากหลายรูปแบบ เช่น นิทรรศการ เสวนา เวิร์กช็อป แพลตฟอร์มธุรกิจสร้างสรรค์ กิจกรรมทางวิชาการ อีเวนต์ดนตรี และตลาดสร้างสรรค์ โดยมุ่งผลักดันให้ขอนแก่นและเมืองอื่น ๆ ในภูมิภาคอีสานเห็น ‘คุณค่า’ ‘โอกาสการลงทุน’ ‘การคืนถิ่น’ เพื่อกระจายโอกาสความกินดี อยู่ดี สู่พื้นที่ใหม่ทางเศรษฐกิจสร้างสรรค์อย่างขอนแก่นและจังหวัดอื่น ๆ ในอีสาน พร้อมยกระดับขอนแก่นเป็น Creative City ที่มีบทบาทในระดับโลก

 ปีนี้เทศกาลฯ โชว์ความพร้อมใน 2 มิติ ได้แก่ 1. โชว์โอกาสจากต้นทุนสินทรัพย์ทางวัฒนธรรมอันรุ่มรวยของอีสาน ที่พร้อมต่อยอดสู่โอกาสใหม่ผ่านอุตสาหกรรมสร้างสรรค์ที่โดดเด่นทั้ง 3 กลุ่มหลัก ได้แก่ อุตสาหกรรมบันเทิงและคอนเทนต์, อุตสาหกรรมหัตถกรรม ศิลปะและการออกแบบ และอุตสาหกรรมอาหาร พร้อมเชื่อมโยงธุรกิจผ่านการจับคู่ธุรกิจ (Business Matching) ให้เข้าถึงตลาดทั้งในและต่างประเทศ อีกทั้งสร้างความเข้มแข็งของเครือข่ายภาคการศึกษาสู่เวทีสากล 2. โชว์โอกาสจากศักยภาพพื้นที่ในภูมิภาคอีสาน ทั้งระดับกลุ่มชุมชน ย่าน เมือง และจังหวัด สู่ภูมิภาคที่ ‘น่าอยู่’ ด้วยไลฟ์สไตล์ที่เต็มไปด้วยเสน่ห์ ‘น่าลงทุน’ ด้วยศักยภาพทุกมิติ และ ‘น่าเที่ยว’ ด้วยการสร้างประสบการณ์ที่หลากหลาย

อีกทั้ง เทศกาลฯ ได้ขยายความร่วมมือไปยังนักสร้างสรรค์ ผู้ประกอบการ สถาบันการศึกษา และเครือข่ายนักสร้างสรรค์จาก 20 จังหวัดในภาคอีสาน ให้มาร่วมแสดงพลังสร้างสรรค์ของภาคอีสาน และชวนสัมผัสประสบการณ์เกี่ยวกับอีสานในมุมมองสุดพิเศษผ่านกิจกรรมมากกว่า 200 โปรแกรม ครอบคลุมทั้งดนตรี ภาพยนตร์ อาหาร งานคราฟต์ การออกแบบ ธุรกิจสร้างสรรค์ เทคโนโลยี และงานชุมชน ในกิจกรรม 7 รูปแบบ ประกอบด้วย1. กิจกรรมทางวิชาการสร้างสรรค์ (Academic Program) เช่น Isan Creativity and Innovation Summit 2025 ฯลฯ 2. แพลตฟอร์มธุรกิจสร้างสรรค์ (Creative Business Platform) เช่น งาน ISAN MICE EXPO โดย TCEB, ISANCF x Kupper Art Fes, The Secret Sauce Business Weekend 2025 อีสาน ฯลฯ  3. การจัดแสดงผลงานและนิทรรศการ (Showcase & Exhibition) เช่น นิทรรศการจักรวาลลาบก้อย, Muniverse Exhibition, นิทรรศการกลับอีสานดีกว่า! The Pavilion [เพราะคำตอบของ Home Comer อยู่ที่นี่] ฯลฯ  4. เสวนาและเวิร์กช็อป (Talk & Workshop) เช่น งาน Creative Wisdom Talk x H.O.W., NEXT STATION “ปลาร้า” ฯลฯ  5. อีเวนต์และโปรแกรมบันเทิง (Event & Entertainment Program) เช่น งานเเฟชั่นโชว์ “อีสานโชว์พ(ร)าว”, ISAN Music ConneXt ฯลฯ  6. ตลาดสร้างสรรค์ (D-KAK Market) ที่รวมผลงานสร้างสรรค์ของเหล่าของนักสร้างสรรค์ ศิลปิน และผู้ประกอบการท้องถิ่น 7. โปรเจ็กต์พัฒนาย่านเศรษฐกิจสร้างสรรค์ (Creative District Project) เช่น ชุมชนสาวะถี (SAWATHI HOME PROUD), ชุมชนสร้างสรรค์โคลัมโบ (Columbo Creative Community) ฯลฯ

