ดัน‘กาสิโน’สุดตัว เข้าสภาลำดับแรกหลังเปิดประชุม พท.ท้าให้สื่อจัดดีเบต ยันรัฐบาลพร้อมชี้แจง

ดัน‘กาสิโน’สุดตัว  เข้าสภาลำดับแรกหลังเปิดประชุม  พท.ท้าให้สื่อจัดดีเบต  ยันรัฐบาลพร้อมชี้แจง

ดัน‘กาสิโน’สุดตัว เข้าสภาลำดับแรกหลังเปิดประชุม พท.ท้าให้สื่อจัดดีเบต ยันรัฐบาลพร้อมชี้แจง

วันพุธ ที่ 7 พฤษภาคม พ.ศ. 2568, 06.00 น.

ดันสุดตัว “สรวงศ์” รับก.ม.เอ็นเตอร์เทนเมนท์คอมเพล็กซ์เตรียมเข้าคิวแรกหลังเปิดประชุมสภายินดีให้สื่อจัดดีเบตปม “กาสิโน” ยันรัฐบาลพร้อมชี้แจง หวังจัดเวทีเสร็จก่อนเปิดสภาเดือน ก.ค.นี้นายกฯ‘อิ๊งค์’สั่งการครม.ให้ทุกหน่วยงานเตรียมรับมือเศรษฐกิจโลกผันผวน มอบ‘ขุนคลัง’สรุปแผนรับมือนำเสนอครม.ด่วน ส่วนแก้ปัญหาชายแดนใต้มอบ‘ภูมิธรรม-อนุทิน’ประสานมือกันแก้ปัญหาด่วน กำชับของบประมาณไม่ควรเข้าวาระจร ต้องเข้าวาระปกติ เพื่อความรอบคอบใช้งบประมาณครม.ไฟเขียวเคาะ2พันล้าน ฟื้นฟูโครงสร้างพื้นฐานน้ำท่วม ภัยพิบัติ หนุนจัดแคมเปญท่องเที่ยวดึงรายได้’สนธิญา’ยื่นกกต. สอบ ‘พีระพันธุ์’ ปมถือหุ้น 4 บริษัท พร้อมเรียกร้องชี้แจงที่มาที่ไป

เมื่อวันที่ 6 พฤษภาคม 2568 ที่ทำเนียบรัฐบาล นายสรวงศ์ เทียนทอง รมว.การท่องเที่ยวและกีฬา ในฐานะเลขาธิการพรรคเพื่อไทย(พท.)ให้สัมภาษณ์กรณีที่เคยระบุว่าจะให้มีการเปิดเวทีถกเถียงเรื่องของกาสิโนในสถานบันเทิงครบวงจรว่ารอให้นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ รมช.คลัง เดินทางกลับจากการปฏิบัติภารกิจที่ต่างประเทศก่อน เพื่อมาดูว่าใครจะเป็นโต้โผเรื่องนี้

พท.ดันสุดตัวคิวแรกเปิดประชุมสภา

“แต่สื่อบางสำนักจะจัดเองก็ได้ ยินดี ยืนยันว่า รัฐบาลพร้อมจะชี้แจง และจะพยายามจัดเวทีให้เสร็จสิ้นก่อนเปิดสมัยประชุมสภาผู้แทนราษฎรในเดือนก.ค.นี้”นายสรวงค์ ย้ำ

เมื่อถามว่า พรรคเพื่อไทยจะมีกิจกรรมรณรงค์ ทำความเข้าใจเรื่องกาสิโนหรือไม่ นายสรวงศ์ กล่าวว่า คงไม่ถึงขนาดนั้น อยากให้คนกลางเป็นคนจัดงานมากกว่า เมื่อถามว่า พรบ.สถานบันเทิงครบวงจร จะเข้าหลังเปิดสมัยประชุมเลยหรือไม่ นายสรวงศ์ กล่าวว่า กฎหมายนี้ต้องเข้าเป็นลำดับแรก ไม่เช่นนั้นก็ต้องเลื่อนออกไปอีก

นายกฯสั่งครม.รับเศรษฐกิจโลกผันผวน

นายจิรายุ ห่วงทรัพย์ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรีแถลงผลประชุมคณะรัฐมนตรี(ครม.)ถึงข้อสั่งการนายกรัฐมนตรีว่านายกฯมีข้อสั่งการดังนี้ผลกระทบจากสถานการณ์เศรษฐกิจโลกที่ผันผวน ซึ่งมีสาเหตุสำคัญจากสงครามการค้าและการประกาศนโยบายขึ้นภาษีนำเข้าของสหรัฐฯทำให้ประเทศต่างๆ ไม่สามารถปรับตัวได้ทัน ส่งผลให้ธนาคารโลก (World bank) และสถาบันต่างๆ คาดการณ์ว่าการเติบโตทางเศรษฐกิจของโลกจะตกต่ำลง

ส่วนประเทศไทย ก็จะได้รับผลกระทบดังกล่าวไปด้วย โดยคาดว่าจะต่ำกว่าที่ได้เคยคาดการณ์ไว้ ทั้งนี้ รายได้ของประชาชนในภาพรวมจะลดลง โดยเฉพาะภาคการส่งออกของไทยที่ยังจำเป็นต้องพึ่งพาตลาดต่างประเทศ ซึ่งจะส่งผลในการจัดเก็บภาษีอันเป็นรายได้ของประเทศซึ่งไทยก็คงจะเก็บได้ต่ำกว่าเป้าอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ ทั้งนี้ แผนการดำเนินการโครงการต่างๆ ของรัฐบาล โดยเฉพาะที่ต้องอาศัยงบประมาณก็จำเป็นที่จะต้องได้รับการทบทวน ให้เกิดประสิทธิภาพประสิทธิผล และสอดคล้องกับรายได้ของประเทศที่ลดลง

ทั้งนี้ ประเทศไทยมีความจำเป็น ต้องถือโอกาสนี้เร่งปรับเปลี่ยนโครงสร้างเศรษฐกิจ โดยให้ความสำคัญกับการสร้างการเติบโตของเศรษฐกิจในประเทศ (Domestic Economy) ให้มากขึ้น เพื่อให้มีภูมิคุ้มกันต่อความผันผวนของเศรษฐกิจโลกรวมไปถึงมาตรการดูแลประชาชนและการช่วยเหลือภาคธุรกิจ / ผู้ประกอบการ SMEs ที่ได้รับผลกระทบอีกด้วย

สั่ง‘ขุนคลัง’สรุปแผนเสนอครม.ด่วน

นายกฯมีข้อสั่งการในประเด็นนี้ว่า จากสถานการณ์ดังกล่าว ได้มอบหมายให้ นายพิชัย ชุณหวชิร รองนายกฯ และรมว.คลัง รับเรื่องนี้ไปหารือในคณะกรรมการกระตุ้นเศรษฐกิจ และนำมาเสนอต่อ ครม.โดยเร็ว และขอเน้นย้ำกับคณะรัฐมนตรีทุกท่าน ว่า “ท่ามกลางวิกฤตย่อมมีโอกาส” และขอให้พี่น้องประชาชนและพวกเราทุกคนมีกำลังใจที่จะร่วมกันฟันฝ่าวิกฤตการณ์ครั้งนี้ไปด้วยกัน โดยอาศัย “ความสามัคคีของทุกคนในประเทศ” โดยมีคณะรัฐมนตรี และข้าราชการทุกท่านเป็นแกนนำร่วมกันระดมความร่วมมือ ร่วมแรง ร่วมใจ จากทุกฝ่าย ทุกภาคส่วน ทั้งในภาครัฐภาคเอกชน และประชาชน เพื่อช่วยกันฟันฝ่าและนำพาประเทศให้ผ่านพ้นวิกฤตนี้ไปให้ได้

มอบ‘อ้วน-หนู’ร่วมมือแก้ปัญหาจชต.

