เด็ก 2 ขวบปีแรก ห่างไกลไวรัส RSV ด้วยภูมิคุ้มกันสำเร็จรูป

เด็ก 2 ขวบปีแรก ห่างไกลไวรัส RSV ด้วยภูมิคุ้มกันสำเร็จรูป

เด็ก 2 ขวบปีแรก ห่างไกลไวรัส RSV ด้วยภูมิคุ้มกันสำเร็จรูป

วันอังคาร ที่ 13 พฤษภาคม พ.ศ. 2568, 07.00 น.

หนึ่งในโรคติดเชื้อที่ทำให้พ่อแม่ผู้ปกครองเป็นกังวลมากที่สุด คงหนีไม่พ้นโรคติดเชื้อไวรัส RSV (Respiratory Syncytial Virus) ซึ่งมักระบาดในกลุ่มเด็กเล็กอายุต่ำกว่า 3 ปี ไวรัสชนิดนี้ทำให้เกิดโรคในระบบทางเดินหายใจทั้งส่วนบนและส่วนล่าง 

แพทย์หญิงมณินทร วรรณรัตน์ กุมารแพทย์โรคระบบทางเดินหายใจ โรงพยาบาลเวชธานี อธิบายว่า เชื้อไวรัส RSV (Respiratory Syncytial Virus) เป็นไวรัสที่ทำให้เกิดโรคในระบบทางเดินหายใจ ทั้งส่วนบนและส่วนล่าง สามารถติดเชื้อได้ทั้งในเด็กและผู้ใหญ่ แต่ส่วนมากมักเกิดในเด็กเล็กที่อายุต่ำกว่า 3 ปี เชื้อไวรัสนี้มีความทนทานต่อสภาพแวดล้อมภายนอกร่างกายได้นานหลายชั่วโมง และอยู่ที่มือของเราได้นานประมาณ 30 นาที

การติดเชื้อไวรัส RSV เกิดจากการสัมผัสสารคัดหลั่งของผู้ที่ติดเชื้อผ่านทางการไอ จาม ไวรัสเข้าสู่ร่างกายผ่านทางตา จมูก ปาก หรือจากการจับมือ ในประเทศไทยมักพบเชื้อไวรัส RSV บ่อยในช่วงฤดูฝนและฤดูหนาว

การติดเชื้อ RSV ส่งผลให้มีอาการคล้ายไข้หวัดธรรมดา เช่น ไข้ ไอ จาม คัดจมูก น้ำมูกไหล แต่เมื่ออาการลุกลาม อาจทำให้เกิดหลอดลมใหญ่อักเสบ หลอดลมฝอยอักเสบ หรือปอดอักเสบ โดยจะมีอาการไข้สูง ไอแรง หอบเหนื่อย หายใจมีเสียงหวีด หรือเสียงครืดคราดในลำคอ และมีเสมหะมากกว่าไข้หวัดธรรมดา เด็กเล็กไม่สามารถเอาน้ำมูกหรือเสมหะออกเองได้ ทำให้หายใจลำบาก

ปัจจุบันสามารถป้องกันการติดเชื้อและลดความรุนแรง ให้กับเด็กๆ ได้ด้วยการฉีดภูมิคุ้มกันสำเร็จรูป RSV (Nirsevimab) ซึ่งเป็นการฉีดสารภูมิคุ้มกัน (Antibody) ต่อเชื้อไวรัส RSV ให้กับร่างกายเพื่อนำไปใช้ต้านทานเชื้อไวรัส RSV ได้ทันที ทั้งนี้ แนะนำให้ฉีดภูมิคุ้มกันสำเร็จรูป RSV โดยแบ่งตามช่วงอายุ ดังนี้  

กลุ่มทารกแรกเกิด – 12 เดือน

ทารกแรกเกิด – 12 เดือนที่มีสุขภาพแข็งแรงดีแนะนำให้ฉีดภูมิคุ้มกันสำเร็จรูป RSV  และทารกแรกเกิด – 12 เดือนที่มีความเสี่ยงต่อการเป็นโรคติดเชื้อ RSV รุนแรง ได้แก่ โรคปอดเรื้อรังจากภาวะคลอดก่อนกำหนด (BPD) ที่ยังคงต้องรักษาด้วยยาสเตียรอยด์ ยาขับปัสสาวะ หรือมีการใช้ออกซิเจนในช่วง 6 เดือนก่อนเข้าสู่ฤดูกาลระบาด

รวมถึงเด็กที่มีภาวะภูมิคุ้มกันบกพร่องอย่างรุนแรง, เด็กที่เป็น โรค cystic fibrosis รุนแรง เช่น เคยเข้ารับการรักษาในโรงพยาบาลเนื่องจากการกำเริบของโรคปอดในปีแรกของชีวิต หรือมีความผิดปกติของภาพถ่ายทรวงอก หรือมีภาวะทุพโภชนาการ (Weight-for-length < 10th percentile) เป็นต้น, เด็กที่มีโรคหัวใจพิการแต่กำเนิดและยังคงได้รับการรักษาอยู่ (hemodynamically significant congenital heart disease)

ในกลุ่มนี้จะได้รับการฉีดวัคซีนสำเร็จรูป RSV จำนวน 1 เข็ม ปริมาณขึ้นอยู่กับน้ำหนักและอายุของเด็ก โดยแนะนำให้ฉีดในระยะเข้าฤดูกาลระบาดของ RSV คือช่วงเดือนมิถุนายนถึงตุลาคมของทุกปี สำหรับทารกที่เกิดในช่วงฤดูกาลระบาดสามารถฉีดภูมิคุ้มกันสำเร็จรูป RSV หลังคลอดได้ทันที 

กลุ่มเด็กอายุ 12 – 24 เดือน 

เด็กอายุ 12 – 24 เดือนที่มีสุขภาพแข็งแรงดีแนะนำให้ฉีดภูมิคุ้มกันสำเร็จรูป RSV 

เด็กอายุ 12 – 19 เดือน ที่มีปัจจัยเสี่ยงต่อการเป็นโรคติดเชื้อ RSV รุนแรง และอาจพิจารณาในเด็กอายุ 19-24 เดือน ที่มีปัจจัยเสี่ยงต่อการเป็นโรคติดเชื้อ RSV รุนแรง

ในกลุ่มนี้จะได้รับการฉีดวัคซีนสำเร็จรูป RSV จำนวน 2 เข็ม ปริมาณขึ้นอยู่กับน้ำหนักและอายุของเด็ก โดยแนะนำให้ฉีดในระยะเข้าฤดูกาลระบาดของ RSV คือช่วงเดือนมิถุนายนถึงตุลาคมของทุกปีเช่นเดียวกัน 

ทั้งนี้ ภูมิคุ้มกันสำเร็จรูป RSV นับว่ามีความปลอดภัย ช่วยลดโอกาสในการติดเชื้อไวรัส RSV ได้ถึง 79.5%, ลดความเสี่ยงจากการรักษาตัวในโรงพยาบาลของการติดเชื้อทางเดินหายใจส่วนล่างที่เกิดจากเชื้อไวรัส RSV ได้ถึง 83.2%, ลดความรุนแรงและลดโอกาสจากการรักษาตัวในไอซียูได้ 75.3% นอกจากนี้ภูมิคุ้มกันสำเร็จรูปสามารถป้องกันการติดเชื้อไว้รัส RSV ได้ยาวนานถึง 5 เดือน ซึ่งครอบคลุมระยะเวลาในช่วงการระบาดของเชื้อไวรัส RSV

นอกจากภูมิคุ้มกันสำเร็จรูป RSV แล้ว สิ่งสำคัญคือการที่พ่อแม่ผู้ปกครองพาลูกน้อยมาฉีดวัคซีนที่จำเป็นตามอายุของเด็ก โดยแบ่งอย่างง่าย ๆ ได้เป็น 2 ประเภท คือ วัคซีนพื้นฐาน คือ วัคซีนที่อยู่ในแผนสร้างเสริมภูมิคุ้มกันโรคของประเทศ แนะนำให้ได้ใช้ในเด็กไทยทุกคน ได้แก่ วัคซีน บีซีจี ป้องกันวัณโรค ให้ตั้งแต่แรกเกิด, วัคซีน ตับอักเสบบี ให้ 3 ครั้ง ตั้งแต่แรกเกิด อายุ 1-2 เดือน และ อายุ 6 เดือน, วัคซีน โปลิโอ ให้เมื่ออายุ 2, 4, 6 เดือน 1 ขวบครึ่ง และ 4-6 ขวบ, วัคซีน คอตีบ-บาดทะยัก-ไอกรนชนิดทั้งเซลล์ ให้พร้อมกับวัคซีนโปลิโอ คือ ให้เมื่ออายุ 2, 4, 6 เดือน 1 ขวบครึ่ง, 4-6 ขวบ และกระตุ้นเมื่ออายุ 11-12 ปี,วัคซีน หัด-หัดเยอรมัน-คางทูม ให้เมื่ออายุ 9-12 เดือน และให้ครั้งที่ 2 เมื่ออายุ2 ขวบครึ่ง, วัคซีน ไข้สมองอักเสบเจอี ให้เมื่ออายุ 9-12 เดือน และกระตุ้นอีกครั้ง 12-18 เดือนต่อมา

