‘ทวี’ยก ‘รธน.-ระเบียบราชทัณฑ์’ป้อง 3 หมอ ย้ำหาก‘ทักษิณ’ป่วยหนัก ส่งรักษาภายนอกได้

‘ทวี’ยก ‘รธน.-ระเบียบราชทัณฑ์’ป้อง 3 หมอ ย้ำหาก‘ทักษิณ’ป่วยหนัก ส่งรักษาภายนอกได้

‘ทวี’ยก ‘รธน.-ระเบียบราชทัณฑ์’ป้อง 3 หมอ ย้ำหาก‘ทักษิณ’ป่วยหนัก ส่งรักษาภายนอกได้

วันอังคาร ที่ 13 พฤษภาคม พ.ศ. 2568, 11.32 น.

‘ทวี’อ้าง‘รัฐธรรมนูญ-ระเบียบราชทัณฑ์’ป้อง 3 หมอ หลัง‘แพทยสภา’มีมติเชือดปม‘ทักษิณ’ ชี้ขอดูมติก่อนพิจารณาอุทธรณ์หรือไม่ บอกหากป่วยหนัก แต่‘รพ.ราชทัณฑ์’ไม่มีศักยภาพรักษา สามารถส่งคุมขังรพ.ภายนอกได้

เมื่อเวลา 09.50 น.วันที่ 13 พฤษภาคม 2568 ที่ทำเนียบรัฐบาล พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง รมว.ยุติธรรม ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีแพทยสภาสั่งลงโทษหมอ 3 คน กรณีส่งตัวนายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรีไปรักษาที่โรงพยาบาลตำรวจ ว่า ตนยังไม่เห็นรายงานมติแพทยสภา แต่คาดเดาว่าแพทย์ที่ถูกว่ากล่าวตักเตือนเป็นแพทย์ของโรงพยาบาลราชทัณฑ์ แต่ขอดูรายละเอียดก่อน

พ.ต.อ.ทวี กล่าวว่า ในฐานะที่เป็น รมว.ยุติธรรม ขอชี้แจงว่าเรื่องของระเบียบกรมราชทัณฑ์ เป็นกฎหมายที่เพิ่งออกมาใหม่ ทั้งนี้การพิจารณากฎหมายใหม่  ต้องดูกฎหมายเก่าประกอบด้วย และมั่นใจว่ากระทรวงยุติธรรมได้ทำตามกฎหมาย และก็ทำเช่นนี้มาโดยตลอด

ทั้งนี้กรณีผู้ต้องขังป่วยโรคเฉพาะทาง ต้องใช้หลักที่ว่า หากเป็นโรคที่สถานพยาบาลของกรมราชทัณฑ์ไม่มีศักยภาพในการรักษา ก็จะส่งไปรักษาโรงพยาบาลภายนอก ซึ่งในระหว่างที่ส่งไปรักษาตัวนั้น โรงพยาบาลดังกล่าวยังถือเป็นที่คุมขัง สถานที่หนึ่ง คือควบคุมดูแลไม่ให้หลบหนี หรือไปยุ่งเกี่ยวกับพยานหลักฐาน

เมื่อถามว่าหลังจากแพทยสภา มีมติออกมาแล้ว ต้องมีหน่วยงานใดรับผิดชอบหรือไม่ พ.ต.อ.ทวี กล่าวว่า ขอดูเนื้อหารายละเอียดก่อน

เมื่อถามย้ำว่า แม้จะไม่ได้ป่วยวิกฤต แต่หากเป็นโรคที่สถานพยาบาลราชทัณฑ์ ไม่สามารถรักษาได้ ก็มีสิทธิ์ส่งไปรักษาตัวภายนอกใช่หรือไม่ พ.ต.อ.ทวี กล่าวว่า รัฐธรรมนูญเป็นกฎหมายสูงสุด ในมาตรา 53 บัญญัติไว้ว่า รัฐต้องปฏิบัติตาม และบังคับใช้กฎหมายอย่างเคร่งครัด ซึ่งเราก็ปฏิบัติตามลายลักษณ์อักษรในรัฐธรรมนูญ

เมื่อถามว่า แพทยสภาระบุว่าไม่มีหลักฐานชี้ชัดว่านายทักษิณ ป่วยวิกฤติ พ.ต.อ.ทวี กล่าวว่า ตนยังไม่ได้ยิน และยังไม่มีใครพูดเรื่องนี้กับตน และคิดว่าแพทยสภาไม่ได้พูดอย่างนั้น

เมื่อถามว่าจะมีการยื่นอุทธรณ์ มติแพทยสภาหรือไม่ พ.ต.อ.ทวี กล่าวว่า เราต้องปฏิบัติตามกฎหมาย ใครที่เห็นว่ามีสิ่งใดที่ไม่ถูกต้องและชอบธรรม ก็มีช่องทางร้องเรียนได้ เช่น คณะกรรมการ ป.ป.ช. หรือองค์กรอิสระอื่นฯ อย่างไรก็ตามพระราชบัญญัติราชทัณฑ์ พ.ศ.2560 ได้ผ่าน การพิจารณา คณะกรรมการกฤษฎีกาคณะที่11 ซึ่งขณะนั้นได้นำบทบัญญัติในมาตรา 246 มาเทียบกับมาตรา 55 ด้วย และเห็นว่าไม่ขัดกัน

เมื่อถามถึงกรณีนายเรืองไกร ลีกิจวัฒนะ นักเคลื่อนไหวทางการเมืองร้อง ป.ป.ช. เอาผิดฐานฝ่าฝืน รธน. ม.234 ว่ามีพฤติการณ์ทุจริตต่อหน้าที่ พ.ต.อ.ทวี กล่าวว่า นายเรืองไกร มีสิทธิ์ไปยื่นร้อง แต่เมื่อเราปฏิบัติตามกฎหมาย และ พ.ร.บ.ราชทัณฑ์ พ.ศ.2560 ซึ่งบังคับใช้ในขณะที่ตนไม่ได้เป็น รมว.ยุติธรรม บางครั้งการเคารพสิทธิเสรีภาพ หรือการเจ็บป่วย รัฐธรรมนูญก็ให้การคุ้มครองผู้ต้องราชทัณฑ์ด้วย เพราะถือเป็นประชาชน

‘ปธ.วิปรัฐ’โยน‘คลัง’แจงเผือกร้อน ขออย่าอคติปม‘เอ็นเตอร์เทนเมนต์คอมเพล็กซ์’

‘ปธ.วิปรัฐ’โยน‘คลัง’แจงเผือกร้อน ขออย่าอคติปม‘เอ็นเตอร์เทนเมนต์คอมเพล็กซ์’

‘ปธ.วิปรัฐ’โยน‘คลัง’แจงเผือกร้อน ขออย่าอคติปม‘เอ็นเตอร์เทนเมนต์คอมเพล็กซ์’

วันอังคาร ที่ 13 พฤษภาคม พ.ศ. 2568, 11.25 น.

“ปธ.วิปรัฐบาล”โยน”คลัง”แจงเผือกร้อน ปม”กม.เอ็นเตอร์เทนเมนต์ฯ”ให้ปชช.เข้าใจ ขออย่าอคติ ยันต้องสร้างรายได้ใหม่ให้ประเทศ

เมื่อวันที่ 13 พฤศภาคม 2568 ที่รัฐสภา นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย (พท.) ในฐานะประธานคณะกรรมการประสานงานพรรคร่วมรัฐบาล (วิปรัฐบาล) ให้สัมภาษณ์ถึงการพูดคุยเพื่อเปิดเวทีแลกเปลี่ยนความคิดเห็นเกี่ยวกับร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) การประกอบธุรกิจสถานบันเทิงครบวงจร หรือ เอ็นเตอร์เทนเมนต์คอมเพล็กซ์ ว่า ได้มีการพูดคุยกันและมีความคืบหน้าหลายประเด็น ทั้งการชี้แจงของกระทรวงการคลัง ที่ได้ทำความเข้าใจให้ประชาชนได้รับทราบว่าเรื่องเอ็นเตอร์เทนเมนต์คอมเพล็กซ์คืออะไร ขออย่าไปพูดแค่กาสิโนอย่างเดียว เราต้องพูดให้ครบทั้งหมด

