‘วราวุธ’เผย’พม.’หนุนจ้างงานคนพิการเพิ่ม เอื้อสิทธิประโยชน์ลดหย่อนภาษี 2-3 เท่า

'วราวุธ'เผย'พม.'หนุนจ้างงานคนพิการเพิ่ม เอื้อสิทธิประโยชน์ลดหย่อนภาษี 2-3 เท่า

‘วราวุธ’เผย’พม.’หนุนจ้างงานคนพิการเพิ่ม เอื้อสิทธิประโยชน์ลดหย่อนภาษี 2-3 เท่า

วันอังคาร ที่ 13 พฤษภาคม พ.ศ. 2568, 12.29 น.

‘วราวุธ’เผย พม. หนุน นายจ้าง-สถานประกอบการจ้างงานคนพิการเพิ่มขึ้น เอื้อสิทธิประโยชน์ลดหย่อนภาษี 2-3 เท่า

เมื่อวันที่ 13 พ.ค.2568 ที่ทำเนียบรัฐบาล นายวราวุธ ศิลปอาชา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคม และความมั่นคงของมนุษย์ (รมว.พม.) เปิดเผยว่า กระทรวง พม. โดยกรมส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการ (พก.) ได้ผลักดันการมีงานทำของคนพิการ ตามพระราชบัญญัติส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการ พ.ศ. 2550 และที่แก้ไขเพิ่มเติมอย่างต่อเนื่อง เพื่อส่งเสริมให้คนพิการมีคุณภาพชีวิตที่ดีและมั่นคงในการดำรงชีวิตอย่างเท่าเทียม เป็นธรรม และไม่เลือกปฏิบัติต่อคนพิการ โดยมาตรา 33 , 34 และ 35 กำหนดให้นายจ้างหรือเจ้าของสถานประกอบการ และหน่วยงานของรัฐ รับคนพิการเข้าทำงาน ในอัตรา 100 : 1 (คนปกติ 100 คน ต่อคนพิการ 1 คน) เศษเกิน 50 คน ต้องจ้างเพิ่มอีก 1 คน

ซึ่งกระทรวง พม. โดย พก. ได้ดำเนินการสนับสนุนให้นายจ้างหรือเจ้าของสถานประกอบการ และหน่วยงานของรัฐ ได้ปฏิบัติตามกฎหมายการจ้างงานคนพิการอย่างต่อเนื่อง อีกทั้งได้ขับเคลื่อนกองทุนส่งเสริม และพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการ เพื่อเป็นกลไกสำคัญในการพัฒนาศักยภาพคนพิการ และการส่งเสริมการจ้างงานคนพิการ 

สำหรับสิทธิประโยชน์ทางภาษีของนายจ้างหรือเจ้าของสถานประกอบการตามกฎหมายดังกล่าวนั้น นายจ้างหรือเจ้าของสถานประกอบการที่รับคนพิการที่มีบัตรประจําตัวคนพิการเข้าทํางานมีสิทธินําค่าใช้จ่ายที่ได้จ่ายไปจากการจ้างคนพิการเข้าทํางาน มาลงเป็นรายจ่ายในการคํานวณกําไรสุทธิ เพื่อเสียภาษีเงินได้นิติบุคคลเป็นจํานวน 2 เท่าของรายจ่ายที่ได้จ่ายไป และกรณีการเสียภาษีเงินได้นิติบุคคลเป็นจํานวน 3 เท่าของรายจ่ายที่ได้จ่ายไป เมื่อจ้างคนพิการเข้าทํางานเกินกว่าร้อยละ 60 ของลูกจ้างในสถานประกอบการนั้น โดยมีระยะเวลาจ้างเกินกว่า 180 วัน ในปีภาษี หรือรอบระยะเวลาบัญชีที่มีเงินได้ 

หากนายจ้างหรือเจ้าของสถานประกอบการไม่มีการรับคนพิการที่มีบัตรประจําตัวคนพิการเข้าทํางาน และไม่ส่งเงินเข้ากองทุนส่งเสริม และพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการ แต่มีการให้สัมปทาน จัดสถานที่จําหน่ายสินค้าหรือบริการ จัดจ้างเหมาช่วงงาน หรือจ้างเหมาบริการ ให้ฝึกงาน หรือจัดให้มีอุปกรณ์ หรือสิ่งอํานวยความสะดวก ล่ามภาษามือ หรือให้ความช่วยเหลืออื่นใดแก่คนพิการหรือผู้ดูแลคนพิการ โดยค่าใช้จ่ายที่ได้จ่ายไปจริงซึ่งเกี่ยวข้องกับกิจการของตนเอง นายจ้างหรือเจ้าของสถานประกอบการนั้น มีสิทธินําค่าใช้จ่ายนั้นมาลงเป็นรายจ่ายในการคํานวณกําไรสุทธิเพื่อเสียภาษีเงินได้นิติบุคคลได้ แต่รายจ่ายดังกล่าวจะต้องไม่เกินจํานวนเงินที่ต้องจ่ายเข้ากองทุนส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการ 

‘ทักษิณ’ยังอยู่! ‘บิ๊กเพื่อไทย’ยันนายใหญ่มีความสุข ไร้กังวลศาลนัดไต่สวน 13 มิ.ย.นี้

‘ทักษิณ’ยังอยู่! ‘บิ๊กเพื่อไทย’ยันนายใหญ่มีความสุข ไร้กังวลศาลนัดไต่สวน 13 มิ.ย.นี้

‘ทักษิณ’ยังอยู่! ‘บิ๊กเพื่อไทย’ยันนายใหญ่มีความสุข ไร้กังวลศาลนัดไต่สวน 13 มิ.ย.นี้

วันอังคาร ที่ 13 พฤษภาคม พ.ศ. 2568, 12.14 น.