วัคซีนทางเลือก เป็นวัคซีนที่มีประโยชน์แต่ยังมีราคาสูงจึงไม่สามารถจัดหาให้แก่เด็ก ๆ ทุกคนได้ ซึ่งในหลาย ๆ ครั้งก็ก่อให้เกิดโรครุนแรง ทำให้คุณพ่อคุณแม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายเอง หากต้องการให้ลูกน้อยได้รับวัคซีน ได้แก่วัคซีน ป้องกันโรคจากเชื้อ Haemophilus Influenzae Type B (Hib) ซึ่งก่อโรคเยื่อหุ้มสมองอักเสบ ติดเชื้อในกระแสเลือด ให้เมื่ออายุ 2, 4, 6 เดือน และกระตุ้นเมื่ออายุ 1-1 ขวบครึ่ง, วัคซีน ป้องกันโรคจากเชื้อนิวโมคอคคัส ซึ่งก่อให้เกิดการติดเชื้อแบบรุกราน (Invasive Pneumococcal Diseases : IPD) เช่น เยื่อหุ้มสมองอักเสบ ติดเชื้อในกระแสเลือด กระดูกและข้อติดเชื้อ ให้ฉีดเมื่ออายุ 2, 4, 6 เดือน และกระตุ้นเมื่ออายุ 12-15 เดือน, วัคซีนป้องกันโรคท้องเสียจากไวรัสโรต้า ให้ 2 หรือ 3 ครั้ง (ขึ้นกับชนิดวัคซีน) เมื่ออายุ 2, 4 และ 6 เดือน โดยการหยอด, วัคซีนไอกรนชนิดไร้เซลล์ ซึ่งได้รับการพัฒนาเพื่อให้มีผลข้างเคียงลดลง บรรจุรวมกับวัคซีนคอตีบ-บาดทะยัก สามารถใช้แทนวัคซีนคอตีบ-บาดทะยัก-ไอกรนชนิดทั้งเซลล์ได้ทุกครั้ง, วัคซีนไข้หวัดใหญ่ ให้ได้ตั้งแต่อายุ 6 เดือนขึ้นไป สำหรับเด็กอายุน้อยกว่า 9 ปีการฉีดปีแรกต้องฉีด 2 เข็ม ห่างกันอย่างน้อย 1 เดือน ในปีต่อมาให้ฉีดปีละ 1 ครั้ง

วัคซีนตับอักเสบเอ ให้ได้ตั้งแต่อายุ 1 ปี โดยให้ 2 ครั้ง ห่างกัน 6-12 เดือน, วัคซีนอีสุกอีใส ให้ได้ตั้งแต่อายุ 1 ปีขึ้นไป และให้ครั้งที่ 2 เมื่ออายุ 2 ขวบครึ่ง – 4 ขวบ ปัจจุบันมีวัคซีนรวมหัด-หัดเยอรมัน-คางทูม-อีสุกอีใส ซึ่งสามารถพิจารณาใช้แทนการฉีดแบบแยกเข็มได้ในเด็กอายุ 1-12 ปี, วัคซีน HPV  ป้องกันมะเร็งปากมดลูก หูดอวัยวะเพศ (และมะเร็งอวัยวะเพศ มะเร็งทวารหนักในผู้ชาย) ให้ได้ตั้งแต่อายุ 9-26 ปี โดยฉีด 3 เข็ม ที่ 0, 6, 12 เดือน หากเริ่มฉีดเข็มแรกก่อนอายุ 15 ปี ฉีดเพียง 2 เข็มได้ โดยฉีดเข็มที่ 2 เมื่อ 6-12 เดือนต่อมา สำหรับเด็กชายให้ฉีดเฉพาะชนิด 4 สายพันธุ์ แต่เด็กหญิงสามารถเลือกใช้ชนิด 2 หรือ 4 สายพันธุ์อย่างใดอย่างหนึ่ง, วัคซีนไข้เลือดออก ฉีดได้ตั้งแต่อายุ 9-45 ปี โดยให้ 3 ครั้ง ที่ 0, 6 และ 12 เดือน

อาการข้างเคียงจากวัคซีน : หลังจากลูกน้อยได้รับวัคซีนทุกครั้งควรเฝ้าสังเกตอาการที่โรงพยาบาลอย่างน้อย 30 นาที เนื่องจากปฏิกิริยาการแพ้รุนแรง (Anaphylaxis) มักเกิดขึ้นภายใน 30 นาทีหลังได้รับวัคซีน ฝีจากวัคซีนบีซีจีที่ฉีดเมื่อแรกเกิดลูกน้อยอาจเป็นฝีใต้ผิวหนังขนาดเล็กอยู่ได้นาน 3-4 สัปดาห์ ไม่ต้องใส่ยาหรือปิดแผล ให้เช็ดแผลด้วยสำลีชุบน้ำต้มสุก หากมีต่อมน้ำเหลืองใกล้ตำแหน่งที่ฉีดวัคซีนบีซีจีมีขนาดใหญ่ควรไปพบแพทย์ อาการปวด บวมบริเวณที่ฉีดวัคซีนหรือมีอาการไข้ ร้องกวน อาเจียน ท้องเสียเป็นอาการข้างเคียงที่ไม่รุนแรง ดูแลโดยให้ยาพาราเซตามอล และรักษาตามอาการ แต่หากมีอาการรุนแรง เช่น ชักสะลึมสะลือ โคม่า มีผื่นลมพิษรุนแรงหายใจลำบาก ตัวเขียว ชีพจรเบาเร็วควรไปพบแพทย์ทันที

อย่างไรก็ตาม เมื่อมาถึงวันนัดฉีดวัคซีน แต่ลูกน้อยกลับมีไข้สูง ควรเลื่อนการฉีดวัคซีนออกไปก่อน แต่หากป่วยเพียงเล็กน้อย เช่น เป็นหวัดโดยไม่มีไข้ หรือท้องเสียเล็กน้อย ก็สามารถรับวัคซีนได้

หากแพ้วัคซีนหรือส่วนประกอบ ควรหลีกเลี่ยงการรับวัคซีนนั้นๆ หากลูกน้อยแพ้ไข่รุนแรงไม่ควรรับวัคซีนที่ผลิตจากไข่ เช่น วัคซีนไข้หวัดใหญ่แต่สามารถรับวัคซีนหัดได้ เพราะในวัคซีนมีไข่ปนอยู่น้อยมาก ควรพาลูกน้อยมารับวัคซีนตามวันนัดและควรนำสมุดบันทึกวัคซีนมาพบแพทย์ทุกครั้งที่รับวัคซีน พร้อมเก็บสมุดบันทึกวัคซีนไว้จนลูกน้อยเติบโตเป็นผู้ใหญ่ เพื่อเป็นข้อมูลสำหรับประเมินภูมิคุ้มกันโรค

‘อิ่มท้อง อิ่มใจ กับฟูจิ’ รวมพลังลูกค้า ร่วมสมทบทุน 6 ล้านบาท มอบให้มูลนิธิ รพ.รามาธิบดี

‘อิ่มท้อง อิ่มใจ กับฟูจิ’ รวมพลังลูกค้า ร่วมสมทบทุน 6 ล้านบาท มอบให้มูลนิธิ รพ.รามาธิบดี

‘อิ่มท้อง อิ่มใจ กับฟูจิ’ รวมพลังลูกค้า ร่วมสมทบทุน 6 ล้านบาท มอบให้มูลนิธิ รพ.รามาธิบดี

วันอังคาร ที่ 13 พฤษภาคม พ.ศ. 2568, 06.00 น.

ภัตตาคารอาหารญี่ปุ่นฟูจิ และร้านข้าวแกงกะหรี่ญี่ปุ่น CoCo Ichibanya ภายใต้การบริหารของบริษัท ทนากรุ๊ป อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด เดินหน้าส่งเสริมสังคมแห่งการแบ่งปันผ่านแคมเปญ “อิ่มท้อง อิ่มใจ กับฟูจิ” ซึ่งจัดขึ้นระหว่างวันที่ 1 มีนาคม ถึง 31 ธันวาคม 2567 โดยเปิดโอกาสให้ลูกค้ามีส่วนร่วมในการสมทบทุนเพียงรับประทานอาหารครบ 500 บาท ทางร้านจะบริจาค 5 บาทต่อบิลเข้าสู่โครงการสนับสนุนระบบสาธารณสุขไทย

อำนาจ ทานาก้า พร้อมคณะผู้บริหารจาก ทนากรุ๊ป อินเตอร์เนชั่นแนล มอบเงิน 2,000,000 บาท ให้แก่ รศ.นพ.ชนเมธ เตชะแสนศิริ ผู้อำนวยการ โรงพยาบาลรามาธิบดีจักรีนฤบดินทร์ และกรรมการบริหารมูลนิธิรามาธิบดีฯ เพื่อสมทบโครงการจัดซื้อเครื่องมือแพทย์สถาบันการแพทย์จักรีนฤบดินทร์ ที่โรงพยาบาลรามาธิบดีจักรีนฤบดินทร์ จังหวัดสมุทรปราการ

ตลอดระยะเวลาแคมเปญ ได้รับความร่วมมือจากลูกค้าอย่างอบอุ่น และในวันที่ 28 เม.ย. 2568 อำนาจ ทานาก้า พร้อมคณะผู้บริหารจาก ทนากรุ๊ป อินเตอร์เนชั่นแนล ได้จัดพิธีส่งมอบเงินบริจาค รวม 6,000,000 บาท ให้แก่มูลนิธิโรงพยาบาลรามาธิบดี โดยมีลูกค้า 10 ท่าน ร่วมเป็นตัวแทนในการส่งมอบน้ำใจในครั้งนี้

ผศ.นพ.อิทธิรัตน์ วัชรานานันท์ กรรมการบริหาร และเหรัญญิก มูลนิธิรามาธิบดีฯ รับมอบเงินบริจาค 2,000,000 บาท เพื่อโครงการอาคารโรงพยาบาลรามาธิบดีและย่านนวัตกรรมโยธี  และเงินบริจาค 2,000,000 บาท สมทบโครงการซ่อมแซมอาคาร 1 โรงพยาบาลรามาธิบดี