นายวิสุทธิ์ กล่าวต่อว่า หลายคนพูดแค่ว่าเป็นการพนัน แต่ขอให้พูดทั้งหมดว่ามีอะไรบ้าง และขอให้มาดูดีๆ ว่าตรงไหนมีอะไร ซึ่งเชื่อว่าจะต้องมีการทำความเข้าใจ และเปิดเวทีให้มีการแลกเปลี่ยนความคิดเห็นกัน เอาคนที่คนมีใจเป็นกลางมานั่งคุยกัน บางครั้งประเทศชาติและรัฐบาลก็ต้องมีการสร้างแหล่งเงินใหม่ เพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยวของประเทศ ขอให้คิดดีๆ คิดยาวๆ อย่ามีอคติต่อกัน และเชื่อว่าหากโครงการนี้เราชี้แจงดีๆ ประชาชนส่วนใหญ่เข้าใจ และเมื่อตนกลับไปต่างจังหวัดก็ไม่มีประชาชนต่อต้าน

เมื่อถามว่า มีการวางกำหนดการว่าอย่างไร นายวิสุทธิ์ กล่าวว่า เป็นหน้าที่ของรัฐมนตรีกระทรวงการคลัง ตนในฐานะประธานวิปรัฐบาลพูดได้แค่นี้ ส่วนรายละเอียดต้องให้คนที่เกี่ยวข้องมาชี้แจง

เมื่อถามว่า ได้มีการพูดคุยกันหรือไม่ว่าเมื่อเปิดสมัยมา จากพิจารณาร่างกฎหมายนี้เลยหรือไม่ นายวิสุทธิ์ กล่าวว่า เหลือเวลาอีกตั้ง 2 เดือน ซึ่งก็อยู่ในระเบียบวาระอยู่แล้ว ทั้งร่างดังกล่าวและร่าง พ.ร.บ.นิรโทษกรรม แต่ในระยะเวลาที่เหลือสองเดือนนั้น รัฐบาลจะสามารถชี้แจงกับประชาชนได้มากแค่ไหน พวกตนมีหน้าที่บรรจุระเบียบวาระให้เท่านั้น จะเลื่อนก็ได้ หากถึงเวลามีเรื่องด่วนที่จำเป็นเข้ามาก่อน แต่ขณะนี้รอรัฐบาลชี้แจง และเชื่อว่าจะสามารถทำความเข้าใจได้

‘สมศักดิ์’บอกผลแพทยสภาฯยังไม่ถึงมือ ด้านหมอที่ถูกลงโทษ ยื่นหนังสือขอความเป็นธรรม

'สมศักดิ์'บอกผลแพทยสภาฯยังไม่ถึงมือ ด้านหมอที่ถูกลงโทษ ยื่นหนังสือขอความเป็นธรรม

‘สมศักดิ์’บอกผลแพทยสภาฯยังไม่ถึงมือ ด้านหมอที่ถูกลงโทษ ยื่นหนังสือขอความเป็นธรรม

วันอังคาร ที่ 13 พฤษภาคม พ.ศ. 2568, 11.25 น.

“สมศักดิ์”บอกผลแพทยสภาฯยังไม่ถึงมือ ด้านหมอที่ถูกลงโทษ ยื่นหนังสือขอความเป็นธรรม ยันพิจารณากรอบ 15 วันต้องจบ ผลเป็นอย่างไรชี้แจงสังคมตรงไปตรงมาได้ ไม่กังวลทัวร์ลง เพราะอยู่การเมืองมา 40 ปี ยึดหลักเหตุผลในการทำงาน

เมื่อวันที่ 13 พฤษภาคม 2568 ที่ทำเนียบรัฐบาล นายสมศักดิ์ เทพสุทิน รมว.สาธารณสุข กล่าวถึงผลสอบแพทยสภา ว่า ขณะนี้ยังมาไม่ถึงตน ซึ่งเรื่องนี้เป็นเรื่องที่ประชาชนสนใจ และเมื่อผลส่งมายังตนให้รับทราบเพื่อดำเนินการต่อไป โดยปกติตนจะไม่ยับยั้ง แต่เรื่องนี้อยู่ในความสนใจของประชาชน ประกอบกับผูัที่ถูกลงโทษได้ประสานกับผู้ช่วยรัฐมนตรีขอยื่นหนังสือเพื่อขอความเป็นธรรม ตนก็ต้องพิจารณาดูว่าจะทำอย่างไร ซึ่งตนอาจหาคนมาช่วยอ่านช่วยดูให้ครบถ้วนตามกำหนดระยะเวลา 15 วัน นับจากวันที่มติแพทยสภามาถึงตน ซึ่งรวมถึงหนังสือขอความเป็นธรรมด้วย โดยวันนี้ได้ข่าวว่าผู้ถูกลงโทษจะร้องเรียนขอความเป็นธรรมเข้ามา

เมื่อถามว่า รู้สึกกดดันหรือไม่ นายสมศักดิ์ กล่าวว่า ตนไม่กดดัน แต่มีความตั้งใจทำให้ชัดเจนเพื่อตอบประเด็นคำถามต่างๆ ให้ได้

เมื่อถามว่า ส่วนตัวเป็น รมต.พรรคเพื่อไทย จะมีใบสั่งหรือไม่ นายสมศักดิ์ กล่าวว่า เรื่องนี้ยิ่งต้องละเอียด ยืนยันว่า ตนทำงานด้วยเหตุด้วยผลตลอด ตนอยู่วงการการเมืองมาตั้งแต่ปี 2526 เป็นเวลา 40 กว่าปี อะไรที่ไม่เป็นเหตุเป็นผลตนไม่กล้าทำ ขอให้สบายใจ และหากอะไรเปิดเผยได้ตนก็พร้อมเปิดเผย

เมื่อถามว่า ได้เห็นรายละเอียดตามร้องขอความเป็นธรรมแล้วหรือยัง นายสมศักดิ์ กล่าวว่า รายละเอียดขอความเป็นธรรมยังไม่ถึงตน แต่มีการประสานมา และไม่ทราบว่ามีการร้องเรียนทั้ง 3 คน หรือไม่

“ผมไม่คิดหนัก ตรงไปตรงมา ผมอยู่ตรงกลางต้องชี้แจงให้ได้สองทาง เพราะต้องทำงานร่วมกับแพทยสภา” นายสมศักดิ์ กล่าวว่า

เมื่อถามว่า หากมีความเห็นคล้อยตามไปฝั่งผู้ขอความเป็นธรรมเกรงว่าทัวร์จะลงหรือไม่ นายสมศักดิ์ กล่าวว่า ถ้าเราตรงไปตรงมาอย่าไปกลัว ตนไม่เคยกลัวมาตลอดชีวิตการเป็นนักการเมือง

ศธ.ปรับปรุงแผนการจัดการศึกษาสำหรับคนพิการเพื่อเพิ่มคุณภาพ-เท่าเทียม

ศธ.ปรับปรุงแผนการจัดการศึกษาสำหรับคนพิการเพื่อเพิ่มคุณภาพ-เท่าเทียม

ศธ.ปรับปรุงแผนการจัดการศึกษาสำหรับคนพิการเพื่อเพิ่มคุณภาพ-เท่าเทียม

วันพุธ ที่ 14 พฤษภาคม พ.ศ. 2568, 06.00 น.

พล.ต.อ.เพิ่มพูน ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการส่งเสริมการจัดการศึกษาสำหรับคนพิการ ครั้งที่ 2/2568 โดยมีผู้ทรงคุณวุฒิ และผู้แทนจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมการประชุม ณ ห้องประชุมราชวัลลภ อาคารราชวัลลภ ชั้น 2 กระทรวงศึกษาธิการ

โดยที่ประชุมได้มีมติเห็นชอบการปรับปรุงแผนการจัดการศึกษาสำหรับคนพิการ ฉบับที่ 4 (พ.ศ. 2566 – 2570) ตามข้อเสนอของคณะรัฐมนตรี เพื่อให้การดำเนินงานด้านการศึกษาสำหรับคนพิการเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพและสอดคล้องกับสถานการณ์ปัจจุบัน และเห็นชอบการแต่งตั้งคณะอนุกรรมการติดตามและประเมินผลแผนการจัดการศึกษาสำหรับคนพิการ ฉบับที่ 4 (พ.ศ. 2566 – 2570) เพื่อทำหน้าที่กำกับดูแลและติดตามความก้าวหน้าในการดำเนินงานตามแผนให้บรรลุเป้าหมายที่กำหนด และเห็นชอบการแต่งตั้งคณะอนุกรรมการจัดทำแผนการจัดการศึกษาสำหรับคนพิการ ฉบับที่ 5 (พ.ศ. 2571 -2575) เพื่อเตรียมความพร้อมในการวางแผนการศึกษาสำหรับคนพิการในระยะถัดไป

ทั้งนี้ การดำเนินการดังกล่าวสะท้อนถึงความมุ่งมั่นของกระทรวงศึกษาธิการในการพัฒนาระบบการศึกษาที่มีคุณภาพและเท่าเทียมสำหรับคนพิการ โดยมีการวางแผนอย่างต่อเนื่อง และประสานความร่วมมือกับทุกภาคส่วนในการขับเคลื่อนการจัดการศึกษาสำหรับคนพิการให้มีประสิทธิภาพ

14-20 พฤษภาคมนี้ สกร.เปิดสมัครสอบเทียบครั้งที่ 2

14-20 พฤษภาคมนี้ สกร.เปิดสมัครสอบเทียบครั้งที่ 2

14-20 พฤษภาคมนี้ สกร.เปิดสมัครสอบเทียบครั้งที่ 2

วันอังคาร ที่ 13 พฤษภาคม พ.ศ. 2568, 18.45 น.