นายจิรายุ กล่าวว่านายกฯมีข้อสั่งการสำหรับสถานการณ์การก่อความไม่สงบในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ว่าแต่เดิมที่มีแนวโน้มที่กำลังคลี่คลายไปในทิศทางที่ดีขึ้น แต่ในช่วงหลังกลับมีการก่อเหตุร้ายรุนแรง และบ่อยขึ้นจึงขอมอบหมายให้ นายภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกฯและรมว.กลาโหม ร่วมกับทหารทุกเหล่าทัพ ตำรวจ และหน่วยงานความมั่นคง เร่งดำเนินการหามาตรการป้องกันเพิ่มเติม และแก้ไขปัญหานี้โดยด่วน และขอสั่งการให้ นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกฯ และ รมว.มหาดไทย สั่งการให้ผู้ว่าราชการจังหวัดในพื้นที่ เร่งร่วมมือกับทุกภาคส่วนอย่างจริงจังในการแก้ปัญหา โดยเฉพาะการดูแลทุกข์สุขและสร้างขวัญกำลังใจให้กับประชาชนในพื้นที่

เบรกของบต่างๆไม่ควรเข้าวาระจร

“นอกจากนี้นายกฯยังมีข้อสั่งการต่อครม.อีกว่าตามที่ได้เคยแจ้งกับทางคณะรัฐมนตรีทุกท่านว่าการนำเสนอวาระต่อ ครม.ของแต่ละกระทรวง ขอความร่วมมือให้มีการสอบถามความเห็นจากทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้ครบถ้วนตามกฎหมาย ก่อนที่จะนำเสนอต่อ ครม.ภายในระยะเวลาที่เหมาะสมซึ่งพบว่า ในช่วง 15วันที่ผ่านมา มีวาระจรเข้ามามากขึ้นโดยเฉพาะอย่างยิ่งวาระที่เกี่ยวข้องกับงบประมาณ จึงขอเน้นย้ำกับครม.ทุกท่าน ให้วางแผนเรื่องเวลาในการส่งเรื่องมา เพื่อจะได้นำเข้าในวาระปกติ ไม่จำเป็นต้องเข้ามาเป็นวาระจรโดยไม่จำเป็นเพราะจะเกิดความไม่รอบคอบ และขาดการรับฟังความคิดเห็นที่ครบถ้วนจากทุกหน่วยงาน”นายจิรายุ กล่าว

เคาะ2พันล้านฟื้นฟูน้ำท่วม-ภัยพิบัติ

ที่ทำเนียบรัฐบาล น.ส.แพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี แถลงหลังประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ว่า ครม.เห็นชอบตามที่การทรวงคมนาคม เสนอ การจัดงบประมาณรายจ่าย ประจำปีงบประมาณ 2568 งบกลางวงเงิน 2,049 ล้านบาท เพื่อฟื้นฟูโครงสร้างพื้นฐานที่ได้รับความเสียหายจากอุทกภัย และภัยพิบัติ 17 จังหวัด ได้แก่ เชียงราย แม่ฮ่องสอน เชียงใหม่ พะเยา ลำปาง แพร่ น่าน อุตรดิตถ์ ตราด สุโขทัย เลย ภูเก็ต ยะลา พิษณุโลก อุดรธานี หนองคาย และกาญจนบุรีซึ่งมีความเสียหายส่งผลกระทบกับประชาชนที่ใช้เส้นทาง

ไฟเขียวพค.เดือนแห่งสุขภาพใจ

น.ส.แพทองธารกล่าวต่อว่าครม.เห็นชอบตามที่กระทรวงสาธารสุข เสนอ ในการขอความเห็นชอบเสนอให้เดือนพฤษภาคมของทุกปีเป็นเดือนแห่งสุขภาพใจ (Mind Month) ภายใต้แนวคิดสุขภาพใจเป็นเรื่องของทุกคน โดยกรมสุขภาพจิตจะดำเนินการร่วมกับเครือข่ายใน 4 ประเด็นหลัก ลดการตีตราทางสุขภาพจิต การสร้างความตระหนักรู้ การเข้าถึงบริการสุขภาพจิต และสร้างพื้นที่ปลอดภัย

หนุนแคมเปญท่องเที่ยวดึงรายได้

ทั้งนี้ นายกฯ กล่าวอีกว่า ครม.เห็นชอบตามที่คณะกรรมการนโยบายการท่องเที่ยว เสนอแนวทางการจัดแคมเปญโดยขอให้ทุกหน่วยงานดำเนินการตามที่ได้รับมอบหมาย เพื่อให้ภาคการท่องเที่ยวเป็นอีกหนึ่งเครื่องยนต์ที่จะเพิ่มรายได้และช่วยพยุงเศรษฐกิจของประเทศในข่วงที่ต่างประเทศมีการผันผวน โดยมุ่งเน้นการบูรณการทุกภาคส่วนในการเตรียมความพร้อมรับนักท่องเที่ยวได้แก่ ด้านสายการบิน โรงแรมที่พัก ร้านอาหาร บริษัททัวร์ ห้างสรรพสินค้า ร้านค้า ระบบขนส่งเอกชน สาธารณะ และด้านอีเว้นท์

หนูปลื้ม‘ลุงตู่’ให้กำลังใจ-ช่วยอิ๊งค์ให้ดี

ด้าน นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรี และรมว.มหาดไทย เปิดเผยถึงการพบกับพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา องคมนตรี และอดีตนายกรัฐมนตรี ได้ฝากความห่วงใยอะไรมายังรัฐบาลหรือไม่ว่า เจอพล.อ.ประยุทธ์ทุกครั้งก็ดีใจ ไม่ได้เจอกันมา 2-3เดือนแล้ว ผู้สื่อข่าวถามว่า พล.อ.ประยุทธ์ได้ปรารภอะไรถึงสถานการณ์ทางการเมืองหรือไม่ นายอนุทิน กล่าวว่า ไม่มี พล.อ.ประยุทธ์ได้แต่ถามสารทุกข์สุขดิบว่าเป็นอย่างไรบ้างงานหนักหรือไม่ และเป็นกำลังใจให้ เวลาเจอกันพล.อ.ประยุทธ์ ก็ตบไหล่ให้กำลังใจในการทำงานตลอด ให้ช่วยนายกฯให้ดีๆ

‘พีระพันธุ์’ไม่กังวลปม‘ถุงยังชีพ’

ที่ทำเนียบรัฐบาล นายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค รองนายกรัฐมนตรีและรมว.พลังงานในฐานะหัวหน้าพรรครวมไทยสร้างชาติ (รทสช.) ให้สัมภาษณ์กรณีคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ(ปปช.)เรียกไปรับทราบข้อกล่าวหากรณีถือหุ้นบริษัท และการแจกถุงยังชีพโดยมีสติกเกอร์รูปตนเองว่าปปช.ยังไม่มีการส่งหนังสือมาถึงตน เมื่อถามย้ำว่ามีความกังวลในเรื่องนี้หรือไม่ นายพีระพันธุ์กล่าวว่า ไม่มี

เลขาฯกฤษฎีกาอุบตอบปม‘พีระพันธุ์’

ด้านนายปกรณ์ นิลประพันธ์ เลขาธิการคณะกรรมการกฤษฎีกา ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีที่นายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค รองนายกรัฐมนตรีและรมว.พลังงาน ถูกร้องเรียนมีชื่อเป็นกรรมการและผู้ถือหุ้นในบริษัทว่าต้องดูรัฐธรรมนูญและกฎหมาย เรื่องนี้อยู่ในชั้นไต่สวนของ ปปช.ดังนั้นตนไม่ควรที่จะให้ความเห็นให้เกิดความวุ่นวาย เดี๋ยวสังคมจะเข้าใจอะไรไปไม่ตรงกัน

ชี้กม.เขียนยังไงต้องเป็นอย่างนั้น

เมื่อถามว่า เคยมีการทักท้วงจากกฤษฎีกาในเรื่องนี้หรือไม่ นายปกรณ์ กล่าวว่า เป็นไปตามกฏหมาย กฎหมายเขียนว่าอย่างไรก็เป็นไปตามนั้น เมื่อถามย้ำว่า รัฐมนตรีสามารถดำรงตำแหน่งได้หรือไม่ นายปกรณ์ กล่าวว่า ตอบแทนไม่ได้ ตนไม่รู้ข้อเท็จจริง แต่ข้อกฎหมายเขียนไว้ยังไงก็เป็นอย่างนั้น เมื่อถามว่า เรื่องนี้น่าเป็นห่วงหรือไม่ นายปกรณ์ กล่าวว่า ตนไม่ค่อยกังวล ขอให้เป็นหน้าที่ ป.ป.ช.ดีกว่า

‘สนธิญา’ยื่นสอบ’พีระพันธุ์’ปมถือหุ้น

วันเดียวกัน ที่สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง(กกต.)นายสนธิญา สวัสดี นักเคลื่อนไหวทางการเมือง เข้ายื่นเรื่องต่อกกต.เพื่อให้ตรวจสอบ การกระทำที่จะฝ่าฝืนรัฐธรรมนูญและพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญ(พ.ร.ป.)ว่าด้วยการเลือกตั้ง สส. พ.ศ.2561 ของนายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค รองนายกรัฐมนตรีและรมว.พลังงาน ในการถือหุ้นและเป็นกรรมการบริหาร จำนวน 4 บริษัท

นายสนธิญากล่าวว่าตนไม่ได้มีการประสานกับนายเรืองไกร ลีกิจวัฒนะ บุคคลใดเลยเป็นการได้รับเอกสารที่มีผู้ร้องเรียนมายังตนและตนขอเรียกร้องไปยังนายพีระพันธุ์ เพราะกรณีถือหุ้นหรือการเป็นกรรมการบริหารในบริษัทนั้น เป็นหลักฐานทางวิทยาศาสตร์ที่สามารถตรวจสอบได้