‘บิ๊กเพื่อไทย’กัดฟันยก‘นายใหญ่’มีความสุข-ไร้กังวลศาลนัดไต่สวนปม‘ชั้น14’ 13 มิ.ย.นี้ ย้ำไม่เคยแทรกแซงอะไรมีกฎหมายควบคุมอยู่ มั่นใจบริสุทธิ์ ปัดศึก‘ภท.-พท.’โยงเล่นงาน ชี้‘ฮั้ว สว.’เป็นการทำหน้าที่ของหน่วยงาน เปล่าเป็นเกมการเมือง

13 พฤษภาคม 2568 ที่รัฐสภา นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย (พท.) ให้สัมภาษณ์กรณีศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองเรียกไต่สวนนายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ในวันที่ 13 มิ.ย.นี้ ทำให้มีการวิเคราะห์อาจจะส่งผลกระทบทางการเมืองกับพรรคเพื่อไทยในอนาคตว่า มีคนพูดไป และบอกว่านายทักษิณมาแทรกแซง แต่จริงๆในพรรคไม่มี ตนเป็นประธานที่ประชุมทุกครั้ง ก็ไม่เคยได้รับการติดต่อจากนายทักษิณว่าให้ทำเช่นนั้นเช่นนี้ แต่ท่านเป็นอดีตนายกรัฐมนตรีที่สร้างคุณประโยชน์ให้กับประเทศชาติมากมาย เป็นธรรมดาที่รัฐมนตรีอาจจะปรึกษาหารือกับคนที่มีความรู้ความสามารถ

“แต่ท่านไม่ได้มาแทรกแซง ควบคุม หรือกำกับรัฐบาลใดๆ เพราะมีกฎหมายรัฐธรรมนูญควบคุมอยู่ การจะทำอะไรบุคคลภายนอกไม่สามารถมาแทรกแซงได้ อย่าเอาประเด็นเหล่านี้มาตีความว่ารัฐบาลจะวุ่นวาย มันไม่ใช่ คนละเรื่อง” นายวิสุทธิ์ กล่าว

เมื่อถามว่า ช่วงที่ใกล้จะถึงวันนัดไต่สวน นายทักษิณได้ขอที่จะออกนอกประเทศอยู่ ทำให้มีการจับตาว่าเหตุการณ์จะซ้ำรอยในอดีตหรือไม่ นายวิสุทธิ์ กล่าวว่า ท่านไม่ได้มีความกังวล ตนทราบว่ามีสส.บางคนไปทานอาหารเช้ากับท่านก็เห็นท่านยังมีความสุข ไม่ได้มีความกังวลใดๆ ทั้งสิ้น และตนเชื่อว่าท่านเตรียมทีมกฎหมายที่จะต่อสู้ไว้แล้ว เรามั่นใจในตัวท่าน และในพรรคก็ไม่ได้มีการพูดถึงหรือวิตกกังวลทั้งสิ้น เรามั่นใจในกระบวนการยุติธรรมว่าท่านไม่ได้ทำอะไรผิด

เมื่อถามว่า ช่วงเวลาที่ศาลจะนัดยังมีคนจับตาเรื่องการงัดคานกันอยู่ระหว่างพรรคเพื่อไทย และพรรคภูมิใจไทย (ภท.) ในเรื่องการฮั้วสว. จะทำให้มีอุบัติเหตุทางการเมืองหรือไม่ นายวิสุทธิ์ กล่าวว่า คนทั่วไปก็พูดกัน ในเมื่อมีผู้สมัครที่เป็นสว.สำรอง ไปร้องกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) ว่ามีการฮั้วเช่นนั้นเช่นนี้ หรือแม้กระทั่งการไปร้องที่คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) หาก กกต.และดีเอสไอไม่ทำหน้าที่ก็จะโดนมาตรา 157 ซึ่งนี่ไม่ใช่การเมือง เขาทำตามหน้าที่เพราะมีคนไปร้อง ส่วนข้อเท็จจริงอย่างไรก็ไปว่ากันในชั้นศาล

‘ชูศักดิ์’บอกอย่าคาดการณ์ล่วงหน้าปม‘ทักษิณ-ฮั้ว สว.’ทำการเมืองถึงทางตัน

‘ชูศักดิ์’บอกอย่าคาดการณ์ล่วงหน้าปม‘ทักษิณ-ฮั้ว สว.’ทำการเมืองถึงทางตัน

‘ชูศักดิ์’บอกอย่าคาดการณ์ล่วงหน้าปม‘ทักษิณ-ฮั้ว สว.’ทำการเมืองถึงทางตัน

วันอังคาร ที่ 13 พฤษภาคม พ.ศ. 2568, 12.08 น.