ติดตามความเคลื่อนไหวของงานเพิ่มเติมได้ที่ Website: http://www.isancreativefestival.com, Facebook/Instagram: @IsanCreativeFestival

‘มาดามแป้ง’ นำทีมมูลนิธิมาดามแป้ง มอบเครื่องช่วยหายใจแก่โรงพยาบาลเบตง ยะลา

‘มาดามแป้ง’ นำทีมมูลนิธิมาดามแป้ง มอบเครื่องช่วยหายใจแก่โรงพยาบาลเบตง ยะลา

‘มาดามแป้ง’ นำทีมมูลนิธิมาดามแป้ง มอบเครื่องช่วยหายใจแก่โรงพยาบาลเบตง ยะลา

วันศุกร์ ที่ 16 พฤษภาคม พ.ศ. 2568, 06.00 น.

เดินหน้าสนับสนุนด้านสาธารณสุขในพื้นที่ชายแดนภาคใต้มาอย่างต่อเนื่อง นางนวลพรรณ ล่ำซำ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เมืองไทยประกันภัย จำกัด (มหาชน) หรือ MTI และในฐานะประธานกรรมการ มูลนิธิมาดามแป้ง มอบอุปกรณ์ทางการแพทย์ เครื่องช่วยหายใจ ชนิดควบคุมด้วยปริมาตรและความดัน ยี่ห้อ Mindray รุ่น SV-800 มูลค่า 600,000 บาท แก่โรงพยาบาลเบตง จังหวัดยะลา โดยมี พ.ต.อ.ดร.ณรัชต์ เศวตนันทน์ รองประธานกรรมการมูลนิธิฯ พร้อมด้วยนางสาวชรินทร โชติรัตน์ ผู้จัดการมูลนิธิฯ ร่วมส่งมอบ และมีแพทย์หญิงวิชุดา ดอนสกุล ผู้อำนวยการโรงพยาบาลเบตง แพทย์หญิงอนิกา ภิญญ์นาราโชติ ทีมแพทย์ และคณะ เป็นผู้รับมอบ

นางนวลพรรณ ล่ำซำ ประธานกรรมการ มูลนิธิมาดามแป้ง กล่าวว่า “วันนี้มูลนิธิมาดามแป้งได้มีโอกาสสนับสนุนด้านสาธารณสุขในพื้นที่ชายแดนภาคใต้ บรรเทาความเดือดร้อนให้กับพี่น้องคนไทยในพื้นที่ห่างไกล หวังว่าเครื่องช่วยหายใจจะนำพาโอกาสและช่วยให้ผู้ป่วยกลับมาหายใจได้อีกครั้ง อย่างไรก็ตาม สิ่งสำคัญในการมอบเครื่องมือแพทย์ไปยังสถานพยาบาลแห่งใดนั้น แป้งและเจ้าหน้าที่มูลนิธิฯ ให้ความสำคัญ คำนึงถึงความต้องการ และความเชี่ยวชาญของทีมแพทย์ เพื่อที่ว่าเครื่องมือเหล่านี้จะทำประโยชน์อย่างสูงสุดได้อย่างแท้จริง”