เรียกร้องออกมาชี้แจงที่มาที่ไปให้ชัด

“วันนี้ถ้านายพีระพันธุ์ มั่นใจว่าตนเองไม่ได้ถือหุ้นใน 4 บริษัทนั้น ท่านก็ออกมาแถลงชี้แจงได้เลย หรือต่อให้จะถือหุ้นก็ควรที่จะออกมาแถลงว่าถือเพราะอะไรอย่าลืมว่านายพีระพันธุ์เป็นรัฐมนตรี เป็นหัวหน้าพรรครวมไทยสร้างชาติ เป็นบุคคลสาธารณะที่จะต้องได้รับการตรวจสอบ ผมจึงขอเรียกร้องและการเรียกร้องตามบทบัญญัติแห่งรัฐธรรมนูญเกี่ยวกับเรื่องจริยธรรม คุณธรรม ทำให้นักการเมืองหลายคนใน 3-4 ปีที่ผ่านมา ถูกตัดสิทธิทางการเมืองไปตลอดชีวิต และอยากให้การบังคับใช้บทบัญญัติแห่งรัฐธรรมนูญ เป็นไปโดยชอบธรรม เหมือนทุกๆคนที่เขาปฏิบัติกันผมเรียกร้องอีกครั้งหนึ่งว่าท่านพีระพันธุ์ควรออกมาแถลงข่าวให้มันชัดเจนว่าถือหุ้นอยู่ในทั้ง 4บริษัทหรือไม่ หรือเป็นกรรมการหรือไม่ ซึ่งไม่ได้เป็นเรื่องยากอะไรเลย สามารถตรวจสอบได้”นายสนธิญา ระบุ

‘อิ๊งค์’ยันพ่อป่วยจริง-ตัดพ้อพูดไปก็ไม่เชื่อ ถึงขั้นต้องผ่าตัด! พ่อวัย75เจ็บป่วยต้องรักษานาน คดีชั้น14ขอสู้ตามกระบวนการ

‘อิ๊งค์’ยันพ่อป่วยจริง-ตัดพ้อพูดไปก็ไม่เชื่อ  ถึงขั้นต้องผ่าตัด!  พ่อวัย75เจ็บป่วยต้องรักษานาน  คดีชั้น14ขอสู้ตามกระบวนการ

‘อิ๊งค์’ยันพ่อป่วยจริง-ตัดพ้อพูดไปก็ไม่เชื่อ ถึงขั้นต้องผ่าตัด! พ่อวัย75เจ็บป่วยต้องรักษานาน คดีชั้น14ขอสู้ตามกระบวนการ

วันพุธ ที่ 7 พฤษภาคม พ.ศ. 2568, 06.00 น.

‘อิ๊งค์’ยันพ่อป่วยจริง-ตัดพ้อพูดไปก็ไม่เชื่อ ถึงขั้นต้องผ่าตัด! พ่อวัย75เจ็บป่วยต้องรักษานาน คดีชั้น14 ขอสู้ตามกระบวนการ ‘สมศักดิ์’ชี้เชือดหมอแค่คาดเดา ย้ำแพทยสภาไม่มีใครล็อบบี้ได้

“อุ๊งอิ๊งค์” แจงปมเทวดาชั้น 14 ยันคุณพ่อแม้วป่วยจริง ถึงขั้นต้องผ่าตัด ทั้งหายใจช้าลง ครวญพูดอย่างไรใครก็ไม่เชื่อ เตือนอย่าคิดเยอะ โยงถึงล้มดีลตั้งรัฐบาล หลังศาลนัดทักษิณแจง 13 มิถุนายนนี้ ด้าน’สมศักดิ์’เผยแพทยสภายังไม่ได้ประชุมและไม่มีใครล็อบบี้ได้ กระแสเชือดหมอรักษาเทวดา คงเป็นการคาดเดา

เมื่อวันที่6 พ.ค.68 ที่ทำเนียบรัฐบาล น.ส.แพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี กล่าวภายหลังการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ถึงความคืบหน้าการขอข้อมูลจากแพทยสภาในการพักรักษาตัวของนายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ที่ชั้น 14 โรงพยาบาลตำรวจว่า เรื่องนี้ยังไม่มา พร้อมถามผู้สื่อข่าวว่ามีออกมาแล้วหรือ ผู้สื่อข่าวตอบว่า “ยัง หากจะมาก็ต้องส่งมาที่นายกรัฐมนตรีใช่หรือไม่” น.ส.แพทองธาร กล่าวว่า “ใช่ และยังไม่ได้รับรายงานมาเลย” เมื่อถามว่า เวลานี้ประเด็นการรักษาตัวชั้น 14 ของนายทักษิณ บางฝ่ายพยายามโยงถึงตัวนายกฯ ว่ารู้เรื่องทุกอย่างว่า พ่อได้รับการรักษาตัวและป่วยจริงหรือไม่ และพยายามหยิบยกมาเป็นประเด็นทางการเมือง ตรงนี้จะอธิบายอย่างไร นายกฯ กล่าวว่า ต้องทราบเรื่องนี้และทราบอยู่แล้วว่าเกิดอะไรขึ้น แต่อย่างที่เคยพูดในการอภิปรายว่า ถ้าพูดไปแล้วจะเชื่อหรือไม่ ถ้าตัวเองพูดจะเชื่อหรือไม่

เมื่อถามย้ำว่านายทักษิณป่วยจริงหรือไม่ น.ส.แพทองธาร กล่าวเสียงหนักแน่นว่า ป่วยจริง และมีการผ่าตัดด้วย เมื่อถามกรณีที่ศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง นัดให้นายทักษิณนำข้อมูลไปชี้แจงในวันที่ 13 มิ.ย.สังคมมองว่าเป็นการล้มดีลการจัดตั้งรัฐบาล ถ้าผลออกมาจะเป็นสัญลักษณ์อะไรหรือไม่ น.ส.แพทองธาร ยิ้มและกล่าวว่า คิดเยอะมากเลย วันที่ 13 มิ.ย. ศาลนัดมาอย่างไร เราต้องไปตามกระบวนการ ตามขั้นตอน และเดี๋ยวคงมีหลักฐานที่นายทักษิณ จะเอาไปยืนยัน ซึ่งก็เป็นไปอย่างนั้น

ผู้สื่อข่าวถามว่า หลักฐานที่ระบุคิดว่า จะสามารถเคลียร์ข้อกล่าวหาได้หรือไม่ นายกฯ กล่าวว่า อยู่ในกระบวนการ และที่จริงเรามั่นใจอยู่แล้วว่าเกิดอะไรขึ้นบ้าง ถ้าจะอยู่ในจุดที่สงสัยต่อเนื่องก็สงสัยได้ต่อเนื่อง แต่ถามว่าหากตนเองออกมาพูดถึงความชัดเจนก็ไม่มีใครเชื่ออยู่ดี เพราะคนไม่เชื่อก็เลือกที่จะไม่เชื่อ แล้วก็คิดว่าจะมีอะไรเพิ่มเติมก็คิดได้อย่างนั้น

“ทุกวันนี้คุณพ่ออายุ 75 ปี เวลานี้เจ็บป่วยอะไรจะเห็นได้ชัดว่าหายช้ากว่าปกติ แต่ไม่เป็นไร เพราะครอบครัวและส่วนตัวของตนเอง ก็ผ่านเรื่องต่างๆ มามากมาย สิ่งที่ทำได้คือต้องเข้มแข็ง และเป็นสิ่งที่ต้องทำ เราจะมี Mind Month อยู่แล้ว ในเร็วๆ นี้ซึ่งเป็นเรื่องที่สำคัญ ที่ต้องดูแลสุขภาพใจของเรา ทำใจให้เบิกบานสดใส มีความโกรธหรือเกลียดชังอะไรมากมายก็ไม่ดีกับตัวเรา”

เมื่อถามว่าการประชุมครม.วันนี้ได้เจอและพูดคุยกับนายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค รองนายกรัฐมนตรี และรมว.พลังงานหรือไม่ น.ส.แพทองธาร ชี้ขึ้นไปบนตึกบัญชาการ พร้อมกับบอกว่า มาประชุมข้างบน

นายสมศักดิ์ เทพสุทิน รมว.สาธารณสุขและแกนนำพรรคเพื่อไทย กล่าวถึงกระแสข่าวว่าผลสอบแพทยสภากรณีชั้น 14 โรงพยาบาลตำรวจ มีแพทย์ 2 คนโดนพักใบอนุญาตว่า มีสื่อบางฉบับเอาผลการประชุมของแพทยสภามานำเสนอ แต่เท่าที่ตนดูแพทยสภายังไม่มีการประชุม ตนจึงไม่รู้ว่าไปรับรู้รับทราบข้อมูลมาอย่างไร แต่คิดว่าคงเป็นการคาดเดาว่าตนจะไปยับยั้งหรือไม่เห็นด้วยตามระเบียบกฎหมาย

