โบว์ เมลดา โชว์หน้าสดสวยน่ารักมาก แต่งตัวชิลๆ แต่ดูหุ่นแซ่บแย่งซีน (คลิป)

โบว์ เมลดา โชว์หน้าสดสวยน่ารักมาก แต่งตัวชิลๆ แต่ดูหุ่นแซ่บแย่งซีน (คลิป)

12 พ.ค. 2568 16:29 น.

โบว์ เมลดา โชว์หน้าสดสวยน่ารักมาก แต่งตัวชิลๆ แต่ดูหุ่นแซ่บแย่งซีน (คลิป)

เรียกว่ากลายเป็นกระแสฮือฮากันเลยทีเดียว เมื่อนางเอกสาวหน้าใส โบว์ เมลดา สุศรี เข้าไปทักทายในรายการ “จีบหนูหน่อย” ยูทูบแชนแนลโคตรคูล เทปที่ ท็อปแท็ป กัณฐ์ มาร่วมรายการ และมี โอ๊ต ปราโมทย์ และ ซานิ นิภาภรณ์ ดำเนินรายการ เพราะตอนนั้นโบว์มาอัดเสียงแถวสตูดิโอที่ถ่ายรายการพอดี

โบว์ เมลดา โชว์หน้าสดสวยน่ารักมาก แต่งตัวชิลๆ แต่ดูหุ่นแซ่บแย่งซีน (คลิป)

แม้ โบว์ เมลดา อยู่ในรายการเพียงแค่ 2-3 นาที แต่กลายเป็นกระแสไวรัลไปแล้ว เพราะงานนี้สาวโบว์หน้าสด ไม่มีเมคอัพใดๆ อยู่บนใบหน้า แต่กลับเปล่งประกายออร่าสวยแบบธรรมชาติ น่ารักมากๆ แถมแต่งตัวชิลๆ เป็นเสื้อแขนยาวและกางเกงขายาว แม้จะแต่งตัวมิดชิด แต่สวยหุ่นแซ่บแย่งซีนสุดๆ

โบว์ เมลดา โชว์หน้าสดสวยน่ารักมาก แต่งตัวชิลๆ แต่ดูหุ่นแซ่บแย่งซีน (คลิป)
โบว์ เมลดา โชว์หน้าสดสวยน่ารักมาก แต่งตัวชิลๆ แต่ดูหุ่นแซ่บแย่งซีน (คลิป)

ทำเอาแฟนๆ ที่ได้ชมรายการต่างเข้ามาคอมเมนต์กันรัวๆ อาทิ น้องบุญตาคนมีของจริง, น้องบุญตาน่ารักโคตรๆ หุ่นก็ดี รวมๆ คือสวย, บุญตาชอบมาก, บุญตา mvp, พี่โบว์แกก็น่ารักจึ้งๆ, กำลังนั่งทานข้าว จังหวะเปิดตัวแขกรับเชิญ จังหวะหมุนตัว เกือบสำลักความสวย โอ้ย รู้งี้ยังไม่เอาข้าวเข้าปาก โอ้ย น่าร้ากกก, ต้าวโบว์ เมลดา คือ ทั้งหน้าและหุ่นในฝันของชั้น ฯลฯ

ชมคลิป

คลิกเพื่ออ่าน ข่าวบันเทิง เพิ่มเติม

เผยอาการ ด้งเด้ง ล่าสุดถอดเครื่องช่วยหายใจ อาการอื่นยังต้องดูวันต่อวัน

เผยอาการ ด้งเด้ง ล่าสุดถอดเครื่องช่วยหายใจ อาการอื่นยังต้องดูวันต่อวัน

12 พ.ค. 2568 14:07 น.

เผยอาการ ด้งเด้ง ล่าสุดถอดเครื่องช่วยหายใจ อาการอื่นยังต้องดูวันต่อวัน

หลังจากที่ ด้งเด้ง ณัฐวุฒิ แสนยะบุตร หรือ จ่าลอด ไทบ้าน จากภาพยนตร์ “ไทบ้านเดอะซีรีส์” ประสบอุบัติเหตุทางรถยนต์เสียหลักตกลงร่องกลางสะพานบนทางหลวงพิเศษระหว่างเมือง M 6 บางปะอิน-นครราชสีมา ช่วงหลักกิโลเมตร 155 ขาเข้ากรุงเทพฯ บริเวณบ้านหนองรี ต.สีคิ้ว อ.สีคิ้ว จ.นครราชสีมา และต้องเข้ารักษาตัวใน รพ.

