ศิลปินดัง Linecensor จับมือ ช่างชุ่ย จัดนิทรรศการเดี่ยวในรอบ 9 ปี สร้างปรากฏการณ์ศิลปะอีกครั้ง กับแนวคิด ‘พายุแห่งความสร้างสรรค์’

ศิลปินดัง Linecensor จับมือ ช่างชุ่ย จัดนิทรรศการเดี่ยวในรอบ 9 ปี สร้างปรากฏการณ์ศิลปะอีกครั้ง กับแนวคิด ‘พายุแห่งความสร้างสรรค์’

ศิลปินดัง Linecensor จับมือ ช่างชุ่ย จัดนิทรรศการเดี่ยวในรอบ 9 ปี สร้างปรากฏการณ์ศิลปะอีกครั้ง กับแนวคิด ‘พายุแห่งความสร้างสรรค์’

วันศุกร์ ที่ 16 พฤษภาคม พ.ศ. 2568, 06.00 น.

‘Linecensor’ ศิลปินสตรีทอาร์ตชื่อดังของไทย ซึ่งเป็นที่ยอมรับในวงการศิลปะทั้งไทยและต่างประเทศ ร่วมกับ ‘ช่างชุ่ย Creative Park’ พื้นที่แห่งศิลปะและความคิดสร้างสรรค์ เตรียมสร้างปรากฎการณ์แปลกใหม่ให้กับวงการศิลปะอีกครั้งใน “ARCH OF LINECENSOR PART 1: PERFECT STROM” นิทรรศการเดี่ยวในรอบ 9 ปีของ Linecensor (เกียรติอนันต์ เอี่ยมจันทร์) ในเมืองไทย จัดขึ้นที่อาคาร ChangChui Gallery

นิทรรศการครั้งนี้ ถือเป็นการรวมพลังความคิดสร้างสรรค์ครั้งยิ่งใหญ่ของศิลปิน เพื่อนำเสนองานจิตรกรรมขนาดมหึมาและประติมากรรมคอลเล็กชันล่าสุดที่สร้างสรรค์ขึ้นเป็นพิเศษเพื่องานนี้โดยเฉพาะ รวมถึงเปิดตัวแอปพลิเคชั่นสุดล้ำแห่งวงการศิลปะ และชวนคุณออกตามล่าหา ‘Monster’ ตัวตึงเพื่อแลกของที่ระลึกจากศิลปิน

ARCH OF LINECENSOR PART 1: PERFECT STORM ไม่ใช่แค่นิทรรศการธรรมดา แต่เป็นการรวมตัวของผลงานที่ถ่ายทอดความย้อนแย้ง ความงาม และความโกลาหลของโลกในปัจจุบัน เปรียบเสมือนการบรรจบกันของความคิดสร้างสรรค์ ประสบการณ์ และมุมมองของศิลปิน ที่กลั่นกรองออกมาเป็นผลงานศิลปะอันทรงพลัง สะท้อนให้เห็นถึงพัฒนาการทางเทคนิคและแนวคิดที่ลุ่มลึกยิ่งขึ้น ศิลปินได้หยิบยกปรากฏการณ์ธรรมชาติที่ยิ่งใหญ่และควบคุมไม่ได้ ซึ่งเขาเปรียบเปรยให้เป็น “พายุแห่งความสร้างสรรค์” (Perfect Storm) เป็นสัญลักษณ์แทนการผสมผสานของปัจจัยต่าง ๆ ทั้งจากภายนอกที่เข้ามากระทบและสิ่งที่เกิดขึ้นภายในจิตใจของศิลปิน ก่อเกิดเป็นพลังงานสร้างสรรค์อันบริสุทธิ์ ที่พัดพาผู้ชมเข้าสู่โลกแห่งจินตนาการและห้วงอารมณ์อันเข้มข้นของ Linecensor

“ความหมายของ Perfect Strom คือสารัตถะแห่งความว่างเปล่าของชีวิต เหมือนอัตตาที่เรามี สุดท้ายก็หายไปตามกาลเวลา แต่ผลงานที่เราสร้างสรรค์ขึ้นมายังคงเก็บบันทึกและสะท้อนความเป็นไปของยุคสมัย ไม่ว่าจะเกมส์ การ์ตูน กราฟิก อาร์ตทอย แฟชั่น ความลุ่มหลงทั้งหลายทั้งมวล สุดท้ายก็เปลี่ยนแปลงไป ผมจึงสร้างสรรค์ผลงานชุดนี้ขึ้นมาเพื่อให้ผู้ชมเข้าถึงสาระแท้จริงของศิลปะ ภายใต้ความงามและความคิดสร้างสรรค์ สาระแท้จริงที่ผมต้องการนำเสนอ คือความทุกข์ ความสุข และความหมายของชีวิต รวมไปถึงการออกแบบคอนเซ็ปต์ของนิทรรศการให้สอดรับไปกับความเป็นช่างชุ่ยได้อย่างลึกซึ้ง” Linecensor หรือ เกียรติอนันต์ กล่าว

ความน่าสนใจของนิทรรศการ ARCH OF LINECENSOR PART 1: PERFECT STORM คือการนำเสนอผลงานศิลปะที่สะท้อนความคิดสร้างสรรค์และประสบการณ์ชีวิตของศิลปิน ผ่านการใช้ลวดลายและรูปแบบที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัวของ Linecensor จัดแบ่งผลงานออกเป็นซีรีส์ต่าง ๆ ที่ได้รับการบันทึกไว้ใน Artbook เล่มใหม่ของเขา เพื่อให้ผู้ชมได้เข้าใจถึงแนวคิดและกระบวนการสร้างสรรค์ผลงานที่เปรียบเสมือนพายุแห่งความสร้างสรรค์

“ผมไม่ได้จัดแสดง Solo Exhibition ที่ประเทศไทยมานานหลายปีแล้วครับ เลยอยากนำผลงาน painting (จิตรกรรม) ระดับมาสเตอร์พีชทั้งงานใหม่ประมาณ 7-8 ชิ้น และผลงานจากนักสะสมที่หลายคนไม่เคยเห็นที่ไหนมาก่อนมาจัดแสดง โดยมีผลงานขนาดใหญ่สุดถึง 8 เมตร ควบคู่กับการนำ sculpture (ประติมากรรม) ที่ผมออกแบบใหม่ทั้งหมดประมาณ 20 ชิ้น เพื่อเสริมการเล่าเรื่องผ่านงาน painting ให้โดดเด่นมากขึ้น รวมถึงมีของที่ระลึกให้ผู้ชมซื้อติดมือกลับบ้านด้วยครับ

ผมตั้งใจออกแบบนิทรรศการครั้งนี้ให้ครอบคลุมทุกมิติ และใส่ใจในเรื่องความรู้สึกของผู้ชมอย่างมาก ทุกชิ้นงานจึงใช้เวลานานในการออกแบบลงบน Artbook ส่วนตัว บวกกับการได้เห็นงานสเก็ตซ์ของพี่ลิ้ม (สมชัย ส่งวัฒนา ผู้ก่อตั้งช่างชุ่ย) ก็สร้างแรงบันดาลใจให้ผมเช่นกัน ผมได้เรียนรู้มุมมองความคิด ความฝัน ความจริง ปรัชญา คุณค่าและความหมายของชีวิตจากพี่ลิ้มเยอะมากครับ เขาทำให้ผมเข้มแข็งและเข้าใจตัวตนของผมอย่างลึกซึ้ง เพราะโปรเจ็กต์นี้เราใช้เวลาทำงานนานเกือบ 5-6 ปี การทำงานศิลปะสำหรับผมขึ้นอยู่กับเงื่อนไขของเวลา รวมถึงทัศนคติที่เรามีต่อสังคมและสิ่งที่พบเจอในแต่ละวัน”

ARCH OF LINECENSOR PART 1: PERFECT STORM จึงสะท้อนถึงประเด็นทางสังคมและความซับซ้อนของโลกยุคใหม่ผ่านมุมมองศิลปินได้อย่างลุ่มลึก Linecensor สร้างประสบการณ์ที่กระตุ้นทั้งความคิดและอารมณ์ความรู้สึกของผู้ชม เพื่อให้สัมผัสได้ถึงพลังของงานศิลปะที่สามารถเชื่อมโยงเราเข้ากับเรื่องราวที่ลึกซึ้งยิ่งกว่าคำพูดใด ๆ

ช่างชุ่ย Creative Park: พื้นที่ที่เติมเต็มความหมายของ ‘Perfect Storm’

นิทรรศการนี้ได้รับการสนับสนุนโดย ลิ้ม-สมชัย ส่งวัฒนา ผู้ก่อตั้งแบรนด์แฟชั่นชื่อดังอย่าง FLYNOW และผู้เนรมิตช่างชุ่ย Creative Park ให้เป็นพื้นที่แห่งศิลปะและความคิดสร้างสรรค์ ซึ่งสอดคล้องกับเจตนารมณ์ของช่างชุ่ยที่เปิดโอกาสให้เป็นศูนย์กลางแห่งความคิดสร้างสรรค์และศิลปะ เพื่อให้ศิลปินรุ่นใหม่ได้แสดงผลงานและแลกเปลี่ยนแรงบันดาลใจ ทั้งยังช่วยผลักดันให้ผลงานศิลปะของ Linecensor ได้รับการเผยแพร่สู่สาธารณชนในบรรยากาศที่สร้างสรรค์อย่างเปิดกว้าง