โรงพยาบาลเบตง ตั้งอยู่ที่อำเภอเบตง จังหวัดยะลา เป็นรพ.ขนาดกลาง รองรับผู้ป่วยได้ 170 เตียง ดูแลสถานพยาบาลในเครือข่าย 12 แห่งเป็นโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล 9 แห่ง ศูนย์สุขภาพชุมชน 3 แห่ง รวมจำนวนผู้ป่วยที่ต้องดูแลทั้งสิ้น 50,839 ราย โดยมุ่งหวังเป็นโรงพยาบาลชายแดนชั้นนำที่มีคุณภาพและได้มาตรฐาน

การมอบอุปกรณ์การแพทย์ เครื่องช่วยหายใจชนิดควบคุมด้วยปริมาตรและความดันแก่โรงพยาบาลในครั้งนี้ เพื่อเป้าหมายในการช่วยเหลือโรงพยาบาลในพื้นที่ชายแดนใต้ ให้ผู้ป่วยมีโอกาสได้รับการรักษาด้วยอุปกรณ์ที่เพียงพอและทันสมัย และที่สำคัญคือตรงตามความต้องการและความเชี่ยวชาญของแพทย์ในโรงพยาบาล

ทั้งนี้ มูลนิธิมาดามแป้ง ยังคงเดินหน้าเพื่อร่วมแบ่งปันทุกการให้ในสังคมไทย ดังปณิธาน “ส่งต่อน้ำใจคนไทยไม่ทิ้งกัน” #มูลนิธิมาดามแป้ง

Meiji EZcube ฉลอง 3 ปี เปิดตัว ‘Meiji EZSmart Kid club’ คอมมูนิตี้ที่ซัพพอร์ตแม่ทุกบทบาท เพื่อดูแลลูกในทุกก้าวของการเติบโต

Meiji EZcube ฉลอง 3 ปี เปิดตัว ‘Meiji EZSmart Kid club’ คอมมูนิตี้ที่ซัพพอร์ตแม่ทุกบทบาท  เพื่อดูแลลูกในทุกก้าวของการเติบโต

Meiji EZcube ฉลอง 3 ปี เปิดตัว ‘Meiji EZSmart Kid club’ คอมมูนิตี้ที่ซัพพอร์ตแม่ทุกบทบาท เพื่อดูแลลูกในทุกก้าวของการเติบโต

วันศุกร์ ที่ 16 พฤษภาคม พ.ศ. 2568, 06.00 น.

“Meiji GU FORMULA GOLD EZcube 3” (เมจิ จียู ฟอร์มูล่า โกลด์ อีซี่คิวบ์ 3) ผลิตภัณฑ์นมผงรูปแบบก้อน รายแรกในประเทศไทย เอกสิทธิ์หนึ่งเดียวจาก Meiji ผู้เชี่ยวชาญด้านโภชนาการในผลิตภัณฑ์นมที่มีมายาวนานกว่า 100 ปีในญี่ปุ่น ฉลองครบรอบ 3 ปี เมจิ อีซี่คิวบ์ ในประเทศไทย ควง “ก้อย รัชวิน” และ “น้องทะเล” ลูกชายคนโตเจนอัลฟ่าที่สมาร์ทสมวัย ร่วมบอกเล่าการเป็นคุณแม่สมาร์ทมัม  พร้อมพูดคุยภายใต้หัวข้อ “เมจิ อีซี่คิวบ์ ใส่ใจทุกก้าวของการเติบโต” พร้อมด้วย วราลี ผดุงพรรค ให้ข้อมูลความรู้เรื่องภูมิแพ้ในเด็ก  และพิศิษฐ์ คณาศิริชัยนนท์ ร่วมให้ข้อมูลด้านโภชนาการที่เหมาะสมภายในงาน พร้อมเปิดตัว Meiji EZSmart Kids Club (เมจิ อีซี่สมาร์ท คิดส์ คลับ) คอมมูนิตี้ที่ซัพพอร์ตแม่ทุกบทบาท เพื่อดูแลลูกในทุกก้าวของการเติบโต ที่ Sunday Playland ศูนย์การค้า โรบินสัน ไลฟ์สไตล์ สาขาราชพฤกษ์