เผยอาการ ด้งเด้ง ล่าสุดถอดเครื่องช่วยหายใจ อาการอื่นยังต้องดูวันต่อวัน
เผยอาการ ด้งเด้ง ล่าสุดถอดเครื่องช่วยหายใจ อาการอื่นยังต้องดูวันต่อวัน

ล่าสุด กี้ เจนจิรา ภรรยาของด้งเด้ง ก็ได้โพสต์ข้อความอัปเดตอาการล่าสุดของสามีไว้ว่า “อัปเดตอาการพี่ด้งวันนี้ถอดเครื่องช่วยหายใจแล้วค่ะเปลี่ยนมาใส่ออกซิเจน (พูดคุยได้บ้างแล้ว) อาการอื่นยังต้องดูวันต่อวันค่ะ ขอบคุณทุกความห่วงใยและกำลังใจที่ส่งมาให้พี่ด้ง พวกเราจะผ่านไปด้วยกันอย่างปลอดภัย”

โดยมีทั้งคนในวงการบันเทิงรวมถึงแฟนๆ ต่างเข้ามาคอมเมนต์อวยพรขอให้ด้งเด้งหายไวๆ พร้อมทั้งให้กำลังใจด้งเด้งและครอบครัวเป็นจำนวนมาก ไทยรัฐบันเทิงขอส่งกำลังใจให้ด้วยเช่นกันนะคะ

คลิกเพื่ออ่าน ข่าวบันเทิง เพิ่มเติม

เปิดภาพ เมย์ วาสนา ร่วมเฟรมกับ จี๋ สุทธิรักษ์ คนจับตาใช่หนุ่มที่ มดดำ บอกหรือไม่

เปิดภาพ เมย์ วาสนา ร่วมเฟรมกับ จี๋ สุทธิรักษ์ คนจับตาใช่หนุ่มที่ มดดำ บอกหรือไม่

12 พ.ค. 2568 12:58 น.

เปิดภาพ เมย์ วาสนา ร่วมเฟรมกับ จี๋ สุทธิรักษ์ คนจับตาใช่หนุ่มที่ มดดำ บอกหรือไม่

เรียกว่าเป็นประเด็นร้อนให้ชาวเน็ตได้ใส่ใจอีกแล้ว เมื่อพิธีกรดัง มดดำ คชาภา ตันเจริญ เล่าในรายการ “ข่าวใส่ไข่” ทางไทยรัฐทีวี ช่อง 32 ถึงเรื่องความรักของนักธุรกิจสาวคนดัง เมย์ วาสนา อินทะแสง ว่าเผลอๆ อาจจะมีแฟนเป็นดารา เพราะตนบังเอิญโป๊ะไปเจอดาราหนุ่มหล่อเซอร์อยู่บนรถ ส่วนเมย์อยู่กับมดดำ แถมยังเปิดรูปให้รถเมล์ คะนึงนิจ ดูด้วย ซึ่งรถเมล์บอกว่าเขาดูเซอร์ๆ

เปิดภาพ เมย์ วาสนา ร่วมเฟรมกับ จี๋ สุทธิรักษ์ คนจับตาใช่หนุ่มที่ มดดำ บอกหรือไม่

และล่าสุดเพจ ป้าข้างบ้าน ก็ได้โพสต์ภาพที่ เมย์ วาสนา ร่วมเฟรมกับพระเอกหนุ่มเซอร์ จี๋ สุทธิรักษ์ ทรัพย์วิจิตร ลูกชายสุดหล่อของอดีตนักร้องหนุ่ม เจี๊ยบ พิสุทธิ์ ทรัพย์วิจิตร และอดีตนักแสดงสาว แจ็คกี้ ณัฐรดา อภิธนานนท์ พร้อมทั้งเขียนแคปชั่น “ใช่ปะ ถ้าไม่ใช่ขออภัย”

เปิดภาพ เมย์ วาสนา ร่วมเฟรมกับ จี๋ สุทธิรักษ์ คนจับตาใช่หนุ่มที่ มดดำ บอกหรือไม่

งานนี้ก็ไม่รู้ว่าจะใช่ดาราหนุ่มเซอร์ที่ มดดำ คชาภา เคยบอกไว้หรือเปล่า แต่ที่แน่ๆ ชาวเน็ตแห่คอมเมนต์กันเพียบ อาทิ เศร้าอ่ะ อกหักบ่กล้าบอกผัว, แรงมากกกกก, คนที่มดดำโป๊ะหรอคะ ถ้าเข้าใจผิดขออภัย ทัวร์อย่าลงเค้านะ, พี่จี๋ของฉันที่แอบปลื้มมานาน, อย่าว่าาาาา พี่จี๋ฉันนนนน, ละนึกถึงตั้งแต่ในข่าวใส่ไข่, อาจจะไม่ใช่ก็ได้นะฉันรอใส่ใจ ฯลฯ

คลิกเพื่ออ่าน ข่าวบันเทิง เพิ่มเติม

ลิลลี่ ภัณฑิลา ชี้แจงดราม่า คนวิจารณ์คลิปร้องไห้หลังเครื่องบินตกหลุมอากาศ

ลิลลี่ ภัณฑิลา ชี้แจงดราม่า คนวิจารณ์คลิปร้องไห้หลังเครื่องบินตกหลุมอากาศ

12 พ.ค. 2568 11:56 น.

