เบทาโกรเปิดตัวผลิตภัณฑ์อาหารสูตรใหม่ ใส่ใจสุขภาพเพื่อนขนปุย

เบทาโกรเปิดตัวผลิตภัณฑ์อาหารสูตรใหม่ ใส่ใจสุขภาพเพื่อนขนปุย

เบทาโกรเปิดตัวผลิตภัณฑ์อาหารสูตรใหม่ ใส่ใจสุขภาพเพื่อนขนปุย

วันจันทร์ ที่ 12 พฤษภาคม พ.ศ. 2568, 06.00 น.

บริษัท เบทาโกร จำกัด (มหาชน) หรือ “BTG” บริษัทอาหารครบวงจรชั้นนำของไทย จับกระแสใส่ใจดูแลสัตว์เลี้ยงเสมือนเป็นสมาชิกในครอบครัว ปรับพอร์ตสินค้าอาหารสัตว์เลี้ยงแบบครบเครื่องครอบคลุมทั้งสุนัขและแมว พร้อมอัพเกรดผลิตภัณฑ์ Perfecta Veterinary Diet อาหารกลุ่มประกอบการรักษาโรคระดับพรีเมียม 5 สูตรใหม่ และเปิดตัวผลิตภัณฑ์อาหารแมว CAT n joy สูตร Grain Free ลดความเสี่ยงการแพ้ เพื่อให้น้องเหมียวแสนรักอยู่กับเราไปได้นานๆ  

Perfecta แบรนด์อาหารสุนัขและแมวระดับพรีเมียม ตอกย้ำความเป็นแบรนด์ไทยแบรนด์แรกที่มีการพัฒนาสูตรอาหารประกอบการรักษาโรคออกจำหน่ายในประเทศไทย เปิดตัวสินค้า Perfecta Veterinary Diet ที่มีการอัปเกรดสูตรใหม่ โดยมีเนื้อสดเป็นส่วนผสมหลักอันดับหนึ่ง ปราศจากส่วนผสมของข้าวโพด ข้าวสาลี ถั่วเหลือง และ GMOs พร้อมปรับโฉมและรูปแบบบรรจุภัณฑ์ให้ทันสมัยมากขึ้น และยังคงมาตรฐานคุณภาพผ่านการคิดค้นและพัฒนาสูตรร่วมกับคณะสัตวแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยชั้นนำของไทย โดยทั้ง 5 สูตรใหม่ ประกอบด้วย สูตรสำหรับสุนัขและแมวทำหมัน สูตรสำหรับสุนัขและแมวลดหรือควบคุมน้ำหนัก และสูตรสำหรับสุนัขที่มีปัญหาระบบย่อยอาหารและไขมันสูง

นายสมชาญ ศุภปีติพร ประธานเจ้าหน้าที่ปฏิบัติการ กลุ่มธุรกิจสัตว์เลี้ยง บริษัท เบทาโกร จำกัด (มหาชน) 

ส่วนผลิตภัณฑ์ CAT n joy สูตร Grain Free ชูจุดเด่นหมดห่วงเรื่องแพ้สำหรับคนรักแมว เพราะปราศจากส่วนผสมของธัญพืชทุกชนิด (Grain Free) ที่อาจก่อให้เกิดปัญหาระบบทางเดินอาหาร รวมถึงอาการคัน ขนร่วง และผิวหนังอักเสบ  

นายสมชาญ ศุภปีติพร ประธานเจ้าหน้าที่ปฏิบัติการ กลุ่มธุรกิจสัตว์เลี้ยง บริษัท เบทาโกร จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า “ปัจจุบัน สัตว์เลี้ยงกลายเป็นสายใยแห่งความสุขของทุกคนในครอบครัว และแนวโน้มตลาดที่ให้ความสำคัญต่อสุขภาพและความเป็นอยู่ที่ดีของสัตว์เลี้ยงเพิ่มขึ้น เบทาโกรจึงพัฒนาผลิตภัณฑ์อาหารสัตว์เลี้ยงระดับพรีเมียมอย่างต่อเนื่องสำหรับทั้งสุนัขและแมว โดยมุ่งเน้นผลิตภัณฑ์ที่มีคุณภาพเพื่อช่วยดูแลสุขภาพของสัตว์เลี้ยงให้สมบูรณ์แข็งแรง เติมเต็มความสุขให้แก่สมาชิกในครอบครัว และตอกย้ำความมุ่งมั่นในการเป็นผู้นำผลิตภัณฑ์อาหารสัตว์เลี้ยงเกรดพรีเมียมที่มีสินค้าครบทุกความต้องการของผู้เลี้ยงสุนัขและแมว”

กลุ่มธุรกิจสัตว์เลี้ยงของเบทาโกรผลิตและจำหน่ายผลิตภัณฑ์อาหารสัตว์เลี้ยงที่รวมถึงขนมขบเคี้ยวสำหรับสุนัขและแมว ภายใต้แบรนด์ Perfecta, DOG n joy, CAT n joy และ BingoStar โดยจำหน่ายผ่านช่องทางต่าง ๆ อาทิ ร้านค้าปลีกจำหน่ายอาหารสัตว์ โรงพยาบาลสัตว์และคลินิกสัตวแพทย์ และแพลตฟอร์มออนไลน์

กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ เสด็จฯ ทรงเปิดนิทรรศการศิลปกรรมช้างเผือก ครั้งที่ 14

กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ เสด็จฯ ทรงเปิดนิทรรศการศิลปกรรมช้างเผือก ครั้งที่ 14

กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ เสด็จฯ ทรงเปิดนิทรรศการศิลปกรรมช้างเผือก ครั้งที่ 14

วันจันทร์ ที่ 12 พฤษภาคม พ.ศ. 2568, 06.00 น.

สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จเปิดนิทรรศการศิลปกรรมช้างเผือก ครั้งที่ 14 ในหัวข้อ “น้ำกับความเปลี่ยนแปลง” นิทรรศการที่ให้ศิลปินได้นำแรงบันดาลใจจากแนวความคิดเกี่ยวกับความตระหนักถึงความสำคัญของน้ำ และผลกระทบของน้ำต่อสิ่งมีชีวิตทั้งหลาย โครงการศิลปกรรมช้างเผือกในปีนี้จึงเป็นการเปิดโอกาสให้ศิลปินได้ตีความ “น้ำ” เพื่อสื่อสารแนวคิดในแง่มุมที่หลากหลาย และร่วมสร้างสมดุลโลกผ่านผลงานในแนวทางที่ถนัดของศิลปิน ณ ห้องนิทรรศการหลัก ชั้น 9 หอศิลปวัฒนธรรมแห่งกรุงเทพมหานคร โดยมี นายฐาปน สิริวัฒนภักดี กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ บริษัท ไทยเบฟเวอเรจ จำกัด (มหาชน) นายนิติกร กรัยวิเชียร ผู้อำนวยการโครงการส่งเสริมศิลปวัฒนธรรม บริษัท ไทยเบฟเวอเรจ จำกัด (มหาชน) นางต้องใจ ธนะชานันท์ รองกรรมการผู้อำนวยการใหญ่ ผู้บริหารสูงสุดกลุ่มงานความยั่งยืนและกลยุทธ์ บริษัท ไทยเบฟเวอเรจ จำกัด (มหาชน) นายฉัตรวิชัย พรหมทัตตเวที รองประธานกรรมการมูลนิธิหอศิลปกรุงเทพฯ นายสมิตร โอบายะวาทย์ กรรมการและเหรัญญิกมูลนิธิหอศิลปกรุงเทพฯ นายอดุลญา ฮุนตระกูล ผู้อำนวยการหอศิลปกรุงเทพฯ และคณะผู้จัดงาน เฝ้าฯ รับเสด็จ

นิทรรศการ “ศิลปกรรมช้างเผือก ครั้งที่ 14 ภายใต้หัวข้อ” น้ำกับความเปลี่ยนแปลง” ที่จัดโดย บริษัท ไทยเบฟเวอเรจ จำกัด (มหาชน)  เป็นเวทีการประกวดงานศิลปะสำหรับการสร้างสรรค์ผลงานศิลปะ ที่แสดงถึงแก่นแท้ความคิดผ่านงานเสมือนจริง และงานศิลปะรูปลักษณ์ โดยผลงานที่ได้รับรางวัลช้างเผือก ได้แก่ “ตะเพี๊ยนตะเพียน” โดย  นางสาวนิรัชพร น่วมเจิม รับเงินรางวัล 1,000,000 บาท  รางวัลชนะเลิศ ได้แก่ “Waterworld” โดย  นายเญอรินดา แก้วสุวรรณ รับเงินรางวัล 500,000 บาท รางวัลคุณหญิงวรรณา ได้แก่ “ธาราแห่งความงอกงาม” โดย นายธีรพล สีสังข์ รับเงินรางวัล 400,000 บาท รางวัล CEO AWARD ได้แก่ “จุดเริ่มต้น – Genesis” โดย นางสาวนารา วิบูลย์สันติพงศ์ รับเงินรางวัล 250,000 บาท นอกจากนี้ ยังมีรางวัลรองชนะเลิศ 5 รางวัล รางวัลละ 200,000 บาท ประกอบด้วย นายพงศ์ศิริ คิดดี  นายสิทธิพนธ์ เลาะไชยสงค์ นายอนันต์ยศ จันทร์นวล  นายธีรพล โพธิ์เปียศรี  นายบุญมี แสงขำ และรางวัลชมเชยอีก 12 รางวัล รางวัลละ 100,000 บาท