“ผมกับ Linecensor น่าจะมีชะตาต้องกันมานานกว่าสิบปีแล้วครับ (หัวเราะ) เริ่มจากที่ผมซื้อผลงานของเขาตั้งแต่สมัยเรียนมหาวิทยาลัยศิลปากร ผลงานชิ้นแรก ๆ ของเขาสะท้อนความเซอร์ ความกวน และความซื่อใส ทำให้ผมตัดสินใจซื้อและชื่นชอบงานของเขาโดยไม่รู้ตัว สิ่งที่ผมประทับใจใน Linecensor คือความเป็นคนมองโลกในแง่ดี สามารถเปลี่ยนพลังลบให้กลายเป็นพลังขับเคลื่อนการสร้างสรรค์ผลงานศิลปะได้ โดยใช้ศิลปะเป็นพื้นที่ที่ระเบิดความรู้สึกต่าง ๆ ที่เก็บซ่อนอยู่ภายในออกมา กลายเป็นผลงานสร้างสรรค์ที่สร้างแรงบันดาลใจให้คนอื่น ๆ Perfect Strom เหมือนศิลปะที่ระเบิดอารมณ์ออกมาจากแรงปะทุที่อัดแน่นภายใน สำหรับผมผลงานชุดนี้ของ Linecensor จึงเต็มไปด้วยความเซ็กซี่ที่เร่าร้อนจนยากจะละสายตา” ลิ้ม-สมชัย กล่าว

สมชัย ส่งวัฒนา – เกียรติอนันต์ เอี่ยมจันทร์

ด้วยเหตุนี้ ช่างชุ่ย Creative Park จึงเป็นสถานที่ที่เหมาะสมที่สุดสำหรับการจัดนิทรรศการครั้งนี้ ไม่เพียงแค่พื้นที่จัดแสดงงานศิลปะทั่วไป หากแต่ยังเป็นพื้นที่ที่มีชีวิตชีวา เต็มไปด้วยความคิดสร้างสรรค์ และแรงบันดาลใจใหม่ ๆ ราวกับหลุดเข้าไปในอีกโลกที่เต็มไปด้วยศิลปะ ความคิดสร้างสรรค์ และจินตนาการแปลกใหม่ ศิลปินบรรจงจัดวางนิทรรศการในลักษณะที่ทำให้ผู้ชมสามารถเดินสำรวจและสัมผัสประสบการณ์ได้อย่างใกล้ชิด ทุกมุมของพื้นที่ถูกออกแบบมาเพื่อเสริมสร้างความสัมพันธ์ระหว่าง ‘ศิลปะ’ และ ‘ผู้ชม’ ได้อย่างกลมกล่อม

“Linecensor มีอุดมการณ์ที่รอการพิสูจน์และอยากให้ทุกคนเข้ามาสัมผัสประสบการณ์แปลกใหม่ในนิทรรศการครั้งนี้ ผมชอบความบ้าระห่ำ ความวิริยะอุตสาหะ ความทะนงในศักดิ์ศรี และความมีอุดมการณ์ ซึ่งคำว่า ‘อุดมการณ์’ ไม่มีถูกหรือผิด เพราะทุกสิ่งในโลกไม่จำเป็นต้องถูกต้องหรือมีเหตุผลเสมอไป นิทรรศการครั้งนี้ภายใต้การสนับสนุนของผม ในฐานะศิลปินและคนที่ชื่นชอบผลงานของเขามานาน ผมอยากสนับสนุนศิลปินและขับเคลื่อนวงการศิลปะให้เติบโตไปข้างหน้า ผมอยากให้มีคนหลากหลายจริตร่วมกันสนับสนุนงานศิลปะ เพื่อนำพาประเทศของเราให้ก้าวเดินไปข้างหน้า เพราะศิลปินไทยมีศักยภาพและผลงานโดดเด่นไม่แพ้ใคร ส่วนการแข่งขันจะช่วยผลักดันวงการศิลปะไทยให้เติบโตอย่างแข็งแกร่ง เพราะที่ไหนน้ำเชี่ยว ที่นั่นย่อมมีปลาที่แข็งแรงเสมอ” ลิ้ม-สมชัย กล่าวทิ้งท้าย

หากคุณเป็นคนหนึ่งที่หลงใหลในงานศิลปะ นักสะสม หรือกำลังมองหาแรงบันดาลใจใหม่ๆ นิทรรศการเดี่ยวของ Linecensor ไม่เพียงแค่การแสดงผลงาน แต่เป็นการเชื้อเชิญให้เราได้สำรวจความคิดและอารมณ์ที่ซ่อนอยู่ภายใน ไม่แน่มันอาจจะเปลี่ยนมุมมองความคิด หรือจุดประกายไอเดียสดใหม่ เพราะศิลปะของ Linecensor ไม่เพียงแค่สวยงาม แต่มันยังเป็นเครื่องมือที่ช่วยให้เราตั้งคำถามและค้นหาความหมายของการมีชีวิตอย่างมีศิลปะบนโลกแห่งความย้อนแย้ง ณ ห้วงปัจจุบัน

นิทรรศการ “ARCH OF LINECENSOR PART 1: PERFECT STORM” SOLO EXHIBITION BY LINECENSOR เปิดให้ชมแล้วจนถึงวันที่  15 มิถุนายน 2568 ณ อาคาร ChangChui Gallery ช่างชุ่ย Creative Park ย่านปิ่นเกล้า (ใกล้ประตู 3) เข้าชมฟรี! วันอังคาร – วันศุกร์: 14.00 – 22.00 น. และวันเสาร์ – วันอาทิตย์: 11.00 – 22.00 น. (ปิดทุกวันจันทร์)

ติดตามความเคลื่อนไหวของศิลปินได้ที่ FB: https://www.facebook.com/kiatanan.iamchan และ https://www.facebook.com/ChangChuiBKK IG: line_censor และ changchuibkk

‘MACRAME IN THE DARK เปิดประสบการณ์สร้างสรรค์ในความมืด ไอคอนคราฟต์ จับมือ V Craft จัดกิจกรรมสนับสนุนงานฝีมือผู้พิการทางสวยตา

‘MACRAME IN THE DARK เปิดประสบการณ์สร้างสรรค์ในความมืด  ไอคอนคราฟต์ จับมือ V Craft จัดกิจกรรมสนับสนุนงานฝีมือผู้พิการทางสวยตา

‘MACRAME IN THE DARK เปิดประสบการณ์สร้างสรรค์ในความมืด ไอคอนคราฟต์ จับมือ V Craft จัดกิจกรรมสนับสนุนงานฝีมือผู้พิการทางสวยตา

วันศุกร์ ที่ 16 พฤษภาคม พ.ศ. 2568, 06.00 น.

ตอกย้ำการเป็นพื้นที่แห่งแรงบันดาลใจจากช่างฝีมือไทยทั่วประเทศ ไอคอนคราฟต์ (ICONCRAFT) จัดแคมเปญพิเศษ “ICONCRAFT: The Craft of Sharing” สนับสนุนชุมชนงานคราฟต์ไทย ผู้ด้อยโอกาสในสังคม และคนพิเศษ ผ่านโซน Made by Beautiful People โดยร่วมกับแบรนด์ V CRAFT วิสาหกิจเพื่อสังคมที่สร้างงานสร้างอาชีพให้กับผู้พิการทางสายตา จัดกิจกรรมเสริมแรงบันดาลใจ “MACRAME IN THE DARK” เปิดโอกาสให้ทุกคนได้เรียนรู้ประสบการณ์สร้างสรรค์งานฝีมือในความมืด พร้อมนำเสนอสินค้าน่าใช้ ผลงานจากผู้พิการทางสายตา ในโซน Made by Beautiful People ไอคอนคราฟต์ ชั้น 4 ไอคอนสยาม

นภัศภรณ์ ประดาศักดิ์ Brand Manager ไอคอนคราฟต์  กล่าวว่า  ไอคอนคราฟต์ คือไอคอนคราฟต์ ร่วมกับ V Craft จัดกิจกรรม รวมถึงธุรกิจของกลุ่มผู้ประกอบการรายย่อย เพื่อส่งเสริม Local Hero สู่ Global Hero ให้ทุกคนมีโอกาสเท่าเทียมกันในการพัฒนาและสร้างธุรกิจของตัวเอง โดยมีโซน Made by Beautiful People ให้กลุ่มคนพิเศษได้นำเสนอผลงาน เพื่อสร้างรายได้และต่อยอดแรงบันดาลใจ ซึ่ง V CRAFT นับเป็นแบรนด์ที่สร้างสรรค์เพื่อสังคม มอบโอกาสให้ผู้พิการทางสายตาได้โชว์ศักยภาพผ่านงานฝีมือที่สวยน่าใช้ สอดคล้องกับแคมเปญ The Craft of Sharing ของไอคอนคราฟต์ ที่สนับสนุนผลงานจากแรงบันดาลใจและความมุ่งมั่นของกลุ่มคนพิเศษให้ลูกค้าทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติได้ชื่นชม จึงเกิดเป็นความร่วมมือในครั้งนี้ ที่ไม่เพียงต้อนรับแบรนด์ V CRAFT เป็นส่วนหนึ่งของโซน Made by Beautiful People ยังจัดกิจกรรมเพื่อเชื่อมโยงให้ผู้คนทั่วไปได้เข้าใจผู้พิการทางสายตามากขึ้นด้วย”