ทั้งนี้ ตนในฐานะรมว.สาธารณสุข เป็นสภานายกพิเศษแห่งแพทยสภา มีอำนาจยับยั้งหรือเห็นชอบรายงานการประชุมของแพทยสภาตามปกติ และในเอกสารที่ระบุว่าวันที่ 8พ.ค.จะมีการประชุมแพทยสภา ตนก็ไม่ทราบว่าจะมีการประชุมหรือไม่อย่างไร แต่เมื่อผลออกมาแล้ว ตามกฏหมายก็ต้องส่งมาให้รมว.สาธารณสุข เห็นชอบหรือไม่เห็นชอบ ซึ่งตนไม่ทราบว่าผลจะออกมาเป็นอย่างไร และไม่ได้คิดอะไรไว้เลย“ผมไม่สามารถโน้มน้าวหรือทำให้ใครเห็นชอบหรือไม่เห็นชอบได้ เพราะคณะกรรมการส่วนใหญ่เป็นผู้ทรงคุณวุฒิประมาณ 71-72 ท่าน และเป็นสัดส่วนของแพทย์ในมหาวิทยาลัย รวมถึงบุคลากรทางการแพทย์เป็นองค์ประกอบด้วย ผมคงไม่สามารถไปล็อบบี้ใครได้ทั้งสิ้น ฉะนั้น สื่อที่ออกมาพูดในลักษณะตีปลาหน้าไซ ไม่ทราบว่ามีวัตถุประสงค์อะไร และที่ผ่านมาผมก็ไม่เคยเห็นแย้ง” นายสมศักดิ์ ระบุ

เมื่อถามว่าจะเห็นชอบตามที่แพทยสภาเสนอมาใช่หรือไม่ นายสมศักดิ์ กล่าวว่า โดยปกติต้องเป็นแบบนั้น ถ้ามีผลออกมาแล้ว ผู้เกี่ยวข้องอาจร้องเรียนหรือมีความสงสัยอะไรมา เราก็ต้องดู เพราะคนเป็นรัฐมนตรีจะถูกมองว่าปล่อยปะละเลย ก็อาจมีประเด็นนั้นตามมา เราจึงต้องดูให้เรียบร้อยตามเหตุตามผล

เมื่อถามว่า กรณีรมว.สาธารณสุขเห็นชอบถือว่า จบเลยหรือไม่ นายสมศัดดิ์ กล่าวว่า หากรับรองมติแล้วก็จบเลย แต่หากไม่เห็นด้วย ก็ต้องกลับเข้าที่ประชุมแพทยสภาเพื่อยืนยัน โดยใช้เสียง 2 ใน 3 คือ 48 ท่าน แต่ถ้าที่ประชุมเห็นแย้ง แต่ตรงกับความเห็นของรมว.สาธารณสุข ต้องใช้เสียง 1 ใน 3 คือ 24 ท่าน

แนวหน้าวาทะเด็ด

แนวหน้าวาทะเด็ด

แนวหน้าวาทะเด็ด

วันพุธ ที่ 7 พฤษภาคม พ.ศ. 2568, 06.00 น.

“เรื่องสันติภาพ จริงๆ แล้ว รัฐบาลมีการเรียกร้องมาโดยตลอด เพราะประเทศไทยเป็นประเทศที่มีความสงบสุข และอยากให้มีความสมานฉันท์มีความรักในพื้นที่ให้เกิดความสงบ”

นางสาวซาบีดา ไทยเศรษฐ์

รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย

‘อ้วน’ชี้ถกดับไฟใต้ ยึดรธน.-ไม่แบ่งรัฐ ‘BRN’แถลงการณ์ ปัดเข่นฆ่าพลเรือน

'อ้วน'ชี้ถกดับไฟใต้  ยึดรธน.-ไม่แบ่งรัฐ  ‘BRN’แถลงการณ์  ปัดเข่นฆ่าพลเรือน

‘อ้วน’ชี้ถกดับไฟใต้ ยึดรธน.-ไม่แบ่งรัฐ ‘BRN’แถลงการณ์ ปัดเข่นฆ่าพลเรือน

วันพุธ ที่ 7 พฤษภาคม พ.ศ. 2568, 06.00 น.

นายกฯ มอบ “ภูมิธรรม-อนุทิน” แก้ไฟใต้ด่วน ขณะที่“ภูมิธรรม” กาง 3 เงื่อนไขเจรจา ลั่นต้องยึด รธน.ไทย-ไม่แบ่งแยกรัฐ พร้อมเพิ่มกำลังดูแลประชาชน ด้าน‘บิ๊กเล็ก’ลงพื้นที่ 7พ.ค.นี้ พร้อมรับฟังข้อมูลรอบด้าน ปรับแผนดับไฟใต้ ยันได้รับมอบหมายแล้วพร้อมช่วยดูแลแก้ไขปัญหาอย่างเต็มที่

เมื่อวันที่ 6พฤษภาคม แฟนเพจเฟซบุ๊กไทยคู่ฟ้า โพสต์รูปภาพพร้อมข้อความเปิดข้อสั่งการ นายกรัฐมนตรี เกี่ยวกับสถานการณ์ความไม่สงบในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ ว่า น.ส.แพทองธาร ชินวัตร นายกฯ ได้มอบหมายให้ นายภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกฯและ รมว.กลาโหม ร่วมกับหน่วยความมั่นคง เร่งดำเนินมาตรการป้องกันเพิ่มเติม และแก้ปัญหาโดยด่วน พร้อมกับให้นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกฯและ รมว.มหาดไทย สั่งผู้ว่าฯ จังหวัดในพื้นที่ ร่วมมือกับทุกภาคส่วนแก้ปัญหาอย่างจริงจัง โดยเฉพาะการดูแลทุกข์สุขและขวัญกำลังใจประชาชน การเสนอวาระต่อ ครม.ให้ทุกหน่วยงาน วางแผนการส่งเรื่องทำตามกฎหมายให้ครบถ้วน ก่อนเสนอ ครม.ไม่ควรนำเรื่องเข้า ครม.เป็นวาระจรโดยไม่จำเป็น เพราะจะเกิดความไม่รอบคอบในการพิจารณา และขาดการรับฟังความเห็นที่ครบถ้วนจากทุกหน่วยงาน

ด้าน นายภูมิธรรม กล่าวถึงสถานการณ์ความรุนแรงในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ ว่าขอแสดงความเสียใจกับครอบครัวของประชาชน ทั้งไทยพุทธและมุสลิมที่ประสบเหตุ ตนคิดว่าการกระทำแบบนี้ไม่ได้ช่วยให้อะไรดีขึ้น ต้องถือว่าเป็นการกระทำที่ไร้มนุษยธรรม และใช้ความรุนแรงในการเข้าไปแก้ปัญหาด้วยการเข้าไปยิงพระ สามเณร เด็ก คนชรา ผู้พิการ เป็นเรื่องที่ไร้มนุษยธรรมอย่างยิ่ง ไม่ได้ช่วยให้สิ่งที่กำลังต่อสู้ประสบความสำเร็จ เราเองก็พร้อมที่จะแก้ปัญหานี้โดยเร็ว ซึ่งได้สั่งการให้ทั้งทหาร ตำรวจและฝ่ายปกครองปฏิบัติการเชิงรุกคือไม่อยู่ในที่ตั้ง ต้องตั้งด่านเข้มงวดขึ้น ปฏิบัติการให้เร็วขึ้น เข้าไปในจุดที่สงสัยว่าเกิดเหตุ ส่งกำลังเข้าไปดูแลประชาชนตั้งแต่ นายอันวาร์อิบราฮิม นายกฯมาเลเซียและน.ส.แพทองธาร ชินวัตร นายกฯ ได้พูดคุยและตกลงว่า จะให้ฝ่ายปฏิบัติการที่ตนดูแลอยู่ พบกับผู้อำนวยการสะดวกทางมาเลเซีย ซึ่งเราได้พบกันแล้ว ได้บอกว่าประการแรก เราไม่ยอมรับความรุนแรง ดังนั้นถ้าจะใช้ความรุนแรงมันยากที่จะมาเจรจากัน ถ้าเขายอมรับในสิ่งที่เราตกลงกันว่าเราจะคุยกันอย่างสันติ คุณต้องพิสูจน์ให้เห็นว่าสามารถยุติและมาเจรจากันได้ ไม่ใช่เราไม่พร้อมเจรจา ตนตั้งใจและยินดีที่จะเจรจาถ้าแก้ปัญหาได้

นายภูมิธรรม กล่าวอีกว่า ประการที่ 2 ได้บอกไปว่าเรายอมรับในพหุวัฒนธรรม ซึ่งเขาก็ต้องยอมรับในสิ่งนี้ด้วย ประเทศไทยมีจุดแข็งที่อยู่ร่วมกันได้ทุกศาสนา เมื่อก่อนในพื้นที่ภาคใต้ชาวไทยพุทธและมุสลิมก็อยู่ร่วมกัน เหตุรุนแรงที่เกิดขึ้นจากความพยายามในการแยกรัฐ ตนคิดว่าต้องอยู่ในสังคมพหุวัฒนธรรมc]tประการที่3 ตนยินดีจะเจรจาพูดคุย ภายใต้รัฐธรรมนูญไทย รัฐไทยเป็นรัฐเดียว แบ่งแยกไม่ได้ ดังนั้นการเจรจาเพื่อเป็นรัฐปาตานี หรือรัฐอะไรก็ตาม เราไม่พร้อมเจรจาด้วย