นายนิติกร กรัยวิเชียร ผู้อำนวยการโครงการส่งเสริมศิลปวัฒนธรรม บริษัท ไทยเบฟเวอเรจ จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า “การประกวดศิลปกรรมช้างเผือก เกิดจากความตั้งใจอันดีของ บริษัท ไทยเบฟเวอเรจ จำกัด (มหาชน)  โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อเฟ้นหาศิลปินไทยรุ่นใหม่ที่มีทักษะความสามารถทางศิลปะอันโดดเด่น ในการสร้างสรรค์ศิลปะแบบเหมือนจริง (Realistic) และศิลปะรูปลักษณ์ (Figurative Art) โดยยึดถือความเหมือนจริงเป็นแก่นสำคัญเพื่อให้ผลงานศิลปะเหล่านี้เป็นอีกหนึ่งแนวทางที่สำคัญ ในการเผยแพร่ความรู้ความเข้าใจด้านศิลปะร่วมสมัยให้ขยายไปสู่การรับรู้ของสังคมในวงกว้าง การดำเนินการประกวดศิลปกรรมช้างเผือก เริ่มต้นขึ้นตั้งแต่ปี พ.ศ. 2554 และดำเนินงานต่อเนื่องเรื่อยมาเป็นประจำทุกปี โดยในปี พ.ศ.2568 นับเป็นการจัดการประกวดครั้งที่ 14 ‘น้ำกับความเปลี่ยนแปลง’ เพื่อให้ศิลปินผู้สร้างสรรค์ผลงานศิลปะได้แสดงฝีมือและความคิดสร้างสรรค์ โดยตีความจากโจทย์ที่กำหนดให้ ซึ่งศิลปินที่เข้าร่วมประกวด แต่ละคนก็ต่างสร้างสรรค์ผลงานที่น่าสนใจในรูปแบบและแนวทางที่แตกต่างได้อย่างน่าประทับใจ และได้รับการตอบรับเป็นอย่างดี

การประกวดครั้งนี้ มีศิลปินร่วมส่งประกวดทั้งหมด 391 คน และมีจำนวนผลงานทั้งสิ้น 458 ชิ้น และผ่านการคัดเลือกทั้งหมด 52 ชิ้น บริษัท ไทยเบฟเวอเรจ จำกัด (มหาชน) รู้สึกสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณของสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ฯ สยามบรมราชกุมารี อย่างหาที่สุดมิได้ ที่ได้เสด็จพระราชดำเนินมาทรงเป็นองค์ประธานในการพระราชทานรางวัลตั้งแต่การประกวดครั้งแรกตราบจนปัจจุบัน และขอขอบพระคุณคณะกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิทุกท่าน ตลอดจนศิลปินผู้ส่งผลงานเข้าร่วมการประกวดทุกคน และจะมุ่งมั่นในการส่งเสริมและสนับสนุนให้วงการศิลปะร่วมสมัยของประเทศไทยประสบความสำเร็จสืบเนื่องต่อไปในอนาคต”

นอกจากนี้ ไทยเบฟ ยังขยายผลโครงการให้ศิลปินได้มีโอกาสเผยแพร่ผลงานสู่สายตาของกลุ่มคนที่หลากหลาย และวงกว้างขึ้น ในงาน Sustainability EXPO 2025 ซึ่งเป็นมหกรรมด้านความยั่งยืนที่จัดอย่างต่อเนื่องสู่ปีที 6 โดยมีแนวคิดหลักคือ พอเพียง ยั่งยืน เพื่อโลก จึงเชื่อว่าผลงานบางส่วนของโครงการศิลปกรรมช้างเผือกชุดนี้จะเป็นส่วนหนึ่งที่จะส่งเสริมการตระหนักรับรู้ถึงความสำคัญของการสร้างสมดุลโลก เพื่อโลกที่ดีขึ้น ผ่านมิติทุกด้าน รวมถึงด้านศิลปวัฒนธรรม ที่ในแนวทาง Arts for Sustainability ขอเชิญชวนพบกับนิทรรศการนี้อีกครั้ง ในงาน SX2025 ระหว่างวันที่ 26 กันยายน – 5 ตุลาคม 2568 Zone Better World ณ ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์”

รางวัลช้างเผือก “ตะเพี๊ยนตะเพียน” โดย นิรัชพร น่วมเจิม

นางสาวนิรัชพร น่วมเจิม ผู้ชนะรางวัลช้างเผือก ในผลงานชื่อ “ตะเพี๊ยนตะเพียน”  กล่าวว่า “งานชิ้นนี้พูดถึงเรื่อง น้ำที่มีการเปลี่ยนแปลง คือความอุดมสมบูรณ์ที่หายไปจากการเปลี่ยนแปลงของธรรมชาติที่เกิดขึ้นจากมนุษย์ เราหยิบยกนำวัสดุเหลือใช้จากเครื่องมือหาปลานำมาสานเป็นปลาตะเพียน ซึ่งเป็นสัญลักษณ์ของความอุดมสมบูรณ์ โดยสื่อสารให้กลายเป็นความอุดมสมบูรณ์ที่หายไป และหยิบตัวละครของชาวบ้าน เรื่องราววิถีชีวิตชนบทที่ใช้ชีวิตประจำวันกับแม่น้ำลำคลอง ครอบด้วยกล่องอะคริลิกสีแดง ตู้กระจกที่สะท้อน และใส่เสียงซาวด์เพื่อเพิ่มอรรถรส มันเหมือนกับการสะท้อนตัวเราและเรื่องราวในอดีต ซึ่งวันหนึ่งมันอาจคงอยู่เพียงในพิพิธภัณฑ์ เพื่อเป็นวัตถุที่บอกเล่าเรื่องราวอันล้ำค่าต่อไป”

รางวัลชนะเลิศ “Waterworld” โดย  เญอรินดา แก้วสุวรรณ

นายเญอรินดา แก้วสุวรรณ ผู้ชนะรางวัลชนะเลิศ ในผลงานชื่อ “Waterworld”  กล่าวว่า “ผลงาน Waterworld สะท้อนถึงวัฏจักรน้ำที่มีการเปลี่ยนแปลง ส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจ สิ่งแวดล้อม ระบบนิเวศต่างๆ และสิ่งมีชีวิต ซึ่งได้รับแรงบันดาลใจจากการเดินทางไปดำน้ำ และเห็นถึงปะการังที่ฟอกขาวส่งผลกระทบทำให้แนวปะการังเสื่อมโทรม เสียสมดุลในระบบนิเวศในน้ำ เราจึงอยากนำเสนอในมุมมองใหม่ คือปรับเปลี่ยนวัฏจักรของสิ่งมีชีวิตที่อยู่อาศัยทั้งบนบก บนขั้วโลกเหนือ และสิ่งแวดล้อมต่างๆ ยกมาไว้ในน้ำทำให้เป็นโลกใต้น้ำ โดยใช้เทคนิคเย็บปักถักร้อย ที่ตัวเองชื่นชอบอยู่แล้ว นำเสนอผ่านมุมมองพึ่งพิงอิงอาศัยและโอบอุ้มซึ่งกันและกัน ใช้ความสัมพันธ์ระหว่างน้ำเป็นตัวเชื่อม เพราะเชื่อว่าน้ำเป็นส่วนสำคัญในการใช้ชีวิต ไม่ว่าจะเป็นสิ่งมีชีวิตบนบกหรือว่าใต้น้ำ อยากให้ทุกคนที่เห็นผลงานชิ้นนี้ได้เห็นถึงคุณค่าของน้ำ และกลับมาดูแลเอาใจใส่ธรรมชาติและระบบนิเวศรอบตัวเรา”