การบริจาคในครั้งนี้แบ่งเป็น 3 โครงการหลัก ได้แก่ โครงการอาคารโรงพยาบาลรามาธิบดีและย่านนวัตกรรมโยธี ซึ่งภัตตาคารอาหารญี่ปุ่นฟูจิและ CoCo Ichibanya มอบเงินบริจาครวม 2,000,000 บาท และ มอบเงินบริจาค 2,000,000 บาท เพื่อสมทบโครงการซ่อมแซมอาคาร 1 โรงพยาบาลรามาธิบดี ให้แก่ ผศ.นพ.อิทธิรัตน์ วัชรานานันท์ กรรมการบริหาร และเหรัญญิก มูลนิธิรามาธิบดีฯ ที่ โรงพยาบาลรามาธิบดี ถนนพระราม 6 นอกจากนี้ยังได้บริจาคอีก 2,000,000 บาท ให้แก่โครงการจัดซื้อเครื่องมือแพทย์สถาบันการแพทย์จักรีนฤบดินทร์ โดยส่งมอบให้แก่ รศ.นพ.ชนเมธ เตชะแสนศิริ ผู้อำนวยการ โรงพยาบาลรามาธิบดีจักรีนฤบดินทร์ และกรรมการบริหารมูลนิธิรามาธิบดีฯ ที่โรงพยาบาลรามาธิบดีจักรีนฤบดินทร์ จังหวัดสมุทรปราการ

แคมเปญ “อิ่มท้อง อิ่มใจ กับฟูจิ” ถือเป็นการรวมพลังจากลูกค้าทั่วประเทศที่ไม่เพียงแต่มีความสุขจากมื้ออาหารคุณภาพ แต่ยังได้มีส่วนร่วมในการสนับสนุนโครงการด้านสุขภาพที่สำคัญของประเทศ

การบริจาคในครั้งนี้แบ่งเป็น 3 โครงการหลัก ได้แก่ โครงการอาคารโรงพยาบาลรามาธิบดีและย่านนวัตกรรมโยธี ซึ่งภัตตาคารอาหารญี่ปุ่นฟูจิและ CoCo Ichibanya มอบเงินบริจาครวม 2,000,000 บาท และ “ฟูจิ” ได้มอบเงินบริจาค 2,000,000 บาท เพื่อสมทบโครงการซ่อมแซมอาคาร 1 โรงพยาบาลรามาธิบดี ให้แก่ ที่โรงพยาบาลรามาธิบดี ถนนพระราม 6

ลาคอสท์ เปิด Pop-Up สุดเอ็กซ์คลูซีฟอวดโฉมเสื้อโปโลนวัตกรรมใหม่

ลาคอสท์ เปิด Pop-Up สุดเอ็กซ์คลูซีฟอวดโฉมเสื้อโปโลนวัตกรรมใหม่

ลาคอสท์ เปิด Pop-Up สุดเอ็กซ์คลูซีฟอวดโฉมเสื้อโปโลนวัตกรรมใหม่

วันอังคาร ที่ 13 พฤษภาคม พ.ศ. 2568, 06.00 น.

ลาคอสท์ (LACOSTE) แบรนด์ไลฟ์สไตล์ชั้นสูงจากประเทศฝรั่งเศส โดยบริษัท ไอ.ซี.ซี. อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด (มหาชน) ผู้แทนจำหน่าย แบรนด์ลาคอสท์ ในประเทศไทย เปิด Pop-Up สุดเอ็กซ์คลูซีฟ อวดโฉมเสื้อโปโลนวัตกรรมใหม่ล่าสุด L.12.12 LIGHT Polo Shirt โดยมี เจษ-เจษฎ์พิพัฒ ติละพรพัฒน์ พร้อมเหล่าคนดังมาร่วมเฉลิมฉลอง ที่ชั้น 2 เซ็นทรัลชิดลม 

ลาคอสท์ (LACOSTE) ยกระดับนิยามแห่งความเรียบหรูอย่างมีสไตล์อีกครั้ง กับการเปิดตัว L.12.12 LIGHT Polo Shirt เสื้อโปโลนวัตกรรมใหม่ที่ถูกออกแบบให้คงกลิ่นอายความคลาสสิกจากรุ่นดั้งเดิมที่ออกแบบโดย René Lacoste ตั้งแต่ปี 1933 ที่เข้ากับไลฟ์สไตล์คนยุคใหม่ได้อย่างลงตัว

L.12.12 LIGHT Polo Shirt ออกแบบมาให้เหมาะกับทั้งผู้หญิงและผู้ชาย โดดเด่นด้วยผ้า Piqué แบบใหม่จาก Lacoste ที่นุ่ม เบา โปร่งสบาย และระบายอากาศได้ดีเป็นพิเศษ ให้ความรู้สึกเบาสบายเหมือนไร้น้ำหนักในทุกการสวมใส่ แต่ยังคงเอกลักษณ์และดีเอ็นเอของ Lacoste ไว้อย่างครบถ้วน มาพร้อมเฉดสีให้เลือกถึง 10 สี จะใส่เดี่ยว ๆ ก็คลาสสิก หรือจะมิกซ์แอนด์แมทช์ก็สนุกไม่แพ้กัน

พบกับโมเมนต์สุดเอ็กซ์คลูซีฟเมื่อสไตล์ไอคอนอย่าง เจษ-เจษฎ์พิพัฒ ติละพรพัฒน์ พร้อมเหล่าคนดัง มาร่วมเฉลิมฉลองทำให้ Pop-Up นี้กลายเป็นจุดหมายปลายทางสุดคูลที่ทุกคนต้องมาช้อป และต้องมาเป็นส่วนหนึ่งของความเอ็กซ์คลูซีฟ อีกทั้ง ยังสะท้อนถึงความเบาสบายที่มาพร้อมความหรูหราของเสื้อโปโลตัวใหม่ พร้อมกิจกรรมอินเตอร์แอคทีฟที่เชิญชวนแฟนๆ Lacoste ให้ได้สัมผัสกับสไตล์อันเป็นเอกลักษณ์ของแบรนด์ ซึ่งมีไฮไลท์ที่ไม่ควรพลาด ไม่ว่าจะเป็นเติมหวานให้วันพิเศษ สำหรับสมาชิก Le Club Lacoste รับฟรี! คุกกี้สุดไอคอนนิคจากลาคอสท์

หรือเติมเอกลักษณ์ให้กับเสื้อตัวเก่ง ด้วยบริการปักเสื้อ ให้เสื้อตัวโปรดของคุณมีเอกลักษณ์ไม่เหมือนใคร นอกจากนี้ ออกัส-วชิรวิชญ์ ไพศาลกุลวงศ์ หนุ่มหล่อจากซีรีส์ยอดนิยมชวนอวด     4 ลุคให้สนุกกับแต่งตัวทุกสไตล์แมทช์ง่ายทุกวันไม่มีเบื่อ ไม่มีเอ้าท์

แฟน ๆ Lacoste สามารถสัมผัสความเบาสบายสไตล์ใหม่ของ L.12.12 LIGHT Polo Shirt ได้แล้ววันนี้ที่ร้าน Lacoste ทุกสาขาทั่วประเทศ ส่วน  Pop-Up สุดเอ็กซ์คลูซีฟจะมีให้ช้อปไปจนถึววันที่15 พฤษภาคม นี้เท่านั้น

ระวัง! หมอนรองกระดูกกดทับเส้นประสาท เสี่ยงอัมพาตโดยไม่รู้ตัว

ระวัง! หมอนรองกระดูกกดทับเส้นประสาท เสี่ยงอัมพาตโดยไม่รู้ตัว

ระวัง! หมอนรองกระดูกกดทับเส้นประสาท เสี่ยงอัมพาตโดยไม่รู้ตัว

วันอังคาร ที่ 13 พฤษภาคม พ.ศ. 2568, 06.00 น.

อาการปวดหลังหรือปวดคอ  อาจดูเหมือนเป็นเรื่องปกติในชีวิตประจำวัน แต่รู้หรือไม่ว่าอาการเหล่านี้อาจซ่อนภัยร้ายที่หลายคนมองข้าม เช่น “ภาวะหมอนรองกระดูกกดทับเส้นประสาท” ซึ่งหากปล่อยไว้โดยไม่รักษา อาจรุนแรงถึงขั้นทำให้เป็นอัมพาตได้

หมอนรองกระดูกกดทับเส้นประสาทคืออะไร? นพ.ปิลันธน์ ใจปัญญา (ว.48593) ศัลยแพทย์เฉพาะทางด้านกระดูกสันหลังและการผ่าตัดส่องกล้อง ศูนย์กล้ามเนื้อ กระดูกและข้อ โรงพยาบาลนวเวช ให้ข้อมูลว่า  หมอนรองกระดูกเป็นแผ่นเนื้อเยื่อที่อยู่ระหว่างกระดูกสันหลังแต่ละข้อ มีหน้าที่ดูดซับแรงกระแทกและช่วยให้กระดูกเคลื่อนไหวได้อย่างยืดหยุ่น แต่เมื่อหมอนรองกระดูกเคลื่อนตัวหรือเสื่อมสภาพจนปลิ้นออกไปกดทับเส้นประสาท ก็จะทำให้เกิดอาการปวด ชา หรืออ่อนแรงในบริเวณแขน ขา หรือส่วนต่าง ๆ ของร่างกาย ขึ้นอยู่กับตำแหน่งของการกดทับ

ปัจจัยเสี่ยงที่อาจทำให้เกิดภาวะนี้ มีดังนี้ อายุที่เพิ่มขึ้น: หมอนรองกระดูกสูญเสียความยืดหยุ่นและเสื่อมลงตามวัย, น้ำหนักเกินมาตรฐาน: ทำให้กระดูกสันหลังต้องรับภาระมากขึ้น, ท่าทางในการใช้งานร่างกายไม่ถูกต้อง: เช่น ก้มเงยนาน ๆ หรือยกของหนักผิดวิธี, สูบบุหรี่: ลดการไหลเวียนของเลือดไปเลี้ยงหมอนรองกระดูก ทำให้เสื่อมเร็วขึ้น, กรรมพันธุ์: หากคนในครอบครัวมีประวัติโรคนี้ ความเสี่ยงก็จะสูงขึ้นตาม