“อธิบดี สกร.” พอใจภาพรวมผลการสอบเทียบวัดระดับความรู้การศึกษาขั้นพื้นฐาน ครั้งที่ 1 เรียบร้อยดี ประกาศเปิดรับสมัครสอบเทียบฯ ครั้งที่ 2 วันที่ 14-20 พฤษภาคม สอบวันที่ 7-8 มิถุนายน 2568

นายธนากร ดอนเหนือ อธิบดีกรมส่งเสริมการเรียนรู้ (สกร.) เปิดเผยว่า จากการที่กรมส่งเสริมการเรียนรู้ (สกร.) ได้เปิดรับสมัครและรับขึ้นทะเบียนสอบเทียบวัดระดับความรู้การศึกษาขั้นพื้นฐาน ด้วยระบบดิจิทัล ครั้งที่ 1 ไปเมื่อวันที่ 4-10 เมษายน 2568 มีผู้สมัครระดับประถมศึกษา ระดับมัธยมศึกษาตอนต้น และระดับมัธยมศึกษาตอนปลาย รวม 3 ระดับทั้งสิ้น 1,897 คน และประกาศผลไปเมื่อวันที่ 9 พฤษภาคม 2568 ที่ผ่านมานั้น ภาพรวมระบบการจัดสอบ และประกาศผลสอบเป็นไปด้วยความเรียบร้อย ผลการทดสอบมีทั้ง ผู้ที่สอบผ่านทั้ง 8 กลุ่มสาระการเรียนรู้ และสอบผ่านบางกลุ่มสาระการเรียนรู้  ซึ่งเงื่อนไขในการรับวุฒิการศึกษาด้วยวิธีการสอบเทียบ คือ 1.ต้องสอบผ่านทั้ง 8 กลุ่มสาระการเรียนรู้ และ 2.เข้าร่วมสัมมนาวิชาการ เพื่อประเมินการอ่าน คิดวิเคราะห์ และเขียนการประเมินคุณลักษณะ อันพึงประสงค์ และผ่านกิจกรรมพัฒนาผู้เรียน ดังนั้น ผู้ที่สอบผ่านทั้ง 8 กลุ่มสาระการเรียนรู้ จึงจะมีสิทธิ์เข้าร่วมสัมมนาวิชาการ ส่วนผู้ที่สอบผ่านบางกลุ่มสาระการเรียนรู้ ต้องสมัครสอบตามรายวิชาที่ยังไม่ผ่าน และสอบผ่านให้ครบทั้ง 8 กลุ่มสาระการเรียนรู้ก่อน ทั้งนี้ จากจำนวนผู้เข้าทดสอบทั้งหมดรวมทั้ง 3 ระดับการศึกษา วิชาที่สอบผ่านมากที่สุด คือ วิชาการงานอาชีพ และวิชาสุขศึกษาและพลศึกษา ส่วนวิชาที่ผ่านน้อยที่สุด ได้แก่ วิชาคณิตศาสตร์พื้นฐาน และวิชาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีพื้นฐาน

นายธนากร กล่าวต่อไปว่า วันที่ 14-20 พฤษภาคม 2568 นี้ สกร. จะเปิดรับสมัครและรับขึ้นทะเบียนผู้มีสิทธิสอบตามรายวิชาที่ลงทะเบียน ครั้งที่ 2 โดยผู้สนใจต้องลงทะเบียนเพื่อจองสิทธิผ่านทางออนไลน์ได้ที่เว็บไซต์ http://ekas.dole.go.th และมายืนยันเอกสารเพื่อขึ้นทะเบียน พร้อมสมัครสอบรายวิชาได้ที่ศูนย์ส่งเสริมการเรียนรู้ระดับอำเภอเมืองทุกจังหวัด และศูนย์ส่งเสริมการเรียนรู้ระดับเขตลองเตย กรุงเทพฯ รวมทั้งสิ้น 77 แห่งทั่วประเทศ ภายในวันที่ วันที่ 14-20 พฤษภาคม 2568  สกร.จะประกาศรายชื่อผู้มีสิทธิ์สอบฯ วันที่ 27 พฤษภาคม 2568 จากนั้น สกร. และสถาบันทดสอบทางการศึกษาแห่งชาติ (สทศ.) จะร่วมดำเนินการสอบเทียบ วันที่ 7-8 มิถุนายน 2568 และประกาศรายชื่อผู้ผ่านการทดสอบ วันที่ 20 มิถุนายน 2568

“ สำหรับขอบข่ายเนื้อหาจัดสอบใน 8 กลุ่มสาระการเรียนรู้ มีดังนี้ 1. ภาษาไทย 2. คณิตศาสตร์ 3. วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี 4. สังคมศึกษา ศาสนา และวัฒนธรรม 5. สุขศึกษาและพลศึกษา 6. ศิลปะ 7. การงานอาชีพ  และ 8. ภาษาต่างประเทศ ทั้งนี้ สำหรับระดับมัธยมศึกษาตอนปลาย สามารถเลือกแผนการสอบได้ทั้งแผนทั่วไป และแผนวิทย์ – คณิต อย่างไรก็ตามในการเทียบระดับการศึกษาด้วยวิธีการสอบวัดระดับความรู้การศึกษาขั้นพื้นฐาน ครั้งที่ 2 จะไม่คิดค่าใช้จ่ายทั้งหมดสำหรับผู้สอบ และจะสนับสนุนค่าใช้จ่ายในการบริหารการจัดสอบสำหรับศูนย์สอบ และสถานศึกษาที่ทำหน้าที่เทียบระดับ เพื่อเป็นการส่งเสริมการเรียนรู้ โดยคาดว่าจะมีผู้สมัครสอบเทียบฯ ไม่น้อยกว่าครั้งแรก” นายธนากร กล่าว.

ผอ.โรงเรียนแห่สมัครนั่งเก้าอี้ ผอ.สกร.อำเภอ เผยว่างกว่า 400 ที่นั่ง

ผอ.โรงเรียนแห่สมัครนั่งเก้าอี้ ผอ.สกร.อำเภอ เผยว่างกว่า 400 ที่นั่ง

ผอ.โรงเรียนแห่สมัครนั่งเก้าอี้ ผอ.สกร.อำเภอ เผยว่างกว่า 400 ที่นั่ง

วันอังคาร ที่ 13 พฤษภาคม พ.ศ. 2568, 16.43 น.