‘ชูศักดิ์’บอกอย่าคาดการณ์ล่วงหน้าปม‘ทักษิณ-ฮั้ว สว.’ทำการเมืองถึงทางตัน ปล่อยตามกระบวนการกฎหมาย ชี้เคส‘ทักษิณ’เป็นผู้ป่วยวิกฤตหรือไม่ต้องรอ‘ศาลฎีกา’ตัดสิน เชื่อผลสอบ‘แพทยสภา’ยังไม่ถึงที่สุด

13 พฤษภาคม 2568 ที่ทำเนียบรัฐบาล นายชูศักดิ์ ศิรินิล รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ใน ฐานะรองหัวหน้าพรรคเพื่อไทย (พท.) ระบุถึงคดีนายทักษิณ ชินวัตร ที่ศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง รวมถึง กกต. และดีเอสไอกำลังดำเนินคดีฮั้ว สว. จะมีผลกระทบทำให้การเมืองเข้าสู่ทางตันหรือไม่ ว่า ให้เป็นเรื่องของกระบวนการของกฎหมายและกระบวนการยุติธรรมที่ต้องว่ากันไป เราต้องทราบกันดีว่าเหตุการณ์เป็นอย่างไร ซึ่งผู้ที่มีอำนาจหน้าที่ต้องดำเนินการกันไปตามกระบวนการ  ส่วนการเมืองมองว่าเป็นคนละเรื่องกัน ไม่เกี่ยวข้องกันการเมืองก็เดินไปกระบวนการ

เมื่อถามว่า ประเมิน ว่าเป็นเรื่องของสงครามสีเสื้อระหว่างแดงกับน้ำเงินจะจบลงแบบไหนนั้น นายชูศักดิ์ กล่าวว่า อย่าไปคิดว่าเป็นสงครามเพราะจะดูรุนแรงเกินไป ขอให้เป็นเรื่องของกระบวนการทางกฎหมายว่ากันไป ซึ่งรัฐบาลพยายามประคับประคองบริหารงานบ้านเมือง ก่อนระบุว่าการเมืองไทยก็เป็นแบบนี้

เมื่อถามถามถึงร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปี 2569 จะมีการคว่ำหรือไม่ นายชูศักดิ์ ระบุว่า ร่างฯนี้ผ่านโดยคณะรัฐมนตรี พรรคร่วมรัฐบาลก็เห็นชอบ ไม่มีอะไรที่จะทำให้เป็นปัญหา

เมื่อถามว่า เรื่องของผลสอบแพทยสภาจะมีน้ำหนักในชั้นศาลฎีกาในวันที่ 13 มิถุนายนหรือไม่ นายชูศักดิ์ กล่าวว่า ความเห็นส่วนตัวมองว่าความเห็นของแพทยสภายังไม่เป็นที่ยุติ และเป็นเรื่องของกระบวนการที่จะต้องผ่านไปถึงนายกพิเศษแพทยสภา แม้ว่าจะผ่านไปแล้ว ก็ยังผู้ที่เกี่ยวข้องก็มีสิทธิ์ที่จะไปร้องต่อศาลปกครองได้ ขออย่าเพิ่งไปฟัน หรือคาดการณ์ไปล่วงหน้า ว่าศาลจะตัดสินออกมาเป็นแบบไหน เพราะหลักสำคัญแต่ละองค์กรก็มีกฎระเบียบของเขา ที่จะต้องดูว่าเป็นไปตามระเบียบที่กำหนดหรือไม่

เมื่อถามถึงมาตรา 55 ของพระราชบัญญัติราชทัณฑ์ใช้ในกรณี ของนายทักษิณเป็นเคสวิกฤติ หรือ ใช้หลักการอื่นเช่นผู้ต้องขังนั้นต้องได้รับการบำบัดรักษาเฉพาะทาง หรือถ้าคงรักษาพยาบาลอยู่ในเรือนจำจะไม่ทุเลาดีขึ้น นายชูศักดิ์ ระบุว่า ก็ยังสับสนกันอยู่ ก็ต้องเข้าไปสู่กระบวนการว่ากันไปตามกฎหมายมีระเบียบอย่างไรก็ว่ากันไปเราไม่ควรไปคาดการณ์ล่วงหน้า

‘โฆษกปชป.’ชี้งบฯ 69 ‘ประชาธิปัตย์’ทิศทางชัด ยึดหลักกระจายงบฯ คุ้มค่า กระตุ้นศก.

'โฆษกปชป.'ชี้งบฯ 69 'ประชาธิปัตย์'ทิศทางชัด ยึดหลักกระจายงบฯ คุ้มค่า กระตุ้นศก.

‘โฆษกปชป.’ชี้งบฯ 69 ‘ประชาธิปัตย์’ทิศทางชัด ยึดหลักกระจายงบฯ คุ้มค่า กระตุ้นศก.

วันอังคาร ที่ 13 พฤษภาคม พ.ศ. 2568, 12.07 น.

‘โฆษกปชป.’ชี้ร่าง พ.ร.บ.งบฯ 69 ‘ประชาธิปัตย์’ทิศทางชัด ยึดหลักการกระจายงบฯ ครอบคลุมคุ้มค่า แนะกระตุ้นท่องเที่ยวในประเทศช่วยหมุนเงินในระบบเศรษฐกิจได้โดยตรง