รางวัลคุณหญิงวรรณา  “ธาราแห่งความงอกงาม” โดย ธีรพล สีสังข์

นายธีรพล สีสังข์ ผู้ชนะรางวัลคุณหญิงวรรณา ในผลงานชื่อ “ธาราแห่งความงอกงาม”  กล่าวว่า “น้ำเป็นสิ่งสำคัญในการดำเนินชีวิตประจำวัน เป็นจุดเริ่มต้นของทุกอย่างบนโลกใบนี้ สำหรับผลงานชิ้นนี้ เรานำลวดทองแดงมาบิด ขมวดเป็นทรงต่างๆ เราใช้ 3 ไซส์ คือ ใหญ่ กลาง เล็ก ใช้ลวดขนาดเล็กบิดไปเรื่อยๆ เป็นลักษณะฟอร์มใบของต้นไม้ และประกอบจากยอดต้นไม้ลงมาเรื่อยๆ และอิงจากต้นไม้จริงคือลักษณะการแตกกิ่งก้านใบของต้นไม้ ที่ได้รับแสงอย่างสมบูรณ์ ประกอบจนกลายเป็นต้นไม้หนึ่งต้น และนำมาติดตั้งเข้ากับคลื่นน้ำที่เป็นวัสดุสแตนเลส ผมรู้สึกว่าต้นไม้กับน้ำมีความสัมพันธ์กัน ต้นไม้หนึ่งต้นหากได้ดูดซับน้ำอันบริสุทธิ์จะงอกงาม แผ่กิ่งก้านใบ กระจายเมล็ดพันธุ์อันแข็งแกร่งออกไป จนกลายเป็นนิเวศที่กว้างใหญ่ เป็นที่พักพิง เป็นที่อยู่อาศัยของสรรพสิ่ง ผมจึงหยิบไอเดียตรงนี้ มาเป็นต้นแบบในการสร้างงานศิลปะของผม”

รางวัล CEO AWARD  “จุดเริ่มต้น – Genesis” โดย นารา วิบูลย์สันติพงศ์

นางสาวนารา วิบูลย์สันติพงศ์ ผู้ชนะรางวัล CEO AWARD ในผลงานชื่อ “จุดเริ่มต้น – Genesis” กล่าวว่า “น้ำกับความเปลี่ยนแปลง หนูตีความว่าหากในอนาคตเราไม่ดูแลรักษาน้ำ เราจะต้องสร้างเครื่องจักรขนาดใหญ่ เพื่อทำให้น้ำที่มีสารปนเปื้อนหรือสารเคมีต่างๆ กลับมาบริสุทธิ์อีกครั้ง ดังนั้นจึงอยากให้ทุกคนตระหนักถึงการดูแลรักษาน้ำ และสิ่งแวดล้อมให้คงอยู่ตลอดไป ผลงานชิ้นนี้เป็นสื่อผสมที่ใช้วัสดุหลายอย่าง ทั้งดินและขยะ ปัจจุบันในน้ำมีคนทิ้งขยะลงไปมากมาย จึงเลือกที่จะนำขยะและวัสดุที่เหลือใช้กลับมาทำเป็นผลงานชิ้นนี้ หนูคิดว่างานศิลปะทำให้คนสามารถเข้าถึงเรื่องที่เราต้องการจะสื่อได้ โครงการศิลปกรรมช้างมีหัวข้อที่น่าสนใจและเกี่ยวกับสิ่งแวดล้อม ถ้าเราอยากจะช่วยส่งต่อเรื่องราวดีๆให้กับคนอื่นถือเป็นโอกาสที่ดี ในการช่วยกันอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม”

รพ.จุฬาภรณ์จัดเสวนา ‘นวัตกรรมการผ่าตัดเปลี่ยนลิ้นหัวใจ’ กระตุ้นเตือนคนไทยตระหนักถึงภัยเงียบ ‘โรคลิ้นหัวใจ’

รพ.จุฬาภรณ์จัดเสวนา ‘นวัตกรรมการผ่าตัดเปลี่ยนลิ้นหัวใจ’  กระตุ้นเตือนคนไทยตระหนักถึงภัยเงียบ ‘โรคลิ้นหัวใจ’

รพ.จุฬาภรณ์จัดเสวนา ‘นวัตกรรมการผ่าตัดเปลี่ยนลิ้นหัวใจ’ กระตุ้นเตือนคนไทยตระหนักถึงภัยเงียบ ‘โรคลิ้นหัวใจ’

วันจันทร์ ที่ 12 พฤษภาคม พ.ศ. 2568, 06.00 น.

ปฏิเสธไม่ได้ว่า หัวใจ คือ อวัยวะสำคัญของร่างกาย เพราะหัวใจทำงานตลอดระยะเวลา 24 ชั่วโมง ไม่ได้หยุดพัก หลายคนมีพฤติกรรมการใช้ชีวิตที่เสี่ยงเป็นโรคหัวใจโดยไม่รู้ตัว  ซึ่งจะเห็นได้ว่าในปัจจุบันพบผู้ป่วยกลุ่มโรคหัวใจ ทั่วโลกมีเพิ่มมากขึ้น และหนึ่งในโรคที่ถือเป็นภัยเงียบของโรคหัวใจที่สำคัญ คือ โรคลิ้นหัวใจ

โรงพยาบาลจุฬาภรณ์ ราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ จึงได้จัดกิจกรรมเสวนาให้ความรู้เรื่อง นวัตกรรมการผ่าตัดเปลี่ยนลิ้นหัวใจ แผลเล็ก เจ็บน้อย ฟื้นตัวเร็ว ภายใต้แนวคิด “SAVE YOUR HEART SAVE YOUR LIFE : เพราะหัวใจมีความหมายเท่ากับชีวิต” โดยมี  รศ.นพ.สุรศักดิ์ ลีลาอุดมลิปิ รักษาการผู้อำนวยการโรงพยาบาลจุฬาภรณ์ กล่าวเปิดงาน พร้อมด้วย นพ.ดำรงค์  สุกิจปัญญาโรจน์ รองผู้อำนวยการโรงพยาบาลจุฬาภรณ์ และทีมแพทย์เฉพาะทางศัลยกรรมหัวใจและทรวงอก ร่วมกับแพทย์เฉพาะทางด้านอายุรศาสตร์โรคหัวใจและหลอดเลือด นำโดย นพ.สุขสันต์ กนกศิลป์ หัวหน้างานศัลยกรรมหัวใจและทรวงอก นพ.วิโรจน์ เมืองศิลปศาสตร์ รักษาการผู้อำนวยการศูนย์หัวใจและหลอดเลือด นพ.โกเมน เสนงาม แพทย์เฉพาะทางด้านศัลยศาสตร์หัวใจและทรวงอก นพ.ชยวัน รุ่งกาญจนกุล แพทย์เฉพาะทางด้านศัลยศาสตร์หัวใจและทรวงอก นพ.พิเชษฐ์ เลิศปันณะพงษ์ แพทย์เฉพาะทางด้านศัลยศาสตร์หัวใจและทรวงอก นพ.ฆนากร แก้วกิติพงษ์ แพทย์เฉพาะทางด้านศัลยศาสตร์หัวใจและทรวงอก และ รัตนา จุลสวัสดิ์ หัวหน้าฝ่ายการพยาบาลโรงพยาบาลจุฬาภรณ์ เภสัชกรหญิงธนาภรณ์ มณีฉาย เภสัชกรหญิงศิรดา เจียมตน ทีมนักเทคโนโลยีหัวใจและทรวงอก ของงานศัลยกรรมหัวใจและทรวงอก โรงพยาบาลจุฬาภรณ์ทีมนักกายภาพบำบัด เฉพาะด้านหัวใจ ปอดและหลอดเลือด โรงพยาบาลจุฬาภรณ์ พร้อมด้วยคณะผู้บริหาร และตัวแทนบริษัท เอ็ดวาร์ดส์ ไลฟ์ไซเอ็นซ์ (ประเทศไทย) จำกัด เข้าร่วมพิธีเปิดงาน โดยมี คุณหมอก้อง   นพ. สรวิชญ์ สุบุญ เป็นพิธีกร ดำเนินรายการ ณ ชั้น 1 อาคารกรมพระศรีสวางควัฒน โรงพยาบาลจุฬาภรณ์ 