อาการที่ควรสังเกต ได้แก่ ปวดคอหรือปวดหลังเรื้อรัง ไม่ทุเลาแม้พักผ่อน ปวดร้าวลงแขนหรือขา อาจมีอาการชา

กล้ามเนื้ออ่อนแรง ขยับมือหรือเท้าไม่สะดวก ในรายที่รุนแรง อาจมีปัญหาเรื่องการควบคุมปัสสาวะหรืออุจจาระ

แนวทางการวินิจฉัยและการรักษา : การวินิจฉัย แพทย์จะซักประวัติและตรวจร่างกาย การเอกซเรย์ เพื่อดูแนวกระดูกและความผิดปกติ การตรวจ MRI ช่วยให้เห็นภาพเส้นประสาทและหมอนรองกระดูกได้ละเอียด

การรักษา (ขึ้นอยู่กับความรุนแรงของอาการ) ระยะเริ่มต้น: ปรับพฤติกรรม หลีกเลี่ยงท่าทางที่กระตุ้นอาการ ระยะปานกลาง: ใช้ยาแก้ปวด ยาต้านการอักเสบ พร้อมทำกายภาพบำบัด ระยะรุนแรง: อาจต้องฉีดยาลดการอักเสบเฉพาะจุด หรือพิจารณาผ่าตัดในกรณีที่อาการรบกวนการใช้ชีวิต

การดูแลและป้องกันไม่ให้เกิดหรือกลับมาเป็นซ้ำ มีกังนี้ จัดท่าทางในการนั่ง ทำงาน และยกของให้ถูกหลัก หลีกเลี่ยงพฤติกรรมที่ทำให้ก้มคอนาน ๆ เช่น การเล่นมือถือ ออกกำลังกายอย่างเหมาะสม สม่ำเสมอ โดยเน้นกล้ามเนื้อหลังและแกนกลางลำตัว ควบคุมน้ำหนักให้อยู่ในเกณฑ์ที่เหมาะสม และ งดสูบบุหรี่

แม้ว่าอาการจะดูเล็กน้อยในตอนเริ่มต้น แต่หากละเลยการดูแล อาจนำไปสู่ผลกระทบต่อการใช้ชีวิตในระยะยาวได้หากคุณสงสัยว่าตนเองหรือคนใกล้ตัวอาจมีภาวะนี้ ควรรีบเข้ารับการตรวจจากแพทย์เฉพาะทาง เพื่อประเมินอาการและเริ่มการรักษาอย่างเหมาะสมโดยเร็วที่สุด

สามารถขอรับคำปรึกษาได้ที่ ศูนย์กล้ามเนื้อ กระดูกและข้อ โรงพยาบาลนวเวช โทร.1507 I Line: @navavej เพื่อฟื้นคืนคุณภาพชีวิตที่ดีให้กลับมาอีกครั้ง

คุณแหน: 13 พฤษภาคม 2568

คุณแหน: 13 พฤษภาคม 2568

คุณแหน: 13 พฤษภาคม 2568

วันอังคาร ที่ 13 พฤษภาคม พ.ศ. 2568, 06.00 น.

●● พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ พระราชทานโล่รางวัลในงานพระราชพิธีพืชมงคลจรดพระนังคัลแรกนาขวัญประจำปี 2568 ให้แก่ ปราชญ์เกษตรของแผ่นดินจำนวน 3 สาขา, เกษตรกรดีเด่นแห่งชาติจำนวน16 สาขาอาชีพ, ผู้แทนสถาบันเกษตรกรดีเด่นแห่งชาติจำนวน 12 กลุ่ม และผู้แทนสหกรณ์ดีเด่นแห่งชาติจำนวน 7 สหกรณ์ ณ พลับพลาที่ประทับ มณฑลพิธีท้องสนามหลวง เมื่อ 9 พ.ค.…ในการนี้ สวง คุ้มวิเชียร เป็นหนึ่งในปราชญ์เกษตรดีเด่น ที่เข้ารับ พระราชทานโล่รางวัลในครั้งนี้ด้วย ยังความปลาบปลื้มในพระมหากรุณาธิคุณแก่เจ้าตัวและวงศ์ตระกูลเป็นล้นพ้น…

●● ใครรับผิดชอบ ? กรณี สว.พญ.เกศกมลเปลี่ยนสมัย ถูก กกต.มีมติสั่งเรื่องกรณีถูกกล่าวหากระทำการหลอกลวงให้ผู้อื่นเข้าใจผิดในคุณสมบัติความรู้ความสามารถหรือชื่อเสียงเกียรติคุณไปยังศาลฎีกา จากเหตุแจ้งว่ามีคุณสมบัติ “ดอกเตอร์”จาก CALIFORNIA UNIVERSITY ในการยื่นสมัคร สว.คณะ กก. สืบสวนได้เสนอรายงานพร้อมความเห็นว่าการใช้คำนำดอกเตอร์จะต้องเป็นการไปเรียนจริงจนจบได้วุฒิบัตรเรียบร้อย อีกทั้งสถาบันดังกล่าวใช้วิธีส่งรายงานและการเทียบโอนเกรด ซึ่งยังไม่ได้มีการรับรองวิทยฐานะจากหน่วยงานเกี่ยวข้องในไทย คดีนี้ กกต. มีมติรับเป็นสำนวนตั้งแต่ 5 ก.ค.2567 ถึงบัดนี้ก็ล่วงเลยมากว่าหนึ่งปีแล้ว จึงมีคำถามว่าใครรับผิดชอบกรณีเงินเดือนท่าน สว.รวมทั้งเงินเดือนและค่าใช้จ่ายสำหรับสตาฟอีก 5 คนรวมเป็นเงินหลวงหลายล้านบาท… ที่จะอ้างว่าสถาบันฯนี้มีจริงในสหรัฐฯคงไม่ถูกต้อง ต้องเข้าใจว่าสหรัฐฯเขาเป็นประเทศประชาธิปไตยจ๋า ใครจะเปิดสถาบันการศึกษาเรียกว่าอะไรก็ไม่ใช่เรื่องใหญ่ แต่ในรัฐแคลิฟอร์เนียเขามีหน่วยรับรองวิทยฐานะคอยดูแล, “WESTERN ASSOC.” ซึ่งก็เป็นแหล่งเดียวกับหนังสือทำเนียบที่ ก.พ. ใช้เปิดอ้างอิงกรณีพิจารณาผู้สมัครเข้ารับราชการตลอดระยะเวลายาวนาน…

●● กรณีปริญญาดอกเตอร์จากสถาบันการศึกษาต่างประเทศที่ไม่ได้รับวิทยฐานะมีมานานปีแล้ว ย้อนไปปี 2522 พล.อ.เกรียงศักดิ์ ชมะนันทน์ ดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีคนที่ 15 ได้แต่งตั้ง พัลลภ บัวสุวรรณ อดีตเลขาธิการสมาคมแห่งแคลิฟอร์เนียภาคใต้ ให้เป็นหนึ่งในสตาฟของนายกฯ … เช้าวันหนึ่ง อดีตท่านนายกฯได้เอ่ยให้ที่ปรึกษาฯ ทราบว่าอีกสองวันท่านจะได้เป็นดอกเตอร์จากสหรัฐฯแล้ว ที่ปรึกษาฯจึงกล่าวแสดงความยินดีกับ ฯพณฯ พร้อมเรียนถามถึงชื่อของสถาบันการศึกษา ท่านนายกฯแจ้งว่าได้รับอนุมัติเรียบร้อยจาก W. UNIVERSITY เท่านั้นเองความแตกเพราะชื่อมหาวิทยาลัยในแคลิฟอร์เนียที่ตั้งขึ้นเพื่อการพาณิชย์ ที่ปรึกษาฯทราบดี จึงเรียนให้ ฯพณฯ ว่าไม่สมควรรับอย่างยิ่ง เพราะท่านดำรงตำแหน่งสำคัญมีเกียรติสูง แต่มหาวิทยาลัยนี้ไม่ได้การรับรอง วิทยฐานะทั้งในสหรัฐฯและไทย ท่านนายกฯรับทราบพร้อมเรียก ทส. ระดับยศ พลเอก มาสั่งให้ระงับงานที่ฝรั่งกำหนดจัดเตรียมไว้แล้ว และให้ทำรายงานอย่างละเอียดให้ท่านทราบด้วย…

●● งานมุฑิตาจิต ครบ 1 ศตวรรษ ศ.ดร.ภญ.สสี ปันยารชุน ผู้ก่อตั้งคณะเภสัชศาสตร์ ม.เชียงใหม่จัดที่โรงแรมเอเชีย ราชเทวี ศ.ดร.ภญ.กฤษณา ไกรสินธุ์ ร่วมอภิปรายบนเวทีด้วย…

●● พูลศรี เจริญพงศ์ ศิลปินนักร้องวัย 90 ปี ยังทักทายทางไลน์ทุกเช้ากับ สุพจน์ ผจญยุทธ์ เป็นการบอกว่ายังสบายดีอยู่…

●● ชาวราชินีรุ่น 65 มาพบปะกันพร้อมทำบุญอุทิศส่วนกุศลให้เพื่อนๆ ร่วมรุ่นที่จากไป
ณ รร.ดิ เอมเมอรัลด์ รัชดาฯ เมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมามีศิษย์เก่า อาทิ อ.ยุรฉัตร บุญสนิท เดินทางไกลมาจากสงขลา อารีย์ กังวาลเนาวรัตน์ รับหน้าที่พิธีกร ฯลฯ…

●● พญ.คุณหญิงพรทิพย์ โรจนสุนันท์ มีทริปไปจีนช่วงนี้ คุณยายกล้องมีภาพสวยๆ เก๋ๆ มาฝากเพื่อนๆ ตามเคย…โปรดติดตามชม !!…

บารอนเนส

อนันตรา สยาม กรุงเทพฯ จับมือแบรนด์ InThai สร้างสรรค์งานคราฟ์ไทย สู่ศิลปะบนโต๊ะน้ำชาอันรื่นรมย์

อนันตรา สยาม กรุงเทพฯ จับมือแบรนด์ InThai สร้างสรรค์งานคราฟ์ไทย สู่ศิลปะบนโต๊ะน้ำชาอันรื่นรมย์

อนันตรา สยาม กรุงเทพฯ จับมือแบรนด์ InThai สร้างสรรค์งานคราฟ์ไทย สู่ศิลปะบนโต๊ะน้ำชาอันรื่นรมย์

วันอังคาร ที่ 13 พฤษภาคม พ.ศ. 2568, 06.00 น.