สำหรับแบรนด์ V CRAFT เป็นแบรนด์คราฟต์ไทยที่นำเสนอผลงานการถักเชือกมาคราเม่ของผู้พิการทางสายตา ภายใต้การดำเนินงานของ บริษัท วันดีวีคราฟท์ จำกัด (วิสาหกิจเพื่อสังคม) ที่มุ่งยกระดับคุณภาพชีวิตผู้พิการทางสายตาด้วยการพัฒนาอาชีพผ่านการสร้างสรรค์งานฝีมือที่สวยงาม เพื่อให้คนพิการได้เห็นคุณค่าในตัวเอง และส่งเสริมให้สังคมไทยได้เห็นคุณค่าในคนพิการมากยิ่งขึ้น โดยมีผลิตภัณฑ์หลากหลาย อาทิ พวงกุญแจ กระเป๋า ที่ใส่ขวดน้ำ ที่คาดผม ฯลฯ ซึ่งเริ่มวางจำหน่ายอย่างเป็นทางการในโซน Made by Beautiful People ของไอคอนคราฟต์ ตั้งเดือนพฤษภาคม 2568 เป็นต้นไป โดยทำการเปิดตัวพร้อมร่วมเป็นส่วนหนึ่งของแคมเปญ “ICONCRAFT: The Craft of Sharing

วันดี สันติวุฒิเมธี ผู้ก่อตั้งแบรนด์ V Craft และบริษัท วันดีวีคราฟท์ จำกัด (วิสาหกิจเพื่อสังคม) กล่าวว่า มาคราเม่เป็นการถักเชือกที่ไม่ต้องใช้เข็ม ไม่ต้องใช้อุปกรณ์อื่น นอกจากสองมือของเรา ซึ่งผู้พิการทางสายตาสามารถทำได้ทุกคน เพราะใช้ประสาทสัมผัสอื่นโดยไม่ต้องใช้สายตา โดยแบรนด์ V CRAFT ได้มีการพัฒนาเรื่องดีไซน์และการตลาด ตลอดจนเพิ่มศักยภาพให้ผู้พิการทางสายตาสามารถสร้างสรรค์ผลงานออกมาได้อย่างสวยงาม ผ่านการสอน และฝึกฝนทำซ้ำ กระทั่งเกิดเป็นความชำนาญ ซึ่งนอกจากความสวยงาม ทุกผลิตภัณฑ์ที่สร้างสรรค์ขึ้นยังใช้งานได้จริง มีความทนทาน สร้างความประทับใจให้กับลูกค้าจนเกิดการซื้อซ้ำและบอกต่อ ทำให้ผู้พิการมีอาชีพและรายได้ที่มั่นคง จนสามารถกล่าวได้ว่าสินค้าของ V CRAFT เป็นงาน handmade ที่สร้างคุณค่า เปลี่ยนชีวิตของผู้พิการให้มีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น คนที่ใช้สินค้าของเราก็ไม่เพียงได้ของสวยงาม แต่ยังได้ร่วมเปลี่ยนแปลงสังคมให้ดีขึ้นด้วย

“ชื่อแบรนด์ V CRAFT มาจาก Value Craft คืองานที่มีคุณค่า และเสียงของ V ยังพ้องกับ We ที่หมายถึง “พวกเรา” เพราะเน้นการทำงานกับผู้พิการทางสายตาแบบครอบครัว โดยปัจจุบันมีผู้พิการทางสายตาร่วมงานกับ  V CRAFT รวม 16 คน “ทางแบรนด์และผู้พิการฝันมาตลอดว่าอยากมีพื้นที่บนไอคอนคราฟต์ เพราะก่อนหน้านี้เราเน้นออกบูธขายตามงานต่าง ๆ ไม่ได้มีพื้นที่ขายเป็นหลักแหล่ง การได้มาเป็นส่วนหนึ่งในโซน Made by Beautiful People ของไอคอนคราฟต์ จึงนับเป็นแรงสนับสนุนสำคัญ เป็นเหมือนเป็นบ้านที่มั่นคงให้กับ V CRAFT และเป็นบ้านอีกหลังของผู้พิการซึ่งเป็นช่างฝีมือของเราด้วย” วันดี กล่าว

นอกจากการวางจำหน่ายผลิตภัณฑ์ในโซน Made by Beautiful People ไอคอนคราฟต์ ยังได้เคยร่วมกับแบรนด์ V CRAFT จัดกิจกรรม “MACRAME IN THE DARK” ซึ่งเปิดโอกาสให้ผู้สนใจได้สัมผัสประสบการณ์แปลกใหม่ ผ่านการปิดตาถักเชือกมาคราเม่ (Macrame) ในความมืด เพื่อเปิดประสาทสัมผัสอื่นโดยไม่ใช้ดวงตา และสร้างสรรค์พวงกุญแจชิ้นเดียวในโลกเป็นของตนเอง โดยมีผู้พิการทางสายตาร่วมเป็นผู้สอน กิจกรรมนี้ช่วยให้ผู้เข้าร่วมได้เข้าใจและเห็นใจผู้พิการทางสายตาที่ต้องใช้ชีวิตในโลกมืดมากยิ่งขึ้น

ไอคอนคราฟต์ พร้อมสนับสนุนงานคราฟต์ไทยและเป็นพื้นที่แห่งโอกาสให้กับทุกคนอย่างเท่าเทียมกัน ผู้สนใจผลิตภัณฑ์จากเชือกถักมาคราเม่ที่สวยน่าใช้และเปี่ยมด้วยคุณค่าจากฝีมือผู้พิการทางสายตา พบกับแบรนด์  V CRAFT ได้ในโซน Made by Beautiful People ไอคอนคราฟต์ ชั้น 4 ไอคอนสยาม และสามารถติดตามความเคลื่อนไหวต่าง ๆ ได้ทาง Facebook: ICONCRAFT

ม็อกซี่ แบงคอก ราชประสงค์ ชวนสายกินมาอิ่มจัดจ้าน กับแคมเปญ Eat Out with Marriott Bonvoy

ม็อกซี่ แบงคอก ราชประสงค์ ชวนสายกินมาอิ่มจัดจ้าน กับแคมเปญ Eat Out with Marriott Bonvoy

ม็อกซี่ แบงคอก ราชประสงค์ ชวนสายกินมาอิ่มจัดจ้าน กับแคมเปญ Eat Out with Marriott Bonvoy

วันศุกร์ ที่ 16 พฤษภาคม พ.ศ. 2568, 06.00 น.

ม็อกซี่ แบงคอก ราชประสงค์ โรงแรมม็อกซี่แห่งแรกในประเทศไทยและใหญ่ที่สุดในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก (ไม่รวมสาธารณรัฐประชาชนจีน) ตั้งอยู่ใจกลางย่านราชประสงค์ ศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิลด์และแหล่งช้อปปิ้งที่คึกคักของกรุงเทพฯ ชวนสายกินมาเปิดประสบการณ์ความอร่อยแบบสนุกๆ กับ 2 เซ็ตเมนูสุดปังภายใต้แคมเปญ Eat Out with Marriott Bonvoy ตั้งแต่วันนี้ถึง 31 กรกฎาคม 2568 สมาชิกแมริออท บอนวอยสามารถอิ่มฟินกับดีลพิเศษเฉพาะที่ม็อกซี่ บาร์ แอนด์ เรสเตอรองต์ พร้อมเสิร์ฟความแซ่บ สนุก และสไตล์สุดชิคใจกลางกรุงเทพฯ

เซ็ต “Moxy Sexy Bites” ราคา 990 บาทสุทธิ เหมาะสำหรับการนัดเจอกับเพื่อนแบบชิล ๆ และสายกินที่รักความครีเอทีฟ ประกอบด้วยเมนูเรียกน้ำย่อย สลัดสดชื่น และเมนูจานหลักที่ชวนอบอุ่นใจ เสิร์ฟพร้อมเครื่องดื่มซอฟต์ดริ้งหนึ่งแก้วให้คลายร้อน เริ่มด้วยอาหารเรียกน้ำย่อยอย่าง Chick A..ZAP หรือ Donald Duck ต่อด้วยเมนูสลัดอย่าง Hello Caesar with Smoked Salmon หรือ Crustacean Soup ปิดท้ายด้วยเมนูหลักอร่อยจัดเต็ม เลือกระหว่าง Mc n Cheese หรือ Toma(P)ork – เซ็ตนี้เหมาะสุด ๆ สำหรับการรวมตัวเพื่อนฝูงแบบเฮฮาและอิ่มครบ

เซ็ต “Moxy Dining Magic” ราคา 1,590 บาทสุทธิ คือประสบการณ์ดินเนอร์สุดพิเศษ ที่ออกแบบมาให้คุณดื่มด่ำกับรสชาติในแบบฉบับของม็อกซี่ เริ่มด้วยของทานเล่นรสเข้มอย่าง Sea Tu(na) หรือเมนูมังสวิรัติ/เจ Wrapped n Roll (V) ตามด้วยเมนูหลักสุดอิ่มที่เลือกได้จาก Melt Me หรือ King Kong Burger หรือ Roller Coaster หรือ Baby Chick หรือ Andaman Twerk ปิดท้ายด้วยของหวานสุดฟิน เลือกระหว่าง Berries Pavlova หรือ Naughty Choux หรือ Milk Chocolate & Pear Mille-Feuille หรือข้าวเหนียวมะม่วง และพิเศษ! รับ Cocktail of the Month ฟรีหนึ่งแก้ว เพิ่มสีสันให้มื้อพิเศษของคุณสนุกยิ่งขึ้น

ดูรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับแคมเปญ Eat Out with Marriott Bonvoy ที่ม็อกซี่ แบงคอก ราชประสงค์ได้ที่ https://www.marriott.com/offers/eat-out-with-marriott-bonvoy-at-moxy-off-168152/bkkox-moxy-bangkok-ratchaprasong?propertycode=bkkox