รศ. นพ.สุรศักดิ์  ลีลาอุดมลิปิ รักษาการผู้อำนวยการโรงพยาบาลจุฬาภรณ์ 

รศ. นพ.สุรศักดิ์  ลีลาอุดมลิปิ รักษาการผู้อำนวยการโรงพยาบาลจุฬาภรณ์  เปิดเผยว่า  จากข้อมูลด้านการแพทย์และสุขภาพ กระทรวงสาธารณสุข (Health Data Center) ปี 2566 ทั่วโลก มีผู้ป่วยกว่า 20.5 ล้านคนต่อปี ที่เสียชีวิตด้วยโรคหัวใจและหลอดเลือด ซึ่งในประเทศไทยพบว่ามีจำนวนผู้ป่วยสะสมด้วยโรคหัวใจและหลอดเลือดมากกว่า 2.5 แสนราย และเสียชีวิตมากถึง 4 หมื่นราย เฉลี่ยชั่วโมงละ 5 คน และหนึ่งในโรคที่ถือเป็นภัยเงียแบของโรคหัวใจที่สำคัญ คือ โรคลิ้นหัวใจ (Valvular Heart Disease) ทั้งนี้ เพื่อสืบสานพระปณิธานของ ศาสตราจารย์ ดร. สมเด็จพระเจ้าน้องนางเธอ เจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์ อัครราชกุมารี กรมพระศรีสวางควัฒน วรขัตติยราชนารี องค์ประธานผู้ทรงก่อตั้งโรงพยาบาลจุฬาภรณ์ ราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ ให้เป็นที่พึ่งด้านสุขภาพแก่ผู้ป่วยในทุกระดับชั้นให้สามารถเข้าถึงการรักษาพยาบาลที่มีคุณภาพด้วยเทคโนโลยีที่ทันสมัยอย่างเท่าเทียม  งานศัลยกรรมหัวใจและทรวงอก โรงพยาบาลจุฬาภรณ์ ราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ ซึ่งเป็นหน่วยให้บริการดูแลรักษาโรคหัวใจและทรวงอกด้วยการผ่าตัดอย่างครบวงจร เล็งเห็นถึงความสำคัญดังกล่าว จึงได้จัดกิจกรรม “SAVE YOUR HEART SAVE YOUR LIFE : เพราะหัวใจมีความหมายเท่ากับชีวิต” เพื่อส่งเสริมความรู้ความเข้าใจครบทุกมิติ และการดูแลเชิงป้องกัน ตลอดจนการกระตุ้นเตือนให้ทุกคนให้ตระหนักถึงความสำคัญของโรคลิ้นหัวใจ ซึ่งเป็นภัยเงียบให้กับประชาชนในประเทศไทย

นพ.สุขสันต์ กนกศิลป์ หัวหน้างานศัลยกรรมหัวใจและทรวงอก แพทย์เฉพาะทางด้านศัลยกรรมหัวใจและทรวงอก โรงพยาบาลจุฬาภรณ์  กล่าวว่า  โรคลิ้นหัวใจรั่ว หรือตีบ ซึ่งมี 3 ระยะ คือ น้อย ปานกลาง รุนแรง ซึ่งระยะที่ต้องได้รับการผ่าตัด คือระยะปานกลางและระยะรุนแรง โดยการผ่าตัดลิ้นหัวใจ แบ่งออกเป็น  ลิ้นหัวใจที่ทำจากโลหะหรือเซรามิค กับลิ้นหัวใจที่ทำจากเนื้อเยื่อหุ้มหัวใจของหมูและวัว ซึ่งเลือกใช้ตามข้อบ่งชี้ของผู้ป่วย มีข้อดี-ข้อเสียต่างกัน กล่าวคือ ลิ้นโลหะหรือลิ้นเซรามิค สามารถใช้งานได้นานแต่ต้องกินยาละลายลิ่มเลือดคือยา warfarin ไปตลอดชีวิต ซึ่งยาละลายลิ่มเลือดจะมีอันตรายจากการใช้ยาได้ เช่น เลือดออกในสมองหรือทางเดินอาหาร ส่วนลิ้นเนื้อเยื่อหุ้มหัวใจของหมูและวัว กินยาละลายลิ่มเลือดเพียง 3 เดือนหลังจากนั้นเปลี่ยนไปกินยาแอสไพรินแทน ซึ่งจะช่วยลดโอกาสการเกิดเลือดออกในสมองหรือทางเดินอาหาร กล่าวโดยสรุปคือมีข้อดี-ข้อเสียต่างกันตามความจำเป็นของคนไข้ 

สำหรับการผ่าตัดเปลี่ยนหรือซ่อมลิ้นหัวใจ ใช้ระยะเวลาผ่าตัดประมาณ 3-4 ชั่วโมง พักฟื้นในห้อง ICU 2-3 คืน เมื่อปลอดภัยแล้วก็จะย้ายมานอนที่หอผู้ป่วย รวมแล้วอยู่โรงพยาบาลประมาณ   7 วัน และเมื่อกลับบ้านสามารถใช้ชีวิตได้ตามปกติ แต่ยังออกกำลังกายหนักหรือยกของหนักมากไม่ได้ ต้องรอให้กระดูกหน้าอกติดกันดีก่อน โดยแผลภายนอกใช้เวลาประมาณ 1 สัปดาห์ ส่วนแผลข้างในใช้เวลาประมาณ 3 เดือน ผู้ป่วยสามารถช่วยเหลือตัวเองได้ และควรมีคนช่วยดูแลจนกว่าจะแข็งแรงดี

ปัจจุบัน เทคโนโลยีการผ่าตัดและการรักษาโรคหัวใจดีขึ้นกว่าเดิมมาก ช่วยลดอันตรายต่างๆ ที่เป็นความเสี่ยงลงได้ แม้จะยังไม่สามารถลดลงได้จนถึง 0% ก็ตาม โดยปัจจุบันมีเทคโนโลยีการผ่าตัดแผลเล็ก ที่เรียกว่า Minimally Invasive Surgery (MIS) ซึ่งช่วยลดขนาดบาดแผลผ่าตัดให้เล็กลงมาเหลือประมาณ 10 เซนติเมตร ช่วยให้ผู้ป่วยฟื้นตัวได้เร็ว แผลสวยงาม โดยค่าใช้จ่ายในบางรายการไม่ได้เพิ่มขึ้น  ซึ่งคาดว่าในอนาคตจะมีการนำหุ่นยนต์ช่วยผ่าตัดมาช่วยในการผ่าตัดแบบแผลเล็ก แต่ด้วยเทคโนโลยียังมีราคาแพง หากราคาลดลงมาในระดับที่เหมาะสมน่าจะเป็นทางเลือกหนึ่งของผู้ป่วยที่เข้ามารักษาในโรงพยาบาลจุฬาภรณ์

สำหรับค่าใช้จ่ายในการผ่าตัดลิ้นหัวใจ ขึ้นกับสิทธิการรักษาพื้นฐานของผู้ป่วย เช่น สิทธิหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (บัตรทอง 30 บาท) ประกันสังคม สิทธิข้าราชการ รัฐวิสาหกิจ หรือประกันสุขภาพ (เอกชน) โดยหลักแล้วค่ารักษาจะประกอบด้วยหลายส่วน เช่น ค่ายา ค่าห้อง ค่าอาหาร ค่าอวัยวะเทียมหรือลิ้นหัวใจ เป็นต้น โดยที่ค่า ลิ้นหัวใจเทียมจะมีหลายแบบ หลายราคา แล้วแต่ความจำเป็นของผู้ป่วยตามคำแนะนำของแพทย์ อ้างอิงตามหลักเกณฑ์การรักษา เช่น ลิ้นหัวใจเทียมแบบมาตรฐาน อาจมีส่วนเกินประมาณเป็นหลักพันถึงหมื่นกว่าบาท และถ้าเป็นลิ้นหัวใจแบบที่พัฒนาออกมาใหม่ อาจมีส่วนเกินประมาณสองหมื่นถึงแสนกว่าบาท เมื่อรวมกับค่ารักษาโดยรวมแล้วอาจมีส่วนเกินได้ตั้งแต่หลักหมื่น ถึงหลักแสนบาท ตามชนิดของลิ้นหัวใจเทียมที่ใช้ ระยะเวลานอนโรงพยาบาล และภาวะแทรกซ้อนที่เกิดขึ้น เป็นต้น

นพ.วิโรจน์ เมืองศิลปศาสตร์ รักษาการผู้อำนวยการศูนย์หัวใจและหลอดเลือด แพทย์เฉพาะทางด้านอายุรศาสตร์โรคหัวใจและหลอดเลือด  โรงพยาบาลจุฬาภรณ์ เผยถึง การเปลี่ยนลิ้นหัวใจผ่านสายสวน (TAVI) ซึ่งมีความแตกต่างจากการผ่าตัดเปิดอก ทั้งในแง่กระบวนการและผลลัพธ์  โดยการเปลี่ยนลิ้นหัวใจเอออร์ติกผ่านสายสวนโดยไม่ต้องผ่าตัด (TAVI) เป็นการผ่าตัดแบบไม่ต้องเปิดหน้าอก แผลเล็ก ฟื้นตัวเร็ว ลดความเสี่ยงจากการผ่าตัด นับเป็นนวัตกรรมการเปลี่ยนลิ้นหัวใจในผู้ป่วยโรคลิ้นหัวใจเอออร์ติกตีบ ที่เหมาะกับผู้ป่วยสูงอายุที่มักมีโรคประจำตัว ซึ่งมีโอกาสเสียชีวิตขณะผ่าตัด โดยมีข้อดี คือ  ลดความเสี่ยง และภาวะแทรกซ้อนที่เกิดจากการผ่าตัด ผู้ป่วยไม่มีรอยแผลผ่าตัดใหญ่ที่หน้าอก นอนพักที่โรงพยาบาลไม่นาน และผู้ป่วยฟื้นตัวเร็ว