 “ธนากร”ยอมรับ สกร.ขาดแคลนบุคลากร เล็งขออัตรากำลังเพิ่ม เผยเก้าอี้ผู้อำนวยการศูนย์ส่งเสริมการเรียนรู้อำเภอ ยังว่างกว่า 400 ที่นั่ง คนในโตไม่ทัน เปิดรับโอน ผอ.โรงเรียนจาก สพฐ.120 คน ยังมีเก้าอี้เหลือ เตรียมเปิดคัดเลือกอีกครั้ง เร็วๆนี้   

นายธนากร ดอนเหนือ อธิบดีกรมส่งเสริมการเรียนรู้  เปิดเผยว่า หลัง พ.ร.บ.ส่งเสริมการเรียนรู้ พ.ศ.2566 กำหนดให้เปลี่ยนสำนักงานส่งเสริมการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัย (กศน.) เป็น กรมส่งเสริมการเรียนรู้ (สกร.) ในช่วง 2 ปีที่ผ่านมา สกร.ได้ดำเนินการจัดทำโครงสร้างการแบ่งส่วนราชการภายในแล้วเสร็จไปกว่า 90% แต่ยังมีส่วนที่เป็นปัญหาอยู่ คือ เรื่องการขาดแคลนบุคลากร โดยเฉพาะตำแหน่งผู้อำนวยการศูนย์ส่งเสริมการเรียนรู้อำเภอ (ผอ.สกร.อำเภอ ) ซึ่งยังว่างอยู่จำนวนกว่า 400 อัตรา จากทั้งหมด 928 อัตรา เนื่องจากคณะกรรมการข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา(ก.ค.ศ.) เห็นว่า สกร.เป็นหน่วยงานราชการใหม่ จึงยังไม่อนุมัติให้เพิ่มอัตราบุคลากร โดยให้บริหารบุคลากรเท่าที่มีให้ครอบคลุม ซึ่งต้องยอมรับว่าการขาดแคลนบุคลากร ส่งผลให้มีปัญหาในการปฏิบัติการตามภารกิจใหม่ค่อนข้างมาก ดังนั้นเร็วๆนี้ สกร.จะวางแนวทางเพื่อเสนอขออนุมัติอัตราบุคลากรเพิ่มเติม เพื่อให้การบริหารงานเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ

นายธนากร กล่าวต่อไปว่า สำหรับการแก้ปัญหาขาดแคลนผู้อำนวยการศูนย์ส่งเสริมการเรียนรู้อำเภอ นั้น ที่ผ่านมา สกร.แก้ไขปัญหาโดยการ ตั้งครู หรือ บุคลากรในส่วนต่างๆเข้าไปรักษาการปฏิบัติหน้าที่แทน แต่ก็ไม่สามารถขับเคลื่อนงานตามนโยบายได้อย่างเต็มเม็ดเต็มหน่วย เพราะรักษาราชการการแทนมีอำนาจไม่เต็มที่ ไม่กล้าตัดสินใจ บางคนไม่กล้าเซ็นชื่อเบิกจ่าย จึงทำให้เกิดปัญหาเรื่องการเบิกจ่ายงบประมาณ ดังนั้น เมื่อเร็วๆนี้ สกร.จึงได้มีประกาศรับโอนข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา ตำแหน่งผู้อำนวยการสถานศึกษา ระหว่างส่วนราชการในสังกัดกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) มาดำรงตำแหน่งผู้อำนวยการสถานศึกษา สังกัดกรมส่งเสริมการเรียนรู้ พ.ศ. 2568 ซึ่งมีผู้อำนวยการสถานศึกษา จากสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) สมัครเข้ารับการคัดเลือก จำนวน 126 ราย จากจำนวนเปิดรับ 120 อัตรา ซึ่ง สกร.จะเร่งดำเนินการคัดเลือกและบรรจุแต่งตั้งให้แล้วเสร็จภายในภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2568

“ก่อนหน้านี้ สกร.เปิดสอบตำแหน่งผู้อำนวยการสถานศึกษา โดยคัดเลือกจากครูและบุคลากรของ สกร.ไปแล้ว 1 รอบ มีผู้สอบผ่านการคัดเลือก จำนวน 103 คน ซึ่งยังไม่เพียงพอต่อความต้องการ ประกอบกับบุคลากรของ สกร.ที่มีคุณสมบัติสมัครเข้าคัดเลือกเป็นผู้อำนวยการสถานศึกษาได้ก็มีไม่เพียงพอ โตไม่ทัน ดังนั้น จึงต้องเปิดรับโอนข้าราชการจากสังกัดอื่น เพื่อไม่ให้กระทบต่อการเปิดภาคเรียน ปีการศึกษา 2568 ทั้งนี้ สกร.ได้กำหนดคุณสมบัติในการรับโอน ว่าต้องมีประสบการณ์ เป็นผู้บริหารสถานศึกษาที่มีนักเรียน จำนวนไม่เกิน 200 คน เพื่อไม่ให้กระทบต่อสถานศึกษาต้นสังกัด ซึ่งปรากฎว่ามีผู้สนใจสมัครเข้ารับการคัดเลือกมากกว่าจำนวนรับ ส่วนตำแหน่งว่างที่เหลือ นั้น คาดว่าจะเปิดรับสมัครคัดเลือกอีกครั้งเร็วๆ นี้  ” นายธนากร กล่าว

4 ผู้สมัครลุ้นชิง ผอ.ไทยพีบีเอส สัมภาษณ์รอบสุดท้าย 29 พ.ค.นี้

4 ผู้สมัครลุ้นชิง ผอ.ไทยพีบีเอส สัมภาษณ์รอบสุดท้าย 29 พ.ค.นี้

4 ผู้สมัครลุ้นชิง ผอ.ไทยพีบีเอส สัมภาษณ์รอบสุดท้าย 29 พ.ค.นี้

วันอังคาร ที่ 13 พฤษภาคม พ.ศ. 2568, 16.16 น.

เปิดรายชื่อ 4 ผู้สมัคร ผอ.ไทยพีบีเอส ผ่านการคัดเลือกจากคณะกรรมการสรรหา “วันชัย” นำโด่ง ตามด้วย “ปัทมาวดี-รัฐศาสตร์-อรรถพร” เรียงลำดับคะแนนจากมากไปน้อย ผ่านเข้าสู่ด่านสุดท้ายรอบสัมภาษณ์สุดเข้มกับคณะกรรมการนโยบายฯ วันที่ 29 พ.ค.นี้

คณะกรรมการสรรหาผู้อำนวยการองค์การกระจายเสียงและแพร่ภาพสาธารณะแห่งประเทศไทย ได้จัดให้มีการถ่ายทอดสดการแสดงวิสัยทัศน์ต่อคณะกรรมการสรรหาผอ. ส.ส.ท. โดยมีผู้สมัครที่ได้รับการคัดเลือกให้เข้าแสดงวิสัยทัศน์ต่อคณะกรรมการสรรหาฯ 6 คน มีผู้ทำหนังสือถอนตัวจากกระบวนการสรรหา 1 คน คือ นายนพพร วงศ์อนันต์ ทำให้มีรายชื่อ ผู้แสดงวิสัยทัศน์ 5 คน เรียงตามการจับฉลาก ได้แก่ 1. นายรัฐศาสตร์ กรสูต 2. นายอรรถพร ลิ้มปัญญาเลิศ 3. นายอภิรักษ์ หาญพิชิตวณิชย์ 4. รศ.ปัทมาวดี โพชนุกูล 5. นายวันชัย ตันติวิทยาพิทักษ์ ซึ่งแต่ละคนใช้เวลาในการแสดงวิสัยทัศน์และตอบคำถามคณะกรรมการสรรหาฯ เป็นเวลา 1 ชั่วโมง 

ผลปรากฏว่า มีผู้สมัคร ที่ได้รับคะแนนเสียงรับรองไม่น้อยกว่ากึ่งหนึ่งของจำนวนกรรมการสรรหาฯ ผ่านการพิจารณาจำนวนทั้งสิ้น 4 คน เพื่อเสนอรายชื่อต่อคณะกรรมการนโยบาย ส.ส.ท. ดังนี้ 
1.นายวันชัย ตันติวิทยาพิทักษ์ ได้รับคะแนนเสียงรับรอง 9 คะแนน 
2. รศ.ปัทมาวดี โพชนุกูล ได้รับคะแนนเสียงรับรอง 6 คะแนน 
3.นายรัฐศาสตร์ กรสูต ได้รับคะแนนเสียงรับรอง 5 คะแนน 
4. นายอรรถพร ลิ้มปัญญาเลิศ ได้รับคะแนนเสียงรับรอง 5 คะแนน

ดร.สมเกียรติ ตั้งกิจวานิชย์ ประธานคณะกรรมการสรรหาผู้อำนวยการองค์การกระจายเสียงและแพร่ภาพสาธารณะแห่งประเทศไทย (ส.ส.ท.) เปิดเผยหลังการประชุมคณะกรรมการสรรหา ฯ ว่า การแสดงวิสัยทัศน์ของผู้สมัครครั้งนี้ ต่างจากครั้งที่ผ่าน ๆ มา เพราะเป็นครั้งแรกที่มีการถ่ายทอดสดการแสดงวิสัยทัศน์ต่อคณะกรรมการสรรหาไทยพีบีเอส โดยกติกาของการแสดงวิสัยทัศน์ที่ให้ความสำคัญกับความโปร่งใสและความเป็นธรรม เช่น การเก็บตัวผู้แสดงวิสัยทัศน์ทั้ง 5 คนตลอดวัน ในพื้นที่ที่จัดไว้รองรับ โดยเจ้าหน้าที่ได้ขอเก็บเครื่องมือสื่อสารและไม่อนุญาตให้ใช้ได้จนกว่าจะแสดงวิสัยทัศน์เสร็จ สำหรับคำถามในการสัมภาษณ์จะมีคำถามที่รวบรวมจากการเปิดรับฟังความคิดเห็นจากภาคส่วนต่างๆ เช่น ภาคประชาชน นักวิชาการ และ องค์กรสื่อฯ ที่จัดให้มีขึ้นก่อนหน้านี้ และอีก 6 คำถาม จะถามโดยกรรมการสรรหา 6 คน ซึ่งผู้แสดงวิสัยทัศน์ 1 คนจะแสดงวิสัยทัศน์ 20 นาที แล้วตอบคำถามรวม 8 คำถาม มีเวลาคำถามละ 5 นาที ผู้ที่ผ่านเข้ารอบถัดไป จะต้องได้คะแนนไม่น้อยกว่า 70 คะแนน จากกรรมการสรรหาอย่างน้อย 5 คน