ม็อกซี่ บาร์ แอนด์ เรสเตอรองต์ ตั้งอยู่บนชั้น 9 ของโรงแรมม็อกซี่ แบงคอก ราชประสงค์ ถือเป็นหัวใจของความสนุกในโรงแรม ด้วยบรรยากาศสุดคูลทั้งโซนอินดอร์และเอาต์ดอร์ พร้อมเมนูออลเดย์ไดนิ่งที่ผสานความสร้างสรรค์ของอาหารเอเชียนและกลิ่นอายไทยอย่างลงตัว ไม่ว่าจะเป็นทาโก้กรอบซอสสูตรเด็ด มัสมั่นเนื้อสุดนุ่มติดกระดูก หรือเมนูซิกเนเจอร์อย่าง Toma(P)ork หมูทอดชิ้นใหญ่แน่นรสจัดจ้านด้วยแกงแพนงไทย และ Roller Coaster สเต็กพิคานญ่าคู่กับน้ำจิ้มสไตล์เหนือ ที่พาให้ทุกคำอร่อย สนุกเหมือนนั่งรถไฟเหาะกันเลยทีเดียว

สำรองที่นั่งหรือดูเมนูเพิ่มเติมได้ที่: เว็บไซต์: www.moxybarandrestaurantbangkok.com อีเมล: moxy.bkkox.rsvn@moxyhotels.com โทรศัพท์ 02-2095804 LINE: @MoxyBangkok เพิ่มเพื่อนผ่านลิงก์: https://lin.ee/y7SMoG3 ข้อเสนอพิเศษนี้สำหรับสมาชิกแมริออท บอนวอยเท่านั้น ยังไม่ได้เป็นสมาชิก? สมัครฟรีที่ https://www.joinmarriottbonvoy.com/loyaltyf/s/EN-GB/ch/BKKOX

‘ไทยฮอนด้า’ พร้อมสร้างสีสันและพลังแห่งความเท่าเทียม ในขบวน LOVE PRIDE PARADE, BANGKOK 2025

‘ไทยฮอนด้า’ พร้อมสร้างสีสันและพลังแห่งความเท่าเทียม  ในขบวน LOVE PRIDE PARADE, BANGKOK 2025

‘ไทยฮอนด้า’ พร้อมสร้างสีสันและพลังแห่งความเท่าเทียม ในขบวน LOVE PRIDE PARADE, BANGKOK 2025

วันศุกร์ ที่ 16 พฤษภาคม พ.ศ. 2568, 06.00 น.

ไทยฮอนด้า เตรียมยกขบวนรถจักรยานยนต์เข้าร่วมงาน “LOVE PRIDE PARADE, BANGKOK 2025” พาเหรดไพรด์ที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในเอเชีย เพื่อสนับสนุนความหลากหลายและความเท่าเทียมทางเพศในสังคมไทย โดยเป็นการร่วมมือระหว่างภาครัฐและเอกชนในการสนับสนุนยุทธศาสตร์การท่องเที่ยว เพื่อขับเคลื่อนเศรษฐกิจและสังคมอย่างยั่งยืน โดยมีคุณนคร วิมลจิตรสอาด ผู้จัดการทั่วไป สายงานการสื่อสารการตลาด บริษัท ไทยฮอนด้า จำกัด ได้เข้าร่วมงานแถลงข่าวอย่างเป็นทางการเมื่อเร็วๆ นี้  ณ SPHERE GALLERY 1 ชั้น M ศูนย์การค้าเอ็มสเฟียร์

สำหรับขบวนพาเหรด LOVE PRIDE ♡ PARADE ในปีนี้จะจัดขึ้นในวันอาทิตย์ที่ 29 มิถุนายน 2568 ภายใต้แนวคิด “Spectrum Forward: Power of Creation” นำเสนอความหลากหลายอย่างตระการตาผ่านขบวนพาเหรดสีรุ้งที่ยาวที่สุดในเอเชีย พร้อมส่งเสริมภาพลักษณ์ของประเทศไทยในฐานะ “LGBTQIA+ Friendly Destination” และผลักดันกรุงเทพฯ สู่การเป็นเจ้าภาพ WORLD PRIDE 2030  ทั้งนี้ รถจักรยานยนต์ฮอนด้าพร้อมเนรมิตขบวนในคอนเซปต์ธีม Pride เพื่อร่วมเฉลิมฉลองเดือนแห่งความภาคภูมิใจ (Pride Month) โดยขบวนจะเคลื่อนจากสนามกีฬาแห่งชาติศุภชลาศัย ไปตามถนนพระราม 1 ผ่านย่านปทุมวัน สยาม ราชประสงค์ เพลินจิต อโศก สุขุมวิท ไปสิ้นสุดที่อุทยานเบญจสิริ

ติดตามข่าวสารจากไทยฮอนด้าเพิ่มเติมได้ที่ Facebook: fb.com/hondamotorcyclethailand IG: http://www.instagram.com/hondamotorcyclethailand  Tiktok: http://www.tiktok.com/@hondamotorcycletha และ Youtube: http://www.youtube.com/HondaMotorcycleTHA

คุณแหน :16 พฤษภาษคม 2568

คุณแหน :16 พฤษภาษคม 2568

คุณแหน :16 พฤษภาษคม 2568

วันศุกร์ ที่ 16 พฤษภาคม พ.ศ. 2568, 02.00 น.

ll  พล.อ.อ.สมคิด สุขบาง กรมวังผู้ใหญ่ประจำพระองค์ สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา รองประธานคณะกรรมการกองทุนกำลังใจฯ เป็นประธานเปิดการประกวดอาหาร ของหวาน และเครื่องดื่ม ในเรือนจำ/ทัณฑสถาน ภายใต้และเครือข่ายโครงการกำลังใจในพระดำริพระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าพัชรกิติยาภา ณ เรือนจำกลางนครปฐม..

ll สภาสังคมสงเคราะห์แห่งประเทศไทยในพระบรมราชูปถัมภ์ จัดงาน “น้อมรำลึก พระกรุณาธิคุณ สมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ เจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนา กรมหลวงนราธิวาส ราชนครินทร์” โดยมี อารยา อรุณานนท์ชัย ประธานคณะกรรมการกองทุนดอกแก้วกัลยา เป็นประธานในพิธี..

ll หลังปีใหม่ไทยไม่นาน เฉลิมพันธุ์ สุวรรณประกร เปิดบ้านชวนเหล่าญาติมิตร อาทิ สุภาพ กตัญญู, บรรเจิด-วิไลภรณ์ ลบล้ำเลิศ, กอบทิพย์ ศรีจอมขวัญ, ระพีพรรณ รุจิรัตน์, ศ.นพ.สุรเดช หงส์อิง มาทานข้าวสังสรรค์พร้อมร่วมรดน้ำขอพรปีใหม่ไทยจาก ท่านผู้หญิงเพ็ญศรี วัชโรทัย..

ll มิตรสหายยินดีกับ ณกรณ์ ตรรกวิรพัท ที่ได้เป็น ผอ.องค์การบริหารจัดการก๊าซเรือนกระจก (องค์การมหาชน) คนใหม่..

ll ละเอียด โควาวิสารัช ซีอีโอ บจ.วิมานสุริยา ผู้บริหารโครงการมิกซ์ยูส ดุสิต เซ็นทรัล พาร์ค มาบรรยายให้หลักสูตร Digital CEO# 8 ตามคำเชิญของ ผศ.ดร.ณัฐพล นิมมานพัชรินทร์..

ll เกศนรี จองโชติศิริกุล รองซีอีโอ บมจ.นอร์ทอีส รับเบอร์ (NER ) ผู้นำธุรกิจผลิตและจำหน่ายยางแผ่นรมควัน ยางแท่ง ยางผสม และสินค้าปลายน้ำแผ่นยางพาราปูพื้นคุณภาพสูง เพื่อจำหน่ายไปยังผู้ผลิตในอุตสาหกรรมยานยนต์ กลุ่มผู้ค้าคนกลาง ทั้งในประเทศและต่างประเทศ รับเกียรติบัตรร่วมสนับสนุนโครงการตามมาตรการส่งเสริมลงทุนเพื่อพัฒนาชุมชนและสังคม (BOI-CSR) จาก ดร.กอบศักดิ์ ภูตระกูล และ นพ.พงศ์เทพ วงศ์วัชรไพบูลย์..

ll อุรภา สุทธิพงษ์ชัย วันเกิดปีนี้ไปทำบุญที่วัดสระเกศราชวรมหาวิหาร ตามที่เคยปฎิบัติมาเป็นประจำทุกปี ค่อยไปฉลองที่บ้านจ.เชียงใหม่..

ll ภก.วิบูลย์ จรรยานุภาพ สุดปลื้มที่งาน “มุทิตาจิต อ.สสี (ศ.ดร.ภญ.สสี ปันยารชุน) ผูกสามัคคีศิษย์เก่า” ของสมาคมศิษย์เก่าคณะเภสัชศาสตร์ ม.เชียงใหม่ มีศิษย์เก่ามาร่วมงานกว่า 250 คน โดยมี ภก.เสกสรร วิรุฬศรี นายกสมาคมฯ, ศ. (พิเศษ) ภญ.ดร.กฤษณา ไกรสินธุ์, นิจเกษม ปันยารชุน ร่วมด้วย..

ll ชื่นชม วงดุริยางค์ รร.กรุงเทพคริสเตียนวิทยาลัย Krungthep Christian Wind Symphony ที่คว้าเหรียญทอง และ รางวัลชนะเลิศ รุ่น Championship Division พร้อมรับถ้วยพระราชทานจาก สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ฯ สยามบรมราชกุมารี ในการแข่งขัน Yamaha Thailand International Music Competition 2025..

ll ชาว ปธพ.3 ร่วมแสดงความเสียใจกับ ดร.นพ.ธวัชชัย กมลธรรม ที่สูญเสียคุณแม่บุญเรือน กมลธรรม ในวัย 95 ปี..

ll เปิดรับสมัครแล้ว หลักสูตร Net Zero CEO รุ่นที่ 2 เพื่อผู้บริหารสู่การเป็นหนึ่งในผู้นำด้านความยั่งยืน เสริมวิสัยทัศน์ทุกมิติความรู้ที่ผู้นำยุคใหม่ต้องมี ดูรายละเอียดที่ www.netzeroceothailand.kasikornbank.com.