“การที่ประชาชนในพื้นที่จะมีส่วนร่วมบริหารจัดการ มีส่วนร่วมในการปกครองตัวเอง เรื่องนี้มาคุยกัน จะเอารูปแบบไหน ถ้ายึดหลักที่ได้บอกไป ไม่แบ่งแยกเป็นรัฐอิสระ ไม่ดำเนินการนอกรัฐธรรมนูญไทย ก็มาคุยกันว่าจะเอาแบบไหน ได้ให้เงื่อนไขกับผู้อำนวยความสะดวกไปแล้ว “ รองนายกฯ กล่าว

นายภูมิธรรม กล่าวต่อว่า ได้มอบหมายให้ รมช.กลาโหม ลงพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ในวันที่ 7 พฤษภาคมนี้ เพื่อไปพูดคุยให้กำลังใจดูแลเจ้าหน้าที่ทั้งตำรวจ ทหาร และฝ่ายปกครอง และขอให้ชาวไทยมองปัญหาอย่างเข้าใจ เห็นใจเจ้าหน้าที่ซึ่งเสี่ยงชีวิต อย่าหลงประเด็นที่ถูกบิดเบือน เพราะประเด็นสำคัญคือไม่ควรมีการเข่นฆ่าพี่น้องประชาชน ถ้าไม่มีเรื่องนี้แล้วค่อยมาคุยกัน แต่ถ้าเอาเรื่องนี้มาบีบเราคงยอมไม่ได้ และต้องดำเนินการอย่างแข็งแรงเด็ดขาด เพื่อให้ประชาชนของเรามีความปลอดภัย

ขณะที่พล.อ.ณัฐพล นาคพาณิชย์ รมช.กลาโหม กล่าวว่า นายภูมิธรรม ได้มอบหมายให้ไปพูดคุยกับหน่วยงานในพื้นที่3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ เพื่อเร่งรัดการดำเนินการว่าจะทำอย่างไร และการลงพื้นที่ครั้งนี้จะงดทุกอย่างที่เป็นทางการ เนื่องจากปัจจุบันหน่วยงานในพื้นที่กำลังปฏิบัติหน้าที่อย่างเข้มข้น จะไม่ไปรบกวนการทำงาน จะไปพบแม่ทัพภาคที่ 4 และบางหน่วย ส่วนการเกิดสถานการณ์รุนแรงต่อเนื่องนั้น จะมีการปรับแผน ที่ผ่านมาตนไม่ได้รับผิดชอบโดยตรง ส่วนใหญ่ กอ.รมน.เป็นผู้รับผิดชอบ ซึ่งนายภูมิธรรม ได้รับมอบหมายจากนายกฯ ให้กำกับดูแล ผู้สื่อข่าวถามว่า มีการวิเคราะห์ถึงสาเหตุความรุนแรงที่เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่องหรือไม่ว่ามาจากอะไร พล.อ.ณัฐพล กล่าวว่า กำลังวิเคราะห์กันอยู่ แต่อยากลงไปฟังด้วยตัวเอง ที่ผ่านมาได้รับเพียงรายงาน เมื่อถามว่า กระบวนการพูดคุยสันติสุขควรจะมีความชัดเจนหรือไม่ พล.อ.ณัฐพล กล่าวว่าขอลงพื้นที่ไปพูดคุยกับผู้เกี่ยวข้องก่อน ทั้งหน่วยทหาร ผู้นำศาสนา เมื่อกลับมาแล้วจะรายงานให้ นายภูมิธรรม ทราบเพื่อกำหนดแนวทางให้ชัดเจนอย่างเร่งด่วน ยืนยันว่าไม่ได้นิ่งนอนใจ

รายงานข่าวแจ้งว่า ขบวนการแนวร่วมปฏิวัติแห่งชาติมลายูปาตานี หรือบีอาร์เอ็น ออกแถลงการณ์เป็นลายลักษณ์อักษร แสดงความเสียใจต่อเหตุการณ์ความรุนแรงในพื้นที่ปาตานีดารุสซาลาม ซึ่งมีผู้บริสุทธิ์เสียชีวิตและได้รับความเดือดร้อน โดยยืนยันว่า บีอาร์เอ็น ไม่มีนโยบายโจมตีเป้าหมายพลเรือนในแถลงการณ์ยังเน้นย้ำว่า การเคลื่อนไหวของบีอาร์เอ็น มีจุดมุ่งหมายเพื่อเสรีภาพและศักดิ์ศรีของประชาชนมลายูปาตานี ยึดมั่นในสิทธิในการกำหนดอนาคตตนเอง และยืนยันว่าจะดำเนินการภายใต้กรอบของสิทธิมนุษยชนสากลและกฎหมายมนุษยธรรมระหว่างประเทศ

ทั้งนี้ บีอาร์เอ็น เรียกร้องให้ทุกฝ่ายโดยเฉพาะรัฐบาลไทยและกลุ่มติดอาวุธ หลีกเลี่ยงการกระทำที่เป็นอันตรายต่อประชาชน พร้อมเสนอให้มีการสอบสวนเหตุการณ์ความรุนแรงอย่างโปร่งใส เพื่อสร้างความไว้วางใจและลดความตึงเครียดในพื้นที่ ข้อความในแถลงการณ์ระบุชัดเจนว่า “การต่อสู้ของพวกเรามีเป้าหมายเพื่อเสรีภาพและศักดิ์ศรีของประชาชนปาตานี มิใช่เพื่อสร้างความหวาดกลัว” ก่อนจะปิดท้ายด้วยการเชิญชวนให้ทุกฝ่าย “ยืนหยัดร่วมกันด้วยสันติและปัญญา” โดยแถลงการณ์ฉบับนี้มีขึ้นท่ามกลางสถานการณ์ความไม่สงบในพื้นที่ชายแดนภาคใต้ที่ยังเกิดขึ้นต่อเนื่อง แม้จะมีความพยายามในการเจรจาสันติภาพ มาอย่างยาวนานจากหลายภาคส่วน

สถิติชี้ชัดได้ผลจริง! นักวิชาการ มธ.จี้รัฐเร่งเปิด‘เจรจาสันติภาพ’ดับไฟใต้

สถิติชี้ชัดได้ผลจริง! นักวิชาการ มธ.จี้รัฐเร่งเปิด‘เจรจาสันติภาพ’ดับไฟใต้

สถิติชี้ชัดได้ผลจริง! นักวิชาการ มธ.จี้รัฐเร่งเปิด‘เจรจาสันติภาพ’ดับไฟใต้

วันอังคาร ที่ 6 พฤษภาคม พ.ศ. 2568, 20.11 น.

“นักวิชาการธรรมศาสตร์”จี้”รัฐบาล” เร่งเปิด”เจรจาสันติภาพ”ดับไฟใต้ สถิติชี้ชัดเป็นเครื่องมือที่ได้ผลจริง

นักวิชาการธรรมศาสตร์ เผยกระบวนการเจรจาสันติภาพที่ชะงักร่วม 1 ปี อาจส่งผลให้ไฟใต้ปะทุขึ้น ระบุสถิติชี้ชัดช่วยลดเหตุการณ์ความไม่สงบได้จริง เชื่อการความรุนแรงทำ “ขบวนการ” สูญเสียความชอบธรรมทางการเมือง แนะรัฐพูดคุยกับหลายกลุ่ม-หลายวาระ ยอมรับกังวล “ภูมิธรรม” ให้สัมภาษณ์ ถามถ้าไม่เริ่มเจรจาจะรู้ได้อย่างไรว่าใครเป็นตัวจริง พร้อมแสดงความเป็นห่วงกระแสการสร้างความเกลียดชังแบบเหมารวมจะเป็นอุปสรรคขวางกั้นสันติภาพ

เมื่อวันที่ 6 พฤษภาคม 2568 ดร.ชญานิษฐ์ พูลยรัตน์ อาจารย์ประจำคณะรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ (มธ.) เปิดเผยว่า เหตุผลที่ทำให้ความขัดแย้งในจังหวัดชายแดนใต้ปะทุขึ้นในระยะเวลา 1-2 สัปดาห์ที่ผ่านมา ส่วนหนึ่งอาจมาจากการหยุดชะงักของกระบวนการเจรจาสันติภาพ ซึ่งพบว่าได้หยุดนิ่งมาเป็นเวลาเกือบ 1 ปีแล้ว ซึ่งข้อมูลจากศูนย์เฝ้าระวังสถานการณ์ภาคใต้ (Deep South Watch) ชี้ชัดว่า นับตั้งแต่มีการเริ่มต้นกระบวนการเจรจาสันติภาพในปี 2556 เป็นต้นมา พบว่าสถิติเหตุการณ์ความไม่สงบได้ลดลงอย่างมีนัยสำคัญ นั่นเพราะกระบวนเจรจาสันติภาพเป็นพื้นที่ให้คู่ขัดแย้งสามารถต่อรอง แลกเปลี่ยนข้อมูลและมีส่วนสร้างความไว้วางใจต่อกัน เพื่อระงับไม่ให้ความรุนแรงเกิดขึ้นได้