ทั้งนี้ คณะกรรมการสรรหาฯ ได้พิจารณาผู้ที่มีความเหมาะสมเพื่อเสนอชื่อเข้าดำรงตำแหน่งผู้อำนวยการ ส.ส.ท. ต่อคณะกรรมการนโยบาย ส.ส.ท. โดยใช้หลักเกณฑ์ที่กำหนดไว้ตามเอกสารแนบท้ายประกาศคณะกรรมการสรรหาฯ ฉบับที่ 4/2568 ซึ่งได้แก่ ประวัติ ผลงาน ความรู้ ความสามารถซึ่งเหมาะสมในการเข้าดำรงตำแหน่งผู้อำนวยการ ส.ส.ท. ภาวะผู้นำและความสามารถในการบริหาร วิสัยทัศน์และแนวคิดเชิงกลยุทธ์ และการนำวิสัยทัศน์ไปสู่การปฏิบัติ  ผู้สมัครที่ได้รับคะแนนเสียงรับรองไม่น้อยกว่ากึ่งหนึ่งของจำนวนกรรมการสรรหาฯ ทั้งหมด จึงจะถือว่าเป็นผู้ผ่านการพิจารณา

กระบวนการหลังจากนี้ คณะกรรมการสรรหาฯ จะส่งข้อมูลทั้งหมดให้แก่คณะกรรมการนโยบาย (กนย.) ส.ส.ท. ซึ่งจะเป็นผู้สัมภาษณ์ผู้สมัครที่ผ่านการคัดเลือกทั้ง 4 ท่าน ในวันที่ 29 พ.ค. 2568 และเมื่อได้รายชื่อผู้ได้รับคัดเลือก คณะกรรมการนโยบายจะประกาศรายชื่อผู้อำนวยการองค์การกระจายเสียงและแพร่ภาพสาธารณะแห่งประเทศไทยคนใหม่ และจะเริ่มปฏิบัติหน้าที่ในวันที่ 24 ก.ค.นี้
ไม่พลาดทุกข่าวสาร สาระความรู้ และคอนเทนต์คุณภาพ ติดตามไทยพีบีเอสทุกช่องทางออนไลน์ ได้ที่
▪ Website : http://www.thaipbs.or.th   
▪ Application : Thai PBS
▪ Social Media Thai PBS : Facebook, YouTube, X , LINE, TikTok, Instagram, Threads, Linkedin

ไทยพีบีเอส ผนึกกำลัง สสน. ลงนาม MOU เสริมข้อมูลวิชาการด้านทรัพยากรน้ำ ยกระดับการรายงานข่าวภัยพิบัติ

ไทยพีบีเอส ผนึกกำลัง สสน. ลงนาม MOU เสริมข้อมูลวิชาการด้านทรัพยากรน้ำ ยกระดับการรายงานข่าวภัยพิบัติ

ไทยพีบีเอส ผนึกกำลัง สสน. ลงนาม MOU เสริมข้อมูลวิชาการด้านทรัพยากรน้ำ ยกระดับการรายงานข่าวภัยพิบัติ

วันอังคาร ที่ 13 พฤษภาคม พ.ศ. 2568, 16.12 น.

ไทยพีบีเอส ผนึกกำลัง สสน. ลงนาม MOU เสริมฐานข้อมูลวิชาการด้านทรัพยากรน้ำ ยกระดับการรายงานข่าวภัยพิบัติให้ความแม่นยำ ทันสถานการณ์ สร้างความพร้อมรับมือวิกฤตอย่างยั่งยืนผ่านสื่อสาธารณะ

องค์การกระจายเสียงและแพร่ภาพสาธารณะแห่งประเทศไทย (ส.ส.ท.) หรือ ไทยพีบีเอส โดย รศ. ดร.วิลาสินี พิพิธกุล ผู้อำนวยการ ส.ส.ท. ลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ (MOU) ภายใต้โครงการรายงานข่าวภัยพิบัติธรรมชาติด้วยฐานข้อมูลวิชาการด้านทรัพยากรน้ำ กับสถาบันสารสนเทศทรัพยากรน้ำ (องค์การมหาชน) หรือ สสน. โดย นางรอยบุญ รัศมีเทศ ผู้อำนวยการ สสน. เมื่อวันที่ 13 พฤษภาคม 2568 ณ ไทยพีบีเอส

ความร่วมมือครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อเสริมสร้างศักยภาพในการรายงานข่าวสารเกี่ยวกับทรัพยากรน้ำและภัยพิบัติธรรมชาติ โดยอาศัยข้อมูลวิชาการที่ถูกต้อง แม่นยำ และทันต่อสถานการณ์ ทั้งในด้านการรายงาน การแจ้งเตือนการคาดการณ์ ตลอดจนการวิเคราะห์แนวโน้ม เพื่อให้ประชาชนสามารถรับมือกับสถานการณ์ต่าง ๆ ได้อย่างมีประสิทธิภาพ 

รศ. ดร.วิลาสินี กล่าวว่า ไทยพีบีเอส ยกระดับข่าวภัยพิบัติให้เป็นข่าวยุทธศาสตร์ขององค์กร เน้นการนำเสนอข่าวที่ต้องอาศัยข้อมูลเชิงลึกและแม่นยำ มีข้อมูลวิชาการรองรับ ไม่ใช่เพียงการรายงานสถานการณ์ แต่ต้องการสื่อสารให้ประชาชนสามารถเตรียมตัว ป้องกัน และฟื้นฟูได้อย่างถูกต้องเมื่อต้องเผชิญกับภัยพิบัติ ความร่วมมือกับ สสน. ครั้งนี้จะช่วยเชื่อมโยงข้อมูลสารสนเทศจาก สสน. ที่เป็นคลังข้อมูลน้ำระดับชาติ การแจ้งเตือนและวิเคราะห์สถานการณ์ให้ทันเวลาและน่าเชื่อถือ รวมถึงการเข้าถึงผู้เชี่ยวชาญเฉพาะด้าน จะยิ่งช่วยให้เนื้อหาที่สื่อสารออกไปมีคุณค่าและเป็นประโยชน์ต่อสังคมในวงกว้าง พร้อมผลักดันให้สื่อสาธารณะเป็นกลไกสำคัญในการสร้างความเข้าใจและรับมือภาวะวิกฤตอย่างยั่งยืน 

“ไทยพีบีเอสเชื่อว่าความร่วมมือในครั้งนี้ จะนำไปสู่การต่อยอดที่มากกว่าแค่การรายงานข่าว แต่รวมถึงการร่วมกันเสริมพลังพลเมือง สร้างเครือข่าย “นักสื่อสารภัยพิบัติภาคพลเมือง” ทั่วประเทศ เพื่อให้ทุกคนมีส่วนร่วมในการรับมือกับภัยพิบัติและการจัดการทรัพยากรน้ำอย่างยั่งยืน” รศ. ดร.วิลาสินี กล่าว

นางรอยบุญ กล่าวถึงความร่วมมือครั้งนี้ ว่า ขอขอบคุณไทยพีบีเอส สำหรับการลงนามความร่วมมือในครั้งนี้ ซึ่งถือเป็นการสานต่อความร่วมมือที่ได้ริเริ่มไว้ และกำลังขับเคลื่อนไปในทิศทางที่ชัดเจนร่วมกัน สสน. ในฐานะคลังข้อมูลน้ำแห่งชาติ ที่รวบรวมและบูรณาการข้อมูลจาก 53 หน่วยงาน 12 กระทรวง ที่สำคัญมีแบบจำลองภาพสถานการณ์น้ำที่ครอบคลุมเพื่อใช้เป็นเครื่องมือในการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำอย่างมีประสิทธิภาพ