เมื่อวันที่ 13 พ.ค.2568 น.ส.เจนจิรา รัตนเพียร โฆษกพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงวาระการพิจารณาร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2569 ที่จะเข้าสู่สภาผู้แทนราษฎรในเร็ว ๆ นี้ ว่า พรรคประชาธิปัตย์มีหลักคิดที่ชัดเจนในการพิจารณางบประมาณ ปี 2569 อย่างรอบคอบ โดยเฉพาะการตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญเพื่อพิจารณาร่าง พ.ร.บ. งบประมาณ ปี 2569 ซึ่งจะมีตัวแทนของพรรคเข้าร่วมทำหน้าที่อย่างเข้มข้น เพื่อให้งบประมาณ ที่มาจากภาษีของคนไทย ถูกนำไปใช้ให้เกิดประโยชน์สูงสุด คุ้มค่า สมราคา และตอบโจทย์ปัญหาประเทศอย่างแท้จริงโดยในปีนี้ ถือเป็นปีที่ทุกภาคส่วน ควร ร่วมด้วยช่วยกัน ในการพิจารณางบประมาณ ให้เกิดประโยชน์สูงสุดในทุกมิติ เพราะเป็นปีที่เศรษฐกิจถดถอย ดังนั้นจึงอยากให้คำนึงถึง โครงการที่จะก่อให้เกิดประโยชน์ต่อคนไทยในระยะยาว เพื่อทำให้เศรษฐกิจเข้มแข็งอย่างมั่นคง

น.ส.เจนจิรา กล่าวต่อว่า ประเด็นด้านเศรษฐกิจ ซึ่งถือเป็นหนึ่งในเรื่องเร่งด่วนที่ควรได้รับการจัดสรรงบประมาณอย่างมีประสิทธิภาพ โดยเฉพาะมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจที่สามารถทำได้ทันที เช่น การส่งเสริมการท่องเที่ยวภายในประเทศ ให้กับคนไทย และคนต่างชาติ

“ขณะนี้ เศรษฐกิจยังไม่ฟื้นตัวเต็มที่ หนึ่งในมาตรการที่ทำได้เลย คือการกระตุ้นให้คนไทยท่องเที่ยวในประเทศมากขึ้น ยกตัวอย่างง่าย ๆ คือ หากรัฐบาลมีนโยบายหรือแคมเปญที่ส่งเสริมให้คนงดหรือเลื่อนการท่องเที่ยวต่างประเทศ แล้วหันมาใช้จ่ายในเมืองไทย จะเป็นการหมุนเงินในระบบเศรษฐกิจของเราโดยตรง และสร้างรายได้ให้กับผู้ประกอบการในท้องถิ่นได้ทันที” น.ส.เจนจิรา กล่าว

โฆษกพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวย้ำอีกว่า ประเทศไทยมีสถานที่ท่องเที่ยวที่สวยงาม และยังไม่เป็นที่รู้จักอีกมากมาย หรือที่เรียกว่า “Unseen Thailand” ไม่ว่าจะเป็นหมู่บ้านกลางป่าในจังหวัดน่าน น้ำตกลึกลับในพัทลุง หรือแหล่งท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมในอีสาน ล้วนสามารถพัฒนาให้เป็นจุดหมายใหม่ของนักท่องเที่ยวไทยได้เราต้องใช้งบประมาณให้ตอบโจทย์ ไม่ใช่แค่ตัวเลข แต่ต้องดูผลลัพธ์ด้วยว่าเงินที่ใช้ไป สร้างความหวังและโอกาสให้ประชาชนได้จริงหรือไม่

ทั้งนี้  พรรคฯ จะมีการประชุม สส. ของพรรคฯ ก่อนที่จะมีการประชุมพิจารณาร่างพระราชบัญญัติงบประมาณประจำปี 2569 เพื่อกำหนดทิศทาง ในการพิจารณาร่างพระราชบัญญัติงบประมาณให้ชัดเจน รวมถึงกำหนดตัวบุคคลที่จะอภิปรายในวาระหนึ่ง  และวางตัวบุคคลที่จะเข้าไปเป็นกรรมาธิการวิสามัญด้วย ซึ่งการประชุมดังกล่าว มุ่งเน้น การอภิปรายใน 3 ประเด็น คือ 1. ความคุ้มค่า ในการใช้จ่ายงบประมาณ 2. การกระจายเม็ดเงิน อย่างเท่าเทียม และ 3. การคำนึงถึงวิธีกระตุ้นเศรษฐกิจ

‘เฉลิมชัย’แจงเหตุ‘สจ.กอล์ฟ’เป็นเรื่องส่วนตัว ยันไม่มีใครก้าวก่ายคดีได้

‘เฉลิมชัย’แจงเหตุ‘สจ.กอล์ฟ’เป็นเรื่องส่วนตัว ยันไม่มีใครก้าวก่ายคดีได้

‘เฉลิมชัย’แจงเหตุ‘สจ.กอล์ฟ’เป็นเรื่องส่วนตัว ยันไม่มีใครก้าวก่ายคดีได้

วันอังคาร ที่ 13 พฤษภาคม พ.ศ. 2568, 12.03 น.