โรงแรมอนันตรา สยาม กรุงเทพฯ ร่วมกับ มายด์-อารียา บุญช่วย ดีไซเนอร์และเจ้าของแบรนด์ InThai แบรนด์สินค้าแฟชั่นและเครื่องประดับที่มีเอกลักษณ์โดดเด่นด้านเทคนิคงานหัตถกรรมไทย ผสมผสานความเป็นไลฟ์สไตล์ ได้สร้างสรรค์งานคราฟท์ไทยสู่ศิลปะบนโต๊ะน้ำชา ภายใต้คอนเซ็ปต์ “Woven Carp Afternoon Tea” 

“Woven Carp Afternoon Tea” ได้แรงบันดาลใจจากศิลปะลายไทย กับความร่มรื่นของสวนและบ่อปลาคาร์ฟซึ่งเป็นสัญลักษณ์ของโรงแรมฯ มาสร้างสรรค์ผลงานเป็นรูปปลาตะเพียน ที่สื่อถึงความอุดมสมบูรณ์ และยังสะท้อนถึงภูมิปัญญาและความเชื่อของชาวไทยโบราณที่มักแขวนปลาตะเพียนไว้เพื่อความเป็นสิริมงคล รวมถึงการใช้เทคนิคเขียนลายเบญจรงค์ลงบนจานเซรามิค พร้อมประดับตกแต่งด้วยเลเยอร์โมบายปลาตะเพียน ในโทนสีฟ้า-ขาว สื่อถึงสายน้ำ เหมือนกับฝูงปลาตะเพียนกำลังแหวกว่ายอยู่ในน้ำ เพื่อให้อาฟเตอร์นูนทีเซ็ทพิเศษนี้มีความโดดเด่นและพิเศษมากยิ่งขึ้น

นอกจากนี้ ปลาตะเพียนสานทุกชิ้น ยังเป็นงานคราฟท์ทำมือ โดยได้ช่างชุมชนฝีมือดีของแบรนด์ InThai จากจ.แพร่ และสมุทรปราการ มาถักทอใบลานเป็นปลาตะพียนขนาดต่างๆ เพื่อตกแต่งบรรยากาศเพิ่มความรื่นรมย์ เรียกได้ว่า เป็นการผสมผสานความเป็น Thai Contemporary ร่วมสมัยของแบรนด์ กับ Thai Heritage ของโรงแรมฯได้อย่างลงตัว  

สำหรับเมนูในเซ็ท เชฟเอ๋-อนุพงษ์ นวลฉวี หัวหน้าพ่อครัวเพสทรี (Cluster Executive Pastry Chef) ได้รังสรรค์ 10 เมนูของคาวและหวาน ที่มีกลิ่นอายความเป็นไทยคอนเทมโพรารี พร้อมชูความพิเศษของวัตถุดิบที่โดดเด่นจากแต่ละภาค ได้แก่ Surat Thani Blue Crab Sandwich แซนวิชไส้แกงเหลืองปูสุราษฏ์ธานี, Tom Kha Gai Krathong Thong กระทงทองไส้ต้มข่าไก่, Miang Kham Foie Gras เมี่ยงคำฟัวกราส์, Nakhon Chai Si Pomelo Salad แซลมอนย่างกับยำส้มโอนครชัยศรี เสิร์ฟมาในขนมปังฟอคคาเซีย ฯลฯ 

เมนูของหวาน ได้แก่ Samui Coconut Choux ชูว์ครีมไส้มะพร้าวอ่อนและไวท์ช็อคโกแลตจากเกาะสมุย, Som Jeed Cake บัตเตอร์เค้กไส้ช็อคโกแลตส้ม, Pla-Ta-Pien Macaron มาการองสกรีนลายปลาตะเพียนไส้มะนาวและเบซิล, Exotic Tart ทาร์ตช็อกโกแลตรสคาราเมลจากชลบุรี ประดับด้วยปลาตะเพียนจิ๋วทำจากแผ่นแป้งทอด ฯลฯ รวมถึงสโคนรส Mango Coconut และสโคนวานิลา ขนมอบ   คู่ชายามบ่าย เสิร์ฟพร้อมแยมโฮมเมด และ clotted cream  

Woven Carp Afternoon Tea พร้อมให้คุณได้สัมผัสความงดงามของงานคราฟท์แบรนด์ไทย ผ่านรสชาติความอร่อยทั้งเมนูคาว และหวาน พร้อมดื่มด่ำกับชา Mariage Frères (มาคิยาจ แฟรส์) โอตกูตูร์แห่งชาอย่างรื่นรมย์ได้ทุกวัน เวลา 14:00 – 18:00 น. ในราคาเซ็ทละ 1,950++บาท (สำหรับ 2 ท่าน) ตั้งแต่วันนี้ถึง 31 กรกฎาคม นี้ ณ เดอะล็อบบี้ โรงแรมอนันตรา สยาม กรุงเทพฯ สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมหรือสำรองที่นั่งล่วงหน้าได้ที่ โทร. 0-2431-9499  

‘ชาย–ชาตโยดม’ ร่วมงาน ‘บ้านหมอละออง’ เปิดตัวยาดมสมุนไพรสูตรพรีเมียม

‘ชาย–ชาตโยดม’ ร่วมงาน ‘บ้านหมอละออง’ เปิดตัวยาดมสมุนไพรสูตรพรีเมียม

‘ชาย–ชาตโยดม’ ร่วมงาน ‘บ้านหมอละออง’ เปิดตัวยาดมสมุนไพรสูตรพรีเมียม

วันอังคาร ที่ 13 พฤษภาคม พ.ศ. 2568, 06.00 น.

บ้านหมอละออง จัดงานเปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่จาก แบรนด์บ้านหมอละออง ยาดมสมุนไพรสูตรพรีเมียม “กระปุกเขียว” หอมล้ำ ไม่ซ้ำใคร ที่ผลิตด้วยแนวคิดสมุนไพรไทยร่วมสมัย บรรจุในแพ็กเกจสีเขียวสะดุดตา นำโดย  ปุ้ย–ศิริวิไล บัวศิริ แอนกาดิ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัทในเครือบ้านหมอละอองกรุ๊ป พร้อมด้วย ชาย–ชาตโยดม หิรัณยัษฐิติ นักแสดงชื่อดังและ Brand Ambassador ของบ้านหมอละออง บรรยากาศภายในงานได้รับการตอบรับจากแฟนคลับหลั่งไหลร่วมกิจกรรมกันอย่างล้นหลาม  ยาดมสมุนไพรสูตรพรีเมียม “กระปุกเขียว” พร้อมวางจำหน่ายแล้ววันนี้ที่ร้าน ซีเอ็ดบุ๊คเซ็นเตอร์ทั่วประเทศ

ปุ้ย–ศิริวิไล บัวศิริ แอนกาดิ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัทในเครือบ้านหมอละอองกรุ๊ป พร้อมด้วย “ชาย–ชาตโยดม หิรัณยัษฐิติ  นักแสดงชื่อดังและ Brand Ambassador ของบ้านหมอละออง ร่วมเปิดตัวผลิตภัณฑ์ด้วยตัวเอง พร้อมพูดคุยเป็นกันเองกับแฟนๆ และร่วมถ่ายภาพอย่างใกล้ชิด บรรยากาศเป็นไปอย่างอบอุ่น โดยช่วงเวลาไฮไลต์ 17:00–18:00 น. มีผู้ร่วมงานเข้าคิวแน่นร้านเพื่อรับสิทธิ์ของพรีเมียม Rare Item อย่างเสื้อยืดและแก้วมัคสกรีนลายชาย–ชาตโยดม พร้อมลายเซ็นสดแบบ Limited Edition ซึ่งแจกให้เฉพาะผู้ซื้อยาดมในงานเท่านั้น

ผลิตภัณฑ์ “ยาดมสมุนไพรบ้านหมอละออง กระปุกเขียว” พร้อมให้ทุกคนสัมผัสความหอมที่แตกต่างได้แล้ววันนี้ที่ร้านซีเอ็ดบุ๊คทั่วประเทศ รวมถึงสินค้าเพื่อสุขภาพจากสมุนไพรไทยคุณภาพเยี่ยมอีกมากมาย อาทิ แชมพูสมุนไพรบ้านหมอละออง, สบู่พลูคาวแอ๊ดวานซ์, และผลิตภัณฑ์ดูแลสุขภาพอีกหลากหลายรายการ สามารถเลือกซื้อได้ที่ ร้านซีเอ็ดทุกสาขา หรือสั่งซื้อออนไลน์ง่ายๆ ได้ทางทุกช่องทางของบ้านหมอละออง

ทั้งนี้ บ้านหมอละอองจะมุ่งมั่นต่อไปเพื่อตลาดสมุนไพรไทย “เชื่อมั่นในสมุนไพรไทย เชื่อใจบ้านหมอละออง” สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม ติดต่อ โทร. 095-080-7887 ไลน์: @laongherbal (มี @) หรือสามารถติดตามข้อมูลข่าวสาร ผ่าน Website: http://www.laongherbal.com หรือ Facebook: http://www.facebook.com/laongherbal

ปักหมุด! DRAG BANGKOK Festival 2025 เฟ้นหา Drag Star หนึ่งเดียว สนับสนุนศิลปินแดร็กไทยก้าวสู่เวทีโลก

ปักหมุด! DRAG BANGKOK Festival 2025 เฟ้นหา Drag Star หนึ่งเดียว สนับสนุนศิลปินแดร็กไทยก้าวสู่เวทีโลก

ปักหมุด! DRAG BANGKOK Festival 2025 เฟ้นหา Drag Star หนึ่งเดียว สนับสนุนศิลปินแดร็กไทยก้าวสู่เวทีโลก

วันอังคาร ที่ 13 พฤษภาคม พ.ศ. 2568, 06.00 น.