“ไทยพีบีเอส ในฐานะสื่อสาธารณะที่มีคุณภาพและเข้าถึงประชาชน จะเป็นช่องทางการสื่อสารที่สำคัญในการถ่ายทอดข้อมูลที่เป็นประโยชน์ต่อสังคม ซึ่งความร่วมมือครั้งนี้จะช่วยเสริมสร้างการสื่อสารให้เป็นไปตามเจตนารมณ์ของทั้งสองหน่วยงาน และเกิดประโยชน์อย่างแท้จริงต่อประชาชน” นางรอยบุญ กล่าว

ความร่วมมือในครั้งนี้ นับเป็นความร่วมมือสำคัญในการแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ และประสบการณ์ ของไทยพีบีเอส  และ สสน. เพื่อนำเสนอข่าวสาร ความรู้ สารประโยชน์  สู่การเป็นฐานข้อมูลที่เป็นพลังให้แก่ประชาชน เพื่อเตรียมความพร้อมรับมือสถานการณ์ที่เกี่ยวกับภัยพิบัติธรรมชาติอย่างมีประสิทธิภาพและยั่งยืน


ไม่พลาดทุกข่าวสาร สาระความรู้ และคอนเทนต์คุณภาพ ติดตามไทยพีบีเอสทุกช่องทางออนไลน์ ได้ที
▪ Website : http://www.thaipbs.or.th   
▪ Application : Thai PBS
▪ Social Media Thai PBS : Facebook, YouTube, X , LINE, TikTok, Instagram, Threads, Linkedin

บุคคลในข่าว 13 พฤษภาคม 2568

บุคคลในข่าว 13 พฤษภาคม 2568

13 พ.ค. 2568 04:50 น.

บุคคลในข่าว 13 พฤษภาคม 2568

หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ…..ยอดจำหน่ายมากที่สุดของประเทศ…..ฉบับประจำวันอังคารที่ 13 พฤษภาคม พ.ศ.2568

พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และ สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี เสด็จออก ณ พระที่นั่งอัมพรสถานพระราชวังดุสิต พระราชทานพระบรมราชวโรกาสให้ ปลิว ตรีวิศวเวทย์ ประธาน กก.บห.บริษัท ช.การช่าง เฝ้าฯ ทูลเกล้าฯ ถวายเงินโดยเสด็จพระราชกุศลตามพระราชอัธยาศัย  เนื่องในโอกาสพระราชพิธีมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา  6  รอบ  เมื่อวันก่อน.
พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และ สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี เสด็จออก ณ พระที่นั่งอัมพรสถานพระราชวังดุสิต พระราชทานพระบรมราชวโรกาสให้ ปลิว ตรีวิศวเวทย์ ประธาน กก.บห.บริษัท ช.การช่าง เฝ้าฯ ทูลเกล้าฯ ถวายเงินโดยเสด็จพระราชกุศลตามพระราชอัธยาศัย เนื่องในโอกาสพระราชพิธีมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 6 รอบ เมื่อวันก่อน.

นายกฯแพทองธาร ชินวัตร มีกำหนดการเดินทางเข้าร่วมประชุม ยกระดับความสัมพันธ์ไทย–เวียดนาม สู่ระดับ หุ้นส่วนเชิงยุทธศาสตร์แบบรอบด้าน ที่ กรุงฮานอย อย่างเป็นทางการในระหว่างวันที่ 15-16 พ.ค.นี้….จับตาการประชุมร่วม ไทย–เวียดนาม กับ ฝ่าม มิงห์ จิ๋งห์ นายกฯเวียดนาม ก่อนที่จะออกแถลงการณ์ความร่วมมือ 3 เสาหลัก…..ด้านการเมืองและความมั่นคง ความร่วมมือในระดับภูมิภาคในเรื่องสันติภาพ….ความร่วมมือด้านเศรษฐกิจและความเชื่อมโยงเศรษฐกิจฐานราก….การเป็นหุ้นส่วนความร่วมมือด้านวิทยาศาสตร์ความรู้ด้าน AI ส่งเสริมความสัมพันธ์ใกล้ชิดระหว่างประชาชนทั้งสองประเทศ…..ตามเป้าหมาย เพิ่มมูลค่าสินค้า ให้ได้ 2.5 หมื่นล้านดอลลาร์…..นาทีนี้ต้องยอมรับว่า เวียดนามเนื้อหอมที่สุด การเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจของเวียดนาม แข็งแกร่งที่สุดในอาเซียน…..คาดจีดีพี จะโตถึง 5.8% ด้วยซ้ำ….สวนทางกับบ้านเรา คาดเศรษฐกิจจะหดตัวเหลือ 1.6-1.8%……เท่านั้น

วันวิวาห์ สุพร ธัมกิตติคุณ มาร่วมอวยพรในงานวิวาห์ ระหว่าง พราวพรรณ จิตต์ชื่นโชติ บุตรี อนุสรณ์  จิตต์ชื่นโชติ–ณัฐธยาน์ คฤหบดี กับ ธวัชชัย สมเจริญ บุตร สุไลมาน สมเจริญ– สุใบดะห์ ขันธชัย ท่ามกลางความปลื้มปีติ ที่ชุมชนคลองตะเคียน จ.พระนครศรีอยุธยา วันก่อน.
วันวิวาห์ สุพร ธัมกิตติคุณ มาร่วมอวยพรในงานวิวาห์ ระหว่าง พราวพรรณ จิตต์ชื่นโชติ บุตรี อนุสรณ์ จิตต์ชื่นโชติ–ณัฐธยาน์ คฤหบดี กับ ธวัชชัย สมเจริญ บุตร สุไลมาน สมเจริญ– สุใบดะห์ ขันธชัย ท่ามกลางความปลื้มปีติ ที่ชุมชนคลองตะเคียน จ.พระนครศรีอยุธยา วันก่อน.
บำเพ็ญกุศล พล.อ.อ.ชลิต พุกผาสุข องคมนตรี เป็นประธานในพิธีบำเพ็ญกุศลอุทิศถวาย สมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ เจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนา กรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์ โดยมี ม.ร.ว.พร้อมฉัตร สวัสดิวัตน์ และ ดร.ประวิช รัตนเพียร มาร่วมในพิธีด้วย ที่วัดราชบพิธ วันก่อน.
บำเพ็ญกุศล พล.อ.อ.ชลิต พุกผาสุข องคมนตรี เป็นประธานในพิธีบำเพ็ญกุศลอุทิศถวาย สมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ เจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนา กรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์ โดยมี ม.ร.ว.พร้อมฉัตร สวัสดิวัตน์ และ ดร.ประวิช รัตนเพียร มาร่วมในพิธีด้วย ที่วัดราชบพิธ วันก่อน.

ไหนๆก็ไหนๆรายได้หลักของประเทศไทย จาก การท่องเที่ยว ที่ไม่ได้ตามเป้าเป็นโจทย์ใหญ่สำหรับรัฐบาลในขณะนี้…..ข้อมูลจาก ททท. ในช่วง เทศกาลสงกรานต์ ที่ผ่านมา…..เมื่อวันที่ 16 เม.ย. มีนักท่องเที่ยวจากจีน เดินทางมาไทยจำนวน 5,833 คนต่อวัน….ถือเป็นสถิติที่ต่ำสุดนับตั้งแต่เปิดฟรีวีซ่า ไทย–จีน…ที่ค่าเฉลี่ยจะอยู่ที่ 15,000-20,000 คนต่อวัน…..ถึง สรวงศ์ เทียนทอง รมว.การท่องเที่ยวฯ จะคุยว่า การท่องเที่ยวไทยในไตรมาสแรกของปีนี้ มีรายได้รวม 9.52 แสนล้านบาท เพิ่มขึ้น 4.73%….แต่สถานการณ์ที่ นักท่องเที่ยวจีน เปลี่ยนจุดหมายปลายทางท่องเที่ยวไป ญี่ปุ่น เวียดนาม มากขึ้น….จะส่งผลในระยะยาว…..การแก้ปัญหาด้านความเชื่อมั่น โดยเฉพาะด้านความปลอดภัยเป็นปัญหาเร่งด่วน…..ดีกว่าขยันปรับเป้าหมายตัวเลขนักท่องเที่ยว ออกแคมเปญแก้ปัญหากันแบบเดิมๆซ้ำซาก

การพัฒนา อนุกูล ปีดแก้ว เปิดงานเสวนาเรื่อง “พลังการขับเคลื่อนการพัฒนาที่อยู่อาศัยด้วยศูนย์ข้อมูลที่อยู่อาศัยแห่งชาติ” โดยมี อิสระ บุญยัง, รศ.ดร.ชนินทร์ ทินนโชติ, ดร.วิชัย วิรัตกพันธ์, ดร.พงษ์พิศิษฐ์ หุยากรณ์ และ ทวีพงษ์ วิชัยดิษฐ มาร่วมงานด้วย ที่โรงแรมดิ เอมเมอรัลด์ วันก่อน.
การพัฒนา อนุกูล ปีดแก้ว เปิดงานเสวนาเรื่อง “พลังการขับเคลื่อนการพัฒนาที่อยู่อาศัยด้วยศูนย์ข้อมูลที่อยู่อาศัยแห่งชาติ” โดยมี อิสระ บุญยัง, รศ.ดร.ชนินทร์ ทินนโชติ, ดร.วิชัย วิรัตกพันธ์, ดร.พงษ์พิศิษฐ์ หุยากรณ์ และ ทวีพงษ์ วิชัยดิษฐ มาร่วมงานด้วย ที่โรงแรมดิ เอมเมอรัลด์ วันก่อน.