นพ.ชยวัน รุ่งกาญจนกุล แพทย์เฉพาะทางด้านศัลยกรรมหัวใจและทรวงอก โรงพยาบาลจุฬาภรณ์ กล่าวเสริมถึงการเตรียมตัวก่อนการผ่าตัดที่ถูกต้อง ทิ้งท้ายด้วยความรู้ด้านการปฏิบัติตัวก่อน–หลังการผ่าตัด และการรับประทานยาของผู้ป่วยโรคหัวใจ โดยเภสัชกรหญิงธนาภรณ์ มณีฉาย และภสัชกรหญิงศิรดา เจียมตน โรงพยาบาลจุฬาภรณ์ และพบกับ คุณพิชัย บัวบาง และ คุณกรรณิการ์ รงค์ทอง แขกรับเชิญพิเศษที่มาร่วมถ่ายทอดประสบการณ์การเป็นผู้ป่วยโรคลิ้นหัวใจ โดยทั้งสองท่านได้เข้ารับการผ่าตัดเปลี่ยนลิ้นหัวใจจากโรงพยาบาลจุฬาภรณ์  ทั้งยังจัดให้มีบูทกิจกรรมอีกมากมาย อาทิ  บูทให้คำปรึกษาการผ่าตัดเปลี่ยนลิ้นหัวใจ โดยศัลยแพทย์ และพยาบาลวิชาชีพ พร้อมบริการนัดหมาย  บูทให้คำปรึกษาเรื่องการรับประทานยาด้านโรคหัวใจ โดยเภสัชกร  บูธแนะนำโภชนาการสำหรับผู้ป่วยโรคหัวใจ โดย นักกำหนดอาหาร และบูทแนะนำการออกกำลังกายสำหรับผู้ป่วยก่อน-หลังผ่าตัด โดยนักกายภาพบำบัด เฉพาะด้านหัวใจ ปอด และหลอดเลือดโรงพยาบาลจุฬาภรณ์

ทั้งนี้ ผู้ที่สนใจสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่โทร. 06 4586 2405 พยาบาลประสานงานโรคหัวใจ และสามารถอัปเดตข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับสุขภาพสามารถแอดเพิ่มเพื่อนกับโรงพยาบาลจุฬาภรณ์ ราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ ทางไลน์ออฟฟิเชียลแอ็กเคานต์ (@chulabhornhospital) พร้อมทั้งกด LIKE กด share facebook โรงพยาบาลจุฬาภรณ์ ราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ และกด subscribe ช่อง youtube ซีอาร์เอจุฬาภรณ์แชนแนล ส่วนผู้รับบริการโรงพยาบาลจุฬาภรณ์ที่มีประวัติการรักษา หรือ HN เพื่อความสะดวกและไม่พลาดทุกการแจ้งเตือน ดาวน์โหลดแอปพลิเคชัน CHULABHORN  HEALTH PLUS ได้ทาง App store และ Google Play store ได้แล้ววันนี้

เดอะไนน์ พระราม 9 ชวนเวิร์กชอป FAM PLAYS โชว์ไอเดียท้าลมร้อน D.I.Y ของตกแต่งบ้านสุดคิ้วท์

เดอะไนน์ พระราม 9 ชวนเวิร์กชอป FAM PLAYS  โชว์ไอเดียท้าลมร้อน D.I.Y ของตกแต่งบ้านสุดคิ้วท์

เดอะไนน์ พระราม 9 ชวนเวิร์กชอป FAM PLAYS โชว์ไอเดียท้าลมร้อน D.I.Y ของตกแต่งบ้านสุดคิ้วท์

วันจันทร์ ที่ 12 พฤษภาคม พ.ศ. 2568, 06.00 น.

เดอะไนน์ เซ็นเตอร์ พระราม 9 ศูนย์การค้าในเครือ เอ็ม บี เค  เปิดพื้นที่โชว์ไอเดียสุดจึ้ง เอาใจสายดีไอวายทุกเพศทุกวัย ที่ชื่นชอบงานประดิษฐ์สุดสร้างสรรค์ รวมทั้งคนที่รักงานแฮนด์เมด และงานศิลปะ มาร่วมเวิร์กชอปกับกิจกรรม     “FAM PLAYS 2025” พร้อมต่อยอดเป็นงานอดิเรกและอาชีพเสริมสร้างรายได้ ทุกวันพุธของเดือนพฤษภาคมนี้ พบกับ ธีมการประดิษฐ์ของใช้  ของตกแต่งบ้าน  เพิ่มความสดใสรับซัมเมอร์ ในสไตล์ของตัวเอง โดยมีตารางกิจกรรม ดังนี้ วันพุธที่ 14 พฤษภาคม 2568 Flower Pot Painting ,วันพุธที่ 21 พฤษภาคม 2568 Sunflower Keychain และ วันพุธที่ 28 พฤษภาคม 2568 Mirror Paint

ผู้ที่สนใจเข้าร่วมเวิร์กชอป FAM PLAYS 2025 เพียงมีใบเสร็จ (ไม่จำกัดมูลค่า) + 1 Point MBK PLUS (จำกัด 1คน/1บัญชี/2สิทธิ์/วัน) จำกัดจำนวน 50 สิทธิ์/วัน ลงทะเบียนร่วมเวิร์กชอปได้ บริเวณ ลานกิจกรรม Workshop ชั้น 2 ฝั่งอีสต์ วิลเลจ (ข้างร้าน Soofu) ทุกวันพุธของเดือน ในเวลา 13.00 น.-17.00 น. สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ เอ็ม บี เค คอนแทคท์ เซ็นเตอร์  1285 ติดตามกิจกรรมและ โปรโมชันดีๆ ของศูนย์การค้าฯ ได้ที่  http://www.thenine.co.th หรือ Facebook : The Nine Center Rama 9  และ Instagram:  thenine_rama 9

กระทรวงพาณิชย์เตรียมจัดงาน Thai Night ในงาน Cannes Film Festival 2025

กระทรวงพาณิชย์เตรียมจัดงาน Thai Night ในงาน Cannes Film Festival 2025

กระทรวงพาณิชย์เตรียมจัดงาน Thai Night ในงาน Cannes Film Festival 2025

วันจันทร์ ที่ 12 พฤษภาคม พ.ศ. 2568, 06.00 น.

กรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ กระทรวงพาณิชย์ เดินหน้าผลักดันอุตสาหกรรมบันเทิงไทยสู่สากลอย่างต่อเนื่อง จัดงาน Thai Night เพื่อส่งเสริมภาพลักษณ์ธุรกิจบันเทิงไทยและสร้างเครือข่าย พร้อมนำเสนออาหารไทยภายใต้ตราสัญลักษณ์ “Thai Select”   ในที่ 15 พฤษภาคม 2568 ณ เทศกาลภาพยนตร์เมืองคานส์ ประเทศฝรั่งเศส (Cannes Film Festival) เทศกาลภาพยนตร์ที่ยิ่งใหญ่และทรงอิทธิพลที่สุดของโลก โดยมี ทูลกระหม่อมหญิงอุบลรัตนราชกัญญา สิริวัฒนาพรรณวดี ทรงเป็นประธานในงาน

นางสาวสุนันทา กังวานกุลกิจ อธิบดีกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ กล่าวว่า “วงการภาพยนตร์ไทยกำลังเติบโตอย่างก้าวกระโดด เห็นได้จากศักยภาพการผลิต การเริ่มก้าวสู่เทศกาลภาพยนตร์นานาชาติ การได้รับความสนใจจากตลาดต่างประเทศ รวมไปถึงส่วนแบ่งรายได้ในประเทศ (Domestic Market Share) อยู่ที่ประมาณ 50% ซึ่งเทียบเท่ากับภาพยนตร์ต่างประเทศ ซึ่งเป็นสัญญาณบ่งบอกว่าคนไทยกลับมาดูภาพยนตร์ไทยมากขึ้น และงาน Thai Night จะเป็นงานที่ทำให้เราได้แสดงความภาคภูมิใจและคุณภาพของภาพยนตร์ไทย รวมถึงผลักดัน Soft Power ไทยผ่านอุตสาหกรรมภาพยนตร์ ถ่ายทอดเสน่ห์ของวัฒนธรรมไทย ความคิดสร้างสรรค์ และอัตลักษณ์ไทยสู่สายตาชาวโลก พร้อมทั้งเปิดโอกาสในการสร้างเครือข่ายทางธุรกิจกับพันธมิตรระดับนานาชาติ เพื่อสนับสนุนการเติบโตอย่างยั่งยืนของอุตสาหกรรมภาพยนตร์ไทย”