‘เฉลิมชัย’แจงเหตุ‘สจ.กอล์ฟ’เป็นเรื่องส่วนตัว ยันให้เป็นไปตามกระบวนการยุติธรรม ไม่มีใครก้าวก่ายได้

13 พฤษภาคม 2568 นายเฉลิมชัย ศรีอ่อน รมว.ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ในฐานะหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีนายสิรดนัย พลายด้วง หรือ สจ.กอล์ฟ ก่อเหตุให้ลูกน้อง 6 คนรุมทำร้ายตำรวจ ว่า ตอนนี้เข้าสู่กระบวนการยุติธรรมแล้ว ก็ให้ว่าไปตามกระบวนการไม่มีอะไร

“ในส่วนของพรรคประชาธิปัตย์ มองว่าเป็นเรื่องของตัวบุคคล เมื่อเข้าสู่กระบวนการยุติธรรมแล้วก็ให้เป็นไปตามกระบวนการไม่มีใครไปก้าวก่ายแน่นอน” นายเฉลิมชัย กล่าว

‘วราวุธ’มั่นใจไม่มีการคว่ำงบฯ 69 เปรียบ’พท.-ภท.’เหมือนผัวเมีย มีกระทบกระทั่งกันบ้าง

'วราวุธ'มั่นใจไม่มีการคว่ำงบฯ 69 เปรียบ'พท.-ภท.'เหมือนผัวเมีย มีกระทบกระทั่งกันบ้าง

‘วราวุธ’มั่นใจไม่มีการคว่ำงบฯ 69 เปรียบ’พท.-ภท.’เหมือนผัวเมีย มีกระทบกระทั่งกันบ้าง

วันอังคาร ที่ 13 พฤษภาคม พ.ศ. 2568, 11.58 น.

‘วราวุธ’มั่นใจไม่มีการคว่ำร่าง พ.ร.บ.งบฯ 69 ระบุเวลานี้ประเทศต้องการงบลงทุน-กระตุ้นเศรษฐกิจ เชื่อรัฐบาลอยู่ครบเทอม เปรียบ’พท.-ภท.’เหมือนผัวเมีย อยู่ด้วยกันลิ้นกับฟันกระทบกระทั่งกันบ้าง

เมื่อวันที่ 13 พ.ค.2568 ที่ทำเนียบรัฐบาล นายวราวุธ ศิลปอาชา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคม และความมั่นคงของมนุษย์ ในฐานะหัวหน้าพรรคชาติไทยพัฒนา กล่าวถึงกระแสข่าวการโหวตคว่ำร่าง พ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ 2569 ว่า ได้ยินข่าวมาเหมือนกัน แต่คิดว่าคงไม่เกิดเหตุการณ์นี้ เนื่องจากเท่าที่ตนจำได้ช่วงที่ร่าง พ.ร.บ.งบฯ 2569 เข้าสู่ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ทุกพรรคก็ให้ความเห็นชอบกันไป ฉะนั้น คงจะไม่ให้เกิดเหตุการณ์นี้ ซึ่งอาจเป็นการเข้าใจผิดหรือลือกันไป โดยตนก็ได้รับข่าวเพียงจากสื่อ

ผู้สื่อข่าวถามว่า เหตุการณ์เช่นนี้ไม่น่าเกิดขึ้นได้ใช่หรือไม่ เนื่องจากงบประมาณเป็นเรื่องใหญ่ นายวราวุธ กล่าวว่า ตนคิดว่าเรื่องงบประมาณเป็นเรื่องที่เคยเห็นมา 2 ครั้งแล้ว หากเวลางบประมาณเป็นไปตามปฏิทินก็ต้องใช้งบปีก่อนไปพลางๆ และทำให้งบลงทุน รวมถึงงบกระตุ้นเศรษฐกิจชะลอตัว โดยเฉพาะท่ามกลางเศรษฐกิจของประเทศไทยในปัจจุบัน และในอนาคตจากนี้ 1-2 ปี การใช้จ่ายของภาครัฐถือเป็นสิ่งจำเป็นอย่างยิ่ง ดังนั้น เมื่อมีปฏิทินงบประมาณและการดำเนินการไม่เป็นไปตามเดิมก็จะมีผลต่อเศรษฐกิจของไทย ตนจึงคิดว่าคงไม่เกิดเหตุการณ์เช่นนี้ 

เมื่อถามว่า ข่าวทำนองนี้ออกมาเป็นเพราะความขัดแย้งระหว่างพรรคเพื่อไทย และพรรคภูมิใจไทยใช่หรือไม่ นายวราวุธ กล่าวว่า เวลาประชุม ครม. ก็โอภาปราศรัยกันตามปกติ ส่วนที่มีความเห็นต่างบางคนอาจมองว่าเป็นข้อขัดแย้ง และตนพูดทุกครั้งว่าการทำงานของพรรคร่วมรัฐบาลถือว่าเป็นเรื่องปกติที่จะมีความเห็นต่างกัน เหมือนสามีภรรยา อยู่กินด้วยกันก็ต้องมีงอนกันบ้าง โกรธกันบ้าง มีปากเสียงกันบ้าง ลิ้นกับฟันกระทบกระทั่งกันเป็นเรื่องธรรมดาแต่ยังมั่นใจว่ารัฐบาลนี้จะอยู่ทำงานจนครบเทอม

​‘วิสุทธิ์’ขอมีมารยาท! ไม่วิจารณ์พลังดูด‘พรรคร่วมรัฐบาล’ ดึง‘สส.ฝ่ายค้าน’ย้ายขั้ว

​‘วิสุทธิ์’ขอมีมารยาท! ไม่วิจารณ์พลังดูด‘พรรคร่วมรัฐบาล’ ดึง‘สส.ฝ่ายค้าน’ย้ายขั้ว

​‘วิสุทธิ์’ขอมีมารยาท! ไม่วิจารณ์พลังดูด‘พรรคร่วมรัฐบาล’ ดึง‘สส.ฝ่ายค้าน’ย้ายขั้ว

วันอังคาร ที่ 13 พฤษภาคม พ.ศ. 2568, 11.54 น.