ลิลลี่ ภัณฑิลา ชี้แจงดราม่า คนวิจารณ์คลิปร้องไห้หลังเครื่องบินตกหลุมอากาศ

หลังจากที่นักแสดงสาว ลิลลี่ ภัณฑิลา วิน ปานสิริธนาโชติ โพสต์คลิปนาทีที่ร้องไห้แบบขาดสติหลังเครื่องบินเกิดตกหลุมอากาศ ซึ่งมีทั้งเพื่อนๆ แฟนๆ ที่ต่างเข้ามาแสดงความห่วงใยและส่งกำลังใจ แต่ก็มีคนคอมเมนต์ดราม่าว่าลงคลิปทำไม บ้างก็วิจารณ์ว่าพาคนอื่นสติแตกไปด้วย แทนที่จะช่วยกันปลอบยังมีเวลาหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาถ่าย ฯลฯ

และจากดราม่าดังกล่าว ล่าสุด ลิลลี่ ภัณฑิลา ก็โพสต์ร่ายยาวชี้แจงในอินสตาแกรม @lilyypantila แล้ว โดยบอกว่า “ลี่ขอบคุณทุกคนมากนะคะ สำหรับความห่วงใยและกำลังใจที่ส่งเข้ามา ลี่ได้อ่านทุกข้อความ รู้สึกซาบซึ้งใจจริงๆ ค่ะ และลี่ขอใช้พื้นที่นี้ชี้แจงสำหรับบางความคิดเห็นที่มองว่าเป็นการทำคอนเทนต์รึเปล่า ถ่ายคลิปทำไม ทำไมต้องร้องไห้ขนาดนั้น กลัวมากเกินไปไหม

ลี่อยากชี้แจงว่า ลี่อยู่ในสภาวะที่กลัวมาก และไม่รู้เลยว่าผู้ช่วยได้บันทึกคลิปไว้ จนกระทั่งออกจากเครื่องแล้ว ถึงได้เห็น ลี่อยากพูดอย่างตรงไปตรงมาว่า ภาวะแพนิคเป็นสิ่งที่ควบคุมไม่ได้ มันไม่ใช่ความกลัวธรรมดา แต่เป็นอาการทางจิตใจที่ร่างกายตอบสนองอย่างรุนแรงต่อสถานการณ์ที่รู้สึกว่า ‘ไม่ปลอดภัย’ ซึ่งคนที่ไม่เคยเผชิญด้วยตัวเอง อาจจะไม่สามารถเข้าใจได้ ยิ่งคนที่เคยประสบอุบัติเหตุทางรถยนต์มาก่อน มันผวามากค่ะ

ลิลลี่ ภัณฑิลา ชี้แจงดราม่า คนวิจารณ์คลิปร้องไห้หลังเครื่องบินตกหลุมอากาศ

ปกติลี่เป็นคนมีสติและควบคุมตัวเองได้ดี แต่ลี่ไม่เคยมีประสบการณ์บนเครื่องบินที่น่ากลัวแบบนี้มาก่อน ทั้งที่ปกติลี่เดินทางบ่อย และค่อนข้างสบายใจกับการขึ้นเครื่องบิน ไม่เคยมีปัญหากับการเดินทางทางอากาศเลย แต่ครั้งนี้มันรุนแรงและยาวนานเกินกว่าที่ลี่เคยเจอมา เป็นครั้งแรกในชีวิตที่ลี่รู้สึกเหมือน ‘ไม่รู้จะทำยังไง’ กับสถานการณ์ที่เกิดขึ้น ทุกอย่างมันเข้ามาในหัวเยอะมาก

ลี่เข้าใจนะคะว่าทุกคนมีมุมมองไม่เหมือนกัน และความกลัวของแต่ละคนก็ไม่เท่ากัน ลี่ไม่เคยมีปัญหากับการแสดงความคิดเห็น และไม่เคยตอบโต้ใดๆ แต่ครั้งนี้บางคอมเมนต์มันแรงเกินไปจริงๆ ค่ะ

ลี่อยากให้ทุกคนช่วยใช้ความเข้าใจและพิจารณาให้รอบด้านก่อนพิมพ์ บางคำพูดอาจส่งผลมากกว่าที่คิด เพราะในโลกความเป็นจริง เราไม่มีทางรู้เลยค่ะว่าคนคนนั้นต้องเผชิญกับอะไรอยู่บ้างในขณะนั้น

ลี่แค่อยากแชร์ประสบการณ์จริงที่เกิดขึ้น เพื่อเตือนใจหรือเป็นอุทาหรณ์กับใครก็ตามที่อาจเจอสถานการณ์คล้ายกัน ขอบคุณอีกครั้งสำหรับทุกกำลังใจนะคะ”

คลิกเพื่ออ่าน ข่าวบันเทิง เพิ่มเติม

อาเล็ก ธีรเดช เปิดข้อความแรกที่ทักจีบ โบว์ เมลดา พร้อมเผยเหตุผลที่พิมพ์ไป (คลิป)

อาเล็ก ธีรเดช เปิดข้อความแรกที่ทักจีบ โบว์ เมลดา พร้อมเผยเหตุผลที่พิมพ์ไป (คลิป)

12 พ.ค. 2568 11:05 น.