ทั้งนี้ งาน Thai Night ได้มีการจัดขึ้นเป็นประจำทุกปีอย่างยาวนานกว่า 14 ปี ตั้งแต่ปี พ.ศ.2554 นับเป็นเวทีสำหรับแสดงศักยภาพของอุตสาหกรรมบันเทิงไทย รวมถึงเสริมสร้างความร่วมมือระหว่างผู้ประกอบการไทยและผู้ซื้อต่างชาติ ตลอดจนนักลงทุนระดับนานาชาติ พร้อมต่อยอดอุตสาหกรรมบันเทิงไทยให้เติบโตอย่างยั่งยืน และยังเป็นช่องทางในการเผยแพร่วัฒนธรรมหรือ Soft Power อันน่าภูมิใจของไทยให้นานาชาติได้รับรู้และเข้าใจมากขึ้นอีกเช่นกัน

ภายในงานนอกจากการแสดงประสิทธิภาพของอุตสาหกรรมภาพยนตร์ไทยออกสู่สายตาชาวโลกแล้ว ยังจัด Thai Pavilion โดยตัวแทนจากอุตสาหกรรมภาพยนตร์ไทยเข้าร่วมเจรจาจับคู่ธุรกิจ (Business Matching) เพื่อสร้างเครือข่ายกับผู้ประกอบการจากหลากหลายประเทศ ณ บูธหมายเลข 22.01 ชั้น Palais -1 ณ Palais des Festivals et des Congrès de  Cannes  ในระหว่างวันที่ 13-21 พฤษภาคม 2568 ด้วย

อีกหนึ่งไฮไลต์ของงานคือ การนำเสนออาหารไทยภายใต้ตราสัญลักษณ์ “Thai Select”  ซึ่งการันตีคุณภาพและรสชาติอาหารต้นตำรับ โดยจัดเสิร์ฟภายในงาน Thai Night เลี้ยงรับรองผู้เข้าร่วมงานจากทั่วโลก สะท้อนถึงเอกลักษณ์ของอาหารไทยในฐานะ Soft Power ที่ได้รับการยอมรับอย่างกว้างขวาง

“การจัดงาน Thai Night ในครั้งนี้ถือเป็นอีกหนึ่งบทพิสูจน์ศักยภาพของอุตสาหกรรมภาพยนตร์ไทยว่าเราพร้อมแข่งขันและเติบโตในเวทีโลกอย่างเต็มภาคภูมิ” นางสาวสุนันทา กล่าวในที่สุด

‘กระดูกสะโพกหัก’ ไม่รีบรักษาอาจเสี่ยงเป็นผู้ป่วยติดเตียง

‘กระดูกสะโพกหัก’	 ไม่รีบรักษาอาจเสี่ยงเป็นผู้ป่วยติดเตียง

‘กระดูกสะโพกหัก’ ไม่รีบรักษาอาจเสี่ยงเป็นผู้ป่วยติดเตียง

วันจันทร์ ที่ 12 พฤษภาคม พ.ศ. 2568, 02.00 น.

หกล้มเบาๆ แต่เจ็บสะโพกมาก ขยับไม่ไหว ลุกไม่ได้ อาการเหล่านี้คือสัญญาเตือน กระดูกสะโพกหัก หากไม่รีบเข้ารับการรักษา อาจกลายเป็นผู้ป่วยติดเตียง และเกิดภาวะแทรกซ้อนรุนแรงที่อันตรายถึงชีวิตได้

นายแพทย์เปรมเสถียร ศิริธนาพิพัฒน์ ศัลยแพทย์กระดูกและข้อชำนาญการด้านการผ่าตัดเปลี่ยนข้อเข่าและข้อสะโพกเทียม โรงพยาบาลเวชธานี กล่าวว่า กระดูกสะโพกหัก เป็นอาการบาดเจ็บที่พบได้บ่อยในผู้สูงอายุ โดยเฉพาะผู้ที่มีภาวะกระดูกพรุน (Osteoporosis) หรือผู้ที่เคยประสบอุบัติเหตุรุนแรง อาการนี้ไม่เพียงส่งผลต่อการเคลื่อนไหว แต่ยังอาจนำไปสู่ภาวะแทรกซ้อนที่ร้ายแรงหากไม่ได้รับการรักษาอย่างทันท่วงที

นายแพทย์เปรมเสถียร ศิริธนาพิพัฒน์ ศัลยแพทย์กระดูกและข้อชำนาญการด้านการผ่าตัดเปลี่ยนข้อเข่าและข้อสะโพกเทียม โรงพยาบาลเวชธานี

อาการของกระดูกสะโพกหัก มีดังนี้ เจ็บมากจนขยับไม่ไหว ลงน้ำหนักหรือยืนไม่ได้ ช่วงปลายเท้าเย็น เนื่องจากเลือดไปเลี้ยงได้น้อยลง มีรอยฟกช้ำ บวม และรู้สึกขัดบริเวณสะโพก

หากผู้สูงอายุประสบอุบัติเหตุลื่นล้ม และสงสัยว่ากระดูกสะโพกหักหรือส่วนใดส่วนหนึ่งเสียหาย ควรรีบโทรแจ้งโรงพยาบาล เพื่อให้ทีมเคลื่อนย้ายผู้ป่วยเฉพาะทาง มาเคลื่อนย้ายผู้ป่วยกระดูกหัก เพื่อป้องกันไม่ให้กระดูกเคลื่อนตัว ลดการบาดเจ็บ และลดความเสียหายที่อาจเกิดขึ้นกับผู้ป่วย

กระดูกสะโพกหัก จำเป็นต้องได้รับการผ่าตัดอย่างเร็วที่สุด ภายใน 24 ชั่วโมง เพื่อป้องกันการเกิดภาวะแทรกซ้อนตามมา เช่น เป็นผู้ป่วยติดเตียง เกิดแผลกดทับ ภาวะลิ่มเลือดอุดตันในกระแสเลือด กระเพาะปัสสาวะอักเสบ และเกิดการติดเชื้อ ซึ่งหากปล่อยไว้อาจรุนแรงถึงขั้นเสียชีวิตได้

ปัจจุบันการผ่าตัดกระดูกสะโพก ไม่น่ากลัวเหมือนสมัยก่อน เนื่องจากมีเทคนิคการผ่าตัด Minimal Invasive Surgery ที่เป็นการผ่าตัดกระดูกสะโพกแบบเปิดแผลเล็ก โดยกล้ามเนื้อถูกทำลายน้อย กระทบโครงสร้างกระดูกต่ำ จึงทำให้ผู้ป่วยบาดเจ็บน้อย ฟื้นตัวเร็ว สามารถลุกยืนได้ภายใน 6 – 12 ชั่วโมงหลังการผ่าตัด และยังช่วยให้สามารถกลับไปใช้ชีวิตได้เป็นปกติ รวมถึงทำกิจกรรมต่าง ๆ เช่น การวิ่ง ว่ายน้ำ และสามารถขับรถได้ภายใน 1 เดือน

สำหรับการป้องกันความเสี่ยงในการเกิดสะโพกหัก ได้แก่ การกินอาหารเสริมสร้างกระดูกให้แข็งแรงตั้งแต่อายุยังน้อย โดยเฉพาะสารอาหารในกลุ่มวิตามินดีและแคลเซียม เพื่อป้องกันภาวะกระดูกพรุน ออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ เลี่ยงการสูบบุหรี่ และที่สำคัญคือหลีกเลี่ยงกิจกรรมที่มีความเสี่ยงต่อการเกิดอุบัติเหตุรุนแรง ส่วนบ้านที่มีผู้สูงอายุควรจัดบ้านให้เป็นระเบียบ ปรับพื้นที่ทางเดินให้เหมาะสม ไม่ลื่น และเพิ่มแสงสว่างให้เพียงพอ เพื่อป้องกันผู้สูงอายุสะดุดหรือลื่นล้ม  

คุณแหน : 12 พฤษภาคม 2568

คุณแหน : 12 พฤษภาคม 2568

คุณแหน : 12 พฤษภาคม 2568

วันจันทร์ ที่ 12 พฤษภาคม พ.ศ. 2568, 02.00 น.

ll สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จพระราชดำเนินไปในการพระราชทานเพลิงศพ ศ.กิตติคุณ นายสัตวแพทย์ ม.ร.ว.ชนาญวัต เทวกุล บิดา พล.อ.ม.ล.ทศนวอมร เทวกุล 18 พ.ค.17.30 น. ณ เมรุหลวงหน้าพลับพลาอิศริยาภรณ์ วัดเทพศิรินทราวาส..