ภายในงานเต็มไปด้วยความสนุกสนาน ท่ามกลางบรรยากาศที่อบอวลไปด้วยความสุขของคุณแม่และลูกๆ ที่ได้เข้าร่วมกิจกรรม โดยมี ศิริธร ดำริห์  ผู้จัดการแผนกการขายและการตลาดกลุ่มผลิตภัณฑ์นม เมจิ อีซี่คิวบ์  ต้อนรับ  ซึ่ง “เมจิ อีซี่คิวบ์”  ได้จัดกิจกรรมสุดพิเศษทั้งการเสริมสร้างพัฒนาการกล้ามเนื้อของเด็กและความคิดสร้างสรรค์ การให้ความรู้เรื่องภูมิแพ้และ โภชนาการที่เหมาะสมกับเด็กเจนใหม่ ที่เติบโตอย่างรวดเร็ว ภายใต้สภาวะแวดล้อมในปัจจุบัน พร้อมฉลองครบรอบ 3 ปี กับการเข้ามาเปิดตัว Meiji GU Formula Gold EZcube 3  ผลิตภัณฑ์นมผงรูปแบบก้อนในประเทศไทย ที่ตอบโจทย์ด้านความสะดวกในการชง การพกพา และไม่ต้องตวง ภายใต้มาตรฐานการผลิตระดับสากลจากประเทศญี่ปุ่น  

“ในปีนี้ เมจิ อีซี่คิวบ์ เดินหน้าต่อยอดแนวคิด ‘ใส่ใจทุกก้าวของการเติบโต’ ด้วยการสร้างคอมมูนิตี้พื้นที่ซัพพอร์ตคุณแม่ทุกบทบาทให้ดูแลลูกในทุกก้าวของการเติบโตเป็นเรื่องง่าย และมีเวลาที่มีคุณค่ามากขึ้น เมจิ อีซี่สมาร์ท คิดส์ คลับ พื้นที่สำหรับคุณแม่ทุกประเภท ทุกบทบาท ไม่ว่าจะเป็น Working mom, แม่ฟูลไทม์ หรือ กลุ่มคุณแม่ที่เป็น LGBT เพราะเราเชื่อว่า ‘แม่ทุกคนเก่งที่สุดในแบบของตัวเอง’ พร้อมสร้างสังคมการเรียนรู้และพร้อมให้คำปรึกษาด้านโภชนาการที่ถูกต้องโดยผู้เชี่ยวชาญ เพื่อให้เด็กเจนเอลฟ่าเติบโตอย่างเหมาะสมตามช่วงวัย ทั้งทางร่างกาย อารมณ์และสติปัญญา

ทั้งนี้ ในสถานการณ์ปัจจุบันแม่ยุคใหม่ที่ต้องรับบทบาทหลากหลาย และยังต้องบาลานซ์ทั้งการทำงานนอกบ้านและการดูแลลูกน้อย รวมถึงคนในครอบครัว เราเข้าใจดีว่าการเป็นแม่ในยุคนี้ไม่ง่าย แต่แม่ทุกคนก็ทำได้ดีในแบบของตัวเอง Meiji EZcube (เมจิ อีซี่คิวบ์) จึงอยากเป็นตัวช่วยเล็กๆ  ที่ทำให้ทุกวันของแม่ง่ายขึ้น เพื่อให้แม่ได้มีเวลาใส่ใจทุกก้าวของการเติบโตของลูกได้อย่างเต็มที่ จึงขอส่งมอบ เมจิ อีซี่คิวบ์ ที่ตอบโจทย์เรื่องความสะดวกในการเตรียมนม ไม่ต้องใช้ช้อนตวงปาด ใครๆ ก็ชงได้ และด้วยสูตรเฉพาะจากเมจิ ที่มาในรูปแบบก้อน แต่ชงง่าย ละลายง่าย ช่วยอำนวยความสะดวกในทุกสถานการณ์ ทั้งในเวลาที่เร่งรีบ การเตรียมนมในเวลากลางคืน หรือออกไปข้างนอกก็สะดวกในการชง เพียงแค่ฉีกซอง เทใส่แก้ว เติมน้ำอุ่น หรือร้อน คนหรือเขย่าให้ละลายก็พร้อมดื่ม รวมถึงความสะอาดเนื่องจากบรรจุภัณฑ์เป็นรูปแบบซองแยกเฉพาะและง่ายต่อการเก็บรักษา พกพาสะดวก ชงได้ทุกที่ และมีสารอาหารที่ให้คุณประโยชน์หลากหลาย เหมาะสำหรับเด็กวัยหัดเรียนรู้ เพื่อให้การเลี้ยงลูกเป็นเรื่องง่ายขึ้น แม้ในวันที่แม่รับหน้าที่บทบาทที่หลากหลาย