“วิสุทธิ์”ขอมีมารยาท! ไม่วิจารณ์พลังดูด”พรรคร่วมรัฐบาล”ดึง”สส.ฝ่ายค้าน”ย้ายขั้ว ลามกระทบโควตา”ปรับ ครม.” ยันอำนาจอยู่ที่”นายกฯ”

เมื่อวันที่ 13 พฤษภาคม 2568 ที่รัฐสภา นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย (พท.) ให้สัมภาษณ์ถึงการดูด สส.ฝ่ายค้าน มาอยู่ในพรรคร่วมรัฐบาลบางพรรค ว่า “พรรคผมไม่มี ไม่วิจารณ์พรรคอื่น ด้วยมารยาท”

เมื่อถามว่า มีการตั้งข้อสังเกตว่าเป็นเกมต่อรองทางการเมือง และต่อรองเก้าอี้รัฐมนตรี นายวิสุทธิ์ กล่าวว่า “อันนี้สื่อพูด ผมไม่ได้พูด ฟังไว้และได้ยินข่าวมาจากสื่อ แต่ในข้อเท็จจริงไม่ทราบ ยังไม่ได้เจอใครเลย เพิ่งจะได้มาเจอนักการเมืองด้วยกันก็วันนี้”

เมื่อถามว่า มองว่าการที่พรรคการเมืองมี สส.เพิ่ม จะทำให้เก้าอี้รัฐมนตรีเปลี่ยนไปหรือไม่ นายวิสุทธิ์ กล่าวว่า อยู่ที่นายกรัฐมนตรีคนเดียว อำนาจการปรับคณะรัฐมนตรี (ครม.) เป็นเรื่องของนายกฯ ไม่ใช่เรื่องของฝ่ายนิติบัญญัติ ฉะนั้น ก็พูดกันไป ฝ่ายนั้นฝ่ายนี้จะอ้างอุดมการณ์ ก็เป็นเรื่องของเขาเรา ไม่ได้เกี่ยวข้อง ในพรรคเพื่อไทยไม่มี

‘ครม.’ป่วย!!! ‘อนุทิน-พิชัย’ผ่าตัด/‘นฤมล’ข้อเท้าแตก

‘ครม.’ป่วย!!! ‘อนุทิน-พิชัย’ผ่าตัด/‘นฤมล’ข้อเท้าแตก

‘ครม.’ป่วย!!! ‘อนุทิน-พิชัย’ผ่าตัด/‘นฤมล’ข้อเท้าแตก

วันอังคาร ที่ 13 พฤษภาคม พ.ศ. 2568, 11.48 น.

นายกฯเยี่ยมชมบูธผลไม้-คุยผู้ประกอบการ ขณะ ครม.ลาป่วย-ติดภารกิจเพียบ “นฤมล”ข้อเท้าแตกนั่งวีลแชร์มาประชุม

เมื่อเวลา 09.30 น.วันที่ 13 พฤษภาคม 2568 ที่ตึกบัญชาการ 1 ทำเนียบรัฐบาล ก่อนการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) น.ส.แพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี เยี่ยมชมรถโมบายผลไม้ และพบปะผู้ประกอบการรับซื้อผลไม้ เพื่อช่วยเหลือพี่น้องเกษตรกรผู้ปลูกผลไม้ และเพื่อยกระดับผลไม้ไทยสู่ตลาดสากล โดยนายกฯ ได้รับฟังรายงานการบริหารจัดการผลไม้ปี 2568 เช่น ทุเรียน มังคุด ลำใย มะม่วง เงาะ เป็นต้น พร้อมกำชับเรื่องการหาตลาดใหม่ๆ เพิ่มและการแปรรูปผลไม้ด้วย ต่อมาเวลา 10.00 น.นายกฯ เป็นประธานการประชุม ครม.

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า วันเดียวกันนี้ มี ครม.แจ้งลาการประชุม 8 คน ได้แก่ 1.นายภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกรัฐมนตรี และรมว.กลาโหม เดินทางไปเข้าร่วมการประชุมระดับรัฐมนตรีว่าด้วยการปฏิบัติการรักษาสันติภาพ ภายใต้กรอบสหประชาชาติ ครั้งที่ 6 ณ กรุงเบอร์ลิน สหพันธสาธารณรัฐเยอรมนี 13 – 14 พ.ค.

2.นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรี และรมว.มหาดไทย รับการผ่าตัดเปลี่ยนเลนส์ตาที่โรงพยาบาลศิริราช ปิยมหาราชการุณย์ ตั้งแต่ช่วงเย็นวันที่ 8 พ.ค.ที่ผ่านมา 3.นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รมว.แรงงาน 4.นายพิชัย นริพทะพันธุ์ รมว.พาณิชย์ เข้ารับการผ่าตัดถุงน้ำดี 5.น.ส.สุดาวรรณ หวังศุภกิจโกศล รมว.วัฒนธรรม 6.น.ส.ซาบีดา ไทยเศรษฐ์ รมช.มหาดไทย 7.นายเดชอิศม์ ขาวทอง รมช.สาธารณสุข และ 8.นายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค รองนายกรัฐมนตรี และรมว.พลังงาน

ทั้งนี้ ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ขณะที่ นางนฤมล ภิญโญสินวัฒน์ รมว.เกษตรและสหกรณ์ เดินทางเข้าร่วมประชุม ครม.โดยนั่งรถวีลแชร์ เนื่องจากประสบอุบัติเหตุตกบันได กระดูกข้อเท้าแตก จึงต้องใส่เฝือกอ่อน