น้องใหม่

นักวิจัย ค้นพบ ‘HeLP’ นวัตกรรมกู้ชีพคนไทย จากเซรั่มน้ำยางพารา ขึ้นทะเบียนสิทธิบัตรรายแรกของโลก

นักวิจัย ค้นพบ 'HeLP' นวัตกรรมกู้ชีพคนไทย จากเซรั่มน้ำยางพารา ขึ้นทะเบียนสิทธิบัตรรายแรกของโลก

นักวิจัย ค้นพบ ‘HeLP’ นวัตกรรมกู้ชีพคนไทย จากเซรั่มน้ำยางพารา ขึ้นทะเบียนสิทธิบัตรรายแรกของโลก

วันพฤหัสบดี ที่ 15 พฤษภาคม พ.ศ. 2568, 15.27 น.

ทีมวิจัย ม.สงขลาฯ ค้นพบ “HeLP” สารชีวโมเลกุลยางพาราครั้งแรกของโลก คุณสมบัติเพียบเป็นพรีไบโอติกช่วยปรับสมดุล เสริมภูมิคุ้มกันร่างกาย ยับยั้งเซลมะเร็งในสัตว์ทดลอง พร้อมพัฒนากระบวนการสกัดในระดับอุตสาหกรรมได้สำเร็จเป็นรายแรกของโลก

รศ.ดร.เภสัชกร ฐณะวัฒน์ พิทักษ์พรปรีชา ผู้อำนวยการศูนย์ความเป็นเลิศด้านการวิจัยและพัฒนาเทคโนโลยีชีวภาพจากน้ำ ยางพาราสู่เชิงพาณิชย์ (CERB) มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ กล่าวว่า ในอุตสาหกรรมยางพารา น้ำยางที่ถูกนำมาแปรรูปเป็นยางแผ่นจะมีส่วนที่เป็นเนื้อยางอยู่เพียงร้อยละ 30-40 ส่วนที่เหลืออีกร้อยละ 60-70 เป็นส่วนที่เรียกว่า เซรั่มน้ำยางพารา จะถูกทิ้ง หากเป็นโรงงานอุตสาหกรรมจะนำไปผ่านการบำบัดก่อนจะปล่อยคืนสู่ธรรมชาติ ขณะที่เกษตรกรรายย่อยบางครั้งอาจทิ้งลงแหล่งน้ำโดยตรง ซึ่งก่อให้เกิดปัญหาด้านสิ่งแวดล้อมตามมา เราพบว่ายางพาราเป็นพืชชนิดเดียวในโลกที่ถูกกรีดทำให้เกิดบาดแผลซ้ำ ๆ ทุกวัน แต่กลับสามารถฟื้นฟูรักษาตัวเองกลับมาได้อยู่เสมอ คณะนักวิจัยจึงคาดว่ายางพาราน่าจะผลิตสารบางอย่างเพื่อบำบัดตัวเอง ซึ่งน่าจะนำมาใช้ประโยชน์ได้ และเซรั่มน้ำยางพาราที่ถูกทิ้งในทุกวันเคยมีการวิจัยพบสารที่เป็นประโยชน์อย่างน้ำตาลคิวบราซิทอล (Quebrachitol) ซึ่งมีในปริมาณมากและยังสามารถสกัดออกมาได้ง่าย เราจึงคิดว่าน่าจะมีสารประกอบอื่นที่มีประโยชน์มากกว่านั้น และในที่สุดเราก็พบสารชีวโมเลกุลใหม่ HeLP (Hevea Latex Polysaccharide)

“สารตัวนี้เพิ่งมีการค้นพบเป็นครั้งแรกของโลก และมีคุณสมบัติเป็นพรีไบโอติก อย่างที่ทราบกันว่าพรีไบโอติกสารสกัดที่เพิ่งค้นพบในช่วง 10 ปีที่ผ่านมา ช่วยในการปรับสมดุลทางเดินอาหารซึ่งถือเป็นสมองส่วนที่ 2 ของร่างกาย หากรับประทานสิ่งที่ดีกับลำไส้และทางเดินอาหารก็จะสามรถกระตุ้นการทำงานและช่วยทำให้สุขภาพดีขึ้น ดังนั้นเราสามารถนำ HeLP มาใช้เพื่อส่งเสริมสุขภาพ ป้องกัน บำบัด และรักษาไปพร้อมกัน ปัจจุบันประเทศไทยสูญเสียงบประมาณในการรักษาประชากรเป็นจำนวนมาก แต่เรื่องการป้องกันยังเป็นส่วนน้อย ซึ่ง HeLP จะช่วยปรับภูมิคุ้มกันและทำให้สุขภาพของคนไทยให้ดีขึ้นได้”

จากการศึกษาของทีมวิจัยพบว่า HeLP สามารถปรับสมดุลได้ในระดับเซลล์ผ่านกลไกใหม่ที่เพิ่งมีการค้นพบและกำลังเป็นที่สนใจได้แก่ Gut-Microbiota-Immune-Brain-Axis สารดังกล่าวมีคุณสมบัติเป็นพรีไบโอติกมีบทบาทสำคัญในการปรับสมดุลของทั้งเชื้อจุลินทรีย์ประจำถิ่น (microbiota) และระบบภูมิคุ้มกัน (immune system) ในทางเดินอาหาร ส่งผลต่อเนื่องต่อการปรับสมดุลในการทำงานของภูมิคุ้มกันของร่างกาย สามารถต้านมะเร็งในสัตว์ทดลองแบบผ่านภูมิคุ้มกันเจ้าบ้าน (host-mediated anticancer) อีกทั้งยังมีผลโดยตรงต่อเซลล์และเนื้อเยื่อ ได้แก่ มีฤทธิ์ต้านการอักเสบ และสมานแผลในระดับเซลล์ รวมถึงต้านการเกิดแผลในกระเพาะอาหารที่เกิดจากการดื่มแอลกอฮอล์ในสัตว์ทดลอง

“ส่วนประกอบของต้นยางพาราไม่เคยมีประวัติการนำมาบริโภคมาก่อน จึงถูกตีกรอบว่าเป็นไปไม่ได้ นี่จึงเป็นแรงผลักดันให้คณะนักวิจัยพยายามค้นคว้าจนสามารถเปลี่ยนสิ่งที่เป็นไปไม่ได้ให้เป็นไปได้ เพราะเราไม่ได้บริโภคน้ำยางพาราแต่เป็นการนำสารสกัดที่มีอยู่ออกมา สาร HeLP เป็นสารกลุ่มโพลีแซคคาไรด์ คล้ายไฟเบอร์และข้าวแต่ซับซ้อน มีความทนทานต่อการย่อยในระบบทางเดินอาหารโดยเมื่อเป็นพรีไบโอติกแล้วจะทำหน้าที่กระตุ้นภูมิคุ้มกันทางเดินอาหาร ก่อนจะส่งต่อไปยังระบบภูมิคุ้มกันในร่างกาย ซึ่งมีการสื่อสารกับสมอง ส่วนไมโครไบโอต้าคือ เชื้อดี ๆ ในทางเดินอาหาร อิมมูนคือระบบภูมิคุ้มกันในร่างกาย และเบรนด์ เป็นการทำงานร่วมกันของทั้งสี่ระบบ ซึ่ง HeLP ตอบโจทย์ทั้งหมด และยังมีคุณสมบัติเด่นเรื่องไม่สะสมในร่างกาย เพราะร่างกายไม่ได้ดูดซึมโดยตรง จึงไม่เป็นพิษต่อตับและมีความปลอดภัย ซึ่งถือเป็นจุดเด่นที่สำคัญ เราอยากให้คนไทยมีสุขภาพที่ดีโดยใช้ทรัพยากรที่มีอยู่ โดยสามารถทำเป็นผลิตภัณฑ์ได้ทุกรูปแบบทั้งผง เม็ด น้ำ แคปซูล เจล เพราะมีความคงตัวสูง แต่มีการดูดความชื้นที่ดี อาจจะตั้งทิ้งไว้นานไม่ได้เพราะมีน้ำตาลเป็นองค์ประกอบ รวมถึงผลิตเป็นเวชสำอางค์เนื่องจากมีคุณสมบัติในการช่วยสมาน แผล โดยมีฤทธิ์กระตุ้นการสร้างคอลลาเจนทำให้แผลหายเร็วขึ้น ในอนาคตจะมีการทดลองในมนุษย์เพื่อผลิตเป็นสมุนไพรหรือยาต่อไป”

ดร.นำโชค โสมาภา ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท อินโนซุส จำกัด กล่าวว่า เจตนาแรกเริ่มที่ทำเรื่องนี้เนื่องจากช่วงที่มีการระบาดของโควิด เราอยากช่วยให้สถานการณ์ดีขึ้นโดยเร็ว จึงพยายามหาทางออกเพื่อลดโอกาสเกิดโรคระบาดลง จนกระทั่งมีการค้นพบ HeLP ซึ่งเป็นสารชีวโมเลกุลตัวใหม่ของโลก ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างการขึ้นทะเบียนเป็นอาหารใหม่ หากเรียบร้อยแล้วมีแผนจะพัฒนาร่วมกับผู้ประกอบการที่ผลิตเครื่องดื่มหรืออาหารเสริม ทั้งโรงงานผลิตอาหาร เครื่องดื่ม เครื่องสำอางค์ และยา โดยจะเริ่มทดลองการผลิตหลังจากได้รับการขึ้นทะเบียนเรียบร้อยแล้ว สำหรับเซรั่มบำรุงผิวพรรณที่นำมาจัดแสดงเป็นส่วนหนึ่งของเบต้ากลูแคนซึ่งมีการขึ้นทะเบียนไว้ก่อนแล้ว โดยนำเบต้ากลูแคนมาลดขนาดโมเลกุลลงด้วยการใช้เซรั่มน้ำยางพาราเพื่อให้สามารถดูดซึมเข้าผิวได้เร็วขึ้น ผลิตภัณฑ์ตัวนี้มีการผลิตและวางจำหน่ายแล้วที่ร้านโอเอ และเจมส์แกลเลอรี่ ของสยามเจมส์ สำหรับ HeLP ยังต้องรอการอนุมัติจาก อย. ก่อนถึงจะดำเนินการได้