อาเล็ก ธีรเดช เปิดข้อความแรกที่ทักจีบ โบว์ เมลดา พร้อมเผยเหตุผลที่พิมพ์ไป (คลิป)

เรียกว่าเป็นหนุ่มคลั่งรักอีกคนของวงการบันเทิง สำหรับพระเอกหนุ่มตี๋หล่อ อาเล็ก ธีรเดช เมธาวรายุทธ ที่ล่าสุดมาร่วมรายการ “3 แซ่บ” ทางช่อง 3 และมีช่วงหนึ่งที่เจ้าตัวพูดถึงเรื่องราวความรักกับแฟนสาวอย่างนางเอกหน้าใส โบว์ เมลดา สุศรี ที่คบหากันมานานกว่า 4 ปีแล้ว

อาเล็ก ธีรเดช เปิดข้อความแรกที่ทักจีบ โบว์ เมลดา พร้อมเผยเหตุผลที่พิมพ์ไป (คลิป)

และเมื่อ ชมพู่ อารยา บอกว่า มีชาวเน็ตอยากเห็นข้อความแรกที่อาเล็กทักจีบโบว์ อาเล็กก็เลยยอมเปิดแชตไลน์ดังกล่าวที่ทักไปจีบโบว์เมื่อปี 2564 ให้ดูเป็นครั้งแรก ซึ่งเจ้าตัวส่งไปว่า “สวัสดีนี่พี่เล็กเอง หนุ่มตี๋ แสนดี ขี้เล่น ทำกับข้าวเป็น รักครอบครัว รักสัตว์ ถ่ายรูปได้ เล่นดนตรีได้ กินเก่ง อ้วนง่าย แต่ก็อึง่าย ถึงขี้เล่นแต่เป็นคนจริงจัง เรียกว่าเป็นคนจริงจังกับชีวิต แต่ขี้เล่นกับบางสถานการณ์ ติดนิดเดียวตรงที่เจอแม่หนูแล้วไม่สวัสดี”

อาเล็ก ธีรเดช เปิดข้อความแรกที่ทักจีบ โบว์ เมลดา พร้อมเผยเหตุผลที่พิมพ์ไป (คลิป)

จากนั้นอาเล็กเล่าอีกว่า ตอนนั้นโสดทั้งคู่ ก็มีแซวๆ สตอรี่ คุยเล่นใน DM ไปๆ มาๆ ไม่ไหว เลยพิมพ์บอกว่าขอจีบหนูได้มั้ย แล้วก็เลยขอไลน์ พอขอไลน์เสร็จก็เลยทักไปแบบนั้น เพราะรู้สึกว่าอยากให้ข้อความแรกในการสื่อสารในความสัมพันธ์ของเราเป็นอะไรที่น่าจดจำ และเขาก็ส่งแบบนั้นกลับมาเหมือนกัน

อาเล็ก ธีรเดช เปิดข้อความแรกที่ทักจีบ โบว์ เมลดา พร้อมเผยเหตุผลที่พิมพ์ไป (คลิป)

ชมพู่ถามว่ารู้สึกยังไงที่คนมองว่าเป็นหนุ่มคลั่งรัก No.1 ที่มีสโนว์ไวท์เป็นของตัวเอง อาเล็กตอบว่า “คือผมไม่ได้รู้สึกว่าตัวเองคลั่งรักเลยนะพี่ชม (ยิ้ม) คือตัวเราไม่ได้รู้สึกว่าฉันเป็นคนคลั่งรัก แต่มันเป็นเหมือนสิ่งที่เราแค่อยากทำให้เขา สิ่งที่เราอยากแสดงออกกับเขา แต่ผมไม่ได้ติดถ้าเกิดว่าคนภายนอกจะมองว่าคลั่งรัก มันก็อาจจะจริง แต่แค่จะบอกว่าตัวเองไม่ได้รู้สึกว่าเราคลั่งรัก อยากทำให้เขามีความสุข อยากซัพพอร์ตเขา”

ชมคลิป

คลิกเพื่ออ่าน ข่าวบันเทิง เพิ่มเติม

เทศกาลเมืองคานส์คุมเข้ม ห้ามโป๊เปลือยบนพรมแดง

เทศกาลเมืองคานส์คุมเข้ม ห้ามโป๊เปลือยบนพรมแดง

13 พ.ค. 2568 11:58 น.

เทศกาลเมืองคานส์คุมเข้ม ห้ามโป๊เปลือยบนพรมแดง

การเดินพรมแดงของเทศกาลภาพยนตร์เมืองคานส์อาจเป็นพรมแดงที่มีการควบคุมอย่างเข้มงวดที่สุดในโลก และปัจจุบันเทศกาลภาพยนตร์เมืองคานส์ได้เพิ่มกฎใหม่ นั่นคือ ห้ามแต่งตัวโป๊เปลือยบนพรมแดง

แม้ว่าเทศกาลภาพยนตร์เมืองคานส์จะไม่เคยระบุถึงการแต่งตัวโป๊เปลือยในเทศกาลภาพยนตร์มาก่อน แต่ในวันก่อนถึงการจัดงานครั้งที่ 78 เทศกาลภาพยนตร์เมืองคานส์ได้ปรับปรุงนโยบายการแต่งกาย โดยระบุว่า “ห้ามเปลือยบนพรมแดง รวมถึงบริเวณอื่นๆ ของเทศกาลภาพยนตร์”