– 006

ย้อนเกล็ดสว.! ‘ทวี’ลั่นคนมีเกียรติ ต้องให้เกียรติคนอื่นก่อน ยันคดี‘ฮั้ว’ไม่ทำรัฐบาลล้ม

ย้อนเกล็ดสว.! ‘ทวี’ลั่นคนมีเกียรติ ต้องให้เกียรติคนอื่นก่อน ยันคดี‘ฮั้ว’ไม่ทำรัฐบาลล้ม

ย้อนเกล็ดสว.! ‘ทวี’ลั่นคนมีเกียรติ ต้องให้เกียรติคนอื่นก่อน ยันคดี‘ฮั้ว’ไม่ทำรัฐบาลล้ม

วันอังคาร ที่ 13 พฤษภาคม พ.ศ. 2568, 11.46 น.

‘ทวี’เหน็บคนมีเกียรติ ต้องให้เกียรติคนอื่นก่อน หลัง‘สว.’อ้างศักดิ์สูงกว่า‘ดีเอสไอ’ ยันทำ‘คดีฮั้ว’ไม่กระทบสัมพันธ์รัฐมนตรี แค่ทำตามกฎหมาย โยนเป็นเรื่องของ‘กกต.’เรียก‘สว.’รับทราบข้อหาเพิ่มหรือไม่

เมื่อเวลา 09.50 น.วันที่ 13 พฤษภาคม 2568 ที่ทำเนียบรัฐบาล พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง รมว.ยุติธรรม ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีที่ สว.จะแจ้งข้อหากลับกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) จากการทำคดีฮั้วเลือก สว. ว่า ส่วนนี้เป็นเรื่องของคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ที่มีข้าราชการของดีเอสไอเป็นอนุกรรมการด้วย ยืนยันว่าเป็นการดำเนินการตามขั้นตอนตามปกติของ กกต. ซึ่งระเบียบการพิจารณาของคณะอนุกรรมการ อาจจะต่างกับวิธีพิจารณาความอาญาของ กกต. เป็นเรื่องที่ กกต.ต้องดำเนินการตามอำนาจหน้าที่

ผู้สื่อข่าวถามว่า มี สว.บางคนจะไม่ไปให้ปากคำกับดีเอสไอ จะมีผลอะไรหรือไม่ พ.ต.อ.ทวี กล่าวว่า ต้องดูวิธีการสอบสวนของ กกต. ดีเอสไอจะไม่เกี่ยวข้อง เพราะเราเป็นเพียงหน่วยงานที่ กกต.ตั้งให้ไปร่วมสอบสวน ถือว่าเป็นอนุฯของ กกต.

เมื่อถามว่าเป็นอนุฯของ กกต. แต่ สว.บอกว่ามีฐานะที่ต่ำกว่าจึงไม่ไปตามหมายเรียก พ.ต.อ.ทวี กล่าวว่า ตนเชื่อว่า สว.มีวุฒิภาวะ คงไม่พูดลักษณะนั้น เพราะว่าศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ และสิทธิเสรีภาพ รัฐธรรมนูญคุ้มครองอยู่แล้ว ปกติคนที่มีเกียรติ จะต้องให้เกียรติคนอื่นก่อน

เมื่อถามว่าการพูดของ สว.เป็นการพูดผ่านสื่อ ไม่ได้พูดส่วนตัว พ.ต.อ.กล่าวว่า ตนไม่ได้ยินกับตัวเอง ต้องขอโทษด้วย

เมื่อถามว่าเรื่องนี้เป็นเกมการเมืองหรือไม่ พ.ต.อ.ทวี กล่าวว่า ยืนยันว่ารัฐมนตรีและกระทรวงยุติธรรม ทำตามกฎหมาย เราไม่มีมีอำนาจหน้าที่อื่น แม้แต่การกำหนดนโยบาย ยังกำหนดทิศทางของกฎหมายไม่ได้ โดยเฉพาะเรามีกรอบที่กำหนดไว้ เช่นการสอบสวนต้องเป็นเป็นไปตามพยานหลักฐาน และยึดหลักนิติธรรม บังคับใช้กฎหมายอย่างเท่าเทียมกันทุกคน อิทธิพลจะยิ่งใหญ่เหนือกว่ากฎหมายไม่ได้ กฎหมายจะไปละเมิดศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ หรือละเมิดสิทธิต่างๆ ในกฎหมายไม่ได้

ทั้งนี้ นอกจากการดำเนินการตามกฎหมายแล้ว ในการสอบสวนต้องยึดหลักวิชาการ ที่เรียกว่าการพิสูจน์หลักฐาน หรือนิติวิทยาศาสตร์ โดยเฉพาะการสอบสวนในปัจจุบัน เราจะแค่ไปยืมหูยืมตาพยานบุคคลไม่ได้ เราสามารถใช้เทคโนโลยีได้ ซึ่งในคดีนี้อาจนำมาใช้มากที่สุด

เมื่อถามว่า มีการวิจารณ์การทำงานของดีเอสไอ โดยเฉพาะการนำหมายไปติดที่บ้าน สว. และมีการนำสื่อมวลชนไปด้วย เหมือนเป็นการประจาน พ.ต.อ.ทวี กล่าวว่า ต้องถาม กกต. เพราะดีเอสไอทำภายใต้ กกต. เราถูกเรียกให้ไปช่วยเท่านั้น แล้ว กกต.ไปดำเนินการ