ตอกย้ำเมืองไทยเป็นดินแดนแห่ง LGBTQIAN+ ด้านศิลปะ วัฒนธรรม การท่องเที่ยว เยลโล่ แชนแนล (Yellow Channel) ร่วมกับ Bangkok Pride จัดยิ่งใหญ่งาน “DRAG BANGKOK Festival 2025” เทศกาลแดร็ก(DRAG) ครั้งที่ 2 ของประเทศไทยและเอเชีย ระหว่างวันที่ 30 พฤษภาคม – 1 มิถุนายน 2568 พร้อมปักหมุดลานพาร์ค พารากอน ใจกลางกรุงฯ จัดกระหึ่ม “Thailand‘s Drag Star 2025” (ไทยแลนด์ แดร็ก สตาร์ 2025) เวทีประกวดเฟ้นหา Drag Star หนึ่งเดียวของประเทศไทย เพื่อชูจุดยืนสนับสนุนศิลปินแดร็กไทยสู่เวทีโลก 

เตรียมปักหมุด! กิจกรรมใหญ่ประจำปีของชาวแดร็ก(DRAG) กับงาน “DRAG BANGKOK Festival 2025” และ “Thailand‘s Drag Star 2025” (ไทยแลนด์ แดร็ก สตาร์ 2025) ที่ Yellow Channel โดยคุณภัทร เลิศสุกิตติพงศา กรรมการ บริษัท เยลโล่ แชนแนล จำกัด ในฐานะผู้ก่อตั้งและผู้จัดงาน “DRAG BANGKOK Festival” พร้อมจัดยิ่งใหญ่ควบคู่ไปกับกิจกรรม “Bangkok Pride Festival 2025” (บางกอกไพรด์ เฟสติวัล 2025) ให้กระหึ่ม! เมืองไทย โดยคาดหวังให้งานนี้เป็นเวทีที่จะยกระดับศิลปะแดร็กไทยสู่เวทีโลก ภายใต้ธีม “Thaituristic Drag Scene” นำเสนออัตลักษณ์ไทย ผ่านการแสดงที่ทรงพลังและสร้างสรรค์ และยังเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญในการรับรองศิลปิน “แดร็ก” ให้เป็นอาชีพที่ได้รับการยอมรับในระดับสากล 

พบกับการแสดงมากมายจากศิลปินแดร็ก และการประกวด “Thailand‘s Drag Star 2025” (ไทยแลนด์ แดร็ก สตาร์ 2025) สุดอลังการ ในวันศุกร์ที่ 30 พฤษภาคม 2568 รวมถึงขบวนแดร็กพาเหรด “DRAG BANGKOK PRIDE PARADE” ที่ยิ่งใหญ่ตระการตาที่สุดของประเทศไทย ที่ร่วมแสดงพลังไปกับขบวน Bangkok Pride Festival 2025 ในวันอาทิตย์ที่ 1 มิถุนายน 2568 นี้ เพื่อผลักดันให้กรุงเทพมหานคร ประเทศไทยเป็น Global Festival และเป็นเทศกาลแห่งชาติ 

งานนี้ถือเป็น DRAG Festival ปีที่ 2 ของประเทศไทยและเอเชีย ที่รวมตัวศิลปิน Drag จากทั่วทุกมุมโลก ทั้งในประเทศไทยและต่างประเทศกว่า 500 ชีวิต มาอยู่ในที่เดียว ถือเป็นการรวมตัวอย่างยิ่งใหญ่ของชุมชนแดร็กไทย และเป็นการรวมตัวยิ่งใหญ่ของตัวแทนกลุ่มผู้ประกอบการ ห้างร้าน ดารานักแสดง ที่ร่วมสนับสนุน Thai Drag Community เลยทีเดียว นอกจากนี้ยังเป็นการจัด “Thailand’s Drag Star 2025” (ไทยแลนด์ แดร็ก สตาร์ 2025) เวทีประกวดเพื่อค้นหาสุดยอด Drag Star(แดร็ก สตาร์) ของประเทศไทย ประจำปี 2025 ครั้งแรกสุดอลังการ สร้างมาตรฐาน และตำนานให้กับเหล่าศิลปินแดร็กในประเทศไทย 

ภัทร เลิศสุกิตติพงศา กรรมการบริษัท เยลโล่ แชนแนล จำกัด ในฐานะผู้ก่อตั้งและผู้จัดงาน “DRAG BANGKOK Festival” กล่าวว่า Yellow Channel ก่อตั้งขึ้นในปี 2017 โดยเป็นกลุ่มผู้จัดทำข้อมูลข่าวสาร และกิจกรรมเกี่ยวกับแดร็กในประเทศไทย เจตนารมณ์ของการจัดงานครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อกระจายข่าวและสร้างการรับรู้ ความเข้าใจให้กับสังคมเกี่ยวกับวัฒนธรรมแดร็ก ที่ยึดโยงกับชุมชน LGBTQIAN+ ต่อยอดเป็นกิจกรรมการแสดง ปาร์ตี้ แฟชั่นโชว์ การประกวด และกิจกรรมเวิร์คช็อป การเสวนา และแคมเปญขับเคลื่อนต่าง ๆ มากมาย พร้อมการรวมตัวศิลปินแดร็กในประเทศไทย เพื่อจัดทำเป็นขบวนแดร็กพาเหรดตั้งแต่ปี 2024 ในปีแรก และปีนี้ 2025 เป็นปีที่ 2 และคาดว่าจะมีต่อเนื่องในปีต่อๆ ไป เนื่องจากเล็งเห็นถึงการเติบโตของชุมชนแดร็กไทย ที่มีศักยภาพในการเป็นหนึ่งในกลุ่มศิลปินที่นอกจากจะเป็นกระบอกเสียงให้กับชุมชน LGBTQIAN+ ของประเทศไทยแล้ว ยังช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจให้กับประเทศไทยในฐานะหนึ่งใน Soft Power ที่ทรงพลังได้อีกด้วย

“Thailand’s Drag Star 2025” (ไทยแลนด์ แดร็ก สตาร์ 2025) เป็นเวทีประกวดเพื่อค้นหาสุดยอด Drag Star(แดร็ก สตาร์) ของประเทศไทย ประจำปี 2025 ที่บริษัท เยลโล่ แชนแนล จำกัด และพันธมิตร ร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการจัดงานประกวดในครั้งนี้ เพื่อค้นหาสุดยอด Drag Star (แดร็ก สตาร์) ของประเทศไทย ต่อยอดไปสู่การจัดทำเวทีประกวดระดับนานาชาติสร้างชื่อให้กับประเทศไทยต่อไปในอนาคต โดยผู้ชนะจะได้รับเงินรางวัลมูลค่า 100,000 บาท สัญญาร่วมงานกับบริษัท เยลโล่ แชนแนล จำกัด เป็นระยะเวลา 1 ปี และของรางวัลจากผู้สนับสนุนอื่นๆ อีกมากมาย ซึ่งผู้ที่ประกวดในเวทีนี้ จะต้องเป็นผู้ที่มีคุณสมบัติครบถ้วน ทั้งความคิดสร้างสรรค์ ความชัดเจนในตัวตน เป้าหมาย และความมุ่งมั่นที่จะร่วมขับเคลื่อน Thai Drag Community ไปด้วยกัน เป็นเหมือนแบรนด์แอมบาสเดอร์ และภาพจำของแดร็กไทยในแต่ละปี” 

การประกวด “Thailand’s Drag Star 2025” (ไทยแลนด์ แดร็ก สตาร์ 2025) เวทีที่รวมตัวศิลปินแดร็กจากทั่วฟ้าเมืองไทย มาฟาดฟันเพื่อค้นหาสุดยอด Drag Star 1 เดียวครั้งนี้ ถือเป็นปีแรกที่จัด และได้เปิดรับสมัครไปแล้วตั้งแต่วันที่ 9 เมษายน 2568 ที่ผ่านมา ผ่านช่องทางออนไลน์ของกองประกวด มีผู้สนใจเข้าประกวดเป็นจำนวนมาก ก่อนที่ทีมงานจะคัดเลือกเหลือเพียง 20 คน จาก 14 จังหวัด ได้แก่  กรุงเทพมหานคร,นนทบุรี,สมุทรปราการ,บุรีรัมย์,นครราชสีมา,นครศรีธรรมราช,ภูเก็ต,พัทลุง ,สระแก้ว,ขอนแก่น,สุรินทร์,เชียงใหม่,กำแพงเพชร,นครสวรรค์ ซึ่งจะมีเพียงหนึ่งเดียวเท่านั้น ที่เป็นผู้ชนะคว้ามง Thailand’s Drag Star 2025 ไปครอง โดยเวทีนี้จะจัดการประกวด 3 วัน คือ วันปฎิบัติภารกิจ พร้อมการเก็บตัว 28-29 พฤษภาคม 2568 และวันที่ 30 พฤษภาคม 2568 เป็นการประกวดในรอบสุดท้าย(The Finale) ที่ลานพาร์คพารากอน ศูนย์การค้าสยามพารากอน ตั้งแต่เวลา 17.00 น. เป็นต้นไป