ll สิริพงษ์ อรุณไพโรจน์ เปลี่ยนบรรยากาศไปเยือนปารีส ฝรั่งเศส ขณะที่อุณหภูมิลดต่ำกว่า 10 องศา เสื้อผ้าที่เตรียมไปไม่เพียงพอ จึงต้องไปหาเพิ่มให้ทันสมัยเพื่อความสวยงามและอบอุ่นขึ้น..

ll ขอแสดงความเสียใจกับครอบครัว ม.ร.ว.นภาจรี ทองแถม ที่สูญเสียท่านไปอย่างสงบ..

ll ฉลองอายุวัฒนมงคล 97 ปี ขจิตพรรณ ไทยเพ็ชร นักสังคมสงเคราะห์ฯ ผู้ใจบุญ ใจแกร่งเกินร้อย 24 พ.ค.10.00 น. ณ พระวิหาร วัดสุทัศนเทพวรารามวรมหาวิหาร ..

ll กรมส่งเสริมวัฒนธรรม โดย ศูนย์วัฒนธรรมแห่งประเทศไทย ร่วมกับมูลนิธิส่งเสริมดนตรีสากลเยาวชน และวงดุริยางค์เยาวชนไทยในพระอุปถัมภ์ สมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอเจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนา กรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์ (TYO) จัดการแสดงคอนเสิร์ต “กัลยาณิวัฒนาคารวาลัย ครั้งที่ 15: Thai Youth & Legends” เพื่อสืบสานพระราชปณิธานในการส่งเสริมศิลปวัฒนธรรมและการศึกษาดนตรีของเยาวชนไทย..

ll ใครอยากเรียนต่อนิวซีแลนด์ ช่อทิพย์ ประมูลผล ผอ.ประจำประเทศไทยและฟิลิปปินส์ หน่วยงานการศึกษานิวซีแลนด์ ชวนๆนักเรียน นักศึกษา ผู้ปกครองและผู้สนใจร่วมงานศึกษาต่อเมืองไครสต์เชิร์ช ประเทศนิวซีแลนด์ (Study in Christchurch Education Fair 2025) ร่วมพบปะพูดคุยขอรับคำปรึกษากับเจ้าหน้าที่จากสถาบันและโรงเรียนกว่า 20 แห่ง พร้อมเปิดประสบการณ์สัมผัสห้องเรียนจำลองนิวซีแลนด์ (ฟรี) 24 พ.ค. 13.00 – 16.30 น. ณ รร.คราวน์พลาซ่า กรุงเทพฯ ลุมพินีพาร์ค ลงทะเบียนร่วมงานฟรี ที่ https://tinyurl.com/ChristchurchEduFair2025..

ll ยินดีกับ สหรัตน์ เพ็ญกุล, เฉลิมพล โชตินุชิต, พล.ร.ท.นพ.ณัฐ อิศรางกูร ณ อยุธยา, วรวุฒิ กาญจนกูล, ผศ.(พิเศษ)ดร.อภิสิทธิ์ ฉัตรทนานนท์ และ บุญเลิศ เหลียงกอบกิจ ที่ได้เป็น อุปนายก สมาคมศิษย์เก่ากรุงเทพคริสเตียนวิทยาลัย..

ll สภากาชาดไทย จัดส่งสิ่งของบรรเทาทุกข์ มีชุดธารน้ำใจสภากาชาดไทย ชุดสุขอนามัย ผ้าห่ม มุ้งกันยุง เสื้อผ้า และเครื่องอุปโภคบริโภคต่างๆ น้ำหนักรวม 7 ตัน ให้แก่สภากาชาดเมียนมา เพื่อให้ความช่วยเหลือผู้ที่ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์แผ่นดินไหว ที่เมืองมัณฑะเลย์ โดยมีกระทรวงการต่างประเทศ และกองทัพอากาศ สนับสนุนด้านการขนส่งทางเครื่องบิน..

ll นฤวร ปันยารชุน แอทมิทโรงพยาบาลเมื่อเป็นโควิด-19 รอบใหม่ซึ่งกลับมาระบาดอีกครั้ง..

ll กาญจนา วงศ์พัวพันธุ์ ไปฮ่องกงกับลูกสาวแฟชั่นดีไซน์เนอร์คนเก่ง “ตู๋ตี๋” นัทธนุช เจ้าของแบรนด์ TUTTI พร้อมแว่บไปซื้อผ้าสวยๆ ที่กวางโจ เดินทางกลับวันที่ดาวพฤหัสบดีย้าย 13 พ.ค..

คุณแหน

รู้เรื่องยากับเภสัชจุฬาฯ : ยาแก้เครียดคือคำตอบสุดท้าย

รู้เรื่องยากับเภสัชจุฬาฯ : ยาแก้เครียดคือคำตอบสุดท้าย

รู้เรื่องยากับเภสัชจุฬาฯ : ยาแก้เครียดคือคำตอบสุดท้าย

วันจันทร์ ที่ 12 พฤษภาคม พ.ศ. 2568, 02.00 น.

สังคมของเราเปลี่ยนแปลงไปทุกขณะ การเปลี่ยนแปลงอาจทำให้ชีวิตของเราสะดวกสบายขึ้น แต่ก็อาจทำให้เราเครียดมากขึ้นได้ด้วย จนหลายคนบ่นว่า ทุกวันนี้อยู่ยาก ซึ่งน่าแปลกมาก เพราะความสะดวกสบายมากขึ้นแต่ชีวิตกลับอยู่ยากกว่าเดิม
ดูเหมือนว่ายิ่งโลกเปลี่ยนไป คนมากมายกลับมีภาวะเครียดมากขึ้น เช่น เครียดกับปัญหาสังคม เศรษฐกิจ การเมือง และภัยธรรมชาติ รวมถึงความไม่แน่นอนต่าง ๆ นานาที่เกิดขึ้นทุกวัน บางคนเครียดกับการงาน และชีวิตส่วนตัว ถ้าหากจัดการความเครียดไม่ได้ ก็จะส่งผลต่อสุขภาพใจและสุขภาพกายด้วย


ในทางการแพทย์ ความเครียดเป็นภาวะที่ร่างกายและจิตใจตอบสนองต่อสิ่งกระตุ้น ทั้งจากภายนอกและภายใน ที่ถูกรับรู้ว่าเป็นภัยคุกคาม หรือเกินกำลังที่จะปรับตัวได้ ส่งผลให้เกิดการเปลี่ยนแปลงทางสรีรวิทยา จิตใจ และพฤติกรรม 
ความเครียดไม่ใช่แค่รู้สึกไม่สบายใจเท่านั้น แต่เป็นกระบวนการตอบสนองของร่างกายที่ซับซ้อนมาก เช่น การหลั่งฮอร์โมนคอร์ติซอล และอะดรีนาลีน ซึ่งมีผลต่อระบบประสาท หัวใจ และภูมิคุ้มกัน เมื่อประสบกับความเครียด ร่างกายจะตอบสนองโดยมีอาการหัวใจเต้นเร็ว ความดันโลหิตสูง กล้ามเนื้อตึง นอนไม่หลับ เบื่ออาหาร หรือกินมากผิดปกติ หงุดหงิด วิตกกังวล หรือซึมเศร้า 


องค์การอนามัยโลกจัดให้ความเครียดเป็นหนึ่งในปัจจัยที่มีผลกระทบต่อสุขภาพอย่างมากในยุคปัจจุบัน หากมีความเครียดสูงหรือเรื้อรังมากกว่า 3 เดือน อาจเพิ่มความเสี่ยงต่อโรคต่าง ๆ เช่น โรคหัวใจ ความดันโลหิตสูง เบาหวาน ภาวะซึมเศร้า และวิตกกังวล เป็นต้น
ที่มาของความเครียดของแต่ละคนไม่เหมือนกัน แต่เทคนิคการจัดการความเครียดที่ทุกคนสามารถเลือกหยิบไปใช้ ก่อนที่จะต้องใช้ยา ได้แก่ 
(1) นอนพักผ่อนให้เพียงพอ วันละ 6-8 ชั่วโมง เมื่อได้หลับสักตื่น อย่างน้อยก็น่าจะสดชื่นขึ้น ดีกว่าเครียดไปง่วงไป
(2) วางแผนจัดการเวลาหรือทรัพยากรต่าง ๆ ในชีวิตให้ดีที่สุดเท่าที่ทำได้ วางแผนเสร็จก็น่าจะพอมองเห็นทางออกของบางปัญหา เมื่อวางแผนเสร็จเรียบร้อย ความเครียดน่าจะเบาบางลง
(3) ฝึกสมาธิ จดจ่อกับลมหายใจ อยู่กับปัจจุบันขณะ และทำใจให้สงบ  
(4) การออกกำลังกาย เมื่อได้เหงื่อ สารเอนดอร์ฟินจะหลั่งออกมาบรรเทาอาการเครียด 
(5) ขอความช่วยเหลือจากเพื่อน และครอบครัว ให้ฟังเราระบายความอัดอั้นในใจ เพราะบางคนแค่มีคนให้บ่นให้ระบายก็หายเครียดได้ แต่ข้อนี้อาจจะต้องเลือกดี ๆ ถ้าบ่นให้ฟังผิดคน อาจจะเครียดกว่าเดิม