ที่ต้องจับตาอีกเรื่องการส่งออกสินค้าจากไทยไปจีน…..โดยเฉพาะสินค้าการเกษตร…..การส่งออกทุเรียนไปจีน มีมูลค่าไม่ต่ำกว่าปีละ 2 แสนล้านบาท…..แต่เนื่องจาก ปัญหาภายในรัฐบาล และ เอกชนผู้ส่งออก ทำให้ การส่งออกทุเรียนไปจีน ต้องชะลอตัวไปพักใหญ่…..ล่าสุด รมว.เกษตรฯ นฤมล ภิญโญสินวัฒน์ …เปิดเผยการประชุมร่วมกับ ดร.ซุน เหมยจุน รมว.สำนักงานศุลกากรจีนกรณีการส่งเสริมอำนวยความสะดวกการนำเข้าสินค้าการเกษตรระหว่างกัน…ที่พร้อมยกระดับคุณภาพ มาตรฐานและความปลอดภัย….เมื่อวันที่ 9 พ.ค.ที่ผ่านมา กรมวิชาการเกษตร และ สำนักงานศุลกากรจีน…..ได้ตกลงลดระดับการสุ่มตรวจสาร BY2 สำหรับล้งทุเรียน ที่มีระบบการจัดการที่ดี….โดยจะมีผลตั้งแต่วันที่ 10 พ.ค.เป็นต้นไป…..จบข่าวดี

ช่วยผู้ป่วย เอ็นริโก้ คานัล บรูแลนด์, ดร.จักรพล จันทวิมล, ศ.นพ.พันธุ์เทพ อังชัยสุขศิริ และ ศ.พญ.ดารินทร์ ซอโสตถิกุล มอบรองเท้า Cocoon จำนวน 1,500 คู่ ให้ ทพ.มณฑล สุวรรณนุรักษ์ เพื่อนำไปให้ผู้ป่วยโรคเลือดออกง่ายฮีโมฟีเลีย ที่โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ วันก่อน.
ช่วยผู้ป่วย เอ็นริโก้ คานัล บรูแลนด์, ดร.จักรพล จันทวิมล, ศ.นพ.พันธุ์เทพ อังชัยสุขศิริ และ ศ.พญ.ดารินทร์ ซอโสตถิกุล มอบรองเท้า Cocoon จำนวน 1,500 คู่ ให้ ทพ.มณฑล สุวรรณนุรักษ์ เพื่อนำไปให้ผู้ป่วยโรคเลือดออกง่ายฮีโมฟีเลีย ที่โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ วันก่อน.
หนังดัง ปณีตา มาลัยวงศ์ และ วุฒิ วิพันธ์พงษ์ ชวนลูกค้าบริษัทแอสเซทไวส์ มาชมภาพยนตร์ซุปเปอร์ฮีโร่ของค่ายมาร์เวล “ธันเดอร์โบลต์ส” โดยมี จันทร์จรัส จันทรกานต์, ไพรินทร์ นิธิพานิช, อัญชลี จันทร์ผล และ ภัสสร บุญสม มาร่วมชมด้วย ที่เอ็มบาสซี ดิโพลแมท สกรีน วันก่อน.
หนังดัง ปณีตา มาลัยวงศ์ และ วุฒิ วิพันธ์พงษ์ ชวนลูกค้าบริษัทแอสเซทไวส์ มาชมภาพยนตร์ซุปเปอร์ฮีโร่ของค่ายมาร์เวล “ธันเดอร์โบลต์ส” โดยมี จันทร์จรัส จันทรกานต์, ไพรินทร์ นิธิพานิช, อัญชลี จันทร์ผล และ ภัสสร บุญสม มาร่วมชมด้วย ที่เอ็มบาสซี ดิโพลแมท สกรีน วันก่อน.

การเมืองในยุคนิติสงคราม…..อดีต สว.สมชาย แสวงการ ออกมาเปิดประเด็น…..กรณีที่ ศาลอาญา ยกคำร้องการขออนุญาตเดินทางไปร่วมงานเลี้ยงอาหารค่ำ ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ แห่งสหรัฐฯ ตามคำเชิญของเจ้าผู้ครองรัฐกาตาร์….ปรากฏว่า ศาลอุทธรณ์ยืนตามศาลชั้นต้น…..ไม่อนุญาตให้ อดีตนายกฯทักษิณ เดินทางออกนอกประเทศ….เหตุเพราะไม่มีหลักฐานว่าจะได้พบหารือกับ โดนัลด์ ทรัมป์ และ ใกล้วันที่ศาลฎีกาจะนัดไต่สวนคดีชั้น 14 วันที่ 13 มิ.ย. ….ส่วนกรณีที่ อดีตรองนายกฯวิษณุ เครืองาม เดินทางไปที่ศาลอาญาในช่วงเวลาเดียวกัน….จากการสอบถามทราบว่า อดีตรองนายกฯวิษณุ ไปยื่นเอกสารเพื่อขอรับค่าเสียหายจากกรณีแก๊งคอลเซ็นเตอร์……ไม่เกี่ยวกับ คดีการเมือง ที่กำลังร้อนแรงอยู่ในเวลานี้แต่อย่างใด……กรณีนี้ ในฐานะนักกฎหมายมืออาชีพเรียนผูกก็ต้องเรียนแก้เอาไว้ด้วย จริงมะ

อาหารสัตว์ สุดาทิพ เกียรติศรีชาติ เปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่ล่าสุดของ “REMY” แบรนด์อาหารสัตว์เลี้ยงระดับพรีเมียม พร้อมแนะนำแอมบาสเดอร์คนแรก ณฐสิชณ์ เอื้อเอกสิชฌ์ โดยมี น.สพ.กรธัช สมบุญธรรม และ เจนนี่ ปาหนัน มาร่วมงานด้วย ที่ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ วันก่อน.
อาหารสัตว์ สุดาทิพ เกียรติศรีชาติ เปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่ล่าสุดของ “REMY” แบรนด์อาหารสัตว์เลี้ยงระดับพรีเมียม พร้อมแนะนำแอมบาสเดอร์คนแรก ณฐสิชณ์ เอื้อเอกสิชฌ์ โดยมี น.สพ.กรธัช สมบุญธรรม และ เจนนี่ ปาหนัน มาร่วมงานด้วย ที่ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ วันก่อน.