ปีนี้ “Thailand’s Drag Star 2025” (ไทยแลนด์ แดร็ก สตาร์ 2025) มาพร้อมกับการเฉลิมฉลองในช่วง Pride Month ที่ไม่ธรรมดา จับตาเอาไว้ให้ดี รับประกันว่างานนี้ เดือดแน่!! โดยเฉพาะผู้เข้าประกวดทั้ง 20 คน จาก 14 จังหวัด ต่างถิ่น ต่างที่มา ต่างสไตล์ แต่ทุกคนมีเป้าหมายเดียวกันนั่นคือ การคว้ามง คว้าชัยชนะ “มากกว่าตำแหน่งและเงินรางวัล” คือ ความสำเร็จที่จะเป็น “Thailand’s Drag Star 2025” (ไทยแลนด์ แดร็ก สตาร์ 2025) บันไดที่จะนำพาไปสู่เส้นทางที่จะเปลี่ยนแปลงชีวิตของพวกเค้าไปตลอดกาล 

อีกหนึ่งเป้าหมายสำคัญของการจัดงาน “DRAG BANGKOK Festival 2025” และ “Thailand‘s Drag Star 2025” (ไทยแลนด์ แดร็ก สตาร์ 2025) ครั้งนี้ คือ การสนับสนุนให้เกิดศิลปิน Drag หน้าใหม่ตามจังหวัดต่าง ๆ ทั่วประเทศ เพื่อให้เกิดเป็น Drag Festival ในจังหวัดหัวเมืองต่างๆ ได้ ไม่ว่าจะเป็น จ.เชียงใหม่ ,พัทยา จ.ชลบุรี และ จ.ภูเก็ต เป็นต้น รวมถึงผลักดันให้ Drag เป็นอาชีพที่ได้รับการยอมรับในอุตสาหกรรมบันเทิง และพร้อมเติบโตไปสู่เวทีระดับสากล ทั้งการส่งออกช่างฝีมือ นักแสดง ศิลปิน Drag และแบรนด์ Fashion ไทย สร้างการจดจำและตอกย้ำความเป็นฮับ หรือศูนย์กลางของงานสร้างสรรค์ 

“สำหรับปีที่ 2 ที่จะจัดงาน “Thailand’s Drag Star” (ไทยแลนด์ แดร็ก สตาร์) เรามีเป้าหมายเปิดขยายลิขสิทธิ์ให้ผู้สนใจในจังหวัดต่าง ๆ ทั้ง 77 จังหวัดทั่วประเทศ ส่ง Drag Star แต่ละจังหวัดเข้ามาประกวดชิงมง ในเวทีหลักของ Thailand’s Drag Star พร้อมเป้าหมายก้าวขึ้นเป็นเวทีระดับนานาชาติต่อไป มันคือเวทีนางงามของแดร็ก ที่ไม่ระบุเพศ ไม่ระบุรูปแบบและแนวทาง มันคือเวทีที่จะเป็นการนิยามคำว่าแดร็กของไทยต่อไป” 

ติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมที่ festival@dragbangkok.com หรือที่ Facebook Page : DRAG BANGKOK

เริ่มแล้ว ‘คัดไทย ไทยแลนด์ 2025’ ช้อป ชิม สนับสนุนสินค้าไทย ในบรรยากาศ ‘ไทยป๊อป’ พร้อมใส่ใจสิ่งแวดล้อมกับ ‘โครงการไม่เทรวม’

เริ่มแล้ว ‘คัดไทย ไทยแลนด์ 2025’ ช้อป ชิม สนับสนุนสินค้าไทย ในบรรยากาศ ‘ไทยป๊อป’ พร้อมใส่ใจสิ่งแวดล้อมกับ ‘โครงการไม่เทรวม’

เริ่มแล้ว ‘คัดไทย ไทยแลนด์ 2025’ ช้อป ชิม สนับสนุนสินค้าไทย ในบรรยากาศ ‘ไทยป๊อป’ พร้อมใส่ใจสิ่งแวดล้อมกับ ‘โครงการไม่เทรวม’

วันอังคาร ที่ 13 พฤษภาคม พ.ศ. 2568, 06.00 น.

กรมการค้าภายใน กระทรวงพาณิชย์ ร่วมกับ กูร์เมต์ มาร์เก็ต พรีเมียมซูเปอร์มาร์เก็ตระดับเวิลด์คลาส ภายใต้การบริหารงานโดยกลุ่มเดอะมอลล์ จัดงาน “คัดไทย ไทยแลนด์ 2025” คัดสรรผลไม้คุณภาพเยี่ยม สินค้าของดี ของเด็ดทั่วไทย และเมนูอร่อยร้านดัง จากเกษตรกรและผู้ประกอบการทั่วไทย ส่งตรงให้ชาวกรุงเทพฯ ทุกมุมเมืองเลือกช้อป ชิม สนับสนุนสินค้าไทย ภายใต้บรรยากาศ “ไทยป๊อป” พร้อมจับมือ โครงการไม่เทรวม กรุงเทพมหานคร และ ถุงขยะแชมเปี้ยน สร้างการตระหนักรู้ในด้านสิ่งแวดล้อม ตามแนวทางพัฒนาสังคมควบคู่เศรษฐกิจอย่างยั่งยืน ที่ เดอะมอลล์ไลฟ์สโตร์ บางแค, บางกะปิ, งามวงศ์วาน, ท่าพระ และเดอะมอลล์ โคราช ตั้งแต่วันนี้ – 2 กรกฎาคม 2568

พิธีเปิดงาน ได้รับเกียรติจาก ญาณี ศรีมณี อธิบดีกรมการค้าภายใน กระทรวงพาณิชย์ พร้อมด้วย ผู้บริหารกูร์เมต์ มาร์เก็ต ศุภวุฒิ ไชยประสิทธิ์กุล, พลอยชมพู อัมพุช และผู้บริหารถุงขยะแชมเปี้ยน รัชฎา อินทรชลิต, คุณกฤทธิ์ ดนุเดชสกุล ตลอดจนเกษตรกรและผู้ประกอบการ อาทิ ธนิสร กำธรกิจตระกูล ประธานบริษัท บ้านไร่ธนิสร ฟาร์มล่ำซำ จำกัด, ณิชชา แก้วสุริยา เจ้าของฟาร์มแตงโม ณิชชา ชามม์ ร่วมเปิดงาน ณ เอ็ม แกรนด์ ฮอลล์ ชั้น G เดอะมอลล์ไลฟ์สโตร์ บางแค 

พลอยชมพู อัมพุช ผู้อำนวยการใหญ่บริหารสินค้าซูเปอร์มาร์เก็ต บริษัท เดอะมอลล์ กรุ๊ป จำกัด กล่าวว่า กูร์เมต์ มาร์เก็ต มีความตั้งใจอยากเป็นส่วนหนึ่งในการเผยแพร่ พัฒนา ยกระดับสินค้าไทยให้เป็นที่รู้จักของชาวไทยและชาวต่างชาติยิ่งขึ้น เป็นที่มาของการจัดงานคัดไทย มาร์เก็ต โดยช่วงสงกรานต์ที่ผ่านมา จัดงานภายใต้ชื่อคัดไทย 2025 โอนลี่ ไทยแลนด์ เบสต์ แอนด์ บียอนด์ ที่เอ็มควอเทียร์, เอ็มสเฟียร์ และเอ็มโพเรียม และประสบความสำเร็จอย่างยิ่งในการเผยแพร่ของดีจากท้องถิ่นต่าง ๆ ทั่วไทยให้เป็นที่รู้จักของนักท่องเที่ยวและชาวต่างชาติที่อาศัยอยู่ในประเทศไทย 

ปีนี้จึงขยายความสำเร็จสู่งาน “คัดไทย ไทยแลนด์ 2025” โดยร่วมกับ กรมการค้าภายใน คัดสรรผลไม้ตามฤดูกาลที่มีคุณภาพมาให้ชาวกรุงเทพฯ เลือกเติมความสดชื่นต้อนรับฤดูผลไม้ไทย นำทัพโดยราชาผลไม้อย่างทุเรียนกว่า 20 สายพันธุ์ เช่น ทุเรียนนนท์หมอนทอง ก้านยาว, ชะนีเกาะช้าง, หลงลับแล, พวงมณี, ป่าละอู, สาลิกา, โอวฉี, มูซานคิง, ภูเขาไฟ และทุเรียนเบญจพรรณ

นอกจากนี้ ยังมีผลไม้ตามฤดูกาลส่งตรงจากแหล่งเพาะปลูกคุณภาพ ได้รับการขึ้นทะเบียน GI รวมกว่า 23 ชนิด อาทิ มะพร้าวน้ำหอมบางคล้า จ.ฉะเชิงเทรา, ส้มโอขาวใหญ่สมุทรสงคราม จ.สมุทรสงคราม, สับปะรดภูแลเชียงราย จ.เชียงราย, เมล่อนพันธุ์อิบารากิ, แตงโมพันธุ์โอฮิซามะ, สับปะรดสยามโกลด์ และมะม่วงหลากหลายสายพันธุ์ เป็นต้น และยังมีเมนูอร่อยจากร้านดัง ไม่ว่าจะเป็น กาละแมทิพย์สมุย จ.สุราษฎร์ธานี, อาลัวทุเรียนหมอนทองแท้ จากร้านงามศิลป์ขนมไทย, พายลูกตาล และพายมะพร้าว ร้านวิจิตรา, ขนมเบื้อง ร้านขนมเบื้องหวานผึ้งน้อย อร่อยระดับมิชลิน 4 ปีซ้อน, กุ้งแช่น้ำปลา โกดังนัวส์ และน้ำแตงโมปั่นร้านเบ๊บ ฟรุ้ต เป็นต้น 