“ผมเป็นหนึ่งในคนที่ร่วมทดลอง แรก ๆ รู้สึกว่าได้ประโยชน์และได้ผลดีจริง คนเป็นภูมิแพ้อย่างผมกินแล้วดีขึ้นมาก แต่ความท้าทายคือทำอย่างไรจะนำไปสู่การผลิตในปริมาณมาก เพราะนักวิจัยที่ทำงานในแล็บจะยึดมั่นกับความคิดของตัวเอง แต่ไม่ใช่สำหรับทีมของ รศ.ดร.เภสัชกร คณะนักวิจัยเปิดใจรับฟังมาก เราปรึกษากันว่าทำอย่างไรจะสามารถลดต้นทุนให้ได้อย่างน้อย 95% สำหรับการนำมาผลิตเพื่อใช้ประโยชน์ให้กับประชาชน เพราะต่อให้เป็นยาวิเศษแค่ไหนหากยังต้องใช้ทุนสูงอย่างที่ทำให้ห้องวิจัยก็จะไม่สามารถผลิตเชิงพานิชได้ ซึ่งทีมวิจัยก็พยายามช่วยหาวิธีเพื่อตอบโจทย์จนพบสารตัวใหม่อย่าง HeLP”

ทีมวิจัยได้จดสิทธิบัตรทั้งในไทยและต่างประเทศแล้ว โดยขณะนี้ HeLP อยู่ระหว่างการขอขึ้นทะเบียนเป็นอาหารใหม่ (novel food) ผ่านสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) ซึ่งคาดว่าจะได้รับการอนุมัติ ภายในกลางปีนี้ รวมถึงอยู่ในระหว่างการสร้างโรงงาน Biorefinery เซรั่มน้ำยางพารามาตรฐาน GMP แห่งแรกของ โลกในนิคมอุตสาหกรรมภาคใต้ โดยบริษัท อินโนซุส จำกัด โดยโรงงานดังกล่าวมีความสามารถในการสกัดเซรั่มน้ำยางพาราได้วันละประมาณ 20,000 ลิตร ซึ่งจะผลิต HeLP ได้ประมาณเดือนละ 5,000 กิโลกรัม รวมถึงยังสามารถผลิต functional ingredients อื่น ๆ ซึ่งมีศักยภาพพัฒนาเป็นผลิตภัณฑ์ในอุตสาหกรรมเวชสำอาง อาหารฟังก์ชั่น ผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร นวัตกรรมชีวภาพ และอุตสาหกรรมอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้องได้อีกด้วย โดยปัจจุบันมีเซรั่มน้ำยาพาราที่เหลือทิ้งจากอุตสาหกรรมยางพาราถึง 300,000 ลิตรต่อเดือน

ศูนย์ความเป็นเลิศด้านการวิจัยและพัฒนาเทคโนโลยีชีวภาพจากน้ำยางพาราสู่เชิงพาณิชย์ ได้ดำเนินการศึกษาวิจัยและพัฒนานวัตกรรมจากเซรั่มน้ำยางพารามาอย่างต่อเนื่องกว่า 20 ปี โดยได้รับสนับสนุนงบประมาณกว่า 200 ล้านบาทจากทั้งภาครัฐและเอกชน ผ่านหน่วยงานให้ทุนต่าง ๆ ภายใต้ อว. เช่น ศูนย์ความเป็นเลิศด้าน ชีววิทยาศาสตร์ (องค์การมหาชน) หน่วยบริหารและจัดการทุนด้านการเพิ่มความสามารถในการแข่งขันของประเทศ (บพข.) รวมถึงมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ และบริษัท อินโนซุส จำกัด ที่มุ่งมั่นพัฒนา
การค้นพบครั้งนี้ถือเป็นส่วนหนึ่งของแผนยุทธศาสตร์ของมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ ในการพัฒนาอุตสาหกรรมยางพาราแบบครบวงจร ตั้งแต่ต้นน้ำถึงปลายน้ำ โดยมุ่งเน้นการผลักดันงานวิจัยสู่การใช้ประโยชน์ก่อให้เกิดผลงานนวัตกรรมด้านยางพาราในรูปแบบต่าง ๆ เพื่อตอบสนองความต้องการในภาคอุตสาหกรรม อีกทั้งยังสร้างผลกระทบ (impact) ทั้งต่อสิ่งแวดล้อม เศรษฐกิจ และ สังคม ได้แก่ ลดมลพิษและต้นทุนในการบำบัดเซรั่มจากโรงงานอุตสาหกรรมยางพาราก่อนปล่อยสู่สิ่งแวดล้อม เพิ่มมูลค่าให้กับน้ำยางและส่วนของเซรั่ม ส่งเสริมสหกรณ์ กองทุนสวนยางให้มีมาตรฐาน GMP นำไปสู่การสร้างห่วงโซ่อุตสาหกรรมยางพาราใหม่ ที่สร้างความยั่งยืนและมั่นคงให้กับอุตสาหกรรมยางพารา

ทั้งยังเป็นการสร้างโอกาสของประเทศในการพัฒนาอุตสาหกรรม Biorefinery ซึ่งจะมีบทบาทมากขึ้นในอนาคต เนื่องจากเป็นตสาหกรรมที่ช่วยสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับ วัตถุดิบทางการเกษตรและทรัพยากรชีวภาพ สร้างการเติบโตทางเศรษฐกิจ ส่งเสริมการกระจายรายได้อย่างทั่วถึง (Inclusive economy) สนับสนุนเศรษฐกิจตามแนวทาง BCG Economy ที่ประกอบด้วยเศรษฐกิจชีวภาพ (Bioeconomy) เศรษฐกิจหมุนเวียน (Circular Economy) และเศรษฐกิจสีเขียว (Green Economy) เนื่องจากเป็นการพัฒนาภาคเกษตรที่มีประสิทธิภาพ ให้ความสำคัญกับการใช้ประโยชน์จากทรัพยากรธรรมชาติอย่างรู้คุณค่า (Regenerative economy) สร้างมูลค่าเพิ่มให้แก่เซรั่มน้ำยางพาราซึ่งเป็นผลพลอยได้เหลือทิ้งในกระบวนการผลิต ไปพัฒนาต่อยอดเป็นผลิตภัณฑ์ใหม่ที่มีมูลค่าเพิ่มสูงขึ้น สอดคล้องกับเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน (Sustainable Development Goals – SDGs) 

-(016)

ศูนย์วิจัยโรคเอดส์และโรคติดเชื้อ สภากาชาดไทย ชวนเด็กและเยาวชนฉีดวัคซีน HPV ชนิด 9 สายพันธุ์ (HPV-9) ช่วยลดความเสี่ยงในการเกิดโรคมะเร็ง

ศูนย์วิจัยโรคเอดส์และโรคติดเชื้อ สภากาชาดไทย ชวนเด็กและเยาวชนฉีดวัคซีน HPV ชนิด 9 สายพันธุ์ (HPV-9) ช่วยลดความเสี่ยงในการเกิดโรคมะเร็ง

ศูนย์วิจัยโรคเอดส์และโรคติดเชื้อ สภากาชาดไทย ชวนเด็กและเยาวชนฉีดวัคซีน HPV ชนิด 9 สายพันธุ์ (HPV-9) ช่วยลดความเสี่ยงในการเกิดโรคมะเร็ง

วันพฤหัสบดี ที่ 15 พฤษภาคม พ.ศ. 2568, 15.19 น.

ไวรัสเอชพีวี (HPV) หรือ Human Papillomavirus เป็นเชื้อไวรัสที่สามารถติดต่อได้ทางเพศสัมพันธ์ และเป็นสาเหตุที่ก่อให้เกิดมะเร็งอื่น ๆ

ศ. นพ.ธีระพงษ์ ตัณฑวิเชียร ผู้อำนวยการศูนย์วิจัยโรคเอดส์และโรคติดเชื้อ สภากาชาดไทย เปิดเผยว่า “การฉีดวัคซีน HPV ชนิด 9 สายพันธุ์ (HPV-9) ในเพศหญิงและชายเป็นวิธีการป้องกันที่มีประสิทธิภาพสูงในการป้องกันการติดเชื้อ HPV ซึ่งเป็นสาเหตุของมะเร็งหลายชนิดในเพศหญิงและเพศชาย โดยเน้นการฉีดในเด็กตั้งแต่อายุ 9 ปีขึ้นไปและวัยรุ่น เนื่องจากวัยนี้ยังไม่มีการติดเชื้อ HPV มาก่อนและร่างกายสามารถสร้างภูมิคุ้มกันได้ดีที่สุด พบว่าการฉีดวัคซีนสามารถลดความเสี่ยงในการเกิดโรคมะเร็งที่เกี่ยวข้องกับการติดเชื้อ HPV ในเพศหญิงและชาย เช่น มะเร็งปากมดลูก มะเร็งทวารหนัก มะเร็งช่องปาก มะเร็งคอหอย และลดโรคหูดหงอนไก่ซึ่งเกิดจากการติดเชื้อ HPV ดังนั้นการฉีดวัคซีน HPV จึงมีความสำคัญมากในการลดการติดเชื้อและลดอัตราการเกิดโรคมะเร็งในประชากรของประเทศ”