ดร.ชญานิษฐ์ กล่าวว่า การที่ นายภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม เคยให้สัมภาษณ์ว่า “เราจะไม่คุย ถ้าไม่ใช่ตัวจริง” นั้น เป็นการสร้างเงื่อนไขในการพูดคุยสันติภาพที่น่ากังวล เพราะถ้าไม่เริ่มต้นคุยแล้วจะรู้ได้อย่างไรว่าเป็นตัวจริงหรือไม่ ในขณะเดียวกัน ตลอดระยะเวลา 20 ปีที่ผ่านมา ที่มีการทุ่มงบประมาณจำนวนมากต่อความพยายามแก้ปัญหาความรุนแรงในจังหวัดชายแดนภาคใต้นั้น ทางการไทยยังไม่ทราบเลยหรือว่าใครเป็นตัวจริงหรือไม่เป็นตัวจริง

“ท่ามกลางสถานการณ์ความรุนแรงที่เกิดขึ้น หากยังไม่เกิดกระบวนการพูดคุยกันอีก อาจแปลความได้ว่าทั้งรัฐบาลไทยและขบวนการติดอาวุธไม่ได้มีเจตจำนงที่จะสร้างสันติภาพอย่างแท้จริง ผลคือความชอบธรรมของทั้งรัฐบาลและขบวนการจะลดลงเรื่อยๆ และทั้งสองฝ่ายก็จะไม่ได้เป็นตัวแทนของประชาชนอย่างที่พยายามกล่าวอ้างมาโดยตลอด เพราะขณะนี้ประชาชนประสานเสียงต้องการให้เกิดการพูดคุย ฉะนั้นการพูดคุยเร็วเท่าไหร่ยิ่งเป็นผลดีกับทุกฝ่ายมากขึ้นเท่านั้น” นักวิชาการธรรมศาสตร์ กล่าว

นักวิชาการธรรมศาสตร์ กล่าวอีกว่า ในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมาซึ่งเหตุการณ์ความรุนแรงต่อพลเรือนเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องนั้น ภาคประชาสังคมและประชาชนกลุ่มต่างๆ ในจังหวัดชายแดนภาคใต้ ทั้งที่เป็นชาวมลายูและไทยพุทธ ต่างก็แสดงความต้องการไปในทิศทางเดียวกัน คือเรียกร้องให้รัฐบาลและขบวนการกลับสู่กระบวนการเจรจาสันติภาพโดยเร็ว ผลการสํารวจความคิดเห็นของประชาชนต่อกระบวนการสันติภาพจังหวัดชายแดนภาคใต้ โดยเครือข่ายวิชาการ PEACE SURVEY นับตั้งแต่ปี พ.ศ.2559 จนถึง พ.ศ.2566 รวมทั้งสิ้น 7 ครั้ง โดยมีกลุ่มตัวอย่างเป็นทั้งชาวมลายูและคนไทยพุทธ อายุ 18-70 ปี จำนวนรวมกว่า 10,581 คน ทั่วจังหวัดชายแดนภาคใต้ พบว่าผู้ตอบแบบสอบถามส่วนใหญ่ในการสำรวจความคิดเห็นขของประชาชนทั้ง 7 ครั้งสนับสนุนให้ใช้การพูดคุยสันติภาพเป็นแนวทางในการแก้ปัญหาความรุนแรง และไม่เคยมีผลการสำรวจความคิดเห็นประชาชนครั้งใดเลยที่ได้รับคำตอบว่าสนับสนุนการพูดคุยสันติภาพน้อยกว่าร้อยละ 55

“ความไม่สงบจนเป็นผลให้มีผู้บาดเจ็บและผู้เสียชีวิตจำนวนไม่น้อยนั้นถือเป็นเรื่องที่น่าเศร้าอย่างยิ่ง แม้ว่าหลายฝ่ายคาดการณ์ว่าอาจจะเป็นการกระทำจากขบวนการแนวร่วมปฏิวัติแห่งชาติมลายูปาตานี (BRN) แต่ล่าสุดขบวนการ BRN ก็ได้ออกแถลงการณ์แสดงเสียใจต่อเหตุรุนแรงและยืนยันไม่มุ่งโจมตีพลเรือน แม้ว่าการปะทุขึ้นของความรุนแรงในปี 2547 จะสามารถทำความเข้าใจได้ว่าเป็นผลมาจากประวัติศาสตร์และความรู้สึกที่ได้รับการกดขี่หรือถูกกระทำ แต่ก็คงไม่มีเป้าหมายไหนจะสูงส่งพอที่จะอนุญาตให้คุณทำร้ายคนชรา เด็ก และผู้พิการได้ มันเป็นสิ่งที่ไม่มีใครสามารถยอมรับได้” ดร.ชญานิษฐ์ กล่าว

ทั้งนี้ แม้ความรุนแรงที่เกิดขึ้นใน 3 จังหวัดชายแดนใต้ ในทางหนึ่งจะเป็นการต่อสู้กันทางอาวุธ แต่ในอีกมุมก็ยังเป็นพื้นที่ของการต่อสู่ทางการเมืองด้วย เพราะทั้งรัฐไทยและขบวนการติดอาวุธ ต่างฝ่ายต่างก็ต้องพยายามช่วงชิงความชอบธรรมระหว่างกันด้วย ส่วนตัวมองว่า การที่ขบวนการติดอาวุธทำเช่นนี้ย่อมส่งผลให้ตัวขบวนการฯ ต้องสูญเสียความชอบธรรมทางการเมืองไป ถือเป็นความพ่ายแพ้ทางการเมืองอย่างสำคัญ

ดร.ชญานิษฐ์ กล่าวอีกว่า ความน่ากังวลต่อปรากฏการณ์ความรุนแรงต่อเป้าหมายพลเรือนที่เพิ่มสูงขึ้นอีกประการหนึ่งคือ กระแสการเหมารวมและเกลียดชังมุสลิมในจังหวัดชายแดนภาคใต้ เรียกร้องให้รัฐใช้ความรุนแรงปราบปรามอย่างเด็ดขาดโดยไม่แยกแยะเป้าหมาย อารมณ์โกรธแค้นของสังคมอาจทำให้หลงลืมข้อเท็จจริงสำคัญประการหนึ่งไปว่าการมีอัตลักษณ์มลายูและนับถือศาสนาอิสลามไม่ได้หมายความว่าใครคนหนึ่งจะต้องเห็นด้วยหรือสนับสนุนขบวนการไปโดยปริยาย ประชาชนในจังหวัดชายแดนภาคใต้ส่วนใหญ่ก็ไม่ต่างจากปุถุชนที่ไหนๆ ตรงที่ต้องการใช้ชีวิตอย่างปลอดภัยและสงบสุข การเหมารวม โหมกระแสความเกลียดชังและเรียกร้องให้รัฐปรามปรามด้วยความรุนแรงโดยไม่แยกแยะ น่าจะยิ่งส่งผลให้สันติภาพในจังหวัดชายแดนภาคใต้ยิ่งห่างไกลออกไปอีก

พูดมัดตัวเอง! ‘พิชิต’แซะ‘นายกฯอิ๊งค์’ปม‘พ่อแม้ว’ป่วยหนัก

พูดมัดตัวเอง! ‘พิชิต’แซะ‘นายกฯอิ๊งค์’ปม‘พ่อแม้ว’ป่วยหนัก

พูดมัดตัวเอง! ‘พิชิต’แซะ‘นายกฯอิ๊งค์’ปม‘พ่อแม้ว’ป่วยหนัก

วันอังคาร ที่ 6 พฤษภาคม พ.ศ. 2568, 19.50 น.

เมื่อวันที่ 6 พฤษภาคม 2568 นายพิชิต ไชยมงคล แกนนำเครือข่ายนักศึกษาประชาชนปฏิรูปประเทศไทย (คปท.) ได้โพสต์ข้อความลงบนเฟซบุ๊ก Pichit Chaimongkol ระบุว่า เป็นพยานให้ใคร

แพทองธาร ชินวัตร ยืนยัน ทักษิณ ชินวัตร ป่วยหนักจริง ถึงขั้นผ่าตัด

ฟังดูน่าสงสาร จนแทบจะหัวเราะให้ฟันหัก

ทักษิณ ผ่าตัดอะไรครับ ท่านนน นายกฯ วิกฤตจนผ่าตัดหรือไม่ และที่ผ่าตัดเกี่ยวข้องกับโรคที่วิกฤตหรือไม่

แต่ที่ทราบมา คือ ผ่าตัดไหล่ติด ถ้าผ่าตัดไหล่ติด คือป่วยไม่วิกฤต เพราะป่วยวิกฤต ผ่าตัดไหล่ติดไม่ได้ครับ

สรุป นายกฯ ขยันพูด แต่ที่พูดมันมัดตัวเอง แต่ก็ขอให้พูดเยอะๆครับ ความจริงมันออกมาจากความโง่ที่ขยันพูดนั่นละ

‘อ.ไชยันต์’ไม่ทน! ร้อง ปอท.เอาผิดเพจ’สมศักดิ์ เจียมฯ’ ใส่ร้ายหาว่าเป็น IO ทหาร

'อ.ไชยันต์'ไม่ทน! ร้อง ปอท.เอาผิดเพจ'สมศักดิ์ เจียมฯ' ใส่ร้ายหาว่าเป็น IO ทหาร

‘อ.ไชยันต์’ไม่ทน! ร้อง ปอท.เอาผิดเพจ’สมศักดิ์ เจียมฯ’ ใส่ร้ายหาว่าเป็น IO ทหาร

วันอังคาร ที่ 6 พฤษภาคม พ.ศ. 2568, 18.08 น.