พิเศษสุดกับนาทีทองในเวลา 12.00 น. และ 17.00 น. ตลอดทุกวันของการจัดงาน สามารถซื้อผลไม้แบบ 1 แถม 1 รวมถึงผลไม้ราคาพิเศษ เอาใจเหล่าผู้ชื่นชอบผลไม้ไทยให้ได้ช้อปฯ ผลไม้คุณภาพเยี่ยมด้วยราคาสบายกระเป๋าที่มีเพียงงานนี้เท่านั้น  และเพื่อสร้างการตระหนักรู้ในด้านสิ่งแวดล้อม อันเป็นหนึ่งในแนวทางการพัฒนาสังคมควบคู่เศรษฐกิจอย่างยืน  กูร์เมต์ มาร์เก็ต ได้ร่วมมือกับ กรุงเทพมหานคร และถุงขยะแชมป์เปี้ยน นำอีเว้นท์ “คัดไทย ไทยแลนด์ 2025” เข้าร่วมโครงการ “ไม่เทรวม” รณรงค์ให้ลูกค้าภายในงาน และลูกค้าเห็นความสำคัญของการคัดแยกขยะ เพื่อลดปริมาณขยะ สร้างสิ่งแวดล้อมที่ดีต่อโลก

รัชฎา อินทรชลิต รองกรรมการผู้จัดการ บริษัท ดนุเดชอุตสาหกรรม จำกัด ผู้ผลิตถุงขยะแชมเปี้ยน กล่าวว่า แชมเปี้ยนได้ร่วมส่งเสริมการแยกขยะของภาครัฐมาอย่างต่อเนื่อง ตั้งแต่การแยกขยะ การรีไซเคิล จนมาถึงการแยกเศษอาหาร โดยผลิตถุงขยะ 4 สีเพื่อสะดวกต่อการคัดแยก รวมถึง “ถุงขยะแชมเปี้ยน รุ่นไม่เทรวม” เพื่อคัดแยกเศษอาหารก่อนนำไปทิ้งลงถังขยะ เนื่องจากปัจจุบันยังมีขยะสดหรือเศษอาหารกว่า 50% ที่ถูกทิ้งปะปนมากับขยะประเภทอื่น ๆ ทำให้ยากในการนำไปจัดการต่อ โดยในงานคัดไทย ไทยแลนด์ นอกจากติดตั้งจุดแยกขยะ ยังมีกิจกรรมเกมมาสร้างสีสันและความสนุกสนานให้ผู้ร่วมงาน เพื่อให้ความรู้และสร้างความตระหนักสนับสนุนให้เกิดพฤติกรรมคัดแยกขยะในระดับครัวเรือน ซึ่งนำไปสู่การนำขยะเหลือทิ้งมาใช้ให้เกิดประโยชน์สูงสุด ลดปริมาณขยะในบ่อฝังกลบ และลดมลภาวะในสิ่งแวดล้อม

มาช้อป ชิม อุดหนุนสินค้าของดีทั่วไทย สนับสนุนเกษตรกรและผู้ประกอบการไทยอย่างยั่งยืน บนความใส่ใจสิ่งแวดล้อม ในงาน “คัดไทย ไทยแลนด์ 2025” ได้ที่ เดอะมอลล์ไลฟ์สโตร์ บางแค ตั้งแต่วันนี้ – 14 พฤษภาคม 2568, เดอะมอลล์ไลฟ์สโตร์ บางกะปิ วันที่ 15 – 21 พฤษภาคม 2568, เดอะมอลล์ไลฟ์สโตร์ งามวงศ์วาน วันที่ 22 – 28  พฤษภาคม 2568, เดอะมอลล์ ท่าพระ วันที่ 29 พฤษภาคม – 4 มิถุนายน 2568, เดอะมอลล์ โคราช วันที่ 26 มิถุนายน – 2 กรกฎาคม 2568 และเลือกซื้อผลไม้เกรดพรีเมียม และวัตถุดิบคุณภาพทั่วไทยได้ที่ กูร์เมต์ มาร์เก็ต ทุกสาขา ตั้งแต่วันนี้ – 2 กรกฎาคม 2568 ติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ FACEBOOK : GOURMET MARKET THAILAND และ IG : @gourmetmarket

‘KAMEN RIDER 50 YEARS EXHIBITION’ นิทรรศการฉลอง 50 ปีตำนาน Kamen Rider ซีรีส์ฮีโร่แปลงร่างจากญี่ปุ่น

‘KAMEN RIDER 50 YEARS EXHIBITION’ นิทรรศการฉลอง 50 ปีตำนาน Kamen Rider ซีรีส์ฮีโร่แปลงร่างจากญี่ปุ่น

‘KAMEN RIDER 50 YEARS EXHIBITION’ นิทรรศการฉลอง 50 ปีตำนาน Kamen Rider ซีรีส์ฮีโร่แปลงร่างจากญี่ปุ่น

วันอังคาร ที่ 13 พฤษภาคม พ.ศ. 2568, 06.00 น.

สาวกมาสค์ไรเดอร์คับคั่งร่วมชมนิทรรศการสุดยิ่งใหญ่ KAMEN RIDER 50 YEARS EXHIBITION เฉลิมฉลองครบรอบ 50 ปีแห่งตำนาน Kamen Rider ซีรีส์ฮีโร่แปลงร่างจากประเทศญี่ปุ่นที่อยู่ในใจแฟนๆ ทั่วโลกมาจนถึงปัจจุ บัน เปิดให้เข้าชมแล้ววันนี้ – วันอาทิตย์ที่ 13 กรกฎาคม 2568 บริเวณชั้น 4 โซน A บนพื้นที่กว่า 1,200 ตารางเมตร

เพลิดเพลินกับจุดเริ่มต้นของ “ตำนานไอ้มดแดง” และของแถมสุดเอ็กซ์คลูซีฟ เฉพาะประเทศไทยเท่านั้น โดยในวันเปิดงานได้รับเกียรติจาก สมพล ตรีภพนารถ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารธุรกิจศูนย์การค้า บริษัท เอ็ม บี เค จำกัด (มหาชน) พร้อมด้วย สหัพย์ภัค โชควิจิตรกุล กรรมการผู้จัดการศูนย์การค้าเอ็ม บี เค เซ็นเตอร์ มอบกระเช้าดอกไม้แสดงความยินดีและร่วมเปิดงานนิทรรศการ โดยมี กฤษณ์ สกุลพาณิช ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เดกซ์ (ดรีม เอ็กซ์เพรส) จำกัด เกียรติกมล เอี่ยมพึ่งพร ประธานบริหารและกรรมการผู้จัดการ บริษัท ไฟว์สตาร์ เอเจนซี่ จำกัด พิชชาภา ณรงค์พันธ์ กรรมการผู้จัดการ เจแปน อนิเมะ มูฟวี่ ไทยแลนด์ (Japan Anime Movie Thailand) รับมอบ พร้อมนำเยี่ยมชมนิทรรศการ

ภายในนิทรรศการพบกับ หุ่น Masked Rider กว่า 30 ตัว จาก 3 ยุคสำคัญ ได้แก่ ยุคโชวะ (1971 – 1989) ยุคเฮเซ (2000 – 2019) ยุคเรวะ (2020 – ปัจจุบัน) นำเสนอประวัติความเป็นมา เรื่องราวและวิวัฒนาการของ Masked Rider พร้อมการนำเสนอผ่านมุมมองใหม่ให้แฟน ๆ ได้ย้อนรำลึกถึงความทรงจำและรู้จักฮีโร่แต่ละยุคอย่างลึกซึ้ง นอกจากนี้ยังมีโซนถ่ายรูปให้ผู้เข้าชมได้โพสท่าแปลงร่างแบบจัดเต็ม พร้อมทั้ง โซนแสดงเข็มขัดแปลงร่างและอุปกรณ์ต่าง ๆ รวบรวมเข็มขัดหายากที่ไม่สามารถหาซื้อได้แล้ว กลายเป็นของสะสมล้ำค่าสำหรับแฟนพันธุ์แท้ และ โซนจำหน่ายสินค้าลิขสิทธิ์แท้ ของสะสมสุดพิเศษ จากคาเมนไรเดอร์ให้แฟนๆ ได้เลือกช้อปกันอย่างจุใจ พร้อมของที่ระลึกพิเศษสำหรับผู้เข้าชม โดยทุกบัตรเข้าชมจะได้รับ Masked Rider Exhibition Random Card 1 ใบ ซึ่งออกแบบเฉพาะสำหรับงานในประเทศไทยเท่านั้น สำหรับผู้ที่ซื้อบัตร Special Pack จะได้รับเพิ่มเป็นโปสเตอร์รวมคาเมนไรเดอร์แทบทุกยุค ที่ระลึกสุดพิเศษอีกด้วย (จำนวนจำกัด) สำหรับค่าเข้าชม บัตรเด็ก / ผู้สูงอายุ ราคา 400 บาท จะได้รับ Random Card 1 ใบ / บัตร (เด็กที่มีความสูงตั้งแต่ 91 – 120 ซม และผู้สูงอายุที่มีอายุ 60 ปีขึ้นไป) บัตรทั่วไป ราคา 550 บาท จะได้รับ Random Card 1 ใบ / บัตรพิเศษ!! เด็กที่มีความสูงต่ำกว่า 90 เซนติเมตร เข้าฟรี

สาวกมาสค์ไรเดอร์ห้ามพลาดมา “HenShin” แปลงร่างไปด้วยกันกับนิทรรศการ “KAMEN RIDER 50 YEARS EXHIBITION” ตั้งแต่วันนี้ – วันอาทิตย์ที่ 13 กรกฎาคม 2568 ณ ชั้น 4 โซน A ศูนย์การค้า