คนที่ทำทุกข้อในข้างต้นแล้วยังไม่ดีขึ้น หรือกำจัดปัจจัยที่ทำให้เครียดออกไปไม่ได้สักที อาจสงสัยว่า กินยาคลายเครียดให้จบ ๆ ไปได้หรือไม่ ตอบว่าได้ แต่ย้ำว่าการใช้ยาคลายเครียดต้องพิจารณาว่า เมื่อความเครียดหรือความวิตกกังวลนั้นมันรบกวนการดำเนินชีวิตประจำวัน สุขภาพร่างกาย หรือจิตใจ จนไม่สามารถควบคุมหรือบรรเทาได้ด้วยวิธีอื่น ตัวอย่างที่แพทย์พิจารณาให้ยาคลายเครียดคือ อาการวิตกกังวลมากจนรบกวนชีวิตประจำวัน เช่น วิตกกังวลจนทำงานไม่ได้ ใจสั่น เหงื่อออกง่าย เบื่ออาหาร หรือหลีกเลี่ยงสังคม นอนไม่หลับเรื้อรังจากความเครียด โดยเฉพาะเมื่อเป็นนานเกิน 2–3 สัปดาห์ และส่งผลต่อการดำเนินชีวิตประจำวัน มีอาการทางกายที่มาจากความเครียด เช่น ปวดหัว ปวดท้อง ใจสั่น ความดันขึ้น โดยแพทย์ตรวจร่างกายแล้ว แต่ว่าไม่พบสาเหตุชัดเจน กรณีนี้ แพทย์พิจารณาแล้วว่าต้องใช้ยา ก็จะสั่งยาคลายเครียดให้ผู้ป่วย ยาส่วนใหญ่ออกฤทธิ์ต่อจิตประสาท แพทย์จะสั่งโดยพิจารณาเลือกยาให้เหมาะสมกับผู้ป่วยแต่ละรายอย่างรอบคอบ แล้วผู้ป่วยเองก็ต้องใช่ยาตามสั่งอย่างเคร่งครัด ไม่กิน ๆ หยุด ๆ ลดหรือเพิ่มขนาดยาเอง และต้องอยู่ในการดูแลของแพทย์ การจะเพิ่มยา เปลี่ยนยา ลดยา หรือหยุดยาคลายเครียด ต้องอยู่ภายใต้การพิจารณาของแพทย์เท่านั้น


สรุป ความเครียดเป็นเรื่องที่ทุกคนประสบพบเจอได้ บางคนอาจแก้ไขได้ในขั้นต้น แต่ถ้าแก้ไม่ได้ การใช้ยาก็น่าจะเป็นคำตอบสุดท้าย แต่ต้องอยู่ภายใต้การดูแลโดยแพทย์หรือเภสัชกรเท่านั้น โปรดระลึกเสมอว่า การสูบบุหรี่ ดื่มเหล้า เสพยาเสพติด ไม่ใช่หนทางคลายเครียดท หากใครใดใช้สิ่งเหล่านี้เพราะคิดว่าจะคลายเครียดได้ ขอให้ยุติทันที เพื่อชีวิตที่ดีของคุณเอง 


รศ. ภญ. ดร.ณัฏฐดา อารีเปี่ยม และ รศ. ภก. ดร. บดินทร์ ติวสุวรรณ
คณะเภสัชศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

ม.รังสิต จัดโครงการให้ความรู้ความปลอดภัยทางน้ำและว่ายน้ำเป็น

ม.รังสิต จัดโครงการให้ความรู้ความปลอดภัยทางน้ำและว่ายน้ำเป็น

ม.รังสิต จัดโครงการให้ความรู้ความปลอดภัยทางน้ำและว่ายน้ำเป็น

วันอาทิตย์ ที่ 11 พฤษภาคม พ.ศ. 2568, 18.32 น.

สถาบันกีฬามหาวิทยาลัยรังสิต ร่วมกับ สโมสรว่ายน้ำมหาวิทยาลัยรังสิต,สโมสรว่ายน้ำโรงเรียนกีฬากรุงเทพมหานคร จัดโครงการให้ความรู้ความปลอดภัยทางน้ำและว่ายน้ำเป็น ( Water Safety and Swimming Awarenesss ) ประจำปีการศึกษา 2568 ซึ่งจัดขึ้นระหว่างวันที่ 10-11 พฤษภาคม 2568 ณ สระว่ายน้ำมหาวิทยาลัยรังสิต

โดยกิจกรรมครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อให้เด็กและเยาวชนสามารถช่วยเหลือตัวเองได้เวลาอยู่ในน้ำ อีกทั้งให้มีความรู้ความเข้าใจและสามารถช่วยเหลือผู้อื่นได้หากเกิดเหตุการณ์ฉุกเฉินเกี่ยวกับกิจกรรมทางน้ำ ร่วมไปถึงมหาวิทยาลัยรังสิตส่งเสริมกิจกรรมดีๆเพื่อสร้างสรรค์สิ่งที่ดีให้แก่สังคม ซึ่งมีเด็กเยาวชนตบเท้าร่วมเรียนรู้การว่ายน้ำถึงร่วม 80 กว่าราย

เรื่องย่อ ‘KNOCK OUT หมัดน็อกล็อกหัวใจ’

เรื่องย่อ 'KNOCK OUT หมัดน็อกล็อกหัวใจ'

เรื่องย่อ ‘KNOCK OUT หมัดน็อกล็อกหัวใจ’

วันจันทร์ ที่ 12 พฤษภาคม พ.ศ. 2568, 14.20 น.

ซีรีส์เรื่อง “KNOCK OUT หมัดน็อกล็อกหัวใจ” ผลงานจาก WeTV Original กับการกลับมาร่วมมือกันอีกครั้งระหว่าง WeTV และ ดีฮัพเฮ้าส์ กำกับการแสดงโดยผู้กำกับมากฝีมือ ตี๋-บัณฑิต สินธนภารดี เรื่องราวของ คีน      (รับบทโดย ไนซ์ บริพัฒน์) ที่ต้องรู้ข่าวว่าพ่อเสียชีวิตกะทันหันทำให้เขาต้องใช้เงินเก็บทั้งหมดในชีวิตไปจัดงานศพ และถูกแก๊งทวงหนี้มาตามรังควานจนได้รู้ว่าพ่อยังติดหนี้นอกระบบก้อนใหญ่ คีนจึงต้องไปกบดานที่ค่ายมวยเพชรศักดิ์ อีกทั้งยังต้องหาเงินไปใช้หนี้ที่ตัวเองไม่ได้ก่อและมีเรื่องราวที่ทำให้คีนได้พบกับ ธันย์ (รับบทโดย กันเนอร์ ณัฐสกรรจ์) นักมวยผู้มีฉายาว่า ปืนใหญ่ปราบพยัคฆ์ นักมวยดาวเด่นของค่าย แต่ไม่มีใครรู้ว่าทำไมตอนนี้เขาถึงไม่ยอมขึ้นชก ธันย์สร้างกำแพงน้ำแข็งที่ปิดกั้นระหว่างตัวเขากับคนอื่น ๆ ไว้ทำให้คีนต้องหาทางละลายกำแพงน้ำแข็งนั้น เพื่อเข้าถึงจิตใจที่อ่อนไหว และตัวตนที่ธันย์เก็บซ่อนเอาไว้ให้ได้ จนทำให้ทั้งคู่ได้ใกล้ชิดกันมากขึ้นเรื่อย ๆ จนพัฒนาเป็นความรักที่สวยงาม โดยที่ทั้งคู่ไม่รู้ตัวว่าได้เข้าไปพัวพันกับผู้อิทธิพลมืดในวงการมวยจนสร้างปัญหาใหญ่โต และได้รู้ว่าการเสียชีวิตของพ่อคีนนั้นมีเงื่อนงำ ธันย์และคีนจึงร่วมมือกันต่อสู้กับศัตรูที่น่ากลัวโดยมีชีวิตของพวกเขาเป็นเดิมพัน ร่วมต่อสู้ไปกับพวกเขาได้ใน “KNOCK OUT หมัดน็อกล็อกหัวใจ” ในวันที่ 16 พฤษภาคม 2568 ทุกวันศุกร์ เวลา 19:30 น. ทาง แอปพลิเคชัน WeTV หรือเว็บไซต์ http://www.WeTV.vip เท่านั้น

#WeTVOriginal #WeTVth  #DeeHupHouse #KnockOutTheSeries #หมัดน็อกล็อกหัวใจ