“อาจารย์ไชยันต์”ไม่ทน! ร้อง ปอท.เอาผิดเพจ”สมศักดิ์ เจียมฯ” โพสต์ป้ายสีหาว่าเป็น 1 ในขบวนการ IO ของทหาร

เมื่อวันที่ 6 พฤษภาคม 2568 ที่ศูนย์รับแจ้งความกองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง ถนนพหลโยธิน เขตจตุจักร กทม. ศาสตราจารย์ ไชยันต์ ไชยพร อดีตอาจารย์ประจำภาควิชาการปกครอง คณะรัฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เดินทางเข้าพบพนักงานสอบสวน กก.3 บก.ปอท.แจ้งความกรณีถูกเฟซบุ๊กบัญชีชื่อ “Somsak Jeamฯ” โพสต์ภาพแผนผังขบวนการสร้างกระแสบนโลกโซเชียลมีเดีย ฝ่ายสนับสนุน ซึ่งมีรูปภาพเพจและบุคคลต่างๆ รวมทั้งภาพใบหน้าตนพร้อมชื่อ-นามสกุล เป็นภาษาอังกฤษ จำนวน 2 โพสต์ เมื่อวันที่ 1 และ 2 พ.ค.ที่ผ่านมา พร้อมข้อความระบุว่า “ตัวอย่างของการทำงานของหน่วย IO ของทหาร ซึ่งขึ้นตรงต่อ- – – -” และ “ตัวอักษรย่อที่กำกับแต่ละรูปเหล่านี้มีความหมายดังนี้” C กองบัญชาการกองทัพไทย D กองทัพบก E กองทัพเรือ F กองทัพอากาศ G ตำรวจ”

ภายหลังเข้าให้ปากคำพนักงานสอบสวน กก.3 บก.ปอท.แล้ว อาจารย์ไชยันต์ เปิดเผยว่า วันนี้ตนมาพบพนักงานสอบสวนกองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง เพื่อแจ้งความดำเนินคดีกับบุคคลที่เป็นเจ้าของบัญชีเฟซบุ๊กบัญชีหนึ่ง ที่มีการโพสต์ลงข้อความและรูปภาพแผนผังระบุว่าเป็นแผน IO ของทางกองทัพ พร้อมรูปภาพและใบหน้ารวมทั้งชื่อนามสกุลเป็นภาษาอังกฤษของตนกำกับไว้ โดยมีข้อมูลระบุว่าบัญชี Facebook ของตนนั้นเป็นหนึ่งในบัญชี Facebook ที่ทางกองทัพบกสามารถที่จะติดต่อประสานให้โพสต์อะไรก็ได้ตามที่ทางกองทัพบกต้องการ ซึ่งอันนี้ถือว่าทำให้ตนเสียหายมาก เพราะตนเองเป็นนักวิชาการมีอิสระเสรีภาพทางความคิด ก่อนที่ตนจะโพสต์อะไรจะต้องเป็นความคิดที่มีการไตร่ตรองโดยตัวของตนเอง ไม่ใช่ให้ใครมาสั่งการหรือตกอยู่ภายใต้อำนาจอิทธิพลใดๆ มันเสียหายต่อภาพลักษณ์ความเป็นนักวิชาการ ที่สำคัญคือตนกระตุ้นให้ลูกศิษย์ของตน และเยาวชนต้องรู้จักหัดคิดเอง และใช้เหตุผลของตัวเอง กล้าที่จะคิดไตร่ตรองด้วยตัวเอง ไม่ต้องกลัวอำนาจ อิทธิพลใดๆ แต่การขยายความคิดหรือเผยแพร่ความคิดของตัวเองนั้น ก็ต้องอยู่ภายใต้กรอบของกฎหมาย วันนี้ตนถึงมาแจ้งความว่า การใส่ร้ายว่าตน ไม่มีอิสระเสรีภาพทางความคิดและอยู่ภายใต้การบงการของกองทัพบก

บัญชีเฟซบุ๊กดังกล่าวเป็นของบุคคลคนหนึ่งที่สังคมรู้จักกันดี โพสต์แผนผังดังกล่าวเมื่อวันที่ 1 และ 2 พ.ค.ที่ผ่านมา มีรูปภาพโยงใยบุคคลต่างๆ โดยมีรูปภาพตนเป็นหนึ่งในนั้น ที่ทำให้คนเข้าใจผิดว่าตนเป็นหนึ่งใน IO ตนขอยืนยันว่า เฟซบุ๊กของตนไม่ได้เป็นบัญชี IO ของกองทัพ ใครสงสัยประเด็นไหน คิดว่าโพสต์ไหนตนไม่ได้โพสต์เองขอให้ตั้งคำถามมาที่ตนได้เลย การโพสต์ Facebook ของตนทั้งหมดมาจากความคิดของตนทั้งสิ้น หรือถ้ามีใครฝากให้ตนมาโพสต์ตนก็จะระบุในโพสต์ไปตรงๆ เลยว่ามีใครฝากมาให้โพสต์ ซึ่งมักจะมีบุคคลที่ชอบส่งบทความมาให้ ใช้นามปากกาว่า “ใจเป็นกลาง” ตนก็จะโพสต์โดยผ่านการกลั่นกรองของตนว่าเห็นด้วยหรือไม่เห็นด้วยอย่างไร ที่มาบอกว่ากองทัพบกสั่งการตนได้นั้นตนถือว่าตนมีความเสียหายมาก จึงต้องมาฟ้องว่าการโพสต์แบบนั้นผิด พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ฯ เป็นการนำข้อมูลอันเป็นเท็จ เข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ และเป็นการหมิ่นประมาทตน

เบื้องต้นพนักงานสอบสวนรับแจ้งความสอบปากคำ ลงบันทึกประจำวัน เพื่อจะดำเนินการสืบสวนสอบสวนดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

หลังจากนั้น ศาสตราจารย์ ไชยันต์ ไชยพร โพสต์ข้อความลงบนเฟซบุ๊ก ระบุว่า วันนี้ ผมไปแจ้งความดำเนินคดีเรื่อง “ผังขบวนการ” แล้วครับ

ที่มีรูปและชื่อผม และมีข้อความกล่าวหาว่า บัญชี เฟซบุ๊กของผมนั้นเป็นหนึ่งในบัญชีที่ทางกองทัพบกสั่งให้โพสต์อะไรก็ได้ตามที่ทางกองทัพบกต้องการ

“การกล่าวหาดังกล่าวมันเสียหายต่อภาพลักษณ์ความเป็นนักวิชาการ ที่ผ่านมาผมกระตุ้นให้ลูกศิษย์ และเยาวชนรู้จักหัดคิดเอง และใช้เหตุผลของตัวเอง กล้าที่จะคิดไตร่ตรองด้วยตัวเอง ไม่ต้องกลัวอำนาจ อิทธิพลใด ๆ แต่การขยายความคิดหรือเผยแพร่ความคิดของตัวเองนั้น ก็ต้องอยู่ภายใต้กรอบของกฎหมาย

ขอยืนยันว่าเฟซบุ๊กของผมไม่ได้เป็นบัญชี IO ของกองทัพ ใครสงสัยประเด็นไหน คิดว่าโพสต์ไหนผมไม่ได้โพสต์เอง ขอให้ตั้งคำถามมาได้เลย”

‘ธรรมนัส’สวมเสื้อ’เอกราช ช่างเหลา’เข้าซบ’กธ.’ การันตีไม่มีปัญหา ภท.

'ธรรมนัส'สวมเสื้อ'เอกราช ช่างเหลา'เข้าซบ'กธ.' การันตีไม่มีปัญหา ภท.

‘ธรรมนัส’สวมเสื้อ’เอกราช ช่างเหลา’เข้าซบ’กธ.’ การันตีไม่มีปัญหา ภท.

วันอังคาร ที่ 6 พฤษภาคม พ.ศ. 2568, 17.56 น.