ศูนย์วิจัยโรคเอดส์และโรคติดเชื้อ สภากาชาดไทย จึงขอเชิญชวนเด็กและเยาวชนที่มีอายุระหว่าง 9–21 ปี (ไม่เกิน 22 ปีบริบูรณ์) เข้ารับการฉีดวัคซีน HPV ชนิด 9 สายพันธุ์ (HPV-9) ในอัตราพิเศษเข็มละ 4,500 บาท เฉพาะวันที่ 1 พฤษภาคม ถึง 31 ตุลาคม 2568 เท่านั้น เพื่อรณรงค์และส่งเสริมการฉีดวัคซีนช่วยลดความเสี่ยงในการเกิดโรคมะเร็งที่เกี่ยวข้องกับการติดเชื้อ HPV โดยสามารถเข้ารับบริการฉีดวัคซีน ได้ที่คลินิกนิรนาม ถนนราชดำริ เขตปทุมวัน กรุงเทพมหานคร ไม่ต้องนัดหมายล่วงหน้า (walk-in) ในเวลาราชการ วันจันทร์–ศุกร์ เวลา 08.30–16.00 น. และนอกเวลาราชการ วันพุธและวันศุกร์ เวลา 16.30–20.00 น. (ปิดรับบัตรคิวเวลา 19.00 น.) และวันเสาร์ เวลา 08.30–12.00 น. (ปิดรับบัตรคิวเวลา 11.00 น.) ทั้งนี้ ยกเว้นวันหยุดนักขัตฤกษ์ สอบถามเพิ่มเติมโทร. 02 251 6711-5 ต่อ 611 612, 08 3612 2623 LINE ID : @091AOJEX (ในวันและเวลาราชการ)

GUERLAIN เปิดป๊อปอัพสโตร์ ถ่ายทอดเรื่องราวนวัตกรรมอันทรงคุณค่า

GUERLAIN เปิดป๊อปอัพสโตร์ ถ่ายทอดเรื่องราวนวัตกรรมอันทรงคุณค่า

GUERLAIN เปิดป๊อปอัพสโตร์ ถ่ายทอดเรื่องราวนวัตกรรมอันทรงคุณค่า

วันพฤหัสบดี ที่ 15 พฤษภาคม พ.ศ. 2568, 15.14 น.

คิง เพาเวอร์ ร่วมกับ GUERLAIN (เกอร์แลง) ชวนสัมผัสประสบการณ์แห่งความงามเหนือระดับกับการเปิดตัวป๊อปอัพสโตร์ ABEILLE ROYALE YOUTH WATERY OIL SERUM ณ ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ ครั้งแรกในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกเพื่อร่วมเฉลิมฉลองนวัตกรรมล่าสุดแห่งการปรนนิบัติผิว ภายในป๊อปอัพสโตร์ที่ออกแบบพิเศษนี้ ได้รับแรงบันดาลใจจากรวงผึ้ง นำเสนอพลังแห่งสารสกัดจากน้ำผึ้งดำอันทรงคุณค่าถึง 3 ชนิด ที่ได้รับการรังสรรค์อย่างพิถีพิถัน ถ่ายทอดเรื่องราวการเดินทางอันยาวนานของเซรั่มเลอค่าที่เปี่ยมด้วยคุณประโยชน์ในการบำรุงผิวเพื่อความอ่อนเยาว์

ป๊อปอัพสโตร์ ABEILLE ROYALE YOUTH WATERY OIL SERUM นับเป็นครั้งแรกของภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกที่ GUERLAIN  ได้เผยนวัตกรรมการบำรุงผิวสุดล้ำ สะท้อนเรื่องราวการพัฒนาเซรั่มบำรุงผิวจากจุดเริ่มต้นสู่ความสมบูรณ์แบบในปัจจุบัน ภายใต้เทคโนโลยีที่เป็นเอกสิทธิ์เฉพาะของแบรนด์ GUERLAIN ที่ทรงประสิทธิภาพในการซ่อมแซมได้อย่างล้ำลึก สูตรนี้อุดมไปด้วยส่วนผสมอันเป็นหัวใจสำคัญของผลิตภัณฑ์นั่นก็คือ ‘น้ำผึ้งดำคุณภาพเยี่ยม 3 ชนิด’ จากฝรั่งเศส ไอร์แลนด์ และนอร์เวย์ ทำให้ผลลัพธ์เปี่ยมด้วยคุณประโยชน์ในการช่วยให้ผิวกระชับ เรียบเนียน และเปล่งประกายได้อย่างชัดเจนตั้งแต่หยดแรกที่ใช้

สัมผัสอานุภาพมหัศจรรย์ของผลิตภัณฑ์ ABEILLE ROYALE ให้คุณได้ร่วมกิจกรรมสุดพิเศษรับช้อนสำหรับตักน้ำผึ้งที่ได้รับการออกแบบมาโดยเฉพาะพร้อมเรียนรู้คุณสมบัติของอานุภาพมหัศจรรย์จากพลังแห่งการซ่อมแซมและฟื้นบำรุงอันล้ำลึกจากส่วนผสมที่ได้มาจากน้ำผึ้งผสานนวัตกรรมทางเทคโนโลยีที่อยู่เบื้องหลังเซรั่มสูตรใหม่  นอกจากนี้ยังได้รับบริการนวดมือเพื่อสัมผัสเนื้อเซรั่มออยล์เข้มข้น เนื้อบางเบา ที่มอบความชุ่มชื่นและกระจ่างใส และพลาดไม่ได้กับประสบการณ์พิเศษผ่านข้อเสนอสำหรับการดูแลผิวเฉพาะที่ คิง เพาเวอร์ ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ เท่านั้น! พร้อมรับกระเป๋าผ้าและเข็มกลัดสุดเอ็กซ์คลูซิฟที่มีเฉพาะในประเทศไทย

พบกับผลิตภัณฑ์สุดพรีเมียมได้แล้วตั้งแต่วันนี้–30 พฤษภาคมนี้ที่ คิง เพาเวอร์ ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ ฝั่ง WEST SIDE ติดตามข้อมูลสิทธิพิเศษอื่นๆ ได้ที่ WWW.KINGPOWER.COM และ KING POWER แอปพลิเคชัน หรือที่ KING POWER CONTACT CENTRE โทร.1631

‘หน่อย บุษกร’หมดไฟ! ประกาศปิดบริษัทยุติบทบาทผู้จัดฯ พ้อละครไทยเจอวิกฤตหนัก

'หน่อย บุษกร'หมดไฟ! ประกาศปิดบริษัทยุติบทบาทผู้จัดฯ พ้อละครไทยเจอวิกฤตหนัก

‘หน่อย บุษกร’หมดไฟ! ประกาศปิดบริษัทยุติบทบาทผู้จัดฯ พ้อละครไทยเจอวิกฤตหนัก

วันศุกร์ ที่ 16 พฤษภาคม พ.ศ. 2568, 15.40 น.

16 พฤษภาคม 2568 จากกรณีที่นักแสดง-ผู้จัดละครชื่อดัง ‘หน่อย’ บุษกร วงศ์พัวพันธ์ ภรรยาของพระเอกดัง เคน ธีรเดช วงศ์พัวพันธ์ เคยได้ออกมาเล่าว่าตนเองนั้นได้เลิกเป็นผู้จัดละครแล้ว ขอคัมแบคกลับไปเป็นนักแสดงเหมือนเดิม 

ล่าสุด ‘หน่อย’ บุษกร’ ได้ออกมาเปิดใจเกี่ยวกับเรื่องนี้ว่า หมดไฟบวกกับเจอวิกฤตละครด้วย ตอนนี้ก็ไม่มีบริษัทแล้ว ก็ต้องยอมรับว่าเราอยากไปทำอะไรที่เราอยากทำ ก็คิดถึงการเล่นละคร ด้วยช่วงที่เจอวิกฤตละคร เราก็เลยได้มาคุยกับตัวเองว่าสิ่งที่เราอยากจะทำมันก็คงไม่ได้ ไม่ตรงความต้องการของตลาด ทั้งหมดนี้คือฟางหมดเลย ตอนนี้บริษัทก็ไม่มีแล้ว คืนทุกอย่างไปหมดแล้ว

หน่อย บุษกร กล่าวต่ออีกว่า ก็มองว่ามันเป็นเรื่องปกติ เราแค่ทำใจยอมรับ เสียดายไหมมันก็เสียดายเป็นธรรมดา เพียงแต่เราไม่ยึดติดว่าต้องสู้ ต้องทำ ก็ยอมรับว่าปิดก็ต้องปิด ก็คุยกับเคนเราก็เห็นตรงกัน เขาเห็นด้วยตั้งแต่แรกอยู่แล้ว มันเป็นอะไรที่เครียดนะ มันไม่เหมือนกับเราเล่นละคร เราก็ทำบทของเรา รับผิดชอบเล่นตามบทของเราแล้วก็กลับบ้านไปโล่งๆ สบายใจกว่า เป็นผู้จัดมันก็ตั้งแต่เลือกเรื่อง ขายงาน หาทีมงาน เป็นรายละเอียดเยอะ ตอนนั้นเราทำเพราะเราอยากทำ มันมีความสุข ตอนนี้โลกมันก็เปลี่ยนไป เราเองยังอยากไปดูอะไรที่มันสั้นๆเลย ก็เลยต้องยอมรับ ตอนนี้ก็กลับมารับละคร รับไว้แล้ว 3 เรื่อง มีหนังด้วยอีก 1 เรื่องก็เล่นทีละเรื่องไล่ๆไป มีผู้จัดหลายคนที่เขาก็นึกถึงเรา