แม้ว่านโยบาย “ไม่สวมเสื้อ ไม่บริการ” จะถือเป็นมาตรฐานในสถานที่ที่ไม่หรูหราเท่าเมืองคานส์ แต่การปรับเปลี่ยนนโยบายดังกล่าวได้รับความสนใจอย่างกว้างขวางเมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมา (12 พ.ค.) เนื่องมาจากกระแสนิยมการสวมเสื้อผ้าที่บางเบา เช่น การปรากฏตัวของบิอังกา เซนโซรีในงานประกาศผลรางวัลแกรมมี่

เมื่อถามถึงความชัดเจนเกี่ยวกับนโยบายดังกล่าว เจ้าหน้าที่ฝ่ายประชาสัมพันธ์ของเมืองคานส์กล่าวว่า “ได้ระบุกฎเกณฑ์บางประการอย่างชัดเจนในกฎระเบียบ ซึ่งบังคับใช้มาเป็นเวลานานแล้ว” “เป้าหมายไม่ใช่เพื่อควบคุมการแต่งกาย แต่เพื่อห้ามไม่ให้เปลือยหมดทั้งตัวบนพรมแดง ตามกรอบสถาบันของงานและกฎหมายของฝรั่งเศส”

เมืองคานส์ยังระบุด้วยว่า “ไม่อนุญาตให้สวมชุดที่พลิ้วไหว โดยเฉพาะชุดที่มีชายกระโปรงยาว ซึ่งกีดขวางการเดินของแขกและที่นั่งในโรงภาพยนตร์”

อย่างไรก็ตาม คนดังอย่างเบลลา ฮาดิด, นาโอมิ แคมป์เบลล์ และเคนดัลล์ เจนเนอร์ มักจะโชว์เนื้อหนังในเทศกาลเมืองคานส์ และนโยบายการแต่งกายก็ถูกเหล่าคนดังละเมิดมาเป็นเวลานานแล้ว ในการฉายหนังรอบปฐมทัศน์ช่วงเย็นที่โรงภาพยนตร์ Grand Théâtre Lumière  ผู้ร่วมงานจำเป็นต้องสวมชุดราตรีและผูกเน็คไทสีดำ แม้ว่าในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยของเมืองคานส์จะปฏิเสธสตรีที่ไม่สวมรองเท้าส้นสูงให้เข้าร่วมงานบ้างก็ตาม

เทศกาลนี้ยังห้ามถ่ายเซลฟี่ในปี 2018 อีกด้วย โดยเธียร์รี เฟรโมซ์ ผู้อำนวยการเทศกาลเมืองคานส์ เรียกการถ่ายเซลฟี่ว่า “น่าขยะแขยง” แต่ดาราดังบางคนก็แอบถ่ายรูปเซลฟี่บนบันไดโรงภาพยนตร์

เทศกาลภาพยนตร์เมืองคานส์จะเริ่มตั้งแต่วันที่ 13 พฤษภาคม ถึงวันเที่ 24 พฤษภาคมนี้.

ที่มา AP

อ่านข่าวเพิ่มเติม https://www.thairath.co.th/news/foreign

แมคโดนัลด์วางแผนจ้างพนักงาน 375,000 คนในสหรัฐฯ ในช่วงฤดูร้อนนี้

แมคโดนัลด์วางแผนจ้างพนักงาน 375,000 คนในสหรัฐฯ ในช่วงฤดูร้อนนี้

13 พ.ค. 2568 11:24 น.

แมคโดนัลด์วางแผนจ้างพนักงาน 375,000 คนในสหรัฐฯ ในช่วงฤดูร้อนนี้

แมคโดนัลด์เปิดเผยว่ามีแผนจะจ้างพนักงานร้านอาหารในสหรัฐฯ มากถึง 375,000 คน ในช่วงฤดูร้อนนี้ ซึ่งถือเป็นการผลักดันการจ้างงานครั้งใหญ่ที่สุดในรอบหลายปี

แมคโดนัลด์เปิดเผยว่ามีแผนจะจ้างพนักงานร้านอาหารในสหรัฐฯ มากถึง 375,000 คน ในช่วงฤดูร้อนนี้ ซึ่งถือเป็นการผลักดันการจ้างงานครั้งใหญ่ที่สุดในรอบหลายปี ยักษ์ใหญ่เบอร์เกอร์จากเมืองชิคาโกกล่าวว่า ตำแหน่งงานที่เปิดรับสมัครเพิ่มขึ้นส่วนหนึ่งเป็นผลมาจากการขยายกิจการในสหรัฐฯ บริษัทซึ่งมีร้านอาหารมากกว่า 13,500 แห่งในสหรัฐฯ มีแผนจะเปิดเพิ่มอีก 900 แห่งภายในปี 2027

ลอรี ชาเวซ-เดอเรเมอร์ รัฐมนตรีกระทรวงแรงงานสหรัฐฯ และนายโจ เออร์ลิงเกอร์ ประธานแมคโดนัลด์สหรัฐฯ ร่วมในการประกาศข่าวนี้ที่ร้านแมคโดนัลด์แห่งหนึ่งใกล้เมืองโคลัมบัส รัฐโอไฮโอ 