เมื่อถามว่า เรื่องนี้จะทำให้รัฐบาลล้มหรือไม่ พ.ต.อ.ทวี กล่าวว่า คงไม่หรอก เพราะรัฐมนตรีมีความสัมพันธ์อันดี และรัฐบาลประกาศว่าจะสร้างหลักนิติธรรมให้เกิดขึ้นและเข้มแข็ง จึงคิดว่าสิ่งที่ทำไปไม่ได้กลั่นแกล้งใคร ยืนยันว่าทำตามกฎหมาย ทุกอย่างอยู่ที่พยานหลักฐาน

เมื่อถามว่า อนุกรรมการที่เป็นดีเอสไอได้มีการรายงานผลมาบ้างหรือยัง พ.ต.อ.ทวี กล่าวว่า เดี๋ยวนี้จะมีกฎหมายกำหนดการทำงานว่าจะต้องไม่ล่าช้า

เมื่อถามว่า หลังจากนี้จะมีการเรียก สว. มารับทราบข้อกล่าวหาเพิ่มเติมอีกหรือไม่ พ.ต.อ.ทวี กล่าวว่า ในส่วน กกต. จะมีกฎหมายของเขา แต่ในส่วนของดีเอสไอ ต้องไปถามอธิบดีดีเอสไอ เพราะทราบว่า ดีเอสไออาจจะทำคดีอีกข้อหาหนึ่ง

เมื่อถามย้ำว่า หมายความว่า สว.ต้องไปรับทราบข้อกล่าวหาทั้งกับ กกต.และดีเอสไอใช่หรือไม่ พ.ต.อ.ทวี กล่าวว่า ดีเอสไอทำในลักษณะการสอบสวน เพราะเป็นคดีพิเศษ เราต้องทำให้เสร็จสิ้น ผลจะเป็นอย่างไรอยู่ที่พยานหลักฐาน

‘ชูศักดิ์’ชี้ขายเหล้า-เบียร์ วันพระใหญ่ 5 จุดไร้ปัญหาอุบัติเหตุ-เรื่องร้องเรียน

'ชูศักดิ์'ชี้ขายเหล้า-เบียร์ วันพระใหญ่  5 จุดไร้ปัญหาอุบัติเหตุ-เรื่องร้องเรียน

‘ชูศักดิ์’ชี้ขายเหล้า-เบียร์ วันพระใหญ่ 5 จุดไร้ปัญหาอุบัติเหตุ-เรื่องร้องเรียน

วันอังคาร ที่ 13 พฤษภาคม พ.ศ. 2568, 11.33 น.

‘ชูศักดิ์’ชี้ขายเหล้า-เบียร์ วันพระใหญ่  5 จุดกระตุ้นการท่องเที่ยว ยืนยันวงการสงฆ์ยังไม่มีเรื่องร้องเรียน-ไร้อุบัติเหตุเพิ่มช่วงวิสาขบูชาที่ผ่านมาเพิ่ม

เมื่อวันที่ 13 พ.ค.2568 ที่ทำเนียบรัฐบาล นายชูศักดิ์ ศิรินิล รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ในฐานะกำกับดูแลสำนักพระพุทธศาสนาแห่งชาติ กล่าวถึงกรณีนายกรัฐมนตรีออกข้อบังคับให้จำหน่ายสุราได้ 5 จุดในวันพระใหญ่ โดย เมื่อวันที่ 11 พ.ค.ที่ผ่านมา ซึ่งตรงกับวันวิสาขบูชา เป็นการเริ่มข้อบังคับนี้เป็นวันพระใหญ่แรก มีผลกระทบอะไรหรือไม่ ว่า ยังไม่มีผลกระทบอะไรเข้ามา เพราะเป็นมาตรการที่ออกมาเกี่ยวกับการท่องเที่ยว ซึ่งมีมาก่อนหน้านี้แล้ว คิดมาตั้งแต่รัฐบาลที่แล้ว ก่อนที่น.ส.แพทองธาร ชินวัตร นายกฯ จะลงนาม ซึ่งโดยหลักการแล้วไม่สามารถจำหน่ายได้โดยเสรี และยังมีข้อห้ามจำหน่ายในสถานที่บางแห่ง ซึ่งก็มีข้อยกเว้นให้จำหน่ายได้ใน 5 จุด อาทิ สถานบันเทิง  โรงแรม และสนามบินระหว่างประเทศ 

เมื่อถามว่าพระสงฆ์ มีความเข้าใจหรือไม่เนื่องจากผิดศีล 5 นายชูศักดิ์ ระบุว่า ยังไม่มีเสียงสะท้อนออกมา เพราะข้อสำคัญยังมีข้อห้ามอยู่ไม่ได้เปิดเสรีให้จำหน่ายได้หมดทุกที่ พร้อมย้ำว่าคิดมาตั้งแต่รัฐบาลที่แล้ว เพื่อเป็นการส่งเสริมการท่องเที่ยว 

ส่วนในอนาคตจะมีการเพิ่มจาก 5 จุดหรือไม่  นายชูศักดิ์ ระบุว่า อาจจะมีความเป็นไปได้ในอนาคต และเมื่อวันวิสาขบูชาที่ผ่านมาก็ไม่ได้มีอุบัติเหตุอะไรเพิ่มขึ้น