ต่อมาผู้สื่อข่าวถามว่าเป็นอย่างไรบ้างกลับมาเล่นละครในยุคนี้ ? ‘หน่อย บุษกร’ กล่าวว่า สนุก ชอบมาตั้งแต่เรื่องย่อแล้วว่ามันทันสมัยดี ได้เจอน้องๆ พี่ๆ ในวงการ เป็นอะไรที่สนุกดี ก็ห่างละครมา 3 ปี ถามว่าเลือกเยอะไหม ก็อ่านแล้วชอบ มีเรื่องหนึ่งพลิกบทบาทเล่นเป็นคนดีนะ จากที่ร้ายมาตลอด พร้อมตอบประเด็นว่าไม่เคยหมดไฟกับการเป็นนักแสดง เหมือนเราเคยขี่จักรยานได้ พอเรามาจับจักรยานอีกครั้งมันก็ไปได้ ปั่น ถีบ สนุกเลย ตอนที่เล่นมันกลับมามีความสุข เหมือนเป็นความสุขของเราอีกแบบหนึ่ง

24 พ.ค.นี้ หวนคืนสู่อดีตครั้งสุดท้ายของ ‘NO MORE BELTS’ คอนเสิร์ตใหญ่ในรอบ 17 ปี

24 พ.ค.นี้ หวนคืนสู่อดีตครั้งสุดท้ายของ ‘NO MORE BELTS’ คอนเสิร์ตใหญ่ในรอบ 17 ปี

24 พ.ค.นี้ หวนคืนสู่อดีตครั้งสุดท้ายของ ‘NO MORE BELTS’ คอนเสิร์ตใหญ่ในรอบ 17 ปี

วันศุกร์ ที่ 16 พฤษภาคม พ.ศ. 2568, 15.23 น.

หากคุณคือหนึ่งในคนที่เติบโตมากับเสียงเพลงจากค่ายอินดี้ยุค 2000s อย่าง NO MORE BELTS นี่คือโอกาสสุดท้ายที่จะได้หวนกลับไปสู่บรรยากาศเก่า ๆ  กับคอนเสิร์ตครั้งสำคัญ “Singha Corporation presents No More Belts The Last Reunion Concert” การรวมตัวครั้งใหญ่ในรอบ 17 ปี ของศิลปินที่อยู่ในความทรงจำของใครหลายคน นำทีมโดยศิลปินยุคบุกเบิกอย่าง Sleeper1, Portrait,  Morningsurfers, Soundlanding พร้อมพาเพื่อนพี่น้องที่โตมากับ NO MORE BELTS อาทิ MoonRule DarkAfter Blues Moonเมื่อย วง Scrubbเป๊กซ์ วง Zealบาส Go Went Goติ๊ก เจษฎาภรณ์  และเพื่อน ๆ ศิลปินอีกมากมาย ที่จะมาเล่นบนเวทีเดียวกันครั้งสุดท้าย 24 พฤษภาคม 2568 ณ JJ Hall สำหรับแฟนเพลงคนไหนที่ยังรอคอย สามารถกดบัตรได้ที่ http://www.ihaveticket.com หรือ Application I HAVE TICKET  บัตรนั่งและยืน ราคาเดียว 1,500 บาท

 ก่อนที่เสียงดนตรีจะเงียบลง ก่อนที่เวทีจะปิดไฟ ก่อนที่คุณจะเสียดายว่า “รู้งี้ไปก็ดี…” นี่คือคอนเสิร์ตที่ไม่ได้มีแค่เพลง แต่เต็มไปด้วยความทรงจำ อารมณ์ และช่วงเวลาที่ไม่มีวันหวนกลับ หากคุณยังลังเล…ลองดู 5 เหตุผลที่คุณไม่ควรพลาด No More Belts The Last Reunion Concert นี้เด็ดขาด !

ครั้งสุดท้ายที่จะได้หวนคืนสู่อดีตผ่านบรรยากาศอบอุ่นชวนให้นึกถึงวันเก่าๆ 

คอนเสิร์ตครั้งนี้จะพาทุกคนย้อนกลับไปในยุค 2000s กลับไปสู่ช่วงเวลาที่บางคนอาจยังวิ่งเล่นอยู่ในรั้วมัธยม ช่วงเวลาที่มีเพลงของ No More Belts เป็นเสียงพื้นหลังของความทรงจำ เหมือนที่ ‘ปอย Portrait’ กล่าวว่า “สำหรับพี่ พี่มีความรู้สึกว่านี่ไม่ใช่คอนเสิร์ต มันคืองานเลี้ยงรุ่น มันคือ homecoming มันคือคืนสู่เหย้า ทั้งคนเล่นและคนดูเลยนะ เรามุ่งเป้าด้วยความรู้สึกนี้ล้วน ๆ เลย ให้ทุกคนได้รู้สึกว่าได้กลับมาเจอเพื่อนทั้งบนและล่างเวที”

ครั้งสุดท้ายของการรวมตัวของศิลปินยุคอินดี้ตัวจริงที่เติบโตมากับคุณ …

เป็นคอนเสิร์ตที่รวบรวมศิลปินอินดี้ยุค 2000s ในความทรงจำของใครหลาย ๆ คนมาไว้ด้วยกันอย่างกลมกล่อม การรวมตัวในคอมบิเนชั่นนี้ ด้วยจำนวนสมาชิกเท่านี้ บนเวทีเดียวกันนี้ อาจจะไม่เกิดขึ้นอีกแล้ว ไม่ใช่เพราะพวกเขาจะเลิกเล่นดนตรี แต่เพราะโอกาสที่จะรวมตัวกันครบแบบนี้อีกครั้ง…ช่างน้อยเหลือเกิน

ครั้งสุดท้ายที่จะได้พบกับแขกรับเชิญสุดพิเศษ และศิลปินลับที่ไม่เคยเปิดเผยตัวตนที่ไหนมาก่อน 

แขกรับเชิญลับสุดพิเศษ การันตีโดยพี่ ๆ No More Belts  ถ้าทุกคนได้รู้ว่าเขาเหล่านั้นคือใครจะเซอร์ไพรส์กันอย่างแน่นอน รวมไปถึงการเปิดตัวของศิลปินที่คุณอาจจะเคยรู้จักเขาแค่ในนาม แต่ในงานครั้งนี้คุณจะได้มารู้จักตัวตนของเขาแบบเอ็กคูลซีฟมากยิ่งขึ้น

ครั้งสุดท้ายที่คุณจะได้ฟังบทเพลงหายากแบบสดๆ จากศิลปินต้นฉบับ 

ในค่ำคืนนี้ เสียงเพลงจากค่าย No More Belts จะค่อย ๆ ร้อยเรียงอดีตเสมือนยก “ไทม์แมชชีน” กลับไปยังยุค 2000s ไม่ว่าจะสุขหรือเศร้า เสียงเพลงเหล่านี้จะพาคุณดำดิ่งลงในห้วงอารมณ์แห่งความทรงจำอีกครั้ง ยิ่งตื่นเต้นขึ้นไปอีก เมื่อศิลปินรุ่นพี่จาก No More Belts เผยว่าทุกคนจะได้ฟังหลายๆ เพลงที่ไม่เคยถูกนำไปเล่นสดที่ไหนมาก่อน อย่างเพลง ‘ไม่รู้สึกอะไรเลย’ ของศิลปิน Sleeper1, ‘I wanna be with you’  ของศิลปิน Road, Movie, ‘I miss u2’ ของศิลปิน 60C จาก และอื่นๆ อีกมากมาย  เพื่อให้ค่ำคืนสุดพิเศษนี้เป็นค่ำคืนที่เสียงเพลงและความทรงจำได้กลับมาบรรจบกันอีกครั้ง

ความทรงจำบทใหม่ ในฉากปิดจบค่ำคืนสุดท้ายอย่างงดงาม …

บทเพลงใหม่ที่ถูกเขียนขึ้นมาเพื่อค่ำคืนสุดท้ายนี้โดยเฉพาะ เซอร์ไพรส์จากพี่ ๆ Morningurfers ที่รังสรรค์เพลงใหม่มาเพื่อแฟน ๆ ในคืนนี้โดยเฉพาะ เพราะสำหรับพวกเขา นี่ไม่ใช่แค่การแสดงแต่มันคือการส่งผ่านความทรงจำครั้งสุดท้ายผ่านเสียงเพลง ที่จะอยู่กับคุณไปอีกนานแสนนาน

“Singha Corporation presents No More Belts The Last Reunion Concert”  คอนเสิร์ตนี้ไม่ใช่แค่การนั่ง  “ไทม์แมชชีน” กลับไปยังยุค 2000s  แต่คือการสร้างความทรงจำบทใหม่ร่วมกันเป็นครั้งสุดท้าย ก่อนที่หน้าหนึ่งของประวัติศาสตร์ดนตรีอินดี้ไทยจะปิดลงอย่างงดงาม อย่าพลาดที่จะมาร่วมเก็บโมเมนต์สำคัญ 24 พฤษภาคม 2568 ณ JJ Hall บัตรนั่งและยืน ราคาเดียว 1,500 บาท กดบัตรได้ที่ http://www.ihaveticket.com หรือ Application I HAVE TICKET แล้วเจอกัน  ติดตามข้อมูลเพิ่มเติมได้ทาง Facebook Page : No More Belts The Last Reunion”

#NoMoreBeltsTheLastReunionConcert #NoMoreBelts

#SinghaCorporation

#มาม่าอร่อย  #IHaveTicket

#Portrait #Sleeper1 #Morningsurfers #Soundlanding

#MuzikMove #OKD