เดอเรเมอร์กล่าวว่า “แมคโดนัลด์กำลังจุดประกายความเจริญรุ่งเรืองให้กับพนักงาน ชุมชน และเศรษฐกิจของเรา โดยการขยายกำลังคนจะทำให้บริษัทสามารถขับเคลื่อนการลงทุนและกำหนดมาตรฐานการเติบโตของอุตสาหกรรม ไม่ว่าจะเป็นจุดเริ่มต้นสำหรับอาชีพที่แตกต่างหรือบันไดสู่ความสำเร็จภายใน”

แมคโดนัลด์เน้นย้ำว่าการจ้างงานใหม่จะเป็นตำแหน่งถาวร แต่บริษัทไม่ได้คาดหวังว่าจำนวนพนักงานในสหรัฐฯ จะเกิน 1.1 ล้านคน ภายในสิ้นฤดูร้อน การจ้างงานนี้คำนึงถึงว่าจะมีพนักงานเข้าออกที่แมคโดนัลด์อยู่เสมอ

แมคโดนัลด์เปิดเผยว่า การจ้างงานครั้งใหญ่ครั้งสุดท้ายในช่วงฤดูร้อนเกิดขึ้นในปี 2020 เมื่อบริษัทประกาศแผนเพิ่มพนักงาน 260,000 คน ในเวลานั้น บริษัทกำลังทยอยเปิดร้านที่ต้องปิดตัวลงในช่วงเดือนแรกๆ ของการระบาดของโควิด-19 อีกครั้ง

การตัดสินใจเพิ่มพนักงานในช่วงฤดูร้อนนี้ถือเป็นสัญญาณของความหวังที่ว่าจำนวนลูกค้าที่เข้ามาใช้บริการร้านอาหารในสหรัฐฯ จะดีขึ้นในช่วงที่ปีนี้ดำเนินไป

ในช่วงเดือนมกราคม-มีนาคม ยอดขายของแมคโดนัลด์ในสหรัฐฯ จากร้านเดิม หรือยอดขายจากสาขาที่เปิดดำเนินการอย่างน้อย 1 ปี ลดลง 3.6% ซึ่งถือเป็นการลดลงครั้งใหญ่ที่สุดของแมคโดนัลด์ในสหรัฐฯ นับตั้งแต่การระบาดใหญ่ทำให้ร้านค้า ร้านอาหาร โรงเรียน และสถานที่สาธารณะอื่นๆ ต้องปิดตัวลงในปี 2020

แมคโดนัลด์กล่าวว่า ผู้บริโภคที่มีรายได้น้อยและปานกลาง ซึ่งกังวลเกี่ยวกับภาวะเงินเฟ้อและแนวโน้มเศรษฐกิจ ได้ลดการบริโภคอาหารจานด่วนลงในช่วงเดือนมกราคม-มีนาคม

ขณะที่ผู้ประกอบการร้านอาหารรายอื่นๆ ดูเหมือนจะมีความหวัง โดยร้านอาหารและบาร์ในสหรัฐฯ เพิ่มตำแหน่งงานมากกว่า 46,000 ตำแหน่งในเดือนมีนาคมและเมษายน ตามข้อมูลของสมาคมร้านอาหารแห่งชาติ ด้านร้านชิโปเล (Chipotle) กล่าวเมื่อเดือนกุมภาพันธ์ว่า บริษัทคาดว่าจะจ้างพนักงาน 20,000 คน

การจ้างงานโดยรวมยังคงแข็งแกร่ง นายจ้างในสหรัฐฯ เพิ่มตำแหน่งงาน 177,000 ตำแหน่งในเดือนเมษายน เนื่องจากตลาดงานแสดงให้เห็นถึงความยืดหยุ่น แม้จะมีความไม่แน่นอนที่เกิดจากสงครามการค้าของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์.

ที่มา AP

อ่านข่าวเพิ่มเติม https://www.thairath.co.th/news/foreign

ด่วน ปะทุอีกแล้ว ภูเขาไฟฟิลิปปินส์ พ่นเถ้าถ่านพุ่งสูงกว่า 3 กม.

ด่วน ปะทุอีกแล้ว ภูเขาไฟฟิลิปปินส์ พ่นเถ้าถ่านพุ่งสูงกว่า 3 กม.

13 พ.ค. 2568 10:24 น.

ด่วน ปะทุอีกแล้ว ภูเขาไฟฟิลิปปินส์ พ่นเถ้าถ่านพุ่งสูงกว่า 3 กม.

ภูเขาไฟคันลาออน หนึ่งในภูเขาไฟที่ยังคุกรุ่นของฟิลิปปินส์ เกิดการปะทุขึ้นอีก โดยพ่นเถ้าถ่านพวยพุ่งขึ้นสู่ท้องฟ้าสูงถึง 3 กิโลเมตรเมื่อช่วงเช้าตรู่ของวันนี้ พร้อมกับปล่อยหินลาวาขนาดใหญ่กระจายรอบปากปล่อง

สถาบันภูเขาไฟวิทยาและแผ่นดินไหววิทยาของฟิลิปปินส์ (PHIVOLCS) รายงานว่า การปะทุครั้งนี้เกิดขึ้นเมื่อเวลา 02.55 น. และกินเวลาประมาณ 5 นาที โดยแรงระเบิดปานกลางทำให้เกิดกลุ่มเถ้าถ่านหนาทึบลอยลิ่วไปทางทิศตะวันตก นอกจากนี้ยังมีการสังเกตเห็นเศษหินขนาดใหญ่ถูกดีดออกจากปล่องภูเขาไฟเป็นระยะทางหลายร้อยเมตร และเกิดไฟไหม้พืชพรรณรอบยอดเขา