ส่วนกรณีที่สังคมจับตาเป็นพิเศษ…..ต่อการตัดสินใจของ สมศักดิ์ เทพสุทิน รมว.สาธารณสุข ในฐานะสภานายกพิเศษแพทยสภา…จะลงโทษ แพทย์ 3 คน ที่เกี่ยวข้องกับการรักษา อดีตนายกฯทักษิณ ชินวัตร….ขีดเส้นตายในการตัดสินใจพิจารณาภายใน 15 วัน…..ถ้าไม่มีความเห็นใดๆออกมา แพทย์ทั้ง 3 คน จะต้องถูกลงโทษตามมติของแพทยสภา….ถ้าใช้สิทธิยับยั้ง แพทยสภาก็ต้องนำมติการลงโทษมาพิจารณากันใหม่อีกระลอก….ที่ต้องใช้เสียง 2 ใน 3 จากแพทยสภาจำนวน 70 คน (47 คนขึ้นไป)…..ส่องรายชื่อกรรมการแพทยสภาที่มีตั้งแต่ ระดับปลัดกระทรวง อธิบดี คณบดีคณะแพทยศาสตร์ และนายแพทย์ใหญ่……จะหาเหตุผลมาคัดค้านไม่ใช่เรื่องง่าย…. นอกจากจะเอาสีข้างเข้าถู

จากเกาหลี ทัพไทย ฤทธาพรม และ จรรยธร บิลพัฒน์ เปิดตัว “YogurBara” โยเกิร์ตพรีเมียมสุดฮอตจากเกาหลี พร้อมเสิร์ฟความอร่อย 6 รสชาติเอกซ์คลูซีฟมีเฉพาะในไทยเท่านั้น โดยมีศุภวุฒิ ไชยประสิทธิ์กุล และ ธนิดา ลิ้มศิริวัลลภ มาร่วมงานด้วย ที่สยามพารากอน วันก่อน.
จากเกาหลี ทัพไทย ฤทธาพรม และ จรรยธร บิลพัฒน์ เปิดตัว “YogurBara” โยเกิร์ตพรีเมียมสุดฮอตจากเกาหลี พร้อมเสิร์ฟความอร่อย 6 รสชาติเอกซ์คลูซีฟมีเฉพาะในไทยเท่านั้น โดยมีศุภวุฒิ ไชยประสิทธิ์กุล และ ธนิดา ลิ้มศิริวัลลภ มาร่วมงานด้วย ที่สยามพารากอน วันก่อน.

ข่าวต่างประเทศ…พระคาร์ดินัล โรเบิร์ต เพรโวสต์ ได้รับเลือกเป็นสมเด็จพระสันตะปาปาองค์ใหม่และทรงได้รับการขนานนามว่า สมเด็จพระสันตะปาปาเลโอที่ 14…ประสูติที่นครชิคาโก ประเทศสหรัฐฯ ที่ได้รับการยกย่องว่าเป็นนักปฏิรูป…..สงครามการค้าโลก ใกล้จะเป็นรูปธรรมชัดเจน….สกอตต์ เบสเซนต์ รมว.คลังสหรัฐฯ และ เจมีสัน กรีเออร์ ผู้แทนการค้าสหรัฐฯ หารือกับเหอ ลี่เฟิง รองนายกฯจีน ที่นครเจนีวา อย่างเป็นทางการเป็นการเจรจาในระดับสูงครั้งแรกที่รอลุ้นว่า มาตรการภาษีจะสะเด็ดน้ำกี่โมง……ทรัมป์ ประกาศเอง สงครามอินเดีย–ปากีสถาน ตกลงหยุดยิงเรียบร้อยแล้วมีผลทันทีหลังจาก สหรัฐฯ ทำหน้าที่เป็นตัวกลางไกล่เกลี่ยได้สำเร็จ…..บรรทัดนี้ขอแสดงความยินดีกับ ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า ที่ได้รับเลือกเป็น นายกสมาคมกีฬาทางน้ำแห่งประเทศไทย คนใหม่…..วันนี้ เวลา 09.00 น. ศ.ดร.นครินทร์ เมฆไตรรัตน์ ประธานศาลรัฐธรรมนูญ ปาฐกถาพิเศษการสัมมนาเพื่อส่งเสริมและพัฒนาประสิทธิภาพการปฏิบัติงานด้านคดีที่ห้องพระศิวะ โรงแรมอัศวิน แกรนด์ คอนเวนชั่น

“อินทรีเหล็ก”

คลิกอ่านคอลัมน์ “บุคคลในข่าว” เพิ่มเติม

เอิร์น จิรวรรณ เพิ่งรู้พร้อมทุกคน ดัง พันกร ส่งตาหวานในเอ็มวีเพราะอยากได้ลิป

เอิร์น จิรวรรณ เพิ่งรู้พร้อมทุกคน ดัง พันกร ส่งตาหวานในเอ็มวีเพราะอยากได้ลิป

12 พ.ค. 2568 17:10 น.

เอิร์น จิรวรรณ เพิ่งรู้พร้อมทุกคน ดัง พันกร ส่งตาหวานในเอ็มวีเพราะอยากได้ลิป

เรียกรอยยิ้มและเสียงหัวเราะหนักมากเลยทีเดียว เมื่อนักร้องสุดฮอตในยุค 90 ดัง พันกร บุณยะจินดา โพสต์เล่าประสบการณ์เป็นพระเอกมิวสิกวิดีโอเพลง “เคยไหม” ที่ร้องโดยนักร้องสาวหน้าใส เอิร์น จิรวรรณ เตชะหรูวิจิตร

ซึ่ง ดัง พันกร โพสต์ภาพมิวสิกวิดีโอและเขียนข้อความว่า “ประสบการณ์เป็นพระเอก MV ซีนมองหน้านางเอกคือยาก หลาย Take มาก ผู้กำกับมาบอกว่า “ดังต้องมองหาจุดที่รู้สึก” แววตามันจะถ่ายทอดออกมาเป็นธรรมชาติ .. ก็มองหาจนเจอ เป็นสีลิปสติกบนริมฝีปากของเอิร์น อยากทามากวินาทีนั้น สีสวย อิ่มเอิบ โดนใจ ตกลงซีนนี้ผ่านมาได้ เพราะความอยากสวยของแม่”

ทำเอาชาวเน็ตแห่คอมเมนต์แซวรัวๆ ในขณะที่ เอิร์น จิรวรรณ เจ้าของเพลงก็เข้ามาคอมเมนต์ว่า “พี่ดังผู้เลี้ยงขนมจีบทั้งกอง MV เลี้ยงขนมจีบนะคะไม่ได้ขาย” ก่อนที่แฟนๆ จะเข้ามาแซวว่า “พี่เอิร์นตอนนั้นทำไมไม่บอกเบอร์สีลิปนายแม่คะ” และเอิร์นก็ตอบกลับไปว่า “พี่ก็ไม่รู้ค่ะ ช่างแต่งให้ 555”

เอิร์น จิรวรรณ เพิ่งรู้พร้อมทุกคน ดัง พันกร ส่งตาหวานในเอ็มวีเพราะอยากได้ลิป

หลังจากนั้น เอิร์น จิรวรรณ ก็ได้แคปโพสต์ของ ดัง พันกร ที่เป็นภาพในเอ็มวีเพลงดังกล่าวมาลงในอินสตาแกรม @earnie_chirawan พร้อมทั้งเขียนข้อความว่า “หลังจากที่เมื่อวานมีทั้งเพื่อนและผู้ปกครองส่ง LINE กันมา ให้อดีตนางเอกเอ็มวีและเจ้าของเพลงกันอย่างคับคั่ง (ข้าพเจ้าเอง) ขอบคุณพี่ดัง (ที่นึกถึงประสบการณ์ในวันนั้นที่กองถ่ายเอ็มวี “เคยไหม”) และขอบคุณเพื่อนๆ ผู้ปกครองทุกท่านค่าที่ส่งมาให้ได้ยิ้มกันค่า

อยากบอกว่า ทางนี้ก็เพิ่งทราบพร้อมทุกคน (เมื่อวานนี้) ค่ะ ว่าที่พี่ดังพระเอกเอ็มวีส่งตาหวานซึ้งใส่นั่นคือความอยาก (ได้) ลิปของน้อง ความทรงจำจากกองถ่ายเอ็มวีนี้คือพระเอกคนนี้น่ารักจัง ดูแลทุกคนดี้ดี ซื้อขนมจีบมาฝากคนทั้งกอง @dk_dk_official

ปล. ตอนนั้นน้องก็ไม่รู้ว่าช่างแต่งหน้าใช้ลิปเบอร์อะไรให้ แต่ตอนนี้ลิปในคลังน้องเยอะมาก ขอเชิญพี่ดังมาเลือกค่า #ยุค90ของพวกเรา”

งานนี้ทำเอาแฟนๆ แห่คอมเมนต์กันเพียบ ในขณะที่ ดัง พันกร ก็คอมเมนต์เป็นอีโมจิขำน้ำตาไหลด้วย ก่อนที่จะโพสต์ภาพข้อความจากเอิร์นลงในเพจ และเขียนข้อความว่า “หลังเก็บงำมากว่า 27 ปี เจ้าของรอยลิปทราบเรื่องแล้ว”

เอิร์น จิรวรรณ เพิ่งรู้พร้อมทุกคน ดัง พันกร ส่งตาหวานในเอ็มวีเพราะอยากได้ลิป

คลิกเพื่ออ่าน ข่าวบันเทิง เพิ่มเติม