‘ธรรมนัส’สวมเสื้อ’เอกราช ช่างเหลา’เข้าซบ’กธ.’ การันตีไม่มีปัญหา ภท. บอก’อนุทิน’ยกหูหาเอง คาด กกต.รับรอง’บิ๊กโอ’สัปดาห์นี้

เมื่อวันที่ 6 พ.ค.2568 ที่ทำการพรรคกล้าธรรม (กธ.) ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า สส.พะเยา เขต 1 ในฐานะประธานที่ปรึกษาพรรคกล้าธรรม และนางนฤมล ภิญโญสินวัฒน์ รมว.เกษตรและสหกรณ์ และหัวหน้าพรรคกล้าธรรม ร่วมแสดงความยินดี นายก้องเกียรติ เกตุสมบัติ หรือ บิ๊กโอ ว่าที่ สส.เขต 8 จ.นครศรีธรรมราช อย่างเป็นทางการ และให้การต้อนรับนายเอกราช ช่างเหลา สส.ขอนแก่น เข้าเป็นสมาชิกพรรคกล้าธรรม รวมถึง นายพงศกรณ์ เสาร์ทน ว่าที่ผู้สมัคร สส.ขอนแก่น เขต 3  และนายธนิก มาสีพิทักษ์ ว่าที่ผู้สมัคร สส.ขอนแก่น เขต 8 ทั้งนี้ นายเอกราชได้สมัครเป็นสมาชิกเมื่อวันที่ 29 เม.ย.ที่ผ่านมาแล้ว

โดย ร.อ.ธรรมนัส กล่าวถึงกรณีนายเอกราชเข้ามาเป็นสมาชิกพรรคกล้าธรรม ว่า ตนคุยกับนายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรี และรมว.มหาดไทย ในฐานะหัวหน้าพรรคภูมิใจไทยอยู่ตลอดเวลา ไม่มีความแตกแยกระหว่างพรรคกล้าธรรมกับพรรคภูมิใจไทย ถือเป็นการจากกันด้วยดี แม้กระทั่งวันนี้ นายอนุทินก็โทรศัพท์มาหาว่ารับนายเอกราชเข้าพรรคกล้าธรรมหรือยัง ก็ได้แจ้งท่านไปแล้วว่าจะมีการแถลงข่าวอย่างเป็นทางการ

นอกจากนี้ นายอนุทินได้สอบถามนางนฤมล ภิญโญสินวัฒน์ รมว.เกษตรและสหกรณ์ ในฐานะหัวหน้าพรรคกล้าธรรม ในที่ประชุม ครม.เมื่อสัปดาห์ที่แล้วว่ารับนายเอกราชเข้าพรรคหรือยัง เพราะเป็นห่วง อย่างไรก็ตาม นายเอกราชมาด้วยดี และตอนที่จากกันคราวก่อนกับตนก็จากกันด้วยดี   

เมื่อถามถึงกรณีการรับรอง สส.เขต 8 นครศรีธรรมราช ร.อ.ธรรมนัส กล่าวว่า คาดว่าภายในสัปดาห์นี้ คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) จะรับรอง สส. ซึ่งไม่มีเรื่องร้องเรียนในพื้นที่ ทั้งนี้ หลังจาก กกต.รับรองจะมีการลงไปในพื้นที่เขต 8 นครศรีธรรมราชอีกครั้งหนึ่งเพื่อขอบคุณประชาชน

เมื่อถามว่า การที่มีคนมาอยู่กับพรรคกล้าธรรมมากขึ้น ตั้งเป้าการเลือกตั้งครั้งหน้าจะเป็นพรรคขนาดใด ร.อ.ธรรมนัส กล่าวว่า เวลานี้เราเริ่มเฟ้นหาว่าที่ผู้สมัคร สส.แล้ว การเมืองไม่มีอะไรแน่นอน เราก็ต้องเตรียมตัวไว้

‘กล้าธรรม’เนื้อหอม! ‘ธรรมนัส’อุบไต๋เปิดตัว‘สส.ฝ่ายค้าน’ย้ายซบ

‘กล้าธรรม’เนื้อหอม! ‘ธรรมนัส’อุบไต๋เปิดตัว‘สส.ฝ่ายค้าน’ย้ายซบ

‘กล้าธรรม’เนื้อหอม! ‘ธรรมนัส’อุบไต๋เปิดตัว‘สส.ฝ่ายค้าน’ย้ายซบ

วันอังคาร ที่ 6 พฤษภาคม พ.ศ. 2568, 17.50 น.

“ธรรมนัส”แจงยังไม่เปิดตัว”สส.ฝ่ายค้าน”ย้ายซบ ขอเก็บเป็นความลับก่อน เดือน พ.ค.นี้ทยอยมาแน่ โอ่”กล้าธรรม”เนื้อหอม ปัดสร้างราคาต่อรองโควตา ครม.

เมื่อวันที่ 6 พฤษภาคม 2568 ที่ทำการพรรคกล้าธรรม (กธ.) ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า สส.พะเยา ในฐานะประธานที่ปรึกษาพรรคกล้าธรรม กล่าวถึงกรณีให้สัมภาษณ์ว่าจะมีการเปิดตัว สส.มาร่วมอุดมการณ์พรรคกล้าธรรม ว่า ตรงนี้ไม่ได้มีอะไรคลาดเคลื่อน ยังคงเป็นไทม์ไลน์เดิมคือวันที่ 2 พ.ค.แต่ข่าวที่คลาดเคลื่อนคือ ไม่ใช่ สส.ของภาคใต้ ขณะนี้เจ้าตัวขอเก็บเป็นความลับ แต่น่าจะภายในเดือน พ.ค.นี้ ซึ่งจะทยอยมา โดยต้องยอมรับว่า พรรคกล้าธรรมกำลังเนื้อหอมหลังจากชนะเลือกตั้งซ่อม สส.นครศรีธรรมราช เขต 8 โดยเป็น สส.จากทางพรรคฝ่ายค้านหลายพรรค ที่อยากจะมาร่วมอุดมการณ์ทางการเมืองร่วมกัน ไม่มีของพรรคร่วมรัฐบาล แต่ขอยังไม่ระบุตัวเลขที่แน่นอน

ร.อ.ธรรมนัส กล่าวว่า จำนวน สส.ของพรรคกล้าธรรมที่เพิ่มขึ้นจะไม่มีการนำไปรวมกับการปรับ ครม.เรื่องนี้เป็นเรื่องของครอบครัวพรรคกล้าธรรมที่กำลังสร้างบ้านให้มีความมั่นคง และเป็นการสร้างความเชื่อถือให้กับพี่น้องประชาชน ว่าพรรคเราจะทำงานเพื่อประเทศชาติบ้านเมือง และคงไว้ซึ่งชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ ตามที่เราได้วางนโยบายมาโดยตลอด

ร.อ.ธรรมนัส กล่าวต่อว่า ส่วนการปรับ ครม.ตนได้ยินมาจากสื่อมวลชน แต่พวกเรายังไม่เคยได้ยินในเรื่องนี้ เราพอใจในจุดนี้ และไม่ได้ให้ความสำคัญกับเรื่องโควตาของรัฐมนตรี เราต้องการสร้างความเข้มแข็งให้กับพรรคกล้าธรรมมากกว่า ซึ่งโควตาของรัฐมนตรีชัดเจนอยู่แล้ว เรามีเท่าเดิม ไม่ได้มีส่วนใดเพิ่มขึ้นมา ส่วนที่หลายคนพยายามวิเคราะห์ว่าตนกำลังสร้างราคาให้ตัวเองเพื่อที่จะแย่งเก้าอี้ ครม.นั้น ยืนยันว่าไม่ไม่ใช่เรื่องจริง

เมื่อถามถึงคดีชั้น 14 โรงพยาบาลตำรวจ ของ นายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี จะกระทบต่อเสถียรภาพรัฐบาลหรือไม่ ร.อ.ธรรมนัส กล่าวว่า ตนขอไม่ก้าวล่วงคำพิพากษาของศาล

พ่อป่วยจริง-ผ่าตัดด้วย?! ‘หมอวรงค์’ชี้คำพูด‘อุ๊งอิ๊งค์’ตอกย้ำไม่ได้ป่วยวิกฤต

พ่อป่วยจริง-ผ่าตัดด้วย?! ‘หมอวรงค์’ชี้คำพูด‘อุ๊งอิ๊งค์’ตอกย้ำไม่ได้ป่วยวิกฤต

พ่อป่วยจริง-ผ่าตัดด้วย?! ‘หมอวรงค์’ชี้คำพูด‘อุ๊งอิ๊งค์’ตอกย้ำไม่ได้ป่วยวิกฤต

วันอังคาร ที่ 6 พฤษภาคม พ.ศ. 2568, 16.59 น.

เมื่อวันที่ 6 พฤษภาคม 2568 นพ.วรงค์ เดชกิจวิกรม ประธานพรรคไทยภักดี ได้โพสต์ข้อความลงบนเฟซบุ๊ก ระบุว่า “อุ๊งอิ๊งค์บอกว่าพ่อป่วยจริง-ผ่าตัดด้วย คำพูดนี้ยิ่งตอกย้ำว่าไม่ได้ป่วยวิกฤต เพราะผ่าตัดได้ ควรกลับไปรักษาที่ รพ.ราชทัณฑ์”

ข่าวที่เกี่ยวข้อง :

– ถึงขั้นผ่าตัด!‘อิ๊งค์’ยัน‘ทักษิณ’ป่วยจริง อย่าคิดเยอะ พ้อพูดไปคนก็ไม่เชื่อ

– (คลิป)’ลูกอิ๊งค์’พูดเอง’พ่อทักษิณ’ป่วยจริง ถึงขั้นผ่าตัด