อย่างไรก็ตาม ล่าสุดยังไม่มีการยกระดับการเตือนภัย โดยยังคงระดับการเตือนภัยยังคงอยู่ที่ ระดับ 3 จากทั้งหมด 5 ระดับ ซึ่งหมายถึง มีความเสี่ยงต่อการปะทุแบบระเบิดรุนแรงในช่วงสั้น ที่อาจเป็นอันตรายถึงชีวิต ขณะที่พื้นที่โดยรอบในรัศมี 6 กิโลเมตรยังคงถูกประกาศเป็นเขตอพยพและห้ามเข้าใกล้

ภูเขาไฟคันลาออนตั้งอยู่บนเกาะเนกรอส และเป็น 1 ใน 24 ภูเขาไฟที่ยังคงปะทุได้ในฟิลิปปินส์ โดยเคยเกิดเหตุปะทุรุนแรงในอดีตหลายครั้ง ครั้งที่ร้ายแรงที่สุดคือในเดือนสิงหาคม 1996 เมื่อหินร้อนจากการระเบิดสังหารนักปีนเขา 3 รายที่อยู่ใกล้ยอดเขา

ฟิลิปปินส์ตั้งอยู่บน “วงแหวนไฟแปซิฟิก”ซึ่งเป็นเขตภูเขาไฟและแผ่นดินไหวที่เคลื่อนไหวมากที่สุดในโลก โดยการระเบิดของภูเขาไฟที่รุนแรงที่สุดในรอบหลายทศวรรษของฟิลิปปินส์คือการปะทุของภูเขาไฟปินาตูโบ ในปี 1991 ซึ่งคร่าชีวิตผู้คนไปกว่า 800 ราย.

ที่มา : channelnewsasia

คลิกอ่านข่าวเกี่ยวกับ ภูเขาไฟ

ฝ่ายค้านพม่าชี้ รัฐบาลทหารทิ้งระเบิดโรงเรียน เด็กดับอย่างน้อย 17 ศพ

ฝ่ายค้านพม่าชี้ รัฐบาลทหารทิ้งระเบิดโรงเรียน เด็กดับอย่างน้อย 17 ศพ

13 พ.ค. 2568 10:03 น.

ฝ่ายค้านพม่าชี้ รัฐบาลทหารทิ้งระเบิดโรงเรียน เด็กดับอย่างน้อย 17 ศพ

รัฐบาลเงาพม่า เผยข่าวสุดสะเทือนใจ กองทัพรัฐบาลทหารพม่าโจมตีทางอากาศใส่โรงเรียนแห่งหนึ่งในเขตควบคุมของฝ่ายค้านเมื่อวันจันทร์ ส่งผลให้เด็กนักเรียนเสียชีวิตอย่างน้อย 17 ราย และบาดเจ็บอีกกว่า 20 ราย

รัฐบาลเงาพม่า หรือ เมียนมา (National Unity Government – NUG) ประณามกองทัพรัฐบาลทหารพม่า หรือ เมียนมาหลังโจมตีทางอากาศใส่โรงเรียนแห่งหนึ่งในเขตควบคุมของฝ่ายค้านแม้จะมีการประกาศหยุดยิงชั่วคราวหลังเหตุแผ่นดินไหวรุนแรงเมื่อปลายมีนาคมที่ผ่านมา โดยโรงเรียนดังกล่าวตั้งอยู่ในเมืองเดปายิน จังหวัดสะกาย ทางตอนกลางของเมียนมา ห่างจากเมืองมัณฑะเลย์ราว 160 กิโลเมตร และใกล้จุดศูนย์กลางของแผ่นดินไหวใหญ่เมื่อวันที่ 28 มีนาคม 

ฝ่ายค้านพม่าชี้ รัฐบาลทหารทิ้งระเบิดโรงเรียน เด็กดับอย่างน้อย 17 ศพ

นายเนโพนลัตต์ โฆษกของ NUG กล่าวว่า จากข้อมูลที่มีตอนนี้ มีเด็กเสียชีวิตแล้วอย่างน้อย 17 ศพ และมีผู้บาดเจ็บอีก 20 คน โดยตัวเลขอาจพุ่งสูงขึ้น เพราะยังมีผู้สูญหายจากแรงระเบิด

ทั้งนี้ นับตั้งแต่การรัฐประหารในปี 2021 ที่กองทัพใช้กำลังปราบปรามผู้ประท้วงอย่างโหดเหี้ยม เมียนมาก็ตกอยู่ในสภาวะสงครามกลางเมือง ฝ่ายกองทัพต้องเผชิญกับแรงต้านจากกองกำลังชาติพันธุ์และกลุ่มติดอาวุธฝ่ายต่อต้านซึ่งร่วมมือกับ NUG จนทำให้หลายพื้นที่หลุดจากการควบคุม

ด้านโฆษกของรัฐบาลทหาร ปฏิเสธที่จะแสดงความคิดเห็นต่อกรณีนี้เมื่อสำนักข่าวรอยเตอร์ติดต่อขอสัมภาษณ์