นอกจากนี้ เมจิ จียู ฟอร์มูล่า โกล์ด อีซี่คิวบ์ 3 ยังมีสารอาหารจำเป็นหลากหลาย ทั้ง DHA, FOS, แลคตาเดริน (Lactadherin) ที่เป็นสารอาหารประเภทโปรตีนที่สำคัญที่พบในนมแม่ รวมถึง นิวคลีโอไทด์ และสารอาหารสำคัญอย่าง ฟอสโฟลิปิด และยังมีวิตามินดีและแคลเซียมสูง มีธาตุเหล็ก มาในรูปแบบก้อนบรรจุซองเพื่อสะดวกในการชง เพื่อเสริมโภชนาการให้กับเด็กอย่างครบถ้วนมากขึ้น พร้อมกันนี้ เมจิ อีซี่คิวบ์ ยังได้แนะนำผลิตภัณฑ์ใหม่ สำหรับคุณแม่ส่วนหนึ่งที่ต้องประสบปัญหาในการให้นมด้วยตัวเอง เช่น แม่ที่มีโรคประจำตัว ความบกพร่องทางร่างกาย หรือแม่เจนใหม่ที่เป็น LGBT ที่มีลูกเล็ก จึงได้นำเข้าเมจิ อีซี่คิวบ์ สำหรับเด็กสูตรเฉพาะ เพื่อมาเป็นอีกหนึ่งทางเลือกตัวช่วยในการเลี้ยงลูกรักให้กับคุณแม่กลุ่มเหล่านี้ อย่างไรก็ตาม เมจิ อีซี่คิวบ์ ยังคงยึดมั่นในการสนับสนุนให้แม่เจนใหม่เลี้ยงลูกด้วยนมแม่ตั้งแต่แรกเกิดให้นานที่สุด เพื่อให้ลูกได้รับสารอาหารที่จำเป็นต่อการสร้างภูมิคุ้มกันตั้งแต่แรกเกิด

ด้านคุณแม่ ก้อย รัชวิน ที่ควงน้องทะล มาร่วมงาน  เผยว่า รู้สึกยินดีที่ได้เป็นส่วนหนึ่งของกิจกรรมในครั้งนี้ เชื่อมั่นในแบรนด์อันดับ 1 และคุณภาพที่ส่งตรงจากญี่ปุ่น ส่วนตัวได้ให้ทะเลลองแล้ว ลูกชอบมากเช่นกัน จึงมั่นใจว่าเมจิ อีซี่คิวบ์ จะสามารถเข้าถึงคุณแม่ยุคใหม่ได้มากยิ่งขึ้น เพราะพกพาสะดวก ชงง่าย ละลายง่าย ใคร  ก็สามารถชงได้ ทำให้ง่ายต่อการเตรียมนม ไม่ต้องกังวลเรื่องหก เลอะเทอะ นอกจากความสะดวกก็ยังมีเรื่องสารอาหารที่เหมาะสมกับเด็กวัยกำลังเรียนรู้ด้วย”

เตรียมพบกับ Meiji EZSmart Kid Club และ ผลิตภัณฑ์ “Meiji GU Formula Gold EZcube 3” ผลิตภัณฑ์นมรูปแบบก้อน ทั้งช่องทางออนไลน์บนแอปพลิเคชั่น Shopee, Lazada, TikTok Shop และ Moongshop และซุปเปอร์มาร์เก็ตชั้นนำ พร้อมสอบถามข้อมูลผลิตภัณฑ์นมสูตรเฉพาะ กดติดตามข่าวสารและกิจกรรมต่างๆ ได้ที่ Facebook Meiji EZcube Thailand หรือ Line Official Account : @meijiezcubethai และ @meijiezsmartkid