เพียงไม่กี่วันก่อนหน้านี้ กองทัพเมียนมาเพิ่งประกาศขยายระยะเวลาหยุดยิงหลังแผ่นดินไหวออกไปจนถึงวันที่ 31 พฤษภาคม โดยอ้างว่าเพื่อสนับสนุนภารกิจช่วยเหลือผู้ประสบภัย ซึ่งเป็นท่าทีที่ดูจะสอดคล้องกับกลุ่มติดอาวุธฝ่ายค้านหลายกลุ่มที่ประกาศหยุดยิงก่อนหน้านั้น แต่ในความเป็นจริง กลับมีรายงานการทิ้งระเบิดและการโจมตีด้วยปืนใหญ่จากฝ่ายทหารในหลายพื้นที่ทั่วเมียนมา.

ที่มา : channelnewsasia

คลิกอ่านข่าวเกี่ยวกับ พม่า

ญี่ปุ่นจับเด็กวัย 15 แทงหญิงชราดับ ชี้เป็นการโจมตีแบบไม่เลือกหน้า

ญี่ปุ่นจับเด็กวัย 15 แทงหญิงชราดับ ชี้เป็นการโจมตีแบบไม่เลือกหน้า

13 พ.ค. 2568 05:42 น.

ญี่ปุ่นจับเด็กวัย 15 แทงหญิงชราดับ ชี้เป็นการโจมตีแบบไม่เลือกหน้า

วัยรุ่นชาวญี่ปุ่นอายุเพียง 15 ปี ถูกจับกุมตัวหลังเขาก่อเหตุแทงหญิงชราเสียชีวิตเมื่อช่วงสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา โดยตำรวจเชื่อว่าเป็นการโจมตีโดยไม่เลือกหน้า

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า ตำรวจญี่ปุ่นจับกุมตัวเด็กชายอายุ 15 ปีคนหนึ่ง ซึ่งเป็นนักเรียนชั้นมัธยมต้นในเมืองชิบะ จังหวัดชิบะ เมื่อวันจันทร์ที่ 12 พ.ค. 2568 ในฐานะผู้ต้องสงสัยก่อเหตุฆาตกรรมหญิงชราอายุ 84 ปี ชื่อว่า ยาโยอิ ทาคาฮาชิ เมื่อช่วงสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา

วัยรุ่นรายนี้ถูกกล่าวหาว่า ใช้วัตถุคล้ายมีดแทงนางทาคาฮาชิจากด้านหลัง ขณะที่เธอเดินบนถนนสายหนึ่งในย่านวาคาบะ ของเมืองชิบะ เมื่อเวลาประมาณ 17.00 น. วันอาทิตย์ที่ 11 พ.ค. ตามเวลาท้องถิ่น โดยแหล่งข่าวที่เกี่ยวข้องกับการสืบสวนบอกกับสื่อท้องถิ่นว่า วัยรุ่นรายนี้ยอมรับข้อกล่าวหา

แหล่งข่าวบอกด้วยว่า ตำรวจกำลังสืบสวนความเป็นไปได้ที่ว่า นี่เป็นการโจมตีโดยไม่เจาะจงเป้าหมาย เนื่องจากทั้งสองคนไม่เคยรู้จักกันมาก่อน อย่างไรก็ตาม ยังไม่มีการเปิดเผยว่า อะไรคือแรงจูงใจในการก่อเหตุของเด็กคนนี้

ทั้งนี้ เมื่อเวลาประมาณ 17.10 น. วันอาทิตย์ที่ผ่านมา ตำรวจได้รับแจ้งเหตุฉุกเฉิน ว่ามีหญิงชราคนหนึ่งนอนอยู่บนพื้นถนนในย่านวาคาบะ ตำรวจจึงรีบรุดเดินทางไปยังจุดเกิดเหตุ และพบนางทาคาฮาชินอนจมกองเลือดอยู่ ซึ่งพวกเขารีบพาเธอส่งโรงพยาบาล แต่เธอเสียชีวิตในเวลาต่อมา

จุดเกิดเหตุอยู่ในเขตที่อยู่อาศัย ห่างจากสถานีรถไฟซากุรางิไปทางเหนือเพียง 300 ม. สร้างความตกใจให้แก่ชาวบ้านท้องถิ่นอย่างมาก เช่นหญิงวัย 70 ปีคนหนึ่งซึ่งอาศัยอยู่ใกล้ที่เกิดเหตุกล่าวว่า เธอเป็นคนรุ่นเดียวกับผู้ตาย และเธอคงขัดขืนไม่ได้หากถูกโจมตีจากด้านหลัง

ส่วนชายวัย 68 ปีคนหนึ่งซึ่งไปรับหลานของเขาจากโรงเรียนประถมใกล้เคียงในวันจันทร์ เผยว่า เขาได้ยินว่ามีเด็กหลายคนไม่ได้ไปโรงเรียนในวันนี้ และเขากำชับกับหลานว่า ให้กดสัญญาณฉุกเฉินส่วนตัวทันทีหากเกิดอะไรขึ้น

ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign

ที่มา : japantimes